ค้นหา :

ผลการค้นหา "หมอ"

สังคม
16 ม.ค. 63

ญาติโพสต์ถาม "หลานถูกยิงกระสุนฝังอก ทำไมไม่รีบผ่าออก?" ด้านหมอแจงแล้ว อีกฝ่ายเข้าใจ ยอมลบโพสต์

ลุงโพสต์เฟซฯ ตั้งคำถามหลานชาย โดนปืนแก๊บยิงตรงอกกระสุนฝัง 12 ลูก แต่โรงพยาบาลไม่รีบผ่าตัด รอตั้งแต่ 6 โมงเย็นจนเช้า ล่าสุดแพทย์แจงแล้วหากผ่าตัดอันตรายกว่าเยอะ     ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า อยากถามผู้รู้ หลานเกิดอุบัติเหตุโดนปืนแก๊บยิงตรงอกลูกกระสุนฝัง 12 ลูก รอหมอตั้งแต่ 18.00 น. เด็กนักเรียน ป.3 จนถึงตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่บอกให้รอพรุ่งนี้เช้า ให้หมอใหญ่มาวินิจฉัยตอนเช้า เลยอยากรู้ทำการผ่าตัดด่วนเอากระสุนออกไม่ได้หรือ      เรื่องนี้ทีมข่าวเดินทางไปที่โรงพยาบาลศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู พบกับพ่อและแม่ของเด็กชายที่บาดเจ็บ อายุ 9 ขวบ เล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวานช่วงเย็น ลูกชายเตรียมตัวจะไปยิงหนูกับพี่ชาย อายุ 15 ปี ระหว่างนั้นมีเพื่อนของพี่ชายมาหาที่บ้าน แล้วเอาปืนมาเล่น ทำให้ปืนลั่นใส่บริเวณไหล่ซ้าย และหน้าอกของลูกชายคนเล็กบาดเจ็บ ส่วนคนที่นำเรื่องมาโพสต์ก็คือลุงของเด็ก      นายแพทย์ลิขิต เรืองจรัส หมอที่ทำการรักษา เปิดเผยว่า ขณะนี้อาการเด็กปลอดภัยแล้ว จากการเอ็กซเรย์พบลูกระสุนไม่ได้โดนอวัยวะที่สำคัญ เป็นลูกปลายขนาดเล็ก สะเก็ดเล็ก เบื้องต้นไม่ต้องผ่าตัด เพราะการผ่าตัดจะมีความเสี่ยง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ตอนนี้ให้รอสังเกตอาการอีก 3-5 วัน ก่อนให้กลับบ้าน พร้อมเมื่อไหร่จึงค่อยกลับมาผ่าตัดได้ ซึ่งตอนนี้ญาติเข้าใจดีแล้วลบโพสต์ทิ้งไปแล้ว ทางโรงพยาบาลไม่ได้ติดใจแต่อย่างใด  

 32,038
สังคม-อาชญากรรม
29 ธ.ค. 62

สุดยอดสปิริต หมอป่วยหนัก ลุกถอดสายน้ำเกลือ เข้าผ่าตัดช่วยผู้ป่วย 3 ราย

นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arak Wongworachat ระบุว่า “เมื่อคุณหมอป่วย ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบ ถอดสายน้ำเกลือคาเข็มฉีดยาไปผ่าตัดแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ก็เจ็บป่วยได้เหมือนประชาชนทั่วไป หลายๆ คนเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว   เหตุเกิดเมื่อเช้านี้เมื่อมีคุณพยาบาลห้องผ่าตัดโทรศัพท์ไปรายงานคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก ของโรงพยาบาลซึ่งมีอยู่เพียงคนเดียว ว่าเคสที่คุณหมอเซ็ทผ่าตัดไว้ 3 ราย ห้องผ่าตัดพร้อมแล้ว ทีมวิสัญญีได้ไปเยี่ยมผู้ป่วยตั้งแต่เมื่อวาน ผู้ป่วยงดอาหารเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืน รับผู้ป่วยมารอไว้แล้วหน้าห้องผ่าตัด แต่หารู้ไม่ว่าคุณหมอนอนให้น้ำเกลือ ต้องฉีดยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียอยู่ในโรงพยาบาล ไม่มีใครอยู่เฝ้า    น้องผู้ช่วยพยาบาลส่งภาพมาให้ คุณหมอป่วยเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวานเย็นขอแอดมินตนเองหลังจากตรวจผู้ป่วยนอกตอนเช้าประมาณ 30 คน มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมือยตามตัว ปวดหัวมาก อ่อนเพลีย กินไม่ได้ มาแล้ว 4วัน กินยาประคับประคองไม่ดีขึ้น จนทนไม่ไหวแล้ว จึงขอแอดมินตนเอง แล้วปรึกษาอายุรแพทย์ ตรวจเลือด เพาะเชื้อ ให้ยาต้านเชื้อ   หลังจากเห็นภาพคุณหมอนั่งบนเตียงคาสายน้ำเกลือ คุยโทรศัพท์กับพยาบาลห้องผ่าตัด จึงอยากให้หมอได้พัก บอกว่าจะคุยกับคนไข้ขอเลื่อนผ่าตัดไปก่อนดีกว่ามั้ย คุณหมอบอกว่าขอเวลาเตรียมตัว30นาที จัดแจงให้พยาบาลถอดสายน้ำเกลือออกแต่คาเข็มฉีดยาเอาไว้ เดินไปห้องผ่าตัดที่อยู่ในอาคารอีกหลัง ทุกคนในห้องถามว่าคุณหมอไหวมั้ย หมออมยิ้มนิดๆแล้วบอกว่าเอาเคสแรกมาเลย ลงมือผ่าตัดผู้ป่วยสามราย ผ่าตัดในคอ ตัดต่อมทอนซิล ส่องกล้องตัดชิ้นเนื้อในกล่องเสียง ใช้เวลาสามชั่วโมงเศษ   ข้อมือขวาติดป้ายสถานะผู้ป่วย ข้อมือซ้ายคาเข็มฉีดยาให้น้ำเกลือ เสร็จตอนบ่ายโมงพอดี เดินกลับหอผู้ป่วยไปเสียบน้ำเกลือฉีดยาต้านเชื้อต่อให้ครบ5-7วัน นี่เป็นชีวิตจริง ไม่ใช่นิยาย ไม่ใช่ละคร”         รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Mu-jItU-79M  

 52,400
แชร์ออฟเดอะเดย์
29 ธ.ค. 62

สุดยอดสปิริต หมอป่วยหนัก ลุกถอดสายน้ำเกลือ เข้าผ่าตัดช่วยผู้ป่วย 3 ราย

นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arak Wongworachat ระบุว่า “เมื่อคุณหมอป่วย ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบ ถอดสายน้ำเกลือคาเข็มฉีดยาไปผ่าตัดแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ก็เจ็บป่วยได้เหมือนประชาชนทั่วไป หลายๆ คนเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว   เหตุเกิดเมื่อเช้านี้เมื่อมีคุณพยาบาลห้องผ่าตัดโทรศัพท์ไปรายงานคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก ของโรงพยาบาลซึ่งมีอยู่เพียงคนเดียว ว่าเคสที่คุณหมอเซ็ทผ่าตัดไว้ 3 ราย ห้องผ่าตัดพร้อมแล้ว ทีมวิสัญญีได้ไปเยี่ยมผู้ป่วยตั้งแต่เมื่อวาน ผู้ป่วยงดอาหารเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืน รับผู้ป่วยมารอไว้แล้วหน้าห้องผ่าตัด แต่หารู้ไม่ว่าคุณหมอนอนให้น้ำเกลือ ต้องฉีดยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียอยู่ในโรงพยาบาล ไม่มีใครอยู่เฝ้า    น้องผู้ช่วยพยาบาลส่งภาพมาให้ คุณหมอป่วยเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวานเย็นขอแอดมินตนเองหลังจากตรวจผู้ป่วยนอกตอนเช้าประมาณ 30 คน มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมือยตามตัว ปวดหัวมาก อ่อนเพลีย กินไม่ได้ มาแล้ว 4วัน กินยาประคับประคองไม่ดีขึ้น จนทนไม่ไหวแล้ว จึงขอแอดมินตนเอง แล้วปรึกษาอายุรแพทย์ ตรวจเลือด เพาะเชื้อ ให้ยาต้านเชื้อ   หลังจากเห็นภาพคุณหมอนั่งบนเตียงคาสายน้ำเกลือ คุยโทรศัพท์กับพยาบาลห้องผ่าตัด จึงอยากให้หมอได้พัก บอกว่าจะคุยกับคนไข้ขอเลื่อนผ่าตัดไปก่อนดีกว่ามั้ย คุณหมอบอกว่าขอเวลาเตรียมตัว30นาที จัดแจงให้พยาบาลถอดสายน้ำเกลือออกแต่คาเข็มฉีดยาเอาไว้ เดินไปห้องผ่าตัดที่อยู่ในอาคารอีกหลัง ทุกคนในห้องถามว่าคุณหมอไหวมั้ย หมออมยิ้มนิดๆแล้วบอกว่าเอาเคสแรกมาเลย ลงมือผ่าตัดผู้ป่วยสามราย ผ่าตัดในคอ ตัดต่อมทอนซิล ส่องกล้องตัดชิ้นเนื้อในกล่องเสียง ใช้เวลาสามชั่วโมงเศษ   ข้อมือขวาติดป้ายสถานะผู้ป่วย ข้อมือซ้ายคาเข็มฉีดยาให้น้ำเกลือ เสร็จตอนบ่ายโมงพอดี เดินกลับหอผู้ป่วยไปเสียบน้ำเกลือฉีดยาต้านเชื้อต่อให้ครบ5-7วัน นี่เป็นชีวิตจริง ไม่ใช่นิยาย ไม่ใช่ละคร”         รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Mu-jItU-79M  

 52,400
สังคม
25 ธ.ค. 62

ตร.บุกชาร์จ ลุงวัย 60 คลั่งชักมีดขู่หมอ เหตุรอคิวตรวจนาน

ชายวัย 60 ปี ไป รพ.รอหมอตรวจแต่คิวนาน เกิดคลุ้มคลั่งควักมีดขู่หมอ ทำเอาทั้งหมอ ทั้งคนไข้แตกกระเจิง ตำรวจและกู้ภัย ช่วยกันจับตัวเป็นไปอย่างทุลักทุเล   เหตุเกิดที่โรงพยาบาลพุทธโสธร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา นาย วินัย ( นามสมมุติ) อายุ 60 ปี ถือมีด อยู่ในห้องตรวจ อยู่กับหมอ ที่กำลังตรวจรักษาคนไข้อยู่ สร้างความแตกตื่นให้กับคนไข้ที่มารอรักษาจำนวนมาก    นาย ดิษฐ์พงษ์ สืบวงศ์ อายุ 40 ปี ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า นายวินัย ได้มานั่งรอรับการตรวจรักษา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เรียกคนไข้คนอื่น ตามบัตรคิว ทำให้ นายวินัย เกิดอาการโวยวาย เนื่องจากต้องการเข้ารับการตรวจทันที จึงเดินเข้าไปในห้องตรวจ แต่หมอไม่ตรวจให้ เพราะแทรกคิว ทำให้นายวินัย ไม่พอใจ ควักมีดมาขู่หมอ บังคับให้หมอตรวจรักษาตัวเอง   กระทั่ง ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้นำกำลังพร้อมอุปกรณ์ไม้ง่ามระงับเหตุ โดยเบี่ยงเบนความสนใจให้ นายวินัย เดินออกนอกอาคาร ระหว่างนั้นนายวินัย ยังต่อรองขอเข้าไปยังสหกรณ์เพิ่มซื้อน้ำดื่ม โดยในมือยังคงถือมีดตลอดเวลา ในระหว่างที่ นายวินัย ได้พักนั่งดื่มน้ำ อยู่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าเกลี้ยกล่อม เพื่อให้นายวินัย ใจเย็นและวางอาวุธลง แต่ยังไม่เป็นผล จึงตัดสินใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำอุปกรณ์ระงับเหตุเข้าชาร์ต นายวินัย เป็นผลสำเร็จ จากนั้นได้นำตัวนายวินัย เข้ารับการรักษาเพื่อตรวจอาการ ในระหว่างนำตัวส่งเข้ารับการรักษานายวินัย ยังมีอาการอาละวาด อยู่ตลอด เบื้องตันเจ้าหน้าที่ยังไม่ระบุอาการป่วยของนายวินัย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะประสานทาง รพ.พุทธโสธร ว่าจะดำเนินคดี อย่างไรต่อไป

 4,146
สังคม
19 พ.ย. 62

สามีพยาบาลแฉ ไม่ใช่ครั้งแรก เพียงแต่ไม่มีหลักฐาน ปมหมอแย่งห้องคลอด

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางกันในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้แชร์คลิปวีดีโอจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งได้โพสคลิปเหตุการณ์ ที่มีผู้ใส่ชุดเจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัดกับพยาบาล กำลังมีปากเสียงกัน โดยระบุข้อความว่า เป็นโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.อำนาจเจริญ เนื่องจากหมอแย่งห้องผ่าตัด แล้วเข้าไปทำร้ายพยาบาลที่ทำหน้าที่จัดคิวห้องผ่าตัด แต่ห้องเต็ม ต้องรอคิวห้องว่าง แต่ไม่ยอมรอ เพราะรับฝากพิเศษคนไข้ ต้องผ่าคลอดตามเวลาฤกษ์ยาม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา   ล่าสุดสามีพยาบาลที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากเกิดเหตุนี้ยังไม่ได้รับคำสั่งจากโรงพยาบาลแต่อย่างได พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง เพียงแต่ไม่มีหลักฐาน   โดยเช้าวันนี้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำนาจเจริญได้มีการเข้าหารือกับ นพ.ประภาส วีระพล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ เบื้องต้นได้สั่งแพทย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวไปช่วยราชการที่สำนักงานสาธารณะสุขจังหวัด เพื่อช่วยงานที่อนามัยแม่และเด็ก และตรวจคลินิคฝากครรภ์   ส่วนพยาบาลที่จัดคิวห้องผ่าตัดทำคลอด ให้ย้ายไปที่แผนกผู้ป่วยนอก เพื่อลดปัญหาความขัดแย้ง   ขณะที่ นายกสภาการพยาบาล ดร.ทัศนา บุญทอง ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ โดยบอกยังไม่ทราบข้อเท็จจริง และเกรงว่าจะกระทบกับทั้ง 2 วิชาชีพ   ทางด้าน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีคำสั่งการพิเศษ ให้ทางผู้ตรวจการเขตสุขภาพที่ 10 ตั้งคณะะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งในวันศุกร์ ที่ 22 พ.ย. นี้จะมีการประชุมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะตั้งคณะกรรมการบูรณาการณ์ของสหวิชาชีพมาร่วมกันวางระบบการบริการให้มีมาตรฐานการจัดการในโรงพยาบาลทั่วประเทศ และลดปัญหาความขัดแย้ง

 1,580
ข่าวภูมิภาค
15 ต.ค. 62

ล่าแก๊งหมอผีบุกป่าช้าศรีสะเกษ ขโมยตัดหัว 2 ศพตายโหงทำคุณไสย

ศรีสะเกษ-เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนลักตัดศีรษะของชายวัย 40 ปี ซึ่งเสียชีวิตเนื่องจากขับรถ จยย.ไปชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อเสียชีวิตเมื่อเดือน พ.ค.2562 ออกไปจากซองบรรจุศพที่อยู่ภายในป่าช้าของบ้านหนองมะแซว ต.ดูน อ.กันทรารมย์   และเป็นญาติของศพนายหนูสิน ทิพย์โพธิ์ อายุ 62 ปี ซึ่งเสียชีวิตเพราะโดนรถไฟทับบรรจุศพอยู่ใกล้กันและถูกคนร้ายลักตัดศีรษะไปเช่นกัน โดยคาดว่ามีคนร้ายไม่น้อยกว่า 2 คน มาลักตัดศีรษะจากศพทั้ง 2 ศพไปในครั้งนี้นำเอาไปประกอบพิธีทางไสยศาสตร์บางอย่าง   โดยญาติตรวจสอบพบว่าศีรษะของศพทั้ง 2 ศพหายไป รวมทั้งทรัพย์สินซึ่งเป็นเงินสดจำนวนหนึ่งและโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องที่อยู่ในซองบรรจุศพได้หายไป จึงได้ไปแจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.กันทรารมย์ทราบ และได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่เนื่องจากว่าใกล้ค่ำแล้ว จึงไม่สามารถที่จะตรวจสอบภายในซองบรรจุศพทั้ง 2 ศพ ได้อย่างละเอียด ว่ามีสิ่งใดหายไปบ้าง   ซึ่งทั้งคู่เป็นผีตายโหงตามความเชื่อต้องเก็บศพไว้ 3 ปี จึงจะนำศพมาประกอบพิธีฌาปนกิจ ทางญาติรู้สึกเสียใจมากที่ศพยโดนลักเอาศีรษะไป ทำให้กลายเป็นศพที่ไม่มีอวัยวะร่างกายครบถ้วน จึงขอฝากวอนไปยังคนร้ายให้นำกลับมาคืน          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/5mzN0KjVYwc

 2,918
สังคม
15 ต.ค. 62

ล่าแก๊งหมอผีบุกป่าช้าศรีสะเกษ ขโมยตัดหัว 2 ศพตายโหงทำคุณไสย

ศรีสะเกษ-เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนลักตัดศีรษะของชายวัย 40 ปี ซึ่งเสียชีวิตเนื่องจากขับรถ จยย.ไปชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อเสียชีวิตเมื่อเดือน พ.ค.2562 ออกไปจากซองบรรจุศพที่อยู่ภายในป่าช้าของบ้านหนองมะแซว ต.ดูน อ.กันทรารมย์   และเป็นญาติของศพนายหนูสิน ทิพย์โพธิ์ อายุ 62 ปี ซึ่งเสียชีวิตเพราะโดนรถไฟทับบรรจุศพอยู่ใกล้กันและถูกคนร้ายลักตัดศีรษะไปเช่นกัน โดยคาดว่ามีคนร้ายไม่น้อยกว่า 2 คน มาลักตัดศีรษะจากศพทั้ง 2 ศพไปในครั้งนี้นำเอาไปประกอบพิธีทางไสยศาสตร์บางอย่าง   โดยญาติตรวจสอบพบว่าศีรษะของศพทั้ง 2 ศพหายไป รวมทั้งทรัพย์สินซึ่งเป็นเงินสดจำนวนหนึ่งและโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องที่อยู่ในซองบรรจุศพได้หายไป จึงได้ไปแจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.กันทรารมย์ทราบ และได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่เนื่องจากว่าใกล้ค่ำแล้ว จึงไม่สามารถที่จะตรวจสอบภายในซองบรรจุศพทั้ง 2 ศพ ได้อย่างละเอียด ว่ามีสิ่งใดหายไปบ้าง   ซึ่งทั้งคู่เป็นผีตายโหงตามความเชื่อต้องเก็บศพไว้ 3 ปี จึงจะนำศพมาประกอบพิธีฌาปนกิจ ทางญาติรู้สึกเสียใจมากที่ศพยโดนลักเอาศีรษะไป ทำให้กลายเป็นศพที่ไม่มีอวัยวะร่างกายครบถ้วน จึงขอฝากวอนไปยังคนร้ายให้นำกลับมาคืน          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/5mzN0KjVYwc

 2,918
สังคม-อาชญากรรม
11 ต.ค. 62

เมียหนุ่มใหญ่วิศวกร ร้องกองปราบ เอาผิดหมอรพ.ดัง วินิจฉัยโรคผิด เป็นเหตุให้สามีเสียชีวิต

ครอบครัวหนุ่มใหญ่วิศวกร บริษัทอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่ง ร้องกองปราบปรามเอาผิดโรงพยาบาลดังย่านประชาชื่น หลังวินิจฉัยโรคผิด ทำให้เสียชีวิต   วันที่ 11 ต.ค. ภรรยาและลูกชายวัย 13 ปี ของนายศุภชัย อธิภาคย์ อายุ 45 ปี อดีตวิศกรไฟฟ้า ปัจจุบันเป็นผู้จัดการฝ่ายอิเล็คทรอนิกส์ของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ แห่งหนึ่ง พร้อมทนายความเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้เอาผิดกับแพทย์หญิงโรงพยาบาลย่านประชาชื่น ข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย    จากกรณีเมื่อประมาณ 22 นาฬิกา วันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา ภรรยาได้ขับรถพาผู้ตาย ไปรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการเจ็บหน้าอกด้านซ้าย แขนขาอ่อนแรง แต่รู้สึกตัวดี โดยได้เข้ารับการรักษาที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล ซึ่งมีแพทย์หญิงคนหนึ่งเป็นผู้ทำการตรวจวินิจฉัยโรค ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนระบุว่า ผู้ป่วยมีกรดในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เกิดการแน่นหน้าอก   โดยเป็นอาการป่วยเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหาร จึงรักษาด้วยการฉีดยาและอนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวต่อที่บ้าน จากนั้นประมาณเที่ยงคืน นายศุภชัย ได้เกิดอาการชักเกร็ง ตาเหลือก น้ำลายฟูมปาก ก่อนที่จะเสียชีวิต และทางครอบครัวได้ส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ ทำให้ครอบครัว เชื่อว่าการเสียชีวิตของสามีครั้งนี้ เกิดจากความผิดพลาดของแพทย์ในการวินิจฉัยโรค   ภรรยาผู้ตายกล่าวทั้งน้ำตา ว่าตั้งแต่สามีเสียชีวิต ไม่เคยได้รับการติดต่อจากโรงพยาบาลเพื่อแสดงความรับผิดต่อกรณีที่เกิดขึ้น และการสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เนื่องจากสามีเป็นเสาหลักครอบครัว ดูแลตัวเอง ที่เป็นแม่บ้าน, ลูกชายวัย 13 ปี, รวมทั้งพ่อ-แม่ อายุกว่า 70 ปี ซึ่งมีอาการป่วยต้องพบแพทย์อยู่เป็นประจำ     ขอบคุณภาพ : เพจ วรกร ทนายวรกร พงศ์ธนากุล  

 27,306
สังคม
11 ต.ค. 62

เมียหนุ่มใหญ่วิศวกร ร้องกองปราบ เอาผิดหมอรพ.ดัง วินิจฉัยโรคผิด เป็นเหตุให้สามีเสียชีวิต

ครอบครัวหนุ่มใหญ่วิศวกร บริษัทอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่ง ร้องกองปราบปรามเอาผิดโรงพยาบาลดังย่านประชาชื่น หลังวินิจฉัยโรคผิด ทำให้เสียชีวิต   วันที่ 11 ต.ค. ภรรยาและลูกชายวัย 13 ปี ของนายศุภชัย อธิภาคย์ อายุ 45 ปี อดีตวิศกรไฟฟ้า ปัจจุบันเป็นผู้จัดการฝ่ายอิเล็คทรอนิกส์ของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ แห่งหนึ่ง พร้อมทนายความเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้เอาผิดกับแพทย์หญิงโรงพยาบาลย่านประชาชื่น ข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย    จากกรณีเมื่อประมาณ 22 นาฬิกา วันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา ภรรยาได้ขับรถพาผู้ตาย ไปรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการเจ็บหน้าอกด้านซ้าย แขนขาอ่อนแรง แต่รู้สึกตัวดี โดยได้เข้ารับการรักษาที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล ซึ่งมีแพทย์หญิงคนหนึ่งเป็นผู้ทำการตรวจวินิจฉัยโรค ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนระบุว่า ผู้ป่วยมีกรดในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เกิดการแน่นหน้าอก   โดยเป็นอาการป่วยเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหาร จึงรักษาด้วยการฉีดยาและอนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวต่อที่บ้าน จากนั้นประมาณเที่ยงคืน นายศุภชัย ได้เกิดอาการชักเกร็ง ตาเหลือก น้ำลายฟูมปาก ก่อนที่จะเสียชีวิต และทางครอบครัวได้ส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ ทำให้ครอบครัว เชื่อว่าการเสียชีวิตของสามีครั้งนี้ เกิดจากความผิดพลาดของแพทย์ในการวินิจฉัยโรค   ภรรยาผู้ตายกล่าวทั้งน้ำตา ว่าตั้งแต่สามีเสียชีวิต ไม่เคยได้รับการติดต่อจากโรงพยาบาลเพื่อแสดงความรับผิดต่อกรณีที่เกิดขึ้น และการสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เนื่องจากสามีเป็นเสาหลักครอบครัว ดูแลตัวเอง ที่เป็นแม่บ้าน, ลูกชายวัย 13 ปี, รวมทั้งพ่อ-แม่ อายุกว่า 70 ปี ซึ่งมีอาการป่วยต้องพบแพทย์อยู่เป็นประจำ     ขอบคุณภาพ : เพจ วรกร ทนายวรกร พงศ์ธนากุล  

 27,306
ข่าวภูมิภาค
04 พ.ค. 61

ชาวบ้านแห่จับนกพิราบแลกเงินตัวละ 10 บาท แพทย์เตือนระวังเชื้อราในปอดจากขี้นก ยันกินเนื้อได้หากปรุงสุกสะอาด

ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเมืองลพบุรีเร่งจับนกพิราบ เพื่อลดจำนวนประชากรนก หลังเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วจนสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในหลายพื้นที่ จนทางจังหวัดออกนโยบายรับซื้อนกตัวเป็นๆตัวละ 10 บาท ซึ่งให่รวบรวมกันได้ 200 ตัว แล้วแจ้งให้ จนท.ด่านกักกันสัตว์ไปรับ นอกจากนี้ให้แต่ละตำบลคิดเมนูปรุงอาหารจากนกพิราบมารับประทาน   ด้านนพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าห้องไอซียู เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ ประจำที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ได้ระบุถึงกรณีพบเชื้อราในปอดของผู้ป่วย ที่มาจากมูลนกพิราบที่ถ่ายลงดิน สปอร์ลอยปะปนในอากาศ เมื่อสูดดมเข้าไปก็ไปเจริญเติบโตในปอด ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำ ยิ่งทำให้เชื้อโตลามจากปอดไปยังสมอง   ส่วนการรับประทานเนื้อนกพิราบนั้น แพทย์ยันสามารถนำมากินได้ ด้วยการปรุงสุก สะอาด โดยให้จับนกตัวที่เป็น ไม่เลือกนกตัวที่ตายไม่ทราบสาเหตุมารับประทาน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Jal1rovyAKs  

 2,434
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ค. 61

แพทย์รามาฯค้นพบวิธีรักษา 'ธาลัสซีเมีย' หายขาดด้วยการบำบัดยีนเป็นครั้งแรกของโลก

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่น่าชื่นชม คือการศึกษาวิจัยการค้นพบวิธีการรักษาโรคธาลัสซีเมียหรือโรคโลหิตจาง ให้หายขาดด้วยการบำบัดยีนเป็นครั้งแรกของโลก ที่สำคัญมีแพทย์ไทยจากโรงพยาบาลรามาธิบดีรวมอยู่ในทีมวิจัยด้วย   เพจเฟซบุ๊ก Rama Lounge ที่สัมภาษณ์ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง หัวหน้าโครงการโรคมะเร็งในเด็ก และอาจารย์แพทย์สาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยา และกุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็น 1 ในทีมแพทย์ผู้ทำการวิจัย ว่าโรคธาลัสซีเมียเป็นโรคทางพันธุกรรม ที่ในไทยมีผู้ป่วย 2-3 แสนคน   การรักษาที่ผ่านมาคือ การถ่ายเลือด การให้ยาขับเหล็กตลอดชีวิต การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดจากญาติพี่น้อง และผู้บริจาค ที่โอกาสเข้ากันได้มีเพียงร้อยละ 25 เท่านั้น และในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ทีมแพทย์ไทย 3 คนจากโรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหลายสถาบันในต่างประเทศทั้งสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ทำการวิจัยด้วยการนำสเต็มเซลล์จากพ่อแม่ของผู้ป่วยมาตัดต่อยีน และปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วย และในไทยพบว่าผู้ป่วย 3 คนที่เข้าโครงการ ไม่ต้องเข้ารับการถ่ายเลือดอีกเลย ใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข   โดยผลการวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ระดับนานาชาติ (The New England Journal of Medicine) เมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KPMKfnmviaI      

 7,953
สังคม-อาชญากรรม
02 พ.ค. 61

'หมอบอนด์' ตอบปมรีวิวเมจิกสกิน ยันแค่ช่วยภรรยาขายของ ตร.ชี้ผิดฐานเดียวกับดารา

คืบหน้าคดีการรีวิวอาหารเสริมเมจิกสกิน หมอบอนด์ นายแพทย์ที่ปรากฏในคลิป เข้าชี้แจงพร้อมกับภรรยา ยืนยันไม่ได้มีเจตนารีวิวสินค้า เพียงแค่ไปเป็นเพื่อนภรรยาที่เพิ่งสมัครเป็นตัวแทนขาย และหลังจากนี้ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกเพิ่มอีก 7 คน   ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายแพทย์ปิยะพงษ์ โหวิลัยลักษ์ หรือหมอบอนด์ พร้อมด้วยนางสาวปวีณา นามสงคราม ภรรยา เดินทางเข้าพบพลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ปากคำหลังถูกออกหมายเรียก กรณีโฆษณารีวิวสินค้าเครือเมจิกสกิน   โดยหมอบอนด์และภรรยา ถือว่ามีความน่าเชื่อถือเช่นเดียวกับดารานักแสดง เพราะเป็นบุคคลที่ทำงานในแวดวงการสาธารณสุข ที่อาจชี้นำให้ประชาชนเข้าใจผิดในสรรพคุณของสินค้าได้   ด้านหมอบอนด์ บอกวันดังกล่าวได้เดินทางไปเป็นเพื่อนภรรยาที่เพิ่งสมัครเป็นตัวแทนสินค้า และมีการไลฟ์เกิดขึ้น ยืนยันตนเองไม่ได้เป็นผู้ขาย และเป็นผู้รีวิวสินค้า และก่อนที่ภรรยาจะสมัคร ก็ทดลองกิน และตรวจเช็คหมายเลข อย. ในระบบแล้ว   นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่มีส่วนพัวพันกับบริษัท เมจิกสกินอีก 7 คน ซึ่งก็มีทั้งคนที่เป็นเจ้าของโรงงานที่ผลิต ผลิตภัณฑ์ในเครือ และกลุ่มที่รีวิวสินค้าในเครือเมจิกสกิน โดยจะออกหมายเรียกมาให้ปากคำในวันที่ 12 พฤษภาคม ที่กองบังคับการปราบปรามในฐานะพยาน ที่เหลืออีก 59 คนก็จะทยอยออกหมายเรียกต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rl3LdTu-fe4  

 1,814
สังคม-อาชญากรรม
01 พ.ค. 61

แพทยสภาออกโรง จ่อสอบ 'หมอบอนด์' ปมรีวิว 'เมจิกสกิน' เตือนหมออย่าใช้วิชาชีพไปขายของหาประโยชน์

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรีวิวโฆษณาสินค้าในเครือ เมจิกสกิน และพบว่ามีแพทย์มีส่วนในการรีวิวจนทำให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยล่าสุดมีการออกหมายเรียก นพ.ปิยะพงษ์ โหวิไลลักษ์ หรือหมอบอนด์ นั้น ล่าสุด นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ กรรมการแพทยสภา กล่าวว่า กรณีนี้เป็นการใช้วิชาชีพไปขายของหาประโยชน์ เนื่องจากมีการใช้คำว่า “นายแพทย์” ไปรับรองผลิตภัณฑ์สุขภาพ ถือว่าผิดพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 และข้อบังคับแพทยสภาข้อที่ 44 ระบุว่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใด ถ้าต้องการแสดงตนเพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพใดๆ ต่อสาธารณชนจะต้องไม่ใช้คำว่า นายแพทย์ แพทย์หญิง หรือคำอื่นใดหรือกระทำการไม่ว่าโดยวิธีใดๆ ให้ประชาชนเห็นหรือทราบข้อความ ภาพ เครื่องหมาย หรือกระทำอย่างใดๆ ให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าเป็นแพทย์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม   สำหรับโทษนั้น ต้องบอกว่ามี 4 ระดับ คือ ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ และเพิกถอน ซึ่งส่วนใหญ่จะบอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่รู้กฎหมาย ก็มักจะเป็นว่ากล่าวตักเตือน แต่หากสอบสวนแล้วพบว่ามีส่วนรู้เห็น และรู้เรื่องก็จะเป็นอีกระดับหนึ่ง แต่สำหรับกรณีหมอบอนด์ ก็ต้องมีการสอบสวนก่อน ซึ่งจะมีการประชุมกรรมการแพทยสภากลางเดือนพฤษภาคมนี้ และจะแต่งตั้งอนุกรรมการสอบสวนจริยธรรมเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ เคสนี้ไม่น่าใช้เวลานาน เพียงแต่ต้องเชิญคุณหมอเข้ามาชี้แจงด้วย   โดยกรณีนี้ต้องสอบสวนให้รู้ให้ได้ว่าจริงๆ เจ้าตัวรู้ซึ้งแค่ไหนว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ผ่านอย.หรือไม่ อย่างไร และมีส่วนเกี่ยวพันอย่างไร หากเจ้าตัวบอกว่าไม่รู้ไม่เห็น และหลักฐานชี้ไปเช่นนั้น ก็ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง แต่หากเขาไม่รู้จริงๆ ก็คงต้องว่ากล่าวตักเตือน อย่างไรก็ตามสิ่งนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์ ซึ่งทางแพทยสภาจะออกประกาศแจ้งเตือนแพทย์ทั่วประเทศผ่านเว็บไซต์ให้ระมัดระวังการรีวิวสินค้า และห้ามใช้วิชาชีพแพทย์รีวิว หรือเกี่ยวข้องกับสินค้าสุขภาพ เพราะจะขัดต่อข้อบังคับของแพทยสภา หรือกล่าวง่ายๆ ว่าหมอต้องไม่เอาวิชาชีพหมอไปขายของ ซึ่งวิชาชีพอื่นก็เช่นกัน ทั้งพยาบาล ทันตแพทย หรือแม้แต่เภสัชกร ก็ต้องพึงระวังทั้งสิ้น เบื้องต้นแพทยสภาจะออกประกาศเตือนหมอว่า ลักษณะอย่างกรณีเมจิกสกิน อย่าทำ   นพ.สัมพันธ์ยังกล่าวว่า คนไทยเชื่อคนง่าย ยิ่งเป็นแพทย์เป็นหมอนี่เชื่อเลย ซึ่งไม่ได้ ตนมองว่าควรมีหน่วยงานกลางมาทำหน้าที่ตอบคำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาจเป็นสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เป็นผู้รับผิดชอบในการตอบคำถามเรื่องนี้หรือไม่ หรือควรประชาสัมพันธ์ให้หนัก ดังนั้น ขอให้ประชาชนพิจารณาดีๆ อย่าเชื่อรีวิว เพราะสินค้ารีวิวทำเพื่อประโยชน์ทางการค้ามากกว่า แต่หากสงสัยก็สอบถามไปยัง อย.               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/EPgS_SkPDWM

 2,914
สังคม-อาชญากรรม
30 เม.ย. 61

ออกหมายเรียก 'หมอบอนด์-น้ำผึ้ง เทคมีเอ้าท์' สอบปากคำ หลังรีวิวเมจิกสกิน

พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เร่งรัดการดำเนินการเอาผิดผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับเครือธุรกิจ เมจิกสกิน หลังพบข้อมูลว่ามีนายแพทย์ รายหนึ่งร่วมในการประชาสัมพันธ์ สร้างความน่าเชื่อถือ โดยอ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ   โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่านายแพทย์ปิยะพงษ์ โหวิไลลักษณ์ หรือหมอบอนด์ แพทย์ด้านความงาม และนางสาวปวีณา นามสงคราม หรือน้ำผึ้ง เทคมีเอ้าท์ สองสามีภรรยา มีการช่วยกันโฆษณาร่วมกับหญิงย้วย ผู้ก่อตั้งเมจิกสกิน ส่งเสริมการขายให้กับผลิตภัณฑ์ในเครือของเมจิกสกิน ซึ่งจะเข้าข่ายความผิด ขณะนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเร่งรัดออกหมายเรียก บุคคลทั้งสองพร้อมหญิงย้วยเข้ามาสอบปากคำในวันที่ 11 พฤษภาคม 2561   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f3KzkimaNhw    

 3,078
ต่างประเทศ
24 เม.ย. 61

สุดหวาดเสียว! หนุ่มอินเดียทะเลาะคู่อริ ถูกกุญแจรถแทงทะลุกะโหลกลึกเกือบ 2 นิ้ว

สำนักข่าว Daily Mail เผยแพร่ภาพน่าหวาดเสียวของชายชาวอินเดียรายหนึ่ง หลังลูกกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ฝังอยู่ในกะโหลกศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส      รายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันที่18 เม.ย. ที่ผ่านมา วัยรุ่นอายุ 19 ปี จากรัฐมหาราษฏระ มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคู่อริในหมู่บ้าน ก่อนจะถูกแทงด้วยกุญแจรถอย่างแรงจนทะลุกะโหลกศีรษะลึกเกือบ 2 นิ้ว โดยแพทย์ได้ผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะบางส่วนของคนไข้และนำกุญแจที่ฝังอยู่ออกมาได้สำเร็จ ซึ่งการผ่าตัดยาวนานกว่า 3 ชั่วโมงครึ่ง     ด้านศัลยแพทย์ระบบประสาทผู้ทำการผ่าตัดระบุว่า ชายหนุ่มอาจถึงตายได้จากภาวะเลือดตกใน โดยหลังจากผ่าตัดคนไข้ได้พักฟื้นร่างกายในโรงพยาบาลจึงถึงวันที่ 21 เม.ย. ก็ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ และแพทย์ได้นัดคนไข้มาติดตามอาการอีกครั้งในสัปดาห์นี้    

 3,107

Top