ค้นหา :

ผลการค้นหา "เห็ด"

ข่าวต่างประเทศ
11 ก.ย. 62

สาวเวียดนามคันหู-ปวดหูหนัก หมอส่องดูเจอ 'เห็ด' ขึ้นเกาะเต็มรู

หญิงชาวเวียดนามรายหนึ่ง เกิดอาการปวดหูรุนแรงและรู้สึกคันตลอดเวลา เลยตัดสินใจไปหาหมอ ก่อนที่แพทย์จะใช้เครื่องมือส่องกล้อง ตรวจพบว่ามีสปอร์สีดำคล้ายเห็ดหลายสิบดอกเกาะเต็มช่องหูไปหมด ซึ่งเห็ดราที่ขึ้นในหูของผู้ป่วยหญิงคนนี้เป็นการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย   ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก ที่อังกฤษ กล่าวว่าการเกิดเห็ดราในช่องหูเป็นอาการติดเชื้อปกติที่เกิดขึ้นได้ การติดเชื้อในหูชั่นนอกเรียกว่า ภาวะหูติดเชื้อรา (aspergillus niger) ซึ่ง 9 ใน 10 ผู้มีอาการอักเสบชองช่องหู จะเกิดจากภาวะดังกล่าว  

 107,001
แชร์ออฟเดอะเดย์
28 ก.พ. 61

แพทย์โพสต์เตือนสูดดมเห็ดสด อยู่ใกล้ขี้นกพิราบ เสี่ยงติดเชื้อราจนเกิดฝีในปอด

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าห้องไอซียู เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ ประจำที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ได้โพสต์เรื่องราวที่เป็นอุทาหรณ์ถึงเรื่องความเสี่ยงจากการได้รับสปอร์จากเห็ด และเชื้อราจากนกพิราบ ที่ทำให้เกิดฝีในปอดสุดอันตราย   โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “อย่าหยิบเห็ดสดทุกชนิดมาสูดดม เสี่ยงสปอร์เห็ดเข้าปอด โดยพบ ผู้ป่วยชายไทยอายุ 23 ปี เมื่อ 5 ปีก่อนได้กินเห็ดสด magic mushroom 6 ดอก( คนไทยเรียกเห็ดขี้ควาย) ก่อนกินได้หยิบเห็ดขึ้นมาสูดดม หลังกินเห็ดมีอาการประสาทหลอน เห็นสัตว์ประหลาดและหน้าตัวเองเลือดออก หลังจากนั้น 1 ปีไอมีเสมหะเป็นๆหายๆต่อเนื่องมา 4 ปี ข้างบ้านเลี้ยงนกพิราบ มีขี้นกตกมาตามพื้นบ้านของตนเอง คอมพิวเตอร์สแกนพบมีฝี 2 จุดในปอดขวาล่าง( ดูรูป CT scan ปอด)ได้ทำการผ่าตัดเอาปอดขวาล่างออก ตรวจเจอทั้งเห็ดและเชื้อราจากขี้นกพิราบในปอด   คนไข้คนนี้มีเห็ดในปอดจากการสูดดมสปอร์ของเห็ด สปอร์เห็ดมีขนาดเล็กมากสามารถเข้าปอดได้ นอกจากนี้ยังหายใจเอาเชื้อราจากขี้นกพิราบ คือติดเชื้อ 2 ชนิดพร้อมๆกันซึ่งเกิดขึ้นน้อยมากๆยังไม่มีใครรายงานมาก่อน การรักษาจำเป็นต้องผ่าตัดเพราะไม่มียารักษาโรคจากเห็ด และได้ให้ยารักษาเชื้อราจากขี้นกพิราบต่อจนครบ 1 ปี ผู้ป่วยปัจจุบันติดตามมา 4 ปี หายเป็นปกติ คำเตือน..หลีกเลี่ยงสูดดมเห็ดสดทุกชนิด เพราะเห็ดอาจทำให้เกิดฝีในปอด และหลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ขี้นกพิราบ”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/X-LNoByQhXE    

 25,186
ข่าวภูมิภาค
26 ก.ค. 60

ชาวบ้านพิษณุโลกเข้าป่าเก็บเห็ดมาต้มแกง เกิดอาหารเป็นพิษป่วย 4 ราย

ชาวบ้านตำบลดอนทอง จังหวัดพิษณุโลก เข้าป่าเก็บเห็ดมาทำแกงหน่อไม้ใบหญ้านาง เกิดอาการอาหารเป็นพิษรุนแรง จำนวน 4 คน มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว วิงเวียนศรีษะ ท้องเสีย ถ่ายเหลว กู้ภัยต้องเข้าช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล   โดยชาวบ้านระบุเห็ดที่เก็บมาทำแกงนั้นมีเห็ดโคนที่เคยเก็บกิน แต่ครั้งนี้มีเห็ดสีดำปะปนอยู่ด้วย ซึ่งไม่ทราบว่าเห็ดดังกล่าวมีพิษหรือไม่แต่เห็นเห็ดขึ้นอยู่ไม่ห่างกันมากจึงเก็บสีดำนำมาปรุงเป็นอาหารรวมกัน และรับประทานจนเกิดอาการอาหารเป็นพิษดังกล่าว   ด้านแพทย์โรงพยาบาลพุทธชินราช รับผู้ป่วยทั้ง 4 คนไว้รักษาและดูแลอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งนำเห็ดดังกล่าวไปตรวจสอบว่าเป็นเห็ดชนิดใด มีพิษหรือไม่ เพื่อแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเก็บเห็ดพิษมารับประทาน เนื่องจากในช่วงนี้ที่จังหวัดพิษณุโลก มีฝนตกชุก มีเห็ดป่าออกจำนวนมากและชาวบ้านนิยมเข้าป่าไปหาเห็ดมารับประทานและนำไปวางจำหน่ายตามท้องตลาด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1BqvtwnBc3E    

 2,013
ข่าวภูมิภาค
26 ก.ค. 60

ชาวบ้านชัยภูมิวอนอุทยานผ่อนปรนเก็บเห็ดปีละครั้ง

ชัยภูมิ-ชาวบ้านวอนขอให้อุทยานผ่อนปรนเก็บเห็ด เพื่อนำมาขายเสริมรายได้ให้ครอบครัวปีละครั้งในช่วงฤดูฝน แฉบางครั้งถูก จนท.จับกุมแบบเลือกปฏิบัติ หากเป็นลูกเมียหรือญาติเจ้าหน้าที่อุทยานก็จะไม่เคยถูกดำเนินการใดๆ   ด้านหัวหน้าอุทยานภูแลนคา กล่าวว่า ยอมรับว่าจำกุมจริงเนื่องจากชาวบ้านทำผิดกฏระเบียบของอุทยาน หากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่ก็จะโดนข้อหาเสียเองในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา16 ภายในเขตอุทยานห้ามมิให้บุคคลใด ยึดถือครอบครองรวมถึงการก่นสร้างแผ่วถางหรือเผาป่า เก็บหานำออกไปทำด้วยประการใดๆให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งไม้ ยางไม้ น้ำมันยาง น้ำมันสน แร่ หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ หากกระทำผิดมีโทษปรับไม่เกิน20000บาท จำคุก 5ปี   จึงอยากให้เห็นใจเจ้าหน้าที่หน่อย ซึ่งยืนยันว่าทางอุทยานไม่ได้เข้าดำเนินการโดยทันที แต่มีขั้นตอนในการปฏิบัติ โดยเริ่มตั้งแต่การทำความเข้าใจ เชิญผู้นำมารับทราบกฎระเบียบเพื่อให้ไปดำเนินการออกข่าวทางหอกระจายข่าว ตลอดจนประกาศตามสถานีวิทยุต่างๆ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการจับกุม ส่วนเงินค่าปรับทางเจ้าหน้าที่ก็ดำเนินตามขั้นตอน และของกลางที่จับได้ก็จะทำการเผาทำลายหรือฝังตามระเบียบต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QaKhmZrfxXE    

 1,963
สังคม-อาชญากรรม
26 พ.ค. 60

เตือนชาวบ้านระวังบริโภคเห็ดป่า ชี้วิธีจุ่มช้อนเงินพิสูจน์เห็ดพิษ อาจไม่ได้ผล

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการบริโภคเห็ดพิษ ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติเป็นประจำ โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่เนื่องจากเห็ดป่านั้นมีทั้งเห็ดที่กินได้และเห็ดพิษ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกัน อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้   ซึ่งเห็ดที่เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตส่วนใหญ่ คือ เห็ดระโงกพิษ บางแห่งเรียกว่าเห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก หรือเห็ดไข่ตายซาก ซึ่งเห็ดชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่มเห็ดที่มีความคล้ายคลึงกับเห็ดระโงกขาวหรือไข่ห่านที่สามารถกินได้ แต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญคือ เห็ดระโงกพิษ จะมีก้านสูง กลางดอกหมวกจะนูนเล็กน้อย มีกลิ่นเอียนและค่อนข้างแรง นอกจากนี้ยังมีเห็ดป่าชนิดที่มีพิษรุนแรงคือ เห็ดเมือกไครเหลือง โดยประชาชนมักสับสนกับเห็ดขิง ซึ่งชนิดที่เป็นพิษจะมีเมือกปกคลุมและมีสีดอกเข้มกว่า แต่ยากแก่การสังเกตด้วยตาเปล่า ส่วนเห็ดอีกชนิด คือ เห็ดหมวกจีน จะเป็นเห็ดที่คล้ายกับเห็ดโคนขนาดเล็ก   ทั้งนี้การจุ่มช้อนเงินลงไปในหม้อต้มเห็ด การนําไปต้มกับข้าวสาร ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการอ้างอิงในการใช้ทดสอบพิษกับเห็ดกลุ่มนี้ได้ จึงเตือน ปชช.ว่าหากไม่แน่ใจ ไม่รู้จัก หรือสงสัยว่าจะเป็นเห็ดพิษ ก็ไม่ควรเก็บหรือซื้อมาปรุงอาหาร รวมถึงหลีกเลี่ยงการกินเห็ดพร้อมกับดื่มสุรา เพราะฤทธิ์จากแอลกอฮอล์จะทำให้พิษเห็ดแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/nndUVZcCMX4

 12,997
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ค. 60

สาธารณสุขเชียงใหม่เตือน เก็บเห็ดหน้าฝนกิน ระวังเห็ดมีพิษ เผยพบผู้ป่วยจากพิษเห็ดแล้ว 2 ราย

วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 ร.อ.ภูรีวรรธน์ โชคเกิด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(นพ.สสจ.)เชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้เข้าสู่ฤดูฝนเริ่มมีเห็ดขึ้นตามธรรมชาติจำนวนมาก มีทั้งเห็ดกินได้และกินไม่ได้ ซึ่งคือ “เห็ดพิษ” แต่กลับมีลักษณะใกล้เคียงกับเห็ดที่กินได้ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด และเก็บมากินจนเป็นอันตรายแก่ชีวิต   จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรค สสจ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 23 พฤษภาคม 2560 พบผู้ป่วยจากการกินเห็ดพิษแล้ว 2 ราย เพศชาย อายุ 45 และ 53 ปี เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเวียงแหง ถูกส่งต่อมารักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ขณะนี้ ยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล   เห็ดที่เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตส่วนใหญ่ คือ เห็ดระโงกพิษ บางแห่งเรียกว่า เห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก หรือเห็ดไข่ตายซาก ซึ่งเห็ดชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่มเห็ดที่มีความคล้ายคลึงกับเห็ดระโงกขาวหรือไข่ห่านที่สามารถกินได้ แต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญคือ เห็ดระโงกพิษ จะมีก้านสูงกลางดอกหมวกจะนูนเล็กน้อย มีกลิ่นเอียนและค่อนข้างแรง นอกจากนี้ยังมีเห็ดป่าชนิดที่มีพิษรุนแรงอีกคือ เห็ดเมือกไครเหลือง โดยประชาชนมักสับสนกับเห็ดขิง ซึ่งชนิดที่เป็นพิษจะมีเมือกปกคลุมและมีสีดอกเข้มกว่า แต่ยากแก่การสังเกตด้วยตาเปล่า ส่วนเห็ดชนิดสุดท้าย คือ เห็ดหมวกจีน จะเป็นเห็ดที่คล้ายกับเห็ดโคนขนาดเล็กของบ้านเรา   ทั้งนี้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้ทดสอบความเป็นพิษของเห็ด เช่น การจุ่มช้อนเงินลงไปในหม้อต้มเห็ด การนำไปต้มกับข้าวสาร เป็นต้น วิธีเหล่านี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการอ้างอิงในการใช้ทดสอบพิษกับเห็ดกลุ่มนี้ได้ โดยเฉพาะเห็ดระโงกพิษที่มีสารที่ทนต่อความร้อน แม้จะปรุงให้สุกแล้ว เช่น ต้ม แกง ก็ไม่สามารถทำลายสารพิษนั้นได้   สำหรับอาการหลังจากกินเห็ดพิษแล้ว จะทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายอุจจาระเหลว ไม่ควรซื้อยากินเองหรือไปรักษากับหมอพื้นบ้าน จะต้องรีบไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติการกินเห็ดโดยละเอียด พร้อมกับนำตัวอย่างเห็ดพิษไปด้วย(หากยังเหลืออยู่) และควรให้ผู้ป่วยนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือ นัดติดตามอาการทุกวันจนกว่าจะหายเป็นปกติ เนื่องจากเห็ดพิษชนิดร้ายแรงจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนในช่วงวันแรก แต่หลังจากนั้นผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรงตามมาคือ การทำงานของตับและไตล้มเหลว ทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วยที่กินเห็ดพิษเบื้องต้นให้ผู้ป่วยอาเจียนเอาเศษอาหารที่ตกค้างออกมาให้มากที่สุด โดยการล้วงคอ หรือกรอกไข่ขาวจากนั้นรีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันที   “ขอเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเก็บเห็ดไข่ห่าน เห็ดโม่งโก้ง เห็ดระโงก หรือเห็ดระงาก ขณะที่ยังเป็นดอกอ่อนหรือดอกตูม ซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนกลมรี คล้ายไข่ มารับประทาน เนื่องจากไม่สามารถทราบได้ว่าเป็นเห็ดมีพิษหรือไม่มีพิษ เพราะลักษณะดอกตูมภายนอกจะเหมือนกัน ที่สำคัญหากไม่แน่ใจ ไม่รู้จักหรือสงสัยว่าจะเป็นเห็ดพิษ ก็ไม่ควรเก็บหรือซื้อมาปรุงอาหาร รวมถึงหลีกเลี่ยงการกินเห็ดพร้อมกับดื่มสุรา เพราะฤทธิ์จากแอลกอฮอล์จะทำให้พิษเห็ดแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย”ร.อ.ภูรีวรรธน์กล่าว   ร.อ.ภูรีวรรธน์ กล่าวว่า หลักสำคัญคือ ต้องรู้จักเห็ดชนิดนั้นเป็นอย่างดีก่อนจะนำมาปรุงอาหาร และหากสงสัยว่าเกิดอาการป่วยจากเห็ด ให้รีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันที หรือโทรสายด่วน 1669     ที่มา - มติชน

 3,967
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ค. 60

เปิดคำพิพากษา ศาลฎีกาสั่งจำคุกสองสามีภรรยาคนละ 5 ปี ข้อหารุกป่า-ทำไม้หวงห้าม ยันไม่ใช่แค่เก็บเห็ด

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกสองสามีภรรยา อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ ลดโทษหนึ่งในสาม จำคุกคนละ 5 ปี ระบุหลักฐานฎีกาฟังไม่ขึ้น ชี้เป็นเครือข่ายมอดไม้บุกรุกตัดไม้ในพื้นที่ป่าสงวน แถมปรุงแต่งหลักฐานใหม่เพื่อให้ตนเองพ้นผิด ขณะที่ทนายความประกาศรื้อฟื้นคดีแต่ยังไม่เปิดเผยข้อมูลเพราะต้องรอเหตุผลในการรื้อฟื้นคดี   จากกรณีคดีนายอุดม และ นางแดง ศิริสอน สองตายายซึ่งเข้าไปเก็บเห็ดในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตำบลโนนสะอาด อำเภอห้วยเม็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ จนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีบุกรุกป่าเมื่อปี 2553 ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุก 30 ปี แต่ตายายทั้งสองคนให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือโทษจำคุก 15 ปี   ล่าสุดศาลฎีกาอ่านคำพิพากษา ตามที่จำเลย ประกอบด้วย นายอุดม ศิริสอน จำเลยที่ 1 และนางแดง ศิริสอน จำเลยที่ 3 ยื่นฎีกาคัดค้าน ต่อความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ , ความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าสงวน ว่าไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง ใน 3 ประเด็นสำคัญ 1.โดยอ้างว่าจำเลยหลงเชื่อบุคคลภายนอกให้รับสารภาพ และจำเลยที่ 1 อ้างว่าตนเองเคยประสบอุบัติเหตุ มีอาการลมออกหูและประสาทไม่ดีพูดจากรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง 2.การดำเนินการสอบสวนของพนักงานสอบสวนไม่ชอบเพราะไม่ได้แจ้งพฤติการณ์และรายละเอียดในการกระทำผิดตามฟ้องให้จำเลยทราบ 3.ประการสุดท้ายฎีกาของให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ   หลังจากศาลวินิจฉัยตามฎีกา กรณีอ้างว่าจำเลยหลงเชื่อบุคคลภายนอกให้รับสารภาพ และจำเลยที่ 1 อ้างว่าตนเองเคยประสบอุบัติเหตุ มีอาการลมออกหูและประสาทไม่ดีพูดจากรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างนั้นฟังไม่ขึ้น เพราะคำให้การเป็นการขัดแย้งกันหลังจากที่ศาลได้ทำการสืบพินิจจำเลย และการดำเนินการสอบสวนของพนักงานสอบสวนไม่ชอบเพราะไม่ได้แจ้งพฤติการณ์และรายละเอียดในการกระทำผิดตามฟ้องให้จำเลยทราบ โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยนั้น กรณีดังกล่าวปรากฏว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาตามฟ้องให้จำเลยทั้งสองทราบโดยครบถ้วย เพียงแต่ไม่ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำมากเท่ากับที่บรรยายในฟ้อง ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธอันแสดงว่าจำเลยทั้งสองเข้าใจ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น   ส่วนประการสุดท้ายฎีกาของให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ตามรายงานสืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งสอง สำนวนการสอบสวนที่ศาลฎีกาเรียกมาจากโจทก์เพื่อประกอบการพิจารณาได้ความว่า ในวันเกิดเหตุคณะเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าร่วมกันออกตรวจปราบปรามผู้กระทำความผิดกฏหมายเกี่ยวกับป่าไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พบกลุ่มบุคคล 3-4 คน กำลังช่วยกันตัดไม้ใช้มีดแผ้วถางขนาดเล็กและตัดโค่นไม้สักล้มลงจำนวนมาก เมื่อพบเจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งหนี ปรากฏหลักฐานการตัดไม้เป็นแปลงปลูกไม้สวนป่า ปี 2527,2531,2532,2536 มีการตัดโค่นไม้สักสักกับไม้กระยาเลย ขนาดโตประมาณ 30 ถึง 90 ซม. อายุประมาณ 15 ถึง 20 ปี ที่กำลังโต เป็นการกระทำความผิดขอกลุ่งบุคคลหลายฝ่ายร่วมกันเป็นขบวนการลักลอบตัดไม้ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง โดยจำเลยทั้งสองร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการดังกล่าว   ตามพฤติกรรมแห่งคดีเชื่อได้ว่าบุคคลที่เป็นกลุ่มนายทุนมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดตามฟ้องโดยตรง และยังมีการติดตามเพื่อขยายผล คงมีแต่จำเลยทั้งสองเท่านั้นยอมเข้ามอบตัวเพื่อให้ดำเนินคดีต่อไปและสมัครใจรับสารภาพตามฟ้อง กรณีมีเหตุผลสมควรให้กำหนดโทษที่ลงแก่จำเลยทั้งสองให้น้อยลงเพื่อให้เหมาะแก่รูปคดี แต่ตามพฤติการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองส่งผลกระทบต่อสภาพความสมดุลของระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยากแก่การฟื้นฟูให้กลับมาคืนดีดังเดินส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรวมถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยทั้งสอง ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้นบางส่วน อนึ่งระหว่างพิจาณาของศาลฎีกา ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 106/2557 เรื่องแก้ไขเพิ่มเตอมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ แต่กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสอง จึงต้องใช้กฏหมายเดิม ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลย พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานร่วมกันทำไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 4 ปี ฐานร่วมกันมีไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครอง จำคุกคนละ 6 ปี เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอบคนละ 5 ปี นอจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4   ขณะนี้ นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ศาลมีเมตตาลดโทษให้เป็นหนึ่งในสาม แต่คดีนี้คงจะรื้อฟื้นใหม่ เพราะตนมั่นใจในพยานหลักฐานเพราะจะต้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ซึ่งก็จะมีการรื้อฟื้นคดีต่อไป ส่วนรายละเอียดที่นำมารื้อฟื้นคดีใหม่เป็นอย่างไรนั้นจะมาอธิบายให้ฟังในวันที่มายืนรื้อฟื้นคดี ยืนยันว่าจะเป็นหลักฐานใหม่โดยเฉพาะพยานบุคคล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hgSQYKFScuQ    

 25,336
ข่าวต่างประเทศ
27 มี.ค. 60

แพทย์จีนผ่าตัดนำเห็ดใหญ่ 7 ซม. ออกจากท้องหญิงวัย50 หลังพบกำลังเติบโตต่อในท้อง

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวน่าตกใจที่เกิดขึ้นในประเทศจีน กรณีแพทย์ผ่าตัดนำเห็ดออกจากท้องของคนไข้หญิงรายหนึ่ง หลังพบว่าสิ่งแปลกปลอมนี้กำลังเจริญเติบโตภายในร่างกายของเธอ       รายงานข่าวระบุว่า คนไข้หญิงวัย 50 ปี เดินทางมาโรงพยาบาลหลังมีอาการปวดท้อง ซึ่งผลการตรวจอย่างละเอียดก็เป็นที่น่าตกใจเพราะพบว่ามีเห็ดกำลังเติบโตอยู่ในท้องและติดอยู่ในลำไส้ของคนไข้ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เห็ดมาปรากฏอยู่ในท้องของคนไข้ เนื่องจากเจ้าตัวมักจะนำเห็ดแห้งไปประกอบอาหารโดยไม่ได้นำไปแช่น้ำก่อน และไม่ได้เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืนอีกด้วย     ขณะที่แพทย์ผู้ทำการรักษาได้เผยแพร่ภาพชวนท้องไส้ปั่นป่วนนี้ออกมา จับภาพเห็ดที่เข้าไปติดอยู่ในลำไส้ของคนไข้ซึ่งมีขนาดถึง 7 เซนติเมตรได้อย่างชัดเจน ก่อนที่เธอจะได้รับการผ่าตัดรักษาและนำเห็ดออกมาได้อย่างปลอดภัย        

 351,863

Top