ค้นหา :

ผลการค้นหา "มิจฉาชีพ"

สังคม
22 ม.ค. 63

ทุกข์ซ้ำ! ลูกชายเสียชีวิตไม่พอ ถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นอาจารย์หลอกโอนเงินค่าทำศพลูก

จากกรณีการหายตัวไปของนศ.รายหนึ่ง ในจ.สุราษฎร์ธานี โดยมีการทิ้งจดหมายลาตายเอาไว้ และทิ้งทรัพย์สินเอาไว้ที่พอหัก จากนั้น ไปเจอมอเตอร์ไซค์ของเขาจอดอยู่ แต่ว่าตัวของเขานั้นได้กระโดดลงไปในแม่น้ำ ล่าสุด ทางครอบครัวพบศพน้องแล้ว แต่ว่ากลับทุกข์ซ้ำ ทางคุณพ่อของเขากลับถูกมิจฉาชีพหลอกให้จ่ายเงินค่าดำเนินการเพื่อขอเงินประกันของลูกชาย จำนวน 4,500 บาท   ที่วัดถ้ำวารีริน หมู่ 2 ต.คีรีวง อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ นายธวัช บุญนวล อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี และคณะนักศึกษาไปร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี ที่เสียชีวิตจากเหตุกระโดดคลองสะพานบางยี่โร อ.หลังสวน จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา   โดยนายถาวร จันทร์คง อายุ 54 ปี พ่อน้องอลิส และเป็นรองนายก อบต.คีรีวง ได้ต้อนรับพร้อมนำเอกสารหลักฐานของบุตรชายมามอบให้ ซึ่งนายธวัชกับคณะถึงกับงง เพราะไม่เคยติดต่อขอเอกสารดังกล่าว ทำให้นายถาวรตกใจว่าถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนไปแล้ว    นายถาวร เล่าว่า เมื่อเที่ยงวันที่ 20 มกราคม ได้มีคนโทรศัพท์อ้างว่าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาลูกชายแจ้งว่า ลูกชายได้ทำประกันชีวิตไว้กับมหาวิทยาลัยปีละ 1,500 บาท เมื่อเสียชีวิตจะได้เงินชดเชย 200,000 บาทโดยให้พ่อเตรียมเอกสารไว้จะเดินทางมารับในวันที่ 21 มกราคม แต่จะต้องจ่ายเงินค่าดำเนินการก่อน 4,500 บาท ตนจึงโอนเงินไปยังบัญชีนายอธิบดี ชุ่มเย็นดี ทันทีโดยไม่คิดว่าจะถูกหลอก    นายถาวรกล่าวว่า ช่วงเที่ยงวันนี้ได้โทรหาเบอร์ผู้ที่อ้างเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาอีกครั้งแต่โทรไม่ติด ซึ่งไม่ได้คิดอะไร เพราะตอนเย็นอาจารย์จะมางานศพแล้ว แต่เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาถามว่าเอกสารอะไรจึงรู้ว่าถูกหลอกแล้ว ซึ่งรู้สึกเสียใจ และไม่คิดว่าคนร้ายจะกล้ามาหากินกับคนที่กำลังเสียใจในการสูญเสียลูกชายคนที่รักไป โดยจะไปแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด    รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/PwGPjTdaB14

 2,708
สังคม
21 ม.ค. 63

สาวโพสต์คลิปแฉ แก๊งอ้างตัวเป็นจนท.รัฐ เก็บเงินค่าจอดรถบนถนนหลวง

จากกรณีกลุ่มบุคคลชายหญิง 5 คน เป็นชาย 4 หญิง 1 อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแต่ไม่ระบุสังกัดว่าจากหน่วยงานใด เรียกเก็บเงินค่าจอดรถกับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาจอดรถเพื่อไปเที่ยวสถานบันเทิงหรือตามร้านอาหารตลอด 2 ฝั่งถนนเฉลิมพระเกียรติระยะทางยาว 1 กม. โดยเก็บเงินค่าจอดรถในราคา 20 - 40 บาท สำหรับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ในราคา 10 บาท กระทั่งมีการโพสต์คลิปเหตุการณ์โต้เถียงของกลุ่มบุคคลดังกล่าวกับเจ้าของบ้านซึ่งมีบ้านอยู่ริมถนน และต่อมาทางเจ้าของบ้านได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย   โดยทางตำรวจสภ.เมืองขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลนครขอนแก่นร่วมกันตรวจสอบพร้อมควบคุมตัวมาทั้งหมด 4 คน คือนายยุทธการ กองพันธ์ อายุ 38 ปี นายวิรัตน์ อุ้มกลาง อายุ 40 ปี และนายพัฒทรชัย อุปชา อายุ 30 ปี ซึ่งทั้ง 4 คนเป็นคนเร่ร่อนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง พร้อมดำเนินคดีในข้อหากระทำการสร้างความเดือดร้อนรำคาญและเปรียบเทียบปรับคนละ 100 บาทไปและปล่อยตัว   ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมเมื่อวาน ปรากฏว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวยังก่อเหตุซ้ำอีกเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้ออกตรวจและพบกลุ่มดังกล่าวเรียกเก็บเงินค่าจอดรถกับนักท่องเที่ยวเหมือนเดิม จึงได้ควบคุมตัวมาที่โรงพักเพื่อดำเนินการในข้อหาเดิมแต่ปรับเงินในอัตราสูงสุดคือ 5,000 บาท ซึ่งมีทั้งหมด 4 คน เป็น ชาย 3 คน และหญิง 1 คน ซึ่งเป็นรายเดิม   แต่จับกุมเพิ่มได้คือผู้หญิง คือนางสาว ดวงใจ ติ้วจันทึก อายุ 28 ปี แต่ทั้งหมดไม่มีเงินจ่ายค่าปรับจึงได้คุมขังทั้ง 4 คนไว้ภายในห้องคุมขังของสภ.เมืองขอนแก่น พร้อมกันนี้ได้เรียกผู้เสียหายคือผู้โพสต์คลิปดังกล่าวให้มาให้ปากคำเพิ่มและแจ้งความร้องทุกข์เอาผิดในข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินการสอบปากคำทั้งผู้โพสต์และผู้ก่อเหตุ หากเข้าข่ายความผิดฐานใดก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มทันที ทั้งในส่วนการกรรโชคทรัพย์และอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐด้วย   พร้อมกันนี้ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งพบว่ากระต็อบของกลุ่มบุคคลดังกล่าวยังไม่ได้รื้อถอนออก พร้อมทั้งมีป้ายห้ามรับหรือเก็บเงินค่าจอดรถของทางเทศบาลนครขอนแก่นมาทำการติดตั้งไว้ตลอดสาย และจากการสอบถามชาวบ้านใกล้เคียงทราบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวเก็บเงินค่าจอดรถแบบนี้มานานกว่า 2 ปีแล้ว แต่ใครอาศัยอยู่ในละแวกนี้จะไม่ถูกเก็บ ซึ่งเก็บตั้งแต่ 20 - 40 บาท สำหรับรถยนต์ สำหรับรถจักรยานยนต์ เก็บ 10 บาท ซึ่งเพื่อนของตนเองที่มาเล่นด้วยก็เคยถูกเก็บ หรือนักศึกษามานั่งกินข้าวก็เคยถูกเก็บเช่นกัน คาดว่าทั้งหมดจะมีบ้านอยู่ในละแวกใกล้เคียงเพราะบางคนขับรถจักรยานยนต์ไปส่งลูกซึ่งเรียนอยู่ใกล้ ๆ นี้ บางคนก็มานั่งรับประทานอาหารที่ร้านของตนเอง บางวันก็มาเก็บกรวยที่ค้างอยู่ในตอนกลางวัน   ส่วนตัวคิดว่าไม่ถูกต้องเพราะเป็นถนนสาธารณะ เคยถามกับผู้ที่เก็บเมื่อปีที่แล้วว่าเก็บเงินให้ใคร โดยทางผู้เก็บบอกว่าเก็บเงินให้นาย นายสั่งให้เก็บ แต่ตนเองก็ไม่ได้สนใจว่านายไหน และไม่เชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวกลุ่มบุคคลที่ก่อเหตุไปก็รู้สึกว่าจะดีขึ้นกว่าเดิม คนที่ทำไม่อยู่แล้ว รถอื่น ๆ ก็คงสบายใจกันขึ้นที่ไม่ต้องจ่ายเงินค่าจอดรถแบบนี้ ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มเหล่านี้จะเก็บเงินค่าจอดรถตลอดทั้งเส้นโดยสับเปลี่ยนกันเก็บเงินคนละฝั่ง  

 704
ข่าวโซเชียล
16 ม.ค. 63

กองปราบยัน ข่าวเตือนภัยมิจฉาชีพในเฟซบุ๊กไม่ได้มาจาก บช.ก. ย้ำขอให้ปชช. ตรวจสอบข่าวสารก่อนแชร์

มีการแชร์เตือนภัยมิจฉาชีพในเฟซบุ๊ก อ้างว่ามาจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ระวังกลุ่มคนร้าย ใช้วิธีเข้ามาเปิดก๊อกน้ำในบ้าน ลวงเจ้าของบ้านออกมาข้างนอกแล้วโปะยาสลบ ก่อนจะเข้าไปลักทรัพย์ในบ้าน โดยพ.ต.อ.พุฒิเดช บุญกระพือ รองผู้บังคับตำรวจกองปราบ ยืนยันแล้วว่าข่าวดังกล่าวนั้นไม่ได้มาจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นอกจากนี้ยังถือเป็นการเตือนภัยที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และเตือนให้ประชาชนระมัด ระวังตัวไว้ก็ดี พร้อมฝากย้ำให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับรู้ข่าวสารและตรวจสอบข่าวสารก่อนเผยแพร่   รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5MUhC6pDl5U

 976
ข่าวภูมิภาค
16 ม.ค. 63

มารศาสนา! ใช้อุบายหลอกพระให้แกะกล่องสบู่ ลุ้นเครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อนให้จ่ายเงินราคาแพง

นนทบุรี-พระโพสต์เตือนภัย มิจฉาชีพขับรถยนต์เข้ามาภายในวัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง เอาสบู่สมุนไพรมาแจกให้กับพระภิกษุ ก่อนจะออกอุบายว่าให้แกะกล่องสบู่เพื่อลุ้นรางวัล ถ้าใครแกะออกมาแล้วพบกระดาษรางวัลที่เขียนว่าได้เครื่องใช้ไฟฟ้า ก็ได้ต้องเสียเงินจ่ายค่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ เป็นจำนวนเงินที่มีราคาสูงกว่าท้องตลาดหลายเท่า   พระสุริยา ญาณวโร พระภิกษุที่โพสต์ข้อความเตือนภัยทางเฟสบุ๊ค กล่าวว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพให้ทดลองใช้สบู่ โดยภายในกล่องมีลุ้นรับรางวัล แต่อาตมาเคยได้ยินข่าวมาว่าที่วัดอื่นเคยมีคนโดนเหตุเเบบนี้มาแล้ว จึงได้ปฎิเสธ หลังจากนั้นอาตมาได้เดินมาที่กุฏิ พบว่ามิจฉาชีพกำลังให้หลวงตาแกะสบู่ และได้แกะมาหลายก้อนแล้ว จึงรู้ว่ากลุ่มนี้เป็นมิจฉาชีพ อาตมาจึงไล่ถ่ายรูปทีละคน ทว่ากลุ่มมิจฉาชีพไหวตัวทันจึงรีบขับรถยนต์หลบหนีออกไป   ทั้งนี้เมื่อประมาณ 2 เดือนที่เเล้ว มีมิจฉาชีพจำนวน 5 คนเข้ามาที่วัดเข้ามาขายสบู่ ให้แกะกล่องสบู่พบว่ามีรางวัลจริง อาตมาปฎิเสธจะไม่เอารางวัลที่ได้แต่โดนยัดเยียด คนร้ายบอกว่าแกะแล้วต้องเอา   ปรากฏว่าเปิดออกมาได้รางวัลเป็นเตาแก๊สแบบพกพา จำนวน 2 เครื่อง ราคาเครื่องละ 2,000 บาท ต้องจ่ายเงินไป 4,000 บาท ซึ่งมีราคาสูงกว่าตามท้องตลาด จากที่ดูภาพจากกล้องวงจรปิด กลุ่มคนร้ายที่มาหลอกพระในวัดวันนี้ พบว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน กับที่หลอกไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว     ส่วนผู้เสียหายอีกราย คือพระบุญยืน ธัมมวโร เล่าว่า คนร้ายได้เดินมาเคาะประตูห้อง บอกกับอาตมาว่า ให้เปิดกล่องสบู่ชิงโชค ซึ่งรางวัลมีไมโครเวฟ กับ ทีวี ให้เตรียมเงินไว้จำนวน 6,000 บาท อาตมาได้เปิดกล่องไป 3 กล่อง แต่ยังไม่ได้จ่ายเงินไป ซึ่งคนร้ายมีรางวัลเป็นนาฬิกาแค่เรือนเดียว โชคดีที่พระสุริยามาพบคนร้ายก่อน แล้วเดินมาถ่ายรูปใบหน้าคนร้าย ทำให้คนร้ายไหวตัวทันรีบหลบหนีไปมิเช่นนั้นอาจจะสูญเงินก็เป็นได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kJatzOA1aII

 997
สังคม
16 ม.ค. 63

มารศาสนา! ใช้อุบายหลอกพระให้แกะกล่องสบู่ ลุ้นเครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อนให้จ่ายเงินราคาแพง

นนทบุรี-พระโพสต์เตือนภัย มิจฉาชีพขับรถยนต์เข้ามาภายในวัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง เอาสบู่สมุนไพรมาแจกให้กับพระภิกษุ ก่อนจะออกอุบายว่าให้แกะกล่องสบู่เพื่อลุ้นรางวัล ถ้าใครแกะออกมาแล้วพบกระดาษรางวัลที่เขียนว่าได้เครื่องใช้ไฟฟ้า ก็ได้ต้องเสียเงินจ่ายค่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ เป็นจำนวนเงินที่มีราคาสูงกว่าท้องตลาดหลายเท่า   พระสุริยา ญาณวโร พระภิกษุที่โพสต์ข้อความเตือนภัยทางเฟสบุ๊ค กล่าวว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพให้ทดลองใช้สบู่ โดยภายในกล่องมีลุ้นรับรางวัล แต่อาตมาเคยได้ยินข่าวมาว่าที่วัดอื่นเคยมีคนโดนเหตุเเบบนี้มาแล้ว จึงได้ปฎิเสธ หลังจากนั้นอาตมาได้เดินมาที่กุฏิ พบว่ามิจฉาชีพกำลังให้หลวงตาแกะสบู่ และได้แกะมาหลายก้อนแล้ว จึงรู้ว่ากลุ่มนี้เป็นมิจฉาชีพ อาตมาจึงไล่ถ่ายรูปทีละคน ทว่ากลุ่มมิจฉาชีพไหวตัวทันจึงรีบขับรถยนต์หลบหนีออกไป   ทั้งนี้เมื่อประมาณ 2 เดือนที่เเล้ว มีมิจฉาชีพจำนวน 5 คนเข้ามาที่วัดเข้ามาขายสบู่ ให้แกะกล่องสบู่พบว่ามีรางวัลจริง อาตมาปฎิเสธจะไม่เอารางวัลที่ได้แต่โดนยัดเยียด คนร้ายบอกว่าแกะแล้วต้องเอา   ปรากฏว่าเปิดออกมาได้รางวัลเป็นเตาแก๊สแบบพกพา จำนวน 2 เครื่อง ราคาเครื่องละ 2,000 บาท ต้องจ่ายเงินไป 4,000 บาท ซึ่งมีราคาสูงกว่าตามท้องตลาด จากที่ดูภาพจากกล้องวงจรปิด กลุ่มคนร้ายที่มาหลอกพระในวัดวันนี้ พบว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน กับที่หลอกไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว     ส่วนผู้เสียหายอีกราย คือพระบุญยืน ธัมมวโร เล่าว่า คนร้ายได้เดินมาเคาะประตูห้อง บอกกับอาตมาว่า ให้เปิดกล่องสบู่ชิงโชค ซึ่งรางวัลมีไมโครเวฟ กับ ทีวี ให้เตรียมเงินไว้จำนวน 6,000 บาท อาตมาได้เปิดกล่องไป 3 กล่อง แต่ยังไม่ได้จ่ายเงินไป ซึ่งคนร้ายมีรางวัลเป็นนาฬิกาแค่เรือนเดียว โชคดีที่พระสุริยามาพบคนร้ายก่อน แล้วเดินมาถ่ายรูปใบหน้าคนร้าย ทำให้คนร้ายไหวตัวทันรีบหลบหนีไปมิเช่นนั้นอาจจะสูญเงินก็เป็นได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kJatzOA1aII

 997
ข่าวโซเชียล
06 ม.ค. 63

เตือน ! อีเมล์จากมิจฉาชีพ อ้างเป็นธนาคาร แพร่ไวรัส ล้วงข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน

ที่ปรึกษาอิสระด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ได้ออกมาเตือนว่า หากเราได้รับอีเมล์จากธนาคารว่าเราได้ทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือทำธุรกรรมการเงินบางอย่าง พร้อมแนบลิงค์ให้เราคลิกเข้าไป นั่นคืออีเมล์จากมิจฉาชีพ โดยมิจฉาชีพจะสุ่มส่งอีเมล์หาเยื้อหลาย ๆ ราย บอกว่าเป็นเป็นอีเมล์จากธนาคาร อ้างว่าคุณได้ทำธุรกรรมบางอย่าง หากไม่เป็นความจริงให้คลิกลิงค์และกรอกข้อมูลเพื่อแจ้งให้ทางธนาคารทราบและระงับการทำธุรกรรม หากใครเผลอคลิกกรอกข้อมูลที่ลิงค์ดังกล่าว เพราะอาจจะถูกมิจฉาชีพแพร่ไวรัสเข้าระบบโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ที่ทำรายการ ขโมยข้อมูลส่วนตัวได้ บางรายกว่าจะรู้ตัว เงินในบัญชีก็ถูกโอนออกไปหมดเกลี่ยง แต่ถ้าหากใครที่เผลอกดลิงค์เข้าไปแล้ว ให้รีบแจ้งธนาคารที่เราเปิดบัญชีไว้ เพื่อทำการระงับธุรกรรมใด ๆ ที่ไม่ได้มีการยืนยันตัวตน   รับชมทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2FN4MvzOgSI

 1,463
สังคม-อาชญากรรม
04 ม.ค. 63

'เพชร กรุณพล' เดือด! โพสต์เตือนภัยมิจฉาชีพขโมยกระเป๋าเงินน้องสาว เอาบัตรเครดิตไปรูดซื้อของ

วันที่ 4 ม.ค. 63 เพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ โพสต์ภาพกล้องวงจรปิดผ่านไอจีส่วนตัว หลังน้องสาวถูกมิจฉาชีพขโมยกระเป๋นเงิน เอาบัตรเครดิตรูดซื้อของ โดยระบุว่า    " “ภัยสังคม” ใครรู้จักผู้ชายในคลิปรบกวนติดต่อกลับด้วยนะครับ เค้าเป็นโจรขโมยกระเป๋าเงินน้องสาวเพชรแล้วเอาบัตรเครดิตไปรูดซื้อของ นี่คือหลักฐานจากร้านที่ไปรูดบัตร กระเป๋าเงินที่ถือคือของน้องสาวเพชร หรือใครจะใจดีช่วยแชร์ให้จะเป็นพระคุณอย่างสูง แจ้งความไว้แล้วที่ สน.บางเขนนะครับ"     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/luhhXKCpcUU  

 632
สังคม
04 ม.ค. 63

'เพชร กรุณพล' เดือด! โพสต์เตือนภัยมิจฉาชีพขโมยกระเป๋าเงินน้องสาว เอาบัตรเครดิตไปรูดซื้อของ

วันที่ 4 ม.ค. 63 เพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ โพสต์ภาพกล้องวงจรปิดผ่านไอจีส่วนตัว หลังน้องสาวถูกมิจฉาชีพขโมยกระเป๋นเงิน เอาบัตรเครดิตรูดซื้อของ โดยระบุว่า    " “ภัยสังคม” ใครรู้จักผู้ชายในคลิปรบกวนติดต่อกลับด้วยนะครับ เค้าเป็นโจรขโมยกระเป๋าเงินน้องสาวเพชรแล้วเอาบัตรเครดิตไปรูดซื้อของ นี่คือหลักฐานจากร้านที่ไปรูดบัตร กระเป๋าเงินที่ถือคือของน้องสาวเพชร หรือใครจะใจดีช่วยแชร์ให้จะเป็นพระคุณอย่างสูง แจ้งความไว้แล้วที่ สน.บางเขนนะครับ"     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/luhhXKCpcUU  

 632
บันเทิง
03 ม.ค. 63

ระทึกรับปีใหม่! 'มาสุ' เผยวินาทีวิ่งหนีสุดชีวิต หลังเจอมิจฉาชีพเข้าชาร์จหวังฉกกล้อง ขณะเที่ยวเนเธอร์แลนด์

พระเอกหนุ่ม มาสุ จรรยางค์ดีกุล เผยเหตุการณ์ระทึกระหว่างเดินทางไปเที่ยวกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว 'masu_ms' หลังมีกลุ่มมิจฉาชีพพยายามจะเข้ามาขโมยกล้องที่คล้องคออยู่ โชคดีเจ้าตัวมีสติ อาศัยจังหวะสลัดตัวหลุดออกมาได้    โดยระบุว่า "สวัสดีปีใหม่ครับอดได้รูปเค้าดาว เอารูปแรกของปีมาฝากแทนเมื่อคืนลงเครื่อง นั่งรถเข้าเมือง ทันทีที่ลงจากรถโดนกลุ่มมิจฉาชีพ 4 คน เข้าชาร์จ รวบจากด้านหลัง พยายามแย่งกล้องที่คล้องคอมา พอสลัดหลุดได้ พวกนั้นรีบขึ้นมอเตอไซค์ขับตาม เลยสวมวิญญาณนักวิ่ง 4x100 เข้าโรงแรมที่ใกล้ที่สุด... ฝากเตือนนักท่องเที่ยวไทยที่มาเที่ยว ระวังตัวกันด้วยนะครับ... ทางที่ดีคือทางลาด...(ไม่เล่นดีกว่า) ทางที่ดีพกของให้มิดชิดหรือใช้เสื้อโค๊ดคลุมทับนะครับ... ของมีค่าเก็บไว้ที่โรงแรม... ตอนแรกเซ็งสุดๆเป็นการเปิดทริปที่ไม่ดีเลย แต่มองอีกแบบหลังจากนี้จะได้มีสติ และเพิ่มความระมัดระวังอีกหลายเท่าตัว... ไม่มีใครได้รับอันตรายใดๆ ของอยู่ครบ ฝากไว้ที่ผม1แผลเล็กๆ..."   ขณะที่ น้ำหวาน ภูริตา สุปินชุม ที่ไปร่วมทริปครั้งนี้ด้วย ได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว 'whan.p' ด้วยเช่นกัน    โดยระบุว่า "ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ.. เล่าซะหน่อยดีกว่า ให้เป็นประสบการณ์และเตือนทุกคนแล้วกันเนอะ ภาพแรกคือ เหตการณ์ที่เรากำลังจะเข้าเมืองไป เคาดาวน์กัน นี้คือรูปที่ถ่ายหลังจากนั้นไม่กี่วิ เราก็โดนกระชากกระเป๋าที่เราสะพายอยู่ ด้วยการดึงสายจากข้างหลังเราให้เราเซไปหาแล้วก็ล๊อคเราทันทีเพื่อจะดึงสายกระเป๋าออกจากตัวเรา แต่จริงๆแล้วมันคือกระเป๋ากล้อง contaxt2 ไม่ใช่กระเป๋าตัง!!!!    และด้วยความที่เราสะพายข้าง และเสื้อหนาวเราใหญ่มากๆ ทำให้ถอดสายออกยาก และตัวเราเองก็กำกล้องแน่นที่สุดในชีวิต ก็ชุลมุนกันอยู่ประมาณนึงเลย ต้องขอบคุณพี่เกี๊ยกจริงๆที่พอได้ยินเสียงกรี๊ดของเรารีบวิ่งเข้ามาช่วยดึงตัวโจรออกไปจากเรา ขอบคุณความสติดีของทุกคน ที่บอกให้ออกตัววิ่ง ตะโกนขอความช่วยเหลือไปด้วย และเลี้ยวเข้าโรงแรมแถวนั้นทันทีที่เจอ เพราะตอนนั้นเราไม่มีสติที่สุด ร่างกายแค่ทำตามสัญชาติญาณ สุดท้ายแล้วโชคดีที่สุดคือไม่มีอะไรเสียหาย ของก็ยังอยู่ครบ และทุกคนปลอดภัย    เหตุการณ์นี้สอนพวกเราทุกคนได้ดีเลยจริงๆ เรื่องความปลอดภัย การระมัดระวังข้าวของที่มีค่าของเรา ของแบรนเนม กล้องราคาแพง ต่างก็ล่อตาล่อใจ เวลาไปเที่ยวเราจะมีความสุขจนลืมระวังตัว เวลาเจอเหตการแบบนี้ ควรออกตัววิ่งให้เร็วที่สุด พร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือ ไปที่ที่มีคนเยอะๆไม่ก็ร้านอาหาร หรือโรงแรมใดใดไปเลย ปลอดภัยที่สุด เหตการณ์นี้จะทำให้เราไม่ประมาทอีก นี้คงเป็นความทรงจำเริ่มต้นปี 2020 ที่สุดๆ จริงๆ    ปล. รูป 2 คือ กระเป๋ากล้องที่โดนกระชากจนขาด กระเป๋าที่เราหามานานมากเพื่อเอามาเที่ยวทริปนี้ แอบเสียดายนิดหน่อย แต่กล้องยังอยู่และทุกคนปลอดภัย ถือว่าดีที่สุด"            

 264
ต่างประเทศ
03 ม.ค. 63

ทำกันขนาดนี้! แก๊งคนจีนแสบ ขี่จยย.ชนแท็กซี่ เล่นใหญ่ล้มกลิ้งร้องโอดโอย หวังเงินประกัน

ภาพวงจรปิดจากนครเซี่ยงไฮ้ของจีน จับภาพการเล่นละครครั้งใหญ่กลางถนน เมื่อชายคนหนึ่งขี่จักรยานยนต์มาพุ่งชนรถแท็กซี่ที่ขับมาดีๆ ก่อนทำทีล้ม กลิ้งไปกลิ้งมา นอกจากนี้ยังมีเพื่อนในแก๊งวิ่งมาสมทบ จัดฉากต่อยตีกันชุลมุน เพื่อหวังเอาเงินประกันจากรถคู่กรณี  

 1,003
บันเทิง
02 ม.ค. 63

'มาสุ' ฟาดเคราะห์ตั้งแต่ต้นปี เจอมิจฉาชีพเข้าชาร์จขโมยกล้อง ขณะเที่ยวเนเธอร์แลนด์

มาสุ จรรยางค์ดีกุล พระเอกช่อง 3 โพสต์เล่าถูกมิจฉาชีพ 4 คน เข้าชาร์จแย่งกล้องที่คล้องอยู่ที่คอ ขณะไปเที่ยวที่เนเธอร์แลนด์ พร้อมเผยภาพร่องรอยได้รับบาดเจ็บ   โดย มาสุ บอกว่า "สวัสดีปีใหม่ครับ อดได้รูปเคาท์ดาวน์ เอารูปแรกของปีมาฝากแทน เมื่อคืนลงเครื่อง นั่งรถเข้าเมือง ทันทีที่ลงจากรถโดนกลุ่มมิจฉาชีพ 4 คน เข้าชาร์ทรวบจากด้านหลัง พยายามแย่งกล้องที่คล้องคอมา พอสลัดหลุดได้ พวกนั้นก็รีบขึ้นมอเตอร์ไซค์ขับตาม เลยสวมวิญญานนักวิ่ง 4*100 เข้าโรงแรมที่ใกล้ที่สุด   ฝากเตือนนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยว ระวังตัวกันด้วยนะครับ ทางที่ดีพกของให้มิดชิด หรือใช้เสื้อโค้ดคลุมทับนะครับ ของมีค่าเก็บไว้ที่โรงแรม ตอนแรกเซ็งสุดๆ เป็นการเปิดทริปที่ไม่ดีเลย แต่มองอีกแบบหลังจากนี้จะได้มีสติและเพิ่มระมัดระวังตัวอีกหลายเท่าตัว ไม่มีใครได้รับอันตรายใดๆ ของอยู่ครบฝากไว้ที่ผม 1 แผลเล็กๆ"   ขณะที่ น้ำหวาน ภูริตา ที่ไปในทริปเดียวกัน ก็โดนมิจฉาชีพเข้าชาร์จในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ ทั้งหมดตั้งใจจะไปเที่ยวทริปล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ แต่แวะเปลี่ยนเครื่อง เที่ยวที่เนเธอร์แลนด์ก่อน 1 วัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/grjjX3eApf8

 1,185
ข่าวภูมิภาค
01 ม.ค. 63

โจรแสบหลอกขายแว่นแถมทองปลอมให้แม่เฒ่า ก่อนตีเนียนฉกทองจริงจากคอ หนีลอยนวล

บุรีรัมย์ - มิจฉาชีพอาละวาดหนักปีใหม่ ล่าสุดอาศัยคนชราสวมเครื่องประดับไปทำบุญ อ้างจะขายแว่นตาแถมทอง ยายไม่เอา แต่ไม่ยอมเอาทองปลอมสวมให้ ยายเผลอถอดคืนได้ไปทั้งของจริงของปลอม    จากกรณีเฟซบุ๊กชื่อ Pe’e Smile โพสต์มิจฉาชีพมาอาละวาดช่วงปีใหม่ มีภาพผู้ต้องสงสัยหลอกยายวัย 80 พร้อมเขียนข้อความว่า เหตุเกิดที่บ้านหนองเมืองต่ำ ต.หนองกะทิงอ.ลำปลายมาศ. จ.บุรีรัมย์ #ช่วยกันแชร์ ไม่เคยเจอกับตัวเจอก็วันนี้แหละ ระวังมิจฉาชีพกันด้วยนะคะ พร้อมกับภาพชายลักษณะคล้ายแขก   นางเทพ มาลาศรี อายุ 80 ปี เล่าว่าเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในหมู่บ้านมีงานบวช ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีเจ้าภาพมาเชิญไปร่วมงาน จึงเอาทองรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาท ที่ลูกสาวซื้อให้ เอามาสวมใส่ไปร่วมงาน จากนั้นได้โทรศัพท์นัดหลานมารับไปงานบวช ระหว่างที่รอหลานอยู่นั้น ได้มีชาย 2 คน โพกหัวลักษณะคล้ายแขก ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนกันมา พร้อมเสนอขายแว่นสายตาในราคา 200 บาท ตนเองบอกไม่มีเงิน ชายคนดังกล่าวได้รบเร้าให้ไปคุยกันภายในบ้าน   หลังจากนั้นพ่อค้าขายแว่นบอกว่าถ้าซื้อแว่นจำนวน 1 อัน จะแถมสร้อยคอทองคำปลอมให้ 1เส้น ตอนไม่ตอบรับ เพราะมีแว่นแล้วและไม่จำเป็น ทันใดนั้น ชายคนนั้นได้เอาสร้อยคอปลอมมาสวมใส่คอตนเองทันที จากนั้นชายทั้งสองได้ชวนคุยเรื่องต่างๆ พร้อมเสนอขายแว่นสายตาอีก ตนเองก็ตอบว่าไม่มีเงิน ทำให้พ่อค้าขายแว่นขอสร้อยที่ใส่ให้คืน ตนเองจึงถอดคืนให้ แต่ไม่รู้ตัวว่าได้ถอดออกไปทั้งสองเส้นพร้อมกัน   หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวได้รีบเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว จนมารู้สึกตัวว่าได้ถอดสร้อยคอ ของตนติดไปด้วย จึงออกวิ่งตาม จนพบชายคนดังกล่าวยืนรอรถจักรยานยนต์เพื่อนมารับ เมื่อขอค้นตัวขอสร้อยคอคืนแต่ก็ไม่เจอ   นางเทพ เล่าว่ารู้สึกกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ยังกินข้าวปลาไม่ได้ ยังเสียดายทองที่ลูกสาวซื้อให้ ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง จึงเข้าไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.ลำปลายมาศ เพื่อให้ติดตามบุคคลดังกล่าวมาลงโทษ ส่วนภาพของผู้ต้องสงสัย มีชาวบ้านถ่ายมาให้ดูตนจึงจำได้ เพราะไปหลอกลวงอีกหลายคนในหมู่บ้าน   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/FMSXf2wqZuE

 7,327
สังคม
01 ม.ค. 63

โจรแสบหลอกขายแว่นแถมทองปลอมให้แม่เฒ่า ก่อนตีเนียนฉกทองจริงจากคอ หนีลอยนวล

บุรีรัมย์ - มิจฉาชีพอาละวาดหนักปีใหม่ ล่าสุดอาศัยคนชราสวมเครื่องประดับไปทำบุญ อ้างจะขายแว่นตาแถมทอง ยายไม่เอา แต่ไม่ยอมเอาทองปลอมสวมให้ ยายเผลอถอดคืนได้ไปทั้งของจริงของปลอม    จากกรณีเฟซบุ๊กชื่อ Pe’e Smile โพสต์มิจฉาชีพมาอาละวาดช่วงปีใหม่ มีภาพผู้ต้องสงสัยหลอกยายวัย 80 พร้อมเขียนข้อความว่า เหตุเกิดที่บ้านหนองเมืองต่ำ ต.หนองกะทิงอ.ลำปลายมาศ. จ.บุรีรัมย์ #ช่วยกันแชร์ ไม่เคยเจอกับตัวเจอก็วันนี้แหละ ระวังมิจฉาชีพกันด้วยนะคะ พร้อมกับภาพชายลักษณะคล้ายแขก   นางเทพ มาลาศรี อายุ 80 ปี เล่าว่าเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในหมู่บ้านมีงานบวช ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีเจ้าภาพมาเชิญไปร่วมงาน จึงเอาทองรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาท ที่ลูกสาวซื้อให้ เอามาสวมใส่ไปร่วมงาน จากนั้นได้โทรศัพท์นัดหลานมารับไปงานบวช ระหว่างที่รอหลานอยู่นั้น ได้มีชาย 2 คน โพกหัวลักษณะคล้ายแขก ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนกันมา พร้อมเสนอขายแว่นสายตาในราคา 200 บาท ตนเองบอกไม่มีเงิน ชายคนดังกล่าวได้รบเร้าให้ไปคุยกันภายในบ้าน   หลังจากนั้นพ่อค้าขายแว่นบอกว่าถ้าซื้อแว่นจำนวน 1 อัน จะแถมสร้อยคอทองคำปลอมให้ 1เส้น ตอนไม่ตอบรับ เพราะมีแว่นแล้วและไม่จำเป็น ทันใดนั้น ชายคนนั้นได้เอาสร้อยคอปลอมมาสวมใส่คอตนเองทันที จากนั้นชายทั้งสองได้ชวนคุยเรื่องต่างๆ พร้อมเสนอขายแว่นสายตาอีก ตนเองก็ตอบว่าไม่มีเงิน ทำให้พ่อค้าขายแว่นขอสร้อยที่ใส่ให้คืน ตนเองจึงถอดคืนให้ แต่ไม่รู้ตัวว่าได้ถอดออกไปทั้งสองเส้นพร้อมกัน   หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวได้รีบเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว จนมารู้สึกตัวว่าได้ถอดสร้อยคอ ของตนติดไปด้วย จึงออกวิ่งตาม จนพบชายคนดังกล่าวยืนรอรถจักรยานยนต์เพื่อนมารับ เมื่อขอค้นตัวขอสร้อยคอคืนแต่ก็ไม่เจอ   นางเทพ เล่าว่ารู้สึกกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ยังกินข้าวปลาไม่ได้ ยังเสียดายทองที่ลูกสาวซื้อให้ ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง จึงเข้าไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.ลำปลายมาศ เพื่อให้ติดตามบุคคลดังกล่าวมาลงโทษ ส่วนภาพของผู้ต้องสงสัย มีชาวบ้านถ่ายมาให้ดูตนจึงจำได้ เพราะไปหลอกลวงอีกหลายคนในหมู่บ้าน   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/FMSXf2wqZuE

 7,327
สังคม
01 ม.ค. 63

อาละวาดหนัก! มิจฉาชีพหลอกขายแว่น ฉกสร้อยทองยายวัย 80 ไปจากคอ

บุรีรัมย์ – เฟซบุ๊กชื่อ ‘Pe’e Smile’ โพสต์มิจฉาชีพมาอาละวาดช่วงปีใหม่ มีภาพผู้ต้องสงสัยหลอกยายวัย 80 พร้อมเขียนข้อความในเฟซว่า “เหตุเกิดที่บ้านหนองเมืองต่ำ ต.หนองกะทิงอ.ลำปลายมาศ. จ.บุรีรัมย์ #ช่วยกันแชร์ ไม่เคยเจอกับตัวเจอก็วันนี้แหละ ระวังมิจฉาชีพกันด้วยนะคะ” พร้อมกับภาพชายลักษณะคล้ายแขก   ผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบที่หมู่บ้านดังกล่าว พบนางเทพ มาลาศรี อายุ 80 ปี โดยนางเทพ เล่าว่าเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในหมู่บ้านมีงานบวช ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีเจ้าภาพมาเชิญไปร่วมงาน ตนซึ่งเป็นคนชรา อยากจะไปร่วมกิจกรรม และอยากย้อนอดีต จึงเอาทองรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาท ที่ลูกสาวซื้อให้ และไม่เคยใส่ เอามาสวมใส่ไปร่วมงาน   จากนั้นได้โทรศัพท์นัดหลานมารับไปงานบวช ระหว่างที่รอหลานอยู่นั้น ได้มีชาย 2 คนโพกหัวลักษณะคล้ายแขก ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนกันมา โดยคนซ้อนได้ลงจากรถ พร้อมเสนอขายแว่นสายตาในราคา 200 บาท ตนเองบอกไม่มีเงิน ชายคนดังกล่าวได้รบเร้าให้ไปคุยกันภายในบ้าน หลังจากนั้นพ่อค้าขายแว่นบอกว่าถ้าซื้อแว่นจำนวน 1 อัน จะแถมสร้อยคอทองคำปลอมให้ 1 เส้น ตนไม่ตอบรับ เพราะมีแว่นแล้วและไม่จำเป็น ทันใดนั้น ชายคนนั้นได้เอาสร้อยคอปลอมมาสวมใส่คอตนเองทันที จากนั้นชายทั้งสองได้ชวนคุยเรื่องต่างๆ พร้อมเสนอขายแว่นสายตาอีก ตนเองก็ตอบว่าไม่มีเงิน ทำให้พ่อค้าขายแว่นขอสร้อยที่ใส่ให้คืน ตนเองจึงถอดคืนให้ แต่ไม่รู้ตัวว่าได้ถอดออกไปทั้งสองเส้นพร้อมกัน   หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวได้รีบเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว จนมารู้สึกตัวว่าได้ถอดสร้อยคอทองคำน้ำหนัก1บาท ของตนติดไปด้วย จึงออกวิ่งตาม จนพบชายคนดังกล่าวยืนรอรถจักรยานยนต์เพื่อนมารับ เมื่อขอค้นตัวขอสร้อยคอคืนแต่ก็ไม่เจอ   นางเทพ เล่าว่ารู้สึกกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ยังกินข้าวปลา ไม่ได้ ยังเสียหายทองที่ลูกสาวซื้อให้ ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง จึงเข้าไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.ลำปลายมาศ เพื่อให้ติดตามบุคคลดังกล่าวมาลงโทษ ส่วนภาพของผู้ต้องสงสัย มีชาวบ้านถ่ายมาให้ดูตนจึงจำได้ เพราะไปหลอกลวงอีกหลายคนในหมู่บ้าน  

 1,854
ข่าวโซเชียล
20 ธ.ค. 62

เตือน!มิจฉาชีพ หลอกเก็บค่าดำเนินการคืนเงิน cash back โครงการ ‘ชิม ช้อป ใช้’

สืบเนื่องมาจากโครงการชิม ช้อป ใช้ ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก แต่หลังจากนั้นมีข้อความแชร์ต่อกันในโลกโซเชี่ยล ว่าสามารถดำเนินการคืนเงิน Cash back แบบไม่ยุ่งยาก แต่มีค่าใช้จ่าย กรมบัญชีกลางจึงออกมาเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพ เพราะการรับเงิน Cash back คืนนั้น ไม่จำเป็นต้องมีคนกลางมาช่วยดำเนินการ นอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายแล้ว ยังอาจจะถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวอีกด้วย การรับเงิน Cash back เพียงแค่ลงทะเบียน แอพพลิเคชั่น เป๋าตังหรือ G-Wallet2 และใช้เงินในโครงการให้เป็นไปตามเงื่อนไข ทางกรมบัญชีกลางก็จะโอนเงิน Cash back คืนให้ตามรอบ ส่วนเงื่อนไขการคืนเงิน Cash back คือ การใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท จะได้รับเงินคืน 15% แต่ถ้าหากใช้เงินตั้งแต่ 30,001 – 50,000 บาท จะได้รับเงินคืน 20% รวมการคืนสูงสุด 8,500 บาท และสามารถตรวจสอบยอดเงินคืนได้ที่แอพพลิเคชั่นเป๋าตังและสามารถโอนเงินกลับคืนบัญชีของตัวเองผ่าน Internet Banking ได้ ชมทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OwvE7hDsK7Q

 832

Top