ค้นหา :

ผลการค้นหา "มิจฉาชีพ"

ข่าวภูมิภาค
19 ส.ค. 62

ยายร้านของชำเข่าทรุด โดนโจรทำทีซื้อของ ก่อนเชิดเงิน 6 พันเกลี้ยงกระเป๋า

บุรีรัมย์-ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่ 3 ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่ามีคนร้ายมาหลอกผู้สูงอายุภายในหมู่บ้าน แล้วขโมยเงินในกระเป๋าได้ไปร่วม 6,000 บาทเมื่อเข้าไปตรวจสอบ ที่บ้านพักในพื้นที่ หมู่ 3 ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เปิดเป็นร้านขายของชำเล็กๆ ในหมู่บ้าน พบนางสุเมศ จินรัมย์ อายุ 65 ปี เจ้าของร้านยังอยู่ในอาการเสียใจ และน้ำตาคลอเบ้า   โดยนางสุเมศ ผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อช่วงบ่าย ได้มีชายอายุประมาณ 35-40 ปี ผิวขาวหน้าตาดี ลงจากรถกระบะสีขาว มาจอดหน้าบ้าน บอกว่า”ยายน้ำมันผมหมด”ขอซื้อน้ำมันเบนซิน 3 ขวด ตนก็จัดน้ำมันให้ 3 ขวด จากนั้นชายคนดังกล่าวก็เลือกเอาขนมในร้านนานประมาณ 5 นาที แล้วสั่งซื้อน้ำแข็งอีก 20 บาท ตนซึ่งตอนนั้นอยู่คนเดียว ก็เดินไปตักน้ำแข็งที่ถังซึ่งอยู่หน้าบ้าน   หลังจากตักน้ำแข็งใส่ถุงเสร็จ คนร้ายก็เอาเงินให้ 100 บาท แล้วบอกว่าฝากของไว้ก่อนเดี๋ยวมาเอา แล้วขึ้นรถขับออกไป ตนก็ไม่เอะใจกระทั่งจะเอาเงิน 100 บาทที่ได้มาไปใส่กระเป๋า เปิดมาดูถึงกับเข่าทรุด เพราะเงินที่เก็บไว้ร่วม 6,000 บาท ได้หายไป และคาดว่าชายรูปหล่อคนนั้นที่ขโมยไป   เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าร้ายแรงที่สุดในชีวิต เพราะเงินที่หายไปเป็นเงินหมุนเวียนไปซื้อของมาขายซึ่งใกล้ถึงเวลาไปซื้อแล้ว ไม่คิดว่าคนร้ายจะใจดำทำกับคนแก่ได้ ได้แต่ร้องไห้ด้วยความเสียดายและเสียใจ เพราะตนต้องมีภาระเลี้ยงหลานกำพร้าอีก 3 คน   สำหรับกลุ่มมิจฉาชีพในลักษณะนี้ ได้ออกมาตระเวนก่อเหตุในจังหวัดบุรีรัมย์ และในภาคอีสานเป็นประจำ คาดว่าจะมีหลายแก๊ง ส่วนใหญ่จะใช้วิธีเดียวกัน คือเลือกเอาร้านค้าที่คนแก่ขาย และผู้คนไม่พลุกพล่าน ที่บุรีรัมย์มีการจับกุมได้รายเดียวที่ อ.นาโพธิ์ แต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถจับคนร้ายได้ เพราะไม่มีวงจรปิด ไม่มีหลักฐานอื่น ประกอบกับตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มมิจฉาชีพมาจากจังหวัดอื่นแล้วตระเวนไปทุกจังหวัดในเขตภาคอีสาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/beDvQwEPMc4

 1,353
ข่าวภูมิภาค
16 ส.ค. 62

ทอมแสบหลอก 2 ยายทำพิธีสะเดาะเคราะห์ ก่อนจับขังห้องน้ำ เชิดเงินทองหนี

สุพรรณบุรี-ตำรวจรับแจ้งเหตุ  2 แม่เฒ่าถูกคนร้ายหลอกเอาเงินไปว่า 5,000 บาท ตรวจสอบพบนางสนิท ดิษฐบรรจง อายุ 78 ปี ชาว อ.สองพี่น้อง เล่าว่าก่อนเกิดเหตุได้นั่งคุยอยู่กับนางอี๊ด ผิวบัวคำ อายุ 77 ปี มีศักดิ์เป็นหลานสะใภ้ สักพักมีสาวทอม อายุประมาณ 30-40 ปีลักษณะอ้วนท้วม ขี่จักรยานยนต์แบบผู้หญิง สีขาว เข้ามาพูดคุยตีสนิทบอกให้ไปรับของแจก เช่นข้าวสาร กะปิ น้ำปลา ที่โรงเจในตลาดบางลี่   จากนั้นทอมแสบได้หันไปถามนางอี๊ดว่า เป็นใครทำไมหน้าดำจัง สงสัยเจ้ากรรมนายเวรจะมาเอาชีวิต ให้ไปเอาธูปมา 16 ดอก และบอกให้นางสนิท นำเงินแบงค์ 1,000 มาสองใบพันที่ก้านธูป และให้นางอี๊ด ไปจุดธูปกลางบ้าน ตนจึงทำตาม หลังจากนั้นสาวทอมได้นำสายสิญจน์ มาพันรอบคอและให้นางอี๊ด ถอดต่างหูทองที่สวมใส่อยู่วางไว้ และให้ตนทั้งคู่ไปอาบน้ำในห้องน้ำ โดยให้นั่งเรียงกัน   จากนั้นคนร้ายได้ตักน้ำราดที่ศีรษะของตนทั้งสองพร้อมหยิบยาสระผมเทให้ตนเพื่อให้สระผม จากนั้นคนร้ายได้ตักน้ำราดศีรษะของตนอีกครั้ง พร้อมกับให้ตนขยี้จนฟองยาสระผมเต็มหัว เนื่องจากคนร้ายมีความประสงค์ให้ฟองของยาสระผมเข้าตาทำให้แสบตา เมื่อสบโอกาสสาวทอมแสบได้ปิดประตูห้องน้ำขังพวกตนไว้ ก่อนที่จะหยิบกระเป๋าสตางค์และต่างหูหนีไปอย่างรวดเร็ว   ยายสนิทเล่าอีกว่า เมื่อตนรู้ว่าเสียรู้คนร้ายจึงพยายามช่วยกันพังประตูห้องน้ำ พอออกมาได้พบว่าทรัพย์สินของตนมีเงินสด 540 บาท สมุดบัญชีธนาคารมียอดเงินจำนวนหนึ่ง และเอกสารต่างๆ เงินที่ติดธูปอีก 2,000 บาท ส่วนของนางอี๊ด มีเงินสด 1,700 บาท และต่างหู ที่ใส่ไว้ในประเป๋าเสื้อรวมกันทั้งหมดมูลค่าประมาณ 6,000 บาทถูกคนร้ายคือทอมแสบรายนี้เอาไป จึงแจ้งกำนันช่วยประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ   ยายสนิท เล่าเพิ่มเติมอีกว่าก่อนหน้านี้ ตนเคยถูกคนร้าย 3 คน ขับรถเก๋งหลอกว่าให้ช่วยพาไปทำบุญที่วัด ก่อนที่จะพาไปที่ธนาคารแห่งหนึ่งในตลาดบางลี่ ถามยายว่ามีเงินฝากไว้เท่าไหร่ตอนนั้นยังมีสติจึงตอบไปว่าไม่มีไม่รู้จักธนาคาร คนร้ายจึงหลงเชื่อพายายกลับมาส่งที่บ้าน   หลังเกิดเหตุ ตำรวจสภ.สองพี่น้อง ได้นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบชาวบ้านใกล้เคียงเพื่อสืบหาข้อมูลพร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี ไว้เป็นหลักฐานในการติดตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CzNKUV1KAFk

 2,150
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
15 ส.ค. 62

เตือนผู้ค้า นำเข้าสินค้าจาก ตปท. โดนโกงได้คอนเทนเนอร์ตู้เปล่า

เพจเฟซบุ๊ก Chakornviroj KC ของนายคงศักดิ์ ชาครวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท พีเค อินเตอร์เฟรด จำกัด ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าผ่านแดน ไทย-ลาว รวมทั้งเมียนมา กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย โพสต์ภาพตู้คอนเทนเนอร์เปล่า ระบุหัวข้อว่า   "ใครสั่งของจากต่างประเทศ ควรอ่าน" ซึ่งเจ้าของโพสต์ต้องการแบ่งปันประสบการณ์เพื่อรักษาผลประโยชน์ในการทำธุรกิจ เพราะทำงานด้านโลจิสติกส์มา 19 ปี เพิ่งเคยเจอกรณีนี้เป็นครั้งแรก   เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อลูกค้ารายหนึ่ง ที่เป็นผู้นำเข้า สั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ทำการโอนเงินค่าสินค้าไปเรียบร้อยแล้ว เพราะทางผู้ขายได้แจ้งว่าทำการส่งออกมาเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งส่งเอกสารในการส่งออกทั้งหมด รวมถึงใบตราส่งสินค้าทางทะเล (Bill of Lading หรือ B/L) ที่ออกโดยสายเรือมาให้ครบถ้วน โดยมีสินค้าเข้ามา 3 ตู้คอนเทนเนอร์ มาที่ท่าเรือในประเทศไทย   บริษัทฯ เตรียมทำเอกสารเพื่อไปดำเนินพิธีการศุลกากรเพื่อนำเข้าสินค้าตามปกติเหมือนงานอื่นๆ ทั่วไป แต่พบความผิดปกติตอนนำเอาตู้คอนเทนเนอร์ไปทำการเอ็กซเรย์ ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในการนำเข้า กลับพบว่าไม่เห็นสินค้าในตู้ทั้ง 3 ใบนั้น เมื่อนำตู้คอนเทนเนอร์ไปเอ็กซเรย์อีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เพราะไม่มั่นใจว่าเครื่องจะขัดข้องหรือทำงานผิดปกติหรือไม่ ผลออกมาเหมือนเดิม คือ ไม่เห็นมีสินค้าอะไรในตู้เลย   หลังจากนั้นบริษัทฯ ได้แจ้งลูกค้าผู้นำเข้า และนำตู้คอนเทนเนอร์ไปทำการชั่งน้ำหนักเพื่อตรวจสอบอีกรอบ ปรากฎว่า น้ำหนักที่ได้เป็นน้ำหนักของตู้เปล่าที่ไม่มีสินค้า แต่เพื่อความแน่ใจจึงทำเรื่องขอเปิดตู้คอนเทนเนอร์ โดยมีหลายฝ่ายเข้ามาเป็นพยาน รวมถึงลูกค้าด้วย พอเปิดออกมาไม่มีสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์เลย ทั้ง 3 ตู้ เมื่อติดต่อหาผู้ขาย ก็ติดต่อไม่ได้แล้ว ซึ่งลูกค้าคงต้องหาทางใช้กฎหมายระหว่างประเทศในการดำเนินคดีกับทางผู้ขายต่อไป   นายคงศักดิ์ แนะนำว่า การทำการซื้อขายกับผู้จัดจำหน่าย (ซัพพลายเออร์) ในต่างประเทศต้องตรวจสอบดูให้ดี และรอบคอบให้มากๆ ก่อนที่จะตกลงซื้อ-ขาย และโอนเงินไป เพราะถ้าโอนไปแล้ว จะขอคืน หรือเปลี่ยนแปลงทำได้ยากมาก ขนาดลูกค้ารายนี้ นำเข้าสินค้ามาเยอะแล้ว มีประสบการณ์การทำธุรกิจหลายปี ยังมาเจอซัพพลายเออร์แบบนี้ ทำให้สูญเสียเงินจำนวนมากเลยทีเดียว   นอกจากนี้ ในฐานะผู้ให้บริการขนส่งสินค้าจากท่าเรือ ถ้าไม่เอาตู้คอนเทนเนอร์ไปเอ็กซเรย์ หรือไม่ได้ทราบความผิดปกตินี้ และเอาตู้คอนเทนเนอร์ไปส่งให้กับผู้นำเข้า และลูกค้าเปิดตู้ออกมาไม่เห็นสินค้าในตู้ จะเกิดปัญหาทันที เพราะพิสูจน์ไม่ได้ว่าหายตอนไหน ใครเอาไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aIYF0JHlkYE

 2,951
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ส.ค. 62

'หมอแล็บแพนด้า' โพสต์เตือนมิจฉาชีพอ้างเป็นหมอจีน หลอกขายยาคนแก่เกือบหมื่น

เพจเฟซบุ๊ก หมอแล็บแพนด้า โพสต์คลิปเตือนภัยระบุว่า มีชายชาวจีนคนหนึ่ง สามารถพูดไทยได้บ้าง อายุประมาณ 50-60 ปี อ้างว่าเป็นหมอจีนจากโรงพยาบาล เดินเข้าไปตีสนิทเจ้าของร้ายขายของชำ ทำทีจับจุดวินิจฉัยโรคแล้วเขียนใบสั่งยาจีนให้ไปซื้อต้มเอง   แต่เขียนไปเขียนมากลับบอกว่า อาการป่วยหนักมากและตัวยาที่ต้องใช้ไม่มีขายในประเทศไทย ซึ่งตัวหมอมียาตัวนี้พอดีเลยหลอกขายในราคาเกือบหมื่นบาท     โดยเป้าหมายของมิจฉาชีพคือ จะหาบ้านหรือร้านค้าที่มีคนสูงอายุอยู่ตามลำพัง พยายามตีสนิทและหลอกถามอาการต่างๆ ทำให้ได้ข้อมูลแบบที่เหยื่อไม่รู้ตัว ซึ่งมิจฉาชีพพวกนี้จะพอมีความรู้อยู่บ้างและจะเดาอาการกว้างๆ เช่น ปวดข้อ ปวดเอว ปวดเข่า ปวดประจำเดือน ซึ่งมีโอกาสตรงกับอาการของเหยื่อ   ทำให้มีคนหลงเชื่อ โดยยาที่นำมาหลอกขายนั้นมีทั้งถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย ไม่ควรเสี่ยงรับประทาน หากเจ็บป่วยควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล จึงฝากเตือนให้ประชาชนอย่าตกเป็นเหยื่อ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eq-6SBp_-lE

 993
สังคม-อาชญากรรม
09 ส.ค. 62

การไฟฟ้าเข้าแจ้งความ มิจฉาชีพแอบอ้าง-หลอกขายกล่องลดค่าไฟ ย้ำอย่าหลงเชื่อ เพราะไม่มีอยู่จริง

นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในฐานะโฆษก กฟน. พร้อมด้วย นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน ผู้ช่วยว่าการยุทธศาสตร์องค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ นายกิตติศักดิ์ วรรณแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) นำเจ้าหน้าที่พร้อมผู้เสียหาย จำนวน 4 คน   เข้าแจ้งความดำเนินคดี หลังพบว่า มีมิจฉาชีพโฆษณาหลอกขายอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าอ้างว่าลดค่าไฟได้ ผ่านช่องทาง Facebook Fanpage : Expert Electric อีกทั้งยังละเมิดแอบอ้างหน่วยงานรัฐหรือผู้มีชื่อเสียงต่าง ๆ หรือนำภาพข่าวของ 3 การไฟฟ้า มาตัดต่อโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงประชาชน ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก. ปอท.)   นายจาตุรงค์ เปิดเผยว่า กฟน. กฟผ. และ PEA มีความห่วงใยประชาชนที่ถูกหลอกลวงดังกล่าวอย่างยิ่ง จึงได้แจ้งดำเนินคดีทางกฎหมายกับมิจฉาชีพผู้แอบอ้างหลอกลวงประชาชนอย่างถึงที่สุด เนื่องจากพบว่ามีการละเมิดนำภาพตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานทั้ง 3 การไฟฟ้า มาตัดต่อ แอบอ้างหลอกจำหน่ายอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า รวมถึงแอบอ้างหน่วยงานภาครัฐหรือผู้มีชื่อเสียงผู้นำมาโฆษณาชวนเชื่อสร้างความน่าเชื่อถือในช่องทางสื่อสารโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อถูกหลอกลวงเสียทรัพย์จำนวนมาก โดยวันนี้ได้นำหลักฐานพร้อมเชิญผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีกับ บก.ปอท.    ทั้งนี้ กฟน. กฟผ. และ PEA ยืนยันว่าอุปกรณ์ช่วยประหยัดไฟฟ้าหรือช่วยลดค่าไฟฟ้าภายในบ้านนั้นไม่มีอยู่จริง สำหรับอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าที่มีการนำมาแอบอ้างหลอกลวงจำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั้น อาจเข้าข่ายหลอกหลวงผู้บริโภค โดย 3 การไฟฟ้าตรวจสอบแล้ว พบว่ามี 3 ลักษณะคือ 1) เป็นกล่องหรือตู้ที่มีสายไฟสำหรับเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า ส่วนใหญ่ภายในเป็นเพียงตัวเก็บประจุ และประเภทที่ภายในไม่มีส่วนที่เป็นวงจรไฟฟ้าเลย มีเพียงวัสดุสำหรับถ่วงน้ำหนักบรรจุไว้เท่านั้น 2) เป็นอุปกรณ์สำหรับเสียบเข้ากับเต้ารับไฟฟ้าโดยตรง และ 3) เป็นบัตรสำหรับติด หรือแปะกับตู้จ่ายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถประหยัดไฟฟ้าได้จริง และอาจส่งผลให้ระบบไฟฟ้าผิดปกติ หรือกระทบต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งหากนำมาใช้อาจมีความผิดตามกฎหมายได้   อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำวิธีการประหยัดไฟฟ้าที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าโดยเปิดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเฉพาะเวลาที่ต้องการใช้งานและปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทก่อนเปิดเครื่องปรับอากาศ รวมถึงการปรับตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ ไม่ควรต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำเกินไปจะทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักใช้ไฟฟ้ามากขึ้น การเปิดพัดลมช่วยให้อากาศมีการเคลื่อนที่ทำให้รู้สึกเย็นเพิ่มขึ้นได้ และไม่แช่อาหารร้อนในตู้เย็น รวมถึงไม่ควรเปิด-ปิด ตู้เย็นบ่อยครั้งจะส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากขึ้นด้วย    อีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้คือ การเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น หลอดไฟฟ้าชนิด LED เลือกใช้เครื่องปรับอากาศชนิดอินเวอร์เตอร์ ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เป็นต้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GT64l7ymBLY

 9,690
สังคม-อาชญากรรม
03 ส.ค. 62

'ตุ๊กกี้' แจงตอนแรกเข้าใจผิด คิดว่าลูกสาวร้านทองเป็นมิจฉาชีพ ยอมรับเสียใจ แต่ไม่โกรธที่เขาไปแจ้งความ

กรณี น.ส.เพชรชมพู วงศ์วิสุทธิกุล อายุ 24 ปี ลูกสาวเจ้าของร้านทองแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี แจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ตุ๊กกี้-สุดารัตน์ โพธิ์น้ำคำ หรือ สุดารัตน์ บุตรพรม หรือ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ ตลกสาวชื่อดัง ในฐานหมิ่นประมาท    หลังได้ใช้อินสตาแกรม "tukky66" โพสต์ว่า "ติดต่อกลับด่วนค่ะ คนสวย" จนมีผู้ที่ติดตามและคอมเม้นต์ถามว่า "เรื่องเงินหรือค่ะ" ซึ่งตุ๊กกี้ก็ได้ตอบกลับไปว่า "มิจฉาชีพค่ะ" จึงมีแฟนคลับและผู้ที่ติดตามตุ๊กกี้ เข้ามาคอมเม้นต์ในทางที่เสื่อมเสีย ซึ่งทำให้ได้รับผลกระทบเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อครอบครัว รวมทั้งแจ้งจับผู้ที่แอบอ้างนำรูปในอินสตาแกรมไปแอบอ้างหลอกลวง ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย จนถูกสังคมวิจารณ์ด้วยนั้น   ล่าสุด "ตุ๊กกี้-สุดารัตน์" เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า เนื่องจากได้รับการทักไลน์จากบุคคลหนึ่งที่ใช้รูปโปรไฟล์เป็นรูปผู้หญิง เพื่อติดต่อให้รีวิวโทรศัพท์ไอโฟน โดยได้มีการตกลงค่าจ้างกันเรียบร้อย    โดยทางผู้ติดต่อได้ส่งรูปสลิปโอนเงินให้ แต่เมื่อตรวจสอบกับทางธนาคารพบว่าเป็นของปลอม จึงได้ไลน์กลับไปหาเพื่อสอบถาม แต่ไม่ยอมตอบ และทำการบล็อกไลน์ จึงได้มีการโพสต์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น กระทั่งเพื่อนดารากว่า 10 คน ก็ทักมาบอกว่าโดนหลอกลักษณะเดียวกัน ตนจึงได้รวมตัวกันแคปภาพโปรโฟล์จากผู้ที่ติดต่อมาโพสต์ กระทั่งมีน้องผู้หญิงในรูปติดต่อมาบอกว่า เป็นเจ้าของภาพ แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ดังกล่าว ตนจึงได้แนะนำน้องให้ไปแจ้งความเอาผิดกับผู้ไม่หวังดี   ตุ๊กกี้ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นตนได้แอดเป็นเพื่อนกับกลุ่มมิจฉาชีพอีกราย และได้ทักทายไป โดยมีการอ่านแต่ไม่ตอบ จึงได้แคปรูปจากไลน์มาโพสต์ลงอินสตาแกรมว่า "ติดต่อกลับด่วนค่ะ คนสวย" กระทั่งผ่านไป 2 วัน    จนมาถึงช่วงเย็นวานนี้ (1 ส.ค.) ได้มีหญิงสาวระบุว่าเป็นพี่สาวของผู้หญิงที่ตนได้โพสต์ บอกว่า รูปดังกล่าวเป็นน้องสาว ไม่ได้เป็นมิจฉาชีพ และแจ้งความดำเนินคดีกับตนที่ทำให้ให้ได้รับผลกระทบเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อครอบครัว โดยได้พูดคุยกันจนเข้าใจกันแล้วว่า ต้องการให้ตนโพสต์ขอโทษ ซึ่งก็ได้โพสต์ขอโทษตามที่พูดคุยกัน แต่ต่อมากลับพบว่า หญิงสาวในรูปที่ตนโพสต์ คือ น.ส.เพชรชมพู วงศ์วิสุทธิกุล อายุ 24 ปี ลูกสาวเจ้าของร้านทองแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ได้ไปแจ้งความจับตนเฉย   "เราปรารถนาดีที่โพสต์รูปดังกล่าว ซึ่งเขาน่าจะขอบคุณเรา ที่ช่วยให้รู้ว่าเขาถูกมิจฉาชีพนำรูปมาหลอกลวง แต่กลับโดนแจ้งความจับเฉย ขณะนี้ได้ให้ทนายความเดินทางไปดูรายละเอียดที่ สภ.เมืองพัทยา แล้ว โดยพร้อมจะดำเนินการตามขั้นตอน นอกจากนี้จะไปแจ้งความเอาผิดกับผู้ปลอมไลน์เรื่องสลิปในวันนี้ด้วย โดยเรามีรายละเอียดหลักฐานทั้งหมด"      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/1tZsoFROTnQ

 20,633
ครอบครัวบันเทิง
02 ส.ค. 62

'บอล เชิญยิ้ม-แจ๊ส ชวนชื่น' เดือดถูก 'เสี่ยน็อต' หลอกจ้างงานโชว์-เก็บเงินแผงแม่ค้าที่ขนอม

ตลกชื่อดัง บอล เชิญยิ้ม ได้ออกมาโพสต์ขอโทษพี่น้องชาว อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ถึงงานเปิดตลาดที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 – 18 สิงหาคมนี้ว่า    “ขอโทษพี่น้องอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่บางท่านซื้อบัตรหรือจองร้านค้าไปกับงาน เปิดตลาด 17-18 สิงหานี้ครับ พวกเราไม่ได้ไปนะครับและพวกเราก็โดนหลอกด้วย ให้ส่งคลิปไป promote งาน ชวนคนมางานและมันก็หลอก ให้เราทำใบเสนอราคา ของวงเราไปให้กับมัน ผมไม่ทราบว่ามันไปหลอกหรือเบิกเงินกับสปอนเซอร์หรือใครหรือเปล่าที่ทำให้เดือดร้อน พวกเราไม่ได้รับเงินกับงานนี้เลยนะครับ   ใครเจอแจ้งจับให้ด้วยครับ ไอ้นรก หลอกเค้าไปทั่ว เวที เครื่องเสียงและอีกหลายอย่างทำให้คนอื่นเดือดร้อน คนแบบนี้เอาไว้ไม่ได้ครับ มันชื่อ ไอ้นอส *นายสมชาติ ภู่เผือก *ไอ้เลว ฝากแชร์ ฝากเตือนคนอื่นด้วยครับ กูเลยพลาดงาน18 เพราะกูรับงานมึง เจอกันแน่ไอ้นอส”   จากนั้นบอลก็ได้ Live สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แฉว่าเสี่ยน็อต เคยหลอกดารานักร้องมาหลายคนซึ่งเคยเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้ ตอนที่บวชเป็นพระก็เคยโดนจับมาแล้ว หลอกคนขายโลงไม้สักทอง วงปี่พาทย์ หลอกจัดงานศพที่วัดไผ่เหลือง และเมื่อ 7 เดือนก่อน ก็ไปหลอกวัดหนึ่ง คนแบบนี้ไม่น่ามีพื้นที่ยืน ขอให้จับได้เร็วๆ   นอกจากตนแล้วยังมี ป้าง นครินทร์ , หนุ่ม กะลา , วงแจ๊ส มหาหิงส์ ก็โดน ที่โกรธไม่ใช่เพราะยังไม่ได้เงินมัดจำ แต่ให้เราถ่ายคลิปเอาไปหลอกแม่ค้า แล้วมันไปเก็บเงินกับแม่ค้าคนละพัน  ก่อนจะหายเงียบ ความแตกตอน ลูกชายของศรเพชร ศรสุพรรณ โทรมาบอก เพราะเคยโดนหลอกมาก่อนที่วัดไผ่เหลือง พอกลับไปดูข่าว ก็รู้เลยว่าเป็นเสี่ยน็อต สร้างความเดือดร้อน เพราะไปเก็บเงินแม่ค้าแผงละพัน และขายบัตรให้คนมาดูดารานักร้องอีก ซึ่งมิจฉาชีพรายนี้กวาดเงินไปได้ 3.2 ล้าน   ด้านแจ๊ส ชวนชื่น ซึ่งเป็นหนึ่งในดาราที่ถูกหลอกในงานเดียวกัน ก็เผยว่ารู้ตัวว่าถูกหลอกก็ตอนที่บอล เชิญยิ้ม โทรมาบอก ยอมรับว่าค่อนข้างงง เพราะปกติเคยเจอแต่เอารูปไปขึ้นโปรโมทหลอก แต่กลายเป็นนักแสดงก๊อปปี้ไปแสดงแทน ยังไม่เคยเจอเคสใหญ่แบบนี้   ซึ่งแม้ตัวเองไม่ได้เดือดร้อนเท่าไหร่ เพราะยังมีงานอื่นให้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แต่สงสารแม่ค้าที่โดนหลอกเก็บเงินค่าแผงคนละ 1000 บาทมากกว่า เพราะเค้ารอเอาเงินมาหมุนเพื่อทำมาหากิน ซึ่งหลังจากนี้ตนและภรรยา ก็ได้มีมาตรการใหม่ จะขอเงินค่ามัดจำก่อนงาน 50% เพื่อป้องกันการถูกหลอกอีก พร้อมยืนยันว่างานเปิดตลาดที่ อ. ขนอม จ. นครศรีธรรมราช ในวันที่ 17 – 18 สิงหาคมนี้ ไม่มีอยู่จริง และตนเองก็ไม่ได้ไปด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Jf0ufTZiWp0

 5,050
สังคม-อาชญากรรม
02 ส.ค. 62

'ตุ๊กกี้ ชิงร้อย' โพสต์แจงรอบใหม่ หลังถูกลูกสาวร้านทองแจ้งเอาผิด กล่าวหาเป็นมิจฉาชีพ

เกิดกรณีนักแสดงตลกสาวชื่อดัง ตุ๊กกี้-สุดารัตน์ บุตรพรม หรือ ตุ๊กกี้ ชิงร้อย ได้โพสต์ลงอินตราแกรมชื่อ tukky66 กล่าวหา น.ส.เพชรชมพู วงศ์วิสุทธิกุล ลูกสาวร้านทองในเมืองพัทยาเป็นมิจฉาชีพ จนมีคอมเม้นท์ในทางที่เสียหายจำนวนมาก   ทำให้เวลาต่อมา น.ส.เพชรชมพู วงศ์วิสุทธิกุล อายุ 24 ปี ลูกสาวเจ้าของร้านทองในเมืองพัทยา เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ให้ดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท และผู้ที่แอบอ้างนำรูปในอินตราแกรม ไปแอบอ้างหลอกลวง ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย จนถูกสังคมวิจารณ์     น.ส.เพชรชมพู เล่าว่า ตนเองก็เล่น ไอจี และมักจะลงรูปภาพตนเองประจำ ส่วนใหญ่ก็จะไม่ได้ติดตามอะไรมาก จนมีเพื่อนได้นำรูปที่ตนเองนั้นถูกวิจารณ์ในทางที่เสียหายมาให้ดู ตนเองถึงกับตกใจว่าเกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร   ซึ่งผู้ที่โพสต์ คือตุ๊กกี้ ชิงร้อย มีข้อความว่า "ติดต่อกลับด่วนค่ะ คนสวย" จนมีผู้ที่ติดตามและคอมเม้นท์ ว่าเรื่องเงินหรือค่ะ และตุ๊กกี้ก็ได้ตอบกลับไปว่า มิจฉาชีพค่ะ จึงมีแฟนคลับและผู้ที่ติดตามตุ๊กกี้ เข้ามาคอมเม้นท์ในทางที่เสื่อมเสีย ซึ่งทำให้ตนเองนั้นได้รับผลกระทบ เสื่อมเสียชื่อเสียงต่อครอบครัว   ทั้งนี้ น.ส.เพชรชมพู ได้กล่าวตักเตือนตุ๊กกี้ว่า อยากขอให้ไตร่ตรองให้ดี ตรวจสอบให้แน่ชัดหากจะแสดงอะไร โดยให้นึกถึงความรู้สึกของคนอื่น รวมทั้งระมัดระวังไม่ให้เรื่องราวพาดพิงไปถึงใครจนได้รับความเสียหาย แต่ในส่วนของคดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทางครอบครัวยังไม่ได้เเจ้งความเพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน จึงอยากให้ตุ๊กกี้ออกมาขอโทษและยืนยันต่อสังคมถึงเหตุการณ์ดังกล่าว   ส่วนผู้ที่นำรูปของตนเองนำไปทำเป็นรูปโปรไฟล์ แล้วแอบอ้างไปหลอกลวงคนอื่น ตนเองก็ได้แจ้งดำเนินคดีติดตามจับกุมไว้กับพนักงานสอบสวนแล้ว   ทั้งนี้ในเวลาต่อมา ตุ๊กกี้ได้โพสต์ IG อีกครั้ง พร้อมกับระบุข้อความว่า....     "สาวน้อยคนนี้ชื่อเพชร มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง….เธอโดนมิจฉาชีพ เอารูปไปสวม หลอกลวงให้รีวิว ขายของ โดยส่งสลิปปลอมมาให้ ศิลปิน ดารา คนดัง เซเลป มากมาย สุดท้ายไลน์ที่แอบใช้รูปน้อง ก็เกิดการเข้าใจผิดว่าเป็น น้องเพชร ( ผู้เสียหาย) ขอเตือนทุกคนนะคะ ถ้ารูปนี้ขึ้น แสดงว่าคุณกำลังโดนหลอก ช่วยกันปกป้องน้องเพชร จากพวกมิจฉาชีพ เจอที่ไหน DM มาที่พี่ตุ๊กกี้ได้เลยนะคะ ( ฝากเตือน สาวๆ ทุกคน ระวังด้วย ) ขออภัยไม่ได้ชี้แจง เพราะเพิ่งได้รับการติดต่อ จากน้องมา ขอโทษและขอบคุณน้องเพชรที่ให้ข้อมูล สถานีต่อไป ตามล่าไอ้เลวคนนั้น ต่อไป น้องเพชร สู้ๆ #แชร์ ไปค่ะ" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UUdby_rDNmU

 50,923
แชร์ออฟเดอะเดย์
10 ก.ค. 62

มิจฉาชีพในคราบลูกค้า! ซื้อของยอดรวม 4 หมื่น ส่งสลิปปลอมให้ โอนจริงแค่ 2 บาท

เพจเฟซบุ๊กชื่อ ‘มั่นคง munkonggadget’ โพสต์ภาพสลิปการโอนเงินปลอมที่ลูกค้าส่งมาให้ดู แต่เมื่อเช็คยอดเงินแล้วพบว่า มีเงินเข้าเพียง 1 บาท พร้อมระบุข้อความว่า “สงสารเฮียเหอะ อย่าทำเลย (ฝากแชร์เตือนภัยทีนะ ฮือ ฮือ) (โอน 1 บาท แต่ทำสลิปปลอมแจ้งโอนหมื่นบาท)     ผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ติดต่อไปยัง นายกมล พูลทรัพย์ เจ้าของเพจ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเปิดเพจขายสินค้าจำพวกอุปกรณ์ไอที เมื่อคืนวันที่ 8 ก.ค. มิจฉาชีพรายนี้ ทำรายการสั่งซื้อสินค้า 2 รายการ โดยรายการแรกสั่งสินค้า 22,980 บาท แต่โอนเงินเพียงแค่ 1 บาท      รายการที่ 2 สั่งสินค้า 17,900 บาท และโอนเงินเพียงแค่ 1 บาท จากนั้นทำสลิปการโอนเงินปลอม 2 ใบส่งเข้ามายืนยันการชำระเงินทางข้อความเพจ เนื่องด้วยทางร้านมี sms alert เพียงธนาคารเดียว หากลูกค้าโอนเงินต่างธนาคารก็จะไม่มีการแจ้งเตือน     วันรุ่งขึ้น ด้วยความที่ทีมงานเร่งจะจัดส่งของให้ลูกค้าโดยเร็ว บวกกับความสะเพร่า ทีมงานจึงตรวจเช็คสลิปการโอนเงินทางข้อความเพจเท่านั้น โดยไม่ได้ตรวจเช็คยอดจากเว็บไซต์ธนาคารให้ละเอียด    จากนั้นหลังจากแพ็คสินค้าใส่กล่องเรียบร้อย เตรียมรอบริษัทขนส่งมารับ หัวหน้าทีมออนไลน์ที่ลางานช่วงเช้าและเข้ามาทำงานช่วงเที่ยง ทำการตรวจสอบอีกครั้งจนพบว่า มียอดเงินโอนเข้า 2 ครั้งๆ ละ 1 บาท จึงรีบแจ้งให้ตนทราบ กระทั่งทำการระงับการส่งสินค้าไว้ได้ทัน   โดยทีมงานได้ติดต่อไปยังเบอร์ที่มิจฉาชีพรายนี้ให้ไว้ แต่ไม่มีคนรับสาย ที่ตนนำเรื่องราวโพสต์ลงเฟซบุ๊ก เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์แก่ผู้อื่นเท่านั้น ซึ่งตนยังไม่ได้เสียหายอะไร ตนจึงไม่อยากแจ้งความ    อย่างไรก็ตาม ฝากเตือนสำหรับร้านค้าออนไลน์ ให้ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนทำการส่งสินค้า จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เตือนภัยโกงเงินรูปแบบใหม่ ผู้ใช้ mobile banking ต้องระวัง เงินเกลี้ยงบัญชีภายในไม่กี่นาที!  

 25,618
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ค. 62

'ไทยพาณิชย์' เตือนอย่าหลงเชื่อ sms แอบอ้างรีเซทรหัส หวังล้วงข้อมูล

มีการแจ้งเตือนภัย หลังพบมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อธนาคารไทยพาณิชย์ ส่ง SMS ถึงลูกค้ารายหนึ่ง ระบุว่า "แอป SCB EASY ของคุณเพิ่งลงชื่อเข้าใช้บนโทรศัพท์ OPPO หากคุณยังไม่ได้ทำการลบอุปกรณ์และรีเซ็ต PIN ของคุณทันที"   พร้อมแนบลิงค์เว็บไซต์ที่มี URL คล้ายกัน ซึ่งเป็นเว็บไซต์ปลอม ไม่ใช่เว็บไซต์ธนาคารไทยพาณิชย์ คาดว่าต้องการให้เหยื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ประสงค์ดี   ด้านธนาคารไทยพาณิชย์ชี้แจงว่า ข้อความที่ลูกค้าได้รับ ไม่ใช่ข้อความจากธนาคารไทยพาณิชย์ แนะนำลูกค้าอย่าคลิกลิงก์เพื่อทำรายการใดๆ เนื่องจากธนาคารไม่มีนโยบายสอบถามข้อมูลลูกค้าผู้ใช้บริการด้วยวิธีการดังกล่าว   หากลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์ได้รับ SMS น่าสงสัย ติดต่อ SCB Call Center ช่องทางพิเศษ ที่หมายเลข 0-2777-6780          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ioSQ4FJ4xMs

 14,798
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 เม.ย. 62

เห็นกันจะๆ แก๊งโจรอิตาลีทำงานเป็นทีม ล้วงกระเป๋า นทท.ไทย ภาพจับได้ชัด

โลกออนไลน์แชร์คลิปจากผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อว่า lamNaZza ได้ทวีตข้อความเตือนภัย หลังพบมิจฉาชีพลวงกระเป๋าขณะเกิดเหตุที่อิตาลี โดยมีภาพบันทึกไว้ได้ชัดเจน   พบว่าคนร้ายทำงานเป็นทีม มีด้วยกันถึง 5 คน และใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจ ใช้ร่มเป็นอุปกรณ์ช่วยบังสายตา ก่อนเดินประชิดตัวและทำการการขโมยทรัพย์สิน โดยนักท่องเที่ยวไทยอาจคิดไม่ถึงหรือไม่ทันระวังตัวได้ ซึ่งมิจฉาชีพเหล่านี้แต่งตัวดี ดูน่าเชื่อถือ ทำให้นักท่องเที่ยวไว้ใจและสนทนาด้วยโดยไม่ระแวงสงสัยได้   โดยมีเนื้อหาทวิตเตอร์ว่า “พวกมิจฉาชีพล้วงกระเป๋าที่ทำงานกันเป็นทีม นี่ขนาดเค้าถ่ายคลิปเซลฟี่เห็นหน้าผู้ร้ายขนาดนี้ ก็ยังกล้าทำแบบไม่แคร์สื่อจริงๆค่ะ ในคลิปเป็นเหตุการณ์ที่อิตาลีนะคะ”   ทั้งนี้ หากสงสัยว่ากำลังตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้ ขอให้สำรวจทรัพย์สินและแยกตัวออกมาจากกลุ่มดังกล่าว เดินหาเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งจะแต่งเครื่องแบบ หรือเดินเข้าร้านค้าใกล้เคียงเพื่อขอความช่วยเหลือเบื้องต้นจากพนักงานในการแจ้งตำรวจหรือติดต่อหมายเลขฮอตไลน์ของสถานเอกอัครราชทูตฯ  (+393338518071)  

 55,831
ปากท้องร้องทุกข์
15 ธ.ค. 61

แม่ค้าโวย! ถูกมิจฉาชีพใช้แบงค์ 1,000 ปลอม ซื้อของ เผยหมู่บ้านเดียวกันโดนมาแล้ว 2 ร้าน

ร้านค้าในอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ถูกมิจฉาชีพใช้ธนบัตรปลอมฉบับละ 1,000 บาท มาซื้อของ ในวันเดียวถูกใช้ธนบัตรปลอม 2 ราย ในหมู่บ้านเดียวกัน   ( 15 ธ.ค. 61) ชาวบ้านในอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ได้นำรูปธนบัตรปลอม ฉบับละ 1,000 บาท มาโพสผ่านโลกออนไลน์ เพื่อเตือนให้ประชาชนได้ระวัง หลังมีชาวบ้านถูกหลอกใช้ ธนบัตรปลอมซื้อของ   โดยผู้เสียหายรายแรกคือนางเครือพันธุ์ โคโตนี อายุ 58 ปี ชาวบ้านานภูคำเบ้า ตำบล เขื่อนอุบลรัตน์ ได้ถูกมิจฉาชีพใช้ ธนบัตรปลอมฉบับ 1,000 บาท หมายเลข 5B 9410141 มาซื้อของในร้าน โดยขับรถจักรยานยนต์มาจอดซื้อของ คนขับใส่หมวกกันน๊อคแบบเต็มใบ ก่อนท่จะเข้ามาซื้อของในร้าน โดย จ่ายเงินธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท มาซื้อของไป 100 บาท จากนั้นได้ทอนเงินไป เมื่อมาสังเกตุภายหลังจึง ต้องตกใจเพราะเป็นธนบัตรปลอม     ในเวลาไล่ๆกันมิจฉาชีพคนเดิมได้ใช้ธนบบัตรปลอมฉบับละ 1,000 บาท เข้าซื้อ ของชำของนาง วาสนา จันทกลาง ในร้านขายในภายในหมู่บ้านเดียวกัน เมื่อได้เงินทอนแล้วได้รีบขับ รถจักรยานยนต์ออกไปจากหมู่บ้าน เบื้องต้นเป็นรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่น มีโอ สีดำ ไม่ทราบแผ่นป้าย ทะเบียน โดยกล้องวงจรปิดไม่สามารถบันทึกภาพได้ เพราะเสียมานานกว่า 1 ปี ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้ลงพื้นที่ หาเบาะแสมิจฉาชีพรายนี้แล้ว  

 15,283
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ย. 61

กองปราบฯ เตือน มิจฉาชีพลวงข้อมูล หลอกให้อัปเดตไลน์ปลอม แนะปิดเครื่อง-รีเซ็ทใหม่

ทางเพจ กองปราบปราม ได้โพสต์ภาพประกาศของปลอมที่มีเนื้อหาเตือนให้อัปเดตแอพพลิเคชั่นไลน์ ที่ระบุว่า "คำเตือน : LINE ของคุณกำลังจะหมดอายุวันนี้ ! หากคุณไม่อัปเดต คุณจะไม่สามารถแชทได้อีก LINE จะปิดการทำงานทันทีหากคุณไม่อัปเดตก่อน 2015-08-05 อัพเดท LINE ของคุณตอนนี้ !"    ทังนี้กองปราบได้เตือนว่าอย่าหลงเชื่อภาพดังกล่าวเด็ดขาด เนื่องจากมิจฉาชีพจะหลอกลวงเอาข้อมูล ถ้ามีหน้าจอแบบนี้ขึ้นมา อย่ากรอกอะไรลงไปนะ ให้ปิดเครื่องแล้ว Reset ใหม่ พวกมิจฉาชีพหลอกลวงจะเอาข้อมูล ช่วยกันบอกต่อเพื่อป้องกันการแฮกข้อมูล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DZAGSn4BC4o

 20,633
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ย. 61

เปิดวงจรปิดแฉเพิ่ม หนุ่มหลอกร้านขายของชำ บอกอาจารย์ให้มาเก็บเงิน 5 พัน อ้างเป็นค่างานบวช

จากกรณีที่มีครูที่เกษียณแล้วจากหลายโรงเรียน ต่างโพสต์แฉพฤติกรรมของหนุ่มมิจฉาชีพที่ตระเวนหลอกอ้างเป็นศิษย์มาขอขมาลาบวช โดยบอกว่าครูเคยรับปากว่าจะทำบุญเป็นประธานผ้าไตรชุดใหญ่ จนทำให้ครูจำนวนมากหลงเชื่อเสียเงินไปจำนวนมาก แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าไม่ใช่ลูกศิษย์และเป็นมิจฉาชีพ จึงมีการแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้เร่งจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งต่อมาทราบว่าชายคนดังกล่าวคือนายชุติศรณ์ จันทร์กลัด   ทางทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ได้รับเบาะแสเพิ่มเติมจาก น.ส.อภิรดี เปี่ยมคุ้ม บอกว่า หลังจากดูข่าวดังกล่าวผ่านรายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ก็พบว่าภาพชายมิจฉาชีพคล้ายกับที่มาหลอกลวงแม่ของตนเองจนสูญเงินไป 5 พันบาท ซึ่งภาพวงจรปิดในบ้านสามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ เมื่อทักไปพูดคุยกับครูที่เคยถูกหลอก และมีการส่งภาพชายมิจฉาชีพก็พบว่าเป็นคนเดียวกัน   โดยภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ จะเห็นภาพเหตุการณ์ชัดเจนว่าชายคนดังกล่าวอ้างว่าอาจารย์ซึ่งอยู่ข้างบ้านให้มาเอาเงินที่ฝากค่าจอดรถไว้ เพื่อจะเอาเงินมารวมไปจ่ายค่าจองเตียงที่ รพ.แห่งหนึ่ง   น.ส.อภิรดี กล่าวกับทีมข่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ซึ่งตนไม่อยู่บ้าน แต่มีเบอร์แปลกโทรศัพท์เข้ามาที่มือถือตน เมื่อรับก็ปรากฎว่าเป็นเสียงแม่มาถามว่า มีคนมาฝากเงินให้เพื่อนบ้านซึ่งเป็นอาจารย์หรือไม่ เพราะมีลูกศิษย์บอกว่าอาจารย์ให้มาเก็บเงิน ซึ่งตนก็บอกว่ามี 500 บาท แต่ช่วงนั้นคาดว่าแม่คงไมได้ฟังแล้ว เพราะได้ยินเสียงผู้ชายบอกว่า 5,000 บาท   ทำให้ตนสงสัยอย่างมากก่อนที่สายจะตัดไป จากนั้นแม่จึงโทรศัพท์มาหาบอกว่าให้ไปแล้ว ตนจึงได้โทรกลับไปที่เบอร์ที่โทรเข้ามาตอนแรกซึ่งมีเสียงผู้ชายรับ โดยตนถามไปแต่เขาตอบมาว่าให้ไปคุยกับอาจารย์เองก่อนตัดสายไป จากนั้นพยายามติดต่ออีกหลายครั้งก็ไม่ได้ จึงไปแจ้งความที่ สน.หลักสอง ตำรวจบอกขอเวลาดำเนินคดี เพราะต้องเอาเบอร์ไปเช็คกับค่ายมือถือ ซึ่งเวลาผ่านไปนานก็ยังไม่มีความคืบหน้า   หลังจากอาจารย์เพื่อนบ้านกลับมา จึงทราบว่าอาจารย์ก็ถูกหลอกว่าเป็นลูกศิษย์เสียเงินไป 16,000 บาท ตนจึงแนะนำให้ไปแจ้งความ จากนั้นเมื่อตนได้ดูข่าวเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ก็เห็นข่าวอ้างเป็นลูกศิษย์หลอกเงินอาจารย์เกษียณ เมื่อดูภาพมิจฉาชีพซึ่งในรายการได้เซนเซอร์ตา ก็คล้ายกับคนที่มาหลอกแม่ตน จึงได้ติดต่อไปยังอาจารย์ที่โดนหลอกและมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลพร้อมภาพที่ไม่เซนเซอร์จึงรู้ว่าเป็นคนเดียวกัน ตนจึงอยากให้ตำรวจเร่งดำเนินคดีโดยด่วน เพื่อไม่ให้มีใครต้องโดนหลอกอีก   ขณะที่ทีมข่าวได้พูดคุยกับอาจารย์เกษียณที่โดนหลอกคนดังกล่าว บอกว่า ขณะที่ตนเดินอยู่หน้าบ้าน ชายคนดังกล่าวก็เข้ามาทักอ้างว่าเป็นลูกศิษย์ของตน และตอนนี้เป็นแพทย์ พร้อมนำภาพที่เกี่ยวข้องรวมถึงภาพในห้องผ่าตัด ซึ่งด้วยความที่เขาพูดจาและมีบุคลิกดีจึงเชื่อถือ   ตนจึงได้เชิญเขาเข้าไปพูดคุยในบ้าน ซึ่งชายคนดังกล่าวอ้างว่าตนเคยเคยสัญญาว่าถ้าตนบวชจะช่วยทำบุญผ้าไตร และตอนนี้เขาจะบวชที่วัดโสธรฯ ผ้าไตรราคา 9,600 บาท ตนจึงให้ไป 1 หมื่นบาท นอกจากนี้เขายังขอยืมเงินอีก แต่ตนบอกว่าไม่ต้องยืมให้ถือว่าช่วยงานบวชอีก 6,000 บาท รวมแล้วให้ไป 16,000 บาท   อาจารย์เกษียณ กล่าวต่อว่า จากนั้นเริ่มฉุกคิด เพราะหลังจากเดินออกไปส่งก็สงสัยว่าถ้าเป็นแพทย์จริงไม่น่าจะเดินมา น่าจะเอารถมา แต่ก็ยังไม่อยากปรักปรำ เพราะคิดว่าเดี๋ยวต้องไป รพ.ดังกล่าว แล้วจะได้ถามครั้งเดียว ซึ่งปรากฎว่าพยาบาล รพ.ยืนยันว่าไม่มีแพทย์ชื่อที่เขานำมาอ้าง จึงรู้ว่าถูกหลอกแน่นอน ตอนนั้นยังไม่คิดจะไปแจ้งความ แต่เมื่อเพื่อนบ้านโดนหลอกซ้ำ จึงไปแจ้งความเพื่อไม่ให้ใครมาโดนอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sOWxsmkkrDQ

 3,910
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ย. 61

ไม่กลัวบาป! สาวใหญ่ถูกมิจฉาชีพล้วงกระเป๋า ฉกเงินไป 4 หมื่น กลางงานกฐินสามัคคี 'ณเดชน์-ญาญ่า'

มิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาในงานกฐินสามัคคี ซึ่งมีณเดชน์-ญาญ่าร่วมงานด้วย ก่อเหตุไม่กลัวบาปกลางวัด ล้วงกระเป๋าคนมาร่วมทำบุญได้เงินสด 40,000 บาทหลบหนีลอยนวล ตำรวจเร่งล่าตัว   เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 ภายในวัดบูรพาทิศ บ้านหนองปิง .10 ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งกำลังมีงานบุญกฐินสามัคคี มีชาวบ้านมาร่วมงานบุญจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่มาร่วมทำบุญให้รักษาทรัพย์สินของมีค่ากระเป๋าสะพาย ระวังมิจฉาชีพที่อาจะแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในช่วงทีมีงานบุญ จู่ๆ นางพนิดา หอมจำปา อายุ 51 ปี ก็หน้าตาตื่น น้ำตาอาบแก้มเข้าพบ พ.ต.ท.เศรษฐศักดิ์ ศรีดี รอง ผกก.ป สภ.บ้านเป็ด ว่า ตัวเองถูกมิจฉาชีพล้วงกระเป๋าสะพายสีดำ ข้างในใส่ประเป๋าสตางค์ที่มีเงินสดไป 40,000บาท โดยคนร้ายได้กระเป๋าสตางค์ไปพร้อมเงินสดและเอกสารสำคัญหลายอย่าง ขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายที่อาจจะยังอยู่ภายในวัด   จากการสอบถามนางพนิดา ทราบว่า เป็นชาวบ้านหนองปิง ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น แต่ไปทำมาค้าขายที่กรุงเทพฯหลายปีแล้ว เมื่อทราบว่า ที่วัดบูรพาทิศ มีบุญกฐิน และมีณเดชน์ ญ่าญ่า ดารานักแสดงร่วมงานด้วย จึงกลับบ้านมาร่วมงานบุญ โดยเบิกเงินมาไว้ใช้จ่ายในช่วงกลับมาทำบุญและเยี่ยมญาติพี่น้อง 40,000 บาท เมื่อถึงช่วงแห่กฐินก็เข้าร่วมขบวนแห่ ขณะแห่ในบริเวณวัด จำนวนผู้มาร่วมทำบุญจำนวนมาก มีการเบียดเสียดกันตลอดเวลา จึงไม่รู้ว่าใครเป็นมิจฉาชีพ ใครมาร่วมทำบุญ กระทั่งเดินเข้าห้องน้ำ จึงรู้ว่าซิปกระเป๋ารูดออก ล้วงในกระเป๋าปรากฏว่ากระเป๋าสตางค์ที่ใส่เงินไว้หายไปทั้งใบ   ทางด้าน พ.ต.ท.เศรษฐศักดิ์ ศรีดี รอง ผกก.ป สภ.บ้านเป็ด กล่าวว่า กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 30 นายทั้งในและนอกเครื่องแบบ ทั้งกำลัง อส.ตร. อพปร.รวมแล้วประมาณ 100 นาย ร่วมกันดูแลความเรียบร้อยและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่มาร่วมงานบุญกฐินระวังทรัพย์สิน กระเป๋าที่นำติดตัวมา ประกาศเสียงตามสายตลอดเวลา แต่ก็ยังมีคนถูกล่วงกระเป๋า ซึ่งในงานลักษณะนี้จะหาตัวคนร้ายลำบาก เพราะคนจำนวนมาก จึงแนะนำให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็ด เพื่อจะได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน หาเบาะแสคนร้ายมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 2,253

Top