ค้นหา :

ผลการค้นหา "หมิ่นประมาท"

บันเทิง
27 ก.พ. 63

'ลูกตาล' ยื่นฟ้องหมิ่นฯ-ทวงหนี้ไม่ชอบ เจ้าของร้านเพชร เรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน

มากันที่ คุณลูกตาล ชโลมจิต ที่เมื่อวานนี้ได้เดินทางไปที่ศาลอาญา รัชดา พร้อมกับทนายความ เพื่อฟ้องคู่กรณี  เจ้าของร้านเพชร เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและความผิดตามพระราชบัญญัติการทวงหนี้ พ.ศ. 2558   จากกรณีเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา ปรากฏข้อความ คลิปสนั่นโซเชียลฯ ลูกตาล ชโลมจิต จันทร์เกตุ ถูก จุ๋ม  เจ้าของร้านเพชร บุกทวงเงิน 1.4 ล้าน ถึงฟิตเนสย่านอาร์ซีเอ ก่อนที่ลูกตาลจะขึ้นรถหรูขับออกไป โดยเจ้าของร้านเพชรเปิดใจว่าอีกฝ่ายยืมเงิน 1.4 ล้าน ต้องคืนเงินในเดือน ธ.ค. 2561 ซึ่งทำสัญญากันไว้แล้ว ทำให้โจทก์รู้สึกเสื่อมเสียชื่อเสียงและมาฟ้องศาล และก่อนหน้านี้ก็มีหลายประเด็นที่ออกมาโต้กัน ว่าดอกเบี้ยโหด จ่ายไป 8 แสน และหลักทรัพย์ค่ำประกันแต่เงินต้นไม่ลด ขณะที่เจ้าของร้านเพชรก็บอกว่าไม่ได้อยากให้ยืม แต่ถูกขอหลายรอบเลยใจอ่อนนำเงินหมุนเวียนบริษัทมาให้ยืม และเงินที่จ่ายมากว่า 8 แสนก็เป็นสินน้ำใจ ก็กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก   โดยหลังจากยื่นฟ้องเสร็จ 'ลูกตาล' และ ทนายความ ก็ได้เปิดเผยว่า จากคลิปที่ปรากฏนั้น มีพฤติกรรมไม่ชอบด้วยกฎหมายทวงหนี้ พ.ศ. 2558 และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จึงจำเป็นต้องมาฟ้อง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสมาเจรจาพูดคุยกัน ความจริงจะได้ปรากฏว่า พร้อมกับบอกว่ากำลังหารือจะฟ้องมากกว่า 1 คดี จะฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท เพราะหลังเกิดคลิปดังกล่าวทำให้คนมาสมัครฟิตเนสลดน้อยลง เขากังวลว่าจะปิดหรือไม่ปิดบริการ เบื้องต้นก็เกิดความเสียหาย พร้อมกับให้เจ้าหนี้ฟ้องมากว่าเงินกู้ที่กู้มาเหลือเท่าไหร่ หลังจากหักเงินที่จ่ายไปแล้วกว่า 845,000 บาท และหลักทรัพย์ค้ำประกันว่าต้องจ่ายอีกเท่าไหร่   โดย 'พี่ลูกตาล' ก็บอกว่า ที่มาฟ้องวันนี้รู้สึกโล่งอก ต้องการปกป้องศักดิ์ศรีที่อีกฝ่ายทำให้เราเสื่อมเสียชื่อเสียง เราอยากจะแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้โกงไม่ได้หนีหนี้ พร้อมกับยอมรับว่าจากคลิปดังกล่าวได้รับผลกระทบกับฟิตเนสมากๆ เสียหายเดือนละหลานล้านบาท   โดย ศาลอาญา รัชดา ก็ได้นัดมาไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 25 พฤษภาคม เวลา 9 โมง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dvMCn4w91I4

 1,107
บันเทิง
26 ก.พ. 63

'เท่ห์ อุเทน' พร้อมภรรยา ร้อง ปอท.เอาผิดเพจดัง และคนโพสต์กุข่าวแอบมีกิ๊ก

เท่ห์ อุเทน พร้อมภรรยา เข้าร้อง ปอท. ถูกเพจโพสต์ข้อมูลเท็จอ้างมีสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับแฟนเพลง และ เจ้าของที่โพสต์เฟซบุ๊ก   มากันที่ 'พี่เท่ห์ อุเทน' ที่เมื่อวานนี้ก็เดินทางพร้อมกับภรรยา 'โหนย  ปรินดา' ไปที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเพจเฟซบุ๊ก "เจ๊มอย 108" และ หญิงสาวที่โพสต์ข้อมูลเท็จกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวกับหญิงสาวคนอื่น   โดย 'พี่เท่ห์' ก็เผยว่าเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊กดังกล่าวได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับนักร้องเสียงละมุนมีเรื่องชู้สาว หรือนักร้องสร้างโลกสองใบ และมีหลักฐานสลิปโอนเงิน ข้อความแชทพูดคุยต่างๆ ขณะนั้นตนกำลังเดินทางไปเล่นคอนเสิร์ตที่ จ.อำนาจเจริญ จึงได้โทรศัพท์พูดคุยกับภรรยาซึ่งก็ไม่ได้ตกใจกับการโพสต์ดังกล่าวเพราะตลอดที่คบกันไม่เคยทำอะไรลักษณะเช่นนี้ จากนั้น ภรรยาได้หาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อต้องการทราบต้นตอ พบว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งที่ จ.เชียงใหม่ คาดว่าเป็นแฟนเพลงได้เซลฟี่กับตน ระหว่างเล่นคอนเสิร์ต ที่จ.เชียงใหม่ พร้อมโพสต์ข้อความ "รอคนของหัวใจ" และ หลายโพสต์ทำให้เชื่อว่ามีความสนิทสนมกัน สำหรับหญิงสาวรายดังกล่าวถูกสังคมพิพากษาต่อว่าไปแล้ว ส่วนทางเพจเฟซบุ๊กออกมาเพียงแค่โพสต์ขอโทษแล้ว แต่ทาง 'พี่เท่ห์' รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมเพราะเอาชื่อเสียงไปเสนอข่าวในทางเสียหายและไม่เป็นความจริง   ด้าน 'คุณโหนย' ภรรยาของ 'พี่เท่ห์' ก็บอกว่าอยู่กินกันมานาน 15 ปี ทันทีที่เห็นข้อความสนทนาในไลน์ก็สบายใจ เพราะรู้ได้เลยว่าไม่ใช่พี่เท่ห์แน่นอน และก็ทราบแล้วว่าคนที่โอนเงินให้ผู้หญิงเป็นใครแต่ไม่ขอเปิดเผย โดยเมื่อวานหญิงสาวคนดังกล่าวได้ส่งข้อความมาบอกว่าตอนนี้อยู่ลำบากมากเพราะมีคนตามด่า ไปส่งลูกที่โรงเรียนก็ลงรถไม่ได้ ตนจึงบอกไปว่าช่วยอะไรไม่ได้ เพราะเป็นการกระทำของเธอเอง      ส่วนทางคดีความ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เผยว่า กรณีผู้เสียหายเป็นบุคคลสาธารณะและถูกผู้อื่นให้ร้ายจนสร้างความเสียหาย หากภรรยาไม่เข้าใจด้วยแล้วส่งผลกระทบต่อครอบครัว เบื้องต้นเตรียมเอาผิดทั้งเพจเฟซบุ๊ก ลูกเพจ และ หญิงสาวคนดังกล่าว เพราะไปโพสต์ข้อมูล กล่าวพาดพิง ขยายข่าวไปในทางเสียหายและไม่เป็นความจริง ตามประมวลกฎหมายอาญา ในข้อหา "หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา" แต่ยังไม่พบเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากนี้จะรวบรวมข้อมูลส่งให้ตำรวจท้องที่ดำเนินการต่อไป ส่วนหญิงสาวอ้างว่าเพื่อนเป็นคนโพสต์ข้อความดังกล่าว ก็จะต้องตรวจสอบอีกครั้ง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/ccHmldH7WTw

 36
บันเทิง
25 ก.พ. 63

'ลูกตาล ชโลมจิต' เล็งฟ้องกลับคู่กรณีหมิ่นฯ วันที่ 26 ก.พ.นี้

อดีตนางแบบสาวสุดเซ็กซี่ ลูกตาล ชโลมจิต เอาจริง เตรียมฟ้องกลับคู่กรณีในวันที่ 26 ก.พ.    ไปที่เรื่องของอดีตนางแบบเซ็กซี่ ‘ลูกตาล ชโลมจิต’ ที่ก่อนหน้านี้ถูกเจ้าของร้านเพชร ‘จุ๋ม ฐิตาภัสร์ อัครศักดาภิรมย์’ บุกไปทวงเงิน 1 ล้าน 4 แสนบาท กลางฟิสเนตย่านอาร์ซีเอ จนถูกชาวโซเชียลโจมตี และเรียกร้องให้ ‘ลูกตาล’ คืนเงินเจ้าหนี้เค้าไปซะ   ต่อมา‘ลูกตาล’ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมหอบหลักฐานมา เผยว่าเธอได้ทำสัญญาเงินกู้กับเจ้าของเพชรจริง โดยได้เงินมา 1 ล้าน 4 แสนบาท และได้นำเครื่องเพชรมูลค่า 1 ล้าน 6 แสนบาท และ รถมอเตอร์ไซค์มูลค่า 6 แสนบาท ไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ตัวเองก็ได้ผ่อนชำระเดือนละ 70,000 บาท มาตลอด 1 ปีไม่เคยขาด โดยได้จ่ายหนี้ไปแล้ว 845,000 บาท หลังจากนั้นก็ไปสอบถามทางเจ้าหนี้ว่ายอดหนี้เหลือเท่าไหร่ แต่เจ้าหนี้กลับบอกว่าหนี้ยังเหลือ 1 ล้าน 4 แสนบาทเหมือนเดิม ส่วนเงิน 845,000 ที่ผ่อนจ่ายมาคือดอกเบี้ย    หลังจากนั้นฝ่ายของทาง ‘คุณจุ๋ม’ ที่เป็นเจ้าหนี้ของ ‘ลูกตาล’ ก็ได้มาเปิดใจโต้กลับ ‘ลูกตาล’ ในรายการ “โหนกระแส’ บอกว่าสนิทสนมกับ ‘ลูกตาล’ และ ‘ลูกตาล’ ก็ได้โทรศัพท์ไปขอร้องขอยืมเงินเธอถึง 3 ครั้ง แต่เธอเองไม่มี ก็เลยไปกู้ยืมเงินหมุนเวียนธุรกิจจากธนาคารมาให้ และบอกว่า ‘ลูกตาล’ เป็นเสนอให้เดือน 70,000 บาทเป็นค่าสินน้ำใจ และบอกว่าเครื่องเพชรที่ ‘ลูกตาล’ นำมาค้ำประกัน ก็ไม่ได้ซื้อมาจากร้านตนเอง ส่วนรถมอร์เตอร์ไซค์ที่ ‘ลูกตาล’ บอกว่ามูลค่ากว่า 6 แสนบาท ก็ไม่เป็นความจริง เพราะขายได้เพียง 2 แสนบาทเท่านั้น ยืนยันว่าตอนนี้ ‘ลูกตาล’ ยังเป็นหนี้ตนเองอยู่ 1 ล้าน 2 แสนบาท พร้อมกับเปรียบเรื่องนี้เป็นเหมือนชาวนากับงูเห่า   ขณะที่ ‘ลูกตาล’ หลังได้เห็นคำชี้แจงของคู่กรณี ก็อดรนทนไม่ไหว ออกมาซัดกลับคู่กรณีอีกครั้ง ยืนยันว่าไม่ไปอ้อนวอนขอยืมเงินคู่กรณีอย่างที่เค้าพูดถึง อย่ามาดราม่าเยอะ ไม่ต้องสร้างเรื่อง เพราะความจริงคือเธอซื้อเพชรจากร้านเค้า พร้อมนำหลักฐานเป็นใบซื้อขายเพชรมาให้ดู  แต่หลังจากนั้นเธอมีความต้องการจะขยายฟิตเนสเพิ่ม ก็เลยตั้งใจเอาเครื่องเพชรไปขายคืน ไม่ได้ตั้งใจไปกู้เงิน แต่เค้าก็บอกว่าไม่รับซื้อคืน แต่แนะนำให้เปลี่ยนเป็นฝากขายและทำสัญญาเงินกู้กัน    ส่วนที่คู่กรณีบอกว่าต้องไปยืมเงินโอดีจากธนาคารมาให้ ‘ลูกตาล’ กู้  ‘ลุกตาล’ ก็บอกว่าไม่มีใครเค้าทำกัน พร้อมท้าว่าถ้าไปยืมเงินโอดีมาจริงๆ ก็เอาหลักฐานมาให้ดู  ส่วนที่เจ้าของร้านเพชรบอกว่า ‘ลูกตาล’จะให้เงินเดือนละ 70,000 บาทเป็นสินน้ำใจ ‘ลุกตาล’ ก็บอกว่าเธอไปกู้เงินเค้า เพราะไม่มีเงิน แล้วจะเอา 70,000 ไปเป็นสินน้ำใจให้เค้าทำไม ที่จ่ายไปเดือนละ 70,000 ก็คือจ่ายเป็นค่าเงินต้นและดอกเบี้ย ยืนยันว่าไม่ได้ให้เป็นสินน้ำใจ พร้อมท้าว่าเจ้าหนี้ว่าเธอโกงเงิน ไม่ใช้หนี้ และคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก ก็ให้ไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้เลย    ส่วนที่คู่กรณีไปแจ้งความว่าถูก ‘ลูกตาล’ ทำร้ายร่างกาย  ‘ลูกตาล’ ก็ยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกาย ให้ ดูจากภาพกล้องวงจรปิดก็เห็น และตำรวจก็ไม่ได้เรียกเธอไปสอบสวนในเรื่องนี้ด้วย    ล่าสุด 'ลูกตาล' เตรียมเดินทางไปยื่นฟ้องคู่กรณีที่ศาลอาญารัชดา ในวันที่ 26 ก.พ. เวลา 11.00 น. คดีเรื่องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ความผิด พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/u2nSs_v3_es

 646
บันเทิง
18 ก.พ. 63

จำคุกเพิ่ม 1 เดือน 'มิตร มิตรชัย' หมิ่นประมาทตร. กล่าวหาถูกบังคับให้เซ็นรับสภาพหนี้

อ่วมซ้ำ! มิตร มิตรชัย น้องพระเอกลิเกดัง โดนศาลสั่งจำคุกเพิ่ม 1 เดือน ฐานหมิ่นประมาทตำรวจ หลังกล่าวหาว่าถูกบังคับให้เซ็นรับสภาพหนี้     มากันที่เรื่องของ ‘มิตร มิตรชัย’ ที่ตอนนี้โดนโทษจำคุก 6 ปี โดยไม่รอลงอาญา และชดใช้เงิน 27 ล้านบาท  ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว จากคดีที่ถูกอดีตแฟนสาว ฟ้องข้อหาฉ้อโกงเงิน 35 ล้านบาท    โดยเมื่อเช้าวานนี้ ศาลแขวงปทุมวัน ได้นัดสืบพยานในคดีที่ ‘พ.ต.อ.ปจภณ รอดโพธิ์ทอง’  (ผกก.ฝ่ายสวัสดิการบ้านพัก สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ)  เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ‘มิตร มิตรชัย’  ในข้อหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา”   สืบเนื่องจากกรณี ‘มิตร  มิตรชัย’ ได้ระบุชื่อของ  ‘พ.ต.อ.ปจภณ’  ว่า ได้ข่มขู่เค้าให้เซ็นรับสภาพหนี้ 35 ล้านบาท    ซึ่งในวันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยมาจากเรือนจำ  เพื่อแถลงต่อศาล  โดย ‘มิตร  มิตรชัย’ ได้ขอกลับคำให้การ  จากสู้คดีเป็นรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าไม่เคยถูก‘พ.ต.อ.ปจภณ’ ข่มขู่ให้เซ็นรับสภาพหนี้   ศาลพิจารณาคดีแล้ว ได้มีคำพิพากษา ให้ลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 1 เดือน  โดยให้นับโทษต่อจากคดีของศาลจังหวัดธัญบุรี ซึ่งฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย 6 ปี พร้อมชดใช้เงิน 27 ล้านบาท กรณีฉ้อโกงอดีตแฟนสาว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yTistLdtdsM

 168
การเมือง
01 ก.พ. 63

'หมอธีทัชฐ์' อดีตผู้สมัคร ส.ส.พปชร.หอบกระเช้า-กราบเท้าขอขมา 'เสรีพิศุทธ์' ถอนฟ้องหมิ่นประมาท

นายสัตวแพทย์ ธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กราบเท้าขอขมา พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ต่อหน้าสื่อมวลชน ขอให้ตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ถอนฟ้องหมิ่นประมาทจากกรณีที่เคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนกล่าวหาว่าพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างมอเตอร์ไซค์ไทเกอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบุกรุกพื้นที่ป่า   ทั้งนี้ก่อนที่นายสัตวแพทย์ธีทัชฐ์ จะมีการก้มกาบขอโทษ ได้กล่าวขอโทษด้วยวาจาพร้อมมอบกระเช้าผลไม้เพื่อขอขมา แต่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ไม่ยอม พร้อมระบุว่าตนเองได้รับความเสียหายจากการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวอย่างมาก จึงถามกลับว่าที่มาขอขมาเพราะต้องการให้ถอนฟ้องใช่หรือไม่ ซึ่งหากต้องการให้ถอนฟ้องจะต้องกราบเท้าขอโทษ   นายสัตวแพทย์ ธีทัชฐ์ จึงตกลงยินยอมก้มกราบเท้าพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ต่อหน้าสื่อมวลชน พร้อมกันนี้นายสัตวแพทย์ ธีทัชฐ์ ได้ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐแล้ว เพราะไม่สามารถร่วมอุดมการกับคนบางคนในพรรคพลังประชารัฐได้ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/KfiyGJKoO54

 254
การเมือง
01 ก.พ. 63

'ธีทัชฐ์' หิ้วกระเช้า-กราบเท้า 'เสรีพิศุทธ์' ขอให้ถอนฟ้องหมิ่นประมาท

นายสัตวแพทย์ธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เดินทางไปที่อาคารรัฐสภา พร้อมกับกระเช้าผลไม้ เพื่อกราบขอขมา พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ขอให้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ถอนฟ้องหมิ่นประมาท   จากกรณีที่เคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน กล่าวหาว่าพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างมอเตอร์ไซค์ไทเกอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบุกรุกพื้นที่ป่า   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายสัตวแพทย์ธีทัชฐ์ จะก้มกราบขอโทษ ได้มีการขอโทษด้วยวาจาและมอบกระเช้าผลไม้ให้ แต่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ไม่ยอม เพราะได้รับความเสียหายจากการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวอย่างมาก    จึงถามกลับว่าที่มาขอขมาเพราะต้องการให้ถอนฟ้องใช่หรือไม่ ซึ่งหากต้องการให้ถอนฟ้องจะต้องกราบเท้าขอโทษ นายสัตวแพทย์ ธีทัชฐ์ จึงตกลงยินยอมก้มกราบเท้าพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ต่อหน้าสื่อมวลชน พร้อมกับประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เพราะไม่สามารถร่วมอุดมการณ์กับบางคนในพรรคได้      ซึ่งพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ได้ตบศีรษะเบาๆ และกล่าวว่า ขอให้ตั้งพรรคใหม่ได้อย่างเรียบร้อย พร้อมกับรับกระเช้าผลไม้ และบอกว่าจะถอนฟ้องทั้ง 2 คดี     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/p4IMzh3s18w

 1,652
สังคม
31 ม.ค. 63

จำคุก 2 หนุ่มแกร็บแท็กซี่ ฐานความผิดหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่

วันนี้ (31 ม.ค. 63) ทางศาลจังหวัดนครราชสีมา ได้มีการพิพากษาจำคุกนายเกรียงไกร ไทยอ่อน  และนายคณพศ สุวพงศ์ สองคนขับรถแกร็บแท็กซี่ เป็นเวลา 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ข้อหาหมิ่นเจ้าพนักงานและหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาด้วยตัวอักษร  อีกทั้งนายคณพศ คนขับรถแกร็บแท็กซี่ยังโดนข้อหาใช้รถผิดประเภทด้วย    โดยก่อนหน้านายคณพศ นำคลิปที่ถูกตำรวจท่องเที่ยวจับ เพราะขับรถแกร็บแท็กซี่ไปโพสต์อยู่ในหน้าเพจเฟซบุ๊ก และเปิดให้ประชาชนเข้ามาคอมเมนต์ติเตือนมากกว่า 3000 ข้อความ เป็นการหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน อีกทั้งนายเกรียงไกรยังมีคดีที่ศาลรอการตัดสิน และลงอาญาอีก 2 คดี  นำโทษมารวมกันก็คือ จำคุก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ต่อมาได้ยื่นขอประกันตัว และศาลได้อนุมัติให้มีการปล่อยตัวชั่วคราว 

 4,968
บันเทิง
17 ม.ค. 63

'ทราย เจริญปุระ' เดินหน้าเอาเรื่องคู่กรณีข้อหาหมิ่นประมาท ยืนยันไม่ขอไกล่เกลี่ย

ทราย เจริญปุระ คนจริง 2020 โพสต์ภาพคำฟ้องร้องที่เธอคู่กรณี ข้อหาดูหมิ่น ด้วยการโฆษณา รังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำการใดๆ ให้ได้รับความอับอาย เป็นจำนวนเงิน 700,000 บาท   โดยมีการเขียนแคปชั่นว่า "มาค่ะ เปิดปีกัน กระเช้าไม่เอา คำขอโทษไม่ต้อง น้ำตาไม่ช่วยเช็ด ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกันไปแบบนิดๆ หน่อยๆ เจอกันที่ศาลค่ะ" เธอยังบอกด้วยว่า บอกกับทนายเอาไว้ว่าจะไม่ขอไกล่เกลี่ยแน่นอน ทนายจึงระบุในคำฟ้องว่า ถ้าไม่พร้อมชดเชยเป็นเงินก้อน ยินดีให้ผ่อนจ่ายได้พร้อมดอกเบี้ย งานนี้แฟนๆ พากันมาชื่นชมในความเป็นคนจริงของคุณทราย พร้อมเป็นแบบอย่างในการจัดการพวกที่ชอบเข้ามาคุกคามได้เป็นอย่างดี 

 9,342
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 ม.ค. 63

งานเข้า! หนุ่มแอบถ่ายภาพพยาบาล โพสต์วิจารณ์สนุกปาก จ่อผิดฐานหมิ่นประมาท

ประจวบคีรีขันธ์-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Por Paisarn ซึ่งขึ้นข้อมูลว่าบนโปรไฟล์ส่วนตัวว่า ทำงานเป็นตัวแทนประกันภัยบริษัทแห่งหนึ่ง ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า สบายอุราตามประสาพยาบาล โดยภาพประกอบเป็น ภาพแอบถ่ายการทำงานของเจ้าหน้าที่พยาบาลขณะปฎิบัติหน้าที่ นั่งบริเวณโต๊ะทำงานและป้อนข้อมูลคนไข้เข้าในระบบคอมพิวเตอร์   โดยภาพดังกล่าวผู้โพสต์ยังได้วงกลมสีแดงที่บริเวณใต้โต๊ะ เมื่อมีคนเข้ามาสอบถาม ได้ระบุว่า เป็นพัดลมอยูใต้โต๊ะดังกล่าว ก่อนถูกเพื่อนๆผู้โพสต์เข้ามาวิจารณ์กันอย่างสนุกปาก ด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม เข้าค่ายหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ถูกถ่ายภาพ   นอกจากนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายเดิม ยังได้โพสต์ภาพ ขณะที่บิดากำลังจะถูกเจาะเลือด โดยเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ กำลังให้บริการเจาะเลือดภายในห้องตรวจเลือด โดยได้ระบุข้อความคุกคามในลักษณะสองแง่สองง่ามว่า ถ้าพี่จิ้มป๊าผมแรง ผมจิ้มพี่คืนนะคับ ผมรักป๊าผมคับ ซึ่งภาพดังกล่าวก็มีบุคคลเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมากในทางลบเช่นกัน   ด้านนายแพทย์ศุภชัย ศุภพฤกษ์สกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งปฏิบัติราชการที่กรุงเทพมหานคร ผ่านทางโทรศัพท์ ได้กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุ ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกขององค์กรพยาบาลอย่างมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ถูกแอบถ่ายภาพ เป็นผู้ทำงานดี เอาใจใส่คนไข้   การโพสต์ภาพและข้อความโดยไม่ทราบข้อเท็จจริงในการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้หน่วยงานได้รับความเสียหาย ล่าสุดทางโรงพยาบาลได้มอบหมายให้นิติกร รวบรวมเอกสาร เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้โพสต์ ซึ่งลักษณะการโพสต์เป็นสองแง่สองง่าม รวมทั้งคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นก็ยิ่งทำให้เกิดความเสียหายยิ่งขึ้น   หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่นิติกรได้ติดต่อบริษัทต้นสังกัดของผู้โพสต์แล้ว ต่อมาทราบว่า ผู้โพสต์ ได้ลบโพสต์ดังกล่าวทิ้ง แต่เขียนข้อความในเฟซบุ๊กตนเองว่าขอโทษ ที่ทำลงไปไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ยังไม่ได้มีการติดต่อเพื่อขอโทษกับผู้เสียหายอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด   ทางด้านหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก ระบุว่า ภายหลังเกิดเหตุ พยาบาลสาวที่ถูกแอบถ่ายภาพ รู้สึกเครียดเป็นอย่างมาก เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งบั่นทอนกำลังใจในการทำงาน ที่ผ่านมารับราชการมานานกว่า 20 ปี ทำงานดีมาโดยตลอด และมักจะได้รับคำชื่นชมจากคนไข้เสมอรวมทั้งที่เป็นรักใคร่ของเพื่อนร่วมงานอย่างมาก   โดยวันเกิดเหตุเป็นวันหยุดราชการ วันเสาร์ ซึ่งจุดที่ถูกแอบถ่ายภาพ เป็นคลินิกนอกเวลา ระหว่างช่วง 08.30 - 12.00 น. โดยผู้โพสต์ได้พาบิดามารับการรักษาพยาบาล และมีการเจาะเลือด ซึ่งวันดังกล่าวพยาบาลสาวที่คอยดูแลคนไข้ที่มารับบริการมาก ต้องทำงานเกินเวลาไปจนถึงเวลาบ่ายสองโมง   โพสต์ที่ปรากฎออกไป ส่งผลให้พยาบาลทั้งองค์กรรู้สึกท้อใจ เพราะทุกคนทำหน้าที่ของตนเอง ดูแลผู้ใช้บริการ อย่างเต็มที่   ส่วนสาเหตุที่ต้องวางพัดลมไว้ใต้โต๊ะที่มีลักษณะปิดด้านหน้านั้น เนื่องจากไม่สามารถวางไว้บริเวณอื่นได้ เพราะทำให้กีดขวางทางเดิน ส่วนด้านหลังก็เป็นทางเข้าห้องน้ำ และในช่วงเวลาดังกล่าวก็ไม่ได้เปิดพัดลม จะเปิดเฉพาะช่วงเวลาเย็นที่มียุงกัดเท่านั้น เนื่องจากคลินิกนอกเวลา เป็นอาคารโล่งไม่ได้เปิดแอร์จุดเจ้าหน้าที่นั่ง จึงมียุงชุมเวลาช่วงเย็น จึงต้องเปิดพัดลมไล่ยุ่งเท่านั้น   อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการมาขอโทษเจ้าตัว หากฝ่ายนิติกรรวบรวมเอกสารหลักฐานเสร็จสิ้น อาจมีการแจ้งความหมิ่นประมาทเพิ่ม สำหรับผู้ที่เข้ามาโต้ตอบกระทู้ เพราะหลายคนใช้คำพูดไม่สุภาพ ส่อเสียด ทำให้เกิดความเสียหาย และอยากให้เป็นแบบอย่างแก่คนทั่วไปในการโพสต์ภาพหรือข้อความ ให้คิดให้ดี อีกทั้งต้องคำนึงถึงกฎหมายเป็นสำคัญ ซึ่งโรงพยาบาลมี พรบ.สาธารณสุข ที่ห้ามถ่ายภาพเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/SaMPXq_AR0s

 43,983
ข่าวโซเชียล
09 ม.ค. 63

งานเข้า! หนุ่มแอบถ่ายภาพพยาบาล โพสต์วิจารณ์สนุกปาก จ่อผิดฐานหมิ่นประมาท

ประจวบคีรีขันธ์-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Por Paisarn ซึ่งขึ้นข้อมูลว่าบนโปรไฟล์ส่วนตัวว่า ทำงานเป็นตัวแทนประกันภัยบริษัทแห่งหนึ่ง ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า สบายอุราตามประสาพยาบาล โดยภาพประกอบเป็น ภาพแอบถ่ายการทำงานของเจ้าหน้าที่พยาบาลขณะปฎิบัติหน้าที่ นั่งบริเวณโต๊ะทำงานและป้อนข้อมูลคนไข้เข้าในระบบคอมพิวเตอร์   โดยภาพดังกล่าวผู้โพสต์ยังได้วงกลมสีแดงที่บริเวณใต้โต๊ะ เมื่อมีคนเข้ามาสอบถาม ได้ระบุว่า เป็นพัดลมอยูใต้โต๊ะดังกล่าว ก่อนถูกเพื่อนๆผู้โพสต์เข้ามาวิจารณ์กันอย่างสนุกปาก ด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม เข้าค่ายหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ถูกถ่ายภาพ   นอกจากนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายเดิม ยังได้โพสต์ภาพ ขณะที่บิดากำลังจะถูกเจาะเลือด โดยเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ กำลังให้บริการเจาะเลือดภายในห้องตรวจเลือด โดยได้ระบุข้อความคุกคามในลักษณะสองแง่สองง่ามว่า ถ้าพี่จิ้มป๊าผมแรง ผมจิ้มพี่คืนนะคับ ผมรักป๊าผมคับ ซึ่งภาพดังกล่าวก็มีบุคคลเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมากในทางลบเช่นกัน   ด้านนายแพทย์ศุภชัย ศุภพฤกษ์สกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งปฏิบัติราชการที่กรุงเทพมหานคร ผ่านทางโทรศัพท์ ได้กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุ ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกขององค์กรพยาบาลอย่างมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ถูกแอบถ่ายภาพ เป็นผู้ทำงานดี เอาใจใส่คนไข้   การโพสต์ภาพและข้อความโดยไม่ทราบข้อเท็จจริงในการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้หน่วยงานได้รับความเสียหาย ล่าสุดทางโรงพยาบาลได้มอบหมายให้นิติกร รวบรวมเอกสาร เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้โพสต์ ซึ่งลักษณะการโพสต์เป็นสองแง่สองง่าม รวมทั้งคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นก็ยิ่งทำให้เกิดความเสียหายยิ่งขึ้น   หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่นิติกรได้ติดต่อบริษัทต้นสังกัดของผู้โพสต์แล้ว ต่อมาทราบว่า ผู้โพสต์ ได้ลบโพสต์ดังกล่าวทิ้ง แต่เขียนข้อความในเฟซบุ๊กตนเองว่าขอโทษ ที่ทำลงไปไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ยังไม่ได้มีการติดต่อเพื่อขอโทษกับผู้เสียหายอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด   ทางด้านหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก ระบุว่า ภายหลังเกิดเหตุ พยาบาลสาวที่ถูกแอบถ่ายภาพ รู้สึกเครียดเป็นอย่างมาก เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งบั่นทอนกำลังใจในการทำงาน ที่ผ่านมารับราชการมานานกว่า 20 ปี ทำงานดีมาโดยตลอด และมักจะได้รับคำชื่นชมจากคนไข้เสมอรวมทั้งที่เป็นรักใคร่ของเพื่อนร่วมงานอย่างมาก   โดยวันเกิดเหตุเป็นวันหยุดราชการ วันเสาร์ ซึ่งจุดที่ถูกแอบถ่ายภาพ เป็นคลินิกนอกเวลา ระหว่างช่วง 08.30 - 12.00 น. โดยผู้โพสต์ได้พาบิดามารับการรักษาพยาบาล และมีการเจาะเลือด ซึ่งวันดังกล่าวพยาบาลสาวที่คอยดูแลคนไข้ที่มารับบริการมาก ต้องทำงานเกินเวลาไปจนถึงเวลาบ่ายสองโมง   โพสต์ที่ปรากฎออกไป ส่งผลให้พยาบาลทั้งองค์กรรู้สึกท้อใจ เพราะทุกคนทำหน้าที่ของตนเอง ดูแลผู้ใช้บริการ อย่างเต็มที่   ส่วนสาเหตุที่ต้องวางพัดลมไว้ใต้โต๊ะที่มีลักษณะปิดด้านหน้านั้น เนื่องจากไม่สามารถวางไว้บริเวณอื่นได้ เพราะทำให้กีดขวางทางเดิน ส่วนด้านหลังก็เป็นทางเข้าห้องน้ำ และในช่วงเวลาดังกล่าวก็ไม่ได้เปิดพัดลม จะเปิดเฉพาะช่วงเวลาเย็นที่มียุงกัดเท่านั้น เนื่องจากคลินิกนอกเวลา เป็นอาคารโล่งไม่ได้เปิดแอร์จุดเจ้าหน้าที่นั่ง จึงมียุงชุมเวลาช่วงเย็น จึงต้องเปิดพัดลมไล่ยุ่งเท่านั้น   อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการมาขอโทษเจ้าตัว หากฝ่ายนิติกรรวบรวมเอกสารหลักฐานเสร็จสิ้น อาจมีการแจ้งความหมิ่นประมาทเพิ่ม สำหรับผู้ที่เข้ามาโต้ตอบกระทู้ เพราะหลายคนใช้คำพูดไม่สุภาพ ส่อเสียด ทำให้เกิดความเสียหาย และอยากให้เป็นแบบอย่างแก่คนทั่วไปในการโพสต์ภาพหรือข้อความ ให้คิดให้ดี อีกทั้งต้องคำนึงถึงกฎหมายเป็นสำคัญ ซึ่งโรงพยาบาลมี พรบ.สาธารณสุข ที่ห้ามถ่ายภาพเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/SaMPXq_AR0s

 43,983
การเมือง
13 ธ.ค. 62

'ปารีณา' ย่องยื่นประกันตัว 5 หมื่น หลังศาลรับฟ้องคดีโพสต์หมิ่น 'ช่อ พรรณิการ์'

ศาลอาญานัดฟังคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็นจำเลยข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตาม ป. อาญา ม.326, 328   กรณี น.ส.ปารีณาโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหา น.ส. พรรณิการ์ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เชื่อมโยงกับเหตุระเบิดหลายพื้นที่ใน กทม.และความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้   ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ใช้บัญชีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ ปารีณา ไกรคุปต์ ตั้งค่าการเข้าถึงแบบสาธารณะ ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปสามารถเข้าดูได้ การกระทำของจำเลยจึงมีมูลให้ประทับรับฟ้อง และนัดสืบพยานในวันที่ 17 ก.พ.63 เวลา 09.00 น.   โดย น.ส.ปรีณา ยื่นคำร้องพร้อมเงินสด 5 หมื่นบาท ขอประกันตัว ศาลอนุญาตให้ประกันปล่อยตัวชั่วคราวไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RGsfARebIII

 3,331
สังคม
07 ธ.ค. 62

ลูกสาวยื่นฟ้อง ทนายความอาม่าฮวย หมิ่นประมาท-คนในครอบครัว แชร์ข้อความเท็จ-เอกสารปลอม ยันไม่ได้โกงเงินแม่

ความคืบหน้ากรณี อาม่าฮวย หรือ นางฮวย ศรีวิรัตน์ ยื่นฟ้องลูกสาวและผู้เกี่ยวข้อง โกงเงินในบัญชี 250 ล้านบาท ซึ่งคดีนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจรณาของศาล ซึ่งก่อนหน้านี้ นางมาวดี ศรีวิรัตน์ ลูกสาวอาม่าฮวย พร้อมทนายความก็แถลงชี้แจง และยืนยันว่าไม่ได้โกงเงินตามที่เป็นข่าว   ล่าสุด เมื่อวานนี้ นางมาวดี พร้อมด้วยนายกฤษฎา อินทามระ ทนายความ  เดินทางมาที่ศาลอาญาพระโขนง เพื่อฟ้องดำเนินคดีกลับบุคคลในครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวหาเรื่องโกงเงิน 250 ล้านบาท  พร้อมฟ้องดำเนินคดีกับทนายความของอาม่าฮวย ที่เป็นโจทย์ยื่นฟ้องตัวเองในคดีแพ่ง ข้อหาร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ ใช้เอกสารสิทธิ์ปลอม และร่วมกันลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา     นาย กฤษฎา ทนายความ กล่าวว่า  ในวันนี้จะฟ้องดำเนินคดีกับบุคคลในครอบครัว รวม3 ข้อหา ได้แก่ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ข้อหาปลอมแปลงเอกสารและความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังพบว่าเมื่อวันที่19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บุคคลดังกล่าว ได้มายื่นฟ้องดำเนินคดีกับนางมาวดี โดยใช้การพิมพ์ลายนิ้วมืออาม่าฮวยแทนการลงลายมือชื่อ เพื่อเป็นการมอบอำนาจให้บุคคลในครอบครัวเป็นดำเนินคดีแทน    แต่วันที่23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา บุคคลดังกล่าวกลับนำข้อความที่ระบุว่าอาม่าเป็นคนเขียนด้วยลายมือตนเองมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ค โดยข้อความ เขียนว่า ดีขโมยเงินไป200ล้าน ซึ่งทำให้ข้อตั้งสังเกตว่า หากอาม่าเขียนหนังสือได้จริง ทำไมในวันที่มายื่นฟ้องต่อศาล อาม่าไม่ลงลายมือชื่อแต่กลับพิมพ์ลายนิ้วมือแทน ส่วนของทนายความของอาม่าฮวย  จะฟ้องดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังมีการนำเรื่องราวและข้อความใส่ร้าย นางมาวดี โพสต์ลงเฟซบุ๊คส่วนตัว ทำให้เกิดความเข้าใจผิด  ด้านนางมาวดี ระบุว่า นอกจากนี้ตนจะมาทำเรื่องขอเงินจำนวน 5 ล้านบาท ที่พี่ชายนำมาวางต่อศาล หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตนเคยมายื่นฟ้องพี่ชายที่ยักยอกเงินจำนวน 5 ล้านบาท ที่ตนเคยฝากเป็นค่ารักษาพยาบาลของอาม่าฮวย แต่พี่ชายกลับไม่ได้นำไปดำเนินการ กระทั่งเมื่อเดือนสิงหาคม 2561 ศาลตัดสินให้พี่ชายคืนเงินจำนวนดังกล่าว โดยยืนยันว่า วันนี้จะทำเรื่องขอเงินจำนวนนี้ไปเป็นค่ารักษาพยาบาลให้กับอาม่าฮวยตามเจตนารมณ์เดิม   สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตัวเองก็เสียใจ และยังรักแม่เหมือนเดิม แต่ต้องออกมาต่อสู้ทางด้านคดีกับบุคคลในครอบครัวที่มากล่าวหาข้อหาร้ายแรง  และ ยืนยันว่าตนมีหลักฐานทุกอย่างที่สามารถยืนยันได้ว่าตนไม่ผิด และพร้อมเดินหน้ายืนยันความบริสุทธิ์   ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความของอาม่าฮวย กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดมี่ที่มาที่ไปและหลักฐาน ซึ่งทุกอย่าง่อสู้กันในชั้นศาล และทางตนและอาม่าจะแถลงข่าวชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นวัน จันทร์นี้เวลา 10.00 น.     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/egD0_Tz8Sto  

 600
การเมือง
02 ธ.ค. 62

ไม่จบ! 'ปารีณา' ส่งทนายแจ้งความ 'วีระ-อัจฉริยะ' ปมแจ้งความเท็จ-หมิ่นประมาท

นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความของ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พปชร. เดินทางมาที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ยื่นฟ้องให้ดำเนินคดีกับ นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ในความผิดฐานแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท กรณีนายวีระแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรจอมบึง จังหวัดราชบุรี กล่าวหาว่า ตนเองบุกรุกพื้นที่ป่า  และยังฟ้องให้ดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมย่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ฐานหมิ่นประมาท กรณีให้สัมภาษณ์พาดพิงเรื่องการบุกรุกที่ ทำให้นางสาวปารีณาเสื่อมเสียชื่อเสียง    นายธีระยุทธ เปิดเผยว่า นายวีระ และ นายอัจฉริยะ ได้นำเอาข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง กรณีเรื่องกล่าวหาว่าที่ดินของนางสาวปารีณา ที่จังหวัดราชบุรี มีการแบ่งออกเป็น 3 แปลงย่อย มาให้สัมภาษณ์ และแจ้งความกับตำรวจ ซึ่งหากเป็าความจริง ในประเด็นนี้นายวีระต้องแสดงให้ศาลเห็นว่าที่ดินดังกล่าวก่อนจะถูกแบ่งออกเป็น 3 แปลง จะต้องมีสภาพเป็นที่ดินผืนใหญ่ หากไม่ใช่ก็จะถือว่าไม่เป็นความจริง ดังนั้น ตนเองที่ได้รับมอบอำนาจจากนางสาวปารีณา จึงมาฟ้อใเพื่อเปิดคดี ให้ทุกฝ่ายได้นำหลักฐานมาพิสูจน์ความจริงกันในชั้นศาล   ส่วนกรณีที่นายวีระและนายอัจฉริยะ ลงพื้นที่ตรวจสอบฟาร์มไก่ของนางสาวปารีณา ซึ่งเข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวนั้น จะยังไม่ยื่นฟ้องในสำนวนนี้ แต่ยอมรับว่ามีการเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานไว้ ซึ่งเชื่อว่านายวีระรู้ดีว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายบุกรุกหรือไม่    และกรณีที่นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีตรวจสอบที่ดินของนางสาวปารีณาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น ทีมทนายความได้รวบรวมหลักฐานไว้ ซึ่งพบว่าข้อมูลบางส่วนตรงกันกับหลักฐานที่ทนายมี ส่วนจะพิจารณาฟ้องร้องเอาผิดกับอธิบดีกรมป่าไม้หรือไม่ คงยังไม่ฟ้องร้องในขณะนี้ ขอรอดูท่าทีในอนาคต หากมีลักษณะเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือละเมิดสิทธินางสาวปารีณา ก็คงต้องฟ้องเพื่อรักษาสิทธิของนางสาวปารีณาเช่นกัน    ขณะที่เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา มีรายงานว่านางสาวปารีณาก็เดินทางมาที่ศาลอาญาเช่นกัน แต่หลบสื่อและปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยกล่าวเพียงว่ามาติดตามในคดีที่ถูกนางสาวพรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท ก่อนจะแอบเดินทางกลับ โดยไม่รอยื่นฟ้องคดีนี้พร้อมกับทนายความในช่วงบ่าย

 3,052
การเมือง
16 พ.ย. 62

'สิระ' เสนอเปลี่ยนตัวประธาน กมธ.ป.ป.ช. - จ่อฟ้องหมิ่น 'เสรีพิศุทธ์' กล่าวหาซื้อเสียง-ส.ส.สวะ

กรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ เรียก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เข้าชี้แจงปมถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนและประเด็นอื่น ในวันพุธที่ 20 พ.ย.นี้ และขู่ว่าถ้าไม่มาจะมีความผิดตามอาญาฯ นั้น   ล่าสุดหลังจากมีมติออกมาว่าจะมีการเชิญให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อีกครั้ง นายสิระ เจนจาคะ และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ จากพรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ผ่านเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการสภาฯ ขอให้ทบทวนมติ กมธ.อาจส่อขัดต่อข้อบังคับการประชุมสภาฯหรือไม่   โดยนายสิระ บอกว่า ในฐานะ กมธ.ทำหนังสือยื่นถึงประธานสภาฯ เพื่อให้พิจารณาเรื่องนี้ ไม่สบายใจการทำงานของประธาน กมธ. แทนที่จะเอาเวลาไปปราบปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐที่โกงประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ แต่ผ่านมา 4 สัปดาห์แล้วยังใช้เวลาชำระแค้นกันส่วนตัวหรือไม่    อยากให้ประชาชนช่วยตัดสินใจว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกฯได้พิจารณาในที่ประชุมสภาฯแล้ว ดังนั้นถ้ากมธ.มาออกมติแบบนี้ มันจะขัดกันหรือไม่ เสนอเปลี่ยนตัว กมธ.ป.ป.ช. มั่นใจว่ามีเสียงพอเพียงแน่นอน   นอกจากนี้ นายสิระ ยังบอกอีกว่า วันที่ 19 พ.ย.จะเดินทางไปศาลอาญาฯ ฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ฐานหมิ่นประมาท หลังก่อหน้านี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่าตนซื้อเสียง และพูดทำนองว่า เป็นส.ส.สวะ และพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ชอบพูดจาดูถูกหมิ่นคนอื่นว่าโง่   ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ตอบคำถามกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกหนังสือมติว่าจะมีการเรียกนายกฯ และ พล.อ.ประวิตร มาในสัปดาห์หน้านั้น ใช้อำนาจเกินหน้าที่หรือไม่?   นายวิษณุ บอกว่า ปกติการสั่งการของ กมธ. จะมี 2 รูปแบบ รูปแบบแรกคือการขอความร่วมมือตามรธน.มาตรา 129 เป็นไปตามข้อบังคับการประชุม ส่วนรูปแบบที่ 2 คือ สั่งมาตาม พรบ.คำสั่งเรียก ซึ่ง กมธ.ยังไม่ได้อ้างอำนาจ ตามพรบ.ฉบับบนี้ ที่เป็นเรื่องความผิดตามอาญาฯ ดังนั้นต้องไปดูว่าฉบับล่าสุด อ้างพรบ.คำสั่งเรียกหรือไม่     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Ncb6_-FAVmE

 2,553
การเมือง
12 พ.ย. 62

'สิระ' เอาจริงจ่อฟ้อง 'เทพไท' ปมหมิ่นประมาท "เล่นกับหมา หมาเลียปาก"

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า วันที่ 15 พ.ย. เวลา 10.00 น. จะไปฟ้องดำเนินคดีนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ข้อหาหมิ่นประมาท ที่ศาลแขวงดอนเมือง กรณีพาดพิงและเปรียบเทียบว่า “ถ้าเล่นกับหมา หมาจะเลียปาก จึงไม่ยอมเล่นกับหมาอีกต่อไป” เป็นคำกล่าวที่ทำให้ได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่น ดูแคลน   ทั้งยังสะท้อนว่านายเทพไทไม่เคยเปลี่ยนนิสัยและพฤติกรรมเดิมๆ ที่กล่าวหาคนแบบคะนองปาก จนเกือบติดคุกกรณีโจมตี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรื่อง ว. 5 โฟร์ซีซั่น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุก 1 ปี ปรับ 50,000 บาท เมื่อถึงชั้นศาลฎีกาขอเจรจาไกล่เกลี่ยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถอนฟ้องแลกกับการขอขมารอดคุกมาได้   นายสิระกล่าวด้วยว่า แม้ตนจะเป็น ส.ส.สมัยแรก แต่ทุ่มเททำงานเพื่อประชาชนเต็มที่ทั้งประชาชนในพื้นที่เขตหลักสี่ รวมถึงทั่วประเทศไทยที่เดือดร้อนนำเรื่องมาร้องเรียน ไม่เคยนิ่งเฉยทุกกรณี แตกต่างจากนายเทพไทที่ยกตัวว่าเป็น ส.ส.หลายสมัย   ถ้าไปถามคนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เขายังคิดไม่ออกว่าทำอะไรให้จังหวัดบ้าง ส่วนที่อ้างการทำงานในสภาฯ มีแต่การตีฝีปากเพื่อประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น ส.ส.สมัยแรกอย่างตนเป็นคนจริงพูดคำไหนคำนั้น เมื่อฟ้องแล้วจะไม่ยอมความ เรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาทนำเงินไปพัฒนา จ.นครศรีธรรมราช   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/p6keyb5pSTU

 1,631

Top