ค้นหา :

ผลการค้นหา "แอมเนสตี้"

การเมือง
04 ก.ย. 62

'เนติวิทย์' วืดเป็น กก.แอมเนสตี้ประเทศไทย นายทะเบียน กทม.ชี้พฤติกรรมไม่เหมาะสม

มีรายงานว่า นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ อดีตประธานสภานิสิต จุฬาฯ และเป็นนักกิจกรรมการเมืองรุ่นใหม่ ถูกนายทะเบียนกรุงเทพมหานคร ไม่รับจดทะเบียนให้เป็นกรรมการแอมเนสตี้ประเทศไทย โดยให้เหตุผลว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม   ด้านนายเนติวิทย์เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง มีการดำเนินการต่อสู้ ร้องขอมานาน นับตั้งแต่ได้รับเลือก แต่นายทะเบียนก็ยังไม่รับรองจดทะเบียนให้ในตำแหน่งกรรมการเยาวชน แอมเนสตี้ประเทศไทย โดยอ้างว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม   ตนได้เคยทำหนังสือร้องเรียนไปถึงอธิบดีกรมการปกครอง และรองอธิบดีกรมการปกครองก็มีหนังสือตอบกลับมาว่า ยืนยันตามเดิม คือไม่รับจดทะเบียนให้ตามกฎหมาย อ้างว่าตนถูกคดีและเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่กรรมการคนอื่นที่มีคดีจากชุมนุมทางการเมืองเช่นกัน ก็ได้รับการจดทะเบียนปกติ ต่างกับตนเอง จึงมองว่าเรื่องนี้ ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม   ทั้งนี้ นายเนติวิทย์ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุม​ใหญ่​ประจำปีของแอมเนสตี้ อินเตอร์​เนชั่น​แนล ประเทศไทย กรรมการแอมเนสตี้ประเทศไทย ตั้งแต่ราวเดือนมิถุนายน 2561 จนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่ได้รับการจดทะเบียน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gLSJe6IRe20

 677
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.ย. 62

แอมเนสตี้ แถลงย้ำ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ ‘บิลลี่’ ต้องรับโทษ

จากกรณีเมื่อวานนี้ (3 ก.ย.62) กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ แถลงพบหลักฐานชี้ชัดว่า บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักมนุษยชน และนักต่อสู้เพื่อสิทธิทำกินของชาวกะเหรี่ยง ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่หายตัวไป 5 ปี ได้พบชิ้นส่วนกระดูก จำนวน 2 ชิ้น ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร จำนวน 1 ถัง เหล็กเส้น จำนวน 2 เส้น ถ่านไม้ จำนวน 4 ชิ้น และเศษฝาถังน้ำมัน ซึ่งคาดว่าบิลลี่ จะถูกฆาตกรรมยัดถัง ก่อนเผาอำพรางคดี แต่ยังไม่สามารถหาผู้กระทำผิดมาลงโทษได้   ซึ่งในกรณีนี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ระบุว่า จากคำแถลงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2562 ที่ยืนยันว่านายพอละจี รักจงเจริญ หรือ ‘บิลลี่’ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงได้เสียชีวิตลงแล้ว โดยบิลลี่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. 2557 หลังถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี    ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ระบุว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของบิลลี่ต่อการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก และแอมเนสตี้จะยืนหยัดเคียงข้างครอบครัวจนกว่าทางการไทยจะสามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ   “นับเป็นสัญญาณที่ดีที่ทางการไทยสามารถนำความคืบหน้าของคดีอาชญากรรมร้ายแรงเช่นนี้มาสู่ครอบครัวของผู้เสียหายและสาธารณชนได้”   “อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสืบสวนสอบสวนให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงว่าผู้กระทำและผู้ส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมครั้งนี้คือใคร และต้องนำบุคคลดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามมาตรฐานสากล”   นอกจากนั้น แอมเนสตี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางการไทยจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนบุคคลอื่นที่ถูกบังคับให้สูญหายต่อไปด้วย พร้อมย้ำว่า การออกกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมร้ายแรงจากการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหายจะนำพาความยุติธรรมมาให้กับผู้เสียหายและครอบครัว และเป็นการประกันถึงความรับผิดของผู้กระทำและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ยั่งยืน”   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : หายตัว 5 ปี dsi ชี้ชัด 'บิลลี่' ถูกเผายัดถังคาแก่งกระจาน เมียจุกอกรู้ความจริง วอนจับฆาตกร      

 1,757
การเมือง
09 เม.ย. 62

คสช.แถลงโต้แอมเนสตี้ ปัดใช้กระบวนการยุติธรรมปิดปาก 'ธนาธร'

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีองค์กรสิทธิมนุษยชน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์กรณีการดำเนินคดีตามมาตรา 116 กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ระบุใช้กระบวนการยุติธรรมปิดปากฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองว่า   อาจเป็นความเข้าใจที่สับสน การดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายกติกาสังคม ไม่น่าใช่การปิดหรือเปิดปากใคร เท่าที่เห็นการพูดแสดงความเห็นยังทำได้ปกติ ด้วยลักษณะเฉพาะตัวของหลายๆบุคคล เชื่อว่าไม่มีปัจจัยใดจะไปบีบบังคับใครได้ การให้ความเห็นของบางองค์กรจากต่างประเทศ อาจมีลักษณะเฉพาะตามธรรมเนียมองค์กร ที่ได้รับข้อมูลมาแบบจำกัดไม่ต่างจากอดีต เชื่อว่าส่วนใหญ่คุ้นชิน การเรียกร้องสิทธิตามบทบาทขององค์กร ควรหลีกเลี่ยงการสร้างให้สังคมไทยเกิดการแบ่งฝ่าย ขอให้รับฟังกระแสสังคมไทยส่วนใหญ่ เพื่อวางบทบาทขององค์กรในจุดที่พอเหมาะพอควร   ยืนยันผู้ถูกกล่าวหาได้รับสิทธิตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติ เช่น การใช้พยานหลักฐานพิสูจน์ความจริง การแก้ข้อกล่าวหา การใช้กลไกสืบสวนสอบสวน การได้รับสิทธิ คุ้มครองตามหลักกฎหมาย ไม่แตกต่างจากการดำเนินคดีของบุคคลอื่นๆในคดีอื่นๆ ในศาลเฉพาะทางอื่นๆ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามหลักกฎหมาย เคารพในสิทธิเสรีภาพของทุกคน การดำเนินคดีเป็นไปตามเหตุแห่งพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองคนใดฝ่ายใด หากเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดเป็นเรื่องที่สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้ตามกระบวนการสากล   การพิจารณาคดีในอำนาจของศาลทหารอยู่ในเกณฑ์มาตร ฐานตามกระบวนการยุติธรรม ผลการพิจารณาคดีที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏพบข้อกังขาใดๆ ทุกอย่างล้วนเป็นไปตาม พยานหลักฐานที่ปรากฏ ยืนยันเป็นกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ทุกฝ่ายได้พิสูจน์ความจริง เป็นหลักสากล ไม่มีวิธีการใดเลยที่เป็นการปิดปาก อย่างที่แอมเนสตี้ใช้คำนี้กล่าวหาทางการไทย สังคมไทยเป็นหนึ่งเดียวแม้จะมีหลากหลายในความคิดเห็นทางการเมือง คนไทยทุกคนยังได้รับการปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกัน ผู้ที่กระทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินการตามหลักนิติรัฐเพื่อความสงบสุขของสังคมไทย   ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า เป็นสิทธิที่ คสช.จะพูดและเป็นวิจารณญาณของประชาชนว่าจะเชื่อแบบไหน เชื่อว่าประชาชนจะมองออก เพราะอย่างที่บอกคดีเกิดขึ้นเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว แต่มาดำเนินการในช่วงหลังเลือกตั้งเพียงแค่ 1 สัปดาห์ ก็ค่อนข้างชัดเจน รวมถึงจะมีการดำเนินคดีกับนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธรด้วย แต่พรรคและนายธนาธรจะสู้ไปตามกระบวนการยุติธรรม และเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mUd0W7z79mg

 1,876
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
09 เม.ย. 62

คสช.แถลงโต้แอมเนสตี้ ปัดใช้กระบวนการยุติธรรมปิดปาก 'ธนาธร'

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีองค์กรสิทธิมนุษยชน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์กรณีการดำเนินคดีตามมาตรา 116 กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ระบุใช้กระบวนการยุติธรรมปิดปากฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองว่า   อาจเป็นความเข้าใจที่สับสน การดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายกติกาสังคม ไม่น่าใช่การปิดหรือเปิดปากใคร เท่าที่เห็นการพูดแสดงความเห็นยังทำได้ปกติ ด้วยลักษณะเฉพาะตัวของหลายๆบุคคล เชื่อว่าไม่มีปัจจัยใดจะไปบีบบังคับใครได้ การให้ความเห็นของบางองค์กรจากต่างประเทศ อาจมีลักษณะเฉพาะตามธรรมเนียมองค์กร ที่ได้รับข้อมูลมาแบบจำกัดไม่ต่างจากอดีต เชื่อว่าส่วนใหญ่คุ้นชิน การเรียกร้องสิทธิตามบทบาทขององค์กร ควรหลีกเลี่ยงการสร้างให้สังคมไทยเกิดการแบ่งฝ่าย ขอให้รับฟังกระแสสังคมไทยส่วนใหญ่ เพื่อวางบทบาทขององค์กรในจุดที่พอเหมาะพอควร   ยืนยันผู้ถูกกล่าวหาได้รับสิทธิตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติ เช่น การใช้พยานหลักฐานพิสูจน์ความจริง การแก้ข้อกล่าวหา การใช้กลไกสืบสวนสอบสวน การได้รับสิทธิ คุ้มครองตามหลักกฎหมาย ไม่แตกต่างจากการดำเนินคดีของบุคคลอื่นๆในคดีอื่นๆ ในศาลเฉพาะทางอื่นๆ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามหลักกฎหมาย เคารพในสิทธิเสรีภาพของทุกคน การดำเนินคดีเป็นไปตามเหตุแห่งพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองคนใดฝ่ายใด หากเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดเป็นเรื่องที่สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้ตามกระบวนการสากล   การพิจารณาคดีในอำนาจของศาลทหารอยู่ในเกณฑ์มาตร ฐานตามกระบวนการยุติธรรม ผลการพิจารณาคดีที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏพบข้อกังขาใดๆ ทุกอย่างล้วนเป็นไปตาม พยานหลักฐานที่ปรากฏ ยืนยันเป็นกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ทุกฝ่ายได้พิสูจน์ความจริง เป็นหลักสากล ไม่มีวิธีการใดเลยที่เป็นการปิดปาก อย่างที่แอมเนสตี้ใช้คำนี้กล่าวหาทางการไทย สังคมไทยเป็นหนึ่งเดียวแม้จะมีหลากหลายในความคิดเห็นทางการเมือง คนไทยทุกคนยังได้รับการปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกัน ผู้ที่กระทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินการตามหลักนิติรัฐเพื่อความสงบสุขของสังคมไทย   ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า เป็นสิทธิที่ คสช.จะพูดและเป็นวิจารณญาณของประชาชนว่าจะเชื่อแบบไหน เชื่อว่าประชาชนจะมองออก เพราะอย่างที่บอกคดีเกิดขึ้นเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว แต่มาดำเนินการในช่วงหลังเลือกตั้งเพียงแค่ 1 สัปดาห์ ก็ค่อนข้างชัดเจน รวมถึงจะมีการดำเนินคดีกับนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธรด้วย แต่พรรคและนายธนาธรจะสู้ไปตามกระบวนการยุติธรรม และเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mUd0W7z79mg

 1,876
การเมือง
08 เม.ย. 62

'แอมเนสตี้' แถลงจี้รัฐบาลหยุดใช้กระบวนการยุติธรรมอย่างมิชอบ เรียกร้องยุติใช้ศาลทหารไต่สวนคดีพลเรือน

จากกรณีที่มีการแจ้งความดำเนินคดีอาญากับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในมาตรา 116 และกรณีที่ประชาชนคนอื่นๆ ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากการแชร์รณรงค์ลงชื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้งผ่าน Change.org   น.ส.แคทเธอรีน เกอร์สัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์ประเด็นประเทศไทยประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล ออกแถลงการณ์กรณีที่มีการแจ้งความดำเนินคดีอาญากับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในมาตรา 116 และกรณีที่ประชาชนคนอื่น ๆ ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากการแชร์รณรงค์ลงชื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้งผ่าน Change.org ระบุว่า   "นี่เป็นการฟ้องร้องคดีอาญาต่อฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองและนักเคลื่อนไหวเป็นจำนวนที่น่าตกใจ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล ขอย้ำข้อเรียกร้องให้ทางการไทยปกป้องและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก การสมาคม และการชุมนุมโดยสงบ และให้งดเว้นจากการใช้กระบวนการยุติธรรมทางอาญาอย่างมิชอบ เพื่อปิดปากฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง"   "แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กระตุ้นให้ทางการยกเลิกการดำเนินคดีอาญาใดๆ ต่อบุคคลเพียงเพราะการใช้สิทธิในการเรียกร้องอย่างสันติ"   "นอกจากนี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้ทางการไทยยุติการใช้ศาลทหารเพื่อไต่สวนคดีต่อพลเรือนไม่ว่ากรณีใดๆ"

 1,926
สังคม-อาชญากรรม
25 มิ.ย. 61

ตร.หนุ่มเดือดข่าวฆ่าหั่นศพ หนุนมือมีดรับโทษประหาร ถาม 'แอมเนสตี้' มุดหัวอยู่ไหน?

จากกรณีนายธนกฤต ประกอบ อายุ 36 ปี หรือวุธ ฆ่าหั่นศพน้องเมย์ สาวบัญชีวัย 24 อดีตแฟนสาวภายในห้องพักย่านมีนบุรี สาเหตุเกิดจากความหึงหวง ก่อนนำศพไปทิ้งย่านมีนบุรี โดยก่อเหตุเมื่อค่ำวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญล่าสุด ที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์   ล่าสุดมีเฟซบุ๊กของ ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ ได้แสดงความคิดเห็นต่อข่าวดังกล่าว และโทษประหารในสังคมไทยว่า...   #ประหารคือคำตอบอีกมั๊ย??Amnesty!!!   เมื่อคนไทยทั้งประเทศเกือบ70ล้านคน เรียกร้องโทษประหารชีวิต แล้วศาลสถิตยุติธรรมเห็นพ้องถึงความโหดร้ายของไอ้ฆาตกรจากนรกอเวจี จึงตัดสินเห็นพ้องทั้ง3ศาล ให้ประหารชีวิต เพื่อกำหราบพวกซาตานจากนรก ปกป้องชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ แต่มาวันนี้ความเลวร้ายของไอ้พวกฆาตกรโหดใจชั่ว ก็ยังมีอยู่อย่างดาษดื่น ต่อเนื่อง   #แล้วไอ้องค์กรหัวใจต่างชาติ แอมเนสตี้ Amnesty ที่มันปกป้องฆาตกรโฉด เพื่อให้ยกเลิกโทษประหาร ชวนคนไทยยืนไว้อาลัยโทษประหารชีวิต ตอนนี้ #มุดหัวอยู่ไหนยังกล้าเสนอหน้าออกมาให้ประชาชนรุมด่าสบถคำหยาบคายใส่อยู่อีกมั๊ย   คงชอบเสียงด่าสาปแช่งของคนไทย อีกกี่ศพอีกกี่ชีวิตที่ครอบครัวผู้สูญเสียต้องทนทุกข์ทรมานกับพวกฆาตกรชั่วๆเหล่านี้ แต่ไร้วี่แววว่าพวกมันจะสนใจให้ความสำคัญกับผู้สูญเสียและครอบครัวแม้แต่น้อย ทำหน้าที่ปกป้องโจรชั่วฆาตกรอำมหิตอย่าประหารไม่ต่างกับพวกเดียวกับฆาตกรเลยครับ.....     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/-22oXRZejJg  

 7,382
สังคม-อาชญากรรม
21 มิ.ย. 61

'บุ๋ม ปนัดดา' ไลฟ์เฟซบุ๊กโต้นักสิทธิฯ ถามทำไมต้องเสียภาษีให้นักโทษประหาร

บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ดารานักแสดงที่มักเคลื่อนไหวด้านกฎหมาย ได้ไลฟ์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นกรณีการประหารชีวิตรายล่าสุดของไทย หลังมีองค์กรต่างประเทศและในประเทศหลายแห่ง แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการประหาร   โดยบุ๋ม ปนัดดา ระบุว่า มีนักข่าวโทรมาเยอะมาก ให้ไปพูดแสดงความเห็นเรื่องการคัดค้านการประหาร ทั้งนี้ส่วนตัวตั้งคำถามว่า ทำไมต้องเลิกโทษประหาร ซึ่งสำหรับแอมเนสตี้ฯ ก็เป็นองค์กรที่รับเงินจากต่างประเทศ เพื่อเข้ามาคัดค้านการประหารชีวิต และปกป้องสิทธิของผู้ที่กำลังจะถูกประหาร   ในฐานะคนเสียภาษี ก็ไม่รู้จะเอาเงินไปให้ผู้ที่ต้องถูกประหารชีวิตทำไม คนพวกนี้เดินสบายอยู่ในคุก เป็นภาระของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ที่ต้องทำงานหนักมาก แทนที่จะนำเงินที่ดูแลนักโทษเหล่านั้นไปให้กับโรงเรียนยากจนตามต่างจังหวัดจะดีกว่า   ทั้งนี้ คนที่ต้านไม่ให้มีโทษประหาร ถ้าเคยบริจาคเงินหรือเคยดูแล พัฒนานักโทษจริงๆจังๆ เพราะเชื่อว่าจะมีโอกาสพัฒนาตัวเอง ก็ถือว่าทำหน้าที่เป็นรูปธรรม แต่ก็ไม่เคยเห็นอะไรเลย นอกจากการออกมาค้าน ขณะที่ตนเอง เคยเข้าไปช่วยในทุกๆกรณีเรื่องการข่มขืน คนที่ยังมีชีวิตอยู่รอด ตนก็ดูแลเอง ทั้งเงินบริจาค และเงินส่วนตัว จนทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ นี่คือสิ่งที่ตนเองกำลังพิสูจน์ว่าได้ดูแลอย่างมีรูปธรรม ใครอยากดูแลนักโทษก็เชิญ   แต่ตนเองจะขอดูแลเหยื่อต่อไป ซึ่งขอฝากว่า คนที่ฆ่าเป็นนักโทษ ยังมีโอกาสได้ติดต่อญาติ แต่คนที่เป็นเหยื่อไม่มีโอกาสที่จะบอกหรือลาใครเลย ซึ่งการที่คุณจะเอาระบบจากต่างประเทศ เช่นการศึกษา หรือเทคโนโลยี มาใช้ในสังคมไทย ก็ควรจะดูความพร้อมของคนในประเทศด้วย ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าสังคมไทยเป็นสังคมเถื่อน ยังเป็นสังคมที่เอื้อเฟื้อสุดๆ ยังเป็นสังคมที่มีน้ำใจ แต่ก็เป็นสังคมที่รู้ว่าอะไรอยากจะอยู่ด้วย คนไทยจึงต้องตอบคำถามตัวเองว่าทำไมถึงไม่เลือกสังคมที่เราอยู่กันเอง ซึ่งส่วนตัวขออยู่กับคนใจดี   และว่า เพราะบางคนกฎหมายกระทำผิดซ้ำซาก เช่นกรณีเกม วันชัย ที่ข่มขืนมาแล้วสองครั้ง ก่อนมาเจอน้องแก้ม แต่ก็ไม่สำนึกผิด และตนไม่อยากเดินร่วมกับสังคมเหล่านั้น หรือการเห็นคนฆ่าคนนั่งยิ้มในข่าว ซึ่งการบอกว่าประหารไม่ช่วยอาชญากรรมลดลง โดยอ้างวิจัยต่างประเทศ   แต่คำถามคือคุณเคยวิจัยในประเทศหรือยัง ยุคที่จอมพลท่านหนึ่งเคยใช้โทษประหารซึ่งดูโหด แต่ พบว่าอาชญากรรมลดลง ขโมยลดลง ข่มขืนลดลง ถ้าองค์กรที่ต้าน ให้เงินดูแลนักโทษทั้งหมด ค่อยมาคุยกันใหม่ แต่ถ้ามายืนถือป้าย รับเงินเดือน ก็ต้องกลับไปดูบทบาทของตัวเอง แต่คนไทยไม่ยอมรับ   ส่วนที่บอกว่า กลัวการประหารผิดคน ก็ต้องบอกว่าเดี๋ยวนี้เขาไม่ได้ประหารมั่วซั่วแล้วนะ อย่าเพิ่งคิดในสิ่งที่ยังไม่เกิด ต้องทำกฎหมายเพื่อคนส่วนใหญ่ อย่าพยายามทำกฎหมายให้คุ้มครองแพะ หรือรองรับแพะ เพราะหากเกิดแพะ ให้โทษการสอบสวน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8Hc4pE3l2R8

 8,073
สังคม-อาชญากรรม
20 มิ.ย. 61

นักสิทธิฯประท้วงต้าน 'โทษประหาร' ชี้ไม่ช่วยลดอาชญากรรม 'บุ๋ม ปนัดดา' โต้แล้วคนตายได้สิทธิเรียกร้องอะไร?

กลุ่มนักสิทธิมนุษยชนและ Amnesty International รวมตัวแสดงจุดยืนต่อต้านการใช้โทษประหารชีวิต โดยการชูป้ายประท้วง ที่เรือนจำกลางบางขวาง จ.นนทบุรี หลังกรมราชทัณฑ์ออกจดหมายข่าวระบุว่าได้บังคับใช้โทษประหารชีวิตกับนักโทษเด็ดขาดรายหนึ่ง   นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการ Amnesty International ประเทศไทย ระบุว่า การใช้โทษประหารนั้นขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และการลงโทษนั้นไม่ควรใช้หลักตาต่อตา ฟันต่อฟัน อย่างไรก็ตาม Amnesty International ยืนยันว่าผู้กระทำผิดต้องถูกลงโทษ และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพียงแต่ต้องไม่เป็นการฆ่าคนซ้ำอีกชีวิตหนึ่ง และยืนยันว่าจากผลการศึกษา ไม่พบว่าโทษประหารชีวิตช่วยลดการก่ออาชญากรรมได้จริงแต่อย่างใด   ประเทศไทยเว้นการใช้โทษประหารไปตั้งแต่ปี 2552 และหากไม่มีการประหารชีวิตครบ 10 ปี จะถือว่าเป็นประเทศที่ไม่มีการใช้โทษประหารชีวิตในทางปฏิบัติ   ด้านนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)ระบุว่า โทษประหารไม่ได้ทำให้อาชญากรรมลดลง ตั้งประเด็นว่าการประหารเป็นการแก้แค้นหรือไม่? เมื่อทราบข่าวก็ตกใจ อยากให้กำลังใจทุกฝ่าย ซึ่งการอยู่ร่วมกันในสังคมต้องเคารพสิทธิในการมีชีวิตอยู่ อยากให้ฟื้นฟูเยียวยาจิตใจผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก   ขณะที่บุ๋ม-ปนัดดา วงษ์ผู้ดี ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวว่า เรียกร้องสิทธิมนุษยชนให้กับนักโทษประหาร เเล้วเหยื่อที่ตายล่ะ?? เขาไม่มีสิทธิ์ ในสิทธิมนุษยชนหรอคะ?   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Xaec2tQPlAI

 41,120
สังคม-อาชญากรรม
19 มิ.ย. 61

นายกฯ ระบุโทษประหารชีวิตเป็นไปตามกฎหมาย ชี้ประชาชนส่วนใหญ่ยังเห็นด้วยเพื่อความสงบ-บทเรียน

     พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการบังคับโทษประหาร กับผู้ต้องหาคดีฆ่าชิงทรัพย์ ที่ก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดตรัง ว่า เรื่องนี้เป็นไปตามกฎหมายที่ยังคงมีอยู่ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรม ได้สอบถามความคิดเห็นของประชาชน ว่าจะมีการพิจารณายกเลิกโทษประหารชีวิตหรือไม่ และ ส่วนใหญ่ เห็นควรให้คงอยู่ ตามกฎหมายของกระทรวงยุติธรรม จากคดีร้ายแรงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข และเป็นบทเรียนสอนใจคนที่คิดกระทำความผิด จึงมองว่าเป็นความจำเป็นของภาครัฐ และความต้องการของประชาชน  

 4,297
ข่าวภูมิภาค
19 มิ.ย. 61

น้องสาวร่ำไห้พี่ชายถูกประหารชีวิตรายแรกรอบ 9 ปี สงสัยคนอื่นคดีรุนแรงกว่ากลับไม่โดน

     จากกรณีที่กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาลฎีกาให้ประหารนักโทษเด็ดขาด นายธีรศักดิ์ หรือ มิ๊ก หลงจิ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาฆ่าชายอายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนวัดควนวิเศษมูลนิธิ จ.ตรัง อย่างโหดเหี้ยม ด้วยการใช้มีดปลายแหลมแทงเข้าบริเวณร่างกายกว่า 20 แผล เพื่อชิงทรัพย์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 ภายในสวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 (เขาแปะช้อย) ภายในเขตเทศบาลนครตรัง         ขณะที่บรรยากาศที่บ้านใน ม.7 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง บรรดาพี่น้องและญาติๆของนายธีรศักดิ์  ต่างก็ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามในคืนวันนี้ ซึ่งเป็นไปด้วยความโศกเศร้า         นางสาวคณิตา หลงจิ หรือ กิ๊ฟ น้องสาวของผู้ตาย กล่าวว่า ตนเองและครอบครัวรู้สึกช็อกและยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าพี่ชายตนเองจะต้องโทษถึงขั้นประหารชีวิต ทั้งๆที่คนอื่นๆที่ต้องโทษคดีรุนแรงกว่านี้ยังไม่เห็นถูกประหาร แล้วทำไมจึงถูกตัดสินแบบนี้         อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ก่อนพี่ชายตนเพิ่งเขียนจดหมายมาหาจากคุกบางขวางก็บอกสบายดี ไม่มีปัญหาอะไร และเมื่อวานตนและพี่สาวเพิ่งได้เขียนจดหมายตอบกลับไป พร้อมเตรียมจะส่งเงินจำนวน 2,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อไปให้ด้วย แต่ก็ไม่ทัน พี่ชายถูกประหารชีวิตเสียก่อน ครอบครัวรู้สึกเสียใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตลอดระยะเวลา 5-6 ปี ครอบครัวก็ผลัดเปลี่ยนกันไปเยี่ยมที่เรือนจำตรัง แต่พอพี่ชายถูกย้ายไปบางขวางก็ไม่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเพราะติดขัดเรื่องค่าใช้จ่ายทำได้ก็แค่เขียนจดหมายถามสารทุกข์สุกดิบกัน ซึ่งเขาก็มีภรรยาและลูกๆ ก็คงต้องช่วยกันดูแลต่อไป         ด้านนางสาวจุฑามาศ หลงจิ อายุ 27 ปี พี่สาวผู้ตาย กล่าวว่า ตนเองจะสนิทกับน้องชายมากที่สุด มีอะไรน้องชายก็จะเขียนจดหมายมาหาเสมอ การตัดสินประหารชีวิตตนรับได้ถ้าไม่ใช่น้องชายของตนคนเดียว แต่นี้ตลอด 9 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ต้องโทษคนใดถูกตัดสินประหาร มีเพียงน้องชายตนคนแรก ทำตนเองรับไม่ได้เลย        ซึ่งตอนนี้แม่ของตนเองพร้อมญาติๆและภรรยาของผู้ตายก็กำลังเดินทางกลับจาก กทม.พร้อมกับศพของนายธีรศักดิ์ฯ ซึ่งคาดว่าจะเดินทางมาถึงจังหวัดตรังประมาณ 19.00 น.จากนั้นก็จะประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามและจะทำพิธีฝั่งศพภายในคืนนี้  

 8,906
สังคม-อาชญากรรม
19 มิ.ย. 61

นักสิทธิมนุษยชนนัดรวมตัว ค้านโทษประหารหน้าคุกบางขวาง ชี้ไทยทำเรื่องน่าละอายต่อชาวโลก

จากกรณีที่กรมราชทัณฑ์บังคับโทษประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดชาย ธีรศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ในคดีฆ่าชิงทรัพย์ ใช้มีดแทงผู้ตาย รวม 24 แผล เหตุเกิดเมื่อปี 2555 ที่จังหวัดตรัง นับเป็นผู้ต้องขังรายที่ 7 ตั้งแต่เปลี่ยนโทษประหารจากการยิงเป็นการฉีดสารพิษ และเป็นการประหารชีวิตรายแรกในรอบ 9 ปี   ล่าสุดทางแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์การนอกภาครัฐที่ทำงานเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและทั่วโลก ได้เผยแพร่แถลงการณ์ต่อกรณีดังกล่าวว่า   นับเป็นการละเมิดสิทธิที่จะมีชีวิตรอดอย่างน่าละอาย เป็นเรื่องน่าตกใจที่ประเทศไทยละเมิดต่อพันธกิจที่เคยประกาศไว้ว่า จะเดินหน้าไปสู่การยกเลิกโทษประหาร และการปกป้องสิทธิที่จะมีชีวิตรอด ทั้งยังเป็นการทำตัวไม่สอดคล้องกับกระแสโลก ซึ่งกำลังมุ่งหน้าออกจากโทษประหาร หลังผ่านไปเกือบ 10 ปีที่ไม่มีการประหารชีวิต การประหารชีวิตครั้งนี้นับเป็นความถดถอยสำคัญในเส้นทางไปสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิตของไทย รัฐบาลไทยต้องยุติแผนการใด ๆ ที่จะประหารชีวิตประชาชนอย่างต่อเนื่อง และจัดทำความตกลงชั่วคราวเพื่อยุติการใช้โทษประหารชีวิต     นับเป็นการประหารชีวิตครั้งแรกของไทย หลังจากมีการประหารชีวิตด้วยการฉีดยาต่อนักโทษชายสองคนเมื่อเดือนสิงหาคม 2552 ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ไม่มีการประชีวิตบุคคลเลยตั้งแต่ปี 2546   จากตัวเลขของกระทรวงยุติธรรมระบุว่า จนถึงสิ้นปี 2560 มีนักโทษประหารอยู่จำนวน 510 คน โดยเป็นผู้หญิง 94 คน ในจำนวนนี้ 193 คนเป็นนักโทษเด็ดขาดที่ผ่านกระบวนการอุทธรณ์คดีหมดสิ้นแล้ว เชื่อว่ากว่าครึ่งหนึ่งของนักโทษเหล่านี้ต้องโทษประหารชีวิตในคดียาเสพติด   เมื่อ 40 ปีที่แล้ว มีเพียง 16 ประเทศ ที่ยกเลิกโทษประหารชีวิต จนถึงทุกวันนี้ 106 ประเทศทั่วโลกได้ยกเลิกโทษประหารสำหรับความผิดทุกประเภท และ 142 ประเทศหรือมากกว่า 2 ใน 3 ของประเทศทั่วโลกที่ได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตทั้งในทางกฎหมายหรือในทางปฏิบัติแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่าทัศนคติและความเชื่อดั้งเดิมสามารถเปลี่ยนแปลงได้   แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลคัดค้านโทษประหารชีวิตทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดทางอาญาประเภทใด ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะมีบุคลิกลักษณะใด หรือไม่ว่าทางการจะใช้วิธีประหารชีวิตแบบใด   โทษประหารชีวิตละเมิดสิทธิที่จะมีชีวิตตามที่ประกาศไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และถือเป็นการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมทั้งมีงานวิจัยมากมายจากนานาประเทศได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโทษประหารชีวิตไม่มีความเชื่อมโยงใด ๆ กับการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอาชญากรรมที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ทางแอมเนสตี้ ยังประกาศเชิญชวนทุกคนที่มีจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชน มาร่วมไว้อาลัยแด่การตัดสินโทษประหารชีวิต โดยพร้อมกันในวันอังคารที่ 19 มิ.ย. นี้ เวลา 14.00-14.30 น. ณ หน้าเรือนจำกลางบางขวาง   ขณะเดียวกันยังมีการเผยแพร่รายงานสถานการณ์โทษประหารชีวิตและการประหารชีวิตปี 2560 พบว่าการประหารชีวิตส่วนใหญ่ในโลกเกิดขึ้นในประเทศจีน อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย อิรักและปากีสถาน ตามลำดับ ในอาเซียนมี สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนามที่มีการประหารชีวิตประชาชน ส่วนไทยยังคงเป็นหนึ่งใน 56 ประเทศที่ยังใช้โทษประหารชีวิตอยู่ ในขณะที่อีก 142 ประเทศทั่วโลกยกเลิกโทษประหารชีวิตทั้งในทางกฎหมายหรือในทางปฏิบัติแล้ว     ที่มา : https://www.amnesty.or.th/latest/news/129/ https://www.amnesty.or.th/latest/news/112/  

 149,018
การเมือง
22 มี.ค. 60

แอมเนสตี้จี้ไทยสอบปมทหารวิสามัญหนุ่มลาหู่ นายกฯสั่งตรวจสอบอย่างเป็นธรรม

เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) และแอมเนสตี้ เรียกร้องทางการไทยสืบสวนเหตุทหารยิงสังหาร นายชัยภูมิป่าแส นักกิจกรรมชาวลาหู่ อายุ 21 ปี เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ในระหว่างสกัดจับขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยสันนิษฐานว่ามีการตอบโต้เจ้าหน้าที่ด้วยอาวุธ ซึ่งหากพบว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนใดๆ เกิดขึ้น ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ดังกล่าวจะต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ด้านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีนี้ว่าได้ตรวจสอบขั้นต้นแล้วว่าเป็นเรื่องของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.ที่ติดตามเรื่องยาเสพติด แต่กลับพบว่ารถคันดังกล่าวที่นายชัยภูมิ นั่งมาด้วยมียาเสพติด เจ้าหน้าที่กำลังจะเข้าตรวจค้นแต่เจ้าตัววิ่งหนีและพยายามจะต่อสู้ด้วยอาวุธ เจ้าหน้าที่จึงวิสามัญ ส่วนจะมองว่า นายชัยภูมิ เป็นนักกิจกรรมในพื้นที่ แต่กลับเกิดความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หรือไม่นั้น ไม่อยากให้มองแบบนั้น โดยเรื่องนี้จะต้องตรวจสอบต่อไป และไม่อยากให้พูดกันไปมา ไม่เช่นนั้นจะเสียต่อรูปคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JgkmRMX7fLo      

 11,088

Top