ค้นหา :

ผลการค้นหา "โชเฟอร์"

สังคม
17 ม.ค. 63

โชเฟอร์เมาแล้วขับรถทัวร์กราดชนรถเสียหายระนาว ชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์

วันที่ 15 มกราคม 2563 โชเฟอร์ขโมยรถทัวร์ของบริษัททัวร์แห่งหนึ่งขับไปดื่มเหล้าจนเมาอย่างหนัก ขับรถชนรถชาวบ้านที่จอดอยู่ระแวกตลาดบางกะปิเสียหายกันระนาว จนชาวบ้านลากคนขับลงมารุมประชาทัณฑ์   ด้านบริษัทรถทัวร์ออกมาแถลงถึงเกตุการณ์ดังกล่าวว่า โชเฟอร์ขโมยรถออกมาขับนอกเวลาโดยพลการ แล้วมีอาการเมาสุราอย่างหนัก โดยทางบริษัทได้ปลดพนักงานรายดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ทั้งยังจะรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด

 1,673
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 ต.ค. 62

สาย 8 ท็อปฟอร์ม! ซิ่งฝ่าไม้กั้นรถไฟ ขสมก.สั่งพักงานคนขับ 1 เดือน

เพจเฮียขับรถ แพร่คลิปรถโดยสารเอกชนร่วมบริการสาย 8 ขับฝ่าเครื่องกั้นทางรถไฟ ทั้งที่เป็นสัญญาณไฟแดง ซึ่งเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร พุ่งชนที่กั้นรางรถไฟ เมื่อวันที่ 7 ต.ค.62   ต่อมาขสมก.ชี้แจงต้องขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอเรียนให้ทราบว่า ขณะนี้ ขสมก.อยู่ระหว่างตรวจสอบคลิปว่าเป็นรถของผู้ประกอบการรายใด เพื่อดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาด เพราะจากภาพที่ปรากฏ มีความผิดเเน่นอน และหากพบว่าเป็นบริษัทเดิมที่เคยทำผิด และถูดคาดโทษไว้ ก็จะดำเนินการยกเลิกสัญญาทันที แต่หากเป็นคนละบริษัท ก็จะต้องดำเนินการเอาผิดตามขั้นตอนต่อไป   ล่าสุดพบว่า รถโดยสารคันดังกล่าวเป็นรถร่วมบริการสาย 8 หมายเลข 39-115 ทะเบียน 10-5785 กทม. ของบริษัทกลุ่ม 39 เดินรถ จำกัด โดย ขสมก.ได้สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถโดยสารคันดังกล่าวเป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม-9 พฤศจิกายน และให้บริษัทส่งพนักงานขับรถโดยสารคนดังกล่าวมารายงานตัวในเช้าวันพรุ่งนี้ เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง ก่อนพิจารณาลงโทษตามระเบียบขั้นสูงสุดต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VvXWWnUaTHk  

 2,091
ข่าวโซเชียล
09 ต.ค. 62

สาย 8 ท็อปฟอร์ม! ซิ่งฝ่าไม้กั้นรถไฟ ขสมก.สั่งพักงานคนขับ 1 เดือน

เพจเฮียขับรถ แพร่คลิปรถโดยสารเอกชนร่วมบริการสาย 8 ขับฝ่าเครื่องกั้นทางรถไฟ ทั้งที่เป็นสัญญาณไฟแดง ซึ่งเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร พุ่งชนที่กั้นรางรถไฟ เมื่อวันที่ 7 ต.ค.62   ต่อมาขสมก.ชี้แจงต้องขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอเรียนให้ทราบว่า ขณะนี้ ขสมก.อยู่ระหว่างตรวจสอบคลิปว่าเป็นรถของผู้ประกอบการรายใด เพื่อดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาด เพราะจากภาพที่ปรากฏ มีความผิดเเน่นอน และหากพบว่าเป็นบริษัทเดิมที่เคยทำผิด และถูดคาดโทษไว้ ก็จะดำเนินการยกเลิกสัญญาทันที แต่หากเป็นคนละบริษัท ก็จะต้องดำเนินการเอาผิดตามขั้นตอนต่อไป   ล่าสุดพบว่า รถโดยสารคันดังกล่าวเป็นรถร่วมบริการสาย 8 หมายเลข 39-115 ทะเบียน 10-5785 กทม. ของบริษัทกลุ่ม 39 เดินรถ จำกัด โดย ขสมก.ได้สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถโดยสารคันดังกล่าวเป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม-9 พฤศจิกายน และให้บริษัทส่งพนักงานขับรถโดยสารคนดังกล่าวมารายงานตัวในเช้าวันพรุ่งนี้ เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง ก่อนพิจารณาลงโทษตามระเบียบขั้นสูงสุดต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VvXWWnUaTHk  

 2,091
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ก.ย. 62

ผู้โดยสารกดไลค์ โชเฟอร์รถมินิบัสทำเก๋ จับไมค์พูดอธิบายเหมือนกัปตันเครื่องบิน

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sunisa Jaemsuk เผยแพร่คลิปโชเฟอร์รถมินิบัส รถตู้จำนงค์ ปากช่อง-กทม. ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ แนะนำและพูดคุยกับผู้โดยสารที่กำลังเตรียมตัวออกเดินทางอย่างสุภาพ ราวกับกำลังนั่งอยู่บนเครื่องบิน   โดยก่อนออกเดินทาง โชเฟอร์จะอธิบายว่า รถมินิบัสคันนี้จะไปที่ไหน ใช้เวลาเดินทางนานแค่ไหน และยืนยันว่าจะใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดคือ 90 กม./ชม. พร้อมอธิบายระบบการรักษาความปลอดภัยบนรถ ทั้งถังดับเพลิงและประตูฉุกเฉิน และบอกวิธีการใช้ รวมถึงเตือนให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดนิรภัยตลอดทางด้วย ซึ่งผู้โดยสารก็ปฏิบัติตามแต่โดยดี   ซึ่งก่อนที่โชเฟอร์จะวางไมค์ ก็มีการอวยพรขอให้ผู้โดยสารทุกท่านอุ่นใจตลอดการเดินทาง ทำให้โลกออนไลน์พากันชื่นชม โชเฟอร์รถคันนี้บริการดีมาก จนนึกว่ากำลังนั่งเครื่องบินอยู่จริง ๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/V-s43FFSpHg

 3,487
สังคม-อาชญากรรม
02 เม.ย. 61

โชเฟอร์แท็กซี่ถูกโจ๋แทงดับ หน้าตลาดยิ่งเจริญ

ตำรวจสน.บางเขน รับแจ้งเหตุแทงกันตาย บนถนนพหลโยธิน หน้าตลาดยิ่งเจริญ เขตบางเขน   ที่เกิดเหตุพบศพนายศราวุธ ตั้งปัญญาศักดิ์ สภาพศพมีแผลถูกฟันหลังศีรษะ 1 แผล และถูกแทงหลัง ฝั่งซ้าย 1แผล พบรถแท็กซี่ โตโยต้า อัลติส สีเขียวเหลือง ทะเบียน มช 3944 กทม.ของผู้ตายจอดติดเครื่องไว้ ก่อนนำศพส่ง รพ.ภูมิพลฯ ชันสูตร   จากการสอบสวนพยานแม่ค้าให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ตายมีเรื่องทะเลาะชกต่อย กับคนร้ายเป็นผู้ชายวัยรุ่น อายุประมาณ 25-30 ปี ก่อนที่คนร้ายจะใช้ อาวุธมีดแทงผู้ตาย แล้ววิ่งหลบหนีขึ้น รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน ไม่ทราบรายละเอียด ขับหลบหนีไป ก่อนหน้านี้โดยผู้ตายเป็นโชเฟอร์ขับรถแท็กซี่ จะขับรถรับส่งผู้โดยสารบริเวณนี้ประจำเป็นที่คุ้นเคยของคนในตลาด แต่ไม่เคยเห็นผู้ก่อเหตุมาก่อน   โดยกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น สูงประมาณ 170 ซ.ม. รูปร่างสันทัด ผมรองทรงสั้น สวมเสื้อเชิตสีเขียวขี้ม้า กางเกงขาสั้นลายพราง กำลังยืนคุยกับผู้ตาย สักพักคนร้ายเหมือนจะหยิบอะไรจากในกางเกง เมื่อผู้ตายเห็นจึงชกไปที่ใบหน้าคนร้ายก่อนจนล้มลง สาเหตุยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากเหตุใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G5gBBdqiwtk  

 11,018
ข่าวภูมิภาค
28 มี.ค. 61

โชเฟอร์ทัวร์มรณะ 18 ศพปัดโดดจากรถทิ้งลูกทัวร์ ตร.ยังไม่ตั้งข้อหาพยายามฆ่า

กาฬสินธุ์-ความคืบหน้าการดำเนินคดีอุบัติเหตุรถบัสนำเที่ยว 2 ชั้นพลิกคว่ำ 18 ศพ ที่อำเภอวังน้ำเขียว โคราช ที่โชเฟอร์ตีนผีโดนดำเนินคดี 4 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และบาดเจ็บสาหัส, ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ, ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และเสพยาเสพติดแล้วขับรถ   ส่วนกรณีที่ผู้โดยสารที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าวระบุว่า ก่อนที่รถบัสจะเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ได้เห็นคนขับรถวิ่งหนี และกระโดดออกจากรถเพื่อเอาชีวิตรอดโดยทิ้งผู้โดยสารทั้งหมด เหมือนเป็นการจงใจที่จะฆ่าผู้โดยสารนั้น   ล่าสุดทาง ตร.ได้สอบสวนคนขับอ้างว่าไม่ได้กระโดดหนี เพราะที่ตัวมีบาดแผลเช่นกัน สอดคล้องกับรอยครูดไปตามถนนของรถทัวร์ ซึ่งตัวคนขับก็ยืนยันว่า ตอนที่เกิดเหตุก็อยู่ในรถ   ส่วนที่มีคนเห็นว่ามีคนขับกระโดดออกจากรถนั้น น่าจะเป็นคนขับประจำรถอีกคน อย่างไรก็ตามจะสอบปากคำที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง ก่อนสรุปสำนวนคดี   ขณะที่ทางญาติเตรียมเก็บกระดูก 14 ศพ ที่ทำการเผาเชิงตะกอน ตามความเชื่อต้องใช้เวลา 3 วัน ถึงจะเก็บกระดูกได้ ซึ่งช่วงเช้าและช่วงเย็นจะมีญาติๆนำอาหารมาให้พระสงฆ์ทำพิธีทางศาสนาเพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งทางญาติผู้เสียชีวิตบอกว่าแต่ละวันจะต้องนำอาหารมาให้และหมั่นทำบุญหา โดยวันนี้ (28 มี.ค.61) ประมาณ 05.00 น.ก็จะมาเก็บกระดูกและจะทำบุญตักบาตรต่อไป โดยช่วงนี้กำลังใจเริ่มดีขึ้นเนื่องจากมีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือและมีกำลังใจจากญาติๆและชาวบ้าน แต่ก็ยังรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0UMcXOZdzqI  

 3,848
ข่าวภูมิภาค
27 มี.ค. 61

หวิดดับ! คนขับบัสทัศนศึกษานร.เสพยาบ้า ตร.สกัดจับ พบเปนเพื่อนแก๊งเดียวกับ 'กฤษณะ' โชเฟอร์ 18 ศพ

พ.ต.ต.สุอารีย์ สาแก้ว หัวหน้าสถานี ตำรวจภูธร ช่องสามหมอ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ เชิญตัวนายสิทธิพงษ์ ลาเทิง อายุ 40ปี  โซเฟอร์ รถโดยสารประเภทรถทัวร์ไม่รับจ้าง ประจำทาง ซึ่งเป็นรถทัวร์สองชั้น มาทำการสอบสวนและตรวจปัสสาวะ ซึ่งผลการตรวจพบว่าเป็นสีม่วง โดยนายสิทธิพร รับสารภาพว่าเสพยาบ้ามาก่อน ขับรถยนต์โดยสารครึ่งเม็ดโดยนำไปผสมกับเครื่องดื่มชูกำลัง  เพื่อนำคณะครูนักเรียนในอำเภอแก้งคร้อ ไปศึกษาดูงานที่จังหวัดนครราชสีมา โดยได้ออกเดินทางตั้งแต่เวลา07.30น.    นอกจากนี้ นายสิทธิพร ยังให้การว่า รู้จักกับนายกฤษณะ จุฑาชื่น คนขับรถบัสมรณะ ที่ประสบอุบัติเหตุ ที่จังหวัดนครราชสีมาจนมีผู้เสียชีวิต 18 ศพ โดย พ.ต.ต.สุรีย์กล่าวว่า ล่าสุด ตำรวจได้ประสานไปยังเจ้าของบริษัททัวร์แล้ว ให้การว่า ไม่ทราบมาก่อนว่าพนักงานขับรถเสพยาเสพติด  เจ้าหน้าที่จึงเตรียมแจ้งข้อหาความผิดเกี่ยวกับพรบ.ขนส่งและตรวจสอบเรื่องใบอนุญาติต่างๆกับทางขนส่งว่าบริษัทนี้ทำถูกกฎระเบียบหรือไม่ ส่วนตัวคนขับนั้น เบื้องต้น แจ้งข้อหา เสพยาเสพติด ส่วนข้อหาอื่นๆ อยู่ระหว่างการสอบสวน    สำหรับพฤติกรรมการขับรถของนายสิทธิพรนี้ เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจกวดขันการจราจร และพบว่า รถบัสคันนี้ ขับมาในลักษณะ ส่ายไปมา จึงเรียกตรวจ พอขอตรวจนายสิทธิพรก็มีท่าทางพิรุธ จึงตรวจปัสสวะ ก็พบสีม่วง ซึ่งการกระทำของเฟอถือว่าอันตรายอย่างมาก เพราะในรถบัสมีผู้โดยสาร 60 คน เป็นนักเรียนผู้ปกครองและอาจารย์ หากปล่อยไป ก็เกรงจะเกิดอันตราย   ด้านคณะครูที่ร่วมเดินทางมากับรถทัวร์คันดังกล่าวต่าง ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ ได้ทำการตรวจสอบและจับกุมพนักงานขับรถดำเนินคดี ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ทางผู้อำนวยการโรงเรียนก็กำชับเป็นกรณีพิเศษ เกรงจะเกิดปัญหาเหมือนอุบัติเหตุใหญ่ 18ศพ ที่เกิดขึ้นที่วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา  

 77,542
สังคม-อาชญากรรม
26 มี.ค. 61

ตร. เผยคนขับตีนผีรถบัสมรณะ 18 ศพ โดนอ่วม 4 ข้อหา ชี้ข้อหาพยายามฆ่าอาจไม่เข้าข่ายองค์ประกอบ

ความคืบหน้าการดำเนินคดีอุบัติเหตุรถบัสนำเที่ยวพลิกคว่ำ 18 ศพ ที่อำเภอวังน้ำเขียว โคราช พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานไปแล้ว 25 ปาก เตรียมเดินทางตามไปสอบปากคำพยานที่เหลือที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ส่วนโชเฟอร์ตีนผีโดนดำเนินคดี 4 ข้อหา ส่วนข้อหาพยายามฆ่าอาจไม่เข้าข่ายองค์ประกอบ   วันนี้ (26 มีนาคม 2561) พ.ต.อ. บุญเลิศ ว่องวัจนะ รักษาการรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้าของการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ล่าสุดพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอุดมทรัพย์ เจ้าของคดี ได้นำตัว นายกฤษณะ จุฑาชื่น อายุ 44 ปี คนขับรถบัสไปขอนุญาตศาลฝากขังที่เรือนจำกลางนครราชสีมาตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยนายกฤษณะถูกแจ้งดำเนินคดี 4 ข้อหา ประกอบด้วย ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และบาดเจ็บสาหัส, ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ, ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และเสพยาเสพติดแล้วขับรถ โดยหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะทำเรื่องขอเบิกตัวนายกฤษณะไปสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมทำสำนวนให้รัดกุมมากที่สุด   อย่างไรก็ตามจากที่มีข่าวว่าพยานผู้โดยสารที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าวระบุว่า ก่อนที่รถบัสจะเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ได้เห็นคนขับรถวิ่งหนี และกระโดดออกจากรถเพื่อเอาชีวิตรอดโดยทิ้งผู้โดยสารทั้งหมด เหมือนเป็นการจงใจที่จะฆ่าผู้โดยสารนั้น ทางพนักงานสอบสวนก็จะต้องสอบปากคำพยานคนดังกล่าว แล้วนำคำให้การของพยานมาประกอบสำนวนคดี แต่ขณะนี้พยานรายนี้ได้กลับไปพักรักษาตัวที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งพนักงานสอบสวนก็จะต้องตามเดินทางไปสอบปากคำพยานทั้งหมดที่จังหวัดกาฬสินธุ์อีกครั้ง แต่โดยปกติแล้วข้อหาพยายามฆ่าจะต้องมีองค์ประกอบอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น มีการตั้งใจที่จะทำให้ผู้อื่นตาย หรือมีการทะเลาะวิวาทกัน ซึ่งกรณีนี้พนักงานสอบสวนต้องสอบสวน และพิจารณาว่าจะเข้าข่ายข้อหาพยายามฆ่าหรือไม่   ขณะที่การสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานบุคคลผู้รอดชีวิตในเหตุการณ์ และพยานแวดล้อมที่อยู่บริเวณจุดเกิดเหตุไปแล้วจำนวน 25 ปาก ยังคงเหลือการสอบปากคำกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 18 ราย ซึ่งคงต้องรอให้งานฌาปนกิจศพเสร็จสิ้นทั้งหมดเสียก่อน จึงจะสามารถสอบปากคำญาติผู้เสียชีวิตทั้งหมดได้ และจะเร่งสรุปสำนวนคดีให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 13,733
สังคม-อาชญากรรม
23 มี.ค. 61

ญาติเศร้ารับศพเหยื่อรถทัวร์มรณะ 18 ศพ โชเฟอร์โผล่ป่าข้างทาง ยอมรับเสพยาบ้า คนเจ็บเผยนาทีคนขับตะโกนบอกเบรกแตก

ความคืบหน้าอุบัติเหตุ รถบัสนำเที่ยว หมายเลขทะเบียน 30-0161 กาฬสินธุ์ ประสบอุบัติเหตุ พลิกคว่ำลอยข้ามแบริเออร์ไปยังอีกฝั่งกระแทกต้นไม้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย และบาดเจ็บกว่า 40 ราย เหตุเกิดบริเวณถนนสาย304 ช่วงทางโค้งลาดชัน บ้านมะกรูดหวาน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา   เมื่อวานนี้บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยช่วงบ่าย ญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิตเดินทางเข้ารับศพ หลังจากแสดงหลักฐานและตรสจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเสร็จสิ้น โดยผู้เสียชีวิตส่สนใหญ่เป็นญาติพี่น้องกันและบางครอบครัวเสียชีวิตทั้งพ่อแม่ลูก เมื่อญาติรับศพแล้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุกและจังหวัดนครราชสีมา ลำเลียงผู้เสียชีวิตทั้งหมด นำส่งที่จังหวัดกาฬสินธุ์   ผู้สื่อข่าวสอบถาม นายมนัส ช่วยพิมาย หัวหน้ากู้ภัยฮุก 31 เล่าว่า นาทีที่เข้าไปช่วยเหลือผู้โดยสารที่ประสบเหตุ ยอมรับว่าตกใจมากเพราะเห็นสภาพรถพับครึ่งนอนตะแคง มีเสียงคนเจ็บร้องขอความช่วยเหลือผสมกับเสียงร้องไห้ ตอนนั้นเร่งงัดร่างผู้บาดเจ็บนำออกมาทยอยส่งรพ.โดยขณะนั้นที่ลำเลียงผู้บาดเจ็บ ก็ได้ยินเสียงเด็กทุบกระจกส่งสัญญาณให้ช่วยเหลือ พอเข้าไปถึงเด็กคนนั้นก็หมดสติ แต่ก็สามารถรอดชีวิตออกมาได้   จากนั้นช่วงเย็น นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ระบุว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นรถคันเกิดเหตุไม่ได้ตรวจสภาพรถตามกฎระเบียบขนส่ง ที่ต้องตรวจสภาพรถสองครั้งต่อปี ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ คาดว่าเกิดจากตัวบุคคลร่วมกับสภาพที่อาจจะมีปัญหาเพราะผู้รอดชีวิตระบุว่าคนขับแจ้งก่อนเกิดอุบัติเหตุว่ารถเบรกแตก ซึ่งต้องรอตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง    ทางด้านพันตำรวจตรี วิษณุ คำโนนม่วง สารวัตรทางหลวง 1 กองกำกับการ 6 ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา กล่าวว่า จุดเกิดเหตุ เป็นจุดปราบเซียนที่มักเกิดอุบัติเหตุปล่อยครั้ง เพราะแนวทางลาดชันและโค้งหักศอกระยะทาง5กิโลเมตร ส่วนหนึ่งของอุบัติเหตุเพราะการใช้ความเร็วเกินที่กำหนด จุดที่เกิดเหตุกำหนดความเร็วไม่เกิน60กิโลเมตร แต่ส่วนใหญ่ผู้ขับขี่มักขับเร็ว พอถึงทางลาดชันและโค้งก็ควบคุมรถไม่ได้ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งเรื่องการชำนาญเส้นทาง จากการสอบถามผู้รอดชีวิตระบุว่า ตินเดินทางไปที่ จ.จันทบุรี ใช้เส้นทาง อ. ตาพระยา จ.สระแก้ว แต่ขากลับ หันมาให้เส้นทางนี้แทน   สำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นพบว่ารถบัสคันนี้ ไถลพุ่งชนร้านค้าข้างทางเสียหายไป 5 ร้าน โดยคุณยายพัด เรียนจริง แม่ค้าที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า วินาทีเกิดอุบัติเหตุ ตนนั่งกินข้าวกับครอบครัว เห็นรถบัสลอยพุ่งข้ามถนนมาอีกฝั่ง แล้วไถลอัดกับต้นไม้ ตอนนั้นคิดว่าตัวเองไม่รอดแล้ว พอได้สติก็วิ่งไปช่วยผู้โดยสารในรถ และแจ้งเจ้าหน้าที่ พอกลับมาตรวจที่ร้านของตัวเองก็ต้องตกใจเพราะพบท่อนขาของผู้เสียชีวิตกระเด็นมาตกข้างถังน้ำแข็ง ข้างร้านด้วย   ด้านนายอานนท์ แสพลกรัง เจ้าของร้านขายของที่รถบัสไถลมาชนต้นไม้ข้างบ้าน เล่าว่า ตอนนั้นไม่คิดว่าจะรอดชีวิตเพราะตัวเองและครอบครัวนั่งกินข้าวกัน พอเห็นรถพุ่งมาก็กระโดดหลบลงไปที่ ที่นอนก่อนจะพาลูกและภรรยาคลานออกมาจากบ้าน เพราะหลังคาพังถล่มทับลงมา พอตั้งสติได้ตนก็นำไม้มาช่วยงัดร่างผู้บาดเจ็บออกมา   สำหรับอุบัติเหตุครั้งนี้ หลังเกิดเหตุ ไม่มีใครพบคนขับรถ จนกระทั่ง ชุดสืบสวน สภ.อุดมทรัพย์ แจ้งว่า พบตัวคนขับรถแล้ว โดนเดินออกมาจากป่าข้างทางใกล้จุดเกิดเหตุ ในสภาพร่างกายอิดโรยมีบาดแผลที่แขน และหัวคิ้ว ทราบชื่อคือ นายกฤษณะ จุฑาชื่น อายุ44 ปี   โดยตำรวจชุดจับกุมเล่าว่าครั้งแรกนายกฤษณะ ให้การว่าไม่ใช่คนขับรถบัส แต่เจ้าหน้าที่เชิญตัวมาสอบปากคำ ก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนขับรถบัสที่เกิดอุบัติเหตุจริง โดยอาศัยช่วงชลมุนหลบหนีออกมา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ. ก็พบว่ามีปัสสาวะสีม่วง เจ้าตัวก็สารภาพว่า ก่อนออกเดินทางจาก จ.จันทบุรีได้เสพยาบ้ามา และหลังเกิดอุบัติเหตุก็อาศัยช่วงชลมุนหลบหนี สำหรับประวัติของคนขับเบื้องต้นพบว่าเคยมีประวัติถูกจับกุมคดียาเสพติด   ขณะที่ความเคลื่อนไหวที่ สภ.อุดมทรัพย์ พบว่า เจ้าของรถบัสคันเกิดเหตุ เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยตำรวจสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง เจ้าตัวมีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา หลังสอบปากคำเสร็จสิ้น ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เจ้าตัวระบุสั้นๆ ว่า เสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น  พร้อมรับผิดชอบทั้งหมด ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บก็สนิทกันไม่คิดจะมาเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d3y-TrNM2h8    

 35,847
แชร์ออฟเดอะเดย์
10 มี.ค. 61

โชเฟอร์แท็กซี่แจงความจริง ยันไม่ได้เชิดทรัพย์สินผู้โดยสารสวีเดน โอดโดนลงโทษทั้งที่ไม่ผิด

โชเฟอร์ยันไม่มีเจตนาชิงทรัพย์ผู้โดยสารสวีเดน โอดโดนโทษหนัก ทั้งที่ไม่ได้ทำผิด ด้านนายกสมาคมไม่พอใจ นำเสนอข่าว ‘แท็กซี่แสบเอาอีกแล้ว’    ความคืบหน้าจากกรณีหญิงชาวไทยและสามีชาวสวีเดน แจ้งความว่าถูกแท็กซี่สุวรรณภูมิ ทิ้งไว้กลางทางและเชิดเอากระเป๋าสะพายซึ่งภายในมีทรัพย์สินอยู่หลายรายการไป ก่อนที่จะจับกุมตัวได้และรับทรัพย์สินทั้งหมดคืน ตามที่รายการเรื่องเล่าเช้านี้ได้นำเสนอไปเมื่อวันที่ 5 มี.ค. นั้น   ต่อมา วันที่ 9 มี.ค. รายการเรื่องเล่าเช้านี้ได้นำเสนอข่าว ว่า นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ ออกมาแก้ข่าวว่า โชเฟอร์แท็กซี่คันดังกล่าว ไม่ได้ลักทรัพย์ผู้โดยสาร เพียงแต่ผู้โดยสารลืมไว้ แล้วเอาไปคืน แต่จากข่าวที่ออกมาทำให้ถูกมองว่าขโมยของ จึงถูกขนส่งลงโทษปรับ 6,000 บาท ถูกพักใบอนุญาต 6 เดือน ทำให้โชเฟอร์ได้รับผลกระทบ    ล่าสุดวานนี้(9 มี.ค.) นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ พา นายทิวากร เดชน้อย คนขับแท็กซี่เขียวเหลือง หมายเลขทะเบียน 1 มข – 4064 ที่ปรากฎอยู่ในข่าว พร้อมด้วยคนแท็กซี่อีกจำนวนมาก เดินทางมาที่ ช่อง 3 อาคารมาลีนนท์ เพื่อร้องเรียนกรณีที่ รายการเรื่องเล่าเช้านี้นำเสนอข่าวว่า ‘รวบแท็กซี่แสบหลอกผู้โดยสารจากสวีเดน ปล่อยทิ้งข้างทางเชิดทรัพย์สิน เคราะห์ดีตามคืนได้’ ว่าเป็นการนำเสนอข่าวไม่ตรงกับความจริง   โดย นายทิวากร เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า หลังจากส่งผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็มีผู้โดยสารภรรยาชาวไทยและสามีชาวสวีเดน เรียกรถตนให้ไปส่งที่พัทยา โดยตอนแรกตนเรียกค่าโดยสาร 1,500 บาท แต่ผู้โดยสารขอต่อเหลือ 1,300 บาท ซึ่งตอนนั้นตนคุยกับเพื่อนแท็กซี่อีกคันที่อยู่แถวลาดกระบัง เพื่อนบอกว่าจะไปพัทยา ตนเลยถามผู้โดยสารว่าไปกับเพื่อนอีกคันได้ไหม ผู้โดยสารก็ขึ้นรถมา แต่พอมาถึงย่านลาดกระบัง ผู้โดยสารก็ขอลงจากรถ บอกไม่ไปรถเพื่อนแล้ว ตนก็เลยให้ลง พร้อมกับช่วยยกกระเป๋า หลังจากนั้นตนก็ขับรถรับลูกค้ารายอื่น   จนตนรับลูกค้าชาวต่างชาติมาส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แล้วพบว่ามีกระเป๋าเกินมา แล้วตอนนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ติดต่อมาพอดี ตนจึงนำกระเป๋าไปคืนผู้โดยสาร ซึ่งผู้โดยสารก็ตรวจเช็คและพบว่าทรัพย์สินอยู่ครบ และก็ไม่ได้ติดใจเอาความ แต่เช้าวันต่อมาตนเห็นรายการเรื่องเล่าเช้านี้นำเสนอข่าวว่า ตนขโมยกระเป๋าผู้โดยสาร แล้วกรมขนส่งก็ติดต่อมาหาตน เรียกให้ไปพบ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาตามที่ปรากฎในข่าว โดยปรับเงิน 6,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาต 6 เดือน   นายทิวากร บอกว่า ตอนนี้ตนเดือนร้อนมาก เพราะตนไม่สามารถขับรถหาเงิน ส่งค่ารถ และเลี้ยงดูครอบครัวได้ อีกทั้งญาติและคนรู้จักมองตนไม่ดี รวมถึงลูกค้าที่ไม่กล้าขึ้นรถแท็กซี่ตน และโลกออนไลน์ก็เข้ามาต่อว่า ตนอยากจะให้ทางรายการแก้ข่าว และขอให้กรมขนส่งอุทธรณ์โทษให้ตน    ด้าน นายวรพล นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ บอกว่า การที่นำเสนอข่าวออกไปว่า ‘แท็กซี่แสบเอาอีกแล้ว’ ทางสมาคมและสมาชิกแท็กซี่รับไม่ได้ เพราะทำให้คนขับแท็กซี่คนอื่นๆได้รับความเสียหาย ประชาชนก็มองคนขับแท็กซี่ไม่ดี อีกทั้งตนอยากจะเรียกร้องให้ช่อง 3 ช่วยดำเนินการอุทธรณ์โทษ ที่ นายทิวากร ถูกขนส่งปรับและพักใช้ใบอนุญาต    ต่อมาทีมข่าวสอบถามไปยัง นายสุกรี จารุภูมิ ผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่ง เปิดเผยว่า กองขนส่งทางบกได้มีการลงโทษ นายทิวากร ตามมาตรา 66/5 ที่ระบุว่า ‘ผู้ใดเรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการอื่นเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท’ และตามมาตรา 57 เบญจ วรรคสองที่ระบุว่า ‘ห้ามมิให้ผู้ขับรถสาธารณะ พาคนโดยสารไปทอดทิ้งระหว่างทางไม่ว่าด้วยประการใดๆ’ จึงเปรียบเทียบปรับรวมเป็นเงิน 6,000 บาท    พร้อมทั้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ นายทิวากร เป็นเวลา 6 เดือน หรือ 180 วัน  ตามมาตรา 53/1 ที่ระบุว่า ‘ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถได้คราวละไม่เกิน 6 เดือน’ ในกรณีที่กระทำผิด เรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการอื่นเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดในกฎกระทรวง   แต่ทั้งนี้ นายทิวากร หรือ ผู้ถูกพักใช้ใบอนุญาต เห็นว่าโทษที่ได้รับรุนแรงเกินไป ก็มีสิทธิยื่นอุทธรณ์เป็นหนังสือต่ออธิบดีได้ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่นายทะเบียนแจ้งคำสั่ง            ชมผ่านยูทูปได้ที่  https://youtu.be/XOnMLvS411Q

 14,231
สังคม-อาชญากรรม
23 ก.พ. 61

ฝนตกถนนลื่น รถเมล์สาย 6 เสียหลักชนขอบทางย่านราษฎร์บูรณะ คนเจ็บ 11 ราย

เกิดอุบัติเหตุรถเมล์เสียหลักชนขอบทางหน้าสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ เจ็บ 11 ราย โชเฟอร์บอกฝนตกถนนลื่น   รถประจำทางปรับอากาศสาย 6 ซึ่งเป็นรถร่วมบริการของบริษัท ศรีสวัสดิ์ยนต์กิจ จำกัด วิ่งระหว่างบางลำภู-พระประแดง เสียหลักพุ่งขึ้นฟุตบาทชนต้นไม้หน้าสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ โดยสภาพด้านหน้ารถยุบ กระจกแตก มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกรวม 11 รายเจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลสุขสวัสดิ์   ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะสอบปากคำนายนายทองสุข กุลวงศ์ พนักงานขับรถคันดังกล่าว บอกว่าขับรถมาบนถนนราษฎร์บูรณะ โดยไม่ได้วิ่งเร็ว แต่ขณะกำลังขับรถกลับพระประแดง ช่วงขึ้นสะพานหน้าสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ มีฝนตกพรำๆ ถนนลื่นตนเหยียบเบรค แต่รถเสียการทรงตัวจึงตัดสินใจหักพวงมาลัย เพื่อนำรถหลบเข้าขอบทางด้านซ้าย ก่อนที่รถจะปีนขึ้นฟุตบาทชนต้นไม้และป้ายหน้าสำนักงานเขต ได้รับความเสียหาย   ส่วนนางยิ่งลักษณ์ ปานรักษา พนักงานขายเครื่องไฟฟ้า เล่าว่ากำลังเดินจะเข้าไปหาลูกค้า ในสำนักงานเขต ได้ยินเสียงวัตถุครูดกับถนน หันหลังไปดูเห็นรถเมล์พุ่งเข้ามาห่างตนเพียง 1 เมตร เกือบชนตนเเล้ว แต่มีต้นไม้ใหญ่ขวางทางอยู่ รู้สึกตกใจมาก   ด้านร้อยตำรวจโทชิตวรรษ เนื้ออ่อน ร้อยเวรเจ้าของคดี กล่าวว่า ได้ไปสอบปากคำผู้ขับขี่ไว้แล้ว เบื้องต้นแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายและทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/le0TX4VyYaY    

 3,449
ต่างประเทศ
12 ก.พ. 61

โศกนาฏกรรม รถบัสฮ่องกงเสียหลักพลิกคว่ำ ผู้โดยสารดับ 18 ศพ เจ็บอื้อ - แฉโชเฟอร์ขับซิ่ง

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นทางตอนเหนือของฮ่องกง กรณีรถบัสเสียหลักพลิกคว่ำเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 18 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ถือเป็นอุบัติเหตุครั้งเลวร้ายที่สุดที่เคยเกิดขึ้นบนเกาะฮ่องกง     ภายหลังเกิดเหตุสลดเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งเข้าให้การช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ในซากรถที่พังยับเยิน ขณะที่พยานซึ่งอยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า รถบัสวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ไม่เว้นแม้กระทั่งตอนเข้าทางโค้ง ก่อนจะประสบอุบัติเหตุดังกล่าว     ล่าสุดบริษัท Kowloon Motor Bus ผู้ให้บริการรถบัสสายดังกล่าวได้จัดสรรเงินเยียวยาให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตรายละประมาณ 3 แสนบาท พร้อมยืนยันว่าจะทำการตรวจสอบข้อผิดพลาดของอุบัติเหตุครั้งนี้ให้กระจ่างต่อไป    

 4,710
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 ม.ค. 61

คนขับรถตู้หัวร้อน ลากไม้เบสบอลจะฟาด จยย. หลังขับปาดหน้ากันไปมา

โลกออนไลน์แชร์คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณตรงข้าม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ถนนบางนา-ตราด ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ   ระหว่างรถตู้โดยสาร สายบางนา-การเคหะบางพลี กับคนขี่จักรยานยนต์ ที่มีการขับรถปาดหน้ากัน จนจักรยานยนต์เกิดล้มลง ส่งผลให้แฟนสาวได้รับบาดเจ็บ และมีปากเสียงกันจนคนขับรถตู้ได้นำไม้เบสบอลลงมาจากรถเพื่อข่มขู่ จนมีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าห้าม   ด้านผู้ดูแลวินรถตู้กล่าวว่า รู้ตัวคนขับรถตู้คนดังกล่าวแล้ว คือนายตูมตาม ซึ่งมารับจ็อบเสริมวิ่งระหว่างวัน ไม่ใช่คนขับถาวรของวิน พร้อมอ้างว่า จยย.เริ่มปาดหน้าก่อน จากนั้นจึงได้ขับปาดหน้าไปกันมา จน จยย.ล้ม ทำให้ไม่พอใจจึงคว้าหมวกกันน็อกมาฟาดที่กระจกรถตู้ และด่าทอ ทำให้นายตูมตามคว้าไม้เบสบอลมาข่มขู่ แต่ชาวบ้านได้เข้ามาห้ามไว้ ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายคู่กรณี และเตรียมเข้าชี้แจงกับกรมการขนส่งทางบก   นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า ตามปกตินายตูมตามมีอาชีพขับรถรับส่งนักเรียน ลักษณะนิสัยเป็นคนอารมณ์ร้อน ขี้โมโห ฉุนเฉียวง่าย และเคยเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GuwzDXCOuKs    

 7,711
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.ย. 60

เหตุระทึก! โชเฟอร์ 10 ล้อหลับใน พุ่งชนราวสะพานข้ามคลองทวีวัฒนา ทำถ.บรมราชชนนีขาออกรถติดยาว

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. สน.ธรรมศาลา รับแจ้งเหตุรถบรรทุก 10 ล้อ บรรทุกแป้งมันสำปะหลังหนักกว่า 20 ตัน ชนราวสะพานข้ามคลองทวีวัฒนาพลิกคว่ำปิดช่องทางด่วน ถ.บรมราชชนนีขาออก แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 10 ล้อ  สภาพเสียหลักพุ่งชนราวสะพานข้ามคลองทวีวัฒนา ส่งผลให้การจราจรบนถ.บรมราชชนนีขาออก มุ่งหน้าจ.นครปฐมติดขัดเป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร โดยท้ายแถวอยู่บริเวณด้านหน้าขนส่งสายใต้ เจ้าหน้าที่จึงเร่งเคลียร์รถบรรทุกออกจากพื้นผิวการจราจร โดยคาดว่าจะเปิดช่องทางจราจรได้ตามปกติในเวลา 11.00 น.   จากการสอบสวนคนขับชื่อนายประหยัด จันทร์โท ให้การว่า ขับรถบรรทุกแป้งมันสำปะหลังเพื่อไปส่งที่โรงงานย่านจ.นครปฐม ถึงที่เกิดเหตุตนเกิดหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนราวสะพานข้ามคลองทวีวัฒนาพลิกคว่ำดังกล่าว แต่โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ มีเพียงการเฉี่ยวชนรถบัส 1 คันได้รับความเสียหาย ที่มาข่าวสด  คลิปที่จุดเกิดเหตุ

 4,679
ข่าวภูมิภาค
25 ส.ค. 60

รวบโชเฟอร์รถทัวร์ลักลอบขนลูกเสือโคร่ง

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2560 ร.ต.อ.อิทธิ พินิจกุล หัวหน้าจุดตรวจปฐมพร หมู่ 9 ตำบลวังไผ่ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร พร้อมเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าชุมพร ร่วมกันจับกุม นายสมนึก ใจมั่น อายุ 58 ปี พร้อมของกลาง ลูกเสือโคร่ง เพศเมีย อายุประมาณ 3 เดือน จำนวน 2 ตัว และรถทัวร์โดยสาร บริษัท ขนส่ง จำกัด ยี่ห้อแดวู ทะเบียน 15-5499 กรุงเทพมหานคร 1 คัน   ร.ต.อ.อิทธิ หัวหน้าจุดตรวจปฐมพร เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 23.20 น. ขณะที่ตนเองพร้อมพวกทำหน้าที่อยู่ที่จุดตรวจ ได้มีรถทัวร์โดยสารคันดังกล่าว ซึ่งเป็นของ บริษัท ขนส่ง จำกัด วิ่งผ่านมาจึงเรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้น ปรากฏว่าพบตะกร้าสีฟ้า ขนาดใหญ่จำนวน 2 ใบวางรวมอยู่ในชั้นวางสัมภาระของรถ ตรวจสอบภายในมีลูกเสือโคร่งดังกล่าว จำนวน 2 ตัว จึงได้ควบคุมตัวนายสมนึก ใจมั่น คนขับรถ ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี สอบสวนเพิ่มเติมที่ทำการจุดตรวจ   นายสมนึก ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ตนเองได้รับจ้างขนลูกเสือโคร่งมาจากเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อไปส่งที่กรุเทพมหานครโดยจะมีคนมารับไปอีกทอดหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร โดยที่บริษัทไม่รู้เห็นกับการกระทำความผิดของตน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจุดตรวจปฐมพรนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในข้อหามีสัตว์ป่าไว้ในครอบครอง ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535   สำหรับลูกเสือโคร่งดังกล่าวมีราคา เมื่อถึงผู้ที่ได้ครอบครองตัวละประมาณ 2 แสนบาท โดยส่วนใหญ่ลูกเสือดังกล่าวจะถูกลักลอบส่งขายไปยังประเทศจีนซึ่งผ่านไปยังตอนภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งนายสมนึกฯผู้ต้องหาเป็นเพียงผู้ลักลอบขนส่งเท่านั้นไม่ใช่ตัวการใหญ่ของขบวนการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่อย่างไรก็ตามผู้ต้องหารายนี้ก็ยังปิดปากเงียบถึงผู้จ้างวานในการขนส่งและรวมถึงราคาค่าลักลอบขนส่งด้วย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6wDMXk5U0Ds    

 3,145

Top