ค้นหา :

ผลการค้นหา "คนไข้"

ข่าวภูมิภาค
26 พ.ย. 62

จยย.ตัดหน้า รถพยาบาลหักหลบชนต้นไม้ คนไข้พุ่งทะลุกระจกดับ 1 เจ็บ 4

โคราช-เกิดอุบัติเหตุรถตู้พยาบาลของอาสาสมัคกู้ภัยเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ตรงเกาะกลางถนน ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนมิตรภาพ ฝั่งขาออกจังหวัดนครราชสีมา บริเวณบ้านโนนไพรวัลย์ ตำบลโนนตาเถร อำเภอโนนแดง จังหวัดนครราชสีมา   ในที่เกิดเหตุพบรถตู้พยาบาลของหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชาสภาพรถพังยับเยิน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย กระเด็นออกมานอกรถ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นางสมพร นะวงค์สา อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่ถูกนำตัวขึ้นรถตู้พยาบาลของหน่วยกู้ภัยเพื่อเดินทางกลับไปรักษาตัวต่อที่จังหวัดหนองคาย นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่เดินทางมาพร้อมกันในรถตู้พยาบาลอีกรวม 4 ราย   จากการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ก่อนเกิดเหตุญาติได้ว่าจ้างหน่วยกู้ภัยฯ ให้นำ ตัวผู้ป่วยกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านเกิดในจังหวัดหนองคาย โดยมีนายกิตติภูมิ อิ่มสุข อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา เป็นคนขับ โดยขับออกจากจังหวัดชลบุรีในช่วงกลางดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมา เดินทางมาด้วยกันทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 2 คน   พอรถวิ่งมาถึงในจุดเกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์ขับตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด คนขับรถกู้ภัยจึงหักหลับ ทำให้เสียหลักพุ่งชนต้นไม้บนเกาะกลางถนน จนเป็นเหตุทำให้ผู้ป่วยที่อยู่ในรถกระเด็นออกมาเสียชีวิต และญาติผู้ป่วย รวมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 4 ราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/91_apQ6jruc

 7,732
อาชญากรรม
26 พ.ย. 62

จยย.ตัดหน้า รถพยาบาลหักหลบชนต้นไม้ คนไข้พุ่งทะลุกระจกดับ 1 เจ็บ 4

โคราช-เกิดอุบัติเหตุรถตู้พยาบาลของอาสาสมัคกู้ภัยเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ตรงเกาะกลางถนน ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนมิตรภาพ ฝั่งขาออกจังหวัดนครราชสีมา บริเวณบ้านโนนไพรวัลย์ ตำบลโนนตาเถร อำเภอโนนแดง จังหวัดนครราชสีมา   ในที่เกิดเหตุพบรถตู้พยาบาลของหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชาสภาพรถพังยับเยิน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย กระเด็นออกมานอกรถ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นางสมพร นะวงค์สา อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่ถูกนำตัวขึ้นรถตู้พยาบาลของหน่วยกู้ภัยเพื่อเดินทางกลับไปรักษาตัวต่อที่จังหวัดหนองคาย นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่เดินทางมาพร้อมกันในรถตู้พยาบาลอีกรวม 4 ราย   จากการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ก่อนเกิดเหตุญาติได้ว่าจ้างหน่วยกู้ภัยฯ ให้นำ ตัวผู้ป่วยกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านเกิดในจังหวัดหนองคาย โดยมีนายกิตติภูมิ อิ่มสุข อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา เป็นคนขับ โดยขับออกจากจังหวัดชลบุรีในช่วงกลางดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมา เดินทางมาด้วยกันทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 2 คน   พอรถวิ่งมาถึงในจุดเกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์ขับตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด คนขับรถกู้ภัยจึงหักหลับ ทำให้เสียหลักพุ่งชนต้นไม้บนเกาะกลางถนน จนเป็นเหตุทำให้ผู้ป่วยที่อยู่ในรถกระเด็นออกมาเสียชีวิต และญาติผู้ป่วย รวมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 4 ราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/91_apQ6jruc

 7,732
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ก.ค. 62

ผอ.รพ.แม่สอด แจงอีกมุม ยันญาติคนไข้ไม่ตั้งใจทุบกระจกห้องฉุกเฉิน-ด่าหมอเพราะรอนาน

ตาก-แพทย์หญิงอภิชาญา สุขประเสริฐ แพทย์แผนกอุบัติเหตุและเวชศาสตร์ โรงพยาบาลแม่สอด ได้โพสต์เรื่องราวกรณีมีญาติคนไข้คนหนึ่งไม่พอใจ คนไข้มีโรคประจำตัวเดิม ครั้งนี้มีอาการหลายวัน จึงมาตรวจช่วงดึก แต่ต้องรอคิวนานทำให้ไม่พอใจ บันดาลโทสะ ทุบประตูกระจกของ รพ.แตก และเข้ามาด่ากราดเจ้าหน้าที่ภายใน ทำให้เจ้าหน้าที่เสียกำลังใจในการปฏิบัติงาน   จากการตรวจสอบพบว่า เหตุเกิดช่วงเที่ยงคืนเศษ มีคนไข้ฉุกเฉินถูกทำร้ายร่างกาย จำนวน 3 ราย มาไล่เลี่ยกัน ทางทีมแพทย์ พยาบาล ก็ต้องรีบรักษาคนไข้ฉุกเฉินกลุ่มนี้ก่อน ซึ่งก็คงสร้างความไม่พอใจให้กับญาติผู้ป่วยรายนี้ ล่าสุด ทางโรงพยาบาลแม่สอด ได้ว่าจ้างช่างกระจกมาทำการเปลี่ยนประจกใหม่แล้ว   ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่หมดกำลังใจ ขณะนี้มีคนไข้มาที่ฉุกเฉินจำนวนมาก เนื่องจากโรคไข้ชิคุนกุนย่าและไข้เลือดออกกำลังระบาดคู่กัน ในขณะที่แพทย์และเจ้าหน้าที่มีเท่าเดิม คนไข้บางคนทนรอไม่ไหว จึงโวยวายขึ้นและขอแซงคิว และทุบกระจกแตก พร้อมทั้งด่ากราดเจ้าหน้าที่   ด้าน นพ.ธวัชชัย เศรษฐศุภพนา ผอ.รพ.แม่สอดชี้แจงว่า วันเกิดเหตุห้องฉุกเฉินมีเคสทำร้ายร่างกาย 3 ราย ระหว่างนั้นมีคนป่วยโรคภูมิแพ้ตัวเองและความดันสูงมาหาหมอ เกิดอาการเกร็ง ญาติจึงเข้าไปบอกเจ้าหน้าที่ แล้วได้ดันประตูกระจกห้องฉุกเฉินด้วยความแรงจึงทำให้แตก ซึ่งไม่ใช่ความตั้งใจที่จะอาละวาดและทุบกระจกแต่อย่างใด ทางรพ.ไม่ได้เอาเรื่องญาติคนไข้คนนี้แต่อย่างใด ตอนนี้ได้ให้ช่างมาเปลี่ยนกระจกใหม่แล้ว จากวงจรปิดจะเห้นชัดว่าญาติคนไข้ไม่มีเจตนาทำลายทรัพย์สิน   อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ประจำแผนกฉุกเฉิน รพ.แม่สอด ต้องประกาศให้ผู้ป่วยรับทราบว่า ขณะที่มีคนไข้จำนวนมาก แผนกฉุกเฉินมีแพทย์เพียง 2 คน เท่านั้น ไม่สามารถรับรักษาได้ทันที ต้องให้ผู้ป่วยอาคารโคม่ารับรักษาก่อน ผู้ป่วยโรคทั่วไป อาจต้องใช้เวลานาน 4-6 ชั่วโมง ผู้ป่วยที่มาแล้วให้ลงรายชื่อและรออยู่ที่แผนกคัดกรอง   ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า บริเวณอาคารฉุกเฉินอยู่ในภาวะวิกกฤตหนัก มีคนไข้ล้นมากกว่า 150-200 ราย ทยอยมาต่อเนื่อง ทั้งคนไทยและชาวเมียนมา อาการต่างหนักเบาตามสภาพการณ์ ต่างเดินทางเข้ามารับการรักษา รถกู้ภัย รถฉุกเฉิน ก็ขนผู้ป่วยมาแทบทุก 20-15 นาที ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถรับมือกับผู้ป่วยจำนวนมากได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oYNtRBxdefc

 1,979
แชร์ออฟเดอะเดย์
07 มิ.ย. 62

คนไข้หัวร้อนฉุนรอคิวนาน ด่ากราด-ทำร้ายร่างกายพยาบาล รพ.ปลวกแดง

ระยอง-โลกออนไลน์แชร์คลิป ชายคนหนึ่งตะโกนด่าพยาบาลและเจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาลปลวกแดง อำเภอปลวกแดง ท่ามกลางสายตาผู้คนจำนวนมาก และเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปห้ามปราม ชายในภาพก็เดินออกไปจากโรงพยาบาลและขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป โดยก่อนหน้าที่จะไปยืนด่ากราด ชายคนดังกล่าวยังได้ทำร้ายร่างกายพยาบาลรายหนึ่งจนได้รับบาดเจ็บด้วย โดยเกิดขึ้นที่โรงพยาบาล   ทีมข่าวสอบถามนายแพทย์ชำนาญการณ์พิเศษ ทศนเทพ ยิ้มแย้ม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปลวกแดง ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเปิดทำการวันแรก หลังหยุดยาว 3 วัน ทำให้มีคนไข้มารอรับการบริการจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นมีคนไข้ชาย ซึ่งเป็นคนไข้ประจำของโรงพยาบาล จะมาล้างแผลเก่าที่เท้า เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ก็ได้เปิดประตูห้องฉุกเฉินเข้าไป เพื่อที่จะให้พยาบาลล้างแผล และได้มีการสอบถามเรื่องคิว   แต่ทางพยาบาลก็พยายามบอกว่า บอกไม่ได้ว่าคิวที่เท่าไหร่ ต้องออกไปทำบัตรที่เคาน์เตอร์ก่อน ทำให้คนไข้ไม่พอใจ ตรงเข้าทำร้ายร่างกายพยาบาล ซึ่งกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลบันทึกภาพ ตอนที่คนไข้เปิดประตูเข้าไปพูดคุยกับพยาบาล แต่พอหลุดรัศมีกล้องวงจรปิด ได้เกิดการทำร้ายร่างกายกันขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ และผู้มาใช้บริการของโรงพยาบาลต้องเข้าไปห้ามปราม แล้วชายที่ก่อเหตุก็ออกไปจากโรงพยาบาลและขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป   ส่วนพยาบาลได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า มีอาการบวมช้ำ จากนั้นได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ปลวกแดง ฐานเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่มีเหตุอันควร ทั้งนี้ทราบแล้วว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร ขณะนี้อยู่ระหว่างเรียกตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากนั้นก็จะแจ้งข้อหา เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wDUDcnJaiBY

 2,708
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 ก.ค. 61

ดราม่า! แม่โพสต์แฉ รพ.ในปราจีนฯ ติดฉลากยาประจาน "มารดาเด็กโพสต์ด่า จนท."

จากกรณีที่ในโลกโซเชียลมีการแชร์โพสต์ของหญิงสาวที่ชื่อ Lookked Chalisa ถึงกรณีที่ตนเองได้พาลูกชายไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลอำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี   หลังจากที่ได้ตรวจรักษาแล้ว ตนเองได้รับยากลับไปถึงบ้าน เมื่อหยิบขวดยามาดูพบว่าที่ฉลากยา มีข้อความตรงชื่อคนไข้ซึ่งเป็นลูกชายตัวเองว่า “ด.ช.ณัฏฐนันท์ (มารดาเด็กโพสด่า เจ้าหน้าที่)” ซึ่งทำให้ตนเองไม่พอใจที่โรงพยาบาลคีย์ฐานข้อมูลแบบนั้นลงไป จึงได้ถ่ายภาพนำไปลงเฟซบุ๊กของตน   พร้อมกับลงข้อความว่า “ขอข้อมูล รายละเอียดชัดเจนด้วยค่ะ ไม่ได้มีเจตนาที่จะประจานแต่ลงประวัติแบบนี้เพื่ออะไรคะ ใครสามารถให้ข้อมูลได้บ้างคะ “เมื่อข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าโรงพยาบาลทำไม่เหมาะสม ขาดจรรยาบรรณ และมีการแชร์ต่อจำนวนมาก   ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังโรงพยาบาลประจันตคาม ไม่สามารถติดต่อ ผอ.ได้ จึงได้สอบถามเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ผอ.กำลังตรวจคนไข้อยู่   ต่อมาได้พบกับ น.ส.ชาลิสา เกตุปาน อายุ 24 ปี ผู้โพสต์ดังกล่าว ได้กล่าวว่า ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะเข้ามาได้มีเจ้าหน้าที่จากทางโรงพยาบาล ได้นำหนังสือลงลายชื่อผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจันตคาม โดยมีข้อความระบุว่า   "เป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเจ้าหน้าที่ หวังดี ไประบุข้อความวงเล็บหลังชื่อผู้ป่วยว่า มารดาโพสต์ด่าเจ้าหน้าที่เท่านั้น เพื่อจะเฝ้าระวังในการให้บริการครั้งต่อไปเพื่อจะบริการให้ดีที่สุด ไม่มีเจตนาอื่นใด ทางโรงพยาบาลจึงขอรับผิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น" เพียงเท่านั้น   ผู้โพสต์เผยว่า เมื่อประมาณ 2-3 เดือนก่อน ช่วงกลางดึกตนเองได้พาลูกชายที่ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย มีไข้สูงมักจะมีอาการชัก ซึ่งช่วงที่พาลูกชายไปหาหมอที่โรงพยาบาลมักจะเป็นช่วงกลางคืน ซึ่งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมักจะมีสีหน้าไม่ค่อยแจ่มใส เพราะเป็นเวลาช่วงพักผ่อนไม่เอาใจใส่ดูแลคนป่วย ซึ่งเป็นเช่นนี้บ่อยครั้ง ตนเองจึงรู้สึกไม่พอใจได้ระบายความรู้สึกลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ที่โรงพยาบาลระหว่างนั่งรอ หลังจากที่พาลูกกลับจากโรงพยาบาลมาที่บ้านก็ลบข้อความออกไปนานแล้ว และไม่ได้คิดอะไร   จนกระทั่งเช้าวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา ตนเองได้พาลูกชายไปโรงพยาบาล ในช่วงที่ตนเองรับยา เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้ดูที่ขวดยา บอกแต่วิธีการกินยา พร้อมกับนำใส่ถุงยาทันที ตนเองจึงได้รีบกลับมาที่บ้าน เมื่อจะเอามาให้ลูกกิน กลับพบข้อความดังกล่าว ทำให้ตนเองไม่พอใจ จึงได้ถ่ายรูปโพสต์ลงเฟซบุ๊กตัวเอง ตนเองคิดว่าการที่โรงพยาบาลทำแบบนี้ถือว่าไม่เหมาะสม เป็นการประจานคนไข้   ในส่วนที่ตนทำหรือโพสต์ลงไปก่อนหน้านี้ตนยอมรับ แต่ไม่มีคำอะไรที่รุนแรง หรือด่าเจ้าหน้าที่เลยโดยคำพูดนั้นตนเพียงบอกว่า “ทำเหมือนไม่เต็มใจรับ หรืออยากดูแลคนไข้เลยนะ" เป็นคำพูดเชิงน้อยใจว่าทำไมแพทย์หรือพยาบาลที่อยู่วันนั้นต้องทำหน้าแบบนั้น   ตนยังจำข้อความที่โพสต์ได้ การที่ออกมาตนเองไม่ได้ต้องการที่จะเรียกร้องอะไรจากโรงพยาบาล เพียงแต่อยากให้เจ้าหน้าที่บางคนเอาใจใส่คนไข้ให้มากกว่าเดิม ปรับปรุงบุคลากรให้ใช้คำพูดที่ดีกับคนไข้เท่านั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-xLmiJwhAHM

 16,361
ข่าวภูมิภาค
23 เม.ย. 61

ชายต่างชาติเจ็บหู โวยหมอ รพ.ดังพัทยาไม่รับรักษาห้องฉุกเฉิน ถามถ้าไม่ใกล้ตาย ก็ไม่ต้องมา!

พัทยา-สาวไทยวัย 25 ปี พร้อมแฟนหนุ่มชาวอิหร่านวัย 28 ปี ร้องเรียน ถามหาจรรยาบรรณหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หลังพาฝ่ายชายเข้ารักษาอาการเจ็บหู กลับถูกหมอตั้งคำถามใกล้ตายไหม? ที่นี่ห้องอุบัติเหตุถ้าไม่ใกล้ตายไม่ต้องมา แถมไล่ไปเปิดดูอินเตอร์เน็ตว่าห้องอุบัติเหตุใช้ในกรณีใด สุดท้ายโดนปฏิเสธการรักษา ทั้งที่รอนาน1-2 ชั่วโมง   จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามยังโรงพยาบาลดังกล่าว ถึงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีใครสามารถให้ข้อมูลได้ เนื่องจากหมอคนดังกล่าวออกเวรกลับที่พักไปก่อนหน้านี้แล้ว และไม่สามารถติดต่อได้ จึงไม่ได้รับคำชี้แจง   ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหู ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้ทำเอกสารให้เข้ารับการรักษาอีกครั้ง แต่ทั้งสองไม่มั่นใจในการที่จะได้รับการรักษาจึงต้องเดินทางไปรักษายังโรงพยาบาลอื่น     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VKBn9u1R5Yg    

 9,909
แชร์ออฟเดอะเดย์
28 มี.ค. 61

หมอฟันเตือน สาวจัดฟันทำออรัลเซ็กส์แฟนหนุ่ม เหล็กจัดฟันพลาดกี่ยวของรัก เจ็บเลือดพุ่ง

จากกรณี เพจคลินิกทันตกรรมทำฟันไทยสไมล์ หรือ ทันตแพทย์ ปิทิพงษ์ ศรีไชยโยรักษ์ อีกชื่อที่รู้จัก หมอแนน ซึ่งเป็นคลินิกรับทำฟัน จัดฟัน รากฟันเทียม ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวเตือนภัยแก่ผู้ที่มีเหล็กจัดฟัน โดยระบุข้อความว่า   “ภาวะฉุกเฉิน ที่เกี่ยวข้องกับ การจัดฟัน ...เรื่องมีอยู่ว่าคนไข้ที่น่ารักของหมอท่านหนึ่ง อยู่ในภาวะฉุกเฉิน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดฟันค่ะ คือ ลวดทิ่ม ถ้าลวดทิ่มกระพุ้งแก้ม ปกติแล้วนิดๆ หน่อยๆ หมอไม่ถือเป็นภาวะฉุกเฉินนะคะ ถือเป็นเรื่องปกติ แต่กรณีศึกษานี้ ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน กับผู้จัดฟัน (ผู้ที่เกี่ยวข้อง) อย่างหนึ่งค่ะ เพราะลวดไม่ได้ทิ่มแก้ม และไม่ได้ทิ่มคนไข้ แต่ทิ่มผู้ที่เกี่ยวข้อง และเลือดออกเยอะมากยังไง   หมอฝากคนไข้และผู้ที่เกี่ยวข้องไว้เป็นอุทาหรณ์ เพื่อเตือนใจให้ระวังกันหน่อยนะคะ เป็นมาดึกๆ หมอไม่ไปเอาออกให้นะคะ ...หมอบอกแล้ว ห้ามไม่ให้เอาอาหารชิ้นใหญ่ หรือ อาหารเหนียวแข็ง มาดันเหล็กจัดฟัน...ปล. อย่าเอาไปถูด้านข้างกระพุ้งแก้มนะคะ เดี๋ยวลวดทิ่ม แล้วก็ อย่าเพลินมากไปคะ ...หมอขออนุญาต เจ้าของ กรณีศึกษา แล้วนะคะ” ซึ่งสร้างความฮือฮาในกระแสโซเชียลเป็นอย่างมาก   ทางผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังร้าน ทันตกรรมไทยสไมล์ ตั้งอยู่ภายในซอยเวลคัม ถนนหาดจอมเทียนพัทยา จ.ชลบุรี และได้พูดคุยกับ ทันตแพทย์ ปิทิพงษ์ ศรีไชยโยรักษ์ เปิดเผยว่า จากข้อความที่โพสต์นั้นมาจากลูกค้าของตนที่ได้เข้ามาจัดฟัน แล้วไปมีเพศสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มต่างชาติ โดยใช้การร่วมเพศทางช่องปาก หรือออรัลเซ็กส์ แต่ผิดวิธี จึงทำให้ลวดเหล็กดัดได้ทิ่มเข้าที่อวัยวะเพศชายจนมีเลือดไหลออกจำนวนมาก ทั้งนี้คนเจ็บอาการดีขึ้นแล้วเริ่มหายเป็นปกติ   แต่เหตุดังกล่าวตนอยากนำออกมาเตือนภัยผู้ที่ดัดฟัน เพื่อไม่อยากให้เกิดเหตุลักษณะแบบนี้ขึ้นอีก เพราะทุกครั้งไม่ว่าจะที่ร้านตนก็ดีหรือร้านอื่น ทุกครั้งที่มีการใช้เหล็กจัดฟันให้ลูกค้าหลังจากการใส่เหล็ก จึงมีการแนะนำข้อควรและไม่ควรอีกทั้งข้อระวังด้วย แต่เหตุการณ์นี้เป็นความสุขที่ผิดวิธีจนทำให้มีคนเจ็บดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3b1n51_NpYs    

 44,954
สังคม-อาชญากรรม
16 มี.ค. 61

ญาติโวยแพทย์นำภาพผู้ป่วยมะเร็งเต้านมไปแชร์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ยันไม่ได้กินสมุนไพรหมอแสง

ความคืบหน้ากรณีเพจหนึ่งแชร์ภาพเต้านมผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม พร้อมข้อความ "ผ่านไปหกเดือน คนไข้ที่รับยาหมอแสงเริ่มทยอยมาในสภาพนี้ เศร้าครับ"   ล่าสุด คุณเจี๊ยบ ญาติของผู้ป่วยรายนี้ ร้องเรียนมายังรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ภาพที่แชร์กันนั้น เป็นเต้านมของญาติตนเอง ซึ่งจำได้ดี โดยคุณเจี๊ยบเล่าว่า ญาติได้เข้ารักษาอาการมะเร็งเต้านมระยะ 4 รักษาที่โรงพยาบาลศิริราช และรพ. ธนบุรี   โดยเมื่อสามวันที่ผ่านมามีแพทย์ที่เคยรักษาญาติ แจ้งว่ามีภาพเต้านมของญาติแชร์ไปในโลกออนไลน์ ตนก็ตกใจและแจ้งไปทางเพจ และแพทย์คนที่นำภาพญาติไปแชร์ข้อมูล ให้ลบข้อมูลเพราะเราไม่เคยอนุญาตให้นำภาพไปแชร์ ซึ่งภาพนี้เคยมีพยาบาลมาขอถ่ายไว้ ก่อนตัดชิ้นเนื้อตอนนั้น ผู้ป่วยก็อนุญาต เพราะคิดว่าเพื่อการรักษาแต่ไม่คิดว่าจะนำภาพแชร์ในโซเชียล   ซึ่งทางครอบครัวจำภาพได้เพราะไม่ใช่แค่สภาพเต้านม แต่จะเห็นส่วนคางและเตียงที่รักษา  ตนและครอบครัวไม่เข้าใจว่านี่คือจรรยาบรรณของแพทย์คนนี้หรือไม่ และแพทย์คนที่แชร์ข้อมูลก็ไม่ใช่แพทย์เจ้าของไข้ แล้วผู้ป่วยก็ไม่ได้กินสมุนไพรของหมอแสง แต่กินสมุนไพรแบบยาต้มของคนอื่น ตอนนี้ทางครอบครัวผู้ป่วย ไม่อยากเอาเรื่องทางกฎหมาย แต่อยากให้แพทย์และโรงพยาบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำในครั้งนี้ โดยการแก้ไขข้อมูลผ่านสื่อให้ถูกต้องและขออนุญาตก่อนนำภาพไปใช้   ขณะที่ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความเรื่องข้อกฎหมายของในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เข้าใจว่าหมอหวงดีและเป็นห่วง แต่กฎหมายก็คุ้มครองคนไข้ห้ามบุคคลใดนำข้อมูลสุขภาพ ของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล(ผู้ป่วย)ไปเปิดเผย  เว้นแต่การเปิดเผยนั้นเป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลนั้นโดยตรง ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 มาตรา7 ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นหมอจะทำอะไรต้องคำนึงถึงสิทธิ์ผู้ป่วยด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JZnOgCMiDWk    

 37,638
ต่างประเทศ
14 มี.ค. 61

ทีมแพทย์อินเดียช่วยชีวิตหนุ่มถูกแทงรอดตายหวุดหวิด หลังมีดทะลุกะโหลกเฉียดสมองไปไม่กี่มิลลิเมตร

สำนักข่าว mirror เผยแพร่ภาพชวนหวาดเสียวของ Ashok Nirmalkar ชายชาวอินเดียวัย 25 ปี หลังถูกมีดแหลมแทงคิ้วเหนือตาซ้ายทะลุกกะโหลกแต่กลับรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ หลังคมมีดแทงเฉียดสมองไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร     รายงานข่าวระบุว่า ชายหนุ่มถูกคู่อริแทงหลังมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันในงานเทศกาลโฮลีเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา แต่โชคดีที่ศัลยแพทย์สามารถนำใบออกมาได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสมอง ขณะที่เจ้าตัวเปิดใจว่า ตอนที่ถูกแทงเขาคิดว่าตัวเองคงไม่รอดแล้ว แต่สุดท้ายก็ได้หมอช่วยชุบชีวิตขึ้นมาใหม่     ด้านแพทย์เปิดเผยว่า ฟิล์มเอกซเรย์แสดงให้เห็นว่ามีดยาว 3 นิ้วแทงทะลุกะโหลก ทำลายเปลือกตาซ้าย และเส้นประสาทตาตาขาด โดยหลังจากทำ MRI สแกนสมอง ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประกอบด้วย ศัลยแพทย์ระบบประสาท จักษุแพทย์ และศัลยแพทย์ ได้ร่วมกันผ่าตัดนำใบมีดออกมาอย่างระมัดระวัง กินเวลายาวนานถึง 3 ชั่วโมง เพราะถือเป็นงานที่ยากและมีความซับซ้อนสูงมาก ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจจะทำให้เส้นประสาทตาที่เชื่อมโยงตากับสมองได้รับความเสียหาย     เป็นเรื่องน่าเศร้าที่คนไข้มีแนวโน้มจะสูญเสียการมองเห็น แต่แพทย์จะพยายามรักษาจอประสาทตาและกระจกตาอย่างสุดความสามารถ     

 12,605
สังคม-อาชญากรรม
14 มี.ค. 61

'หมอแสง' ท้าเปิดตัวคนไข้นมเน่ามารับยาจริงหรือไม่? ย้ำไม่ใช่ยาเทวดา คนจะตายแพทย์แผนไหนก็รั้งไม่อยู่

หมอแสงโต้เพจดังแน่จริงเปิดตัวคนไข้นมเน่าในภาพมายืนยันกินยาจริงหรือไม่ ท้าจะรักษาให้ฟรีจนหาย หากเคยมารับยาจริง ยันบอกมาตลอดกินยาแล้วหายก็มีเยอะ ตายก็มีแยะ ไม่ใช่ยาเทวดา คนจะตายแพทย์แผนไหนก็รั้งไม่อยู่   ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงกันเป็นระยะ กับสมุนไพรรักษามะเร็งของ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง หลังจากที่มีกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งและญาติพี่น้องแห่เดินทางไปขอรับสมุนไพร จำนวนมาก ในแต่ละเดือน   ล่าสุดมีเพจ Dr.Dark ได้แชร์ภาพ เต้านมหญิงคนหนึ่งที่ป่วยเป็นมะเร็งและมีลักษณะเต้านมเป็นแผลเหวอะหวะ  พร้อมข้อความ "ผ่านไปหกเดือนคนไข้ที่รับยาหมอแสงเริ่มทยอยมาในสภาพนี้ เศร้าครับ" พอแชร์นี้ออกไป คนต่างวิพากวิจารณ์สมุนไพรของหมอแสง รวมทั้งมีการตั้งข้อสังเกตว่าคนทีกินสมุนไพรหมอแสงหายจริงๆมีกี่คน ตายกี่คน   ผู้สื่อข่าวไปสอบถามหมอแสงที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยหมอแสงยืนยันว่า คนไข้ที่เพจนี้แชร์เป็นคนที่มารับยาตนเองจริงหรือไม่ ยังไม่ทราบ ถ้าจริงให้มารักษากับตน หากหมอแผนปัจจุบันไม่รักษาแล้ว ซึ่งตลอดการทำสมุนไพรแจกมา12ปี ไม่เคยพบคนไข้ที่มารับยาแล้วเกิดอาการแบบนี้ แต่ยอมรับว่ามีคนกินแล้วหายมีเยอะ คนตายก็มีมาก แล้วคนไข้แต่ละคนมีการทำประวัติการรับยาและอัพเดตอาการตลอด ไม่ใช่แจกยาเฉยๆ เพราะมีระบบการจัดเก็บรายชื่อและประวัติคนรับยาไว้ทุกครั้ง   ส่วนการที่กินสมุนไพรของตนแล้วไม่ได้ผล หรือมีผลกระทบน้อย เพราะสมุนไพรตัวเองเป็นยาบำรุงร่างกาย โดยเฉพาะน้ำมันรำข้าวมีมากถึง 80%  และมีสมุนไพรต้านเชื้อมะเร็งด้วย ทำให้คนไข้ที่กิน มีอาการดีขึ้น บางคนก็หาย ซึ่งการยืนยันว่าคนไข้อาการดีและหายนั้น ไม่ใช่ตน เป็นแพทย์แผนปัจจุบัน ที่เขาไปตรวจหลังจากกินสมุนไพรของเราไปแล้ว   ส่วนกินแล้วตาย ต้องยอมรับว่ามี แต่ไม่ใช่เพราะสมุนไพรของตนอย่างเดียว ต้องมองว่าปัจจัยรอบข้างที่ทำให้คนไข้รายนั้นตาย หรือทรุดคืออะไร เพราะร่างกายและสภาพของผู้ป่วยแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเป็นระยะสุดท้ายให้ยาอะไรร่างกายก็ไม่รับ จนหมดหนทางก็มาพึ่งสมุนไพรหมอแสง หากอาการหนักแบบนี้ ให้กินยาหมอแสงเป็น 100 เม็ดก็ไม่หาย ให้เทวดามาช่วยก็ไม่หาย   ที่ผ่านมาตนพูดตลอดว่า สมุนไพรของตนแจกฟรี ใครจะกินก็พิจารณาอาการและระดับขั้นที่เป็นมะเร็ง และไม่เคยสั่งห้ามให้งดกินยาแผนปัจจุบัน มากินเฉพาะสมุนไพรของตน แต่ มีผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่หมอไม่รับรักษาแล้ว และไม่ได้ให้ยาอะไร  เขาถึงกินสมุนไพรของตนอย่างเดียว บางคนจะตายแล้ว กินสมุนไพรเข้าไปแล้วหายก็มีเยอะ บางคนกินแล้วตายก็มี   การที่เพจออกมาโจมตีและสมุนไพรของตนแบบนี้ไม่ทราบว่าเพจต้องการอะไร หากเพจนี้เป็นหมอจริงหรือคนที่โพสต์เรื่องนี้เป็นหมอ ก็ให้เปิดเผย ชื่อคนไข้ และตัวตนหมอคนที่โพสต์ออกมาเลย จะได้ช่วยกันตรวจสอบว่าคนไข้ในภาพนี้ เป็นคนที่มารับยาจริงหรือไม่ และเกิดอาการอะไรกันแน่  ช่วยกันดีกว่ามาโจมตี โจมตีแล้วเพจได้อะไร แต่สำหรับตนการโจมตีแบบนี้เป็นเรื่องดีเพราะจะไม่ต้องผลิตยาจำนวนมากๆ ไม่ต้องเหนื่อย คนจะได้มารับยาน้อยลง   นอกจากนี้หมอแสงยังโชว์เห็ดกนะถินพิมาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของส่วนผสมสมุนไพรต้านมะเร็ง โดยเห็ดนี้ มีราคาสูงถึงหลักล้านต่อกิโลกรัม ซึ่งมีผู้ป่วยที่รักษาหายจากโรคมะเร็งช่วยกันสนับสนุนซื้อจาก ตปท.มาให้ตนผลิตสมุนไพรช่วยคน โดยเฉลี่ยแล้วการผลิตในแต่ละเดือนใช้ทุนสูงถึงหลักล้าน   นอกจากนี้ หมอแสงยังเปิดเอกสารโชว์เป็นที่แรก เรื่องการทำวิจัยตัวสมุนไพรที่ผลิต หลายคนเคยสงสัยว่า สมุนไพรแต่ละตัวมีการวิจัยมาหรือไม่ วันนี้หมอแสงโชว์เอกสารให้เราดู ยืนยันที่ผ่านมามีการวิจัยและทำข้อมูลมาตลอด แต่ไม่ได้บอก และพอมีกระแสข่าวคนแห่รับสมุนไพรหมอแสง ตอนนี้ก็มีพวกไม่หวังดี ทำสมุนไพรหมอแสงปลอมไปแจกชาวบ้าน และอ้างว่าของหมอแสง หากหายให้ติดต่อซื้อได้ มีชาวบ้านหลงเชื่อหลายคน ขอยืนยันของแท้หมอแสง ต้องมารับที่บ้านเท่านั้น   ผู้สื่อข่าวถามการถูกโจมตี ปล่อยๆคนั้งมีการท้อและอยากเลิกผลิตสมุนไพรต้านมะเร็งหรือไม่ หมอแสงบอกไม่เคยท้อ และไม่สนใจ หากสมุนไพรไม่ดีก็ไม่ต้องมาเอาไปกิน และหากจะมองว่าเรื่องนี้เป็นอุปทานหมู่ ก็อยากถามว่าใครจะมาเหนื่อยทนกับการทำแบบนี้ แต่ที่ต้องทำเพราะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ในครอบครัวมีผู้ป่วยมะเร็ง ต้องทุกข์ทรมานเพียงใด ก็ยากให้คนที่โจมตี หรือแม้แต่หมอแผนปัจจุบัน หากจะช่วยคนไข้จริงๆ ช่วยตรวจและรักษาคนไข้มะเร็งให้รู้ว่าป่วยเป็นขั้นไหนโดยเร็วจะดีกว่า เพราะทุกวันนี้คนไทยพอรู้ว่าเป็นมะเร็งก็เป็นระยะรุนแรงแล้ว ถ้าคนไข้รู้ตัวก่อนรักษาเร็วก็จะช่วยชีวิตเขาได้ ดีกว่าระยสุดท้ายหมดทางรักษาก็มาพึ่งสมุนไพร   ผู้สื่อข่าวไปสอบถาม คุณแก้ว ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ที่กินยาหมอแสงแล้วหายเป็นปกติ คุณแก้วเล่าว่า เป็นมะเร็งเต้านม ระดับ3 ตอนนั้นรักษาแพทย์แพทย์ปัจจุบัน ทั้งการผ่าตัด ฉายแสง ให้คีโมกว่า30ครั้ง จนผมร่วง ร่างกายอ่อนแอ  ตอนนั้นได้ข่าวหมอแสงก็คิดในใจจะกินดีไหม เพราะช่วงปี 59 มีคนมารับยาแค่หลักพัน ไม่มากถึงตนนี้ จึงตัดสินใจไปขอสมุนไพรมากิน พอกินเข้าไปครั้งแรก เกิดอาการร้อนวูบวาบ สักพักหนึ่ง จากนั้นก็ปกติ แต่ที่สำคัญคือกินข้าวได้และนอนหลับสนิท จนกระทั่งถึงเวลาตรวจร่างกาย หมอระบุว่าไม่มีค่ามะเร็งแล้ว และตอนนี้ร่างกายก็ฟื้นมาแข็งแรง ทำงานได้ตามปกติ รวมทั้งผมที่หลุดร่วงตอนนี้เหมือนได้ชีวิตใหม่ แต่ยอมรับว่าตนก็รักษากับแพทย์แผนปัจจุบันด้วย ไม่ใช่กินแต่สมุนไพรอย่างเดียว   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังไปพบกับญาติคนป่วยมะเร็งที่กินสมุนไพรหมอแสงแล้วตาย โดยคุณโต้งเล่าว่า ตอนนั้นพี่ชายป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดีระยะ4 ซึ่งครอบครัวยืนยันรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน แต่รักษาไปหมอบอกให้ทำใจเพราะมะเร็งลุกลามหนัก ตอนนั้นตนคิดไรไม่ออก คิดแค่เพียงอยากช่วยชีวิตพี่ชาย จึงไปเข้าคิวขอสมุนไพรหมอแสงมาด้วยความหวังพี่ชายเราจะรอด เพราะมีหลายคนกินแล้วหาย   พอนำสมุนไพรหมอแสงให้พี่ชาย ที่นอนในห้องไอซียูกิน ตอนนั้นร่างกายพี่ชายก็ไม่ได้ตอบสนองอะไรมาก ยังคงทรุด วันต่อมา ตนก็จะเอาสมุนไพรให้กินอีก แต่ตอนนั้นร่างกายพี่ชายไม่รับรู้อะไรแล้ว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   ยอมรับว่ามีความหวังกับสมุนไพรหมอแสงจะช่วยชีวิตพี่ชายได้ แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้ ซึ่งทางครอบครัวไม่ได้โกรธ หรือโทษหมอแสง แต่ก็ยอมรับว่าส่วนหนึ่งที่เสียชีวิตเพราะอาการของโรคที่ระยะสุดท้ายแล้วกินยาอะไรก็ตาย   ทางด้าน ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า เรื่องการรับสมุนไพรหมอแสงไม่เหนือความคาดหมาย  ซึ่งต้องเข้าใจว่า กระบวนการตรวจสอบและศึกษาวิจัยยาของหมอแสงยังไม่สิ้นสุด และจำเป็นต้องขยายเวลาในการตรวจระดับเซลล์มะเร็งออกไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำวิจัยศึกษาสมุนไพรของหมอแสงคาดว่าจะทราบผลภายในเดือนเมษายนนี้   ทั้งนี้อยากขอให้คนไข้ ที่รักษาทั้งแพทย์แผนไทยและปัจจุบันแจ้งข้อมูลกับแพทย์อย่างละเอียด และขอให้ตระหนักถึงผลลัพธ์ของโรคทุกชนิดว่าเป็นดาบสองคม เพราะบางคนมีความหวังในการรักษาแต่ไม่ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน ไม่ได้บอกว่าแพทย์ทางเลือกไม่ดี แต่ขอให้อดใจรอผลการศึกษาด้วย อย่าได้ละทิ้งแพทย์แผนปัจจุบัน     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gnt-qP0FVX4    

 30,635
ต่างประเทศ
13 มี.ค. 61

สยอง! หญิงจีนกลืนกบเป็นๆ 3 ตัวหวังรักษาโรค สุดท้าย ‘พยาธิตัวตืด’ โผล่ในเต้านม

สำนักข่าว Daily Mail รายงานข่าวน่าตกใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีน กรณีแพทย์ผ่าตัดนำพยาธิตัวตืดความยาว 5 นิ้ว ออกจากเต้านมของคนไข้หญิงรายหนึ่ง หลังเจ้าตัวเคยกินกบเป็นๆ 3 ตัว ตามความเชื่อว่ามีสรรพคุณเป็นยาแผนโบราณรักษาโรคได้     รายงานข่าวระบุว่า ย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน หญิงแซ่เหยาวัย 59 ปี ได้กลืนกบตัวเป็นๆ เพื่อรักษาอาการปวดข้อเรื้อรัง หลังมีสูตรยาพื้นบ้านบอกว่ากบสามารถรักษาอาการเจ็บปวดได้ และไม่เคยปริปากบอกใครเรื่องนี้ แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือนเธอกลับมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง จนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ได้วินิจฉัยว่าเธอป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก     จากนั้นอาการของเธอก็ดูเหมือนจะหายไป กระทั่งมาพบว่ามีก้อนเนื้ออยู่ในเต้านมข้างขวาจนนำมาสู่การผ่าตัดในที่สุด โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างพักฟื้นอาการหลังเข้ารับการผ่าตัดไปเมื่อสัปดาห์ก่อน     ขณะที่แพทย์ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าคนไข้จะติดเชื้อเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากตัวอ่อนของปรสิตสามารถแพร่กระจายไปทั่วร่างกายมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว      

 15,874
ต่างประเทศ
12 มี.ค. 61

แบบนี้ก็มีด้วย! คลิปชายอินเดียนอนหนุนขาตัวเองที่ขาด แทนหมอนกลาง รพ.

โลกออนไลน์ในอินเดีย แชร์คลิปสุดตะลึง เมื่อมีภาพของผู้ป่วยชาย มารักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในรัฐอุตตรประเทศ ถูกนอนลงบนเตียงในห้องฉุกเฉิน โดยใช้ขาของตัวเองที่ขาดจากการเกิดอุบัติเหตุ มาทำเป้นหมอนหนุนศีรษะ ส่วนขาซ้ายที่ขาดก็มีหมอนใบเล็กๆมาหนุนรอง   ทางแพทย์ชี้แจงว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากญาติของผู้ป่วยนำหมอนมาหนุนเพื่อยกระดับศีรษะ ในเวลาต่อมาทางญาติได้ตอบโต้ว่าขาดังกล่าวถูกใช้แทนหมอนแต่แรกก่อนที่ทางญาติจะมาถึงโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งจากนี้จะมีการสอบสวนทั้งฝ่ายหมอ พยาบาล จนท.ฉุกเฉิน และญาติผู้ป่วยว่าฝ่ายใดพูดจริงกันแน่   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม When we reached the hospital, we saw his leg being used as a headrest. เมื่อเราถึงโรงพยาบาล ก็เห็นว่าขาของเขามาใช้เป็นที่หนุนศรีษะอยู่แล้ว    

 30,233
ต่างประเทศ
31 ม.ค. 61

สุดสยอง! เผยภาพ 'พยาธิตัวตืด' ยาวเกือบ 3 เมตร หลังพบในตัวหนุ่มสิงคโปร์ที่ชอบกินปลาดิบ

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวน่าตกใจกรณีพบพยาธิตัวตืดยาวถึง 9 ฟุต 2 นิ้ว หรือกว่า 2.8 เมตร ภายในท้องของชายคนหนึ่งซึ่งชื่นชอบการรับประทานปลาดิบหรือซูชิของญี่ปุ่น     ภาพของพยาธิที่ต้องพับถึง 18 ทบถึงสามารถถ่ายรูปในเฟรมเดียวกันได้ ถูกบันทึกโดยแพทย์จากแผนกจุลชีววิทยาของโรงพยาบาลในสิงคโปร์   ภาพประกอบข่าว   ด้านศาสตราจารย์ Hsu Li Yang ระบุว่าวัตถุประสงค์ที่ออกมาเปิดเผยกรณีศึกษาอันโด่งดังซึ่งเกิดขึ้นในปี 2016 เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้คนตระหนักถึงอันตรายที่เกิดจากการกินอาหารดิบ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของพยาธิตัวตืดเพิ่มมากขึ้นในสิงคโปร์ ซึ่งก็คล้ายคลึงกับในหลายประเทศพัฒนาแล้วที่การบริโภคปลาดิบได้รับความนิยมสูง แต่การติดเชื้อกลับแตกต่างกันออกไป บางคนไม่มีอาการผิดปกติ ในขณะที่บางคนมีอาการคลื่นไส้ อ่อนเพลีย ท้องเสีย และปวดท้อง อย่างเห็นได้ชัด   ภาพประกอบข่าว   สำหรับพยาธิตัวตืดส่วนใหญ่เกิดจากการกินเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้ผ่านการปรุงให้สุกก่อน    

 9,423
สังคม-อาชญากรรม
29 ม.ค. 61

แพทย์เตือน บีบจมูก-เม้มปากเวลาจาม เสี่ยงอันตราย 'ลมขึ้นสมอง'

เพจเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ได้โพสต์รูปภาพ พร้อมข้อความอุทาหรณ์จากการจาม โดยระบุว่า   เมื่อประมาณเดือน ธ.ค. 2559 ได้มีผู้ป่วยหญิงชาวไทย อายุ 82 ปี เป็นโรคเบาหวานและไขมันสูง มาหาตน โดยมีอาการพูดไม่ชัด และนึกคำพูดไม่ออก   จากนั้น 3 วันคุณหมอได้ทำ MRI คลื่นแม่เหล็ก พบว่าสมองมีลมอยู่บริเวณในเนื้อสมองข้างซ้าย ซึ่งหลังจากติดตามอาการพร้อมรักษา อาการหญิงคนดังกล่าวได้ดีขึ้นช้าๆ และปัจจุบันปกติ   คุณหมอระบุต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนเพิ่งทราบสาเหตุว่า ทำไมอยู่ดีๆลมเข้าสมองผู้ป่วยคนนี้ได้ (หลังจากอ่านรายงานในวารสาร BMJ Case Reports ของวันที่ 15 ม.ค. 2561 และกำลังเป็นข่าวดังไปทั่วโลกขณะนี้ ชี้ให้เห็นถึงอันตรายของการเอามือบีบจมูก เม้มปากเวลาจาม ด้วยการกลับไปซักประวัติใหม่ว่าผู้ป่วยทำอย่างนั้นก่อนป่วยหรือไม่   ผู้ป่วยตอบว่าก่อนไม่สบาย กำลังจะสั่งน้ำมูก เกิดจามขณะเอามือบีบจมูก เอานิ้วอุดรูหูข้างขวาและเม้มปากพร้อมๆกัน หลังทำหูข้างซ้ายอื้อและมีเสียงดัง ลมจากการจามออกทางจมูกปากไม่ได้ คงผ่านจากท่อในปากเข้าหูชั้นกลางด้านซ้ายแล้วทะลุผ่านกระโหลกใต้สมองเข้าสมองด้านซ้าย   คนไข้รายนี้น่าจะเป็นรายแรกของโลกที่ลมรั่วเข้าสมองเกิดจากการบังคับไม่ให้จามออกทางปากและจมูก นอกจากปอดรั่ว แก้วหูทะลุ ผนังช่องคอทะลุ เส้นเลือดในสมองแตก ยังมีลมรั่วผ่านกระโหลกเข้าสมองได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นอย่าทำร้ายตัวเองด้วยการเอามือมาบีบจมูกและเม้มปากเวลาจามเด็ดขาด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N_3ebbAQz6Q    

 93,413
ต่างประเทศ
24 ม.ค. 61

แพทย์จีนรักษาสาวป่วยมะเร็งผิวหนัง เกิดมาพร้อมปานดำไซซ์ยักษ์บนหน้า

สำนักข่าว metro  นำเสนอเรื่องราวของ เสี่ยวเหยียน หญิงสาวเคราะห์ร้ายชาวจีนวัย 23 ปี ที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาทำให้มีปานดำขนาดใหญ่บนใบหน้ามาตั้งแต่เกิด และทางเดียวที่จะสามารถรักษาไม่ให้มันลุกลามกลายเป็นมะเร็งร้ายคร่าชีวิตของเธอได้คือการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นใหม่     หญิงสาวที่ขณะนี้อยู่ระหว่างรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลรัฐในเซี่ยงไฮ้ หลังปานดำบนใบหน้าเริ่มแสดงอาการเมื่อปลายเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ซึ่งแพทย์ได้ประเมินว่ามันเป็นการส่งสัญญาณถึงการเจริญเติบโตของมะเร็ง      ขณะที่เจ้าตัวเปิดใจว่า แม้จะมีปานขนาดใหญ่อยู่บนหน้ามาตั้งแต่เกิด แต่เธอก็ยังคงใช้ชีวิตเหมือนกับคนปกติ มีวัยเด็กที่เล่นสนุกกับเพื่อนๆ แต่เมื่อเธอเติบโตขึ้น ความแตกต่างดังกล่าวกลับส่งผลในทางลบ หลังต้องเผชิญกับคำวิจารณ์เรื่องรูปลักษณ์ต่างๆ นานาอย่างไร้เหตุผล     รายงานข่าวระบุว่า ครอบครัวของหญิงสาวตัดสินใจพาเธอมารักษาที่เซี่ยงไฮ้ตามคำแนะนำของแพทย์ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว พร้อมทุ่มเงินไปเกือบ 5 แสนบาท ซึ่งการรักษาได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยช่วงแรกของกระบวนการสร้างความเจ็บปวดทรมานให้กับหญิงสาวเป็นอย่างมาก เพราะใบหน้าถูกขยายใหญ่ผิดสัดส่วนจนเหมือนกับไข่ไก่ จากการถูกฉีดน้ำเกลือเข้าไปใบหน้า แต่แพทย์ก็ได้ให้คำสัญญาว่าจะมอบใบหน้าใหม่ให้กับเธอ ภายหลังจากกระบวนการการรักษาเสร็จสิ้น    

 108,332

Top