ค้นหา :

ผลการค้นหา "พิการทางสมอง"

สังคม
08 ธ.ค. 62

สลด หนูน้อยวัย 4 ขวบ พิการทางสมอง เดินตกบ่อบำบัดน้ำในฟาร์มหมู เสียชีวิต

วันที่ 7 ธ.ค. 2562 นายชาฤทธิ์ บัวผัน อายุ 34 ปี และภรรยา ซึ่งเป็นคนงานรับจ้างเลี้ยงสุกรอยู่ในฟาร์มสุกร ต.ทุ่งกระบ่ำ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี เข้าแจ้งความที่ สภ.เลาขวัญ ว่าลูกชายวัย 4 ขวบ ซึ่งเป็นพิเศษมีอาการทางสมองได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค. เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. โดยขณะที่เกิดเหตุนายชาฤทธิ์ และภรรยา ได้ไปให้อาหารหมูในฟาร์ม และได้พาลูกชายไปนอนเล่นที่เปลที่เล้าหมูด้วย แต่สักพักลูกชายได้หายตัวไป ตนเองจึงออกตามหา และให้เพื่อคนงานช่วยหาด้วยแต่ก็ไม่พบ    ต่อมาหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้ง จึงได้ประสานขอกำลังทหารกว่า 50 นาย รวมไปถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัย และชาวบ้านไปช่วยตามหาแต่ก็ยังไม่เจอ จนวานนี้ (8 ธ.ค.62) กระทั่งเวลาประมาณ 12.20 น. ได้พบร่างหนูน้อยวัย 4 ขวบ นอนคว่ำหน้าบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียในฟาร์มหมู จากการชันสูตรพลิกศพของแพทย์พบว่า ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย หรือร่องรอยการถูกทำร้าย สาเหตุการตายเกิดจากขาดอากาศหายใจ   นายชาฤทธิ์ และ ภรรยา คาดว่า ลูกชายตื่นมาไม่พบพ่อแม่จึงออกเดินตามหา และเดินหลงไปทางบ่อบำบัดน้ำ และเดินพลัดตกบ่อบำบัดน้ำเสียจนจมน้ำ เสียชีวิต     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Z09-AG9oUXg  

 1,983
ข่าวภูมิภาค
26 ส.ค. 62

เด็กพิการทางสมอง ถูกข่มขืนซ้ำซาก แม้ย้ายบ้านก็ยังโดน แจ้งความ ตร.คดีไม่คืบ

ชลบุรี-แม่อายุ 28 ปี อาศัยอยู่บ้านเอื้ออาทร ของการเคหะแห่งชาติ ร้องเรียนว่า ลูกสาวน้องกัส (นามสมมติ) อายุ 14 ปี มีความพิการทางสมอง ได้ถูกคนร้ายข่มขืนซ้ำแล้วซ้ำอีก แจ้งตำรวจไม่มีความคืบหน้า จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน   โดยครั้งแรกลูกสาวถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน ที่กรุงเทพฯ และเป็นคดีความอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล หลังจากนั้นจึงได้หลบหนีมาอยู่ที่บ้านการเคหะ คิดว่าจะรอดพ้นจากการถูกข่มขืน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.00 น. มีคนร้ายเป็นผู้หญิงและผู้ชาย อายุประมาณ 25-30 ปี ได้เข้ามาเสพยาบ้าภายในบ้าน หลังจากนั้นได้ชักปืนมาจี้ที่ศีรษะ ผู้หญิงได้ถอดกางเกง หลังจากนั้นผู้ชายได้ลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ จึงได้ไปแจ้งความที่ สภ.พนัสนิคม แต่ปรากฏว่าตำรวจรับแจ้งความ แต่ไม่มีการสเก็ตช์ใบหน้าของคนร้าย เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี สอบถามตำรวจหลายครั้งคดีก็ไม่คืบหน้า   ล่าสุดวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ลูกสาวได้นำขยะไปทิ้งที่บริเวณที่ทิ้งขยะของบ้านเอื้ออาทร ปรากฏว่าได้เจอผู้ชายคนหนึ่ง ใช้มือคลำไปที่บริเวณเอว พร้อมทั้งข่มขู่ให้เข้าไปในอาคารบริเวณที่ทิ้งขยะ หลังจากนั้นได้ข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ คดีที่เกิดล่าสุดยังไม่ได้ไปแจ้งความ เพราะคดีก่อนหน้านี้ยังไม่มีความคืบหน้า ในการที่ตำรวจจะจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดี     จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนหวังว่าจะให้มีการนำเสนอข่าว เพื่อเร่งรัดตำรวจช่วยจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ที่สำคัญผู้ที่ข่มขืนยังขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนอยู่ในบ้านเอื้ออาทร แต่ตำรวจก็ยังไม่ยอมจับกุมตัวคนร้ายอีก ไม่รู้ว่าลูกสาวจะโดนข่มขืนอีกเมื่อไหร่ จึงอยากขอความเป็นธรรม หากช่วยเหลือไม่ได้คงต้องย้ายบ้านหนีอีกเหมือนกัน ยอมรับว่าครอบครัวยากจนหาเช้ากินค่ำ แม้กระทั่งค่าเช่าบ้านเดือนละ 3,500 บาท ยังค้างอยู่เลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d241qwREydM

 7,959
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.พ. 62

‘ปวีณา’ เข้าช่วยชายพิการทางสมอง ถูกขังในตึกนาน 30 ปี หลังพลเมืองดีร้องเรียนหวั่นเกิดอันตราย

วันที่ 3 ก.พ. 62 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.โชคชัย นำหมายค้นเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์ สูง 3 ชั้น ตั้งอยู่บริเวณแขวงและเขตลาดพร้าว หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่าอาจจะมีคนถูกกักขังอยู่ภายในอาคาร   นางปวีณา ระบุว่ามีพลเมืองดีเห็นแขนของผู้ชายยื่นออกมาจากช่องประตูเหล็กที่ถูกใส่กุญแจอยู่ด้านนอก บางคนก็จะเห็นหญิงสูงวัยคาดว่าเป็นแม่หรือญาตินำอาหารมาให้ผ่านทางประตู เกรงว่าอาจจะถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี อีกทั้งยังน่าจะเป็นผู้ป่วย หากปล่อยไว้เกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงต้องรีบเข้าช่วยเหลือ   ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในบ้าน พบชายอายุประมาณ 30-40 ปี นอนอยู่กับพื้น พูดจาไม่รู้เรื่องคล้ายกับคนเป็นใบ้ มีลักษณะแขนขาลีบเล็กอ่อนแรง สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นผู้ป่วยออทิสติก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลยันฮีเพื่อตรวจร่างกายและเข้ารับการรักษาตามกระบวนการ   พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผู้กำกับการ สน.โชคชัย ระบุว่า นอกจากผู้ป่วยแล้ว ยังพบหญิงสูงอายุอีกคนอยู่ภายในบ้าน เบื้องต้นอ้างว่าเป็นแม่ของชายคนดังกล่าว พร้อมระบุว่า ลูกชายเคยประสบอุบัติเหตุ ทำให้มีอาการป่วย และไม่ได้ถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล จึงต้องอยู่แต่ภายในบ้าน   อย่างไรก็ตามตำรวจต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นแม่ลูกกันจริงหรือไม่ และจะเข้าข่ายการกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือไม่ แต่ภายในบ้านก็ไม่ได้มีลักษณะของการถูกพันธนาการ ทารุณกรรมหรือทำร้ายร่างกายใดๆ    จากการสอบถามเพื่อนบ้านและคนที่อยู่ในละแวก ระบุว่า เห็นชายคนดังกล่าวมีลักษณะพัฒนาการทางสมองช้าตั้งแต่เด็ก อาศัยอยู่กับแม่สองคน และเคยออกมานอกบ้านจนเกือบถูกรถชน ทำให้ผู้ปกครองต้องดูแลให้อยู่แต่ภายในบ้านของตนเองมานานหลายสิบปีจนกระทั่งโต    แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้ยินเสียงร้องในลักษณะขอความช่วยเหลือแต่อย่างใด ทั้งแม่และลูกก็อยู่กันตามปกติ ไม่เคยเห็นว่าคุณป้าแม่ของชายคนดังกล่าวจะเคยทำร้ายร่างกายลูกชายสักครั้งเดียว ซึ่งกิจวัตรประจำวันของผู้เป็นแม่คือจะออกไปให้อาหารสัตว์ตามซอยต่างๆ ก่อนกลับมาดูแลลูกชาย ป้อนข้างป้อนน้ำ ตัดผมอาบน้ำ ไม่เห็นว่าจะเป็นการกักขังแต่อย่างใด   ซึ่งเจ้าหน้าที่พบว่าภายในที่พักพบเศษขยะจำนวนมาก ถือว่าไม่ถูกสุขลักษณะและไม่เหมาะเป็นที่พักอาศัยของผู้ป่วย ดังนั้นหลังจากนี้จะมีการประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตลาดพร้าวเข้ามาดูแลต่อไป แต่ในส่วนของต้นไม้ด้านหน้าบ้านพักไม่ถือว่าบุกรุกพื้นที่สาธารณะเพราะอยู่หลังแนวเสาไฟฟ้าจึงยังถือว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลอยู่      

 13,316
ข่าวภูมิภาค
01 ต.ค. 61

แม่ช็อก ลูกสาวพิการทางสมอง ตาบอด-เป็นใบ้ ถูกเด็กชายวัย 12 ใช้มีดกรีดแขนขาเป็นแผลเหวอะ!

แม่ช็อก ลูกสาวพิการทางสมอง ตาบอด-เป็นใบ้ ถูกเด็กชายวัย 12 ใช้มีดกรีดแขนขาเป็นแผลเหวอะ!   วันนี้ (1 ต.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังห้องในซอยสายลวด 4 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังจากที่การโพสต์ข้อความและรูปภาพบนเฟซบุ๊กว่าลูกสาววัย 18 ปี ที่ป่วยพิการทางสมอง ตาบอด และพูดไม่ได้ที่ไปจ้างข้างบ้านเลี้ยง แต่ถูกเด็กชายวัย 12 ปีทำร้ายด้วยการกรีดแขน ขา เป็นแผลเหวะหวะ จนต้องพาไปเย็บแผลที่โรงพยาบาล    นางสาวสุภาภรณ์ หลิวเจริญ อายุ 46 ปี แม่ของนางสาวรัตน์ อายุ 18 ปี ซึ่งป่วยพิการทางสมอง ตาบอด และพูดไม่ได้ตั้งแต่อายุไม่ถึง 1 เดือน โดยน้องรัตน์ มีบาดแผลที่ถูกกรีดด้วยมีดที่บริเวณต้นขาขวาและที่ต้นแขนขวาหลายแห่ง ซึ่งแพทย์ต้องทำการเย็บบาดแผลให้และใช้ผ้าก๊อตพันปิดทับเอาไว้   โดยนางสาวสุภาภรณ์ เล่าว่า ตนทำงานรับจ้างทั่วไป และอาศัยอยู่กับลูกสาวพิการเพียงลำพังมานานหลายปีแล้ว ปกติช่วงเช้าก็จะออกไปทำงานรับจ้างเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูน้องรัตน์ ช่วงเช้าก่อนออกไปทำงานก็จะนำน้องรัตน์ไปฝากข้างบ้านดูแล    กระทั่งเที่ยงคืนวันเสาร์ที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา หลังจากตนกลับมาถึงบ้านเก็บของเสร็จจึงได้เดินไปรับน้องรัตน์ ที่ฝากเลี้ยงไว้กับเพื่อนบ้าน และพบว่าลูกสาวมีบาดแผลคล้ายถูกกรีดด้วยของมีคมที่บริเวณขาขวา จึงไปคุยกับเพื่อนบ้านที่ไปฝากเลี้ยง จนทราบว่าผู้ที่กระทำนั้นคือบุตรชายของเพื่อนบ้านที่ฝากเลี้ยงวัย 12 ปี เหตุที่ต้องทำนั้น เด็กผู้ชายที่ก่อเหตุอ้างว่าน้องรัตน์ไม่ยอมกินข้าวเลยเอามีดมากรีดที่แขนขา   เมื่อทราบข้อเท็จจริงและเห็นแผลเพียงที่ขาเท่านั้น ตนจึงกลับบ้านมากระทั่งเช้า จึงออกไปทำงาน เพราะมีงานค้างอยู่ที่ กระทั่งเมื่อช่วงสายของวันที่ 30 กันยายน น้องสาวตนมาเห็น แผลลักษณะถูกกรีดด้วยของมีคมที่แขนลูกสาวอีกหลายแห่ง จึงถ่ายรูปส่งไลน์ให้ญาติพี่น้องดู จากนั้นจึงได้รีบพาน้องรัตน์ไปหาหมอ ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ เบื้องต้นทราบว่าลูกแพทย์ได้เย็บ แผลที่แขนขวา จำนวน 3 แผล ประมาณ 30 เข็มขาขวา 20 เข็ม ก่อนที่ลูกสาวคนโตของตนได้เดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ แล้วตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา   นางสุภาภรณ์ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุได้พูดคุยกับเพื่อนบ้านคนดังกล่าวแล้วแต่ก็ยังไม่ได้มีการตกลงอะไรกัน ส่วนเรื่องของคดีตนก็คงต้องปล่อยตามกนะบวรการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ตนก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นคนทำกันแน่ ซึ่งต้องรอผลการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่และผลตรวจจากโรงพยาบาลอย่างละเอียดอีกครั้ง    อย่างไรก็ตามตนอยากร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ช่วยเหลือลูกสาวของตนในระยะยาว เนื่องจากตนเช่าห้องอยู่กับลูกสาว กับลูกสาวเพียงลำพัง 2 คน หากวันไหนตนมีงานรับจ้าง ก็จะต้องนำลูกไปฝากเพื่อนบ้านเลี้ยงวันละ 300 บาท ส่วนตนไปรับจ้างได้ค่าแรงวันละ 700 บาท แต่ก็ไม่ได้มีงานรับจ้างทุกวัน จึงอยากวอนให้ทางรัฐฯเข้าช่วยพาลูกสาวของตนไปบำบัด หรือดูแลรักษา ให้ช่วยตัวเองได้มากกว่านี้ เพื่อที่ตนเองจะได้ออกทำงานรับจ้างมาใช้จ่าย และใช้หนี้อีกกว่า 3 หมื่นบาทที่ไปยืมเพื่อนบ้านมาและยังมีค่าเช่าห้องที่ยังค้างอยู่อีกกว่า 1 หมื่นบาท   ขณะที่นางจำรัส อายุ 78 ปี เพื่อนบ้านที่นางสุภาภรณ์ นำน้องรัตน์ไปฝากเลี้ยงไว้ โดยนางจำรัส เล่าว่า ปกติวันที่แม่ข้องน้องรัตน์ไม่ได้ไปทำงานก็จะนำน้องรัตน์มาฝากเลี้ยงไว้ที่บ้านของตน โดยทุกครั้งจะมีลูกสะใภ้เป็นคนดูแล เนื่องจากตนอายุมากแล้วที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดปัญหาอะไร    จนกระทั่งวันเกิดเรื่อง นางสาวมาลี ได้ออกไปทำธุระนอกบ้านโดยให้น้องรัตน์นอนพักอยู่ในห้อง จนกระทั่งกลับลูกสะใภ้กลับมาในช่วงเย็นตนถึงได้รู้ว่าน้องรัตน์ มีแผลที่ขาและแขนและทราบว่าหลานชายเป็นคนก่อเหตุ โดยน้องแมน (นามสมมุติ) วัย 12 ปี ซึ่งก็ได้ยอมรับว่าเป็นคนลงมือเองเนื่องจากพี่รัตน์ไม่ยอมทานข้าว จึงเกิดอาการโมโห ใช้มีดทำครัวมากกรีดแขนขาพี่รัตน์    ทางด้าน พ.ต.อ.ปรีชา เอี่ยมนุ้ย ผกก.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหากับใครเนื่องจากยังไม่ได้มีการสอบปาคำขอทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะต้องรอสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง   ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก JimMie Jjim  

 9,874
ต่างประเทศ
22 พ.ค. 61

ศัลยแพทย์ถูกดำเนินคดี หลังร้องเพลง-เต้นขณะผ่าตัด ทำคนไข้พิการทางสมอง

ศัลยแพทย์หญิง หรือแพทย์ผ่าตัดในสหรัฐอเมริการายหนึ่ง ถูกดำเนินคดีหลังร้องเพลงและเต้นประกอบเพลงแร็พ ขณะกำลังผ่าตัดคนไข้ โดยถูกแจ้งข้อหาถึง 7 ข้อหา   หลังทำให้คนไข้ที่ตั้งใจมาผ่าตัดไขมันหน้าท้อง เพื่อให้ดูดีในวันแต่งงาน ต้องได้รับความอันตรายทางสมองอย่างถาวร และหัวใจหยุดเต้น จากการผ่าตัดนาน 8 ชม. ซึ่งทางครอบครัวชี้ว่าแพทย์คนนี้ได้ทำลายชีวิตของเธอ จึงได้ทำการฟ้องร้อง   นอกจากนี้ยังมีประวัติคนไข้อีกหลายราย ได้รับผลกระทบจากการผ่าตัดของแพทย์รายนี้   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม A plastic surgeon is facing 7 lawsuits from former patients. ศัลยแพทย์โดนแจ้ง 7 ข้อหา จากอดีตคนไข้ I'm about to cut it กำลังจะตัดมัน One of her patients has permanent brain damage. หนึ่งในผู้ป่วยได้รับอันตรายทางสมองถาวร Getting surgery ruined her life. การผ่าตัดทำลายชีวิตของเธอ    

 22,542
ต่างประเทศ
04 ก.ค. 60

ชาวบ้านอินเดียตั้งศาลเตี้ยรุมประชาทัณฑ์หญิงพิการทางสมองจนตาย หลังถูกกล่าวหาลักพาตัวเด็ก

สำนักข่าว metro รายงานข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย กรณี Otera Bibi หญิงพิการทางสมองโดนชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์จนตาย หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าลักพาตัวเด็ก     คลิปวิดีโอและภาพเหตุการณ์น่าสะอิดสะเอียนได้ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ แสดงภาพของหญิงจากหมู่บ้านเล็กๆ ในรัฐเบงกอลตะวันตก กำลังถูกจับมัดกับรถแทรกเตอร์และต้องรับมือกับการรุมทุบตีจนถึงแก่ความตายโดยไม่สามารถปัดป้องได้ หลังชาวบ้านปักใจเชื่อว่าเธอพยายามจะลักพาตัวเด็กหญิงวัย 10 ปี     หญิงเคราะห์ร้ายถูกทำร้ายด้วยท่อนไม้และก้อนหิน ทั้งยังโดนฉีกทึ้งเสื้อผ้าและกล้อนผม ก่อนเหตุการณ์อันป่าเถื่อนจะยุติลงด้วยการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุและนำตัวเธอส่งโรงพยาบาลแต่ไม่ทันการณ์ หลังเธอทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในที่สุด     ด้านตำรวจเปิดเผยว่า ชาวบ้านรุมทำร้ายผู้ตายหลังมีข่าวลือว่าเธอเป็นคนร้ายลักพาตัวเด็กออกจากหมู่บ้าน โดยตอนนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริง และหาตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งต้นต่อที่กระจายข่าวลือในครั้งนี้   ทั้งนี้ภายหลังเกิดเหตุตำรวจได้จับกุมตัวชาวบ้านหลายรายที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีใครถูกตั้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด      

 9,797
ข่าวภูมิภาค
28 เม.ย. 60

เฒ่าวัย 77 ดูภาพโป๊เกิดอารมณ์หื่น ฉุดสาวพิการทางสมองวัย 19 ไปข่มขืน ล่าสุดได้ประกันตัวพร้อมข่มขู่พยาน

นครศรีธรรมราช-แม่ร้องเรียน ลูกสาวพิการทางสมองวัย 19 ปี ถูกชายวัย 77 ปีฉุดเข้าไปในห้องข่มขืนกระทำชำเราบุตรสาวจนสำเร็จความใคร่   โดยผู้เสียหายระบุครอบครัวตนรู้จักผู้ต้องหาเป็นอย่างดี ที่ผ่านมา ไปมาหาสู่กันที่บ้านเป็นประจำ และทราบว่าผู้ต้องหาชอบดูคลิปโป๊ ชอบอวดอ้างว่ามียาปลุกเซ็กซ์ และชอบสะสมคลิปโป๊ หนังสือโป๊ ช่วงเกิดเหตุพบบว่าผู้ต้องหานั่งดูหนังสือโป๊ แต่ตนไม่ได้สนใจ จากนั้นผู้ต้องหาได้ตรงเข้ามาโอบกอดตน แล้วฉุดกระชากเข้าไปในห้อง ใช้กำลังปลุกปล้ำข่มขืนกระทำชำเรา แต่ระหว่างถูกข่มขืน ได้มีหลานสาวอายุ 9 ปี เดินมาเรียกที่หน้าบ้าน ตนจึงส่งเสียงร้องและดิ้นรน หลานสาวจึงได้วิ่งไปตามน้าสาวของตนที่บ้านอยู่ไม่ห่างมากนักมาช่วย โดยพังประตูห้องเข้าไปและเห็นภาพผู้ต้องหากำลังข่มขืนตน ก่อนที่ผู้ต้องหาจะรีบลุกขึ้นนุ่งกางเกงเดินออกจากห้อง แล้วปั่นรถจักรยานสองล้อกลับบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   ด้านแม่ของผู้เสียหายระบุลูกสาวมีความพิการทางสมอง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้พิการทางสมอง แต่ก็สามารถสื่อสารเข้าใจและสามารถช่วยเหลือตัวเองได้เป็นอย่างดี ได้เรียนในโรงเรียนศึกษาพิเศษแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต จนจบ ม. 6 และมีความสามารถทางด้านการคิดเลขเร็วและด้านคอมพิวเตอร์   หลังเกิดเหตุยังถูกผู้ต้องหาและลูกๆ พูดจาข่มขู่ ปฏิเสธไม่รับผิดชอบใด ๆ และยังท้าทายให้ไปแจ้งความกับตำรวจ และตะคอกข่มขู่ว่าใครไปเป็นพยานในคดีนี้จะดักฟันปากให้ตาย จนถึงขณะนี้เด็ก 9 ขวบ และน้าสาวหวาดผวาไม่กล้าออกจากบ้าน และไม่กล้าไปให้การเป็นพยาน   ซึ่งล่าสุดลูกของผู้ต้องหาได้นำหลักทรัพย์มายื่นขอประกันตัว และพนักงานสอบสวน ได้ให้ประกันตัว โดยตำรวจอ้างการประกันตัวเป็นสิทธิของผู้ต้องหา และคดีนี้ผู้ต้องหา เข้ามอบตัวเองยังไม่ได้มีการออกหมายจับจึงอนุญาตให้ประกันตัว ตนจึงตัดสินใจเดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับสมาคมสื่อมวลชน และจะเดินทางเข้าพบ พม.จ.นครศรีธรรมราช เพื่อให้ช่วยดูแลสภาพจิตใจของบุตรสาว ที่ถูกบังคับข่มขืนด้วย และหากยังเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจะร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมต่อไป คดีนี้หากจำเป็นที่จะต้องเดินทางเข้าร้องเรียนมูลนิธิปวีณา เพื่อเด็กและสตรี หรือคุณบุ๋ม ปนัดดา รวมทั้งนายกรัฐมนตรี ตนก็จะต้องไปเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้จนถึงที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uIlHZHevQ18    

 65,157
ปากท้องร้องทุกข์
13 มี.ค. 60

พ่อร้องเรียนลูกชายขี่ จยย.ตกหลุม กลายเป็นคนพิการทางสมอง วอน รฟม.รับผิดชอบ

พ่อวัย 63 ปีร้องทุกข์ลูกชายอายุ 33 ปี ประสบอุบัติเหตุขับ จยย.ตกหลุมขนาดใหญ่จากเหตุถนนยุบตัว บนถนนทางเชื่อม เส้นเทียมร่วมมิตร ทางออกถนนพระราม 9 ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ พิการทางสมอง ตั้งแต่เมื่อเดือน พ.ย.2559 ต้องรักษาในห้องไอซียูนานนับเดือน ค่าใช้จ่ายกว่า 7 แสนบาท ทุกวันนี้กลายเป็นผู้ป่วยทุพลภาพ จากที่เป้นความหวังของครอบครัว แต่ปัจจุบันไม่สามารถทำงาน ช่วยเหลือตัวเองได้ ทางบ้านต้องพาไปทำกายภาพบำบัดทุกเดือน โดยตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่มีหน่วยงานไหนรับผิดชอบ ซึ่งทางครอบครัวมองเป็นความประมาทเลินเล่อของ รฟม.เจ้าของถนน ที่ไม่ซ่อมแซมถนน มีน้ำท่วมขังบนถนน และไม่มีการติดตั้งป้ายแจ้งเตือน ทางทนายเตรียมดำเนินการยื่นฟ้องศาลปกครองหากยังไม่ได้รับการเยียวยา ขณะที่ทาง รฟม.รับเรื่องดังกล่าวและ และกำลังเร่งหาข้อสรุปในการช่วยเหลือผู้ป่วย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kmhNqJvjnqQ  

 31,999

Top