ค้นหา :

ผลการค้นหา "สัตวแพทย์"

ข่าวภูมิภาค
21 พ.ย. 62

หนุ่มตกปลาริมหาดพัทยา ผงะได้วาฬเพชฌฆาตแคระดำบาดเจ็บ แจ้งสัตวแพทย์ดูแล

พัทยา- พบวาฬเพชฌฆาตดำ ขนาดใหญ่เข้ามาเกยตื่นบริเวณชายหาดพัทยา ตรงข้ามปากซอยเลียบชายหาดพัทยา 7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศแห่เข้ามาชมและบันทึกภาพเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าต้องกันนักท่องเที่ยวให้ขึ้นบนฝั่ง เนื่องจากวาฬเพชฌฆาตดำมีอาการป่วยและได้รับบาดเจ็บ   สอบถามนายจิรายุ วันภูสิตร อายุ 34 ปี ผู้พบวาฬเป็นคนแรก ทราบว่า ระหว่างที่กำลังตกปลาอยู่บริเวณชายฝั่งนั้น ได้มีความรู้สึกคล้ายกับปลาติดเบ็ดลากสายเอ็นและคันเบ็ดลงไปในน้ำอย่างแรง ด้วยความตกใจจึงรีบกระโดดลงน้ำติดตามคันเบ็ดไป แต่ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าปลายสายเป็นปลาขนาดใหญ่ ตอนแรกคิดว่าเป็นปลาฉลาม แต่สังเกตอีกครั้งปรากฏว่าเป็นวาฬขนาดใหญ่ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ   ต่อมาสัตวแพทย์ศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลกองทัพเรือสัตหีบ เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับวาฬเพชฌฆาตดำ ที่มีขนาดความยาวประมาณ 3.40 เมตร มีบาดแผลได้รับบาดเจ็บถลอกตามร่างกายหลายจุด โดยการเคลื่อนย้ายวาฬให้หันหัวออกทางทะเล เพื่อลดปริมาณการรับแสงและเสียง   ด้านร้อยตรีหญิง กรกมล กิติกัมรา สัตวแพทย์ประจำศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ได้เปิดเผยถึงอาการของวาฬเพชฌฆาตดำ ว่ามีอาการเครียดชักเกร็งมีอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็ว เมื่อทำการเคลื่อนย้ายก็มีอาการเต้นของหัวใจที่ดีขึ้น แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ตอนนี้ต้องจำกัดเรื่องปัจจัยแสงและเสียงไม่ได้ จะต้องจัดทีมพยุงตัววาฬ โดยกำลังเจ้าหน้าที่ผลัดกันทุกครึ่งชั่วโมง แล้วประเมินอาการชั่วโมงต่อชั่วโมง   ซึ่งขณะนี้ทราบเพียงว่ามีบาดแผลทั่วตัว ยังไม่สามารถตรวจละเอียดได้เนื่องจากต้องงดใช้แสง และยังไม่ประเมินให้เคลื่อนย้าย หากวาฬไม่พร้อมอาจมีความเสี่ยงมาก ตอนนี้ทำได้เพียงพักฟื้นให้วาฬอยู่ในสภาวะที่พร้อมจะต้องเคลื่อนย้ายก่อน คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และรอให้กำลังเสริมเข้าสนับสนุนเพื่อเคลื่อนย้ายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rWWRXK5_Pls

 12,932
สังคม
21 พ.ย. 62

หนุ่มตกปลาริมหาดพัทยา ผงะได้วาฬเพชฌฆาตแคระดำบาดเจ็บ แจ้งสัตวแพทย์ดูแล

พัทยา- พบวาฬเพชฌฆาตดำ ขนาดใหญ่เข้ามาเกยตื่นบริเวณชายหาดพัทยา ตรงข้ามปากซอยเลียบชายหาดพัทยา 7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศแห่เข้ามาชมและบันทึกภาพเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าต้องกันนักท่องเที่ยวให้ขึ้นบนฝั่ง เนื่องจากวาฬเพชฌฆาตดำมีอาการป่วยและได้รับบาดเจ็บ   สอบถามนายจิรายุ วันภูสิตร อายุ 34 ปี ผู้พบวาฬเป็นคนแรก ทราบว่า ระหว่างที่กำลังตกปลาอยู่บริเวณชายฝั่งนั้น ได้มีความรู้สึกคล้ายกับปลาติดเบ็ดลากสายเอ็นและคันเบ็ดลงไปในน้ำอย่างแรง ด้วยความตกใจจึงรีบกระโดดลงน้ำติดตามคันเบ็ดไป แต่ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าปลายสายเป็นปลาขนาดใหญ่ ตอนแรกคิดว่าเป็นปลาฉลาม แต่สังเกตอีกครั้งปรากฏว่าเป็นวาฬขนาดใหญ่ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ   ต่อมาสัตวแพทย์ศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลกองทัพเรือสัตหีบ เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับวาฬเพชฌฆาตดำ ที่มีขนาดความยาวประมาณ 3.40 เมตร มีบาดแผลได้รับบาดเจ็บถลอกตามร่างกายหลายจุด โดยการเคลื่อนย้ายวาฬให้หันหัวออกทางทะเล เพื่อลดปริมาณการรับแสงและเสียง   ด้านร้อยตรีหญิง กรกมล กิติกัมรา สัตวแพทย์ประจำศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ได้เปิดเผยถึงอาการของวาฬเพชฌฆาตดำ ว่ามีอาการเครียดชักเกร็งมีอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็ว เมื่อทำการเคลื่อนย้ายก็มีอาการเต้นของหัวใจที่ดีขึ้น แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ตอนนี้ต้องจำกัดเรื่องปัจจัยแสงและเสียงไม่ได้ จะต้องจัดทีมพยุงตัววาฬ โดยกำลังเจ้าหน้าที่ผลัดกันทุกครึ่งชั่วโมง แล้วประเมินอาการชั่วโมงต่อชั่วโมง   ซึ่งขณะนี้ทราบเพียงว่ามีบาดแผลทั่วตัว ยังไม่สามารถตรวจละเอียดได้เนื่องจากต้องงดใช้แสง และยังไม่ประเมินให้เคลื่อนย้าย หากวาฬไม่พร้อมอาจมีความเสี่ยงมาก ตอนนี้ทำได้เพียงพักฟื้นให้วาฬอยู่ในสภาวะที่พร้อมจะต้องเคลื่อนย้ายก่อน คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และรอให้กำลังเสริมเข้าสนับสนุนเพื่อเคลื่อนย้ายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rWWRXK5_Pls

 12,932
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ย. 62

สัตวแพทย์ชี้ชัด หมาชิวาว่าผสมพันธุ์แมวไม่ได้ ต่างทั้งขนาดอวัยะเพศ-dna เชื่อเจ้าของคงเข้าใจผิด

สกลนคร-ชาวบ้าน อ.เต่างอย จ.สกลนคร แจ้งว่ามีชาวบ้านเลี้ยงสุนัขเพศผู้และแมวเพศเมีย แล้วผสมพันธุ์กันจนแมวท้องคลอดลูกออกมาครบเป็นปกติทุกอย่าง ถือเป็นเรื่องแปลกเป็นอย่างมากที่สุนัขและแมวผสมพันธุ์กันได้   จากการตรวจสอบพบเป็นสุนัขพันธุ์ชิวาวาเพศผู้ ชื่อเฉาก๊วยอายุ 1 ปี 4 เดือน กับแมวพันธุ์ไทยเพศเมีย ชื่อลอดช่อง อายุ 1 ปี ซึ่งกำลังหยอกล้อกันบริเวณหน้าบ้าน ต่อมาพบลูกแมวอยู่ในกล่อง ประกอบด้วย สีดำล้วน ตาน้ำตาล 1 ตัว สีขาวล้วน ตาฟ้า 1ตัว และสีดำปนขาว ตาน้ำตาล 2 ตัว รวมเป็น 4 ตัว ทั้งหมดอายุได้ 1 เดือน สภาพร่างกายแข็งแรงแต่ยังอยู่ระหว่างการให้นมของแม่อยู่ หากไม่บอกก็คงไม่ทราบว่าลูกแมวทั้งหมดนั้น เกิดจากการผสมพันธุ์กันระหว่างสุนัขและแมว   ด้านเจ้าของบอกว่า ทั้งคู่ถูกเลี้ยงด้วยกันมามาตั้งแต่เล็กจนโต ปกติสุนัขพันธุ์ชิวาวาเพศผู้ จะเลี้ยงอยู่หลังบ้านเพราะมีพื้นที่ให้เขาส่วนแมวพันธุ์ไทยเพศเมียก็เลี้ยงปล่อยปกติ วิ่งเล่นรอบบ้านไม่เคยออกไปไหนไกล ต่อมาไม่รู้ยังไงแมวของตน ก็ไปออดอ้อนเจ้าเฉาก๊วยสุนัขอยู่บ่อยครั้ง จนเกิดการผสมพันธุ์กัน และฝ่ายแมวท้องและคลอดลูกออกมา ซึ่งมีลูกแมว 1 ตัวสีดำล้วน ออกมามีลักษณะคล้ายลูกสุนัข โดยเฉพาะคล้ายเฉาก๊วยสุนัขสายพันธุ์ชิวาว่าอย่างมาก   ทางด้าน สัตว์แพทย์หญิงภัทรานันท์ สัจจารมย์ ระบุว่าว่า เรื่องดังกล่าวเป็นไปไม่ได้  เพราะหมาและแมวคนละดีเอ็นเอ และคนละสายพันธุ์แตกต่างกัน โดยปกติอวัยวะเพศของแมวจะมีขนาดเล็กกว่าหมาอย่างมาก  และในการผสมพันธุ์กัน แมวจะใช้เวลาไม่นานเพียง 2-3 นาที แต่หมาต้องใช้เวลากว่า 10 นาทีขึ้นไป และหากมีการผสมพันธุ์กันจริงก็ไม่วามารถท้องได้ เพราะดีเอ็นเอแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง   กรณีนี้อาจเป็นความเข้าใจผิดของเจ้าของ ซึ่งอาจจะเห็นหมากำลังทำท่าทางคล้ายจะผสมพันธุ์แมว จึงทำให้เชื่อว่าหมาและแมวผสมพันธุ์กันจริงๆจนตั้งท้องและมีลูก และอาจเห็นว่าขนาดตัวเล็กเท่าๆกัน จนทำให้เชื่อ ซึ่งทางการแพทย์ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NA9ubOItTzE

 7,552
สังคม
15 พ.ย. 62

สัตวแพทย์ชี้ชัด หมาชิวาว่าผสมพันธุ์แมวไม่ได้ ต่างทั้งขนาดอวัยะเพศ-dna เชื่อเจ้าของคงเข้าใจผิด

สกลนคร-ชาวบ้าน อ.เต่างอย จ.สกลนคร แจ้งว่ามีชาวบ้านเลี้ยงสุนัขเพศผู้และแมวเพศเมีย แล้วผสมพันธุ์กันจนแมวท้องคลอดลูกออกมาครบเป็นปกติทุกอย่าง ถือเป็นเรื่องแปลกเป็นอย่างมากที่สุนัขและแมวผสมพันธุ์กันได้   จากการตรวจสอบพบเป็นสุนัขพันธุ์ชิวาวาเพศผู้ ชื่อเฉาก๊วยอายุ 1 ปี 4 เดือน กับแมวพันธุ์ไทยเพศเมีย ชื่อลอดช่อง อายุ 1 ปี ซึ่งกำลังหยอกล้อกันบริเวณหน้าบ้าน ต่อมาพบลูกแมวอยู่ในกล่อง ประกอบด้วย สีดำล้วน ตาน้ำตาล 1 ตัว สีขาวล้วน ตาฟ้า 1ตัว และสีดำปนขาว ตาน้ำตาล 2 ตัว รวมเป็น 4 ตัว ทั้งหมดอายุได้ 1 เดือน สภาพร่างกายแข็งแรงแต่ยังอยู่ระหว่างการให้นมของแม่อยู่ หากไม่บอกก็คงไม่ทราบว่าลูกแมวทั้งหมดนั้น เกิดจากการผสมพันธุ์กันระหว่างสุนัขและแมว   ด้านเจ้าของบอกว่า ทั้งคู่ถูกเลี้ยงด้วยกันมามาตั้งแต่เล็กจนโต ปกติสุนัขพันธุ์ชิวาวาเพศผู้ จะเลี้ยงอยู่หลังบ้านเพราะมีพื้นที่ให้เขาส่วนแมวพันธุ์ไทยเพศเมียก็เลี้ยงปล่อยปกติ วิ่งเล่นรอบบ้านไม่เคยออกไปไหนไกล ต่อมาไม่รู้ยังไงแมวของตน ก็ไปออดอ้อนเจ้าเฉาก๊วยสุนัขอยู่บ่อยครั้ง จนเกิดการผสมพันธุ์กัน และฝ่ายแมวท้องและคลอดลูกออกมา ซึ่งมีลูกแมว 1 ตัวสีดำล้วน ออกมามีลักษณะคล้ายลูกสุนัข โดยเฉพาะคล้ายเฉาก๊วยสุนัขสายพันธุ์ชิวาว่าอย่างมาก   ทางด้าน สัตว์แพทย์หญิงภัทรานันท์ สัจจารมย์ ระบุว่าว่า เรื่องดังกล่าวเป็นไปไม่ได้  เพราะหมาและแมวคนละดีเอ็นเอ และคนละสายพันธุ์แตกต่างกัน โดยปกติอวัยวะเพศของแมวจะมีขนาดเล็กกว่าหมาอย่างมาก  และในการผสมพันธุ์กัน แมวจะใช้เวลาไม่นานเพียง 2-3 นาที แต่หมาต้องใช้เวลากว่า 10 นาทีขึ้นไป และหากมีการผสมพันธุ์กันจริงก็ไม่วามารถท้องได้ เพราะดีเอ็นเอแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง   กรณีนี้อาจเป็นความเข้าใจผิดของเจ้าของ ซึ่งอาจจะเห็นหมากำลังทำท่าทางคล้ายจะผสมพันธุ์แมว จึงทำให้เชื่อว่าหมาและแมวผสมพันธุ์กันจริงๆจนตั้งท้องและมีลูก และอาจเห็นว่าขนาดตัวเล็กเท่าๆกัน จนทำให้เชื่อ ซึ่งทางการแพทย์ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NA9ubOItTzE

 7,552
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 ส.ค. 62

ใครชอบทิ้งดูไว้! คลิป 'อีกา' จิกกินถุงพลาสติกหมดไปครึ่งถุง สัตวแพทย์เตือนอาจถึงขั้นเสียชีวิตจากขยะอุดตัน

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nutvadee Supradit ได้โพสต์ภาพอีดากินถุงพลาสติกที่ประชาชนทิ้งไว้ บริเวณถนนแล้วนำมากัดกินเกือบจะครึ่งถุง พร้อมข้อความว่า เจอกับตัวเลย จะร้องไห้ อยู่บนรถเมล์ ทำไรไม่ได้เลย พร้อมติดเฮชแทค เลิกใช้ถุงพลาสติกเถอะมนุษย์ ขอร้อง    ทีมข่าวได้สอบถาม ไปยัง นายสัตว์แพทย์ดร.ปานเทพ รัตนากร ประธานคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า พฤติกรรมของอีกาจะสอดรู้สอดเห็นและชอบสิ่งที่แวววาว จึงจิกกัด กินถุงพลาสติกเข้าไป ซึ่งจะมีอันตรายกระทบต่อระบบการย่อยอาหารเหมือนกับสัตว์ชนิดอื่นหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณพลาสติกที่รวมกันเป็นก้อน จะเข้าไปอุดตันในกระเพาะอาหาร ลำไส้ จนเนื้อเหยื่ออักเสบ ทางเดินอาหารใช้การไม่ได้ และเสียชีวิตได้    ซึ่งวิธีป้องกัน คือ ประชาชนต้องทิ้งขยะให้เป็นที่ หรือช่วยกันลดขยะไม่ใช้ถุงพลาสติก ก็จะช่วยชีวิตสัตว์ได้ เพราะสัตว์ไม่รู้ว่าสิ่งใดมีโทษต่อชีวิตเขา  

 1,178
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ส.ค. 62

เตือนคนรักสัตว์ น้องหมากลืนเป็ดยาง 37 ตัว หวิดลำไส้อุดตัน ต้องผ่าออกจากท้อง

อุทาหรณ์กลุ่มคนเลี้ยงสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะน้องหมา จากกรณีที่น้องหมาพันธุ์บูลลี่ ชื่อเจ้าเดเวล ที่กลืนของเล่น คือตุ๊กตายางเป็ดน้อย จำนวน 37 ตัว   เรื่องนี้ถูกเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก หมอมุยพัทยา บ้านหมอรักสัตว์  ซึ่งโพสต์ภาพและเล่าเรื่องราวการผ่าตัด นำตุ๊กตายางเป็ดน้อย ออกจากท้องเจ้าเดเวล น้องหมาสายพันธุ์ บูลลี่ น้ำหนัก 50 กิโลกรัม   โดยสัตวแพทย์หญิงฐิตินันท์ จาระพัฒนะสิริกุล เล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าของน้องหมาเดเวล พามาหาหมอ น้องมีอาการอ้วกออกมาเป็นตุ๊กตาเป็ดยาง เจ้าของบอกว่า ก่อนเกิดเหตุซื้ออ่างเล่นน้ำมาให้เดเวล และเอาตุ๊กตาเป็ดน้อยมาลอยในน้ำให้เดเวลเล่น แต่พอเล่นไปสักพัก ตุ๊กตาเป็ดหายไป และไม่นานก็พบว่า เดเวลค่อยๆอ้วกเป็ดออกมาทีละตัวๆนับได้ 5 ตัว ตอนนั้นจึงพามาหาหมอ   พอเอ็กซเรย์ก็ตกใจเพราะในท้องเดเวล มีเป็ดเต็มไปหมด ต้องผ่าตัดเอาเป็ดออกมา นับรวมแล้วเป็ดจากท้อง 32 ตัว และอ้วกออกมา 5 ตัว เป็น 37 ตัว  และยังพบเศษจุกยาง และหนังจากขนมของหมาอยู่ในท้องอีก ซึ่งพฤติกรรมเจ้าเดเวล ชอบเล่นแทะ กัด เจ้าของก็ซื้อของเล่นให้เล่น แต่ไม่คิดว่าน้องจะกลืน คงเล่นเคี้ยวๆกัดๆและกลืนลงคือไป ล่าสุด อาการของเดเวล ก็ปกติแข็งแรงดี   ซึ่งพฤติกรรมการกินของเล่นหรือสิ่งแปลกปลอมของน้องหมา มีบ่อยครั้ง สัตวแพทย์หญิงฐิตินันท์ บอกว่า ไม่ใช่แค่ตุ๊กตาเป็ด มีทั้งลูกกอล์ฟ ถุงเท้า และลูกเทนนิส โดยเมื่อปีที่แล้วก็มีน้องหมาพันธุ์ลาบราดอร์กินลูกเทนนิสไป 17 ลูก   ซึ่งปัญหานี้หลายๆคนคงเคยเจอ เจ้าของต้องคอยเลือกของเล่นให้เหมาะสมกับน้องหมาแต่ละสายพันธุ์ และคอยสังเกตอาการผิดปกติ เพราะหากมีสิ่งแปลกปลอมสะสมในท้อง ถ้าไม่ถ่ายออกมาก็เสี่ยงกับการเป็นโรคลำไส้อุดตัน ติดเชื้อในช่องท้องและตายได้   ดังนั้นการเลือกของเล่น ขนม ให้น้องหมาถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะน้องหมาบางสายพันธุ์ ขี้เล่น ชอบ แทะ กัด ก็ต้องคอยดูแลเป็นพิเศษ หากกินสิ่งแปลกปลอมที่ชิ้นเล็ก ก็อาจะถ่ายออกมาได้ แต่ที่เป็นชิ้นใหญ่ๆต้องผ่าตัดออกเท่านั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lrU-g2nqkoY

 2,075
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ส.ค. 62

สุนัขกลืนตุ๊กตาเป็ดยางลงท้อง 32 ตัว สัตวแพทย์โพสต์ วอนเจ้าของเลิกซื้อให้เล่น

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 62 เพจเฟซบุ๊ก ‘หมอมุย พัทยา บ้านหมอรักษ์สัตว์’ ซึ่งเป็นเพจของสัตวแพทย์ ได้โพสต์อุทาหรณ์สำหรับคนเลี้ยงสุนัข ให้เลิกซื้อตุ๊กตาเป็ดให้สุนัขเล่น หลังจากที่ต้องทำการผ่าตัดเอาตุ๊กตาเป็ดออกจากท้องสุนัขพันธุ์บูลลี่ ที่กลืนลงท้องไปมากถึง 32 ตัว!      โดยได้โพสต์ภาพการผ่าตัด และภาพตุ๊กตาเป็ดที่ทำการผ่าตัดออกมาแล้ว พร้อมกับเล่าว่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องผ่าตัดเอาตุ๊กตาเป็ดออกจากท้องน้องหมา แต่ครั้งนี้เป็นการผ่าตัดเอาตุ๊กตาเป็ดออกมาแล้วมีจำนวนเยอะที่สุด      สุนัขตัวนี้เป็นสุนัขพันธุ์บูลลี่ ชื่อ ‘เดเวล’ น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ซึ่งเจ้าของได้พาเดเวลมาให้หมอเอ็กซเรย์ว่ามีเป็ดในท้องหลงเหลืออยู่อีกหรือไม่ เพราะเดเวลกินตุ๊กตาเป็ดไปแล้วอ้วกมา 5 ตัว      ผลการเอ็กซเรย์ พบเป็ดในกระเพาะอาหารจำนวนมาก ต้องทำการผ่าตัดก่อนที่จะมีการเคลื่อนไปสู่ลำไส้ โดยผลการผ่าตัด พบตุ๊กตาเป็ดทั้งหมด 32 ตัว และพบชิ้นส่วนยางสีเขียว ซึ่งน่าจะเป็นส่วนลูกบอล 2 ชิ้น อีกทั้งยังพบเศษหนัง ที่เป็นขนมขบเคี้ยวอีกจำนวนหนึ่ง      ซึ่งหลังการผ่าตัดเดเวลฟื้นตัวได้ดี มีโกรธคุณหมอนิดหน่อย เพราะเดินดุ่มๆ ไปหาเจ้าของ เรียกยังไงก็ไม่หัน พร้อมกันนี้ได้ฝากแชร์โพสต์ดังกล่าว เพราะไม่อยากให้สุนัขตัวไหน ต้องมาเจ็บตัวเหมือนกับเดเวล     คลิกอ่านโพสต์ต้นฉบับ   ขอบคุณภาพและข้อมูล : เพจเฟซบุ๊ก ‘หมอมุย พัทยา บ้านหมอรักษ์สัตว์’     ข่าวที่เกี่ยวข้อง   เรื่องสยองของน้องหมา! สัตวแพทย์โพสต์ภาพ กองทัพเห็บยุ่บยั่บ ทั่วตัวหมาเยอรมันเชพเพิร์ด    

 24,885
สังคม-อาชญากรรม
08 ส.ค. 62

ฟ้อง รพ.สัตว์ดัง 1 ล้าน หมอผ่าตัดพลาด ทำหมาสุดที่รักตาย ทั้งที่จ่ายค่ารักษาหลักแสน

นางสาวธิษณา เดือนดาว อายุ 52 ปี ผู้อำนวยการสร้างละครและละครเวทีหลายเรื่อง ยื่นฟ้องโรงพยาบาลสัตว์เอกชนชื่อดังย่านทองหล่อและสัตวแพทย์ เรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท หลังนำสุนัขที่เลี้ยงไว้ชื่อเจ้าเจอร์นี่ พันธุ์ลาบราดอร์ สีช็อกโกแล็ต ซึ่งเป็นสีพิเศษของสุนัขพันธุ์นี้ อายุ 11 ปีครึ่ง   โดยเมื่อเดือน เม.ย. และตรวจพบเจอชิ้นเนื้อในปอด ขนาดกว่า 3 ซม. ได้มีการปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา โดยแพทย์ ได้ให้คำแนะนำ และโน้มน้าวให้นำสุนัขมารักษา โดยวิธีการผ่าตัดส่องกล้อง เสนอราคา 35,000 บาท และมีการบอกค่าใช้จ่ายใหม่ เนื่องจากผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการส่องกล้อง ราคาประมาณ 80,000-100,000 บาท   เจ้าของจึงตัดสินใจให้สุนัขเข้าผ่าตัดเพื่อทำการรักษาในครั้งนี้ และจ่ายเงิน 100,000 บาท แต่เมื่อถึงเวลาผ่าตัด ปรากฏว่าเป็นแพทย์อีกคนหนึ่งที่ผ่าตัดที่ไม่มีความชำนาญในการผ่าตัดแบบส่องกล้อง เมื่อเข้าผ่าตัดได้ไม่นานสุนัขก็เสียชีวิต เนื่องจากขณะผ่าตัดโดยการนำกล้องสอดเข้าไปในลำตัว ถูกเส้นเลือดใหญ่ และยังไม่ถึงปอดจุดที่พบชิ้นเนื้อด้วยซ้ำ   หลังสุนัขตายไป ทำให้เจ้าของช็อกและเสียใจมาก เพราะก่อนหน้านี้ทางโรงพยาบาลบอกว่า การผ่าตัดไม่มีความอันตราย ไม่เสียเลือด และมีแผลขนาดเล็ก ไม่มีความเสี่ยง จึงตัดสินฟ้อง แม้ทางโรงพยาลจะโอนเงินค่ารักษา 1 แสนบาทคืนมาให้แล้วก็ตาม ซึ่งจำนวนเงิน 1 ล้านบาทที่ฟ้องร้องไป เทียบไม่ได้ที่ต้องแลกกับชีวิตสุนัข แต่จะทำให้เป็นเคสตัวอย่างปกป้องตัวเองตามกฎหมาย เพื่อที่จะทำให้แพทย์ระมัดระวังในการรักษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่หวังแต่ผลประโยชน์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/O4_Y1zTQk4Y

 2,936
แชร์ออฟเดอะเดย์
28 มิ.ย. 62

ภาพประทับใจ! สาวเมียนมาอุ้มลูกน้อย เข้าขอบคุณ 'หมอมน' สัตวแพทย์สาวช่วยทำคลอด

จากกรณี สพ.ญ.วารีย์ ลิ้มรุ่งสุโข หรือ หมอมน อายุ 34 ปี  สัตวแพทย์ประจำคลินิกหมอมนรักสัตว์ และเจ้าของเพจ ‘เพื่อนซี้สี่ขาตามประสาหมอมน’ ทำการช่วยเหลือทำคลอดฉุกเฉินให้หญิงคนงานก่อสร้าง ชาวเมียนมา ที่คลอดลูกก่อนกำหนด จนสามารถช่วยชีวิตเด็กไว้ได้ และมีผู้นำคลิปเหตุการณ์ไปเผยแพร่ทางโลกโซเชียล จนสร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็นเป็นจำนวนมาก   ล่าสุด นางจินจินซู แม่เด็กชาวเมียนมาได้พาน้องหนึ่ง ลูกชายอายุราว 1 เดือน มาพบกับหมอมนที่คลินิกเป็นครั้งแรก หลังออกจากโรงพยาบาล โดยหมอมนได้มอบของใช้ส่วนตัวและของที่ได้รับบริจาคจากชาวเน็ตให้แก่นางจินจินซูและลูกชายอีกด้วย   ด้านหมอมน ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ช่วงค่ำของวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา ขณะตนกำลังรักษาสัตว์อยู่ในคลินิก มีคนวิ่งมาขอความช่วยเหลือหญิงรายหนึ่งที่กำลังคลอดลูกก่อนกระทันหันกลางซอย ตนและคนอื่นๆในคลินิกจึงรีบไปดู กระทั่งช่วยเหลือจนเด็กคลอดออกมาได้ แต่เด็กกลับนิ่ง ไม่ร้อง ตัวเปลี่ยนสี และไม่ได้ยินเสียงหัวใจเต้น   ตนจึงรีบอุ้มเด็กกลับมาที่คลินิก แล้วทำการปั๊มหัวใจ รวมทั้งดูดน้ำคร่ำออกจากปากเด็ก กระทั่งเด็กร้อง และหัวใจเต้นตามปกติ จึงแจ้งมูลนิธิกู้ภัยให้ช่วยนำส่งโรงพยาบาลศิริราชทันที   นับเป็นครั้งแรกที่ตนเคยทำคลอดคน ซึ่งแตกต่างจากการทำคลอดสัตว์ไม่มากนัก ทั้งนี้ ตนรู้สึกปลาบปลื้มดีใจ ที่ได้มีส่วนช่วยเหลือน้องจนปลอดภัย และต้องขอบคุณผู้มีส่วนในการช่วยเหลือน้องทุกคน จนเกิดเป็นภาพความประทับใจ ทำให้สำนักข่าวบีบีซีของเมียนมาได้กล่าวขอบคุณคนไทย และสำนักข่าวบีบีซีลอนดอนได้นำเรื่องราวไปเผยแพร่ให้ทั่วโลกได้รับรู้   ด้านนางจินจินซู อายุ 33 ปี ชาวเมียนมา สามารถพูดภาษาไทยได้เพียงเล็กน้อย จึงกล่าวขอบคุณหมอมนเป็นภาษาเมียนมา และพยายามกล่าวขอบคุณเป็นภาษาไทย ทำให้หมอมนถึงกับน้ำตาคลอเลยทีเดียว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CKcSRszJA8c

 4,982
แชร์ออฟเดอะเดย์
21 พ.ค. 62

เปิดใจ 'หมอมน' สัตวแพทย์นางฟ้า ช่วยทำคลอดเด็กทารกรอดตาย

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิป สัตวแพทย์หญิงรีบวิ่งเข้าไปในซอยมืด เพื่อช่วยชีวิตเด็กทารกหลังคลอดที่หมดสติอยู่ ก่อนรีบอุ้มเด็กกลับมาที่คลินิกรักษาสัตว์ของตนเอง และพยายามช่วยชีวิตหนูน้อยแรกเกิดอย่างเต็มที่ ก่อนที่กู้ภัยจะมาถึงคลินิก   ทีมข่าวได้เดินทางไปคลีนิคของคุณหมอ ย่านตลิ่งชัน เพื่อพูดคุยกับสัตวแพทย์วารีย์ ลิ้มรุ่งสุโข หรือหมอมน สัตวแพทย์ในคลิป โดยคุณหมอบอกว่าตื่นเช้ามาตกใจมาก ไม่คิดว่าคนจะแชร์คลิปกันเยอะขนาดนี้ ซึ่งคุณหมอก็เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ในขณะที่เกิดเหตุตนกำลังรักษาสัตว์อยู่ในคลินิก แล้วก็มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้าด้วยความตกใจ ขอให้ไปช่วยเด็กทารกเพิ่งคลอดตรงแคมป์คนงานในซอยข้างๆ เพราะเรียกแท็กซี่ไปโรงพยาบาลแล้ว แต่ไม่มีใครรับ   โดยผู้ชายคนดังกล่าวเน้นย้ำกับคุณหมอว่า ถ้าไม่ไปช่วยเด็กต้องตายแน่ๆ ซึ่งเป็นประโยคที่จะต้องทิ้งทุกอย่าง และรีบวิ่งไปในที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด พอไปถึงพบว่าเด็กไม่หายใจ หัวใจก็ไม่เต้น ก็ตัดสินใจเริ่มด้วยการนำมือเข้าไปล้วงปากเด็ก และพยายามปั๊มหัวใจ เพื่อเปิดทางเดินหายใจของเด็กให้เร็วที่สุด ซึ่งตอนนั้นไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย จึงขอพาเด็กมาที่คลินิกเพื่อดูดของเหลว ดูดน้ำคร่ำออกจากร่างกายเด็ก เพื่อเปิดทางให้ออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกาย พร้อมใส่สายออกซิเจนช่วยชีวิต จนเด็กเริ่มส่งเสียงร้องออกมา ซึ่งเป็นวินาทีที่ดีใจอย่างบอกไม่ถูก   ซึ่งคุณหมอบอกว่าถึงจะเป็นแพทย์คนละศาสตร์ วินาทีนั้นด้วยวิชาชีพแล้ว คิดอยู่อย่างเดียวว่าการช่วยชีวิตฉุกเฉินไม่ว่าจะเป็นคน หรือสัตว์เลี้ยง ก็มีวิธีเบื้องต้นในการช่วยเหลือเหมือนกันเพียงต่างกันที่ขนาดเท่านั้น ยังไงก็ต้องพยายามทำให้เต็มที่ที่สุด เพราะถ้านาทีนั้นมัวแต่รอรถกู้ภัยเด็กอาจไม่รอดชีวิต   หลังจากเหตุการณ์ก็ยังไม่ได้พูดคุยติดต่อกับทางพ่อแม่ของเด็ก หรือในแคมป์คนงานที่เกิดเหตุ เนื่องจากเป็นวันหยุดของตนด้วย แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ก็ภูมิใจที่สุดที่ได้ช่วยเหลืออีกหนึ่งชีวิต รวมถึงอยากฝากบอกทุกคนว่า เมื่อเจอเหตุการณ์ฉุกเฉิน สิ่งสำคัญที่สุด คือการตั้งสติ และทำในสิ่งที่ตนเองสามารถช่วยได้ขณะนั้นอย่างเต็มที่   นอกจากนี้เพื่อนบ้าน ยังบอกอีกว่าปกติคุณหมอเป็นคนใจดี มีเมตตาอยู่แล้ว ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5dWdFcNT1lM

 7,376
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 เม.ย. 62

สะเทือนใจ ช่วยแมว 50 ชีวิต ถูกขังในคาเฟ่แมวกลางกรุง สัตวแพทย์เพาะสายพันธุ์ประหลาด อึ้งเจอซากในตู้เย็น

โลกโซเชียลแชร์เรื่องราวจากเพจ ทัฬอิญ เสรีรวมไทย บึงกุ่ม รามอินทรา ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่เข้าไปช่วยเหลือแมวกว่าหลายตัวใน คาเฟ่แมว ชื่อดังแห่งหนึ่งที่ถูกร้องเรียนว่าทารุณกรรมแมวที่รับเลี้ยง   เจ้าของเพจระบุว่า ขณะกำลังไปทำภารกิจช่วยแมวที่ถูกทารุณกรรมในคาเฟ่แมวที่ปิดไปแล้ว ตนมาทราบเรื่องวันที่ 12 เม.ย. จากคนที่เคยทำงานในคาเฟ่ดังกล่าวได้เปิดเผย   ตนได้เข้าไปครั้งแรกวันที่ 12 เม.ย. เจอแมวถูกทิ้งไว้กว่า 50 ตัว ที่เจอเป็นซากศพในตู้เย็นอีกนับไม่ถ้วน เจ้าของคาเฟ่ที่ถูกจำคุกคดีอาญาซึ่งมีอาชีพเป็นหมอ   หลังจากที่แอดมินเพจ เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เสียหาย ได้เข้าไปในคาเฟ่ดังกล่าว สามารถช่วยเหลือแมวได้ 38 ตัว ใช้เวลาทำภารกิจ 5 วัน คาเฟ่ดังกล่าวทำเป็นโรงแรม สัตวแพทย์คนนี้เพาะแมวสายพันธุ์ประหลาดเรียกว่า สฟิงค์จิ๋ว ที่กว่าจะเกิดมาได้ 1 ตัวต้องแลกอีกเป็นร้อยชีวิต หลักฐานคือซากศพแมวจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EPiWSjHz6ws

 44,827
สังคม-อาชญากรรม
18 ม.ค. 62

วิกฤตฝุ่นจิ๋วลามกระทบสัตว์ กระต่ายน้อยป่วยทางเดินหายใจกำเริบ สัตวแพทย์เตือนหมาแมวหน้าสั้นต้องระวัง

เพจ PAQ - โรงพยาบาลสัตว์ เพ็ทแอนด์อะควอติก Pet & Aquatic Animal Hospital ได้โพสต์ภาพกระต่ายสีเทาที่มารับการรักษา พร้อมระบุว่า   "กระต่ายตัวนี้มีประวัติป่วยทางเดินหายใจเรื้อรังอยู่แล้ว และตอนนี้ออกอาการรุนแรงขึ้น คือจามหนักมาก แพทย์ได้เอกซเรย์ดูพบว่าโพรงจมูกมีปัญหาผิดปกติ และจากการส่องด้วยกล้องขยายรูจมูกพบว่ามีอาการบวมแดง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้อาการรุนแรงขึ้นนั้นมากจากสภาพอากาศที่มีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 สูง ดังนั้นแม้ทางการอาจจะบอกว่าฝุ่น PM 2.5 ไม่ร้ายแรง แต่สำหรับคนและสัตว์ที่ป่วยทางเดินหายใจนั้นเป็นเรื่องอันตรายมาก"   ผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้สอบถามไปยัง นายสัตวแพทย์เชาวสิทธิ์ ปัญญามหาทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์ เพ็ทแอนด์อะควอติก แพทย์เจ้าของไข้กระต่ายตัวนี้ ได้ให้ข้อมูลว่า เดิมทีเจ้าจูปู้มีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจส่วนต้นมานานพอสมควร และมีปัญหาเรื่องไซนัสทำให้ไอง่าย จามง่าย และมีปัญหาเป็นหวัดบ่อย ซึ่งหลังจากที่เข้ารับการรักษาอาการเหล่านี้ก็ดีขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา เจ้าของบอกว่า เจ้าจูปู้มีอาการจามไม่หยุดตลอดทั้งคืน ซึ่งถือว่าเป็นอาการที่รุนแรงมากกว่าปกติที่เจอมา   เมื่อแพทย์ทำการเอกซเรย์ดูพบว่าโพรงจมูกมีปัญหาผิดปกติ และผลจากการส่องด้วยกล้องขยายรูจมูกพบว่าโพรงจมูกมีอาการบวมแดง แพทย์จึงทำการรักษาโดยการหยอดจมูก ล้างจมูก และให้ยาซึ่งขณะนี้อาการของเจ้าจูปู้ดีขึ้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้อาการของเจ้าจูปู้รุนแรงขึ้นนั้นมากจากสภาพอากาศที่มีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 สูง เนื่องจากเจ้าของเองมักจะพาเจ้าจูปู้ออกไปตากลม รับแสงแดด ที่นอกระเบียงอยู่ประจำ ด้วยเหตุนี้ตัวเจ้าของเองก็มีอาการจามเป็นเลือดออกมา เมื่อไปตรวจดูก็พบว่าเป็นไซนัสอักเสบเหมือนกับเจ้าจูปู้   นายสัตวแพทย์เชาวสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากเจ้าจูปู้แล้วช่วงนี้ก็ยังพบสัตว์เลี้ยงอีกหลายชนิด อาทิ สัตว์เลี้ยงประเภทสุนัขหน้าสั้น แมวหน้าสั้น นก ซึ่งจะมีอาการคล้ายกันคือ จาม ไอ และน้ำมูกไหลเข้ามารักษา โดยอาการเหล่านี้พบมากในสัตว์ที่มีปัญหาป่วยทางเดินหายใจอยู่แล้ว หรือแม้แต่คน ฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 จะมีส่วนเข้าไปทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้   ดังนั้นอยากฝากไปถึงเจ้าของว่าในช่วงที่สภาพกาศแบบนี้ควรงดพาสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้าน จนกว่าจะแน่ใจว่าสภาพอาการจะดีกว่านี้ โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์หน้าสั้น แมวหน้าสั้น กระต่าย และหนูตัวเล็ก เพราะฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ถึงจะเล็กสำหรับคนแต่สำหรับสัตว์มันใหญ่มาก และในสัตว์จะออกอาการชัดเจนกว่า แต่อย่างไรแล้วถ้ารู้ว่าสัตว์เลี้ยงมีอาการป่วยทางเดินหายใจอยู่แล้ว แนะนำให้ใช้น้ำเกลือฉีดเบาๆ ล้างจมูกจะสามารถช่วยได้เยอะ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cQs98Md0n-U

 1,323
เศรษฐกิจ
16 ม.ค. 62

สิงคโปร์เพิ่มโควต้าเพื่อนำเข้าไข่ไก่สดไทยอีก 10.8 ล้าน ฟอง/เดือน

(16 ม.ค. 62) นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า หน่วยงานอาหาร สัตวแพทย์และการเกษตรประเทศสิงคโปร์ หรือ Agri-food & Veterinary Authority of Singapore (AVA) ได้แจ้งว่า ทางการสิงคโปร์ให้การรับรองฟาร์มไก่ไข่เพิ่มอีก 1 แห่ง โดยสามารถส่งออกไข่ไก่จากฟาร์มที่รับรองไปยังประเทศสิงคโปร์ได้ตั้งแต่ 11 มกราคม 2562 โดยให้โควต้าส่งออก 10.8 ล้านฟองต่อเดือน ตามกำลังการผลิตของฟาร์มทำให้เมื่อรวมกับ 2 ฟาร์มที่เคยรับรองไปก่อนหน้านี้ ไทยมีโควต้าส่งออกไข่ไก่สดไปสิงคโปร์รวม 26.1 ล้านฟองต่อเดือน หรือ 313.2 ล้านฟองต่อปี และสิงคโปร์ยังมีแผนจะเดินทางมาตรวจรับรองฟาร์มไก่ไข่เพิ่มเติมอีกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้   ทั้งนี้ปัจจุบันตลาดการส่งออกสินค้าไข่ไก่สดของไทยมากกว่า 80% คือประเทศฮ่องกง โดยในปี 2561 ประเทศไทยมีการส่งออกไข่ไก่สดทั้งสิ้นปริมาณ 335ล้านฟอง ซึ่งสิงคโปร์ถือเป็นตลาดใหม่ที่ไทยได้ทำการส่งออกไข่ไก่สด และว่าถือเป็นผลดีต่อภาพรวมของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ทำให้เพิ่มช่องทางระบายผลผลิตไข่ไก่สดได้มากขึ้นเมื่อเกิดกรณีที่มีปริมาณผลผลิตล้นตลาดในประเทศ

 1,823
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 พ.ย. 61

เรื่องสยองของน้องหมา! สัตวแพทย์โพสต์ภาพ กองทัพเห็บยุ่บยั่บ ทั่วตัวหมาเยอรมันเชพเพิร์ด

เพจเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลสัตว์สิทธิศักดิ์ จ.ชัยภูมิ ได้โพสต์ภาพน่าขนลุกที่มีเห็บจำนวนมาก ขึ้นทั่วตัวหมาพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ด โดยโพสต์ระบุว่า   “#เรื่องเห็บไว้ใจเรา น้องหมาพันธุ์ German Shepherd มาหาคุณหมอด้วยอาการอัณฑะบวมอักเสบ แต่ผลพลอยได้คือเห็บกองนี้ค่ะ (มีทุกอณูรูขุมขน)   ปล.อันนี้แค่ 20% ยังไม่รวมในถุงมือคุณหมอและในขวดที่ใส่น้ำยากำจัดเห็บ **งดดราม่าคุณเจ้าของนะคะ เจ้าของคงมีเหตุผล อาจจะยังเด็กอยู่ไม่มีเวลาดูแล หรือ ไปเรียนแล้วเพิ่งกลับมาบ้าน เคสนี้คุณหมออยากให้เป็นกรณีศึกษาเพื่อจะได้ป้องกันไม่ให้มีเห็บหมัดเหมือนเคสนี้ค่ะ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n3C0lmIFWxI

 14,586
ข่าวสีสัน
08 พ.ย. 61

หมาปั๊กเล่นใหญ่ แอคติ้งเว่อ แค่โดนคุณหมอตัดเล็บให้ ร้องซะลั่นคลินิก

คลิปฮาจากคลินิกสัตว์เลี้ยงแห่งหนึ่งในต่างประเทศ ในขณะที่สัตวแพทย์พยายามที่จะตัดเล็บของสุนัขสายพันธุ์ปั๊ก เจ้าหมาน้อยก็โวยวายร้องออกมาลั่นคลินิกไม่ต่างจากคน ทำเอาสัตวแพทย์ถึงกับขำกับความเล่นใหญ่ และโอเวอร์แอคติ้งของเจ้าหมาปั๊กตัวนี้  

 26,206

Top