ค้นหา :

ผลการค้นหา "สัตวแพทย์"

แชร์ออฟเดอะเดย์
21 พ.ค. 62

เปิดใจ 'หมอมน' สัตวแพทย์นางฟ้า ช่วยทำคลอดเด็กทารกรอดตาย

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิป สัตวแพทย์หญิงรีบวิ่งเข้าไปในซอยมืด เพื่อช่วยชีวิตเด็กทารกหลังคลอดที่หมดสติอยู่ ก่อนรีบอุ้มเด็กกลับมาที่คลินิกรักษาสัตว์ของตนเอง และพยายามช่วยชีวิตหนูน้อยแรกเกิดอย่างเต็มที่ ก่อนที่กู้ภัยจะมาถึงคลินิก   ทีมข่าวได้เดินทางไปคลีนิคของคุณหมอ ย่านตลิ่งชัน เพื่อพูดคุยกับสัตวแพทย์วารีย์ ลิ้มรุ่งสุโข หรือหมอมน สัตวแพทย์ในคลิป โดยคุณหมอบอกว่าตื่นเช้ามาตกใจมาก ไม่คิดว่าคนจะแชร์คลิปกันเยอะขนาดนี้ ซึ่งคุณหมอก็เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ในขณะที่เกิดเหตุตนกำลังรักษาสัตว์อยู่ในคลินิก แล้วก็มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้าด้วยความตกใจ ขอให้ไปช่วยเด็กทารกเพิ่งคลอดตรงแคมป์คนงานในซอยข้างๆ เพราะเรียกแท็กซี่ไปโรงพยาบาลแล้ว แต่ไม่มีใครรับ   โดยผู้ชายคนดังกล่าวเน้นย้ำกับคุณหมอว่า ถ้าไม่ไปช่วยเด็กต้องตายแน่ๆ ซึ่งเป็นประโยคที่จะต้องทิ้งทุกอย่าง และรีบวิ่งไปในที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด พอไปถึงพบว่าเด็กไม่หายใจ หัวใจก็ไม่เต้น ก็ตัดสินใจเริ่มด้วยการนำมือเข้าไปล้วงปากเด็ก และพยายามปั๊มหัวใจ เพื่อเปิดทางเดินหายใจของเด็กให้เร็วที่สุด ซึ่งตอนนั้นไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย จึงขอพาเด็กมาที่คลินิกเพื่อดูดของเหลว ดูดน้ำคร่ำออกจากร่างกายเด็ก เพื่อเปิดทางให้ออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกาย พร้อมใส่สายออกซิเจนช่วยชีวิต จนเด็กเริ่มส่งเสียงร้องออกมา ซึ่งเป็นวินาทีที่ดีใจอย่างบอกไม่ถูก   ซึ่งคุณหมอบอกว่าถึงจะเป็นแพทย์คนละศาสตร์ วินาทีนั้นด้วยวิชาชีพแล้ว คิดอยู่อย่างเดียวว่าการช่วยชีวิตฉุกเฉินไม่ว่าจะเป็นคน หรือสัตว์เลี้ยง ก็มีวิธีเบื้องต้นในการช่วยเหลือเหมือนกันเพียงต่างกันที่ขนาดเท่านั้น ยังไงก็ต้องพยายามทำให้เต็มที่ที่สุด เพราะถ้านาทีนั้นมัวแต่รอรถกู้ภัยเด็กอาจไม่รอดชีวิต   หลังจากเหตุการณ์ก็ยังไม่ได้พูดคุยติดต่อกับทางพ่อแม่ของเด็ก หรือในแคมป์คนงานที่เกิดเหตุ เนื่องจากเป็นวันหยุดของตนด้วย แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ก็ภูมิใจที่สุดที่ได้ช่วยเหลืออีกหนึ่งชีวิต รวมถึงอยากฝากบอกทุกคนว่า เมื่อเจอเหตุการณ์ฉุกเฉิน สิ่งสำคัญที่สุด คือการตั้งสติ และทำในสิ่งที่ตนเองสามารถช่วยได้ขณะนั้นอย่างเต็มที่   นอกจากนี้เพื่อนบ้าน ยังบอกอีกว่าปกติคุณหมอเป็นคนใจดี มีเมตตาอยู่แล้ว ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5dWdFcNT1lM

 6,119
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 เม.ย. 62

สะเทือนใจ ช่วยแมว 50 ชีวิต ถูกขังในคาเฟ่แมวกลางกรุง สัตวแพทย์เพาะสายพันธุ์ประหลาด อึ้งเจอซากในตู้เย็น

โลกโซเชียลแชร์เรื่องราวจากเพจ ทัฬอิญ เสรีรวมไทย บึงกุ่ม รามอินทรา ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่เข้าไปช่วยเหลือแมวกว่าหลายตัวใน คาเฟ่แมว ชื่อดังแห่งหนึ่งที่ถูกร้องเรียนว่าทารุณกรรมแมวที่รับเลี้ยง   เจ้าของเพจระบุว่า ขณะกำลังไปทำภารกิจช่วยแมวที่ถูกทารุณกรรมในคาเฟ่แมวที่ปิดไปแล้ว ตนมาทราบเรื่องวันที่ 12 เม.ย. จากคนที่เคยทำงานในคาเฟ่ดังกล่าวได้เปิดเผย   ตนได้เข้าไปครั้งแรกวันที่ 12 เม.ย. เจอแมวถูกทิ้งไว้กว่า 50 ตัว ที่เจอเป็นซากศพในตู้เย็นอีกนับไม่ถ้วน เจ้าของคาเฟ่ที่ถูกจำคุกคดีอาญาซึ่งมีอาชีพเป็นหมอ   หลังจากที่แอดมินเพจ เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เสียหาย ได้เข้าไปในคาเฟ่ดังกล่าว สามารถช่วยเหลือแมวได้ 38 ตัว ใช้เวลาทำภารกิจ 5 วัน คาเฟ่ดังกล่าวทำเป็นโรงแรม สัตวแพทย์คนนี้เพาะแมวสายพันธุ์ประหลาดเรียกว่า สฟิงค์จิ๋ว ที่กว่าจะเกิดมาได้ 1 ตัวต้องแลกอีกเป็นร้อยชีวิต หลักฐานคือซากศพแมวจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EPiWSjHz6ws

 43,623
สังคม-อาชญากรรม
18 ม.ค. 62

วิกฤตฝุ่นจิ๋วลามกระทบสัตว์ กระต่ายน้อยป่วยทางเดินหายใจกำเริบ สัตวแพทย์เตือนหมาแมวหน้าสั้นต้องระวัง

เพจ PAQ - โรงพยาบาลสัตว์ เพ็ทแอนด์อะควอติก Pet & Aquatic Animal Hospital ได้โพสต์ภาพกระต่ายสีเทาที่มารับการรักษา พร้อมระบุว่า   "กระต่ายตัวนี้มีประวัติป่วยทางเดินหายใจเรื้อรังอยู่แล้ว และตอนนี้ออกอาการรุนแรงขึ้น คือจามหนักมาก แพทย์ได้เอกซเรย์ดูพบว่าโพรงจมูกมีปัญหาผิดปกติ และจากการส่องด้วยกล้องขยายรูจมูกพบว่ามีอาการบวมแดง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้อาการรุนแรงขึ้นนั้นมากจากสภาพอากาศที่มีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 สูง ดังนั้นแม้ทางการอาจจะบอกว่าฝุ่น PM 2.5 ไม่ร้ายแรง แต่สำหรับคนและสัตว์ที่ป่วยทางเดินหายใจนั้นเป็นเรื่องอันตรายมาก"   ผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้สอบถามไปยัง นายสัตวแพทย์เชาวสิทธิ์ ปัญญามหาทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์ เพ็ทแอนด์อะควอติก แพทย์เจ้าของไข้กระต่ายตัวนี้ ได้ให้ข้อมูลว่า เดิมทีเจ้าจูปู้มีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจส่วนต้นมานานพอสมควร และมีปัญหาเรื่องไซนัสทำให้ไอง่าย จามง่าย และมีปัญหาเป็นหวัดบ่อย ซึ่งหลังจากที่เข้ารับการรักษาอาการเหล่านี้ก็ดีขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา เจ้าของบอกว่า เจ้าจูปู้มีอาการจามไม่หยุดตลอดทั้งคืน ซึ่งถือว่าเป็นอาการที่รุนแรงมากกว่าปกติที่เจอมา   เมื่อแพทย์ทำการเอกซเรย์ดูพบว่าโพรงจมูกมีปัญหาผิดปกติ และผลจากการส่องด้วยกล้องขยายรูจมูกพบว่าโพรงจมูกมีอาการบวมแดง แพทย์จึงทำการรักษาโดยการหยอดจมูก ล้างจมูก และให้ยาซึ่งขณะนี้อาการของเจ้าจูปู้ดีขึ้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้อาการของเจ้าจูปู้รุนแรงขึ้นนั้นมากจากสภาพอากาศที่มีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 สูง เนื่องจากเจ้าของเองมักจะพาเจ้าจูปู้ออกไปตากลม รับแสงแดด ที่นอกระเบียงอยู่ประจำ ด้วยเหตุนี้ตัวเจ้าของเองก็มีอาการจามเป็นเลือดออกมา เมื่อไปตรวจดูก็พบว่าเป็นไซนัสอักเสบเหมือนกับเจ้าจูปู้   นายสัตวแพทย์เชาวสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากเจ้าจูปู้แล้วช่วงนี้ก็ยังพบสัตว์เลี้ยงอีกหลายชนิด อาทิ สัตว์เลี้ยงประเภทสุนัขหน้าสั้น แมวหน้าสั้น นก ซึ่งจะมีอาการคล้ายกันคือ จาม ไอ และน้ำมูกไหลเข้ามารักษา โดยอาการเหล่านี้พบมากในสัตว์ที่มีปัญหาป่วยทางเดินหายใจอยู่แล้ว หรือแม้แต่คน ฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 จะมีส่วนเข้าไปทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้   ดังนั้นอยากฝากไปถึงเจ้าของว่าในช่วงที่สภาพกาศแบบนี้ควรงดพาสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้าน จนกว่าจะแน่ใจว่าสภาพอาการจะดีกว่านี้ โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์หน้าสั้น แมวหน้าสั้น กระต่าย และหนูตัวเล็ก เพราะฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ถึงจะเล็กสำหรับคนแต่สำหรับสัตว์มันใหญ่มาก และในสัตว์จะออกอาการชัดเจนกว่า แต่อย่างไรแล้วถ้ารู้ว่าสัตว์เลี้ยงมีอาการป่วยทางเดินหายใจอยู่แล้ว แนะนำให้ใช้น้ำเกลือฉีดเบาๆ ล้างจมูกจะสามารถช่วยได้เยอะ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cQs98Md0n-U

 1,147
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
16 ม.ค. 62

สิงคโปร์เพิ่มโควต้าเพื่อนำเข้าไข่ไก่สดไทยอีก 10.8 ล้าน ฟอง/เดือน

(16 ม.ค. 62) นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า หน่วยงานอาหาร สัตวแพทย์และการเกษตรประเทศสิงคโปร์ หรือ Agri-food & Veterinary Authority of Singapore (AVA) ได้แจ้งว่า ทางการสิงคโปร์ให้การรับรองฟาร์มไก่ไข่เพิ่มอีก 1 แห่ง โดยสามารถส่งออกไข่ไก่จากฟาร์มที่รับรองไปยังประเทศสิงคโปร์ได้ตั้งแต่ 11 มกราคม 2562 โดยให้โควต้าส่งออก 10.8 ล้านฟองต่อเดือน ตามกำลังการผลิตของฟาร์มทำให้เมื่อรวมกับ 2 ฟาร์มที่เคยรับรองไปก่อนหน้านี้ ไทยมีโควต้าส่งออกไข่ไก่สดไปสิงคโปร์รวม 26.1 ล้านฟองต่อเดือน หรือ 313.2 ล้านฟองต่อปี และสิงคโปร์ยังมีแผนจะเดินทางมาตรวจรับรองฟาร์มไก่ไข่เพิ่มเติมอีกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้   ทั้งนี้ปัจจุบันตลาดการส่งออกสินค้าไข่ไก่สดของไทยมากกว่า 80% คือประเทศฮ่องกง โดยในปี 2561 ประเทศไทยมีการส่งออกไข่ไก่สดทั้งสิ้นปริมาณ 335ล้านฟอง ซึ่งสิงคโปร์ถือเป็นตลาดใหม่ที่ไทยได้ทำการส่งออกไข่ไก่สด และว่าถือเป็นผลดีต่อภาพรวมของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ทำให้เพิ่มช่องทางระบายผลผลิตไข่ไก่สดได้มากขึ้นเมื่อเกิดกรณีที่มีปริมาณผลผลิตล้นตลาดในประเทศ

 1,705
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 พ.ย. 61

เรื่องสยองของน้องหมา! สัตวแพทย์โพสต์ภาพ กองทัพเห็บยุ่บยั่บ ทั่วตัวหมาเยอรมันเชพเพิร์ด

เพจเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลสัตว์สิทธิศักดิ์ จ.ชัยภูมิ ได้โพสต์ภาพน่าขนลุกที่มีเห็บจำนวนมาก ขึ้นทั่วตัวหมาพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ด โดยโพสต์ระบุว่า   “#เรื่องเห็บไว้ใจเรา น้องหมาพันธุ์ German Shepherd มาหาคุณหมอด้วยอาการอัณฑะบวมอักเสบ แต่ผลพลอยได้คือเห็บกองนี้ค่ะ (มีทุกอณูรูขุมขน)   ปล.อันนี้แค่ 20% ยังไม่รวมในถุงมือคุณหมอและในขวดที่ใส่น้ำยากำจัดเห็บ **งดดราม่าคุณเจ้าของนะคะ เจ้าของคงมีเหตุผล อาจจะยังเด็กอยู่ไม่มีเวลาดูแล หรือ ไปเรียนแล้วเพิ่งกลับมาบ้าน เคสนี้คุณหมออยากให้เป็นกรณีศึกษาเพื่อจะได้ป้องกันไม่ให้มีเห็บหมัดเหมือนเคสนี้ค่ะ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n3C0lmIFWxI

 13,720
ข่าวสีสัน
08 พ.ย. 61

หมาปั๊กเล่นใหญ่ แอคติ้งเว่อ แค่โดนคุณหมอตัดเล็บให้ ร้องซะลั่นคลินิก

คลิปฮาจากคลินิกสัตว์เลี้ยงแห่งหนึ่งในต่างประเทศ ในขณะที่สัตวแพทย์พยายามที่จะตัดเล็บของสุนัขสายพันธุ์ปั๊ก เจ้าหมาน้อยก็โวยวายร้องออกมาลั่นคลินิกไม่ต่างจากคน ทำเอาสัตวแพทย์ถึงกับขำกับความเล่นใหญ่ และโอเวอร์แอคติ้งของเจ้าหมาปั๊กตัวนี้  

 25,034
ข่าวภูมิภาค
05 ต.ค. 61

สุนัขถูกฉมวกแทงติดคาตัว เจ้าของไม่รู้ใครทำ ชาวบ้านนำส่งหมอช่วยผ่าตัดปลอดภัย

ปทุมธานี-พบสุนัขถูกฉมวกแทงติดลำตัว ภายในซอยเจริญสุข 2 หมู่ 12 ต.คูคต อ.ลำลูกกา สภาพร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ชาวบ้านจึงช่วยกันจับนำตัวออกมาจากซอกตึก และตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่า สุนัขถูกเหล็กฉมวกแทงเข้าที่ลำตัว   จนทำให้ปลายเหล็กของฉมวก ซึ่งเป็นเหล็ก 5 แฉก แทงคาติดอยู่กับที่ตัวของสุนัข ส่วนปลายด้ามซึ่งเป็นด้ามไม้หักเหลือประมาณ 5 นิ้ว ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันประคองสุนัขเพื่อช่วยเหลือนำขึ้นรถเพื่อส่งรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์   เจ้าของสุนัข กล่าวเปิดเผยว่า สุนัขตัวที่ได้รับบาดเจ็บของสุนัขของตนเอง เป็นสุนัขเพศผู้ อายุ 7 ปี สีน้ำตาลขาว เลี้ยงไว้ตั้งแต่หลังน้ำท่วมแล้ว ไม่มีนิสัยดุร้าย ไม่เคยไล่กัดใครในชุมชน สามารถเอามือเล่นกับสุนัขตัวนี้ได้อย่างสบาย แต่นิสัยชอบเห่าเฉยๆ ถ้าเจอคนแปลกหน้าก็แค่เห่าเท่านั้น จนช่วงเช้าสุนัขได้วิ่งมาหาตนเอง ตนเองก็เห็นว่าหมาบาดเจ็บถูกฉมวกแทง จึงจะเข้าไปช่วยแต่คงเจ็บวิ่งหนีเข้าไปซอกตึกตนจึงแจ้งขอความช่วยเหลือเพื่อที่จะนำไป รพ.เพื่อทำการรักษา   ส่วนสาเหตุการถูกทำร้ายนั้นก็ยังไม่ทราบว่าผู้ที่ทำร้ายสุนัขตัวนี้เพื่อประสงค์อะไร เพราะปลายฉมวกทั้ง 5 แฉกนั้น เข้าไปติดคาข้างลำตัว เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ เพื่อทำการผ่าตัดนำฉมวกออกจากตัวของสุนัขต่อไป   ด้านสัตวแพทย์ระบุว่า เหล็กฉมวกที่ปลายเหล็กทั้ง 5 แฉก เป็นรูปแบบตะขอที่ปลาย จึงต้องทำการผ่าตัดนำฉมวกเหล็กออก เบื้องต้นผลจากการเอ็กซเรย์ พบเหล็กฉมวกทิ่มไม่ถูกหน้าอกหรือปอดหรืออวัยวะสำคัญอื่น แต่ถูกเสียบเข้าที่ใต้ผิวหนังและถูกกระดูกซี่โครง แต่ไม่ทำให้กระดูกซี่โครงหักแต่อย่างใด   ในส่วนวิธีการรักษาไม่สามารถดึงออกไปเอง ต้องทำการผ่าตัด และตรวจร่างกายสุนัขพบเพียงมีโลหิตจาง จึงต้องใช้เวลาในการผ่าตัดเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถทำการผ่าตัดนำฉมวกออกมาได้ และฟื้นตัวได้ดีอยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว ส่วนเจ้าน้ำตาลสุนัขที่ได้รับบาดเจ็บทางคลินิกได้นำตัวพักฟื้นอยู่ที่ห้องพักสัตว์ รอให้ทางเจ้าของเข้ามาติดต่ออีกครั้ง   ส่วนค่าใช้จ่ายในการรักษาผ่าตัดทั้งหมดเป็นเงินจำนวน 6,500 บาท ทางแพทย์ได้แจ้งกับทางเจ้าของแล้ว และทางเจ้าของสุนัขได้ให้เงินประกันไว้จำนวน 2,000 บาท พร้อมทั้งแจ้งว่าจะรวบรวมหาเงินค่ารักษามาให้อีก แต่ขอฝากเจ้าน้ำตาลไว้ที่คลินิกก่อน ซึ่งทางคลินิกก็ให้การช่วยเหลือดูแลให้ก่อน   จากการสอบถามเพื่อนบ้าน ทราบว่าทางเจ้าของสุนัขไม่มีเงิน ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการรวบรวมเงินให้ครบตามจำนวนเงินค่าผ่าตัดก่อน ส่วนที่เหลืออีก 4,500 บาท เมื่อรวบรวมได้จะนำไปจ่ายที่คลินิกเพื่อจะนำตัวเจ้าน้ำตาลออกมาพักฟื้นต่อที่บ้านต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yZs6q1vYbB8

 1,115
สังคม-อาชญากรรม
28 ก.ย. 61

ญาติขอฝาก 3 ศพ พ่อ-ลูกสัตวแพทย์ ถูกไฟคลอกดับไว้ก่อน รอแม่อาการดีขึ้น

จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ ภายในหมู่บ้านซื่อตรง ซอย14 ถนนสุวินทวงศ์29 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก โดยในที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นปลูกติดกันกับโรงพยาบาลสัตว์ซื่อตรง ซึ่งเป็นอาคารปูนชั้นเดียว นอกจากนี้ในรั้วเดียวกันยังมีอาคารต่อเติมด้านหลังโรงพยาบาลสัตว์ เป็นอาคารเหล็ก 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักสัตว์ที่มารักษาด้านล่างและเป็นที่พักคนงานด้านบน เพลิงได้ลุกไหม้บ้านพักอาศัย 2 ชั้น ซึ่งเป็นอาคารปูนด้านบนเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมดจากการตรวจสอบภายในพบศพเด็กหญิงจำนวน 2 ราย ทราบชื่อ น.ส.ธารวีธ์ (มีน) โภคานิตย์ อายุ 16 ปี และ ด.ญ.นิชชานีร์ (มีมี่) โภคานิตย์ อายุ 13 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณชั้น 2 บ้านพักคนงาน ส่วน นายสัตวแพทย์ ชาติชัย โภคานิตย์ อายุ 44 ปี และ สพ.ญ.กันยวีร์ สุจิพงศ์ อายุ 44 ปี สามีภรรยาเจ้าของโรงพยาบาลสัตว์ บาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล   ล่าสุดวันนี้ (28 ก.ย.61) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสัตว์แพทย์ชาติชัย  ผู้เป็นพ่อ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากไฟคลอก และเข้ารับการรักษาที่ รพ.หนองจอก ก่อนจะย้ายมาที่ ร.พ.จุฬาฯ กลางดึก ได้ทนพิษบาดแผลไม่ไหว และเสียชีวิตลงในเวลาถัดมา   ซึ่งขณะนี้ญาติอยู่ระหว่างประสานนิติเวช.ตร.ยังคงฝากศพไว้เป็นเวลา 20 วัน.  เพื่อให้สัตว์แพทย์หญิง กันยวีร์ มีอาการดีขึ้น  และส่วนศพของนายสัตว์แพทย์ชาติชัยนั้น ยู่ระหว่างประสานโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อขอฝากศพไว้กับโรงพยาบาล 7 วัน  ก่อนที่จะมีการหารือกับญาติ เพื่อดำเนินการประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป    ทั้งนี้ ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ตำรวจสน. ลำผักชี เตรียมที่จะสอบปากคำญาติ โดยทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อและไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งประเด็นเรื่องไฟฟ้าลัดวงจรหรือการวางเพลิง  

 7,909
สังคม-อาชญากรรม
28 ก.ย. 61

สุดเศร้า! นายสัตวแพทย์ เสียชีวิตตามลูกสาว 2 คนแล้ว หลังทนพิษบาดแผลไม่ไหวจากเหตุเพลิงไหม้

นายสัตวแพทย์พ่อน้องมีน และน้องมีมี่ เจ้าของโรงพยาบาลสัตว์ซื่อตรงเสียชีวิตแล้ว หลังทนพิษบาดแผลไม่ไหวจากเพลิงไหม้   จากเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านพัก 2 ชั้น ภายในหมู่บ้านซื่อตรง ซอยสุวินทวงศ์ 29 ซึ่งเป็นบ้านพักของนายสัตวแพทย์ชาติชัย โภคานิตย์ และสัตวแพทย์หญิงกันยวีร์ สุจิพงศ์ 2 สามีภรรยา เจ้าของรพ.สัตว์ซื่อตรง ซึ่งได้ต่อเติมสร้างรพ.ให้กับตัวบ้าน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้นางสาวธารวีธ์ หรือน้องมีน อายุ 16 ปี และเด็กหญิงนิชชานีร์ หรือน้องมีมี่ อายุ 13 ปี สองลูกสาวเสียชีวิต เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา ขณะที่นายสัตวแพทย์ชาติชัยได้รับบาดเจ็บส่งไปรักษาตัวที่รพ.เวชการุณรัตน์ ก่อนที่จะส่งตัวไปรักษาต่อที่รพ.จุฬาลงกรณ์ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากบาดแผลไฟไหม้ตามร่างกายเกินกว่า 60% โดยได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้า แขน ขา และลำตัว โดยรักษาตัวอยู่ที่หอผู้ป่วยการรักษาเฉพาะทางเกี่ยวกับไฟไหม้น้ำร้อนลวก   ซึ่งล่าสุดนายแพทย์ชาติชัย โภคานิตย์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ขณะที่สัตวแพทย์หญิงกันยวีร์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บแผลไหม้ตามร่างกาย 15% ยังไม่สามารถให้การกับทางเจ้าหน้าที่ได้ และยังอยู่ในอาการหวาดผวา โดยยังไม่ทราบว่า ลูกสาวของตนเองทั้ง 2 คน รวมทั้งสามีได้เสียชีวิต โดยศพน้องมีน และน้องมีมี่ ถูกนำผ่าชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตร. ตั้งแต่เมื่อวาน คาดว่าญาติจะทำการรับศพไปบำเพ็ญกุศลในบ่ายของวันนี้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 7,571
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.ย. 61

สลด ไฟไหม้บ้านสัตวแพทย์ สองพี่น้องกอดกันสำลักควัน เสียชีวิต

ไฟไหม้บ้านสัตวแพทย์ คนงานชาวเมียนมาพังเหล็กดัดเค้าช่วย พบสองพี่น้องกอดกันสำลักควัน เสียชีวิตในห้องนอน ขณะที่สองสามีภรรยาบาดเจ็บสาหัส   วันนี้ (27 ก.ย.) เมื่อเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลลำผักชี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ภายในหมู่บ้านซื่อตรง ซอย 14 ถนนสุวินทวงศ์29 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ได้ส่งรถดับเพลิงเข้าทำการควบคุมเพลิงใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้   โดยในที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นปลูกติดกันกับโรงพยาบาลสัตว์ซื่อตรง ซึ่งเป็นอาคารปูนชั้นเดียว นอกจากนี้ในรั้วเดียวกันยังมีอาคารต่อเติมด้านหลังโรงพยาบาลสัตว์ เป็นอาคารเหล็ก 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักสัตว์ที่มารักษาด้านล่างและเป็นที่พักคนงานด้านบน เพลิงได้ลุกไหม้บ้านพักอาศัย 2 ชั้น ซึ่งเป็นอาคารปูนด้านบนเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด   จากการตรวจสอบภายในพบศพเด็กหญิงจำนวน 2 ราย ทราบชื่อ น.ส.ธารวีธ์ อายุ 16 ปี และ ด.ญ.นิชชานีร์ อายุ 13 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณชั้น 2 บ้านพักคนงาน    พ.ต.อ.กฤษฎางค์ จิตตรีพล ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลำผักชี เผยว่า จากการสอบสวนคนงานชาวเมียนมา ทราบว่าก่อนเกิดเหตุพักอาศัยอยู่บริเวณบ้านพักคนงาน กระทั่งเวลา 05.00 น. ได้ลุกขึ้นมาตามปกติเพื่อทำความสะอาด แต่ได้กลิ่นและพบเห็นเพลิงไหม้ภายในตัวบ้านหลังใหญ่    จึงตะโกนและพยายามที่จะเข้าไปในตัวบ้านแต่ประตูล็อคจากข้างใน จนกระทั่งได้ยินเสียงคนกระโดดจากชั้น 2 ลงมาด้านล่างบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นคุณหมอเจ้าของบ้านและภรรยา คนงานพร้อมเพื่อนอีก 2 คน จึงพยายามเข้าไปช่วยน้อง 2 คน ซึ่งเป็นลูกของคุณหมอ ทีอยู่ภายในห้องนอนเพราะไฟลุกไหม้จากด้านล่างบริเวณบันไดทางขึ้นชั้นสอง    ซึ่งคาดว่าน้องทั้งสองยังไม่สามารถลงมาได้ โดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำห่อตัวกระโดดจากชั้น 2 ของอาคารที่พักคนงาน เข้าไปยังตัวบ้านชั้นที่ 2 ก่อนใช้ค้อนพังเหล็กดัดเข้าไปภายในห้อง เมื่อเข้าไปถึงพบเด็กนั่งกอดกันอยู่บริเวณหน้าประตู จึงอุ้มและนำตัวออกมาก่อน แต่เมื่อมาถึงอาคารที่พักพบว่าเด็กทั้ง 2 เสียชีวิตแล้ว   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าบ้านหลังดังกล่าวมีการดัดแปลงเปิดเป็นโรงพยาบาลสัตว์ซื่อตรง โดยมี นายสัตวแพทย์ชาติชัย โภคานิตย์ พ่อของน้องที่เสียชีวิตเป็นเจ้าของ และมีสัตวแพทย์หญิงกันยวีร์ สุจิพงศ์ เป็นภรรยาทั้งคู่ได้กระโดดลงบ่อปลา    ขณะที่นายสัตวแพทย์ชาติชัย ถูกไฟคลอกตามร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนสัตวแพทย์หญิงกันยวีร์ บาดเจ็บเล็กน้อย พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเบื้องต้นเเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร บริเวณเบรกเกอร์ด้านล่าง ก่อนไฟไหม้ลุกลามบันไดและชั้นที่ 2    อย่างไรก็ตามต้องรอให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง     

 12,277
ข่าวภูมิภาค
12 มิ.ย. 61

สงสาร...นางอายถูกไฟช็อต สัตวแพทย์กระบี่ต้องตัดขายื้อชีวิต อาการยังโคม่า

กระบี่-ที่โรงพยาบาลสัตว์มหาราช ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ สัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ได้ทำการรักษานางอาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟฟ้าช็อตจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากเจ้าหน้าที่อุยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้พบเจอนางอายตัวนี้ ถูกไฟฟ้าช็อตในพื้นที่ ต.อ่าวนาง   จากนั้นจึงนำส่งให้ทางปศุสัตว์เพื่อทำการรักษา แต่ทางปศุสัตว์จ.กระบี่ ไม่มียาและแพทย์ จึงนำส่งให้ทางโรงพยาบาลสัตว์มหาราช รักษาแทน ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิด   โดยครั้งแรกที่มานั้นมีบาดแผลหนักมากที่บริเวณท้องขาขวาข้างขวา ขาหน้าทั้งซ้ายและขวา แต่พบว่าขาหน้าด้านขวามีอาการติดเชื้อ ทางสัตวแพทย์จึงได้ตัดขาออก ให้ยาและให้น้ำเกลือ ส่วนอาการนั้นยังวิกฤติอยู่ ต้องประเมินกันวันต่อวันว่าจะรักษาให้หายได้หรือไม่ เนื่องจากยังเสี่ยงต่ออาการติดเชื้อในกระแสเลือด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cw-9oJ5aYi8

 1,419
แชร์ออฟเดอะเดย์
01 มิ.ย. 61

คืบหน้าอาการ เต่าถูกฉมวกแทงทะลุกระดองในวันเต่าโลก ดีขึ้นกว่า 70% ตั้งชื่อ 'เจ้าเหล็กเสียบ'

จากกรณีพบเต่าถูกฉมวกแทงทะลุกระดอง ปลายฉมวกเสียบอยู่ที่ขาหลัง ได้รับบาดเจ็บในวันเต่าโลก โดยเรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจาก รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ซึ่งเบื้องต้นระบุว่าเต่าตัวนี้มีโอกาสรอดเพียงแค่ 51% เพราะแผลลึกและอักเสบมาก   ล่าสุด รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ได้โพสต์วิดีโอลงในเฟซบุ๊ก Nantarika Chansue เผยให้เห็นอาการล่าสุดของเต่าตัวดังกล่าว ซึ่งมีข้อความระบุว่า “ฉลองกัน! เจ้าเต่าเหล็กเสียบเดินได้ค่ะ ต่อไปจะเริ่มซ้อมวิ่งแข่งกับกระต่าย”   วานนี้ (31 พ.ค.) ทีมข่าวเรื่องเช้านี้เดินทางไปที่ ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่บสอบถามอาการล่าสุดเพิ่มเติม โดยได้พบกับทีมสัตวแพทย์ผู้รักษา นำโดย รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ, นสพ. นรภัทร โตวณะบุตร และ นสพ.ปฏินันท์ รุกขชาติ กำลังทำแผลให้เต่าตัวดังกล่าวอยู่ ซึ่งคุณหมอได้ตั้งชื่อให้เต่าตัวนี้ว่า ‘เจ้าเหล็กเสียบ’   และได้เปิดเผยอาการล่าสุดให้ทีมข่าวฟังว่า ขณะนี้ อาการของเจ้าเหล็กเสียบดีขึ้นมาก โอกาสรอดจากที่มีแค่ 51% ตอนนี้ มีมากถึง 70% แล้ว เจ้าเหล็กเสียบพยายามกินน้ำด้วยตัวเอง ร่าเริงขึ้น ไม่มีอาการซึมเหมือนตอนแรกซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แผลข้างในที่ถูกเสียบทะลุกระดองตื้นขึ้นมาก ตอนนี้ลึกเพียงแค่ 5 เซนติเมตรเท่านั้น ส่วนแผลที่ขาก็ตื้นขึ้นเช่นกัน คาดว่า 1 อีกสัปดาห์อาการคงดีขึ้นจนสามารถพาออกไปเดินที่สนามหญ้าได้   ส่วนการให้อาหาร ยังไม่สามารถให้อาหารปกติได้ ต้องให้เป็นวิตามินและน้ำเกลือก่อน เพราะไม่แน่ใจว่าตอนถูกฉมวกเสียบไปนั้นโดนลำไส้หรือไม่ จึงไม่อยากให้ลำไส้ทำงานหนัก เพราะจะเกิดการอักเสบเพิ่ม ซึ่งคาดว่าอีกประมาณ 1 อาทิตย์ น่าจะได้รับข่าวดีเพิ่มเติม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0BiCgUsx4O0  

 2,429
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 พ.ค. 61

ส่งใจช่วย เต่าถูกฉมวกแทงทะลุกระดองในวันเต่าโลก สัตวแพทย์คาดโอกาสรอด 51%

สัตวแพทย์หญิงนันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เคยรักษาเต่าออมสิน ได้โพสต์ภาพบนเฟซบุ๊ก Nantarika Chansue ของเต่าที่โดนฉมวกแทงทะลุกระดอง ในวันเต่าโลก 23 พ.ค.2561 มีข้อความระบุว่า   "เคสฉลองวันเต่าโลก! โดนฉมวกแทงทะลุกระดองบนผ่านเข้าช่องท้องเฉี่ยวปอดทะลุออกมาแทงขาหลังแล้วทะลุต่อไปยังช่องท้องด้านท้ายปักลงบนกระดองล่างบริเวณเชิงกราน....ปักแน่นมากต้องใช้คีมพยายามบิดดึงอยู่พักใหญ่กว่าจะออก...   ขนาดวางยาสลบแล้วยังเจ็บจนตื่น... พอเอาออกมาได้ก็หลับต่อ....   ทำแผลยากมากเพราะข้างในน่าจะติดเชื้อและแผลเล็กมาก ระบายไม่ได้ ต้องขยายแผลด้านล่างแล้วทำ seton ทั้งที่ท้องและขา อัดยาเต็มที่ แล้วสวดมนต์...   ขอบคุณคุณหมอปิ้ว หมออ้าย และน้องหมอฝึกงาน ช่วยกันทำและลุ้นกันจนจบค่ะ ต่อไปนี้ก็คงหนักที่หมอปิ้วนะคะ ... เพี้ยง! รอด!"   จากการสอบถามไปยังสัตวแพทย์หญิงนันทริกา เปิดเผยว่า ตอนนี้เต่ายังมีอาการซึมอยู่ มีโอกาสรอด 51% ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของเต่าเอง ถ้าร่างกายฟื้นฟูดี มีความพยุงตัวเองเข้ามาก็มีโอกาสหาย ใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อดูอาการอย่างใกล้ชิด ชี้เต่าตัวนี้ถูกแทงมานานนับอาทิตย์ ก่อนมาถึงมือหมอจนแผลเน่า พร้อมเผยตอนนี้เจอเต่าถูกทำร้ายในประเทศไทยเยอะมาก     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zjATlR8KMLA  

 6,141
ข่าวภูมิภาค
30 มี.ค. 61

'เจ้าบุญมา' สิ้นลมแล้ว ปิดตำนานไก่หัวแหว่งจอมอึด จัดพิธีเผาเหมือนคน

ราชบุรี-ความคืบหน้าจากกรณี เจ้าบุญมา ไก่ชนเพศผู้ที่หัวเกือบขาด ได้ถูกส่งตัวไปรักษาที่ศูนย์ฝึกนิสิต คณะสัตวแพทย์โรงพยาบาลปศุสัตว์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต.บ่อพลับ อ.เมือง จ.นครปฐม ล่าสุด เจ้าบุญมาได้เสียชีวิตแล้วเมื่อเช้าวันนี้ และได้มีการนำศพกลับมาไว้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด อ.เมือง โดยเจ้าหน้าที่ได้นำห่อใส่ถุงดำนำไปแช่ในตู้เย็น รอจิตอาสาเดินทางมารับไปฌาปนกิจที่วัดทุ่งตาล อ.เมือง เหมือนเช่นมนุษย์เสียชีวิตทุกประการ   สัตวแพทย์หญิงวรรณี วัฒนพงษ์ชาติ ปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี เปิดเผยถึงอาการของเจ้าบุญมาว่า หลังจากที่ไปถึง ทางคุณหมอได้ดูอาการและบอกว่ามีแผลที่หน้า ตามตัวก็จะมีบาดแผลจากการโดนกัดหลายที่มาก ทั้งแผลใหญ่ แผลเล็ก พาไปเอ็กซ์เรย์และผลได้ออกมาแล้วว่าสมองน่าจะได้รับการกระทบกระเทือน เพราะกะโหลกของส่วนหน้าเปิดออกไป และเห็นเนื้อสมอง คิดว่าตรงนี้อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไก่มีอาการติดเชื้อได้   อีกประเด็นหนึ่งคือ ตอนที่รับเอาไก่ไปเริ่มมีอาการมีเสียงหายใจครืดคราดในหลอดลม ตรงนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ อีกอย่างที่พบคือร่างกายมีการเสียน้ำค่อนข้างเยอะ ซึ่งถ้าเสียน้ำเยอะจะมีโอกาสที่จะทำให้ ช็อคตายได้   ต่อมาทางจิตอาสากลุ่มรักหมาแมว พระนพพงษ์ ฐิตธัมโม พระที่ตั้งชื่อไก่ เจ้าบุญมา ก็ได้เดินทางมาร่วมพิธีพร้อมกับชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่ทราบข่าวพร้อมกับได้นิมนต์พระภิกษุ จำนวน 4 รูป มาสวดทำพิธีฌาปนกิจศพ พร้อมทอดผ้าบังสุกุลเหมือนกับการเผาศพของมนุษย์ทั่วไปทุกประการที่วัดทุ่งตาล   หลังจากนั้นทางสัปเหร่อก็ได้นำฟืนมาเตรียมเข้าเตาเผาสุนัขของวัดทุ่งตาล ซึ่งเตาเผาของวัดได้สร้างมาจากจิตศรัทธาของญาติโยม ที่มาบริจาคสร้างเตาเผาสุนัขที่ตายและจะมีประชาชนได้นำสัตว์เลี้ยงมาเผาที่วัดแห่งนี้อยู่เป็นประจำ   เมื่อพระได้ทำพิธีเสร็จแล้วก็ได้นำร่างเจ้าบุญมาลงบนฟืนเลื่อนเข้าไปในเตาเผาช้าๆ จากนั้นจึงปิดประตูเตาเผาโดยมีพระและประชาชนจำนวนหนึ่งยืนดูอยู่ที่หน้าเตาเผา ถือเป็นการปิดตำนานไก่หัวเกือบขาดที่ได้ใช้ชีวิตที่ทรหดอดทนกับการบาดเจ็บแสนสาหัสมาเป็นเวลาถึง 9 วัน และได้จากไปอย่างสงบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ouBcotVcmkI    

 7,366
แชร์ออฟเดอะเดย์
28 มี.ค. 61

ส่งใจช่วย! ไก่ชนหัวขาดลิ้นเริ่มเน่า พระแฉคนใจร้ายนำไปชน โดนจิกแผลทั่วตัว รักษาไม่ไหวเลยมาปล่อยวัด

ราชบุรี-จากกรณีพระภิกษุในวัดมหาธาตุ แจ้งพบไก่ชนเพศผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่รู้ถูกอะไรกัดที่บริเวณหัว จึงได้นำตัวมาให้สัตวแพทย์รักษาอาการบาดเจ็บ พร้อมนำใส่กรงดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อรออาการอย่างน้อยประมาณ 7 วัน   ล่าสุดสัตวแพทย์ที่ดูแลระบุ อาการของไก่ชนยังทรงตัว ยังสามารถกินอาหารเหลวและวิตามินได้ โดยการใส่ไซริงค์หยอดเข้าไป กินได้น้อยแต่กินบ่อยๆ ส่วนบาดแผลนั้นไก่ตัวนี้จะโดนแค่ส่วนตรงริมฝีปากที่ยาวๆของไก่ซึ่งลึกเข้าไป แต่รูจมูกยังมีหายใจได้อยู่ตามปกติ สิ่งที่เป็นอุปสรรคในการดูแล คือตอนนี้ปลายลิ้นที่ขณะนี้เริ่มเน่าและกำลังจะหลุด ทำให้การกลืนอาหารไม่ค่อยดี   ส่วนแผนการรักษาคือ การฆ่าเชื้อโดยให้ทางการฉีดยาวันละครั้ง ทำแผล ล้างแผล และได้เลเซอร์แผลอยู่ ส่วนบริเวณเนื้อที่แห้งๆคงต้องรอให้มันหลุดเองและโชคดีว่าแผลนั้นไม่ติดเชื้อเข้าไปข้างใน โดยสังเกตจากบาดแผลที่เริ่มมีแดงขึ้นและเริ่มแห้ง และถึงแม้ว่าไก่ชนจะมองไม่เห็น แต่เวลาไปสัมผัสก็จะตอบสนอง เป็นไก่ที่เชื่องมากอยู่กับคนได้ตลอด ตอนนี้ก็รอแพทย์เฉพาะทางมารับเขาไปรักษา เพราะในส่วนของเราก็รักษาตามอาการ   ขณะที่พระธรรมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี และเป็นเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร กล่าวถึงกรณีที่มีคนนำสัตว์มาปล่อยในวัด โดยเฉพาะไก่ นั้นก็ทราบว่า วัดเป็นเขตอภัยทาน ไม่มีเข้ามาทำร้ายสัตว์ในวัด จึงทำให้มีคนนำสัตว์มาปล่อย ทั้งสุนัข แมว ไก่ รวมทั้งปลา และก็มาออกลูกออกหลานเต็มไปหมด พระเณรออกไปบิณฑบาตรมาได้ก็ต้องเอามาให้สัตว์กิน ถ้าไม่พอก็ต้องซื้อให้กิน ส่วนไก่นั้นน่าจะมีมากกว่า 50 ตัว ซึ่งมีทะเลาะกัน ตีกัน ก็ต้องคอยห้าม เพื่อไม่ให้บาดเจ็บ   ส่วนไก่ตัวที่เจ็บนั้นทราบว่าเป็นไก่ชน ที่เจ้าของนำไปตีพอมีแผลเยอะรักษาไม่ไหวก็นำมาปล่อยที่วัด ซึ่งก็ต้องคอยหลบหลีก สัตว์ตัวอื่นๆ ไม่ให้มาทำร้าย จึงต้องให้หมอนำไปรักษา เวลาที่จะมีคนนำสัตว์มาปล่อยนั้นในอดีต จะนำมาปล่อยตอนกลางคืน แต่ปัจจุบันนำมาปล่อยกลางวันเลย แต่ถ้าเจอกับพระก็จะบอกว่าหลวงพี่ฝากเลี้ยงด้วยแล้วก็ทิ้งสัตว์ไว้เลย ซึ่งทางวัดก็ต้องเลี้ยงต้องดูแลกันไป ไม่รู้จะบอกญาติโยมยังไงว่าไม่ให้นำมาปล่อย เพราะบอกไปก็เอามาปล่อยอยู่ดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KftPxTCLem8    

 4,049

Top