ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฤดูร้อน"

ข่าวภูมิภาค
15 ก.พ. 62

มหาสารคามเริ่มวิกฤตภัยแล้ง งดสูบน้ำเพื่อการเกษตรแล้ว คงน้ำไว้สำหรับอุปโภค-บริโภค

สถานการณ์ภัยแล้งจังหวัดมหาสารคามเริ่มวิกฤต เนินทรายโผล่ท้ายฝายวังยางชัดเจน แจ้ง อบต. ที่ควบคุมดูแลสถานีสูบน้ำขนาดเล็กงดสูบน้ำเพื่อการเกษตรเด็ดขาด คงน้ำไว้สำหรับอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศน์เท่านั้น   นายพัฒนะ พลศรี หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่3 เขื่อนระบายน้ำวังยาง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนลาง เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม เริ่มส่งสัญญาณชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะที่บริเวณท้ายเขื่อนระบายน้ำวังยาง มีเห็นสันสันทรายโผล่ให้เห็นมากขึ้น จากระดับน้ำที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง    ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ เรื่องของการงดปลูกพืชฤดูแล้งทุกชนิด เนื่องจากน้ำต้นทุนคือเขื่อนอุบลรัตน์ มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อย โดยได้ขอความร่วมมือจาก อบต.ทุกแห่งที่ดูแลสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าขนาดเล็ก ไม่สนับสนุนการสูบน้ำจากลำน้ำชีเพื่อทำการเกษตร ถึงแม้ว่าจะมีการร้องขอก็ตาม โดยปริมาณน้ำที่หล่อเลี้ยงลำน้ำมีไว้สำหรับอุปโภคบริโภคและเพื่อรักษาระบบนิเวศน์เท่านั้น   โดยปัจจุบันฝายวังยางได้มีการเปิดประตูระบายน้ำ 1 บาน จาก 5 บาน มีระดับน้ำหน้าเขื่อน 136.44 ล้านลูกบาศ์เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ระดับน้ำลดลงจากเมื่อวานนี้ 1 เซนติเมตร ระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 129.62 ล้านลูกบาศ์เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลดลงจากเมื่อวานนี้ 3 เซนติเมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่านหน้าเขื่อน 1.69 ลบ.ม./วินาที หรือคิดเป็น 0.14 ล้าน ลบ.ม./วัน มีปริมาณความจุ 28.34 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณเก็บกัก 33.59 ล้านลูกบาศก์เมตร

 1,070
ข่าวภูมิภาค
11 ก.พ. 62

อุตุฯเตรียมประกาศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน สัปดาห์นี้ เตือนร้อนอบอ้าวกว่าปีก่อน เฉลี่ย 35-37 องศาฯ

กรมอุตุนิยมวิทยา เตรียมประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการในช่วงสัปดาห์นี้ คาดปีนี้จะอากาศร้อนอบอ้าวอุณหภูมิเฉลี่ย 35-37 องศา สูงกว่าปีก่อนและค่าปกติ   โดยภาคเหนือ-อีสานพุ่ง 40-43 องศา ภาคกลางและตะวันออก 40-42 องศา ส่วนกทม.และปริมณฑลเฉลี่ย 37-39 องศา พร้อมคาดการณ์ว่าช่วงวาเลนไทน์ 13-15 ก.พ.2562 จะร้อนอบอ้าวกว่าค่าเฉลี่ย อากาศนิ่ง มีฝนเล็กน้อย อุณหภูมิลดลง อาจทำให้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กอาจจะกลับมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/m5CHPN7KKtQ

 32,754
สังคม-อาชญากรรม
27 เม.ย. 61

อุตุฯ ประกาศฉบับที่ 21 เตือนไทยตอนบนเจอพายุฤดูร้อนวันนี้ กทม.ฝนตกร้อยละ 60

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบถึงวันที่ 27 เมษายน 2561)"  ฉบับที่ 21 ลงวันที่ 27 เมษายน 2561       ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย          ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่  มีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้           ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์           ภาคกลาง : จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา           นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ภาคตะวันออก : จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ประกาศ ณ วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.  กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.          

 3,385
สังคม-อาชญากรรม
24 เม.ย. 61

อุตุฯ ประกาศฉบับที่ 9 เตือนไทยตอนบนเจอพายุฤดูร้อน 24-27 เม.ย.

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 24-27 เมษายน 2561)"  ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 24 เมษายน 2561        ในช่วงวันที่ 24-27 เมษายน 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยมีผลกระทบตามภาคต่างๆดังนี้         ในวันที่ 24 เมษายน 2561           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี   ในช่วงวันที่ 25 เมษายน 2561           ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร  และเพชรบูรณ์           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์           ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ  และอุบลราชธานี           ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา           ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด    ในช่วงวันที่ 26 เมษายน 2561           ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร           พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์           ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ  และอุบลราชธานี           ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี           กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด    ในวันที่ 27 เมษายน 2561           ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์           ภาคกลาง : จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา           นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ภาคตะวันออก : จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์                     ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงบริเวณประเทศจีนตอนใต้และเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่า จะแผ่เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในคืนวันนี้(24 เม.ย. 2561) และจะแผ่ขยายเข้าปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ในวันที่ 25-27 เมษายน 2561 ในขณะที่ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยจะมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่                   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด                  ประกาศ ณ วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น ข่าวที่เกี่ยวข้อง                    

 4,511
สังคม-อาชญากรรม
11 เม.ย. 61

อุตุฯ ประกาศฉบับที่ 2 เตือนไทยตอนบนเจอพายุฤดูร้อน 15-17 เม.ย.

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 15-18 เมษายน 2561)"  ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 11 เมษายน 2561        ในช่วงวันที่ 15-18 เมษายน 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่ จะเริ่มมีผลกระทบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกในวันที่ 15 เมษายน 2561 ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในวันถัดไป (วันที่ 16 เมษายน 2561) จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า และระมัดระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยมีผลกระทบดังนี้         ในวันที่ 15 เมษายน 2561            ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์           ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด           ในช่วงวันที่ 16-17 เมษายน 2561           ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์           ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง           รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ในวันที่ 18 เมษายน 2561         ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์           พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก           ภาคกลาง : จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี           รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช                     ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่         สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังปานกลาง โดยบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด           ประกาศ ณ วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.  

 10,708
สังคม-อาชญากรรม
05 เม.ย. 61

อุตุฯ ประกาศเตือนฉบับที่ 9 ไทยตอนบนเจอพายุฤดูร้อน 5-7 เม.ย. ชาวกรุงรับมือฝนถล่มร้อยละ 40

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 5-7 เมษายน 2561)"  ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 05 เมษายน 2561        ในช่วงวันที่ 5-6 เมษายน 2561 ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกและมีฝนตกหนักบางพื้นที่          ส่วนในวันที่ 7 เมษายน 2561 ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนฟ้าคะนองได้ต่อเนื่อง ส่วนภาคใต้ตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกจะมีฝนลดลง            จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยจะมีผลกระทบตามพื้นที่ต่างๆ ดังนี้           ในวันที่ 5 เมษายน 2561            ภาคเหนือ: จังหวัดลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร กำแพงเพชร และตาก           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ มุกดาหาร ขอนแก่น และชัยภูมิ            ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก และปราจีนบุรี            ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี            ในวันที่ 6 เมษายน 2561            ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี           ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล            ในวันที่ 7 เมษายน 2561            ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก           ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ภาคใต้ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมถึงประเทศจีนตอนกลาง คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบนในวันนี้ (5 เม.ย. 61) และจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในช่วงวันที่ 5-7 เมษายน 2561 ประกอบกับคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง           สำหรับในช่วงวันที่ 7-9 เมษายน 2561 ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย                 จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด            ประกาศ ณ วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 17.00 น.  

 6,486
สังคม-อาชญากรรม
04 เม.ย. 61

อุตุฯ ประกาศเตือนฉบับที่ 5 ไทยตอนบนเจอพายุฤดูร้อน 5-7 เม.ย. ชี้ทั่วไทยฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรงบางพื้นที่

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 5-7 เมษายน 2561)"  ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 04 เมษายน 2561        ในช่วงวันที่ 5-6 เมษายน 2561 ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกและมีฝนตกหนักบางพื้นที่         ส่วนในวันที่ 7 เมษายน 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกจะมีฝนลดลง ส่วนด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนฟ้าคะนองได้ต่อเนื่อง ส่วนภาคใต้ตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น           จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยจะมีผลกระทบตามพื้นที่ต่างๆ ดังนี้           ในช่วงวันที่ 5 เมษายน 2561           ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น และชัยภูมิ           ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก และปราจีนบุรี           ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี           ในช่วงวันที่ 6 เมษายน 2561           ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี           ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ในวันที่ 7 เมษายน 2561           ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก           ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ภาคใต้ จังหวัดเพชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศจีนตอนกลางแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในช่วงวันที่ 5-7 เมษายน 2561 ประกอบกับคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลือนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง           สำหรับในช่วงวันที่ 7-9 เมษายน 2561 ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด    ประกาศ ณ วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.  กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 17.00 น. ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 6,892
สังคม-อาชญากรรม
19 มี.ค. 61

อุตุฯ ประกาศฉบับที่ 4 พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ส่งผลกระทบ 20-23 มี.ค. นี้

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2561 "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 20-23 มีนาคม 2561)"    ในช่วงวันที่ 20-23 มีนาคม 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกจะมีผลกระทบในวันที่ 20 มีนาคม 2561 ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเริ่มได้รับผลกระทบในวันถัดไป (วันที่ 21 มีนาคม 2561) จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยจะมีผลกระทบดังนี้          ในช่วงวันที่ 20-21 มีนาคม 2561            ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาญเจริญ และอุบลราชธานี           ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และชลบุรี            ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา           รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล   ในช่วงวันที่ 22-23 มีนาคม 2561            ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี           ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์           ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล           ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยจะเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน    จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด  ประกาศ ณ วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.

 31,492
ข่าวภูมิภาค
12 มี.ค. 61

กทม.ฝุ่นมาอีกแล้ว! เช้านี้เกินค่ามาตรฐานทุกสถานี ชี้เกิดจากอากาศแปรปรวนเข้าฤดูร้อน

เช้านี้สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กทุกพื้นที่กทม.เกินเกณฑ์มาตรฐานและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกสถานี จากสภาพอากาศแปรปรวนเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูร้อน    กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) เช้านี้ ตรวจวัดได้ระหว่าง 64-79 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรทุกสถานี ทั้งเขตบางนา, วังทองหลาง, ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน, ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง และริมถนนพญาไท เขตราชเทวี โดยสูงสุดอยู่ที่ถนนอินทรพิทักษ์ 79 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกในวันนี้   ด้านนายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ บอกว่า สถานการณ์หมอกควันกลับมาเหมือนกับต้นเดือนกุมภาพันธ์อีกครั้ง ซึ่งสาเหตุมาจากสภาพอากาศแปรปรวนเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วฝนตกและอุณหภูมิลดลง ส่วนเมื่อวานเริ่มร้อนขึ้นก็เริ่มมีปัญหาฝุ่นละอองกระทั่งวันนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกสถานี ทั้งนี้คาดว่าภาย 2-3 วันนี้สถานการณ์จะดีขึ้น ตามสภาพอากาศที่กรมอุตุนิยมวิทยาบอกจะร้อนขึ้นในสัปดาห์นี้ ขณะที่กทม.จนถึงขณะนี้ยังคงล้างถนนในช่วงกลางคืนต่อเนื่อง   ส่วนการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าภาคเหนือนั้น หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดพิษณุโลก เน้นปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับพื้นที่ป่าบริเวณจังหวัดเชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, ตาก และจังหวัดลำพูน 5 เที่ยวบิน ใช้สารฝนหลวง 10 ตัน เบื้องต้นมีฝนตกเล็กน้อย

 2,495
ข่าวภูมิภาค
06 มี.ค. 61

อุตุฯประกาศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนปี 61 คาดอุณหภูมิร้อนสูงสุด 42 องศา เตือนไทยตอนบนรับมือพายุฤดูร้อน 6-9 มี.ค.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน 6-9 มีนาคมนี้ หลังประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนแล้วตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม คาดปีนี้อุณหภูมิร้อนสูงสุดถึง 42 องศาเซลเซียสช่วงปลายเดือนเมษายนนี้   นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาแถลงข่าวเรื่องประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนแล้วตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2561 โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นทั่วประเทศ โดยเฉพาะเวลากลางวันอากาศจะร้อนต่อเนื่อง คาดว่าอุณหภูมิจะร้อนสุดช่วงปลายเดือนเมษายนประมาณ 42 องศาเซลเซียส บริเวณจังหวัดสุโขทัยและอุตรดิตถ์ ส่วนกรุงเทพมหานครอุณหภูมิช่วงเดือนเมษายนจะอยู่ที่ 37-38 องศาเซลเซียส และจะสิ้นสุดฤดูร้อนในเดือนพฤษภาคม   พร้อมกันนี้ทางกรมอุตุฯได้ประกาศเตือนให้ ปชช.รับมือพายุฤดูร้อน   ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา   "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 6-9 มีนาคม 2561)" ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 06 มีนาคม 2561   ในช่วงวันที่ 6-9 มีนาคม 2561 ประเทศไทยจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงกับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในช่วงวันและเวลาดังกล่าว สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยจะมีผลกระทบดังนี้   ในช่วงวันที่ 6-7 มีนาคม 2561   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาญเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี   ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด   ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล   ในช่วงวันที่ 8-9 มีนาคม 2561   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี   ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์   ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล   ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด   ภาคใต้:   จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี   ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ในวันนี้ (6 มี.ค. 61) ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงกับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด   ประกาศ ณ วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.   กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.   นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_5rPEyjxO_c    

 18,889
สังคม-อาชญากรรม
05 มี.ค. 61

อุตุฯ เตือนไทยรับมือพายุฤดูร้อน 6-9 มี.ค. เผยหน้าร้อนปีนี้กทม. 38 องศา สุโขทัย-อุตรดิตถ์พุ่ง 42 องศา!

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน 6-9 มีนาคมนี้ หลังประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนแล้วตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม คาดปีนี้อุณหภูมิร้อนสูงสุดถึง 42 องศาเซลเซียสช่วงปลายเดือนเมษายนนี้   นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาแถลงข่าวเรื่องประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนแล้วตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2561 โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นทั่วประเทศ โดยเฉพาะเวลากลางวันอากาศจะร้อนต่อเนื่อง คาดว่าอุณหภูมิจะร้อนสุดช่วงปลายเดือนเมษายนประมาณ 42 องศาเซลเซียส บริเวณจังหวัดสุโขทัยและอุตรดิตถ์ ส่วนกรุงเทพมหานครอุณหภูมิช่วงเดือนเมษายนจะอยู่ที่ 37-38 องศาเซลเซียส และจะสิ้นสุดฤดูร้อนในเดือนพฤษภาคม   ขณะเดียวกันกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน ช่วงวันที่ 6-9 มีนาคม 2561 เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงแผ่มาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้ จะส่งผลให้ ประเทศไทยตอนบนเกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกหนักบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้บางจังหวัด ลักษณะของพายุจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนจะเคลื่อนตัวไปภาคตะวันออกและภาคกลาง ภาคเหนือและภาคใต้บางจังหวัด ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา รวมทั้งเฝ้าระวังความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตร

 10,730
สังคม-อาชญากรรม
05 มี.ค. 61

ร้อนแล้วจ้า! กรมอุตุฯ ประกาศประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนปี 2561 แล้ว คาดสิ้นสุดฤดูร้อน พ.ค.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศ เรื่อง การเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ.2561 มีใจความว่า      "ประเทศไทยได้สิ้นสุดฤดูหนาวและเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2561 โดยอุณหภูมิสูงสุดบริเวณประเทศไทยตอนบนได้สูงขึ้นเกือบทั่วไปและมีอากาศร้อนในตอนกลางวันอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทย ได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมฝ่ายใต้พัดปกคลุม ซึ่งเป็นการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย แต่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าต่อไปอีกระยะหนึ่ง และคาดว่าฤดูร้อนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2561"

 13,336
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ค. 60

อธิบดีกรมอุตุฯชี้ ไทยผ่านช่วงอากาศร้อนที่สุดของปีไปแล้ว จ่อเข้าฤดูฝนสัปดาห์ที่ 3 เดือน พ.ค.

นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุอากาศร้อนที่สุดของปี 2560 ได้ผ่านพ้นไปแล้ว จากนี้อากาศในไทยจะไม่ร้อนมาก และจะสิ้นสุดฤดูร้อน เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัวในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน พ.ค. ซึ่งปีนี้ไม่มีปรากฏการณ์เอลนินโญ่ ทางกรมอุตุฯคาดการณ์ว่าจะมีฝนที่ดี คือ ไม่น้อยไป จนก่อให้เกิดปัญหาแล้ง และไม่มากจนเกิดปัญหาน้ำท่วม ซึ่งฝนจะตกจนถึงกลางเดือนกันยายน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TY1lzzzMMFs  

 7,800
ข่าวในพระราชสำนัก
14 มี.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนถวายพระแก้วมรกต

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ในการเปลี่ยนเครื่องทรงถวายพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต จากเครื่องทรงฤดูหนาว เป็นเครื่องทรงฤดูร้อน ประจำปี 2560 โอกาสนี้ ทรงพระสุหร่ายน้ำพระพุทธมนต์ พระราชทานแก่ข้าราชการ ที่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทภายในพระอุโบสถ และประชาชน ที่ไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ บริเวณด้านนอกพระอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YhmflJipTGo  

 14,737
ข่าวภูมิภาค
06 มี.ค. 60

ต้อนรับหน้าร้อน! อุตุฯ ประกาศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนของปี 2560 อย่างเป็นทางการ

วันนี้ (6 มีนาคม) กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศ เรื่อง การเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ.2560 มีใจความระบุว่า   ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง การเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ.2560   ประเทศไทยได้เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนแล้วเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2560 โดยอุณหภูมิสูงสุดสูงขึ้นและมีอากาศร้อนต่อเนื่องในตอนกลางวัน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทย ได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมฝ่ายใต้พัดปกคลุม ซึ่งเป็นการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย โดยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศเย็นในตอนเช้าต่อไปอีกระยะหนึ่ง และจะสิ้นสุดฤดูร้อนประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2560   ประกาศ ณ วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2560 (นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย) อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา       ภาพและข้อมูลจาก www.tmd.go.th    

 12,214

Top