ค้นหา :

ผลการค้นหา "เพื่อนบ้าน"

แชร์ออฟเดอะเดย์
01 ก.ค. 62

โวย หมาบางแก้วปีนกัดรถพัง คนเลี้ยงปัดรับผิดชอบ ให้ไปเอาเรื่องกับหมา

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Eik Q Sang โพสต์คลิปและเล่าเรื่องราวที่ถูกสุนัขเพื่อนบ้านกัดรถยนต์ที่จอดไว้จนพังเสียหาย แต่คนเลี้ยงไม่แสดงความรับผิดชอบ   โดยผู้โพสต์ระบุว่า “เป็นอุทาหรณ์ ขนาดมีคลิปชัดเจน ประกันยังทำอะไรเจ้าของหมาไม่ได้ เจ้าของหมาไม่ยอมไปสน. ให้ไปฟ้องมาอย่างเดียว ตำรวจมาก็พูดอะไรไม่ได้ เจ้าของไม่ไปอย่างเดียวให้ไปเอาเรื่องกับหมา”   กระโปรงรถ บังโคนข้างยับเยิน ประกันก็รับผิดชอบไป จำไว้นะเลี้ยงหมา พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ ทำไรหมาไม่ได้ ให้ไปเอาเรื่องกับหมา แต่ถ้าลองหมาโดนกระทำ เต้นหาคนรับผิดชอบทันที นี่กฎหมายประเทศไทย”   โดยเหตุการณ์นี้เกิดในซอยสายไหม 14 โดยสุนัขพันธุ์บางแก้วของเพื่อนบ้านกัดรถยนต์พังเสียหาย ล่าสุดกระโดดขึ้นไปกัดผ้าคลุมจนขาด ส่วนกระโปรงหน้ารถมีรอยขีดข่วน แถมบริเวณขอบล้อรถ ก็มีรอยกัดของสุนัขหลายจุด ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงเจ้าของสุนัขที่ไม่ดูแลสัตว์ลเยงของตนเองให้ดี จนสร้างเดือดร้อนให้เพื่อนบ้าน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mF-Au_PO4f4

 5,990
ข่าวต่างประเทศ
21 มิ.ย. 62

ลุงไต้หวันสุดแสบ แอบฉี่-อึ-อาบน้ำลงถังน้ำอพาร์ทเมนท์ ล้างแค้นเพื่อนบ้านนานกว่า 1 ปี

ไต้หวัน - ชาวไต้หวันแอบฉี่ลงถังพักน้ำล้างแค้นเพื่อนบ้าน มานานกว่า 1 ปี โดยกล้องวงจรปิดสาารถจับภาพได้ชัดเจน ขณะที่ลุงชาวไต้หวันวัย 69 ปี กำลังปีนขึ้นไปทิ้งของเสีลงในถังพักน้ำส่วนกลางของอพาร์ทเมนท์ ทั้งอุจจาระ และปัสสาวะ บางครั้งยังอาบน้ำในถังพักน้ำอีกด้วย ทำมานานกว่า 1 ปี   หลังถูกจับได้สารภาพทำไปเพื่อล้างแค้นเพื่อนบ้าน ที่โทรไปแจ้งให้บริษัทโทรคมนาคมเอาอุปกรณ์สื่อสารที่เขาแอบไปดีลกับบริษัทแบบลับๆ เอามาติดตั้งที่อพาร์ทเมนท์ รับเงินเดือนละ 1,200 บาท ออกไป จึงโกรธแค้นเพื่อนบ้านที่ทำให้เสียรายได้ ลงมือก่อเหตุไม่สนใจใคร  

 2,088
สังคม-อาชญากรรม
28 พ.ค. 62

เพื่อนบ้านสุดทน ร้องบ้านหรู เลี้ยงไก่กว่าร้อยตัว ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กบุ๊กชื่อ Pik Sudsawart Chiruppapa โพสต์ร้องเรียน เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 62 ว่าบ้านหรูย่านวิภาวดี 44 ภายในบ้านที่มีเจ้าของเป็นลูกอดีตนายตำรวจใหญ่ มีการเลี้ยงไก่กว่า 300 ตัว และบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยขยะสกปรกส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเพื่อนบ้านมาเป็นเวลานาน โดยได้ร้องเรียนต่อสำนักงานเขตจตุจักรแล้ว แต่เรื่องยังไม่มีความคืบหน้า   วันที่ 28 พ.ค. 62 จากการลงพื้นที่ของทีมข่าวช่อง 3 พบเป็นบ้าน 2 ชั้น กำแพงติดกันกับบ้านทั้งสองฝั่ง มีต้นไม้ปกคลุมหนาแน่นอย่างไม่เป็นระเบียบ บริเวณด้านหน้าประตูมีสภาพเรียบร้อย แต่ด้านในเต็มไปด้วยไก่ทั้งที่อยู่ในเล้า ในกรง ถูกเลี้ยงแบบเปิดอยู่จำนวนมาก มีเศษขยะ ดิน ฟาง ข้าวเปลือก และข้าวของที่รกกระจัดกระจาย เวลามีลมโกรก ขี้ไก่ส่งกลิ่นเหม็นเป็นอย่างมาก บริเวณรอบบ้าน และ นอกบ้าน   โดยแม่บ้านที่อยู่ข้างบ้าน เปิดเผยว่า อยู่ที่นี่มา 5 ปี ก็จะได้กลิ่นจากไก่ และขี้ไก่เป็นระยะ และเมื่อฝนตกก็จะมีกลิ่นแรงมาก ทุกครั้งที่ทำอาหารหรือทำความสะอาดบ้าน หากไม่ปิดประตู ก็มักจะได้กลิ่นไม่พึงประสงค์โชยมาทั้งวัน   ด้านเจ้าของบ้านที่เลี้ยงไก่ กล่าวว่า ตนทราบเรื่องว่าทางเพื่อนบ้านทำเรื่องร้องเรียนมาว่าตนเลี้ยงไก่และสุนัขภายในบ้าน ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งตนเลี้ยงมาตั้งหลายสิบปีแล้ว เนื่องจากตนเป็นคนรักไก่ คนรู้จักก็นำมาให้ ตนก็เลี้ยง และเพราะพันธุ์ไปเรื่อยๆ จนมันแพร่กระจายออกไปหลายตัว ซึ่งปัจจุบันก็มีไก่พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ประมาณ 100 ตัว และลูกไก่อีกหลายตัว    ด้านเจ้าหน้าที่เขตจตุจักรและกรมปศุสัตว์ ได้มาเจรจากับคนเลี้ยงไก่โดยบอกว่า ทางกรมปศุสัตว์จะดำเนินการขนย้ายไก่ให้ เนื่องจากหากจะดำเนินเรื่องเอง อาจจะล่าช้า เพราะต้องทำเรื่องติดต่อรถ จึงขออาสาดำเนินการให้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถขนย้ายได้ภายในอาทิตย์หน้า โดยคนเลี้ยงก็ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าตำรวจอย่างดี    

 11,038
สังคม-อาชญากรรม
25 ม.ค. 62

รวบแล้วหนุ่มหื่นมุดมุ้ง ใช้เชือกรัดคอสาวหวังข่มขืน พร้อมแจ้ง 2 ข้อหา

จากกรณีนางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี ถูกชายอายุประมาณ 25 ปี เพื่อนบ้านในละแวกเดียวกัน พยายามเข้าข่มขืน โดยใช้เชือกรัดคอ ในยามวิกาล เมื่อช่วงเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 14 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา และ ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หางน้ำสาคร ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ เวลาผ่านไป 1 สัปดาห์คดีไม่คืบ แถมผู้ก่อเหตุยังมาวนเวียนหน้าบ้าน เกรงก่อเหตุซ้ำ เจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการรวบรวมหลักฐานขอหมายศาลจังหวัดชัยนาทออกหมายจับ นายพรรษา รามนันท์ อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 51/2 ม.4 ต.อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ เมื่อวันที่ 22 ม.ค.62 นั้น   ล่าสุด (25 ม.ค.62) เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.อารักษ์ สมถวิล ผกก.สภ.หางน้ำสารคร อ.มโนรมย์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ นำตัวนายพรรษา รามนันท์ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บ้านผู้เสียหายซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ โดยชี้จุดที่เข้าไปก่อเหตุบริเวณที่นอน ซึ่งก่อนเข้าไปได้แอบซุ่มอยู่ในป่าบริเวณหน้าบ้าน จากนั้นเมื่อสบโอกาสช่วงผู้เสียหายออกจากบ้านไป จึงแอบเข้าบ้านทางประตูด้านหลังซึ่งไม่ได้ล็อก แล้วเข้าไปล็อกกุญแจหน้าห้องของมารดาผู้เสียหาย แล้วซุ่มอยู่ภายในบ้านรอจนคนในบ้านนอนหลับสนิทกันหมดแล้วจึงเข้าก่อเหตุ มุดมุ้งเข้าไปใช้เชือกรัดคอแล้วใช้มือปิดปากไม่ให้ส่งเสียงร้อง แต่ผู้เสียหายต่อสู้จนหมวกไอ้โม่งของนายษาหลุดออก นายษากลัวผู้เสียหายจำหน้าได้จึงรีบวิ่งหนีออกจากบ้านทันที ส่วน น.ส.เอ ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บที่บริเวณคางและใบหน้า   นายพรรษารับสารภาพว่า จะเข้าไปลักทรัพย์ เนื่องจากไม่ได้ทำการล่วงละเมิดผู้เสียหาย เพียงใช้มือปิดปากไม่ให้ร้องเสียงดัง โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีในข้อหา 2 ข้อหา คือ 1.บุกรุกในเคหะสถานเวลากลางคืนโดยใช้กำลังประทุษร้าย และ 2.พยายามทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   พ.ต.อ.อารักษ์ สมถวิล ผกก.สภ.หางน้ำสารคร กล่าวว่า คดีนี้ผู้ต้องหาได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน เราได้ทำงานอย่างเต็มที่ การสืบสวนได้มีการกระจายกำลังไปในพื้นที่ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้ให้ความสำคัญ จนสามารถจับกุมตัวได้ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านมารดาของผู้ต้องหาเอง    นางสาวเอ  กล่าวว่า หลังทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวนายพรรษาได้ รู้สึกสบายใจขึ้น ไม่ต้องกลัวอีกต่อไป ถ้ายังจับไม่ได้ก็ยังคงต้องหวาดผวา นอนไม่หลับทุกคืนเพราะไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหนจะเข้ามาทำร้ายอีกเมื่อไร    (ออกหมายจับแล้ว หนุ่มหื่นมุดมุ้ง ใช้เชือกรัดคอสาวหวังข่มขืน)

 2,994
แชร์ออฟเดอะเดย์
30 พ.ย. 61

หนุ่มเตือนสาวข้างบ้านเปิดเพลงเสียงดังสนั่น เจอสวนกลับ "เปิดมาเป็นสิบปี ถ้ารำคาญก็ย้ายออกไป"

หนุ่มรายหนึ่งที่พึ่งย้ายมาอาศัยอยู่ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ จ.ชลบุรี พร้อมกับภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ เจอเพื่อนบ้านเปิดเพลงเสียงดัง จึงไปเตือน พร้อมกับถ่ายคลิปไว้ แต่กลับถูกต่อว่า    โดยได้โพสต์ข้อความขอคำปรึกษาในกลุ่มทนายอาสา โดยระบุว่า “พอดีมีปัญหากับเพื่อนบ้านนะครับเรื่องเปิดเพลงเสียงดังพอเราบอกให้ลดเสียงลงหน่อยกลับมีข้อความและด่าทอตามคลิปนี้ครับ กรณีนี้เข้าข่ายหมิ่นประมาทมาตรา 328 มั้ยครับ เพราะมีชาวบ้านเค้าออกมาดูด้วย รบกวนขอความคิดเห็นหน่อยครับและขอบคุณพลังของโซเชียลด้วยนะครับ"     ก่อนที่ต่อมาจะโพสต์ภาพจดหมายที่สาวข้างบ้านเขียนมาให้ โดยในใจหมายสรุปใจความได้ว่า "ขอโทษที่เปิดเพลงเสียงดัง แต่ตนเปิดเพลงแบบนี้มากว่า 10 ปี แล้ว ไม่เคยมีปัญหากับใคร ย้ายไปที่อื่นเลย ถ้ารำคาญ ไม่สนิทกูไม่สนจบ กูฟังทุกวัน ทนไม่ได้หรืออย่างไร ทั้งหมู่บ้านรู้จักกูหมด" ลงชื่อ สายป่าน    ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายสุริยะ มีโสภะ อายุ 36 ปี พร้อมด้วยแฟนสาว ตั้งครรภ์ 8 เดือน ได้นำหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ ในขณะเกิดเหตุเดินทางเข้าพบ ตร. สภ.หนองขาม เพื่อร้องทุกข์กรณีเปิดเพลงเสียงดัง พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน     นายสุริยะ กล่าวว่า ปกติแล้วตนและภรรยาตน ซึ่งตอนนี้ตั้งครรภ์ได้ 8 เดือนแล้ว ได้ตัดสินใจซื้อบ้านเดี่ยว ชั้นเดียวภายในหมู่บ้านประดิษฐไพศาล ม.10 ต.บึง อ.ศรีราชา โดยเข้ามาอยู่ได้ประมาณ 2 เดือน     ซึ่งตั้งแต่เข้ามาพักอาศัย หญิงสาว อายุประมาณ 20- 25 ปี โดยพักอาศัยอยู่บ้านติดกัน ก็เริ่มเปิดเพลงเสียงดัง ช่วงนั้นตนก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไร แค่วันเดียว แต่หลังจากนั้น เริ่มหนักขึ้นทุกๆ วัน บางวันถ้าพ่อและแม่ของหญิงสาวดังกล่าว ไปทำงานหรือไม่อยู่บ้าน ก็จะเปิดเพลงเสียงดังทุกครั้งจนภรรยาตนไม่ค่อยได้พักผ่อน     ล่าสุดก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลา 08.00 น. – 10.00 น. ของวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตนได้ออกไปทำธุระมา พอมาถึงบ้านก็ได้ยินเสียงเพลงดังสนั่น จึงได้เดินไปตักเตือนหญิงสาวดังกล่าว ว่าขอให้เบาเสียงเพลงลงหน่อย ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน จู่ๆ ก็ได้มีกระดาษ จำนวน 3 ใบ เขียนเต็ม ทำนอง ด่าด้วยความหยาบคาย เสียๆ หายๆ     อีกทั้งยังระบุอีกว่า ถ้าไม่พอใจก็ย้ายออกไป ตนจึงได้รีบนำหลักฐานเอกสารดังกล่าว พร้อมกับคลิปวิดีโอในขณะเกิดเหตุ และคลิปเสียงในขณะที่หญิงสาวตะโกนด่าคำหยาบคาย เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน     นายสุริยะ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็ได้เข้าไปพูดคุยกับพ่อแม่ ของหญิงสาวดังกล่าวแล้ว เพื่อปรับความเข้าใจกัน แต่หญิงสาวดังกล่าวไม่ยอมที่จะลดละการโต้เตียงเลย ซึ่งตนที่มาซื้อบ้านหลังนี้ ก็ไม่อยากที่จะมีปัญหากับทางเพื่อนบ้าน อยากจะอยู่อย่างสงบสุข แต่ก็ต้องพบเจอกับปัญหาดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/a56AbL5_BaM

 36,447
แชร์ออฟเดอะเดย์
01 พ.ย. 61

โวยเพื่อนบ้านเห็นแก่ตัว จอดรถขวางประตูบ้านไม่เกรงใจ จะเดินเข้าบ้านแทบไม่ได้

สมาชิกเว็บไซต์พันทิป ได้ตั้งกระทู้ระบุว่า 'นิสัยการจอดรถของเพื่อนบ้าน มันขนาดนี้เลยเหรอ' โดยเล่ารายละเอียดว่า   ผู้โพสต์ทิ้งบ้างหลังนี้ ร้างมา 15-20 ปีได้ แล้วกำลังเข้าปรับปรุงบ้านด้วยตนเอง ปัญหาที่เจอคือเพื่อนบ้านข้างๆ เจอหน้าก็ได้คุยทำความรู้จักในวันสองวันแรก ได้เห็นเขาจอดรถเกยมาครึ่งคัน ก็ไม่ได้คิดไรมากเดี๋ยวต่อไปเขาก็คงจอดบริเวณส่วนหน้าบ้านเขาเอง   ผลปรากฏว่าหลังจากนั้น 1 เดือนกว่าก็แล้ว ไม่ปรับปรุงการจอดรถ จนเดือนที่ 2 ผ่านไป เจอมารู้สึกเจ็บ ทั้งๆที่เขาเห็นว่าเราเอามอเตอร์ไซค์มาทำงานที่บ้าน จอดในบ้าน ไฟในบ้านก็เปิด จากในรูปกระบะคันดำที่เคยจอดยังไงก็จอดแบบนั้น มีคันขาวมาแจมอีก ก็รถบ้านเดียวกัน เล่นถอยแบบว่า จะเดินยังไม่มีทางไปเลย แล้วจะเอามอไซค์ออกกลับที่พักยังไง   เมื่อมีเรื่องปรากฏออกไป ทำให้มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น และตำหนิพฤติกรรมเพื่อนบ้านที่เห็นแก่ตัวจำนวนมาก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uF9V59JCJ84

 14,746
ข่าวภูมิภาค
09 ต.ค. 61

หนุ่มแค้นเพื่อนบ้าน คว้าปืนกระหน่ำยิงจนหมดแม็ก ดับสลด

เพื่อนบ้านติดกันมีปัญหาเรื่องสตาร์ทรถจักรยานยนต์เสียงดังเหมือนท้าทาย บานปลายถึงขั้นชักปืน 9 มม. ออกมากระหน่ำยิง 2 แม็ก ดับคาที่    วันนี้ (9 ต.ค.) ตำรวจ สภ.สทิงพระ จ.สงขลา และ เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานเหตุยิงกันตายภายในบ้านที่เพิ่งสร้างใหม่ยังไม่มีเลขที่ ต.บ่อดาน อ.สทิงพระ จ.สงขลา พบร่างนายสุพล ชูมณี อายุ 39 ปี เสียชีวิต โดยถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ศีรษะ 1 นัด และลำตัวจนพรุนเสียชีวิตคาประตูบ้าน    จากการตรวจสอบบริเวณหน้าบ้านพบหัวกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 8 หัว และกระสุนปืนที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์อีก 1 นัด รวมทั้งปลอกกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายศราวิน ชูสุวรรณ อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป   สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา โดยผู้ตายได้เดินทางกลับมาเยี่ยมญาติที่บ้านเกิดเหตุ เพื่อรวมญาติทำบุญวันสารทเดือนสิบ หรือส่งตายาย ซึ่งขณะเกิดเหตุได้ตั้งวงดื่มกินกับญาติอยู่บริเวณหน้าบ้านรวม 5 คน และระหว่างนั้นเพื่อนบ้านซึ่งเป็นผู้หญิง ได้สตาร์ทรถจักรยานยนต์ที่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งอยู่ติดกัน และบิดคันเร่งเสียงดัง ทำให้นายสุพลไม่พอใจเพราะคิดว่าถูกเบิ้ลเครื่องใส่ จึงปาแก้วใส่ และมีปากเสียงกันขึ้น   ทำให้ นายศราวิน ซึ่งเป็นน้องชายของหญิงคนดังกล่าวไม่พอใจ และโกรธแทนพี่สาว จึงเดินออกจากบ้านพร้อมกับถืออาวุธปืน 9 มม. ออกมากระหน่ำยิง นายสุพล จนล้มคว่ำหน้าบ้าน และยิงซ้ำจนหมดแม็ก และได้ใส่แม็คใหม่กระหน่ำยิงอีกชุดด้วยความโมโห    เบื้องต้น นายศราวิน ได้ประสานญาติเตรียมเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่แล้ว     

 6,905
ข่าวต่างประเทศ
18 ก.ย. 61

ป้ามะกันสุดทน เอาขี้หมาป้ายประตูเพื่อนบ้าน แก้เผ็ดปล่อยหมามาอึในสนามหญ้า

สำนักข่าว metro รายงานข่าวความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้านที่เกิดขึ้นที่เมืองดีทรอยต์ของรัฐมิชิแกน สหรัฐฯ กรณีหญิงคนหนึ่งนำอุจจาระของสุนัขไปป้ายหน้าประตูเพื่อนบ้าน หลังคู่กรณีพาสุนัขไปขับถ่ายในสวนของเธอ     คลิปจากกล้องวงจรปิดซึ่งติดตั้งไว้ที่หน้าบ้านของ ไมเคิล สมิธ และ จอย เอ็ดเวิร์ด แสดงภาพขณะ เบรนด้า มูลิน เพื่อนบ้านถือถุงพลาสติกที่เลอะอุจจาระสุนัขชิวาวาที่คู่กรณีเลี้ยงเอาไว้มาป้ายตรงลูกบิดประตู       ด้านเบรนด้าได้เปิดใจกับสื่อว่า เธอไม่รู้สึกเสียใจต่อพฤติกรรมของตัวเองแม้แต่น้อย เพราะสุนัข 2 ตัวของเพื่อนบ้านเข้ามายุ่มย่ามในสนามหญ้าบ้านเธอก่อน และมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ     ป้าที่ก่อเหตุ   ขณะที่คู่กรณีอ้างว่าเขาไม่เคยทราบปัญหานี้มาก่อนเลย  เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องที่บ้ามากๆ ที่มีคนมาทำแบบนี้ และหากสุนัขของตัวเองเข้าไปอึทิ้งไว้ในสนามหญ้าของอีกฝ่ายจริงก็น่าจะเป็นอุบัติเหตุ   เจ้าของสุนัข   รายงานข่าวระบุว่า ทางเบรนด้าได้รายงานการกระทำของตัวเองให้ตำรวจได้ทราบ แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเธอจะได้รับบทลงโทษหรือไม่    

 6,317
ข่าวต่างประเทศ
06 มี.ค. 61

สลด สาวอินเดียถูกเผาทั้งเป็น หลังฮึดสู้เพื่อนบ้านพยายามขืนใจ

สำนักข่าว Daily Mail รายงานข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย กรณีหญิงสาววัย 35 ปีถูกเผาทั้งเป็น หลังต่อสู้ขัดขืนเพื่อนบ้านที่พยายามจะข่มขืนเธอเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา     รายงานข่าวระบุว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาวัย 31 ปี โทรเรียกหญิงสาวซึ่งแต่งงานแล้วให้มาหาที่ห้องเช่า ก่อนจะพยายามล่วงละเมิดทางเพศแต่เธอดิ้นรนขัดขืน ทำให้เขาจะบันดาลโทสะราดน้ำมันบนตัวเหยื่อแล้วจุดไฟเผาทั้งเป็นจนถึงแก่ความตาย     ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจของรัฐราชสถานเปิดเผยว่า สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่สถานีรถไฟในเช้าวันอาทิตย์ขณะพยายามจะหลบหนี ก่อนจะนำตัวไปดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรม       

 9,247
สังคม-อาชญากรรม
05 มี.ค. 61

เจ้าของรถกระบะ-มือโปรยขี้เถ้า พร้อมเจรจายุติปัญหาไม่ให้บานปลาย

เพื่อนบ้านคู่กรณีที่มีปัญหาจอดรถขวางถนนและมีการนำขี้เถ้ามาเทใส่รถเริ่มมีท่าทีเบาลงพร้อมที่จะเจรจาเพื่อยุติปัญหา   ความคืบหน้ากรณีปัญหาจอดรถขวางหน้าบ้านที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันไม่พอใจเอาขี้เถ้ามาเทใส่รถยนต์กระบะและมีการแจ้งความเอาผิดกันฐานทำให้เสียทรัพย์   ล่าสุดในวันนี้(5มี.ค.61)หลังจากผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามคู่กรณีทั้งสองฝ่ายทั้ง นายประสิทธิ์ แซ่เฮ้ง อายุ 64 ปี หรือเฮียเชี้ยง เจ้าของบ้านเลขที่48 ซึ่งเป็นคนนำขี้เถ้าไปเทใส่รถ และนายพิภพ เจียรวงศ์ตระกูล อายุ60 ปีหรือเฮียมหา เจ้าของรถกระบะและเจ้าของบ้านเลขที่46 ที่อยู่ติดกัน ทั้งคู่เริ่มมีท่าเบาลงและพร้อมที่จะเจรจาเพื่อยุติปัญหาไม่ให้บานปลาย   โดย นายพิภพ หรือเฮียมหา บอกว่า หากอีกฝ่ายยอมรับผิดและขอโทษตนก็พร้อมที่ถอนแจ้งความเพราะไม่อยากมีเรื่อง แต่ยังติดใจเรื่องที่อีกฝ่ายให้สัมภาษณ์ว่าตนไปข่มขู่และพยายามทำร้ายร่างกายแม่ที่อายุ 90 ปี นั้นไม่เป็นความจริง แต่หากอีกฝ่ายไม่ยอมก็พร้อมที่จะดำเนินการทางกฏหมายต่อไปโดยทางพนักงานสอบสวนได้เรียกตัวตนไปสอบพร้อมกับขอข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติม   ในขณะที่ นายประสิทธิ์ หรือเฮียเชี้ยง ก็ออกมาบอกว่า พร้อมเคลียร์ปัญหาเช่นกันเพื่อให้ทุกอย่างจบ ไม่ต้องการเป็นคดีความเนื่องจากต้องดูแลแม่ที่ป่วยรวมทั้งน้องชายที่มีอาการทางประสาททุกคืนแทบไม่ได้นอน และสิ่งที่ทำลงไปก็เพราะไม่ต้องการให้เพื่อนบ้านตนนี้นำรถมาจอดขวางหน้าบ้านเพราะตนต้องพาแม่ไปหาหมอเป็นประจำ ไม่ต้องการการที่ทำลายทรัพย์ ซึ่งหากเรื่องนี้จบได้ก็พร้อมจะจบเพราะมีบ้านอยู่ติดกันไม่อยากมีปัญหากันอีก   ในทางคดี ร.ต.อ.พิเชษฐ์ เกื้อหนู รองสารวัตรสอบสวนเปิดเผยว่า คดีนี้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายสามารถมาเจรจาไกล่เกลี่ยและยอมความกันได้แต่ทั้งสองฝ่ายต้องเสียค่าปรับในการถอนคดี รวมทั้งไปเจรจาเรื่องค่าเสียหายกันเอง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 3,209
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.พ. 61

สุดอำมหิต! เพื่อนบ้านวางยาพิษในแท็งก์น้ำดื่มหวังฆ่ายกครัว แค้นไม่ให้กินเหล้าหน้าบ้าน

เกิดเหตุวางยาพิษในแท็งก์น้ำดื่มที่บ้านของนางสวรรค์ยา บริคช อายุ 35 ปี อาชีพทำสวนเกษตร ที่ ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวี รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุบนเขาสูง ห่างถนนเอเชีย 41 ประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวกลางสวนยางพารา เข้าไปตรวจสอบแท็งก์น้ำหลังบ้านจำนวน 3 แท็งก์ โดยที่แท็งก์กลาง ซึ่งต่อท่อประปาตรงเข้าไปในบ้านเพื่อใช้เป็นน้ำดื่ม พบน้ำในแท็งก์ที่รองรับจากน้ำฝนที่ปกติต้องเป็นน้ำใส แต่กลับเป็นสีขุ่น และมีกลิ่นเหม็นคล้ายมีส่วนผสมของสารเคมีชนิดหนึ่งที่ใช้ฆ่าแมลงในสวนยางพารา จึงตักน้ำใส่ขวดพลาสติกนำส่งหน่วยพิสูจน์หลักฐาน และเมื่อเจ้าหน้าที่นำน้ำมาลองดมกลิ่น ก็รู้สึกแสบจมูกทันที    นางสวรรค์ยา เปิดเผยว่า ตนเป็นบุตรสาวของนายสุวรรณ บริคช อายุ 76 ปี และนางธิดา บริคช อายุ 63 ปี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 หลังจากพ่อกับแม่รับประทานอาหารมื้อเย็น ได้ใช้ขันรองน้ำจากน้ำในโอ่งที่ต่อท่อประปาจากแท็งก์น้ำหลังบ้าน จากนั้นประมาณ 5 นาที ก็มีอาการปวดแสบปวดร้อนตั้งแต่ปาก ลำคอ ลำไส้ และเริ่มหายใจติดขัด นางสวรรค์ยาจึงรีบนำตัวทั้งสองคนส่ง รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ให้แพทย์ล้างท้องช่วยชีวิต และรอดูอาการ   ซึ่งแพทย์บอกว่าคนทั้งคู่ได้รับสารพิษประเภทยาฆ่าแมลงในปริมาณมาก นางสวรรค์ยาจึงกลับไปตรวจสอบในแท็งก์น้ำหลังบ้าน พบว่ามีสีขาวขุ่นและกลิ่นเหม็นคล้ายมียาฆ่าแมลงผสมอยู่ จากนั้นช่วงเช้าวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ่อและแม่ซึ่งมีอาการดีขึ้นได้เล่าว่าในช่วงเย็นวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 ได้ต่อว่าเพื่อนบ้านที่เป็นสามีภรรยาคู่หนึ่งที่มานั่งดื่มสุราหน้าบ้าน และขอให้ย้ายไปดื่มสุราที่อื่น ทำให้ทั้งสองคนแสดงอาการไม่พอใจ มองพ่อและแม่อย่างเคียดแค้น จนผ่านไปเพียง 1 วัน ก็เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว คาดว่าทั้งสองคนอาจนำยาฆ่าแมลงมาใส่แท็งก์น้ำ เพราะครอบครัวตนไม่เคยมีข้อขัดแย้งกับใครในหมู่บ้าน    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมหลักฐานและน้ำในแท็งก์น้ำดื่มไปตรวจสอบอย่างละเอียด และสอบปากคำ นางสวรรค์ยาและสามีอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนขออนุมัติหมายค้นเข้าไปค้นบ้านผู้ต้องสงสัย ส่วนพ่อแม่ของนางสวรรค์ยายังคงรักษาตัวใน รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เพราะแพทย์ต้องรอดูอาการว่า ยังสารพิษตกค้างที่ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายของทั้งสองคนอีกหรือไม่ เพราะสารพิษดังกล่าวอยู่ในประเภททำลายเซลล์ต่างๆ ที่เป็นอันตรายอย่างรุนแรงต่อเนื้อเยื่อของมนุษย์ด้วย       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oNzvOuLo8ls    

 40,270
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ย. 60

ตร.คุม 2 เพื่อนบ้านกระหน่ำตี รปภ.ดับ ฝากขังพร้อมค้านประกัน ลั่นเพราะป้องกันตัว อ้างผู้ตายทำร้ายก่อน

ความคืบหน้าเหตุเพื่อนบ้าน4คนอาวุธครบมือ ทั้งมีด ไม้เบสบอล และคมแฝก รุมทำร้าย นายสมชาย กลิ่นกล่อม อายุ 47 ปี รปภ.บริษัทธรรมนัสการ์ด ตลาดปัฐวิกรณ์ เสียชีวิต บริเวณปากซอย1 หมู่บ้านมณีมาศ ซอยคู้บอน6 แขวงและเขตคันนายาว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย น.ส.มนทรา มณทาเงินวัฒนาสุข อายุ 48 ปี นายสุชาติ อุตรา อายุ 50 ปี และนายสุรสีห์ อุตรา อายุ 24 ปี ทั้งหมดเป็นแม่พ่อลูก และน.ส.ศศินา สาตรพันธ์ อายุ 20 ปี ลูกสะใภ้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา น.ส.มนทรา และน.ส.ศศินา ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน ยังไม่สามารถสอบปากคำได้เนื่องจากได้รับบาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล       ล่าสุด พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยว่า . เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวน.ส.มนทรา และน.ส.ศศินา เข้าฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรีโดยคัดค้านการประกันตัว จากการสอบปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การภาคเสธอ้างว่า ผู้เสียชีวิตเข้ามาทำร้ายร่างกายก่อนจึงต้องป้องกันตัว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพยานหลักฐานมีความชัดเจน    ทั้งนี้สำหรับผู้ต้องหาอีก 2 คน ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสินแพทย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถควบคุมตัวได้เนื่องจากแพทย์ยังไม่อนุญาต จึงอยู่ระหว่างการขอศาลออกหมายจับ เมื่อออกจากโรงพยาบาลจะควบคุมตัวมาสอบปากคำทันที ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 46,887
ข่าวต่างประเทศ
30 ส.ค. 60

เพื่อนบ้านเสี่ยงตายปีนช่วยเด็ก 3 ขวบติดเหล็กดัดชั้น4 หลังแม่ปล่อยให้ลูกอยู่ห้องคนเดียว

สำนักข่าว mirror เผยแพร่ภาพนาทีชีวิตที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีน กรณีเพื่อนบ้านสุดกล้าหาญเสี่ยงตายปีนระเบียงไปช่วยเด็กหญิงวัย 3 ขวบที่ค้างเติ่งอยู่ชั้น4 ของอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งในมณฑลหูเป่ย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา     Chen Fangyong ฮีโร่ในเหตุการณ์ครั้งนี้เล่าว่า ขณะที่เขากำลังนอนหลับอยู่ในห้อง ก็ได้ยินเสียงดังจากข้างนอก เมื่อมองลงไปด้านล่างก็พบว่ามีคนกำลังมุงดูอะไรบางอย่าง ก่อนจะต้องตะลึงเมื่อเห็นเด็กกำลังห้อยอยู่ตรงหน้าต่างซึ่งเป็นเหล็กดัดชวนหวาดเสียว วินาทีนั้นเขาตัดสินใจปีนไปอุ้มตัวเด็กเอาไว้ก่อนที่จะพลาดพลัดตกลงมา กระทั่งผ่านไป 20 นาที เจ้าหน้าที่กู้ภัยก็สามารถตัดเหล็กดัดและช่วยดึงตัวทั้งคู่เข้ามาในอาคารได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความลุ้นระทึกของฝูงชนที่ให้กำลังใจอยู่ด้านล่าง     รายงานข่าวระบุว่า ก่อนเกิดเหตุแม่ของเด็กหญิงออกไปซื้อของที่ร้านค้าและปล่อยให้ลูกอยู่ที่ห้องเพียงลำพัง โดยไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าคล้อยหลังไปไม่นาน ลูกจะปีนหน้าต่างจนเกือบจะพลัดตกลงมา หากไม่ได้ความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน     ขณะความคิดเห็นในโซเชียลมีเดียต่างแสดงความชื่นชมในความกล้าหาญของชายคนดังกล่าว พร้อมทั้งตำหนิความล่าช้าของเจ้าหน้าที่ที่ใช้เวลานานเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะเดินทางมาถึง รวมทั้งตำหนิพ่อแม่ที่ปล่อยให้ลูกเล็กๆ อยู่บ้านคนเดียวจนเกิดเหตุร้ายขึ้น    

 4,687
ข่าวภูมิภาค
06 มิ.ย. 60

สาวใหญ่วางยา หวังฆ่าเพื่อนบ้าน เหตุแค้น อีกฝ่ายเขวี้ยงไม้ใส่ไก่ชน

วันนี้(6 มิ.ย.)เวลา 11.30 น. พ.ต.อ.ปรีดา ดวงพุทธา รักษาราชการแทน ผกก.สภ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย, พ.ต.ท.ก้องภพ สีหาชัย รองผกก.(สส.) ได้ไปเยี่ยมอาการของนางช่วงชัย ทองด้วง อายุ 46 ปี  ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ พร้อมกับนายสุระชัย ลาชม อายุ 60 ปี สามี โดยทั้งสองคนได้ดื่มกาแฟที่ผสมยาพิษเข้าไป ซึ่งนางช่วงชัย อาการปลอดภัยแล้ว ส่วนนายสุระชัย อาการน่าเป็นห่วงยังต้องอยู่ในความดูแลใกล้ชิดของแพทย์ในห้องไอซียู ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนางแวว มุลวงศรี อายุ 50 ปี  ซึ่งเป็นผู้ต้องหาวางยาทำร้ายสองสามีภรรยาไว้ได้   นางช่วงชัย ทองด้วง เล่าให้ฟังว่า บ้านของตนกับบ้านของนางแวว อยู่ติดกัน ต่างคนต่างเลี้ยงไก่ชนไว้ที่บ้านคนละตัว ช่วงสายของวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไก่ชนของนางแวว กระโดดข้ามรั้วมาจิกไก่ของตนเองซึ่งขังไว้ในสุ่มไก่ นายสุระชัย สามีของตนจึงขว้างไม้ใส่ ไม้ไปโดนตัวไก่ นางแววเห็นจึงรีบวิ่งมาเอาไก่กลับไปและฆ่ากิน ตนก็สอบถามว่าจะเอาค่าเสียหายหรือไม่ นางแววก็บอกว่าไม่ต้อง ต่อมาวันที่ 4 มิ.ย. นางแวว ได้ถือแก้วมาขอน้ำร้อน บอกจะไปชงกาแฟ ทั้งที่ไม่เคยขอมาก่อน ตนจึงบอกให้ไปกดน้ำร้อนจากกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าภายในครัว จนกระทั่งเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 5 มิ.ย.60 ตนตื่นนอนมาเสียบกระติกน้ำร้อนไฟฟ้า ชงกาแฟตามปกติ โดยชงกาแฟสำเร็จรูป 2 แก้ว ขณะกดน้ำร้อนก็ได้กลิ่นเหม็นฉุน สามีนำกาแฟไปดื่มก็บอกว่า รู้สึกกาแฟกลิ่นแรงกว่าทุกวัน ตนดื่มไปได้เล็กน้อยก็เกิดเอะใจ จึงบอกสามีว่าอย่าเพิ่งดื่มแล้วตนก็เดินมาดูน้ำในกระติกน้ำร้อน ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ เพียงมีกลิ่นฉุนเท่านั้น พอเดินกลับมาหาสามีก็ดื่มกาแฟหมดแก้วแล้ว และเกิดชักกระตุก น้ำลายฟูมปาก หมดสติ ทันที ส่วนตนก็มีอาการวิงเวียน จึงร้องเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยนำส่งโรงพยาบาล หลังจากทราบว่านางแวว เป็นผู้วางยาก็อยากจะถามว่า ทำไมถึงใจร้ายขนาดนี้ หากว่าตนนำน้ำร้อนชงนมให้หลานชายฝาแฝดวัย 3 ขวบดื่ม จะเป็นอย่างไร เพราะตามปกติจะต้องชงนมให้หลานทุกเช้า แต่ในวันเกิดเหตุหลานบอกอยากดื่มนมกล่องแทน จึงรอดตัวไป   พ.ต.อ.ปรีดา ดวงพุทธา รรท.ผกก.สภ.ท่าบ่อ กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลก็รีบนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ โดยสอบปากคำนางช่วงชัย ซึ่งยังมีสติตอบคำถามได้ ก็สงสัยว่าจะเกิดจากการดื่มกาแฟในตอนเช้า และพุ่งเป้าไปที่ข้อขัดแย้งเรื่องไก่ชนกับนางแวว โดยพบว่านางแววได้ติดตามไปที่โรงพยาบาลด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวนางแววมาสอบปากคำที่ สภ.ท่าบ่อ ใช้เวลาสอบนานประมาณ 5 ชั่วโมง สุดท้ายนางแวว ก็ยอมรับสารภาพ ว่าเป็นคนนำยากำจัดแมลงสาบ ลักษณะเป็นก้อนสีฟ้าที่หาซื้อได้ตามตลาดนัดทั่วไป เอาไปใส่ในกระติกน้ำร้อนของนางช่วงชัย 1 ก้อน เพราะแค้นแทนสามีที่ไก่ชนตัวโปรด ถูกนายสุระชัยขว้างไม้ใส่จนไก่ตาย จึงอยากจะแก้แค้น หวังจะให้ตกตายไปตามไก่ชน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และคุมตัวส่งศาลจังหวัดหนองคายแล้ว พร้อมกันนี้ยังให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บตัวอย่างเลือด น้ำร้อน กระติกน้ำร้อน และพยานแวดล้อมต่าง ๆ ตรวจสอบว่าเป็นสารพิษชนิดใดประกอบสำนวนคดีด้วย

 15,394
ข่าวภูมิภาค
17 มี.ค. 60

สอบเครียด มือยิง m16 ใส่เพื่อนบ้าน สอบประวัติพบไม่มีอาการทางจิต

เมื่อเวลา 12.30 น.พ.ต.อ.ยศวัจน์ งามสง่า ผู้กำกับ สภ.เมืองสุรินทร์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังเข้าจับกุมตัวนายเดชา หรือ เทือง คงชูดี อายุ 38 ปี ผู้ก่อเหตุกราดยิงชาวบ้านด้วยเอ็ม 16 ขณะตักบาตรที่หมู่ 17 บ้านกระเพอสะกวม ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 3 ราย   ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายเดชา ไม่พบว่าเคยเข้ารับการรักษาอาการทางจิต แต่เป็นคนเงียบขรึม เก็บตัว ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และจากการสอบสวนในเบื้องต้นคนร้ายยอมรับว่า สาเหตุที่ทำให้ก่อเหตุกราดยิงเพื่อนบ้าน เนื่องมาจากเกิดความหวาดระแวง เกรงว่าเพื่อนบ้านจะแกล้ง โดยการแจ้งตำรวจให้มาตรวจค้นบ้าน จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว   ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำนายเดชา โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด หลังจากนั้นจะทำเรื่องขอฝากขังต่อศาล ซึ่งคาดว่าจะยื่นขอฝากขังต่อศาลได้ภายในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.60)   อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ได้เข้าทำการจับคุมตัวนายเดชาได้ในช่วงสายของวันนี้ ขณะเจ้าตัวกำลังทำธุรกรรมทางการเงินที่ธนาคาร     ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 2,988

Top