ค้นหา :

ผลการค้นหา "เพื่อนบ้าน"

บันเทิง
12 พ.ย. 62

'หนูแหม่ม' โพสต์โวยข้างบ้านสร้างตึกสูง แต่ไม่รักษาความปลอดภัย แจ้งเขตไปแต่ก็ไม่เข้ามาดูแล

หนูแหม่ม โพสต์คลิปโวยความสงบอยู่ตรงไหน หลังข้างบ้านสร้างตึกสูง แต่ไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัย แจ้งเขตไปแต่ไม่มีการเข้ามาดูแล บอกไม่แปลกใจทำไมคนทั่วไปถึงทะเลาะกับผู้รับเหมา   หนูแหม่ม สุริวิภา โพสต์คลิประบายผ่านอินสตาแกรมของตัวเอง พร้อมเขียนข้อความบอกว่า   "เราอยู่เขตลาดพร้าวค่ะ..??? ...ความกังวล...ความปลอดภัย...ความสงบ...ไม่มี...??? #ตอนนี้คือกลัวมาก ....อันตรายมาก...#เขตลาดพร้าว #เคยแจ้งแล้ว #ไม่คำตอบหรือมีอะไรเกิดขึ้น"   โดยเหตุการณ์ในคลิปมีการก่อสร้างตึกสูงติดกับริมรั้วบ้านของ พี่หนูแหม่ม แต่ผู้รับเหมาและช่างก่อสร้าง ไม่ได้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับบ้านของตัวเอง ไม่มีการขึงผ้าหรือสะแลน ป้องกันไม่ให้เศษวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะหล่นลงมาใส่ที่บ้านตัวเองวันไหน ไม่แปลกใจทำไมคนถึงทะเลาะกับผู้รับเหมา   พี่หนูแหม่ม ยังบอกอีกว่า ได้แจ้งไปที่เขตลาดพร้าวแล้ว แต่ก็ไม่มาดุแล ทุกวันนี้อยู่ด้วยความกลัว หากทะเลาะกันก็เป็นเรื่องอีก และยังได้ฝากถามว่าด้วยว่าควรไปแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่ไหน หรือต้องยอมไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kTqSUkNqU7k

 235
ต่างประเทศ
06 ก.ย. 62

เพื่อนบ้านแก้เผ็ด มนุษย์ป้ากินเจโร่ฟ้องศาล ได้กลิ่นบาร์บีคิวจากข้างบ้านรบกวน

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์...มีคดีแปลกของหญิงชาวออสซี่ จากเมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย ที่กินเจคนหนึ่งทำการฟ้องร้องเพื่อนบ้าน หลังได้กลิ่นเนื้อสัตว์จากการปิ้งบาร์บีคิว โดยเธออ้างว่ากลิ่นเนื้อสัตว์ทำลายคุณภาพชีวิตของเธอ ไม่สามารถออกไปนั่งชิลนอกบ้านได้ นอกจากนี้ยังมีควันบุหรี่และเสียงดังจากเด็กๆที่ออกมาเล่นนอกบ้าน   เมื่อเรื่องถึงศาล ศาลก็ปฏิเสธคำร้องของเธอ เพราะเป็นเรื่องไร้เหตุผลและไม่มีหลักฐานเพียงพอ จึงไม่รับฟ้อง หญิงคนดังกล่าวยังไม่ยอมแพ้ ยังยื่นอุทธรณ์พร้อมเอกสาร 400 หน้า แต่ก็ถูกศาลปฏิเสธอีกเช่นกัน   ด้านเพื่อนบ้านก็จัดอีเวนท์ระดมคนมาจัดปาร์ตี้ที่บ้านครั้งยิ่งใหญ่ ตั้งชื่องานกวนๆว่า Community BBQ for Cilla Carden (ชื่อของหญิงกินเจ) ขอเชิญคนที่สนใจมาร่วมกินบาร์บีคิวเพื่อประท้วงการกระทำของเธอ ชวนให้เอาหมูไปเสียบบนส้อมของเธอ ซึ่งตอนนี้มีคนสมัครเข้าร่วมอีเว้นท์นี้หลายพันคนแล้ว                                  เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม                              A vegan took her neighbors to court over the smell of meat from their barbecue. หญิงชาวออสเตรเลียที่กินเจคนหนึ่ง ฟ้องร้องเพื่อนบ้านเพราะได้กลิ่นเนื้อสัตว์จากการปิ้งบาร์บีคิว   vegan (n.) คนกินเจ อ่านว่า ฟี่เกิ่น   vegetarian (n.) มังสวิรัติ อ่านว่า เฝ็ดเจอะแทะเรียน   The case was thrown out of court. คดีโดนยกทิ้งออกจากศาล   "Community BBQ for Cilla Carden" บาร์บีคิวชุมชนเพื่อซีล่าคาร์เด้น   Don't let Cilla destroy a good old Aussie tradition. อย่าปล่อยให้ซิล่าทำลายประเพณีอันดีของชาวออสซี่   GET SOME PORK ON HER FORK เอาหมูไปเสียบบนส้อมของเธอเถอะ   I hope everything works out. หวังว่าเรื่องนี้จะจบลงด้วยดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/teK6sX3cm1o

 39,074
สังคม-อาชญากรรม
26 ส.ค. 62

หนุ่มใหญ่ สุดทนโดนด่าหยาบคาย ใช้เหล็กแหลมแทง 3 แม่ลูก ดับ 1 เจ็บ 2 คาดปมปัญหาเย็บผ้าเสียงดัง

เกิดเหตุเพื่อนบ้านโหดใช้เหล็กแหลมแทง 3 แม่ลูก ภายในศรีไทยคอนโดตึกที่ 3 ซอยประชาอุทิศ 33 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. โดยผู้เป็นแม่คือนางมาลาทอง แซ่ฉั่ว อายุ 44  ปี โดนแทงเข้าราวนมข้างซ้าย 1 แผล และหน้าท้องบริเวณลิ้นปี่อีกหนึ่งแผล เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงบาลบางประกอก 1 ได้การปั๊มหัวใจแต่ไม่สามารถยื้อได้เสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล   ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 คน เป็นลูกของผู้ตาย คือนายขจรศักดิ์ แซ่ฉั่ว อายุ 21 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกแทงศีรษะและใต้รักแร้ซ้ายอาการสาหัส ส่วนนางสาวเดือนเพ็ญ แซ่ฉั่ว อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นลูกสาว ถูกแทงเข้าที่ศีรษะ 2 แผล เลือดอาบหน้ายืนร้ำไห้อยู่หน้าคอนโดฯจุดเกิดเหตุแทบขาดใจ เจ้าหน้าที่ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล     ลูกสาวของผู้ตาย เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนและพี่ชายอยู่ในห้องพักที่ชั้น 3 จากนั้นแม่ได้เก็บเสื้อผ้าเอาลงไปซักชั้นล่าง ระหว่างที่แม่กำลังเดินกลับห้องได้เดินไปเจอผู้ก่อเหตุบริเวณบันไดขึ้นลงของอาคารระหว่างชั้น 1 กับชั้น 2 แล้วเกิดมีปากเสียงกัน เปิดเปิดประตูห้องได้ยินเสียงแม่ร้องขอความช่วยเหลือ ตนกับพี่ชายจึงรีบวิ่งไปดูเห็นผู้ก่อเหตุใช้เหล็กแหลมที่พกติดตัวมาแทงบริเวณท้องแม่ของตน   จากนั้นตนจึงผลักตัวผู้ก่อเหตุออก ซึ่งผู้ก่อเหตุผลักตนชนผนังและใช้เหล็กแหลมแทงศีรษะผลักตกบันได  และจะแทงแม่ของตนซ้ำอีก พี่ชายเข้าไปห้ามก็ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บเช่นกัน จากนั้นผู้ก่อเหตุได้วิ่งหนีออกจากอาคารไปข้างตึก ซึ่งกล้องวงจรตึกตรงข้ามสามารถจับภาพผู้ก่อเหตุวิ่งหนีหน้าตาตื่น ขณะที่ลูกสาวและลูกชายของผู้ตายวิ่งตามลงมาตะโกนลั่นตึกเพื่อขอความช่วยเหลือ   ด้านสามีพร้อมด้วยลูกสาวของผู้ตายได้เข้าแจ้งความและให้ปากคำกับตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ครอบครัวของตนพักอยู่ชั้น 3 ส่วนครอบครัวของผู้ตายพักอยู่ชั้น 4 ของคอนโดฯ ดังกล่าว มีปัญหากันมานานแล้ว เนื่องจากห้องก่อเหตุทำอาชีพเย็บผ้าโหลซึ่งใช้เครื่องจักรเย็บผ้าส่งเสียงดังรบกวน พ่อแม่ของตนเคยขึ้นไปบอกให้เย็บจักรเบา ๆ  แต่ก็ยังก่อความเดือดร้อนรำคาญเหมือนเดิม ยืนยันไม่เคยขึ้นไประรานหาเรื่องก่อน ทั้งที่กฎของคอนโดฯ ห้ามนำเครื่องจักรขึ้นไปเย็บผ้า แจ้งนิติบุคคลแต่ไม่ดำเนินการใดๆ   ลูกสาวผู้ตายกล่าวเพิ่มเติมว่า 6-7 ปี ที่ผ่านมาได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแก้ไขปัญหาโดยตลอด ขึ้นโรงพักมาแล้วหลายครั้ง ทาง สนง.เขตทุ่งครุ มาตรวจสอบพบว่าความดังปกติ นอกจากนี้แม่ของตนเคยไปแจ้งความว่าผู้ก่อเหตุนำรถ จยย.ไปจอดขวางทางเดินบนคอนโดฯ ตำรวจเรียกมาเสียค่าปรับ พอกลับถึงคอนโดฯ พ่อของตนก็ถูกผู้ก่อเหตุตีศีรษะแตก ขู่ฆ่าทั้งครอบครัว   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามเพื่อนร่วมคอนโดฯ  ให้ข้อมูลว่า จักรเย็บผ้าห้องผู้ก่อเหตุไม่ได้เสียงดังมากและเย็บผ้าเป็นเวลาเฉพาะกลางวัน คนอื่นไม่เห็นมีใครเดือดร้อน มีเพียงครอบครัวผู้ตายเท่านั้นที่มีปัญหากับห้องผู้ก่อเหตุ ห้องอื่นๆ ก็มีเครื่องจักรเย็บผ้าเหมือนกัน สอบถามนิติบุคคล ระบุว่า ครอบครัวผู้ตายย้ายมาอยู่ทีหลังได้ประมาณ 8 ปี เคยมีปัญหากับนิติฯ ไม่ยอมจ่ายค่าส่วนกลางนานนับปี ไปทวงก็อ้างว่านิติฯ ไม่พัฒนาที่อยู่อาศัยปล่อยให้มีสภาพทรุดโทรม     สำหรับผู้ก่อเหตุทราบชื่อนายอภิเดช  แก้วสืบ อายุ 58 ปี  หลังเกิดเหตุได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ เผยว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายเดินขึ้นห้องตามหลังตนด่าว่า “ไอ้เหี้-” ตนถามว่าด่าใคร ผู้ตายพูดว่า “เรื่องของกู” จึงต่อยไป 1 ครั้ง จากนั้นผู้ตายโทรเรียกลูกมารุมทำร้ายตน ด้วยความชุลมุนในมือถือเหล็กแหลมยาวประมาณ 1 คืบ ซึ่งเก็บมาจากถังขยะนำไปขายของเก่าจึงแทงสวนไป ลูกชายผู้ตายล็อกคอตนไว้  ตนก็พยายามดิ้นจนหลุดแล้ววิ่งหนี เหล็กไปโดนลูกของผู้ตายไม่ได้ตั้งใจแทง   “หลังเกิดเหตุไม่ได้หนีไปไหน ผมเดินอยู่ริมถนนแล้วโทรหาหลานยอมรับผิด จากนั้นก็เข้ามอบตัวกับตำรวจ ที่ทำไปเพราะวูบไม่ได้คิดไตร่ตรองไว้ก่อนว่าจะทำร้ายเขา หรือต้องการแทงให้ตายแค่ปรามให้เขารู้สึกว่าอย่ามายุ่งกับครอบครัวของผมอีก ถ้าไม่ด่าผมก่อนก็ไม่เกิดเหตุนี้ขึ้น ครอบครัวผมถูกกระทำมาเยอะผมไม่ขอโทษหรอก ผมกดดันมานานแล้ว พยายามอดทนมาโดยตลอด”   ขณะที่นางพิมภาวรรณ แก้วสืบ ภรรยาของผู้ก่อเหตุ ระบุว่า ภายในห้องมีจักรเย็บผ้าเครื่องเดียวเท่านั้น เย็บผ้าโหลชุดนอนเด็กทุกวัน ตั้งแต่ 08.30-19.00 น. ทำมานานกว่า 20 ปีแล้ว ครอบครัวทั้ง 2 ฝ่าย มีปัญหากันมาตั้งแต่มี 2555 เรื่องจักรเย็บผ้าเสียงดังร้องเรียนเป็นประจำ ผู้ตายและสามีเคยเข้าไปถ่ายรูปในห้องของตนเพื่อนำไปร้องเรียน   ด้านคดีพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ ได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,พยายามฆ่า และทำร้ายร่างกายผู้อื่นบาดเจ็บ โดยวันนี้ ( 26 ส.ค) จะนำตัวผู้ต้องหาขอศาลออกหมายขัง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GLBSLrR6aAw

 39,120
แชร์ออฟเดอะเดย์
01 ก.ค. 62

โวย หมาบางแก้วปีนกัดรถพัง คนเลี้ยงปัดรับผิดชอบ ให้ไปเอาเรื่องกับหมา

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Eik Q Sang โพสต์คลิปและเล่าเรื่องราวที่ถูกสุนัขเพื่อนบ้านกัดรถยนต์ที่จอดไว้จนพังเสียหาย แต่คนเลี้ยงไม่แสดงความรับผิดชอบ   โดยผู้โพสต์ระบุว่า “เป็นอุทาหรณ์ ขนาดมีคลิปชัดเจน ประกันยังทำอะไรเจ้าของหมาไม่ได้ เจ้าของหมาไม่ยอมไปสน. ให้ไปฟ้องมาอย่างเดียว ตำรวจมาก็พูดอะไรไม่ได้ เจ้าของไม่ไปอย่างเดียวให้ไปเอาเรื่องกับหมา”   กระโปรงรถ บังโคนข้างยับเยิน ประกันก็รับผิดชอบไป จำไว้นะเลี้ยงหมา พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ ทำไรหมาไม่ได้ ให้ไปเอาเรื่องกับหมา แต่ถ้าลองหมาโดนกระทำ เต้นหาคนรับผิดชอบทันที นี่กฎหมายประเทศไทย”   โดยเหตุการณ์นี้เกิดในซอยสายไหม 14 โดยสุนัขพันธุ์บางแก้วของเพื่อนบ้านกัดรถยนต์พังเสียหาย ล่าสุดกระโดดขึ้นไปกัดผ้าคลุมจนขาด ส่วนกระโปรงหน้ารถมีรอยขีดข่วน แถมบริเวณขอบล้อรถ ก็มีรอยกัดของสุนัขหลายจุด ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงเจ้าของสุนัขที่ไม่ดูแลสัตว์ลเยงของตนเองให้ดี จนสร้างเดือดร้อนให้เพื่อนบ้าน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mF-Au_PO4f4

 6,870
ต่างประเทศ
21 มิ.ย. 62

ลุงไต้หวันสุดแสบ แอบฉี่-อึ-อาบน้ำลงถังน้ำอพาร์ทเมนท์ ล้างแค้นเพื่อนบ้านนานกว่า 1 ปี

ไต้หวัน - ชาวไต้หวันแอบฉี่ลงถังพักน้ำล้างแค้นเพื่อนบ้าน มานานกว่า 1 ปี โดยกล้องวงจรปิดสาารถจับภาพได้ชัดเจน ขณะที่ลุงชาวไต้หวันวัย 69 ปี กำลังปีนขึ้นไปทิ้งของเสีลงในถังพักน้ำส่วนกลางของอพาร์ทเมนท์ ทั้งอุจจาระ และปัสสาวะ บางครั้งยังอาบน้ำในถังพักน้ำอีกด้วย ทำมานานกว่า 1 ปี   หลังถูกจับได้สารภาพทำไปเพื่อล้างแค้นเพื่อนบ้าน ที่โทรไปแจ้งให้บริษัทโทรคมนาคมเอาอุปกรณ์สื่อสารที่เขาแอบไปดีลกับบริษัทแบบลับๆ เอามาติดตั้งที่อพาร์ทเมนท์ รับเงินเดือนละ 1,200 บาท ออกไป จึงโกรธแค้นเพื่อนบ้านที่ทำให้เสียรายได้ ลงมือก่อเหตุไม่สนใจใคร  

 2,236
สังคม-อาชญากรรม
28 พ.ค. 62

เพื่อนบ้านสุดทน ร้องบ้านหรู เลี้ยงไก่กว่าร้อยตัว ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กบุ๊กชื่อ Pik Sudsawart Chiruppapa โพสต์ร้องเรียน เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 62 ว่าบ้านหรูย่านวิภาวดี 44 ภายในบ้านที่มีเจ้าของเป็นลูกอดีตนายตำรวจใหญ่ มีการเลี้ยงไก่กว่า 300 ตัว และบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยขยะสกปรกส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเพื่อนบ้านมาเป็นเวลานาน โดยได้ร้องเรียนต่อสำนักงานเขตจตุจักรแล้ว แต่เรื่องยังไม่มีความคืบหน้า   วันที่ 28 พ.ค. 62 จากการลงพื้นที่ของทีมข่าวช่อง 3 พบเป็นบ้าน 2 ชั้น กำแพงติดกันกับบ้านทั้งสองฝั่ง มีต้นไม้ปกคลุมหนาแน่นอย่างไม่เป็นระเบียบ บริเวณด้านหน้าประตูมีสภาพเรียบร้อย แต่ด้านในเต็มไปด้วยไก่ทั้งที่อยู่ในเล้า ในกรง ถูกเลี้ยงแบบเปิดอยู่จำนวนมาก มีเศษขยะ ดิน ฟาง ข้าวเปลือก และข้าวของที่รกกระจัดกระจาย เวลามีลมโกรก ขี้ไก่ส่งกลิ่นเหม็นเป็นอย่างมาก บริเวณรอบบ้าน และ นอกบ้าน   โดยแม่บ้านที่อยู่ข้างบ้าน เปิดเผยว่า อยู่ที่นี่มา 5 ปี ก็จะได้กลิ่นจากไก่ และขี้ไก่เป็นระยะ และเมื่อฝนตกก็จะมีกลิ่นแรงมาก ทุกครั้งที่ทำอาหารหรือทำความสะอาดบ้าน หากไม่ปิดประตู ก็มักจะได้กลิ่นไม่พึงประสงค์โชยมาทั้งวัน   ด้านเจ้าของบ้านที่เลี้ยงไก่ กล่าวว่า ตนทราบเรื่องว่าทางเพื่อนบ้านทำเรื่องร้องเรียนมาว่าตนเลี้ยงไก่และสุนัขภายในบ้าน ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งตนเลี้ยงมาตั้งหลายสิบปีแล้ว เนื่องจากตนเป็นคนรักไก่ คนรู้จักก็นำมาให้ ตนก็เลี้ยง และเพราะพันธุ์ไปเรื่อยๆ จนมันแพร่กระจายออกไปหลายตัว ซึ่งปัจจุบันก็มีไก่พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ประมาณ 100 ตัว และลูกไก่อีกหลายตัว    ด้านเจ้าหน้าที่เขตจตุจักรและกรมปศุสัตว์ ได้มาเจรจากับคนเลี้ยงไก่โดยบอกว่า ทางกรมปศุสัตว์จะดำเนินการขนย้ายไก่ให้ เนื่องจากหากจะดำเนินเรื่องเอง อาจจะล่าช้า เพราะต้องทำเรื่องติดต่อรถ จึงขออาสาดำเนินการให้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถขนย้ายได้ภายในอาทิตย์หน้า โดยคนเลี้ยงก็ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าตำรวจอย่างดี    

 11,660
สังคม-อาชญากรรม
25 ม.ค. 62

รวบแล้วหนุ่มหื่นมุดมุ้ง ใช้เชือกรัดคอสาวหวังข่มขืน พร้อมแจ้ง 2 ข้อหา

จากกรณีนางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี ถูกชายอายุประมาณ 25 ปี เพื่อนบ้านในละแวกเดียวกัน พยายามเข้าข่มขืน โดยใช้เชือกรัดคอ ในยามวิกาล เมื่อช่วงเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 14 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา และ ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หางน้ำสาคร ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ เวลาผ่านไป 1 สัปดาห์คดีไม่คืบ แถมผู้ก่อเหตุยังมาวนเวียนหน้าบ้าน เกรงก่อเหตุซ้ำ เจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการรวบรวมหลักฐานขอหมายศาลจังหวัดชัยนาทออกหมายจับ นายพรรษา รามนันท์ อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 51/2 ม.4 ต.อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ เมื่อวันที่ 22 ม.ค.62 นั้น   ล่าสุด (25 ม.ค.62) เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.อารักษ์ สมถวิล ผกก.สภ.หางน้ำสารคร อ.มโนรมย์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ นำตัวนายพรรษา รามนันท์ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บ้านผู้เสียหายซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ โดยชี้จุดที่เข้าไปก่อเหตุบริเวณที่นอน ซึ่งก่อนเข้าไปได้แอบซุ่มอยู่ในป่าบริเวณหน้าบ้าน จากนั้นเมื่อสบโอกาสช่วงผู้เสียหายออกจากบ้านไป จึงแอบเข้าบ้านทางประตูด้านหลังซึ่งไม่ได้ล็อก แล้วเข้าไปล็อกกุญแจหน้าห้องของมารดาผู้เสียหาย แล้วซุ่มอยู่ภายในบ้านรอจนคนในบ้านนอนหลับสนิทกันหมดแล้วจึงเข้าก่อเหตุ มุดมุ้งเข้าไปใช้เชือกรัดคอแล้วใช้มือปิดปากไม่ให้ส่งเสียงร้อง แต่ผู้เสียหายต่อสู้จนหมวกไอ้โม่งของนายษาหลุดออก นายษากลัวผู้เสียหายจำหน้าได้จึงรีบวิ่งหนีออกจากบ้านทันที ส่วน น.ส.เอ ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บที่บริเวณคางและใบหน้า   นายพรรษารับสารภาพว่า จะเข้าไปลักทรัพย์ เนื่องจากไม่ได้ทำการล่วงละเมิดผู้เสียหาย เพียงใช้มือปิดปากไม่ให้ร้องเสียงดัง โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีในข้อหา 2 ข้อหา คือ 1.บุกรุกในเคหะสถานเวลากลางคืนโดยใช้กำลังประทุษร้าย และ 2.พยายามทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   พ.ต.อ.อารักษ์ สมถวิล ผกก.สภ.หางน้ำสารคร กล่าวว่า คดีนี้ผู้ต้องหาได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน เราได้ทำงานอย่างเต็มที่ การสืบสวนได้มีการกระจายกำลังไปในพื้นที่ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้ให้ความสำคัญ จนสามารถจับกุมตัวได้ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านมารดาของผู้ต้องหาเอง    นางสาวเอ  กล่าวว่า หลังทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวนายพรรษาได้ รู้สึกสบายใจขึ้น ไม่ต้องกลัวอีกต่อไป ถ้ายังจับไม่ได้ก็ยังคงต้องหวาดผวา นอนไม่หลับทุกคืนเพราะไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหนจะเข้ามาทำร้ายอีกเมื่อไร    (ออกหมายจับแล้ว หนุ่มหื่นมุดมุ้ง ใช้เชือกรัดคอสาวหวังข่มขืน)

 3,072
แชร์ออฟเดอะเดย์
30 พ.ย. 61

หนุ่มเตือนสาวข้างบ้านเปิดเพลงเสียงดังสนั่น เจอสวนกลับ "เปิดมาเป็นสิบปี ถ้ารำคาญก็ย้ายออกไป"

หนุ่มรายหนึ่งที่พึ่งย้ายมาอาศัยอยู่ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ จ.ชลบุรี พร้อมกับภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ เจอเพื่อนบ้านเปิดเพลงเสียงดัง จึงไปเตือน พร้อมกับถ่ายคลิปไว้ แต่กลับถูกต่อว่า    โดยได้โพสต์ข้อความขอคำปรึกษาในกลุ่มทนายอาสา โดยระบุว่า “พอดีมีปัญหากับเพื่อนบ้านนะครับเรื่องเปิดเพลงเสียงดังพอเราบอกให้ลดเสียงลงหน่อยกลับมีข้อความและด่าทอตามคลิปนี้ครับ กรณีนี้เข้าข่ายหมิ่นประมาทมาตรา 328 มั้ยครับ เพราะมีชาวบ้านเค้าออกมาดูด้วย รบกวนขอความคิดเห็นหน่อยครับและขอบคุณพลังของโซเชียลด้วยนะครับ"     ก่อนที่ต่อมาจะโพสต์ภาพจดหมายที่สาวข้างบ้านเขียนมาให้ โดยในใจหมายสรุปใจความได้ว่า "ขอโทษที่เปิดเพลงเสียงดัง แต่ตนเปิดเพลงแบบนี้มากว่า 10 ปี แล้ว ไม่เคยมีปัญหากับใคร ย้ายไปที่อื่นเลย ถ้ารำคาญ ไม่สนิทกูไม่สนจบ กูฟังทุกวัน ทนไม่ได้หรืออย่างไร ทั้งหมู่บ้านรู้จักกูหมด" ลงชื่อ สายป่าน    ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายสุริยะ มีโสภะ อายุ 36 ปี พร้อมด้วยแฟนสาว ตั้งครรภ์ 8 เดือน ได้นำหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ ในขณะเกิดเหตุเดินทางเข้าพบ ตร. สภ.หนองขาม เพื่อร้องทุกข์กรณีเปิดเพลงเสียงดัง พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน     นายสุริยะ กล่าวว่า ปกติแล้วตนและภรรยาตน ซึ่งตอนนี้ตั้งครรภ์ได้ 8 เดือนแล้ว ได้ตัดสินใจซื้อบ้านเดี่ยว ชั้นเดียวภายในหมู่บ้านประดิษฐไพศาล ม.10 ต.บึง อ.ศรีราชา โดยเข้ามาอยู่ได้ประมาณ 2 เดือน     ซึ่งตั้งแต่เข้ามาพักอาศัย หญิงสาว อายุประมาณ 20- 25 ปี โดยพักอาศัยอยู่บ้านติดกัน ก็เริ่มเปิดเพลงเสียงดัง ช่วงนั้นตนก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไร แค่วันเดียว แต่หลังจากนั้น เริ่มหนักขึ้นทุกๆ วัน บางวันถ้าพ่อและแม่ของหญิงสาวดังกล่าว ไปทำงานหรือไม่อยู่บ้าน ก็จะเปิดเพลงเสียงดังทุกครั้งจนภรรยาตนไม่ค่อยได้พักผ่อน     ล่าสุดก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลา 08.00 น. – 10.00 น. ของวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตนได้ออกไปทำธุระมา พอมาถึงบ้านก็ได้ยินเสียงเพลงดังสนั่น จึงได้เดินไปตักเตือนหญิงสาวดังกล่าว ว่าขอให้เบาเสียงเพลงลงหน่อย ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน จู่ๆ ก็ได้มีกระดาษ จำนวน 3 ใบ เขียนเต็ม ทำนอง ด่าด้วยความหยาบคาย เสียๆ หายๆ     อีกทั้งยังระบุอีกว่า ถ้าไม่พอใจก็ย้ายออกไป ตนจึงได้รีบนำหลักฐานเอกสารดังกล่าว พร้อมกับคลิปวิดีโอในขณะเกิดเหตุ และคลิปเสียงในขณะที่หญิงสาวตะโกนด่าคำหยาบคาย เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน     นายสุริยะ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็ได้เข้าไปพูดคุยกับพ่อแม่ ของหญิงสาวดังกล่าวแล้ว เพื่อปรับความเข้าใจกัน แต่หญิงสาวดังกล่าวไม่ยอมที่จะลดละการโต้เตียงเลย ซึ่งตนที่มาซื้อบ้านหลังนี้ ก็ไม่อยากที่จะมีปัญหากับทางเพื่อนบ้าน อยากจะอยู่อย่างสงบสุข แต่ก็ต้องพบเจอกับปัญหาดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/a56AbL5_BaM

 36,906
แชร์ออฟเดอะเดย์
01 พ.ย. 61

โวยเพื่อนบ้านเห็นแก่ตัว จอดรถขวางประตูบ้านไม่เกรงใจ จะเดินเข้าบ้านแทบไม่ได้

สมาชิกเว็บไซต์พันทิป ได้ตั้งกระทู้ระบุว่า 'นิสัยการจอดรถของเพื่อนบ้าน มันขนาดนี้เลยเหรอ' โดยเล่ารายละเอียดว่า   ผู้โพสต์ทิ้งบ้างหลังนี้ ร้างมา 15-20 ปีได้ แล้วกำลังเข้าปรับปรุงบ้านด้วยตนเอง ปัญหาที่เจอคือเพื่อนบ้านข้างๆ เจอหน้าก็ได้คุยทำความรู้จักในวันสองวันแรก ได้เห็นเขาจอดรถเกยมาครึ่งคัน ก็ไม่ได้คิดไรมากเดี๋ยวต่อไปเขาก็คงจอดบริเวณส่วนหน้าบ้านเขาเอง   ผลปรากฏว่าหลังจากนั้น 1 เดือนกว่าก็แล้ว ไม่ปรับปรุงการจอดรถ จนเดือนที่ 2 ผ่านไป เจอมารู้สึกเจ็บ ทั้งๆที่เขาเห็นว่าเราเอามอเตอร์ไซค์มาทำงานที่บ้าน จอดในบ้าน ไฟในบ้านก็เปิด จากในรูปกระบะคันดำที่เคยจอดยังไงก็จอดแบบนั้น มีคันขาวมาแจมอีก ก็รถบ้านเดียวกัน เล่นถอยแบบว่า จะเดินยังไม่มีทางไปเลย แล้วจะเอามอไซค์ออกกลับที่พักยังไง   เมื่อมีเรื่องปรากฏออกไป ทำให้มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น และตำหนิพฤติกรรมเพื่อนบ้านที่เห็นแก่ตัวจำนวนมาก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uF9V59JCJ84

 14,903
ข่าวภูมิภาค
09 ต.ค. 61

หนุ่มแค้นเพื่อนบ้าน คว้าปืนกระหน่ำยิงจนหมดแม็ก ดับสลด

เพื่อนบ้านติดกันมีปัญหาเรื่องสตาร์ทรถจักรยานยนต์เสียงดังเหมือนท้าทาย บานปลายถึงขั้นชักปืน 9 มม. ออกมากระหน่ำยิง 2 แม็ก ดับคาที่    วันนี้ (9 ต.ค.) ตำรวจ สภ.สทิงพระ จ.สงขลา และ เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานเหตุยิงกันตายภายในบ้านที่เพิ่งสร้างใหม่ยังไม่มีเลขที่ ต.บ่อดาน อ.สทิงพระ จ.สงขลา พบร่างนายสุพล ชูมณี อายุ 39 ปี เสียชีวิต โดยถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ศีรษะ 1 นัด และลำตัวจนพรุนเสียชีวิตคาประตูบ้าน    จากการตรวจสอบบริเวณหน้าบ้านพบหัวกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 8 หัว และกระสุนปืนที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์อีก 1 นัด รวมทั้งปลอกกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายศราวิน ชูสุวรรณ อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป   สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา โดยผู้ตายได้เดินทางกลับมาเยี่ยมญาติที่บ้านเกิดเหตุ เพื่อรวมญาติทำบุญวันสารทเดือนสิบ หรือส่งตายาย ซึ่งขณะเกิดเหตุได้ตั้งวงดื่มกินกับญาติอยู่บริเวณหน้าบ้านรวม 5 คน และระหว่างนั้นเพื่อนบ้านซึ่งเป็นผู้หญิง ได้สตาร์ทรถจักรยานยนต์ที่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งอยู่ติดกัน และบิดคันเร่งเสียงดัง ทำให้นายสุพลไม่พอใจเพราะคิดว่าถูกเบิ้ลเครื่องใส่ จึงปาแก้วใส่ และมีปากเสียงกันขึ้น   ทำให้ นายศราวิน ซึ่งเป็นน้องชายของหญิงคนดังกล่าวไม่พอใจ และโกรธแทนพี่สาว จึงเดินออกจากบ้านพร้อมกับถืออาวุธปืน 9 มม. ออกมากระหน่ำยิง นายสุพล จนล้มคว่ำหน้าบ้าน และยิงซ้ำจนหมดแม็ก และได้ใส่แม็คใหม่กระหน่ำยิงอีกชุดด้วยความโมโห    เบื้องต้น นายศราวิน ได้ประสานญาติเตรียมเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่แล้ว     

 6,992
ต่างประเทศ
18 ก.ย. 61

ป้ามะกันสุดทน เอาขี้หมาป้ายประตูเพื่อนบ้าน แก้เผ็ดปล่อยหมามาอึในสนามหญ้า

สำนักข่าว metro รายงานข่าวความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้านที่เกิดขึ้นที่เมืองดีทรอยต์ของรัฐมิชิแกน สหรัฐฯ กรณีหญิงคนหนึ่งนำอุจจาระของสุนัขไปป้ายหน้าประตูเพื่อนบ้าน หลังคู่กรณีพาสุนัขไปขับถ่ายในสวนของเธอ     คลิปจากกล้องวงจรปิดซึ่งติดตั้งไว้ที่หน้าบ้านของ ไมเคิล สมิธ และ จอย เอ็ดเวิร์ด แสดงภาพขณะ เบรนด้า มูลิน เพื่อนบ้านถือถุงพลาสติกที่เลอะอุจจาระสุนัขชิวาวาที่คู่กรณีเลี้ยงเอาไว้มาป้ายตรงลูกบิดประตู       ด้านเบรนด้าได้เปิดใจกับสื่อว่า เธอไม่รู้สึกเสียใจต่อพฤติกรรมของตัวเองแม้แต่น้อย เพราะสุนัข 2 ตัวของเพื่อนบ้านเข้ามายุ่มย่ามในสนามหญ้าบ้านเธอก่อน และมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ     ป้าที่ก่อเหตุ   ขณะที่คู่กรณีอ้างว่าเขาไม่เคยทราบปัญหานี้มาก่อนเลย  เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องที่บ้ามากๆ ที่มีคนมาทำแบบนี้ และหากสุนัขของตัวเองเข้าไปอึทิ้งไว้ในสนามหญ้าของอีกฝ่ายจริงก็น่าจะเป็นอุบัติเหตุ   เจ้าของสุนัข   รายงานข่าวระบุว่า ทางเบรนด้าได้รายงานการกระทำของตัวเองให้ตำรวจได้ทราบ แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเธอจะได้รับบทลงโทษหรือไม่    

 6,430
ต่างประเทศ
06 มี.ค. 61

สลด สาวอินเดียถูกเผาทั้งเป็น หลังฮึดสู้เพื่อนบ้านพยายามขืนใจ

สำนักข่าว Daily Mail รายงานข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย กรณีหญิงสาววัย 35 ปีถูกเผาทั้งเป็น หลังต่อสู้ขัดขืนเพื่อนบ้านที่พยายามจะข่มขืนเธอเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา     รายงานข่าวระบุว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาวัย 31 ปี โทรเรียกหญิงสาวซึ่งแต่งงานแล้วให้มาหาที่ห้องเช่า ก่อนจะพยายามล่วงละเมิดทางเพศแต่เธอดิ้นรนขัดขืน ทำให้เขาจะบันดาลโทสะราดน้ำมันบนตัวเหยื่อแล้วจุดไฟเผาทั้งเป็นจนถึงแก่ความตาย     ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจของรัฐราชสถานเปิดเผยว่า สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่สถานีรถไฟในเช้าวันอาทิตย์ขณะพยายามจะหลบหนี ก่อนจะนำตัวไปดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรม       

 9,353
สังคม-อาชญากรรม
05 มี.ค. 61

เจ้าของรถกระบะ-มือโปรยขี้เถ้า พร้อมเจรจายุติปัญหาไม่ให้บานปลาย

เพื่อนบ้านคู่กรณีที่มีปัญหาจอดรถขวางถนนและมีการนำขี้เถ้ามาเทใส่รถเริ่มมีท่าทีเบาลงพร้อมที่จะเจรจาเพื่อยุติปัญหา   ความคืบหน้ากรณีปัญหาจอดรถขวางหน้าบ้านที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันไม่พอใจเอาขี้เถ้ามาเทใส่รถยนต์กระบะและมีการแจ้งความเอาผิดกันฐานทำให้เสียทรัพย์   ล่าสุดในวันนี้(5มี.ค.61)หลังจากผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามคู่กรณีทั้งสองฝ่ายทั้ง นายประสิทธิ์ แซ่เฮ้ง อายุ 64 ปี หรือเฮียเชี้ยง เจ้าของบ้านเลขที่48 ซึ่งเป็นคนนำขี้เถ้าไปเทใส่รถ และนายพิภพ เจียรวงศ์ตระกูล อายุ60 ปีหรือเฮียมหา เจ้าของรถกระบะและเจ้าของบ้านเลขที่46 ที่อยู่ติดกัน ทั้งคู่เริ่มมีท่าเบาลงและพร้อมที่จะเจรจาเพื่อยุติปัญหาไม่ให้บานปลาย   โดย นายพิภพ หรือเฮียมหา บอกว่า หากอีกฝ่ายยอมรับผิดและขอโทษตนก็พร้อมที่ถอนแจ้งความเพราะไม่อยากมีเรื่อง แต่ยังติดใจเรื่องที่อีกฝ่ายให้สัมภาษณ์ว่าตนไปข่มขู่และพยายามทำร้ายร่างกายแม่ที่อายุ 90 ปี นั้นไม่เป็นความจริง แต่หากอีกฝ่ายไม่ยอมก็พร้อมที่จะดำเนินการทางกฏหมายต่อไปโดยทางพนักงานสอบสวนได้เรียกตัวตนไปสอบพร้อมกับขอข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติม   ในขณะที่ นายประสิทธิ์ หรือเฮียเชี้ยง ก็ออกมาบอกว่า พร้อมเคลียร์ปัญหาเช่นกันเพื่อให้ทุกอย่างจบ ไม่ต้องการเป็นคดีความเนื่องจากต้องดูแลแม่ที่ป่วยรวมทั้งน้องชายที่มีอาการทางประสาททุกคืนแทบไม่ได้นอน และสิ่งที่ทำลงไปก็เพราะไม่ต้องการให้เพื่อนบ้านตนนี้นำรถมาจอดขวางหน้าบ้านเพราะตนต้องพาแม่ไปหาหมอเป็นประจำ ไม่ต้องการการที่ทำลายทรัพย์ ซึ่งหากเรื่องนี้จบได้ก็พร้อมจะจบเพราะมีบ้านอยู่ติดกันไม่อยากมีปัญหากันอีก   ในทางคดี ร.ต.อ.พิเชษฐ์ เกื้อหนู รองสารวัตรสอบสวนเปิดเผยว่า คดีนี้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายสามารถมาเจรจาไกล่เกลี่ยและยอมความกันได้แต่ทั้งสองฝ่ายต้องเสียค่าปรับในการถอนคดี รวมทั้งไปเจรจาเรื่องค่าเสียหายกันเอง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 3,268
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.พ. 61

สุดอำมหิต! เพื่อนบ้านวางยาพิษในแท็งก์น้ำดื่มหวังฆ่ายกครัว แค้นไม่ให้กินเหล้าหน้าบ้าน

เกิดเหตุวางยาพิษในแท็งก์น้ำดื่มที่บ้านของนางสวรรค์ยา บริคช อายุ 35 ปี อาชีพทำสวนเกษตร ที่ ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวี รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุบนเขาสูง ห่างถนนเอเชีย 41 ประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวกลางสวนยางพารา เข้าไปตรวจสอบแท็งก์น้ำหลังบ้านจำนวน 3 แท็งก์ โดยที่แท็งก์กลาง ซึ่งต่อท่อประปาตรงเข้าไปในบ้านเพื่อใช้เป็นน้ำดื่ม พบน้ำในแท็งก์ที่รองรับจากน้ำฝนที่ปกติต้องเป็นน้ำใส แต่กลับเป็นสีขุ่น และมีกลิ่นเหม็นคล้ายมีส่วนผสมของสารเคมีชนิดหนึ่งที่ใช้ฆ่าแมลงในสวนยางพารา จึงตักน้ำใส่ขวดพลาสติกนำส่งหน่วยพิสูจน์หลักฐาน และเมื่อเจ้าหน้าที่นำน้ำมาลองดมกลิ่น ก็รู้สึกแสบจมูกทันที    นางสวรรค์ยา เปิดเผยว่า ตนเป็นบุตรสาวของนายสุวรรณ บริคช อายุ 76 ปี และนางธิดา บริคช อายุ 63 ปี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 หลังจากพ่อกับแม่รับประทานอาหารมื้อเย็น ได้ใช้ขันรองน้ำจากน้ำในโอ่งที่ต่อท่อประปาจากแท็งก์น้ำหลังบ้าน จากนั้นประมาณ 5 นาที ก็มีอาการปวดแสบปวดร้อนตั้งแต่ปาก ลำคอ ลำไส้ และเริ่มหายใจติดขัด นางสวรรค์ยาจึงรีบนำตัวทั้งสองคนส่ง รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ให้แพทย์ล้างท้องช่วยชีวิต และรอดูอาการ   ซึ่งแพทย์บอกว่าคนทั้งคู่ได้รับสารพิษประเภทยาฆ่าแมลงในปริมาณมาก นางสวรรค์ยาจึงกลับไปตรวจสอบในแท็งก์น้ำหลังบ้าน พบว่ามีสีขาวขุ่นและกลิ่นเหม็นคล้ายมียาฆ่าแมลงผสมอยู่ จากนั้นช่วงเช้าวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ่อและแม่ซึ่งมีอาการดีขึ้นได้เล่าว่าในช่วงเย็นวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 ได้ต่อว่าเพื่อนบ้านที่เป็นสามีภรรยาคู่หนึ่งที่มานั่งดื่มสุราหน้าบ้าน และขอให้ย้ายไปดื่มสุราที่อื่น ทำให้ทั้งสองคนแสดงอาการไม่พอใจ มองพ่อและแม่อย่างเคียดแค้น จนผ่านไปเพียง 1 วัน ก็เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว คาดว่าทั้งสองคนอาจนำยาฆ่าแมลงมาใส่แท็งก์น้ำ เพราะครอบครัวตนไม่เคยมีข้อขัดแย้งกับใครในหมู่บ้าน    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมหลักฐานและน้ำในแท็งก์น้ำดื่มไปตรวจสอบอย่างละเอียด และสอบปากคำ นางสวรรค์ยาและสามีอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนขออนุมัติหมายค้นเข้าไปค้นบ้านผู้ต้องสงสัย ส่วนพ่อแม่ของนางสวรรค์ยายังคงรักษาตัวใน รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เพราะแพทย์ต้องรอดูอาการว่า ยังสารพิษตกค้างที่ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายของทั้งสองคนอีกหรือไม่ เพราะสารพิษดังกล่าวอยู่ในประเภททำลายเซลล์ต่างๆ ที่เป็นอันตรายอย่างรุนแรงต่อเนื้อเยื่อของมนุษย์ด้วย       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oNzvOuLo8ls    

 40,484
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ย. 60

ตร.คุม 2 เพื่อนบ้านกระหน่ำตี รปภ.ดับ ฝากขังพร้อมค้านประกัน ลั่นเพราะป้องกันตัว อ้างผู้ตายทำร้ายก่อน

ความคืบหน้าเหตุเพื่อนบ้าน4คนอาวุธครบมือ ทั้งมีด ไม้เบสบอล และคมแฝก รุมทำร้าย นายสมชาย กลิ่นกล่อม อายุ 47 ปี รปภ.บริษัทธรรมนัสการ์ด ตลาดปัฐวิกรณ์ เสียชีวิต บริเวณปากซอย1 หมู่บ้านมณีมาศ ซอยคู้บอน6 แขวงและเขตคันนายาว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย น.ส.มนทรา มณทาเงินวัฒนาสุข อายุ 48 ปี นายสุชาติ อุตรา อายุ 50 ปี และนายสุรสีห์ อุตรา อายุ 24 ปี ทั้งหมดเป็นแม่พ่อลูก และน.ส.ศศินา สาตรพันธ์ อายุ 20 ปี ลูกสะใภ้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา น.ส.มนทรา และน.ส.ศศินา ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน ยังไม่สามารถสอบปากคำได้เนื่องจากได้รับบาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล       ล่าสุด พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยว่า . เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวน.ส.มนทรา และน.ส.ศศินา เข้าฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรีโดยคัดค้านการประกันตัว จากการสอบปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การภาคเสธอ้างว่า ผู้เสียชีวิตเข้ามาทำร้ายร่างกายก่อนจึงต้องป้องกันตัว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพยานหลักฐานมีความชัดเจน    ทั้งนี้สำหรับผู้ต้องหาอีก 2 คน ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสินแพทย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถควบคุมตัวได้เนื่องจากแพทย์ยังไม่อนุญาต จึงอยู่ระหว่างการขอศาลออกหมายจับ เมื่อออกจากโรงพยาบาลจะควบคุมตัวมาสอบปากคำทันที ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 46,966

Top