ค้นหา :

ผลการค้นหา "นปช"

การเมืองเข้มข้น
20 พ.ย. 61

'จาตุรนต์' นำทีมร่วมพรรคไทยรักษาชาติ ประกาศลั่นพร้อมหยุดอำนาจเผด็จการ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง นำทีมเข้าร่วมพรรค เข้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นำโดย นายประภัสร์ จงสงวน, น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์, นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง และนางฐิติมา ฉายแสง พร้อมด้วยนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช.   นายจาตุรนต์ บอกว่า ออกมาใช้ ทษช. เพื่อหลีกเลี่ยวงกับดักหมากกล ที่ออกแบบไว้ รธน. ดีไซน์มาเพื่อพรรคบางพรรค ถ้าหยุด คสช. ไม่ได้ จะสืบทอดอำนาจไปอีก 10-20 ปี   มีรายงายว่าก่อนที่ นายจาตุรนต์ จะเดินทางมาที่ พรรค ทษช. ได้เข้าลาพรรคเพื่อไทย และได้พูดคุยกันนานกว่า 20 นาที ก่อนที่นายภูมิธรรม เวชชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย จะออกมาบอกว่า  รธน.ไม่ได้เขียนมาเพื่อพวกเรา แต่เขียนมาเพื่อคนอื่น ดูคลิปข่าวได้ที่ : https://youtu.be/-ALxPeM4clQ

 1,541
สังคม-อาชญากรรม
07 พ.ย. 61

ศาลฎีกาพิพากษากลับตามศาลชั้นต้น จำคุก 37 ปี 4 เดือน ‘มือปืนป๊อปคอร์น’

วันนี้ (7 พ.ย.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ได้คุมตัวนายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ หรือ มือปืนป๊อปคอร์น มาจากเรือนจำกลางบางขวาง เพื่อมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่ตกเป็นจำเลย ความผิดฐานร่วมกันฆ่า และพยายามฆ่าผู้อื่นฯ    จากกรณีมีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุม กปปส. กับฝ่ายผู้ชุมนุม นปช. เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 โดยจำเลยกับพวกไปที่สี่แยกหลักสี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์กระทบความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แล้วยิงปืนเข้าไปในศูนย์การค้า ไอทีสแควร์ จนทำให้นายอะแกว แซ่ลิ่ว เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน    ศาลฏีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ได้นำภาพถ่ายจากอินเตอร์เน็ตเปรียบเทียบกับจำเลยที่มีรูปร่างอ้วนเหมือนกันสวมใส่ชุดเดียวกัน อีกทั้งเมื่อเจ้าหน้าที่นำภาพให้พี่ชายของจำเลยดูก็ยืนยันว่าชายชุดดำ ที่ปรากฏในอินเตอร์เน็ตคือตัวจำเลย สิ่งต่างๆ เหล่านี้เพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ว่าจำเลยคือคนเดียวกันกับมือปืนป๊อปคอร์น    ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพนำชี้ที่เกิดเหตุต่อหน้านักข่าวจำนวนมากด้วยความสมัครใจและเขียนคำรับสารภาพด้วยลายมือของตนเองเมื่อตรวจสอบร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ตามที่จำเลยกล่าวอ้างว่า ตำรวจข่มขู่ให้รับสารภาพนั้นยังรับฟังไม่ได้ เห็นว่าที่จำเลยให้การรับสารภาพนั้น เป็นเพราะจำนนต่อพยานหลักฐานและสำนึกในสิ่งที่ได้ทำลงไป   แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานว่าจำเลยเป็นผู้ลงมือยิงผู้เสียชีวิตแต่จำเลยร่วมชุมนุมตั้งแต่แรกโดยภาพถ่ายในอินเตอร์เน็ต ปรากฏชัดเจน จำเลยต้องร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่ได้ทำลงไปที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ ให้ยืนตามศาลชั้นต้น จำคุกจำเลย 37 ปี 4 เดือน  

 1,786
การเมืองเข้มข้น
03 พ.ย. 61

'จตุพร' วอนประชาชนอย่าขัดขวางเดินคาราวะแผ่นดิน 'พรรครวมพลังประชาชาติไทย' หวั่นจัดฉากขยายวงจนล้มการเลือกตั้ง

 ประธาน นปช. วอนประชาชนอย่าขัดขวางเดินคาราวะแผ่นดิน 'พรรครวมพลังประชาชาติไทย' หวั่นจัดฉากขยายวงจนล้มการเลือกตั้ง   (3 พ.ย. 61) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.  กล่าวถึงจุดยืนของพรรคเพื่อชาติว่าสนับสนุนแนวทางที่เป็นกลาง เพราะบ้านเมืองต้องการความสงบสุข ประชาชนอยากได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและเป็นประชาธิปไตยที่สามารถแก้ไขปัญหาชาติได้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง    ขณะเดียวกันยังกล่าวถึงการเดินคาราวะแผ่นดิน ของพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคว่า แม้จะเป็นสิทธิเสรีภาพแต่การเดินอาจจะเกิดการกระทบกระทั่งซึ่งเคยมีบทเรียนมาแล้ว และอาจนำไปสู่การจัดฉากขยายวงต่อต้านพรรคการเมืองอื่นไปด้วย จนนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ เป็นเงื่อนไขไม่มีการเลือกตั้ง ดังนั้นจึงรู้สึกห่วงการเดินคาราวะแผ่นดินของพรรครวมพลังประชาชาติไทย และขอเรียกร้องประชาชนอย่าขัดขวางเพราะประชาธิปไตย แม้จะมีความเห็นต่างแต่สามารถพูดคุยกันได้ ซึ่งเรื่องนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีระบุชัดเจน ถ้าบ้านเมืองไม่สงบจะไม่มีการเลือกตั้ง. ดังนั้นจึงกังวลว่าหากมีการต่อต้านพรรคการเมืองที่เดินหาสมาชิก อาจนำไปสู่กระบวนการล้มเลือกตั้งได้ ส่วนการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีและการจัดตั้งรัฐบาลนั้น เห็นว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหา ทุกฝ่ายควรหันมาพูดคุยและตกลงเป็นสัญญาประชาคม   ขณะที่นายยงยุทธ กล่าวว่าสิ่งที่ห่วงที่สุดคือความขัดแย้ง แบงฝักแบ่งฝ่าย ไม่ควรบังคับประชาชนให้เลือกข้างและไม่อยากให้มีการยั่วยุในการาเดินหาสมาชิก เพราะอาจ นำไปสู่ความขัดแย้งจนไม่สามารถเลือกตั้งได้

 3,624
การเมืองเข้มข้น
30 ต.ค. 61

ศาลสั่งคุก 'จ.ส.ต.ประสิทธิ์' 2 ปี ครอบครองเสื้อเกราะ-หมวกนิรภัยของทหาร เหตุการณ์ชุมนุมนปช. ปี 53

ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และแนวร่วม นปช. กรณีมีเสื้อเกราะกันกระสุนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต ในเหตุการณ์ชุมนุมที่ ปี 53   (30 ต.ค. 61) เมื่อเวลา 09.50 น. ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก  จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ พร้อมครอบครัว ได้เดินทางมาศาล เพื่อฟังคำพิพากษาคดีดำอ.1937/60 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง  จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อายุ 53 ปี อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และ แนวร่วม นปช. เป็นจำเลยฐานกระทำผิด พ.ร.บเครื่องยุทธภัณท์ ภายในห้องพิจารณา 714    จากกรณีเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2553 เจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถจำเลย พบมีเสื้อเกราะกันกระสุนและหมวกนิรภัยปราบจราจลซึ่งเป็นเครื่องยุทธภัณฑ์โดยมิได้รับอนุญาต ที่สูญหายไปเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 ในเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าทหารปฏิบัติการสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. และขณะที่ สิบเอกชนะยุทธ คมสาคร สังกัดกองทัพภาค 1 กำลังปฏิบัติหน้าที่ ได้มีคนร้ายมากกว่า 3 คนขึ้นไปร่วมกันใช้คันธงยาว 1 เมตรตีประทุษร้ายและแย่งชิงหมวกนิรภัยปราบจลาจลราคา 3,745 บาท ที่ สิบเอกชนะยุทธ สวมอยู่ที่ศีรษเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย เหตุเกิดที่แขวง - เขตดุสิต กทม. และที่อื่นเกี่ยวพันกัน โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว    โดย จ.ส.ต.ประสิทธิ์ เผยก่อนขึ้นฟังคำพิพากษาว่า ในคดีนี้ทาง ดีเอสไอ ตั้งข้อหาปล้นตนกับพวก รวม 4 คนแต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง สุดท้ายอัยการก็มาสั่งฟ้องตนคนเดียวในข้อหา มียุทธภัณฑ์ทางการทหารไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต ซึ่งในวันนี้ศาลได้นัดตัดสินในคดี และตนเองได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 3 แสน มาเพื่อยื่นขอประกันปล่อยตัวชั่วคราวด้วย    เมื่อถึงเวลาศาลได้พิเคราะห์แล้ว พยานโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ เบิกความสอดคล้องกันมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ส่วนที่จำเลยอ้างว่าไม่ทราบว่าของกลางอยู่ในรถของจำเลย เนื่องจากได้นำของกลางไปประกาศหาเจ้าของบนเวทีแล้ว และต่อมาการ์ด นปช. ได้นำของกลางไปใส่ไว้ท้ายรถจำเลย แล้วจำเลยขับออกไปโดยไม่ทราบ เป็นการง่ายต่อการอ้าง และพยานหลักฐานจำเลยยังมีข้อพิรุธ จึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ พิพากษาให้จำคุกจำเลยฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 เป็นเวลา 1 ปี และจำคุกฐานกระทำผิด พ.ร.บ.เครื่องยุทธภัณท์ พ.ศ.2530 เป็นเวลา 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี    หลังศาลมีคำพิพากษา ทนายของจ่าสิบตำรวจประสิทธิ์ จำเลย ได้เตรียมหลักทรัพย์ยื่นประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ในขณะนี้อยู่ในระหว่างยื่นคำร้องในการ ขอประกันตัว        

 1,826
การเมืองเข้มข้น
10 ต.ค. 61

'จตุพร' ยันไม่มีสิทธิลงเลือกตั้ง 'ณัฐวุฒิ' แจงปัดเอี่ยวพรรคเพื่อชาติ

กรณีพรรคเพื่อไทยวางยุทธศาสตร์รวมกันแพ้ แยกกันชนะ ตั้งพรรคสำรองหากถูกพรรค ได้แก่ พรรคเพื่อธรรม พรรคเพื่อชาติ เพื่อเก็บตกคะแนนสำรอง   โดยความเคลื่อนไหวเรื่องของพรรคเพื่อชาติ หลังมีรายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธาน นปช.จับมือกับนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต รมว.ทกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของพรรคเพื่อไทย ซึ่งนายจตุพร บอกว่า ตนไม่ไม่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง และไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมือง แต่ได้เคยพูดเอาไว้แล้วว่า รวมกันแพ้ แยกกันชนะ เพราะอีกมุมหนึ่ง มีพรรคการเมืองอีกฝั่งหนึ่ง แยกออกเป็น 5 พรรคที่ยังอยู่กันครบถ้วนหมด   ขณะที่ฝั่งพรรคเพื่อไทย  กรณีคนไม่มีพื้นที่ลง ส.ส.ในพรรคเดิม และยังไม่ได้เป็น ส.ส. พรรคเพื่อชาติก็เปิดเวทีให้ลง ซึ่งเป็นช่องทางให้เข้าไปทำหน้าที่เป็น ส.ส.ได้ ส่วนคนที่มีพื้นที่อยู่แล้วในพรรคเพื่อไทย เช่น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็ไม่ต้องมา   ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม นปช. กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เคยร่วมหารือเรื่องพรรคกับคณะผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อชาติ แต่เข้าใจว่าคงมีการพบปะพูดคุยกันในกลุ่มผู้สนใจมาระยะหนึ่งแล้ว เมื่อนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. ออกจากเรือนจำ ก็ได้ยินว่าให้ความสนใจเรื่องนี้ต่อเนื่อง   ทั้งนี้ ในส่วนของนปช.เคยหารือนอกรอบในกลุ่มแกนนำ ได้ข้อสรุปว่า องค์กรเราเป็นขบวนการต่อสู้ภาคประชาชน ยังไม่มีแนวคิดตั้งพรรคการเมือง ส่วนสมาชิกหรือแกนนำคนไหนสนใจจะร่วมงานกับพรรคการเมืองใด หากยืนบนหลักการประชาธิปไตยถือเป็นเสรีภาพ ถ้ามีจุดยืนที่เปลี่ยนแปลงไปก็ถือว่าสิ้นสภาพความเป็น นปช. ที่ผ่านมาเข้าใจตรงกันแบบนี้ หากพรรคเพื่อชาติยืนยันหลักการประชาธิปไตยก็ไม่มีอะไรเป็นข้อขัดแย้ง การตัดสินใจของแต่ละคนให้เป็นไปตามที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/32auK_Q0baU

 2,117
การเมืองเข้มข้น
05 ต.ค. 61

'สุดารัตน์' มาแรงนั่งเก้าอี้ หน.เพื่อไทย จ่อตั้งพรรคสำรอง 'เพื่อชาติ' ให้เสื้อแดงขับเคลื่อน

ความเคลื่อนไหวทางฝั่งพรรคเพื่อไทย มีความเป็นไปได้สูงที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย อาจจะได้เป็นผู้นำพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า เนื่องจากแกนนำพรรคเพื่อไทยได้มีการหารือในทางลับถึงรายชื่อแคนดิเดตทั้งหมดแล้วว่า   เมื่อคนในตระกูลชินวัตรจะไม่ลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้คุณหญิงสุดารัตน์ถือว่าโดดเด่นกว่าแคนดิเดตคนอื่นๆ เช่นนายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายโภคิน พลกุล และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เนื่องจากคุณหญิงสุดารัตน์ มีฐานเสียง ส.ส.กทม.ในมือคอยสนับสนุน   นอกจากนี้ ยังเป็นที่ทราบกันดีภายในพรรคขณะนี้ว่า คุณหญิงสุดารัตน์ได้รับแรงสนับสนุนจากคุณหญิงพจมาน ชินวัตร อดีตภริยานายทักษิณ จึงยิ่งทำให้เสียงคัดค้านลดน้อยลงไปอีก   นอกจากนี้ยังมีกระแสว่า จะมีการตั้งพรรคสำรองเพิ่มเติมอีก กรณีพรรคเพื่อไทยจะถูกยุบพรรค รวมทั้งเป็นยุทธศาสตร์รับมือกับการเลือกตั้งแบบลงคะแนนบัตรใบเดียว ซึ่งคะแนนทุกคะแนนมีความหมาย และวิธีการคิดคะแนนที่พรรคที่ได้ ส.ส.เขตมากอาจจะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเลย   โดยนอกจากจะมีพรรคเพื่อธรรมแล้ว ล่าสุดยังปรากฎชื่อ พรรคเพื่อชาติ เป็นพรรคที่สาม ซึ่งพรรคเพื่อชาติ นี้ได้จดทะเบียนไว้กับ กกต.มาก่อนหน้านี้แล้ว โดยรายงานระบุว่า กลุ่มที่เข้ามาขับเคลื่อนพรรคเพื่อชาติ อาจจะเป็นฟากของคนเสื้อแดง เช่นนายจตุพร พรหมพันธ์ ประธานนปช. แต่หัวหน้าพรรคจะกำหนดให้เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถด้านเศรษฐกิจเป็นที่ยอมรับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kUULiU-d9t0

 4,467
การเมืองเข้มข้น
06 ส.ค. 61

'จตุพร' พบปะ นปช. หลังพ้นโทษจำคุก 1 ปี 15 วัน

จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. จัดกิจกรรมพบปะสมาชิกหลังพ้นโทษจากเรือนจำ 1 ปี 15 วัน โดยจตุพร เชื่อว่าพลังดูดที่เป็นกระแสในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องวิตกกังวล เท่ากับเกรงว่าประชาชนจะเกิดวิกฤติศรัทธา ซึ่งฝ่ายการเมืองต้องระมัดระวังไม่ให้ถูกอ้างเป็นเจ้ามาล้มกระดาน หรือยึดอำนาจในวันข้างหน้าอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rJcuQOYD5nM

 1,795
การเมืองเข้มข้น
17 ก.ค. 61

'ณัฐวุฒิ' ไม่กังวลแกนนำ นปช. ถูกดูด ร่วมกลุ่มสามมิตร

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือนปช.ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีแกนนำหลักคนใดถูกกลุ่มสามมิตรดึงไปร่วมพรรคพลังประชารัฐตามกระแสพลังดูดเพื่อสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย แต่ยอมรับว่าอาจจะมีมวลชนบางกลุ่มที่เคยร่วมต่อสู้กับ นปช.ไปร่วมพูดคุยกับกลุ่มดังกล่าว   ซึ่งส่วนตัวไม่กังวลว่าการพูดดังกล่าวจะทำให้ นปช. เปลี่ยนใจ เพราะความเป็น นปช. ไม่มีใครดูดไปได้ง่ายๆ หากยังยืนหยัดอยู่บนหลักการความเป็นประชาธิปไตย แต่หากมีใครยอมไปเป็นส่วนหนึ่งของการสืบทอดอำนาจจริงก็เท่ากับว่าไม่เหลือความเป็น นปช. อีกและต้องแยกทางกันเพราะมีจุดยืนต่างกัน   นายณัฐวุฒิ ยืนยันว่า ความพยายามดูดตัวนักการเมืองครั้งนี้เป็นขบวนการดูดเพื่อการสืบทอดอำนาจจากการรัฐประหาร ซึ่งมีเจตนาที่จะทำลายประชาธิปไตย ดังนั้น นปช. ไม่มีทางที่จะยอมรับ และเชื่อว่าความพยายามครั้งนี้จะไม่กระทบต่อฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย เพราะท้ายที่สุดทุกคนจะเลือกพรรคที่มีจุดยืนประชาธิปไตยเช่นเดิม   นอกจากนี้ยังมองว่าความพยายามสร้างกระแสพลังดูดครั้งนี้ ทำขึ้นปั่นราคาของนักการเมืองบางกลุ่มหวังหลอกต้มคนใหญ่คนโตบางคน เพราะแม้ฝ่ายผู้มีอำนาจจะมองว่าตัวเองคุมเกมทุกอย่างผ่านนักการเมืองบางพวกได้แต่ก็ควรระวังจะไล่ตามนักการเมืองเหล่านั้นไม่ทันจนถูกหลอก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-tBbD6e3CvM

 1,291
การเมืองเข้มข้น
16 ก.ค. 61

กลุ่มสามมิตร เดินสายเจรจา นปช.อีสาน วางแผนใช้อิมแพค จัดประชุมใหญ่

โคราช-นายภิรมย์ พลวิเศษ แกนนำและเลขาธิการกลุ่มสามมิตร ได้เดินสายลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนประชาชน และพ่อค้าแม่ค้าที่จับจ่ายซื้อสินค้า และอาหารทะเลสดภายในตลาด ก่อนตั้งโต๊ะแถลงข่าวจุดยืนของกลุ่มสามมิตร และความคืบหน้าการเดินทางไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองกับแกนนำ นปช.ภาคอีสาน   นายภิรมย์ เปิดเผยว่า กลุ่มสามมิตรต้องการที่จะสื่อให้ประชาชนทั้งประเทศทราบว่า จุดยืนของกลุ่มสามมิตรต้องการที่จะสร้างความปรองดองแห่งชาติ เพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งตนได้นำแนวทางของกลุ่มสามมิตรเดินทางไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับแกนนำ นปช.ในพื้นที่ภาคอีสานหลายจังหวัด เพื่อให้ไม่ต้องมาทะเลาะกัน หรือสร้างความแตกแยกกัน   โดยการเดินสายครั้งนี้กลุ่มสามมิตรไม่ได้หวังว่าจะไปหาหัวคะแนนหรือผู้สมัคร ส.ส. แต่เราต้องการพบกับ แกนนำ นปช.ตัวจริง ซึ่งสะท้อนปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชนเพื่อให้เกิดการปรองดอง โดยเร็ววันนี้เราจะจัดการประชุมใหญ่ระหว่างกลุ่มสามมิตร และกลุ่ม นปช. และจะเชิญหลายกลุ่มไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย ซึ่งเราต้องขออนุญาต คสช.ว่า ถ้าเราจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อความปรองดองของชาติจะทำได้หรือไม่ ซึ่งหาก คสช.อนุมัติก็จะทำให้เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ และไม่มีประโยชน์ทางการเมืองแอบแฝง ส่วนสถานที่จัดประชุมก็กำลังพิจารณาเลือกหาอยู่   ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ากลุ่มสามมิตรไปดูด ส.ส.ในพื้นที่หลายจังหวัดนั้น ตนยืนยันว่ากลุ่มสามมิตรไม่เคยใช้เงินดูดใคร เพียงแต่ดูความคิดความอ่านซึ่งขณะนี้ก็ตกผลึกพอสมควร วันนี้กลุ่มสามมิตรเรามีรวมกันประมาณเกือบ 200 คนแล้วที่จะขับเคลื่อนทางการเมือง เพื่อนำเอาความคิดของแต่ละกลุ่มไปกำหนดนโยบายที่จะทำงานให้กับประเทศชาติต่อไป   ผู้สื่อข่าวถามว่านอกจาก นปช.แล้ว จะได้มีการเดินสายพบกับกลุ่ม กปปส.ด้วยหรือไม่ นายภิรมย์ตอบว่า วันนี้เรายังไม่ได้เดินทางไปถึง กปปส. แต่ที่ผ่านมากลุ่มสามมิตรก็เดินทางแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักการเมืองทั้งอดีต ส.ส. และอดีต ส.ว. หลายจังหวัด และล่าสุดก็ได้เดินทางไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพี่น้อง นปช.ภาคอีสานในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คาดว่าอาจมี นปช.มาร่วมคุย 500 คน อาจต้องใช้พื้นที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานีในการจัดงาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_6Hmz5FezXA

 1,875
การเมืองเข้มข้น
26 มี.ค. 61

อัยการ นัด 15 แกนนำนปช.ส่งฟ้องคดีชุมนุมปี 52 ฐานความผิดยุยง-ปลุกปั่น

 อัยการสูงสุด นัด 15 แกนนำนปช. ส่งฟ้องต่อศาลอาญา รัชดาฯ คดีชุมนุมทางการเมือง ปี 2552 ฐานความผิด ยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย   ช่วงเช้าที่ศาลอาญา แกนนำกลุ่มนปช. อาทิ นายแพทย์เหวง โตจิราการ , นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย เดินทางมารายงานตัวต่อพนักงานอัยการ ซึ่งได้นัดส่งฟ้อง คดีชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มนปช. บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อปี 2552 ฐานความผิดยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 116    สำหรับคดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 22 คน แต่อัยการส่งฟ้อง 15 คน เนื่องจากที่เหลือยังติดตามตัวไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแกนนำนปช. เช่น นาย วีระ มุกสิกพงศ์ ,นายจตุพร พรหมพันธ์ ,นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ , นายอดิศร เพียงเกตุ , นายแพทย์เหวง โตจิราการ , นายพายัพ ปั้นเกตุ และ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท    โดยนายแพทย์เหวง ยืนยันในความบริสุทธิ์ เพราะการชุมนุมที่เกิดขึ้นครั้งนั้นได้สั่งยุติเอง และส่งผู้ชุมนุมกลับบ้าน โดยไม่มีความรุนแรง หรือ ความวุ่นวายใดๆเกิดขึ้น ดังนั้นจึงพร้อมต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม และวันนี้ได้เตรียมหลักทรัพย์เพื่อขอยื่นประกันตัวทันที   อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าอัยการ ได้เลื่อนการส่งฟ้องเป็นช่วงบ่าย เนื่องจากเอกสารยังไม่เรียบร้อย  

 2,056
การเมืองเข้มข้น
27 ก.พ. 61

อุทธรณ์ยืน ยกฟ้อง 'สุเทพ' หมิ่นจตุพร พร้อมพวกแกนนำ นปช.

ศาลอาญารัชดา นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ใน ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต เลขาธิการ กปปส. เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท และ จูงใจมิให้ผู้มีสิทธิใช้สิทธิเลือกตั้ง จำเลยปฏิเสธ จากกรณีวันที่ 22 พ.ค.54 จำเลยได้หมิ่นประมาทนายจตุพร พรหมพันธุ์ ,นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.ให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และจูงใจมิให้ปชช.ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง   คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เป็นการแสดงความเห็นทางการเมืองโดยสุจริต ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและเกิดจาก การรับรู้รับทราบ จากการทำหน้าที่เป็นรอง นายกรัฐมนตรี และ เป็น ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.)ในขณะนั้น จึงไม่มีความผิดตามฟ้องโจทก์ ที่ศาลชั้นต้น พิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืนยกฟ้อง    

 5,395
การเมืองเข้มข้น
20 ก.ค. 60

แกนนำ กปปส.-นปช. พร้อมรับคำตัดสินในคดีชุมนุมทางการเมือง รับรู้ชะตากรรมอยู่แล้วก่อนเข้ามา

จากกรณีที่มีคำตัดสินยกฟ้องแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 6 คน และตัดสินรอลงอาุญาแกนนำอีก 3 คน ที่ชุมนุมแบบดาวกระจายในการชุมนุมทางการเมืองปี 2551 ด้วยเหตุว่าการฟ้องแกนนำ 6 คนแรกเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีเก่าที่มีคำตัดสินให้จำคุกจำเลยคนละ 2 ปีไปแล้วนั้น   นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวถึงผลการตัดสินคดีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ในส่วนของ กปปส. ที่ถูกฟ้องข้อหากบฎที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี พร้อมยอมรับผลการตัดสินเพราะรู้อยู่แล้วตั้งแต่เข้ามาชุมนุมเคลื่อนไหวว่าจะต้องถูกดำเนินคดี แต่เพื่อเป็นการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยและทำเพื่อประเทศชาติ สิ่งนี้ยิ่งใหญ่กว่าถูกดำเนินคดี และหวังว่าผู้มีอำนาจจะให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาคดีด้วย   ด้านนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ แกนนำกลุ่มนปช. มองว่าในฐานะแกนนำ รู้ดีว่าจะต้องเผชิญกับชะตากรรมใดบ้าง แต่ในระยะทางการต่อสู้ต้องเดินหน้าให้ดีที่สุด เพราะหากกลัวก็ไม่สมควรเรียกตัวเองว่าเป็นแกนนำ ทั้งนี้ย้ำว่าสิ่งที่นปช.ยึดถือในการเคลื่อนไหวมาตลอดคือการต่อสู้เพื่อชัยชนะทางการเมือง ดังนั้นผลข้างเคียงเรื่องคดีความไม่ใช่แค่บทเรียนนักต่อสู้แต่เป็นบทเรียนของประชาชนและประเทศ ย้ำว่าการเป็นนักต่อสู้ถ้ายืนบนความถูกต้องไม่มีอะไรต้องเสียใจ และหากย้อนเวลากลับไปได้ก็พร้อมจะทำ

 10,401
การเมืองเข้มข้น
22 มี.ค. 60

ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก 4 ปี 'อริสมันต์' กับพวก คดีบุกล้มประชุมผู้นำอาเซียน

ศาลจังหวัดพัทยา อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มแนวรร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)กับพวก รวม 18 คน ตกเป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันกระทำการใดๆ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และความผิดอื่นรวม 4 ข้อหา กรณีรวมตัวประท้วงปิดโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เป็นสถานที่การประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552   ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2558 ให้จำคุกจำเลย 12 คน คนละ 4 ปี ปรับคนละ 200 บาท โดยศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยพิพากษายืน   ด้านทนายความ นปช. กล่าวว่า เนื่องจากคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกัน ฝ่ายจำเลยจึงต้องไปขอให้ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนรับรองเพื่อยื่นฎีกาต่อสู้คดีภายในกรอบระยะเวลา 30 วัน ส่วนจำเลยทั้ง 12 คน ที่ถูกพิพากษาจำคุก เตรียมยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 1 ล้านบาท แต่ในส่วนของนายอริสมันต์อาจต้องยื่นประกันสูงถึง 2 ล้านบาท เนื่องจากมีคดีอื่นรวมอยู่ด้วย   ภายหลังทนายความนายอริสมันต์ ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาลจังหวัดพัทยา ศาลจังหวัดพัทยาพิจารณาแล้วเห็นควรส่งให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาคำร้องปล่อยชั่วคราว โดยขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งว่าจะอนุญาตหรือไม่ จึงนำตัวนายอริสมันต์ไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษพัทยาเพื่อรอคำสั่งประกันตัวต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9DWCF39YC2I    

 11,963
การเมืองเข้มข้น
16 มี.ค. 60

ประวิตร แย้ง นปช. เสนอยกเลิก คำสั่งคสช.-ม.44 ระบุทำไม่ได้ เพราะเป็นกฎหมาย

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุยังไม่ทราบข้อเสนอของ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ที่เสนอให้ยกเลิกมาตรา 44 และทุกคำสั่งของ คสช. ว่า คำสั่งก็คือคำสั่ง ทุกประกาศของ คสช. ก็เปรียบเหมือนกฎหมายที่บังคับใช้ไปแล้ว ซึ่งกระทำเพื่ออนาคตให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ และอะไรที่เป็นกฎหมายไปแล้วก็ไม่สามารถยกเลิกได้   ส่วนการที่เสนอว่าการปฏิรูปประเทศควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้น พลเอกประวิตรระบุว่า คสช. ยังดำเนินการเริ่มต้นในระยะแรก เมื่อมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็จะต้องดำเนินการต่อ ในด้านการวางแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และการปฏิรูปประเทศ ซึ่ง คสช. ทำได้แค่ไหนก็ทำเท่านั้นไม่ได้คิดที่จะทำตลอด ซึ่งส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/We7HqTRb0nE    

 8,065
การเมืองเข้มข้น
16 มี.ค. 60

นปช.เข้าร่วมหารือปรองดอง มั่นใจรัฐบาลทำสำเร็จ พร้อมเสนอยกเลิกคำสั่งคสช.-ม.44

นปช. หารือปรองดอง มั่นใจรัฐบาลทำสำเร็จ พร้อมเสนอยกเลิกคำสั่ง ระเบียบ และม.44 ซึ่งจะเป็นอุปสรรคสร้างปรองดอง    นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่ม นปช. ระบุว่า มั่นใจกระบวนการปรองดองของปยป. จะสำเร็จ เพราะเห็นความตั้งใจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช ที่อัญเชิญพระกระแสรับสั่ง ที่ต้องการให้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยความสุขุม และเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง นปช. ก็เห็นด้วยกับรัฐบาล โดยไม่มีการพูดถึงหรือเสนอประเด็นของเรื่องนิรโทษกรรมและการอภัยโทษ    ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม นปช. กล่าวถึงภาพรวมการเสนอข้อคิดเห็นต่อคณะอนุกรรมการปยป. ว่าบรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี ซึ่งนปช. ได้ตอบทุกคำถามของคณะอนุกรรมการ ซึ่งการเข้าพูดคุยในวันนี้ไม่ใช่เพราะสาเหตุของความขัดแย้ง แต่เพราะกลุ่มนปช. ถือเป็นกลุ่มที่ได้รับผลจากความขัดแย้ง จึงมาให้ความร่วมมือ โดยการเสนอความเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองนี้ กลุ่มนปช. เห็นว่าทุกคนควรยอมรับความจริง และแสดงเจตนาอย่างบริสุทธิ์ เพื่อผ่านวิกฤตความขัดแย้ง   นอกจากนี้ เรียกร้องหลักนิติธรรมขอให้ทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ซึ่งในส่วนของนปช. ก็จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมถึงที่สุด รวมถึงไม่มีหลักประกันจากเงื่อนไขที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งในอนาคต โดยเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากอำนาจอธิปไตยของประชาชนเมื่อกระบวนการปรองดองสำเร็จลุล่วง   พร้อมเสนอให้ยกเลิกประกาศระเบียบและคำสั่งต่างๆ ของคสช. ทุกฉบับ รวมถึงมาตรา 44 ด้วย เพราะอาจจะเป็นอุปสรรคต่อการสร้างความสามัคคีปรองดอง รัฐบาลและทุกกลุ่มทุกฝ่าย และสร้างความไว้วางใจ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าข้อเสนอทั้งหมดไม่ใช่การกดดันรัฐบาลเพื่อให้ปฏิบัติตามทั้งหมด เพราะไม่มีที่จะได้ตามความต้องการทั้งหมด และไม่มีฝ่ายใดที่จะต้องสูญเสียทั้งหมดเช่นกัน     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YB4ezL_oSs8      

 18,370

Top