ค้นหา :

ผลการค้นหา "ค้ายา"

สังคม-อาชญากรรม
08 ม.ค. 63

จับอดีตนางแบบ ถ่ายปฏิทินปลุกใจเสือป่า พัวพันขนยาไอซ์ 500 กก.

เชียงใหม่-ตำรวจภูธรภาค 5 ขยายผลจับกุมเครือข่ายขนบยาเสพติดยาไอซ์ 500 กิโลกรัม ในพื้นที่ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ต่อเนื่องอำเภอสบปราม จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 โดยสามารถจับกุมนายวิโรจน์ พิเกาะ หรือเต๋า กับพวกรวม 9 คน พร้อมของกลางยาไอซ์หนัก 500 กิโลกรัม รถยนต์จำนวน 6 คัน   จากการสืบสวนทราบว่า ยังมีผู้ร่วมขบวนการเป็นผู้สั่งยาซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนขยายผลจนทราบว่า นายอาสนะ หรือ เอ็ม แก้วอดิษฐ์ ชาวจังหวัดสมุทรปราการ และนางสาวณัฐจิตรา หรือจุ๋ม แก้วศรี อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น พัวพันกับยาไอซ์ล็อตนี้ จึงอนุมัติหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ออกหมายจับ   ต่อมาวันที่ 6 มกราคม 2563 เจ้าหน้าที่สามารถติตามจับกุมนายอาสนะหรือเอ็มและนางสาวณัฐจิตรา ได้ที่ห้องพักคอมโดมิเนี่ยม พื้นที่ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่ริม ดำเนินคดีตามกฏหมาย   ด้านพลตำรวจตรีวีรชน บุญทวี ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนที่ถูกจับกุมนี้ จากการขยายผลผู้ที่ต้องที่ถูกจับกุมทราบว่า มีส่วนในการสั่งซื้อยาไอซ์จำนวนดังกล่าว ซึ่งจะได้ส่งทีมงานจากภาคกลาง ขึ้นมายังพื้นที่ภาคเหนือเพื่อรับยา โดยมีนายพงษธร หรือแก๊ป สหมหมงคล ซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้และเปิดเต็นท์ขายรถยนต์มือสองเป็นผู้จัดหารถเพื่อใช้ในการลำเลียงยาเสพติด แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้เสียก่อนโดยผู้ต้องหาให้การณ์รับสารภาพว่าทำมาแล้วถึง 4 ครั้ง   อย่างไรก็ดีทราบว่านางสาวณัฐจิตรา หรือจุ๋ม เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน ได้เคยถ่ายภาพปฏิทินและหนังสือและปฏิทินปลุกใจเสือป่ามาแล้ว โดยใช้ชื่อนางสาวสุขสวัสดิ์ แก้วศรี แต่ประสบปัญหาด้านการเงินก็เข้าไปพัวพันกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด และผันตัวเองมาเป็นผู้สั่งการ สั่งยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ โดยมีนายทุนใหญ่ 2 คน ที่อยู่นอกประเทศเป็นผู้สั่งการอีกทอดหนึ่ง ทั้งนี้นางสาวณัฐจิตรา ปฏิเสธจะให้การถึงอาชีพในอดีตโดยบอกว่า ไม่เกี่ยวข้องกันกับเรื่องค้ายา เพราะเป็นเรื่องอดีตที่ผ่านไปแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XSReTZ0MSWg

 6,843
สังคม
08 ม.ค. 63

จับอดีตนางแบบ ถ่ายปฏิทินปลุกใจเสือป่า พัวพันขนยาไอซ์ 500 กก.

เชียงใหม่-ตำรวจภูธรภาค 5 ขยายผลจับกุมเครือข่ายขนบยาเสพติดยาไอซ์ 500 กิโลกรัม ในพื้นที่ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ต่อเนื่องอำเภอสบปราม จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 โดยสามารถจับกุมนายวิโรจน์ พิเกาะ หรือเต๋า กับพวกรวม 9 คน พร้อมของกลางยาไอซ์หนัก 500 กิโลกรัม รถยนต์จำนวน 6 คัน   จากการสืบสวนทราบว่า ยังมีผู้ร่วมขบวนการเป็นผู้สั่งยาซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนขยายผลจนทราบว่า นายอาสนะ หรือ เอ็ม แก้วอดิษฐ์ ชาวจังหวัดสมุทรปราการ และนางสาวณัฐจิตรา หรือจุ๋ม แก้วศรี อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น พัวพันกับยาไอซ์ล็อตนี้ จึงอนุมัติหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ออกหมายจับ   ต่อมาวันที่ 6 มกราคม 2563 เจ้าหน้าที่สามารถติตามจับกุมนายอาสนะหรือเอ็มและนางสาวณัฐจิตรา ได้ที่ห้องพักคอมโดมิเนี่ยม พื้นที่ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่ริม ดำเนินคดีตามกฏหมาย   ด้านพลตำรวจตรีวีรชน บุญทวี ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนที่ถูกจับกุมนี้ จากการขยายผลผู้ที่ต้องที่ถูกจับกุมทราบว่า มีส่วนในการสั่งซื้อยาไอซ์จำนวนดังกล่าว ซึ่งจะได้ส่งทีมงานจากภาคกลาง ขึ้นมายังพื้นที่ภาคเหนือเพื่อรับยา โดยมีนายพงษธร หรือแก๊ป สหมหมงคล ซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้และเปิดเต็นท์ขายรถยนต์มือสองเป็นผู้จัดหารถเพื่อใช้ในการลำเลียงยาเสพติด แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้เสียก่อนโดยผู้ต้องหาให้การณ์รับสารภาพว่าทำมาแล้วถึง 4 ครั้ง   อย่างไรก็ดีทราบว่านางสาวณัฐจิตรา หรือจุ๋ม เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน ได้เคยถ่ายภาพปฏิทินและหนังสือและปฏิทินปลุกใจเสือป่ามาแล้ว โดยใช้ชื่อนางสาวสุขสวัสดิ์ แก้วศรี แต่ประสบปัญหาด้านการเงินก็เข้าไปพัวพันกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด และผันตัวเองมาเป็นผู้สั่งการ สั่งยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ โดยมีนายทุนใหญ่ 2 คน ที่อยู่นอกประเทศเป็นผู้สั่งการอีกทอดหนึ่ง ทั้งนี้นางสาวณัฐจิตรา ปฏิเสธจะให้การถึงอาชีพในอดีตโดยบอกว่า ไม่เกี่ยวข้องกันกับเรื่องค้ายา เพราะเป็นเรื่องอดีตที่ผ่านไปแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XSReTZ0MSWg

 6,843
อาชญากรรม
07 ม.ค. 63

เปิดนาทีจับ 'จิมมี่' เครือข่ายยาเสพติดภาคอีสาน ตั้งตัวขึ้นแท่นแทนแฝดทมิฬ แม่ร่ำไห้โผกอด บอกลูกชายเป็นคนดีไม่เคยรู้ค้ายา

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับจิมมี่ เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่สั่งยาจากชายแดนภาคอีสานจำหน่ายในจังหวัดสระบุรี- ลพบุรี ตั้งตัวขึ้นแท่นแทนแฝดทมิฬที่ถูกยิงเสียชีวิตก่อนหน้า   วานนี้ (6 ม.ค.) ตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมชุดสยบไพรี นำตัวนายปัณณทัต หรือจิมมี่ วงษ์พันธ์ วัย 29 ปี ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด ที่เพิ่งถูกจับกุมได้เมื่อคืนที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในจ.สระบุรี มาเข้าตรวจค้นบ้าน ในต.พระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ซึ่งเป็นบ้านแม่ของนายจิมมี่    หลังชุดสืบสวนพบว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้สั่งการลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคอีสาน มากระจายในพื้นที่ จ.สระบุรี และจ.ลพบุรี ซึ่งเป็นขยายผลจากการจับกุมขบวนการขนยาเสพติด ช่วงเดือนกันยายน -ธันวาคม ปี 2562 พร้อมยึดยาเสพติดได้จำนวนมาก และพบว่า 1 ในรถยนต์ที่ใช้ขนยาเสพติดในครั้งนั้น มีชื่อนายจิมมี่ เป็นผู้ครอบครอง ในช่วงระยะ 1 ปี หลังจากที่คู่แฝดคิสเนอร์ อดีตเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จ.สระบุรี    ลพบุรี ถูกยิงเสียชีวิต นายจิมมี่ ก็เริ่มผันตัวจากคนเฝ้าและขนยาเสพติดมาเป็นผู้สั่งการและเป็นผู้ค้ารายสำคัญ ในการติดต่อสั่งยาเสพติดโดยตรงจากชายแดนภาคอีสาน ก่อนนำมากระจายในพื้นที่ ซึ่งเครือข่ายนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพราะมีสมาชิกในเครือข่ายเป็นกลุ่มวัยรุ่นในการแบ่งหน้าที่กันทำ ถือได้ว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตัดวงจรของเครือข่ายยาเสพติดที่กำลังจะขยายตัว และขยายพื้นที่   พลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า สำหรับวิธีการขนยาเสพติดของเครือข่ายนายจิมมี่ จะใช้วิธีซื้อรถยนต์มือสองจากเต๊นท์รถ ย่านรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ เพื่อนำมาขนยาเสพติด เมื่องานสำเร็จจะนำรถคันดังกล่าวไปขายที่เต๊นท์รถในพื้นที่ จ.สระบุรี    จากการสืบสวนพบว่า นายจิมมี่ มักจะเปลี่ยนรถทุกครั้งที่ใช้ แต่มีรถยนต์เพียงคันเดียวที่นายจิมมี่ ใช้เป็นรถยนต์หลักในการขับขึ้นไปติดต่อประสานกับกลุ่มค้ายาเสพติดภาคอีสานถึง 2 ครั้ง เบื้องต้นพบทรัพย์สินเงินหมุนเวียนที่มาจากการค้ายาเสพติดกว่า 25 ล้านบาท    นายจิมมี่ ให้การเบื้องต้นว่า มีอาชีพทำไร่ ส่วนการค้ายาเสพติดทราบเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ไม่ทราบรายละเอียดอื่น ๆ ทั้งนี้ไม่ขอตอบว่ารายละเอียดที่ทราบคืออะไร และไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด    ขณะที่แม่ของผู้ต้องหาร้องไห้ ยอมรับว่าตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตนเองไม่เคยทราบมาก่อนว่าลูกชายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ปัจจุบันลูกชายไปอยู่บ้านภรรยา และมีอาชีพทำไร่ ก่อนหน้านี้ลูกชายเคยมีอาชีพเลี้ยงไก่ โดยแต่ละครั้งที่กลับมาบ้านจะให้เงินบ้าง แต่ไม่ได้ส่งเสียให้แม่ทุกเดือน ซึ่งที่แม่ร้องไห้ เพราะก่อนหน้านี้ลูกชายหายไป จึงเกิดความเป็นห่วงและได้ไปแจ้งความไว้

 5,035
สังคม
07 ม.ค. 63

รวบเยาวชนวัย 16 ปี ตัวการค้ายาผ่านช่องทางทวิตเตอร์

ตามล่าแก๊งขายยาเสพติดผ่านทวิตเตอร์ พบหัวหน้าแก๊งอายุแค่ 16 ปี ใช้ช่องทางทวิตเตอร์ในการขายยาเสพติด ชักจูงให้เยาวชนหลายคนเข้าร่วมขบวนการนี้ด้วย   ตำรวจปราบปรามยาเสพติดบุกจับ นายมูฮัมหมัดซอบรี ซาซู อายุ 20 ปี ภายในบ้านพักชุมชนบ้านเขาปิหลาย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ก่อนจะขยายผลไปถึงหัวหน้าแก๊ง ซึ่งเป็นเยาวชนชายอายุเพียงแค่ 16 ปี ที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน    เมื่อสอบสวนผู้ที่อยู่ในขบวนการพบว่า เยาวชนชายวัย 16 ปี เป็นหัวหน้าแก๊งและเจ้าของเพจ ได้มีการชักชวนให้เด็กๆ ในชุมชนเข้ามาอยู่ในครือข่ายยาเสพติดด้วย เงินที่ได้จากการค้ายาจะนำไปซื้อยาเสพติดมาเสพ และคืนก่อนที่ตำรวจ ปส. จะเข้าจับ หัวหน้าแก๊งวัย 16 ปี และก่อนถูกจับ 1 คืน ได้ก่อคดีฆ่าคนตายมา 1 คดี ซึ่งตร.ได้ควบคุมตัวทั้งนายมูฮัมหมัดซอบรี และเยาวชนอายุ 16 ปีคนนี้มาสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด   ทางนายมูฮัมหมัดซอบรี รับว่าเป็นคนโพสต์ขายยาแทนเยาวชนคนดังกล่าว พอมีคนโอนเงินมาก็จะส่งยาเสพติดให้ แล้วก็หลีกเลี่ยงการถูกจับด้วยการเปลี่ยนชื่อโพสต์และปิดบัญชี จากนั้นก็เปิดบัญชีใหม่ไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ถุกตำรวจจับได้ แต่ทางตร.บอกว่าต้องมีการขยายผลต่อว่ามีใครอยู่เบื้องหลังเยาวชนกลุ่มนี้อีกหรือไม่        ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/E9nWfZkdwc4  

 481
สังคม
13 ธ.ค. 62

ระทึก! ตร.ไล่ล่าแก๊งค้ายา ยิงยางรถผู้ต้องหาเสียหลักพุ่งชนต้นไม้

วันที่ 11 ธันวาคม 2562 ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดภูธรจังหวัดลำปาง กำลังนำตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายหนึ่งทำการขยายผลเพื่อติดตามจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด อยู่ๆนายอภิเชษฐ ใจจอมกุล อายุ 19 ปี ชาว จ.ลำพูน ม.7 ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ได้โทรศัพท์เข้าเครื่องของผู้ต้องหาเพื่อขอซื้อยาบ้าจำนวน 400 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงซ้อนแผนให้ผู้ต้องหานัดส่งยาบ้าให้กับนายอภิเชษฐ บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง พื้นที่บ้านนาป้อใต้ ตำบลธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง และ หลังจากนั้นนายอภิเชษฐ พร้อมเพื่อนอีกหนึ่งคน มาถึงผู้ต้องหากำลังจะส่งมอบยาบ้าจำนวน 400 เม็ด ซึ่งบรรจุในถุงจำนวน 2 ถุง ส่งให้    นายอภิเชษฐ ไหวตัวทัน พร้อมเพื่อนได้วิ่งหนีขึ้นรถยนต์เก๋งโตโยต้าวีออส สีบรอนซ์เงินขับหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจไปทางถนนสายลำปาง-งาว และขับรถวกเข้าในตัวเมืองลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขับรถไล่ล่าเพราะเชื่อว่าในรถยนต์ของนายอภิเชษฐ จะต้องมียาเสพติดอยู่แน่นอน และเมื่อติดตามมาถึงหมู่บ้านสามัคคี ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืน ยิงยางหลังของรถยนต์เก๋ง คันดังกล่าว ทำให้รถยนต์เก๋ง เสียหลักพุ่งไปชนต้นไม้ บริเวณจุดกลับรถบ้านสามัคคี จนรถพังเสียหายยับเยิน กันชนรถหลุด และ ยางล้อหลังหลุด และ ยังทำให้ คนขับรถยนต์เก๋งคือนายอภิเชษฐ ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในรถฝั่งเบาะคนขับ ออกมาไม่ได้   จากนั้น จนท.ตำรวจ ได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยนครลำปาง นำอุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง เข้ามาตัดถ่างใช้เวลากว่า 20 นาที จึงนำตัวของนาย อภิเชษฐ ออกมาจากรถได้แต่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ได้นำตัว ส่งโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี ลำปาง ทันที   ส่วนเพื่อนอีกคนที่มาด้วยกันคือนายธีระพง สูงนะ อายุ 25 ปี ชาวบ้าน อ แม่ทะ จ.ลำปาง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปสอบปากคำเพื่อขยายผลต่อหาผู้ร่วมขบสนการรายอื่นต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3BQ1I0N3XAQ

 635
สังคม
13 ธ.ค. 62

หนุ่มค้ายาถูกจับ ปล่อยโฮร่ำไห้ห่วงภรรยาและลูกน้อย 2 เดือน

ที่จังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการจู่โจมจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด ระหว่างที่เข้าจับกุม ปรากฎนาย ธันวา ผู้ต้องหา ถึงกับปล่อยโฮร้องไห้ครวญครางด้วยเสียงดังไม่อายใคร ห่วงภรรยาที่เพิ่งคลอดลูกได้สองเดือน    โดยนายธันวา ผู้ต้องหา พยายามปฏิเสธว่าไอซ์ที่พบไม่ใช่ของตน และภรรยาที่นั่งอยู่ข้างๆก็เพิ่งคลอดลูกสาวคนแรกได้เพียง2 เดือน กำลังน่ารัก    อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุด นายธันวา จำนนด้วยหลักฐานยอมรับสารภาพว่า ค้ายาไอซ์จริงโดยซื้อมาจากนายป๊อก ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง โดยติดต่อสั่งซื้อไอซ์ผ่านทางโทรศัพท์ ครั้งละ 1 เซ็ท หรือ 5 กรัมในราคา 4,000 บาท และนำมาแบ่งขายให้กับลูกค้าโดยแบ่งบรรจุใส่ถุง ในราคาถุงละ 100-200 บาท    เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งดำเนินคดีที่สภ.ทุ่งลุง อำเภอหาดใหญ่ พร้อมขยายผลการจับกุมเครือข่ายต่อไป

 274
อาชญากรรม
13 ธ.ค. 62

ระทึก! ตร.ไล่ล่ายิงล้อเก๋งค้ายาหลบหนี เสียหลักพุ่งชนต้นไม้สาหัส

วันที่ 11 ธันวาคม 2562 ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดภูธรจังหวัดลำปาง กำลังนำตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายหนึ่งทำการขยายผลเพื่อติดตามจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด อยู่ๆนายอภิเชษฐ ใจจอมกุล อายุ 19 ปี ชาว จ.ลำพูน ม.7 ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ได้โทรศัพท์เข้าเครื่องของผู้ต้องหาเพื่อขอซื้อยาบ้าจำนวน 400 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงซ้อนแผนให้ผู้ต้องหานัดส่งยาบ้าให้กับนายอภิเชษฐ บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง พื้นที่บ้านนาป้อใต้ ตำบลธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง และ หลังจากนั้นนายอภิเชษฐ พร้อมเพื่อนอีกหนึ่งคน มาถึงผู้ต้องหากำลังจะส่งมอบยาบ้าจำนวน 400 เม็ด ซึ่งบรรจุในถุงจำนวน 2 ถุง ส่งให้    นายอภิเชษฐ ไหวตัวทัน พร้อมเพื่อนได้วิ่งหนีขึ้นรถยนต์เก๋งโตโยต้าวีออส สีบรอนซ์เงินขับหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจไปทางถนนสายลำปาง-งาว และขับรถวกเข้าในตัวเมืองลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขับรถไล่ล่าเพราะเชื่อว่าในรถยนต์ของนายอภิเชษฐ จะต้องมียาเสพติดอยู่แน่นอน และเมื่อติดตามมาถึงหมู่บ้านสามัคคี ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืน ยิงยางหลังของรถยนต์เก๋ง คันดังกล่าว ทำให้รถยนต์เก๋ง เสียหลักพุ่งไปชนต้นไม้ บริเวณจุดกลับรถบ้านสามัคคี จนรถพังเสียหายยับเยิน กันชนรถหลุด และ ยางล้อหลังหลุด และ ยังทำให้ คนขับรถยนต์เก๋งคือนายอภิเชษฐ ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในรถฝั่งเบาะคนขับ ออกมาไม่ได้   จากนั้น จนท.ตำรวจ ได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยนครลำปาง นำอุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง เข้ามาตัดถ่างใช้เวลากว่า 20 นาที จึงนำตัวของนาย อภิเชษฐ ออกมาจากรถได้แต่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ได้นำตัว ส่งโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี ลำปาง ทันที ส่วนเพื่อนอีกคนที่มาด้วยกันคือนายธีระพง สูงนะ อายุ 25 ปี ชาวบ้าน อ แม่ทะ จ.ลำปาง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปสอบปากคำเพื่อขยายผลต่อหาผู้ร่วมขบสนการรายอื่นต่อไป

 862
อาชญากรรม
12 ธ.ค. 62

สะอื้นแรง! หนุ่มค้ายาถูกจับร้องไห้คร่ำครวญ ห่วงเมียเพิ่งคลอดลูกสาว 2 เดือน

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าวตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ร่วมกับทหารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจ.สงขลาและทหารมทบ.42 เข้าจับกุมผู้ค้ายาเสพติด แต่ปรากฎว่าขณะเข้าจับกุมผู้ต้องหาร้องได้เสียงดัง เหตุห่วงเมียและลูกที่พึ่งคลอดได้ 2 เดือน    วันนี้ (12 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าวตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ร่วมกับทหารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจ.สงขลาและทหารมทบ.42 พ.ต.อ.สถาพร แก้วสนิท ผกก.ตชด.43,ร.ต.ท.สนธยา ผ่องใส หน.ชปข.กก.ตชด.43   ปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นจับกุมนักค้ายาเสพติดที่บ้านไม่มีเลขที่ พื้นที่หมู่11 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจับกุม นายธันวา แล่ล่า อายุ 25 ปี หรือนุช พร้อมไอซ์เกือบ10 กรัมที่ใส่ไว้ในถุงสำหรับแบ่งขายและโยนออกไปทางหน้าต่างเพื่อหนีความผิด พร้อมกับเครื่องช่างดิจิตอล 2 เครื่อง เงินสด 1,040 บาท และโทรศัพท์มือถือ1 เครื่อง   แต่ระหว่างถูกจับกุม นายธันวา ถึงกับปล่อยโฮร้องให้ครวญครางออกมาด้วยเสียงดังอย่างไม่อายใครและพยายามปฏิเสธว่าไอซ์ที่พบไม่ใช่ของตน และภรรยาเพิ่งคลอดลูกสาวคนแรกได้เพียง2 เดือนและกำลังน่ารัก ส่วนภรรยาก็นั่งอุ้มลูกสาวร้องให้อยู่ข้างๆด้วย และที่บ้านก็เป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว   แต่สุดท้าย นายธันวา ก็จำนนด้วยหลักฐานยอมรับสารภาพว่า ค้ายาไอซ์จริงโดยซื้อมาจากนายป๊อก ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง อาศัยอยู่พื้นที่บ้านไร่ ต.บ้านพรุ โดยติดต่อสั่งซื้อไอซ์ผ่านทางโทรศัพท์ ครั้งละ 1 เซ็ท หรือ5 กรัทในราคา 4,000 บาท และนำมาแบ่งขายให้กับลูกค้าโดยแบ่งบรรจุใส่ถุง ในราคาถุงละ 100-200 บาท   เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งดำเนินคดีที่สภ.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ และจะสอบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ซึ่งยังมีอีกหลายคน

 1,731
สังคม
11 ธ.ค. 62

รวบแก๊งฟันน้ำนมค้ายาไอซ์ พร้อมแกนนำ 'สไปร์ท'

จ.อุดรธานี ตำรวจจับกุม ด.ช.วัย 14 ปี หัวหน้าแก๊งฟันน้ำนมลอบขายยาไอซ์ให้กับเครือข่าย นายสไปร์ท พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่   พันตำรวจโท อติโรจน์ ทางแจ้ง รอง ผู้กำกับ สภ.กุดจับ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังตำรวจได้จับ น.ส.เฟิร์น อายุ 18 ปี พร้อมยาไอซ์ 1.05 กรัม และ ให้การซัดทอดว่า ซื้อยาไอซ์มาจาก เครือข่าย นายวชิร หรือ สไปร์ท จำปาหมื่น พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ และมีหมายจับคดียาเสพติด เมื่อตำรวจติดตามไปที่บ้าน พบว่า นายสไปร์ท หลบหนีไปแล้ว แต่สืบทราบว่าได้นำยาเสพติดไปเก็บไว้กับ ด.ช.โด่ง เพื่อรอการจำหน่ายประมาณครึ่งกิโลกรัม    จึงเข้าตรวจค้นบ้านของ ด.ช.โด่ง พบยาไอซ์ รวมน้ำหนัก 276 กรัม และพบยาบ้าอีก 50 เม็ด ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวนและยังจากการสอบสวนทั้ง 2 คน รับสารภาพว่า ได้รับยาไอซ์มาจากเครือข่ายของนายสไปร์ท ซึ่งบางส่วนก็ได้จำหน่ายไปบางแล้ว โดยเครือข่ายของนายสไปร์ท จะมี 2 ทีม คือ เครือข่ายฟันน้ำนม มี ด.ช.โด่ง เป็นหัวหน้า โดยจะนำยาไอซ์มาขายในเขตเทศบาลฯ และอีกเครือข่ายจะนำไปขายในอำเภอต่างๆ    ซึ่ง ด.ช.โด่ง ได้ค่าจ้างขายยา สัปดาห์ละ 500 บาท และได้ค่าส่งยา ครั้งละ 200-500 บาท พร้อมกับได้ค่าจ้างยาบ้าอีกครั้งละ 10 เม็ดส่วน พ่อแม่ ด.ช.โด่ง แยกทางกัน จึงได้มาอาศัยอยู่กับพ่อ แต่พ่อได้ไปทำงานที่ต่างประเทศ พ่อจึงได้ฝาก ด.ช.โด่ง ไว้กับนายสไปร์ท ซึ่งเป็นเพื่อน แต่นายสไปร์ท กับชักชวน ด.ช.โด่ง เข้ามาขายยาไอซ์

 854
ต่างประเทศ
11 ธ.ค. 62

เฟซบุ๊กเผย ทำการปิดบัญชีผู้ใช้ปลอม 5,400 ล้านบัญชี หวังแก้ปัญหาสังคม

ตามข้อมูลผู้ใช้ที่ได้รับการเปิดเผยโดยเฟซบุ๊กระบุว่า ปีนี้ได้มีการลบบัญชีผู้ใช้ปลอมทั่วโลกกว่า 5,400  ล้านรายชื่อ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีประมาณ 3,300 ล้านรายชื่อ เฟซบุ๊กต้องเผชิญความกดดันทั้งจากสภาคองเกรซ และหน่วยงานสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ที่ต้องการแก้ปัญหาการสร้างความแตกแยก การกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสังคม

 856
สังคม
21 พ.ย. 62

ตร.บุกจับสามีภรรยาเปิดอู่ซ่อมรถบังหน้า พบยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด

ตำรวจบุกจับสองสามีภรรยาชาวลำปางเปิดอู่ซ่อมรถบังหน้า พบยาบ้าได้กว่า 2 แสนเม็ด หลังสืบทราบลักลอบจำหน่ายให้วัยรุ่น และแรงงานละแวกนั้น     เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 20 พ.ย 2562 พล,ตำรวจตรี อนุชา อ่วมเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรลำปางพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติด ภ.จ.ว ลำปาง เข้าทำการสอบสวนนาย กฤษณะ มณีชื่น อายุ 42ปีอยู่บ้านเลขที่6363 ตำบล แวง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัด สกลนคร และนางสุภาวิตา เติบโต อายุ30ปีชาวอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 275.000เม็ด ที่ บริเวณ หน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่ บน ถนนวชิราวุธดำเนิน ใกล้สามแยกพระบาท ตำบลพระบาทอำเภอเมืองลำปาง หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าที่ห้องเช่าหลังดังกล่าวซึ่งเปิดเป็นอู่ซ่อมรถยนต์และรถจักรยานยนต์มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่น และผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ อำเภอ เมืองลำปาง    จึงวางแผนให้สายลับพร้อมนำเงินที่มีการถ่ายเอกสารให้กับสายลับเข้าทำการล่อชื้อจำนวน 1ถุง 200 เม็ดในราคา 2000 บาท เมื่อถึงเวลานัดหมายผู้ต้องหาได้นำเอายาบ้ามาส่งให้กับสายของเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุมพร้อมของกลาง และทำการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวนดังกล่าวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีดำวางอยู่ภายในห้องเช่าดังกล่าวจึงทำการควบคุมตัวทั้งสองสามีภรรยามาทำการสอบสวน   จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องหารับว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของตนเองโดยได้ติดต่อ และขับรถไปรับเอายาบ้าดังกล่าวมาจากเพื่อนในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมา โดยเพื่อนได้ให้นำเอายาบ้ามาก่อนส่วนเงินค่ายาบ้าจะมีการโอนให้ภายหลัง ซึ่งเพื่อนได้นำมาวางไว้ตามข้างถนนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ตนเองจึงนำมาพักไว้ในบ้านเพื่อรอการจำหน่าย และทำเป็นครั้งแรก ซึ่งตนเองพร้อมภรรยาได้อาศัยเปิดห้องเช่าเป็นอู่ซ่อมรถยนต์เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่จนมาถูกเจ้าหน้าที่ทำการล่อชื้อ และจับกุมตัวดังกล่าว    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันมียาเสพติดยาบ้าไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน ส.ภ เมืองลำปางเพื่อทำการสืบสวนขยายผลหาตัวเพื่อนที่ร่วมขบวนการต่อไป

 2,687
ข่าวภูมิภาค
23 ก.ย. 62

เนียนทุกบท! ตร.ปลอมเป็นคนตกปลา จับผู้ต้องหาค้ายา ซ้ำหนีคดีข่มขืนเด็ก 10 ปี

ขอนแก่น-ตำรวจ สภ.เวฬุวัน จับกุมตัวนายพรทิพย์ หรือ หลง จันทร์ศรี อายุ 35 ปี ในข้อหาพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล, กระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช้ภริยาของตน โดยเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยใช้อาวุธและหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2551 เวลา 10.00 น. โดยผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีการจับกุมมานานถึง 10 ปี   ต่อมาเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีชาวบ้านในพื้นที่บ้านคำบอน ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จำหน่ายยาบ้าให้วัยรุ่นในพื้นที่ หลังรับแจ้งจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่สืบสวนหาเบาะแส กระทั่งทราบชื่อว่า นายพรทิพย์ หรือ หลง จันทร์ศรี อายุ 35 ปี พร้อมทั้งพบประวัติว่าเป็นผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีพรากผู้เยาว์ในพื้นที่ สภ.พระยืนเมื่อปี 51 ทางตำรวจจึงเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้   กระทั่งได้รับแจ้งจากสายลับอีกครั้งว่า นายหลง จะไปตกปลาที่สระน้ำในหมู่บ้าน พร้อมทั้งทำการซื้อขายยาบ้ากัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เวฬุวันจึงได้วางแผนปลอมตัวเป็นชาวบ้านไปหาปลา ซุ่มอยู่ในจุดที่รับแจ้งจากสายลับ กระทั่งผ่านไป 30 นาที พบนายหลงขับรถจักรยานยนต์ท่อเสียงดังมาจอดที่ริมสระ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวเป็นคนหาปลาได้แสดงตัวขอเข้าตรวจค้น   โดยพบยาบ้าจำนวน 40 เม็ดอยู่ในกระเป๋ากางเกง พร้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จึงได้ขอตรวจปัสสาวะพบเป็นฉี่ม่วง ซึ่งนายหลงให้การรับสารภาพว่าเป็นยาบ้าของตัวเองและเสพยาเสพติด ทางตำรวจจึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เวฬุวัน ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ขับขี่รถขณะมีสารเสพติด (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย   จากการสอบสวนนายหลงให้การรับสารภาพว่า ลักลอบขายยาบ้าให้วัยรุ่นในพื้นที่มาหลายครั้ง โดยรับยาบ้ามาจากพ่อค้าในพื้นที่ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น นำมาขายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ราคาเม็ดละ 100 บาท ก่อนจะมาถูกจับกุมดังกล่าว   และในส่วนของหมายจับข้อหาพรากผู้เยาว์เมื่อปี 51 นั้น นายหลง ให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและไม่เคยถูกจับมาถึง 1 ปี โดยจะหนีลงภาคใต้ ไปๆมาๆ หาหลับนอนตามป่า ไม่ค่อยออกมาเจอผู้คน เพื่อหนีการจับกุม หลังสอบสวนผู้ต้องหาจึงได้ควบคุมตัวนางหลง พร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวฬุวันดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระยืน ได้ทำเรื่องขออายัดตัวผ้ต้องหาไปดำเนินคดีตามหมายจับข้อหาพรากผู้เยาว์ด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dXmkxykMFjU

 13,695
สังคม
23 ก.ย. 62

เนียนทุกบท! ตร.ปลอมเป็นคนตกปลา จับผู้ต้องหาค้ายา ซ้ำหนีคดีข่มขืนเด็ก 10 ปี

ขอนแก่น-ตำรวจ สภ.เวฬุวัน จับกุมตัวนายพรทิพย์ หรือ หลง จันทร์ศรี อายุ 35 ปี ในข้อหาพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล, กระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช้ภริยาของตน โดยเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยใช้อาวุธและหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2551 เวลา 10.00 น. โดยผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีการจับกุมมานานถึง 10 ปี   ต่อมาเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีชาวบ้านในพื้นที่บ้านคำบอน ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จำหน่ายยาบ้าให้วัยรุ่นในพื้นที่ หลังรับแจ้งจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่สืบสวนหาเบาะแส กระทั่งทราบชื่อว่า นายพรทิพย์ หรือ หลง จันทร์ศรี อายุ 35 ปี พร้อมทั้งพบประวัติว่าเป็นผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีพรากผู้เยาว์ในพื้นที่ สภ.พระยืนเมื่อปี 51 ทางตำรวจจึงเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้   กระทั่งได้รับแจ้งจากสายลับอีกครั้งว่า นายหลง จะไปตกปลาที่สระน้ำในหมู่บ้าน พร้อมทั้งทำการซื้อขายยาบ้ากัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เวฬุวันจึงได้วางแผนปลอมตัวเป็นชาวบ้านไปหาปลา ซุ่มอยู่ในจุดที่รับแจ้งจากสายลับ กระทั่งผ่านไป 30 นาที พบนายหลงขับรถจักรยานยนต์ท่อเสียงดังมาจอดที่ริมสระ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวเป็นคนหาปลาได้แสดงตัวขอเข้าตรวจค้น   โดยพบยาบ้าจำนวน 40 เม็ดอยู่ในกระเป๋ากางเกง พร้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จึงได้ขอตรวจปัสสาวะพบเป็นฉี่ม่วง ซึ่งนายหลงให้การรับสารภาพว่าเป็นยาบ้าของตัวเองและเสพยาเสพติด ทางตำรวจจึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เวฬุวัน ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ขับขี่รถขณะมีสารเสพติด (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย   จากการสอบสวนนายหลงให้การรับสารภาพว่า ลักลอบขายยาบ้าให้วัยรุ่นในพื้นที่มาหลายครั้ง โดยรับยาบ้ามาจากพ่อค้าในพื้นที่ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น นำมาขายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ราคาเม็ดละ 100 บาท ก่อนจะมาถูกจับกุมดังกล่าว   และในส่วนของหมายจับข้อหาพรากผู้เยาว์เมื่อปี 51 นั้น นายหลง ให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและไม่เคยถูกจับมาถึง 1 ปี โดยจะหนีลงภาคใต้ ไปๆมาๆ หาหลับนอนตามป่า ไม่ค่อยออกมาเจอผู้คน เพื่อหนีการจับกุม หลังสอบสวนผู้ต้องหาจึงได้ควบคุมตัวนางหลง พร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวฬุวันดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระยืน ได้ทำเรื่องขออายัดตัวผ้ต้องหาไปดำเนินคดีตามหมายจับข้อหาพรากผู้เยาว์ด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dXmkxykMFjU

 13,695
ข่าวภูมิภาค
21 มิ.ย. 62

จับหญิงลาวค้ายาไอซ์ ต้องสงสัยโยงขนยาเสพติดข้ามชาติแก๊งปุ๊กกี้

นครศรีธรรมราช-จนท.สนธิกำลังจับกุมนางตาดำ นุวงพัน อายุ 34 ปี เป็นคนนครเวียงจันทร์ สัญชาติลาว พบยาไอซ์ในห้องนอนจำนวน 82.8 กรัม(จี) เงินสด 5 หมื่นบาท ทองคำหนัก 41.5 กรัม มีแหวน สร้อยทอง และต่างหู อีกจำนวนหนึ่ง และมีรถเก๋ง 1 คัน    จึงได้แจ้งข้อกล่าวหานางตาดำ ชาวลาว ในข้อหามียาเสพติดชนิดยา ไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ขณะที่นางตาดำระบุว่าเพิ่งคบกับนักค้ายาเสพติดรายนี้ที่หลบหนีไปได้เพียง 10 วัน ยาทั้งหมดไม่ใช่ของตัวเอง ส่วนเงินที่หมุนเวียนในบัญชีเป็นวงเงินที่ปล่อยกู้เก็บดอกเบี้ยในประเทศ สปป.ลาว   ทั้งนี้ จนท.ไม่เชื่อคำให้การของนางตาดำ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ติดตามพฤติการณ์ของ 2 คนมาระยะหนึ่งแล้ว โดย ปปส.มีข้อมูลที่อยู่ในระหว่างการสืบสวนซึ่งพบข้อมูลบางอย่างน่าเชื่อว่านางตาดำ อาจจะเป็นหนึ่งในขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ และอาจเชื่อมโยงกับแก๊งของปุ๊กกี้-ปริศนา พรายแสง อดีตนักร้องชื่อดัง และแก๊งค้ายาเสพติดชาวไต้หวัน   ซึ่งข้อมูลต่างๆ อยู่ในระหว่างการสอบสวนขยายผลในเชิงลึกต่อไป โดยจะทำการสอบปากคำนางตาดำ เพิ่มเติม รวมทั้งส่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกไล่ล่าตัวนายชลอศักดิ์ เป้าหมายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่รวมทั้งผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฏหมายให้ได้โดยเร็ว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนางตาดำ  พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4oBiApVwfV0

 2,221
ข่าวภูมิภาค
19 มิ.ย. 62

เปิดปฏิบัติการ endgame ภาค 2 จับอดีต รองนายก อบต.เครือข่ายยารายใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3

เพชรบูรณ์-ตำรวจปราบปรามยาเสพติดนำกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกว่า 100 นาย เข้าตรวจค้นเป้าหมาย ภายใต้ยุทธการสยบไพรี 62/14 ตอน ENDGAME ภาค 2 จุดจบซาตานแดนอีสาน ขยายผลตรวจค้นเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดในเขตพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่จับกุม นายสมบัติ เลือดทหาร อดีตรองนายก อบต.ระวิง อ.เมืองเพชรบูรณ์ 1 ใน 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีสมคบกันค้ายาเสพติด   สืบเนื่องจากการสืบสวนทราบว่า เครือข่ายยาเสพติดรายนี้เป็นเครือข่ายยาเสพติดในระดับสั่งการ ทำให้ยาเสพติดถูกแพร่กระจายเข้าสู่เมืองชั้นในของประเทศ โดยเจ้าหน้าที่แบ่งกำลังออกเป็น 7 ชุด นำอดีตรองนายกอบต.ที่ถูกจับกุมตกเป็นผู้ต้องหาก่อนหน้านี้ไปตรวจค้นบ้านพักในเขต อ.เมืองเพชรบูรณ์ และพื้นที่บริเวณข้างเคียง   ส่วนนายไพรรัตน์ เลือดทหาร น้องชายอดีตรองนายกฯ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับอีกรายที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนี อย่างไรก็ตาม ในการตรวจค้นขยายผลครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดทรัพย์สินและตรวจสอบจำนวนหลายสิบรายการ ซึ่งเป็นของ 2 ผู้ต้องหาและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นมีมูลค่าราว 58 ล้านบาท อาทิ ปืนพก, พระเครื่องเลี่ยมทอง, ทองรูปพรรณ, บ้านพัก, รถจักรยานยนต์, รถยนต์ สมุดบัญชีเงินฝากและยาบ้า 8,461 เม็ด ยาไอซ์ 162 กรัม   พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ร่วมแถลงข่าวระบุ การจับกุมครั้งนี้นับเป็นการตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ใน 3 ที่ลักลอบลำเลียง ไอซ์ ยาบ้า และกัญชาล็อตใหญ่เข้าสู่พื้นที่ชั้นในโดยการจัดทีมลำเลียงประมาณ 1-3 ชุด เพื่อแบ่งเส้นทางหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ ซึ่งคาดว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวกับยาเสพติดมาตั้งแต่ดำรงการเมืองท้องถิ่น ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ในการขนยาเสพติด   การเข้าตรวจค้นในวันนี้ ตำรวจค้นจุดเป้าหมายรวม 7 จุด โดยจะยึดทรัพย์ไว้ตรวจสอบ เบื้องต้นพบแล้วมากกว่า 50 ล้านบาท ทั้งบ้าน ที่ดิน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถแบ็คโฮ ที่คาดว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด และยังอยู่ระหว่างตรวจทรัพย์เพิ่มเติมเพราะเชื่อได้ว่ายังมีการโอนไปยังบุคคลต่างๆ เพราะหลบหลีกการตรวจสอบ   ตามข้อมูลพบว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นนักค้ายาเสพติดระดับสั่งการ ครั้งละจำนวนมากๆ และมีกลุ่มการเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดราวถึง 7 คดี โดยคดีที่มีการจับกุมและขยายผล กระทั่งมีข้อมูลพาดพิงเชื่อมโยงถึงเครือข่ายยาเสพติดรายนี้ ได้แก่   คดีที่ 1 เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2561 จับยาบ้า 400,000 เม็ด และไอซ์ 22 กิโลกรัม ที่อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี   คดีที่ 2 วันที่ 30 พ.ค. 2561 จับยาบ้า 200,000 เม็ด 25 กิโลกรัม, กัญชา 80 กิโลกรัม อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์   คดีที่ 3 วันที่ 28 ก.ค. 2560 ไอซ์ 400 กิโลกรัม ที่อ.เมือง จ.ขอนแก่น   คดีที่ 4 วันที่ 2 ต.ค. 2561 จับกัญชา 458 กิโลกรัม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี   คดีที่ 5 เดือน พ.ค.2562 จับกัญชา 444 กิโลกรัม อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ที่จุดรับมอบยาเสพติด อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g85f1re_b1Q

 3,994

Top