ค้นหา :

ผลการค้นหา "ครอบครัว"

กีฬา
28 ก.ค. 61

พ่อ 'น้องจ๋า' สุดปลื้ม 'เจ้าแหลม' ชนะใจครอบครัว ลั่นพร้อมยกที่ดินให้ว่าที่ลูกเขยเปิดค่ายมวย

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์หลัง “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์โลกขวัญใจชาวไทย ได้ออกมาเปิดใจถึงรักครั้งใหม่กับ น้องจ๊ะจ๋า - พรพิมล สารแก้ว สาวชุมพรแล้ว หลังมีภาพร่วมพิธีหมั้นโผล่ว่อนในโลกโซเชียลฯ    ล่าสุดคุณพ่อของน้องจ๊ะจ๋าได้ออกมาเปิดใจถึงว่าที่ลูกเขยว่า ตนเองประทับใจเจ้าแหลมมากๆ เพราะในวันที่เดินทางมาพบที่บ้าน ได้นำสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัว รวมถึงถ้วยรางวัลจำนวนมากและเข็มขัดแชมป์โลกมาให้ดู โดยบอกกับพ่อแม่ว่าขอให้จัดห้อง เพื่อเก็บสิ่งของเหล่านี้ไว้ที่บ้านน้องจ๊ะจ๋าด้วย ทำเอาทุกคนในครอบครัวถึงกับอึ้งที่เห็นความตั้งใจจริงของแหลม จึงบอกแหลมว่าสิ่งที่เป็นของสำคัญให้นำกลับไปก่อน รอให้ผ่านพิธีแต่งงาน แล้วจะปรับปรุงบ้านให้แหลมกับจ๊ะจ๋าได้อยู่อย่างสุขสบาย ถึงจะไม่ร่ำรวยอะไรมากก็ ไมได้คาดหวังในทรัพย์สินของแหลมแต่อย่างใด คนหลังสวนเป็นคนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไม่สนใจเรื่องความร่ำรวย ทรัพย์สินเงินทองมากไปกว่าเรื่องของจิตใจ     โดยตนยอมรับว่า แหลม ทำให้พ่อแม่ประทับใจมาก พ่อกับแม่ และพี่น้อง จะเตรียมทุเรียนหมอนทอง ให้แหลมนำไปฝากคนใกล้ชิด เพื่อนฝูง พ่อแม่ อย่างเต็มที่ ไม่ว่าต้องการสักกี่ลูกก็ตาม เพื่อคนใกล้ชิดกับแหลม ได้รู้จักทุเรียนหมอนทอง ที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ว่ารสชาติดีมากอย่างไร  และในอนาคตก็พร้อมยกที่ดินให้แหลมเปิดค่ายมวยอีกด้วย                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/JIC6oxx_b94

 25,902
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 พ.ค. 61

ชาวเน็ตสับเละ! ครอบครัวหัวร้อนชี้หน้าด่า-ต่อยตร. ฉุนโดนใบสั่ง เจอขุดไม่ได้ทำครั้งแรก

โลกออนไลน์แชร์คลิป ครอบครัวหัวร้อนชี้หน้าด่าตำรวจ สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง และทำร้ายตำรวจ เพราะไม่พอใจที่ถูกตำรวจจราจรออกใบสั่งหลังจอดรถในเขตห้ามจอด บริเวณตลาดข้างบริษัท เอส ซี จี ซึ่งเป็นการกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด   ในเวลาต่อมา 3 พ่อแม่ลูก คือ นายพยอม แสงวันดี อายุ 32 ปี น.ส.หทัยรัตน์ สมถวิล อายุ 35 ปี และนายอิทธิพล สมถวิล อายุ 18 ปี ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับตำรวจ สภ.มาบตาพุด ในข้อหาดูหมิ่นและต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ขณะปฎิบัติหน้าที่ แต่ทั้งหมดปฎิเสธข้อกล่าวหาว่าไม่ได้ทำ ขณะที่ผู้บังคับบัญชาได้ให้กำลังใจและชื่นชมตำรวจทุกนายที่อดทนต่อการยั่วยุและไม่ตอบโต้     ขณะที่ในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอของครอบครัวดังกล่าว ที่มีปากเสียงกับตำรวจและคู่กรณีในหลายจังหวัด ซึ่งเป็นการแสดงออกเหมือนกับที่เกิดในพื้นที่ อ.มาบตาพุด อีกด้วย                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/2sR1z_bSgDw

 26,793
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ค. 61

ครอบครัวคาใจ ส.ต.ต. ดับปริศนาคาแฟลตที่ระนอง ไม่เชื่อเพื่อน ตร.ทำปืนลั่นใส่

ครอบครัว ส.ต.ต.ธานิตย์  แสงทอง  ตำแหน่ง ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม (ป) สภ.กระบุรี จ.ระนอง อายุ 22 ปี  ประสบอุบัติเหตุอาวุธปืนลั่นเสียชีวิตบนอาคารแฟลตตำรวจเหตุเกิดบนชั้น 4 แฟลตตำรวจ สภ.กระบุรี เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น       ล่าสุดพ่อแม่ของ ส.ต.ต.ธานิตย์ ไม่ยอมรับหรือเซ็นในหนังสือที่เจ้าหน้าที่นำมาให้เซ็นยืนยันในสาเหตุการเสียชีวิตเพราะยังไม่ชัดเจนและยังคลางแคลงใจในหลายประเด็น ส่วนศพของ ส.ต.ต.ธานิตย์นั้น ทางครอบครัวได้รับจากโรงพยาบาลระนองไปเตรียมบำเพ็ญกุศลที่ จ.กระบี่ ต่อไป     โดยพ่อของ ส.ต.ต.ธานิตย์ กล่าวว่าตนเป็นห่วงพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุจึงพยายามติดต่อญาติที่ระนองและ ตำรวจ สภ.กระบุรีแจ้งไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุ แต่ปรากฏว่าเมื่อมาถึง จ.ระนองทาง จนท.ได้มีการเคลื่อนย้าย ส.ต.ต.ธานิตย์ มายังโรงพยาบาลกระบุรีโดยอ้างเพื่อช่วยชีวิต เมื่อพบว่าเสียชีวิตก็ได้มีการล้างทำความสะอาดร่างกายเพื่อตกแต่งศพและนำชุดตำรวจมาสวมใส่เรียบร้อย ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้มีการเก็บพยานหลักฐานใดๆในเวลานั้น ทำให้ทางครอบครัวต่างรู้สึกสงสัยในข้อพิรุธดังกล่าว        ส่วนผลการชันสูตรพลิกศพที่ฝ่ายนิติเวชโรงพยาบาลระนองระบุว่า พบร่องรอยถูกยิงเข้ามากลางหลังกระสุนพุ่งทะลุปอด และพุ่งเข้าตรงที่หัวใจห้องซ้ายกับห้องล่างแตกหรือหัวใจระเบิดเพราะความแรงของกระสุนก่อนที่กระสุนจะพุ่งทะลุลำตัวผู้ตายพุ่งออกทางด้านหน้าและโดนที่ข้อมือเล็กน้อย  โดยสันนิษฐานว่าหลังจากผู้ตายถูกกระสุนปืนจะยังมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 4-5 วินาที ก่อนที่จะสิ้นใจตาย                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/2ntmM25hcJg

 2,673
ข่าวภูมิภาค
08 เม.ย. 61

ครอบครัวร่ำไห้เผาศพ ‘เศรษฐีนี’ เป็นศพคาเก๋ง พ่อยังยืนยันคำเดิมไม่เชื่อลูกฆ่าตัวตาย

ความคืบหน้าจากกรณีพบศพ น.ส.ดวงจันทร์ ทวีพันธ์ อายุ 33 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในรถเก๋งบริเวณซอยเปลี่ยวข้างคลองส่งน้ำชลประทาน อ.ลืออำนาจ จ.อำนาเจริญ เมื่อกลางดึกวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ในสภาพมีถุงพลาสติกคลุมศีรษะ บริเวณใต้ตาขวาฟกซ้ำ เบื้องต้นตำรวจตั้งปมชิงทรัพย์ ฆ่าล้างหนี้ และฆ่าตัวตาย หลังมีภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าก่อนที่จะหายตัวไปผู้ตายได้แวะซื้อยาจากร้านขายยา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุดทางครอบครัวได้จัดพิธีฌาปณกิจที่วัดโพธิ์ศรี ต.คำพระ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ขณะที่พ่อของผู้เสียชีวิตยังยืนยันว่าลูกสาวไม่ได้ฆ่าตัวตายเป็นถูกฆาตกรรม โดยยังรอผลการชันสูตรจากกรุงเทพฯ และพร้อมจะยอมรับ แต่ในใจก็ยังเชื่อว่าลูกไม่ได้ฆ่าตัวตายแน่นอน                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/sSwqbQUpdYA          

 5,808
ข่าวภูมิภาค
04 ก.พ. 61

สุดอาลัย ครอบครัวเผาศพ 'น้องเบิร์ด' เด็กป่วยมะเร็งกระดูก เพื่อนร่ำไห้ร่วมร้องเพลงส่งวิญญาณ

เศร้า ด.ช.อนุวัต งามศักดิ์ หรือน้องเบิร์ด อายุ 14 ปี เด็กนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนคลองลานวิทยา จ.กำแพงเพชร ผู้ป่วยมะเร็งกระดูก หลังเล่นเซปักตะกร้อผิดท่าจนขาข้างขวาบริเวณหัวเข่าปูดออกเป็นก้อนขนาดใหญ่ วัดโดยรอบได้ 1 เมตร ความยาว 45 เซนติเมตร ซึ่งแพทย์ระบุต้องตัดขาทิ้ง ประกอบกับฐานะยากจน ล่าสุดเสียชีวิตแล้วนั้น ล่าสุดครอบครัวได้จัดงานฌาปนกิจ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า เพื่อนร่วมชั้นเรียนได้ร่วมกันร้องเพลงส่งวิญญาณของเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย พากันส่งเสียงร้องไห้กันระงม   ขณะครอบครัวเปิดเผยว่าเงินบริจาคส่วนหนึ่งจะเก็บไว้รักษาน้องสาวของน้องเบิร์ดเพราะมีอาการป่วยเป็นมะเร็งเหมือนกัน                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/-ZriVw5PS3o

 17,424
บันเทิง
21 ม.ค. 61

'เมย์' เคลียร์ชัดทุกประเด็นปมรักล่ม ยันไม่ได้ทะเลาะ พ้อ "เขาไม่เอาเรา" วอนหยุดว่าพ่อแม่ 'เจ'

ดาราสาวชื่อดัง เมย์-พิชญ์นาฏ สาขากร ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับนักข่าว หลังเลิกรากับแฟนหนุ่มนักฟุตบอลทีมชาติ เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์ หลังคบหากันมานานเกือบ 3 ปี  ยันไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน รักกันดี แต่มันแค่ถึงทางตัน ไปต่อไม่ได้ จริงๆ มันเป็นเรื่องเล็กๆ อยู่ดีๆ เขาคิดว่าปีหน้าอยากแต่งงานและเขาให้สัมภาษณ์ แต่เขาอาจไม่ได้ปรึกษาพ่อแม่ ทีนี้ในวันบวช คุณพ่อคุณแม่เขาคงงงที่นักข่าวมาถามก็ให้สัมภาษณ์อีกแบบนึง ตนก็ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นพอเขาไปปรึกษากันแล้วมีเหตุผลว่าไม่พร้อมหรืออะไรรึเปล่า แต่พอไม่พร้อมแล้วก็ไม่ได้บอกตน ทุกคนเลือกที่จะเงียบหายไป แล้วตนเป็นคนเดียวที่ต้องพบปะผู้คน ทุกคนก็มั่นใจว่าคงมีข่าวดีก็มาถาม พอโดนถามเยอะๆ เพื่อนมาแซว ตนก็กลับไปถามเขาว่าคืออะไร แล้วเรื่องทั้งหมดก็เป็นไปอย่างที่เล่าไปแล้ว    ตนว่าทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง เพียงแต่อยากให้เข้าใจว่าที่ออกมาพูดเพราะทุกคนโปรยไว้แล้วหนีหายไป แต่ตนคือคนเดียวที่ต้องออกมาตอบ ทั้งที่คำตอบคือเขาไม่เอาตน ตอนไปออกรายการก็มีคนเข้ามาถามเยอะมากว่าจะแต่งใช่ไหม ออร่าเจ้าสาวจับมาเลย ตนไม่มีความสุขและอึดอัด       ดาราสาวเปิดใจต่อว่า ตนอยากให้ครั้งนี้เป็นการสัมภาษณ์ครั้งสุดท้าย ตอนนี้มีข่าวเล็กข่าวน้อยที่อ่านแล้วรู้สึกไม่ดีโดยเขียนว่าตนไปพูดลับหลังอย่างโน้นอย่างนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ตนเปิดใจให้สัมภาษณ์สองสื่อ ฉะนั้นข่าวนอกเหนือจากนี้ที่เขียนกันเองไม่ได้มาจากปากของตน อย่าไปเชื่อ     “ถึงแม้วันนี้จะไปไม่ถึงจุดที่เราอยากให้มันถึงทั้งคู่ แต่เมย์กับเจทำดีที่สุดแล้ว เขาไม่ได้ไม่ต่อสู้เพื่อเมย์หรอก แต่เขามีภาระหน้าที่ของเขา อย่างหนึ่งที่เมย์รักเขาคือเขาเป็นคนกตัญญู แล้วเมย์ก็อยากให้เขากตัญญูกับพ่อแม่ต่อไป เมย์เองก็จะกตัญญูกับพ่อแม่ตัวเองเหมือนกัน ถ้าการแต่งงานมันทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่สบายใจก็ไม่ต้องแต่ง เราสามารถรักกันในอีกแบบหนึ่งได้ เพราะเมย์รักเขา”       ดาราสาวยังกล่าวอีกด้วยว่า ตนอายุ 36 เขาอายุ 24 เขาบอกให้รอ 3 ปี ถ้าอีก 3 ปีตนยังว่าง อกหัก แล้วเขาพร้อมแล้ว พ่อแม่เขาแฮปปี้แล้ว มาจีบตนใหม่แล้วกัน ไม่ได้หมายความว่าจะรอเขา คือตนแก่แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ต้องการใคร ย้ำตนแค่พูดความจริง วันนั้นมี 5 คนในเหตุการณ์ คือตน เจ คุณพ่อคุณแม่เจ และผู้จัดการส่วนตัวของตน ไม่มีคนอื่นอีกแล้ว 5 คนนี้รู้เรื่องดีทั้งหมด ถ้าตนพูดไม่จริงให้ออกมาบอกเลยว่าคำไหนที่พูดไม่จริง และถ้าอยากได้ความจริงก็เอาจากปากเจ      ขณะที่ความเคลื่อนไหวของหนุ่มเจ ล่าสุดโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ภาพแช็ตในกรุ๊ปเพื่อนของเมย์ โดยหนุ่มเจได้ส่งข้อความสุดท้ายก่อนออกจากกรุ๊ป ระบุว่า “โชคดีนะครับพี่ทุกคน ขอบคุณที่เอ็นดูผม ถ้าเจอกัน ผมยังเหมือนเดิมนะครับ ผมต้องออกจากกลุ่มแล้ว ขอโทษนะครับ ฝากดูแลเมย์ด้วยนะครับ”                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ZJGStm9eEBI

 86,306
บันเทิง
20 ม.ค. 61

'เมย์' เปิดใจหมดเปลือกเลิก 'เจ' ลั่นไม่เคยเรียกสินสอด30ล้าน รับเสียใจมาให้ความหวังแล้วดับฝัน

ดาราสาวชื่อดัง เมย์ พิชญ์นาฏ เปิดใจหลังประกาศเลิกรากับนักเตะรุ่นน้อง เมสซีเจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์ รับสภาพจิตใจดีขึ้น พร้อมเคลียร์ปมคาใจ หลังคุณพ่อของเจให้สัมภาษณ์ทำนองว่าตนเข้าไปคุย ยืนยันตนไม่ได้เข้าไปขอลูกชายของเขา แต่เรื่องเกิดจากว่าเจ ไปให้สัมภาษณ์กับสื่อญี่ปุ่นก่อนว่ามีแพลนจะแต่งงานกับตน จากนั้นไปออกรายการต่างๆ ได้พูดอีกว่ามีแพลนจะแต่งงานกันหลังบวช ซึ่งตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่ของเจก็เออออตามนั้นในวันบวชว่าอาจจะมีข่าวดี ซึ่งส่วนตัวเองไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย แต่กลายเป็นว่ามีนักข่าวมาแซวเยอะมากว่าจะมีข่าวดีเหรอ ยอมรับว่าข่าวนั้นทำให้ตนดีใจ ฉะนั้นที่ให้สัมภาษณ์ว่าตนได้เข้าไปคุยเรื่องแต่งงาน คือตนไม่ได้ไปขอลูกเขา ความเป็นจริงคือลูกเขาเป็นคนที่อยากแต่งงานกับตน รวมถึงให้ความหวังตนด้วย ซึ่งพอกำลังมีหวังอยู่แต่สุดท้ายก็มาดับหวังด้วยการบอกว่าไม่มีฤกษ์ ตรงนี้ตนรู้สึกว่าใจร้ายเกินไป       ส่วนที่มีข่าวว่าตนเรียกสินสอด 30 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่าตนไม่ได้เรียกเลย อย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้แล้ว คุณแม่ของเขาได้พูดไว้ก่อนแล้วว่า “แม่ไม่มีอะไรให้” รวมถึงที่คุณพ่อของเขาถามว่า “พ่อเมย์จะเรียกสินสอดแพงมั้ย ถ้าเรียกแพงพ่อไม่มีให้นะ” ตนยังจำวันนั้นได้ดีว่าตัวเองร้องไห้และบอกว่าตนไม่ได้อยากได้เงินหรือสินสอดหรืออะไรเลย ตนไม่เอาสินสอดอะไรก็ได้ แหวนที่เจให้ตน เมื่อวาเลนไทน์ปีที่แล้ววงนี้ตนก็ใส่ได้ อีกอย่างถ้าตนอยากได้เงินคงไม่มาคบเขาหรอก ตนแค่รู้สึกว่าอยู่ดีๆ เขาสร้างฝันให้ตนและอยู่ดีๆ เขาก็ทำลายฝันนั้น ถ้าเขาเอ็นดูตนสักนิดหรือมาจับมือและพูดกับตนว่า “พ่อแม่มีเงินเท่านี้ บ้านเราไม่ได้รวย เมย์อยู่ได้มั้ย” ตนตอบได้ทันทีเลยว่า เมย์ยินดีค่ะ เพราะว่าตนรักและพร้อมที่จะลำบากกับเขาจริงๆ      ดาราสาวยังเปิดเผยอีกด้วยว่า ตอนนี้เจเลือกที่ออกจากกรุ๊ปไลน์ที่เป็นแฟมิลี่ของเพื่อนๆ ตน รวมถึงก็ไม่มีการโทร.หรือไลน์มา ลบแฮชแท็กที่เขียนไว้ในไลน์ออก ลบโปรไฟล์ออก แบบนี้คือตนก็เคลียร์แล้ว จริงๆ ตนไม่ได้อยากให้ใครว่าเขาว่าทำไมเขาถึงไม่ต่อสู้หรืออะไรเลย อยากให้ย้อนกลับไปว่าที่ตนมารักเขา หนึ่งอย่างที่ตนรักในตัวเขาคือความกตัญญู ถ้าพ่อแม่ตนไม่ชอบเขาหรือพูดตั้งแต่วันแรกว่าอย่าคบเลยลูก ตนก็จะไม่คบเพราะตนเลือกพ่อแม่ แต่ตอนนี้สิ่งที่ตนเสียใจคือคุณพ่อคุณแม่ของเขาไม่ได้เอ็นดูตน แต่เขาไม่บอกลูกเขา เลยทำให้ลูกเขาและตนคิดไปว่าคุณพ่อคุณแม่เอ็นดูมาตลอด จนถึงวันนี้ตนเลยเจ็บหนัก แต่ตอนนี้เมย์อยากจบแล้ว อยากจบดีๆ      “หลายคนถามว่าทำไมไม่เลิกกันเงียบๆ ออกมาพูดทำไม คือ ถ้าเมย์ไม่ทำแบบนี้มันจะไม่จบค่ะ เมย์ลำบากใจในการที่จะลงรูปตัวเองโดยไม่แท็กเขา เพราะแฟนคลับก็จะเข้ามาถามเยอะๆ จนเมย์ร้องไห้ทุกวัน ตอนนั้นจะเลิกก็เลิกไม่ได้ เจก็ไม่ยอมเลิกกับเมย์ด้วย ซึ่งมันก็จะทรมานกันไปเรื่อยๆ ฉะนั้นมันถึงเวลาที่ต้องชัดเจนกับอะไรสักอย่างเพื่อที่ทั้งสองฝ่ายจะได้เดินต่อไป เมย์เลยเลือกที่จะหักดิบด้วยการทำแบบนี้ดีกว่า เจเองก็จะได้ตัดใจและเดินต่อไปเพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่เขาซ้อมหนักก่อนจะเปิดฤดูกาล ส่วนเมย์เองก็เริ่มไม่ไหว อีกนิดนึงก็จะเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว อย่างน้อยจะได้มีพอยต์กับชีวิตว่าจากนี้ตัวเราต้องเดินต่อแล้วนะ”       ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ เมสซี่เจ ล่าสุดทวิตเตอร์ของ ฮอกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโร ทีมในเจลีก ได้เผยแพร่ภาพของเมสซี่เจขณะเดินทางไปแข่งนัดอุ่นเครื่องกับทีมวี วาเรน นากาซากิ ซึ่งเจ้าตัวก็ยิ้มแย้มและยกนิ้วให้กล้องอีกด้วย                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ymFJfEgKYcc

 125,663
สังคม-อาชญากรรม
24 ธ.ค. 60

'เก่ง' เขียนจม.ระบายปมฆ่า อ้างโดนแฟนสาวทุบตี พ่อแม่ 'หมอปอ' ซัดไม่รักก็น่าจะบอกกันตรงๆ

ความคืบหน้าจากคดี นส.นนทิญา ครัวจัตุรัส อายุ 25 ปี เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หมอปอ” ถูกบุกยิงเสียชีวิต ทั้งที่กำลังจะแต่งงานในอีก 5 วัน ตำรวจสืบสวนพบคนร้ายที่ลงมือโหดคือ นายเก่ง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ และเป็นว่าที่เจ้าบ่าว สารภาพสาเหตุที่ลงมือเพราะไม่อยากแต่งงาน เนื่องจากไปพบรักใหม่กับกิ๊กสาว    ล่าสุดนายเก่งได้เขียนจดหมายแล้วฝากร้อยเวรไปมอบให้พ่อแม่ของหมอปอ มีใจความระบุว่า   “ผมต้องขอโทษพ่อ แม่ พี่แปด้วย ที่ได้ทำแบบนี้ ลึกๆ แล้วผมก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ ไม่มีใครอยากเป็นคนเลว ไม่มีใครอยากติดคุกเลยครับ ผมกับปอมีปัญหาด้วยกันหลายอย่าง ไม่ใช่แค่เรื่องผู้หญิงอื่น แต่มันมีเรื่องเงิน เรื่องการไม่เข้าใจกัน   เพราะพ่อกับแม่ก็คงรู้ดีว่า นิสัยส่วนตัวของน้องปอเป็นแบบไหน เวลามีอะไรปอไม่เคยบอกคนที่บ้านเลย ปอมีอคติกับคนที่บ้านผม และยิ่งอยู่ด้วยกันก็เข้ากันไม่ได้เลย ผมโดนทุบตีตลอด   แต่เรื่องดีๆปอก็มีเยอะ ปอไม่เคยนอกใจผมเลย ไม่เคยคบใคร แต่เรื่องความใจร้อน ปอใจร้อนมาก พ่อกับแม่ถามเพื่อนๆ ปอได้เลย ถามพี่เดือน น้องกิ๊บ ได้ว่าทะเลาะกันบ่อยแค่ไหน แล้วเวลาทะเลาะ มีแต่ปอที่เสียงดังอยู่ตลอด   ปัญหามันเยอะมากจนอึดอัดไปหมด ผมรักพ่อกับแม่นะครับ และต้องขอโทษพ่อกับแม่ด้วย ผมสำนึกผิดแล้ว ผมต้องขอโทษจากใจจริงว่าผมผิดไปแล้ว พ่อกับแม่ไม่ต้องยกโทษให้ผมก็ได้ครับ”    ขณะที่พ่อแม่ของหมอปอระบุว่าจดหมายของนายเก่งเชื่อถือไม่ได้ เพราะรู้ว่าหมอปอเคยโดนนายเก่งทำร้ายร่างกายหลายครั้ง แต่ก็ยังรักมาก ถ้านายเก่งไม่รักหมอปอก็น่าจะบอกกันตรงๆ เรื่องยกเลิกการแต่งงานแค่อับอายเท่านั้น แต่ไม่ควรลงมือสังหาร ขนาด 2 ครอบครัวสนิทกัน พ่อแม่ของนายเก่งมาถึงชุมพร ยังไม่มางานศพหมอปอเลย ส่วนเรื่องการเผาศพที่กำหนดไว้วันที่ 24 ธ.ค. จะขอเลื่อนไปก่อน เพราะรอญาติๆ และเพื่อนๆ ส่วนจะกำหนดวันไหนจะบอกอีกครั้ง      ด้านพี่ชายของหมอปอเปิดเผยว่า ครอบครัวได้อ่านจดหมายที่เก่งเขียนมาแล้ว มีบางเรื่องที่ไม่เป็นความจริง ทั้งเรื่องที่บอกว่าโดนบีบบังคับจากน้องปอ ตรงนี้ไม่เชื่อ น้องไปทุบตีเขาอะไรแบบนี้ ผู้หญิงจะมาทุบตีผู้ชายด้วยเหตุผลแบบนี้ไม่น่าเป็นไปได้ ตนเป็นพี่ก็ถามเขาตลอด สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นทางครอบครัวก็คงจะให้อภัยเก่งไม่ได้ ในเมื่อคุณยังไม่มีการให้อภัยน้องผมเลย มันเป็นเรื่องที่โหดร้ายมาก ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ สำหรับเรื่องฌาปนกิจคงเป็นหลังวันจันทร์ถึงจะเริ่มกำหนด เพราะต้องไปดำเนินเรื่องทรัพย์สินและเอกสารให้เสร็จก่อน              ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/sdBoOLgvRww

 80,341
สังคม-อาชญากรรม
18 ธ.ค. 60

ไร้เงาครอบครัว 'เมย' ฟังผลสอบของกองทัพ ขณะ ผบ.ทสส.ชี้เป็นสิทธิหากครออบครัวยังเดินเรื่องต่อ

ตามกำหนดวันนี้ (18 ธันวาคม 2560) จะเป็นวันที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของกองบัญชาการกองทัพไทย กรณีการเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหาร (นตท.) ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย เชิญผู้ปกครองของน้องเมยเข้ารับฟังผลการสอบสวนกรณีดังกล่าว โดยพล.อ.อ.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนยืนยันว่าพร้อมที่จะตอบทุกข้อสงสัยหากครอบครัวมาฟังผล แต่ครอบครัวแสดงท่าทีว่าจะไม่มาฟังผลอย่างแน่นอนนั้น   ล่าสุด 10.00 น.วันนี้ยังไม่ปรากฎความเคลื่อนไหวว่ามีสมาชิกครอบครัวตัญกาญจน์เดินทางมารับฟังผลการสอบสวนกรณีน้องเมยแต่อย่างใด   ด้าน พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงกรณีที่ครอบครัวของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหาร หรือน้องเมย ไม่มาฟังผลการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของบุตรชายว่า เบื้องต้นได้ทำหนังสือไปเรียนเชิญผู้ปกครองของน้องเมยแล้ว ส่วนผู้ปกครองจะติดภารกิจอื่นหรือไม่ว่างมาหรือไม่นั้น เรายังไม่ได้รับการแจ้งกลับมา ทั้งนี้ผลการตรวจสอบการเสียชีวิตของน้องเมย เป็นไปตามที่คณะกรรมการได้พิจารณา หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ที่คณะกรรมการอาจเห็นว่าจะต้องพิจารณาอีก เราก็จะพิจารณา แต่หากข้อสงสัยนั้นอยู่นอกกรอบของคณะกรรมการ ก็จะต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ ตำรวจ ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีตามสายงานการบังคับบัญชาแล้ว หากผู้ปกครองยังติดใจและจะขอดำเนินการเรื่องนี้ต่อ ก็ถือเป็นสิทธิที่สามารถทำได้

 26,393
สังคม-อาชญากรรม
10 ธ.ค. 60

ครอบครัวเตรียมเผาศพ 'น้องเมย' วันนี้ วอนสื่องดสัมภาษณ์

ความคืบหน้าจากกรณี นายภคพงษ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ และครอบครัวได้ออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกชาย ล่าสุดผลชันสูตรการเสียชีวิตพบว่ามีรอยช้ำตามร่างกายหลายแห่ง รวมทั้งซี่โครงซี่ที่ 4 ที่หักนั้น ไม่ได้เกิดจากการทำซีพีอาร์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น     ล่าสุดครอบครัวได้ตัดสินใจจัดพิธีสวดพระอภิธรรมน้องเมย ที่วัดวิเวการาม ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และเตรียมจัดพิธีฌาปนกิจศพในวันนี้ (10 ธ.ค.) โดยทางครอบครัวงดไม่ให้สัมภาษณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น   ด้าน นางสาวสุพิชา ตัญกาญจน์  พี่สาวของน้องเมยได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า "กราบเรียนเชิญทุกท่าน ร่วมฟังสวดพระอภิธรรม และ ฌาปนกิจศพ นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ (เมย) วันที่ 9 ธันวาคม 2560  ฟังสวดพระอภิธรรม 19:30 นาฬิกา วันที่ 10 ธันวาคม 2560 ฌาปนกิจ 15.30 นาฬิกา สถานที่ : วัดวิเวการาม ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  แผนที่ : https://map.longdo.com/p/A00129068 ปล.ขอความกรุณาถึงสื่อทุกสำนักข้าพเจ้าและครอบครัวไม่ขอให้สัมภาษณ์ใด ๆทั้งสิ้น ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกท่านจะให้ความร่วมมือ  ขอบคุณค่ะ"           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/PITs0v4p5OM

 17,025
สังคม-อาชญากรรม
26 พ.ย. 60

ครอบครัวของ ‘น้องเมย’ ตั้งโต๊ะแถลง ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งกับ รร.เตรียมทหาร แค่อยากรู้ความจริง

ครอบครัวของ ‘น้องเมย’ นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวแสดงจุดยืน ย้ำชัดไม่ต้องการขัดแย้งกับใคร โดยเฉพาะโรงเรียนเตรียมทหาร แต่ที่ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ เพราะอยากทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของลูกชายเท่านั้น          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/xFfsnyUOZoo

 33,278
สังคม-อาชญากรรม
05 พ.ย. 60

ครอบครัว ผอ.อ้อย ร่ำไห้รับศพกลับบ้านเกิด ลั่นไม่เผาจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

เมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) ครอบครัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือผอ.อ้อย ผอ.กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้เดินทางมารับกระดูกของ ผอ.อ้อย ที่ สภ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อนำกลับภูมิลำเนาไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล หลังส่งกระดูกไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พบว่าเป็นศพของ ผอ.อ้อย จริง        จากนั้นทางครอบครัวได้นำศพไปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณตามความเชื่อ บริเวณเนิน 500 บ้านโนนสูง ซึ่งเป็นจุดที่พบศพ โดยจะจัดพิธีสวดอภิธรรมศพเป็นเวลา 3 คืน และเผาหลอก แต่จะเก็บศพของ ผอ.อ้อย ไว้จนกว่าคดีสิ้นสุด    ด้านนางแหลม อุ่นอ่อน แม่ของ ผอ.อ้อย เปิดใจว่าเห็นศพของลูกสาวถูกห่อด้วยผ้าขาวก็รู้สึกเจ็บปวดมาก ลูกสาวคนนี้ตนรักมากที่สุดเพราะเป็นเสาหลักของครอบครัว จึงอยากขอความเป็นธรรมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากตอนนี้หลักฐานชี้ชัดว่าใครเป็นคนทำ จึงอยากให้ฆาตกรตายตกไปตามกัน                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/miUZtWBz_M0

 17,234
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 พ.ย. 60

ตร.เผยยังไม่ได้ส่งตัว 'น้องนัส' ให้ครอบครัว หลังเด็กรับหนีออกจากบ้านเพราะทนพ่อแม่ติดยาทุบตีไม่ไหว

ความคืบหน้าจากกรณี น้องนัส เด็กชายอายุ 12 ปี หายออกจากบ้านที่ ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมา กระทั่งล่าสุดไปพบตัวที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร หลังหลอกชายวัย 28 ปีว่าไม่มีพ่อแม่ทำให้เกิดความสงสาร      จากการสอบถาม ด.ช.มนัส เล่าว่า สาเหตุที่หนีออกจากบ้านเพราะพ่อแม่ชอบเสพยาเสพติดแล้วทำร้ายร่างกาย จนมีบาดแผลตามร่างกายที่บริเวณขาจากการถูกตีด้วยด้ามเสียม จนช่วงต้นเดือนตุลาคม 60 จึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านและนั่งรถไฟมาลงที่หัวลำโพง ก่อนต่อรถไฟมายังสถานีหัวหิน แล้วขอเงินคนที่เมตตาเพื่อซื้ออาหารประทังชีวิตไปวันๆ จนมาเจอนายอมรจึงขอมาอยู่ด้วย       โดยในเวลาต่อมาบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชุมพรชั่วคราวได้รับตัวเด็กชายมาไว้ในความดูแลแล้ว พร้อมกับติดต่อ สภ.เมือง สระบุรี เนื่องจากมีการแจ้งความเด็กหายไว้ที่ สภ.เมืองสระบุรี ซึ่งทาง สภ.เมืองสระบุรี ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางมารับตัวเด็กกลับไป จ.สระบุรี   ล่าสุดตำรวจเปิดเผยว่า บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสระบุรีมารับเด็กไปไว้ในความดูแลก่อน ยังไม่ได้ส่งคืนให้ไปอยู่กับครอบครัวตามที่มีรายงานข่าวแต่อย่างใด                                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/_l5lCrzBQc4        

 10,913
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.ย. 60

สิ้นสุดการรอคอย! สหรัฐฯ กู้ร่าง 2 นศ.ไทยจมก้นเหว - ครอบครัวร่ำไห้นิมนต์พระทำพิธี

ความคืบหน้ากรณี น้องมิน-ทิวาดี แสงสุริยฤทธิ์  และ น้องกอล์ฟ-ภคพล ชัยรัตนทรงพร 2 นักศึกษาไทย ประสบอุบัติเหตุขับรถตกเหวลึกในอุทยานแห่งชาติคิงส์ แคนยอน รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา    ล่าสุด เจ้าหน้าที่กู้ภัยเมืองเฟรสโน สหรัฐฯ สามารถเก็บกู้ซากรถและร่างของทั้งคู่ได้สำเร็จแล้ว เมื่อวันที่ 1 ก.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังทีมกู้ภัยโรยตัวโดยเฮลิคอปเตอร์ใช้เคเบิ้ลลากรถเข้าฝั่ง 100 ฟุต กู้ร่าง 2 นักศึกษาขึ้นมาพิสูจน์ โดยส่งเจ้าหน้าที่โรยตัวลงไปที่ฝั่งข้างแม่น้ำคิงส์ และใช้สายเคเบิ้ลเพื่อดึงรถมายังฝั่งข้างแม่น้ำ จนสุดท้ายก็สามารถนำร่างของทั้ง 2 นักศึกษาขึ้นมาจากก้นเหวได้สำเร็จ   ทั้งนี้ภายหลังเจ้าหน้าที่สามารถกู้ศพออกมาจากรถได้เรียบร้อยแล้ว ทางครอบครัวของ 2 นักศึกษาได้ร่วมกันประกอบพิธีทางศาสนา  โดยมี นายธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส และนายคิด ฉัตรประภาชัย ที่ปรึกษาของมิเชลล์ สตีล ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกำกับดูแลสำนักงานอำเภอออเรนจ์เคาน์ตี้ เข้าร่วมพิธีด้วย โดยมีพระครูใบฎีกาบุญทัน ฉปณโณ วัดพรหมจริยการาม เมืองเฟรซโน่ แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เป็นผู้ประกอบพิธี   ขณะที่กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า หลังนำร่างนักศึกษาขึ้นมาแล้ว จะพิสูจน์อัตลักษณ์ ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง หากพิสูจน์แล้วว่าใช่ ก็จะมอบร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับครอบครัว เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา โดยจะเคลื่อนย้ายไปฌาปนกิจ ที่สุสานพิมานไทย ในนครลอสแอนเจลิส ก่อนนำอัฐิไปบำเพ็ญกุศลที่วัดไทยในนครลอสแองเจลิส ซึ่งครอบครัวของนักศึกษาชายประสงค์จะลอยอังคารในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ส่วนครอบครัวนักศึกษาหญิงจะนำอัฐิกลับประเทศไทย   ด้าน น.ส.ทิวาพร แสงสุริยฤทธิ์ พี่สาวของนักศึกษาหญิง เปิดเผยว่า ได้ติดต่อขอข้อมูลการจัดฟันและอุดฟันของน้องสาว เพื่อให้ส่งให้เจ้าหน้าพิสูจน์อัตลักษณ์ แทนการตรวจ DNA เพราะสามารถทราบผลได้เร็วกว่า คือภายใน 72 ชั่วโมง  และจะเดินทางไปสหรัฐฯ พร้อมแม่ในวันจันทร์ที่ 4 กันยายนนี้  

 33,324
สังคม-อาชญากรรม
06 ส.ค. 60

เปิดคลิปซากรถ 2 นศ.ไทยจมก้นเหวที่สหรัฐฯ - กงสุลใหญ่เร่งประสานกู้ซาก

ความคืบหน้ากรณี น้องมิน-ทิวาดี แสงสุริยฤทธิ์  และ น้องกอล์ฟ-ภคพล ชัยรัตนทรงพร 2 นักศึกษาไทย ประสบอุบัติเหตุขับรถตกเหวลึกในอุทยานแห่งชาติคิงส์ แคนยอน รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา    ล่าสุดเมื่อวานนี้ (4 สิงหาคม) ครอบครัวของ 2 นักศึกษาได้เดินทางถึงประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว โดยกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส และทีมข่าวสยามทาวน์ยูเอส ได้เดินทางไปรับที่สนามบินนานาชาติลอส แองเจลิส แคลิฟอร์เนีย ก่อนจะพาไปยังจุดเกิดเหตุบริเวณไฮเวย์ 180 และสถานที่ที่เกี่ยวข้อง   ด้านสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิสได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ฯ รายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า ระบุว่า    ๑. ครอบครัวแวะโรงแรมที่พักที่ นศ.ไทยทั้งสองเข้าพักคืนวันที่ ๒๕ ส.ค. ๒๕๖๐ เพื่อรับของใช้ส่วนตัว แต่ได้รับแจ้งว่า ตร.ได้รับของไปแล้วเพื่อเก็บลายนิ้วมือ    ๒. ครอบครัวและกงสุลใหญ่ฯ ได้ไปฟังการบรรยายสรุปที่สถานีตำรวจเมือง Reedley ซึ่ง California Highway Patrol (CHP) ได้อธิบายว่าเดิมเตรียมการจะเก็บกู้วันนี้แต่มีฝนตกมาเพิ่มเติมทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น จึงเลื่อนไปวันจันทร์หากระดับน้ำลดลง แต่วันเสาร์อาทิตย์พยากรณ์อากาศบอกอาจมีฟ้าคะนอง    ๓. กงสุลใหญ่ฯ แจ้งว่าตนไม่สามารถยอมรับการดำเนินการของหน่วยงานท้องถิ่นเช่นนี้ได้ หากนักท่องเที่ยวอเมริกันประสบอุบัติเหตุเช่นนี้ในประเทศไทย หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยตำรวจทหารจะปฏิบัติการกู้ภัยตั้งแต่วันแรก ๆ กรณีนี้อาจจะเป็นประเด็นระหว่างประเทศต่อไป กงสุลใหญ่ฯ ได้ขอรับการสนับสนุนจากผู้ว่าการมลรัฐแคลิฟอร์เนียผ่านสำนักงานนายกเทศมนตรีนครลอสแอนเจลิสและจากประธานวุฒิสภามลรัฐแคลิฟอร์เนียด้วย    ๔. CHP ได้จัดรถนำและตำรวจนำรถสถานกงสุลใหญ่ฯ พาคณะไปสำรวจเดินดูที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ทำให้ครอบครัวเห็นภาพและสภาพพื้นที่ชัดเจนขึ้น สถานกงสุลใหญ่ฯ นิมนต์พระสงฆ์ไปทำพิธีบำเพ็ญกุศลและกรวดน้ำให้พร ณ จุดเกิดเหตุคือราวรั้วกั้นถนนที่ถูกชนหักด้วย    ๕. กงสุลใหญ่ฯ และครอบครัว นศ.ทั้งสองเห็นพ้องกันที่จะจ้างบริษัทเอกชนนำโดรนลงไปสำรวจรถยนต์ที่เสียหายอย่างใกล้ชิดในวันรุ่งขึ้น และเดินทางกลับไปสำนักงาน CHP เพื่อดูภาพนิ่งและวิดิโออย่างละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งทำให้เห็นสภาพความเสียหายของรถยนต์มากขึ้น CHP เมื่อทราบความต้องการของฝ่ายครอบครัวจึงเสนอจะจัดโดรนลงไปสำรวจในวันพรุ่งนี้ หากมีผลแตกต่างประการใดจะนำเรียนครอบครัวผ่านกงสุลใหญ่ฯ    ๖. ผู้ช่วยรองอธิการบดีจาก University of South Florida ที่ไปด้วยแจ้งว่า มหาวิทยาลัยจะดูแลทรัพย์สินของ นศ.ทั้งสองและนำส่งผ่านสถานกงสุลใหญ่ฯ และจัดการเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ของ นศ.ด้วย สถานกงสุลใหญ่ฯ จะประสานบริษัทรถเช่าที่เสียหายและเกี่ยวกับประกันภัยและส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง    ขณะที่เพจ SiamTownUS ได้เผยภาพซากรถของ 2 นักศึกษา ซึ่งเมื่อซูมเข้าไปก็พบภาพเหมือนมีคนติดอยู่ในซากรถ โดยมีอวัยวะเคลื่อนไหวไปตามกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว  

 80,763

Top