ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประกาศ"

สังคม-อาชญากรรม
20 เม.ย. 61

อุตุฯ ประกาศฉบับที่ 1 เตือนไทยตอนบนเจอพายุฤดูร้อน 24-27 เม.ย.

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 24-27 เมษายน 2561)"  ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 20 เมษายน 2561        ในช่วงวันที่ 24-27 เมษายน 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยจะมีผลกระทบทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันที่ 24-25 เมษายน 2561 ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 25-27 เมษายน 2561 จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยจะเริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด           ประกาศ ณ วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.          

 7,517
ต่างประเทศ
13 มี.ค. 61

พลังโซเชียลฯ! สาวมาเลย์ตามหาแม่นานกว่า 10 ปี สุดท้ายได้เจอหลังโพสต์ในทวิตเตอร์แค่วันเดียว

สำนักข่าว mirror นำเสนอเรื่องราวน่าเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ กรณี Ayu Razak หญิงสาวชาวมาเลเซีย ประกาศตามหาแม่ที่แท้จริงและได้เจอตัวสมความปรารถนา หลังโพสต์ในทวิตเตอร์เพียงแค่วันเดียว     สำหรับโพสต์ดังกล่าวแสดงภาพของมารดาซึ่งมีชื่อว่า Siti Rozani พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ทำงานและบ้านเกิดในรัฐซาบาห์เท่าที่หามาได้ เพื่อขอความช่วยเหลือจากชาวเน็ตให้ช่วยแจ้งเบาะแส ภายในเวลาเพียงไม่นานทวิตดังกล่าวได้ถูกส่งต่อไปมากถึง 19,000 ครั้ง กระทั่งผ่านไป 18 ชั่วโมงเธอก็ได้รับการติดต่อจากน้องสาวของแม่ จนนำมาสู่การนัดพบหน้ากันเป็นครั้งแรกในเย็นวันเดียวกัน     หญิงสาววัย 22 ปี ฝันที่จะได้พบหน้าแม่มาตั้งแต่อายุ 12 ปี หลังจากทราบความจริงว่าตัวเองเป็นเด็กที่ถูกรับมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม แต่เมื่อวันที่รอคอยมาถึงจริงๆ เธอกลับไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไร   [ซ้าย] แม่บุญธรรม [ขวา] แม่แท้ๆ   หญิงสาวที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวเปิดใจว่า เธอต้องการจะเชิญแม่ไปร่วมในงานแต่งงานของตัวเอง และตอนนี้เธอก็มีความสุขมากที่มีแม่ถึง 2 คน พร้อมเปิดเผยอีกด้วยว่าหลังจากแม่บุญธรรมอธิบายสาเหตุว่าเป็นเพราะตอนนั้นแม่แท้ๆ มีปัญหาบางอย่าง จึงจำเป็นต้องส่งเธอให้แม่บุญธรรมเลี้ยงดู เมื่อเธอได้ทราบเรื่องราวทุกอย่างก็ไม่รู้สึกโกรธและไม่เคยตำหนิแม่ที่ไม่ได้เลี้ยงดู ทั้งยังรู้สึกยินดีที่จะได้เจอกับพี่น้องของตัวเองทั้ง 5 คนอีกด้วย  

 6,557
เศรษฐกิจ
09 มี.ค. 61

กรมศุลฯ เร่งแก้ไขประกาศการสำแดงสิ่งของ หลัง ปชช.แตกตื่น

จากกรณีที่โลกออนไลน์แชร์ประกาศของกรมศุลกากร เรื่องการสำแดงสิ่งของติดตัวที่มีราคาแพง จนสร้างความแตกตื่น และวิจารณ์ถึงประกาศดังกล่าวว่าไม่เหมาะสม ล่าสุดกรมศุลฯ ระบุกำลังแก้ประกาศให้ชัดเจนมากขึ้น พร้อมยืนยันไม่บังคับต้องแจ้งทุกคน   นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร ยืนยันว่า ประกาศดังกล่าว มีใช้มานานแล้ว และไม่ได้เป็นการบังคับประชาชนที่จะเดินทางออกนอกประเทศทุกราย ที่ต้องสำแดงรายการสินค้าที่มีมูลค่าสูงที่นำติดตัวออกอกประเทศ เป็นเพียงความสมัครใจ สำหรับรายที่ต้องการความสะดวกในการเข้าประเทศ หากมีเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบสัมภาระเท่านั้น ซึ่งขณะนี้กรมศุลกากรกำลังแก้ไขประกาศให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด   ส่วนของที่ซื้อจากร้านดิวตี้ฟรีขาออก เมื่อนำกลับเข้ามาในประเทศ ของที่มีมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษี แต่หากเกินจะต้องเสียภาษี   และเมื่อเข้าไปดูสถิติการแจ้งดีแคร์ของขาออก ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2560 ถึงปัจจุบัน มีเพียง 82 ราย หรือเฉลียเดือนละไม่เกิน 10 ราย / เดือนล่าสุดมีแจ้งเพียง 8 รายเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l13gr18grEU

 8,382
สังคม-อาชญากรรม
08 ม.ค. 61

ดอนเมืองประกาศ! ปิดห้วงอากาศ 8-11 ม.ค. 61 เพื่อซ้อมบินโชว์วันเด็ก คาดมีการเลื่อนเที่ยวบินเร็วขึ้น-ช้าลง

ดอนเมืองประกาศ ปิดห้วงอากาศ ระหว่าง 8-11 ม.ค. 61 ตามช่วงเวลา ซ้อมบินโชว์วันเด็ก อาจมีการเลื่อนเที่ยวบินเร็วขึ้น หรือช้าลงเพื่ออำนวยความสะดวกในการซักซ้อม โปรดอย่าลืมเผื่อเวลาสำหรับการเปลี่ยนแปลง !!   ด้วยกองทัพอากาศได้กำหนดจัดงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2561 ในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2561 ณ ฝูงบิน 601 กองบิน 6 ดอนเมือง โดยจะมีการแสดงของอากาศยานทั้งภาคพื้นและภาคอากาศ ดังนั้นจึงต้องมีการฝึกซ้อมการแสดงการบินทางอากาศก่อนวันแสดงจริง เป็นเวลา 4 วัน ซึ่งจำเป็นต้องปิดห้วงอากาศของท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ดังนี้   วันจันทร์ที่ 8 มกราคม 2561 (1) เวลา 11.35-12.05 น. ระยะเวลา 30 นาที (2) เวลา 13.40-14.00 น. ระยะเวลา 20 นาที   วันอังคารที่ 9 มกราคม 2561 (1) เวลา 09.00-09.12 น. ระยะเวลา 12 นาที (2) เวลา 10.15-10.40 น. ระยะเวลา 25 นาที   วันพุธที่ 10 มกราคม 2561 (1) เวลา 11.20-11.50 น. ระยะเวลา 30 นาที   วันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคม 2561 (1) เวลา 08.15-09.05 น. ระยะเวลา 50 นาที (2) เวลา 14.30-14.50 น. ระยะเวลา 20 นาที   ทดม.จึงใคร่ขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาและวางแผนการเดินทาง ล่วงหน้า 2-3 ชั่วโมง ในช่วงวันเวลาดังกล่าว เพื่อป้องกันการพลาดเที่ยวบิน ทั้งนี้ ได้แจ้งประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการปรับเวลาการบินให้ผู้โดยสารทราบล่วงหน้า โดยผู้โดยสารสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประชาสัมพันธ์ ทดม. หมายเลขโทรศัพท์ 0 2535 1192 ตลอด 24 ชั่วโมง  

 6,519
สังคม-อาชญากรรม
15 ธ.ค. 60

อุตุฯ ประกาศ ฉ.3 ไทยตอนบนอุณหภูมิจ่อลดต่ำสุด6 องศาฯ ภาคใต้บางพื้นที่ยังชุ่มฉ่ำ

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฉบับที่ 3 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2560 "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ตอนล่าง และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 16 ถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2560)"         ในช่วงวันที่ 16-18 ธันวาคม 2560 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นลงโดยทั่วไปกับมีลมแรง อุณหภูมิลดลงได้ 6-8 องศาเซลเซียส รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนยอดดอยมีอากาศหนาวจัด ทำให้มีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย         สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังแรง           อนึ่ง ในช่วงวันที่ 19-21 ธันวาคม 2560 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะยังคงมีอากาศหนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง อุณหภูมิลดลงได้อีก 2-3 องศาเซลเซียส และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยโดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ส่วนภาคใต้มีแนวโน้มฝนลดลงในระยะนี้           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น.       พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ ทางตอนบนของภาค อากาศหนาว และมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 12-15 องศาเซลเซียส  ส่วนทางตอนล่างของภาค อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง  อุณหภูมิต่ำสุด 17-19 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส  บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 2-4 องศาเซลเซียส  ทำให้มีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง และมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส  บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 6-10 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.    ภาคกลาง อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 3-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง และมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิจะลดลง 3-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง  และมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง  และมีฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.   

 11,326
สังคม-อาชญากรรม
14 ธ.ค. 60

อุตุฯ ประกาศ ฉ.2 เหนืออากาศหนาวเย็น-ใต้คลื่นลมแรง ตั้งแต่ 16 ธ.ค. - 22 ธ.ค. นี้

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 2 ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2560 "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ตอนล่าง และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 16 ถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2560)"         ในช่วงวันที่ 16-18 ธันวาคม 2560 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นลงโดยทั่วไปกับมีลมแรง อุณหภูมิลดลงได้ 4-6 องศาเซลเซียส โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนในวันแรก ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2560 จึงขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย         สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังแรง           อนึ่ง ในช่วงวันที่ 19-22 ธันวาคม 2560 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะยังคงมีอากาศหนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง ส่วนภาคใต้มีแนวโน้มฝนลดลงในระยะนี้      

 12,255
การเมือง
28 พ.ย. 60

ออกประกาศพื้นที่กระทบความมั่นคง 5 อำเภอรวม อ.เทพา เป็นการต่ออายุซ้ำตั้งแต่ปี 52 จากเหตุไม่สงบ

วันที่ 28 พ.ย. 2560 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร   โดยประกาศเรื่องนี้เริ่มประกาศครั้งแรกตั้งแต่ปี 2552 โดยมีผลครั้งละ 1 ปี และมีการประกาศต่ออายุซ้ำทุกปีในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนมาจนถึงปัจจุบัน จากสถานการณ์ที่ยังเกิดเหตุโจมตีและความไม่สงบในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา และ 1 อำเภอของ จ.ปัตตานี (อ่านประกาศครั้งแรกในปี 2552 คลิกที่นี่)   อนึ่ง ประกาศฉบับปี 2560 ที่เพิ่งเผยแพร่ลงราชกิจจานุเบกษา มีใจความว่า   ด้วยสถานการณ์ในเขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยังคงปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ซึ่งปรากฏเห็นชัดในรูปแบบของเหตุการณ์รุนแรง ทั้งนี้ ห้วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการ ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นผล ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถแก้ไขและควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ระดับหนึ่ง   ดังนั้น เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน รวมทั้งการบริหารจัดการรักษาความสงบและความปลอดภัยให้มีเอกภาพและเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ยังคงต้องกําหนดมาตรการป้องกันไว้เช่นเดิม เพื่อมิให้สถานการณ์ขยายตัวลุกลาม หรือหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถแก้ไขปัญหาให้ยุติโดยเร็วโดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ดังต่อไปนี้   1. ให้เขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร   2. ให้กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือหน่วยงานภายในที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรมอบหมายให้เป็นศูนย์อํานวยการเป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และจัดทําแผนการดําเนินการในการบูรณาการ การกํากับ ติดตาม และเร่งรัดหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ดําเนินการให้เป็นไปตามแผนที่กําหนด   3. เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติ การป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไข หรือบรรเทาเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ให้บรรดาประกาศ คําสั่ง หรือการดําเนินการใดที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรกําหนดขึ้น หรือการปฏิบัติการใดของศูนย์อํานวยการ หน่วยงาน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ใดที่ได้รับมอบหมายจากกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 ซึ่งมีผลใช้บังคับในเขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยังคงมีผลใช้บังคับโดยต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการกําหนดเป็นอย่างอื่น   ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561   ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

 10,778
ข่าวภูมิภาค
06 พ.ย. 60

อุตุฯ ประกาศ ฉ.1 พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวไทย เตือน 'ใต้' รับมือฝนตกหนัก มีผลกระทบถึงวันที่ 9 พ.ย.นี้

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ “ดีเปรสชัน” บริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)"  ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 06 พฤศจิกายน 2560          เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (6 พ.ย. 60) หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ได้เคลื่อนลงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง และได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ทางด้านตะวันออกของจังหวัดนครศรีธรรมราชประมาณ 250 กิโลเมตร หรือละติจูด 7.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 102.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุด           ใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยอย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อน           ขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานีในวันพรุ่งนี้ (7 พ.ย. 60) และจะเคลื่อนลงทะเลอันดามันในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีลมแรง และมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณภาคใต้ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง           คาดว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีดังนี้            ในช่วงวันที่ 6-8 พ.ย. 60 บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานีรวมทั้งเกาะสมุย นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส            ในช่วงวันที่ 7-9 พ.ย. 60 ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกขอให้ระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้                     ประกาศ ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น.           

 30,862
ข่าวภูมิภาค
02 พ.ย. 60

คุณยาย 65 หัวใจว้าวุ่น ติดป้ายหน้าบ้านหาคนรู้ใจ บอกสเป็คเสร็จสรรพ หวังดูแลกันช่วงบั้นปลายชีวิต

อุบลราชธานี-คุณยายสมปอง ชมพูประเภทวัย 65 ปี ทำป้ายไวนิลติดรั้วบ้านประกาศหาเพื่อนชาย โดยมีข้อความ "หญิงอายุ 65 ปี ต้องการหาเพื่อนชาย อายุ ระหว่าง 60 - 70 ปี (พ่อหม้าย) บำนาญ เป็นคนดี จริงใจ สุขภาพดี ท่านใดสนใจ ติดต่อที่นี่"   โดยคุณยายเปิดเผยว่าตนต้องการคนรู้ใจมาอยู่ด้วย หลังเลิกลากับสามีมาแล้วถึง 3 คน และอยากได้คนดีๆซึ่งจะได้เป็นคนสุดท้ายของชีวิตมาอยู่ด้วย โดยสามีคนแรกเป็นทหารอากาศและเลิกรากันเพราะสามีชอบดื่มเหล้าจนทะเลาะกันบ่อยครั้ง ก่อนได้สามีชาวเยอรมัน 2 คน อยู่กินกันมาประมาณคนละ 5 - 8 ปีแล้วเลิกรากันกับคนสุดท้ายเมื่อ 5 ปี แล้วกลับมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่นั้นก็รู้สึกเหงา   จนวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา จึงตัดสินใจเดินไปทำป้ายไวนิลประกาศหาคู่ มาติดประกาศหน้าบ้าน แต่เนื่องจากอายุมากแล้วก็อยากได้คนดีที่สุดมาอยู่ด้วย และอยากให้เป็นคนดี มีเงินบางเพราะแก่แล้วจะไปทำงานหาเงินมาใช้จ่ายมันก็ลำบาก ถ้ามีบำนาญเหลือเดือนละ 20,000 บาท ก็จะเป็นการดี ตนอยากมีความอบอุ่นและความสบายในบั่นปลายชีวิต ปัจจุบันตนมีแค่เงินสวัสดิการผู้สูงอายุ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมเงินจากลูกชายอีก 2 คนมาช่วยดูแล   นางสมปอง ยังกล่าวอีกว่า หลังติดป้ายมีคนมาสอบถามบ้างแต่ยังไม่ตรงสเป็คที่ตั้งไว้ และเราผ่านโลกมาเยอะ มั่นใจว่าจะเลือกคนที่ดีที่สุดเข้ามาในชีวิต เป็นคนสุดท้ายของชีวิตดูแลกันไปจนวันตายและไม่สนใจคนที่ไม่เข้าใจว่าแก่แล้วยังจะมาประกาศหาคู่อยู่ทำไมไม่เข้าวัด เพราะตนเหงาก็ยอมรับว่าเหงาต้องการคนมาอยู่เป็นเพื่อน เข้าวัดได้แต่ให้ไปอยู่วัดคงไม่ใช่ หากในระยะเวลา 1 ปี ไม่มีคนตามสเป็ค ก็จะเอาป้ายออก และทำใจอยู่คนเดียวเลี้ยงหมาแมวเป็นเพื่อนคลายเหงาแทน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l6g9AoWwABQ  

 93,238
ข่าวภูมิภาค
29 ต.ค. 60

อุตุฯ ประกาศ ฉ.2 เตือน 'ภาคใต้' รับมือฝนตกหนักมาก ช่วง 31 ต.ค.-3 พ.ย.นี้

  ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560)" ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2560        หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง มีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ เข้าปกคลุมบริเวณอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ในช่วงวันที่ 31 ต.ค. – 3 พ.ย. 60 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และลมกระโชกแรงที่เกิดขึ้นไว้ด้วย           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่ง           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้                ประกาศ ณ วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น.

 35,656
ข่าวภูมิภาค
14 ต.ค. 60

อุตุฯ ประกาศ ฉ.4 พายุโซนร้อน 'ขนุน' ยังไม่กระทบไทยโดยตรงช่วง 1-2 วันนี้

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ “ขนุน” (KHANUN) "  ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2560              เมื่อเวลา 04.00 น.วันนี้(14 ต.ค. 2560) พายุโซนร้อน“ขนุน” (KHANUN) ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางหรือด้านตะวันตกกของประเทศฟิลิปปินส์ มีศูนย์กลางอยู่ที่ ละติจูด 16.9 องศาเหนือ ลองจิจูด 118.1 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง            คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำ ประเทศจีน และประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 15-17 ต.ค. 60           โดยจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเมื่อเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ทั้งนี้เนื่องจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศเวียดนามและลาวตอนบน พายุนี้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในระยะ 1-2 วันนี้            อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง                      จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้                     ประกาศ ณ วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 05.00 น.            กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น.           

 20,027
สังคม-อาชญากรรม
12 ต.ค. 60

กสทช. ประกาศห้ามบินโดรนไม่ได้ลงทะเบียนทั่วประเทศ ฝ่าฝืนเจอคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า เพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือป้องกันราชอาณาจักร จึงต้องกำหนดให้โดรนในไทยต้องขึ้นทะเบียนกับ “สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย” โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 6 ประกอบกับมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ประชุม กสทช. จึงมีคำสั่ง ดังนี้   1.ห้ามการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ยกเว้น มีการขึ้นทะเบียนเพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องวิทยุคมนาคมดังกล่าว หรือมีการขึ้นทะเบียนตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) พ.ศ. 2558 หรือเป็นเครื่องบินเล็กซึ่งใช้เป็นเครื่องเล่นตามกฎกระทรวงคมนาคมซึ่งไม่เป็นอากาศยาน พ.ศ. 2548   2.การขึ้นทะเบียนเพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก(Drone)ให้ดำเนินการ ดังนี้   2.1 เอกสารและข้อมูลการลงทะเบียน – กรณีบุคคลซึ่งครอบครองการใช้งาน ให้แจ้ง ชื่อ-สกุลผู้ครอบครอง หมายเลขเครื่องหรือ Serial Number ยี่ห้อเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก(Drone)และอื่นๆ ตามแบบฟอร์มของสำนักงาน กสทช. ภาพถ่ายของ Drone ที่ลงทะเบียน และบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้ครอบครอง – กรณีบุคคลซึ่งครอบครองเพื่อจำหน่าย (ร้านค้า) ให้แจ้งบัญชีแสดงรายการเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ตามแบบฟอร์มของสำนักงาน กสทช. ภาพถ่ายของ Drone ที่ลงทะเบียน และบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้ครอบครอง   2.2 สถานที่ลงทะเบียน ได้แก่ สำนักงาน กสทช. ถนนพหลโยธิน 8 (ซอยสายลม) พญาไท กรุงเทพฯ สำนักงาน กสทช. ภาค และสำนักงาน กสทช. เขต ทั่วประเทศ สถานีตำรวจทั่วประเทศ หรือที่สำนักงานการบิน พลเรือนแห่งประเทศไทย   3.ในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ให้ถือปฏิบัติตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) พ.ศ. 2558 ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง การบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ระหว่างพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด   4.ให้ผู้ครอบครองเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ดำเนินการขึ้นทะเบียนภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันนี้ (11 ต.ค. 2560)   5.ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ. วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/79JvLXBw9nk  

 8,716
สังคม-อาชญากรรม
11 ต.ค. 60

อุตุฯ เตือน 43 จว.ทั่วไทย ฝนตกหนัก ย้ำชาวกรุงเตรียมรับมือฝนตกร้อยละ 70

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ ฉบับที่ 11 "ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2560)"     ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีลมกระโชกแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในที่ราบลุ่มต่อไปอีก 1 วัน           ทั้งนี้ หย่อมความกดอากาศต่ำได้เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือของประเทศไทยและประเทศเมียนมา ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งและมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้ สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักบางแห่ง           คาดว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้          วันที่ 11 ตุลาคม 2560            ภาคเหนือ  บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  บริเวณจังหวัดเลย ขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา            ภาคกลาง  บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี            ภาคตะวันออก  บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด           ภาคใต้  บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต            จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ ประกาศ ณ วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 05.00 น. ประกาศฉบับนี้จะเป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้                                             พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์  พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก  อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส  ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ  นครราชสีมา และบุรีรัมย์  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส  ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด  อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่  บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช  พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่  และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง  พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล  อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส  ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 30,828
สังคม-อาชญากรรม
05 ต.ค. 60

ปภ. เตือน 58 จว.รับมือฝนตกหนัก5-6 ต.ค.นี้

ในช่วง 1-2 วันทั่วประเทศ ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกต่อเนื่อง ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประกาศแจ้งเตือน 58 จังหวัด เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคมนี้   นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร พบว่า บริเวณทุกภาคของประเทศอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 5 ถึง 6 ตุลาคมนี้ จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม รวม 58 จังหวัด แยกเป็น    ภาคเหนือ 15 จังหวัด  ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13 จังหวัด  ได้แก่ เลย ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี    ภาคกลาง 12 จังหวัด  ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี กรุงเทพมหานครและปริมณฑล    ภาคตะวันออก 8 จังหวัด  ได้แก่ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด    ภาคใต้ 10 จังหวัด  ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล    ทั้งนี้ได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่ แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ริมลำน้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาให้ขนของขึ้นที่สูงและอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมสั่งการ จัดเจ้าหน้าที่ และ มิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำท่า น้ำฝน และน้ำทะเลหนุนอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็วและอุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดสถานการณ์    ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 14,936
เศรษฐกิจ
25 ก.ย. 60

กพท. ประกาศเตือน! ห้ามบินโดรน เหนือพระราชพิธีฯ ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ชี้ห้ามฝ่าฝืน ติดคุกทันที

  รายงานข่าวจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กระทรวงคมนาคม แจ้งว่าเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560 นายจุฬา สุขมานพ ผอ. กพท. ได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 ลงนามออกประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยเรื่องการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ระหว่างพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2560     โดยกำหนดห้ามมิให้ผู้ใดทำการบินเข้าไปในบริเวณ พระบรมมหาราชวังมณฑลพิธีท้องสนามหลวงและในเขตพื้นที่รอบในรัศมี 19 กิโลเมตร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพและเพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช       ทั้งนี้ หากพบผู้ใดทำการฝ่าฝืนต้องระวังโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา78(1)แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจทำลายอากาศยานจากภาคพื้นได้ตามมาตร10 (3)แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทำผิดกฎหมายพ.ศ.2553   ที่มาข่าวสด

 6,064

Top