ค้นหา :

ผลการค้นหา "แกนนำ"

การเมือง
05 เม.ย. 61

แกนนำชาติไทยพัฒนา-เพื่อไทย ตบเท้ายืนยันสมาชิกพรรค 'สุดารัตน์' ปัดอาสาเป็นหัวหน้า

บรรดาแกนนำพรรคการเมือง ตบเท้าเข้ายืนยันคุณสมบัติเป็นสมาชิกพรรคอย่างคึกคัก อาทิ พรรคชาติไทยพัฒนา นำโดยนายวราวุธ ศิลปอาชา บุตรชายนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังมีอดีต ส.ส. คนสำคัญ อาทิ นายวัชระ กรรณิการ์ นายถาวร จำปาเงิน นายอนุรักษ์ จุรีมาศ   ซึ่งคาดว่าการยืนยันสมาชิกพรรคครั้งนี้จะมีสมาชิกเข้ายืนยันเกินครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่เคยมี และหลังจากคสช. ปลดล็อคทางการเมืองพรรคเตรียมวางกลยุทธ์หาสมาชิกเพิ่มเติม มากขึ้นกว่าเดิมด้วย   เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย ที่มีสมาชิกมาแสดงตัวจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ระบุว่ามาเพื่อแสดงเจตนารมณ์เป็นสมาชิกพรรค เพราะตนไม่มีรายชื่อในบัญชีสมาชิกพรรค แต่ยังสมัครไม่ได้ ต้องรอให้ คสช. ปลดล็อค ซึ่งตนเคยสมัครเมื่อปี 2556 แต่ผิดพลาดเรื่องทะเบียน   ยืนยันไม่ได้อาสามาเป็นหัวหน้าพรรค เป็นแค่สมาชิกคนหนึ่ง ที่อะไรเป็นประโยชน์กับส่วนร่วมก็จะทำ คนที่พูดเป็นเพียงแหล่งข่าวไม่มีตัวตน ตอนนี้มีหัวหน้าพรรคอยู่แล้วและเขาก็ทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องหาหัวหน้าพรรคใหม่ ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้นำ เพราะมีจุดยืนที่ชัดเจน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VLMUAFk8X4Q    

 3,104
การเมือง
26 มี.ค. 61

อัยการ นัด 15 แกนนำนปช.ส่งฟ้องคดีชุมนุมปี 52 ฐานความผิดยุยง-ปลุกปั่น

 อัยการสูงสุด นัด 15 แกนนำนปช. ส่งฟ้องต่อศาลอาญา รัชดาฯ คดีชุมนุมทางการเมือง ปี 2552 ฐานความผิด ยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย   ช่วงเช้าที่ศาลอาญา แกนนำกลุ่มนปช. อาทิ นายแพทย์เหวง โตจิราการ , นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย เดินทางมารายงานตัวต่อพนักงานอัยการ ซึ่งได้นัดส่งฟ้อง คดีชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มนปช. บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อปี 2552 ฐานความผิดยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 116    สำหรับคดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 22 คน แต่อัยการส่งฟ้อง 15 คน เนื่องจากที่เหลือยังติดตามตัวไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแกนนำนปช. เช่น นาย วีระ มุกสิกพงศ์ ,นายจตุพร พรหมพันธ์ ,นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ , นายอดิศร เพียงเกตุ , นายแพทย์เหวง โตจิราการ , นายพายัพ ปั้นเกตุ และ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท    โดยนายแพทย์เหวง ยืนยันในความบริสุทธิ์ เพราะการชุมนุมที่เกิดขึ้นครั้งนั้นได้สั่งยุติเอง และส่งผู้ชุมนุมกลับบ้าน โดยไม่มีความรุนแรง หรือ ความวุ่นวายใดๆเกิดขึ้น ดังนั้นจึงพร้อมต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม และวันนี้ได้เตรียมหลักทรัพย์เพื่อขอยื่นประกันตัวทันที   อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าอัยการ ได้เลื่อนการส่งฟ้องเป็นช่วงบ่าย เนื่องจากเอกสารยังไม่เรียบร้อย  

 2,164
การเมือง
12 ก.พ. 61

คสช. จับตาความเคลื่อนไหวม็อบหลังปล่อยตัว 4 แกนนำ

พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงแนวทางดำเนินการต่อแกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยในนามคนอยากเลือกตั้งว่า คสช.ยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมต่อไป ควบคู่การทำความเข้าใจกับประชาชน ตลอดจนถึงการดูแลรักความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เหตุการณ์ชุมนุมที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการปฏิบัติหน้างานต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามขั้นตอนและอยู่ในกรอบของกฎหมาย   จนเสร็จสิ้นการชุมนุมและมีการร้องทุกข์กล่าวโทษตามกรอบกฎหมายที่ผู้ชุมนุมได้ดำเนินการ ภาพที่ปรากฎเจ้าหน้าที่ระมัดระวังการกระทบ กระทั่ง ยื้อยุดฉุดกระชาก การทะเลาะ เบาะแว้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม หรือผู้ชุมนุมกับประชาชนที่สัญจรไปมา ภาพโดยรวมถือว่าเจ้าหน้าที่ทำด้วยความเรียบร้อย นอกจากนี้ คสช.ยังไม่มีแนวคิดจะเรียก นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย หลังโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว จะออกมาร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ในนามคนอยากเลือกตั้ง ในครั้งต่อไป มาพูดคุยทำความเข้าใจ   ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ กำชับ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. ติดตามความเคลื่อนไหวการชุมนุมทางการเมืองของทุกกลุ่มในห้วงเวลานี้อย่างใกล้ชิด พร้อมเน้นย้ำการแจ้งความเอาผิดกลุ่มเคลื่อนไหวดังกล่าวให้ดำเนินการอย่างระมัดระวัง เนื่องจากเป็นกลุ่มนักศึกษา และเกรงว่าจะเป็นเงื่อนไขทำให้สถานการณ์บานปลายออกไปก่อนจะถึงวันเลือกตั้งโดยแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหว ที่ คสช.กำลังจับตาอยู่ ประกอบด้วย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นายรังสิมันต์ โรม กลุ่มแกนนำพรรคการเมือง นักศึกษา นักวิชาการ ธรรมศาสตร์ เคลื่อนไหวกิจกรรมการเมือง จัดกิจกรรมเดินเพื่อมิตรภาพจากกรุงเทพฯ ถึงจังหวัดขอนแก่น หวังสร้างกระแสให้เหมือนเหตุการณ์ 14 ตุลา หรือ 6 ตุลา     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3j3oHWIWyDw  

 4,144
การเมือง
25 ม.ค. 61

ศาลให้ประกัน 'สุเทพ' - แกนนำกปปส. หลังอัยการสั่งฟ้อง 9 ข้อหา 'กบฎ-ก่อการร้าย' เจ้าตัวยันอยู่สู้คดีครบไม่หนี!

ศาลอาญา ให้ประกันตัว 9 แกนนำกปปส. หลังประทับรับฟ้อง คดีความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ในการชุมนุมปี 2556-2557 ตีหลักทรัพย์คนละ 6 แสนบาท โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธ จึงนัดตรวจพยาน 2 ฝ่ายครั้งแรก 19 มีนาคมนี้   ภายหลังอัยการสูงสุด ได้นำตัว 9 แกนนำ กปปส. นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ / นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย / นายชุมพล จุลใส / นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ / นายอิสระ สมชัย / นายวิทยา แก้วภราดัย / นายถาวร เสนเนียม / นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และ นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ ไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฎ – ยุยงปลุกปั่น – กระทำให้ปรากฎแก่วาจาฯ – อั้งยี่ ซ่องโจร - มั่วสุมกันเกิน 10 คน – ประทุษร้าย – ขัดขวางการเลือกตั้ง โดย นายสุเทพและ นายชุมพล อัยการได้สั่งฟ้องในข้อหาร่วมกันก่อการร้ายอีก 1 คดีด้วย   ซึ่งศาลประทับรับฟ้อง และสอบคำให้การจำเลยโดยอ่านและอธิบายคำฟ้อง ว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ โดยทั้งหมด ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่ายในวันที่ 19 มี.ค.เวลา 09.00 น.   ทั้งนี้ศาลได้อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวทั้งหมด พร้อมตีหลักทรัพย์คนละ 6 แสนบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ   ย้อนหลังคดีนี้ เริ่มต้นจาก นายคารม พรพลกลาง ทนายความ นปช. ได้ยื่นฟ้องกับ ดีเอสไอ ในช่วงที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอขณะนั้น ก่อนมีความเห็นควรสั่งฟ้อง แกนนำและแนวร่วมกปปส.58 คน ต่ออธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาดำเนินการสั่งฟ้องผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 ต่อมา มีการแยกฟ้องชุดแรก 4 คน คือ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ / ดร.เสรี วงษ์มณฑา / นายสกลธี ภัททิยกุล และ นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม   และในวันนี้ยื่นฟ้องแกนนำอีก 9 คน ในข้อหากบฏ โดย นายสุเทพ และนายชุมพล ยังโดนข้อหาก่อการร้ายอีก 1 คดี ส่วนอีก 34 คน ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการรับฟังคำสั่งฟ้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเป็นรายบุคคลของอัยการว่าเหตุผลสมควรหรือไม่ หากไม่สมควรก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป   อย่างไรก็ตาม มี 7 คน ที่อัยการ ได้แยกสำนวนพิจารณา เนื่องจากข้อหาไม่เกี่ยวข้องกับคดีหลัก อาทิ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ / นายทศพล เพ็งส้ม / นายสาธิต ปิตุเตชะ และ นางนาถยา แดงบุหงา ส่วน 1 เดียวแนวร่วม กปปส. ที่ไม่ถูกฟ้องขณะนี้ คือ นายพิจารณ์ สุขภารังษี เป็นนักวิชาการอิสระ   ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส. เปิดเผยภายหลังศาลอาญา อนุญาตให้ประกันตัว โดยระบุจะเดินหน้าต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจากนี้จะได้หารือกับทนายความ เพื่อนำพยานหลักฐานต่างๆ มาแก้ต่างข้อกล่าวหา พร้อมระบุแม้การออกมาต่อสู้ร่วมกับประชาชน อาจได้รับผลกระทบ และ ถูกดำเนินคดี แต่จะยืนหยัดต่อไปเพื่ออนาคตประเทศ และผลักดันปฏิรูปประเทศไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม ซึ่งหากพลาดพลั้งแพ้คดีก็พร้อมน้อมรับ ถือว่าตัดสินใจเลือกทางนี้แล้ว   อีกทั้ง ย้ำว่าสิ่งที่ทำมาไม่เสียเปล่า แม้การปฏิรูปของรัฐบาลยังไม่เห็นชัดเจน แต่อย่างน้อย ได้หยุดภาวะเลวร้ายการเมืองในครั้งนั้นได้ แต่การปฏิรูป ถือเป็นหน้าที่ของทุกคนต้องกอดคอเดินหน้า เปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์   เมื่อถูกถามว่าหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาลของกปปส.ยังมีอยู่หรือไม่ เช่น นาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม นายสุเทพ กล่าวว่า กปปส.ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน แล้วตนคิดว่า รัฐบาลขณะนี้ก็ไม่มีฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้น กปปส.ก็ไม่มีหน้าที่ไปตรวจสอบรัฐบาล หน้าที่ของเราคือ ต้องบอกประชาชนว่า อะไรที่คสช.ปฏิรูปแล้ว ก็ขอขอบคุณ ส่วนที่ยังทำไม่ได้ ก็ต้องทำต่อ       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mfnUa6_HH8c  

 18,655
การเมือง
24 ม.ค. 61

ด่วน! ศาลอาญา ให้ประกันตัว 9 แกนนำกปปส. คนละ6แสน ห้ามออกนอกประเทศ นัดตรวจพยาน 2 ฝ่ายครั้งแรก 19 มี.ค.นี้

 ศาลอาญา ให้ประกันตัว 9 แกนนำกปปส. หลังประทับรับฟ้อง คดีความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ในการชุมนุมปี 2556-2557 ตีหลักทรัพย์คนละ 6 แสนบาท โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธ จึงนัดตรวจพยาน 2 ฝ่ายครั้งแรก 19 มีนาคมนี้   ภายหลังอัยการสูงสุด ได้นำตัว 9 แกนนำกปปส. นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ,นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย,นายชุมพล จุลใส,นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์,นายอิสระ สมชัย,นายวิทยา แก้วภราดัย ,นายถาวร เสนเนียม,นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และ นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ ไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฎ-ยุยงปลุกปั่น-กระทำให้ปรากฎแก่วาจาฯ-อั้งยี่ ซ่องโจร-มั่วสุมกันเกิน 10 คน-ประทุษร้าย-ขัดขวางการเลือกตั้ง โดย นายสุเทพและ นายชุมพล อัยการได้สั่งฟ้องในข้อหาร่วมกันก่อการร้ายอีก 1 คดีด้วย    ซึ่งศาลประทับรับฟ้อง และสอบคำให้การจำเลยโดยอ่านและอธิบายคำฟ้อง ว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ โดยทั้งหมด ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่ายในวันที่ 19 มี.ค.เวลา 09.00   ทั้งนี้ ศาลได้อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวทั้งหมด พร้อมตีหลักทรัพย์คนละ 6 แสนบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ    ย้อนหลังคดีนี้ เริ่มต้นจาก นายคารม พรพลกลาง ทนายความ นปช. ได้ยื่นฟ้องกับ ดีเอสไอ ในช่วงที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอขณะนั้น ก่อนมีความเห็นควรสั่งฟ้อง แกนนำและแนวร่วมกปปส.58 คน ต่ออธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาดำเนินการสั่งฟ้องผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 ต่อมา มีการแยกฟ้องชุดแรก 4 คน คือ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์,ดร.เสรี วงษ์มณฑา,นายสกลธี ภัททิยกุล และ นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม    และในวันนี้ยื่นฟ้องแกนนำอีก 9 คน ในข้อหากบฏ โดย นายสุเทพ และนายชุมพล ยังโดนข้อหาก่อการร้ายอีก 1 คดี ส่วนอีก 34 คน ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการรับฟังคำสั่งฟ้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเป็นรายบุคคลของอัยการว่าเหตุผลสมควรหรือไม่ หากไม่สมควรก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป    อย่างไรก็ตาม มี 7 คน ที่อัยการ ได้แยกสำนวนพิจารณา เนื่องจากข้อหาไม่เกี่ยวข้องกับคดีหลัก อาทิ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ , นายทศพล เพ็งส้ม ,นายสาธิต ปิตุเตชะ และ นางนาถยา แดงบุหงา ส่วน 1 เดียวแนวร่วมกปปส. ที่ไม่ถูกฟ้องขณะนี้ คือ นายพิจารณ์ สุขภารังษี เป็นนักวิชาการอิสระ    

 18,171
การเมือง
24 ม.ค. 61

'สุเทพ' พร้อม 8 แกนนำ กปปส. พบศาล มั่นใจอัยการคดีพิเศษสั่งฟ้อง "คดีกบฏ"

เมื่อวันที่ 24 ม.ค.61 เวลา 9.20 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการมูลนิธิกปปส. ผู้ต้องหาที่ 1 พร้อมด้วยแกนนำนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่2 นายชุมพล จุลใส อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่3 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่4 นายอิสระ สมชัย อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่5 นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่6 นายถาวร เสนเนียม อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่7 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่8 นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่9 เดินทางมาถึงพร้อมรวมตัวกันเดินเข้าพบอัยการ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โบกมือทักทาย โดยนายสุเทพ กล่าวว่า เชื่อว่าอัยการสั่งฟ้องแน่นอน พร้อมรับสภาพเป็นจำเลย ตามกระบวนการยุติธรรม พวกตนมากันครบ ไม่หนีไปไหน   ด้านนายประยุทธ์ เพชรคุณ รองโฆษกประจำสำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้ ทางอสส.จะสั่งฟ้องทั้งหมด 51 คน ที่ผ่านมาฟ้องไปแล้ว 4 คน เหลือสั่งฟ้อง 47 คนวันนี้ โดยก่อนเที่ยงทางอสส.จะแถลงกระบวนการและขั้นตอนการดำเนินงานต่อไป   ข้อมูลจาก ข่าวสด  

 5,909
สังคม-อาชญากรรม
15 ม.ค. 61

ศาลนัดตรวจคำให้การ 16 แกนนำค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

ศาลจังหวัดสงขลา นัดพร้อม อัยการโจทย์ เครือข่ายคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา 17 คน ซึ่งถูกจับกุมระหว่างเดินเท้าเพื่อเข้ายื่นหนังสือคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา กับนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ณ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดสงขลา ที่มหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560    คดีนี้พนักงานสอบสวน ได้ควบคุมตัว 16 แกนนำฝากขังผลัดแรก ศาลให้ประกัน โดยมีกลุ่มนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย ใช้ตำแหน่งประกัน โดยมีเงื่อนไขให้มารายงานตัวทุก 12 วัน   สัปดาห์ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวน ซึ่งรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งให้อัยการจังหวัดเป็นโจทย์ยื่นฟ้อง 17 แกนนำ โดยศาลจังหวัดสงขลา นัดพร้อม ตรวจคำให้การ พยานหลักฐาน ของโจทย์ และจำเลย ก่อนอ่านคำฟ้องให้จำเลยฟัง หากจำเลยให้การปฏิเสธ ศาลจะตรวจสอบพยานเอกสาร วัตถุ โจทย์ และจำเลย ก่อนนัดวันสืบพยาน ซึ่งตามกฎหมายอาญาศาลจะให้โจทย์สืบพยานทั้หมดก่อนให้จำเลยนำพยานเอกสาร วัตถุ มาหักล้างก่อนตัดสิน    ทั้งนี้กลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จังหวัดสงขลา ได้ปฏิเสธมาตั้งแต่ตั้ง โดยอ้างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พศ.2558 ตามรัฐธรรมนูญ   สำหรับบรรยากาศในช่วงเช้าวันนี้แกนนำทั้ง 17 คน พร้อมเครือข่ายนัดรวมตัวกันที่บริเวณหน้าศาล บางส่วนยังคงสวมเสื้อสีเขียวซึ่งเป็นสัญลักษณ์การคัดค้าน หลังสืบพนานนัดแรกจะได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ให้รัฐบาลหยุดพฤติกรรมใช้คดีปิดปากประชาชน และยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ก่อนแยกย้ายกันเดินทางกลับ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,438
การเมือง
28 ก.พ. 60

แกนนำต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินพอใจ นายกฯสั่งยกเลิก eia - ehia

คืบหน้าปมโรงไฟฟ้าถ่านหิน แกนนำต้านพอใจนายกสั่งยกเลิกการศึกษา แต่รอชัดเจนว่า กฟผ.จะไปถอนออกหรือไม่ ขณะที่ชาวบ้านเตรียมรวมตัวกดดันผู้ว่ากระบี่ให้วางตัวเป็นกลางพรุ่งนี้   จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีหนังสือไปถึงกระทรวงพลังงาน เพื่อแจ้งให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยกเลิกผลการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และผลการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้และให้เริ่มต้นทำใหม่ พร้อมทั้งขอให้กลุ่มต้านต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมาย    ความคืบหน้าวันที่ 28 ก.พ.60 นายสมนึก กรดเสือ แกนนำต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และท่าเทียบเรือขนถ่ายถ่านหินบ้านคลองรั้ว กล่าวว่า ทางกลุ่มปกป้องอันดามันจากถ่านหินมีความพอใจกับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ยกเลิกการศึกษาผลกระทบดังกล่าว แต่จะต้องรอดูความชัดเจนวันนี้ ว่าทาง กฟผ.จะไปถอนการศึกษาทั้ง 2 ออกจาก สผ.หรือไม่ เพราะขั้นตอนการศึกษานั้น ได้มาถึง คชก. หรือคณะกรรมการชำนาญการ ในการศึกษาผลกระทบและสิ่งแวดล้อมแล้ว จึงต้องรอความชัดเจนว่าจะถอนหรือไม่    ขณะเดียวกันวันนี้ ได้มีกระแสข่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (1 มี.ค.) จะมีมวลชนเป็นชาวบ้านในพื้นที่ ที่คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ จะเดินทางมาชุมนุมประท้วง และเรียกร้องให้นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ วางตัวเป็นกลาง หลังจากที่ผ่านมา ทางผู้ว่าฯ ได้แสดงให้เห็นว่า ไม่ได้ทำตัวเป็นกลางในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทั้งการที่มีหนังสือสั่งระดมมวลชนของข้าราชการในพื้นที่ การขึ้นป้ายขอบคุณนายกฯ ที่อนุมัติการสร้างโรงไฟฟ้า ในการประชุมคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ ที่ขึ้นป้ายหน้าสนามบินกระบี่ แม้ต่อมาจะมีการถอดป้ายดังกล่าวออกไปแล้วด้วย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง      

 2,738

Top