ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฉ้อโกง"

สังคม-อาชญากรรม
08 ม.ค. 63

เหยื่อสาวรวมตัวร้องกองปราบ ถูกหนุ่มอ้างเป็นนร.นอก-นักธุรกิจ หลอกแต่งงานก่อนเชิดเงินหนี

หญิงผู้เสียหาย 3 คน เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยติดตามจับกุมนายภัควรรธ์ วัฒนานนท์ ที่หลอกลวงต้มตุ๋น หลอกเอาเงินและทรัพย์สิน โดยการเข้ามาจีบทางเฟซบุ๊ก จนไว้ใจและถึงขั้นขอแต่งงาน ซึ่งมีเหยื่อ 1 ในนั้น ที่หลงเชื่อแต่งงานอยู่กินด้วยกัน ซึ่งจริงๆ แล้วมีผู้เสียหายทั้งหมด 4 คน   โดยนางสาวบี หนึ่งในผู้เสียหายระบุว่า พฤติการณ์ของนายภัควรรธ์ จะอ้างว่านักเรียนนอก เป็นนักธุรกิจ อยู่ในแวดวงไฮโซ แถมยังเป็นเซียนพระชื่อดัง มีการจัดฉากให้ดูน่าเชื่อถือ อีกทั้งแม่ของนายภัควรรธ์ก็รู้เห็นเป็นใจร่วมเล่นละครตบตาด้วยกัน เมื่อผู้เสียหายตกหลุมพรางเชื่อใจก็จะหลอกให้ผ่อนรถยนต์ รถบิ๊กไบค์ โดยให้เป็นชื่อของผู้เสียหาย แต่ฝ่ายชายก็ไม่ได้ผ่อน ทิ้งภาระให้ฝ่ายหญิงต้องผ่อนแทน มีการนำทรัพย์สินของผู้เสียหายไปแล้วไม่คืน ขอเงินฝ่ายหญิงใช้ไปวันๆ   เมื่อเห็นว่าฝ่ายหญิงเริ่มหมดประโยขน์ หรือเริ่มรู้ทันก็จะเลิกราหนีหายไปดื้อๆ รวมแล้วสร้างหนี้สิน และได้ทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้ง 4 คน ไปเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้าน 7 แสนบาท ซึ่งในปี 2562 หลอกผู้เสียหายได้ถึง 4 คน ต่อมามีหญิงผู้เสียหายไปแจ้งความเอาผิดนายภัควรรธ์ จนถูกออกหมายจับคดีฉ้อโกง และยักยอกทรัพย์ แต่คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า ยังคงอัพโปรไฟล์อยู่ในโลกโซเชียลเหมือนเดิม จึงมาร้องกองปราบปราบเพื่อช่วยติดตามจับกุม เพื่อถ้าปล่อยไว้อาจมีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อเพิ่มอีก   น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ผู้เสียหายอีกรายเปิดเผยว่า นายภัควรรธน์ได้เข้ามาขอรู้จักกับตนผ่านทางโปรแกรมหาคู่ของเฟซบุ๊ก ตอนแรกอ้างตัวว่าเป็นนักธุรกิจฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัข และช่างภาพอิสระ มีฐานะดี ตนเห็นว่านายภัควรรธน์มีบุคลิกดี ดูน่าเชื่อถือ ประกอบกับพูดจาดี ทำให้หลงเชื่อใจและคบหากันได้ประมาณ 3 เดือน   น.ส.เอ กล่าวต่อว่า จากนั้น นายภัควรรธน์ได้ให้แม่มาสู่ขอแต่งงาน โดยบอกว่าเรื่องเงินสินสอดไม่มีปัญหา แต่เมื่อถึงวันงานแต่งจริง กลับบอกว่าไม่ได้เตรียมเงินสินสอดมา เพราะติดปัญหาบางอย่าง พร้อมกับให้ตนออกค่าใช้จ่ายไปก่อนจำนวน 3 แสนบาท และยังให้ผ่อนรถ อ้างว่าจะคืนให้ภายหลัง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เงินคืน   ทั้งนี้ผู้เสียหายมีการร่วมกันตั้งเงินรางวัลนำจับนายภัควรรธ์ เป็นเงิน 2 หมื่นบาท เพราะพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นภัยต่อสังคมและสำหรับมูลค่าความเสียหายของทั้งผู้เสียหายทั้ง 4 หากนับเป็นเงินสดมีมูลค่าเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งยังไม่นับรวมถึงภาระหนี้สิ้นที่ถูกทิ้งไว้กับบางรายที่สูงนับล้านบาท   สำหรับตัวนายภัควรรธน์ เคยถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุม เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2557 ในคดีฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และใช้ยศโดยไม่มีสิทธิ เมื่อปี 2556 นายภัควรรธน์ ยังได้แอบอ้างตัวเป็นนายแพทย์ของโรงพยาบาลศิริราช ทำทีตีสนิทหญิงสาวคนหนึ่ง แล้วขอยืมรถยนต์จากผู้เสียหายก่อนจะเชิดรถหนีไป เหตุเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่   นอกจากนี้ยังเคยแอบอ้างเป็นนายทหารยศร้อยโท หลอกลวงผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง โดยทำทีว่ามีรสนิยมทางเพศแบบชายรักชาย จากนั้นขอหยิบยืมเงินจากผู้เสียหายเป็นจำนวน 40,000 บาทก่อนหลบหนีไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0udT2oZaSyI

 1,326
สังคม
08 ม.ค. 63

เหยื่อสาวรวมตัวร้องกองปราบ ถูกหนุ่มอ้างเป็นนร.นอก-นักธุรกิจ หลอกแต่งงานก่อนเชิดเงินหนี

หญิงผู้เสียหาย 3 คน เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยติดตามจับกุมนายภัควรรธ์ วัฒนานนท์ ที่หลอกลวงต้มตุ๋น หลอกเอาเงินและทรัพย์สิน โดยการเข้ามาจีบทางเฟซบุ๊ก จนไว้ใจและถึงขั้นขอแต่งงาน ซึ่งมีเหยื่อ 1 ในนั้น ที่หลงเชื่อแต่งงานอยู่กินด้วยกัน ซึ่งจริงๆ แล้วมีผู้เสียหายทั้งหมด 4 คน   โดยนางสาวบี หนึ่งในผู้เสียหายระบุว่า พฤติการณ์ของนายภัควรรธ์ จะอ้างว่านักเรียนนอก เป็นนักธุรกิจ อยู่ในแวดวงไฮโซ แถมยังเป็นเซียนพระชื่อดัง มีการจัดฉากให้ดูน่าเชื่อถือ อีกทั้งแม่ของนายภัควรรธ์ก็รู้เห็นเป็นใจร่วมเล่นละครตบตาด้วยกัน เมื่อผู้เสียหายตกหลุมพรางเชื่อใจก็จะหลอกให้ผ่อนรถยนต์ รถบิ๊กไบค์ โดยให้เป็นชื่อของผู้เสียหาย แต่ฝ่ายชายก็ไม่ได้ผ่อน ทิ้งภาระให้ฝ่ายหญิงต้องผ่อนแทน มีการนำทรัพย์สินของผู้เสียหายไปแล้วไม่คืน ขอเงินฝ่ายหญิงใช้ไปวันๆ   เมื่อเห็นว่าฝ่ายหญิงเริ่มหมดประโยขน์ หรือเริ่มรู้ทันก็จะเลิกราหนีหายไปดื้อๆ รวมแล้วสร้างหนี้สิน และได้ทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้ง 4 คน ไปเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้าน 7 แสนบาท ซึ่งในปี 2562 หลอกผู้เสียหายได้ถึง 4 คน ต่อมามีหญิงผู้เสียหายไปแจ้งความเอาผิดนายภัควรรธ์ จนถูกออกหมายจับคดีฉ้อโกง และยักยอกทรัพย์ แต่คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า ยังคงอัพโปรไฟล์อยู่ในโลกโซเชียลเหมือนเดิม จึงมาร้องกองปราบปราบเพื่อช่วยติดตามจับกุม เพื่อถ้าปล่อยไว้อาจมีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อเพิ่มอีก   น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ผู้เสียหายอีกรายเปิดเผยว่า นายภัควรรธน์ได้เข้ามาขอรู้จักกับตนผ่านทางโปรแกรมหาคู่ของเฟซบุ๊ก ตอนแรกอ้างตัวว่าเป็นนักธุรกิจฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัข และช่างภาพอิสระ มีฐานะดี ตนเห็นว่านายภัควรรธน์มีบุคลิกดี ดูน่าเชื่อถือ ประกอบกับพูดจาดี ทำให้หลงเชื่อใจและคบหากันได้ประมาณ 3 เดือน   น.ส.เอ กล่าวต่อว่า จากนั้น นายภัควรรธน์ได้ให้แม่มาสู่ขอแต่งงาน โดยบอกว่าเรื่องเงินสินสอดไม่มีปัญหา แต่เมื่อถึงวันงานแต่งจริง กลับบอกว่าไม่ได้เตรียมเงินสินสอดมา เพราะติดปัญหาบางอย่าง พร้อมกับให้ตนออกค่าใช้จ่ายไปก่อนจำนวน 3 แสนบาท และยังให้ผ่อนรถ อ้างว่าจะคืนให้ภายหลัง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เงินคืน   ทั้งนี้ผู้เสียหายมีการร่วมกันตั้งเงินรางวัลนำจับนายภัควรรธ์ เป็นเงิน 2 หมื่นบาท เพราะพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นภัยต่อสังคมและสำหรับมูลค่าความเสียหายของทั้งผู้เสียหายทั้ง 4 หากนับเป็นเงินสดมีมูลค่าเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งยังไม่นับรวมถึงภาระหนี้สิ้นที่ถูกทิ้งไว้กับบางรายที่สูงนับล้านบาท   สำหรับตัวนายภัควรรธน์ เคยถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุม เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2557 ในคดีฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และใช้ยศโดยไม่มีสิทธิ เมื่อปี 2556 นายภัควรรธน์ ยังได้แอบอ้างตัวเป็นนายแพทย์ของโรงพยาบาลศิริราช ทำทีตีสนิทหญิงสาวคนหนึ่ง แล้วขอยืมรถยนต์จากผู้เสียหายก่อนจะเชิดรถหนีไป เหตุเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่   นอกจากนี้ยังเคยแอบอ้างเป็นนายทหารยศร้อยโท หลอกลวงผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง โดยทำทีว่ามีรสนิยมทางเพศแบบชายรักชาย จากนั้นขอหยิบยืมเงินจากผู้เสียหายเป็นจำนวน 40,000 บาทก่อนหลบหนีไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0udT2oZaSyI

 1,326
สังคม-อาชญากรรม
06 ม.ค. 63

รวบ 'น้องปีนป่าย' พริตตี้สาวแสบหลอกขายของ-โกงเงินกว่า 60 ราย เหยื่อเหลืออดลงขันล่าตัว

จากกรณีที่มีผู้เสียหายกว่า 60 คน ได้ลงขันไล่ล่าตัว น.ส.พิชามชุ์ พิบูลย์กิตติกุล หรือ ไอ หรือชื่อในวงการว่า น้องปีนป่าย สาวแสบวางตัวเป็นพริตตี้ในโซเชียล แต่หลอกขายของ ให้ลูกค้าโอนเงิน แต่ไม่ส่งของให้ จนมีผู้เสียหายจำนวนมากตกเป็นเหยื่อเป็นจำนวนมาก   จนมีหนึ่งในผู้เสียหาย ได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเน็ตไอดอลสาวรายนี้ และได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ไปจับกุม นางสาวพิชามชุ์ ได้ขณะไปนั่งรับประทานสุกี้ในร้านดัง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงก็ได้แสดงหมายจับ ผู้ต้องหาถึงกับหน้าถอดสี จากนั้นจึงควบคุมถูกตัวไปที่ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัยทันที   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัวน้องปีนป่าย ไว้ยังห้องควบคุมผู้ต้องหาไว้เพื่อรอให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ มารับตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับข้อหา ฉ้อโกงประชาชน และความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามหมายจับดังกล่าว   สำหรับพฤติการณ์ของ เน็ตไอดอลสาวรายนี้ ซึ่งมีผู้ติดตามทางเฟซบุ๊กกว่าหมื่นคน จะทำตัวให้น่าเชื่อถือว่าเป็นพริตตี้ในโลกโซเชียล โดยจะโพสต์หลอกขายสินค้าเกรดหรู เช่น ไอแพด บัตรคอนเสิร์ต แต่เชิดเงินหนีเกือบทุกครั้งที่มีลูกค้าโอน จนถูกแจ้งความดำเนินคดีทั่วประเทศ ซึ่งนางสาวพิชามชุ์ยังคงมีพฤติกรรมหลอกลวงขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง   แล้วยังปรากฎตัวในเพจเฟซบุ๊ก โพสต์เรื่องราวของตัวเองตามสถานที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แถมยังอัพสตอรี่ของตัวเองโชว์ในเฟซบุ๊กโดยไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ ไม่สำนึก เสมือนท้าทายกฎหมาย จนผู้เสียหาเหลืออดรวมตัวกันตามล่าตัว จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาถูกกลุ่มผู้เสียหายที่ติดตามชี้ให้จับกุมในที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TvTPoHY3CeY

 2,295
สังคม
06 ม.ค. 63

รวบ 'น้องปีนป่าย' พริตตี้สาวแสบหลอกขายของ-โกงเงินกว่า 60 ราย เหยื่อเหลืออดลงขันล่าตัว

จากกรณีที่มีผู้เสียหายกว่า 60 คน ได้ลงขันไล่ล่าตัว น.ส.พิชามชุ์ พิบูลย์กิตติกุล หรือ ไอ หรือชื่อในวงการว่า น้องปีนป่าย สาวแสบวางตัวเป็นพริตตี้ในโซเชียล แต่หลอกขายของ ให้ลูกค้าโอนเงิน แต่ไม่ส่งของให้ จนมีผู้เสียหายจำนวนมากตกเป็นเหยื่อเป็นจำนวนมาก   จนมีหนึ่งในผู้เสียหาย ได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเน็ตไอดอลสาวรายนี้ และได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ไปจับกุม นางสาวพิชามชุ์ ได้ขณะไปนั่งรับประทานสุกี้ในร้านดัง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงก็ได้แสดงหมายจับ ผู้ต้องหาถึงกับหน้าถอดสี จากนั้นจึงควบคุมถูกตัวไปที่ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัยทันที   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัวน้องปีนป่าย ไว้ยังห้องควบคุมผู้ต้องหาไว้เพื่อรอให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ มารับตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับข้อหา ฉ้อโกงประชาชน และความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามหมายจับดังกล่าว   สำหรับพฤติการณ์ของ เน็ตไอดอลสาวรายนี้ ซึ่งมีผู้ติดตามทางเฟซบุ๊กกว่าหมื่นคน จะทำตัวให้น่าเชื่อถือว่าเป็นพริตตี้ในโลกโซเชียล โดยจะโพสต์หลอกขายสินค้าเกรดหรู เช่น ไอแพด บัตรคอนเสิร์ต แต่เชิดเงินหนีเกือบทุกครั้งที่มีลูกค้าโอน จนถูกแจ้งความดำเนินคดีทั่วประเทศ ซึ่งนางสาวพิชามชุ์ยังคงมีพฤติกรรมหลอกลวงขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง   แล้วยังปรากฎตัวในเพจเฟซบุ๊ก โพสต์เรื่องราวของตัวเองตามสถานที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แถมยังอัพสตอรี่ของตัวเองโชว์ในเฟซบุ๊กโดยไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ ไม่สำนึก เสมือนท้าทายกฎหมาย จนผู้เสียหาเหลืออดรวมตัวกันตามล่าตัว จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาถูกกลุ่มผู้เสียหายที่ติดตามชี้ให้จับกุมในที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TvTPoHY3CeY

 2,295
สังคม-อาชญากรรม
05 ม.ค. 63

รวบคาร้านสุกี้! ‘น้องปีนป่าย’ สาวแสบฉ้อโกงออนไลน์ หลอกขายของแต่ไม่ส่งให้ ผู้เสียหายอื้อ

จากกรณที่มีผู้เสียหายกว่า 60 คน ได้ลงขันไล่ล่าตัว น.ส.พิชามชุ์ พิบูลย์กิตติกุล หรือ คุณไอ หรือ น้องปีนป่าย สาวแสบวางตัวเป็นพริตตี้ในโซเชียล แต่หลอกขายของให้ลูกค้าโอนเงินแต่ไม่ส่งของให้ จนมีผู้เสียหายจำนวนมากตกเป็นเหยื่อเป็นจำนวนมาก   ซึ่งได้มีหนึ่งในผู้เสียหาย ได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเน็ตไอดอลสาวรายนี้ และได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัยไปจับกุม นางสาวพิชามชุ์ ได้ขณะไปนั่งรับประทานสุกี้ในร้านดัง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงก็ได้แสดงหมายจับ ผู้ต้องหาถึงกับหน้าถอดสี จากนั้นจึงควบคุมถูกตัวไปที่ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัยทันที เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวน้องปีนป่าย ไว้ยังห้องควบคุมผู้ต้องหาไว้เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ มารับตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับข้อหา ฉ้อโกงประชาชน และ ความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามหมายจับดังกล่าว   สำหรับพฤติการณ์ของ เน็ตไอดอลสาวรายนี้ ซึ่งมีผู้ติดตามทางเฟซบุ๊กกว่าหมื่นคน จะทำตัวให้น่าเชื่อถือว่าเป็นพริตตี้ในโลกโซเชียล โดยจะโพสต์หลอกขายสินค้าเกรดหรู เช่น ไอแพด บัตรคอนเสิร์ต แต่เชิดเงินหนีเกือบทุกครั้งที่มีลูกค้าโอน จนถูกแจ้งความดำเนินคดีทั่วประเทศ    ซึ่งนางสาวพิชามชุ์ยังคงมีพฤติกรรมหลอกลวงขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง แล้วยังปรากฎตัวในเพจเฟซบุ๊ก โพสต์เรื่องราวของตัวเองตามสถานที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แถมยังอัพสตอรี่ของตัวเองโชว์ในเฟซบุ๊กโดยไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ ไม่สำนึก เสมือนท้าทายกฎหมาย จนผู้เสียหาเหลืออดรวมตัวกันตามล่าตัว จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาถูกกลุ่มผู้เสียหายที่ติดตามชี้ให้จับกุมในที่สุด   ชมผ่านยูทูป :https://youtu.be/jxoFu7gS0Yc  

 3,126
ต่างประเทศ
31 ธ.ค. 62

ผู้ผลิตแว่นตาชื่อดัง เผยเกิดการฉ้อโกงในโรงงานผลิตที่ไทย มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท

ผู้ผลิตแว่น RayBan เผยว่าเกิดการฉ้อโกงขึ้น ภายในโรงงานที่ผลิตในประเทศไทย มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท   สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า บริษัท EssilorLuxottica ผู้ผลิตแว่นตาชื่อดังของโลก สัญชาติอิตาลี ยอมรับว่าเกิดการฉ้อโกงขึ้นจริง ภายในโรงงานผลิต   หลังจากที่ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน 2 คน จาก 2 ฝ่าย แยกกันทำงาน ทำให้เกิดปัญหา แต่บริษัทยังคงปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อโรงงาน หรือระบุชัดว่ามีเจ้าหน้าที่เอี่ยวกับการฉ้อโกงในประเทศไทยกี่คน และเป็นใครบ้าง   ขณะเดียวกันทางบริษัทระบุ บริษัทได้เลิกจ้างพนักงาน และลูกจ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเปิดการสอบสวนแล้ว ซึ่งจากข่าวที่เกิดขึ้น ทำให้หุ้นของบริษัทร่วงลงทันที 2.4 จุดเปอร์เซ็น ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นปารีส

 36,032
สรุปข่าว
28 ธ.ค. 62

ประเด็นข่าวรอบวัน 28 ธ.ค. 62 - 1 ม.ค. 63 ขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ - ดำเนินคดีรีสอร์ทที่ 'ม่อนแจ่ม' รุกป่าสงวน

ประกาศขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ 1 ม.ค. 63 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ตามที่คณะกรรมค่าจ้างมีมติเห็นชอบให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อบังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างทุกคน ซึ่งกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 336 บาทต่อวัน ในจ.ชลบุรีและภูเก็ต วันละ 335 บาทต่อวัน ในจ.ระยอง วันละ 331 บาทต่อวัน ในกรุงเทพฯ, นครปฐม, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร และ 330 บาทต่อวัน ในจ.ฉะเชิงเทรา มีผลบังคับใช้ 1 ม.ค. 63     นทท.ฝรั่งเศสปฏิเสธรับคำขอโทษ นายฌอน เซบาสเตียน ท่องเที่ยวหนุ่มชาวฝรั่งเศส ผู้เสียหายจากกรณีตำรวจ สน.ทองหล่อ เรียกเงินกว่า 8 พันดอลลาร์ หรือประมาณ 2.5 แสนบาท หลังถูกตรวจค้นยาเสพติด ขณะเดินอยู่ในซอยสุขุมวิท 43 แต่ไม่พบ จึงถูกพาตัวไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาล ก่อนจะพบเพียงสารอนุมูลกัญชาเล็กน้อยจากน้ำมันกัญชาที่ใช้รักษาอาการป่วย    ทางสนง.ตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ตำรวจที่มีส่วนพัวพันออกจากราชการไว้ก่อน 3 นาย พร้อมสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ล่าสุด นายฌอนปฏิเสธที่จะให้รองผกก.สน.ทองหล่อ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ที่ถูกสั่งพักราชการมาขอโทษ แต่ต้องกาให้ตำรวจที่จับตนแก้ผ้าและพูดจาไม่ดีในวันเกิดเหตุพูดขอโทษ รวมทั้งต้องการเงิน 2.5 แสนบาทคืน ซึ่งทางตร.เร่งติดตามลูกครึ่งอินเดียและแฟนสาวมาสอบข้อเท็จจริง ก่อนดำเนินการตามกฏหมายต่อไป   รวบอดีตรปภ.หลอกรับซื้อสินค้า มูลค่าความเสียนับล้าน นายรชานนท์ โสภาพ อายุ 34 ปี อดีต รปภ.ที่หลอกรับหิ้วของจากผู้เสียหาย และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพระโขนง ข้อหา 'ฉ้อโกงประชาชนโดยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น' ถูกตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือปคบ. จับกุมได้ที่ร้านอินเตอร์เน็ตแห่งหนึ่งในซอยรามคำแหง 2 พร้อมของกลางสมุดบัญชีธนาคารและบัตรกดเงินสดหลายรายการ   พลตำรวจตรีณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือปคบ. บอกว่า ก่อนหน้านี้นายรชานนท์ ผู้ต้องหา เป็นอดีต รปภ.และอ้างตนเองเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง เปิดเพจเฟซบุ๊กรับฝากหิ้วหรือซื้อสินค้าประเภทอาหารกว่า 10 เพจ มานานกว่า 4 ปี และเมื่อผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหาแล้ว ก็จะไม่ส่งสินค้าตามที่ตกลงไว้จนมีเหยื่อนับพันราย รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งผู้เสียหายส่วนมากจะอยู่ในกรุงเทพฯ และเมื่อผู้ต้องหาได้เงินมาก็จะรีบถอนเงินออกมาและปิดบัญชีทันที    ผู้ต้องหาจะหลอกขายของที่มีมูลค่าไม่มาก ทำให้ผู้เสียหายบางรายไม่ประสงค์ไปแจ้งความเป็นคดี นอกจากนี้นายรชานนท์ ยังสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเองโดยไปออกรายการผ่านสื่อโทรทัศน์ จำพวกรายการเกี่ยวกับธุรกิจเช่น รายการจำพวก SME หรือเส้นทางเศรษฐี และสื่อสิ่งพิมพ์   ทั้งนี้ผู้ต้องหาไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง และจะคอยหลบซ่อนตำรวจ ตามสวนสาธารณะและห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก่อนที่จะมาอาศัยร้านเกมส์หลับนอน และใช้คอมพิวเตอร์จากร้านเกมส์ติดต่อหลอกขายสินค้า เบื้องต้นนำตัวส่งพนักงาน สอบสวน สน.บางนา ดำเนินคดีต่อไป   ผบช.ภ.9 ลงพื้นที่เร่งติดตาม คดีรถ 'นายกแจ๊ค' ตกน้ำ - ถล่มยิงเจ้าของอู่ซ่อมรถ ผบช.ภ.9 ได้เดินทางมายังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เพื่อติดตาม 2 คดีใหญ่ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยคดีแรกคือ เหตุการณ์ที่รถยนต์ปาเจโร่ ของ นายอภิชิต วิโนทัย หรือ 'นายกแจ๊ค' หรือ 'ทนายแจ๊ค' นายกเทศมนตรีนครตรัง พบร่างคนขับรถคือ นายสุทธิเมธ ปัญญาสิทธิกรคนติดตามนายกฯ เสียชีวิตติดอยู่ในเบาะหลังรถ ส่วน นายอภิชิต ได้หลุดออกจากรถขณะที่พุ่งลงไปในน้ำ ทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวยังมีญาติๆ ติดใจสงสัยสาเหตุของการเสียชีวิต และตั้งคำถามไว้หลายประเด็น โดยผลการชันสูตรของแพทย์เชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากการจมน้ำ   ส่วนอีกคดีคือ เหตุการณ์ที่สองมือปืนโหดสวมหมวกไอ้โม่ง ร่วมกันใช้อาวุธสงคราม ชนิดอาก้า และอาวุธปืนพกสั้น ซุ่มดักรอยิงถล่ม นายธวัชชัย กลับขันธ์  เสี่ยอู่ซ่อมรถ ดับคารถยนต์กระบะ ส่วนภรรยาและลูกจ้าง ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งล่าสุดญาติๆ ได้ทำพิธีเผาศพ นายธวัชชัย เสี่ยอู่ซ่อมรถแล้ว แต่ทางตำรวจยังจับตัวมือปืนและผู้บงการไม่ได้ จนทำให้ทางครอบครัวรู้สึกหวาผวา เกรงจะเกิดความไปปลอดภัยนั้น ผบช.ภ.9 กล่าวว่า คดีนี้ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และยังมั่นใจว่าจะจับตัวคนร้ายได้ในที่สุด แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด   ยึดไม้พะยูงซุกซ่อนในตึกแถวกว่า 20 ตัน พ.อ.เอกพงค์ กฤษยศเกียรติชูติ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่12 กองกำลังบรูพาได้สืบทราบจากแหล่งข่าวว่ามีไม้ซุกซ่อนบริเวณอาคารเช่าตลาดอินโดจีน จึงสั่งการให้ ร.อ. เตชทัต เฉลิมจิต ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่1201 นำกำลังเข้าตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ธนพงศ์ โพธฺิ์ทิ ผู้กำกับการตำรวจคลองลึก พ.ต.อ. ฐาปนนท์ หน่องพงศ์ ผู้กำกับการตำรวจตระเวณชายแดนที่12 ตำรวจท่องเที่ยวสระแก้ว หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สก.12 เขาพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง    ต่อมาช่วงเวลา10.30น.เจ้าหน้าที่จึงเข้าขอตรวจค้นอาคารเช่า ต.ป่าไร่ อ.อรํญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นอาคารตึกแถวลักษณะ 3 ชั้นครึ่ง ด้านในเป็นสินค้าเสื้อกางเกงสั่งมาเป็นกิ๊ฟก้อนภายในอาคารแต่ ส่วนด้านหลังของอาคารเป็นที่เก็บไม้ต้องห้ามจำนวนมากจากการสอบถามจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ยืนยันว่าเป็นไม้พยุงหรือมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าไม้จีนแดงมีครอบครองจำนวนถึง 20 ตันอยู่ภายในอาคารลักษณะเป็นท่อนสั้นและยาวพร้อมเครื่องมือเลี่อยไม้ไฟฟ้าขนาดเล็กจำนวน 1 ตัว   หลังจากนั้นได้พบเจ้าของอาคารเป็นหญิงทราบชื่อ นาง ยิน แซ่จาง อายุ 47 ปี รับเป็นเจ้าของอาคารได้อ้างว่าไม้ที่ตนครอบครองนั้นมีเอกสารซื้อขายแต่สามีไม่อยู่บ้านต้องรอสามีกลับมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งสองไปโรงพักสถานีตำรวจคลองลึกเพื่อสวบสวน     กรมป่าไม้บุกยึดดำเนินคดีรีสอร์ทที่ม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่ ชุดพยัคภัยกรมป่าไม้ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจยึดดำเนินคดีกับผู้ประกอบการรีสอร์ท 3 แห่งที่ม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่ หลังพบการบุกรุกครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ และยึดถือครอบครอง ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ หรือกระทำการด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต   พร้อมกับทำการรื้อสิ่งปลุกสร้างของผู้ประกอบการจำนวน 12 ราย เนื่องจากสร้างผิดแบบ ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงต่อดินสไลด์ และผลกระทบทางระบบนิเวศน์    เหตุระเบิดรถยนต์ที่โซมาเลีย เกิดเหตุระเบิดรถยนต์ในชั่วโมงเร่งด่วนที่กรุงโมกาดิชู ประเทศโซมาเลีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 61 คน บาดเจ็บจำนวนมาก เหตุระเบิดเกิดขึ้นบริเวณจุดตรวจความปลอดภัยบริเวณสี่แยกใจกลางย่านที่มีผู้คนพลุกพล่านในกรุงโมกาดิชู ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า แรงระเบิดรุนแรงมาก จนทำให้ชิ้นส่วนร่างกายผู้เสียชีวิตกระจัดกระจาย บางรายถูกเพลิงเผาไหม้เกือบจะทั้งหมด   ยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้มีอย่างน้อย 61 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บมีอย่างน้อย 90 คน ในจำนวนนี้มีเด็กและนักศึกษามหาวิทยาลัยที่รอขึ้นรถประจำทางรวมอยู่ด้วย และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุ

 1,069
สังคม-อาชญากรรม
27 ธ.ค. 62

เกมแล้ว! รวบแอดมินเพจดัง 'หลวงพี่จัสติน วัดดูยูมีน' โพสต์ล้อเลียนศาสนา-หลอกขายเสื้อก่อนเชิดเงินนับแสน

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท.แถลงการจับกุมผู้ต้องหาเน็ตไอดอล ที่มีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคน ที่ใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า 'หลวงพี่ จัสติน วัดดูยูมีน' หลังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับทาง ปอท. ว่าผู้ต้องหาฉ้อโกงโดยการหลอกขายเสื้อออนไลน์บนหน้าเพจดังกล่าวแต่ไม่มีการส่งสินค้าให้   รองผู้บังคับการ ระบุว่า ผู้ต้องหาเคยเป็นกระเป๋ารถประจำทางสายหนึ่ง ที่มีหน้าตาดี จนมีการพูดถึงในโลกออนไลน์ จนมีการยกให้เป็นเน็ตไอดอล และต่อมาได้มีการเปิดเพจขายเสื้อผ้า แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงเปลี่ยนมาเปิดเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว เพื่อโพสต์ข้อความโจมตีและล้อเลียน ศาสนาพุทธ จนมีผู้ติดตามสูงถึง 3 แสนคน   ซึ่งเมื่อผู้ต้องเห็นว่าเพจดังกล่าวมีผู้ติดตามมากขึ้นจึงมีการทำเสื้อ สกรีนคำว่า supatipanno ออกมาจำหน่าย ให้กับผู้ติดตามเพจ ซึ่งก็มีผู้เสียหายหลงเชื่อและสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีการส่งให้กับผู้เสียหายบางส่วนจนมีการเข้าแจ้งความ   และเมื่อทาง ปอท.ตรวจเพจดังกล่าวก็ยังพบอีกว่ามีการโพสต์ข้อความไม่เหมาะสม สร้างความแตกแยก และยังบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งส่งผลต่อจิตใจชาวพุทธ จึงมีการดำเนินการแจ้งข้อหาความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทั้งการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ รวมถึงความมั่นคง ซึ่งต่อจากนี้จำคุมตัวสอบสวนก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน เจ้าของพื้นที่ดำเนินการทางกฏหมายต่อไป   อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/jIdlGLtt29Y

 2,250
สังคม
27 ธ.ค. 62

เกมแล้ว! รวบแอดมินเพจดัง 'หลวงพี่จัสติน วัดดูยูมีน' โพสต์ล้อเลียนศาสนา-หลอกขายเสื้อก่อนเชิดเงินนับแสน

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท.แถลงการจับกุมผู้ต้องหาเน็ตไอดอล ที่มีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคน ที่ใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า 'หลวงพี่ จัสติน วัดดูยูมีน' หลังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับทาง ปอท. ว่าผู้ต้องหาฉ้อโกงโดยการหลอกขายเสื้อออนไลน์บนหน้าเพจดังกล่าวแต่ไม่มีการส่งสินค้าให้   รองผู้บังคับการ ระบุว่า ผู้ต้องหาเคยเป็นกระเป๋ารถประจำทางสายหนึ่ง ที่มีหน้าตาดี จนมีการพูดถึงในโลกออนไลน์ จนมีการยกให้เป็นเน็ตไอดอล และต่อมาได้มีการเปิดเพจขายเสื้อผ้า แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงเปลี่ยนมาเปิดเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว เพื่อโพสต์ข้อความโจมตีและล้อเลียน ศาสนาพุทธ จนมีผู้ติดตามสูงถึง 3 แสนคน   ซึ่งเมื่อผู้ต้องเห็นว่าเพจดังกล่าวมีผู้ติดตามมากขึ้นจึงมีการทำเสื้อ สกรีนคำว่า supatipanno ออกมาจำหน่าย ให้กับผู้ติดตามเพจ ซึ่งก็มีผู้เสียหายหลงเชื่อและสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีการส่งให้กับผู้เสียหายบางส่วนจนมีการเข้าแจ้งความ   และเมื่อทาง ปอท.ตรวจเพจดังกล่าวก็ยังพบอีกว่ามีการโพสต์ข้อความไม่เหมาะสม สร้างความแตกแยก และยังบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งส่งผลต่อจิตใจชาวพุทธ จึงมีการดำเนินการแจ้งข้อหาความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทั้งการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ รวมถึงความมั่นคง ซึ่งต่อจากนี้จำคุมตัวสอบสวนก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน เจ้าของพื้นที่ดำเนินการทางกฏหมายต่อไป   อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/jIdlGLtt29Y

 2,250
สังคม
07 ธ.ค. 62

สาวใหญ่ร้อง 'คลินิกหมอความ' ถูกเจ้าหน้าที่รัฐฮุบที่ดิน แต่สุดท้ายเปิดหลังโฉนดถึงได้รู้ความจริง

ชาวบ้านใน ตำบลโคลกสูง อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม ร้องขอความเป็นธรรมกับคลินิกหมอความ   หลังถูกเจ้าหน้าที่ อบต.โคลกสูง ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าพนักงานที่ดิน ฮุบที่ดินที่ของตนเอง ไปสร้างแทงค์น้ำ สร้างยุ้งข้าว และสร้างถนน โดยเรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2560 แต่เมื่อมาดูที่โฉนดของเธอ กลับพบว่า มีการเซ็นรับให้ด้านหลังโฉนดเมื่อ 8 ก.ค. 2562            รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/aVNh7nYG0LM

 919
สังคม-อาชญากรรม
22 พ.ย. 62

จับแล้ว เจ้าของแชร์ลูกโซ่ 'ไนท์รีวิว' หนีกบดาน สปป.ลาว หิ้วตัวเข้า กทม.

มีรายงานว่า ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ภายใต้การนำทีมของพล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบช.ภ 4 ติดตามจับกุมตัว นายณรงค์ อินลี ผู้บริหารบริษัทไนท์รีวิว ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หลังจากผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.โคกคราม แต่ถ้าพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับนายณรงค์ไว้ในข้อหาดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ ติดตามจับกุมตัวได้ที่เวียงจันทน์ สปป.ลาว และอยู่ระหว่างการคุมตัว กลับมาสอบสวนและส่งตัวดำเนินคดีที่ สน.โคกคราม ตามท้องที่ที่ได้ขอศาลออกหมายจับไว้  

 15,737
สังคม
22 พ.ย. 62

จับแล้ว เจ้าของแชร์ลูกโซ่ 'ไนท์รีวิว' หนีกบดาน สปป.ลาว หิ้วตัวเข้า กทม.

มีรายงานว่า ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ภายใต้การนำทีมของพล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบช.ภ 4 ติดตามจับกุมตัว นายณรงค์ อินลี ผู้บริหารบริษัทไนท์รีวิว ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หลังจากผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.โคกคราม แต่ถ้าพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับนายณรงค์ไว้ในข้อหาดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ ติดตามจับกุมตัวได้ที่เวียงจันทน์ สปป.ลาว และอยู่ระหว่างการคุมตัว กลับมาสอบสวนและส่งตัวดำเนินคดีที่ สน.โคกคราม ตามท้องที่ที่ได้ขอศาลออกหมายจับไว้  

 15,737
สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ย. 62

ปอท.รวบหนุ่มหลอกรับสมัครงานออนไลน์ ก่อนฉกข้อมูลสมัคร e-wallet พบผู้เสียหายจำนวนมาก

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยพันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกันแถลงจับกุมนายวุฒิวัฒน์ ชื่นมโน อายุ 22 ปี และนายชวัลกร ระงับภัย อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ฐานความผิด “ร่วมฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ,โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”   โดยสามารถจับกุมตัวนายวุฒิวัฒน์ได้ที่บ้านพักในอำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมยึดของกลางคอมพิวเตอร์พีซี 1 เครื่อง เราเตอร์ 1 เครื่อง ซองใส่ซิมการ์ดเบอร์โทรศัพท์ 17 ซิม สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง   สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากทยอยเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ว่าถูกคนร้ายแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้วนำไปหลอกคนสนิทของผู้เสียหายให้โอนเงิน โดยมีมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท เจ้าหน้าที่ได้สืบหาข้อมูลนานกว่า 10 เดือน กระทั่งแน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุคือนายวุฒิวัฒน์   โดยพฤติการณ์ของคนร้ายคือเมื่อปี 2559 ได้สร้างเฟซบุ๊กปลอมแล้วนําไปหลอกรับสมัครงานตามเพจสมัครงานต่างๆ เมื่อมีคนสนใจก็จะคุยในข้อความส่วนตัวเพื่อขอข้อมูลต่างๆ ทั้งชื่อสกุล เบอร์โทรศัพท์ จากนั้นก็จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปสมัครกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Wallet ก่อนแฮกเฟซบุ๊กแล้วไปหลอกขอยืมเงินจากบุคคลใกล้ชิดของผู้สมัครงานอีกทอดหนึ่ง โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถูกเปิดลงทะเบียนเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัครงานไว้ก่อนหน้านี้    เมื่อได้เงินมาจะนําไปซื้อรหัสบัตรเติมเงินโทรศัพท์ หรือทําการโอนเงินจากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของนายชวัลกร จากนั้นนายชวัลกร จะนำไปซื้อรหัสเงินสดก่อนนําไปจำหน่ายให้กับผู้ค้าออนไลน์ที่ทำหน้าที่ซื้อ-ขาย ไอเทมเกมส์ หรือทางเวปไซด์รับซื้อรหัสเงินสดต่างๆ เมื่อได้เงินมาจะโอนกลับเข้าบัญชีของนายวุฒิวัฒน์   จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า นายชวัลกร มีการโอนเงินเข้าบัญชีนายวุฒิวัฒน์กว่า 8 ล้านบาท นอกจากนี้ตั้งแต่เมื่อปี 2559 จนถึงเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 นายวุฒิวัฒน์ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 34 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังมีเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหายที่ทางผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุโอนเงินไปยังกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์มากถึง 241 เบอร์ ที่ฝากให้ควรระวังด้วย   พร้อมฝากเตือนประชาชน เรื่องการสมัครงานออนไลน์อาจตกเป็น “ผู้ต้องหา” โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากถูกหลอกให้ส่งข้อมูลเลขบัญชีธนาคาร บัตรประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ จนเป็นเหตุให้คนร้ายนำไปทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบัญชีซึ่งเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/yNuoYmv0Ssk

 1,874
สังคม
16 พ.ย. 62

ปอท.รวบหนุ่มหลอกรับสมัครงานออนไลน์ ก่อนฉกข้อมูลสมัคร e-wallet พบผู้เสียหายจำนวนมาก

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยพันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกันแถลงจับกุมนายวุฒิวัฒน์ ชื่นมโน อายุ 22 ปี และนายชวัลกร ระงับภัย อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ฐานความผิด “ร่วมฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ,โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”   โดยสามารถจับกุมตัวนายวุฒิวัฒน์ได้ที่บ้านพักในอำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมยึดของกลางคอมพิวเตอร์พีซี 1 เครื่อง เราเตอร์ 1 เครื่อง ซองใส่ซิมการ์ดเบอร์โทรศัพท์ 17 ซิม สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง   สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากทยอยเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ว่าถูกคนร้ายแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้วนำไปหลอกคนสนิทของผู้เสียหายให้โอนเงิน โดยมีมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท เจ้าหน้าที่ได้สืบหาข้อมูลนานกว่า 10 เดือน กระทั่งแน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุคือนายวุฒิวัฒน์   โดยพฤติการณ์ของคนร้ายคือเมื่อปี 2559 ได้สร้างเฟซบุ๊กปลอมแล้วนําไปหลอกรับสมัครงานตามเพจสมัครงานต่างๆ เมื่อมีคนสนใจก็จะคุยในข้อความส่วนตัวเพื่อขอข้อมูลต่างๆ ทั้งชื่อสกุล เบอร์โทรศัพท์ จากนั้นก็จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปสมัครกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Wallet ก่อนแฮกเฟซบุ๊กแล้วไปหลอกขอยืมเงินจากบุคคลใกล้ชิดของผู้สมัครงานอีกทอดหนึ่ง โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถูกเปิดลงทะเบียนเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัครงานไว้ก่อนหน้านี้    เมื่อได้เงินมาจะนําไปซื้อรหัสบัตรเติมเงินโทรศัพท์ หรือทําการโอนเงินจากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของนายชวัลกร จากนั้นนายชวัลกร จะนำไปซื้อรหัสเงินสดก่อนนําไปจำหน่ายให้กับผู้ค้าออนไลน์ที่ทำหน้าที่ซื้อ-ขาย ไอเทมเกมส์ หรือทางเวปไซด์รับซื้อรหัสเงินสดต่างๆ เมื่อได้เงินมาจะโอนกลับเข้าบัญชีของนายวุฒิวัฒน์   จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า นายชวัลกร มีการโอนเงินเข้าบัญชีนายวุฒิวัฒน์กว่า 8 ล้านบาท นอกจากนี้ตั้งแต่เมื่อปี 2559 จนถึงเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 นายวุฒิวัฒน์ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 34 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังมีเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหายที่ทางผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุโอนเงินไปยังกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์มากถึง 241 เบอร์ ที่ฝากให้ควรระวังด้วย   พร้อมฝากเตือนประชาชน เรื่องการสมัครงานออนไลน์อาจตกเป็น “ผู้ต้องหา” โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากถูกหลอกให้ส่งข้อมูลเลขบัญชีธนาคาร บัตรประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ จนเป็นเหตุให้คนร้ายนำไปทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบัญชีซึ่งเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/yNuoYmv0Ssk

 1,874
สังคม
04 พ.ย. 62

เจ้าของหอพักร่ำไห้ ถูกโกงค่าเช่า 3 เดือน ซ้ำถูกแจ้งข้อหาลักทรัพย์!

ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร จากผู้เสียหายกลายเป็นผู้ต้องหา! เจ้าของหอพักร่ำไห้ ถูกโกงค่าเช่า 3 เดือน ซ้ำถูกแจ้งข้อลักทรัพย์ แถมถูกไล่ให้ไปฟ้องนายกฯ   เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 62 เวลา 16.00 น.  ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี น.ส.อารยา อุดชุมพิสัย อายุ 48 ปี เจ้าของ "ทานตะวันรีสอร์ท" อพาร์ตเมนต์ชื่อดังย่านบางบัวทอง ซึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊กระบายความอัดอั้นตันใจ โดยใช้หัวเรื่องว่า "ชีวิตจริง ยิ่งกว่าละคร แบบนี้ก้อมีด้วย" มีเนื้อหาว่า ทำมาหากินแบบสุจริต กลับโดนโกงค่าเช่า 3 เดือน แล้วยังถูกตั้งข้อหาลักทรัพย์ เรียกร้องให้เราจ่ายเงิน 17,000 บาท ทั้งๆ ที่เราไม่มีทรัพย์ใดๆ ของใครอยู่กับตัว คิดดูซิเราต้องพาแม่ซึ่งป่วยเป็นความดันโลหิตสูง ขาไม่ดี ถือไม้เท้าพยุงตัวไปพบตำรวจตั้งแต่เช้า จนเวลาล่วงเลยไปกว่า 6 ชั่วโมง ข้าวและยาก็ไม่ได้กิน พอแม่ถามตำรวจว่า ทรัพย์สินที่แจ้งว่าเราลักทรัพย์อยู่ที่ไหน ตำรวจบอกอยู่กับเขา จะถามทำไม ป้าออกไปนอกห้องเลย เราโมโหมาก ทำอะไรไม่ได้ น้ำตาของผู้ถูกกล่าวหาเลยไหลออกมา เลยบอกขอโทษแม่แทนด้วย ได้แต่บอกแม่ว่า ไม่ต้องไปถามเขาหรอก เพราะเราไม่ได้ลักทรัพย์ใคร ของก็อยู่กับเขา เขาบอกเราไม่ต้องพูด ไม่ต้องมาร้องไห้หรอก เขาไม่ใช่พระ พอเราบอกว่าเราแค่ต้องการความยุติธรรม ของก้อไม่ได้อยู่กับเรา ต้องการแค่ค่าเช่าห้องที่ถูกโกงไปเท่านั้น เขากลับบอกว่า เราพูดจาดูหมิ่นเขานะ เราไม่ได้ดูหมิ่นใคร และคดโกงใครเลยนะ สิ่งที่เราทำได้ตอนนั้นคืออึ้ง แค่อยากถามหา   #ความยุติธรรม เราพยายามคิดอยู่เสมอว่า #ทำดีต้องได้ดี และไม่ #คดโกง แต่ทำไมเราถึงถูกกระทำ ใครโดนแบบนี้บ้างมั้ย   น.ส.อารยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาบนโรงพักบางบัวทองว่า นายศิริสิทธิ์ สมสุข อายุ 35 ปี ได้มาขอเช่าห้องพักตนเองเมื่อช่วงพฤษภาคม ปี 61 ในราคารายเดือน เดือนละ 3,500 บาท จนกระทั่งมาระยะหลังได้ติดค้างค่าเช่าเดือน ธ.ค.-ม.ค.62 ตนจึงมีหนังสือเตือนแต่ผู้เช่ารายนี้ก็ไม่ยอมชำระค่าเช่า จึงได้นำกุญแจมาคล้องห้อง จนกระทั่งให้หลังผ่านไปหลายเดือน   วันที่ 26 มิ.ย. 62 ที่ผ่านมามีชายแต่งกายคล้ายตำรวจมาหาตนที่อพาร์ตเมนต์ พร้อมให้ไขประตูเอาทรัพย์สินของนายศิริสิทธิ์ออกมา ตนจึงทำตามชายที่อ้างเป็นตำรวจให้เขาขนทรัพย์สินไปทั้งหมด โดยไม่ได้จ่ายค่าเช่าที่ค้างแต่อย่างใด แต่แล้วจู่ๆ ก็มีหมายจาก ร.ต.ท.ขวัญชัย ปานคง มีหมายเรียกให้ตนเองไปที่โรงพัก ตนจึงเดินทางไปพร้อมกับมารดาที่มีอายุมากแล้ว วันที่ 2 พ.ย.   โดย ร.ต.ท.ขวัญชัย บอกว่า ตนเองทำคอมพิวเตอร์นายศิริสิทธิ์เสียหาย ให้จ่ายเงินจำนวน 17,000 บาท จะได้จบเรื่อง ตนจึงบอกไปว่าไม่ได้ ต้องให้ นายศิริสิทธิ์ สมสุข มาคุย แต่ ร.ต.ท.ขวัญ คุยกับตนได้เลย แต่ตนไม่ได้ลักทรัพย์สิน หรือทำลายทรัพย์สินแต่อย่างใดเลย ขอความยุติธรรมกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย แต่ ร.ต.ท.ขวัญชัย กลับบอกว่า เป็นใครก็ต้องทำแบบนี้ทั้งนั้นแหละ ถ้าไม่พอใจก็ให้ไปฟ้องนายกฯ ก่อนจะแจ้งข้อหาลักทรัพย์กับตนเองซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าลักทรัพย์ตรงไหน ในเมื่อคอมพิวเตอร์เขาก็เอากลับไปแล้ว แต่เวลาผ่านไปตั้งสี่เดือนกลับมาแจ้งว่าตนเองทำของเขาเสียหาย เรื่องนี้ตนน่าจะเป็นผู้เสียหายมากกว่า แต่กลับมาตกเป็นผู้ต้องหาเสียเอง อยากขอความเป็นธรรมและคืนความยุติธรรมให้ตนกับแม่บ้าง ตนเองทำมาหากินสุจริต เลี้ยงแม่ที่แก่เฒ่า ไม่ได้ร่ำรวยอะไร อพาร์ตเมนต์ที่ทำก็เช่าที่เขาปลูกห้องไว้เพียง 14 ห้องเท่านั้น เมื่อมาเจอเรื่องแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว น.ส.อารยา กล่าวทั้งน้ำตา พร้อมขอความเห็นใจในเรื่องนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DA4pljrluLI

 14,893

Top