ค้นหา :

ผลการค้นหา "สินค้า"

ต่างประเทศ
31 ม.ค. 63

แง้มตัวอย่างภาพยนตร์โฆษณาเด็ดๆ ในการแข่งขัน super blow ครั้งที่ 54

ไฮไลท์งานแข่งขัน Super Blow ครั้งที่ 54 สิ่งที่หลายคนรอคอยคือภาพยนตร์โฆษณาเปิดตัวสินค้าต่างๆ ในงาน กลุ่มแบรนด์ธุรกิจยอมควักเงินทุนหลายล้านเพื่อลงทุนกับค่าโปรดักส์ชันและเวลาออนแอร์ในงานนี้ เพราะต้องการให้ผู้คนหลายร้อยล้านคนเห็นสินค้าของตนเอง และนี่จะเป็นอีกงานใหญ่ที่จะมีคนชมไปทั่วโลก   เริ่มต้นกันที่เจ้าประจำอย่างเป๊ปซี่ ได้ 2 ศิลปินสาว มิสซี เอลเลียต และ H.E.R. มาในเพลงสนุกๆ กับคอนเซปต์ Zero Sugar Done Right จากเป๊ปซี่มาต่อกันที่เครื่องดื่มอัดลมอีกยี่ห้อ อย่างเมาเทนดิว ที่หยิบเอาภาพยนตร์สยองขวัญอย่าง เดอะไชนิง โรงแรมผีนรก เพื่อบอกเล่าความน่ากลัวของน้ำตาล ด้วยโษณาชุด Zero Sugar As Good As The Original    ต่อกันที่ร้านพิซซ่า Little Caesars หยิบนักแสดงสายฮา Rainn Wilson ที่มาพร้อมกับความปั่นป่วนและเชิญชวนให้ลูกค้าใช้บริการการจัดส่งของทางร้าน ด้านขนมขบเคี้ยววอย่างพริงเกิลส์ จับมือกับทางการ์ตูน Rick and Morty มาในชุดโฆษณาสุดกวนกับตัวการ์ตูนในเรื่องและหุ่นยนตร์ที่ชอบขนมชนิดนี้    สำหรับซอสมะเขือเทศ Heinz ปล่อยตัวอย่างแบบ 4 หน้าจอ 4 บรรยากาศโต๊ะอาหาร เพื่อเชิญชวนไปชมโฆษณาฉบับเต็มของพวกเขา ที่ทำออกมา 4 ชุดด้วยกัน ปิดท้ายกันด้วนแบรนด์เครื่องสำอางอย่างโอเลย์ ที่สร้างความน่าสนใจด้วยแคมเปญ Make Space For Women ได้นักบินอวกาศตัวจริงอย่าง Nicole Stott มาร่วมแสดงในภารกิจส่งหญิงสาวไปอวกาศ ซึ่งหลายคนก็จับตามองโฆษณาชุดนี้ เพราะจะเป็นการสื่อถึงความเท่าเทียมและได้เห็นภาพที่จริงจังของโอเลย์มากกว่าการโฆษณาทั่วไป

 374
เศรษฐกิจ
21 มิ.ย. 62

t mark ตราการันตีที่ทัดเทียมมาตรฐานอุตสาหกรรมสินค้าต่างประเทศ ผู้บริโภคไม่อิน ‘เมดอิน ไทยแลนด์’ ?

T Mark ตราการันตีที่ทัดเทียมมาตรฐานอุตสาหกรรมสินค้าต่างประเทศ ผู้บริโภคไม่อิน ‘เมดอิน ไทยแลนด์’?                     ความนิยมใช้สินค้าต่างประเทศ ความเชื่อมั่นในสินค้าต่างประเทศ เป็นสิ่งที่เราได้ยินกันมานาน ซึ่งไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก เนื่องจากสินค้าบางประเภท ไทยยังไม่มีวัตถุดิบที่สามารถผลิตเองได้หรือสินค้ายังไม่มีมาตรฐานที่ดีเท่าเทียมต่างประเทศ แต่ไม่ได้หมายความว่า สินค้าที่ผลิตในไทยไม่ดี ไม่มีคุณภาพ จะเห็นได้จากสินค้ายี่ห้อต่างประเทศบางยี่ห้อสามารถใช้โรงงานผลิตที่ไทยแต่ได้รับมาตรฐานรับรองจากต่างประเทศ  ทำให้เห็นว่าสินค้าของไทยอาจจะยังไม่มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานที่ดีพอ อีกหนึ่งคำถามที่ตามมาคงหนีไม่พ้น คำถามที่ว่าอุตสาหกรรมสินค้าต่างประเทศ มีมาตรฐานอะไร ถึงสามารถครองใจผู้บริโภคได้ โดยทั่วไปแล้ว เราจะรู้จัก ISO องค์การระหว่างประเทศที่ส่งเสริมมาตรฐานการผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานระหว่างประเทศ รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้เกิดการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม นอกจากนี้แต่ละประเทศยังมีมีมาตรฐานอุตสาหกรรมสินค้าต่าง ๆ ด้วย เช่น   ♦ British Standard (BS) เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศอังกฤษ ♦ German Industrial Standard (DIN) เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศเยอรมัน ♦ Japanese Industrial Standard (JIS) เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น ♦ American National Standard Institute (ANSI) เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศสหรัฐอเมริกา ♦ Thailand Industrial Standard (TIS) เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ของประเทศไทย ♦ Verband Deutscher Elektrotechniker (VDE) เป็นมาตรฐานของกลุ่มวิศวกรไฟฟ้าในประเทศเยอรมนี ♦ Keuring van Elektrotechnische Materialen (KEMA) เป็นมาตรฐานการทดสอบของประเทศเนเธอร์แลนด์ ♦ International Electrotechnical Commission (IEC) เป็นมาตรฐานขององค์กรระหว่างประเทศที่จัดทำมาตรฐานทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น                     ปัจจัยที่สำคัญในการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคคือ มาตรฐานหรือตราการันตี ซึ่งเป็นตัวช่วยให้สินค้าแบรนด์ไทยก้าวเข้าสู่ตลาดสากลได้อย่างภาคภูมิ  สำหรับ T Mark ตรารับรองคุณภาพมาตรฐานโลก Thailand Trust Mark ตราสัญลักษณ์ที่รับรอง สินค้าและบริการของไทย ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ภายใต้แนวคิด “Trusted Quality” ที่การันตีคุณภาพสินค้าไทยที่ทั่วโลกไว้วางใจ ในทุกด้านประกอบด้วย คุณภาพสินค้าและบริการที่ได้รับมาตรฐานสากล การได้ใบรับรองมาตรฐานแรงงานไทย (Fair Labour) มาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) บริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) มีการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Environmental Concern) และที่ขาดไม่ได้คือ Heartmade Quality คือสิ่งรับรองว่าสินค้าและบริการเหล่านี้จะต้องใส่ใจในการผลิต และมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย     

 18,934
สังคม-อาชญากรรม
27 เม.ย. 61

ฉัตรชัย กำชับ อย. แจงปชช. เรื่องช่องทางตรวจสอบเลขอย. 30 เม.ย. นี้

รองนายกรัฐมนตรี เผยได้เรียกเลขาธิการ อย.เข้าพบ กำชับทำงานเชิงรุก เน้นสร้างความเข้าใจกับประชาชน ตรวจสอบมาตรฐาน อย. พร้อมเตรียมแถลงข่าวให้ประชาชนรับทราบช่องทางตรวจสอบมาตรฐาน อย. 30 เม.ย.นี้   พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงสาธารณะสุข เปิดเผยว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านได้เรียกนายนายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เข้าพบภายหลังจากเกิดเหตุการดำเนินการคดีกับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เมจิกสกินที่โฆษณาเกินจริง โดยได้สั่งการให้เลขาธิการ อย. ไปเร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่ามีช่องทางใดบ้างในการตรวจสอบมาตรฐานอย. ทั้งที่ในส่วนของ อย.ก็มีแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ในการตรวจสอบสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 เม.ย.   สำหรับกรณีที่เป็นข่าวอยู่นี้ ทาง อย.ได้ดำเนินการตรวจสอบมาตั้งแต่เดือนม.ค.เป็นต้นมา จนสามารถขยายจับกุมเครือข่ายได้ อีกทั้งการทำงานของ อย. ยังมีเครือข่ายในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์และสินค้าที่โฆษณาเกินจริงด้วย โดยส่วนตัวได้สั่งกำชับให้ อย.ทำงานในเชิงรุก เพราะอย.มีหลายโครงการที่ดำเนินการอยู่ แต่ไม่สามารถสร้างการรับรู้กับประชาชนได้จึงเกิดปัญหาขึ้น ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 1,793
สังคม-อาชญากรรม
27 เม.ย. 61

เมย์-หญิงแย้-แพท-ออฟฟี่ เข้าสอบปากคำตามหมายเรียก หลังรีวิวสินค้าเครือข่าย "เมจิกสกิน"

4 ดารานักแสดงประกอบด้วย หญิงแย้ นันทพร ธีระวัฒนสุข , แพท ณปภา ตันตระกูล , เมย์ พิชนาฏ สาขากร , อ๊อฟฟี่ แม็กซิม หรือ น.ส.อรพรรณ ด่านศิริวัฒนกุล ซึ่งเป็น 4 ใน 9 คนที่ทำการรีวิวสินค้า เครือบริษัทเมจิกสกิน ภายหลังพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกเพื่อให้ปากคำนั้น   โดยทั้ง 4 คนเดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. พร้อมกันยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเมจิกสกิน และตนเองเป็นผู้บริโภคคนนึงที่ได้รับการว่าจ้าง โดยก่อนรับรีวิว ได้มีการตรวจเช็คกับเว็บไซต์ของ อย .และมีชื่อยืนยันว่าบริษัทและสินค้าดังกล่าวอยู่ในระบบ จึงรับงาน พร้อมให้ความร่วมมือ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ    ขณะที่เมย์ พิชนาฎ ฝากถึงประชาชน อย่าได้หลงเชื่อ กรณีที่มีการนำเงินมากองและถ่ายรูป อ้างว่าเป็นสินค้าที่ขายดี ได้กำไร น่าจะเป็นการหลอกลวง จากนี้ไปหากจะรับงาน จะมีการพิจารณาการรีวิวสินค้าให้มากกว่านี้    ทางด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา เผยว่า ข้มูลทั้ง 4 คน เข้ามาให้ในวันนี้จะเป็นการรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้น ทั้ง 4 คน ยังไม่ตกเป็นผู้ต้องหา ซึ่งหลังจากนี้จะมีการวิเคราะว่าผิดข้อหาอะไรหรือไม่ ถ้าผิดก็จะเชิญมาแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งคาดว่าจะสอบเสร็จทั้งหมด 59 คน ภายใน 45 วัน     ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 3,428
เศรษฐกิจ
08 มี.ค. 61

กรมศุลฯ เตรียมแก้ประกาศให้สำแดงรายการของแพงช่วงขาออก หลังปชช.แตกตื่น

กรมศุลฯ เตรียมแก้ประกาศให้สำแดงรายการของแพงช่วงขาออก หลังปชช.แตกตื่น รับอาจสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน ยันไม่บังคับต้องแจ้งทุกคน ย้ำทำเพื่ออำนวยความสะดวกกรณีมีการสุ่มตรวจช่วงขาเข้า   นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดี รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร และโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยภายหลังจากมีกระแสการต่อต้าน การประกาศกรมศุลกากร 2 ฉบับเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการ เงื่อนไขการปฏิบัติการศุลกากรในการตรวจปล่อยผู้โดยสารและหีบห่อสัมภาระ ระหว่างสนามบินในประเทศ โดยวิธีการ Check Throuth และประกาศเรื่อง การปฏิบัติพิธีศุลกากรของติดตัวผู้โดยสาร ที่นำติดตัวเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พร้อมกับตนทางอาศยานว่า การประกาศดังกล่าว ว่า กรมฯจะมีการแก้ไขประกาศให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดเหมือนที่เป็นอยู่ขณะนี้ ซึ่งกรมฯ ยืนยัน ประกาศดังกล่าว มีใช้มานานแล้ว แต่ไม่ได้เป็นการบังคับประชาชนที่จะเดินทางออกนอกประเทศทุกราย ต้องสำแดงรายการสินค้าที่มีมูลค่าสูงที่นำติดตัวออกอกประเทศทุกราย เป็นเพียงความสมัครใจ สำหรับรายที่ต้องการความสะดวกในการเข้าประเทศ หากมีเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบสัมภาระเท่านั้น ซึ่งผู้ที่สำแดงรายการสินค้าก่อนออไป เมื่อกลับมาเพียงยื่นเอกสารเป็นหลักฐานก็สามารถเข้าประเทศได้ทันที    สำหรับของที่ซื้อที่ดิวตี้ฟรีขาออก เมื่อนำกลับเข้ามาในประเทศ จะต้องทำตามกฎหมาย คือได้รับยกเว้นภาษีอากร เมื่อมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท แต่หากเกินกำหนดที่กฎหมายจะต้องเสียภาษี    ทั้งนี้หากมีการตรวจพบการนำของมีค่าเข้าประเทศ และไม่สามารถชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่สามารถทำการระงับด้วยการยึดทรัพย์ไว้ที่กรมศุลกากร แต่หากต้องการนำสินค้าออกไปต้องเสียภาษี 30% ของมูลค่าสินค้า   สำหรับสถิติการแจ้งดีแคร์ของขาออกตั้งแต่ มิถุนายน 2560-ปัจจุบัน มีเพิ่ง 82 ราย หรือเฉลี้ยเดือนละไม่เกิน 10 ราย เดือนล่าสุดมีแจ้งเพียง 8 ราย และตั้งแต่มีกระแสข่าวออกมา การจดแจ้งยังเป็นปกติ เพราะผู้โดยสารขาออกส่วนใหญ่เข้าใจในการนำของออกเป็นเพียงการอำนวยความสะดวก ส่วนสถืติการตรวจับผู้นำเข้ามา ไม่ได้จับได้ทุกวัน หรือเฉลี่ยอย่างน้อยวันละ 1 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ค้าขาย      

 8,343
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 ก.พ. 61

เตือนภัย! แก๊งมิจฉาชีพสร้างข่าวปลอม แอบอ้างรายการข่าว โปรโมท-หลอกขายสินค้า

เตือนภัย! ขณะนี้มีมิจฉาชีพเปิดร้านค้าออนไลน์ นำภาพจากรายการข่าวต่างๆ รวมถึงรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ไปตัดต่อใส่โฆษณาสินค้า แอบอ้างให้คนซื้อหลงเชื่อซื้อสินค้า ทั้งนี้ ล่าสุด แก๊งมิจฉาชีพมีการแอบอ้างที่แยบยลขึ้น โดยได้ทำข่าวปลอมขึ้นมา และหลอกว่ามีของกลางในคดีนั้นๆ เช่น นาฬิกาทองฝังเพชร มาขายในราคาถูก ทำให้มีคนหลงเชื่อถูกหลอกเป็นจำนวนมาก    ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยการกระทำดังกล่าวผิดกฏหมาย พรบ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RA2Umz2jaPU   

 10,334
เศรษฐกิจ
18 ม.ค. 61

'พาณิชย์' ย้ำค่าแรงขึ้นดึงต้นทุนราคาสินค้าเพิ่มแค่ 1 %

อธิบดีกรมการค้าภายในชี้ค่าแรงขึ้น 5-22 บาทต่อวัน ดึงต้นทุนราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขณะที่ผู้ส่งออกข้าวระบุค่าแรงอัตราดังกล่าว มีผลต่อราคาส่งออกข้าวให้ปรับเพิ่มขึ้นไม่ถึง 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน   นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มขึ้นมา 5-22 บาทต่อวัน ทั่วประเทศนั้น มีผลกระทบต่อต้นทุนราคาสินค้าค่อนข้างน้อย โดยอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมากจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่ได้ใช้แรงงานเข้มข้นกระทบต้นทุนไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ในแต่ละพื้นที่ก็ปรับขึ้นในอัตราที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงไม่ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้น ทั้งนี้หากผู้ประกอบการจะปรับขึ้นราคาสินค้าต้องสามารถชี้แจงต้นทุนการปรับเพิ่มขึ้นอย่างละเอียด รวมทั้งต้องยื่นหนังสือเสนอขอปรับราคามายังกรมการค้าภายในก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการยื่นขอปรับราคาเข้ามาแต่อย่างใด    ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ในระดับดังกล่าวถือว่า ยอมรับได้ และไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการส่งออกข้าวให้ปรับเพิ่มขึ้นสูงมากนัก โดยอาจมีผลต่อราคาส่งออกข้าวให้ปรับเพิ่มขึ้นไม่ถึง 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เนื่องจากไม่ได้ปรับขึ้นในอัตราเดียวกันทั่วประเทศ และเป็นอัตราที่ไม่สูงมาก แต่หากปรับเพิ่มมากกว่านี้ อาจจะกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันได้ เพราะการส่งออกข้าว เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานค่อนข้างมาก ตั้งแต่เกี่ยวข้าว ขนถ่ายข้าว การขนส่ง การบรรจุ ตลอดจนการลำเลียงเพื่อการส่งออก ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องขณะนี้ ก็ทำให้เป็นต้นทุนที่สูงขึ้นของการส่งออกข้าวของไทยอยู่แล้ว ข้าวที่เกี่ยวข้อง

 7,757
เศรษฐกิจ
14 พ.ย. 60

ก.พาณิชย์ดึงห้าง-ผู้ผลิตสินค้าลดราคาต่อเนื่อง หลังจบมาตรการช็อปช่วยชาติถึงต้นปีหน้า

กรมการค้าภายในจับมือห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศและผู้ผลิต ลดราคาสินค้าต่อเนื่อง หลังสิ้นสุดมาตรการช็อปช่วยชาติ รับการจับจ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ 14 ธ.ค. 60- 4 ม.ค. 61   นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือแนวทางการจัดงานลดภาระค่าครองชีพประชาชนร่วมกับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า 15 ราย ผู้ผลิตสินค้า 32 ราย และสมาคมผู้ประกอบการค้า 3 สมาคมว่า ได้ข้อสรุปร่วมกันเกี่ยวกับการจัดมหกรรมลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ชื่อ "รวมใจ เพิ่มสุข ลดรับปีใหม่" ระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2560 - 4 มกราคม 2561 ซึ่งเป็นการจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยจะลดราคาสินค้าลงร้อยละ 20-80 และเนื่องจากเป็นการจัดมหกรรมลดราคาสินค้าขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการบริหารแผนการผลิตสินค้าเพิ่ม และการทำราคา จึงไม่สามารถจัดงานในช่วงเดียวกันกับมาตรการช็อปช่วยชาติได้ ซึ่งกรมการค้าภายในขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า และโมเดิร์นเทรด ลดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆที่เก็บจากผู้ผลิตสินค้า เพื่อให้ราคาสินค้าปรับลดลงได้จริง   สำหรับการจัดมหกรรมในปีนี้จะเน้นสินค้าอุปโภคบริโภค ของใช้ในชีวิตประจำวัน กว่า 10,000 รายการ เช่น น้ำมันพืช ผงซักฟอก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องครัว รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ในปีนี้จะมีสินค้าโอทอป สินค้าชุมชน สินค้าของเอสเอ็มอีเข้าร่วมงานมหกรรมด้วย เพื่อสร้างตลาดและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ   อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดภายในงานไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่า 30,000 ล้านบาท และจะประหยัดค่าครองชีพได้มากกว่าปีก่อนที่ประหยัดได้ถึง 7,000-8,000 ล้านบาท   นอกจากนี้ ในส่วนของความคืบหน้าการตรวจสอบห้างสรรพสินค้าที่ประชาชนร้องเรียนว่าพบการปรับราคาสินค้าขึ้น เมื่อใกล้ถึงช่วงมาตรการช็อปช่วยชาติ ทางห้างสรรพสินค้าดังกล่าวได้ชี้แจงว่าเป็นช่วงที่หมดโปรโมชั่น ในส่วนของสินค้าทีวีตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน แต่มีการนำป้ายมาเปลี่ยนในช่วงเช้าของอีกวัน ส่งผลให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในได้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มงวดและส่งหนังสือชี้แจงเรื่องการปรับเปลี่ยนป้ายราคาอย่างไม่มีเหตุผลให้ผู้ประกอบการห้างร้านต่างๆรับทราบเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการเอาเปรียบผู้บริโภคในอนาคต

 2,763
เศรษฐกิจ
09 ต.ค. 60

รมช.คลัง โต้ ไม่ได้เอื้อรายใหญ่ ทำบัตรผู้มีรายได้น้อยซื้อสินค้ามากขึ้น

รมช.คลัง โต้ ไม่ได้เอื้อรายใหญ่ ทำบัตรผู้มีรายได้น้อยซื้อสินค้ามากขึ้น ยันช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายปชช.มากกว่า พร้อมศึกษาการลงทะเบียนแบบใหม่ หวังเพิ่มความสะดวกปชช.มากขึ้น     นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณที่มีกระแสว่าการใช้บัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับภาคธุรกิจขนาดใหญ่ มากกว่าการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นการเพิ่มความสามารถในการจับจ่ายซื้อสินค้าของผู้มีรายได้น้อยให้มากขึ้น เพราะผู้มีรายได้น้อยยังจำเป็นต้องพึ่งพาการช่วยเหลือจากรัฐอยู่ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในสังคม โดยร้านค้าที่ผู้มีรายได้น้อยจะเข้าไปใช้บัตรได้นั้น จะต้องเป็นร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดเงื่อนไขไว้แล้ว จึงไม่ได้เป็นไปตามกระแสที่ออกมาอย่างแน่นอน   ทั้งนี้ หากในอนาคตผู้มีรายได้น้อยมีรายได้สูงขึ้น ก็ไม่จำเป็นที่ต้องได้รับบัตรดังกล่าวอีก ก็ถือว่าเป็นการลดภาระการดูแลของรัฐลงได้ แต่ในเบื้องต้นก็จะต้องดูแลให้ผู้มีรายได้น้อยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก่อน ส่วนเงื่อนไขในการใช้บัตรมีความชัดเจน หากทำผิดระเบียบจะถูกยึดบัตรทันที ซึ่งส่วนนี้กรมบัญชีกลางติดตามดูแลอย่างเต็มที่   อย่างไรก็ตามการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยในปีต่อๆไป อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางในการลงทะเบียนใหม่ โดยอาจจะไม่ต้องมาลงทะเบียนเช่นเดิม แต่อาจใช้ข้อมูลเดิมมาพิจารณา เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวกมากที่สุด รวมถึงการลงทะเบียนของรายใหม่ด้วย แต่ทั้งหมดยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องรอผลการศึกษาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,878
ประชาสัมพันธ์
18 ส.ค. 60

เทสโก้ โลตัส จับมือ ก.พาณิชย์ ช่วยลูกค้าประหยัดลดค่าครองชีพ ยกขบวนสินค้า 1 แถม 1 เข้าร่วมวันพาณิชย์ ปี2560

นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าววว่า เทสโก้ โลตัส ได้ร่วมมือกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ช่วยประชาชนประหยัดและลดค่าครองชีพ ด้วยการนำสินค้าจำเป็นมาจำหน่ายในราคาพิเศษพร้อมโปรโมชั่นต่างๆ อาทิ   ลดราคา 1 แถม 1 ภายใต้กิจกรรม “วันพาณิชย์ ปี 2560” ระหว่างวันที่ 17-23 สิงหาคม ศกนี้ ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ อาหารสดแปรรูป ซอสปรุงรส แชมพู สบู่ ผงซักฟอก พร้อมไฮไลท์พิเศษ ข้าวสาร 5 กิโลกรัม จำหน่ายราคา 96 บาท นอกจากนั้น ยังมีสินค้าจำเป็นใช้ลดราคา 10-30% เช่น น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สินค้าอุปโภคบริโภค เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ลดสูงสุด 50% สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านขนาดเล็ก ลดสูงสุด 40% สินค้าเครื่องนอน เครื่องครัว ลดสูงสุด 60%   “เทสโก้ โลตัส มุ่งมั่นช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนลดภาระค่าครองชีพและประหยัดค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ โดยในแต่ละสัปดาห์ เทสโก้ โลตัส จะจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้ากว่า 5,000 รายการ เพื่อช่วยลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่าย ผ่านสินค้าคุณภาพสูงราคาย่อมเยา และในสัปดาห์นี้ มีสินค้าข้าวสารขนาด 5 กิโลกรัม จำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 96 บาท โดยหวังว่าจะช่วยให้คนไทยจับจ่ายได้สะดวกสบายขึ้น” นางสาวสลิลลา กล่าวสรุป

 3,476
เศรษฐกิจ
10 เม.ย. 60

พณ.คุมเข้มราคาสินค้าช่วงสงกรานต์ หากพบฉวยโอกาสขึ้นราคา เจอโทษขั้นสูงสุด

กระทรวงพาณิชย์ คุมเข้มราคาสินค้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ คาดโทษ หากพบฉวยโอกาสขึ้นราคา ต้องระวางโทษขั้นสูงสุด   นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้สั่งการให้กรมการค้า ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบราคาสินค้าและบริการตามสถานีขนส่งทุกแห่งอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา และคิดค่าบริการสูงเกินจริง โดยผู้จำหน่ายอาหาร และเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค และผู้ให้บริการรับฝากของบริการรถเข็มสัมภาระ ต้องปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและค่าบริการให้ชัดเจน หากฝ่าฝืน จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคา มีโทษปรับ 10,000 บาท กรณีขายสินค้าสูงเกินจริง กักตุนสินค้า และปฏิเสธการจำหน่าย ต้องโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งผู้พบเห็นแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569    อย่างไรก็ดี ระหว่างวันนี้ ถึงวันที่ 11 เมษายน กรมการค้าภายใน ได้นำสินค้าธงฟ้าประชารัฐ ไปจำหน่ายให้กับประชาชน ในราคาพิเศษ ที่ สถานีขนส่งหมอชิต  สายใต้ใหม่ และสถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนด้วย

 7,378
เศรษฐกิจ
27 ก.พ. 60

พณ.ยันไม่ถอดน้ำตาลทรายจากรายการสินค้าควบคุม แม้เตรียมลอยตัวราคา เพียงยกเลิกเพดานขายปลีก

กระทรวงพาณิชย์ยืนยันไม่จำเป็นต้องถอดน้ำตาลทรายออกจากรายการสินค้าควบคุม แม้เตรียมลอยตัวราคาในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ระบุเป็นสินค้าจำเป็น เพียงแค่ประกาศยกเลิกราคาเพดานเท่านั้น     นายสมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากแนวคิดที่กระทรวงอุตสาหกรรมจะลอยตัวราคาน้ำตาล ช่วงเดือนตุลาคม เพื่อให้ราคาปรับเปลี่ยนไปตามกลไกตลาดโลกนั้น กระทรวงพาณิชย์จะดูแลให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด และไม่ให้จำหน่ายเกินราคา ตลอดจนดูแลปริมาณให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ ที่มีการใช้ประมาณ 2.26 ล้านล้านตันต่อปี เนื่องจากราคาน้ำตาลทรายหลังจากจากที่ลอยตัวในเดือนตุลาคมแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรม จะเป็นผู้ที่ประกาศราคาอ้างอิงตามราคาตลาดโลกให้กับผู้ประกอบการได้รับทราบ และกลไก รวมถึงการดูแลราคานั้น จะเป็นไปในรูปแบบลักษณะเดียวกันกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง   นอกจากนี้ เห็นว่าไม่จำเป็นต้องถอดรายการน้ำตาลทรายออกจากบัญชีสินค้าควบคุม หลังจากลอยตัวราคาแล้ว เนื่องจากน้ำตาลทรายเป็นสินค้าจำเป็น ดังนั้นอาจจะเพียงขอมติจากที่ประชุม คณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. ออกประกาศยกเลิกการกำหนดราคาเพดานน้ำตาลทรายเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีการกำหนดราคาเพดาน ห้ามจำหน่ายเกิน กิโลกรัมละ 23 บาท 50 สตางค์ แต่การลอยตัวยังไม่ได้เกิดขึ้นทันที ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรมยังคงต้องหารือกันอย่างต่อเนื่อง และผู้บริโภคยังสามารถซื้อน้ำตาลทรายในราคาเดิมที่กำหนดไว้ให้จำหน่ายไม่เกิน 23 บาท 50 สตางค์ เท่าเดิม จนกว่าจะมีการประกาศลอยตัว   โดยเชื่อว่า แม้จะลอยตัวราคาน้ำตาลแล้ว ก็ไม่มีผลต่อราคาสินค้าเกี่ยวเนื่องที่ใช้น้ำตาลทราย เพราะการลอยตัวไม่ได้ทำให้ราคาน้ำตาลทรายเปลี่ยนแปลงมากนัก ขณะเดียวกันเมื่อราคาน้ำตาลทรายโลกลดลง ผู้บริโภคก็จะได้ซื้อน้ำตาลทรายในราคาที่ถูกลงเช่นกัน จึงมั่นใจว่าผู้บริโภค จะไม่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ สาเหตุที่กระทรวงอุตสาหกรรม ตัดสินใจลอยตัวราคาน้ำตาล เนื่องจาก บราซิลฟ้องต่อองค์การการค้าโลก หรือ WTO ว่าประเทศไทยอุดหนุนราคาในประเทศ จนกระทบต่อราคาส่งออกให้ตกต่ำลง  

 8,758

Top