ค้นหา :

ผลการค้นหา "ต่างด้าว"

ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 62

รุมจับหนุ่มเมียนมา ทำอนาจาร ด.ญ.ออทิสติก คาห้องน้ำตลาดสี่มุมเมือง

ปทุมธานี-ตำรวจ สภ.คูคต ได้รับแจ้งจากผลเมืองดีว่าได้ร่วมกันจับกุมตัวคนร้ายก่อเหตุละเมิดทางเพศเด็กหญิงออทิสติก ภายในห้องน้ำตลาดสี่มุมเมือง ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยประชาชนช่วยกันจับตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ทราบชื่อนายชาย สัญชาติเมียนมา และน้องแพร (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นออทิสติก จึงนำตัวมาสอบสวนเบื้องต้นที่ตู้ตำรวจประจำตลาดสี่มุมเมือง   จากการสอบถามญาติขอน้องแพร ให้การว่า ได้ออกตามหาเด็กหญิง หลังหายตัไวป จึงเดินไปที่หน้าห้องน้ำของตลาดพบว่าถูกล็อคจากด้านใน จึงได้เคาะประตูอยู่คนที่อยู่ด้านในห้องน้ำจึงเปิดออกมา ทราบชื่อนายชาย สัญชาติเมียนมา อายุ 24 ปี โดยมีน้องแพรอยู่ภายในห้องน้ำนั้นด้วย ผู้ก่อเหตุไม่ตอบแต่พยายามที่จะดันหนีออกมา ตนเองเลยสู้และใช้มือบีบคอและจับตัวเอาไว้ดันเข้าไปในห้องน้ำ ทำให้พบน้องแพรนั่งอยู่พื้นภายในห้องน้ำพบเสื้อผ้า กางเกงมีรอยยับ จากนั้นจึงรีบเรียกคนที่พักอยู่แถวนั้นมาช่วยกันจับและนำตัวส่งตำรวจ   จากการสอบถามแม่ของน้องแพร เล่าว่า ตนเองมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายข้าวแกง เมื่อเช้าก็ได้ลุกไปขายข้าวแกงตามปกติ ก็ไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นกับลูกสาวของตนเอง เพราะตนเองมาทำมาหากินที่นี้ 20 ปีแล้ว ส่วนน้องแพรนั้นได้ป่วยเป็นโรคทางสมอง จะคิดช้า ทำอะไรช้าไปกว่าคนธรรมดา ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชทุกเดือน   ส่วนนายชาย ผู้ต้องหาชาวเมียนมาให้การว่า ได้เข้ามาทำงานแค่ 10 วัน และได้รู้จักกับน้องผู้หญิงคนนี้จากเฟซบุ๊ก วันนี้เลยเข้าไปหาและได้พาน้องเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนล่วงละเมิดทางเพศจนกระทั่งมีคนเข้ามาช่วยเหลือ     ด้านตำรวจได้สอบสวนในเบื้องต้นเท่านั้นยังต้องส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ก่อนที่นำผู้ก่อเหตุมาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง และยังไม่ปักใจเชื่อว่ารู้จักกันทางเฟซบุ๊ก ประกอบกับน้องป่วยมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับทางสมองด้วย ผู้ก่อเหตุอาจจะล่อลวงก็เป็นได้ และในเบื้องต้นแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aFj8N_G7m2k

 5,175
สังคม-อาชญากรรม
13 ส.ค. 62

รวบลูกจ้างพม่าวัย 19 ฆ่าโหดเสี่ยโรงน้ำแข็ง ยัดศพในตู้เสื้อผ้า อ้างชิงทรัพย์-แค้นถูกด่าเรื่องขับรถเร็ว

ตำรวจ สน.ประชาชื่น รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่ง ซอยวงษ์สว่าง 19 แขวงวงษ์สว่าง เขตบางซื่อ  ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นปลูกติดกัน 2 หลัง พื้นที่กว่า 200 ตารางวา พบรอยเลือดที่บันไดลากเป็นทางยาวขึ้นไปที่ชั้น 2 ถึงห้องพักชั้นบน   ภายในตู้เสื้อผ้าถูกล็อกมีกุญแจเมื่อเปิดออกมาพบศพ นายพรศักดิ์ วัฏฏวนิชย์กุล อายุ 72 ปี หรือ เฮียหยู เจ้าของโรงงานน้ำแข็ง ร้านขายแก๊สและอีกหลายธุรกิจ รวมทั้งเป็นอดีตสมาชิกสภาเขตบางซื่อ, อดีต กต.ตร. สน.ประชาชื่น และเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ โดยที่ศีรษะมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็ง เลือด ไหลอาบหน้า สภาพศพนั่งหลังพิงตู้ และชันเข่าขึ้นมา ลักษณะคล้ายถูกจับยัดใส่ตู้      ญาติเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เข้าไปดูบ้านที่กำลังปรับปรุง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่ในเวลา 05.00 น.ของวานนี้ (12 ส.ค.) ลูกชายจึงตามหาเนื่องจากบิดาหายตัวไป ก่อนจะมา สังเกตพบว่ามีรอยคราบเลือดภายในบ้านที่ชั้นล่างจึงเดินตามขึ้นไปที่ชั้นสอง และเลือดไปหยุดอยู่ที่ตู้เสื้อผ้าที่ถูกล็อก เปิดออกก็ช็อกจนเข่าทรุดเมื่อพบศพบิดาถูกยัดซ่อนอยู่ภายในตู้   จากนั้นได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าตรวจสอบ พบว่ากระเป๋าเงิน สร้อยคอทองคำพระและนาฬิกาหรูหายไป โดยญาติยังไม่พร้อมให้ข้อมูลอะไรเพราะยังอยู่ในอาการเสียใจ นำโซ่มาคล้องประตูหน้าเหล็กบ้านไว้ห้ามไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปด้านใน   ด้านนางประจวบ คงอ่วม อายุ 80 ปี คนสนิทผู้ตาย เวลาประมาณ 05.00 น. ลูกชายได้ออกตามหาผู้ตาย ส่วนลูกสาวผู้ตายมาหาตนถามหาพ่อบอกว่าผู้ตายหายออกจากบ้าน ตนจึงไปช่วยตามหาผู้ตาย กระทั่งทุกคนเข้าไปในบ้านหลังเกิดเหตุ ตนอยู่ข้างล่างได้ยินเสียงคนร้องไห้ออกมาจากห้องบริเวณชั้น 2 ของบ้าน จากนั้นมีคนเดินมาบอกให้ทำใจดีๆไว้ เพราะเฮียหยูเสียแล้ว   เฮียหยูเคยเล่าว่า ผู้ต้องหาเคยทำงานที่อื่นมาหลายที่แต่ถูกไล่ออก จนมาทำงานกับเฮียหยู ล่าสุดจำจะขอลาออกและขอเงินติดตัวก่อนจะมาเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น เชื่อว่าผู้ก่อเหตุประสงค์ต่อทรัพย์แน่นอน ไม่คิดว่าต้องมาตายเพราะต่างด้าวเนรคุณ เฮียหยู มีบ้านหลายหลังในวอยเดียวกัน เป็นคนนิสัยดีใครๆ ก็รัก ใครลำบาก มาขอความช่วยเหลือจะรีบช่วยทันที   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุตรวจสอบวงจรปิดหน้าบ้าน จับภาพชายต้องสงสัย 1 ราย ท่าทางมีพิรุธเดินเข้าออกภายในบ้านหลังเกิดเหตุ สืบสวนทราบว่าเป็นคนงานชาวเมียนมาทราบชื่อ นายมิน ทรุย ( Mr.Min Htwe ) หรือโกโก้ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่าเฮียหยู แล้วนำศพไปอำพรางในตู้เสื้อผ้า ก่อนหลบหนีไปกบดานในห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร  ตำรวจรวบตัวได้หลังก่อเหตุไม่ถึง 1 วัน   ชุดสืบสวนระบุ นายโกโก้สารภาพว่าได้เข้ามาทำงานกับนายพรศักดิ์  ในฐานะลูกจ้างขับรถส่งแก๊ส ได้ประมาณ 2 เดือน แต่เนื่องจากนายโกโก้ชอบขับรถเร็วจึงถูกตำหนิต่อว่าากรอกใส่หูทุกวัน ๆ และห้ามไม่ให้ทำงานดังกล่าวอีก และให้เปลี่ยนมาเป็นคนงานปรับปรุงบ้านของผู้ตายแทน คอยทาสีต่อเติมบ้าน คาดว่าน่าจะเจ็บใจที่ถูกต่อว่าเรื่องขับรถเร็ว เกิดความโกรธแค้นและใช้ชะแลงตีหัวจนนายพรศักดิ์  เสียชีวิต นำศพยัดตู้เสื้อผ้า ขโมยเงินผู้ตายหลบหนีไป   โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายโกโก้ มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.ประชาชื่น พร้อมกับของกลางคือชะแลงที่ใช้ฟาดศีรษะ หลังโยนทิ้งเอาไว้ในกองเศษไม้จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นให้การสารภาพอ้างว่าต้องการชิงทรัพย์เงินที่อยู่ในกระเป๋าหมื่นกว่าบาทเท่านั้น ส่วนทรัพย์สินอื่นไม่ได้เอาไป     พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าก่อเหตุคนเดียว โดยระหว่างที่ผู้ต้องหากำลังหลบหนีกบดานอยู่นั้น มีการเปลี่ยนเสื้อผ้าจากเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีกรมท่า กางเกงขาสั้นสีแดงและสวมลิสต์แบรนด์สีขาวและสีดำ เป็นเสื้อยืดแขนสั้นสีเขียว สวมกางเกงยีนสีน้ำเงิน ตนสั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำอย่างละเอียด   ขณะที่ตำรวจได้เรียกเพื่อนร่วมงานของผู้ต้องหา 4-5 คน มาสอบปากคำที่โรงพักว่าร่วมก่อเหตุ ด้วยหรือไม่ ซึ่งเพื่อนชาวเมียนมาบอกว่าไม่เคยเห็นนายโกโก้มีปัญหาหรือทะเลาะกับผู้ตาย  หลังจากที่นายโกโก้ถูกตำรวจจับกุมเขาก็สารภาพว่าต้องการชิงทรัพย์ โดยพวกตนไม่มีส่วนรู้เห็น วันเกิดเหตุทำงานอยู่โรงงานน้ำแข็งและร้านขายแก๊ส ไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุ   โดยวันนี้ (13 ส.ค.) จะนำตัวผู้ต้องหาไปแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) อีกครั้งในเวลา 11.00 น. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kM1274qA6Iw

 5,503
ข่าวภูมิภาค
17 ก.ค. 61

แจงดราม่า! รวบ 2 ต่างด้าว 'งมหอยขม' ในคูเมืองเชียงใหม่ ยันแค่ตักเตือน แต่โดนคดี 'หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย'

เทศบาลนครเชียงใหม่แจงกรณีโซเชียลดราม่าจับกุม 2 ชายต่างด้าวงมหอยขมในคูเมืองเชียงใหม่ ยืนยันแค่ว่ากล่าวตักเตือน แต่โดนตำรวจดำเนินคดีเพราะตรวจสอบพบว่าหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย   รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่าจากการโซเชียลมีเดียมีการแชร์และวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกรณีที่เจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมปฏิบัติหน้าที่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ทำการควบคุมตัวชายต่างด้าว 2 คน ที่ลักลอบจับสัตว์น้ำ(หอยขม)ในคูเมืองเชียงใหม่ โดยมีการนำตัวไปที่สถานีตำรวจและมีการถ่ายภาพนำไปโพสต์ลงในเพจเฟซบุ๊ก “สำนักงานเทศกิจ เทศบาลนครเชียงใหม่” ซึ่งทำให้มีผู้นำไปเผยแพร่ต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมากในเชิงตำหนิอย่างรุนแรงว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ ตลอดจนมีการนำไปเปรียบกับกรณีนักธุรกิจใหญ่ในคดียิงเสือดำ   ล่าสุดนายณัฐฐ์ชูเดช วิริยดิลกธรรม รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวถึงกรณีดังกล่าว จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่เทศกิจทราบว่า การควบคุมตัวชายทั้ง 2 คน ที่ลักลอบจับสัตว์น้ำ หรือ หอยขม ในคูเมืองเชียงใหม่ดังกล่าวนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ควบคุมตัวและได้เชิญเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าร่วม เนื่องจากเข้าใจว่าเทศบาลนครเชียงใหม่ มีเทศบัญญัติบังคับในเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตามเมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่เทศกิจได้แจ้งให้ทราบว่าคูเมืองเชียงใหม่ เป็นเขตอภัยทานจริง แต่ไม่มีเทศบัญญัติบังคับในเรื่องดังกล่าว จึงทำได้เพียงการว่ากล่าวตักเตือนและถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น   ส่วนที่มีการจับกุมและดำเนินคดีต่อนั้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานแล้วว่าชายทั้ง 2 คน เป็นต่างด้าวและลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จึงต้องจับกุมดำเนินคดีในข้อหาต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งการจับกุมดำเนินคดีดังกล่าวนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่เทศกิจนครเชียงใหม่เลย แต่มีการนำข้อมูลและเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปเผยแพร่ต่อในโซเชียลมีเดียอย่างเข้าใจผิด สำหรับหอยขมที่อยู่ในคูเมืองนั้น ไม่ได้เป็นหอยขมตามธรรมชาติ แต่เป็นหอยขมที่มีผู้นำมาปล่อยตามความเชื่อเพื่อสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา และน่าจะค่อนข้างสกปรก ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ลักลอบจับอยู่เป็นประจำและต้องตักเตือนอยู่ตลอด จึงอยากจะตักเตือนไม่ให้มีการจับไปรับประทานเพราะเสี่ยงที่จะได้รับอันตราย   ขณะที่ นายพัธนา คุณชื่น นิติกรเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งร่วมอยู่ในภาพที่ถ่ายไว้เป็นหลักฐานตอนที่ควบคุมตัวชายทั้ง 2 คน และว่ากล่าวตักเตือน เปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุทางตำรวจได้เชิญให้ทางเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครเชียงไปร่วมทำบันทึกจับกุม อย่างไรก็ตามเนื่องจากไม่มีเทศบัญญัติบังคับใช้และลงโทษในเรื่องดังกล่าว จึงทำได้เพียงแค่การว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น เพราะพื้นที่คูเมืองเชียงใหม่เป็นเขตอภัยทานและมีการขอความร่วมมือห้ามจับสัตว์น้ำ ทั้งนี้ในส่วนที่มีการจับกุมดำเนินคดีกับชายทั้ง 2 คนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงต่อจากนั้น เป็นเพราะตรวจสอบพบว่าเป็นชาวต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย จึงต้องดำเนินคดี ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่   

 2,474
การเมือง
02 ก.พ. 61

'ประวิตร' ย้ำ มิ.ย. พิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวเสร็จ ขอร่วมมือบูรณาการทุกฝ่าย ตั้งใจทำงาน

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เปิดการประชุมสัมมนาแถลงแผนปฏิบัติการสนับสนุนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ขอทุกหน่วยงานร่วมมืออย่างจริงจัง คาดมิ.ย.จะเกิดความเรียบร้อย   พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมสัมมนาแถลงแผนปฏิบัติการสนับสนุนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ และดำเนินการออกใบอนุญาตทำงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย หรือ ตรีเทพ โดยมีพลเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยปลัดกระทรวงแรงงาน อธิบดีกรมการจัดหางาน เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย ทูตแรงงานกัมพูชาประจำประเทศไทย อัครรัฐทูตสปป.ลาวประจำประเทศไทย องค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือ IOM เข้าร่วมประชุม   พลเอกประวิตร กล่าวมอบนโยบายการจัดทำแผนปฏิบัติการตรีเทพ โดยเน้นย้ำการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ภาคแรงงาน โดยเฉพาะประมง รวมถึงการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวทำงานในไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเร่งพิสูจน์สัญชาติเมียนมา ลาว กัมพูชา และออกใบอนุญาตให้ทำงานถูกต้องตามกฎหมาย ตามแผนปฏิบัติการตรีเทพ ซึ่งจะประสบสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพได้นั้นต้องเกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนทำอย่างเป็นระบบ ไม่มีการทุจริตหรือแสวงหาผลประโยชน์ และเสร็จในเวลาที่กำหนด เพื่อให้แผนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ ตนขอหน่วยงานที่ทุกหน่วยร่วมมือกันปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสะดวก ไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมทั้งให้หัวหน้าทั้งส่วนราชการ ส่วนกลาง และภูมิภาคเป็นหลักในการดำเนินการตามแผน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตลอดจนประสานงานและร่วมมือกับเอกอัครราชทูตเมียนมา ลาว และกัมพูชา ในการบริหารศูนย์พิสูจน์สัญชาติ และเพิ่มเจ้าหน้าที่และเครื่องมือให้เพียงพอในแต่ละวัน   พลเอกประวิตร กล่าวว่า ฝ่ายไทยจะให้การสนับสนุนแนวทาง และดำเนินการให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด และขอย้ำว่าแผนปฏิบัติการตรีเทพ จะต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ขอให้เจ้าหน้าที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยตนเองจะติดตามแผนนี้ตลอด และขอขอบคุณสำหรับความทุ่มเท เสียสละ เพื่อแก้ปัญหาค้ามนุษย์ภาคแรงงาน และหากทำได้สำเร็จ ไม่ใช่แค่ผลสำเร็จของไทย แต่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและความมันคงระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านต่อไป นอกจากนี้ ยังหวังว่าทุกหน่วยงานจะทำงานเพื่อบูรณาการอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดผลสำเร็จในการพิสูจน์สัญชาติตามเวลาที่กำหนด เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับไอยูยู คือการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ในแรงงานภาคประมง เพื่อให้สามารถปลดใบเหลืองได้ ขอฝากทุกคนให้ทำงานเพื่อให้เศรษฐกิจและสังคมของประเทศเจริญก้าวหน้าต่อไป และเป็นแบบอย่างให้ประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต ซึ่งภายในเดือนมิ.ย.นี้ทุกอย่างจะเรียบร้อย ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 5,749
เศรษฐกิจ
16 ม.ค. 61

“บิ๊กอู๋” จี้ติดตามกวดขันกรณี 'แรงงานต่างด้าว' แย่งอาชีพ 'คนไทย'

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งกรมการจัดหางานเร่งกวดขันตรวจสอบแรงงานต่างด้าวเข้ามาประกอบอาชีพค้าขายซึ่งเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พบในปี 2560 ตรวจสอบแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทยไปแล้ว 2,397 คน นายจ้าง 3,564 ราย ดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวแล้ว 1,609 คน นายจ้าง 246 คน    นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ชี้แจงถึงกรณีที่มีข่าวว่าขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม เข้ามาประกอบอาชีพแย่งงานคนไทยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในย่านพัทยา จังหวัดชลบุรี และระนองว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มิได้นิ่งนอนใจโดยได้สั่งการให้กรมการจัดหางานเร่งตรวจสอบติดตาม กวดขันอย่างใกล้ชิด เพื่อมิให้คนไทยได้รับความเดือดร้อน ซึ่งอาชีพขายของหน้าร้าน หรือเร่ขายของ เช่น ขายผลไม้ ดอกไม้ เป็นต้น เป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำตามกฎหมาย ซึ่งในปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมา (ต.ค2559-ก.ย.2560) กรมการจัดหางานได้มีการตรวจสอบและดำเนินคดีนายจ้างและแรงงานต่างด้าวไปแล้ว ซึ่งมีผลการดำเนินงานทั่วประเทศคือ ตรวจสอบนายจ้างและสถานประกอบการ จำนวน 3,564 ราย แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม จีน อินเดีย บังคลาเทศ และอื่นๆ จำนวน 2,397 คน และดำเนินคดีนายจ้าง/สถานประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมายจำนวน 246 ราย แรงงานต่างด้าว จำนวน 1,609 คน    นายอนุรักษ์ กล่าวย้ำเตือนนายจ้างให้จ้างแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตทำงานและทำงานตรงกับประเภทงาน และกับนายจ้าง ท้องที่หรือเงื่อนไขในการทำงานตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตทำงาน ขณะเดียวกันแรงงานต่างด้าวต้องมีใบอนุญาตทำงานและทำงานตรงกับที่ระบุไว้ในใบอนุญาตทำงานรวมทั้งห้ามทำงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

 6,541
สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 61

'อดุลย์' แจงยืดพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวจนถึง 30 มิ.ย.61

อดุลย์ แจงผ่อนปรนพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว จนถึง 30 มิถุนายน 2561 ระบุมีเป้าหมายที่ต้องเร่งดำเนินการประมาณ 9 แสนคน   พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึง การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ว่ารัฐบาลจะผ่อนปรนการพิสูจน์สัญชาติ ไปอีก 6 เดือน จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ซึ่งจะครอบคลุมใน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มบัตรสีชมพู,กลุ่มประมงและแปรรูปสัตว์น้ำและกลุ่มที่ผ่านการคัดกรองความสัมพันธ์นายจ้าง-ลูกจ้าง หรือ ใบจับคู่ ที่ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติประมาณ 9 แสนคน    เนื่องจากข้อจำกัดของประเทศต้นทาง ส่งผลให้ไม่แล้วเสร็จตามเป้าหมาย ดังนั้นจึงเร่งแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะในส่วนหน้างาน ที่จะประสานเชื่อมโยงกัน ทั้ง ประเทศต้นทาง,หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการเพิ่มเครื่องสแกนม่านตาที่ไม่เพียงพอ เพื่อให้กระบวนการต่างๆ ดำเนินการได้เร็วขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด    อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีแรงงานต่างด้าวที่พิสูจน์สัญชาติแล้วจำนวน 1,041,043 คน แบ่งเป็นเมียนมา 857,595 คน คงเหลือ 366,050 คน, กัมพูชา 165,423 คน คงเหลือ 450,859 คน และ ลาว 18,025 คน คงเหลือ 141,288 คน ดังนั้นยังมีแรงงานต่างด้าวที่รอการพิสูจน์สัญชาติ ประมาณ 9 แสนคน   

 6,230
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ย. 60

ตร.ยันเหตุรถตู้ขนแรงงานต่างด้าว ไฟคลอก 14 ศพ ไม่ใช่ขบวนการลักลอบแรงงาน นิติเวชเตรียมพิสูจน์อัตลักษณ์

ตำรวจยืนยันอุบัติเหตุไฟคลอกรถตู้เสียชีวิต 14 ศพ ที่จังหวัดสิงห์บุรี ไม่ใช่ขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศ ขณะที่นิติเวชตำรวจเตรียมผ่าพิสูจน์อัตลักษณ์     เจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญู ร่วมกันนำรถขนร่างผู้เสียชีวิตจากจังหวัดสิงห์บุรี กรณีอุบัติเหตุรถตู้พุ่งชนรถบรรทุกในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี บนถนนสายเอเซีย เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้เสียชีวิต 14 คน มาส่งให้สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ รับทำการผ่าชันสูตรพลิกศพ เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล และหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง    โดยพันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทั้ง 14 ศพ แบ่งเป็นโชเฟอร์คนไทย 1 คน ผู้โดยสารชาวเมียนมา 13 คน ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจำแนกได้ว่าเป็นบุคคลใด ต้องรอการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เพื่อนำไปเทียบดีเอ็นเอกับญาติผู้เสียชีวิตก่อน ส่วนความคืบหน้าทางคดี เบื้องต้นพนักงานสอบสวนและกองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบซากรถพบเอกสารการขนส่งแรงงานต่างด้าว เป็นของจากการสอบสวนทราบว่ารถตู้คันดังกล่าวเป็นของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญเรือนทัวร์ ที่รับงานขนส่งแรงงานถูกต้องตามกฎหมาย โดยในเอกสารระบุว่าจะนำแรงงานกลุ่มนี้เดินทางจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ไปส่งให้นายจ้างที่จังหวัดสมุทรปราการ เชื่อว่าเป็นการรับส่งแรงงานถูกต้องตามกฎหมาย ยืนยันไม่ใช่ขบวนการลักลอบขนส่งแรงงานต่างด้าว ขณะที่พนักงานสอบสวนได้ประสานข้อมูลไปยังสถานฑูตเมียนมาประจำประเทศไทย เพื่อยืนยันข้อมูลทั้ง 13 คนว่าเป็นชาวเมียนมาหรือไม่ ตามที่มีเอกสารระบุ พร้อมขอให้มีการแจ้งญาติผู้เสียชีวิต เพื่อนำดีเอ็นเอมาเปรียบเทียบ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ส่วนเรื่องคดีอุบัติเหตุ ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ร่องรอยการเฉี่ยวชน เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติที่แท้จริง รวมถึงประสานข้อมูลไปยังกรมการขนส่งทางบก เพื่อดูข้อมูลว่า รถตู้ดังกล่าวมีการปฏิบัติตามระเบียบมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบกหรือไม่ เนื่องจากเคยมีคดีอุบัติเหตุคล้ายลักษณะนี้มาแล้วบนถนนมอเตอร์เวย์    อย่างไรก็ตามด้าน พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ตำรวจตรวจสอบแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะตามแนวชายแดนที่มักมีแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้าออกเป็นประจำ ให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เป็นไปตามกฎหมายและหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจแสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจังต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 6,326
เศรษฐกิจ
07 ส.ค. 60

ก.แรงงาน เผยยอดล่าสุดจ้างงานต่างด้าว 6.6 แสนคน กทม.ครองแชมป์จ้างงานมากสุด

                กระทรวงแรงงาน เผยยอดล่าสุดเช้าวันสุดท้ายก่อนปิดศูนย์รับแจ้งการทำงานคนต่างด้าวเช้า ยอดพุ่งกว่า 6.6 แสนคน กรุงเทพมหานครครองแชมป์นายจ้างและแรงงานต่างด้าวมากที่สุด รองลงมาชลบุรี ขณะที่กิจการก่อสร้างมีการจ้างแรงงานต่างด้าวมากที่สุด รองลงมาเป็นกิจการเกษตรและปศุสัตว์                  นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะมีการเปิดให้นายจ้างยื่นคำขอจ้างแรงงานต่างด้าว โดยยอดล่าสุด เมื่อเวลา 10.00น. มีนายจ้างยื่นแบบคำขอจ้างคนต่างด้าวแล้ว 171,161 ราย ยื่นคำขอจ้างแรงงานต่างด้าว 667,207 ราย กรุงเทพมหานครครองแชมป์นายจ้างและแรงงานต่างด้าวมากที่สุด รองลงมาชลบุรี ขณะที่กิจการก่อสร้างมีการจ้างแรงงานต่างด้าวมากที่สุด รองลงมาเป็นกิจการเกษตรและปศุสัตว์                  อธิบดีกรมการจัดหางาน ขอให้นายจ้างรีบมาแจ้งการทำงานของแรงงานต่างด้าวภายในวันนี้ เพราะจะไม่มีการขยายเวลาอีกแล้ว ซึ่งทุกศูนย์ทั่วประเทศพร้อมให้บริการจนถึงคนสุดท้ายของวันนี้ ขณะนี้มีนายจ้างมายื่นคำขอแล้วจำนวน 171,161 ราย (ยื่นที่ศูนย์ฯ 158,691 ราย ลงทะเบียนออนไลน์ 12,470 ราย) ลูกจ้างคนต่างด้าว 667,207 คน เป็นชาวเมียนมา 388,113 คน ชาวกัมพูชา 192,154 คน และชาวลาว 86,940 คน                     ประเภทกิจการที่มีการยื่นคำขอ 5 อันดับคือ 1) กิจการก่อสร้าง 149,768 คน 2) เกษตรและปศุสัตว์ 149,226 คน 3) จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม 61,240 คน 4) การให้บริการต่างๆ 49,758 คน 5) กิจการต่อเนื่องการเกษตร 41,866 คน                    จังหวัดที่มีการจ้างมากที่สุด 5 อันดับคือ 1) กรุงเทพมหานคร 142,251 คน 2) ชลบุรี 40,421 คน 3) สมุทรปราการ 38,006 คน 4) ปทุมธานี 32,270 คน 5) เชียงใหม่ 32,234 คน                     สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนนายจ้างสามารถเปลี่ยนนายจ้างได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด ในพื้นที่อันเป็นที่ตั้งของสถานที่ทำงานของแรงงานในปัจจุบัน ค่าใช้จ่าย จำนวน 1,000 บาท ไม่ต้องตรวจสุขภาพ และไม่ต้องกลับไปหานายจ้างเดิมแต่อย่างใด    

 3,141
เศรษฐกิจ
11 ก.ค. 60

ผู้ประกอบการอสังหาฯ พอใจ รัฐชะลอใช้ พรก.แรงงานต่างด้าว

ผู้ประกอบการอสังหาฯ พอใจภาครัฐชะลอบังคับใช้กฏหมายควบคุมแรงงาน มั่นใจแก้ไขปัญหาทันกำหนด หวิดกระทบการก่อสร้าง   นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจคอนโดมิเนียม บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) เปิดเผยในงานแถลงแผนพัฒนาคอนโดมิเนียมครึ่งปีหลังว่า การที่ภาครัฐ ได้ชะลอการประกาศบังคับใช้ พรก.ควบคุมแรงงานต่างด้าว ออกไปอีก 6 เดือน ถือว่าช่วยคลายความกังวลต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ได้เป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่าจะประกาศบังคับใช้ในทันที ภาคธุรกิจค่อนข้างกังวลว่าจะกระทบต่อการพัฒนาอสังหาฯ เพราะมีการใช้แรงงานต่างด้าวกว่า 80 % โดยเฉพาะตึกสูง อย่างคอนโดมิเนียมที่ใช้เวลาในการพัฒนา 27-30 เดือน ก็อาจล่าช้าออกไป ซึ่งจะกระทบต่อการรับรู้รายได้ของภาคธุรกิจ    แต่ขณะนี้ระยะเวลาที่ผ่อนผันน่าจะเพียงพอที่จะทำให้บรรดาผู้รับเหมา สามารถแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งจากที่ติดตามภาครัฐก็พร้อมอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่ และจนถึงขณะนี้ผู้รับเหมาซึ่งส่วนใหญ่บริษัท ได้ว่าจ้างบริษัทขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ก็ยังไม่พบปัญหาคนงานหนีกลับประเทศ    ด้านแนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมครึ่งปีหลังเชื่อว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น ตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว โดยแม้หลายฝ่ายแสดงความกังวลเรื่องปัญหาโอเวอร์ซับพลาย แต่บริษัทมองว่ายังมีทำเลศักยภาพที่มีความต้องการตลาดและมีแนวโน้มราคาที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งบริษัทเตรียมเปิดตัวอีก 2 โครงการในปีนี้ คือ โครงการ ไลฟ์ วัน ไวร์เลส บนถนนวิทยุ ที่เปิดตัวแล้ววันนี้ ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 4.9 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 6,400 ล้านบาท และ ไลฟ์ อโศก พระราม 9 มูลค่าโครงการ 9,000 ล้านบาท      ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,734
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ค. 60

สั่งย้าย 3ตร.รีดไถแรงงานเมียนมา-แม่สอด ขยายเวลาสอบเพิ่ม คุมเข้มจนท.ห้ามเรียกรับเงินแรงงานต่างด้าวเด็ดขาด

                   เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเตรียมกำลังควรคุมจุดตรวเข้าออกบริเวร ตามบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 12 แม่สอด- ตาก จำนวน 3 แห่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรับเงินจากแรงงานต่างด้าว จากกรณีมีคลิปวีดีโอ ตำรวจภูธร 3 รายได้เรียกเก็บเงินจากชาวเมียนมานั้น ในตอนนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงใน 3 วัน  อีกทั้งสั่งย้ายไปประจำจุดอื่น                     นายสุธา สายวาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วย พ.อ.เทอดศักดิ์ งามสนอง รองผบ.กกล.นเรศวร พ.อ.เสมา มังมติ รอง ผอ.กอ.รมน.จว.ตาก , พ.ต.อ.มนัส ศรประพันธ์ รอง ผบก.ภ.ตาก ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบาย และเน้นย้ำการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จุดตรวจต่างๆ ตามบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 12 แม่สอด- ตาก จำนวน 3 แห่ง คือ ด่านจุดตรวจบ้านห้วยยะอุ ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด ด่านจุดตรวจฝ่ายความมั่นคงด่านบ้านห้วยหินฝน ต.แม่ปะ อ.แม่สอด ด่านจุดตรวจท่าเล่ย์ ต.แม่ท้อ อ.เมืองตาก จ.ตาก โดยคณะได้เน้นเรื่องการเรียกรับเงินจากแรงงานต่างด้าว อย่าให้เกิดขึ้นเด็ดขาด พร้อมทั้งให้ความสะดวกอย่างเต็มที่ หากพบว่า มีการเรียกรับเงิน จะลงโทษทางวินัย และดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด                   ด้านตำรวจภูธรแม่สอด 3 ราย ที่ปรากฏในคลิปที่แรงงานเมียนมา นำมาโพสต์ในสังคมออนไลน์ ทางพ.ต.อ.ภาสกร กลั่นหวาน ผกก.สภ.แม่สอด ได้มีคำสั่งให้ย้ายจากตำรวจสายตรวจ ไปประจำจุดนั่งเวรยามที่สภ.แม่สอด และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน 3 วัน ซึ่งขณะนี้เลยเวลามาแล้ว ทางตำรวจยังไม่ได้สรุปผลการสอบสวนแต่อย่างใด และได้ขยายเวลาออกไป 10 วัน โดยอ้างว่า ต้องหาบุคคลในคลิปไปสอบสวนก่อน    

 2,571
การเมือง
03 ก.ค. 60

นายกฯยันคุมแรงงานต่างด้าวเป็นสิ่งที่ต้องทำ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประกาศ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวใหม่ รัฐบาลมีความจำเป็นต้องทำ เพราะนานาชาติกำลังเพ่งเล็งปัญหาการค้ามนุษย์ในไทย หลังจากนี้ แรงงานต่างด้าวจะต้องขึ้นบัญชีที่ชายแดนเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาปัญหาแรงงานต่างด้าวยังพิสูจน์สัญชาติไม่ได้ พอเข้ามาแล้ว ให้กลับไปพิสูจน์สัญชาติก็ไม่กลับ จุดลงทะเบียนจึงต้องไปที่ชายแดน เพื่อไม่ให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาตั้งแต่ต้นส่วนประเด็นการปรับเป็นเรื่องของกฎหมาย ส่วนตัวไม่ทราบว่าเหมาะสมหรือไม่    ด้านนายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เห็นด้วยกับรัฐบาล ที่นำแรงงานต่างด้าวให้เข้าสู่ระบบ เพื่อสามารถควบคุมได้ นายจ้างอาจมีปัญหาบ้าง แต่คงเฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่านเท่านั้น แต่ระยะยาวจะเป็นประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เพราะง่ายต่อการตรวจสอบ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 16,416
เศรษฐกิจ
03 ก.ค. 60

ทีดีอาร์ไอ ห่วง พ.ร.ก.ต่างด้าว กระทบภาพรวม ศก.

นักวิชาการทีดีอาร์ไอ ห่วง พระราชกำหนด การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ปี 2560 จะกระทบภาพรวมเศรษฐกิจ ชี้เนื้อหาไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาจริง แนะ ขอให้ทบทวนรายละเอียดบางประเด็น ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ   ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการทีดีอาร์ไอ กล่าวถึง กรณีการออก พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ปี 2560 ที่มีโทษปรับสูงว่า เห็นด้วยกับที่ภาครัฐ เตรียมออกมาตรา 44 เพื่อชะลอการบังคับใช้ ให้นายจ้างและแรงงานได้ปรับตัวในระยะเวลา 120 วัน เป็นสิ่งที่มาถูกทางแม้จะแก้ไขเพียงเฉพาะหน้าเท่านั้น พร้อมเสนอให้ทบทวนรายละเอียดบางประเด็น เนื่องจากไม่สอดคล้องสภาพความเป็นจริง เช่น สภาพแรงงานต่างด้าวที่เปลี่ยนงานบ่อย ย้ายพื้นที่ ย้ายกิจกรรม /ต้นทุนการจดทะเบียนที่สูง และ การใช้โทษที่รุนแรง มองว่า จะยิ่งเป็นการสุ่มเสี่ยงให้เกิดการรีดไถ มากกว่าการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ ระบุเป็นเรื่องที่น่ากังวล หลังปฏิกิริยาแรงงานต่างด้าวบางส่วนที่เดินทางกลับหลังทราบว่ากฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งระยะสั้น ห่วงจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมบางประเภท เช่น ประมง แปรรูป สิ่งทอ ก่อสร้าง และ การเกษตร บริการ ที่ไม่มีแรงงานคนไทยทำ และ ต้องพึ่งพิงแรงงานต่างด้าวเป็นหลัก ดังนั้น ระยะยาวจะส่งผลต่อปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก ซึ่งอาจมีผลต่อ จีดีพี ลดต่ำลงไปถึง ร้อยละ 1 ถึง 1.5    ดร.นณริฏ เสนอทางออกภาครัฐใน 3 ประเด็น คือ 1.วางแผนบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวทั้งระบบ เช่น กำลังแรงงาน ความเป็นอยู่ ให้ชัดเจน ภายใต้โจทย์สังคมจะอยู่ร่วมกับแรงงานต่างด้าวอย่างไร 2.ปรับเปลี่ยนทัศนคติ การใช้โทษรุนแรง และ เข้าใจว่าการใช้แรงงานต่างด้าวเป็นสิ่งที่ไม่มีทางเลือก และ 3.ออกแบบกฎระเบียบ ที่เอื้ออำนวย และสอดคล้องความเป็นจริง เช่น สามารถเคลื่อนย้ายได้  ต้นทุนไม่แพง และ สิทธิสวัสดิการ    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 10,628
เศรษฐกิจ
03 ก.ค. 60

เมียนมาส่งหนังสือด่วนแจ้งไทย พบยังมีด่านรีดไถแรงงานต่างด้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ว่านายทูลวิน ผวจ.เมียวดี ได้ทำหนังสือผ่านชุดประสานงานไทย - เมียนมา (แม่สอด-เมียวดี) ถึง นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก  โดยระบุว่าขอให้ทางการไทยตรวจสอบ แก้ไขปัญหาการเรียกรับเงินจากแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา ที่เดินทางกลับเมื่อวันที่ 2 กรฏาคม 2560 และถูกเจ้าหน้าที่ไทยปฏิบัติหน้าที่ เส้นทางสายตาก-แม่สอด เรียกรับเงิน จึงขอให้ฝ่ายไทยตรวจสอบ และแก้ไขปัญหา ทั้งนี้เพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ   เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงฝ่ายไทย ระบุว่า ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำกระทรวงแรงงานเมียนมาทราบเรื่องเเล้ว ในกรณีถูกเจ้าหน้าที่ไทยประจำด่านตรวจเส้นทางสายตาก แม่สอด ยังคงเรียกรับรีดไถเงินจากแรงงานพม่า ที่ถูกจับกุมและถูกลอยแพหนีกฎหมายแรงงานใหม่กลับประเทศ โดยหนังสือดังกล่าวได้ส่งตรงอย่างเร่งด่วนอย่างเป็นทางการมาในวันนี้ โดยข้อมูลเบื้องต้น ฝ่ายเมียนมามีความเป็นห่วงและเป็นข้อกังวลถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และ ขอให้ฝ่ายไทยเร่งทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว   จนถึงขณะนี้ที่บริเวณหน้าด่าน ตม. แม่สอด รวมไปถึงช่องทางอื่นๆอีกหลายช่อง มีแรงงานเมียนมา เดินทางกลับไปภูมิลำเนาแล้วกว่า 30,000 คน แล้ว เนื่องจากส่วนมากเป็นแรงงานที่ผิดกฎหมาย ที่ถูกนายจ้างลอยแพ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทางการเมียนมา โดยรัฐบาลกลางได้ส่งเจ้าหน้าที่จากกระทรวงแรงงาน ไปซักถามแรงงานเมียนมาที่กลับไปภูมิลำเนา โดยเน้นเรื่องการเรียกรับเงินจากเจ้าหน้าที่ไทย ทราบว่ายังคงมีแรงงานที่กลับมาถูกเรียกรับเงิน    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 32,869
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ก.พ. 60

แม่ต่างด้าวอัดคลิปลูกสาวร้องไห้อยากไปโรงเรียน วอนพ่อชาวไทยเซ็นรับรองบุตร หวังให้ลูกมีการศึกษา

แม่ชาวต่างด้าวอัดคลิปลูกสาววัย 3 ขวบหน้าตาน่ารักร้องไห้โยแย เนื่องจากไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนที่ จ.เชียงใหม่ได้ เพราะพ่อชาวไทยที่ชื่อ นิพัน ที่เลิกรากันไปปัดความรับปิดชอบ ไม่เซ็นรับรองบุตร และไม่สามารถติดต่อได้ ทางแม่ซึ่งไม่มีเอกสารใดๆ มีเพียงใบต่างด้าว จึงได้อัดคลิปพร้อมโพสต์ข้อความตามหาพ่อให้มาเซ็นรับรองตามกฎหมาย โดยไม่ขอเรียกร้องให้รับผิดชอบใดๆอีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Mjlsctkg6aI  

 19,224

Top