ค้นหา :

ผลการค้นหา "ยกพวกตีกัน"

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
18 ก.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 18 ก.ค.62 ล่าคนขับbmwชนตร.-รถตู้สยองราเต็มเพดาน-ยื่นยึดทรัพย์พ่อแม่แพรวา 9 ศพ

-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนเป็นเครื่องทรงฤดูฝน ถวายพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2562   -พบแล้วผู้เสียชีวิตรายที่ 2 จากเหตุศาลาท่าน้ำวัดบ้านแหลมพังถล่ม หลังงมหาร่างข้ามคืน โดยร่างลอยขึ้นมาเหนือน้ำห่างจากจุดเกิดเหตุเล็กน้อย คาดร่างถูกซากอาคารทับอยู่ ต้องใช้เครนยกซากศาลาออกจนร่างหลุดออกมาได้   -จุรินทร์ยันการแก้ไข รธน.ถูกบรรจุในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่จะดำเนินการได้ใน 1 ปี จะช่วยแก้ รธน.ให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น   -เพื่อไทยเตรียมอธิปรายนโยบายรัฐบาล 3 ปมใหญ่ ตั้งแต่นโยบายที่มาจากการต่อรองผลประโยชน์, ตัวบุคคลของรัฐมนตรีบางคนที่มีคุณสมบัติสีเทา, รธน.ที่ฉุดความน่าเชื่อถือประเทศ หากไม่เร่งแก้ไขก็เลิกพูดถึงความหวังในการแก้เศรษฐกิจ   -ผบ.ทบ.ไม่พอใจการแชร์ภาพในโซเชียลก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ที่อ้างอิงคำพูดว่าการอภิปรายนายกฯเหมือนตัดขาประเทศ หากใครไม่หวังดี ทำให้วุ่นวายก็ต้องออกไปทำงานเพื่อชาติ พล.อ.อภิรัชต์ยันไม่เคยพูดดังกล่าว สื่อที่ตามทำข่าวรู้ดีว่าไม่เคยพูดแบบนี้ อ่านดูก็รู้ว่าเป็นข่าวปลอม การอภิปรายเป็นกระบวนการเมืองในสภาตามระบอบประชาธิปไตย คงไม่มีใครห้ามใครได้ ขออย่าเอาตนเข้าไปเกี่ยวข้อง   -หม่อมเต่า รมว.แรงงานระบุการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 400 บาท ต้องพิจารณาผลจากการจ้างงาน ผลเงินเฟ้อ และประเมินหาความยืดหยุ่น ถ้าขึ้นค่าแรงยกทั้งระบบไม่ได้ ก็ต้องค่อยๆปรับขึ้นตามลำดับ รัฐบาลต้องดูภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค ต้องคุยกับคลัง, แบงก์ชาติ, พาณิชย์, บอร์ดค่าจ้าง ให้ทุกฝ่ายพอใจ   -ค่าครองชีพสูงขึ้น พาณิชย์เผยราคาหมู-ผักสดสูงขึ้นกว่าปีก่อน หมูแพงขึ้นกก.ละ 20 กว่าบาท คะน้าแพงขึ้นเกือบ 2 บาท สวนทางราคาข้าวเปลือกกลับทรังตัวและลดลง สมาคมผู้เลี้ยงสุกรกังวลโรคอหิวาต์แอฟริการะบาดในหมูที่ลาวกระทบไทย แนะภาครัฐร่วมมือเพื่อนบ้านแก้ปัญหา รมว.พาณิชย์เตรียมเรียกประชุมทุกหน่วยงานในสังกัด   -ล่าคนขับบีเอ็มพุ่งชนหมวดเบนซ์ ที่ด่านเก็บเงินธัญบุรีอาการปางตาย แขนขาหัก วงจรปิดจับภาพชัดขณะรถหรูซิ่งพุ่งชนก่อนขับหนี ภรรยาตำรวจเล่า สามีลงไปเจรจาหลังรถถูกเฉี่ยวชน กลับถูกคู่กรณีพุ่งชนเต็มแรง ลากร่างไกล 10 เมตร   -คดีแพรวา 9 ศพ ทนายเตรียมยื่นกรมบังคับคดียึดทรัพย์พ่อแม่เอาเงินมาเยียวยาผู้เสียหาย รองปลัดยุติธรรมแนะให้สืบทรัพย์บังคับคดีได้ แต่ยังสามารถไกล่เกลี่ยได้เช่นกัน แม่ดร.เป็ด หนึ่งในผู้ตายบอก ถ้าลูกยังอยู่คงสบายกว่านี้ ทุกวันนี้ยังต้องร้อยพวงมาลัย อยากให้แพรวาเห็นใจเราบ้าง แต่เขาคงไม่เห็น   ด้าน พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีต สนช.บอกอย่านำราชสกุลไปเหมารวม อุบัติเหตุเกิดจากคนๆเดียว แต่โยงไปทั้งต้นตระกูลมันไม่แฟร์ หากใครพาดพิงตระกูลในโซเชียลจะฟ้องร้องเด็ดขาดทุกกรณี   -พี่เลี้ยงโหดทำร้ายหนูน้อยวัยขวบเศษ แม่มารับเห็นสภาพแผล รอยกัดทั้งตัว ตาบวมปูด เค้นถามพี่เลี้ยงปากแข็ง บอกแค่ตีที่หน้าอกเพราะซน แต่รอยอื่นไม่ได้ทำ ตร.สอบถึงรับสารภาพ ใช้ไม้แขวนเสื้อตีเด็กจนเป็นแผลทั่วตัว หัวแตก เหตุโมโหทำนมผงตกลงพื้นแล้วละเลงเล่น แผลที่หน้าอ้างจะนำเด็กขึ้น จยย.แล้วเด็กพลัดตกเอง แม่ร่ำไห้สงสารลูก จ้างเลี้ยงวันละ 200 บาท ไว้ใจเพราะเป็นคนรู้จัก ยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด   -พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ เชื้อราลามเต็มปอด จบชีวิตใน 30 วัน หมอมนูญ แพทย์ทางเดินหายใจโพสต์ ผู้ป่วยเป็นชายวัย 57 ไปเยี่ยมเพื่อนที่ รพ.ติดกันหลายวัน เริ่มอแห้งๆ มีไข้ 3 วัน เอกซเรย์พบปอดมีฝ้าขาวทั้ง 2 ข้าง แต่ไม่พบไข้หวัดใหญ่ ผ่านไป 17 วันปอดแย่ลง ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ เจอไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ทำให้ปอดอักเสบ ระบบหายใจล้มเหลว ติดเชื้อราปนในอากาศ ลุกลามเต็มปอดจนเสียชีวิต   -จัดอบรม นศ.อาชีวะต่างสถาบันบกพวกตีกัน ระดมเด็กทุกสถาบันในสมุทรปราการหวังสร้างมิตรภาพ สุดท้ายงานอบรมยังไม่จบ 2 สถาบันอริเขม่นกัน เปิดฉากตะลุมบอนกันต่อหน้า ตร. ต้องจับแยกกลุ่ม ไม่มีใครเจ็บ   -สายซิ่งจนมุม ตร. 191 หาดใหญ่ขับรถล่า จยย.หนีการตรวจค้น ล่ากระชั้นชิดชนิดกัดไม่ปล่อย บางช่วงวัยรุ่นย้อนศร ฝ่าไฟแดง สุดท้ายเครื่องดับกลางถนน ก่อนทิ้งรถหนี วิ่งไปไม่รอดต้องยอมมอบตัว พบฉี่ม่วง อ้างตกใจ ตร.ตรวจค้น   -นิ้ง กุลสตรี อดีตนางเอกดัง ป่วยเกล็ดเลือดลดฮวบ ตัวเขียวช้ำทั้งตัว วูบง่าย ไม่มีแรง เป็นโดยไม่ทราบสาเหตุ ต้องเตรียมปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ แพทย์ยังวินิจฉัยโรคไม่ได้   -รถตู้สยอง ผู้โดยสารโพสต์ภาพราขึ้นเต็มเพดานรถ สายบางนา-บางกะปิ เจอแทบทุกคัน #ขึ้นรถขึ้นรา วอน จนท.ตรวจสอบ   -แล้งจัด ระดับน้ำแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านหนองคายลดลงกว่าครึ่งเมตร ทุบสถิติระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี จนมองเห็นเสาตอม่อสะพานมิตรภาพไทยลาว โป๊ะแพที่จอดไว้เกยตื้น แกรนด์แคนยอนหนองคายแห้งขอดจนเดินได้ การประปาหนองคายต้องหยุดจ่ายน้ำชั่วคราว   -มิว นิษฐา เปิดใจข้ามประเทศหลังแฟนหนุ่มไฮโซเซนต์ คุกเข่าขอแต่งงาน ยันไม่ได้แต่งฟ้าแลบ ครอบครัวรับรู้จะแต่งต้นปีหน้า ยังไม่พร้อมมีทายาท ยังรับงานบันเทิงต่อ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iXzX-CtelB8

 6,873
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.ค. 62

รวบ 3 มือทุบนักดนตรีรถแห่ดับ 1 - เจ็บ 3 เจ้าตัวยังปฏิเสธ ตร.แจ้งข้อหาฆ่าคนตาย จำคุก 20 ปี

ตำรวจนางรองบุรีรัมย์ ตามรวบมาได้แล้ว 3 คน กลุ่มวัยรุ่นดักทุบมือกลองรถแห่ เสียชีวิต และบาดเจ็บอีก 3 ผกก.นางรอง เตือนวัยรุ่นอย่าคึกคะนอง ยกพวกตีกัน จับแล้วคนทำผิดแจ้งข้อหาฆ่าคนตาย ติดคุก 20 ปี   กรณีกลุ่มวัยรุ่น ต.หนองโบส อ.นางรอง ขับรถกลับจากเที่ยวงานแห่เทียนพรรษา ที่ตัว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ แล้วถูกกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มดักทำร้าย จนทำให้นายณัฐพล วิชัยกูล (เต้)อายุ 21 ปี นักดนตรีรถแห่ ชาว ต.หนองโบส เสียชีวิต และมีเพื่อนอีก 3 คนที่มาด้วยกันได้รับบาดเจ็บในจำนวนนี้มีหญิงอายุ 22 ปีเพื่อนคนสนิทผู้ตายได้รับบาดเจ็บด้วย เหตุเกิดเวลา 01.30 น.วันที่ 14 กรกฎาคม ที่ผ่านมา บริเวณสี่แยกเข้าหมู่บ้านไร่โคก-หนองปรือ ต หนองโบสถ์ อ นางรอง บนถนนสาย 24 (โชคชัย-เดชอุดม)   โดยต่อมามีนายเขียว ได้มาแสดงตัวหลังตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ตำรวจนางรอง บุรีรัมย์ ตามรวบมาได้แล้ว 3 คน กลุ่มวัยรุ่นดักทุบมือกลองรถแห่ เสียชีวิต และบาดเจ็บอีก 3 ผกก.นางรอง เตือนวัยรุ่นอย่าคึกคะนอง ยกพวกตีกัน จับแล้วคนทำผิดแจ้งข้อหาฆ่าคน ติดคุก 20 ปี   ก่อนจะมีการซักทอดว่ามีนายเป้ และนายดิว ที่อยู่ด้วยกันในคืนเกิดเหตุ กระทั่งไปตามตัวนายเป้ มาควบคุมที่ สภ.นางรอง และตามจับนายดิว ได้อีก 1 คน ตามคำซักทอดครบ 3 คน   พ.ต.อ.ภควัต ธรรมดี ผกก.สภ.นางรอง กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ถูกกล่าวทั้งหมด ยังให้การปฏิเสธ ว่าไม่ใช่เป็นคนก่อเหตุ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานชัดจน ทั้งไม้เปื้อนเลือดในจุดที่เกิดเหตุ และมีคนเห็นนายเขียว เป็นคนลงมือ จึงแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นไว้ก่อน โดยได้นำตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนางรอง แล้ว และอยากจะฝากเตือนผู้ปกครองทุกคน ตักเตือนบุตรหลานให้หยุดพฤติกรรมการดักทำร้ายคนเดินทาง เช่นเดียวกับกรณีนี้เพราะอาจจะถูกจำคุกถึง 20 ปี   

 2,464
สังคม-อาชญากรรม
27 มิ.ย. 62

จับแล้ว 43 วินเถื่อนอุดมสุข ซื้อกระบองยางจากจีน 150 ท่อน เตรียมงาน 2 เดือน แฉยิงพลาดถูกหัวพวกเดียวกัน

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. แถลงสรุปคดีวินรถจักรยานยนต์ทะเลาะวิวาท จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุเกิดย่านอุดมสุข พื้นที่ สน.บางนา เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.62 ที่ผานมา   พบว่าผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 127 คน แบ่งเป็นกลุ่มวินรถจักรยานยนต์อุดมสุข 1 มีนายประมุข วิเชียรดิลกกุล เป็นหัวหน้าวิน รวม 84 คน พิสูจน์ตัวตนผู้ก่อเหตุแล้ว 37 คน ส่วนกลุ่มวินอุดมสุข 2 ที่มีนายทนง เกิดแก้ว เป็นหัวหน้าวิน มี 43 คน พิสูจน์ตัวตนผู้ก่อเหตุแล้ว 21 คน   โดยฝ่ายสอบสวนได้ทยอยออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุไปแล้วประมาณ 19 หมายจับ จับกุมได้แล้วไม่ต่ำกว่า 19 คน ในจำนวนนี้มีตัวการสำคัญครบทั้งหมด ส่วนของกลางที่ตรวจยึด ประกอบด้วย อาวุธปืน ขนาด .45 หมายเลขทะเบียน พช.4/4011 ไม่ปรากฏหมายเลขประจำปืน จำนวน 1 กระบอก จากนายเจริญ หรือต่อ เจริญผล ฝ่ายนายทนง อาวุธมีด 1 เล่ม จากฝ่ายนายทนง   กระบอกยาง ยาวประมาณ 47 นิ้ว จำนวน 31 อัน จากฝ่ายนายประมุข และอาวุธปืนขนาด 9 มม. จากบ้านของนายประมุข   ส่วนสาเหตุทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทนั้น พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า เกิดจากวินจักรยานยนต์ซึ่งมี นายทนง เกิดแก้ว เป็นหัวหน้าวิน ตั้งอยู่บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ปากซอยอุดมสุข เป็นวินที่ไม่ได้รับอนุญาตถูกต้อง ส่วนวินซอยอุดมสุข 1 ซึ่งมีนายประมุข วิเชียรดิลกกุล เป็นหัวหน้าวิน ได้รับอนุญาตถูกต้อง ซึ่งผู้ที่จะเข้ามาขับวินของนายประมุขจะต้องเสียค่าเข้าร่วมวิ่งเป็นเงิน 3,500 บาท และค่าเสื้อวินเดือนละ 3,000 บาท   ส่วนวินของนายทนง ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ซึ่งวินของนายทนงจะมีผู้โดยสารมากกว่าเนื่องจากประชาชนที่ใช้บริการ ถ้าลงมาจากสถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข เดินมาตามถนนอุดมสุขจะพบกับวินของนายทนงก่อน เป็นเหตุให้นายประมุขไม่พอใจ   โดยก่อนเกิดเหตุนายประมุขกับพวกได้วางแผนในการก่อเหตุโดยได้สั่งซื้อกระบอกยาง จากประเทศจีนโดยสั่งผ่านทางอินเตอร์เน็ต มาก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 เดือน และนัดหมายกลุ่มจักรยานยนต์ในวินของตน เพื่อรวมตัวกันไปก่อกวนวินของนายทนง ไม่ให้สามารถวิ่ง รับ-ส่งผู้โดยสารได้อีกต่อไปจนเป็นเหตุให้เกิดทะเลาะวิวาทกันส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว   ซึ่งคนถูกยิงที่ศีรษะเป็นฝีมือของพวกเดียวกันที่ยิงพลาด ทั้งนี้ตำรวจจะทำการขยายผลเงินที่เก็บจากสมาชิกในวิน ว่านำไปแจกจ่ายให้กลุ่มอิทธิพลใดบ้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q2M0Clto8DY

 2,262
ข่าวภูมิภาค
21 มิ.ย. 62

กลุ่มโจ๋โคราช ขับรถตามรุมกระทืบสาวทอม-เพื่อนสาหัส ปมไม่พอใจยืมไฟฉายส่องซ่อมรถ

โคราช-ภาพจากกล้องวงจรปิดจับเหตุการณ์ วัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนสามกันมาตามถนนสืบสิริ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา แล้วเกิดอุบัติเหตุเสียหลักพุ่งชนท้ายรถยนต์กระบะที่จอดอยู่ข้างทางอย่างแรง ทำให้คนที่นั่งมากับรถร่างกระเด็น ส่วนอีก 2 คน นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นถนน ก่อนที่ชายวัยรุ่นที่ร่างกระเด็นจะรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไป   หลังจากนั้นไม่นานก็มีกลุ่มวัยรุ่นชายประมาณ 7 คน วิ่งเข้ามารุมทำร้าย 2 คนที่นอนสลบอยู่กับพื้นถนน โดยได้ใช้เก้าอี้ฟาด และไม้ทุบตีหลายครั้ง ซึ่งขณะนั้นมีรถยนต์เก๋งคันหนึ่งจอดอยู่ข้างหลังเห็นเหตุการณ์พอดี และคนในรถเก๋งได้เปิดประตูลงมาดู ทำให้กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุรีบวิ่งไปขึ้นรถหลบหนีไป   โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 คน คือ น.ส.ทักษิกา วันไธสง ซึ่งเป็นสาวทอม อายุ 18 ปี และนายกิตติพงศ์ แสพลกรัง อายุ 19 ปี ซึ่งขณะนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา   โดยอาการของน.ส.ทักษิกา สาวทอม ค่อนข้างสาหัส มดลูกและลำไส้ฉีก มีเลือดออกในช่องท้อง กระเพาะปัสสาวะแตก และศีรษะแตกหลายแห่ง แพทย์ต้องทำการผ่าตัดช่องท้อง และเย็บบาดแผลรวมกว่า 40 เข็ม ส่วนนายกิตติพงศ์ บาดเจ็บขาหัก และศีรษะแตก     น.ส.ทักษิกา ที่ถูกทำร้าย เปิดเผยว่า ตนเองและเพื่อนไม่เคยไปมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ สาเหตุเกิดจากเพียงแค่พวกตนเข้าไปขอยืมไฟฉายเพื่อซ่อมรถจักรยานยนต์ที่เสียเท่านั้น ตนก็ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดจึงต้องตามไล่มาทำร้ายพวกตนขนาดนี้ ทั้งที่ตนเองก็เป็นทอม ร่างกายเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ จะกล้าไปต่อสู้กับผู้ชายหลายคนได้อย่างไร   ด้านนายสหฤทธิ์ แสงศรีเพ็ญ อายุ 18 ปี ชายที่กระเด็นออกมาแล้ววิ่งหนีในคลิป เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ตนเอง และเพื่อนๆ รวม 6 คน ได้พากันขี่รถจักรยานยนต์ไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ในตัวเมืองโคราช ช่วงก่อนจะกลับรถจักรยานยนต์ของตนเกิดเสีย จึงได้ไปขอไฟฉายส่องสว่างจากกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุเพื่อที่จะเอามาส่องซ่อมรถจักรยานยนต์ แต่กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวไม่ให้ยืม พร้อมกับพูดจาท้าทายหาเรื่องกับพวกตน แต่พวกตนก็ไม่ได้สนใจ   หลังจากซ่อมรถจักรยานยนต์เสร็จ พวกตนก็ไปเที่ยวที่ร้านเอื้องฟ้า ถนนสืบสิริ ซึ่งก็พบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นที่พวกตนไปขอยืมไฟฉายขับขี่รถตามมาด้วย ตนและเพื่อนจึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนสามพยายามหนีกลุ่มวัยรุ่น โดยมี น.ส.ทักษิกาเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ กลุ่มวัยรุ่นเหล่านั้นซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 คน ก็ขี่รถจักรยานยนต์ และรถยนต์เก๋งไล่ตามหลังพวกตนมาในระยะกระชั้นชิด และตนก็ได้ยินเหมือนเสียงปืนยิงขู่ตามหลังพวกตนมาด้วย พร้อมทั้งมีการปาขวดสุรา และขวดเบียร์เข้าใส่พวกตน   จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นก็ขับรถยนต์เก๋งมาประกบเบียดด้านข้าง ทำให้รถจักรยานยนต์ของพวกตนเสียหลักพุ่งชนท้ายรถยนต์กระบะที่จอดอยู่ริมทาง ทำให้ตนร่างกระเด็นออกมา และรีบลุกขึ้นวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ส่วนเพื่อนอีก 2 คนที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นถนนก็ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บเหมือนกับภาพในคลิป ซึ่งพวกตนยืนยันว่าไม่เคยไปมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้มาก่อนเลย   ด้านตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบทราบพาหนะ และตัวกลุ่มวัยรุ่นผู้กระทำผิดแล้ว เบื้องต้นมีอยู่ด้วยกันประมาณ 6-7 คน ใช้ยานพาหนะเป็นรถยนต์เก๋งขับขี่ประกบรถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้บาดเจ็บมาตามถนนสืบศิริ ซึ่งขณะนี้ตำรวจรู้ตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว และกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุภายในเร็วๆ นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ENzgR-JD0c8

 1,319
ข่าวภูมิภาค
18 มิ.ย. 62

กลุ่มวัยรุ่นกระบี่ยกพวกตีกัน ปมแย่งผู้หญิง เพื่อนมาช่วยถูกแทงเจ็บ 1

กระบี่-ตำรวจรับแจ้งว่านายเอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ถูกแทงที่ไหล่ซ้ายด้านขวาด้วยมีดปลายแหลม อาการสาหัส    เบื้องต้นคาดว่า มีกลุ่มวัยรุ่นเป็นนักเรียนหญิงประมาณ 30 คน จาก 2 โรงเรียนได้ไปนัดเจอกันที่สะพานปลา เพื่อนัดเจรจาเรื่องของความรักที่ไม่ลงตัว เนื่องจากชอบผู้ชายเป็นนักเรียนชั้น ม.ปลาย คนเดียวกัน จึงเกิดตบตีกัน   แต่ต่อมา น.ส. บี (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บพร้อมตนและเพื่อนอีกประมาณ 20 คน นัดกับกลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นผู้ชาย ไปตกลงปัญหากันที่จุดเกิดเหตุ โดย 1 ใน กลุ่มผู้ก่อเหตุ ไม่พอใจที่นายเอมาชอบพอตน จึงนัดกันไปตกลง   กระทั่งกลุ่มผู้ก่อเหตุ ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามา พูดจาโต้เถียงกัน และพยายามจะกระชากตัวตนไปด้วย นายเอจึงพยายามเข้ามาช่วย แต่ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุ 3 คน รุมทำร้าย โดยมีทั้งอาวุธมีดและปืน หลังชุลมุนกัน หนึ่งในคนร้ายใช้มีดแทงเข้าที่หลังนายเอ โดยมีอีกคนถือปืนคุมเชิง ก่อนจะหลบหนีไป   ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน ตรวจสอบจนทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุ เป็นเด็กวัยรุ่นที่ออกจากโรงเรียนไปก่อนแล้ว จึงออกติดตามตัว เบื้องต้นได้ตัวนายทรรศนะ หง้าบุตร อายุ 21 ปี ที่บ้านใน ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ พร้อมอาวุธปืนลูกซองสั้น 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซองอีก 8 นัด จึงคุมตัวไปสอบสวน โดยแจ้งข้อหามีและพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาติ พร้อมกันนี้กำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุที่เหลือ ส่วนตัวคนเจ็บอาการปลอดภัยแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hka_R8rHOdo

 1,060
ข่าวภูมิภาค
17 มิ.ย. 62

เร่งล่ากลุ่มโจ๋เมากร่างยิงกันหน้าผับดังราชบุรี เจ็บ 1 แถมไลฟ์สดโชว์เก๋าก่อนเผ่นหนี

ราชบุรี-เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกันบริเวณด้านหน้าสถานบริการ โรงเบียร์พันตาถนนเพชรเกษม ขาเข้าเมืองราชบุรี หมู่ที่ 5 ต.โคกหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย หลังจากกลุ่มวัยรุ่นได้ก่อเหตุขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งได้มีการไล้สดทางเฟซบุ๊กในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ต่อมาตำรวจได้ลงตรวจสอบในที่เกิดเหตุ และเรียกพยานมาสอบแล้ว 4-5 คน และพอจะรู้สาเหตุกับกลุ่มของผู้ที่ก่อเหตุแล้ว แต่ทั้งนี้ขอให้รวบรวมพยานและหลักฐานให้มากกว่านี้ก่อนจึงจะสามารถสรุปได้ ในการสอบสวนถ้าพบว่าบุคคลใดเกี่ยวข้องก็จะเรียกมาสอบทั้งหมด   ส่วนปลอกกระสุนปืนที่เก็บได้จำนวนหนึ่งเป็นขนาด .45 มม. จะนำส่งกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อทำการอตรวจสอบ พร้อมทั้งตรวจสอบใบอนุญาตมีและใช้อาวุธปืนกับทางปกครองอีกด้วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ไปดูและเล่าเหตุการณ์ภายในที่เกิดเหตุบริเวณด้านหน้าผับดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่ายังมีหลายอย่างขัดๆกันอยู่ ทั้งนี้คาดว่าไม่นานก็จะสรุปและสามารถจับตัวผู้ก่อเหตุครั้งนี้มาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CEWee9AaOZU

 2,532
สังคม-อาชญากรรม
17 มิ.ย. 62

กระแสตีกลับ คลิปหน้าคล้ายหนุ่มเคอรี่ ร่วมวงวินเถื่อน ใช้ค้อนทุบหัวอริเลือดอาบ แม่ยันลูกไม่เกี่ยว แค่ออกไปซื้อของ

จากกรณีเหตุวินรถ จยย.รับจ้าง 2 กลุ่ม ยกพวกตีกัน เนื่องจากวินคู่อริตั้งอยู่ซอยสุขุมวิท 103/1- 2 ไม่พอใจวินอีกกลุ่มไปตั้งวินใหม่แย่งลูกค้า โดยใช้ท่อนเหล็กไล่ตีและใช้อาวุธปืนกราดยิงจนมีผู้บาดเจ็บ และทำให้หนุ่มขนส่งบริษัทเอกชนโดนลูกหลงถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย   สาเหตุเกิดจากอยากยุบวินหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อให้มารวมตัวกันกับวินซอยสุขุมวิท 103/1-2 ซึ่งเป็นวินที่ตั้งอยู่ก่อนเนื่องจากแย่งผู้โดยสาร ตามรายงานระบุว่ามีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง เพราะจะเก็บเงินค่าหัวคิวรายละ 3,500 บาท/เดือน ทำให้คนที่อยู่วินเก่าทยอยออกไปตั้งวินใหม่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันจึงเป็นชนวนเหตุเปิดศึกยกพวกตะลุมบอนกัน   ความคืบหน้าทางคดี ตร.ได้ออกหมายจับวิน จยย. คู่อริที่ใช้อาวุธมาก่อเหตุยิงแล้ว 3 ราย คือนายรังสรรค์ ศรไชยากร อายุ 29 ปี, นายปิยะ พวงเกสร อายุ 45 ปี และนายวันชัย มงคลเข็ม อายุ 36 ปี      ทั้ง 3 คน ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่อง กระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, ร่วมกันพกพาอาวุธเข้าไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันยิงปืนในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมชน    ขณะนี้สามารถจับกุมนายรังสรรค์และนายปิยะ ซึ่งเป็นวินฝั่งคู่อริที่มาก่อเหตุ พยานระบุเป็นผู้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงวินฝ่ายตรงข้าม  สำหรับนายปิยะเบื้องต้นแจ้งข้อหาเสพยาไอซ์ หลังตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด  ส่วนนายวันชัย มือปืนอีกคนอยู่ระหว่างติดตามจับกุม  นอกจากนี้ได้จับกุมนายเจริญ เจริญผล เป็นวินฝั่งที่ไปตั้งวินใหม่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ เนื่องจากตรวจค้นบ้านพบอาวุธปืนจึงแจ้งข้อหาดำเนินคดี   ด้านแม่ของนายรังสรรค์ไปเยี่ยมลูกที่โรงพัก บอกลูกชายเป็นคนอัธยาศัยดี นิสัยดี ไม่ได้เป็นคนเกเร ยืนยันว่าลูกชายอยู่ในเหตุการณ์จริง เพราะออกไปขับวิน พร้อมอยากขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย เนื่องจากลูกชายไม่ใช่คนยิง เพราะเขาไม่มีอาวุธปืน แต่ได้รับข้อหาร่วมกันฆ่า      นอกจากนี้เตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 4 ราย คือ นายประมุข วิเชียรดิลกกุล, นายพันธ์ศักดิ์ พละทรัพย์, นายจิรพงศ์ วิบุลย์รัชกิจ หรือเบส และนายเบียร์ โดยทั้ง 4 คนเป็นวินฝั่งคู่อริที่ยกพวกมาก่อเหตุ ข้อหาต่างกันโดยจะสอบพยานเพื่อออก หมายจับเพิ่มอีก 4 ราย คาดมากกว่า 7 ราย  กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 2 กลุ่มมีมากถึง 50 คน ใครมีความผิดอย่างไรว่าไปตามหลักฐาน   ทั้งนี้ ทาง ตร.ได้ตรวจสอบไปยังสำนักงานเขตบางนาพบว่า วินซอยอุดมสุข 1 มีการของใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนวินซอยอุดมสุขรุ่งเรืองหน้าธาคารไทยพาณิชย์ซึ่งตั้งขึ้นมาใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาต มีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังหรือไม่นั้นได้สั่งการให้ตรวจสอบแล้ว   มีข่าวรายงานว่านายจีระพงษ์ วิบูลย์รัชกิจ หรือเบส เจ้าหน้าที่กู้ภัยสังกัดหนึ่ง เป็นวิน จยย.ที่มาก่อเหตุคาดเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงคู่อริด้วย ได้เข้ามอบตัวให้การกับพนักงานสอบสวน ซึ่งเจ้าหน้าที่กันไว้ในฐานะพยานไม่เปิดเผยรายละเอียด ขณะที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ชี้แจงว่านายจีระพงศ์ เป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  สังกัดแผนกบรรเทาสาธารณภัย อยู่ในระหว่างทดลองงาน ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางมูลนิธิฯได้พักงานเพื่อรอผลสรุปทางคดี หากมีความผิดจริงจะ เลิกจ้างในทันที      สำหรับศพของนายวีรวัฒน์ พึ่งครุฑ อายุ 20 ปี พนักงานเคอรี่ที่ถูกลูกหลงยิงศีรษะเสียชีวิตหน้าบ้าน นางแดง จิตกระแส แม่ของผู้เสียชีวิต ร่ำไห้เผยเศร้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะลูกชายถือเป็นเสาหลักให้กับครอบครัว ซึ่งตนไม่รู้ว่าลูกชายเคยไปมีเรื่องกับใครมาก่อนหรือไม่ แต่เท่าที่รู้ลูกชายเป็นคนดี รักครอบครัวและเป็นคนขยัน เงินที่ได้มาจากการทำงานส่งพัสดุเอกสาร ก็มักจะแบ่งส่วนหนึ่งมาเป็นค่าผ่อนบ้าน และของใช้ในบ้านเป็นประจำทุกเดือน    “วินาทีที่ลูกเราถูกยิง มันไม่ไหวแล้ว เลือดลูกออกเยอะ คนข้างบ้านกับพ่อ ก็เลยมาช่วย อุ้มลูกออกไป ช่วงนั้นมีใครไม่ รู้ 4-5 ตัวมายืนมองอยู่ มันบอกว่าตายหรือยัง ให้ตายกันให้หมด”   เมื่อลูกชายเสียชีวิตไปก็ไม่รู้จะมีใครช่วยแบ่งเบาภาระตรงนี้ได้อีก ทั้งนี้ตนก็อยากร้องขอให้ ตำรวจติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ทั้งหมด ตอนนี้ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ เพราะลูกสะใภ้ก็มีอายุครรภ์เพิ่งจะ 4 เดือน ไม่เคยเจอเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้ ยอมรับยังคงผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกลัวว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุจะกลับมาทำร้ายอีก    ส่วนประเด็นที่นางแดงให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า ขณะเกิดเหตุตนนอนอยู่ในบ้าน ส่วนลูกชาย ออกมาเคลื่อนย้ายรถ จยย.ก่อนจะโดนลูกหลงถูกยิงตาย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ดังกล่าว ปรากฎว่าโซเชียลมีการแชร์ภาพและคลิปคล้ายนางแดงและนายวีรวัฒน์ ออกมายืน กลางถนนจังหวะที่เกิดเหตุชุลมุน โดยที่ผู้ตายใส่เสื้อยืดสีแดงปาสิ่งของใส่กลุ่มวินคู่อริ จากได้วิ่ง เข้าบ้านไปเปลี่ยนใส่เสื้อยืดสีส้ม (เสื้อเคอรี่) ก่อนจะถูกยิงตาย โลกออนไลน์ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตายร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่   นอกจากนี้มีคลิปที่แชร์กันกันโซเชียล เป็นภาพที่กลุ่มหนุ่มเคอรี่ที่เสียชีวิต รุมทำร้ายวิน จยย.อีก ฝ่ายหนึ่งในซอยอุดมสุข 2 โดยชายคล้ายหนุ่มเคอรี่ใช้ค้อนตีศีรษะวินฝ่ายตรงข้ามจนเลือดอาบ ก่อนที่เสียงปืนยิงขู่จะดังขึ้น 3 นัด จากนั้นกลุ่มวินคู่อริได้ยกพวกถือท่อนเหล็กตามเข้ามา จากบริเวณด้านนอกถนน อุดมสุข โดยวิ่งไล่ตีกันเข้าไปในชุมชนรุ่งเรือง กระทั่งหนุ่มเคอรี่ถูกยิงเสียชีวิต    นางแดงกล่าวว่า ตนและลูกชายไม่ได้ร่วมก่อเหตุ แต่ที่ปรากฏภาพอยู่ในเหตุการณ์ ในวันเกิดเหตุ ตนกำลังเดินไปซื้ออาหารที่ตลาดอุดมสุขกับลูกชาย และได้เดินอ้อมหลังตลาดไปจนถึงจุดเกิดเหตุ ลูกชายได้เดินเข้าไปมุงดูเหตุการณ์ เพราะเห็นว่ามีคนในซอยไปร่วมในเหตุการณ์ และอยากเข้าไปช่วยระงับเหตุ ซึ่งก็ได้ห้ามปราม และบอกให้ลูกชายเดินกลับบ้านไปก่อน จากนั้นตนก็เดินไปซื้ออาหาร ก่อนจะเดินตามหลังลูกชายกลับไปที่บ้าน โดยลูกชายได้เปลี่ยนเสื้อจากสีแดงเป็นเสื้อยืดสีส้มซึ่งเป็นชุดใส่ทำงาน เตรียมที่จะออกไปทำงาน   จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงมีคนทะเลาะกันห่างจากบ้านของตนเพียง 3-4 หลัง ก็เดินออกไปดู จึงบอกให้ลูกสะใภ้ไปนำรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านเข้ามาเก็บ เพราะกลัวถูกลูกหลง ซึ่งลูกชายอาสาออกไปนำรถเข้ามาเก็บเอง แต่ขณะกำลังเดินไปถึงรถจักรยานยนต์ก็เห็นลูกชายถูกยิงล้มลง ไม่รู้กระสุนมาจากทิศทางใดไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนยิง ส่วนเรื่องกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง แม่ของผู้เสียชีวิตเคยได้ยินคนในละแวกนั้นบอกว่า "แรง" แต่ก็ไม่รู้ว่าคำว่าแรงในที่นี้ หมายถึงอะไร   ขณะที่แฟนสาวของผู้เสียชีวิตกล่าวว่า หดหู่ใจที่แฟนหนุ่มเสียชีวิตตกเป็นเหยื่อความรุนแรง ตนเพิ่งตั้งครรภ์ 4 เดือน ไม่คิดว่าแฟนหนุ่มต้องมาจบชีวิตอย่างนี้ ทำไมไม่คุยกันดีๆ ที่ผ่านมาไม่เคยรู้ว่าแฟนหนุ่มมีปัญหากับกลุ่มวิน จยย. เหล่านั้นหรือไม่ เพราะไม่ได้ไปขี่ จยย.รับจ้างนานแล้ว เหตุที่เกิดขึ้นยืนยันแฟนหนุ่มไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการควบคุมวิน จยย.อย่างจริงจัง ไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UZelclqSPMk

 85,807
สังคม-อาชญากรรม
13 มิ.ย. 62

มอบตัวแล้ว 1 นร.ช่างกลยิงถล่มคู่อริ ซอยลาซาล โดนอ่วม 6 ข้อหาหนัก เร่งล่าอีก 1

ผู้กำกับการ สน.บางนาเผย เหตุคู่อริต่างสถาบันใช้ปืนยิงถล่มคู่อริบาดเจ็บกลางซอยลาซาล 19 ย่านบางนา เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 5 ราย ล่าสุด 1 ใน 2 ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวแล้ว ขณะที่ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุผมยาว อดีตนักเรียนอาชีวะอีกคน ที่ยังหลบหนี ทั้งนี้มีภาพจากวงจรปิดอีกมุม จับภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้ โดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายก่อเหตุอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางนา เดินทางไปที่ศาลจังหวัดพระโขนง เพื่อขออนุมัติออกหมายจับนายประเสริฐศักดิ์ สิงห์โสภา หรือบอย อายุ 31 ปี และนายพีรพล พวงบุรี อายุ 20 ปี ใน 6 ข้อหา ได้แก่   ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น / ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุทำให้ได้รับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ / มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต / พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว / พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันสมควร / ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมชน / พาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร   ล่าสุด นายแม็ก ชายอ้วนที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.บางนา แล้วโดยยอมรับว่าก่อเหตุจริงอ้าง เดือดแทนรุ่นน้องที่ถูกอริต่างสถาบันทำร้าย แต่ไม่คิดว่านายบอย ชายหนุ่มผมยาวจะพกปืนไปด้วย โดยตำรวจเตรียมคุมตัวนายแม็กฝากขังที่ศาลจังหวัดพระโขนง และเตรียมขอศาลออกหมายจับนายบอย มือปืนอีกคนเช่นกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Kf0Qs1UptfU 

 915
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 มิ.ย. 62

โจ๋อาวุธครบมือ ยกพวกตีกันกันกลางถนน ทหารเห็นลงไปห้าม วงแตกกระเจิง

มีคลิปนักเรียนอาชีวะ 2 กลุ่ม กำลังตะลุมบอนกัน มีอาวุธเป็นมีดดาบยาว อยู่กลางถนน พร้อมเสียงตะโกนบอกพรรคพวก "เอ้าลุย!!!" เท่านั้นยังไม่พอ บางจังหวะยังมีการปาระเบิดปิงปองใส่กันอีกด้วย กระทั่งมีเสียงรถตำรวจขับมา ทั้ง 2 กลุ่ม ก็แตกกระเจิงพากันวิ่งหนีไป   โดยคลิปนี้บันทึกไว้โดยคุณแบงค์ ซึ่งเห็นเหตุการณ์ ขณะเข้าไปทำธุระที่สรรพากรพื้นที่ สาขากระทุ่มแบน 2 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา บอกกับทีมข่าวว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์ในคลิป ได้ยินเสียงระเบิดก่อน 1 ครั้ง ทีแรกคิดว่าเป็นหม้อแปลงระเบิด   แต่ขณะเดินออกจากประตูสำนักงาน ก็เห็นเหตุการณ์พอดี โดยอีกกลุ่มจอดรถไว้ฝั่งตรงข้าม แล้วเดินข้ามถนนมาประจันหน้ากับวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งด้านหน้าสรรพากร แล้วก็เป็นเหตุการณ์ตามคลิป เบื้องต้นไม่เห็นใครได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตำรวจรุดมาตรวจสอบ 5 นาย สามารถจับกุมวัยรุ่นที่ก่อเหตุได้ 3 คน   ด้านตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า วันเกิดเหตุ มีกำลังตำรวจดูแลความเรียบร้อย ที่หน้าโรงเรียนอ้อมน้อยฯ และแยกอ้อมน้อย ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 500 เมตร ทำให้มาระงับเหตุได้ไว โดยสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 5 คน ส่งดำเนินคดี พร้อมแจ้งผู้ปกครอง และอาจารย์ ให้ทราบพฤติกรรมของนักเรียน รวมถึงทำข้อตกลงร่วมกัน เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาต่อไป   ต่อมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘สุรเดช ลาดเหลือ’ ได้โพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก เป็นคลิปขณะลงไปห้ามปราม ขณะวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งกำลังตีกันกลางถนน   ด้านพันจ่าตรี สุรเดช ลาดเหลือ เจ้าของโพสต์และเป็นทหารที่ลงไปห้ามตามที่ปรากฎในคลิป ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ขณะกำลังขับรถกลับบ้านกับรุ่นน้องอีกหนึ่งคนบนถนนพระราม 2 ระหว่างทางพบนักศึกษาช่างกลกลุ่มหนึ่ง ขี่รถจยย. มาประมาณ 7-8 คัน จู่ๆ มีกลุ่มนักศึกษาช่างกลอีกกลุ่มหนึ่ง ประมาณ 10 กว่าคน วิ่งออกมาจากซอยหมู่บ้านดีเคมากลางถนน จนเกิดการตะลุมบอลกันกลางถนน พร้อมอาวุธครบมือ ทั้งมีดดาบ และปืน โดยใช้เวลาตะลุมบอนกันประมาณ 2 นาที   กระทั่งตนเห็นมีการขว้างระเบิดปิงปอง ตนจึงตัดสินใจถ่ายคลิปไว้ และลงจากรถไปพยายามห้ามปรามกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว โดยตนใส่ชุดข้าราชการอยู่ พอกลุ่มวัยรุ่นเห็นตน ต่างพากันวิ่งหนี แยกย้ายกันไปคนทิศละทาง ตนจึงนำคลิปโพสต์ลงเฟซบุ๊กเพื่อเป็นอุทาหรณ์   ต่อมาอาจารย์โรงเรียนดังกล่าว ทักเฟซบุ๊กมาหาตน แจ้งว่าโรงเรียนเพิ่งเปิดเทอมได้ 2 วัน และกลุ่มวัยรุ่นที่ขี่รถจยย.ภายในคลิปเป็นนักศึกษาของสถาบันที่ตนสอนอยู่ หลังจากเปิดเทอมวันแรก นักศึกษากลุ่มนี้ก็ถูกนักศึกษาต่างสถาบันดักทำร้ายมาแล้วครั้งหนึ่งตรงจุดเดียวกัน คาดว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างสถาบัน   ส่วนที่ตนลงไปห้ามปรามนั้น เนื่องจากตนเข้าใจว่ากลุ่มวัยรุ่นแค่ทะเลาะกันระหว่างสถาบัน คนที่ไม่เกี่ยวข้องพวกเขาคงไม่ทำร้าย ส่วนตัวคิดว่าเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ทั้งๆ ที่ตนพกพาอาวุธมาด้วยในรถ แต่ตนเลือกที่จะเดินลงไปห้ามปรามโดยไม่พกพาอาวุธ เนื่องจากอาจทำให้สถานการณ์บานปลายยิ่งกว่าเดิม   อย่างไรก็ตาม ฝากเตือนถึงประชาชน หากพบเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ไม่แนะนำให้ลงไปห้ามปราม แต่ตนใส่ชุดข้าราชการ จึงอาจมีส่วนให้กลุ่มวัยรุ่นเกิดความเกรงกลัวก็เป็นได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qWkECbZqEA0

 11,842
สังคม-อาชญากรรม
12 มิ.ย. 62

รู้ตัวแล้ว นักเรียนนักเลงสุดเถื่อน ไล่ยิงกลุ่มอริ กลาง ซ.ลาซาล 19 ชาวบ้านถูกลูกหลงเจ็บ 5

เกิดเหตุชายวัยรุ่นสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาใช้อาวุธปืนไล่ยิงถล่มนักเรียนคู่อริ จนมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บหลายราย เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนเวลาประมาณ 17.29 น. ภายในซอยลาซาล 19 ซึ่งจากการตรวสอบกล้องวงจรปิดวินาที ที่แก๊งนักเรียนอาชีวะ ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ไล่ตามมายิงคู่อริ ถึงที่พักในซอยลาซาล 19 ก่อนจะสาดกระสุนเข้าไปในซอยจนชาวบ้านแตกกระเจิง เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 5 ราย ในจำนวนนี้ มีชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บไปด้วย   ตร.สน.บางนา นำภาพวงจรปิด ไปตรวจสอบประวัติพบว่า เป็นนักเรียนอาชีวะย่านพระโขนง ซึ่งเป็นภาพขณะที่มือปืนผมยาว ในคลิปคาดว่าเป็นรุ่นพี่ มาประกาศศักดาแทนรุ่นน้อง                      สำหรับเหตุการณ์นี้ เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 5 ราย ในจำนวนนี้มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บด้วย เบื้องต้นตำรวจกำลังเร่งสอบสวน ข้อมูลล่าสุดทราบว่า ชายผมยาวและชายอ้วนในภาพเป็นหัวโจก ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของนักเรียนช่างกล 2 ราย ขี่รถจักรยานยนต์ตามมา 2 คัน เพื่อมาเอาถล่มคู่อริฉายานายบอย โซดา ซึ่งถูกยิงบาดเจ็บด้วย   ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ รู้ตัวผู้ร่วมก่อเหตุ ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ตามมา หนึ่งในจำนวนนี้เป็นนักเรียนอาชีวะชื่อดังย่านพระโขนง ส่วนมือปืนผมยาวและชายอ้วน ที่ร่วมก่อเหตุกำลังตรวจสอบว่า คาดว่าเป็นอดีตรุ่นพี่จากสถาบันเดียวกันที่จบการศึกษาไปแล้วขณะนี้อยู่ในระหว่างการขออนุมัติหมายจับเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JdgrT_rnVvM

 1,365
ข่าวภูมิภาค
29 พ.ค. 62

รวบ 6 โจ๋โหดรุมกระทืบหนุ่ม 19 กรามหักคาปั๊มน้ำมัน เหตุฉุนโดนมองหน้า-เบิ้ลเครื่องใส่

สมุทรปราการ-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pioy Thimchoi ได้เผยแพร่คลิปวีดีโอกล้องวงจรปิด ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในย่านถนนบางนา - ตราด หลักกิโลเมตรที่ 16 ขาออกมุ่งหน้าชลบุรี ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี   กลุ่มวัยรุ่นกำลังรุมทำร้ายวัยรุ่นอีกกลุ่มที่ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาเติมน้ำมัน ได้รับบาดเจ็บสาหัสกามหัก ขณะที่เพื่อนผู้บาดเจ็บพยายามเข็นรถจักรยานยนต์หลบหนีเนื่องจากสตาร์ทเครื่องไม่ติด โดยเข็นออกมาที่หน้าปั๊มแต่ก็ถูก 4 วัยรุ่นวิ่งตามมารุ่มทำร้าย จนต้องยกมือไหว้ขอชีวิต ก่อนที่ 4 วัยรุ่นจะเดินย้อนกลับเข้ามาทำร้ายผู้บาดเจ็บที่นอนกองอยู่กับพื้น หน้าตู้หัวจ่ายน้ำมันอีกครั้งชจนผู้บาดเจ็บสลบคาที่ ก่อนที่จะพากันขับขี่รถจักรยานยนต์พากันหลบหนีออกมา   โดยขณะเกิดเหตุได้มีวัยรุ่นจำนวน 2 คนชายและหญิงที่คาดว่าน่าจะมาด้วยกันกับกลุ่มผู้ก่อเหตุได้เข้าไปพยายามห้ามปราม แต่ไม่เป็นผล หลังเกิดเหตุเพื่อนของผู้บาดเจ็บได้ขี่รถจักรยานยนต์ย้อนกลับมาและช่วยพาผู้บาดเจ็บส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางนา 2 โดยแพทย์ได้ระบุว่าคางหักและร่างกายบอบช้ำหลายแห่ง แพทย์ต้องนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเป็นการเร่งด่วน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 11.25 น.ของวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา   ด้านญาติผู้บาดเจ็บ ได้เล่าว่า ผู้บาดเจ็บเป็นน้องชายตนชื่อนายประเสริฐศักดิ์ ทิมชล อายุ 19 ปี กำลังฝึกงานอยู่ที่ไปรษณีย์บางพลี โดยก่อนเกิดเหตุน้องชายตนได้มาขออนุญาตตนเพื่อจะไปไหว้พระที่วัดหงส์ทอง ซึ่งตั้งอยู่เขตติดต่อระหว่างฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ โดยจะขี่รถจักรยานยนต์ไปกับเพื่อน ตนเห็นว่าไปไหว้พระจึงอนุญาตให้ไปพร้อมทั้งให้เงินติดตัวไปจำนวนหนึ่ง   หลังจากที่น้องชายตนออกจากบ้านน่าจะมาแวะเติมน้ำมันก่อนที่ปั้มที่เกิดเหตุ และถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเข้ามารุมทำร้าย จนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งหนึ่งในกลุ่มที่มารุ่มทำร้ายจำได้ว่าเคยเห็นหน้าอยู่ในย่านเอื้ออาทรพูลเจริญ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกับบ้านของตนเท่าไหร่ หลังทราบเรื่องตนได้เดินทางมาดูน้องชายก่อนพาไปส่งโรงพยาบาลบางนา 2 โดยแพทย์ระบุว่าคางหักและบอบช้ำตามร่างกายหลายแห่ง จำเป็นต้องนำตัวเข้ารักษาในห้องผ่าตัด หลังจากตนได้เดินทางมาแจ้งความไว้กับ พ.ต.ต.ชัยนัท มาพงษ์ พนักงานสอบสวน สภ.บางพลี สมุทรปราการ   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.บางพลี ได้ร่วมกันจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว 5 คนประกอบด้วย นายณัฐพล โต๊ะมิ อายุ 20 ปี / นายชาติชาย กีรติวุฒิเศรษฐ์ อายุ 19 ปี / รวมทั้ง เยาวชน ชาย-หญิง อายุ 17 ปี อีก 2 คน ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 คนชื่อนายอุสมาน มูฮาหมัด อายุ 20 ปี ยังอยู่ระหว่างหลบหนี ซึ่งต่อมาได้เข้ามอบตัว จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ก่อเหตุได้อ้างว่า ไม่พอใจที่กลุ่มผู้บาดเจ็บมาเบิ้ลเครื่องใส่และมองหน้า และใช้วาจาลักษณะเย้ยหยัน จึงเข้าก่อเหตุ   โดยนายอุสมาน หนึ่งในผู้ต้องหาคนให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนและพวกทั้งหมดไปเล่นฟุตบอลกัน ขากลับได้แวะมาเติมลมและเติมน้ำมันในปั๊มดังกล่าว โดยเข้าเติมน้ำมันอยู่ที่หัวจ่ายล็อคกลางในระหว่างที่เด็กปั๊มกำลังเติมน้ำมันให้ ก็ได้ยินเสียงน้องสาวตะโกนร้องว่าช่วยด้วย ตนก็คิดว่าน้องสาวตนถูกทำร้ายจึงได้วิ่งเข้าก่อเหตุดังกล่าว สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นตนอยากขอโทษผู้ปกครองและครอบครัวของผู้บาดเจ็บด้วย ที่ตนเองก่อเหตุโดยที่ไม่ได้ไตรตรองก่อนด้วยความใจร้อน และต้องขอโทษสังคมด้วยที่ตนกระทำการรุนแรงโดยที่ไม่ได้ยังคิดก่อน   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนควบคุมตังส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mBGXnfC2G8o

 1,114
สังคม-อาชญากรรม
23 พ.ค. 62

ศาลสั่งคุมตัว 3 อาชีวะส่งบ้านเมตตา พ่อแม่ร้องทำใจไม่ได้ โอดลูกไม่ได้ตั้งใจยิง

จากกรณีตำรวจ สน.หลักสอง จับกุมตัว 3 เยาวชนซึ่งเป็นนักศึกษาชั้น ปวช.ปี 1 แผนกช่างไฟฟ้า วิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในกรุงเทพ พร้อมของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และปลอกกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 1 ปลอก โดยจับกุมตัวได้หลังก่อเหตุยิงนักเรียนอาชีวะคู่อริเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณแยกไฟแดง ถนนพุทธมณฑลสาย 2 ก่อนตัดเข้าถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. เมื่อเย็นวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา   ต่อมาพนักงานสอบสวน พร้อมด้วยอัยการ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และนักกฎหมาย ร่วมกันสอบปากคำผู้ก่อเหตุทั้งหมด 3 คน หลังจากสอบเสร็จแล้วจะนำตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมด ส่งตัวไปยังศาลเด็กเยาวชนและครอบครัวกลาง เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นเยาวชนทั้งหมดอำนาจของพนักงานสอบสวนในการควบคุมตัวได้แค่เพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น จึงต้องนำตัวส่งให้ศาลเพื่อส่งต่อสถานพินิจควบคุมตัวต่อไป ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาโดยขอไปให้การในชั้นศาล   เบื้องต้นตั้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 3 ข้อกล่าวหาคือร่วมกันร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา / ร่วมกันครอบครองอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย / และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และไม่มีการนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพเนื่องจากเป็นเยาวชนกลัวจะไม่ได้รับความปลอดภัย   และระหว่างที่เตรียมตัวต่อเหตุทั้งหมดไปส่งศาลเด็กเด็กเยาวชนและครอบครัวกลาง ครอบครัวผู้ก่อเหตุรับทราบข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวนทำใจไม่ได้ ร้องไห้โวยวายว่าลูกไม่ได้เจตนาที่จะฆ่าคนตายตามที่พนักงานสอบสวนตั้งข้อกล่าวหา และเชื่อว่าเป็นการป้องกันตัว เพราะฝั่งตรงข้ามวิ่งขึ้นมาบนรถเตรียมจะทำร้ายจึงต้องใช้อาวุธปืนเพื่อป้องกันตัว   ต่อมาที่ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ถ.กำเเพงเพชร เขตจตุจักร พนักงานสอบสวนสน.หลักสอง นำตัวเยาวชนชาย ทั้ง 3 คนดังกล่าว ไปยื่นคำร้องฝากขังที่ศาลผัดแรก โดยคำร้องฝากขังได้บรรยายพฤติการณ์ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหา แล้วดำเนินการสอบสวนต่อหน้านักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ตามป.วิอาญาและพรบ.วิธีพิจารณาคดีเยาวชนปี 2553 ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ   ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขัง และออกหมายควบคุมตัว ไปสืบเสาะพินิจ ทำประวัติ ตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตุลาการเฉลิมพระเกียรติ ต.คลองโยง จ.นครปฐม แล้วมีคำสั่งควบคุมตัวไว้ที่บ้านเมตตา จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปดำเนินการตามคำสั่งศาลต่อไป   ส่วนศพของนายพลวัฒน์ ครอบครัวได้ไปรับศพที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดซองพลู อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติและเพื่อนร่วมสถาบันมาร่วมไว้อาลัยกันจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OnKjgu_WNc4

 6,227
สังคม-อาชญากรรม
22 พ.ค. 62

ยิงกันรับเปิดเทอม! เด็กช่างยิงกันบนรถเมล์ย่านหลักสอง ดับ1 มือยิงอ้างป้องกันตัว ไม่คิดว่าจะยิงแม่น

ตร.สน.หลักสอง ร่วมกันจับกุมตัว นายหรั่ง (นามสมมติ) / นายยุทธ (นามสมมุติ) และนายทอม (นามสมมติ) ทั้งหมดอายุ 17 ปี เป็นนักศึกษาชั้น ปวช.ปี 1 แผนกช่างไฟฟ้า วิทยาลัยเทคโนโลยีโพลีกรุงเทพ พร้อมของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และปลอกกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 1 นัด   โดยจับกุมตัวได้หลังก่อเหตุยิงนักเรียนอาชีวะคู่อริเสียชีวิตบนรถประจำทางสาย 123  เหตุเกิดบริเวณแยกไฟแดง ถนนพุทธมณฑลสาย 2 ก่อนตัดเข้าถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค ขณะที่ทั้ง 3 วิ่งลงจากรถประจำทางคันที่เกิดเหตุ เพื่อจะโบกรถแท็กซี่หลบหนีไปทางถนนเพชรเกษม เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการหยุดรถและควบคุมตัวไว้ได้   ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกกระสุนปืนเข้าที่อกข้างขวา 1 ราย เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำตัวส่ง รพ.เกษมราษฎร์บางแค แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นายพลวัฒน์ ไชยชาติ อายุ 17 ปี เบื้องต้นทราบว่าเป็นนักศึกษาก่อสร้างดุสิต   จากการสอบสวน นายหรั่ง ยอมรับสารภาพว่า ตนและเพื่อนเป็นนักศึกษา แผนกช่างไฟฟ้า วิทยาลัยเทคโนโลยีโพลีกรุงเทพ ย่านถนนสวนผักตลิ่งชัน ก่อนเกิดเหตุเพิ่งเลิกเรียนนั่งรถประจำทางจากหน้าสถาบันกำลังมุ่งหน้ากับบ้านย่านกระทุ่มแบน โดยระหว่างที่นั่งอยู่บนรถ พบกลุ่มเด็กนักเรียนคู่อริทราบว่าเป็นเด็กช่างก่อสร้างดุสิต ประมาณ 10 คน ใช้รถ จยย. จำนวน 5 คัน พากันขี่รถมาจอดเทียบขณะติดไฟแดงตรงแยกพุทธมณฑลสาย 2 ตัดถนนเพชรเกษม   จากนั้นคู่อริได้พยายามวิ่งขึ้นมาบนรถมีทั้งมีดและอาวุธปืน ตนจึงตัดสินใจชักปืนออกมายิงขู่ไป 1 นัด ไม่คิดว่ากระสุนจะถูกคู่กรณี ส่วนสาเหตุที่ตนต้องพกอาวุธปืนไปเรียนหนังสือด้วยนั้น เนื่องจากต้องหาเอามาไว้ป้องกันตัว เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ ตนเพิ่งถูกเด็กช่างคู่อริไม่ทราบสถาบันไล่ยิงมาหมาดๆ กระสุนถากแขนจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดย่านถนนกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งตนขอยอมรับผิดกับเหตุการณ์นี้ ที่สำคัญเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ตนต้องทำเพื่อป้องกันตัวไม่เช่นนั้นตนและเพื่อนก็อาจตกเป็นเหยื่อเสียชีวิตเสียเอง   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันสมควร แก่ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย โดยจะเชิญผู้ปกครอง ครูอาจารย์ และเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ มาร่วมสอบปากคำด้วย ก่อนคุมตัวฝากขังที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางในวันที่ 22 พ.ค.นี้ต่อไป   ขณะที่แม่ผู้ตายบอกว่า ลูกชายเพิ่งถูกไล่ออกเนื่องจากเกรดไม่ถึง ยันเลี้ยงลูกมาเป็นอย่างดี ไม่คิดว่าลูกจะไปก่อเหตุตีกับใคร เพราะปกติเป็นคนขี้อาย ขี้ขลาด ขี้กลัว แค่มีดบาดมือก็ร้องแล้ว แต่เวลาอยู่กับเพื่อนก็ไม่รู้พฤติกรรมของลูก แม่รู้สึกเจ็บปวดตั้งคำถามตัวเองเลี้ยงลูกไม่ดีหรือเปล่า ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5RlVMbvF7TA

 2,497
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
22 พ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 22 พ.ค.62 อาชีวะตีกันรับเปิดเทอม-ลดกระหน่ำ gdp ไทย-นอนขวางทางรถไฟ หวังฆ่าตัวตาย

-ครม.มีมติประกาศให้ 4 พ.ค.ของทุกปีเป็นวันหยุดฉัตรมงคล และวันหยุดราชการ รวมวันหยุดประจำปีทั้งสิ้น 19 วัน ขณะที่รัฐบาลเตรียมจัดกิจกรรมวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี 3 มิ.ย. นายกฯนำจุดเทียนชัยถวายพระพร เชิญชวนคนไทยประดับพระฉายาลักษณ์ และผ้าระบายสีม่วง-สีเหลือง ตามสถานที่อาคารบ้านเรือน กำหนด 4 พ.ค.วันฉัตรมงคล รวมหยุดราชราชการ 19 วัน/ปี เตรียมจัดถวายพระพรสมเด็จพระราชินี 3 มิ.ย.   -ศึกอาชีวะรับเปิดเทอม ยิงสนั่นบนรถเมล์สาย 123 เสียชีวิต 1 มือยิงเป็นอดีต นร.เทคโนย่านตลิ่งชัน ส่วนคนตายเป็นอดีต นร.พาณิชย์ดังย่านฝั่งธน  ตร.รวบได้ทันควัน 3 ราย มือยิงอ้างถูกคู่อริอาวุธครบมือรุมบนรถเมล์ก่อน เลยยิงเปิดทาง ไม่คิดว่ายิงแม่นจนมีคนตาย แม่คนตายร่ำไห้ลูกเพิ่งถูกไล่ออกเพราะเกรดไม่ถึง ยันลูกเป็นคนดี ไม่เกเร แถมขี้ขลาดตาขาว ไม่เคยมีประวัติตีกับใคร นี่เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในชีวิต ยิงกันรับเปิดเทอม! เด็กช่างยิงกันบนรถเมล์ย่านหลักสอง ดับ1 มือยิงอ้างป้องกันตัว ไม่คิดว่าจะยิงแม่น    -3พรรคตัวแปร ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย-ชาติไทยพัฒนา จัดตั้งรัฐบาลนัดเคาะเลือกขั้วศุกร์นี้ โดยปชป.จะนัดประชุม ส.ส. 23 พ.ค.เพื่อหาความชัดเจน ส่วนการลงมติเลือกนายกฯ ส.ส.ต้องปฏิบัติตามมติพรรค ด้านอนุทินลงภาพกินอาหารร่วมกับเฉลิมชัย ศรีอ่อน ของปชป. ส่วนกัญจนาระบุยังไม่ได้รับการทาบทามจาก 2 พรรค ยังไม่มีใครติดต่อมา ยังอยู่นิ่งๆ รอผลการประชุมพรรค 24 พ.ค.ก่อนตัดสินใจ 3 พรรคตัวแปร ปชป.-ภท.-ชทพ.นัดเคาะเลือกขั้ว 24 พ.ค. ก่อนโหวตปธ.สภา    -กอบศักดิ์บอกตอนนี้พลังประชารัฐกำลังต่อรองกันอยู่ โดยมีอุตตม-สนธิรัตน์ เป็นผู้เจรจากับพรรคร่วม ขอให้อดใจรออีกนิด มั่นใจข้อยุติเกิดขึ้นเร็วๆนี้ เชื่อจะมีข่าวดีกับพี่น้อง ปชป.และยึดถือผลประโยชน์ชาติเป็นสำคัญ 'กอบศักดิ์' แจงอยู่ระหว่างเจรจาพรรคร่วมรัฐบาล ยันรออีกนิดใกล้มีข่าวดี    -นายกฯพูดถึงการวางตำแหน่ง รมต.ว่า ยังไม่ได้คุยกัน หากคุยกันชัดเจนแล้วจึงนำมาให้นายกฯตัดสินใจ ตอนนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นนายกฯใหม่ บางพรรคเพิ่งประชุมยังไม่มีข้อยุติ การจับขั้ว 10 กว่าพรรค ถ้ามองว่ามันดีมันก็ดี มองในการร่วมมือกันจะกี่พรรคก็ไปได้ เน้นเอาของตัวเองหมดไม่ได้ ต้องนำทุกนโยบายทุกพรรคมาร่วมเป็นนโยบายรัฐบาล สิ่งที่หาเสียงกันมาเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น ต้องไม่มุ่งเอาชนะกัน เรื่องตำแหน่งไม่ใช่เรื่องขายของ พรรคร่วมต้องคุยกันก่อน ส่วนข่าวบิ๊กป้อมมีส่วนร่วมจัดตั้งรัฐบาลนั้นไม่จริง ทุกพรรคก็หวังได้กระทรวงหลักทั้งนั้น 'บิ๊กตู่' ปัดวางโผเก้าอี้ รมต. เพราะยังไม่ได้เป็นนายกฯใหม่ ชี้ตำแหน่งไม่ใช่ของซื้อขาย   -อนุพงษ์พูดถึงกระแสข่าวถูกทาบทามสานงานต่อกระทรวงมหาดไทย ชี้ต้องดูก่อนว่าใครเป็นนายกฯ และคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล การจัดคนไปทำงานต้องตอบสนอง ปชช.ไม่ใช่การแบ่งโควต้า ต้องคุยกันให้ลงตัว ให้เกียรติคนเป็นนายกฯ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ขอให้ช่วยงานต่อ ก็ต้องดูความเหมาะสม 'บิ๊กป๊อก' ตอบข่าวถูกทาบทามให้สานต่องาน มท. ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่    -โอ๊ค พานทองแท้โพสต์ ปัญหาการเมืองไทยแก้ไม่ยาก ถ้าทุกพรรคเชื่อมั่นในเสียงปชช. ชี้พรรคไม่หนุนรัฐบาลถูกกลั่นแกล้งสารพัดวิธี ตัวแปรจึงมาตกอยู่กับพรรคที่อยู่ตรงกลาง ที่มี ส.ส. รวมกันร้อยคนเศษ  หากจะไปรวมกับขั้วสืบทอดอำนาจให้ลุง ก็จะได้รัฐบาลปริ่มน้ำที่ไม่มีเสถียรภาพ  และต้องพึ่งความหวังจากน้ำบ่อหน้า จากการยุบพรรคอีกฝ่าย  เพื่อซื้อตัว ส.ส. ที่กระจัดกระจายมาช่วยเสริมทัพ และต้องหาซื้องูเห่ามาเลี้ยง   หากตัวแปร 100 กว่าเสียงนี้ เข้าร่วมกับขั้วประชาธิปไตย ที่ไม่สนับสนุนลุง จะทำให้ได้รัฐบาลร่วม 350 เสียง ซึ่งในภาวะปกติถือว่า เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูงมาก ประชาธิปไตยไปต่อ ได้อย่างสบาย และการจัดตั้งรัฐบาลน่าจะลงตัวไปนานแล้ว แต่ในยุคที่ลุงเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยอาจไปได้ยากหน่อย 'โอ๊ค พานทองแท้' โพสต์จี้ ปชป.-ภท. เลือกประชาธิปไตยแล้วชนะไปด้วยกัน   -ลดกระหน่ำ GDP ไทย สภาพัฒน์หั่น GDP ปีนี้เหลือ 3.6% หลังไตรมาสแรกโต 2.8 ต่ำสุดในรอบ 4 ปี ส่วนส่งออกทั้งปีประมาณการโตแค่ 2.2% จากเดิมที่คาด 4.1% หลังไตรมาสแรกติดลบแล้ว 3.6% ด้านธปท.เตรียมปรับลด GDP ใหม่เช่นกันสัปดาห์หน้า ขณะที่ TMB หั่นแล้วเหลือแค่ 3% สภาพัฒน์หั่น gdp ปี 62 เหลือ 3.6% หลัง q1 ต่ำสุดในรอบ 4 ปี 'สมคิด' แนะฟอร์มรัฐบาลเร็วช่วยฟื้นได้   -ลงทะเบียนครอบครองกัญชาวันสุดท้ายคึกคัก ยอดรวมทะลุ 2 หมื่นราย เป็นกลุ่มจำเป็นต้องใช้รักษาราว 2 พันคน เครือข่ายผู้ป่วยเรียกร้องขอขยายเวลาจดทะเบียนครอบครอง เพราะทำไม่ทัน ขณะที่เสียงเรียกร้องให้ถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดยังมีต่อเนื่อง อ.เดชา ศิริภัทรจัดเดินเท้ารณรงค์เพื่อผู้ป่วยในพิจิตร มีชาวบ้านนับพันร่วมกิจกรรม จี้รัฐบาลแก้กม.เพื่อให้ชาวบ้านเข้าถึงกัญชา อย่าให้ตกอยู่ที่มือนายทุน ด้าน อย.เผยข่าวดีเตรียมนำเข้ากัญชาใช้รักาษผู้ป่วยระหว่างรอผลผลิตตามกม. ยอดลงทะเบียนครอบครองกัญชาวันสุดท้ายร่วม 2 หมื่น ผู้ป่วยเรียกร้องขยายเวลาเพิ่ม    -รุ่นน้องรุมโห่ หวิดรุมประชาทัณฑ์มงคลกิตติ์ หลังเจ้าตัวเข้าขอขมาที่ มจพ. เจ้าตัวบอกต่อยตีสมัยเรียนทำจริง แต่ทำนอก ร.ร. ที่ไลฟ์เล่าชีวิตแต่มีคนตัดต่อ ทำไปเพราะอยากดัง เลียนแบบมาร์ค พิทบูล สร้างกระแสให้คนสนใจ ปรากฏรุ่นน้องเดือด ถามแล้วจะรับผิดชอบชื่อเสียงสถาบันอย่างไร โกหกตั้งแต่ตอนนี้ แล้วจะไว้ใจให้ทำงานในสภาได้อย่างไร 'มงคลกิตติ์' โดนรุมโห่ หลังเข้าขอโทษสถาบัน อ้างเป็นวีรกรรมสมัยเรียน รับอัดคลิปเพราะอยากดัง โบ้ยมีคนตัดต่อ   -อุบัติเหตุรับเปิดเทอม กระบะหักรถ จยย.แหกโค้งพุ่งชนร้านค้า ก่อนทะลุกำแพง 2 ชั้นเข้าไปในห้องเรียนเด็กอนุบาลที่เพชรบูรณ์ เคราะห์ดีเด็กอยู่นอกห้องเตรียมเคารพธงชาติ เปิดเทอมวันแรก แต่เคราะห์ร้ายยาย 2 คนอยู่ในห้องตาย 1 เจ็บสาหัส 1 กระบะพุ่งชนกำแพง ร.ร. ทะลุห้องเรียน เคราะห์ดีเด็กอนุบาลออกไปเข้าแถว แต่แม่ค้าเจ็บ 1 ดับ 1    -ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ย่านคลองหลอดคลอกดับ 2 ศพ ตร.ยันไม่ใช่การลอบวางเพลิง คาดอุปกรณ์ไฟฟ้าเก่าชำรุด ส่วนกระแสข่าวผู้เช่าลอบวางเพลิงนั้นสอบแล้วไม่มีหลักฐาน และเชิญผู้เช่ามาสอบปากคำแล้ว   -ระทึกหน้าทำเนียบ ชายวัย 66 บุกใช้คัตเตอร์จี้คอตัวเองร้องขอความเป็นธรรมนายกฯ ระบุทหารในร้อยเอ็ดลอบเป็นชู้กับเมีย ร้องต้นสังกัดแล้วแต่ไม่คืบหน้า วินธัยชี้แจง ชายคนนี้กับภรรยาหย่ากันตั้งแต่ปี 58 ก่อนทหารมาแต่งงานทหารยศ ร.อ.อย่างถูกต้องตามกม.เมื่อปี 59 เรื่องที่เกิดขึ้นจึงเป็นการใส่ความ  ร.อ.ได้แจ้งความชายมีดจี้คอฐานหมิ่นประมาทแล้ว หนุ่มใหญ่ใช้มีดจี้คอร้องนายกฯ ถูกทหารแย่งเมีย กองทัพแจงฝ่ายหญิงหย่าขาดแล้ว ก่อนแต่งงานใหม่ตาม กม.   -รอดตายหวุดหวิด หนุ่มใหญ่นอนขวางทางรถไฟ หวังฆ่าตัวตาย เคราะห์ดีพนง.ขับรถเห็นทันจึงชะลอหยุดรถไว้ได้ เจ้าตัวบอกก่อนหน้านี้ยิงตัวเองนับ 10 นัด แต่ก็ไม่ตาย เลยมานอนขวางรถไฟจากนั้นก็เดินหายเข้าป่าข้างทาง โชคดีเห็นก่อน! คนขับลงไปช่วยได้ทัน หนุ่มเครียดนอนบนราง หวังให้รถไฟทับ อ้างเคยยิงตัว 10 นัดแล้วไม่ตาย    -ฮือฮา กู้ภัยโคราชขุดศพหนุ่มวัย 25 ฝังนาน 4 ปีในป่าช้า พบศพไม่เน่า ผิวหนังสภาพเดิม อวัยวะอยู่ครบ ร่างแข็งทื่อจนตั้งยืนได้ ญาติเผยหัวใจวายตาย ใส่ศพในโลงแล้วโบกปูนทับอีกที ไม่ได้ฉีดฟอร์มาลีนเพราะมีเรื่องฟ้องร้องกับหมอ จนเรื่องจบ จึงขุดศพเอามาเผา ญาติอึ้ง ศพหนุ่มวัย 25 เก็บไว้นาน 4 ปี ไม่ได้ฉีดฟอร์มาลีน แต่ศพไม่เน่า ร่างแข็งทื่อตั้งยืนได้    -วอลเลย์บอลสาวไทยตบเดือด ไล่อัดเยอรมัน 3-0 เซต ประเดิมชัยศึกเนชั่นส์ลีก 2019 สกอร์ 26-24, 25-19 เซ็ตสุดท้ายท้ายเกมไล่บี้สุดมัน สาวไทยปิดเกมชนะไป 25-22 ลุ้นคืนนี้นัดที่ 2 เจออิตาลี ช่อง 33 ถ่ายทอดสด 22.20 น. ตบสาวไทยประเดิมเนชั่นส์ลีก อัดเยอรมัน 3-0 เซต รอดวลอิตาลี คืนนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f5JXgN0HXP8

 2,269
สังคม-อาชญากรรม
17 พ.ค. 62

ตามล่าวัยรุ่นเหิมปิดถนน คว้ามีดดาบยกพวกไล่ฟันกันกลาง ถ.เชื้อเพลิง เจ็บ 1

มีการแชร์คลิปเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นจำนวนหลายคน ยกพวกใช้อาวุธมีดดาบทำร้ายร่างกายคู่อริบริเวณถนนเชื้อเพลิง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหนึ่งราย ซึ่งคลิปเหตุการณ์มีการใช้ความรุนแรงถึงขั้นปิดถนน ใช้อาวุธมีดดาบทำร้ายรถจักรยานยนต์ของคู่อริ จนมีการวิพากษ์วิจารณ์กันในสื่อออนไลน์ถึงกันความไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง   โดยชาวบ้านชุมชนเชื้อเพลิงพัฒนา ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยขณะเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 9-10 คนลงมารุมใช้อาวุธมีดดาบทำร้ายร่างกายคู่อริที่เดินทางมา 3 คน โดยรถจักรยานยนต์หนึ่งคัน ก่อนที่วัยรุ่น 1 ใน 3 ที่เป็นผู้ได้รับบาดเจ็บจะวิ่งมาหลบบริเวณเกาะกลางใกล้กับจุดที่ตนเองนั่งอยู่ จึงได้เรียกให้วัยรุ่นชายคนดังกล่าววิ่งเข้ามาหลบอยู่บริเวณหน้าร้านขายของชำ เนื่องจากบริเวณหน้าร้านมีวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ภายในชุมชนมารวมตัวนั่งเล่นตามปกติ คาดว่าจะสามารถช่วยป้องกันการถูกทำร้ายเพิ่มเติมได้   ขณะที่วัยรุ่นอีกสองรายที่มากับผู้รับบาดเจ็บตนเองได้บอกให้หลบหนีผ่านทางซอยที่ผ่านกลางชุมชน ด้านผู้ก่อเหตุหลังจากเห็นว่าไม่สามารถเข้ามาทำร้ายร่างกายกลุ่มวัยรุ่นทั้งสามรายได้ จึงหันกลับไปทำร้ายรถจักรยานยนต์ของผู้ได้รับบาดเจ็บที่อยู่บริเวณกลางถนน ตามคลิปที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ โดยมีบางรายมองกลับมาที่จุดที่ผู้ได้รับบาดเจ็บนั่งอยู่ ก่อนที่จะแยกย้ายไปดักรออยู่ด้านหน้าและหลบหนีไป เมื่อเจ้าที่ตำรวจใกล้เดินทางมาถึง ขณะที่ในช่วงเกิดเหตุมีคนในชุมชนได้เดินไปเข็นรถจักรยานยนต์ของหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุมาเก็บเอาไว้ เพื่อรอให้ทางเจ้าที่ตำรวจมาดำเนินการนำกลับไปตรวจสอบเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุ   จากการสอบถามผู้รับบาดเจ็บเล่าว่า กลุ่มของผู้รับบาดเจ็บถูกดักทำร้าย ที่บริเวณตลาดปีนังและได้หลบหนีมาตามถนนเชื้อเพลิง ก่อนจะมาถูกกลุ่มวัยรุ่นอีกส่วนหนึ่งที่ดักรออยู่วิ่งเข้าทำร้ายจึงทำให้โดนรุมทำร้าย ส่วนสาเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ได้เล่าให้ฟังว่าเกิดจากเรื่องอะไร แต่ช่วง 2-3 วัน ก่อนหน้านี้ มีเหตุกลุ่มวัยรุ่นยกพวกทำร้ายร่างกายกันบริเวณนี้มาแล้ว 1 ครั้ง แต่ไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่า ทั้งสองเหตุการณ์ ไม่ใช่วัยรุ่นจากชุมชนเชื่อเพลิงแน่นอน     ต่อมาช่วงเย็นวัยรุ่นผู้เสียหาย 2 คนพร้อมผู้ปกครอง เดินทางมายังสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ เพื่อให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเบื้องต้น / ส่วนผู้เสียหายอีก 1 คน ยังไม่สะดวกเดินทางเข้าให้ปากคำ   จากการพูดคุยกับวัยรุ่นผู้เสียหาย ในเบื้องต้นให้การว่า ผู้เสียหายขี่รถจักรยานยนต์มาพร้อมเพื่อน 3 คน กลับจากสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง มุ่งหน้าไปทางถนนพระรามที่ 3 เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ บริเวณชุมชนเชื้อเพลิงพัฒนา ถนนพระราม3 มีกลุ่มวัยรุ่นดักรอรุมทำร้ายร่างกาย โดยใช้มีดดาบเป็นอาวุธ ตามที่ปรากฎเป็นคลิปในโลกออนไลน์ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เพราะอาจกระทบกับรูปคดี   ส่วนคำถามว่าผู้เสียหายรู้จักกับผู้ก่อเหตุหรือไม่นั้น ตำรวจขอไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนนี้ ต้องรอผู้เสียหายทั้ง 3 คน มาให้ข้อมูลพร้อมกัน เพื่อให้ได้รายละเอียดที่ชัดเจนมากกว่านี้ แต่เบื้องต้นตำรวจฝ่ายสืบสวนของสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังลงพื้นที่ เพื่อหาข้อมูลและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ให้จับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะเป็นพฤติกรรมที่อุกอาจ   ขณะนี้ทราบเพียงว่าคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ 4-5 คัน เป็นพาหนะในหารก่อเหตุ ส่วนจำนวนน้อยหรือมากกว่า 10 คนหรือไม่นั้น ต้องรอการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดในบริเวณเกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนเรื่องมูลเหตุจูงใจทำร้ายร่างกายเกิดจากอะไร ต้องรอการสืบสวนและสอบปากคำเชิงลึก   ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะอำนวยความสะดวกผู้เสียในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะดูแลความปลอดภัยผู้เสียหายและครอบครัวในช่วงที่ยังจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีไม่ได้ ในส่วนผู้ปกครองของผู้เสียหาย 2 คน ที่เดินทางมาให้ปากคำในเบื้องต้น ก็ไม่ได้ฝากอะไรเป็นพิเศษ แต่ก็อยากให้นำตัวคนก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ht66iPZSBPc

 1,925

Top