ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทะเลาะวิวาท"

สังคม
18 พ.ย. 62

เปิดสาววัย 40 ยกพวกนับ 10 รุมตบเด็กสาว ปมแย่งผู้ชาย

จากที่ในโลกโชลเชียลของจังหวัดลำปาง ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Titiwat Thiti ได้นำคลิปวีดีโอความยาวประมาณ 13 วินาที ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์มีหญิงสาวประมาณกว่า 10 คน รุมตบตีหญิงสาว 2 คน อยู่ริมถนนอย่างดุเดือดชนิดที่เรียกว่ารุมกัน 10:2 บางคนใช้เท้ากระทืบ บางคนก็นั่งคร่อมตบตีหญิงสาวที่นอนกับพื้น    โดยผู้โพสต์ได้เขียนข้อความ ว่า “อายุ 40 แล้ว ยังทำตัวเหมือนเด็ก ไม่พอใจเด็กก็ไปรวมกลุ่มไล่ตบตีเด็กอายุสิบกว่าปี เห็นแล้วมันทุเรศ ผู้ใหญ่แบบนี้ไม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับวัยรุ่นเลยน่ะครับ เห็นไล่ตบเด็กมาหลายคนล่ะ น่าจะเตือนกันดีๆ นะ ไปไล่หาดูเองแก๊งค์ของมันพิกัดแจ้ห่ม – ลำปาง”   หลังจากมีการส่งต่อคลิปดังกล่าวเป็ฯวงกว้างทำให้มีกรวิพากษ์วิจารณ์กันจำนวนมาก    จากการสอบถามชาวบ้านไม่มีใครทราบว่ามีเด็กมารุมตีกัน แต่จากการดูภาพในคลิปก็ไม่ใช่นักเรียนหรือคนในหมู่บ้าน โดยชาวบ้านบางรายยอมรับว่าที่ผ่านมาบริเวณดังกล่าวเคยมีกลุ่มวัยรุ่นมานัดตบตีกันบ้าง   ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดตามสืบหาผุ้ที่อยู่ในเหตุการณ์จนได้ไปพบกับ ด.ญ.เอ(นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นบุคคลในคลิป คนที่ถูกหญิงสาวอายุประมาณกว่า30ปี นั่งคร่อมแล้วก็กระชากผมและทำร้ายตบตี   โดยน้องเอ เปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 15 ต.ค.62 ที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงที่ปิดเทอมสาเหตุมาจากเรื่องผู้ชายโดยก่อนเกิดเหตุตนเองได้โพสต์ในเฟชบุกต่อว่าเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ในทำนองว่าถ้าจะแย่งก็ขอกันดีๆก็ได้ จากนั้นเรื่องก็บานปลายจนวันเกิดเหตุก็มีการนัดเจอกันเพื่อเคลียร์ปัญหาโดยตอนแรกฝั่งนั้นจะนัดตบกันแต่ต่อมาบอกว่าจะคุยกันดีๆจะไม่ทำร้ายจึงยอมไปพบที่หน้าวัดดังกล่าว โดยตนเองไปกับเพื่อนรวม 2 คน เมื่อไปถึงฝ่ายนั้นซึ่งมีเกือบ 20 คนก็กรูเข้ามารุมทำร้ายทันทีตามในคลิป โดยมีหญิงอายุประมาณสามสิบกว่าปี หรือคนที่ขึ้นนั่งคร่อมร่างตนเองแล้วก็ทำร้ายตบตีตนเองนั้น เป็นหัวโจกโดยหญิงรายดังกล่าวอ้างว่าคนที่ตนเองไปมีเรื่องด้วยเป็นเด็กในสังกัด   น้องเอ ยังบอกอีกว่าหลังเกิดเหตุตนเองไม่ได้ไปแจ้งความหรือบอกพ่อกับแม่แต่อย่างใด เนื่องจากตนเองมาอาศัยอยู่ที่บ้านญาติซึ่งอยู่ใกล้โรงเรียน สุดท้ายญาติเลยให้ย้ายออกจากโรงเรียนเดิมและมาเรียนที่โรงเรียนอีกแห่งหนึ่ง เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหากันอีก ส่วนหญิงคนที่ยกพวกมารุมทำร้ายตนเองนั้นอยู่ในตัวอำเภอแจ้ห่ม และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งที่นัดกันมาพูดคุยเพื่อเคลียร์ปัญหาตามประสาเพื่อนแต่ไม่นึกว่าจะมีการมารุมทำร้ายกันถึงขนาดนี้   เย็นวันนี้ทางผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้าน เลขที่ 31 / 1 ม.1 ตำบลแจ้ซ้อนอำเภอแจ้ห่มจังหวัดลำปาง ได้พบกับนางสาววันเพ็ญทำทอง อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นบุคคลหนึ่งที่มีอายุมากที่สุด ที่ปรากฏภาพในคลิปก็ดังกล่าว    โดยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านั้นเด็กวัยรุ่นได้มีการนัดเคลียร์ปัญหากันจริง ซึ่งตนเองเห็นข้อความจากการติดต่อทางแชท LINE จนกระทั่งมีการนัดสถานที่ในการตกลงกันเองไม่ทราบว่ามีการชักชวนใครไปบ้างเนื่องจากได้ไปพบกันระหว่างทางและเมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ ก็พบว่าอีกฝ่ายก็มีการพาเพื่อนกันมากกว่าสองคนเหมือนกันแต่มีการไปหลบอยู่ใต้ต้นไม้ จนกระทั่งมีการตบตีกันซึ่งตนเองก็ได้ห้ามปรามแล้วแต่ไม่มีใครฟัง ตัวเองก็ยังถูกลูกหลงด้วยซึ่งหลังจากที่มีการตบตีกันแล้วต่างฝ่ายก็ต่างแยกย้าย ไม่มีใครได้รับบัตรเจ็บมาก หลังจากนั้นก็ทราบว่าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายซึ่งเป็นเพื่อนโรงเรียนเดียวกัน ก็ไม่ได้ติดใจเอาความกันแต่อย่างใดและยังคงเป็นเพื่อนกันอยู่   จนกระทั่งมีคลิปดังกาวถูกโพสต์ลงทาง Facebook อีกครั้งซึ่งก็ยังไม่ทราบว่ามีเจตนาอะไร แต่เท่าที่รู้ครูเฟสเป็นเพื่อนอยู่ในกลุ่มจองอีกฝ่าย จึงอยากให้สอบถามทั้งสองฝ่ายพร้อมกันเพื่อจะได้ทราบว่าเป็นเช่นไร เพราะขณะนี้สังคมเข้าใจว่าผู้ใหญ่รุมตีเด็กซึ่งจริงๆแล้วอาจไม่เป็นเช่นนั้นก็ได้   ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านนาย อดิศร คำเลิศ อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านหลวงหมู่1 กล่าวว่า บ้านของนางสาววันเพ็ญมีปัญหากับเพื่อนบ้านมาโดยตลอดเกือบสามปีที่ผ่านมา เนื่องจากจะมีการรวมกลุ่มของกลุ่มวัยรุ่น อายุประมาณ 12 ถึง 18 ปี จากนอกพื้นที่มาโดยตลอด และส่งเสียงดังกอความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้านโดยรอบซึ่งตนเองในฐานะผู้ใหญ่บ้านเคยเข้าไปตักเตือนแต่ก็ไม่เป็นผล แจ้งทางเจ้าที่ตำรวจหลายครั้งซึ่งก็เข้ามาเพียงแค่ตักเตือนเท่านั้น    ขณะที่ชาวบ้านโดยรอบก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าได้รับความเดือดร้อนแต่ที่ผ่านมาแม้จะมีการแจ้งไปทาง 191 และเข้าไปแจ้งที่สถานีตำรวจ สภ.แจ้ห่ม แต่ก็ไม่เคยเป็นผลเช่นเดียวกันจนถึงปัจจุบันนี้บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งอยู่กลางชุมชนก็จะมีการรวมตัวของกลุ่มไปกูนอกพื้นที่และมีการดื่มสุราส่งเสียงดังมาโดยตลอดโดยที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ได้    

 3,008
สังคม
12 พ.ย. 62

ฟังอีกมุม! แม่มือตบ ยันตัวเองไม่ได้ลงมือ ซ้ำลูกถูกรังแกจากคู่กรณีตลอดเวลา

จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์  กรณีแม่มือตบยกพวกไปลงมือทำร้ายเด็กคู่กรณีลูกสาว หลังลูกถูกตบในโรงเรียน โดยต่อมาฝั่งคุณแม่ออกมายืนยันว่าไม่ได้เป็นคนลงมือตบเองและไม่รู้ข่าวออกไปแบบนั้นได้อย่างไร   ล่าสุดวันที่ 12 พ.ย. ได้เปิดใจสัมภาษณ์ "น้องเจ" ลูกสาว มาพร้อมกับคุณแม่ มาร่วมพูดคุย   แม่ยืนยันว่าไม่ได้ตบ?   แม่ : "ใช่ค่ะอาจจะจับๆ ตัวเขา"   เหตุการณ์ครั้งแรกเกิดอะไรขึ้น? เจ : "ครั้งแรก บี (นามสมมติ) เขาคุยกับผู้ชายคนนึง แล้วบีไปมีแฟน หนูก็คบกับผู้ชายคนนี้ เขาก็เริ่มมาระรานหนูเรื่อยๆ เขาทักมาหาเรื่องหนู ว่าจะเอายังไง นัดมาคุยกันมั้ย แม่พร้อมแล้วนะ"   แต่บีเลิกไปแล้ว ผู้ชายคนนั้นจะมาคุยกับหนูก็เป็นสิทธิ์? เจ : "เขาไม่ได้คบกันเลยค่ะ  แต่คนชื่อบียังระรานอยู่  ตอนแรกเป็นเฟรนด์ในเฟซบุ๊ก  หลังจากนั้นเขาก็มาหาเรื่องหนูเรื่อยๆ นัดเคลียร์ แล้วบอกว่าแม่กูพร้อมแล้ว แม่มึงพร้อมมั้ย"   หนูเคยเป็นเเฟรนด์ในเฟซ หนูก็เลยลบเขาไป? แม่ : "ก็ให้ตัดปัญหาไป ไม่ต้องยุ่งกัน ไม่ต้องมอง ให้ลบออกไป"   ผู้ชายคนนั้นมาคุยกับเรา เราก็ลบเฟรนด์ แล้วเขาก็บอกว่าแม่มึงพร้อมหรือยัง แม่กูพร้อมแล้ว? เจ : "ใช่ค่ะ หลังจากนั้นพอนัดมาคุยเขาก็ไม่มา ก็เริ่มระรานอยู่ หนูก็ขายของ พอเหตุการณ์เกิดขึ้น เขาก็ไปทำกับคนอื่นด้วย แขวะกันไปแขวะกันมา"   วันที่เกิดเรื่องเกิดอะไร? เจ : "เขาเดินมาหาหนู ตอนนั้นเรียนอยู่ประมาณ 11 โมง เดินมาว่าเอามั้ย ขึ้นห้องตบกับกูมั้ย หนูเลยโทรบอกหม่าม๊าว่าเขาจะนัดหนูตบ หนูก็บอกว่าจะเอาไงก็ให้มาคุย ตอนเที่ยงก็ให้พี่โทรหาบอกให้มาคุยกันหน่อย พอเขามา ก็ตบหน้าตัวเองบอกว่าให้ตบตรงนี้เลยนะๆ"   เลยจัดให้หนึ่งดอก? เจ : "ยังค่ะ (หวเราะ) เขานัดไปชั้นสี่ เพื่อนเขาที่ชื่อเกดพูดว่าถ้ามึงไม่เปิด กูเปิดเองนะ หนูก็ยังไม่อะไร"   ถ้าน้องไม่เปิดก่อน น้องโดนแน่? เจ : "ใช่ แต่ทีนี้ก็ไม่เอา มีครูด้วย หลังจากนั้นตอนประมาณสองโมง เขาเดินมาคุยแล้วบอกว่าเข้ามาดิ เป็นลูกแหง่ฟ้องแม่ หนูก็เลยจัดเลย"   พอมีเหตุการณ์แบบนี้ แยกย้ายกันยังไง? เจ : "ตอนหนูล้มเพื่อนเข้ามาห้าม แล้วเกดที่อยู่ใกล้ที่สุดเดินมาจิกหัวหนู เขาก็จิกหน้าหนู ครูเดินมาพอดี ก็เลยแยก"   หลังจากนั้นวันเดียวกันก็มามีเหตุการณ์กับแม่ น้องมั่นใจว่าเขาท้าให้ตบ? เจ : "ใช่ค่ะ"   เขาไปพูดในรายการอื่นว่าเขาเป็นเด็กนักเรียนที่น่ารัก เป็นเด็กที่ดี ไม่เคยหาเรื่องใครก่อน? เจ : "ไม่ใช่เลยค่ะ เขามีเรื่องกับคนอื่นเยอะมากค่ะ เขาปิดห้องตบ"   แม่ : "ดักตบในห้องน้ำ"   เจ : "ให้มายืนยันแล้ว แต่เขาไม่กล้า"   เรื่องมาถึงแม่ยังไง? แม่ : "พอเขาโทรมาเราก็รับรู้ว่าเขามีปัญหา แต่เขาทิ้งทวนไว้ว่าเดี๋ยวเลิกเรียนเจอกัน นัดตบกันอีก นี่ก็ไม่อยากยุ่งไม่อยากอะไรแล้ว แม่ก็ห่วง เพราะลูกเราไม่เคยมีเหตุแบบนี้เลย เราเลยมารอในวันเลิกเรียน มันเลยกำหนดแล้ว ด้วยคำที่ทิ้งทวนไว้ว่าเลิกเรียนเจอกัน"   แม่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปรอดักตบหรือรับลูก? แม่ : "ไม่ได้ไปรอดักตบ เพราะมันเลยเวลาแล้ว ธรรมดาไม่เคยไปรับลูก แต่เราห่วงเขา"   ห่วงหรือคันมือ? แม่ : "ไม่คัน (หัวเราะ) ห่วงจริงๆ ค่ะ เพราะเขาทิ้งทวนไว้แล้วว่าเลิกเรียนเดี๋ยวเจอกัน ก็เป็นห่วง ไปรอจนเลยเวลามากแล้ว ก็ยังไม่เจอใคร จนรถเหลือไม่กี่คันด้านหน้า รอจนได้เจอคู่กรณี"   เจอแล้วทำยังไง? แม่ : "เขาขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป เราก็ขี่ตาม"   ขี่ตามไปทำไม? แม่ : "อยากเรียกถามว่าทำไมถึงไม่จบ ครั้งนั้นที่จะให้แม่มาตบกับเราก็น่าจะจบกันไปแล้ว"   ติดใจตรงนั้น? แม่ : "คิดว่ามันผ่านไปแล้ว แต่อยากถามแค่ว่าในเมื่อเขาหนีแล้วไม่พอใจเหรอ เขาไม่สู้ตั้งแต่ตอนนั้น ให้มาเป็นประเด็นกันทำไม อยู่ห้องเดียวกัน ไม่อยากให้มีปัญหากัน"   พูดเหมือนหนังคนละม้วน คุณตามไปถึงแล้วยังไง? แม่ : "มีน้องที่ไปด้วยกัน ทุกคนเขาก็รักลูกเราหมด เราไปกัน 4 คน"   เด็กคู่กรณีกี่คน? แม่ : "จริงๆ มี 3 คน แต่ที่เกิดเหตุมีน้องคนนึงเขาไม่ได้เกี่ยว เขาพูดว่าหนูไม่เกี่ยว หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์ตามคลิป เราเดินไปทีหลัง แต่ไม่ทันน้องที่โมโหกว่า เราคือคนที่จับเขา เราเพิ่งเดินมาถึง แต่น้องมาก่อน"   คนตบคือใคร? แม่ : "น้องอีกคน ถามว่าทำไมต้องมารุมน้องกู ประมาณนี้"   ตำรวจถ่ายอะไร? แม่ : "ถ่ายรูปเรา"   ทำไมตำรวจไม่แยก? แม่ : "วงแตกตั้งแต่ตำรวจอัดคลิปแล้วค่ะ พอตำรวจมาถึง เขาก็เริ่มแล้ว บอกว่าจะต้องเก็บเป็นหลักฐาน ของเขาหล่นเราก็เป็นคนเก็บให้"   คุณจะบอกว่าคุณไม่ได้เป็นคนตบ? แม่ : "ใช่ค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ผิด เพราะเราสื่อสารกันมา รับรู้ปัญหามาตั้งแต่แรก เราก็ห่วงลูก ติดต่อลูกไม่ได้ มาติดต่อได้ตอนคุณครูโทรหา เขาไปทำแผลที่บ้านเพื่อน ถึงจะทราบว่ามีเหตุการณ์ เขาก็ผิดที่ไม่รับโทรศัพท์เขาก็เจ็บ และรถเขาก็ไมได้อยู่ข้างหน้า ไปอยู่ข้างหลัง"   เจตนาของเราที่ไป ตั้งใจไปเคลียร์หรือตั้งใจเอาคบไปตบ? แม่ : "เจตนาเราไม่คิดว่าจะเจอเขาด้วยซ้ำ เพราะตอนนั้นเราตั้งใจมองหาลูกเรา ส่วนที่ขี่ตามไป เราไม่ได้คิดจะไปทำร้าย แต่แว็บนึง เราก็โมโห ทุกคนที่ไปก็รับรู้ปัญหาตั้งแต่แม่นัดตบตั้งแต่แรกแล้ว"   อยู่ในสายกับ "น้องบี" (นามสมมติ) คู่กรณี เหตุการณ์วันนั้นสรุปเกิดอะไรขึ้น เขาบอกน้องไปท้าเขาก่อนจริงหรือเปล่า? บี : "วันนั้นที่มีเรื่องกัน ไม่มีใครท้าใครหรอกค่ะ ก็มาพูดว่าเอาไงๆ ต่างคนต่างพูด"   แม่เพื่อนเราขี่มอเตอร์ไซค์ตามไป ตกลงแม่ตบมั้ย? บี : "ตัวแม่เจเป็นคนเข้ามากระชากหัวเพื่อนหนูค่ะ"   ในคลิปไม่เห็นกระชากน่ะสิ? บี : "มันมีเขาอยู่ในคลิป ใส่เสื้อยีนส์ กระชากหัว แต่ไม่ได้ตบค่ะ"   คุณกระชากหัวเขามั้ย? แม่ : "ไม่ๆ เราดึงเขาขึ้นมาด้วยซ้ำ"   บีไม่พอใจเจเพราะหึงแฟนเก่า? บี : "(หัวเราะ) หนูไม่เคยมีประเด็นกับเขาเรื่องผู้ชาย ไม่เคยทะเลาะกันเลย"   เจ : "อือหือ ในแชตก็เห็นกันอยู่"   บี : "หนูไม่เคยทักไประราน ไม่เคยยุ่งอะไรกับเขาเลยนะคะ พอเขาลบเพื่อนไปก็ไม่ได้คุยอะไรกันเลย ไม่มีทักไป ไปแขวะอะไรก็ไม่มี"   เขาบอกบีชอบปิดห้องตบคนอื่น หาเรื่องคนอื่น? บี : "จะเรียกว่าไปดักตบก็ไม่ใช่ คือใจไม่ได้คิดว่าจะตบ แต่มีแว็บที่โมโหขึ้นมา"   ลุแก่โทสะ? บี : "ใช่ค่ะ แต่ก็จบกันไปแล้วนะคะ จบไปจะ 2 ปีแล้วค่ะ แล้วไม่เคยมีเรื่องอีกเลย"   กรณีนี้จะเอายังไงต่อไป? บี : "ก็ที่ให้สัมภาษณ์ไป ก็ปล่อยไปตามกฎหมายค่ะ"   กับเพื่อนจะตบกันอีกมั้ย?  บี : "ฝ่ายปกครองเรียกไป หนูสัญญากับเขาไปแล้วว่าจะไม่ยุ่งกัน ให้มองเป็นอากาศไปเลย หนูรับปากไปแล้ว จะไม่ไปยุ่งกับเขา"   มีอะไรอยากบอกมั้ย? บี : "หนูอยากให้ฟังทั้งสองฝ่ายก่อนค่ะ"   เขาบอกตัวน้องเคยก่อเหตุ ตบคนโน้นคนนี้ก็มีจริง แต่นานแล้ว? บี : "เคยมีที่โรงเรียนแค่ครั้งเดียวค่ะ"   เจ : "เขาขึ้นไปตบกับอีกคนที่เขาปิดห้องตบ อันนั้นหนูก็อยู่ แต่ทางโรงเรียนไม่รู้"   เขาตบกี่คน? เจ : "ที่รู้ก็ 2 คนค่ะ มีถีบอกเขาด้วยค่ะ"   บี : "หนูไม่ได้ถีบค่ะ หนูจำได้ว่าเตะสะโพกเขาไม่ได้ถีบหน้าอกเขา หนูกล้าพูด มีเล็บโดนตรงหน้าผากเขาเป็นรอยยาว"   มีพยานยืนยันว่าเคยโดนบีทำร้ายร่างกาย? เจ : "มีค่ะ มีอีกเยอะมาก แต่เขาไล่บล็อกหมดเลย ใครเข้าข้างเราบล็อกหมดเลย"   แม่ : "คลิปที่ลงไม่ได้ให้โอกาสเราชี้แจงเลย เรื่องคลิปเราต้องไปถามต้นสาปลายคลิปว่าใครไปขอคลิปมา คนทางนั้นปล่อยคลิปแน่นอน เพราะตำรวจจับเราตั้งแต่วันนั้นแล้ววันเกิดเหตุ แล้วจริงๆ เรานัดเราวันนี้ แต่รอให้เราเคลียร์กับทางโรงเรียน ซึ่งพอเคลียร์เสร็จก็นัดกันวันนี้ แต่มีคนไปขอคลิปจากกล้องหน้าโรงเรียน แล้วไปปล่อยโซเชียลว่าตามจับคนร้ายไม่ได้ ซึ่งเราถูกเชิญตัวไปเรียบร้อยแล้วค่ะ ตั้งแต่วันแรก แต่กลับมาถ่ายทอดข้อความวาเราหนี จับไม่ได้"   คุณเองรอลงอาญา มีประเด็นเรื่องนี้ คุณอาจติดคุกได้? แม่ : "ถามว่ากังวลไหมก็กังวล แต่เรารักลูก เราติดต่อลูกไม่ได้ และเป็นเหตุหลายครั้งที่ลูกเราถูกก่อกวน เรายอมรับผิดทุกอย่างอยู่แล้ว ยินดีชดใช้ค่าเสียหายทุกอย่างตั้งแต่ตำรวจนัดแล้ว"   คุณไม่ได้ตบแล้วไปชดใช้ทำไม? แม่ : "แต่เรื่องเกิดจากเราและลูกเรา" คุณจิกเขาหรือเปล่า? แม่ : "เราดึงเขาขึ้นมาด้วยซ้ำ ช่วยประคอง ก็อยากให้มองในมุมมองความเป็นแม่ ที่ติดต่อลูกไม่ได้ ทุกอย่างที่เขาทิ้งทวนไว้"   เขาขอ 5 หมื่น? แม่ : "ถ้าสมมติว่าเหนือบ่ากว่าแรง ก็ต้องปล่อย"   จ่ายมั้ย? แม่ : "ก็ให้เป็นกระบวนการยุติธรรมแล้วกัน"   5 หมื่นจบ? แม่ : "โหย กลัวไม่จบ(หัวเราะ) เดี๋ยวค่อยว่ากัน เขานัดไปเจรจาที่โรงพักแล้ว"   นี่ไม่ใช่ถูกหาเรื่องครั้งแรก? เจ : "ค่ะ" แม่ : "เราไม่ได้สนับสนุนให้เขามาใช้กำลังขนาดนี้ แต่วันนั้นมันอาจถึงที่สุดหรือเปล่า"   ยังเรียนที่นี่อยู่มั้ย? เจ : "เรียนค่ะ ก็ทำเป็นอากาศไม่มองหน้ากัน"  

 228
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ย. 62

สั่งพักงานโชเฟอร์รถเมล์สาย 56 - มินิบัสสาย 40 เหตุขับปาดหน้า ก่อนวางมวย-ถือเหล็กไล่ตีกลางถนน

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปเหตุการณ์ ระบุว่า คนขับรถเมล์มินิบัสสาย 40 กับรถร่วมบริการ สาย 56 ขับปาดหน้ากันไปมา ก่อนที่รถเมล์สาย 56 จะมาจอดดักรอที่ป้ายรถเมล์ห้างบิ๊กซี อิสรภาพ ถ.อิสรภาพ แล้วคนขับลงมามีปากเสียงกัน ต่อมามีมินิบัสสาย 40 อีกคันหนึ่งที่ขับตามมาเห็นเหตุการณ์จึงข้าไปสมทบ แล้วก่อเหตุทะเลาะวิวาท ลงไม้ลงมือกันถือท่อนเหล็กไล่ตีกันกลางถนนตามคลิปที่ปรากฏ   ขณะที่กระเป๋ารถเมล์พยายามห้ามปราบ ยกมือไหว้ให้หยุดแต่ไม่มีใครฟัง ตะลุมบอลใส่กันไม่สนใจผู้โดยสารที่อยู่บนรถ รวมถึงคนที่ใช้รถใช้ถนนบริเวณนั้น ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ตำรวจท้องที่หลังรับแจ้งเหตุได้ไปตรวจสอบ ก่อนทั้งสองฝ่ายจะแยกย้ายกันไป   หลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ขนส่งมวลชนกรุงเทพได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเผยว่า เหตุดังกล่าว เป็นรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ สาย 56 จำนวน 2 คัน คือ รถมินิบัส หมายเลข 39 ทะเบียน 15-1747 และรถมินิบัส หมายเลข 169 ทะเบียน 15-0593 ซึ่งเป็นรถมินิบัสปรับอากาศของบริษัท พชร บัส จำกัด ส่วนรถมินิบัส สาย 40 หมายเลข 129 ทะเบียน 14-9461 เป็นรถมินิบัสธรรมดาของบริษัท กิจประพลจำกัด   สาเหตุการทะเลาะวิวาทเนื่องจากพนักงานขับรถทั้ง 2 สาย ขับรถปาดหน้ากัน เบื้องต้น ได้สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่พนักงานขับรถคนที่ก่อเหตุ และพักการเดินรถโดยสารทั้ง 3 คัน เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 -14 พ.ย.62 พร้อมลงโทษปรับบริษัท พชรบัส จำกัด และบริษัท กิจประพล จำกัด บริษัทละ 5,000 บาท    นอกจากนี้ให้บริษัททั้ง 2 แห่ง ส่งพนักงานขับรถคนที่ก่อเหตุไปรายงานตัว เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงในวันนี้ (12 พ.ย.) เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานใหญ่ ขสมก. ก่อนพิจารณาลงโทษตามระเบียบต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/jsdwIQGdYJU

 581
สังคม
12 พ.ย. 62

สั่งพักงานโชเฟอร์รถเมล์สาย 56 - มินิบัสสาย 40 เหตุขับปาดหน้า ก่อนวางมวย-ถือเหล็กไล่ตีกลางถนน

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปเหตุการณ์ ระบุว่า คนขับรถเมล์มินิบัสสาย 40 กับรถร่วมบริการ สาย 56 ขับปาดหน้ากันไปมา ก่อนที่รถเมล์สาย 56 จะมาจอดดักรอที่ป้ายรถเมล์ห้างบิ๊กซี อิสรภาพ ถ.อิสรภาพ แล้วคนขับลงมามีปากเสียงกัน ต่อมามีมินิบัสสาย 40 อีกคันหนึ่งที่ขับตามมาเห็นเหตุการณ์จึงข้าไปสมทบ แล้วก่อเหตุทะเลาะวิวาท ลงไม้ลงมือกันถือท่อนเหล็กไล่ตีกันกลางถนนตามคลิปที่ปรากฏ   ขณะที่กระเป๋ารถเมล์พยายามห้ามปราบ ยกมือไหว้ให้หยุดแต่ไม่มีใครฟัง ตะลุมบอลใส่กันไม่สนใจผู้โดยสารที่อยู่บนรถ รวมถึงคนที่ใช้รถใช้ถนนบริเวณนั้น ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ตำรวจท้องที่หลังรับแจ้งเหตุได้ไปตรวจสอบ ก่อนทั้งสองฝ่ายจะแยกย้ายกันไป   หลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ขนส่งมวลชนกรุงเทพได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเผยว่า เหตุดังกล่าว เป็นรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ สาย 56 จำนวน 2 คัน คือ รถมินิบัส หมายเลข 39 ทะเบียน 15-1747 และรถมินิบัส หมายเลข 169 ทะเบียน 15-0593 ซึ่งเป็นรถมินิบัสปรับอากาศของบริษัท พชร บัส จำกัด ส่วนรถมินิบัส สาย 40 หมายเลข 129 ทะเบียน 14-9461 เป็นรถมินิบัสธรรมดาของบริษัท กิจประพลจำกัด   สาเหตุการทะเลาะวิวาทเนื่องจากพนักงานขับรถทั้ง 2 สาย ขับรถปาดหน้ากัน เบื้องต้น ได้สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่พนักงานขับรถคนที่ก่อเหตุ และพักการเดินรถโดยสารทั้ง 3 คัน เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 -14 พ.ย.62 พร้อมลงโทษปรับบริษัท พชรบัส จำกัด และบริษัท กิจประพล จำกัด บริษัทละ 5,000 บาท    นอกจากนี้ให้บริษัททั้ง 2 แห่ง ส่งพนักงานขับรถคนที่ก่อเหตุไปรายงานตัว เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงในวันนี้ (12 พ.ย.) เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานใหญ่ ขสมก. ก่อนพิจารณาลงโทษตามระเบียบต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/jsdwIQGdYJU

 581
สังคม
11 พ.ย. 62

สั่งพักงานคนขับรถเมล์เปิดศึกตีกันนัวหน้าห้างฯ หลังขับรถปาดกันไปมา

ขสมก.ลงดาบพนักงานรถเมล์ทะเลาะกัน สั่งพักงานรถโดยสาร 3 คัน 3 วันตั้งแต่พรุ่งนี้ พร้อมปรับบริษัททั้ง 2 แห่งรายละ 5,000 บาท และเรียกตัวผู้ก่อเหตุมาสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม 10 โมงพรุ่งนี้   ขสมก. รายงานผลการดำเนินการ กรณีพนักงานขับรถมินิบัส สาย 40 ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับพนักงานขับรถมินิบัส สาย 56 จำนวน 2 คัน บนถนนอิสรภาพ ในวันนี้ (11 พ.ย.62 ) เวลา 09.30 น.   ขสมก.ได้ทำการตรวจสอบแล้ว พบว่า เป็นรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ สาย 56 จำนวน 2 คัน คือ รถมินิบัส หมายเลข 39 ทะเบียน 15-1747 และรถมินิบัส หมายเลข 169 ทะเบียน 15-0593 ซึ่งเป็นรถมินิบัสปรับอากาศ ของบริษัท พชร บัส จำกัด ขณะที่รถมินิบัส สาย 40 หมายเลข 129 ทะเบียน 14-9461 เป็นรถมินิบัสธรรมดา ของบริษัท กิจประพล จำกัด   โดยสาเหตุการทะเลาะวิวาท เนื่องจากพนักงานขับรถทั้ง 2 สาย ขับรถปาดหน้ากัน   การลงโทษเบื้องต้น ได้สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่พนักงานขับรถคนที่ก่อเหตุ และพักการเดินรถโดยสารทั้ง 3 คัน เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 – 14 พ.ย.62 พร้อมลงโทษปรับบริษัท พชรบัส จำกัด และบริษัท กิจประพล จำกัด บริษัทละ 5,000 บาท นอกจากนี้ ให้บริษัททั้ง 2 แห่ง ส่งพนักงานขับรถคนที่ก่อเหตุมารายงานตัว เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงในวันที่ 12 พ.ย.62 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานใหญ่ ขสมก. ก่อนพิจารณาลงโทษตามระเบียบต่อไป

 163
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ย. 62

เผยปมยิงถล่มบ้าน ลูกหลงโดน ด.ญ.วัย 14 ดับ ชนวนเหตุทะเลาะ แค่เรื่องหมา

นครศรีธรรมราช-เกิดเหตุคนร้ายบุกยิงถล่มใน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 8 พ.ย.62 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ ด.ญ.ศศิประภา ยี่สุ่นแซม อายุ 14 ปี นอนอยู่ในบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนจะเสียชีวิตที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช   นายวิชัย ยี่สุ่นแซม อายุ 39 ปี พ่อของ ด.ญ.ศศิประภา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ย.62 ตนได้ไปนั่งดื่มน้ำหวานที่ร้านค้า แล้วนายอนุศักดิ์ แดงเดช อายุ 27 ปี ผู้ก่อเหตุยิงถล่มบ้าน ได้หยิบแก้วน้ำหวานของตนไปเทให้สุนัขกิน ตนจึงด่าทอ ทำให้นายอนุศักดิ์ไม่พอใจ   นายวิชัยกล่าวว่า ก่อนจะมีปากเสียงทะเลาะกัน และตนได้เตะนายอนุศักดิ์ไป 1 ครั้ง นอกจากนี้ไม่เคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อน และที่รู้จักกันมาก็มีการพูดหยอกล่อกันเป็นประจำ ไม่คิดว่าจะเป็นชนวนที่ร้ายแรงขนาดนี้   ขณะที่ญาติผู้ตายระบุจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะด.ญ.ศศิประภานั้นไม่ได้รู้เรื่องถึงปัญหาใดๆ ถ้าเรียกร้องให้กลุ่มคนร้ายที่มาก่อเหตุได้ขอให้ลงโทษประหารชีวิต และทางครอบครัวญาติพี่น้องเสียใจเป็นอย่างมากที่น้องมาเสียชีวิตด้วยเหตุดังกล่าว ส่วนตำรวจได้แจ้งมาว่า จริงๆ แล้วคนร้ายที่มาก่อเหตุมี 5 คน จับกุมตัวได้แล้ว 3 คน รวมทั้งนายอนุศักดิ์ต้นเรื่อง และขอขอบคุณที่มาช่วยเหลืออย่างเต็มที่   สำหรับความคืบหน้าทางคดีล่าสุด ตำรวจได้ขออนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดแล้ว 5 ราย จับมาได้แล้ว 3 ราย และได้ให้การเป็นประโยชน์ เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลและติดตามหัวโจกในการก่อเหตุคนสำคัญ ขณะที่พยานหลักฐานมีความสมบูรณ์ค่อนข้างมากแล้ว ซึ่งขอเวลาในการดำเนินการ อีกวัน 2 วันนี้จะมีความชัดเจนทั้งหมด   อย่างไรก็ตามมีรายงานเพิ่มเติมว่ากลุ่มคนร้ายทั้ง 5 รายนั้นเป็นกลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 20-30 ปี ทั้งหมดอยู่ในท้องที่หมู่ 4 ต.ปากพูน อเมือง จ.นครศรีธรรมราช บางคนมีหมายจับคดีอาญาติดตัว และเป็นผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยมีข้อสันนิษฐานว่าในการก่อเหตุอาจอยู่ในระหว่างเมายาเสพติจึงมีพฤติกรรมก่อเหตุแบบบ้าระห่ำ โดยใช้อาวุธปืนยิงถล่มแบบสุ่มไปทั่วมากกว่า 30 นัด จากปืนอย่างน้อย 4 กระบอก ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดคาดว่าสามารถจับกุมได้ทั้งทีมใน 1-2 วันนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SfuuDrcBzAE

 3,717
อาชญากรรม
11 พ.ย. 62

เผยปมยิงถล่มบ้าน ลูกหลงโดน ด.ญ.วัย 14 ดับ ชนวนเหตุทะเลาะ แค่เรื่องหมา

นครศรีธรรมราช-เกิดเหตุคนร้ายบุกยิงถล่มใน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 8 พ.ย.62 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ ด.ญ.ศศิประภา ยี่สุ่นแซม อายุ 14 ปี นอนอยู่ในบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนจะเสียชีวิตที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช   นายวิชัย ยี่สุ่นแซม อายุ 39 ปี พ่อของ ด.ญ.ศศิประภา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ย.62 ตนได้ไปนั่งดื่มน้ำหวานที่ร้านค้า แล้วนายอนุศักดิ์ แดงเดช อายุ 27 ปี ผู้ก่อเหตุยิงถล่มบ้าน ได้หยิบแก้วน้ำหวานของตนไปเทให้สุนัขกิน ตนจึงด่าทอ ทำให้นายอนุศักดิ์ไม่พอใจ   นายวิชัยกล่าวว่า ก่อนจะมีปากเสียงทะเลาะกัน และตนได้เตะนายอนุศักดิ์ไป 1 ครั้ง นอกจากนี้ไม่เคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อน และที่รู้จักกันมาก็มีการพูดหยอกล่อกันเป็นประจำ ไม่คิดว่าจะเป็นชนวนที่ร้ายแรงขนาดนี้   ขณะที่ญาติผู้ตายระบุจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะด.ญ.ศศิประภานั้นไม่ได้รู้เรื่องถึงปัญหาใดๆ ถ้าเรียกร้องให้กลุ่มคนร้ายที่มาก่อเหตุได้ขอให้ลงโทษประหารชีวิต และทางครอบครัวญาติพี่น้องเสียใจเป็นอย่างมากที่น้องมาเสียชีวิตด้วยเหตุดังกล่าว ส่วนตำรวจได้แจ้งมาว่า จริงๆ แล้วคนร้ายที่มาก่อเหตุมี 5 คน จับกุมตัวได้แล้ว 3 คน รวมทั้งนายอนุศักดิ์ต้นเรื่อง และขอขอบคุณที่มาช่วยเหลืออย่างเต็มที่   สำหรับความคืบหน้าทางคดีล่าสุด ตำรวจได้ขออนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดแล้ว 5 ราย จับมาได้แล้ว 3 ราย และได้ให้การเป็นประโยชน์ เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลและติดตามหัวโจกในการก่อเหตุคนสำคัญ ขณะที่พยานหลักฐานมีความสมบูรณ์ค่อนข้างมากแล้ว ซึ่งขอเวลาในการดำเนินการ อีกวัน 2 วันนี้จะมีความชัดเจนทั้งหมด   อย่างไรก็ตามมีรายงานเพิ่มเติมว่ากลุ่มคนร้ายทั้ง 5 รายนั้นเป็นกลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 20-30 ปี ทั้งหมดอยู่ในท้องที่หมู่ 4 ต.ปากพูน อเมือง จ.นครศรีธรรมราช บางคนมีหมายจับคดีอาญาติดตัว และเป็นผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยมีข้อสันนิษฐานว่าในการก่อเหตุอาจอยู่ในระหว่างเมายาเสพติจึงมีพฤติกรรมก่อเหตุแบบบ้าระห่ำ โดยใช้อาวุธปืนยิงถล่มแบบสุ่มไปทั่วมากกว่า 30 นัด จากปืนอย่างน้อย 4 กระบอก ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดคาดว่าสามารถจับกุมได้ทั้งทีมใน 1-2 วันนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SfuuDrcBzAE

 3,717
สังคม-อาชญากรรม
11 พ.ย. 62

สธ.ออก 7 มาตรการเข้ม รพ.คุมเหตุทะเลาะวิวาทวันลอยกระทง

นายแพทย์สุขุม กาญจพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าในวันลอยกระทง (11 พฤศจิกายน 2562) หลายพื้นที่ได้จัดงานตามประเพณี และการที่มีผู้คนมาอยู่รวมกันจำนวนมากอาจเกิดปัญหาการทะเลาะวิวาทตามมาได้ จึงกำชับให้โรงพยาบาลในสังกัดที่อยู่ใกล้สถานที่จัดงานลอยกระทงเตรียมความพร้อมรับมืออุบัติเหตุ/เจ็บป่วยฉุกเฉิน รวมทั้งการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล   โดยให้ประสานหน่วยงานในพื้นที่ อาทิ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ร่วมรักษาความปลอดภัย หากมีผู้บาดเจ็บจากเหตุทะเลาะวิวาทเข้ามารักษาให้กันญาติออกจากห้องฉุกเฉิน หรือหากมีประตูนิรภัยให้ปิดล็อคประตูทันที พร้อมประสานตำรวจคุมเข้มไม่ต้องรอให้เกิดเรื่อง   ทั้งนี้ โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง ได้มีมาตรการความปลอดภัยในโรงพยาบาล โดยเฉพาะบริเวณห้องฉุกเฉิน ดังนี้   1.ทำแนวทางปฏิบัติป้องกันและจัดการความรุนแรง ทบทวนฝึกซ้อมและปรับปรุงเป็นประจำ 2.จัดระบบควบคุมประตู หรือมีทางเข้า-ออก ที่ปลอดภัยหลายช่องทาง 3.จัดสถานที่พักคอยสำหรับญาติ จำกัดการเข้าออก 4.ตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้พร้อมใช้งาน และติดตั้งเพิ่มในจุดเสี่ยง 5.จัดระบบคัดกรองโดยเฉพาะผู้ป่วยห้องฉุกเฉิน และจัดบริการให้เหมาะสมกับความเร่งด่วน รวมทั้งให้สื่อสารกับญาติผู้ป่วยเป็นระยะ เพื่อลดความวิตกกังวล 6.จัดเวรยามรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง 7.จัดหาสัญญาณเตือนภัยหรืออุปกรณ์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และมีช่องทางแจ้งเหตุด่วนกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเครือข่ายอาสาสมัคร มูลนิธิต่างๆในพื้นที่   อย่างไรก็ตาม แม้จะมีมาตรการป้องกัน แต่ยังพบการก่อความรุนแรงในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องมีมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อลดความรุนแรง เพิ่มความปลอดภัยเจ้าหน้าที่และผู้ที่มารับบริการ หากเกิดกรณีความรุนแรงต่อร่างกาย จิตใจ ทรัพย์สินในโรงพยาบาล ให้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทันที ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ลงโทษขั้นเด็ดขาดตาม ม.360 ม.364 และม.365 มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PJlO2Dlo6mQ

 522
สังคม
11 พ.ย. 62

สธ.ออก 7 มาตรการเข้ม รพ.คุมเหตุทะเลาะวิวาทวันลอยกระทง

นายแพทย์สุขุม กาญจพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าในวันลอยกระทง (11 พฤศจิกายน 2562) หลายพื้นที่ได้จัดงานตามประเพณี และการที่มีผู้คนมาอยู่รวมกันจำนวนมากอาจเกิดปัญหาการทะเลาะวิวาทตามมาได้ จึงกำชับให้โรงพยาบาลในสังกัดที่อยู่ใกล้สถานที่จัดงานลอยกระทงเตรียมความพร้อมรับมืออุบัติเหตุ/เจ็บป่วยฉุกเฉิน รวมทั้งการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล   โดยให้ประสานหน่วยงานในพื้นที่ อาทิ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ร่วมรักษาความปลอดภัย หากมีผู้บาดเจ็บจากเหตุทะเลาะวิวาทเข้ามารักษาให้กันญาติออกจากห้องฉุกเฉิน หรือหากมีประตูนิรภัยให้ปิดล็อคประตูทันที พร้อมประสานตำรวจคุมเข้มไม่ต้องรอให้เกิดเรื่อง   ทั้งนี้ โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง ได้มีมาตรการความปลอดภัยในโรงพยาบาล โดยเฉพาะบริเวณห้องฉุกเฉิน ดังนี้   1.ทำแนวทางปฏิบัติป้องกันและจัดการความรุนแรง ทบทวนฝึกซ้อมและปรับปรุงเป็นประจำ 2.จัดระบบควบคุมประตู หรือมีทางเข้า-ออก ที่ปลอดภัยหลายช่องทาง 3.จัดสถานที่พักคอยสำหรับญาติ จำกัดการเข้าออก 4.ตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้พร้อมใช้งาน และติดตั้งเพิ่มในจุดเสี่ยง 5.จัดระบบคัดกรองโดยเฉพาะผู้ป่วยห้องฉุกเฉิน และจัดบริการให้เหมาะสมกับความเร่งด่วน รวมทั้งให้สื่อสารกับญาติผู้ป่วยเป็นระยะ เพื่อลดความวิตกกังวล 6.จัดเวรยามรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง 7.จัดหาสัญญาณเตือนภัยหรืออุปกรณ์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และมีช่องทางแจ้งเหตุด่วนกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเครือข่ายอาสาสมัคร มูลนิธิต่างๆในพื้นที่   อย่างไรก็ตาม แม้จะมีมาตรการป้องกัน แต่ยังพบการก่อความรุนแรงในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องมีมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อลดความรุนแรง เพิ่มความปลอดภัยเจ้าหน้าที่และผู้ที่มารับบริการ หากเกิดกรณีความรุนแรงต่อร่างกาย จิตใจ ทรัพย์สินในโรงพยาบาล ให้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทันที ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ลงโทษขั้นเด็ดขาดตาม ม.360 ม.364 และม.365 มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PJlO2Dlo6mQ

 522
สังคม
04 พ.ย. 62

วัยรุ่นยกพวกถล่มอริ รัวกระสุนนับสิบ ดับ 1 สาหัส 1

เหตุกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันในงานคอนเสิร์ตฉลองแชมป์เอฟเอคัพของสโมสรการท่าเรือ ก่อนวิ่งไล่กันออกมาภายในตลาดคลองเตยซอย 8 และรัวกระสุนหลายนัด ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ผู้เสียชีวิต 1 ราย   ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ และแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ร่วมกันตรวจสอบศพภายในซอยคลองเตย 8 หลังได้รับแจ้งมีเหตุผู้ถูกยิงเสียชีวิต จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตนอนอยู่ช่วงกลางซอย ทราบชื่อคือนายอธิชาติ สีหัวโทน อายุ 17 ปี ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณเบ้าตา และใกล้กันในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนขนาดจุด 38 จำนวน 2 ปลอก และขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 5 ปลอกตกอยู่ ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   นายวิชัย แซ่เฮ้ง ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 23 นาฬิกา ได้เดินออกมาเก็บของที่หน้าบ้าน และได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดจึงรีบวิ่งเข้าบ้าน และเห็นกลุ่มวัยรุ่นวิ่งไล่กัน และบางส่วนขี่รถจักรยานยนต์มาจำนวนมาก จากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดอีก 2 รอบ ซึ่งรอบสุดท้ายเสียงดังขึ้นมากกว่า 10 นัด ซึ่งตนเองไม่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เพราะหลบอยู่ในบ้าน แต่ได้ยินเสียงกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหลายคน มีทั้งวิ่งหลบหนีและขับขี่รถจักรยานยนต์ หลังเสียงปืนสงบลง   ขณะที่กลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิต บอกว่าก่อนเกิดเหตุได้รวมตัวกันมาเที่ยวงานคอนเสิร์ตภายในสนามกีฬาการท่าเรือที่จัดงานฉลองแชมป์เอฟเอคัพ ของสโมสรการท่าเรือที่เพิ่งแข่งชนะมา และก่อนคอนเสิร์ตจะจบมีเหตุทะเลาะวิวาท จึงได้วิ่งหลบหนีออกมา ก่อนที่จะเข้ามาในซอยคลองเตย 8 ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ และอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสนามกีฬาการท่าเรือ สำหรับเหตุการณ์นี้นอกจากผู้เสียชีวิต ยังคงมีวัยรุ่นชาย อายุ 17 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษาตัวที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์   ขณะที่พนักงานสอบสวนกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำผู้ที่เห็นเหตุการณ์เพื่อติดตามหาผู้ก่อเหตุ และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุกี่คน และเป็นกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มใด รวมถึงสาเหตุของการก่อเหตุมาจากประเด็นใด ส่วนศพผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่ส่งศพไปชันสูตรเพิ่มเติมที่แผนกวิชานิติเวช คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากลุ่มผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ ถูกลูกหลงจากกลุ่มวันรุ่นสองกลุ่ม ที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทอยู่ก่อนหน้า ที่มีกลุ่มหนึ่งยืนจับกลุ่มกันอยู่ภายในซอย และอีกกลุ่มมีวิ่งกรูกันตามเข้ามาภายหลัง ซึ่งขณะเกิดเหตุกลุ่มผู้เสียชีวิต อยู่กลางวงล้อมทำให้หนีไม่ได้และถูกยิงจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต  

 35
แชร์ออฟเดอะเดย์
29 ต.ค. 62

เปิดคลิปกลุ่มโจ๋ ใช้ขวดปากระจกรถลุงวัย 69 ปี หลังขับรถเกือบชนจยย. เหตุเปิดไฟสูงส่องตาทำมองไม่เห็นทาง

เพจเฟซบุ๊ก เฮีย โพสต์คลิปเหตุการณ์ของรถเก๋งคันหนึ่ง ที่เกือบเฉี่ยวชนรถจยย.ที่ขับสวนทางมา โดยคนขับรถจยย. เป็นผู้ชายและมีลูกนั่งมาด้วย ซึ่งคนขับรถจยย. ได้ลงจากรถแล้วใช้ขวดขว้างใส่กระจกรถเก๋ง โดยมีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 5-6 คนตามมาสมทบ และล้อมรถเก๋งไว้ ด้านคนขับรถเก๋งพยายามจะถอยรถหนี แต่ก็ยังถูกกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวไล่ตาม ตะโกนด่าทอและทุบรถอย่างต่อเนื่อง เหตุเกิดที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านคูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา   นางสมพร อายุ 70 ปี เล่าว่า คนขับรถเก๋งที่ปรากฏในคลิปเป็นสามีของตน อายุ 69 ปี วันเกิดเหตุตนนอนอยู่บนห้อง ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านล่างคอนโด จึงออกไปดู พบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นกำลังทุบรถของสามี จึงรีบลงไปห้ามปราม   โดยหลังเกิดเหตุ สามีเล่าให้ฟังว่า ขณะเกิดเหตุ หลังจากไปรับหลานสาวที่ไม่สบายกลับคอนโด ระหว่างขับมาในซอยคอนโดมีรถจยย.ของนายหนึ่งเปิดไฟสูงขับสวนทางมา ทำให้มองไม่เห็นถนน จึงได้ยกมือขวาบังแสง ส่วนมือซ้ายเปลี่ยนเกียร์ จังหวะกำลังขึ้นเนินลูกระนาด ทำให้รถเสียหลักเอนไปทางขวา จนเกือบชนรถของนายหนึ่ง   ต่อมา นายหนึ่งได้วกรถจยย. กลับมาหาเรื่อง ทั้งถีบรถ และพยายามจะเปิดรถ สามีจึงหยิบเหล็กขันน็อตล้อมาป้องกันตัว และลงจากรถจนถูกนายหนึ่งชกเข้า 1 ที จึงรีบกลับขึ้นรถ ส่วนนายหนึ่งได้เรียกพวกมาอีก 5-6 คนได้ใช้ขวดขว้างใส่กระจกรถ จนกระจกรถแตก ไฟหน้าแตก โดยน้องชายคนกลางของนายหนึ่งได้หยิบเหล็กยาวมาฟาดกระจก ส่วนน้องชายคนเล็กของนายหนึ่งได้ถือมีดดาบยาวมาฟันรถร่วมด้วย   สามีเห็นท่าไม่ดีจึงพยายามถอยรถหนี แต่กลุ่มนายหนึ่งก็ยังตามมาด่าทอและทุบรถอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพ่อของนายหนึ่งก็ได้ขับรถเก๋งมาขวางรถของสามีเพื่อช่วยลูกชายอีกด้วย สามีจึงพยายามถอยรถออกมาจนถึงถนนใหญ่และขับหนีออกไป โดยระหว่างเกิดเหตุ นายหนึ่งได้ตะโกนว่า รถเขาไม่มีไฟต่ำ มีแต่ไฟสูง   จากนั้น สามีได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังจะออกหมายเรียกคู่กรณีเข้าไปสอบปากคำ แต่หลังเกิดเรื่อง ตนสามี และหลาน ได้หลบออกจากคอนโดมาอยู่กับญาติชั่วคราว เพราะเครียดและหวาดกลัวมาก ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้หลังจากนี้ตั้งใจว่าจะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด เพราะกลัวว่าเขาจะมาทำร้ายอีก อยากฝากบอกกลุ่มวัยรุ่นว่า คนอยู่คอนโดเดียวกัน น่าจะคุยกันดีๆ ไม่ควรใช้อารมณ์แบบนี้   ด้านนายหนึ่ง คู่กรณี เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนขับรถจยย. ไปกับลูกชายเพื่อไปรับภรรยาหน้าหมู่บ้าน โดยมือซ้ายจับลูกไว้ระหว่างทางสวนทางกับลุงคู่กรณี แล้วจู่ๆ ลุงก็เบี่ยงรถมาหาจนเกือบชนกับรถตน จึงเบรกกระหัน ทำให้ลูกตนกระแทกกับเกจวัดไมล์จนปากแตก ด้วยความที่ลูกชายบาดเจ็บ ตนจึงโมโหมาก จึงวนรถไปถามลุงว่าทำไมขับรถแบบนี้   แต่ลุงกลับด่าทอกลับมา พร้อมถือเหล็กจะลงมาจากรถ ตนจึงดันประตูไว้ ไม่ให้เขาลง แต่เขาก็เปิดกระจกแล้วใช้เหล็กฟาดใส่ตนทั้งที่ตนอุ้มลูกอยู่แต่ตนหลบทัน ตนจึงวิ่งเอาลูกไปฝากไว้กับคนรู้จัก ก่อนถือขวดมาปาใส่รถ เพื่อจะสู้กับเขา เพราะเขาทำร้ายตนก่อน จากนั้นวัยรุ่นในหมู่บ้านเห็นเข้า จึงวิ่งเข้ามาช่วย   ถึงแม้เขาแจ้งความ ตนก็ไม่กลัว เพราะตนไม่ผิด เขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน อีกทั้งตนยอมรับว่าใช้ขวดขว้างกระจกรถจริง แต่รถไม่เสียหาย ที่กระจกรถแตกเพราะวัยรุ่นที่มาขว้างต่อจากตนต่างหาก แต่ตนไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะขณะนั้นมืดและชุลมุนมากซึ่งตนก็ได้เข้าแจ้งความแล้วเหมือนกันที่เขาขับรถเกือบจะชนตนและลูก   สำหรับเรื่องนี้ ตนไม่ได้อยากมีเรื่อง เพราะตนก็มีลูกยืนยันไม่ได้ชกหรือแตะเนื้อต้องตัวเขาเลย ตั้งใจแค่จะถามว่าทำไมขับรถแบบนี้ แต่ตอนแรกเขาไม่ขอโทษ แถมยังด่าทอและทำร้ายตนก่อน หากขอโทษดีๆตั้งแต่แรกก็คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าเขาก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ทุกคนละแวกนี้ต่างรู้ดี เพราะเขาเคยหาเรื่องคนอื่นมาหลายคนแล้ว   ส่วนเรื่องรถจยย. ของตนนั้น ตนไม่ได้ตั้งใจเปิดไฟสูง เพราะรถรุ่นใหม่ๆจะมีไฟระดับเดียว ไม่มีไฟต่ำให้เลือก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aM2hNHTQpEI

 3,948
ข่าวโซเชียล
29 ต.ค. 62

เปิดคลิปกลุ่มโจ๋ ใช้ขวดปากระจกรถลุงวัย 69 ปี หลังขับรถเกือบชนจยย. เหตุเปิดไฟสูงส่องตาทำมองไม่เห็นทาง

เพจเฟซบุ๊ก เฮีย โพสต์คลิปเหตุการณ์ของรถเก๋งคันหนึ่ง ที่เกือบเฉี่ยวชนรถจยย.ที่ขับสวนทางมา โดยคนขับรถจยย. เป็นผู้ชายและมีลูกนั่งมาด้วย ซึ่งคนขับรถจยย. ได้ลงจากรถแล้วใช้ขวดขว้างใส่กระจกรถเก๋ง โดยมีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 5-6 คนตามมาสมทบ และล้อมรถเก๋งไว้ ด้านคนขับรถเก๋งพยายามจะถอยรถหนี แต่ก็ยังถูกกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวไล่ตาม ตะโกนด่าทอและทุบรถอย่างต่อเนื่อง เหตุเกิดที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านคูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา   นางสมพร อายุ 70 ปี เล่าว่า คนขับรถเก๋งที่ปรากฏในคลิปเป็นสามีของตน อายุ 69 ปี วันเกิดเหตุตนนอนอยู่บนห้อง ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านล่างคอนโด จึงออกไปดู พบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นกำลังทุบรถของสามี จึงรีบลงไปห้ามปราม   โดยหลังเกิดเหตุ สามีเล่าให้ฟังว่า ขณะเกิดเหตุ หลังจากไปรับหลานสาวที่ไม่สบายกลับคอนโด ระหว่างขับมาในซอยคอนโดมีรถจยย.ของนายหนึ่งเปิดไฟสูงขับสวนทางมา ทำให้มองไม่เห็นถนน จึงได้ยกมือขวาบังแสง ส่วนมือซ้ายเปลี่ยนเกียร์ จังหวะกำลังขึ้นเนินลูกระนาด ทำให้รถเสียหลักเอนไปทางขวา จนเกือบชนรถของนายหนึ่ง   ต่อมา นายหนึ่งได้วกรถจยย. กลับมาหาเรื่อง ทั้งถีบรถ และพยายามจะเปิดรถ สามีจึงหยิบเหล็กขันน็อตล้อมาป้องกันตัว และลงจากรถจนถูกนายหนึ่งชกเข้า 1 ที จึงรีบกลับขึ้นรถ ส่วนนายหนึ่งได้เรียกพวกมาอีก 5-6 คนได้ใช้ขวดขว้างใส่กระจกรถ จนกระจกรถแตก ไฟหน้าแตก โดยน้องชายคนกลางของนายหนึ่งได้หยิบเหล็กยาวมาฟาดกระจก ส่วนน้องชายคนเล็กของนายหนึ่งได้ถือมีดดาบยาวมาฟันรถร่วมด้วย   สามีเห็นท่าไม่ดีจึงพยายามถอยรถหนี แต่กลุ่มนายหนึ่งก็ยังตามมาด่าทอและทุบรถอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพ่อของนายหนึ่งก็ได้ขับรถเก๋งมาขวางรถของสามีเพื่อช่วยลูกชายอีกด้วย สามีจึงพยายามถอยรถออกมาจนถึงถนนใหญ่และขับหนีออกไป โดยระหว่างเกิดเหตุ นายหนึ่งได้ตะโกนว่า รถเขาไม่มีไฟต่ำ มีแต่ไฟสูง   จากนั้น สามีได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังจะออกหมายเรียกคู่กรณีเข้าไปสอบปากคำ แต่หลังเกิดเรื่อง ตนสามี และหลาน ได้หลบออกจากคอนโดมาอยู่กับญาติชั่วคราว เพราะเครียดและหวาดกลัวมาก ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้หลังจากนี้ตั้งใจว่าจะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด เพราะกลัวว่าเขาจะมาทำร้ายอีก อยากฝากบอกกลุ่มวัยรุ่นว่า คนอยู่คอนโดเดียวกัน น่าจะคุยกันดีๆ ไม่ควรใช้อารมณ์แบบนี้   ด้านนายหนึ่ง คู่กรณี เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนขับรถจยย. ไปกับลูกชายเพื่อไปรับภรรยาหน้าหมู่บ้าน โดยมือซ้ายจับลูกไว้ระหว่างทางสวนทางกับลุงคู่กรณี แล้วจู่ๆ ลุงก็เบี่ยงรถมาหาจนเกือบชนกับรถตน จึงเบรกกระหัน ทำให้ลูกตนกระแทกกับเกจวัดไมล์จนปากแตก ด้วยความที่ลูกชายบาดเจ็บ ตนจึงโมโหมาก จึงวนรถไปถามลุงว่าทำไมขับรถแบบนี้   แต่ลุงกลับด่าทอกลับมา พร้อมถือเหล็กจะลงมาจากรถ ตนจึงดันประตูไว้ ไม่ให้เขาลง แต่เขาก็เปิดกระจกแล้วใช้เหล็กฟาดใส่ตนทั้งที่ตนอุ้มลูกอยู่แต่ตนหลบทัน ตนจึงวิ่งเอาลูกไปฝากไว้กับคนรู้จัก ก่อนถือขวดมาปาใส่รถ เพื่อจะสู้กับเขา เพราะเขาทำร้ายตนก่อน จากนั้นวัยรุ่นในหมู่บ้านเห็นเข้า จึงวิ่งเข้ามาช่วย   ถึงแม้เขาแจ้งความ ตนก็ไม่กลัว เพราะตนไม่ผิด เขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน อีกทั้งตนยอมรับว่าใช้ขวดขว้างกระจกรถจริง แต่รถไม่เสียหาย ที่กระจกรถแตกเพราะวัยรุ่นที่มาขว้างต่อจากตนต่างหาก แต่ตนไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะขณะนั้นมืดและชุลมุนมากซึ่งตนก็ได้เข้าแจ้งความแล้วเหมือนกันที่เขาขับรถเกือบจะชนตนและลูก   สำหรับเรื่องนี้ ตนไม่ได้อยากมีเรื่อง เพราะตนก็มีลูกยืนยันไม่ได้ชกหรือแตะเนื้อต้องตัวเขาเลย ตั้งใจแค่จะถามว่าทำไมขับรถแบบนี้ แต่ตอนแรกเขาไม่ขอโทษ แถมยังด่าทอและทำร้ายตนก่อน หากขอโทษดีๆตั้งแต่แรกก็คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าเขาก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ทุกคนละแวกนี้ต่างรู้ดี เพราะเขาเคยหาเรื่องคนอื่นมาหลายคนแล้ว   ส่วนเรื่องรถจยย. ของตนนั้น ตนไม่ได้ตั้งใจเปิดไฟสูง เพราะรถรุ่นใหม่ๆจะมีไฟระดับเดียว ไม่มีไฟต่ำให้เลือก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aM2hNHTQpEI

 3,948
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 ต.ค. 62

แม่ค้าผักถูกหญิงคู่กรณีทำร้าย ด่าไม่มีการศึกษา ปมแย่งซื้อผักกลางตลาดเชียงใหม่

เชียงใหม่-มีการโพสต์คลิปผู้หญิงคนหนึ่งเข้าทำร้ายผลักและพูดจาดูถูกผู้หญิงอีกคน ที่จุดจำหน่ายผักแห่งหนึ่งย่านตำบลแม่เหียะ พร้อมกับโพสต์ข้อความว่า   "แม่ของหนูเป็นแม่ค้าขายผักอยู่ตลาดสดแม่เหียะมา 16-17 ปีแล้วค่ะ แล้วแม่จะไปเอาผักที่จุดจำหน่ายผักแห่งหนึ่ง มาขายทุกๆ วัน ช่วง 11โมงแล้วจะมีลูกค้ามารอเอาผัก แล้วแม่ก็ไปเอาผักตามปกติค่ะ แม่เอาผักมาแล้ววางลงพื้นกำลังหันไปเอาผักเหมือนทุกๆครั้งแต่พอหันกลับมาป้าในคลิปก็มาเอาผักไปแม่ก็บอกว่านี่ผักของป้านะลูก แล้วป้าแกก็ทำท่าทีไม่พอใจโยนผักลงพื้น   พนักงานที่จุดจำหน่ายผัก เล่าให้ฟังหลังจากที่หนูเห็นคลิปค่ะ แล้วแม่ก็ขนผักมาที่รถเครื่องตามปกติเพื่อจะเอามาที่ตลาดแล้วป้าคนนั้นก็กับมาหาแม่แล้ว บอกว่าไม่พอใจก็เกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายแม่ค่ะแล้วก็ขึ้นรถไป คือผลักแม่แล้วก็ถีบแม่ แม่แก่แล้วด้วย ด่าแม่ตามในคลิปเลยค่ะ"   ด้านนางทองพูล เมฆรา อายุ 52 ปี แม่ค้าผักในคลิปเล่าว่า ในวันเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปซื้อผักที่จุดขายผักดังกล่าว เมื่อไปถึงได้เลือกหยิบผักมากองไว้ และเดินไปเลือกผักชนิดอื่นก่อนที่จะมีผู้หญิงอีกคนเดินมาหยิบผักสลัดที่ตนเลือกไว้ ตนบอกว่าผักถุงนั้นตนเลือกแล้ว ทำให้ผู้หญิงคนดังกล่าวเกิดความไม่พอใจ นำถุงผักสลัดโยนลงพื้นและเกิดการโต้เถียงกัน   หลังจากนั้นตนจึงนำผักที่ซื้อทั้งหมดนำมาขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้กับผู้หญิงคู่กรณี เมื่อผู้หญิงคนดังกล่าวเห็นตนจึงเกิดความไม่พอใจจึงเข้ามาต่อว่าและดูถูกว่าเป็นแม่ค้าไม่มีการศึกษา ตนจึงโต้เถียง และถูกผู้หญิงคนดังกล่าวผลักและทำร้ายหลังจากนั้นตนจึงนำผักที่ซื้อมาขายในตลาดจนลูกสาวทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นและพาตนไปแจ้งความที่ สภ.เมืองเชียงใหม่   นางทองพูล กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่เคยรู้จักและไม่เคยเห็นผู้หญิงคนดังกล่าวเลย จากเหตุการณ์ดังกล่าวตนไม่คิดจะเอาเรื่องหญิงคู่กรณีเนื่องจากตนเป็นแม่ค้าไม่อยากมีเรื่องกับใคร แต่เมื่อญาติได้เห็นคลิบวีดีโอดังกล่าวเกิดความไม่พอใจประกอบกับเกรงว่าตนจะได้รับอันตรายจึงพาตนเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งหากตนมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้หญิงคนดังกล่าวอีกครั้งตนอยากจะบอกว่าใหญ่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว หากวันนั้นคนที่ถูกต่อว่า ทำร้ายไม่ใช่เป็นตนอาจจะมีเรื่องกันรุนแรงมากกว่านี้ก็เป็นได้     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/spo0OgUcWM8

 4,631
ข่าวโซเชียล
22 ต.ค. 62

แม่ค้าผักถูกหญิงคู่กรณีทำร้าย ด่าไม่มีการศึกษา ปมแย่งซื้อผักกลางตลาดเชียงใหม่

เชียงใหม่-มีการโพสต์คลิปผู้หญิงคนหนึ่งเข้าทำร้ายผลักและพูดจาดูถูกผู้หญิงอีกคน ที่จุดจำหน่ายผักแห่งหนึ่งย่านตำบลแม่เหียะ พร้อมกับโพสต์ข้อความว่า   "แม่ของหนูเป็นแม่ค้าขายผักอยู่ตลาดสดแม่เหียะมา 16-17 ปีแล้วค่ะ แล้วแม่จะไปเอาผักที่จุดจำหน่ายผักแห่งหนึ่ง มาขายทุกๆ วัน ช่วง 11โมงแล้วจะมีลูกค้ามารอเอาผัก แล้วแม่ก็ไปเอาผักตามปกติค่ะ แม่เอาผักมาแล้ววางลงพื้นกำลังหันไปเอาผักเหมือนทุกๆครั้งแต่พอหันกลับมาป้าในคลิปก็มาเอาผักไปแม่ก็บอกว่านี่ผักของป้านะลูก แล้วป้าแกก็ทำท่าทีไม่พอใจโยนผักลงพื้น   พนักงานที่จุดจำหน่ายผัก เล่าให้ฟังหลังจากที่หนูเห็นคลิปค่ะ แล้วแม่ก็ขนผักมาที่รถเครื่องตามปกติเพื่อจะเอามาที่ตลาดแล้วป้าคนนั้นก็กับมาหาแม่แล้ว บอกว่าไม่พอใจก็เกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายแม่ค่ะแล้วก็ขึ้นรถไป คือผลักแม่แล้วก็ถีบแม่ แม่แก่แล้วด้วย ด่าแม่ตามในคลิปเลยค่ะ"   ด้านนางทองพูล เมฆรา อายุ 52 ปี แม่ค้าผักในคลิปเล่าว่า ในวันเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปซื้อผักที่จุดขายผักดังกล่าว เมื่อไปถึงได้เลือกหยิบผักมากองไว้ และเดินไปเลือกผักชนิดอื่นก่อนที่จะมีผู้หญิงอีกคนเดินมาหยิบผักสลัดที่ตนเลือกไว้ ตนบอกว่าผักถุงนั้นตนเลือกแล้ว ทำให้ผู้หญิงคนดังกล่าวเกิดความไม่พอใจ นำถุงผักสลัดโยนลงพื้นและเกิดการโต้เถียงกัน   หลังจากนั้นตนจึงนำผักที่ซื้อทั้งหมดนำมาขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้กับผู้หญิงคู่กรณี เมื่อผู้หญิงคนดังกล่าวเห็นตนจึงเกิดความไม่พอใจจึงเข้ามาต่อว่าและดูถูกว่าเป็นแม่ค้าไม่มีการศึกษา ตนจึงโต้เถียง และถูกผู้หญิงคนดังกล่าวผลักและทำร้ายหลังจากนั้นตนจึงนำผักที่ซื้อมาขายในตลาดจนลูกสาวทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นและพาตนไปแจ้งความที่ สภ.เมืองเชียงใหม่   นางทองพูล กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่เคยรู้จักและไม่เคยเห็นผู้หญิงคนดังกล่าวเลย จากเหตุการณ์ดังกล่าวตนไม่คิดจะเอาเรื่องหญิงคู่กรณีเนื่องจากตนเป็นแม่ค้าไม่อยากมีเรื่องกับใคร แต่เมื่อญาติได้เห็นคลิบวีดีโอดังกล่าวเกิดความไม่พอใจประกอบกับเกรงว่าตนจะได้รับอันตรายจึงพาตนเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งหากตนมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้หญิงคนดังกล่าวอีกครั้งตนอยากจะบอกว่าใหญ่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว หากวันนั้นคนที่ถูกต่อว่า ทำร้ายไม่ใช่เป็นตนอาจจะมีเรื่องกันรุนแรงมากกว่านี้ก็เป็นได้     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/spo0OgUcWM8

 4,631
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 ต.ค. 62

อีกแล้ว! แชร์สนั่นคลิปวัยรุ่นตีกันในห้องฉุกเฉิน รพ. ปากคาด

จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวัยรุ่นยกพวกตีกันในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารย์ถึงการกระทำดังกล่าว    ล่าสุด วันที่ 6 ต.ค. 62 ที่ สภ.ปากคาด ร.ต.อ.อมรินทร์ วงศ์ตาแสง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี วันที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า เมื่อเช้าวันที่ 4 ต.ค. 62 นายสุริวัฒน์ พลขันธ์ อายุ 22 ปี  ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความว่า เมื่อประมาณตี 1 ขณะที่ไปเที่ยวดูงานคอนเสิร์ตที่งานประเพณีแข่งเรือยาวของเทศบาล อ.ปากคาด ได้มีกลุ่มวัยรุ่นหลายกลุ่มชกต่อยกันขึ้น และตนเองถูกลูกหลงขณะเข้าไปห้ามเพื่อน โดนเตะที่ชายโครงทำให้บาดเจ็บ จึงได้ไปพบหมอ    ขณะกำลังจะขึ้นเตียงให้หมอดูอาการ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากกรูกันเข้ามาในห้องฉุกเฉิน ชี้หน้าตนว่าเป็นคนทำร้ายเพื่อนให้ได้รับบาดเจ็บ แต่ตนปฏิเสธจึงถูกชกแต่ไม่โดนเพราะดึงตัวหลบ พร้อมกับเหวี่ยงหมัดชกกลับคืนแต่ก็ไม่ถูกใคร  จากนั้นได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันกับคู่กรณีจนล้มลงที่พื้นห้อง จึงถูกเพื่อนคู่กรณีที่ตามมาด้วยเตะเข้าที่ใบหน้า 2 ทีตามคลิปจนได้รับบาดเจ็บเลือดไหลอาบใบหน้า   ต่อมา ตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 คน ทราบชื่อนายศิวกร เทพจำปา อายุ 21 ปี และนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ผู้ที่เตะใบหน้าผู้เสียหาย 2 ที โดยเอ ให้ผู้ปกครองมาพบพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายแทน แต่จะมามอบตัวภายหลัง    ส่วนนายศิวกร เมื่อพบหน้านายสุริวัฒน์ พลขันธ์ จึงรู้ว่าเป็นเพื่อนเก่าที่เคยเรียนหนังสือจบ ม. 6 มาด้วยกัน ได้พูดคุยจนเป็นที่เข้าใจกันต่างฝ่ายไม่ติดใจเอาความ พนักงานสอบสวนจึงได้ลงบันทึกประจำวันแล้วแยกย้ายกันกลับบ้านไป   ด้านเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในห้องฉุกเฉิน รพ.ปากคาด ได้เปิดเผยว่า ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณตีหนึ่งของวันที่ 4 ต.ค. ได้มีกลุ่มวัยรุ่นถูกทำร้ายร่างกายกันได้รับบาดเจ็บเข้ามาจำนวนมาก มีทั้งเพื่อนและญาติผู้ติดตามมาประมาณ 40 คน ขณะที่นายสุริวัฒน์ กำลังจะขึ้นเตียงตรวจอาการป่วย ก็ได้มีกลุ่มวัยรุ่นกรูเข้ามาทำร้ายและกอดรัดจนล้มลง และถูกเตะเข้าที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ พวกตนจึงได้ตะโกนไปว่าจะทะเลาะก็ต้องไปที่อื่นที่นี่เป็นที่รักษาคนป่วยอย่างเดียว   พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่งได้หยิบเอาเสาน้ำเกลือขึ้นมาถือขู่ เป็นจังหวะตำรวจได้เข้ามาระงับเหตุทำให้กลุ่มวัยรุ่นพวกนี้หนีกระเจิงออกจากโรงพยาบาลไป ในส่วนทรัพย์สินไม่มีอะไรเสียหาย ส่วนคดีขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาว่าจะเอาเรื่องหรือไม่   ขอบคุณคลิป : ราชสีห์ จิตอาสา   คลิป      

 6,656

Top