ค้นหา :

ผลการค้นหา "ค้ามนุษย์"

ข่าวภูมิภาค
11 พ.ย. 62

จับแก๊งพาเด็กเร่ขายน้ำมะพร้าว ทำงานวันละกว่า 10 ชม. ได้ค่าจ้าง 200-400 บาท ซ้ำยังทำร้ายทุบตี เข้าข่ายค้ามนุษย์

ภูเก็ต-ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีนำเด็กมาขายน้ำมะพร้าว ในฐานความผิดการค้ามนุษย์ โดยกระทำแก่บุคคลอายุยังไม่เกินสิบห้าปีและบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี ในพื้นที่ สภ.ป่าตอง อ.กะทู้ และ สภ.เมืองภูเก็ต   โดยผู้ต้องหา 4 คน มีการนำเด็กจากจังหวัดนครศรีธรรมราช มาขายน้ำมะพร้าว ซึ่งเข้าข่ายการใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ฯ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้เรียบร้อยแล้ว ที่ จ.นครศรีธรรมราช และอยู่ระหว่างการนำตัวมาสอบสวนขยายผลที่ จ.ภูเก็ต ตามขั้นตอนต่อไป โดยจะใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ร่วมด้วย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่ที่อนุญาตให้นำเด็กมา โดยเน้นการเยียวยาและแก้ไขปัญหาสังคม   จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า เด็กต้องทำงานวันละกว่า 10 ชั่วโมง และได้นอนพักผ่อนวันละ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น เป็นการทำงานค่อนข้างหนักมาก และเสี่ยงอันตราย ได้ค่าจ้างวันละประมาณ 200-400 บาท โดยจะโอนไปให้พ่อแม่เด็ก นอกจากนี้ยังมีการทำร้ายและทุบตีทำให้เด็กขวัญผวา มีการใช้งานเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด และบังคับเด็กขายของซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ฉะนั้นจะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด   อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเด็กทั้ง 4 รายไม่ได้เป็นญาติกัน โดยพ่อแม่ให้มาทำงาน แต่ไม่รู้รายละเอียด รู้เพียงว่า มาขายน้ำมะพร้าว แม้จะมีการยินยอมจากพ่อแม่ แต่ถ้ามาทำผิดกฎหมายก็เป็นความผิด เรื่องความผิดของพ่อแม่จะเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก จะแยกสำนวนจากผู้ที่ใช้แรงงานเด็ก เรื่องของเด็กและครอบครัว   นอกจากนี้ยังได้สั่งการระดมกวาดล้างผู้ที่นำหรือแสวงหาประโยชน์จากเด็กเพิ่มเติมในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ทั้งการพาเด็กเร่ขายผลไม้ พวงมาลัย และอื่นๆต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oPr3qDDx0cE

 918
สังคม
11 พ.ย. 62

จับแก๊งพาเด็กเร่ขายน้ำมะพร้าว ทำงานวันละกว่า 10 ชม. ได้ค่าจ้าง 200-400 บาท ซ้ำยังทำร้ายทุบตี เข้าข่ายค้ามนุษย์

ภูเก็ต-ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีนำเด็กมาขายน้ำมะพร้าว ในฐานความผิดการค้ามนุษย์ โดยกระทำแก่บุคคลอายุยังไม่เกินสิบห้าปีและบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี ในพื้นที่ สภ.ป่าตอง อ.กะทู้ และ สภ.เมืองภูเก็ต   โดยผู้ต้องหา 4 คน มีการนำเด็กจากจังหวัดนครศรีธรรมราช มาขายน้ำมะพร้าว ซึ่งเข้าข่ายการใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ฯ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้เรียบร้อยแล้ว ที่ จ.นครศรีธรรมราช และอยู่ระหว่างการนำตัวมาสอบสวนขยายผลที่ จ.ภูเก็ต ตามขั้นตอนต่อไป โดยจะใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ร่วมด้วย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่ที่อนุญาตให้นำเด็กมา โดยเน้นการเยียวยาและแก้ไขปัญหาสังคม   จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า เด็กต้องทำงานวันละกว่า 10 ชั่วโมง และได้นอนพักผ่อนวันละ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น เป็นการทำงานค่อนข้างหนักมาก และเสี่ยงอันตราย ได้ค่าจ้างวันละประมาณ 200-400 บาท โดยจะโอนไปให้พ่อแม่เด็ก นอกจากนี้ยังมีการทำร้ายและทุบตีทำให้เด็กขวัญผวา มีการใช้งานเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด และบังคับเด็กขายของซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ฉะนั้นจะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด   อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเด็กทั้ง 4 รายไม่ได้เป็นญาติกัน โดยพ่อแม่ให้มาทำงาน แต่ไม่รู้รายละเอียด รู้เพียงว่า มาขายน้ำมะพร้าว แม้จะมีการยินยอมจากพ่อแม่ แต่ถ้ามาทำผิดกฎหมายก็เป็นความผิด เรื่องความผิดของพ่อแม่จะเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก จะแยกสำนวนจากผู้ที่ใช้แรงงานเด็ก เรื่องของเด็กและครอบครัว   นอกจากนี้ยังได้สั่งการระดมกวาดล้างผู้ที่นำหรือแสวงหาประโยชน์จากเด็กเพิ่มเติมในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ทั้งการพาเด็กเร่ขายผลไม้ พวงมาลัย และอื่นๆต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oPr3qDDx0cE

 918
สรุปข่าว
11 พ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 11 พ.ย.62 จับแก๊งบังคับเด็กขายน้ำมะพร้าว-คึกคักรับลอยกระทง-ลงทะเบียนร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย

-บรรยากาศเทศกาลลอยกระทงคึกคักทั่วประเทศ สุโขทัยจัดใหญ่งานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ สวนสัตว์เชียงใหม่ชวนลอยกระทงผักใต้น้ำ ให้อาหารปลาไปในตัว ตัวเมืองประดับโคมไฟกว่า 2 หมื่นดวง ตกแต่งเป็นแบบล้านนา ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส   ขณะที่ กทม.จัดยิ่งใหญ่ 2 จุด สะพานพระราม 8 และที่บริเวณคลองโอ่งอ่าง ช่วงสะพานหัน พร้อมเปิดสวนสาธารณะ 30 แห่ง ให้ประชาชนเข้าไปลอยกระทงได้จนถึงเวลาเที่ยงคืน เตรียมจนท. 200 คน เก็บกระทงตั้งแต่เวลา 2 ทุ่มเป็นต้นไป นายกฯย้ำให้รักษาสิ่งแวดล้อมลอยกระทงจากวัสดุที่ย่อยสลายง่าย กำลับผู้ปกครองดูแลบุตรหลาน   -วัยรุ่นอ่างทองยกพวกตีกันที่ร้านอาหาร ไม่หนำใจตามไปตีกันต่อที่ห้องฉุกเฉิน รพ.อ่างทอง แพทย์ พยาบาล ผู้ป่วยหนีกันชุลมุน ตร.รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว 2 กลุ่ม 21 คน เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ บุกรุกสถานที่ราชการ ผู้ว่าฯอ่างทองระบุ ผอ.รพ.เข้าแจ้งความแล้ว ชี้เป็นเหตุอุกอาจ ต้องดำเนินคดีเด็ดขาด   -เตรียมตัวให้พร้อม 6 โมงเช้านี้ ลงทะเบียนแคมเปญ ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย ผ่าน www.100เดียวเที่ยวทั่วไทย.com รัฐบาลใจป้ำแจกของขวัญ 4 หมื่นรายการ ให้สิทธิ์วันละ 1 หมื่นสิทธิ์ สิทธิ์ละ 1 รายการ เปิดลง 4 ครั้ง 11-12 พ.ย.และ 11-12 ธ.ค. ซื้อได้คนละ 1 สิทธิ์   -คดียิงถล่มบ้านที่ จ.นครศรีธรรมราช ทำด.ญ.วัย 14 ปีถูกลูกหลงเสียชีวิต ตร.ออกหมายจับ 5 ราย จับมาได้แล้ว 3 ราย เร่งล่าหัวโจกมาดำเนินคดี พบพฤติกรรมคนร้าย ก่อเหตุแบบบ้าระห่ำ ใช้อาวุธปืนกว่า 4 กระบอกรัวยิงมากกว่า 30 นัด พ่อเด็กบอกแค่ทะเลาะกันเรื่องหมา ตร.เตรียมแถลงข่าวรายละเอียด 9 โมงเช้าวันนี้   -จับ 4 ผู้ต้องหาแก๊งน้ำมะพร้าวชาวนครศรีธรรมราช บังคับเด็ก 10-12 ปี เร่ขายน้ำมะพร้าวที่ภูเก็ต เข้าข่ายค้ามนุษย์ พบเด็กต้องทำงานวันละกว่า 10 ชั่วโมง ได้นอนพักผ่อนวันละ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น ได้ค่าจ้างวันละประมาณ 200-400 บาท โดยจะโอนไปให้พ่อแม่เด็ก นอกจากนี้ยังมีการทำร้าย ทุบตีทำให้เด็กขวัญผวา ใช้งานเด็กเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด พ่อแม่ไม่รู้ชะตากรรมของลูก เร่งกวาดล้างขบวนการให้เด็กเดินขายของ   -สอบเครียดกำนันไข่ มือยิงล้างครัว 3 ศพที่ชุมพร ปมยืมเงินกว่า10 ล้าน เป็นเพื่อนบ้านที่สนิทกันเหมือนญาติแต่กลับมาหลอก อ้างผู้ตายสร้างตัวละครบุคคลที่ 3 อยู่ต่างประเทศ จะได้มรดกจากสามีชาวต่างชาติกว่า 50 ล้าน หลอกยืมเงินครั้งละหลายแสน รวมเป็นเงินประมาณ 10  แล้วไม่คืน ซ้ำยังถูกด่า ไปทวงถามถูกด่าและท้าทาย “อยากโง่เองให้เขายืมทำไม ถ้าอยากได้ก็ไปฟ้องเอา” กำนันไข่จึงเก็บความแค้นก่อนยิงล้างครัว โดนแจ้งข้อหาหนักฆ่าผู้ตายโดยเจตนา ด้านยุติธรรมจังหวัดเร่งเยียวยาครอบครัวเหยื่อรายละ 110,000 บาท   -จับเพิ่มรายที่ 8 ลูกน้องคนสนิทแม่มณี หลังหนีกบดานที่ จ.นครสวรรค์ ถูกรวบพร้อมรถหรูที่เพิ่งถอยมาใหม่ๆ ยึดมือถือ 16 เครื่องของแม่มณี ที่ไว้โอนเงินให้ลูกแชร์ เจ้าตัวปฏิเสธร่วมขบวนการ อ้างรู้จักและสนิทสนมกับแม่มณีจริง จนได้รับความไว้วางใจให้มาเลี้ยงลูกสาววัย 2 ขวบ ยันมีหน้าที่ทำธุรกรรมทางการเงินให้เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องรู้เห็นโกงแชร์   -คืบหน้าเหตุยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา ยะลา ตายหมู่ 15 ศพ ชาวบ้านต้นหยี ออกชี้แจงผ้าพันแผลที่จนท.ยึดไปได้ หลังเข้าค้นบ้านผู้ต้องสงสัยยิงถล่ม เป็นชุดอุปกรณ์ที่ใช้ทำแผลให้แม่ที่ป่วยมะเร็งคอหอยระยะที่ 3 ไม่ใช่ของผู้ต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไป ซึ่งอยู่บ้านตรงข้ามกัน หลังออกข่าวหวั่นชาวไทยพุทธในพื้นที่เข้าใจผิด จึงต้องชี้แจง จนท.ด้านความมั่นคงรวบตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 10 คน มี 3 คนมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มัดตัว เตือนให้ระวังเหตุรุนแรงซ้ำ หลังมีเหตุโจรลักรถ   -กลุ่มไฟแนนซ์ขวัญกระเจิง เข้าติดตามทวงรถเก๋งหลังขาดส่ง 9 งวด กลับถูกชายที่ครอบครองรถเข้าทำร้ายร่างกาย ด้วยอาวุธมีดจนได้รับบาดเจ็บ แม้พยายามร้องขอให้คนที่อยู่รอบๆเข้าช่วย แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาช่วยจนต้องทำการห้ามกันเอง ขณะที่เจ้าหน้าที่ สน.บางขุนเทียน ทำเพียงลงบันทึกประจำวันและส่งตัวให้ไปตรวจร่างกาย พร้อมทั้งปล่อยคู่กรณีไป ทั้งๆที่มีคลิปเหตุการณ์ชัดเจน ผู้เสียหายยืนยันเตรียมแจ้งข้อหาพยายามฆ่า ด้านมือแทงอ้างเป็นแค่ผู้รับจำนองรถยนต์คันดังกล่าวไว้ ให้ทางไฟแนนซ์ไปติดตามผู้เช่าซื้อเอง โดยไม่ยอมให้นำรถยนต์ไป   -เปิดใจญาติผู้ป่วยในรถพยาบาล หลังถูกรถเบนซ์ใจดำขวางทางพร้อมชูนิ้วกลางให้ ที่โพสต์คลิปไม่ได้คิดอยากจะเอาเรื่อง แต่แค่อยากให้มีน้ำใจให้มากกว่านี้ ส่วนเจ้าหน้าที่ขับรถ ฉุกเฉินเผยพยายามส่งสัญญาณไซเรนแล้ว รถคันหน้าทราบแล้ว แต่ไม่ยอมหลบ แถมยังชูนิ้วกลางใส่ ก่อนจะขับลงทางด่วนไป พร้อมฝากถึงคนที่ใช้รถใช้ถนน ช่วยเห็นใจกับรถพยาบาลฉุกเฉินด้วย เนื่องจากทุกวินาทีของผู้ป่วยสำคัญมาก กองปราบโพสต์ระบุเจตนาไม่หลบรถพยาบาล ระวังเจอข้อหาเจตนาฆ่าผู้อื่น   -เปิดใจแม่มือตบ ยกพวกทำร้ายคู่อริลูกสาว หน้าโรงเรียนชื่อดังในบ้านโป่ง จ.ราชบุรี  ยอมรับทำผิด โกรธที่เห็นลูกหน้าแหกกลับบ้าน ด้านลูกสาวเผยมีปัญหากับคู่กรณีเพราะถูกส่งข้อความมาก่อกวน มีการท้าทายถึงขั้นนัดท้าตบกับแม่ตนมาแล้ว   -สุดเศร้า น้องภูดิศ-น้องเภา ลูกชาย ป๋อ ณัฐวุฒิ ร้องไห้หนักบอกลา พี่ลาบ หมาสุดรักที่เลี้ยงมาเป็น 10 ปีตายจากไป แม่เอ๋เผยกำลังพาลูกชายไปซื้อของเล่น พอรู้ว่าหมาอาการหนัก พี่ภูเลยบอกน้องเภาว่า ของเล่นกับชีวิตสัตว์ อันไหนสำคัญกว่ากัน ทำเอาพ่อกับแม่อึ้งกับสิ่งที่ลูกพูด     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j5KkVdMd-io

 12,248
สังคม
05 พ.ย. 62

lpn เปิดปฎิบัติการค้ามนุษย์ ช่วยเหลือลูกเรือประมงในอินโดนีเซีย

มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน หรือ LPN เปิดปฏิบัติการมนุษยธรรมช่วยเหลือลูกเรือประมงในอินโดนีเซีย หลังได้รับร้องเรียนจากลูกเรือที่ตกค้างจากการช่วยเหลือเมื่อปี 2558 และที่ไม่เคยถูกสำรวจ ซึ่งบางรายต้องเสียชีวิตไปก่อนจะได้กลับบ้าน เพราะไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน จนกลายเป็นโศกนาฏกรรมจากการค้ามนุษย์ ที่ LPN เรียกร้องให้รัฐบาลตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือแรงงานประมงที่ตกค้าง ซึ่งล่าสุดมีการติดตามจนพบครอบครัวที่จังหวัดสุพรรณบุรี    นางสมจิตร์ กลิ่นสกุล ร้องไห้ด้วยความดีใจที่ได้รู้ว่า ลูกชายที่ตามหามากว่า 17 ปียังมีชีวิตอยู่ที่อินโดนีเซีย และเสียใจที่รู้ลูกถูกหลอกลงเรือประมงไปตั้งแต่หายออกจากบ้าน ภาพถ่ายเมื่อครั้งนายไพฑูรย์ หรือ จัน ยังเด็ก เป็นเพียงภาพเดียวที่แม่เก็บไว้ดูเมื่อคิดถึงลูกชาย และกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อได้ฟังเสียงลูกชายที่ถ่ายคลิปวีดีโอให้ มูลินิธิ LPN ช่วยตามหาพ่อแม่ ที่จ.สุพรรณบุรี   มูลนิธิ LPN พบนายไพฑูรย์ ระหว่างลงพื้นที่เกาะตวล ประเทศอินโดนีเซีย พบนายไพฑูรย์ เป็น 1 ในลูกเรือประมงไทย 8 คนที่ตกค้างอยู่ในเกาะตวล ซึ่งเป็นเกาะที่ตกสำรวจจากการช่วยเหลือของรัฐบาลไทย เมื่อปี 2558 ที่นำลูกเรือประมงไทยกลับมากว่า 2 พันคน แต่ยังมีอีกจำนวนมากเข้าไม่ถึงข้อมูลและมีการร้องเรียนมายังมูลนิธิ LPN อย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 4 ปีที่ผ่านมา ในจำนวนนั้นมีนายสมยน ที่นางสาวปฏิมา ตั้งปรัชญากุล ผู้จัดการมูลนิธิ LPN ได้พบนายสมยน ที่เกาะตวล เมื่อปี 2559 ได้ถ่ายภาพกับนายสมยน ที่มาขอให้ช่วยเหลือได้กลับประเทศไทย แต่เนื่องจากนายสมยน ลงเรือมาตั้งแต่อายุไม่ถึง 15 ปี ในช่วงปี 2545 เช่นเดียวกับลูกเรือคนอื่นๆ นายสมยนจึงบอกข้อมูลได้เพียงว่า อยู่โรงเรียนหนองปรือ จังหวัดนครราชสีมา ไม่มีเอกสารแสดงตนใดๆ และด้วยกระบวนการช่วยเหลือที่ต้องพิสูจน์สัญชาติ ทำให้นางสาวปฏิมา ไม่สามารถช่วยเหลือนายสมยน ได้ทัน และเป็นเรื่องที่น่าเศร้า เมื่อการกลับมาที่เกาะตวลในปีนี้ กลับพบว่า นายสมยน เสียชีวิตไปแล้ว   หลุมฝังศพของนายสมยน ถูกฝังอยู่ในป่าที่เกาะตวล โดยเพื่อนลูกเรือประมงชาวลาว และชาวอินโดนีเซียที่ให้การช่วยเหลือนายสมยน มาตลอดกว่า 17 ปีที่ต้องใช้ชีวิตแบบคนเร่ร่อนในอินโดนีเซีย และสภาพที่เจ็บป่วย ทำให้นายสมยน ถึงกับนำไม้ไผ่มาต่อเรือเพื่อจะให้ได้กลับประเทศไทยแต่ก็สายเกินไป   มูลนิธิ LPN เปิดปฏิบัติการมนุษยธรรมลูกเรือประมงในอินโดนีเซียอีกครั้งในปีนี้ เพราะนอกจากนายสมยนแล้ว ยังมีนายแหล่ ชาวลาว ที่ได้ขอความช่วยเหลือมาตั้งแต่ปี 2559 โดยบอกได้เพียงชื่อเมืองในแขวงสะหวันนะเขต ทาง LPN ประสานไปยังทางการลาวช่วยติดตามหาบ้านของนายแหล่ แต่เกิดปัญหาอุทกภัย ทำให้ล่าช้าจนมาได้ข้อมูลของญาติและได้ประสานกับสถานทูตลาวในกรุงจาการ์ตา เตรียมช่วยให้นายแหล่ได้กลับบ้านที่ลาวในเร็วๆนี้ เพราะไม่อยากเห็นนายแหล่ ต้องเสียโอกาสเหมือนที่เกิดขึ้นกับนายสมยน   นอกจากนี้ที่เกาะอัมบน มูลนิธิ LPN ยังได้พบ นายสาธิต หน่อทอง ที่ได้ขอความช่วยเหลือผ่านสถานทูตไทยณ.กรุงจาร์ตา ว่าเป็นไข้มาลาเรีย ต้องการกลับไทย หลังถูกหลอกลงเรือมาตั้งแต่ปี 2552 และมีความหวังว่าจะได้กลับมาอยู่กับครอบครัวที่จังหวัดสมุทรปราการ แต่ไม่มีเอกสารประจำตัวใดๆ   ล่าสุดวันนี้มูลนิธิ LPN ได้ลงพื้นที่บ้านบางพึ่ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ตามข้อมูลของนายสาธิต ขอให้ตามหาพี่ชายและพบว่าพวกเขาได้พยายามตามหาน้องชายมาตลอดกว่า 10 ปี   นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของลูกเรือประมงที่ยังตกค้างในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมูลนิธิ LPN ยังพบว่ามีอดีตเด็กที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ 2 คนถูกหลอกลงเรือและตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์กว่า 17 ปียังรอคอยที่จะได้กลับบ้าน จึงเรียกร้องไปยังรัฐบาลที่จะต้องมีศูนย์ประสานงานช่วยเหลือลูกเรือประมงในอินโดนีเซียก่อนจะประสปชะตากรรมกลายเป็นศพไร้ญาติแบบนายสมยน

 59
สังคม
03 พ.ย. 62

รวบ 'โกต๊อก' เสี่ยพันล้านร่วมแก๊งค้าชาวโรฮิงญา เบื้องต้นเจ้าตัวยังปฏิเสธ

ก่อนหน้านี้ที่ศาลอุทธรณ์เพิ่งอ่านคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์โรฮิงญากลุ่มของ พลโท มนัส โทษหนักสุดจำคุกถึง 85 ปี ล่าสุดวันนี้ ตำรวจ ปคม. จับผู้ต้องหาหลบหนีคดีได้อีก 1 คน คือ โกต็อก หลังหนีคดีไปนานถึง 4 ปี   นาย สุพัฒน์ สันติปิยบุตร อายุ 59 ปี หรือ โกต๊อก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวี ถูกตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. จับได้ที่ ด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 2 พฤจิกายนที่ผ่านมา ขณะมาเล่นการพนันในประเทศกัมพูชา    คดีนี้ โกต็อกถูกกล่าวหาว่าร่วมกับ นาย บรรณจง หรือ โกจง ปองผล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์  พลโท มนัส คงแป้น และเจ้าหน้าที่รัฐทั้งทหาร-ตำรวจ นักการเมืองท้องถิ่น รวม 103 คน ร่วมกันลักลอบค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2555 ถึงเดือนพฤษภาคม 2558 โดยมีหน้าที่ ฟอกเงินให้กับขบวนการค้ามนุษย์ กว่า 126 ครั้ง    เบื้องต้นโกต็อก ให้การภาคเสธว่า ยอมรับว่ารู้จักกับกลุ่ม พลโท มนัส และมีการโอนเงินกันจริง แต่เป็นการทำธุรกิจดิวตี้ฟรี และธุรกิจแลกเงิน แต่ไม่ได้ร่วมค้ามนุษย์ สำหรับคดีนี้ยังมีผู้ต้องหาอีกกว่า 20 คน ที่หลบหนี

 230
สังคม
03 พ.ย. 62

จับ 'โกต๊อก' ค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา - ตรวจสอบบ้านถูกช้างป่าละอูพังเข้าหาอาหาร - จีนพร้อมทำงานร่วมอาเซียน เพื่อความสงบทางทะเลจีนใต้

จับ 'โกต๊อก' ค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา   ตร.ปคม. รวมตัว นายนายสุพัฒน์ หรือโกต๊อก สันติปิยบุตร อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาลบหนีคดีมานานกว่า 4 ปี เป็นนักธุรกิจพันล้านในอำเภอปาดังเบซาร์ ทำหน้าที่ฟอกเงินให้กับขบวนการค้ามนุษย์โรฮีนจากว่า 126 ครั้ง มีเงินหมุนเวียนในบัญชีหลายร้อยล้านบาท      ช้างป่าละอูพังบ้าน หาอาหาร   ในอำเภอหัวหิน ตีสองคืนที่ผ่านมาช้างป่าพังรั้วร้านข้าวเข้าไปกินขนมขบเคี้ยว หรือเลย์กว่า 10 ซอง เจ้าของร้านหวั่นช้างได้รับอันตรายจากการกินพลาสติก วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไข     'จีน' พร้อมทำงานร่วมอาเซียนขับเคลื่อนความสงบทางทะเลจีนใต้   นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อ เฉียง ของจีนย้ำว่า จีนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับประเทศในอาเซี่ยนเพื่อเสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพที่ยาวนานในทะเลจีนใต้ พร้อมจัดการวาระในการพิจารณาแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ หรือ ซีโอซี ให้แล้วเสร็จเรียบร้อยภายในปี

 244
ต่างประเทศ
28 ต.ค. 62

เวียดนามวอนอังกฤษเร่งตรวจสอบอัตลักษณ์ 39 ศพ ซุกตู้คอนเทนเนอร์

ความคืบหน้ากรณีพบ 39 ศพในตู้คอนเทนเนอร์บนรถบรรทุกที่อังกฤษ มีความเป็นไปได้ว่า อาจมีชาวเวียดนามรวมอยู่ด้วย หลังชาวเวียดนาม ล่าสุดนายกรัฐมนตรีของเวียดนามวอนให้ทางการอังกฤษเร่งตรวจอัตลักษณ์เหยื่อ จากลายนิ้วมือ DNA โดยส่งภาพบุคคลของชาวเวียดนาม 20 คนให้อังกฤษตรวจสอบ หลังครอบครัวติดต่อไม่ได้หลังเดินทางไปทำงานที่อังกฤษ   ขณะเดียวกันมีการเปิดเผยว่า ขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองผิดกฎหมายครั้งนี้ อาจมีรถบรรทุกมากถึง 3 คัน มีเหยื่อทั้งหมดเกือบ 100 คน พร้อมกันนี้ได้ตั้งข้อหานายมอริส โรบินสัน วัย 25 ปี ผู้ขับรถบรรทุกชาวไอร์แลนด์เหนือ ข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา, ค้ามนุษย์ ลักลอบขนคน และฟอกเงิน มีกำหนดขึ้นศาลวันนี้ (28 ต.ค.2562)    

 1,466
ต่างประเทศ
25 ต.ค. 62

พิสูจน์ 39 ศพปริศนาซุกตู้คอนเทนเนอร์อังกฤษ เป็นคนจีนทั้งหมด คาดโยงขบวนการค้ามนุษย์

ความคืบหน้าเหตุพบศพในตู้คอนเทนเนอร์ของรถบรรทุกที่อังกฤษถึง 39 ศพ ล่าสุด ตำรวจอังกฤษเปิดเผยผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลแล้ว โดยพบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 39 คน เป็นชาวจีนทั้งหมด ผู้เสียชีวิต 31 คน เป็นชาย ส่วนที่เหลืออีก 8 คน เป็นหญิง   ต่อมาตำรวจได้ตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัยในไอร์แลนด์เหนือ ได้แก่ คนขับรถบรรทุกวัย 25 ปี โดยเร่งตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรมค้ามนุษย์ด้วยหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตเหยื่ออาจเสียชีวิตจากสภาพอากาศที่หนาวจัดในห้องเย็นของตู้คอนเทนเนอร์ มีอุณหภูมิ -25 องศาเซลเซียส  

 5,161
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 62

บุกจับแม่เล้าเชียงราย เช่าโรงแรมรายเดือน พาแขกมาส่งถึงที่

เชียงราย-เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจค้นภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง บริเวณหัวสนามบินเก่า ฝูงบิน 416 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มขบวนการลักลอบค้าประเวณี ได้ใช้ห้องพักของโรงแรมดังกล่าวเปิดขายบริการ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนเข้าจับกุมโดยส่งสายลับทำทีเข้าไปติดต่อเพื่อล่อซื้อบริการ ก่อนแสดงตัวนำกำลังเข้าจับกุม   จากการตรวจค้นจับกุม ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวหญิงสาวที่เป็นแม่เล้าได้จำนวน 2 คน และจากการตรวจค้นภายในห้องพักเจ้าหน้าที่ยังสามารถควบคุมตัวหญิงสาวที่รอให้บริการทางเพศอีกจำนวน 5 คน โดยพบว่าเป็นผู้หญิง อายุ 20 ปี จำนวน 4 คน และอายุ 18 ปี จำนวน 1คน ขณะที่ภายในห้องพักยังพบถุงยางอนามัยอีกจำนวนหนึ่ง และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน   เบื้องต้น ทราบว่าขบวนการนี้ได้กระทำอย่างเปิดเผย โดยเช่าห้องพักที่โรงแรมดังกล่าวเอาไว้จำนวน 8 ห้อง โดยเป็นลักษณะเช่าแบบรายเดือน โดยแม่เล้าทั้งสองคนจะทำหน้าที่ติดต่อหาลูกค้ามาส่งตามห้องพัก ที่มีหญิงรอขายบริการทางเพศอยู่ ทางเจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหาทั้งหมดว่าลักลอบค้าประเวณี ส่วนแม่เล้าทั้ง 2 คนตั้งข้อหาเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณี ก่อนนำตัวส่งดำเนินกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qb8N-JFNoMY

 2,531
สังคม
16 ต.ค. 62

บุกจับแม่เล้าเชียงราย เช่าโรงแรมรายเดือน พาแขกมาส่งถึงที่

เชียงราย-เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจค้นภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง บริเวณหัวสนามบินเก่า ฝูงบิน 416 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มขบวนการลักลอบค้าประเวณี ได้ใช้ห้องพักของโรงแรมดังกล่าวเปิดขายบริการ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนเข้าจับกุมโดยส่งสายลับทำทีเข้าไปติดต่อเพื่อล่อซื้อบริการ ก่อนแสดงตัวนำกำลังเข้าจับกุม   จากการตรวจค้นจับกุม ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวหญิงสาวที่เป็นแม่เล้าได้จำนวน 2 คน และจากการตรวจค้นภายในห้องพักเจ้าหน้าที่ยังสามารถควบคุมตัวหญิงสาวที่รอให้บริการทางเพศอีกจำนวน 5 คน โดยพบว่าเป็นผู้หญิง อายุ 20 ปี จำนวน 4 คน และอายุ 18 ปี จำนวน 1คน ขณะที่ภายในห้องพักยังพบถุงยางอนามัยอีกจำนวนหนึ่ง และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน   เบื้องต้น ทราบว่าขบวนการนี้ได้กระทำอย่างเปิดเผย โดยเช่าห้องพักที่โรงแรมดังกล่าวเอาไว้จำนวน 8 ห้อง โดยเป็นลักษณะเช่าแบบรายเดือน โดยแม่เล้าทั้งสองคนจะทำหน้าที่ติดต่อหาลูกค้ามาส่งตามห้องพัก ที่มีหญิงรอขายบริการทางเพศอยู่ ทางเจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหาทั้งหมดว่าลักลอบค้าประเวณี ส่วนแม่เล้าทั้ง 2 คนตั้งข้อหาเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณี ก่อนนำตัวส่งดำเนินกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qb8N-JFNoMY

 2,531
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 62

จู่โจมจับ 2 คาราโอเกะอ่างทองค้ามนุษย์ รวบแม่เล้าบังคับเด็ก รับงานข้ามวันข้ามคืน

อ่างทอง-เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการพิทักษ์อ่างทอง ทลายแก๊งค้ามนุษย์ ในโรงแรมพื้นที่อำเภอเมืองอ่างทอง หลังศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ได้รับข้อมูลจากองค์กรระหว่างประเทศด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ว่า มีสถานประกอบการ ชื่อร้านชิล ชิล คาราโอเกะ และร้านคาราโอเกะนวดแผนโบราณ แอบแฝงค้าประเวณีเด็กหญิง อายุไม่ถึง 18 ปี ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ จึงส่งสายลับเข้าตรวจสอบ   ซึ่งมีข้อมูลว่าลูกค้าสามารถซื้อบริการทางเพศในราคา 1,500 บาท ต่อครั้ง รวมค่าถุงยางอนามัยแล้ว โดยทางร้านจะหักส่วนแบ่ง 500 บาท ต่อการขายบริการทางเพศแบบชั่วคราวครั้ง   นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถซื้อบริการทางเพศในรูปแบบเหมาค้างคืนได้ในราคา 3,500 บาท ซึ่งทางร้าน จะหักส่วนแบ่ง 1,100 บาท ต่อคืน บางครั้งพนักงานหญิงถูกบังคับให้บริการลูกค้าข้ามวันข้ามคืนโดยไม่มีเวลาพักผ่อน จนกว่าลูกค้าจะพึงพอใจ ในการขายบริการทางเพศในแต่ละครั้ง เจ้าของร้านจะหักค่าถุงยางอนามัย เป็นจำนวนชิ้นๆ ละ 50 บาท รวมอยู่ในค่าขายบริการทางเพศของหญิงบริการ ซึ่งลูกค้าสามารถร่วมประเวณีกันในห้องนวด ที่ทางร้านจัดไว้ให้ภายในร้านได้ หรือสามารถไปร่วมประเวณีกันภายนอกร้านก็ได้   ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมหญิงให้บริการค้าประเวณีได้ 6 คน เป็นคนสัญชาติไทย 4 คน และสัญชาติลาว 2 คน โดยพบเป็นเยาวชนหญิง อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 คน พนักงานหญิงบริการที่ขายบริการทางเพศ อายุต่ำสุดเพียง 15 ปี โดยมี น.ส.สมจิตร์ เพชรวิจิตร อายุ 50 ปี และนายอภิรมย์ พึ่งประชา อายุ 36 ปี รับเป็นเจ้าของร้าน โดยขณะตรวจเข้าตรวจสอบพบถุงยางอนามัยใช้แล้วภายในห้องเป็นจำนวนมาก   เบื้องต้นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ได้แจ้งข้อหากับเจ้าของร้าน ดังนี้ 1.ความผิดฐานค้ามนุษย์ 2.เป็นธุระจัดหาหรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี 3.เป็นธุระจัดหา หรือชักพาไปซึ่งเด็กที่มีอายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี 4.เป็นผู้ดูแลหรือผู้จัดการการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณี 5.เป็นผู้สนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา หรือพาไปเพื่อการอนาจาร ซึ่งชายหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม 6.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร 7.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะได้ประสานให้ฝ่ายปกครองในท้องที่ ดำเนินการกับโรงแรมที่มีการใช้เป็นสถานที่ในการกระทำความผิดอาญาในครั้งนี้ด้วย   พร้อมกันนี้มีคำสั่งย้ายด่วนนายตำรวจในพื้นที่ สภ.เมืองอ่างทอง หรือ 4 เสือ โรงพักเมืองอ่างทอง ประกอบไปด้วย พ.ต.อ.มนตรี คชาพรรธน์ ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง พ.ต.ท.สุวัฒชัย ศรีทองสุข รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอ่างทอง พ.ต.ท.อุทัย สุประดิษฐ์อาภรณ์ สวป. พ.ต.ท.บุญสม ใบละมุด สว.สส.   ไปประจำที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง เพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยหรือไม่                 ส่วน พ.ต.ท.เจริญชัย คุณชื่น รอง ผกก.ป. ยังอยู่ระหว่างการลา จึงรอดไปอย่างหวุดหวิด และได้แต่งตั้ง พ.ต.อ.ธวัชชัย เกิดโภคทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pESSFln9dgg

 1,992
สังคม
16 ต.ค. 62

จู่โจมจับ 2 คาราโอเกะอ่างทองค้ามนุษย์ รวบแม่เล้าบังคับเด็ก รับงานข้ามวันข้ามคืน

อ่างทอง-เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการพิทักษ์อ่างทอง ทลายแก๊งค้ามนุษย์ ในโรงแรมพื้นที่อำเภอเมืองอ่างทอง หลังศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ได้รับข้อมูลจากองค์กรระหว่างประเทศด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ว่า มีสถานประกอบการ ชื่อร้านชิล ชิล คาราโอเกะ และร้านคาราโอเกะนวดแผนโบราณ แอบแฝงค้าประเวณีเด็กหญิง อายุไม่ถึง 18 ปี ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ จึงส่งสายลับเข้าตรวจสอบ   ซึ่งมีข้อมูลว่าลูกค้าสามารถซื้อบริการทางเพศในราคา 1,500 บาท ต่อครั้ง รวมค่าถุงยางอนามัยแล้ว โดยทางร้านจะหักส่วนแบ่ง 500 บาท ต่อการขายบริการทางเพศแบบชั่วคราวครั้ง   นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถซื้อบริการทางเพศในรูปแบบเหมาค้างคืนได้ในราคา 3,500 บาท ซึ่งทางร้าน จะหักส่วนแบ่ง 1,100 บาท ต่อคืน บางครั้งพนักงานหญิงถูกบังคับให้บริการลูกค้าข้ามวันข้ามคืนโดยไม่มีเวลาพักผ่อน จนกว่าลูกค้าจะพึงพอใจ ในการขายบริการทางเพศในแต่ละครั้ง เจ้าของร้านจะหักค่าถุงยางอนามัย เป็นจำนวนชิ้นๆ ละ 50 บาท รวมอยู่ในค่าขายบริการทางเพศของหญิงบริการ ซึ่งลูกค้าสามารถร่วมประเวณีกันในห้องนวด ที่ทางร้านจัดไว้ให้ภายในร้านได้ หรือสามารถไปร่วมประเวณีกันภายนอกร้านก็ได้   ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมหญิงให้บริการค้าประเวณีได้ 6 คน เป็นคนสัญชาติไทย 4 คน และสัญชาติลาว 2 คน โดยพบเป็นเยาวชนหญิง อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 คน พนักงานหญิงบริการที่ขายบริการทางเพศ อายุต่ำสุดเพียง 15 ปี โดยมี น.ส.สมจิตร์ เพชรวิจิตร อายุ 50 ปี และนายอภิรมย์ พึ่งประชา อายุ 36 ปี รับเป็นเจ้าของร้าน โดยขณะตรวจเข้าตรวจสอบพบถุงยางอนามัยใช้แล้วภายในห้องเป็นจำนวนมาก   เบื้องต้นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ได้แจ้งข้อหากับเจ้าของร้าน ดังนี้ 1.ความผิดฐานค้ามนุษย์ 2.เป็นธุระจัดหาหรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี 3.เป็นธุระจัดหา หรือชักพาไปซึ่งเด็กที่มีอายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี 4.เป็นผู้ดูแลหรือผู้จัดการการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณี 5.เป็นผู้สนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา หรือพาไปเพื่อการอนาจาร ซึ่งชายหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม 6.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร 7.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะได้ประสานให้ฝ่ายปกครองในท้องที่ ดำเนินการกับโรงแรมที่มีการใช้เป็นสถานที่ในการกระทำความผิดอาญาในครั้งนี้ด้วย   พร้อมกันนี้มีคำสั่งย้ายด่วนนายตำรวจในพื้นที่ สภ.เมืองอ่างทอง หรือ 4 เสือ โรงพักเมืองอ่างทอง ประกอบไปด้วย พ.ต.อ.มนตรี คชาพรรธน์ ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง พ.ต.ท.สุวัฒชัย ศรีทองสุข รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอ่างทอง พ.ต.ท.อุทัย สุประดิษฐ์อาภรณ์ สวป. พ.ต.ท.บุญสม ใบละมุด สว.สส.   ไปประจำที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง เพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยหรือไม่                 ส่วน พ.ต.ท.เจริญชัย คุณชื่น รอง ผกก.ป. ยังอยู่ระหว่างการลา จึงรอดไปอย่างหวุดหวิด และได้แต่งตั้ง พ.ต.อ.ธวัชชัย เกิดโภคทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pESSFln9dgg

 1,992
สังคม-อาชญากรรม
04 ต.ค. 62

ทลายคาราโอเกะย่านบางรัก จับเจ้าของร้าน-มาม่าซัง ลวงเด็กค้าบริการ

ตำรวจ สน.บางรัก ตรวจสอบคดีค้ามนุษย์ หลังมีเด็กหญิงอายุ 14 ปี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางรัก ถูกชายคนหนึ่งข่มขืนที่โรงแรมในพื้นที่สน.บางรัก จึงได้จับกุมดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี จากสอบสวนทราบว่าได้พาเด็กหญิงมาจากร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในเขตบางรัก   ต่อมาสามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับ น.ส.จันทร์จิรา หรือนก สายแสงจันทร์ อายุ 43 ปี ทำหน้าที่เป็นมาม่าซังจัดหาเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกแจ้งข้อหาว่าค้ามนุษย์   จากนั้นจึงได้ขยายผลจับกุมนายธนภัทร พละเดชานันต์ อายุ 51 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน และเป็นผู้ดูแลร้านคาราโอเกะ   จากการสอบสวนนายธนภัทร ผู้จัดการร้านดังกล่าวให้การรับสารภาพว่า ได้รับหญิงสาวทั้ง 2 คน เป็นพนักงานของร้านคาราโอเกะดังกล่าวจริง มีหน้าที่ในการให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไปที่มาใช้บริการ โดยน.ส.นุ่น สงวนชื่อนามสกุล อายุ 17 ปี ชาว.จ.เลย รับเงินเดือนจากร้านนิวสกายคลับเดือนละ 8,000 บาท ส่วนน.ส.เอ็ม สงวนชื่อนามสกุล อายุ 17 ปี ชาวจ.ร้อยเอ็ด จะได้รับค่าตอบแทนเป็นรายวัน   โดยทั้ง 2 คน จะมีรายได้เพิ่มเติมจากการนั่งดื่มสุรากับลูกค้าในอัตราชั่วโมงละ 200 บาท และจะได้ค่าดื่มอีกแก้วละ 100 บาท หากลูกค้าจะพาเด็กออกจากร้านเพื่อไปสถานที่อื่น ลูกค้าจะต้องจ่ายเงินให้แก่ร้านคาราโอเกะดังกล่าว 700 บาท เพื่อเป็นค่าตัวเด็กที่ลูกค้าต้องการพาออกไป ส่วนค่าตัวของเด็กที่ลูกค้าพาออกไป ลูกค้าจะจ่ายให้แก่เด็กเองจริง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/O0f8s8-zc9E

 4,759
สังคม
04 ต.ค. 62

ทลายคาราโอเกะย่านบางรัก จับเจ้าของร้าน-มาม่าซัง ลวงเด็กค้าบริการ

ตำรวจ สน.บางรัก ตรวจสอบคดีค้ามนุษย์ หลังมีเด็กหญิงอายุ 14 ปี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางรัก ถูกชายคนหนึ่งข่มขืนที่โรงแรมในพื้นที่สน.บางรัก จึงได้จับกุมดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี จากสอบสวนทราบว่าได้พาเด็กหญิงมาจากร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในเขตบางรัก   ต่อมาสามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับ น.ส.จันทร์จิรา หรือนก สายแสงจันทร์ อายุ 43 ปี ทำหน้าที่เป็นมาม่าซังจัดหาเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกแจ้งข้อหาว่าค้ามนุษย์   จากนั้นจึงได้ขยายผลจับกุมนายธนภัทร พละเดชานันต์ อายุ 51 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน และเป็นผู้ดูแลร้านคาราโอเกะ   จากการสอบสวนนายธนภัทร ผู้จัดการร้านดังกล่าวให้การรับสารภาพว่า ได้รับหญิงสาวทั้ง 2 คน เป็นพนักงานของร้านคาราโอเกะดังกล่าวจริง มีหน้าที่ในการให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไปที่มาใช้บริการ โดยน.ส.นุ่น สงวนชื่อนามสกุล อายุ 17 ปี ชาว.จ.เลย รับเงินเดือนจากร้านนิวสกายคลับเดือนละ 8,000 บาท ส่วนน.ส.เอ็ม สงวนชื่อนามสกุล อายุ 17 ปี ชาวจ.ร้อยเอ็ด จะได้รับค่าตอบแทนเป็นรายวัน   โดยทั้ง 2 คน จะมีรายได้เพิ่มเติมจากการนั่งดื่มสุรากับลูกค้าในอัตราชั่วโมงละ 200 บาท และจะได้ค่าดื่มอีกแก้วละ 100 บาท หากลูกค้าจะพาเด็กออกจากร้านเพื่อไปสถานที่อื่น ลูกค้าจะต้องจ่ายเงินให้แก่ร้านคาราโอเกะดังกล่าว 700 บาท เพื่อเป็นค่าตัวเด็กที่ลูกค้าต้องการพาออกไป ส่วนค่าตัวของเด็กที่ลูกค้าพาออกไป ลูกค้าจะจ่ายให้แก่เด็กเองจริง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/O0f8s8-zc9E

 4,759
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ย. 62

เปิดเพจขายทารกโอนจองพร้อมส่ง ตายายปัดขายหลานกิน แจงบ้านยากจน เลยยกให้ ตร.คนดีไม่มีลูกรับอุปการะ

เฟซบุ๊กเพจดัง ดอกจิก V.10 ได้เผยภาพเพจเฟซบุ๊กที่ชื่อ ‘รับอุปการะเด็กจากแม่ที่ท้องไม่พร้อม’ พร้อมแฉกระบวนการของเพจดังกล่าว ที่มีการโพสต์ภาพเด็กทารกแรกเกิด พร้อมประกาศหาคนอุปการะเด็ก โดยอ้างว่าแม่เด็กท้องไม่พร้อม และหลายโพสต์ปรากฎว่ามีข้อความ ระบุคำว่า "โอนจอง" มิหนำซ้ำยังมีการรีวิวคล้ายกับการซื้อขายสินค้าทั่วไป   นอกจากนี้ยังมีการแฉข้อความจากแชท ที่มีคนส่งเข้าไปหาเพจดังกล่าวระบุว่า กำลังตั้งท้องได้ 3-4 เดือน แต่ยังไม่ได้ฝากครรภ์ โดยอ้างว่าคุมกำเนิดแล้วหลุด ไม่พร้อมที่จะเลี้ยงแต่ก็ไม่กล้าที่จะ เอาเด็กออกเพราะกลัวบาป จึงอยากให้ทางเพจช่วยหาคนอุปการะ ซึ่งทางเพจก็ตอบกลับไปว่า “ให้ฝากข้อความไว้จะติดต่อกลับ”   โดยเพจเฟซบุ๊ก ดอกจิก V.10 ระบุว่า การกระทำแบบนี้เข้าข่ายค้ามนุษย์ เพราะการที่จะอุปการะเด็กสักคนมีขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อน ต้องมีการตรวจสอบแบบละเอียดเพื่อคำนึงถึงอนาคตและความเป็นอยู่ของเด็ก ไม่ใช่มายกให้กันง่ายๆ เหมือนลูกหมาลูกแมว หรือขายกันเป็นผักเป็นปลาเช่นนี้   ทั้งนี้เพจรับอุปการะเด็กจากแม่ที่ท้องไม่พร้อม ยังได้โพสต์ภาพเด็กทารกแรกเกิดเพศชายวัย 4 เดือน (โพสต์เมื่อ 20 ส.ค.) พิกัด อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ ติดต่อ และระบุว่า “มีคนรับแล้วค่ะ” ล่าสุดปิดเพจหนีไปแล้ว แต่ยังมีอีกหลายเพจที่เปิดรับอุปการะเด็กลักษณะนี้    ผู้สื่อข่าวไปเจอตาของเด็ก อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์นั้น ยืนยันไม่ได้ขายเด็กแต่อย่างใด โดยก่อนหน้านี้นางสาวเฮเลน แม่ของเด็ก อายุ 21 ปี ร่างกายพิการเป็นใบ้ หูหนวก ได้ตั้งครรภ์กับชายคนหนึ่งไม่รู้เป็นใคร แล้วถูกทิ้ง หลังคลอดก็นำลูกไปให้ยายช่วยเลี้ยงตั้งแต่เกิด โดยยายของเด็กอายุ 32 ปี (มีศักดิ์เป็นอาของนางสาวเฮเลน) มีลูกทั้งหมด 7 คน ช่วงอายุ 12-15 ปี ล่าสุดเพิ่งตั้งครรภ์ลูกคน 8   ยายของเด็กเลี้ยงไม่ไหว ตนจึงไปปรึกษามูลนิธิหนึ่ง แนะนำให้ติดต่อเพจต่างๆ ที่รับอุปการะเด็ก เจอ 4-5 เพจ โดยตนได้ให้ภาพเด็กและเบอร์โทรศัพท์ไป เพื่อให้เพจฯ ประกาศหาคนที่พร้อมรับเด็กไปเลี้ยงดู โดยเพจนั้น ๆ แจ้งว่าจะหาคนทำงานราชการหรือคนรวย ๆ รับเด็กไปดูแลอย่างดี ซึ่งมีคนติดต่อมาหาตนเยอะมาก   กระทั่งได้รู้จักกับดาบตำรวจนายหนึ่ง ติดต่อขอรับเด็กไปอุปการะ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ไม่มีการจ่ายเงินซื้อขายเด็ก มีแต่ซื้อนมให้เพราะความเอ็นดูเท่านั้น ที่ต้องทำแบบนี้เพราะแม่เด็กไม่พร้อมเลี้ยงดูจริง ๆ ตกใจที่เพจดังกล่าวโพสต์ภาพหลานและเบอร์ขอตนในลักษณะซื้อขายเด็ก ทำให้สังคมเข้าใจผิดด่าประณามได้รับความเสียหาย    ขณะที่ยายของเด็ก ยืนยันว่าต้องการหาคนมาอุปการะหลานเท่านั้น ไม่ได้ขายหลานกินหรือรับเงินจากใคร ส่วนทารกรายอื่นๆ ที่เพจนำไปลงมีการซื้อขายกันหรือไม่ตนไม่ทราบ ตอนนี้เครียดมาก ตนเห็นว่าดาบตำรวจเป็นคนดีจึงยกหลานให้ไปอุปการะเพราะเลี้ยงไม่ไหวเพราะตนมีลูกหลานคนแล้วต้องมาเลี้ยงหลานอีก ซึ่งดาบตำรวจได้รับเด็กไปดูแลแล้วไม่ถึงเดือน อยากให้เรื่องมันจบ ๆ ห่วงความรู้สึกของเด็กในอนาคต ข่าวที่ออกไปไม่ใช่ความจริง “หมามันยังรักลูกเลยจะนำเด็กไปขายได้ยังไง”     ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังดาบตำรวจที่รับเด็กทารกไปอุปการะ เผยว่า ตนไม่มีภรรยาแต่อยากมีลูก และพี่สาวของ ตนก็ไม่มีสามีและลูก จึงอยากอุปการะเด็กไว้เป็นลูกบุญธรรม โดยตนรู้จักกับญาติของเด็กเป็นการส่วนตัว และเห็นว่าแม่ของเด็กไม่พร้อมที่จะเลี้ยงจึงได้ติดต่อขออุปการะ โดยไม่ได้ติดต่อ ผ่านเพจดังกล่าวแต่อย่างใด และตนก็ไม่ทราบว่าเพจดังกล่าวนำเรื่องราวไปโพสต์ได้อย่างไร ซึ่งตนได้อุปการะเด็กตั้งแต่ยังไม่คลอด พอคลอดออกมาก็ซื้อนมและของใช้ให้ตลอด และพามาอยู่ด้วยครั้งคราว   ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการรับรองบุตรซึ่งจะต้องรอทางญาติของเด็กมาเซ็น รับรองที่บ้านราชวิถี ก่อนจะรับตัวเด็กมาเลี้ยงดูจริง ๆ ตนและพี่สาวต้องการที่จะอุปการะเด็กจริงๆ ขณะนี้พี่สาวได้ออกจากงานเพื่อเตรียมตัวมาเลี้ยงเด็กโดยเฉพาะ หลังเป็นข่าวรู้สึกกังวลใจ  กลัวว่าเด็กจะมีปมด้อยหวั่นถูกตราหน้า ยืนยันว่าจะอุปการะเด็กต่อไป หลังจากนี้ตนจะเข้าแจ้ง ความเพื่อเอาผิดกับเพจดังกล่าวให้ถึงที่สุด   อย่างไรก็ตามตำรวจ สภ.หัวหิน  ได้ลงพื้นที่ไปบ้านของเด็กทารกคนดังกล่าวสืบหาข้อเท็จจริง และได้เชิญตัวตากับยายของเด็กมาสอบปากคำ สำหรับรายนี้ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีการซื้อขายเด็กหรือค้ามนุษย์แต่อย่างใด โดยผู้ปกครองให้การยืนยันไม่พร้อมดูแลเด็กจึงหาคนรับเด็กไปอุปการะ ซึ่งดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย หากทางผู้ปกครองของเด็ก จะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้โพสต์ หรือผู้แชร์เรื่องดังกล่าว ก็สามารถทำได้เป็นสิทธิ์ของผู้เสียหาย   ล่าสุดผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังผู้หญิงรายหนึ่งที่มาโพสต์ว่าท้องไม่พร้อม ให้เหตุผลว่า "ตนไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะพ่อของเด็กก็ทิ้งไป ตอนนี้ตนต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ทางญาติๆ ก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ตนต้องอาศัยกินนอนในวัดและยังต้องเลี้ยงลูกคนโต อายุ 1 ขวบ 5 เดือนอีก หลังจากโพสต์ไปก็มีคนติดต่อเข้ามาบ้าง   ส่วนเรื่องเงินที่จะให้มา เขาบอกว่าจะคุยกันหลังลูกคลอดแล้ว ตนกลัวเหมือนกันว่าคนจะมากล่าวหาว่า ขายลูกกิน และคนที่มารับลูกไปจะไปทำร้ายลูก แต่ก็ต้องปล่อยให้เขาว่า เพราะตนไม่สามารถเลี้ยงดูได้ ก่อนหน้านี้เคยไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยรับลูกที่กำลังจะคลอดไปดูแล แต่ไม่สำเร็จ เพราะมีเรื่องการดำเนินการตามขั้นตอนที่ยุ่งยาก และตนก็ทำอะไรไม่เป็นเลย จึงต้องกลับมาติดต่อทางเพจดังกล่าว"   ในทางกฎหมาย พันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เปิดเผยว่า การกระทำดังกล่าว ยังไม่มีความชัดเจนว่าเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับ พรบ.คอมพิวเตอร์หรือไม่   แต่จะหลังจากนี้จะไปดำเนินการตรวจสอบ เพราะเชื่อว่าอาจจะมีอีกหลายเพจที่มีการกระทำในลักษณะดังกล่าวพร้อมจะประสานไปยัง กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ว่าเข้าข่ายหรือไม่ ทั้งนี้เพจดังกล่าว ได้เผยแพร่รูปเด็กมาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งต้องตรวจสอบว่าคนที่รับอุปการะเด็กนั้นจะเข้าข่ายมีความผิดด้วยหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6SeextRy-nY

 3,893

Top