ค้นหา :

ผลการค้นหา "ค้ามนุษย์"

สังคม-อาชญากรรม
11 มิ.ย. 62

อลเวง! สาวแจ้งความลูกชายถูกอุ้มหาย แม่ตัวจริงโผล่พร้อมหลักฐาน ยันไม่ใช่โจรขโมยเด็กแต่มารับลูกกลับ ตร.โยงอาจเข้าข่ายค้ามนุษย์

จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพทารก พร้อมข้อความระบุว่า ใครพบเห็นน้องในรูป สงสัยว่ามีคนอุ้ม พาตัวไปจาก น.ส.ศศิธร ชูจิต อายุ 30 ปี แม่ของน้อง หน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยการป้ายยา พร้อมให้เบอร์ติดต่อครอบครัวของเด็ก โดยเหตุเกิดเมื่อวานนี้ (10 มิ.ย.)   ในวันเดียวกัน ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้รับการติดต่อจากหญิงสาว ทราบชื่อ น.ส.อิงอร กล่าวว่าเป็นคนพาเด็กไปและเป็นแม่ตัวจริง จึงได้ประสานไปยัง สภ.กันตัง จ.ตรัง ส่งตัว น.ส.อิงอร พร้อมเด็กเดินทางมายัง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี   จากการสอบสวน น.ส.ศศิธร ยอมรับว่า เด็กชายคนดังกล่าวไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของตนเอง ซึ่งตนเองได้ตั้งครรภ์และแท้งลูก ด้วยไม่อยากมีปัญหากับครอบครัวสามี ตนที่รู้จักกับ อิงอร ที่ประสงค์จะหาผู้เลี้ยงดูบุตรให้ระยะหนึ่ง เนื่องจากมีปัญหาตั้งครรภ์ขณะยังเรียนอยู่ จึงติดต่อขอเป็นผู้เลี้ยงดู สวมรอยว่าเด็กเป็นลูกของตน เพื่อยุติปัญหาไม่ให้ครอบครัวสามีรู้ว่าแท้ง   เช่นเดียวกับ น.ส.อิงอร ที่เดินทางมาถึง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ให้การยืนยันโดยให้ดูแชทที่มีการคุยตกลงกันไว้กับ น.ส.ศศิธร ว่า เรื่องป้ายยาไม่เป็นความจริง และตนเดินทางมาเพื่อรับลูกเท่านั้น ไม่ใช่การขโมย ทั้งนี้ก่อนมีการสรุปว่าใครเป็นแม่ตัวจริง ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวเด็กไปตรวจดีเอ็นเอ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันให้แน่ชัด   ต่อมาวันที่ 11 มิ.ย. 62 พ.ต.อ.วิรุฬห์ สุวรรณวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ฝ่ายสืบสวนสอบสวน เผยถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่าเด็กชายดังกล่าวมีการแจ้งเกิดไปตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2562 จึงทำให้เด็กมีอายุ 2 เดือนเศษ ซึ่งไม่ตรงกับใบแจ้งเกิดของ น.ส.ศศิธร ที่ได้แจ้งเกิดในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 ซึ่งเท่ากับเด็กมีอายุเพียง 1 เดือนเศษ   อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ร่วมประสานกับเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมตรวจสอบข้อมูล ว่าจะเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่ ส่วน น.ส.ศศิธร เบื้องต้นจะถูกดำเนินคดีในประเด็นการแจ้งความเท็จ

 2,846
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 62

สะเทือนใจซ้ำ คาดหนุ่มใหญ่ที่แม่ ด.ญ. 5 ขวบ พาไปให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย เป็นพ่อแท้ๆ ของเด็ก

จากกรณี น.ส.ศุภลักษณ์ อายุ 28 ปี แม่แท้ๆ ของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) วัย 5 ขวบ ที่ถูกพาไปขายบริการให้กับนายวินัย อายุ 52 แลกกับเงิน 200-300 บาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น    ความคืบหน้าวันที่ 23 เม.ย. 62 ตำรวจ สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ได้สอบปากคำแม่ของเด็กตลอดทั้งคืน ก่อนที่ช่วงบ่ายจะคุมตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดฉะเชิงเทราฝากขัง และคัดค้านการประกันตัว     ทั้งนี้ จากการสอบปากคำนายวินัย พบว่า ได้แอบคบหาดูใจกับแม่ของเด็กมาตั้งแต่ปี 2552 ต่อมาฝ่ายหญิงได้มีลูก และคาดว่าเป็นลูกของฝ่ายชายด้วย โดย น.ส.ศุภลักษณ์ แม่ของเด็กก็มั่นใจ เพราะไม่เคยมีสัมพันธ์กับคนอื่น ทุกครั้งเมื่อฝ่ายชายมาเยี่ยม ก็ได้เข้าไปกอด ด.ญ.เอ จนเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงได้มีเพศสัมพันธ์กับ ด.ญ.เอ และ น.ส.ศุภลักษณ์ หลังจากนั้นก็จะมีการนัดเจอกันเรื่อยมา   ส่วนกรณีที่ให้เงินครั้งละ 200-300 บาทนั้น เนื่องจากสงสาร ด.ญ.เอ กับ น.ส.ศุภลักษณ์ เนื่องจากต้องการเลี้ยงดู แต่ตนเองมีครอบครัวแล้วจึงไม่สามารถมาอยู่ด้วยกันได้ โดยจะให้เงินทุกครั้งที่นัดมาเจอกัน อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง หลังจากมีเพศสัมพันธ์กัน    นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัตินายวินัย พบว่ามีประวัติการรักษาทางจิตเวช เมื่อปี 2558 เนื่องจากมีอาการหมกหมุ่นทางจิต แต่ตำรวจมั่นใจว่าไม่สามารถนำมาต่อสู้ได้เพราะขณะเกิดเหตุฝ่ายชายมีสติสัมปชัญญะครบทุกอย่าง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง แม่พาลูกสาว 5 ขวบ เร่ขายบริการชายวัย 52 แลกเงินไม่กี่ร้อย ตร.บุกจับขณะล่วงละเมิดทางเพศท้ายรถกระบะ      

 36,040
ข่าวภูมิภาค
23 เม.ย. 62

แม่พาลูกสาว 5 ขวบ เร่ขายบริการชายวัย 52 แลกเงินไม่กี่ร้อย ตร.บุกจับขณะล่วงละเมิดทางเพศท้ายรถกระบะ

ฉะเชิงเทรา-ตำรวจจับกุม นางสาวศุภลักษณ์ ผาสุข อายุ 28 ปี แม่ของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ ) อายุ 5 ปี และนายวินัย พรหมทองสุข อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาในคดีกระทำชำเรา ด.ญ.เอ (นามสมมติ)   โดยชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เห็นพฤติกรรมของนายวินัย และนางสาวศุภลักษณ์ มานานแรมปี แต่ก็ไม่มั่นใจและไม่คิดว่าคนเป็นแม่จะกล้าทำแบบนี้ จนชาวบ้านมั่นใจว่า ด.ญ.เอ ถูกนายวินัยกระทำอนาจารจริง จริงร้องขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา   ก่อนชุดสืบสวนตำรวจภูธรพนมสารคาม จะลงพื้นที่หาข่าวจนมั่นใจ ว่านางสาวศุภลักษณ์ จะนำ ด.ญ.เอ ซึ่งเป็นลูกสาว มาขายบริการทางเพศให้กับนายวินัย ในราคา 200-300 บาท ในทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังกับทหารชุดรักษาความสงบประจำอำเภอพนมสารคาม , ฝ่ายปกครองและพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา บุกรวบ 2 ผู้ต้องหาและช่วย ด.ญ.เอ วัย 5 ปี เมื่อเวลาประมาณ 19.40 น. คืนวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา   โดยเจ้าหน้าที่พบนายวินัยนั่งอยู่ท้ายรถ ในสภาพนุ่งกางเกงแต่ซิปและตะขอกางเกงหลุดออก ส่วน ด.ญ.เอ นอนอยู่ท้ายรถกระบะ ไม่สวมใส่กางเกงใน โดยมีผ้าห่มคลุมอยู่ จึงได้ควบคุมตัวนายวินัย พร้อมของกลางที่อยู่บริเวณด้านท้ายรถยนต์กระบะ   นายวินัย ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่า ล่วงละเมิดทางเพศ ด.ญ.เอ จริง โดยใช้อวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในช่องทวารหนักทุกครั้ง แต่บางครั้งก็จะใช้อวัยวะเพศชายปลอมแทน โดยมีนางสาวศุภลักษณ์ ซึ่งเป็นแม่ของเด็กพามาส่งในซอยเปลี่ยวนี้ หรือบางครั้งก็จะนัดแนะพากันไปที่โรงแรม ซึ่งหลังเสร็จกิจก็จะให้เงินหรือสิ่งของเป็นการตอบแทน ผู้ต้องหายังเผยอีกว่าตนเอง ได้รู้จักกับนางสาวศุภลักษณ์ แม่ของ ด.ญ.เอ มานานหลายปีและก็คบกันในเชิงชู้สาวโดยไม่มีใครรู้จนมาถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจับกุมตัวได้   เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ศุภลักษณ์ ผาสุข แม่ของ ด.ญ.เอ ในข้อหาการค้ามนุษย์ กระทำความผิดฐาน เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่ายพามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยว กักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ้งบุคลคลใด โดยข่มขู่ ใช้กำลัง บังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือโดยให้เงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลบุคคลนั้น เพื่อให้ปกครองหรือผู้ดูและให้ความยินยอมแก่ผู้กระทำความผิดในการแสวงหาประโยชน์จากบุคคลที่ตนดูแล   ส่วนนายวินัย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหา กระทำความผิดฐาน กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช้ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช้ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้นำตัว ด.ญ.เอ ออกนอกพื้น เพื่อที่ไปดูแลรักษาเยี่ยวยาสภาพจิตใจต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nizurIck0OU

 10,168
สังคม-อาชญากรรม
22 เม.ย. 62

สลด พ่อแท้ๆลวงลูกวัย 13 ให้เฒ่าวัย 65 ขยี้กามแลกกัญชา

จากกรณีนายสุรชัย สุขเขียวอ่อน ผู้อำนวยการมูลนิธิบ้านนกขมิ้น โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก @ครูอ๊อด ขออาสา เปิดเผยเรื่องราวกรณีเด็กสาวรายหนึ่งอายุ 13 ปี ถูกล่อลวงไปล่วงละเมิดทางเพศ เป็นประจำทุกอาทิตย์ โดยพ่อแท้ ๆ ก็รู้เห็นเป็นใจ ด้วยเพื่อแลกกับกัญชา   ความคืบหน้าตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในเพิงพักชั่วคราว ภายในชุมชนบึงพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง พบเด็กสาววัย 14 ปี และเด็กสาววัย 13  ปี พักอาศัยอยู่ในชุมชนดังกล่าว จึงได้ทำการช่วยเหลือคัดแยกเด็กออกมาเพื่อเข้าสู่ขบวนการซักถามตามขั้นตอน   จากการตรวจสอบพบว่าเด็กทั้งสองรายพักอาศัยอยู่กับพ่อวัย 62 ปี ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพแวดล้อม พบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุ จึงดำเนินการให้ความช่วยเหลือเด็กหญิงทั้งสองราย ให้อยู่ในความดูแลของสหวิชาชีพ นักสังคมสงเคราะห์ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งนี้ได้นำตัวเด็กสาวทั้งสองรายไปทำการตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ   หลังพบข้อมูลในทางการสืบสวนว่าเด็กทั้งสองราย อาจตกเป็นเหยื่อจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และส่งมอบเด็กทั้ง 2 คน ให้บ้านพักเด็กรับไปคุ้มครองดูแล ให้อยู่ในความปลอดภัย ในส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด ได้ซักถามปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของผู้นำชุมชน เพื่อนบ้านหรือพยานแวดล้อมต่าง ๆ พร้อมกันนี้อยู่ระหว่างการรอผลตรวจทางแพทย์ และขั้นตอนสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งหากพบว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเคร่งครัดต่อไป   มีรายงานว่าชุดสืบสวนพบผู้ต้องสงสัย 1 ราย ซึ่งเป็นชายอายุ 65 ปี พักอาศัยอยู่ในชุมชนดังกล่าว โดยเด็กหญิงวัย 13 ปี ให้ถ้อยคำยืนยันต่อหน้าสหวิชาชีพและนักสังคมสงเคราะห์ ว่าพ่อของตนเองได้ออกอุบายล่อลวงเพื่อให้ชายวัย 65 ปี คนนี้ ลงมือข่มขืนกระทำชำเราเพื่อแลกกับกัญชา ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้ทางพนักงาน บก.ปคม.อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_8dRfupvCZE

 59,799
ข่าวภูมิภาค
03 เม.ย. 62

ทลายซ่องเชียงราย เปิดร้านคาราโอเกะบังหน้า บังคับสาวพม่าค้ากาม เจอบัญชีจ่ายส่วย

เชียงราย-จนท.สนธิกำลังบุกช่วยเหลือหญิงสาวซึ่งตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ภายในร้านสาวพานคาราโอเกะ ถนนทางหลวงหมายเลข 1 เส้นทางเชียงราย-พะเยา อ.พาน จ.เชียงราย   พบหญิงสาวชาวเมียนมา อายุต่ำกว่า 18 ปี มาขายบริการทางเพศ แต่จากการสอบถามทราบว่ามีอายุเพียง 17 ปี เท่านั้น ต้องทำงานตั้งเเต่ 2 ทุ่ม จนถึงตี 2 หรือจนกว่าเเขกที่มาใช้บริการจะหมด โดยจะได้มีค่าบริการแบบชั่วคราว 1,100 บาท หักให้เเม่เล้า 300 บาท เเละค่าโรงเเรม 100 บาท เเต่ส่วนต่าง 700 บาท จะไม่ได้รับเงินทันที เเม่เล้าหรือเจ้าของร้านจะเก็บไว้   หากเป็นการซื้อบริการเเบบค้างคืน จะคิดในราคา 2,500 บาท หักค่าเเม่เล้า 500 บาท ไม่สามารถเบิกเงินมาใช้ได้เช่นกัน จึงต้องจำอยู่ในสภาพที่ต้องอดทนขายบริการทางเพศ ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้เงินที่ทำงานไปก่อนหน้านี้   จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือหญิงสาว 3 รายที่ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ พร้อมควบคุมตัวเจ้าของร้านไปสอบสวนขยายผลส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีของกลางเป็นกล่องถุงยางอนามัยจำนวนมาก และสมุดบัญชีรายจับรายจับจ่าย บัญชีรายชื่อเด็กสาว พร้อมบัญชีจ่ายส่วยให้กับเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน   โดยทีมสหวิชาชีพจะประชุมร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งส่งหญิงสาวทั้งหมด ตรวจร่างกาย เพื่อนำหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบ หากปรากฎว่าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็จะนำตัวนายสุทัศน์ ส่งพนักงานสอบสวนเจ้าของพื้นที่ดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์ต่อไป   นอกจากนี้ในส่วนสมุดบัญชีที่เจ้าของร้านบันทึกว่ามีการจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่รัฐนั้น จะส่งเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามระเบียบสำนักนายกรัฐมันตรี ว่าด้วยการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ให้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ตรวจสอบเพื่อเอาผิดทางวินัยด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/96jJec0s2vg

 3,956
ข่าวภูมิภาค
13 ก.พ. 62

รวบแม่เล้ากะเทยเฒ่า ฉายา 'เจ๊เก่ง พัทยา' ลอบค้ามนุษย์ นำ 5 ด.ช.ส่งให้ลูกค้าต่างชาติ

เชียงใหม่-ตร.จับกุมนายอนันต์สิทธิ์ สารเก่ง อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดพะเยา ในความผิดฐาน ค้ามนุษย์ฯบุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปีและเกินสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหาพาไปเพื่อการอนาจารเพื่อให้บุคคลนั้นค้าประเวณี,พรากเด็กไปเพื่อหากำไรเพื่ออนาจาร,พรากผู้เยาว์เพื่อหากำไรเพื่อการอนาจาร   สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) สืบทราบว่า นายอนันต์สิทธิ์ สารเก่ง หรือหนานเวิ้น หรือเจ๊เก่ง พัทยา มีพฤติกรรมจัดหาเด็กชายเพื่อสนองความใคร่ให้กับแขกที่มีรสนิยมไม้ป่าเดียวกัน จึงวางแผนให้สายชาวต่างชาติทำการล่อซื้อ โดยให้นายอนันต์สิทธิ์นำเด็กมาส่งให้จำนวน 5 คน ในราคา 14,000 บาท ที่ รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพัทยา จ.ชลบุรี   ต่อมาเวลาประมาณ 12.30 น. นายอนันต์สิทธิ์ได้เดินทางมาพร้อมกับเด็กจำนวน 5 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ (บก.ปคม.) จึงได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุมและพบว่าเด็กที่นายอนันต์สิทธิ์นำมานั้นมีอายุ 14 ปี 1 คน / 15 ปี 2 คน / 16 ปี 1 คน / และ18 ปี 1 คน ต่อมาศาลมีคำสั่งพากษาให้จำคุก นายอนันต์สิทธิ์ จึงได้หลบหนีไป   จากการสืบสวนของ บก.ป. ทราบว่า ผู้ต้องหาหลบมาอยู่กับเพื่อนใน จ.เชียงใหม่ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบต่อมาสามารถจับกุม นายอนันต์สิทธิ์ ได้ที่ริมถนน หัสดิเสวี ปากซอย 4 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นำตัวส่งศาลอาญาดำเนินคดีต่อไป   จากการสอบถาม นายอนันต์สิทธิ์ให้การว่าตนได้กระทำความผิดในคดีนี้จริง โดยหลังจากศาลอาญาให้ประกันตัวแล้วตนได้ไปขึ้นศาลตามนัดหลายครั้งภายหลังเห็นว่าต้องติดคุกแน่นอน จึงตัดสินใจหลบหนี โดยหลบหนีมาอยู่กับพรรคพวกย่านสันติธรรมที่จังหวัดเชียงใหม่ และมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฏหมายได้ในที่สุด สำหรับคดีนี้ให้จับกุมผู้ต้องหามาเพื่อบังคับตามผลคำพิพากษา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BtFyNYXlYh8

 1,472
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.พ. 62

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง 'หญิงไก่' คดีค้ามนุษย์ เจ้าตัวดีใจร่ำไห้ก้มกราบศาล

ศาลอาญา นัดอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ จำเลยความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยกระทำแก่บุคคอายุเกิน 15 ปี ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551   กรณีเมื่อเดือนมิถุนายน 2549 ถึงปลายเดือนตุลาคม 2553 จำเลยได้หลอกนางสาดาลิน หล้าคำ ,นางสาวกาญจนา ปองลาภสุนทร และนางสาวขวัญจิรา จิรสกุลโชคชัย ผู้เสียหายที่ 1-3 มาทำงานเป็นคนรับใช้ บังคับใช้แรงงานตั้งแต่ ตี 5 ถึง 22 นาฬิกา โดยไม่มีวันหยุดและไม่จ่ายค่าจ้าง แล้วยังข่มขู่ผู้เสียหาย หากไม่ยอมทำงานจะแจ้งตำรวจจับบิดามารดา    คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 เห็นว่าผู้เสียหายที่ 1 และ 3 พยานหลักฐานยังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีพฤติการณ์ข่มขู่ หรือเข้าข่ายความผิดตามฟ้อง เนื่องจากไม่มีการยึดบัตรประชาชน และการทำงานเป็นไปด้วยความสมัครใจ และยังไม่มีพยานหลักฐานพิสูจน์ว่าผู้เสียหายต้องทำงานต่อเนื่องตั้งแต่ ตี 5 ถึง 22 นาฬิกา จริง   ส่วนประเด็นที่อ้างว่าจำเลยข่มขู่บิดาของผู้เสียหายที่ 3 ว่า หากลูกสาวไม่ยอมทำงานต่อ จะดำเนินคดีกับบิดาและมารดา ในประเด็นนี้ก็ไม่มีหลักฐานแน่ชัด จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นการข่มขู่ เพื่อแสวงหาจากการบังคับใช้แรงงาน เเต่ในส่วนผู้เสียหายที่ 2 พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบรับฟังได้ว่า จำเลยยึดบัตรประชาชน จำเลยที่ 2 มาเก็บไว้ และจำเลยไม่จ่ายค่าจ้างเดือนละ 6,000 บาท ตามที่ตกลงกันไว้ เเละยังไม่ส่งผู้เสียหายที่ 2 ให้เรียนพยาบาลตามที่เคยตกลงกันไว้ ซึ่งพิจารณาเเล้ว ถึงแม้งานดังกล่าวจะไม่หนักมาก ผู้เสียหายเพียงคนเดียว ย่อมสามารถกระทำได้   แต่การยึดบัตรประชาชนไว้ จำเลยมีเจตนาหาประโยชน์โดยมิชอบจากการใช้แรงงาน จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ พิพากษาจำคุก 4 ปีแต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีจึงลดโทษให้ 1 ใน 4 เหลือจำคุก 3 ปี และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายที่ 2 เป็นเงิน 590,007 บาท   โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนางมณตา จากทัณฑสถานหญิงกลางบางเขนมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า คดีนี้โจทย์ฟ้องจำเลยฐานค้ามนุษย์ โดยบังคับใช้แรงงาน ตามพ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 ต้องเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เป็นธุระจัดหากักขังหน่วงเหนี่ยว โดยข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ หรือโดยให้เงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้ปกครอง หรือบุคคลนั้น   แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยจัดให้ผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นเด็กพักอาศัยในคอนโดประชานิเวศน์ ให้ทำงานบ้าน ซึ่งนอกจากผู้เสียหายที่ 2 แล้ว ยังมีผู้เสียหายที่ 1 และ 3 ทำงานบ้านเช่นเดียวกัน ทั้ง 3 แบ่งหน้าที่กันทำช่วยดูแลจำเลยกับบุตรเพียง 2 คนเท่านั้น เชื่อว่างานที่ผู้เสียหายทำไม่หนักมาก และยังได้ความจากผู้เสียหายที่ 2 ว่าจำเลยให้เงินครั้งละ 1 พันบาท ให้โทรศัพท์ ให้ค่าเดินทางกลับบ้าน 2 พันบาท และโอนเงินให้อีก 5 พันบาท พาไปเที่ยวต่างจังหวัดบางครั้ง   อีกทั้งเวลาว่างสามารถออกไปซื้อของข้างนอกได้ แสดงว่าผู้เสียหายที่ 2 มีอิสระ ไม่ได้ถูกกักขังแม้จะปรากฏว่าจำเลยชวนผู้เสียหายที่ 2 มาทำงาน จำเลยอ้างว่าจะส่งเสียให้เรียนพยาบาล กลับมอบเงินให้บิดามารดา 5 พันบาท จนยินยอมให้พาผู้เสียหายไปทำงาน แต่เมื่อไปแล้วกลับไม่ส่งเสียให้เรียน และไม่จ่ายค่าจ้าง รวมทั้งนำบัตรประชาชนมาเก็บไว้ก็ตามแต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏจากการนำสืบว่าระหว่างที่ผู้เสียหายทำงานกับจำเลยนั้น จำเลยได้กระทำการใด อันเป็นการข่มขืนใจให้ผู้เสียหายทำงาน   โดยทำให้ผู้เสียหายจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน หรือขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย หรือทำให้ผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้แต่อย่างใดกับได้ความจากผู้เสียหายที่ 2 เองว่าจำเลยเป็นคนโมโหง่าย แต่ไม่เคยบังคับข่มขู่ให้ทำงาน ข้อเท็จจริงที่โจทย์นำสืบมายังฟังไม่ได้ว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ โดยการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ การกระทำของจำเลยจึงไม่ครบองค์ประกอบ การกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 (2)ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ ไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น   สำหรับคดีส่วนแพ่ง เมื่อฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิด จำเลยจึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายที่ 2 ศาลพิพากษากลับยกฟ้องภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา นางมณตา ร้องไห้ด้วยความดีใจ ก่อนทรุดลงกับพื้นและก้มลงกราบศาล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fJzHKV7Vu20

 977
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.พ. 62

รวบ ‘เจ๊เก่ง พัทยา’ แม่เล้าค้ากามเด็กชาย หนีศาลกบดานเชียงใหม่

วันที่ 12 ก.พ. 62 ตำรวจกองปราบจับกุมตัว นายอนันต์สิทธิ์ สารเก่ง อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 820/2561 ลงวันที่ 14 ก.พ. 2561 ได้ริมถนนหัสดิเสวี ปากซอย 4 ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน ค้ามนุษย์ฯบุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปีและเกินสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหาพาไปเพื่อการอนาจารเพื่อให้บุคคลนั้นค้าประเวณี, พรากเด็กไปเพื่อหากำไรเพื่ออนาจาร, พรากผู้เยาว์เพื่อหากำไรเพื่อการอนาจาร    สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 61 ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) สืบทราบว่า นายอนันต์สิทธิ์ สารเก่ง หรือ หนานเวิ้น หรือ เจ๊เก่ง พัทยา มีพฤติกรรมจัดหาเด็กชาย สนองความใคร่ให้กับแขกที่มีรสนิยมไม้ป่าเดียวกัน    จึงวางแผนให้สายชาวต่างชาติทำการล่อซื้อ โดยให้นายอนันต์สิทธิ์ นำเด็กมาส่งให้จำนวน 5 คน ในราคา 14,000 บาท ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพัทยา ต่อมา เวลาประมาณ 12.30 น.นายอนันต์สิทธิ์ ได้เดินทางมาพร้อมกับเด็ก 5 คน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุม และพบว่าเด็กที่นายอนันต์สิทธิ์ นำมานั้นมีอายุ 14 ปี 1 คน , 15 ปี 2 คน , 16 ปี 1 คน และ 18 ปี 1 คน    ต่อมาศาลมีคำสั่งพิพากษาให้จำคุก นายอนันต์สิทธิ์ จึงได้หลบหนีไปจากการสืบสวนของ บก.ป. ทราบว่า ผู้ต้องหาหลบมาอยู่กับเพื่อนใน จ.เชียงใหม่ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบต่อมาสามารถจับกุม โดยนำตัวส่งศาลอาญาดำเนินคดีต่อไปต่อไป   นายอนันต์สิทธิ์ ให้การว่าตนได้กระทำความผิดในคดีนี้จริง โดยหลังจากศาลอาญาให้ประกันตัวแล้ว ก็ได้ไปขึ้นศาลตามนัดหลายครั้งภายหลังเห็นว่า ต้องติดคุกแน่นอน จึงตัดสินใจหลบหนี โดยหนีมาอยู่กับพรรคพวก ย่านสันติธรรม จ.เชียงใหม่ และถูกตำรวจกองกำกับการ 2 กองปราบปราม ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามคำพิพากษาของศาลที่ให้จำคุก 12 ปี  

 1,913
ข่าวภูมิภาค
28 ธ.ค. 61

รวบสองผัวเมียเจ้าของร้านคาราโอเกะ ย่านเคหะบางพลี ลอบนำเด็กสาวค้ากาม

สมุทรปราการ-เจ้าหน้าที่ปกครองนำกำลังเข้าตรวจสอบภายในร้านเจ๊รินคาราโอเกะ ตั้งอยู่ในเคหะบางพลี หลังได้รับการร้องเรียนจาก NGO ด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ว่า ร้านดังกล่าวมีการค้าประเวณีเด็ก จึงได้วางแผนล่อซื้อ จากการตรวจสอบพบว่าร้านดังกล่าวมีนายมงคลชัย ธรรัตนกุล อายุ 45 ปี และนางสาวจริยา ภู่เสือ อายุ 42 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ เป็นเจ้าของด้านในร้าน   พบมีพนักงานทั้งหมดเป็นหญิงสาวจำนวน 9 คน ในจำนวนนั้นเป็นเด็กอายุ ต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 คน คืออายุ 17 ปี 1 คน อายุ 16 ปีจำนวน 2 คน จึงมีความผิดฐานค้ามนุษย์ ส่วนพนักงานทีเหลืออีก 6 คน มีอายุตั้งแต่ 18 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี ซึ่งมีความผิดฐานค้าประเวณี และจากการตรวจสอบพบว่าร้านคาราโอเกะดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการคาราโอเกะแต่อย่างใด   ตรวจค้นภายในร้านยังพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดเดียวกันจำนวน 6 นัด และถุงยางอนามัยอีกจำนวนมาก จึงตรวจยึดเอาไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวสองสามีภรรยา เจ้าของร้านคาราโอเกะดังกล่าว มาทำการสอบสวนและดำเนินคดีในข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันค้ามนุษย์ ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณีฯ ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551   ส่วนพนักงานที่พบในร้านทั้งหมด เจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้มารับตัวไปฟื้นฟูและให้การช่วยเหลือต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FGuKh3B2qBw

 3,815
สังคม-อาชญากรรม
27 ธ.ค. 61

สาว15 ยันสมัครใจขายตัวเลี้ยงลูก ชี้ลูกค้าส่วนใหญ่ ตร.-ทหาร วอนช่วยพี่สาวโดนข้อหาหนักค้ามนุษย์

จากกรณีที่นางสาวเอ อายุ 15 ปี และแม่เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ นายขจรศักดิ์ เบ็ญชัย สมาชิกอบจ.สกลนคร และทนายความเพื่อปรึกษาขอความช่วยเหลือ แก้ข้อกล่าวหาให้พี่สาวหลังถูกจับพาน้องค้ากาม โดนข้อหาหนักค้ามนุษย์ ห้ามประกันตัวนานร่วมเดือนนั้น   วานนี้ (26 ธ.ค.) นางสาวเอ ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา ตนได้รับโทรศัพท์ว่ามีคนต้องการ ร่วมหลับนอนด้วย 2 คน ในราคาคนละ 1,600 บาท จึงได้ชวนพี่สาว อายุ 28 ปี ไปร่วมหลับนอนกับชายที่โทรมาด้วยในวันที่ 28 ต.ค. ซึ่งมีการนัดไว้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ถนนบาบาส สกลนคร-กาฬสินธ์ เมื่อไปถึงพบชายทั้งสองคนที่ตกลงกันอยู่คนละห้อง และชายอีกคนบอกว่าเพื่อนอีกคนไม่สามารถร่วมหลับนอนด้วยได้เพราะเมามาก จึงต้องการเฉพาะตนคนเดียว   และได้มีการให้ค่าเสียเวลามา ซึ่งขณะที่ชายคนดังกล่าวกำลังยื่นเงินให้พี่สาว ตนเห็นว่าส่วนหนึ่งเป็นเงินค่าตัวของตนเองด้วย จึงเอื้อมมือจะไปหยิบแต่ชายคนดังกล่าวกลับสะบัดออกเล็กน้อยแล้วยื่นพี่สาวตนแทน ก่อนที่จะบอกว่าให้พี่สาวตนรับรวมกันไปเลย จากนั้นตนก็เปิดประตูเข้าห้องไปกลับพบชาย 4 คน ที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจ ก่อนที่จะทำการจับกุมตนกับพี่สาว และนำตัวมาที่ สภ.เมืองสกลนคร พร้อมแจ้งข้อหาพี่สาวเป็นผู้จัดหา หรือชักพาไปกระทำการค้าประเวณี เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และชักจูง (ค้ามนุษย์)   ซึ่งไม่เป็นความจริง พี่สาวตนไม่ได้เป็นนายหน้าค้ามนุษย์ ตามที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นเพียงคนที่ขายบริการด้วยกันเท่านั้น และยืนยันว่าไม่มีใครชักนำใครไปขายบริการ หรือหลอกล่อไป เพราะตนทั้งสองสมัครใจที่จะรับงานเอง ต่างคนก็ต่างแสวงหาจึงอยากออกมาขอความเป็นธรรมให้กับพี่สาว   นางสาวเอ ยังบอกอีกว่า ตนเพิ่งเริ่มทำอาชีพนี้ได้ประมาณ 1 เดือน เคยรับแขกมา 4-5 ครั้ง ซึ่งเมื่อเวลามีแขกติดต่อมาซื้อบริการจะเป็นการติดต่อกับนายหหน้าอีกคน แล้วนายหน้าก็จะติดต่อมาหาตนอีกที โดยการบอกข้อมูลแขกเพียงแค่ชื่อที่เป็นอักษรย่อ สถานที่ และหมายเลขห้อง ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นทหาร หรือไม่ก็เป็นตำรวจ อายุประมาณ 40 ปี   ส่วนสาเหตุที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่า ไม่มีเงินซื้อนมและแพมเพิสให้ลูก เพราะฐานะทางบ้านยากจน พี่สาวก็ไม่มีงานทำ และสงสารลูกจึงตัดสินใจรับงานขายบริการ   ด้านผู้เป็นแม่ เผยว่า ก่อนหน้านี้ตนไม่ทราบเลยว่าลูกสาวทั้ง 2 คนแอบไปขายบริการ กระทั่งถูกจับ ซึ่งตนคิดว่าสาเหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะความยากจน ทั้งนี้เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วตนยอมรับในความผิดเรื่องขายตัวว่าลูกทำจริง แต่เรื่องที่ลูกสาวคนโตโดนจับข้อหาค้ามนุษย์นั้น ตนมั่นใจว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะเอาน้องไปขาย ไม่มีใครเป็นนายหน้า ไม่ใช่ค้ามนุษย์แน่นอน   ตอนนี้ตนเป็นทุกข์มากเพราะเป็นข้อหาค้ามนุษย์เป็นข้อหาที่รุนแรง ทำเรื่องขอประกันตัวไม่ได้ลูกสาวคนโตต้องติดคุกมา 2 เดือนแล้ว ตนจึงออกมาร้องเรียนเพื่อความเป็นธรรมให้กับลูกสาว โดยขอให้มีการสอบสวนใหม่อย่างละเอียด และอยากให้มีการต้องข้อหาตรงกับความผิดที่แท้จริง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kRXzASGm5Kw

 18,912
ข่าวภูมิภาค
26 ธ.ค. 61

สาว 15 ขายตัวหาเงินเลี้ยงลูก ก่อนโดนล่อซื้อ โอดพี่สาวโดนข้อหาหนักค้ามนุษย์ ติดคุกไม่ได้ประกัน

สกลนคร-แม่และนางสาวเอ ลูกสาวอายุ 15 ปี เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ นายขจรศักดิ์ เบ็ญชัย สมาชิกอบจ.สกลนคร และ ทนายความ เพื่อปรึกษาขอความช่วยเหลือ   สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา น.ส.เอ เผยว่า ได้รับโทรศัพท์ว่ามีคนต้องการ ร่วมหลับนอนด้วย 2 คน ในราคาคนละ 1,600 บาท จึงได้ชวน น.ส.ซี (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี พี่สาวไปร่วมหลับนอนกับชายที่โทรมาด้วย ในวันที่ 28 ต.ค. โดยนัดไว้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ถนนบาบาส สกลนคร-กาฬสินธุ์   เมื่อไปถึงพบชายที่ตกลงกันอยู่คนละห้อง โดยชายอีกคนบอกว่า ไม่ต้องการแล้วเพราะเมา จึงต้องการเฉพาะตนคนเดียว จากนั้นเมื่อเข้าไปในห้องพบชาย 4 คน อ้างเป็นตำรวจ ทำการจับกุม ก่อนนำตัวมาที่ สภ.เมืองสกลนคร และแจ้งข้อหาพี่สาวเป็นผู้จัดหา หรือชักพาไปกระทำการค้าประเวณี เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และชักจูง (ค้ามนุษย์)   นางสาวเอ เผยต่อว่า ตนทั้งสองสมัครใจที่จะรับงานเอง ไม่ได้ถูกชักจูง เคยทำด้วยกันมา 4-5 ครั้งแล้ว และครั้งนี้ยอมรับว่าคลอดลูกใหม่ ไม่มีเงินซื้อนมลูกและแพมเพิสให้ลูก เพราะฐานะทางบ้านยากจน พ่อแม่ก็รับจ้างล้างห้องน้ำ ในสถานี บขส.สกลนคร พ่อเป็น รปภ. พี่สาวก็ไม่มีงานทำ และสงสารลูกจึงตัดสินใจรับงานขายบริการ   ด้านแม่เผยว่า เกิดมาคงไม่มีใครอยากลำบากยากจน ลูกคนเล็กก็เรียนไปไม่จบ ต้องขายตัวเลี้ยงลูก สามีก็ชีวิตลำบากมาก ลูกสาวคนที่ถูกจับว่าค้ามนุษย์ มองว่ารุนแรงมาก เพราะประกันตัวไม่ได้ ต้องติดคุกมา 2 เดือนแล้ว เคยร้องเรียนไปทั้งศูนย์ดำรงธรรมเรื่องก็ยังเงียบ ยอมรับว่าไปค้าประเวณีจริง แต่ไม่มีใครเป็นนายหน้า ไม่ใช่ค้ามนุษย์ ตนคิดว่าตั้งข้อหาหนักเกินไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rrICoN258e0

 12,876
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
19 ต.ค. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 19 ต.ค.61 จำคุกแม่เล้าแก๊งนกฮูก-ฟองสบู่อสังหา-ปิคอัพชนคู่รักดับสยอง-หนังนาคี2ฟีเวอร์

-ศาลอาญาพิพากษาแก๊งแม่เล้านกฮูกน้ำเพียงดิน-ดาบยุทธ คดีค้ากามแม่ฮ่องสอน ดาบยุทธโดนจำคุก 309 ปี เพราะเป็น จนท.ทำผิดเสียเอง แม่เล้า 2 คนโดนคนละ 183 ปี แต่โทษสูงสุดจำคุกได้ 50 ปี สั่งชดเชยเหยื่อ 1.3 ล้านบาท   -คดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ศาลพิพากษาจำคุก 27 ปี ทหารยศพันเอก อดีตรอง ผอ.กอ.รมน.ส่วนหน้า จ.สตูล และนาวาเอก สังกัดกองทัพเรือภาค 3 ในความผิดฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาจากบังคลาเทศ-เมียนมา ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว   -ปิคอัพชนตามด้วยเก๋งทับดับสยอง 2 หนุ่มสาวคู่รัก ทะเลาะกันกลางถนนที่สัตหีบ วงจรปิดจับภาพได้ชัดเจน ยื้อยุดฉุดกระชากจนไปนั่งบนถนน ก่อนกระบะพุ่งชนไกล 10 เมตร แล้วรถเก๋งแล่นทับซ้ำ เพื่อนบอกนั่ง จยย.ซ้อน 4 คู่รักเมากันทั้งคู่ หลังเกิดเหตุคนขับรถ 2 คันหลบหนี ตร.เร่งล่าตัว (คู่รักทะเลาะกันกลางถนน ถูกกระบะชนกระเด็น เก๋งขับตามมาทับร่างดับคู่)   -ปฏิกิริยาของหลายฝ่ายหลัง ผบ.ทบ.ไม่รับประกันว่าจะไม่รัฐประหาร พลอากาศเอกชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ.เผยเป็นการพูดที่มีเหตุผล ชี้ทหารไม่อยากปฏิวัติอยู่แล้ว ถ้าทุกคนอยู่ในกติกาก็จะไม่เกิดปัญหา บิ๊กป้อมมองว่าไม่ใช่การขู่ ชี้ถ้าทุกอย่างสงบก็ไม่มีอะไร เชื่อไม่กระทบบรรยากาศการเมือง มท.1 หวังให้ประเทศไม่ขัดแย้ง   - จาตุรนต์ แกนนำเพื่อไทย จวก พลเอกอภิรัชต์มีทัศนคติต่ำกว่ามาตรฐานของ ผบ.ทบ.คนอื่นๆ ขาดวุฒิภาวะผู้นำ ไม่มีความรู้ด้านการเมือง ส่งผลกระทบต่อการลงทุน นานาชาติขาดความเชื่อมั่น อภิสิทธิ์เผยไม่มีใครอยากให้เกิดจลาจล มองตามประวัติศาสตร์การเมือง ไม่ควรชี้นิ้วต่อว่าใครเป็นต้นเหตุ   -นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศระบุมีผู้นำต่างชาติประสงค์เข้าหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์หลายราย ระหว่างประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรปที่เบลเยี่ยม เพราะนานาชาติเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯอีกสมัยของไทย   -เตือน ฟองสบู่อสังหาเดือนกันยายนมาแล้ว ชี้มีเปิดตัว 60 โครงการใหม่ มูลค่า 98,000 ล้านบาทในเดือนเดียวถือว่ามหาศาล เกิดฟองสบู่ชัดเจน ยังมีอีก 369 โครงการรอเปิดขาย   -สมคิดสั่งใช้ยาแรง ฟรีวีซ่ายกเว้นค่าธรรมเนียม ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง 2,000 บาทให้ นทท.21 ชาติรวมทั้งจีน ฟื้นการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น หวังให้ นทท.จีนกลับมาตามเป้าหมาย แต่ รมว.ท่องเที่ยวเห็นต่าง ไม่ควรลดแลกแจกฟรี ควรผลักดันมาตรการความปลอดภัยให้สำเร็จก่อน ด้านผู้ว่าฯ ททท.บอกแคมเปญส่งเสริมการตลาดที่เตรียมไว้อาจไม่แรงพอ การให้ฟรีวีซ่าถือเป็นการแสดงน้ำใจช่วยได้มาก   -กังวลสงครามการค้ากระทบไทย เอกชนเสนอฟื้นโครงการ Made in Thailand เป็นวาระแห่งชาติ ให้คนซื้อสินค้าไทยทั้งในและ ตปท.มิเช่นนั้นผู้ประกอบการไทยจะอยู่ไม่ได้   -อุทธรณ์ไม่ขึ้น ศาลอาญาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายืนจำคุก 10 เดือน ไม่รอลงอาญา สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ห้ามดำรงตำแหน่ง จนท.รัฐ 5 ปี ฐานแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ 20 ล้าน ศาลชี้เป็นผู้บริหารระดับสูงแต่ทำผิดเสียเอง ไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ คดีถึงที่สุด จนท.คุมตัวเข้าเรือนจำทันที ครอบครัวร่ำไห้ เจ้าตัวน้ำตาซึมบอกครอบครัวแปปเดียว (ครอบครัวร่ำไห้ 'สุพจน์ ทรัพย์ล้อม' นอนคุก 10 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานปกปิดบัญชีทรัพย์สิน)   -จนท.หายตัวลึกลับขณะเข้าช่วย นทท.ที่ตกเหวน้ำตกป่งป๊ง กาญจนบุรี ต้องส่งกำลังเข้าป่าลึกตามหา ก่อนพบตัวติดค้างในป่า เป็นตะคริวที่ลานจอด ฮ. แล้วไม่มีใครเห็น ทำให้ขึ้น ฮ.กลับไม่ทัน ด้าน นทท.ถูกนำตัวออกมาจากป่าขึ้น ฮ.ออกมาปลอดภัย ถูกสั่งปรับคนละ 500 บาท ฐานเข้าอุทยานโดยไม่ได้รับอนุญาต สารภาพต้องการหาที่เที่ยวใหม่ๆ ทั้งที่รู้ดีว่าเป็นเหตุห้ามเข้า ขอโทษทุกฝ่ายที่ทำให้เดือดร้อน (ช่วยสำเร็จ กลุ่ม นทท.ตกเหวน้ำตกป่งป๊ง โดนปรับคนละ 500 ระทึก จนท.โดนทิ้งกลางป่า ต้องวกกลับไปช่วยอีก)   -กองปราบจับสาวใหญ่ปลอมไลน์รองอธิบดีอัยการสูงสุด หลอกรับเงินวิ่งเต้นคดียาเสพติดช่วยไม่ต้องติดคุก แต่สุดท้ายเหยื่อก็โดนดำเนินคดี สืบประวัติเคยปลอมไลน์อัยการเพชรบุรี เรียกเงินเร่งคดีพินัยกรรมยกมรดก ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงิน เจ้าตัวรับสารภาพ ตร.เตรียมขยายผล เชื่อมีคนร่วมขบวนการอีก 2-3 คน (รวบหญิงแสบปลอมไลน์ 'รองอัยการสูงสุด' หลอกเรียกรับเงินวิ่งเต้น ให้หลุดคดียาเสพติด)   -นักบินการบินไทย ไม่ยอมเทคออฟเครื่อง เพราะไม่ได้นั่งที่นั่งนักบินขากลับ ในชั้นธุรกิจ ปล่อยเครื่องดีเลย์ 2.30 ชม. สุดท้ายผู้โดยสารสามีภรรยาต้องสละที่นั่งให้ การบินไทยแถลงขอโทษที่ไม่เป็นมืออาชีพ สั่งสอบสวนแล้ว (ฉาวการบินไทย คณะนักบินปล่อยเครื่องดีเลย์ ฉุนไม่ได้นั่งชั้นธุรกิจ ผู้โดยสารต้องสละที่นั่งให้)   -หนังนาคี 2 กระแสแรงเกินคาด เข้าฉายวันแรก คนดูแห่ชมแน่นทั่วประเทศล้นโรงภาพยนตร์ รายได้ทะลุ 50 ล้านบาทในวันเดียว ขึ้นแท่นเป็นหนังไทยทำรายได้เปิดตัวสูงสุด   -จอนนี่ อันวา ประสบอุบัติเหตุรถ จยย.ล้มกลางสนามแข่งรถ เผยนาทีระทึกผ่านอินสตาแกรม แฟนคลับห่วง แห่เม้นต์ให้กำลังใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/heQ_7Km-zXw

 4,804
สังคม-อาชญากรรม
18 ต.ค. 61

ศาลสั่งจำคุก 309 ปี ‘ดาบยุทธ’ ค้ามนุษย์แก๊งนกฮูกน้ำเพียงดิน

ศาลสั่งจำคุก 309 ปี ‘ดาบยุทธ’ ค้ามนุษย์แก๊งนกฮูกน้ำเพียงดิน    วันนี้ (18 ต.ค.) ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์ขบวนการน้ำเพียงดิน ที่มีนางสาวปิยะวรรณ สุขมา หรือ เจ๊เมย์, นางสาวปิยทัศน์ ภาพเทียนสุวรรณ หรือ เจ๊ฟ้า, ดาบตํารวจยุทธชัย ทองชาติ หรือ ดาบยุทธ อดีตตำรวจ สังกัด สภ.น้ำเพียงดิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และนางสาวกัลยา วุฒิคุณ ตกเป็นจำเลยที่ 1 ถึง 4 ในข้อหาสมคบกันค้ามนุษย์ เป็นธุระจัดหาพาเด็กอายุไม่ถึง 18 ปีไปเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เป็นข้าราชการร่วมกันเป็นธุระจัดหาพาไปเพื่อให้ค้าประเวณี และร่วมกันพรากผู้เยาว์    โดยสำนวนนี้เป็นสำนวนที่ 2 เหตุเกิดเมื่อปี 2555-2559 จำเลยเป็นขบวนการค้าประเวณีเด็ก มีนางสาวปิยะวรรณ และนางสาวปิยทัศน์ ทำหน้าที่เป็นแม่เล้า ดาบยุทธ ทำหน้าที่จัดหาลูกค้า และนางสาวกัลยา ทำหน้าที่จัดหาเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี โดยจำเลยได้ร่วมกันพรากผู้เยาว์ผู้เสียหายอายุไม่เกิน 18 ปี ไปยังสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อบีบบังคับให้ผู้เสียหายค้าประเวณีหลายครั้ง    ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยมีความผิดจริง เป็นความผิดหลายกรรม โดยจำเลยที่ 1-3 มีความผิดลักษณะสมคบกันค้ามนุษย์ พิพากษาจำคุกนางสาวปิยะวรรณ และนางสาวปิยทัศน์ จำเลยที่ 1-2 183 ปี ดาบยุทธ จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ลงโทษเป็น 2 เท่า จำคุก 309 ปี โดยทั้ง 3 คนให้นับโทษไปพร้อมกับคดีเดิม คือจำคุกสูงสุดไม่เกิน 50 ปี และให้ชดใช้ค่าสินไหมให้กับผู้เสียหาย 8 แสน 5 หมื่นบาท   ส่วนนางสาวกัลยา จำเลยที่ 4 กระทำการเพียงคนเดียว จำคุก 65 ปี โดยให้นับโทษต่อจากคดีเดิม แต่ไม่เกิน 50 ปี และให้ชดใช้ค่าสินไหมแก่ผู้เสียหาย 5 แสนบาท พร้อมอัตราดอกเบี้ย 7.5 ต่อปีนับจากวันฟ้อง    สำหรับในคดีเดิม จำเลยทั้ง 4 ถูกศาลพิพากษาในคดีร่วมกันค้าประเวณีเด็กหญิงอายุ 14 ปี โดยนางสาวปิยวรรณ ศาลสั่งจำคุก 167 ปี นางสาวปิยทัศน์ ศาลสั่งจำคุก 176 ปี ดาบยุทธ ศาลสั่งจำคุก 320 ปี แต่ตามกฎหมายให้จำคุกจำเลยได้ไม่เกิน 50 ปี ส่วนนางสาวกัลยา ศาลสั่งจำคุก 36 ปี        

 5,501
สังคม-อาชญากรรม
18 ต.ค. 61

ศาลสั่งจำคุก 27 ปี พ.อ.ณัฐสิทธิ์-น.อ.กัมปนาท ค้ามนุษย์โรฮีนจา

ศาลสั่งจำคุก 27 ปี พ.อ.ณัฐสิทธิ์-น.อ.กัมปนาท ค้ามนุษย์โรฮีนจา    วันนี้ (18 ต.ค.) ศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง พ.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ หรือ นาย ณัฏฐ์สิทธิ์ มากสุวรรณ อดีตรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จังหวัดสตูล และ นาวาเอก กัมปนาท สังข์ทองจีน อดีตทหารเรือ สังกัดกองทัพเรือภาคที่ 3 เป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ฐานร่วมกันค้ามนุษย์ เป็นเจ้าพนักงานมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรค้ามนุษย์    จากกรณีช่วงต้นเดือน ม.ค. 54 - 1 พ.ค. 58 จำเลยกับพวกสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป แบ่งหน้าที่กันหลอกหลวงชาวโรฮีนจา23 คนอายุ 15 - 18 ปี จากประเทศบังกลาเทศ และรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาร์ ไปใช้แรงงานตามประเทศต่างๆ โดยบังคับหน่วงเหนี่ยวกักขัง ทารุณโหดร้าย    โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 คือ พันเอกณัฏฐ์สิทธิ์ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ SOP เมื่อชาวโรฮีนจาหลบหนีขึ้นมาบนแผ่นดินหลังจับตัวจะต้องคุมตัวไปให้ตำรวจท้องที่ดำเนินคดี แต่จำเลยที่ 1 กับนำรถจำนวน 5คัน มารับตัวชาวโรฮีนจาที่อยู่ในการดูแลของตำรวจออกไปโดยไม่มีการลงบันทึก และไม่และแจ้งว่านำตัวชาวโรฮีนจาไปควบคุมไว้ที่ใด   ส่วนจำเลยที่ 2 ที่พบว่ามีการเบิกเช็คจำนวนเงิน 5 แสนบาท โดยจำเลยอ้างว่าเป็นเงินที่นำมาให้กำลังพล เเละเป็นเงินที่ประกอบธุรกิจอาหารทะเลไม่มีน้ำหลัก และจำเลยไม่สามารถชี้แจงถึงเส้นทางการเงินได้ ศาลพิพากษาเห็นว่าจำเลยทั้ง 2 ทำผิดตามฟ้องฐานมีส่วนร่วมในอาชญากรรมข้ามชาติเป็นข้าราชการต้องรับโทษ 2เท่า จำคุกคนละ 8 ปี ฐานค้ามนุษย์อายุเกิน 18 ปี จำคุกคนละ 12 ปี   สมคบกันมากกว่า 2 คนขึ้นไปค้ามนุษย์ ให้จำคุกคนละ 6ปี ฐานให้ที่พักพิงกับชาวต่างด้าว อีกคนละ 1 ปี รวมจำคุก คนละ 27 ปี ไม่รอลงอาญา พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหมให้ตามจำนวนที่โจทย์ฟ้อง โดยจำเลยทั้งสองเป็นการรับโทษเท่ากับ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก    อย่างไรก็ตาม หลังฟังคำพิพากษา พันเอกณัฏฐ์สิทธิ์ ระบุว่า จะขอต่อสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ และ จะยื่นหลักทราบขอประกันตัว ในชั้นนี้         

 1,786
สังคม-อาชญากรรม
03 ส.ค. 61

ตร.เผยเตรียมแถลงปมซื้อบริการเด็กชายผ่านไลน์ 7 ส.ค.นี้ ชี้ไม่มีไฮโซตระกูลดังเอี่ยว

พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. เปิดเผยถึงการจับกุมการซื้อขายบริการทางเพศ เด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี ผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งมีกระแสข่าวว่ามีผู้ซื้อเป็นถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดัง และไฮโซตระกูลดัง ว่า จะมีการแถลงข่าวถึงพฤติการณ์อย่างละเอียดใน วันที่ 7 ส.ค. เวลา 13.00 น.นี้   เบื้องต้นในภาพรวมของคดีไม่ใช่ไฮโซแต่เป็นการจับกุมบุคคลที่มีเงินมากกว่า ที่มีการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์โดยมีการไลฟ์สด ซึ่งในห้องแชตดังกล่าวมีคนเข้ามาเป็นสมาชิกจำนวนมาก อย่างไรก็ตามในวันที่แถลงข่าวจะเห็นภาพแผนผัง รวมถึงกลุ่มบุคคลได้ชัดเจนขึ้นว่าทำไมเจ้าหน้าที่จะต้องจับกุมผู้ให้การสนับสนุนจำนวนมาก เพื่อให้เห็นและให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว อย่าไปเข้ากลุ่มพวกนี้เพราะมีโอกาสติดคุกได้   พล.ต.ต.กรไชย เปิดเผยอีกว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจท่องเที่ยว โดยมีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นหน่วยงานหลัก ทั้งนี้ มีผู้ต้องหามากกว่า 5 ราย และยังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลืออยู่ให้ครบทุกราย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nSTDeh61MZU

 1,798

Top