ค้นหา :

ผลการค้นหา "ค้ามนุษย์"

สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ย. 62

เปิดเพจขายทารกโอนจองพร้อมส่ง ตายายปัดขายหลานกิน แจงบ้านยากจน เลยยกให้ ตร.คนดีไม่มีลูกรับอุปการะ

เฟซบุ๊กเพจดัง ดอกจิก V.10 ได้เผยภาพเพจเฟซบุ๊กที่ชื่อ ‘รับอุปการะเด็กจากแม่ที่ท้องไม่พร้อม’ พร้อมแฉกระบวนการของเพจดังกล่าว ที่มีการโพสต์ภาพเด็กทารกแรกเกิด พร้อมประกาศหาคนอุปการะเด็ก โดยอ้างว่าแม่เด็กท้องไม่พร้อม และหลายโพสต์ปรากฎว่ามีข้อความ ระบุคำว่า "โอนจอง" มิหนำซ้ำยังมีการรีวิวคล้ายกับการซื้อขายสินค้าทั่วไป   นอกจากนี้ยังมีการแฉข้อความจากแชท ที่มีคนส่งเข้าไปหาเพจดังกล่าวระบุว่า กำลังตั้งท้องได้ 3-4 เดือน แต่ยังไม่ได้ฝากครรภ์ โดยอ้างว่าคุมกำเนิดแล้วหลุด ไม่พร้อมที่จะเลี้ยงแต่ก็ไม่กล้าที่จะ เอาเด็กออกเพราะกลัวบาป จึงอยากให้ทางเพจช่วยหาคนอุปการะ ซึ่งทางเพจก็ตอบกลับไปว่า “ให้ฝากข้อความไว้จะติดต่อกลับ”   โดยเพจเฟซบุ๊ก ดอกจิก V.10 ระบุว่า การกระทำแบบนี้เข้าข่ายค้ามนุษย์ เพราะการที่จะอุปการะเด็กสักคนมีขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อน ต้องมีการตรวจสอบแบบละเอียดเพื่อคำนึงถึงอนาคตและความเป็นอยู่ของเด็ก ไม่ใช่มายกให้กันง่ายๆ เหมือนลูกหมาลูกแมว หรือขายกันเป็นผักเป็นปลาเช่นนี้   ทั้งนี้เพจรับอุปการะเด็กจากแม่ที่ท้องไม่พร้อม ยังได้โพสต์ภาพเด็กทารกแรกเกิดเพศชายวัย 4 เดือน (โพสต์เมื่อ 20 ส.ค.) พิกัด อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ ติดต่อ และระบุว่า “มีคนรับแล้วค่ะ” ล่าสุดปิดเพจหนีไปแล้ว แต่ยังมีอีกหลายเพจที่เปิดรับอุปการะเด็กลักษณะนี้    ผู้สื่อข่าวไปเจอตาของเด็ก อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์นั้น ยืนยันไม่ได้ขายเด็กแต่อย่างใด โดยก่อนหน้านี้นางสาวเฮเลน แม่ของเด็ก อายุ 21 ปี ร่างกายพิการเป็นใบ้ หูหนวก ได้ตั้งครรภ์กับชายคนหนึ่งไม่รู้เป็นใคร แล้วถูกทิ้ง หลังคลอดก็นำลูกไปให้ยายช่วยเลี้ยงตั้งแต่เกิด โดยยายของเด็กอายุ 32 ปี (มีศักดิ์เป็นอาของนางสาวเฮเลน) มีลูกทั้งหมด 7 คน ช่วงอายุ 12-15 ปี ล่าสุดเพิ่งตั้งครรภ์ลูกคน 8   ยายของเด็กเลี้ยงไม่ไหว ตนจึงไปปรึกษามูลนิธิหนึ่ง แนะนำให้ติดต่อเพจต่างๆ ที่รับอุปการะเด็ก เจอ 4-5 เพจ โดยตนได้ให้ภาพเด็กและเบอร์โทรศัพท์ไป เพื่อให้เพจฯ ประกาศหาคนที่พร้อมรับเด็กไปเลี้ยงดู โดยเพจนั้น ๆ แจ้งว่าจะหาคนทำงานราชการหรือคนรวย ๆ รับเด็กไปดูแลอย่างดี ซึ่งมีคนติดต่อมาหาตนเยอะมาก   กระทั่งได้รู้จักกับดาบตำรวจนายหนึ่ง ติดต่อขอรับเด็กไปอุปการะ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ไม่มีการจ่ายเงินซื้อขายเด็ก มีแต่ซื้อนมให้เพราะความเอ็นดูเท่านั้น ที่ต้องทำแบบนี้เพราะแม่เด็กไม่พร้อมเลี้ยงดูจริง ๆ ตกใจที่เพจดังกล่าวโพสต์ภาพหลานและเบอร์ขอตนในลักษณะซื้อขายเด็ก ทำให้สังคมเข้าใจผิดด่าประณามได้รับความเสียหาย    ขณะที่ยายของเด็ก ยืนยันว่าต้องการหาคนมาอุปการะหลานเท่านั้น ไม่ได้ขายหลานกินหรือรับเงินจากใคร ส่วนทารกรายอื่นๆ ที่เพจนำไปลงมีการซื้อขายกันหรือไม่ตนไม่ทราบ ตอนนี้เครียดมาก ตนเห็นว่าดาบตำรวจเป็นคนดีจึงยกหลานให้ไปอุปการะเพราะเลี้ยงไม่ไหวเพราะตนมีลูกหลานคนแล้วต้องมาเลี้ยงหลานอีก ซึ่งดาบตำรวจได้รับเด็กไปดูแลแล้วไม่ถึงเดือน อยากให้เรื่องมันจบ ๆ ห่วงความรู้สึกของเด็กในอนาคต ข่าวที่ออกไปไม่ใช่ความจริง “หมามันยังรักลูกเลยจะนำเด็กไปขายได้ยังไง”     ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังดาบตำรวจที่รับเด็กทารกไปอุปการะ เผยว่า ตนไม่มีภรรยาแต่อยากมีลูก และพี่สาวของ ตนก็ไม่มีสามีและลูก จึงอยากอุปการะเด็กไว้เป็นลูกบุญธรรม โดยตนรู้จักกับญาติของเด็กเป็นการส่วนตัว และเห็นว่าแม่ของเด็กไม่พร้อมที่จะเลี้ยงจึงได้ติดต่อขออุปการะ โดยไม่ได้ติดต่อ ผ่านเพจดังกล่าวแต่อย่างใด และตนก็ไม่ทราบว่าเพจดังกล่าวนำเรื่องราวไปโพสต์ได้อย่างไร ซึ่งตนได้อุปการะเด็กตั้งแต่ยังไม่คลอด พอคลอดออกมาก็ซื้อนมและของใช้ให้ตลอด และพามาอยู่ด้วยครั้งคราว   ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการรับรองบุตรซึ่งจะต้องรอทางญาติของเด็กมาเซ็น รับรองที่บ้านราชวิถี ก่อนจะรับตัวเด็กมาเลี้ยงดูจริง ๆ ตนและพี่สาวต้องการที่จะอุปการะเด็กจริงๆ ขณะนี้พี่สาวได้ออกจากงานเพื่อเตรียมตัวมาเลี้ยงเด็กโดยเฉพาะ หลังเป็นข่าวรู้สึกกังวลใจ  กลัวว่าเด็กจะมีปมด้อยหวั่นถูกตราหน้า ยืนยันว่าจะอุปการะเด็กต่อไป หลังจากนี้ตนจะเข้าแจ้ง ความเพื่อเอาผิดกับเพจดังกล่าวให้ถึงที่สุด   อย่างไรก็ตามตำรวจ สภ.หัวหิน  ได้ลงพื้นที่ไปบ้านของเด็กทารกคนดังกล่าวสืบหาข้อเท็จจริง และได้เชิญตัวตากับยายของเด็กมาสอบปากคำ สำหรับรายนี้ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีการซื้อขายเด็กหรือค้ามนุษย์แต่อย่างใด โดยผู้ปกครองให้การยืนยันไม่พร้อมดูแลเด็กจึงหาคนรับเด็กไปอุปการะ ซึ่งดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย หากทางผู้ปกครองของเด็ก จะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้โพสต์ หรือผู้แชร์เรื่องดังกล่าว ก็สามารถทำได้เป็นสิทธิ์ของผู้เสียหาย   ล่าสุดผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังผู้หญิงรายหนึ่งที่มาโพสต์ว่าท้องไม่พร้อม ให้เหตุผลว่า "ตนไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะพ่อของเด็กก็ทิ้งไป ตอนนี้ตนต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ทางญาติๆ ก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ตนต้องอาศัยกินนอนในวัดและยังต้องเลี้ยงลูกคนโต อายุ 1 ขวบ 5 เดือนอีก หลังจากโพสต์ไปก็มีคนติดต่อเข้ามาบ้าง   ส่วนเรื่องเงินที่จะให้มา เขาบอกว่าจะคุยกันหลังลูกคลอดแล้ว ตนกลัวเหมือนกันว่าคนจะมากล่าวหาว่า ขายลูกกิน และคนที่มารับลูกไปจะไปทำร้ายลูก แต่ก็ต้องปล่อยให้เขาว่า เพราะตนไม่สามารถเลี้ยงดูได้ ก่อนหน้านี้เคยไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยรับลูกที่กำลังจะคลอดไปดูแล แต่ไม่สำเร็จ เพราะมีเรื่องการดำเนินการตามขั้นตอนที่ยุ่งยาก และตนก็ทำอะไรไม่เป็นเลย จึงต้องกลับมาติดต่อทางเพจดังกล่าว"   ในทางกฎหมาย พันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เปิดเผยว่า การกระทำดังกล่าว ยังไม่มีความชัดเจนว่าเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับ พรบ.คอมพิวเตอร์หรือไม่   แต่จะหลังจากนี้จะไปดำเนินการตรวจสอบ เพราะเชื่อว่าอาจจะมีอีกหลายเพจที่มีการกระทำในลักษณะดังกล่าวพร้อมจะประสานไปยัง กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ว่าเข้าข่ายหรือไม่ ทั้งนี้เพจดังกล่าว ได้เผยแพร่รูปเด็กมาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งต้องตรวจสอบว่าคนที่รับอุปการะเด็กนั้นจะเข้าข่ายมีความผิดด้วยหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6SeextRy-nY

 3,371
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
11 ก.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 11 ก.ย.62 เปิดเพจซื้อขายเด็กจากแม่ท้องไม่พร้อม-แทค ภรัณยูโพสต์เลิกเมีย-ส.ส.เพื่อไทยต่อยกัน

-อุทกภัยยังหนัก ซ้ำกรมอุตุฯเตือน 11-15 ก.ย.มรสุมถล่มภาคเหนือและอีสาน ระวังอันตรายน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ปราจีนบุรีน้ำป่าเขาใหญ่เข้าประจันตคาม ชาวบ้านหลายร้อยหลังคาเรือนตั้งตัวไม่ทัน นครนายก เทศบาลเมืองประกาศเสียงตามสายให้ชาวบ้านยกของขึ้นที่สูงหนีน้ำป่าหลากเข้าท่วม อุบลฯทหารช่วยผู้ป่วยติดเตียงออกจากบ้าน ตัวเมืองน้ำสูง 80 ซม. เขื่อนเจ้าพระบาระบายน้ำเพิ่ม ชัยนาทน้ำขึ้นสูง 21 ซม. ครม.อนุมัติงบ 261 ล้านช่วยอุทกภัยภาคเหนือ 12 จังหวัด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อุตุฯเตือนมรสุมพาดผ่าน ไทยฝนตกเพิ่มขึ้น เหนือ-อีสาน ตกหนัก 12-16 ก.ย.   -สังคมช็อก เพจซื้อขายทารกจากแม่ท้องไม่พร้อมโผล่เพียบ บก.ปคม.เร่งตรวจสอบพบรีวิวคล้ายสินค้า มีภาพเด็กประกาศหาคนอุปการะแลกเงิน ชักชวนหญิงท้องไม่พร้อมร่วมธุรกิจ โอนจอง ซื้อง่ายขายคล่อง เข้าข่ายค้ามนุษย์ ยังมีการประกาศรับแม่อุ้มบุญ คนโพสต์ขายเด็กอ้างแม่เป็นใบ้ ฐานะยากจน ยันไม่ได้ขายเด็กกิน แต่คนที่รับเลี้ยงเป็นตำรวจอยากมีลูก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เปิดเพจขายทารกโอนจองพร้อมส่ง ตายายปัดขายหลานกิน แจงบ้านยากจน เลยยกให้ ตร.คนดีไม่มีลูกรับอุปการะ    -นวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่นเพื่อไทย เปิดศึกพาลูกน้องล็อกแขนก่อนตบหัวยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเดียวกัน ต่อหน้าหัวหน้าพรรคและแกนนำเพื่อไทย จนต้องช่วยกันห้าม ชนวนเหตุมีปากเสียงกันระหว่างประชุมกรรมาธิการ เรื่องขยายเวลาสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว   หลังโดนทำร้ายหัวยุทธพงศ์ เรียกตำรวจมารับแจ้งความ ยันเอาเรื่องถึงที่สุด เตรียมร้อง ผบ.ตร.ขอกำลังคุ้มครอง ด้านนวัธมือตบ เป็นผู้บริหารแม็กซ์มวยไทยบอก ไม่มีอะไร เดี๋ยวปะทะกันได้อยู่แล้ว ก่อนพูดขอโทษปชช.ผู้ใหญ่อยากให้จบก็ต้องเคารพ ตนไม่ใช่คนเกเรนักเลงหัวไม้ ยอมรับอารมณ์ร้อน โดนหยามศักดิ์ศรี ก็เกิดอารมณ์ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ผู้ใหญ่ขอมา 'นวัธ' ยอมสงบศึก หลังเดือดโดนหยามศักดิ์ศรี วางมวย 'ยุทธพงศ์' กลางเพื่อไทย    -ธรรมนัสปฏิเสธข้อกล่าวหาถูกจำคุกคดียาเสพติดที่ออสเตรเลีย ตามที่สื่อออสซี่เสนอ แต่ขอไม่ชี้แจงรายละเอียด เพราะเป็นเรื่องที่ตกลงกับศาลและตำรวจออสเตรเลีย และเคยแถลงไปแล้วจะไม่พูดซ้ำอีก ยันไม่เคยสารภาพ ไม่เคยทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา   คาดเป็นการเขียนจากในประเทศแล้วส่งไปให้นักข่าวออสเตรเลีย มอบหมายทนายความและทีมกฎหมายดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา ต่อไปหากใครพูดเรื่องอดีตอีกจะไม่ตอบโต้ แต่จะดำเนินคดีทุกอย่าง ลั่นถามกลับนักข่าว ทำไมผมต้องลาออก ลูกผู้ชายอย่างตนอยู่บนความเป็นจริง จะพิสูจน์ให้เห็นว่าจะทำงานเพื่อ ปชช.และแผ่นดิน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธรรมนัส' จ่อฟ้องทั้งแพ่ง-อาญา เชื่อคนในไทยเขียนข่าวส่งให้ออสซี่ ย้อนถามทำไมต้องลาออก?     -นายกฯระบุไม่ขอพูดเรื่องธรรมนัส เพราะชี้แจงหลายรอบถือว่าจบแล้ว รัฐบาลอื่นก็มีตำหนิทั้งนั้น มีขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติ ถ้าผิดก็มีผลย้อนหลังไปทุกเรื่อง คนที่ออกมาพูดก็ขอให้กลับไปย้อนดูว่ารัฐบาลที่ผ่านมามีปัญหาบ้างหรือเปล่า ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กตู่' ปัดตอบดราม่า 'ธรรมนัส' โต้ รมต.มีตำหนิกันทุกรัฐบาล   -พรรคประชาธรรมไทยแถลงถอนตัวออกจากรัฐบาลประยุทธ์ กรณีธรรมนัสบอกเป็นฤาษีเลี้ยงลิง ต้องให้ลิงกินกล้วย ต้องรักษาไว้ซึ่งเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของพรรค พิเชษฐ สถิรชวาล บอกเป็นไปตามมติพรรค กลับไปกลับมาไม่ได้ จากนี้ไม่ต้องห่วงวิปรัฐบาลแล้ว จะเป็นฝ่ายค้านอิสระ สนับสนุนเรื่องที่ดี ไม่ได้ชวนพรรคอื่นมาได้วย ใครอยากกินกล้วยต่อก็เรื่องของเขา ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : พรรคประชาธรรมไทย ถอนตัวร่วมรัฐบาล โดนหยามเกียรติแจกกล้วยให้ลิง จากนี้เป็นฝ่ายค้านอิสระ   -ธรรมนัสออกมาขอโทษปมพูดให้ลิงกินกล้วย ไม่ได้เจตนาเปรียบเป็นสัตว์ เราสนิทกันมากออกพื้นที่ มาด้วยกัน ตนผิดเองต้องขอโทษด้วย ยันไม่กังวลกระทบเสถียรภาพรัฐบาล ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธรรมนัส' ขอโทษ พูดเล่นแจกกล้วยให้ลิง เชื่อไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล   -ศุลกากรตรวจเข้ม จับคนหิ้วแบรนด์เนมหนีภาษีได้ 90 ล้านบาทในรอบ 11 เดือน เพิ่มจากปีที่แล้ว 30 ล้าน ประกาศให้รางวัลนำจับคนแจ้งเบาะแส 20% ของมูลค่าสินค้าที่นำเข้าไปประมูลขาย แต่ไม่เกิน 5 ล้าน สั่งตรวจเข้มลูกเรือสายการบิน เริ่มใช้เครื่องเอ็กซเรย์คร่อมสายพานที่สุวรรณภูมิตรวจกระเป๋าทุกใบ ลดการใช้ดุลยพินิจของ จนท.ที่ไม่เป็นกลาง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ศุลกากรจับคนหิ้วแบรนด์เนมหนีภาษีพุ่ง 90 ล้าน ใครแจ้งเบาะแสได้รางวัลนำจับ 20%     -นายกฯปัดรับข้อเสนอ ก.ท่องเที่ยวชงให้วันหยุดพิเศษ 2 วัน ข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว เผยสถานการณ์นักท่องเที่ยว 8 เดือนที่ผ่านมายังน่าพอใจ  สูงกว่าปีที่แล้ว คาดอีก 4 เดือนที่เหลือจะมีนักท่องที่ยวตามเป้า 40 ล้านคน รัฐบาลอนุมัติเงินให้ไปเที่ยวแบบ e-wallet ถ้าไม่เที่ยวก็ไม่ได้ตังค์ กระตุ้นให้ไปซื้อของ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯยังไม่ฟันธง ให้ข้าราชการหยุดพิเศษ 2 วัน ต.ค.กระตุ้นท่องเที่ยว หวั่นเดี๋ยวมีคนหาเรื่อง    -ก.พลังงานหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐภาคพลังงาน ผู้ถือบัตรคนจนรับสิทธิ์คงเดิม ช่วยค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาท/3เดือน และผู้ถือบัตรที่หาบเร่แผงลอยเพิ่มส่วนลดให้อีก 38 บาท ต่อถัง 15 กก. (ไม่เกิน 45 กก./เดือน) คาดเริ่มได้ 1 ต.ค.นี้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เตรียมออกบัตรคนจนภาคพลังงาน ช่วยแม่ค้าซื้อก๊าซหุงต้มถูกลง   -อัยการยื่นฟ้องบิ๊ก ป.ป.ช.ใจร้อนควักปืนขู่ยิงคนขับแท็กซี่กลางศูนย์ราชการ หลังวิวาทกันเรื่องขับรถเมื่อปี 61 เจ้าตัวขอสู้คดี ใช้ตำแหน่งเป็นหลักทรัพย์ประกันตัว ปล่อยตัวชั่วคราวในวงเงิน 5 หมื่นบาท ศาลนัดตรวจหลักฐาน 28 ต.ต.นี้   -พิษเศรษฐกิจ ไม่มีใครมาติดตั้งแก๊สรถยนต์ เสี่ยเจ้าของอู่ยิงหัวเมียก่อนลั่นไกฆ่าตัวตายตามในห้องพักย่านราชบูรณะ เพื่อนเผยเครียดเงินทองขัดสน ลาโลกทิ้งลูกชาย 10 ขวบอยู่ลำพัง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เสี่ยอู่ติดตั้งแก๊ส เครียดธุรกิจซบเซา ยิงเมียดับก่อนปลิดชีพตัวเอง ทิ้งลูกชาย 10 ขวบอยู่ลำพัง   -ทำแผนมือแทงลุงวิน จยย.ตาย สารภาพเอารถไปขายแก๊งรถเถื่อน ตระเวนถ่ายรูปหาเหยื่อวิน จยย.ป้ายแดง ทีเป็นผู้โดยสารหลอกลุงไปส่งที่ท่ารถก่อนแทงไม่ยั้ง ลากศพไปทิ้งคูน้ำก่อนหลบหนีไปกบดานที่บ้านเมีย อ้างตกงานเครียดเลยต้องทำ ทำตอนเมาเหล้าด้วยไม่ได้ตั้งใจฆ่า เพื่อนร่วมวินเดือดจัดอยากให้ประหารชีวิต ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ทำแผน คดีแทงลุงวิน จยย.ดับ อ้างไม่มีเงินเลยต้องฆ่า สลดลุงเพิ่งถอย จยย.ป้ายแดงวันเดียวก่อนตาย    -ปิดคดีบุกรุกเกาะปอดะหลังต่อสู้นาน 33 ปี ศาลฎีกาตัดสินสั่งจำคุกนายชวน ภูเก้าล้วน อดีตนายกเทศมนตรีกระบี่ 3 ปี 6 เดือนไม่รอลงอาญา บำเพ็ญประโยชน์ 30 ชม.จ่ายค่าปรับ 8 หมื่นบาท อ้างซื้อที่ดินจากเจ้าของเดิมมีเอกสารสิทธิ์ แต่ภาพถ่ายทางอากาศไม่พบร่องรอยทำประโยชน์ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ปิดคดีบุกรุกเกาะปอดะ ฎีกาตัดสิน 'ชวน ภูเก้าล้วน' คุก 3 ปี 6 เดือน รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 8 หมื่น   -แทค ภรัณยู โพสต์หลังออกอีเว้นท์พร้อมภรรยาและลูก ประกาศเลิกเบล ภรรยา หลังเพิ่มแต่งเมื่อต้นปี มีลูกด้วยกัน 1 คน ขออยู่ในฐานะพ่อแม่ที่เลี้ยงลูก ด้านภรรยาโพสต์กลับว่า ยินดีด้วยค่ะ คุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ ล่าสุดผู้จัดการแทคเผยทั้งคู่เคลียร์กันแล้ว เป็นแค่เรื่องสามีภรรยางอนกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'แทค' ประกาศเลิกภรรยาฟ้าผ่า ด้าน 'เบลล์' โพสต์ "คุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้" ฟาก ผจก.บอกแค่งอนกัน   -ช้างศึกบุกอัดอินโดนีเซีย 3-0 คาบ้านในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกนัดที่ 2 โซนเอเชีย โดยสุภโชค สารชาติ ยิง 2 ประตู แถมเรียกจุดโทษได้อีกลูก อุ้ม ธีราทร ซัดตุงตาข่าย ไทยเก็บเพิ่มเป็น 4 คะแนน นัดต่อไปเจอ UAE 15 ต.ค.ที่สนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ช้างศึกบุกอัดอินโดฯ 3-0 เก็บ 3 แต้มแรก ขึ้นนำจ่าฝูงบอลโลกรอบคัดเลือก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Zk6iPaQh2do

 8,744
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ย. 62

ปอท. เตรียมประสาน ปคม. ตรวจสอบ เพจรับอุปการะเด็กเข้าข่ายค้ามนุษย์หรือไม่

ตำรวจ ปอท. ระบุเพจที่โพสต์รับอุปการะเด็กจากแม่ที่ท้องไม่พร้อม อาจเข้าข่ายความผิดทาง พรบ.คอมพิวเตอร์ พร้อมตรวจสอบ และประสานกับ ปคม. ว่าเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่    วันที่ 10 ก.ย. หลังจากที่มีการออมาแฉพฤติกรรมของกลุ่มเฟซบุ๊ก และเพจเฟซบุ๊ก ที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อทำการประกาศ รับซื้อ-ขาย เด็กทารก จากแม่ที่ท้องไม่พร้อม โดยมีการโพสต์ภาพทารก พร้อมกับประกาศหาทารกอย่างโจ่งแจ้ง   และยิ่งเป็นที่น่าตกใจหนักไปกว่านั้น เพราะไม่ได้มีแค่กลุ่มและเพจเดียว เมื่อมีการตรวจสอบดูพบว่า มีกลุ่มเฟซบุ๊กและเพจเฟซบุ๊กในลักษณะดังกล่าวเป็นจำนานมากนั้น    ล่าสุด พันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เปิดเผยถึงกรณีที่มีเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า รับอุปการะเด็กจากแม่ที่ท้องไม่พร้อม ที่มีการโพสต์ขอรับอุปการะเด็กแลกกับเงินนั้น ทาง ปอท. ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้น การกระทำดังกล่าว ยังไม่มีความชัดเจนว่าเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับ พรบ.คอมพิวเตอร์หรือไม่    แต่จะหลังจากนี้จะไปดำเนินการตรวจสอบ เพราะเชื่อว่าอาจจะมีอีกหลายเพจที่มีการกระทำในลักษณะดังกล่าวพร้อมจะประสานไปยัง กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ว่าเข้าข่ายหรือไม่   ทั้งนี้เพจเฟซบุ๊กดังกล่าว ได้เผยแพร่รูปเด็กมาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งต้องตรวจสอบว่าคนที่รับอุปการะเด็กนั้นจะเข้าข่ายมีความผิดด้วยหรือไม่        ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชาวเน็ตช็อก! กลุ่ม-เพจเฟซบุ๊ก ประกาศรับซื้อ-ขายทารก จากแม่ท้องไม่พร้อมอื้อ จวก! ค้ามนุษย์

 2,440
แชร์ออฟเดอะเดย์
10 ก.ย. 62

ชาวเน็ตช็อก! กลุ่ม-เพจเฟซบุ๊ก ประกาศรับซื้อ-ขายทารก จากแม่ท้องไม่พร้อมอื้อ จวก! ค้ามนุษย์

กลายเป็นเรื่องราวที่น่าตกใจที่ไม่คาดว่าคิดว่าจะเกิดในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อ 'ดอกจิก V.10'  ได้ออกมาแฉพฤติกรรมของกลุ่มเฟซบุ๊ก และเพจเฟซบุ๊ก ที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อทำการประกาศ รับซื้อ-ขาย เด็กทารก จากแม่ที่ท้องไม่พร้อม โดยมีการโพสต์ภาพทารก พร้อมกับประกาศหาทารกอย่างโจ่งแจ้ง   และยิ่งเป็นที่น่าตกใจหนักไปกว่านั้น เพราะไม่ได้มีแค่กลุ่มและเพจเดียว เมื่อมีการตรวจสอบดูพบว่า มีกลุ่มเฟซบุ๊กและเพจเฟซบุ๊กในลักษณะดังกล่าวเป็นจำนานมาก    พร้อมกันนี้ เพจ 'ดอกจิก V.10'  ที่ออกมาแฉ ยังได้นำภาพและแชทจากเพจดังกล่าว มาเปิดเผยบางส่วน พร้อมระบุว่า    “เห้ยยยยยย นี่มันอะไรกันวะท้องไม่พร้อมแล้วยุติการตั้งครรภ์กูพอเข้าใจได้ แต่ท้องแล้วประกาศหาคนมาอุปการะมีการโอนจองซื้อง่ายขายคล่องยิ่งกว่าลูกหมาลูกแมวอีก แบบนี้มันเข้าข่ายค้ามนุษย์ชัดๆ การที่จะอุปการะเด็กซักคนขั้นตอนมันซับซ้อนและกว่าจะได้รับมันมีการตรวจสอบแบบละเอียดว่าเด็กจะมีชีวิตยังไง นี่อะไรวะยกให้กันง่ายๆ กูงงกับสังคมไทยสมัยนี้”     ซึ่งในโลกออนไลน์มีการประณามถึงกลุ่มและเพจเฟซบุ๊กที่มีพฤติกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมากว่า เป็นการละเมิดสิทธิ และวิจารณ์ไปถึงบุคคลที่เป็นแม่ของเด็กทารกด้วย ซึ่งหลายคนมองว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์            ขอบคุณ : ดอกจิก V.10

 12,543
ข่าวต่างประเทศ
05 ก.ย. 62

หญิงมะกันหิ้วทารกใส่กระเป๋าเตรียมขึ้นเครื่อง โดนจับคาสนามบินฟิลิปปินส์ หวั่นเอี่ยวค้ามนุษย์

ตำรวจฟิลิปปินส์จับหญิงชาวอเมริกันวัย 43 ปี คาท่าอากาศยานนานาชาตินินอย อากีโน กรุงมะนิลา ขณะพยายามเดินทางออกนอกประเทศ หลังพบกระเป๋าสัมภาระมีทารกซ่อนอยู่ข้างใน ทำให้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์   โดยหญิงคนดังกล่าวเดินทางคนเดียว เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระ เนื่องจากน้ำหนักเกิน กลับพบเด็กข้างในเป็นทารกแรกเกิด อายุเพียง 6 วัน และไม่มีเอกสารการเดินทางของทารก   ซึ่งเธออ้างว่าเป็นป้าของเด็ก แต่ไม่มีหลักฐานใดยืนยันความสัมพันธ์กัน จึงถูกจับกุม และมีการส่งต่อคดีดังกล่าวไปที่กองต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานสอบสวนแห่งชาติของฟิลิปปินส์ เพื่อสอบสวนต่อไป  

 1,283
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
31 ก.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 31 ก.ค.62 แม่ค้าออนไลน์จุดไฟฆ่าตัวตาย-ไอเดียใหม่แก้รถติด-เจอตัวเสี่ยถูกอุ้มเรียกค่าไถ่

-แม่ค้าออนไลน์สาวสวยใช้น้ำมันเบนซินราดตัวจุดไฟเผาฆ่าตัวตาย เครียดจัดปัญหารุมเร้า แยกทางกับสามีครอบครัวล้มเหลว สามีพาลูกชาย4ขวบไปอยู่ด้วย กลายเป็นโรคซึมเศร้า ยายบอกเคยเผาตัวเองที่เมรุวัดมาแล้ว2ครั้ง แต่ช่วยได้ทัน ญาติเฝ้าระวังใกล้ชิด แต่เผลอแปปเดียวแอบไปซื้อน้ำมันเบนซินมาเผาที่หลังบ้าน เพื่อนบ้านเห็นนอนดิ้นทุรนทุราย รีบสาดน้ำดับไฟรีบนำส่ง รพ.แต่ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว แม่ค้าออนไลน์ซึมเศร้าหลังเลิกสามี ราดน้ำมันเบนซิน จุดไฟเผาตัวเองดับสลด   -รวบแล้ว 1 แว้นยกล้อประลองความเร็วข้างวัดพระแก้ว เป็นเยาวชนอายุ 16 ปี ยอมรับมีกลุ่มเพื่อน 7-8 คน เพื่อไปดูไฟแล้วถ่ายรูป เจอวัยรุ่นอีกกลุ่มที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ท้าประลองความเร็วด้วยความคึกคะนอง ตร.เปิดภาพขณะจับ เจ้าตัวเผ่นหนีสุดชีวิตโดดหนีเข้าป่า ก่อนถูกจับสภาพมอมแมม พ่อถูกเชิญมารับทราบข้อกล่าวหา ร่ำไห้รับผิดแทนลูก ถูกแจ้ง 5 ข้อหาเยาวชน ยังต้องตามล่าอีกคนในคลิป แว้นซิ่งข้างวัดพระแก้วหายซ่า ถูกจับขณะหนีเข้าป่า อ้างคะนองแข่งรถโจ๋อีกกลุ่ม พ่อโดนทำทัณฑ์บนด้วย   -นายกฯเข้า ก.กลาโหมวันแรก คุม สตช.และ DSI ด้วยตัวเองตามคาด ดูแลบัญชีโยกย้ายตำรวจ-ทหารเองเบ็ดเสร็จ ปฏิรูปกองทัพให้เข้าสถานการณ์ปัจจุบัน ยันมีกรรมการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ทำอย่างโปร่งใส ซื้อเรือดำน้ำตามความเหมาะสมและความจำเป็น 'บิ๊กตู่' คุมกลาโหมยึดจัดโผทหาร-ตำรวจ แจงซื้อเรือดำน้ำตามความจำเป็น    -ครม.เห็นชอบประชุมครม.เศรษฐกิจขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจพรรคร่วมรัฐบาล บิ๊กตู่รับหน้าที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจเอง นั่งเป็น ปธ.ครม.เศรษฐกิจรองนายกฯแต่ละคนรับผิดชอบแต่ละกระทรวง แย้มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ก.คลังกำลังพิจารณา กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและการท่องเที่ยว 'บิ๊กตู่' นั่งหัวเรือทีมเศรษฐกิจ ยันไม่เคยพูดดูถูก คนจนไม่เสียภาษี  -โฆษกรัฐบาลแถงหลัง ประชุมครม. บอกบิ๊กตู่ขอให้เรารักกัน เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว หากใครมีปัญหาอะไรก็มาพูดคุยกันได้ นายกฯพูดเองรัฐบาลจะเป็นเรืออะไรก็ต้องพาคน 70 ล้านไปด้วยกัน ถ้าใครไม่พายก็อย่าไปราน้ำ   -สุดารัตน์เผยเพื่อไทยจ่อร้องรัฐบาลแถลงนโนบายขัด รธน.ไม่ทำตามยุทธศาสตร์ที่ตัวเองกำหนด   -แบงก์ชาติคุมเข้มก่อหนี้ครัวเรือน เตรียมประกาศเกณฑ์ภาระหนี้ต่อรายได้ เป็นมาตรฐานในการปล่อยสินเชื่อปลายปีนี้ ดูความสามารถในการชำระหนี้ รายได้สุทธิต้องเพียงพอในการดำรงชีพ ห่วง 3 กลุ่มเสี่ยง คนที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่น ก่อหนี้ต้องไม่เกิน 70%, กลุ่มเด็กจบใหม่และกลุ่มผู้ใกล้เกษียณ กสิกรมั่นใจส่งผลดีระยะยาว แม้กระทบแบงก์พาณิชย์ก็ตาม แบงก์ชาติจ่อออกมาตรการ คุมหนี้ครัวเรือน ห่วง 3 กลุ่มเสี่ยงก่อหนี้พุ่ง   -จับตาบอร์ดสลากเคาะวันนี้ หวยรูปแบบใหม่ เตรียมเสนอ 5 รูปแบบทั้งแบบตัวเลขและภาพ/ลอตโต/สลากขูด พร้อมเปิดรับฟังความเห็น ปชช.อธิบดีสรรพสามิตระบุรูปแบบต้องชัดเจนเพื่อทำประชาพิจารณ์ทั่วประเทศภายใน 6 เดือน คาดดึงเงินคนซื้อหวยใต้ดินได้ 1 แสนล้านบาท จับตา บอร์ดกองสลากเคาะหวยรูปแบบใหม่ ดึงคนเล่นใต้ดินหันเล่นบนดิน    -ศักดิ์สยามปิ๊งไอเดียแก้รถติด ให้รถวิ่งได้ 120 กม./ชม.บนถนน 4 เลน ทั่วประเทศ พร้อมปรับเวลาเดินรถบรรทุก ให้วิ่งได้หลังเที่ยงคืน-ตี 4 เท่านั้น ในกทม.และปริมณฑล เตรียมประกาศเป็นกฎกระทรวงภายใน 1 เดือน ใจดีช่วยค่าครองชีพลดค่ามอเตอร์เวย์ โทลล์เวย์ 5-10 บาทในเดือน ส.ค. ส่วนนโยบาย GRAB ถือเป็นวาระเร่งด่วน 3 เดือนรู้ผล ขณะที่แท็กซี่-วิน จยย.ทวงสัญญาขอขึ้นค่าโดยสาร 'ศักดิ์สยาม' ฟิตแก้รถติด ให้ขับได้ 120 กม./ชม.บนถนน 4 เลน - รถบรรทุกวิ่งได้แค่ตอนเที่ยงคืน-ตี 4    -สุวิทย์ เมษินทรีย์ บอกกำลังดูโครงการมารดาประชารัฐ คาดเริ่มได้ ม.ค.63 และบัตรคนจนที่ต้องปรับปรุง มีคนเข้าข่ายต้องคัดออก ส่องนโยบาย 'มารดาประชารัฐ' มาแน่ ม.ค.63 ให้สิทธิแม่ถือบัตรคนจนก่อน    -ลาวพบตัวแล้วเสี่ยนักธุรกิจเชียงแสนถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ 5 ล้าน สภาพอิดโรย วิ่งหนีเข้าป่าจนตัวเป็นแผล ล่าสุดได้เจอลูกเมีย ตอนนี้ยังอยู่ที่เมืองห้วยทราย มีคนร้าย 3 คนก่อเหตุ ตร.ไทยเร่งคลี่คลายคดีหาเจ้าของบัญชีที่ให้ญาติโอนเงินค่าไถ่ 5 ล้าน ประสานขอตัวเสี่ยกลับไทย พบแล้ว 'เสี่ยสิงห์แก้ว' นักธุรกิจถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ ต้องวิ่งหนีเข้าป่าที่ลาว เร่งสาวหาเจ้าของบัญชีเงินค่าไถ่   -ล่าหม่อมกำมะลอ อ้างเป็นลูกสาว ผบ.ทบ.ตุ๋นหนุ่มหลายราย จิน เดอะวอยซ์ ตกเป็นเหยื่อเผยคุย 2 วันเริ่มโอนเงินให้ 1 เดือนโอนไปกว่าแสนบาท ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้า ถูกลากเข้ากรุ๊ปครอบครัว มีคนปลอมเป็น ผบ.ทบ. สุดท้ายจับพิรุธได้ส่งของไปให้ที่บ้าน แอบถามพนง.ที่ส่งบอกคนรับไม่ตรงปก ยอมรับสะเพร่าเองที่เชื่อใจ ตร.เตรียมออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ดำเนินคดีถึงที่สุด 'จิน เดอะวอยซ์-หมู ปากน้ำ' แฉสาวกำมะลอ อ้างเป็นลูก ผบ.ทบ. แชทหลอกให้รัก-โอนเงิน ก่อนจับโป๊ะรูปไม่ตรงปก   -แพทย์ระบุเด็กกระดูกสันหลังคดงอ อาจเกิดจากพันธุกรรม ไม่มีงานวิจัยว่าเกิดจากสะพายกระเป๋าหนัก แต่การสะพายกระเป๋าจะกระตุ้นให้คดงอมากขึ้น สพฐ.กำชับ ร.ร.ดูแลน้ำหนักกระเป๋านักเรียน คุณหญิงกัลยาปิ๊งไอเดียใช้ e-book ดาวน์โหลดหนังสือเรียนผ่านมือถือแก้ปัญหากระเป๋าหนัก แพทย์ชี้เด็กกระดูกสันหลังคด อาจเกิดจากพันธุกรรม แล้วสะพายกระเป๋า นร.หนักเป็นตัวกระตุ้น    -คุมตัวทำแผนบังเล็ก ฆาตกรแทงสาวโรงงานตายในห้องน้ำ อ้างมีเรื่องโกรธแค้นกันมาก่อน เคยถูกผู้ตายทำร้ายเหยียดหยามดูถูก ขัดผลประโยชน์ธุรกิจมืด สบอากสกลับมาสางปมแค้น ใช้มีดแทง 15 แผล เคยมีประวัติคดียาเสพติด ทำแผนคนร้ายแทงโหดสาวโรงงาน สารภาพแค้นทะเลาะกันมาก่อน-ถูกเหยียดหยาม   -บุกจับเจ้าของร้านคาราโอเกะที่นราธิวาส ลวงสาวมาทำงาน เสนอให้เงินเดือน 12,000 บาท แต่พอมาถึงบังคับขายประเวณี ใช้กำลังทุบตี อดข้าวแลกนอนกับแขก เหยื่อสาวตั้งท้องติดเชื้อซิฟิลิสลูกออกมาพิการ เจ้าของร้านยังให้การภาคเสธ อ้างพนง.รับลูกค้าเอง แบ่งให้แค่ 300 เป็นค่านั่งที่ร้านเท่านั้น   -ธีร์ ภูมิธนะวัชร์ แถลงเคลียร์ทุกประเด็น โกหกทุกประเด็น ปกปิดยอดเงินบริจาค 8 ล้าน ใช้หนี้ไป 5 แสน ที่เหลือโอนเข้าบัญชีแฟนหนุ่มที่คบมา 3 ปี ดูแลตั้งแต่เริ่มป่วย ยันบ้านที่ย้ายเข้าไปอยู่เป็นของแฟน ส่วนรถก็ไม่ใช่ของตน ล่าสุดหยุดรับบริจาคแล้ว เตรียมโอนเงินเข้าบัญชีแม่ 'ธีร์' เคลียร์ดราม่าเงินบริจาค 8 ล้าน ต้องปกปิดเพราะกลัวถูกอายัด โอนเข้าบัญชีแฟนหนุ่ม ไว้ใจให้ดูแล    -ผู้ใหญ่บ้านทั้งตำบลร้องเรียน ทนไม่ไหวกำนันขอนแก่นเปิดบ่อนเป็นเจ้ามือเอง สร้างรีสอร์ทไม่ขออนุญาต ชอบประจานเพื่อนร่วมงานในกลุ่มไลน์ เคยร้องเรียนแล้วแต่เรื่องเงียบ ผู้ว่าฯขอนแก่นตั้งกรรมการสอบใน 30 วัน ถ้าผิดจริงต้องพ้นจากตำแหน่ง   -ดังสนั่นป่าห้วยขาแข้ง ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ดาราฮอลลีวูดโพสต์ไอจีในวันอนุรักษ์เสือโคร่ง ขอบคุณความพยายามของรัฐบาลไทย ทำให้เสือในห้วยขาแข้งเพิ่มจาก 41 ตัวเป็น 66 ตัว ถือว่ามากกว่า 60% 'วราวุธ' ปลื้ม 'ลีโอนาร์โด' โพสต์ขอบคุณ จนท.ไทย เพิ่มจำนวนเสือป่าห้วยขาแข้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3a6aWU2rEjk

 5,343
สังคม-อาชญากรรม
27 มิ.ย. 62

'ศรีวราห์' แจงอาบอบนวด 'นาตารี' สั่งถูกปิด 5 ปี แปลงโฉมเปิดชื่อใหม่ little duck ไม่ได้

มีรายงานว่า นาตารี อาบอบนวด ที่เคยถูกจับกุมในคดีค้ามนุษย์ พร้อมถูกสั่งปิดและถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ทำการยึดทรัพย์นั้น ได้มีการเตรียมเปิดกิจการใหม่ในสถานที่ตั้งเดิม ใช้ชื่อว่า Little Duck โดยอยู่ระหว่างการตกแต่งสถานที่ ซึ่งมีการระดมช่างผู้รับเหมาจำนวนมาก เพื่อปรับปรุงสถานที่ให้อลังการ   จากการสอบถามช่างคนงานทราบเพียงว่า เป็นสถานอาบอบนวดที่หรู ระดับ 5 ดาว บนถนนรัชดา โดยจะใช้ชื่อใหม่ และจะเปิดภายในเดือน ก.ค.นี้   ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวว่า ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยพ.ต.อ.ภูริส จินตรานนท์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เจ้าของพื้นที่รับผิดชอบ ประสานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาเขตดินแดง เพื่อให้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีข้อหา ใช้อาคารผิดประเภท, ดัดแปลงต่อเติมอาคาร, ใช้อาคารที่พักอาศัยเป็นอาคารพาณิชย์ พร้อมทั้งสั่งให้ประสานกับหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตสถานบริการ พิจารณาเรื่องการออกใบอนุญาต   สถานที่ดังกล่าวเคยถูกจับกุมคดีค้ามนุษย์ ซึ่งตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 ระบุชัดเจนว่า เมื่อมีการจับสถานบริการใดในคดีค้ามนุษย์ ให้เสนอปิดและไม่ให้ใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี จะมาอ้างว่ามีหลายเลขที่ห้องก็ตาม ให้ถือว่าเป็นสถานที่อาคารเดียวกัน มันผิดกฏหมาย จึงไม่สามารถเปิดใช้เป็นสถานบริการได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uL2zew4AMRA

 936
สังคม-อาชญากรรม
11 มิ.ย. 62

อลเวง! สาวแจ้งความลูกชายถูกอุ้มหาย แม่ตัวจริงโผล่พร้อมหลักฐาน ยันไม่ใช่โจรขโมยเด็กแต่มารับลูกกลับ ตร.โยงอาจเข้าข่ายค้ามนุษย์

จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพทารก พร้อมข้อความระบุว่า ใครพบเห็นน้องในรูป สงสัยว่ามีคนอุ้ม พาตัวไปจาก น.ส.ศศิธร ชูจิต อายุ 30 ปี แม่ของน้อง หน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยการป้ายยา พร้อมให้เบอร์ติดต่อครอบครัวของเด็ก โดยเหตุเกิดเมื่อวานนี้ (10 มิ.ย.)   ในวันเดียวกัน ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้รับการติดต่อจากหญิงสาว ทราบชื่อ น.ส.อิงอร กล่าวว่าเป็นคนพาเด็กไปและเป็นแม่ตัวจริง จึงได้ประสานไปยัง สภ.กันตัง จ.ตรัง ส่งตัว น.ส.อิงอร พร้อมเด็กเดินทางมายัง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี   จากการสอบสวน น.ส.ศศิธร ยอมรับว่า เด็กชายคนดังกล่าวไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของตนเอง ซึ่งตนเองได้ตั้งครรภ์และแท้งลูก ด้วยไม่อยากมีปัญหากับครอบครัวสามี ตนที่รู้จักกับ อิงอร ที่ประสงค์จะหาผู้เลี้ยงดูบุตรให้ระยะหนึ่ง เนื่องจากมีปัญหาตั้งครรภ์ขณะยังเรียนอยู่ จึงติดต่อขอเป็นผู้เลี้ยงดู สวมรอยว่าเด็กเป็นลูกของตน เพื่อยุติปัญหาไม่ให้ครอบครัวสามีรู้ว่าแท้ง   เช่นเดียวกับ น.ส.อิงอร ที่เดินทางมาถึง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ให้การยืนยันโดยให้ดูแชทที่มีการคุยตกลงกันไว้กับ น.ส.ศศิธร ว่า เรื่องป้ายยาไม่เป็นความจริง และตนเดินทางมาเพื่อรับลูกเท่านั้น ไม่ใช่การขโมย ทั้งนี้ก่อนมีการสรุปว่าใครเป็นแม่ตัวจริง ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวเด็กไปตรวจดีเอ็นเอ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันให้แน่ชัด   ต่อมาวันที่ 11 มิ.ย. 62 พ.ต.อ.วิรุฬห์ สุวรรณวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ฝ่ายสืบสวนสอบสวน เผยถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่าเด็กชายดังกล่าวมีการแจ้งเกิดไปตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2562 จึงทำให้เด็กมีอายุ 2 เดือนเศษ ซึ่งไม่ตรงกับใบแจ้งเกิดของ น.ส.ศศิธร ที่ได้แจ้งเกิดในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 ซึ่งเท่ากับเด็กมีอายุเพียง 1 เดือนเศษ   อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ร่วมประสานกับเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมตรวจสอบข้อมูล ว่าจะเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่ ส่วน น.ส.ศศิธร เบื้องต้นจะถูกดำเนินคดีในประเด็นการแจ้งความเท็จ

 2,937
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 62

สะเทือนใจซ้ำ คาดหนุ่มใหญ่ที่แม่ ด.ญ. 5 ขวบ พาไปให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย เป็นพ่อแท้ๆ ของเด็ก

จากกรณี น.ส.ศุภลักษณ์ อายุ 28 ปี แม่แท้ๆ ของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) วัย 5 ขวบ ที่ถูกพาไปขายบริการให้กับนายวินัย อายุ 52 แลกกับเงิน 200-300 บาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น    ความคืบหน้าวันที่ 23 เม.ย. 62 ตำรวจ สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ได้สอบปากคำแม่ของเด็กตลอดทั้งคืน ก่อนที่ช่วงบ่ายจะคุมตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดฉะเชิงเทราฝากขัง และคัดค้านการประกันตัว     ทั้งนี้ จากการสอบปากคำนายวินัย พบว่า ได้แอบคบหาดูใจกับแม่ของเด็กมาตั้งแต่ปี 2552 ต่อมาฝ่ายหญิงได้มีลูก และคาดว่าเป็นลูกของฝ่ายชายด้วย โดย น.ส.ศุภลักษณ์ แม่ของเด็กก็มั่นใจ เพราะไม่เคยมีสัมพันธ์กับคนอื่น ทุกครั้งเมื่อฝ่ายชายมาเยี่ยม ก็ได้เข้าไปกอด ด.ญ.เอ จนเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงได้มีเพศสัมพันธ์กับ ด.ญ.เอ และ น.ส.ศุภลักษณ์ หลังจากนั้นก็จะมีการนัดเจอกันเรื่อยมา   ส่วนกรณีที่ให้เงินครั้งละ 200-300 บาทนั้น เนื่องจากสงสาร ด.ญ.เอ กับ น.ส.ศุภลักษณ์ เนื่องจากต้องการเลี้ยงดู แต่ตนเองมีครอบครัวแล้วจึงไม่สามารถมาอยู่ด้วยกันได้ โดยจะให้เงินทุกครั้งที่นัดมาเจอกัน อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง หลังจากมีเพศสัมพันธ์กัน    นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัตินายวินัย พบว่ามีประวัติการรักษาทางจิตเวช เมื่อปี 2558 เนื่องจากมีอาการหมกหมุ่นทางจิต แต่ตำรวจมั่นใจว่าไม่สามารถนำมาต่อสู้ได้เพราะขณะเกิดเหตุฝ่ายชายมีสติสัมปชัญญะครบทุกอย่าง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง แม่พาลูกสาว 5 ขวบ เร่ขายบริการชายวัย 52 แลกเงินไม่กี่ร้อย ตร.บุกจับขณะล่วงละเมิดทางเพศท้ายรถกระบะ      

 36,394
ข่าวภูมิภาค
23 เม.ย. 62

แม่พาลูกสาว 5 ขวบ เร่ขายบริการชายวัย 52 แลกเงินไม่กี่ร้อย ตร.บุกจับขณะล่วงละเมิดทางเพศท้ายรถกระบะ

ฉะเชิงเทรา-ตำรวจจับกุม นางสาวศุภลักษณ์ ผาสุข อายุ 28 ปี แม่ของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ ) อายุ 5 ปี และนายวินัย พรหมทองสุข อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาในคดีกระทำชำเรา ด.ญ.เอ (นามสมมติ)   โดยชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เห็นพฤติกรรมของนายวินัย และนางสาวศุภลักษณ์ มานานแรมปี แต่ก็ไม่มั่นใจและไม่คิดว่าคนเป็นแม่จะกล้าทำแบบนี้ จนชาวบ้านมั่นใจว่า ด.ญ.เอ ถูกนายวินัยกระทำอนาจารจริง จริงร้องขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา   ก่อนชุดสืบสวนตำรวจภูธรพนมสารคาม จะลงพื้นที่หาข่าวจนมั่นใจ ว่านางสาวศุภลักษณ์ จะนำ ด.ญ.เอ ซึ่งเป็นลูกสาว มาขายบริการทางเพศให้กับนายวินัย ในราคา 200-300 บาท ในทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังกับทหารชุดรักษาความสงบประจำอำเภอพนมสารคาม , ฝ่ายปกครองและพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา บุกรวบ 2 ผู้ต้องหาและช่วย ด.ญ.เอ วัย 5 ปี เมื่อเวลาประมาณ 19.40 น. คืนวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา   โดยเจ้าหน้าที่พบนายวินัยนั่งอยู่ท้ายรถ ในสภาพนุ่งกางเกงแต่ซิปและตะขอกางเกงหลุดออก ส่วน ด.ญ.เอ นอนอยู่ท้ายรถกระบะ ไม่สวมใส่กางเกงใน โดยมีผ้าห่มคลุมอยู่ จึงได้ควบคุมตัวนายวินัย พร้อมของกลางที่อยู่บริเวณด้านท้ายรถยนต์กระบะ   นายวินัย ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่า ล่วงละเมิดทางเพศ ด.ญ.เอ จริง โดยใช้อวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในช่องทวารหนักทุกครั้ง แต่บางครั้งก็จะใช้อวัยวะเพศชายปลอมแทน โดยมีนางสาวศุภลักษณ์ ซึ่งเป็นแม่ของเด็กพามาส่งในซอยเปลี่ยวนี้ หรือบางครั้งก็จะนัดแนะพากันไปที่โรงแรม ซึ่งหลังเสร็จกิจก็จะให้เงินหรือสิ่งของเป็นการตอบแทน ผู้ต้องหายังเผยอีกว่าตนเอง ได้รู้จักกับนางสาวศุภลักษณ์ แม่ของ ด.ญ.เอ มานานหลายปีและก็คบกันในเชิงชู้สาวโดยไม่มีใครรู้จนมาถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจับกุมตัวได้   เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ศุภลักษณ์ ผาสุข แม่ของ ด.ญ.เอ ในข้อหาการค้ามนุษย์ กระทำความผิดฐาน เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่ายพามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยว กักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ้งบุคลคลใด โดยข่มขู่ ใช้กำลัง บังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือโดยให้เงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลบุคคลนั้น เพื่อให้ปกครองหรือผู้ดูและให้ความยินยอมแก่ผู้กระทำความผิดในการแสวงหาประโยชน์จากบุคคลที่ตนดูแล   ส่วนนายวินัย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหา กระทำความผิดฐาน กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช้ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช้ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้นำตัว ด.ญ.เอ ออกนอกพื้น เพื่อที่ไปดูแลรักษาเยี่ยวยาสภาพจิตใจต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nizurIck0OU

 10,770
สังคม-อาชญากรรม
22 เม.ย. 62

สลด พ่อแท้ๆลวงลูกวัย 13 ให้เฒ่าวัย 65 ขยี้กามแลกกัญชา

จากกรณีนายสุรชัย สุขเขียวอ่อน ผู้อำนวยการมูลนิธิบ้านนกขมิ้น โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก @ครูอ๊อด ขออาสา เปิดเผยเรื่องราวกรณีเด็กสาวรายหนึ่งอายุ 13 ปี ถูกล่อลวงไปล่วงละเมิดทางเพศ เป็นประจำทุกอาทิตย์ โดยพ่อแท้ ๆ ก็รู้เห็นเป็นใจ ด้วยเพื่อแลกกับกัญชา   ความคืบหน้าตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในเพิงพักชั่วคราว ภายในชุมชนบึงพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง พบเด็กสาววัย 14 ปี และเด็กสาววัย 13  ปี พักอาศัยอยู่ในชุมชนดังกล่าว จึงได้ทำการช่วยเหลือคัดแยกเด็กออกมาเพื่อเข้าสู่ขบวนการซักถามตามขั้นตอน   จากการตรวจสอบพบว่าเด็กทั้งสองรายพักอาศัยอยู่กับพ่อวัย 62 ปี ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพแวดล้อม พบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุ จึงดำเนินการให้ความช่วยเหลือเด็กหญิงทั้งสองราย ให้อยู่ในความดูแลของสหวิชาชีพ นักสังคมสงเคราะห์ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งนี้ได้นำตัวเด็กสาวทั้งสองรายไปทำการตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ   หลังพบข้อมูลในทางการสืบสวนว่าเด็กทั้งสองราย อาจตกเป็นเหยื่อจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และส่งมอบเด็กทั้ง 2 คน ให้บ้านพักเด็กรับไปคุ้มครองดูแล ให้อยู่ในความปลอดภัย ในส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด ได้ซักถามปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของผู้นำชุมชน เพื่อนบ้านหรือพยานแวดล้อมต่าง ๆ พร้อมกันนี้อยู่ระหว่างการรอผลตรวจทางแพทย์ และขั้นตอนสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งหากพบว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเคร่งครัดต่อไป   มีรายงานว่าชุดสืบสวนพบผู้ต้องสงสัย 1 ราย ซึ่งเป็นชายอายุ 65 ปี พักอาศัยอยู่ในชุมชนดังกล่าว โดยเด็กหญิงวัย 13 ปี ให้ถ้อยคำยืนยันต่อหน้าสหวิชาชีพและนักสังคมสงเคราะห์ ว่าพ่อของตนเองได้ออกอุบายล่อลวงเพื่อให้ชายวัย 65 ปี คนนี้ ลงมือข่มขืนกระทำชำเราเพื่อแลกกับกัญชา ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้ทางพนักงาน บก.ปคม.อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_8dRfupvCZE

 60,392
ข่าวภูมิภาค
03 เม.ย. 62

ทลายซ่องเชียงราย เปิดร้านคาราโอเกะบังหน้า บังคับสาวพม่าค้ากาม เจอบัญชีจ่ายส่วย

เชียงราย-จนท.สนธิกำลังบุกช่วยเหลือหญิงสาวซึ่งตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ภายในร้านสาวพานคาราโอเกะ ถนนทางหลวงหมายเลข 1 เส้นทางเชียงราย-พะเยา อ.พาน จ.เชียงราย   พบหญิงสาวชาวเมียนมา อายุต่ำกว่า 18 ปี มาขายบริการทางเพศ แต่จากการสอบถามทราบว่ามีอายุเพียง 17 ปี เท่านั้น ต้องทำงานตั้งเเต่ 2 ทุ่ม จนถึงตี 2 หรือจนกว่าเเขกที่มาใช้บริการจะหมด โดยจะได้มีค่าบริการแบบชั่วคราว 1,100 บาท หักให้เเม่เล้า 300 บาท เเละค่าโรงเเรม 100 บาท เเต่ส่วนต่าง 700 บาท จะไม่ได้รับเงินทันที เเม่เล้าหรือเจ้าของร้านจะเก็บไว้   หากเป็นการซื้อบริการเเบบค้างคืน จะคิดในราคา 2,500 บาท หักค่าเเม่เล้า 500 บาท ไม่สามารถเบิกเงินมาใช้ได้เช่นกัน จึงต้องจำอยู่ในสภาพที่ต้องอดทนขายบริการทางเพศ ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้เงินที่ทำงานไปก่อนหน้านี้   จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือหญิงสาว 3 รายที่ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ พร้อมควบคุมตัวเจ้าของร้านไปสอบสวนขยายผลส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีของกลางเป็นกล่องถุงยางอนามัยจำนวนมาก และสมุดบัญชีรายจับรายจับจ่าย บัญชีรายชื่อเด็กสาว พร้อมบัญชีจ่ายส่วยให้กับเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน   โดยทีมสหวิชาชีพจะประชุมร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งส่งหญิงสาวทั้งหมด ตรวจร่างกาย เพื่อนำหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบ หากปรากฎว่าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็จะนำตัวนายสุทัศน์ ส่งพนักงานสอบสวนเจ้าของพื้นที่ดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์ต่อไป   นอกจากนี้ในส่วนสมุดบัญชีที่เจ้าของร้านบันทึกว่ามีการจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่รัฐนั้น จะส่งเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามระเบียบสำนักนายกรัฐมันตรี ว่าด้วยการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ให้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ตรวจสอบเพื่อเอาผิดทางวินัยด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/96jJec0s2vg

 4,081
ข่าวภูมิภาค
13 ก.พ. 62

รวบแม่เล้ากะเทยเฒ่า ฉายา 'เจ๊เก่ง พัทยา' ลอบค้ามนุษย์ นำ 5 ด.ช.ส่งให้ลูกค้าต่างชาติ

เชียงใหม่-ตร.จับกุมนายอนันต์สิทธิ์ สารเก่ง อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดพะเยา ในความผิดฐาน ค้ามนุษย์ฯบุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปีและเกินสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหาพาไปเพื่อการอนาจารเพื่อให้บุคคลนั้นค้าประเวณี,พรากเด็กไปเพื่อหากำไรเพื่ออนาจาร,พรากผู้เยาว์เพื่อหากำไรเพื่อการอนาจาร   สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) สืบทราบว่า นายอนันต์สิทธิ์ สารเก่ง หรือหนานเวิ้น หรือเจ๊เก่ง พัทยา มีพฤติกรรมจัดหาเด็กชายเพื่อสนองความใคร่ให้กับแขกที่มีรสนิยมไม้ป่าเดียวกัน จึงวางแผนให้สายชาวต่างชาติทำการล่อซื้อ โดยให้นายอนันต์สิทธิ์นำเด็กมาส่งให้จำนวน 5 คน ในราคา 14,000 บาท ที่ รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพัทยา จ.ชลบุรี   ต่อมาเวลาประมาณ 12.30 น. นายอนันต์สิทธิ์ได้เดินทางมาพร้อมกับเด็กจำนวน 5 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ (บก.ปคม.) จึงได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุมและพบว่าเด็กที่นายอนันต์สิทธิ์นำมานั้นมีอายุ 14 ปี 1 คน / 15 ปี 2 คน / 16 ปี 1 คน / และ18 ปี 1 คน ต่อมาศาลมีคำสั่งพากษาให้จำคุก นายอนันต์สิทธิ์ จึงได้หลบหนีไป   จากการสืบสวนของ บก.ป. ทราบว่า ผู้ต้องหาหลบมาอยู่กับเพื่อนใน จ.เชียงใหม่ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบต่อมาสามารถจับกุม นายอนันต์สิทธิ์ ได้ที่ริมถนน หัสดิเสวี ปากซอย 4 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นำตัวส่งศาลอาญาดำเนินคดีต่อไป   จากการสอบถาม นายอนันต์สิทธิ์ให้การว่าตนได้กระทำความผิดในคดีนี้จริง โดยหลังจากศาลอาญาให้ประกันตัวแล้วตนได้ไปขึ้นศาลตามนัดหลายครั้งภายหลังเห็นว่าต้องติดคุกแน่นอน จึงตัดสินใจหลบหนี โดยหลบหนีมาอยู่กับพรรคพวกย่านสันติธรรมที่จังหวัดเชียงใหม่ และมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฏหมายได้ในที่สุด สำหรับคดีนี้ให้จับกุมผู้ต้องหามาเพื่อบังคับตามผลคำพิพากษา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BtFyNYXlYh8

 1,552
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.พ. 62

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง 'หญิงไก่' คดีค้ามนุษย์ เจ้าตัวดีใจร่ำไห้ก้มกราบศาล

ศาลอาญา นัดอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ จำเลยความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยกระทำแก่บุคคอายุเกิน 15 ปี ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551   กรณีเมื่อเดือนมิถุนายน 2549 ถึงปลายเดือนตุลาคม 2553 จำเลยได้หลอกนางสาดาลิน หล้าคำ ,นางสาวกาญจนา ปองลาภสุนทร และนางสาวขวัญจิรา จิรสกุลโชคชัย ผู้เสียหายที่ 1-3 มาทำงานเป็นคนรับใช้ บังคับใช้แรงงานตั้งแต่ ตี 5 ถึง 22 นาฬิกา โดยไม่มีวันหยุดและไม่จ่ายค่าจ้าง แล้วยังข่มขู่ผู้เสียหาย หากไม่ยอมทำงานจะแจ้งตำรวจจับบิดามารดา    คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 เห็นว่าผู้เสียหายที่ 1 และ 3 พยานหลักฐานยังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีพฤติการณ์ข่มขู่ หรือเข้าข่ายความผิดตามฟ้อง เนื่องจากไม่มีการยึดบัตรประชาชน และการทำงานเป็นไปด้วยความสมัครใจ และยังไม่มีพยานหลักฐานพิสูจน์ว่าผู้เสียหายต้องทำงานต่อเนื่องตั้งแต่ ตี 5 ถึง 22 นาฬิกา จริง   ส่วนประเด็นที่อ้างว่าจำเลยข่มขู่บิดาของผู้เสียหายที่ 3 ว่า หากลูกสาวไม่ยอมทำงานต่อ จะดำเนินคดีกับบิดาและมารดา ในประเด็นนี้ก็ไม่มีหลักฐานแน่ชัด จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นการข่มขู่ เพื่อแสวงหาจากการบังคับใช้แรงงาน เเต่ในส่วนผู้เสียหายที่ 2 พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบรับฟังได้ว่า จำเลยยึดบัตรประชาชน จำเลยที่ 2 มาเก็บไว้ และจำเลยไม่จ่ายค่าจ้างเดือนละ 6,000 บาท ตามที่ตกลงกันไว้ เเละยังไม่ส่งผู้เสียหายที่ 2 ให้เรียนพยาบาลตามที่เคยตกลงกันไว้ ซึ่งพิจารณาเเล้ว ถึงแม้งานดังกล่าวจะไม่หนักมาก ผู้เสียหายเพียงคนเดียว ย่อมสามารถกระทำได้   แต่การยึดบัตรประชาชนไว้ จำเลยมีเจตนาหาประโยชน์โดยมิชอบจากการใช้แรงงาน จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ พิพากษาจำคุก 4 ปีแต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีจึงลดโทษให้ 1 ใน 4 เหลือจำคุก 3 ปี และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายที่ 2 เป็นเงิน 590,007 บาท   โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนางมณตา จากทัณฑสถานหญิงกลางบางเขนมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า คดีนี้โจทย์ฟ้องจำเลยฐานค้ามนุษย์ โดยบังคับใช้แรงงาน ตามพ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 ต้องเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เป็นธุระจัดหากักขังหน่วงเหนี่ยว โดยข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ หรือโดยให้เงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้ปกครอง หรือบุคคลนั้น   แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยจัดให้ผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นเด็กพักอาศัยในคอนโดประชานิเวศน์ ให้ทำงานบ้าน ซึ่งนอกจากผู้เสียหายที่ 2 แล้ว ยังมีผู้เสียหายที่ 1 และ 3 ทำงานบ้านเช่นเดียวกัน ทั้ง 3 แบ่งหน้าที่กันทำช่วยดูแลจำเลยกับบุตรเพียง 2 คนเท่านั้น เชื่อว่างานที่ผู้เสียหายทำไม่หนักมาก และยังได้ความจากผู้เสียหายที่ 2 ว่าจำเลยให้เงินครั้งละ 1 พันบาท ให้โทรศัพท์ ให้ค่าเดินทางกลับบ้าน 2 พันบาท และโอนเงินให้อีก 5 พันบาท พาไปเที่ยวต่างจังหวัดบางครั้ง   อีกทั้งเวลาว่างสามารถออกไปซื้อของข้างนอกได้ แสดงว่าผู้เสียหายที่ 2 มีอิสระ ไม่ได้ถูกกักขังแม้จะปรากฏว่าจำเลยชวนผู้เสียหายที่ 2 มาทำงาน จำเลยอ้างว่าจะส่งเสียให้เรียนพยาบาล กลับมอบเงินให้บิดามารดา 5 พันบาท จนยินยอมให้พาผู้เสียหายไปทำงาน แต่เมื่อไปแล้วกลับไม่ส่งเสียให้เรียน และไม่จ่ายค่าจ้าง รวมทั้งนำบัตรประชาชนมาเก็บไว้ก็ตามแต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏจากการนำสืบว่าระหว่างที่ผู้เสียหายทำงานกับจำเลยนั้น จำเลยได้กระทำการใด อันเป็นการข่มขืนใจให้ผู้เสียหายทำงาน   โดยทำให้ผู้เสียหายจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน หรือขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย หรือทำให้ผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้แต่อย่างใดกับได้ความจากผู้เสียหายที่ 2 เองว่าจำเลยเป็นคนโมโหง่าย แต่ไม่เคยบังคับข่มขู่ให้ทำงาน ข้อเท็จจริงที่โจทย์นำสืบมายังฟังไม่ได้ว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ โดยการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ การกระทำของจำเลยจึงไม่ครบองค์ประกอบ การกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 (2)ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ ไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น   สำหรับคดีส่วนแพ่ง เมื่อฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิด จำเลยจึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายที่ 2 ศาลพิพากษากลับยกฟ้องภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา นางมณตา ร้องไห้ด้วยความดีใจ ก่อนทรุดลงกับพื้นและก้มลงกราบศาล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fJzHKV7Vu20

 1,143
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.พ. 62

รวบ ‘เจ๊เก่ง พัทยา’ แม่เล้าค้ากามเด็กชาย หนีศาลกบดานเชียงใหม่

วันที่ 12 ก.พ. 62 ตำรวจกองปราบจับกุมตัว นายอนันต์สิทธิ์ สารเก่ง อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 820/2561 ลงวันที่ 14 ก.พ. 2561 ได้ริมถนนหัสดิเสวี ปากซอย 4 ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน ค้ามนุษย์ฯบุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปีและเกินสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหาพาไปเพื่อการอนาจารเพื่อให้บุคคลนั้นค้าประเวณี, พรากเด็กไปเพื่อหากำไรเพื่ออนาจาร, พรากผู้เยาว์เพื่อหากำไรเพื่อการอนาจาร    สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 61 ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) สืบทราบว่า นายอนันต์สิทธิ์ สารเก่ง หรือ หนานเวิ้น หรือ เจ๊เก่ง พัทยา มีพฤติกรรมจัดหาเด็กชาย สนองความใคร่ให้กับแขกที่มีรสนิยมไม้ป่าเดียวกัน    จึงวางแผนให้สายชาวต่างชาติทำการล่อซื้อ โดยให้นายอนันต์สิทธิ์ นำเด็กมาส่งให้จำนวน 5 คน ในราคา 14,000 บาท ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพัทยา ต่อมา เวลาประมาณ 12.30 น.นายอนันต์สิทธิ์ ได้เดินทางมาพร้อมกับเด็ก 5 คน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุม และพบว่าเด็กที่นายอนันต์สิทธิ์ นำมานั้นมีอายุ 14 ปี 1 คน , 15 ปี 2 คน , 16 ปี 1 คน และ 18 ปี 1 คน    ต่อมาศาลมีคำสั่งพิพากษาให้จำคุก นายอนันต์สิทธิ์ จึงได้หลบหนีไปจากการสืบสวนของ บก.ป. ทราบว่า ผู้ต้องหาหลบมาอยู่กับเพื่อนใน จ.เชียงใหม่ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบต่อมาสามารถจับกุม โดยนำตัวส่งศาลอาญาดำเนินคดีต่อไปต่อไป   นายอนันต์สิทธิ์ ให้การว่าตนได้กระทำความผิดในคดีนี้จริง โดยหลังจากศาลอาญาให้ประกันตัวแล้ว ก็ได้ไปขึ้นศาลตามนัดหลายครั้งภายหลังเห็นว่า ต้องติดคุกแน่นอน จึงตัดสินใจหลบหนี โดยหนีมาอยู่กับพรรคพวก ย่านสันติธรรม จ.เชียงใหม่ และถูกตำรวจกองกำกับการ 2 กองปราบปราม ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามคำพิพากษาของศาลที่ให้จำคุก 12 ปี  

 2,032

Top