ค้นหา :

ผลการค้นหา "ไล่ออก"

ข่าวต่างประเทศ
03 พ.ค. 62

ฉาว! เจ้าสัวจีนจ่ายสินบน 200 ล้านบาท ให้ลูกสาวเข้า ม.ดังสหรัฐฯ ก่อนโป๊ะแตกถูกไล่ออก

สหรัฐฯ - เจ้าสัวจีนจ่ายสินบน 200 ล้านบาท ให้ลูกสาวเข้ามหาวิทยาลัยดังในสหรัฐฯ   จ้าว หยูซี เป็นลูกสาวของมหาเศรษฐีชาวจีน เจ้าของบริษัทเภสัชกรรม ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด หนึ่งในสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงที่สุดของสหรัฐฯ   ล่าสุดถูกไล่ออก หลังจากถูกเปิดโปงว่า เธอยื่นข้อมูลเท็จหลายอย่าง รวมทั้งเรื่องประกาศนียบัตรการเป็นนักกีฬาเรือใบของเธอ ทั้งที่เธอไม่มีประสบการณ์เล่นกีฬาเรือใบเลย   โดยครอบครัวของเธอบริจาคเงิน 6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 208 ล้านบาท ผ่านมูลนิธิที่บริหารโดย วิลเลียม ริค ซิงเกอร์ ที่กำลังตกเป็นข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับรับสินบนจัดนักเรียนเข้าสถานศึกษาในสหรัฐฯ   ซึ่งครอบครัวของ หยูซี ไม่ใช่เพียงครอบครัวเดียว แต่มีหลายครอบครัวที่จ่ายเงินให้กับ ซิงเกอร์ เพื่อรับประกันว่าลูกหลาน จะได้เข้าเรียน หรือมหาลัยวิทยาลัยดังหลายแห่งในสหรัฐฯ  

 41,846
สังคม-อาชญากรรม
30 เม.ย. 62

ต้นสังกัดแถลงเลิกจ้าง 4 พนง.ส่งพัสดุ แกะห่อเซ็กส์ทอยลูกค้า โพสต์ล้อเลียน

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์พฤติกรรมของ พนักงานของบริษัทจัดส่งพัสดุชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้แกะดูสินค้าของลูกค้า โดยอ้างว่าซองที่บรรจุเกิดความเสียหายต้องนำมาซ่อมแซม   แต่ปรากฎว่าพัสดุที่จัดส่งดังกล่าวคือ สิ่งเทียมวัตถุทางเพศ หรือ เซ็กส์ทอย จนมีการนำมานินทาลูกค้าอย่างสนุกปาก เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผย ทำให้วิจารณ์อย่างหนักถึงสามัญสำนึกความเป็นมืออาชีพในการทำหน้าที่   ล่าสุดทางต้นสังกัดคือ KERRY EXPRESS ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบุว่า   "ตามที่สื่อออนไลน์เผยแพร่เกี่ยวกับพนักงานจำนวน 4 คน ในศูนย์กระจายสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม โดยเป็นรายการพัสดุที่หลุดออกมาจากหีบห่อที่เสียหาย ทางบริษัทได้ตรวจสอบอย่างละเอียดและมีการดำเนินการในทันที โดยพนักงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องโดยตรงถูกเลิกจ้างทันที เนื่องจากความผิดร้ายแรงต่อจรรยาบรรณในการทำงานของบริษัท และหัวหน้าของเขตนี้จะถูกดำเนินการทางวินัยต่อไป นอกจากนี้บริษัทจะดำเนินทางกฏหมายกับบุคคลที่เลิกจ้างให้ถึงที่สุด"   "ทีมบริหารทุกคนรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เราขออภัยอย่างสูงที่ทำให้ผิดหวังและเกิดความอับอายเกิดขึ้น เราสัญญาว่าจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเฉกเช่นนี้ได้อีก"   "การปกป้องความเป็นส่วนตัวและความเป็นมืออาชีพด้านบริการที่ยอดเยี่ยมเป็นคุณค่าหลักของบริษัท เราจะไม่ประนีประนอมกับพฤติการณ์ใดที่ผิดในทุกสถานการณ์ และจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อรักษามาตรฐานของเราไว้ในฐานะผู้นำการจัดส่งพัสดุรายใหญ่ของประเทศไทย การวางมาตรฐานสูงยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องในการสรรหาพนักงานทุกระดับ   เรายึดมั่นปฏิบัติตามหลักการ "Good-guys-in, bad-guys-out" ที่เข้มงวดมากเพื่อให้แน่ใจว่ามีเพียงบุคลากรที่ดีเท่านั้นที่ทำงานบริการให้ลูกค้าของเรา เราจะไม่ยอมให้คนที่มีพฤติกรรมหรือวินัยที่ไม่ดีทำงานอยู่ในองค์กรได้ สุดท้ายบริษัทต้องขออภัยลูกค้าและสาธารณชนเป็นอย่างสูง หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนบริการของเรา เราจะมุ่งมั่นพัฒนาบริการเราให้ดีขึ้นแน่นอน"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/23il-uUEHZ0

 33,926
สังคม-อาชญากรรม
26 ก.พ. 62

แก๊งงานบวชซ่าไม่ออก บริษัทต้นสังกัดไม่นิ่งนอนใจ สั่งพักงาน-ไล่ออกแล้ว

จากกรณีที่กลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก่อนที่จะเข้าไปทำร้ายร่างกายนักเรียน และคุกคามทางเพศนักเรียนหญิงที่กำลังเข้าสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (GAT/PAT) ประจำปีการศึกษา 2562 สนามสอบโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์   จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นงานบวชที่วัดสิงห์ บุกทำร้ายสนามสอบ ทำร้ายร่างกายครู ผอ. นักเรียน รปภ. และยังลวนลามหอมแก้มนักเรียนหญิง เนื่องจากไม่พอใจที่ทางโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ แจ้งขอให้ลดเสียงดนตรีในงานบวช เพราะกระทบกับการสอบ ความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (GAT/PAT) ประจำปีการศึกษา 2562 ของนักเรียนชั้น ม.6 ซึ่งล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 24 ราย   ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากบริษัทที่มีผู้ต้องหาทำงานอยู่ โดยเมื่อวานนี้ (25 ก.พ.) บริษัท เดอเบล จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้าให้กับ บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด เจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดง สปอนเซอร์ และ เรดดี้ ได้ออกคำชี้แจงเกี่ยวกับการลงโทษของพนักงาน หลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ระบุว่า   "ในนามของบริษัท เดอเบล จำกัด รู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และขอประณามการใช้ความรุนแรงจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการออกหมายจับเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย   อย่างไรก็ตาม เมื่อบริษัททราบว่ามีพนักงานของบริษัทคนหนึ่งอยู่ในเหตุการณ์ บริษัทก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้มีคำสั่งพักงานพนักงานคนดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวน ซึ่งหากผลการสอบสวนพบว่าพนักงานคนดังกล่าวกระทำความผิดจริงก็จะพ้นสภาพการเป็นพนักงานทันที"   ด้านบริษัท ลาลามูฟ อีซี่แวน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าภายใต้แบรนด์ลาล่ามูฟ ระบุว่า ทางบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว ในขณะนี้พนักงานร่วมขับรถได้พ้นสภาพการร่วมวิ่งรถเป็นที่เรียบร้อย ต้องขออภัยในความไม่สะดวก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TG2f3zXmUOc

 21,429
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
14 ธ.ค. 61

ลูกจ้างเฮ! พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ลากิจได้ค่าจ้าง-เพิ่มวันลาคลอด-ค่าชดเชยเลิกจ้าง

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผ่านกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ให้สิทธิลูกจ้างเพิ่ม 7 ประเด็น เหลือรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน 30 วัน และจะมีผลบังคับใช้ทันที    โดยประเด็นที่ 1 ลากิจธุระจำเป็นได้ค่าจ้าง 3 วันทำงานต่อปี ประเด็นที่ 2 ลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์ลาก่อนคลอด หลังคลอดได้ 98 วัน จากเดิม 90 วัน   ส่วนประเด็นที่ 3 กรณีนายจ้างมีการเปลี่ยนตัว เปลี่ยนนิติบุคคล หากลูกจ้างไม่ยินยอม ก็สามารถรับค่าชดเชยพิเศษโดยหากทำงานมาครบ 20 ปีก็ได้รับ 400 วัน หรือเป็นไปตามข้อที่ 4   ประเด็นที่ 4 กรณีเลิกจ้างจะได้รับค่าชดเชยใหม่ ที่เพิ่มเป็น 6 อัตราจาก 5 อัตราคือ  อัตราที่ 1 ลูกจ้างที่ทำงานมาครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปีได้ค่าชดเชย 30 วัน  อัตราที่ 2 ลูกจ้างหากทำงานครบ 1 ปีแต่ไม่ครบ 3 ปี ได้ค่าชดเชย 90 วัน   อัตราที่ 3 ลูกจ้างทำงานครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปีจะได้รับเงินชดเชย 180 วัน อัตราที่ 4 ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ได้รับเงินชดเชย 240 วัน  อัตราที่ 5 ลูกจ้างทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี ได้เงินชดเชย 300 วัน  อัตราที่ 6 ลูกจ้างทำงานครบ 20 ปีขึ้นไปจะได้รับเงินชดเชย 400 วัน   ประเด็นที่ 5 กรณีย้ายสถานประกอบการไปที่อี่น หากลูกจ้างไม่อยากตามไป ก็สามารถบอกเลิกสัญญาจ้างได้ และได้สิทธิชดเชยตาม 6 อัตรา    ประเด็นที่ 6 กรณีค่าตอบแทน หากนายจ้างไม่จ่ายค่าตอบแทน ในบางอาชีพ ที่ทำงานเกินวลาปกติ ลูกจ้างจะต้องฟ้องขอ โดยของเดิมดอกเบี้ยให้ร้อยละ 7.5 ต่อปี แต่กฎหมายใหม่ให้ได้สูงสุดถึง 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี   และประเด็นที่ 7 ให้สิทธิเท่าเทียมระหว่างหญิงชาย โดยลูกจ้างมีสิทธิเท่าเทียมกันในเรื่องค่าจ้าง ค่าตอบแทน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hid4I8gLXNY

 130,443
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 61

‘เถ้าแก่’ แจงปมไล่หนุ่มพลเมืองดีออกจากงาน เหตุนำรถส่งน้ำที่โรงงานไปใช้ส่วนตัว วอนสังคมเข้าใจ

จากกรณี นายทิพกร ทองขาว อายุ 30 ปี หรือ ‘ต้น’ ซึ่งเป็นพลเมืองดีที่เข้าไปช่วยเหลือ ด.ญ.อายุ15 ปี ที่กำลังจะถูกตาวัย 68 ปี ข่มขืนในป่า พื้นที่หมู่ 3 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่ปรากฏว่าได้ถูกนายจ้างไล่ออกจากงานที่เป็นพนักงานส่งน้ำดื่ม ซึ่งนายทิพกร สงสัยว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากการที่ไปเป็นพยานและทำให้ส่งน้ำให้ลูกค้าไม่ทัน รวมทั้งกรณีเอารถคันใหม่ไปส่งน้ำ แต่กลับมาล่าช้าทำให้เถ้าแก่ไม่พอใจ   ความคืบหน้าวันที่ 4 ธ.ค.61 ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังเจ้าของโรงงานผลิตน้ำที่นายทิพกร ทำงานอยู่ ซึ่งได้ชี้แจงผ่านทางโทรศัพท์โดยไม่พร้อมจะเผยตัว เพราะขณะนี้กลายเป็นจำเลยสังคม โดยเถ้าแก่ที่เป็นผู้ชายกล่าวว่า สาเหตุที่ให้ นายทิพกร ออกไม่ได้มาจากการไปเป็นพยานในคดีนี้จนทำให้เสียการเสียงานส่งน้ำไม่ทัน ซึ่งตนและภรรยายังชื่นชมนายทิพกร ด้วยซ้ำ    แต่สาเหตุมาจากเมื่อวันอาทิตย์ นายทิพกร ขอรถคันใหม่ไปส่งน้ำให้ลูกค้าที่ค้างอยู่อีก 50 ถัง เพราะส่งให้ไม่ทันในวันเกิดเหตุ โดยอ้างว่าคันเก่าที่ขับส่งน้ำเป็นประจำกระจกแตกขับไม่ได้ ซึ่งตนก็ให้ไป และก่อนไปส่งน้ำก็ได้เข้าไปให้ปากคำกับตำรวจที่ สภ.หาดใหญ่ เสร็จประมาณบ่าย 2 โมง และไปส่งน้ำต่อซึ่งเวลาที่ใช้ในการส่งน้ำจริงๆ ราว 1 ชั่วโมงก็เสร็จ แต่นายทิพกร นำรถกลับมาส่งที่โรงน้ำตอน 4 ทุ่ม ภรรยาของตนจึงโมโหมากเพราะในวันนั้นจำเป็นต้องใช้รถไปย้ายหอให้กับลูกสาวและเพื่อนที่ อ.เมืองสงขลา ในช่วงเย็น จึงทำอะไรไม่ได้เพราะไม่มีรถ จึงให้นายทิพกรออก    เถ้าแก่ชาย เปิดเผยอีกว่า ได้วางแผนที่จะซื้อรถและเซ้งน้ำให้นายทิพกร มีกิจการส่งน้ำเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ ซึ่งได้คุยกันไว้แล้วเพื่อสร้างตัวเอง และส่วนตัวตนก็ไม่ได้คิดจะไล่ แต่ภรรยาโมโหมากที่นำรถไปใช้ส่วนตัว ถ้ากลับมาถึงเร็วก็ไม่ถูกไล่ออก จึงขอความเห็นใจกับสังคมด้วยเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการที่นายทิพกร เป็นพลเมืองดีช่วยเหลือเด็กหญิงที่กำลังจะถูกข่มขืนและต้องไปเป็นพยานแต่อย่างใด   ด้าน นายทิพกร ล่าสุดได้มีการติดต่อมายังผู้สื่อข่าวว่าจะเดินทางมาที่ สภ.หาดใหญ่ อีกครั้งประมาณช่วงบ่ายของวันนี้ เพื่อพบกับผู้สื่อข่าวและตำรวจเรื่องการช่วยเหลือรวมทั้งเรื่องคดีข่มขืนที่ต้องเป็น    ทั้งนี้ ได้มีผู้ติดต่อยื่นมือมาให้ความช่วยเหลือมาจากทั่วประเทศรวมทั้งที่มารอพบที่ สภ.หาดใหญ่ ทั้งเสนองานให้ทำ รวมทั้งบริจาคเงินมาซื้อโทรศัพท์ใหม่ให้ รวมถึง ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำดี ได้มอบเงินช่วยเหลือ1 0,000 บาท และพร้อมที่จะหางานทำให้ที่ จ.นครศรีธรรมราช    ข่าวที่เกี่ยวข้อง หนุ่มพลเมืองดีช่วยหลานรอดถูกตาข่มขืน ถูกไล่ออกจากงาน เหตุไปให้ปากคำจนส่งของไม่ทัน  

 51,888
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ค. 61

ผลสอบ พม. ประเดิมฟันวินัย ทุจริตศูนย์ไร้ที่พึ่งขอนแก่น เสนอให้ออกจากราชการ 2 ราย

อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เผยผลสอบ ทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง 2 ผู้เกี่ยวข้องจังหวัดขอนแก่น จุดแรกที่พบข้อมูล และนำไปสู่การขยายผลตรวจสอบทั่วประเทศ ชี้มีโทษพิจารณาให้ไล่ออกจากราชการ เนื่องจากมีพฤติการณ์ร่วมกันทำ ทั้งปลอมแปลงเอกสาร - สวมสิทธิ์ผู้ไม่มาคุณสมบัติมารับเงิน และจ่ายเงินไม่ครบถ้วนตามจำนวน   ทั้งนี้ภาพรวมการตรวจสอบ ล่าสุด ปปท.ได้ส่งข้อมูลบุคคล ซึ่งถูกตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดแล้ว 2 ครั้ง รวม 35 แห่ง มีผู้ถูกกล่าวหา 156 คน จำนวนนี้ กรมอยู่ระหว่างดำเนินการทางวินัย 20 คน ส่วนที่เหลือ 136 คน จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นได้มีคำสั่งย้ายออกจากพื้นที่แล้ว 19 คน และ อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MXUXRlzHtqk  

 730
สังคม-อาชญากรรม
26 มี.ค. 61

มติเอกฉันท์ ไล่ออก! "รจนา สินที" ข้าราชการศธ. ผิด 3 สถานหนัก หลังพบมีเอี่ยวทุจริตกองทุนช่วยเด็กยากไร้

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แถลงผลการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพิจารณาความผิดและบทลงโทษนางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ระดับ 8 ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินในกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ตั้งแต่ปี 2550 - 2560 เป็นเงินกว่า 118 ล้านบาท   โดยพิจารณาแล้วเห็นว่านางรจนามีความผิดวินัยร้ายแรง, ประพฤติชั่วร้ายแรง และทุจริตต่อหน้าที่ราชการ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ 7 เสียงให้ไล่ออกจากราชการ มีผลทันที เท่ากับว่าขณะนี้นางรจนาพ้นสภาพการเป็นข้าราชการแล้ว และจะไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ   หลังจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะยังคง สืบสวนหาผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นเพิ่มเติม เพื่อนำตัวมาลงโทษต่อไป ส่วนนางรจนายังคงต้องไปให้ปากคำต่อ ป.ป.ท. และ ปปง. เพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลต่อไป

 5,071
ข่าวต่างประเทศ
20 มี.ค. 61

ดราม่า! ครูสาวรัสเซียถูกกดดันให้ลาออก หลังเพื่อนร่วมงานร้องชักจูงนร.ให้ถ่ายเซ็กซี่โปรโมทคลาสสอนเต้น

สำนักข่าว Daily Mail รายงานข่าวครูสาวชาวรัสเซียถูกกดดันให้ลาออกจากโรงเรียน หลังถูกเพื่อนร่วมงานร้องเรียนกว่าได้ชักชวนให้นักเรียนหญิงไปถ่ายแบบเซ็กซี่โปรโมทคลาสสอนเต้นของตัวเอง โดยให้สวมเสื้อหนังสีดำและกระโปรงสั้น สื่อถึงเซ็กซ์ ยาเสพติด และร็อคแอนด์โรล ทำให้เด็กๆ ดูเหมือนกับโสเภณี     Zalina Gedugova ครูสอนภาษาอังกฤษของโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองเชเลียบินสค์ ใช้เวลาว่างเป็นครูสอนเต้นแนว Strip-Plastic Dance หรือการแสดงท่าทางในเชิงเซ็กซี่ยั่วยวน อวดรูปร่างฟิตกระชับและถือเป็นการออกกำลังกายแขนงหนึ่ง ได้ออกมาชี้แจงหลังถูกเพื่อนร่วมงานกล่าว โดยยืนยันว่าลูกศิษย์ต้องการจะช่วยโปรโมทคลาสสอนเต้นเพื่อให้คนหันมาออกกำลังกายมากขึ้นเท่านั้น และนักเรียนทั้งหมดที่มาร่วมถ่ายแบบก็ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองแล้ว     แม้ว่าเธอจะไม่ได้ถูกทางโรงเรียนไล่ออก แต่เมื่อมีเพื่อนร่วมงานออกมาร้องเรียน ทำให้เธอตัดสินใจลาออกเพื่อยุติปัญหา หลังเรื่องที่เกิดขึ้นกลายเป็นประเด็นโต้เถียงอย่างดุเดือด เพราะกังวลว่าจะทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียง   การเต้นแนว Strip-Plastic Dance (cr.Строгая Катерина)   ด้านเจ้าหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการได้เข้ามาตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นไม่พบว่ามีผู้ปกครองคนใดร้องเรียนครูสาวรายนี้ ขณะที่ในโซเชียลมีเดียได้มีการเผยแพร่ภาพถ่ายแฟชั่นแนวฟิตเนสของครูสาวในอิริยาบถต่างๆ อีกด้วย    

 6,019
แชร์ออฟเดอะเดย์
01 ก.พ. 61

หนุ่ม พนง.โวยถูกนายจ้างสิงคโปร์รุมกระทืบ-ไม้กอล์ฟฟาดระบมทั้งตัว อ้างยักยอกเงินร้าน

เพจแหม่มโพธิ์ดำ โพสต์เรื่องราวที่ได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกรายหนึ่ง ระบุว่าถูกนายจ้างทำร้ายร่างกาย โดยการใช้ไม้ตี และให้คนมารุมซ้อม จนได้รับบาดเจ็บ เป็นรอยบวมช้ำทั่วทั้งตัว   โดยผู้ที่ร้องเรียนระบุว่า ตนถูกกล่าวหาว่าทุจริต แอบขโมยเงินของร้าน ซึ่งนายจ้างรายนี้เป็นชาวต่างชาติ ลงมือทำร้ายโดยไม่มีการมาสอบสวน หรือถามข้อเท็จจริงใดๆ  ทั้งยังบังคับให้ผู้เสียหายรายนี้ ชดใช้เงินค่าเสียหายเป็นเงิน 1 แสนบาทด้วย   ทีมข่าวเดินทางไปพูดคุยกับลูกจ้างคนดังกล่าว คือ นายสันติ เปรินทร์ อายุ 40 ปี เปิดเผยว่า ตนทำงานเป็นผู้จัดการร้าน ขายอุปกรณ์กีฬากอล์ฟในร้านแห่งหนึ่ง โดยมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องเงินภายในร้าน เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา ช่วงประมาณ 20.00 น. เป็นช่วงที่ร้านใกล้จะปิดแล้ว มีลูกค้านำไม้กอล์ฟมาขายแบบมือสอง โดยนำมาให้ตนประเมินราคา  ตนแจ้งลูกค้าไปว่า ร้านจะรับซื้อในราคา 1,800 บาท ลูกค้าบอกว่าขอตัดสินใจก่อน แล้วก็ออกจากร้านไป   หลังลูกค้าออกไป ตนก็เก็บของในร้าน พร้อมปิดระบบคอมพิวเตอร์ ปิดเคาท์เต้อร์แคชเชียร์จนเสร็จ ปรากฎว่าลูกค้าคนเดิมย้อนกลับมา บอกว่าตัดสินใจขาย ตนจึงดึงเงินของร้านจ่ายลูกค้าไป 1,800 บาทตามที่ตกลงกัน แต่ไม่ได้คีย์ข้อมูลลงในระบบคอมพิวเตอร์ เพราะปิดเครื่องไปหมดแล้ว ตั้งใจว่าจะมาทำตอนเช้าวันรุ่งขึ้น  จึงเดินออกจากร้านมาโดยถือไม้กอล์ฟที่ลูกค้านำมาขาย ติดมือออกมาด้วย ตั้งใจจะเอากลับบ้านก่อน เพื่อไม่ให้ปะปนกับไม้กอล์ฟอันอื่นๆในร้าน ที่มีข้อมูลอยู่ในระบบแล้ว   แต่ยังไม่ทันเดินออกจากร้าน หัวหน้าของตนเป็นชาวสิงคโปร์ เดินเข้ามาพร้อมลูกน้องหลายคน สั่งให้ลูกน้องมารุมจับตนเอาไว้ ไม่ให้ออกไปไหน ก่อนจะลากตัวเข้าไปในห้องซ่อมไม้กอล์ฟ ปิดไฟ แล้วลงมือรุมทำร้ายร่างกาย บังคับให้ตนรับสารภาพ ว่าตนแอบยักยอกเงินของร้าน   หัวหน้าชาวสิงคโปร์รายนี้ ใช้ทั้งไม้หน้าสาม และไม้กอล์ฟ ฟาดตามร่างกาย และยังให้คนมารุมเตะต่อย จนบาดเจ็บไปหมดทั้งตัว ตนพยายามปฏิเสธว่าไม่เคยยักยอก หรือขโมยของ เพราะยอดขายต่างๆที่สรุปส่งให้ทุกๆวันก็ไม่เคยมีปัญหา แต่อีกฝ่ายไม่เชื่อ บอกว่ามีหลักฐานจากวงจรปิด โดยหัวหน้าเอาคลิปจากกล้องวงจรปิดมาให้ตนดู เป็นภาพเหตุการณ์ตอนที่ลูกค้านำไม้กอล์ฟมาขาย เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว  แต่ในภาะเห็นแค่ตนนั่งหันหลังทำงานอยู่ตามปกติเท่านั้น   หลังจากทำร้ายตนเสร็จ หัวหน้ารายนี้สั่งว่า ให้ตนไปหาเงินมาใช้คืน 1 แสนบาท ไม่เช่นนั้นจะเอาตนเข้าคุก พร้อมบอกอีกว่า ต่อไปนี้ไม่ต้องมาทำงานอีก นายสันติบอกกับทีมข่าวว่า ยืนยันว่าตนเองไม่เคยทุจริตเงินของร้าน หากจะฟ้องร้องเอาผิดกัน ตนก็ไม่กลัว แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมารุมทำร้ายกันรุนแรงขนาดนี้ ทั้งๆที่ควรจะไถ่ถาม พูดคุยกันดีๆก่อน รวมทั้งในสัญญาจ้าง ก็จะหักเงินเดือนของตนเอาไว้เป็นเงินประกัน ทุกๆเดือนอยู่แล้ว หากมีเงินหาย หรือยอดเงินไม่ตรง ก็จะหักไปจากเงินประกันส่วนนี้  จึงไม่เห็นมีความจำเป็นอะไรที่ต้องมาใช้กำลังกันขนาดนี้   หลังเกิดเหตุตนจึงไปแจ้งความไว้ที่ สน.บางรัก ในข้อหาทำร้ายร่างกาย  ก่อนที่เมื่อวานนี้(31 ม.ค.) เจ้าตัวไปที่กระทรวงแรงงาน เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการให้ออกจากงานอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งเรื่องการใช้กำลังประทุษร้ายลูกจ้างด้วย   ทีมข่าวยังเดินทางไปตรวจสอบที่ร้านขายอุปกรณ์กอล์ฟ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหัวหน้างานคนดังกล่าว แต่พนักงานของร้านแจ้งว่า หัวหน้าไม่อยู่หลายวัน ต้องรอทางผู้บริหารเป็นผู้ให้ข้อมูล แต่เบื้องต้นพนักงานคนอื่นๆของร้านก็พอจะทราบเรื่องจากโลกออนไลน์มาบ้าง แต่ไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่า เรื่องราวเป็นอย่างไร    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n_AZGVdZGiA    

 5,393
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
26 ม.ค. 61

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' เจาะลึกคดี ผอ.ฉาวคบเด็ก ม.2 จ่อฟันโทษวินัยร้ายแรง ตร.ออกหมายเรียก

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ตามต่อประเด็น ผอ.โรงเรียนใน จ.โคราช มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเด็กหญิง ม.2 ล่าสุดต้นสังกัดสรุปผลการสอบสวนเบื้องต้นแล้วพบ ผอ.โรงเรียนมีพฤติกรรมฉันชู้สาวกับเด็กนักเรียนจริง จ่อฟันโทษทางวินัยร้ายแรงถึงขั้นปลดออก หรือไล่ออก   อีกทั้งโทษคดีอาญา มาตรา 277 ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000-40,000 บาท ซึ่งเป็นคดีอาญาที่ยอมความไม่ได้   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยัง ผอ.คนนี้ ทางโทรศัพท์ หลังปิดโทรศัพท์มาหลายวัน ซึ่งเมื่อวันที่ 25 ม.ค.61 ผอ.เปิดโทรศัพท์และรับสาย แจ้งว่าตนไม่สบายกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งและได้ตัดสายทิ้งไป เมื่อโทรกลับไปก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก   นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า ผอ.คนนี้อยู่กินกับภรรยาคนปัจจุบัน เป็นบ้านเช่าปูนชั้นเดียวในเขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ อยู่กินกันมาประมาณ 4 ปี โดยคบหากับภรรยาคนปัจจุบันเมื่อตอนภรรยาอายุ 16 ปี ปัจจุบันภรรยาอายุ 20 ปี ทำงานเป็นพนักงานที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง และขณะนี้ภรรยาลาออกจากงานและเก็บของออกจากบ้านพักหลังดังกล่าวไปแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4MUiNbCPZuM    

 13,942
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 61

ผลสอบ ผอ.สามเสนวิทยาลัยรับเงินแปะเจี๊ยะ ชี้ผิดวินัยร้ายแรง ส่อโดนไล่ออก

การสอบสวนวินัยร้ายแรง จากกรณีมีคลิปกล่าวอ้างว่าผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยรับเงินแปะเจี๊ยะ 4 แสนบาท จากผู้ปกครอง ล่าสุดคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ได้สรุปผลสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงเบื้องต้นนายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย พร้อมรองผู้อำนวยการ และผู้เกี่ยวข้องอีก 1 คน   โดยในส่วนของนายวิโรฒ ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะกรรมการพิจารณาว่ามีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง เพราะมีการรับเงิน แต่ไม่นำเข้าคลัง ซึ่งไม่ใช่แค่กรณีที่เปิดเผยในคลิปรายเดียว รวมประมาณ 7-8 ล้านบาท   ส่วนรองผู้อำนวยการและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวม 2 รายนั้น จะเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ ต้องให้ทางคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงสรุปผลอีกครั้งหนึ่ง   อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ได้เชิญทั้ง 3 ราย มารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งหากมีข้อโต้แย้ง คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง จะไปทำสำนวนใหม่ แต่ถ้าไม่มีข้อโต้แย้ง ภายใน 15 วัน คณะกรรมการก็จะสรุปผลทันที ก่อนเสนอให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) กรุงเทพมหานคร พิจารณา โดยคาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์นี้   ขณะที่ นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าเบื้องต้นทราบว่าผู้อำนวยการโรงเรียนมีมูลความผิดวินัยร้ายแรง แต่อย่างไรก็ตามต้องรอคณะกรรมการพิจารณาจนสิ้นสุดเสียก่อน ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ทั้งนี้ ความผิดวินัยร้ายแรง มีโทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออกหรือปลดออก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A2c_uTgu6ns    

 7,710
สังคม-อาชญากรรม
16 ม.ค. 61

ผลสอบชัด "ผอ.รร.สามเสน" พบผิดวินัยร้ายแรงรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ โทษถึงไล่ออก

คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกรณีผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยรับแป๊ะเจี๊ยะ เผยผลพิจารณาเบื้องต้นผู้อำนวยการมีมูลความผิด คาดสรุปผลสอบในกุมภาพันธ์นี้ โทษสูงสุดคือไล่ออก   การสอบสวนวินัยร้ายแรง จากกรณีมีคลิปกล่าวอ้างว่าผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยรับเงินแปะเจี๊ยะ 4 แสนบาท จากผู้ปกครอง ล่าสุดคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ได้สรุปผลสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงเบื้องต้นนายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย พร้อมรองผู้อำนวยการ และผู้เกี่ยวข้องอีก 1 คน    โดยในส่วนของนายวิโรฒ ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะกรรมการพิจารณาว่ามีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง เพราะมีการรับเงิน แต่ไม่นำเข้าคลัง ซึ่งไม่ใช่แค่กรณีที่เปิดเผยในคลิปรายเดียว รวมประมาณ 7-8 ล้านบาท    ส่วนรองผู้อำนวยการและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวม 2 รายนั้น จะเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ ต้องให้ทางคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงสรุปผลอีกครั้งหนึ่ง    อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ได้เชิญทั้ง 3 ราย มารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งหากมีข้อโต้แย้ง คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง จะไปทำสำนวนใหม่ แต่ถ้าไม่มีข้อโต้แย้ง ภายใน 15 วัน คณะกรรมการก็จะสรุปผลทันที ก่อนเสนอให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) กรุงเทพมหานคร พิจารณา โดยคาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์นี้    ขณะที่ นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าเบื้องต้นทราบว่าผู้อำนวยการโรงเรียนมีมูลความผิดวินัยร้ายแรง แต่อย่างไรก็ตามต้องรอคณะกรรมการพิจารณาจนสิ้นสุดเสียก่อน ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ทั้งนี้ความผิดวินัยร้ายแรง มีโทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออกหรือปลดออก ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,897
ข่าวต่างประเทศ
01 ธ.ค. 60

ไล่ออก 'แมตต์ ลอว์เออร์' ผู้ประกาศข่าวชื่อดังสหรัฐฯ หลังเจอข้อหาพฤติกรรมทางเพศไม่เหมาะสม

แมตต์ ลอว์เออร์ หนึ่งในผู้ประกาศข่าวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ของสถานีโทรทัศน์ NBC วัย 59 ปี ที่ทำงานมากว่า 25 ปี ถูกต้นสังกัดไล่ออก เนื่องจากข้อกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมทางเพศไม่เหมาะสม หลังได้รับการร้องเรียนจากเพื่อนร่วมงานหญิงหลายคน   โดยสื่อสหรัฐฯได้เสนอบทสัมภาษณ์เพื่อนพนักงานหญิงใน NBC สามคนที่ไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่าพวกเธอเป็นเหยื่อของพฤติกรรมคุกคามทางเพศของนายแมตต์   ทั้งนี้นายแมตต์ได้เซ็นสัญญาใหม่กับ NBC ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยกว่า 671 ล้าน 7 แสนบาทต่อปีเลยทีเดียว   และไม่ใช่แค่เพื่อนผู้ประกาศของนายแมตต์ที่มีปฏิกิริยากับเรื่องนี้ แต่ยังรวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ออกมาทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว แดกดันการไล่นายแมตต์ออกว่า เมื่อไรผู้บริหารของ NBC จะถูกไล่ออกเพราะนำเสนอข่าวเท็จบ้าง   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม There are no words to express my sorrow and regret for the pain I have caused others by words and actions. - ไม่มีคำพูดไหนที่จะอธิบายความรู้สึกเสียใจ สำหรับความเจ็บปวดของตน ที่เกิดจากการกระทำและคำพูดของคนอื่น 

 6,131
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
01 ธ.ค. 60

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' แฉเรื่องลับในคุก หลังกรมราชทัณฑ์ไล่ออก 14 ขรก.ทุจริตต่อหน้าที่

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ไล่เรียงกรณีอธิบดีกรมราชทัณฑ์ สั่งลงโทษไล่ออกและให้ออก ข้าราชการกระทำผิดวินัย 14 ราย เหตุทุจริตต่อหน้าที่ หลังพบพฤติกรรมไม่เหมาะสม อาทิ ส่วยเปิดบ่อนในเรือนจำ นำยาเสพติดเข้าเรือนจำ และปล่อยให้นักโทษชายลักลอบเข้าไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้ต้องขังหญิงในแดนหญิง โดยให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดด้วย โดยไล่เรียงความผิดเป็นข้อๆดังนี้   1.ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อกันเกินกว่า 15 วัน โดยไม่กลับมา จึงมีมติไล่ออก 2.มีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จากการจับกุมโทรศัพท์มือถือจากผู้ต้องขังแล้วส่งคืน โดยไม่รายงานผู้บังคับบัญชา มีมติไล่ออก 3.ไม่นำเงินผลพลอยได้ฝากเข้าบัญชีธนาคาร 14 ครั้ง เป็นเงิน 601,202 บาท มีมติไล่ออก 4.มีส่วนรู้เห็นและได้ประโยชน์จากการไม่ตรวจค้นเจ้าหน้าที่เป็นเหตุให้สามารถลักลอบนำโทรศัพท์มือถือเข้าเรือนจำ มีมติไล่ออก 5.ดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณ เงินเดือน ค่าตอบแทนพนักงานราชการ โดยทุจริต จำนวน 4,995,037 บาท มีมติไล่ออก 6.มีส่วนรู้เห็นและได้ประโยชน์จากการปล่อยให้ผู้ต้องขังลักลอบจำหน่ายสินค้าในเรือนจำ โดยใช้เงินสด มีมติไล่ออก 7.มีส่วนรู้เห็นและได้ประโยชน์จากการจำหน่ายพระเครื่องในเรือนจำ มีมติไล่ออก 8.มีส่วนรู้เห็นและได้ประโยชน์จากการเก็บส่วยเปิดบ่อนการพนันในเรือนจำ มีมติไล่ออก 9.รู้เห็นเป็นใจให้ผู้ต้องขังชายลักลอบเข้าไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้ต้องขังหญิงในแดนหญิง มีมติไล่ออก 10.มีส่วนเกี่ยวข้องในการลักลอบนำโทรศัพท์มือถือและยาเสพติดเข้าเรือนจำ มีมติไล่ออก 11.นำสุราไปให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ เพื่อแลกกับเงิน 2,000 บาท มีมติไล่ออก 12.เรียกรับผลประโยชน์จากญาติผู้ต้องขัง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ มีมติไล่ออก 13.ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อกันเกินกว่า 15 วัน โดยไม่กลับมา มีมติไล่ออก และ 14.มีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวนว่ามีส่วนรู้เห็นและได้ประโยชน์จากการนำเงินสดและแหวนทองเข้าเรือน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pAgttUJiIcQ  

 53,759
ข่าวต่างประเทศ
13 พ.ย. 60

ชาวสหรัฐฯระดมทุนช่วย หญิงปั่นจักรยานชูนิ้่วกลางใส่ขบวนรถ 'ทรัมป์' จนถูกไล่ออกจากงาน

ชาวสหรัฐฯเปิดโครงการระดมเงินช่วยเหลือ หญิงปั่นจักรยานชูนิ้่วกลางขบวนรถ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ แล้วโพสต์ภาพลงในโซเชียลมีเดีย จนเป็นเหตุให้เธอโดนไล่ออกจากที่ทำงาน ซึ่งหลังเกิดเหตุมีชาวสหรัฐฯหลายรายร่วมระดมทุนกว่า 5 หมื่นดอลลาร์ เพื่อช่วยเป็นทุนในการประกอบอาชีพของเธอต่อไป   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม She is an inspiration to us. เธอเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเรา inspiration (n.) แรงบันดาลใจ อ่านว่า อินสเปอะเร่เฉิ่น 

 7,843

Top