ค้นหา :

ผลการค้นหา "ไล่ออก"

สังคม-อาชญากรรม
19 ส.ค. 62

พบแล้ว! รถจยย.ของกลางหายจาก สน.นาน 5 เดือน อยู่ดีๆก็โผล่มา ช็อคซ้ำ! มือดีแงะอะไหล่หายเพียบ

จากกรณีหนุ่มวัย 23 ปี ถูกเพื่อนรุ่นน้องยืมรถไปขี่เกิดอุบัติเหตุ ตำรวจยึดรถเป็นของกลาง ก่อนติดต่อขอรับรถคืน พบรถหายไปจาก สน.ลุมพินี โดยมีผู้ต้องสงสัยคือร้อยเวรผู้ยึดรถ แต่ไม่สามารถติดตามตัวได้เนื่องจากถูกไล่ออกจากราชการและไปบวชในถ้ำ ผ่านไปหลายเดือนคดีไม่คืบ แต่พอเป็นข่าว 2 วัน พบรถกลับมาจอดในสน. แต่สภาพไม่เหมือนเดิม อะไหล่ถูกถอดและสับเปลี่ยนหลายรายการ   วานนี้ (18 ส.ค.) นายภาคิน กวินฤทธิโชค อายุ 23 ปี เจ้าของรถ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า หลังจากนำเรื่องราวโพสต์ลงเฟซบุ๊ก กระทั่งเป็นข่าว 2 วันต่อมาตำรวจติดต่อกลับมาให้เข้าไปรับรถคืนที่ สน.โดยอ้างว่ารถจอดอยู่ในสน. แต่ตำรวจหาไม่พบ ทั้งที่ตนทวงถามมานานกว่า 5 เดือน     ต่อมาวันที่ 17 ส.ค. ตนได้เดินทางเข้าไปรับรถ แต่พบว่าสภาพรถไม่เหมือนเดิม เบาะและยางกันล้มข้างเครื่องถูกสับเปลี่ยน ไฟหน้า เกียร์ และพักเท้าด้านหลังถูกถอดหายไป ทำให้ตนรู้สึกแย่มาก หากรถหายไปยังจะดีเสียกว่าเจอรถในสภาพแบบนี้   เมื่อสอบถามกับตำรวจ กลับไม่ได้รับคำชี้แจงว่าเหตุใดสภาพรถไม่เหมือนเดิม เพียงบอกให้รับรถคืนและชดใช้ค่าซ่อม โดยประสานไปยังบริษัทประกันภัยรถจยย. ทำการซ่อมให้ ตนจึงตัดสินใจไม่รับรถคืน จนกว่าตำรวจจะสามารถจับตัวคนร้ายและให้ความกระจ่างกับตนได้ ซึ่งวันนี้ (19 ส.ค.) ตนจะเข้าไปที่สน. อีกครั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้า     อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยากให้ดำเนินการทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย เท่าเทียมกันทุกคน ไม่ใช่เฉพาะกรณีของตน เพราะตนมองว่าหากไม่เป็นข่าว ตนก็คงไม่ได้รถคืน   ส่วนเพื่อนรุ่นน้องที่ยืมรถไปขี่ชน เพิ่งติดต่อกลับมา พร้อมขู่ว่าจะฟ้องตนในข้อหาหมิ่นประมาท แต่ตนไม่กลัว เพราะทุกอย่างคือเรื่องจริง และหากเขาจะฟ้องจริง ตนก็จะฟ้องกลับกรณีที่ยืมรถตนไปขี่ชนแล้วไม่รับผิดชอบ   ด้าน พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ลุมพินี ระบุว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ส.ค. เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อร้อยเวร ผู้ที่ยึดรถได้ หลังถูกไล่ออกจากราชการและไปบวชอยู่ในถ้ำ โดยให้ข้อมูลว่ารถจอดอยู่ในสน. และระบุจุดจอดรถให้ จนเจ้าหน้าที่สามารถหาจนพบ ซึ่งจุดที่พบรถนั้น ไม่ใช่จุดที่จอดรถของกลาง ทำให้เจ้าหน้าที่หาไม่เจอ   เมื่อเจ้าของรถแจ้งว่า สภาพรถไม่เหมือนเดิม ตนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเก็บข้อมูลไว้ได้เพียง 15 วัน แต่รถเข้ามาจอดไว้ในสน. หลายเดือนแล้ว จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบด้วยวิธีอื่น   ถามว่าเป็นการหยามตำรวจหรือไม่ที่ปล่อยให้มีคนเข้ามาลักทรัพย์ในสน. เห็นว่า หากเข้าไปลักทรัพย์ในห้องเก็บรถอุบัติเหตุและของกลางจึงจะถือว่าหยาม แต่รถจยย. คันดังกล่าว ถูกจอดไว้ในที่จอดรถทั่วไปภายในบริเวณสน. ซึ่งถือเป็นสถานที่สาธารณะจึงไม่ถือว่าเป็นการหยาม   เบื้องต้น ได้ชดใช้ค่าซ่อมรถให้เจ้าของรถ และจะทำการตรวจสอบหาผู้กระทำผิด ก่อนดำเนินคดีในคดีลักทรัพย์ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qmvlsyTuOSQ

 2,560
ต่างประเทศ
08 ส.ค. 62

ไล่ออก ตร.มะกันหัวร้อน ซ้อมผู้ต้องหาหญิงเมาคลั่งสลบคาห้องขัง

มีคลิปจากสหรัฐอเมริกา เมื่อมีผู้ต้องหาหญิงถูกจับใส่กุญแจมือฐานทะเลาะวิวาท แต่ด้วยความเมาทำให้เธออาละวาดคลั่งเตะประตูห้องขัง ตำรวจหมดความอดทน จึงลงมือซ้อมอย่างรุนแรงทั้งเตะต่อย จนเธอได้รับบาดเจ็บลงไปนอนกองกับพื้นห้องขัง ล่าสุดตำรวจถูกไล่ออกแล้ว ฐานทำเกินกว่าเหตุ  

 12,497
สังคม-อาชญากรรม
26 ก.ค. 62

การบินไทยแจง รู้ตัวแล้ว สจ๊วตลักลอบขนบุหรี่ไฟฟ้า อยู่ระหว่างสอบสวน ยันโทษสูงสุดไล่ออก

นายสุธีรัชต์ ศิริพลานนท์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริการบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรณีที่มีข่าวพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชายลักลอบนำบุหรี่และไส้บุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2562   โดยการบินไทยได้รับแจ้งข้อมูลว่ามี พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชายคนหนึ่งของเที่ยวบิน ทีจี 677 เส้นทางนาริตะ-กรุงเทพฯ ซื้อบุหรี่และไส้บุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากอย่างผิดสังเกตที่ร้านค้าปลอดภาษีในท่าอากาศยานนาริตะ การบินไทยจึงได้แจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อเตรียมการตรวจจับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เอ็กซเรย์ตรวจค้นพนักงานต้อนรับฯ เที่ยวบินดังกล่าวทุกคนและไม่พบว่ามีบุหรี่และไส้บุหรี่ไฟฟ้าแต่อย่างใด   แต่พบกระเป๋าที่วางไว้ข้างคนขับรถขนส่งพนักงานจากลานจอดเครื่องบินกลับมายังอาคารศูนย์ปฏิบัติการ การบินไทยที่สุวรรณภูมิ ซึ่งภายในกระเป๋ามีบุหรี่และไส้บุหรี่ไฟฟ้าบรรจุอยู่จำนวนมากโดยไม่มีพนักงานต้อนรับฯ คนใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ   ทั้งนี้ การบินไทยรู้ตัวผู้กระทำผิดแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิด ซึ่งจะลงโทษตามระเบียบบริษัทฯ ต่อไป โดยมีโทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออก   นอกจากนี้ยืนยันว่า การบินไทยมีมาตรการป้องปรามไม่ให้พนักงานต้อนรับฯ กระทำผิด ทั้งการฝึกอบรมและย้ำเตือนอย่างสม่ำเสมอให้พนักงานรับทราบถึงโทษที่จะได้รับเมื่อกระทำความผิด ให้หัวหน้างานสอดส่องดูแลอย่างเข้มงวด และให้ความร่วมมือกับศุลกากรโดยการแจ้งเบาะแสรวมทั้งทำการสุ่มตรวจค้นเมื่อพนักงานต้อนรับฯ เดินทางถึงประเทศไทย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dMKzEIy8mVU

 1,194
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 ก.ค. 62

ครูในคลิปฉาวยอมรับตื่นเช้าหงุดหงิด ดุ-ทำร้ายเด็กรุนแรง ร.ร.ยกเลิกสัญญาจ้างแล้ว

สระบุรี-มีคลิปเหตุการณ์ภายในห้องเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ที่ครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ใช้กิริยาไม่เหมาะสมทั้งคำพูดและการกระทำรุนแรง มีการกระชากตัวนักเรียน จนถูกวิจารณ์ถึงพฤติกรรมดังกล่าวว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุ   ต่อมาทาง ผอ.โรงเรียนชี้แจงว่า คลิปดังกล่าวเป็นการแอบถ่ายของนักเรียนชั้น ม.1 เป็นเหตุการณ์ขณะครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ชื่อ นายอาคม (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี ครูนอกราชการ (เกษียณอายุ) ซึ่งเดิมเคยสอนอยู่ที่ ร.ร.แห่งนี้ตลอดมาตั้งแต่ได้รับการบรรจุจนกระทั่งเกษียณ ขณะกำลังตรวจการบ้านนักเรียน   ซึ่งทางโรงเรียนขาดครูสอนวิชาคณิตศาสตร์จึงได้ทำสัญญาจ้าง นายอาคม เป็นครูอัตราจ้าง คราวละ 5 เดือน เมื่อเห็นคลิปทั้งหมดแล้วก็ยอมรับไม่ได้เช่นกัน จึงได้พิจารณาและแจ้งให้ นายอาคม พิจารณาตัวเอง โดยทางโรงเรียนได้ยกเลิกสัญญาจ้างตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป   อย่างไรก็ตาม ปกติแล้วครูอาคมมีบุคลิกเสียงดังฟังชัด ประเภทปากร้ายแต่ใจดี เป็นที่รู้กันของครู และนักเรียนในรุ่นก่อนๆ เป็นอย่างดี มีความสามารถสั่งสอนลูกศิษย์ได้ดีเป็นจำนวนมาก แต่เรื่องที่เกิดขึ้น นายอาคม รับว่าใจร้อน สาเหตุมาจากนอนดึกตื่นเช้าแล้วรีบมาโรงเรียนจึงทำให้หงุดหงิด อย่างไรก็ตามเมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับ   ในส่วนนักเรียนชั้น ม.1 ตนก็ได้สั่งการให้ครูที่ปรึกษาเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด เท่าที่ทราบนักเรียนเหล่านั้นล้วนมีอาการซึมๆ ไป เหมือนจะสำนึกผิดในการกระทำ ขณะเดียวกันก็ได้มีการประสานงานทำความเข้าใจกับผู้ปกครองนักเรียนเหล่านั้นแล้วเช่นเดียวกัน ซึ่งทุกฝ่ายต่างยอมรับซึ่งกันและกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   ด้าน นายอาคม ครูผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ต้องขอโทษผู้อำนวยการโรงเรียนที่ทำให้เดือดร้อนและทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียง และขอโทษผู้ปกครองนักเรียนที่กระทำไม่เหมาะสม แต่ในความเป็นจริงตนต้องการให้นักเรียนได้ดี  ตนยอมรับในความทันสมัยของโลกโซเชียล ยอมรับในตัวเด็กรุ่นใหม่ซึ่งผิดกับรุ่นก่อนๆ ที่เคยสั่งสอนมา จากนี้ก็จะกลับบ้านอยู่กินเงินบำนาญต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YkycRw5p7ZA

 15,172
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.ค. 62

รวบคนขับรถแสบ แค้นถูกไล่ออก ลักตู้เซฟนายจ้าง เงิน-เพชร-ทองกว่า 20 ล้าน

ตำรวจจับกุมนายไพโรจน์ มีนุช อายุ 52 ปี, นายทวี พหลยุทธ์ อายุ 44 ปี และนายดนุสรณ์ พหลยุทธ์ อายุ 23 ปี หลังร่วมกันขโมยตู้เซฟ ภายในศูนย์การแพทย์แห่งหนึ่งย่านพระราม 2   โดยเจ้าของสถานที่ดังกล่าวอายุ 89 ปี เป็นป้าของ น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย พบว่าคนร้ายได้ขนตู้เซฟน้ำหนัก 190 กก. ภายในบรรจุทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท คนร้ายถอดฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิดในบ้านเพื่อทำลายหลักฐาน   จากการสอบสวนนายไพโรจน์ ให้การรับสารภาพว่า เคยทำเป็นคนขับรถนานกว่า 10 ปี แต่ถูกเจ้าของไล่ออกจากงาน เนื่องมาจากยิงปืนขึ้นฟ้าหลังทะเลาะกับแฟนสาวที่เป็นพยาบาลอยู่ในศูนย์การแพทย์ฯ ตนรู้ว่าทรัพย์สินมีค่าเก็บไว้ที่ใด จึงร่วมกับลูกน้องคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ขโมยตู้เซฟ   โดยใช้ราวบันไดพาดกับรถกระบะเอากระสอบรองตู้เซฟเข็นขึ้นท้ายกระบะก่อนขับรถหนีไปบ้านที่พิษณุโลก จากนั้นใช้เครื่องตัดเหล็กหรือลูกหมูผ่าตู้เซฟนำทรัพย์สินออกมาแบ่งกัน ตนนำทรัพย์สินส่วนหนึ่ง ได้แก่ ทองคำแท่ง 1 แท่ง หนัก 66 บาท และเงินสดประมาณ 3 ล้านบาท ไปใช้และส่วนหนึ่งใช้หนี้พนันบอล   ที่เหลือฝากไว้กับนายทวีและนายดนุสรณ์ เป็นคนรู้จักที่อยู่แถวบ้าน โดยให้ค่าจ้างคนละ 5,000 บาท นำตู้เซฟและทรัพย์สิน ไปฝังดินซ่อนไว้ในป่าใกล้บ้าน 4 จุด แยกเป็น ตู้เซฟ เครื่องเพชร เงิน และทองคำ ซึ่งสามารถตามทรัพย์สินคืนมาได้ 17 ล้าน   เบื้องต้น ตร.แจ้งข้อหานายไพโรจน์ ฐานหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนในเคหสถาน และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ส่วนนายทวีและนายดนุสรณ์ โดนข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ลักทรัพย์ในเคหสถาน ร่วมกันรับของโจร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8UvkABCB4Ko

 1,891
ต่างประเทศ
04 มิ.ย. 62

นักธุรกิจรูปหล่อโดนไล่ออก เพราะไม่ยอมนอกใจภรรยา

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์... นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รูปหล่อโดนไล่ออกเพราะไม่ยอมนอกใจภรรยา โดยชายวัย 46 ปีคนนี้ได้ฟ้องร้องบริษัท และผู้จัดการสาววัย 29 ปี ว่าเธอได้ล่วงละเมิดทางเพศ และได้ใช้ตำแหน่งและอำนาจกดดันให้เขา ทำในสิ่งที่เขาไม่ได้อยากทำ   ซึ่งในคดีฝ่ายชายบอกว่า ผู้หญิงคนนี้จะจ้องมองเขาตลอดทั้งวัน หาข้ออ้างที่จะเข้ามาใกล้ชิดและจับตัวเขา พยายามชวนไปทานข้าวเย็นประจำ รวมถึงกอดและจูบเขา ทั้งๆที่เขาบอกว่าแต่งงานแล้ว   นอกจากนี้ในคดียังบอกอีกว่า ฝ่ายหญิงจะพูดอวยฝ่ายชายอยู่บ่อยๆ เรื่องรูปร่างหน้าตา ให้เขารู้สึกอึดอัดใจ ยิ่งร้ายไปกว่านั้นเธอยังบอกว่า คุณควรจะมีกิ๊กนะ แสดงว่าคุณอยากเป็นกิ๊กของเขาใช่ไหม   ทางฝ่ายชายได้รายงานพฤติกรรมความไม่เหมาะสมของผู้หญิงคนนี้ต่อผู้อำนวยการ ซึ่งก็ไม่ได้ทำอะไรเลย หลังจากนั้นไม่นาน บริษัทก็ได้ไล่ผู้ชายคนนี้ออกไปเลย โดยให้เหตุผลว่า เขาประพฤติตัวไม่เหมาะสมในที่ทำงาน   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม  A handsome real estate broker got fired for refusing to cheat on his wife. นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รูปหล่อโดนไล่ออกเพราะไม่ยอมนอกใจภรรยา real estate  อสังหาริมทรัพย์ to cheat on someone นอกใจ to have an affair มีชู้ sexual harassment การล่วงละเมิดทางเพศ She tried to hug and kiss him despite him telling her he was married. เธอพยายามที่จะกอดและจูบเขาทั้ง ๆ ที่เขาบอกว่าแต่งงานแล้ว despite (prep.) ทั้ง ๆ ที่ You want to be his fling on the side, don't you? คุณอยากเป็นกิ๊กของเขาใช่ไหม fling on the side กิ๊ก You're a great example! คุณเป็นตัวอย่างที่ดีมาก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T1ELPVaxkl0

 42,940
ต่างประเทศ
03 พ.ค. 62

ฉาว! เจ้าสัวจีนจ่ายสินบน 200 ล้านบาท ให้ลูกสาวเข้า ม.ดังสหรัฐฯ ก่อนโป๊ะแตกถูกไล่ออก

สหรัฐฯ - เจ้าสัวจีนจ่ายสินบน 200 ล้านบาท ให้ลูกสาวเข้ามหาวิทยาลัยดังในสหรัฐฯ   จ้าว หยูซี เป็นลูกสาวของมหาเศรษฐีชาวจีน เจ้าของบริษัทเภสัชกรรม ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด หนึ่งในสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงที่สุดของสหรัฐฯ   ล่าสุดถูกไล่ออก หลังจากถูกเปิดโปงว่า เธอยื่นข้อมูลเท็จหลายอย่าง รวมทั้งเรื่องประกาศนียบัตรการเป็นนักกีฬาเรือใบของเธอ ทั้งที่เธอไม่มีประสบการณ์เล่นกีฬาเรือใบเลย   โดยครอบครัวของเธอบริจาคเงิน 6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 208 ล้านบาท ผ่านมูลนิธิที่บริหารโดย วิลเลียม ริค ซิงเกอร์ ที่กำลังตกเป็นข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับรับสินบนจัดนักเรียนเข้าสถานศึกษาในสหรัฐฯ   ซึ่งครอบครัวของ หยูซี ไม่ใช่เพียงครอบครัวเดียว แต่มีหลายครอบครัวที่จ่ายเงินให้กับ ซิงเกอร์ เพื่อรับประกันว่าลูกหลาน จะได้เข้าเรียน หรือมหาลัยวิทยาลัยดังหลายแห่งในสหรัฐฯ  

 44,099
สังคม-อาชญากรรม
30 เม.ย. 62

ต้นสังกัดแถลงเลิกจ้าง 4 พนง.ส่งพัสดุ แกะห่อเซ็กส์ทอยลูกค้า โพสต์ล้อเลียน

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์พฤติกรรมของ พนักงานของบริษัทจัดส่งพัสดุชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้แกะดูสินค้าของลูกค้า โดยอ้างว่าซองที่บรรจุเกิดความเสียหายต้องนำมาซ่อมแซม   แต่ปรากฎว่าพัสดุที่จัดส่งดังกล่าวคือ สิ่งเทียมวัตถุทางเพศ หรือ เซ็กส์ทอย จนมีการนำมานินทาลูกค้าอย่างสนุกปาก เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผย ทำให้วิจารณ์อย่างหนักถึงสามัญสำนึกความเป็นมืออาชีพในการทำหน้าที่   ล่าสุดทางต้นสังกัดคือ KERRY EXPRESS ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบุว่า   "ตามที่สื่อออนไลน์เผยแพร่เกี่ยวกับพนักงานจำนวน 4 คน ในศูนย์กระจายสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม โดยเป็นรายการพัสดุที่หลุดออกมาจากหีบห่อที่เสียหาย ทางบริษัทได้ตรวจสอบอย่างละเอียดและมีการดำเนินการในทันที โดยพนักงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องโดยตรงถูกเลิกจ้างทันที เนื่องจากความผิดร้ายแรงต่อจรรยาบรรณในการทำงานของบริษัท และหัวหน้าของเขตนี้จะถูกดำเนินการทางวินัยต่อไป นอกจากนี้บริษัทจะดำเนินทางกฏหมายกับบุคคลที่เลิกจ้างให้ถึงที่สุด"   "ทีมบริหารทุกคนรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เราขออภัยอย่างสูงที่ทำให้ผิดหวังและเกิดความอับอายเกิดขึ้น เราสัญญาว่าจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเฉกเช่นนี้ได้อีก"   "การปกป้องความเป็นส่วนตัวและความเป็นมืออาชีพด้านบริการที่ยอดเยี่ยมเป็นคุณค่าหลักของบริษัท เราจะไม่ประนีประนอมกับพฤติการณ์ใดที่ผิดในทุกสถานการณ์ และจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อรักษามาตรฐานของเราไว้ในฐานะผู้นำการจัดส่งพัสดุรายใหญ่ของประเทศไทย การวางมาตรฐานสูงยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องในการสรรหาพนักงานทุกระดับ   เรายึดมั่นปฏิบัติตามหลักการ "Good-guys-in, bad-guys-out" ที่เข้มงวดมากเพื่อให้แน่ใจว่ามีเพียงบุคลากรที่ดีเท่านั้นที่ทำงานบริการให้ลูกค้าของเรา เราจะไม่ยอมให้คนที่มีพฤติกรรมหรือวินัยที่ไม่ดีทำงานอยู่ในองค์กรได้ สุดท้ายบริษัทต้องขออภัยลูกค้าและสาธารณชนเป็นอย่างสูง หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนบริการของเรา เราจะมุ่งมั่นพัฒนาบริการเราให้ดีขึ้นแน่นอน"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/23il-uUEHZ0

 35,307
สังคม-อาชญากรรม
26 ก.พ. 62

แก๊งงานบวชซ่าไม่ออก บริษัทต้นสังกัดไม่นิ่งนอนใจ สั่งพักงาน-ไล่ออกแล้ว

จากกรณีที่กลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก่อนที่จะเข้าไปทำร้ายร่างกายนักเรียน และคุกคามทางเพศนักเรียนหญิงที่กำลังเข้าสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (GAT/PAT) ประจำปีการศึกษา 2562 สนามสอบโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์   จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นงานบวชที่วัดสิงห์ บุกทำร้ายสนามสอบ ทำร้ายร่างกายครู ผอ. นักเรียน รปภ. และยังลวนลามหอมแก้มนักเรียนหญิง เนื่องจากไม่พอใจที่ทางโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ แจ้งขอให้ลดเสียงดนตรีในงานบวช เพราะกระทบกับการสอบ ความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (GAT/PAT) ประจำปีการศึกษา 2562 ของนักเรียนชั้น ม.6 ซึ่งล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 24 ราย   ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากบริษัทที่มีผู้ต้องหาทำงานอยู่ โดยเมื่อวานนี้ (25 ก.พ.) บริษัท เดอเบล จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้าให้กับ บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด เจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดง สปอนเซอร์ และ เรดดี้ ได้ออกคำชี้แจงเกี่ยวกับการลงโทษของพนักงาน หลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ระบุว่า   "ในนามของบริษัท เดอเบล จำกัด รู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และขอประณามการใช้ความรุนแรงจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการออกหมายจับเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย   อย่างไรก็ตาม เมื่อบริษัททราบว่ามีพนักงานของบริษัทคนหนึ่งอยู่ในเหตุการณ์ บริษัทก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้มีคำสั่งพักงานพนักงานคนดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวน ซึ่งหากผลการสอบสวนพบว่าพนักงานคนดังกล่าวกระทำความผิดจริงก็จะพ้นสภาพการเป็นพนักงานทันที"   ด้านบริษัท ลาลามูฟ อีซี่แวน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าภายใต้แบรนด์ลาล่ามูฟ ระบุว่า ทางบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว ในขณะนี้พนักงานร่วมขับรถได้พ้นสภาพการร่วมวิ่งรถเป็นที่เรียบร้อย ต้องขออภัยในความไม่สะดวก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TG2f3zXmUOc

 21,607
เศรษฐกิจ
14 ธ.ค. 61

ลูกจ้างเฮ! พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ลากิจได้ค่าจ้าง-เพิ่มวันลาคลอด-ค่าชดเชยเลิกจ้าง

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผ่านกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ให้สิทธิลูกจ้างเพิ่ม 7 ประเด็น เหลือรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน 30 วัน และจะมีผลบังคับใช้ทันที    โดยประเด็นที่ 1 ลากิจธุระจำเป็นได้ค่าจ้าง 3 วันทำงานต่อปี ประเด็นที่ 2 ลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์ลาก่อนคลอด หลังคลอดได้ 98 วัน จากเดิม 90 วัน   ส่วนประเด็นที่ 3 กรณีนายจ้างมีการเปลี่ยนตัว เปลี่ยนนิติบุคคล หากลูกจ้างไม่ยินยอม ก็สามารถรับค่าชดเชยพิเศษโดยหากทำงานมาครบ 20 ปีก็ได้รับ 400 วัน หรือเป็นไปตามข้อที่ 4   ประเด็นที่ 4 กรณีเลิกจ้างจะได้รับค่าชดเชยใหม่ ที่เพิ่มเป็น 6 อัตราจาก 5 อัตราคือ  อัตราที่ 1 ลูกจ้างที่ทำงานมาครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปีได้ค่าชดเชย 30 วัน  อัตราที่ 2 ลูกจ้างหากทำงานครบ 1 ปีแต่ไม่ครบ 3 ปี ได้ค่าชดเชย 90 วัน   อัตราที่ 3 ลูกจ้างทำงานครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปีจะได้รับเงินชดเชย 180 วัน อัตราที่ 4 ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ได้รับเงินชดเชย 240 วัน  อัตราที่ 5 ลูกจ้างทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี ได้เงินชดเชย 300 วัน  อัตราที่ 6 ลูกจ้างทำงานครบ 20 ปีขึ้นไปจะได้รับเงินชดเชย 400 วัน   ประเด็นที่ 5 กรณีย้ายสถานประกอบการไปที่อี่น หากลูกจ้างไม่อยากตามไป ก็สามารถบอกเลิกสัญญาจ้างได้ และได้สิทธิชดเชยตาม 6 อัตรา    ประเด็นที่ 6 กรณีค่าตอบแทน หากนายจ้างไม่จ่ายค่าตอบแทน ในบางอาชีพ ที่ทำงานเกินวลาปกติ ลูกจ้างจะต้องฟ้องขอ โดยของเดิมดอกเบี้ยให้ร้อยละ 7.5 ต่อปี แต่กฎหมายใหม่ให้ได้สูงสุดถึง 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี   และประเด็นที่ 7 ให้สิทธิเท่าเทียมระหว่างหญิงชาย โดยลูกจ้างมีสิทธิเท่าเทียมกันในเรื่องค่าจ้าง ค่าตอบแทน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hid4I8gLXNY

 134,223
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 61

‘เถ้าแก่’ แจงปมไล่หนุ่มพลเมืองดีออกจากงาน เหตุนำรถส่งน้ำที่โรงงานไปใช้ส่วนตัว วอนสังคมเข้าใจ

จากกรณี นายทิพกร ทองขาว อายุ 30 ปี หรือ ‘ต้น’ ซึ่งเป็นพลเมืองดีที่เข้าไปช่วยเหลือ ด.ญ.อายุ15 ปี ที่กำลังจะถูกตาวัย 68 ปี ข่มขืนในป่า พื้นที่หมู่ 3 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่ปรากฏว่าได้ถูกนายจ้างไล่ออกจากงานที่เป็นพนักงานส่งน้ำดื่ม ซึ่งนายทิพกร สงสัยว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากการที่ไปเป็นพยานและทำให้ส่งน้ำให้ลูกค้าไม่ทัน รวมทั้งกรณีเอารถคันใหม่ไปส่งน้ำ แต่กลับมาล่าช้าทำให้เถ้าแก่ไม่พอใจ   ความคืบหน้าวันที่ 4 ธ.ค.61 ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังเจ้าของโรงงานผลิตน้ำที่นายทิพกร ทำงานอยู่ ซึ่งได้ชี้แจงผ่านทางโทรศัพท์โดยไม่พร้อมจะเผยตัว เพราะขณะนี้กลายเป็นจำเลยสังคม โดยเถ้าแก่ที่เป็นผู้ชายกล่าวว่า สาเหตุที่ให้ นายทิพกร ออกไม่ได้มาจากการไปเป็นพยานในคดีนี้จนทำให้เสียการเสียงานส่งน้ำไม่ทัน ซึ่งตนและภรรยายังชื่นชมนายทิพกร ด้วยซ้ำ    แต่สาเหตุมาจากเมื่อวันอาทิตย์ นายทิพกร ขอรถคันใหม่ไปส่งน้ำให้ลูกค้าที่ค้างอยู่อีก 50 ถัง เพราะส่งให้ไม่ทันในวันเกิดเหตุ โดยอ้างว่าคันเก่าที่ขับส่งน้ำเป็นประจำกระจกแตกขับไม่ได้ ซึ่งตนก็ให้ไป และก่อนไปส่งน้ำก็ได้เข้าไปให้ปากคำกับตำรวจที่ สภ.หาดใหญ่ เสร็จประมาณบ่าย 2 โมง และไปส่งน้ำต่อซึ่งเวลาที่ใช้ในการส่งน้ำจริงๆ ราว 1 ชั่วโมงก็เสร็จ แต่นายทิพกร นำรถกลับมาส่งที่โรงน้ำตอน 4 ทุ่ม ภรรยาของตนจึงโมโหมากเพราะในวันนั้นจำเป็นต้องใช้รถไปย้ายหอให้กับลูกสาวและเพื่อนที่ อ.เมืองสงขลา ในช่วงเย็น จึงทำอะไรไม่ได้เพราะไม่มีรถ จึงให้นายทิพกรออก    เถ้าแก่ชาย เปิดเผยอีกว่า ได้วางแผนที่จะซื้อรถและเซ้งน้ำให้นายทิพกร มีกิจการส่งน้ำเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ ซึ่งได้คุยกันไว้แล้วเพื่อสร้างตัวเอง และส่วนตัวตนก็ไม่ได้คิดจะไล่ แต่ภรรยาโมโหมากที่นำรถไปใช้ส่วนตัว ถ้ากลับมาถึงเร็วก็ไม่ถูกไล่ออก จึงขอความเห็นใจกับสังคมด้วยเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการที่นายทิพกร เป็นพลเมืองดีช่วยเหลือเด็กหญิงที่กำลังจะถูกข่มขืนและต้องไปเป็นพยานแต่อย่างใด   ด้าน นายทิพกร ล่าสุดได้มีการติดต่อมายังผู้สื่อข่าวว่าจะเดินทางมาที่ สภ.หาดใหญ่ อีกครั้งประมาณช่วงบ่ายของวันนี้ เพื่อพบกับผู้สื่อข่าวและตำรวจเรื่องการช่วยเหลือรวมทั้งเรื่องคดีข่มขืนที่ต้องเป็น    ทั้งนี้ ได้มีผู้ติดต่อยื่นมือมาให้ความช่วยเหลือมาจากทั่วประเทศรวมทั้งที่มารอพบที่ สภ.หาดใหญ่ ทั้งเสนองานให้ทำ รวมทั้งบริจาคเงินมาซื้อโทรศัพท์ใหม่ให้ รวมถึง ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำดี ได้มอบเงินช่วยเหลือ1 0,000 บาท และพร้อมที่จะหางานทำให้ที่ จ.นครศรีธรรมราช    ข่าวที่เกี่ยวข้อง หนุ่มพลเมืองดีช่วยหลานรอดถูกตาข่มขืน ถูกไล่ออกจากงาน เหตุไปให้ปากคำจนส่งของไม่ทัน  

 52,037
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ค. 61

ผลสอบ พม. ประเดิมฟันวินัย ทุจริตศูนย์ไร้ที่พึ่งขอนแก่น เสนอให้ออกจากราชการ 2 ราย

อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เผยผลสอบ ทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง 2 ผู้เกี่ยวข้องจังหวัดขอนแก่น จุดแรกที่พบข้อมูล และนำไปสู่การขยายผลตรวจสอบทั่วประเทศ ชี้มีโทษพิจารณาให้ไล่ออกจากราชการ เนื่องจากมีพฤติการณ์ร่วมกันทำ ทั้งปลอมแปลงเอกสาร - สวมสิทธิ์ผู้ไม่มาคุณสมบัติมารับเงิน และจ่ายเงินไม่ครบถ้วนตามจำนวน   ทั้งนี้ภาพรวมการตรวจสอบ ล่าสุด ปปท.ได้ส่งข้อมูลบุคคล ซึ่งถูกตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดแล้ว 2 ครั้ง รวม 35 แห่ง มีผู้ถูกกล่าวหา 156 คน จำนวนนี้ กรมอยู่ระหว่างดำเนินการทางวินัย 20 คน ส่วนที่เหลือ 136 คน จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นได้มีคำสั่งย้ายออกจากพื้นที่แล้ว 19 คน และ อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MXUXRlzHtqk  

 843
สังคม-อาชญากรรม
26 มี.ค. 61

มติเอกฉันท์ ไล่ออก! "รจนา สินที" ข้าราชการศธ. ผิด 3 สถานหนัก หลังพบมีเอี่ยวทุจริตกองทุนช่วยเด็กยากไร้

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แถลงผลการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพิจารณาความผิดและบทลงโทษนางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ระดับ 8 ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินในกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ตั้งแต่ปี 2550 - 2560 เป็นเงินกว่า 118 ล้านบาท   โดยพิจารณาแล้วเห็นว่านางรจนามีความผิดวินัยร้ายแรง, ประพฤติชั่วร้ายแรง และทุจริตต่อหน้าที่ราชการ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ 7 เสียงให้ไล่ออกจากราชการ มีผลทันที เท่ากับว่าขณะนี้นางรจนาพ้นสภาพการเป็นข้าราชการแล้ว และจะไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ   หลังจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะยังคง สืบสวนหาผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นเพิ่มเติม เพื่อนำตัวมาลงโทษต่อไป ส่วนนางรจนายังคงต้องไปให้ปากคำต่อ ป.ป.ท. และ ปปง. เพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลต่อไป

 5,116
ต่างประเทศ
20 มี.ค. 61

ดราม่า! ครูสาวรัสเซียถูกกดดันให้ลาออก หลังเพื่อนร่วมงานร้องชักจูงนร.ให้ถ่ายเซ็กซี่โปรโมทคลาสสอนเต้น

สำนักข่าว Daily Mail รายงานข่าวครูสาวชาวรัสเซียถูกกดดันให้ลาออกจากโรงเรียน หลังถูกเพื่อนร่วมงานร้องเรียนกว่าได้ชักชวนให้นักเรียนหญิงไปถ่ายแบบเซ็กซี่โปรโมทคลาสสอนเต้นของตัวเอง โดยให้สวมเสื้อหนังสีดำและกระโปรงสั้น สื่อถึงเซ็กซ์ ยาเสพติด และร็อคแอนด์โรล ทำให้เด็กๆ ดูเหมือนกับโสเภณี     Zalina Gedugova ครูสอนภาษาอังกฤษของโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองเชเลียบินสค์ ใช้เวลาว่างเป็นครูสอนเต้นแนว Strip-Plastic Dance หรือการแสดงท่าทางในเชิงเซ็กซี่ยั่วยวน อวดรูปร่างฟิตกระชับและถือเป็นการออกกำลังกายแขนงหนึ่ง ได้ออกมาชี้แจงหลังถูกเพื่อนร่วมงานกล่าว โดยยืนยันว่าลูกศิษย์ต้องการจะช่วยโปรโมทคลาสสอนเต้นเพื่อให้คนหันมาออกกำลังกายมากขึ้นเท่านั้น และนักเรียนทั้งหมดที่มาร่วมถ่ายแบบก็ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองแล้ว     แม้ว่าเธอจะไม่ได้ถูกทางโรงเรียนไล่ออก แต่เมื่อมีเพื่อนร่วมงานออกมาร้องเรียน ทำให้เธอตัดสินใจลาออกเพื่อยุติปัญหา หลังเรื่องที่เกิดขึ้นกลายเป็นประเด็นโต้เถียงอย่างดุเดือด เพราะกังวลว่าจะทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียง   การเต้นแนว Strip-Plastic Dance (cr.Строгая Катерина)   ด้านเจ้าหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการได้เข้ามาตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นไม่พบว่ามีผู้ปกครองคนใดร้องเรียนครูสาวรายนี้ ขณะที่ในโซเชียลมีเดียได้มีการเผยแพร่ภาพถ่ายแฟชั่นแนวฟิตเนสของครูสาวในอิริยาบถต่างๆ อีกด้วย    

 6,245
แชร์ออฟเดอะเดย์
01 ก.พ. 61

หนุ่ม พนง.โวยถูกนายจ้างสิงคโปร์รุมกระทืบ-ไม้กอล์ฟฟาดระบมทั้งตัว อ้างยักยอกเงินร้าน

เพจแหม่มโพธิ์ดำ โพสต์เรื่องราวที่ได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกรายหนึ่ง ระบุว่าถูกนายจ้างทำร้ายร่างกาย โดยการใช้ไม้ตี และให้คนมารุมซ้อม จนได้รับบาดเจ็บ เป็นรอยบวมช้ำทั่วทั้งตัว   โดยผู้ที่ร้องเรียนระบุว่า ตนถูกกล่าวหาว่าทุจริต แอบขโมยเงินของร้าน ซึ่งนายจ้างรายนี้เป็นชาวต่างชาติ ลงมือทำร้ายโดยไม่มีการมาสอบสวน หรือถามข้อเท็จจริงใดๆ  ทั้งยังบังคับให้ผู้เสียหายรายนี้ ชดใช้เงินค่าเสียหายเป็นเงิน 1 แสนบาทด้วย   ทีมข่าวเดินทางไปพูดคุยกับลูกจ้างคนดังกล่าว คือ นายสันติ เปรินทร์ อายุ 40 ปี เปิดเผยว่า ตนทำงานเป็นผู้จัดการร้าน ขายอุปกรณ์กีฬากอล์ฟในร้านแห่งหนึ่ง โดยมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องเงินภายในร้าน เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา ช่วงประมาณ 20.00 น. เป็นช่วงที่ร้านใกล้จะปิดแล้ว มีลูกค้านำไม้กอล์ฟมาขายแบบมือสอง โดยนำมาให้ตนประเมินราคา  ตนแจ้งลูกค้าไปว่า ร้านจะรับซื้อในราคา 1,800 บาท ลูกค้าบอกว่าขอตัดสินใจก่อน แล้วก็ออกจากร้านไป   หลังลูกค้าออกไป ตนก็เก็บของในร้าน พร้อมปิดระบบคอมพิวเตอร์ ปิดเคาท์เต้อร์แคชเชียร์จนเสร็จ ปรากฎว่าลูกค้าคนเดิมย้อนกลับมา บอกว่าตัดสินใจขาย ตนจึงดึงเงินของร้านจ่ายลูกค้าไป 1,800 บาทตามที่ตกลงกัน แต่ไม่ได้คีย์ข้อมูลลงในระบบคอมพิวเตอร์ เพราะปิดเครื่องไปหมดแล้ว ตั้งใจว่าจะมาทำตอนเช้าวันรุ่งขึ้น  จึงเดินออกจากร้านมาโดยถือไม้กอล์ฟที่ลูกค้านำมาขาย ติดมือออกมาด้วย ตั้งใจจะเอากลับบ้านก่อน เพื่อไม่ให้ปะปนกับไม้กอล์ฟอันอื่นๆในร้าน ที่มีข้อมูลอยู่ในระบบแล้ว   แต่ยังไม่ทันเดินออกจากร้าน หัวหน้าของตนเป็นชาวสิงคโปร์ เดินเข้ามาพร้อมลูกน้องหลายคน สั่งให้ลูกน้องมารุมจับตนเอาไว้ ไม่ให้ออกไปไหน ก่อนจะลากตัวเข้าไปในห้องซ่อมไม้กอล์ฟ ปิดไฟ แล้วลงมือรุมทำร้ายร่างกาย บังคับให้ตนรับสารภาพ ว่าตนแอบยักยอกเงินของร้าน   หัวหน้าชาวสิงคโปร์รายนี้ ใช้ทั้งไม้หน้าสาม และไม้กอล์ฟ ฟาดตามร่างกาย และยังให้คนมารุมเตะต่อย จนบาดเจ็บไปหมดทั้งตัว ตนพยายามปฏิเสธว่าไม่เคยยักยอก หรือขโมยของ เพราะยอดขายต่างๆที่สรุปส่งให้ทุกๆวันก็ไม่เคยมีปัญหา แต่อีกฝ่ายไม่เชื่อ บอกว่ามีหลักฐานจากวงจรปิด โดยหัวหน้าเอาคลิปจากกล้องวงจรปิดมาให้ตนดู เป็นภาพเหตุการณ์ตอนที่ลูกค้านำไม้กอล์ฟมาขาย เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว  แต่ในภาะเห็นแค่ตนนั่งหันหลังทำงานอยู่ตามปกติเท่านั้น   หลังจากทำร้ายตนเสร็จ หัวหน้ารายนี้สั่งว่า ให้ตนไปหาเงินมาใช้คืน 1 แสนบาท ไม่เช่นนั้นจะเอาตนเข้าคุก พร้อมบอกอีกว่า ต่อไปนี้ไม่ต้องมาทำงานอีก นายสันติบอกกับทีมข่าวว่า ยืนยันว่าตนเองไม่เคยทุจริตเงินของร้าน หากจะฟ้องร้องเอาผิดกัน ตนก็ไม่กลัว แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมารุมทำร้ายกันรุนแรงขนาดนี้ ทั้งๆที่ควรจะไถ่ถาม พูดคุยกันดีๆก่อน รวมทั้งในสัญญาจ้าง ก็จะหักเงินเดือนของตนเอาไว้เป็นเงินประกัน ทุกๆเดือนอยู่แล้ว หากมีเงินหาย หรือยอดเงินไม่ตรง ก็จะหักไปจากเงินประกันส่วนนี้  จึงไม่เห็นมีความจำเป็นอะไรที่ต้องมาใช้กำลังกันขนาดนี้   หลังเกิดเหตุตนจึงไปแจ้งความไว้ที่ สน.บางรัก ในข้อหาทำร้ายร่างกาย  ก่อนที่เมื่อวานนี้(31 ม.ค.) เจ้าตัวไปที่กระทรวงแรงงาน เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการให้ออกจากงานอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งเรื่องการใช้กำลังประทุษร้ายลูกจ้างด้วย   ทีมข่าวยังเดินทางไปตรวจสอบที่ร้านขายอุปกรณ์กอล์ฟ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหัวหน้างานคนดังกล่าว แต่พนักงานของร้านแจ้งว่า หัวหน้าไม่อยู่หลายวัน ต้องรอทางผู้บริหารเป็นผู้ให้ข้อมูล แต่เบื้องต้นพนักงานคนอื่นๆของร้านก็พอจะทราบเรื่องจากโลกออนไลน์มาบ้าง แต่ไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่า เรื่องราวเป็นอย่างไร    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n_AZGVdZGiA    

 5,565

Top