ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตัดไฟ"

ข่าวภูมิภาค
06 ส.ค. 61

ภาพชัดเป๊ะ! หนุ่มเนียนเป็น จนท.ขู่ตัดไฟ ก่อนหลอกเก็บค่าไฟให้ใบเสร็จปลอม

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อ Wachirakorn BG โพสต์ภาพพร้อมข้อความ เตือนภัย มิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งผู้โพสต์ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อทำให้สูญเสียเงิน จึงนำเรื่องราวและภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ รวมทั้งหน้าตาของมิจฉาชีพที่ก่อเหตุไว้ได้ โพสต์ลงโซเชียลมีเดียเพื่อเตือนภัยผู้อื่น   จากการตรวจสอบ พบว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวคือ นายวชิรกร บุญเรือง อายุ 28 ปี ผู้ดูแล โฮสเทลแห่งหนึ่งใน ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า มีผู้ชายอายุประมาณ 40 ปี แต่งตัวและติดบัตรเหมือนเจ้าหน้าที่ แล้วขี่จักรยานยนต์มาจอด พร้อมแสดงตัวว่าจะมาตัดไฟ เนื่องจากมีการค้างชำระค่าไฟฟ้าและเกินกำหนดชำระแล้ว   ซึ่งทางผู้เสียหายก็ค้างชำระค่าไฟฟ้าอยู่จริงจำนวน 4,592 บาท และเกรงว่าหากถูกตัดไฟจะเกิดปัญหากระทบกับลูกค้าที่พักอยู่ ซึ่งผู้ชายคนดังกล่าวทำทีเป็นเห็นใจและจะช่วยไม่ตัดไฟให้ได้ โดยให้ชำระค่าไฟฟ้าเลยแล้วรับใบเสร็จชั่วคราวไว้ก่อน จึงหลงเชื่อและจ่ายเงินให้ จากนั้นผู้ชายคนดังกล่าวได้ออกใบเสร็จให้แล้วขี่จักรยานยนต์ออกไป   ต่อมาเริ่มรู้สึกผิดสังเกตเพราะใบเสร็จที่ได้รับมานั้นมีลักษณะคล้ายการถ่ายเอกสาร ซึ่งต่างจากใบเสร็จที่เคยได้รับ เมื่อสอบถามไปยังศูนย์บริการลูกค้าของการไฟฟ้า ทำให้ทราบว่ากรณีการตัดไฟฟ้า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการในเวลาทำการเท่านั้น และจะไม่มีการรับชำระเงินในลักษณะดังกล่าวจากลูกค้า จึงรู้ว่าตนตกเป็นเหยื่อแล้ว   ทางผู้เสียหายจึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์และใบหน้าของผู้ชายที่ก่อเหตุไว้ได้ พร้อมใบเสร็จ นำเป็นหลักฐานเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3UvBgpwHiGc

 5,510
ปากท้องร้องทุกข์
06 ส.ค. 61

ภาพชัดเป๊ะ! หนุ่มเนียนเป็น จนท.ขู่ตัดไฟ ก่อนหลอกเก็บค่าไฟให้ใบเสร็จปลอม

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อ Wachirakorn BG โพสต์ภาพพร้อมข้อความ เตือนภัย มิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งผู้โพสต์ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อทำให้สูญเสียเงิน จึงนำเรื่องราวและภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ รวมทั้งหน้าตาของมิจฉาชีพที่ก่อเหตุไว้ได้ โพสต์ลงโซเชียลมีเดียเพื่อเตือนภัยผู้อื่น   จากการตรวจสอบ พบว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวคือ นายวชิรกร บุญเรือง อายุ 28 ปี ผู้ดูแล โฮสเทลแห่งหนึ่งใน ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า มีผู้ชายอายุประมาณ 40 ปี แต่งตัวและติดบัตรเหมือนเจ้าหน้าที่ แล้วขี่จักรยานยนต์มาจอด พร้อมแสดงตัวว่าจะมาตัดไฟ เนื่องจากมีการค้างชำระค่าไฟฟ้าและเกินกำหนดชำระแล้ว   ซึ่งทางผู้เสียหายก็ค้างชำระค่าไฟฟ้าอยู่จริงจำนวน 4,592 บาท และเกรงว่าหากถูกตัดไฟจะเกิดปัญหากระทบกับลูกค้าที่พักอยู่ ซึ่งผู้ชายคนดังกล่าวทำทีเป็นเห็นใจและจะช่วยไม่ตัดไฟให้ได้ โดยให้ชำระค่าไฟฟ้าเลยแล้วรับใบเสร็จชั่วคราวไว้ก่อน จึงหลงเชื่อและจ่ายเงินให้ จากนั้นผู้ชายคนดังกล่าวได้ออกใบเสร็จให้แล้วขี่จักรยานยนต์ออกไป   ต่อมาเริ่มรู้สึกผิดสังเกตเพราะใบเสร็จที่ได้รับมานั้นมีลักษณะคล้ายการถ่ายเอกสาร ซึ่งต่างจากใบเสร็จที่เคยได้รับ เมื่อสอบถามไปยังศูนย์บริการลูกค้าของการไฟฟ้า ทำให้ทราบว่ากรณีการตัดไฟฟ้า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการในเวลาทำการเท่านั้น และจะไม่มีการรับชำระเงินในลักษณะดังกล่าวจากลูกค้า จึงรู้ว่าตนตกเป็นเหยื่อแล้ว   ทางผู้เสียหายจึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์และใบหน้าของผู้ชายที่ก่อเหตุไว้ได้ พร้อมใบเสร็จ นำเป็นหลักฐานเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3UvBgpwHiGc

 5,510
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.พ. 60

ธรรมกายประกาศเสียงตามสายขอลูกศิษย์อย่ากลับบ้าน ตรึงกำลังเฝ้าวัด dsi เตรียมตัดน้ำ-ไฟ หากขัดขืนคำสั่ง

ธรรมกายประกาศเสียงตามสายขอลูกศิษย์อย่ากลับบ้าน ตรึงกำลังเฝ้าวัด  ด้าน DSI เตรียมตัดน้ำ-ไฟ หากขัดขืนคำสั่ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงกรณีที่มีคำสั่งเรียกพระธัมมชโยกับพระลูกวัดพระธรรมกายอีก 13 รูป มาเข้าพบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงการปฎิบัติหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ แล้วกลับไปชี้แจงให้บรรดา ศิษยานุศิษย์ได้รับทราบข้อเท็จจริง หากไม่มาก็จะออกหมายเรียกต่อไป ซึ่งเมื่อครบกำหนดไม่มีวี่แววของพระทั้ง 14 รูปเข้าพบเจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างปฎิบัติการกระชับนำพื้นที่ระหว่างประตู 5 และ 6 ของวัดธรรมกายคืน เนื่องจากมีบุคคลเข้าไปภายในเป็นกระทำที่ฝ่าฝืนคำสั่ง ม.44 นอกจากนี้เจ้าหน้าอยู่ระหว่างตรวจหาหลักฐาน บุคคลที่ปรากฎก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่ระหว่างเข้าปฎิบัติหน้าที่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะหาหลักฐานกล่าวโทษบุคคล ที่ทุบกแพงวัดและเข้าไปภายในเนื่องจากฝ่าฝืนคำสั่งคสช. โดยมีการกระทบกระทั่งกับกลุ่มลูกศิษย์และพระสงฆ์ในช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนที่ทางพระธรรมกายจะปักหลักสวดมนต์ และออกประกาศเสียงตามสาย ให้ศิษยานุศิษย์ เฝ้าระวังพื้นที่ของวัด พร้อมขออย่าให้เดินทางออกนอกพื้นที่โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่เตรียมเข้าสลายชุมนุมโดยใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงในช่วงกลางดึก ขณะที่ในข้อเท็จจริงยังไม่มีการนำรถฉีดน้ำใดๆเข้ามาในพื้นที่แต่อย่างใด ก่อนที่ จนท.จะถอนกำลังแต่ยังคงเฝ้าระวังตลอดทั้งคืน และเข้าปฏิบัติการต่อในช่วงเช้า ด้านสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้ออกประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า ชี้แจงข่าววัดพระธรรมกาย 19 ก.พ. 2560 : 22.00 น. 1.ตลอด 3 วันที่ผ่านมา คือ วันที่ 16-17-18 ก.พ. ที่ผ่านมา ทางวัดได้ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่รัฐด้วยดีเสมอ ด้วยการให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ สุนัขตำรวจ เข้ามาตรวจอาคารสถานที่อย่างละเอียดทุกอาคาร ทุกชั้น ทุกห้อง บางอาคารมีการตรวจซ้ำถึง 3 ครั้ง รวมทั้งซีลอาคารที่คาดว่า เป็นอาคารเป้าหมายด้วยแล้วนั้น บรรยายกาศที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและความเข้าใจอันดีของทุกฝ่าย 2.สำหรับวันนี้ 19 ก.พ. 2560 เจ้าหน้าที่รัฐ ได้แถลงข่าว ให้พระและประชาชนออกนอกพื้นที่วัดที่เขาสร้างมาความศรัทธา ในเวลา 15.00 น. ของวันนี้ ทำให้พระและประชาชนรอบๆ วัด และต่างจังหวัด เกิดความตื่นตระหนกตกใจ จึงทะยอยเข้าวัดมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน และเมื่อมาแล้วไม่สามารถเข้าประตู 5-6 ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยึดพื้นที่ จึงได้มีการรวมตัวกันเพื่อ "ขอใช้พื้นที่ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่" ด้วยมีความรู้สึกว่า หลวงพ่อ พระเณร และวัดพระธรรมกาย ไม่ได้รับความเป็นธรรม รวมทั้ง ประเทศไทยซึ่งเป็นเหมือนศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกด้วย จึงมีความรู้สึกว่า พระพุทธศาสนาโดนรังแกและถูกกลั่นแกล้งจากเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่มีการให้พระทั้งหมดและประชาชนออกจากวัดมากขนาดนี้ จึงเกิดเหตุการณ์ดังบ่ายที่ผ่านมา 3.ขณะนี้คาดว่า ทั้งพระภิกษุ สามเณร และประชาชน อยู่ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ นั่งสมาธิ กระจายตามพื้นที่ กว่า 20,000 คน คาดว่าจะพักค้างอยู่จุดต่างๆ ด้วยความเป็นห่วงวัดและพระภิกษุสามเณร 4.กรณีพระ 14 รูป ที่เจ้าหน้าที่เชิญตัวนั้น ขอชี้แจงว่า ในวันที่ 16 ก.พ. วันแรกของการปฏิบัติการ พระภิกษุทุกรูป (ยกเว้น ป่วยหนัก ตามตัวไม่ได้ หรืออยู่ต่างประเทศ) ก็ได้มาพบเจ้าหน้าที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีข่าวจากโซเชียลเน็ตเวริ์กว่า ผู้ไปที่พบเจ้าหน้าที่ก่อนหน้าที่ ถูกล็อคตัว ทางญาติโยมจึงขอร้องว่า อย่าพึ่งไปพบเจ้าหน้าที่ในสถานการณ์ที่อ่อนไหวและเกิดความหวาดระแวงซึ่งกันและกันในขณะนี้ 5.ทางวัดทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่า เจ้าหน้าที่เตรียมแก๊สน้ำตา รถฉีดน้ำแรงดันสูง และรถเครื่องความเข้มข้นเสียงสูง รวมทั้ง ประกาศมาตรการตัดน้ำตัดไฟ จึงขอความเมตตาและเห็นใจจากเจ้าหน้าที่รัฐ งดการกระทำที่รุนแรงที่เกินกว่าเหตุดังกล่าว แสดงถึงความจงใจสร้างความลำบากเดือดร้อนให้กับพระภิกษุสามเณร และประชาชน รวมทั้ง เด็กและเยาวชน ผู้สูงวัยที่มาสวดมนต์ นั่งสมาธิภายในวัด 6.ทราบว่า พรุ่งนี้ วันที่ 20 ก.พ. 2560 ทางตัวแทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะเข้ามา รวมสังเกตการณ์และพิจารณาความช่วยเหลือ ให้สถานการณ์เป็นไปด้วยความสงบด้วย ดังนั้น พระภิกษุสามเณร และประชาชน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล และ คสช. ยกเลิก ม.44 เพราะสร้างความหวาดกลัว กังวล ตื่นตระหนก ให้กับผู้ปฏิบัติธรรม พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย 19 ก.พ. 2560 เวลา 22.00 น.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wm-guhgfx9Y    

 13,189

Top