ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชู้สาว"

สังคม-อาชญากรรม
29 มี.ค. 62

คุมตัวผู้ต้องสงสัย ฆ่ายัดถังโบกปูน เจ้าตัวปฏิเสธขอให้การในชั้นศาล ตร.ยันมีหลักฐานแน่นเอาผิด

ตำรวจกองปราบปราม ควบคุมตัวนายประยูร แก้วพยศ หรือจุ๊บ ผู้ต้องสงสัยรายสำคัญในคดีฆ่านายอัญฌา หนูปทุม หรือขิก ที่พบเป็นศพถูกฆ่าโบกปูนฝังดินด้านหลังร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านบางเขน เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา จนมาพบว่าถูกฆ่าโปกปูนฝังดินเมื่อวันที่ 26 มีนาคม และก่อนหน้านี้ นายจุ๊บก็เป็นคนไปแจ้งความว่านายขิกหายตัวไป   เมื่อวานนี้ (28 มี.ค.) ตร.กองปราบนำตัวนายจุ๊บมาสอบปากคำที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขนซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ภายหลังจากนายจุ๊บ ประสาน ขอเข้ามอบตัวที่บ้านเกิดในพื้นที่พัทลุงเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา   โดยทันทีที่นายจุ๊บมาถึง ตำรวจคุมตัวขึ้นไปสอบปากคำที่ห้องโดยมี พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม เดินทางเข้าสอบปากคำด้วยตัวเอง โดยนายจุ๊บยังคงให้การปฏิเสธ และไม่ขอให้การใดๆที่เกี่ยวข้องกับคดี   พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า เบื้องต้นแม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ แต่ ตร.มีหลักฐานแน่นหนาทั้งทางนิติวิทยาศาตร์ และพยานบุคคล ยืนยันการก่อเหตุ ตั้งแต่ ก่อนเกิดเหตุ จนถึงวินาทีฆ่าและการอำพรางศพ   เบื้องต้นแจ้งขอหา ฆ่าผู้อื่นตายและซ่อนเร้นอำพรางศพ และคัดค้านการประกันตัว โดยจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจ.มีนบุรี วันที่ 30 มี.ค นี้ สำหรับคดีนี้ตร.เชื่อว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุ อีกแน่นอน ซึ่งจะสอบปากคำ และหากมีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดก็จะออกหมายจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย   สำหรับ ปมการฆาตกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นจากเรื่องชู้สาว จากการสอบปากคำพยานแวดล้อมบอกว่าผู้ต้องสงสัยกับผู้ตาย ทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่องผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยทำงานในร้าน   เนื่องจากผู้ต้องสงสัยรู้ว่าอดีตแฟนมาคบหาพูดคุยกับผู้ตาย ทำให้ผู้ต้องสงสัยร่วมมือกับพวก ใช้ท่อนเหล็กทุบตีไปที่ศีรษะ ก่อนใช้สายไฟรัดไปที่คอจนเสียขาดอากาศหายใจเสียชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับผลการตรวจของแพทย์ที่มีร่องรอยบริเวณกระโหลกขวาและรอยรัดที่คอ ซึ่งหลังจากนั้นจึงใช้ถังน้ำมันยัดศพลงไปพร้อมโบกปูนปิดทับก่อนจะขุดดินฝังศพ พร้อมใช้คนงานพม่าในร้านอาหารคนหนึ่งช่วยเหลือในการฝังอำพรางศพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ODT341LRS1o

 1,251
ข่าวภูมิภาค
12 มี.ค. 62

จับอดีตเวรเปลฆ่าพยาบาล โกรธยืมเงินได้ไม่ครบแถมถูกด่า อ้างแอบคบมา 5 ปี สามีคนตายไม่เชื่อ ยันไม่มีเรื่องชู้สาว

อยุธยา-จากกรณีพบศพ น.ส.ศรีสุภางค์ หรือเก่ง สุวรรณศิลป์ อายุ 48 ปี ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกคนร้ายฆ่าปาดคอศพหมกคารถ ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลภาชี ถนนสายภาชี – หินกอง ต่อมาตร.จับกุมนายอั๋น ฟักศิริ อายุ 33 ปี ขณะหลบหนีไปพร้อมกับแฟนสาว   จากการสอบสวนในเบื้องต้นนายอั๋น รับสารภาพว่ามีความสนิทสนมลึกซึ้งกับผู้ตายมานานกว่า 5 ปี ตลอดระยะเวลาที่คบหากัน ผู้ต้องหาจะขอเงินผู้ตายใช้เป็นประจำ โดยระยะหลังถูกบริษัทไฟแนนซ์ทวงเงินค่างวดรถ และได้ติดต่อขอเงินผู้ตายจำนวน 1 หมื่นบาท นัดให้มารับเงินคืนวันเกิดเหตุหลังออกเวร โดยนัดแนะมาพบกันที่โรงพยาบาล ขึ้นรถเก๋งออกไปพูดคุยและรับเงิน   ปรากฏว่าผู้ตายให้เงินไม่ครบตามจำนวนที่ขอไว้ และผู้ตายยังสั่งสอนดุด่าใช้คำพูดแรง ทำให้ผู้ต้องหาโกรธตบเข้าที่ใบหน้า ชกปากจนฟันหัก และใช้มีดคัทเตอร์ที่ใช้สำหรับทำงานปาดคอและแทง ปรากฏว่ายังหายใจไม่เสียชีวิต จึงใช้มือบีบคอเต็มแรงจนแน่นิ่งแล้วจับเหวี่ยงไปด้านหลังกดหน้ากับเบาะรถ จนขาดลมหายใจตายอยู่ในสภาพที่พบศพดังกล่าว   หลังจากจับกุมผู้ต้องหาได้ เจ้าหน้าที่นำตัวไปค้นบ้านพบยายผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาที่เป็นหลานตามปกติจะไม่ซักเสื้อผ้าเอง ยายจะเป็นคนซัก แต่คืนวันเกิดเหตุพบว่าหลานเอาเสื้อกางเกงมาแช่น้ำผิดปกติ แต่ก็ไม่เอะใจอะไร ซึ่งตำรวจได้ยึดเสื้อผ้าของผู้ต้องหาไว้แล้ว ส่วนมีดคัทเตอร์ ผู้ต้องหารับว่าได้ปาทิ้งริมถนนข้างทางในสวนมะนาวปากทางเข้าบ้าน ได้ระดมกำลังตำรวจค้นหานานหลายชั่วโมงแล้วยังไม่พบ   ด้านนายพัฒนา เทศอ่วม สามีเก่ง อยู่ในอาการเศร้าโศก บอกว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของตน บอกแต่เพียงสั้นว่าภรรยาของตนทำดีที่สุด มีเมตตาให้เงินเขายืมยังใจร้ายฆ่าได้ลงคออย่างโหดเหี้ยม และยังบอกอีกว่าภรรยาตนไม่ได้เสียชีวิตมาจากเรื่องชู้สาว มันเป็นเรื่องการยืมเงินแล้วเกิดความไม่พอใจกันถึงกับต้องฆ่าแฟนตน ตนไม่ขออโหสิกรรมให้ และวันนี้ (12 มี.ค.) จะรอดูตำรวจพาคนร้ายไปทำแผนฆ่าแฟนตน   ขณะที่น้องสาวของผู้ตาย บอกว่าพี่สาวใจดี ส่วนตัวแล้วคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของเงินทอง ที่มักจะมีคนมายืมเงินพี่สาวเสมอ แต่ก็ยังไม่ฟันธงต่อประเด็นดังกล่าว เพราะพี่สาวเคยมาเล่าว่ามีหลายคนมาขอยืมเงิน เขาเองก็ไม่ค่อยปฏิเสธ   ส่วนประวัตินายอั๋นจากที่ทราบมาเคยเป็นอดีตเวรเปล มักจะขอยืมเงินเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหลายคน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรอฟังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง คาดมีการวางแผนมาก่อน ท่าทางไม่ได้รีบร้อน ส่วนความรู้สึกครอบครัวยังรู้สึกช็อก ผู้ตายเป็นคนดีมาก เพื่อนฝูงรัก ยืนยันไม่ใช่เรื่องชู้สาวอย่างแน่นอนซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้น น่าจะมาจากเรื่องเงิน   ด้านพ่อแม่ของผู้ต้องหายบอกว่า ลูกชายมีปัญหาด้านการเงินตลอด เงินเดือนไม่พอก็จะมาขอแม่ สำหรับพยาบาลรายนี้ ทางครอบครัวเคยคุยทางโทรศัพท์แล้ว 1 ครั้ง เพื่อขอเคลียร์หนี้สินจำนวน 12,000 บาท โดยจะผ่อนให้เดือน 2,000 บาท แต่เดือนล่าสุดครอบครัวไม่มีเงินจึงไม่ได้ส่งต่อ และไม่เคยคิดว่าลูกชายจะก่อเหตุแบบนี้ขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WehoZIByGFI

 10,687
ข่าวภูมิภาค
26 ต.ค. 61

ดาบตำรวจกระหน่ำยิงชายชู้ดับ หลังบุกตามภรรยาถึงห้องแล้วเห็นภาพบาดตา

วันนี้ (26 ต.ค.) เวลา 00.23 น. ด.ต.สมบูรณ์ ใจเมือง ได้เดินทางไปมอบตัวแก่พนักงานสอบสวน สภ.เมือง หลังเป็นผู้ก่อเหตุยิงนายทรงชัย ชัยเทพ อายุ 53 ปี จนเสียชีวิต บริเวณห้องเช่า ใน ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน   ด.ต.สมบูรณ์ เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในคืนวันเกิดเหตุ (25 ต.ค.) ตนกลับจากดื่มสุรา มาถึงบ้านไม่พบภรรยา จึงได้ออกติดตามไปยังห้องพักของนายทรงชัย และตะโกนเรียกให้เปิดประตู แต่นายทรงชัยไม่ยอมเปิด จึงได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ซึ่งเป็นปืนหลวง เคาะที่กระจกบานเกร็ดเข้าไปในห้องและพบว่าภรรยาอยู่ในห้องและมีกางเกงในผู้หญิงตกอยู่ และนายทรงชัยผู้ตาย ได้เข้ามาชกต่อยตน    เนื่องจากว่าตนเป็นคนตัวเล็ก สู้ไม่ได้ จึงใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมากระหน่ำยิงนายทรงชัย จำนวน 6 นัด จนล้มลง และด้วยความโกรธ ได้บรรจุกระสุนใหม่อีก 6 นัด กระหน่ำยิงไปที่ร่างของนายทรงชัยจนหมดลูกโม่ โดยไม่ได้สนใจว่า กระสุนปืนจะถูกเข้าบริเวณจุดไหนบ้าง ต่อมาเมื่อเดินทางกลับถึงบ้าน ด้วยความสำนึกผิด จึงตัดสินใจเดินทางมามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน   สำหรับสาเหตุการก่อเหตุในครั้งนี้ ทราบว่า ผู้ตายคือนายทรงชัย ชัยเทพ ซึ่งมีอาชีพขับรถตู้ ได้ลอบเป็นชู้กับภรรยาของ ดต.สมบูรณ์ ซึ่งมีอาชีพเป็นครูสอนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน พื้นเพเดิม เป็นคนบ้านผาบ่อง ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกันกับนายทรงชัย ชัยเทพ    โดย ด.ต.สมบูรณ์ ได้ระแคะระคายเรื่องดังกล่าวมานานนับปี และมีการทะเลาะกับภรรยาหลายครั้ง แต่ภรรยายังไม่ยอมหยุดที่จะคบกับนายทรงชัย จนในคืนวันเกิดเหตุ เมื่อกลับบ้านไม่พบภรรยาและเกิดฝนตกหนัก จึงได้ตามมายังห้องพักของนายทรงชัย และพบภาพบาดตา จนบันดาลโทสะ และเกิดเหตุยิงจนเสียชีวิตดังกล่าว    

 32,157
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ย. 61

ยิง 'น้องเนิร์ส' ดับคาเก๋งปมหึงหวง 'เสี่ยลภ' ยื่นเงื่อนไขมอบตัวขอประกันตัว 1 ล้าน ไม่ทำแผน-ห้ามสื่อถ่าย

จากกรณีนางสาวนภธร  กนกเกษมโสภณ หรือน้องเนิร์ส อายุ 23 ปี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. จ่อยิงเสียชีวิตภายในรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ ป้ายแดง  ริมถนนเส้นประปา-นาสร้าง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม คาดปมหึงหวง เนื่องจากผู้ตายเป็นคนหน้าตาดี มีชายมาติดพันหลายคน โดยคืนเกิดเหตุผู้ตายได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง กำลังขับรถกลับบ้าน เชื่อว่านัดหมายไปพูดคุยเพื่อตกลงปัญหากับผู้ก่อเหตุ กระทั่งเกิดเหตุสลดขึ้น   ล่าสุดตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ออกหมายจับผู้ก่อเหตุแล้วคือ นายวัลลภ ห้วยหงษ์ทอง หรือเสี่ยลภ ชายคนสนิทของผู้ตายที่คบหาเป็นแฟนกันมานาน 9 เดือน ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ขณะนี้ยังหลบหนี   แหล่งข่าวระบุว่า นายวัลลภเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบและเป็นคนชอบเล่นการพนัน เคยมีเพื่อนเป็นเครือข่ายยาเสพติด หลังเกิดเหตุมีนักการเมืองท้องถิ่นประสานมาทางตำรวจ จะพาเข้ามอบตัวโดยมีเงื่อนไขจะขอประกันตัวในวงเงิน 1 ล้านบาท และขอไม่ให้ทำแผน ไม่ให้นักข่าวถ่ายภาพ   ส่วนน้องเนิร์ส อดีตเคยพีอาร์ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตเมืองนครปฐม และเป็นแม่ค้าออนไลน์ เคยมีสามมีมาแล้ว 1 คน  มีลูกสาว 2 คน  หลังจากแยกทางกับสามีก็ไปทำงานเป็นโคโยตี้ที่พัทยา คบหากับชายต่างชาติชาวเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทุกเดือน และได้มาคบหากับนายวัลลภ ประมาณ 9 เดือน ช่วงหลังมีเพื่อนชายอีก 1 คน ทำให้นายวัลลภเกิดความหึงหวงและมีปากเสียงกันบ่อยหลาย   ด้าน ตร.ได้สอบปากคำพยานบุคคลทั้งครอบครัวและเพื่อนสนิท รวมถึงเพื่อนชายคนสนิทอีกคนหนึ่งชื่อตี๋ ที่มือปืนอาจเข้าใจว่าเป็นกิ๊กกับน้องเนิร์ส จนนำไปสู่การสังหารโหดครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อเท็จจริงจากนายตี๋ แต่ไม่ขอให้ข้อมูลและเดินหนีนักข่าว พูดสั้นๆ ว่า “แค่รู้จักกัน”   คดีนี้มีหลักฐานสำคัญ คือข้อความในแชทระหว่างเฟซบุ๊กของน้องเนิร์สและนายวัลลภ คืนก่อนเกิดเหตุประมาณตี 2 กว่า หลังจากที่น้องเนิร์สกลับจากเที่ยวสถานบันเทิง โดยนายวัลลภ ขับรถติดตามจบพบที่บริเวณหน้าบ้านของนายตี๋  (เพื่อนผู้ตาย) และพยายามทักแชทและโทรทางเฟซบุ๊กหาน้องเนิร์ส เพื่อสอบถามว่าอยู่บ้านใครแล้วไปทำอะไรที่บ้านหลังนั้นแต่น้องเนิร์สไม่ตอบ และมีการนัดให้ออกมาเคลียร์ปัญหาที่ระหองระแหงกัน ระบุว่า “ออกมาคุย ที่ยอมทุกอย่าง จบดี ๆ พี่ยอมจบจริงๆ”   ตอนแรกน้องเนิร์สไม่ยอมออกมา นายลภจึงส่งภาพปืนข่มขู่ให้ออกมาคุยกัน น้องเนิร์สบอกให้ออกไปคุยที่อื่นเพราะเกรงใจคนในบ้านของนายตี๋ โดยได้นัดให้ออกมาคุยกันที่หน้าปากซอย น้องเนิร์สขับรถนำหน้าออกมาโดยมีนายวัลลภขับตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งมาจนถึงที่เกิดเหตุ   ขณะที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจค้นบ้านนายวัลลภ ที่ ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยได้พบกับแม่ของนายวัลลภแต่ไม่พบนายวัลลภ และรถคันที่ขับไปก่อเหตุ แม่ของนายวัลลภ ระบุว่า ลูกชายไม่ได้กลับมาแต่โทรศัพท์มาบอกว่า "ผมได้ยิงเนิร์สตายแล้ว จะเข้ามอบตัว" เพราะกลัวถูกตำรวจวิสามัญ   ด้านพ่อของผู้ตาย เผยว่ารับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้  ทางครอบครัวรับรู้ว่าลูกสาวคบหากับนายวัลลภเป็นแฟนเกือบ 1 ปีแล้ว และเคยพามาแนะนำให้รู้จัก วันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเกิดของตน นายวัลลภได้มานั่งทานข้าวที่บ้านแต่ไม่ค่อยได้คุยกัน เขาแค่ยกมือไหว้เท่านั้น ก่อนหน้านี้ไม่เคยทราบปัญหาส่วนตัวของทั้งคู่เพราะลูกสาวไม่เคยเล่าให้ฟัง   พักหลังเห็นมีเรื่องระหองระแหงกัน จึงนัดลูกสาวให้มาพบวันอาทิตย์ที่จะถึงเพื่อสอบถามว่ามีปัญหาอะไรกัน แต่มาเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน ตนเคยเตือนลูกจะคบหาใครก็ขอให้ดูดี ๆ ไม่คาดคิดว่านายวัลลภ จะกล้าก่อเหตุรุนแรงขนาดนี้ เพราะไม่มีท่าทีเป็นคนโหดร้าย   ด้านแม่ของผู้ตาย ระบุว่า  น้องเนิร์สดูแลครอบครัวอย่างดี ชอบทำบุญ 2-3 ครั้ง/เดือน เป็นคนรักเพื่อน ไม่เคยหวังรับของจากใครนอกจากจะมีคนให้โดยบริสุทธิ์ใจ เพราะทางบ้านมีฐานะ ทุกครั้งที่ลูกสาวมีเรื่องไม่สบายใจจะไม่บอกเพราะกลัวแม่เครียด    ที่ผ่านมานายวัลลภรักเอ็นดูลูกตนมากแต่ไม่รู้ทำไมก่อเหตุอย่างนี้  ไม่น่าจะเป็นเรื่องชู้สาวน่าจะเข้าใจผิดกัน วันอาทิตย์ที่ผ่านมานายวัลลภ มาเที่ยวที่บ้านของตนก็คุยกันดี  ทั้งนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายแต่อย่างทำอะไรเขาร้ายแรง ไม่อยากจองเวรกรรม คิดเสียว่าลูกสาวหมดบุญไปสบายแล้ว   ส่วนพี่ชายของผู้ตาย โกรธแค้นไม่ขออโหสิกรรมและไม่ต้องการให้มากราบขมาศพเขาต้องรับกรรม คืนก่อนเกิดเหตุนายวัลลภ ได้โทรทางเฟซบุ๊กมาหายตนต่อว่าน้องสาวในทางที่เสียหาย คุยกันประมาณ 1 นาที แต่ตนไม่อยากเล่าว่าพูดอะไรบ้าง เพราะไม่อยากให้น้องสาวเสื่อมเสีย พูดไปมันก็ไม่ดี นายวัลลภเคยมานอนที่บ้าน   ทางครอบครัวก็เชื่อใจไม่คิดว่าจะเป็นคนอย่างนี้ ถ้ารักน้องสาวตนจริงทำไมต้องยิง ก่อเหตุแล้วหนีก็จิกโก๋คนหนึ่ง ถ้ารักจริงทำไมไม่ยิงตัวตายตาม ที่ผ่านมาตนรู้เรื่องของนายวัลลภเยอะแต่ไม่พูดเพราะไม่อยากก้าวก่าย ที่ผ่านมาน้องสาวและนายวัลลภเคยทะเลาะกันบ้างตามประสาแฟนไม่ถึงขั้นลงมือทำร้าย   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับเพื่อนของผู้ตาย ซึ่งไปเที่ยวสถานบันเทิงด้วยกันในคืนก่อนเกิดเหตุ เล่าว่า น้องเนิร์สเคยเล่าให้ฟังว่ามีปัญหากับนายวัลลภ แต่ไม่บอกว่าเรื่องอะไรแค่ทะเลาะกันไม่รุนแรง โดยเพื่อน ๆ ทุกคนรู้ว่าทั้งคู่คบหาอยู่กินด้วยกัน    คืนก่อนเกิดเหตุน้องเนิร์สออกมาเที่ยวกับพวกตนเพื่อคลายเครียด นั่งดื่มฟังเพลงปกติ เกือบตี 2 พอร้านปิดก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ไม่มีใครรู้ว่าน้องเนิร์สไปไหนต่อ ทราบเรื่องอีกทีถูกยิงตายอย่างโหดเหี้ยม ตนเคยเจอและพูดคุยกับนายวัลลภ ซึ่งเขาเป็นคนใจดี อารมณ์ดี ไม่นึกจะเกิดเหตุนี้ขึ้น ตนก็ไม่ได้ทราบเรื่องทุกอย่างเพราะบางเรื่องน้องเนิร์สก็ไม่ได้เล่าให้ฟัง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q6FJJrhIKBg

 37,798
สังคม-อาชญากรรม
20 ส.ค. 61

รู้ตัวแล้ว! มือสาดน้ำกรดสาวร้านแว่น มุ่งเป้าปมชู้สาว คาดได้ตัวเร็วๆนี้

ชลบุรี คืบหน้าเหตุคนร้ายสาวบุกสาดน้ำกรดใส่สาวขายแว่นตา วัย 31 ปี เจ็บสาหัส ล่าสุดตำรวจรู้ตัวแล้ว คาดได้ตัวเร็วๆนี้    จากกรณีที่ หญิง อายุ 31 ปี คนขายแว่นตา ภายในเทสโก้ โลตัส บ่อวิน ชั้น 2 จ.ชลบุรี ได้ถูกคนร้ายเป็นหญิง อายุประมาณ 35 - 40 ปี แต่งกายปกปิดมิดชิด เดินเข้ามาสาดน้ำกรด ใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส อีกทั้งน้ำกรดยังกระเด็นไปถูก สาวอายุ 23 ปี คนเดินเที่ยว โดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา    ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว ที่ สภ.บ่อวิน ต.เขาคันทรง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ชัยธนันท์ จิรปิยเศรษฐ์ ผกก.สภ.บ่อวิน เปิดเผยว่า หลังจากที่เกิดเหตุ ตนก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นทราบว่า กรดที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุคือ กรดซัลฟิวริค ซึ่งเป็นกรดที่ใช้ในกระบวนการยางพารา ซึ่งในระแวก ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา ไม่มีขาย ในขณะที่คนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่รู้ตัวหมดแล้วเป็นหญิง จำนวน 2 คน วางแผนและแบ่งหน้าที่กันมาเป็นอย่างดี ซึ่งใช้เวลาเดินวนไปวนมาก่อนจะก่อเหตุประมาณ 30 นาที อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถให้ข้อมูลกับสื่อได้ เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายจะหลบหนี ซึ่งคาดว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามจับกุมได้ในเร็วๆนี้    ในขณะที่ หญิงผู้ได้รับบาดเจ็บ ยังอยู่ในห้องปลอดเชื้อ ของโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา อาการค่อยข้างสาหัส และยังไม่สามารถให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ซึ่งต้องรอให้อาการทุเลาลงก่อน คาดว่าประมาณ 2-3 วันนี้ น่าจะให้การได้แล้ว พ.ต.อ.ชัยธนันท์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทราบว่า เป็นเรื่องชู้สาว แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ก็ยังคงไม่ตัดประเด็นอื่นออก คงต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ดำเนินงานอีกสักพัก คาดอีกไม่กี่วันนี้ต้องจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ และในส่วนของข้อหาตอนนี้เจ้าหน้าที่ ตั้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นไว้ก่อน ซึ่งก็ต้องรอดูผลตรวจจากผู้ได้รับบาดเจ็บมาประกอบว่าหนักแค่ไหน และเจ้าหน้าที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป    ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 2,899
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 61

รวบสาวมือยิงบ้านผู้พิพากษา ที่แท้หึงสามีคิดว่าเป็นกิ๊กกับญาติเจ้าของบ้าน

ปทุมธานี-จากกรณี ตร.สภ.คลองห้า รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปภายในบ้านของนายบรรพจน์ ยังเจริญ 46 ปี ผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงานกลาง ที่บ้านพักย่านคลองเจ็ด   ล่าสุด ตร.ได้จับกุมนางสาวเอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม. พร้อมกระสุนปืนจำนวน 4 นัด และรถเก๋งสีขาว ที่ใช้ในการก่อเหตุยิงบ้านของนายบรรพจน์   โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพรถยนต์เก๋ง ต้องสงสัยที่ขับมายิงปืนเข้าไปในบ้านผู้พิพากษาไว้ได้ มูลเหตุเกิดจากความหึงหวงสามีคือนายตรี เจ้าของรถ ด้วยคู่กรณีคือนางสาวลัย (นามสมมติ) เป็นน้องภรรยาของนายบรรพจน์ ที่เคยรู้จักสนิทกับนายตรี ได้ส่งคลิปวีดีโอให้นายตรี และนางสาวเอ๋ เห็นคลิปดังกล่าวจึงเกิดความหึงหวงต่อมาในวัน เวลา ที่เกิดเหตุนางสาวเอ๋ได้ขับรถยนต์เก๋งของสามี และได้เอาอาวุธปืนไปยิงบ้านของนายบรรพจน์ ได้รับความเสียหายดังกล่าว   นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรีไปค้นบ้านพัก ได้พบกับนายตรี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นสามีของนางสาวเอ๋ และได้ตรวจยึดอาวุธปืนสั้นจำนวน 5 กระบอก อาวุธปืนยาวจำนวน 4 กระบอก พร้อมกระสุนปืนจำนวนมาก พร้อมทั้งจะได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน1ตรวจสอบอีกครั้งว่าได้นำไปก่อคดีใดมาหรือไม่   ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับนางสาวเอ๋ (ผู้ต้องหา) ที่ก่อในครั้งนี้   1.มีอาวุธปืนละเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะหรือในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ทำให้เสียทรัพย์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wqauk3xAc-k

 1,837
ข่าวภูมิภาค
07 ส.ค. 61

แม่ชีเดินหน้าร้อง พศ.เอาผิดเจ้าอาวาสวัดเขาสุกิม มีสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว

จากกรณี นายปรเมษฐ เนติธรรมรักษ์ ประธานชมรมเนติธรรมรักษ์ พร้อมกับพระครูธรรมธร หรือ พระปู พระวินยาธิการ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เข้ายื่นเอกสารหลักฐานต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อเอาผิด   กล่าวหาว่า พระอธิการทองพูน เจ้าอาวาสวัดเขาสุกิม ว่านำมวลชนมาปิดล้อมขับไล่ออกจากกุฏิ และไล่ทำร้ายร่างกาย และยังอ้างว่าพัวพันแม่ชีรายหนึ่ง ต่อมา พระอธิการทองพูน แถลงโต้กลับพระคู่กรณี และงัดหลักฐานเด็ด อ้างคำสารภาพของแม่ชีว่ารับจ้างสร้างเรื่อง หาเงินเรียน ปริญญาโท   ล่าสุดแม่ชีเดินหน้าร้องเรียนยืนหนังสื่อ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถระสมาคม พุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัด นครปฐมตรวจสอบ เอาผิดเจ้าอาวาสมีสัมพันธ์กับตน ยืนยันพยานหลักฐานชัดเจน   โดยนายปรเมษฐ เปิดเผยว่า นำหลักฐานมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบถึงพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดดัง ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่่างเจ้าอาวาสฯ กับแม่ชี และพระบางรูปที่ออกมาเป็นพยานเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ รวมทั้งตรวจสอบเรื่ิองเจ้าอาวาสคนดังกล่าวระบุว่าพระผู้ใหญ่ 2 รูปทุจริตเงินทอนวัด   ขณะที่ แม่ชีคนดังกล่าว ระบุยืนยันว่าในส่วนของตนมีข้อมูลและหลักฐานที่แสดงถึงพฤติกรรมของเจ้าอาวาสคนดังกล่าวว่ามีความสัมพันธ์กับตนจริง จึงนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ เนื่องจากต้องการให้สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบว่าอาจเข้าข่ายการอาบัติปาราชิกหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ก็เคยร้องเรียนไปแล้วตั้งแต่ปี 2548 แต่เรื่องก็ไม่คืบหน้า   กระทั่งล่าสุดเมื่อปี 2559 ก็มีคำสั่งไม่ให้ตนเข้าวัดที่พระรูปดังกล่าวเป็นเจ้าอาวาสหรือไม่ โดยตนสงสัยว่าทำอะไรผิด ทั้งที่เคยเป็นลูกศิษย์วัดดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2516 ทั้วนี้ตนไม่ขอให้รายละเอียด เนื่ิองจากเป็นเรื่องที่หน่วยงานต้องตรวจสอบ ขอให้ทางหน่วยงานออกมาให้รายละเอียดเอง   ด้านผู้รับเรื่องเปิดเผยว่าจะตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียด แต่เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดก่อน แบ่งเป็นเรื่ิองการทุจริต และเรื่ิองธรรมวินัย จึงต้องขอเวลาในการตรวจสอบให้รอบคอบและรัดกุม พร้อมยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย   จากนั้นแม่ชีได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรพุทธมณฑลเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยมีทนายความมาด้วย ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำส่งต่อไปที่ต้น ที่เกิดเหตุจังหวัดจันทบุรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N8qhaDXFdIw

 6,082
สังคม-อาชญากรรม
01 มิ.ย. 61

ช่างแต่งหน้าถูกแทงดับคาห้องพักย่านพระราม 9 ตั้งปมคู่ขาหนุ่ม 18 หึงโหด

ตำรวจ สน.มักกะสัน รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิตภายในห้องพักย่านพระราม 9 พบศพนายสมชาย พรมจารีย์ อายุ 43 ปี อาชีพช่างแต่งหน้าสถานบริการแห่งหนึ่ง ถูกอาวุธมีดแทงเข้าบริเวณกลางหน้าอก 2 แผล และบริเวณลำคออีก 1 แผล ปาดคอซ้ำเป็นแผลฉกรรจ์ รวมทั้งหมด 4 แผล ภายในห้องพักพบร่องรอยการต่อสู้และมีเลือดสาดกระเซนไปทั่วห้อง ไม่พบว่ามีทรัพย์สินหายแต่อย่างใด   จากการสอบสวนพยานแวดล้อมทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็นคนที่ทำงานของผู้ตาย พยายามจะโทรศัพท์มาตามไปทำงานเนื่องจากได้เวลาทำงานแล้ว แต่ไม่มีใครรับสาย จึงเดินทางมาที่ห้องพักเพื่อขอตรวจสอบพบว่าห้องของผู้ตายถูกล็อคจากด้านใน จึงติดต่อกับทางผู้ดูแลอาคาร เมื่อเปิดเข้าไปจึงพบร่างในสภาพไร้ลมหายใจ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ   ทั้งนี้ลักษณะนิสัยใจคอของผู้ตายนั้นพักอาศัยอยู่ห้องพักแห่งนี้มานานกว่า 5 ปี เป็นคนร่าเริง อัธยาศัยดี ไม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับใคร รายงานข่าวแจ้งว่า   นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทราบว่าผู้ต้องสงสัยคือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เป็นคู่ขากับผู้ตายคบกันมา 2 เดือน ตำรวจได้ติดตามตัวได้ที่ห้างย่านถนนพหลโยธิน ได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำอยู่ที่ สน.มักกะสัน   เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีทรัพย์สินของผู้ตายสูญหายไปแต่อย่างใดจึงทำให้สามารถตัดประเด็นการฆ่าชิงทรัพย์ออกไป ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าเป็นเรื่องหึงหวงชู้สาวกัน อย่างไรก็ตามจะทำการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยรายนี้อย่างละเอียดอีกครั้งและอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อนออกหมายจับต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tGK7sciXWyw  

 7,337
ข่าวภูมิภาค
10 พ.ค. 61

ไฟไหม้บ้านปริศนา 2 ครั้ง วันสู่ขอ-แต่งงานลูกชาย เจ้าของบ้านเชื่อเป็นเรื่องลี้ลับ ตร.ตั้งปมชู้สาว

กำแพงเพชร-เกิดไฟไหม้รถเก๋งและในห้องครัว ขณะที่เจ้าของบ้านไม่มีใครอยู่ออกไปงานแต่งงานของลูกชายในหมู่บ้านอื่น ระหว่างนั้น มีเพื่อนบ้านเห็นมีเพลิงไหม้และกลุ่มควันจำนวนมากที่รถเก๋ง จึงรีบโทรแจ้งรถดับเพลิง และบอกตนเองเจ้าของบ้านให้ทราบ   นอกจากนี้ยังเคยมีไฟไหม้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายนมาแล้วครั้งหนึ่ง ในขณะไปสู่ขอลูกสะใภ้ให้ลูกชาย โดยไหม้ที่ขอบหน้าต่างไม้ รวมทั้งฝาผนังด้วย เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายตรวจสอบแล้วยังไม่ทราบสาเหตุ แต่เจ้าของบ้านเชื่อว่าที่บ้านจัดงานมงคลไม่บอกผีปู่ย่าตายาย   ประกอบกับช่วงนี้สภาพอากาศร้อนมากอุณหภูมิบางวันสูงถึง 40 องศา จึงอาจเป็นสาเหตุให้เกิดไฟไหม้ก็อาจเป็นได้ แต่ทุกครั้งที่เกิดไฟไหม้ก็จะมีคนเห็นตลอดและไหม้ไม่ค่อยรุนแรง แต่ในเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้ตัดทิ้งประเด็นเรื่องชู้สาว กำลังสืบหาสาเหตุต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Fh6qpWXxSkk  

 3,087
ข่าวภูมิภาค
06 ก.พ. 61

หญิงวัย 45 เป็นศพเปลือย ถูกเคียวเชือดคอเสียชีวิตในพงหญ้าสุพรรณฯ ตร.ตั้งปมชู้สาว

สุพรรณบุรี-พบศพหญิงวัย 45 ปี สภาพเปลือยกายนอนหงายเสียชีวิตอยู่ในพงหญ้า ตรวจสอบพบที่ลำคอมีแผลถูกของมีคมเชือด เป็นแผลเหวอะ นอกจากรอยเชือดแล้วยังมีรอยของแหลมแทงที่ลำคอและชายโครงขวา รวมกว่า 10 รูจมกองเลือดที่แห้งกรัง คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-6 ชม.   จากการสอบสวนชาวบ้านที่มาปักเบ็ดหาปลาเล่าว่า ช่วงค่ำตนได้มาปักเบ็ดหาปลาเพียงลำพังตามปกติ กระทั่งดึกได้ยินเสียงนกกวักร้อง อยู่ในป่าใกล้กันจึงเดินไปดู เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นที่มืด ขณะกำลังส่องไฟหานกอยู่นั้นสายตาเหลือบไปเห็นร่างเปลือยเปล่านอนแน่นิ่งอยู่ในพงหญ้าก็ตกใจแทบช็อก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ   ทางด้านพี่ชายของผู้ตายเล่าว่าน้องสาวประกอบอาชีพรับจ้างเกี่ยวหญ้า มักจะขี่จักรยานสองล้อออกไปหารับจ้างเป็นประจำ กระทั่งเมื่อ 2 วันก่อนน้องสาวได้หายไปไม่ยอมกลับบ้านกระทั่งได้รับแจ้งว่าน้องสาวถูกฆ่าเสียชีวิต ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเชื่อว่าน้องสาวถูกฆ่าตายด้วยเรื่องชู้สาว เนื่องจากน้องสาวคบหาผู้ชายหลายคน   ทางด้าน พ.ต.อ.สมพร พุกหอม ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี กล่าวว่าจากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปและเป็นคนที่ชอบคบหาและความสัมพันธ์กับผู้ชายหลายคน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายน่าจะมีการนัดหมายกับผู้ชายที่คบหากันเพื่อไปร่วมหลับนอน ซึ่งชายคนดังกล่าวน่าจะเป็นคนที่คบหามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ตายมาก่อนและรู้ว่าผู้ตายคบหากับชายอื่นอีกหลายคนจึงเกิดความแค้น วางแผนนัดผู้ตายไปร่วมหลับนอนโดยผู้ตายได้จอดจักรยานสองล้อพิงไว้ที่เสาไฟฟ้าข้างทาง ก่อนจะเดินไปกับฆาตกร   เมื่อถึงจุดเกิดเหตุทั้งคู่น่าจะได้ร่วมหลับนอนกันเสร็จแล้วฝ่ายชายที่คาดว่าเคยมีสัมพันธ์กับผู้ตายมาก่อน หลังจากทราบว่าฝ่ายหญิงปันใจไปให้ชายอื่นอีก จึงเกิดความแค้นลงมือใช้เคียวเกี่ยวหญ้าของผู้ตายเป็นอาวุธเชือดคอและกระหน่ำแทงที่ลำคอและชายโครงจนผู้ตายเสียชีวิต ก่อนหลบหนีกระทั่งมีคนมาพบศพดังกล่าว   ขณะนี้พอทราบเบาะแสคนร้ายแต่ยังไม่ขอเปิดเผย คาดว่าใช้เวลาไม่นานจะสามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้นำตัวผู้ต้องสงสัยมาตรวจเก็บลายนิ้วมือไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับส่งศพไปตรวจพิสูจน์สาเหตุการตายอย่างละเอียด พร้อมกับสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเร่งรัดจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HmddhwEXFyU    

 13,283
ข่าวภูมิภาค
29 ม.ค. 61

ญาติ 'หมอลิต' ทวงความเป็นธรรม ยันสาเหตุถูกสังหารไม่ใช่ปมชู้สาว

กาญจนบุรี-พิธีฌาปนกิจศพนายชลิต จินตนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุขภาพปลายนาสวน บรรยากาศสุดโศกเศร้า ท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานนับพันคน ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตวอนผู้มีอำนาจช่วยให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิต หลังผู้ก่อเหตุอ้างปมสังหารจากเรื่องชู้สาว ทำให้ผู้เสียชีวิตเกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง   โดยเพื่อนและคนใกล้ชิดยันผู้เสียชีวิตเป็นคนอัธยาศัยดี เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานและไม่เคยมีนิสัยเจ้าชู้มาก่อน สังเกตดูได้จากจำนวนผู้ร่วมงานศพจำนวนมาก ที่เดินทางไกลหลายร้อยกิโลจากอำเภอศรีสวัสดิ์เพื่อมาร่วมงาน แสดงให้เห็นถึงความรักที่ทุกๆคนมีให้ต่อผู้เสียชีวิต ทางครอบครัวและเพื่อนร่วมงานต่างไม่เชื่อว่า สาเหตุที่แท้จริง จะมาจากเรื่องนี้ จึงอยากขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยสืบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อล้างมลทินให้กับผู้เสียชีวิตให้ได้   เพราะทางครอบครัวต้องทนทุกข์ทรมาณกับการสูญเสียเสาหลักในครอบครัว แถมยังต้องมาเผชิญกับกระแสสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์ตัวผู้เสียชีวิต ว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเชิงชู้สาวจนเป็นสาเหตุทำให้ถูกสังหาร ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมครอบครัวผู้เสียชีวิตและสร้างความเสื่อมเสียต่อผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมาก   ด้าน ตร.เจ้าของคดี ระบุจากการสอบปากคำแฟนสาวของผู้ต้องหา ยันไม่เคยติดต่อหรือมีสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหมอลิต อีกทั้งอยู่คนละโรงพยาบาล จึงไม่มีความเชื่อมโยงปมชู้สาว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TF-eveklY84    

 14,563
สังคม-อาชญากรรม
28 ม.ค. 61

ตร.เผย 'ผอ.ฉาว' ติดต่อขอเข้ามอบตัว 2 ก.พ.นี้ - พบบ้านพักปิดเงียบ เมียสาววัย20เก็บของหนีไปแล้ว

ความคืบหน้าจากกรณี ผอ.ฉาวของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา แอบมีความสัมพันธ์กับนักเรียนสาวชั้น ม.2 ถึงขั้นเรียกเมียและที่รักกัน ก่อนจะโดยสั่งย้าย และถูกตำรวจออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาพรากผู้เยาว์ อนาจาร และหมิ่นประมาทนั้น      ล่าสุด ตำรวจ สภ. บัวใหญ่ เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่า ผอ.รายนี้ได้โทรศัพท์ติดต่อกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแล้ว โดยได้นัดหมายเข้าให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดตามหมายเรียกปลายสัปดาห์หน้า ภายในวันศุกร์ที่ 2 ก.พ.นี้     ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ไปที่บ้านพักของ ผอ. ภายในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านพักชั้นเดียว พบว่า ประตูหน้าบ้านล็อคด้วยแม่กุญแจแน่นหนา และไม่มีใครอยู่ภายในบ้านพัก    ด้านเพื่อนบ้านเปิดเผยว่า ตามปกติผอ.รายนี้จะพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวกับภรรยาสาวอายุ 20 ปี ที่ทำงานอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อ  แต่หลังมีข่าวฉาวเกิดขึ้น ภรรยาสาวได้เก็บข้าวของและหนีหายออกไปจากบ้านพัก โดยไม่มีใครทราบว่าไปอยู่ที่ไหน  รวมทั้งตัว ผอ.ก็ไม่ได้เข้ามาที่บ้านพักหลังนี้อีกเลย                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Ks5bJJcPTZY

 26,026
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
26 ม.ค. 61

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' เจาะลึกคดี ผอ.ฉาวคบเด็ก ม.2 จ่อฟันโทษวินัยร้ายแรง ตร.ออกหมายเรียก

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ตามต่อประเด็น ผอ.โรงเรียนใน จ.โคราช มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเด็กหญิง ม.2 ล่าสุดต้นสังกัดสรุปผลการสอบสวนเบื้องต้นแล้วพบ ผอ.โรงเรียนมีพฤติกรรมฉันชู้สาวกับเด็กนักเรียนจริง จ่อฟันโทษทางวินัยร้ายแรงถึงขั้นปลดออก หรือไล่ออก   อีกทั้งโทษคดีอาญา มาตรา 277 ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000-40,000 บาท ซึ่งเป็นคดีอาญาที่ยอมความไม่ได้   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยัง ผอ.คนนี้ ทางโทรศัพท์ หลังปิดโทรศัพท์มาหลายวัน ซึ่งเมื่อวันที่ 25 ม.ค.61 ผอ.เปิดโทรศัพท์และรับสาย แจ้งว่าตนไม่สบายกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งและได้ตัดสายทิ้งไป เมื่อโทรกลับไปก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก   นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า ผอ.คนนี้อยู่กินกับภรรยาคนปัจจุบัน เป็นบ้านเช่าปูนชั้นเดียวในเขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ อยู่กินกันมาประมาณ 4 ปี โดยคบหากับภรรยาคนปัจจุบันเมื่อตอนภรรยาอายุ 16 ปี ปัจจุบันภรรยาอายุ 20 ปี ทำงานเป็นพนักงานที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง และขณะนี้ภรรยาลาออกจากงานและเก็บของออกจากบ้านพักหลังดังกล่าวไปแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4MUiNbCPZuM    

 13,944
สังคม-อาชญากรรม
23 ม.ค. 61

ตั้งคกก. สอบปมแชทหลุด 'ผอ.โรงเรียนดัง คุยเชิงชู้สาว นร.ม.2' เพื่อนสาว ลั่น "เคยพาไปเที่ยวต่างอำเภอหลายครั้ง"

คืบหน้า ผอ.โรงเรียนคบกันแบบชู้สาวกับเด็กหญิงนักเรียน ม.2  ล่าสุดผอ.โรงเรียนและเด็กหญิงนักเรียนชั้น ม.2  ไม่มาโรงเรียนทั้งคู่ ต้นสังกัดสั่งตั้งคณะกรรมการสอบพฤติกรรมฉาวแล้ว   ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา มีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงวัย 14 ปี ชั้น ม.2 โรงเรียนเดียวกัน โดยมีหลักฐานการแชทพูดคุยกันทางไลน์ของทั้งคู่ ซึ่งสนทนากันในเชิงชู้สาวข้อความหวานซึ้ง ต่างฝ่ายต่างเรียกกันละกันว่า ที่รัก รวมถึง ผอ.โรงเรียนเรียกน้องนักเรียนหญิงว่า เมีย ล่าสุดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้อำนวยการโรงเรียนรายนี้แล้ว     วันนี้ (23 มกราคม 2561) นายคมกฤช มุมไธสง ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี นายณฐาภพ บุญทองโท ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี มีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 อายุ 14 ปี ลักษณะแอบคบหากันอย่างลับๆ     โดยขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าว ที่ทางเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ได้ลงพื้นที่สอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น รวมถึงให้การเยียวยาสภาพจิตใจแก่นักเรียนหญิง ม.2 ที่ตกเป็นข่าวชู้สาวกับ ผอ.โรงเรียน ซึ่งในวันนี้ ผอ.โรงเรียนที่ถูกกล่าวหาไม่ได้เดินทางมาทำงานที่โรงเรียน และไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนเด็กหญิงนักเรียนชั้น ม.2 ก็ไม่ได้มาโรงเรียนเช่นเดียวกัน   จากการสอบถามนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ซึ่งเป็นเพื่อนกับเด็กหญิงที่เป็นข่าวกับ ผอ.โรงเรียนคนดังกล่าวเปิดเผยว่า เด็กหญิงเอ(นามสมมติ) เป็นคนหน้าตาดี และดูโตเป็นสาวเกินวัย โดยเพื่อนนักเรียนหญิงเคยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ผอ.โรงเรียนมักจะให้เงินครั้งละ 500-1,000 บาท และเคยพาไปเที่ยวนอกสถานที่ต่างอำเภอหลายครั้ง  ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์

 25,955
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 ม.ค. 61

ชาวบ้านเอือมระอา แฉแชท ผอ.เจ้าชู้ แอบคบลูกศิษย์สาว ม.2 เป็นแฟนเรียกที่รัก-พาเข้ารีสอร์ท

โคราช-คณะกรรมการสถานศึกษาและคณะครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา นำหลักฐานร้องเรียนผู้สื่อข่าว หลังสุดทนกับพฤติกรรมของผู้อำนวยการโรงเรียน อายุ 51 ปี ที่เพิ่งย้ายมารับตำแหน่งได้เพียง 3 เดือน มีพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ลักษณะคบหากันเป็นแฟนอย่างลับๆ มีการพาเด็กหญิงไปเที่ยวแบบ 2 ต่อ 2 พูดคุยกันทางไลน์ในเชิงชู้สาว ต่างฝ่ายต่างเรียกชื่อว่า “ที่รัก” และมีภาพถ่ายกอดคอกันอย่างสนิทสนม   โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านต่างรู้กิตติศัพท์ของ ผอ.คนนี้ เคยมีประวัติเป็นคนเจ้าชู้ มีนิสัยชอบคบหาเด็กนักเรียนในเชิงชู้สาว จึงมีมติของคณะกรรมการโรงเรียน ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ต่อสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 (สพป.นม.6) หน่วยงานต้นสังกัด ไม่ขอรับโอนย้าย ผอ.คนนี้ แต่ก็ไม่เป็นผล   กระทั่งย้ายมาได้ 3 เดือน ก็มีข่าวแบบเดิมอีก คราวนี้พบหลักฐานเป็นข้อความแชทไลน์ในมือถือของเด็กหญิงวัย 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 ของโรงเรียน ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดร้องเรียนกับสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 เพื่อเอาผิด ผอ.ฉาวคนนี้ให้ถึงที่สุด   หนึ่งในชาวบ้านกล่าวว่า พบเห็น ผอ.คนนี้ชอบพาเด็กนักเรียนสาว ม.2 โดดเรียน แอบไปเที่ยวกัน 2 ต่อ 2 หลายครั้ง มีพฤติกรรมเหมือนคู่รัก พูดคุยกอดคอพลอดรักกันในร้านกาแฟ ชาวบ้านพบเห็นเป็นที่เอือมระอา เช่นเดียวกับนักเรียนหญิงคนหนึ่ง บอกว่า เพื่อนนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ที่มีเรื่องชู้สาวกับ ผอ.โรงเรียน เป็นคนหน้าตาดี โตเป็นสาวเกินตัว เคยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ผอ.เคยให้เงินครั้งละ 500-1,000 บาท เคยพาไปเที่ยวเขาใหญ่ วังน้ำเขียว และพาเข้ารีสอร์ท 3 ครั้ง เชื่อว่าถูก ผอ.ล่อลวงจนมีความสัมพันธ์เกินเลย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kLpNxE570UU    

 174,649

Top