ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชู้สาว"

ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 62

บุกยิงเจ้าอาวาส มรณภาพคาศาลาต่อหน้าญาติโยม คาดปมหึงหวงภรรยาเคยชอบกับเจ้าอาวาสสมัยเป็นวัยรุ่น

ตราด-เกิดเหตุยิงกันตายที่สำนักปฎิบัติธรรมวัดทุ่งไก่ดัก ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด ที่เกิดเหตุที่อาคารปฎิบัติธรรมชั้น2 ภายในห้องปฎิบัติธรรม พบผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งไก่ดัก ชื่อพระครูนิคมวิไลวรรณ หรือ พระครูกิตติสารโกศล อายุ 58 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 4 นัด ที่ท้ายทอย 2 นัด หน้าอก 2 นัด และพบบอกกระสุนปืนขนาด.38 จำนวน 4 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน มาตรวจสอบเก็บหลักฐาน   สอบถามแม่ชี และผู้ปฎิบัติธรรมในที่เกิดเหตุ ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายพินิจ ศิริรูป อายุ 61 ปี เป็นชาวบ้านใกล้วัดทุ่งไก่ดัก ก่อนเกิดเหตุ เจ้าอาวาสวัดพร้อมแม่ชี และผู้ปฎิบัติธรรม กำลังประกอบพิธีทำวัตรเช้า ก่อนทำบุญวันแม่ นายพินิจเดินขึ้นมาบนอาคาร พร้อมกับถุงใส่นม 1 ใบ มายกมือไหว้ทักทายผู้ปฎิบัติธรรมด้วยอารมณ์ยิ้มแย้ม ก่อนตรงเข้าไปหาเจ้าอาวาสขณะนำสวดมนต์ทำวัตรเช้า และชักอาวุธปืนสั้นออกมาจากถุง จ่อยิงเจ้าอาวาสเสียงดังสนั่นลั่นวัดจำนวน 4 นัดก่อนจะกลับไปรอมอบตัวที่บ้าน     ด้านนายบุญลือ วิไลวรรณ พี่ชายของเจ้าอาวาสวัดทุ่งไก่ดักเล่าว่า ปมสังหารน่าจะมาจากความกดดัน เก็บกดของนายพินิจ ที่ฝังใจเรื่องภรรยาของตนเองเคยรักชอบพอกับเจ้าอาวาสสมัยเป็นวัยรุ่นเมื่อ 40 ปีก่อน จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า และภรรยาของนายพินิจ ยังมาปฎิบัติธรรมที่วัด ในทุกวันพระ ทำให้เกิดความหึงหวงก็เป็นได้   ด้านภรรยาของนายพินิจ ได้กล่าวถึงปมเหตุการณ์สังหารดังกล่าว ซึ่งภรรยาของนายพินิจ บอกว่า ยังงงกับเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะไม่คิดว่าสามีจะเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นได้ ส่วนสาเหตุการสังหารตนเองไม่ทราบระแคะระคายมาก่อนเลย แต่อย่างไรก็ตาม สามีเป็นคนดี รักครอบครัว แต่จะเป็นคนที่เก็บกด มีอาการซึมเศร้าและอาการทางประสาทในระยะหลัง และอยากฆ่าตัวตาย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มาเล่าถึงความคับข้องใจว่า เจ้าอาวาสได้ตำหนิออกทางไมค์ระหว่างการประชุม จึงได้ปลอบใจว่าอย่าคิดมาก แต่สุดท้ายก็ก่อเหตุ ขณะเดียวกัน ตำรวจยังพุ่งประเด็นไปที่สาเหตุอื่นๆ ด้วย ที่อยู่ระหว่างการสืบหาข้อเท็จจริง   ขณะที่สายสืบที่ลงพื้นที่ติดตามคดีว่า จากการสอบสวนญาติพี่น้องพบว่า คนร้ายกับเจ้าอาวาสเป็นเพื่อนกันมาสมัยเด็ก และปัจจุบันก็ยังเป็นเพื่อนกัน ซึ่งคนร้ายมักจะมาช่วยงานวัดและช่วยงานเจ้าอาวาสมาตลอด ซึ่งรับรู้เรื่องราวภายในวัดเป็นอย่างดี   ก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้เข้าไปช่วยงานวัดในครัว และเจ้าอาวาสได้เข้ามาต่อว่าคนร้ายในเรื่องส่วนตัวและอีกหลายเรื่อง และมีการเหยียดหยามเรื่องส่วนตัวด้วย ทำให้คนร้ายโมโหและลงจากวัดไปที่บ้าน กลับมาพร้อมกับปืนพกขนาด .38 ที่เตรียมมา และใส่ไว้ในถุงนม ทำทีว่ามาถวายแล้วจ่อยิงไป 3 นัด จนเจ้าอาวาสมรณภาพ ซึ่งคือประเด็นแรกที่ได้จากการสอบสวน     อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมข้อมูลอีกหลายด้านพบว่า คนร้ายรับรู้ปัญหาทั้งเรื่องผลประโยชน์ในวัดมากมาย ในเรื่องการขอบริจาคเงินจากประชาชนเพื่อมาพัฒนาวัด โดยเจ้าอาวาสเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวัดจนเป็นที่รู้จักในเรื่องการปฏิบัติธรรม และมีญาติโยมมาร่วมปฏิบัติธรรมมากมาย และค้างในที่พักของวัดที่สร้างขึ้นมาคล้ายรีสอร์ท และเก็บค่าที่พักด้วย   นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องชู้สาว ที่มีการกล่าวถึง แต่ไม่ได้สนใจมากนักเนื่องจากยังไม่มีหลักฐานยืนยัน มุ่งไปในเรื่องของเรื่องเยียดหยาม และผลประโยชน์ในวัดที่คนร้ายรับรู้ และเกิดความขัดแย้งกันเป็น 2 ประเด็นหลัก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mMAX-nYcXbM

 2,386
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.ค. 62

ตร.เร่งติดตามคนร้ายโหดฆ่าปาดคอ นศ.เสียชีวิต คาดขัดแย้งเรื่องส่วนตัว-ชู้สาว

สน.ประชาชื่นเร่งติดตามคนร้ายก่อเหตุฆ่าปาดคอ นศ.เสียชีวิต   ความคืบหน้ากรณีที่ นายวิชาญ หนูอุดม อายุ 20 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นบุกทำร้ายและปาดคอเสียชีวิต หน้าร้านอาหารตามสั่งภายในซอยวงศ์สว่าง 11 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา   วันนี้ตำรวจสืบสวน สน.ประชาชื่น สืบสวนนครบาล 2 และสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมประชุมความคืบหน้าคดีที่ สน.ประชาชื่น เพื่อติดตามหาเบาะแสคนร้าย ซึ่งชุดสืบสวนได้แบ่งงานกัน และอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดทั้งเส้นทางก่อนก่อเหตุ และหลังก่อเหตุ เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย   ทั้งนี้มีรายงานจากชุดสืบสวนว่า สาเหตุไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างสถาบัน อาจเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว หรือ เรื่องชู้สาวเนื่องจากกลุ่มคนร้ายได้จงใจบุกเข้าทำร้ายกลุ่มผู้เสียหาย คาดว่าเป็นการบังเอิญมาเจอกลุ่มผู้เสียหายจึงก่อเหตุ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง แก๊งวัยรุ่นนับ 10 รุมทำร้าย ฆ่าปาดคอ นศ.เสียชีวิต ตำรวจเร่งไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุ  

 7,578
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ค. 62

ครูเกษียณวัย 59 ลั่นไกปลิดชีพพร้อม นร.หญิงวัย 14 จบชีวิตรักต่างวัย หลังฝ่ายหญิงจะหมั้นหนุ่ม 17

ขอนแก่น-ครูชายวัย 59 ปี เกษียณอายุก่อนกำหนดก่อเหตุยิงศีรษะนักเรียนสาวอายุ 14 ปี เสียชีวิตคาห้องพักภายในรีสอร์ทที่ อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ก่อนยิงศีรษะตัวเองตายตาม โดยคาดสาเหตุจากปมชู้สาว ก่อนจบปัญหารักต่างวัย   ด้านญาติของเด็กหญิงวัย 14 เปิดเผยว่า พ่อแม่ของเด็กแยกทางกันได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือน จึงอยู่ในการเลี้ยงดูของตายายปกติน้องจะเป็นเสาหลักของบ้าน ที่จะคอยหาเงินมาดูแลครอบครัวเป็นส่วนใหญ่ ตายายอยากกินหรืออยากได้อะไร หากน้องรู้ก็จะพยายามหามาให้จนได้   ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ครอบครัวมาทราบตอนเวลาประมาณ 02.00 น. ซึ่งทางเจ้าของรีสอร์ทเป็นคนโทรมาบอกว่า น้องถูกยิงตาย จึงเดินทางไปดู และติดต่อขอรับศพน้องกลับมาที่บ้านเมื่อช่วงเช้า ซึ่งก่อนเกิดเหตุนั้น น้องออกจากบ้านไปเวลาประมาณ 17.00 น. และไม่รู้ว่าไปที่ไหน เพราะปกติจะแวะออกไปกินข้าวนอกบ้าง แต่ก็กลับมานอนที่บ้านตามปกติทุกวัน ในส่วนของครูผู้ก่อเหตุยิงนั้น ส่วนตัวไม่รู้จักหรือเคยเห็นหน้ามาก่อน ยืนยันขอเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะเชื่อว่าหลานสาวถูกลวงไปฆ่า   ทางด้านหนุ่มอายุ 17 ปี แฟนหนุ่มของเด็กหญิงที่เสียชีวิต ซึ่งคบกันมาได้ 4 เดือน บอกว่า ก่อนหน้านี้ตนเองก็ทราบว่าแฟนสาวคบซ้อนกับชายอื่นอยู่ แต่ด้วยความรักตนเองก็ยอมเรื่อยมา มีสอบถามบ้างแต่ฝ่ายหญิงก็จะต่อว่าไม่ให้มายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของตัวเอง   มีอยู่ครั้งหนึ่ง บังเอิญไปเจอครูที่ก่อเหตุกับแฟนสาวอยู่ริมถนน ลักษณะเหมือนหยิบยื่นเงินให้กัน ตนเองจึงเข้าไปสอบถามว่ามาทำอะไร แต่แฟนสาวก็ตะคอกและไล่ตนเองให้หนีไปอย่ามายุ่ง ตนเองจึงขับรถกลับบ้านทันที ซึ่งปกติตนเองก็จะเป็นคนไปรับไปส่งแฟนสาวไปขึ้นรถเพื่อเดินทางไปเรียนในตัว อ.เมืองขอนแก่น ทุกวัน แต่ในวันเกิดเหตุแฟนสาวหายไปและติดต่อไม่ได้ จนกระทั่งทราบเรื่องว่าเกิดเหตุการณ์สลดขึ้น   ทั้งนี้ในวันนี้ยังเป็นวันสำคัญที่สุดในชีวิตอีกวันหนึ่ง เพราะทางครอบครัวของตนเองกับผู้ตายเตรียมจะทำพิธีหมั้นกันก่อนจะแต่งงานหลังจากที่น้องพลอยเรียนจบ วันนี้ทำได้เพียงแค่บอกรักแฟนสาวเป็นครั้งสุดท้ายผ่านโลงศพเท่านั้น และรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะแฟนสาวได้จากไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับ ขอให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ejZa1aER1mk

 17,028
ข่าวภูมิภาค
22 ก.ค. 62

พ่อแม่ร้องสื่อเชื่อลูกชายถูกฆ่า แต่ ตร.สรุปคดีเป็นไฟช็อตตาย ทั้งที่ไม่ได้ต่อไฟ คาดปมชู้สาว

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายเวียง สิทคชวัน และนางเครือวัลย์ สิทคชวัน ชาว อ.รัษฎา จ.ตรัง ว่าลูกชายคือนายธนวิชณ์  สิทคชวัน อายุ 24 ปี เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ อยู่คลองน้ำภายในพื้นที่บ้านของตนเอง เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2562   สภาพศพนอนคว่ำหน้าศีรษะแช่ลงอยู่ในคลองน้ำ ขาพาดอยู่บนตลิ่ง ห่างจากบ้านพักประมาณ 200 เมตร โดยตำรวจในท้องที่ได้ตรวจสอบจุดพบศพ พบสายไฟต่อตรงมาจากบ้านพัก แต่ไม่มีการเก็บหลักฐานในที่เกิดหรือวัตถุพยานต่างๆ ไปตรวจสอบ ขณะที่แพทย์จาก รพ.รัษฎา ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ระบุว่า ลูกชายของตนเองเสียชีวิตจากถูกไฟฟ้าช็อต ทั้งที่ลากสายจริงแต่ยังไม่ได้ต่อไฟ   ทางครอบครัวก็ไม่ได้ท้วงติงอะไร แต่แปลกใจทำไมศพส่วนศีรษะแช่อยู่ในคลองน้ำ ซึ่งห่างจากจุดที่พบสายไฟประมาณ 3 เมตร โดยนำศพลูกตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด ระหว่างตั้งบำเพ็ญกุศล มีเพื่อนบ้านมาบอกได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือหลายครั้ง จึงตัดสินใจส่งศพของลูกชายไปผ่าพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุการตายที่นิติเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์   โดยแพทย์ระบุ สภาพศพภายในมีบาดแผลฟกช้ำใต้หนังศรีษะด้านหน้า มีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นในด้านซ้าย สาเหตุการตายสมองได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกกับวัตถุแข็งไม่มีคม ซึ่งขัดแย้งกับผลชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นของตำรวจท้องที่และแพทย์ รพ.รัษฎา ที่ระบุว่าถูกไฟฟ้าช็อตตาย ทางครอบครัวสงสัยว่าพบนอนคว่ำหน้าศีรษะอยู่ในน้ำ เหตุใดศีรษะจึงถูกกระแทกด้วยวัตถุแข็ง ทั้งที่บริเวณเป็นเนินดินไม่มีก้อนหินขนาดใหญ่   ทั้งนี้ครอบครัวผู้ตายคาดปมเหตุอาจมาจากเรื่องชู้สาวหรือไม่ โดยสงสัยนายเจมส์ ลูกเลี้ยงของนายตำรวจยศใหญ่ในท้องที่ แฟนสาวของนายเจมส์ และแฟนสาวของผู้ตาย เชื่อว่าทั้ง 3 คน อาจรู้เห็นกับการตาย ซึ่งหลังพบศพแฟนสาวของผู้ตายได้โทรศัพท์มาบอกว่า แฟนหนุ่มของตนไม่ได้จมน้ำตาย   และก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยไปทำงานอยู่ที่ จ.ภูเก็ต พร้อมกับแฟนสาว ส่วนนายเจมส์ บ้านอยู่ละแวกเดียวกันและเป็นเพื่อนกับผู้ตาย ก็พาแฟนสาวไปทำงานอยู่ จ.ภูเก็ต เช่นกัน โดยช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ผู้กลับมาอยู่ที่บ้านที่ จ.ตรัง คนเดียวเพื่อเตรียมสอบนายสิบกองหนุน   จากนั้นผู้ตายเล่าให้แม่ฟังว่า แฟนสาวแอบคบหากับนายเจมส์ ถึงขั้นมีความสัมพันธ์กัน ซึ่งแฟนสาวของนายเจมส์ ก็ทราบเรื่องนี้จนทะเลาะกับผู้ตาย ที่แฟนสาวของผู้ตายไปยุ่งกับนายเจมส์  ต่อมาแฟนสาวของนายเจมส์กลับจาก จ.ภูเก็ต มาอยู่บ้านที่ จ.ตรัง เคยตามมาหาผู้ตายที่บ้านถึง 2 ครั้ง โต้เถียงกันเรื่องหึงหวง และเรื่องส่งของอะไรบ้างอย่างซึ่งไม่ทราบเป็นของอะไร   และหลังเกิดเหตุแฟนของลูกชายได้หยิบเอาโทรศัพท์ลูกชายไปจากที่เกิดเหตุ พอตนเริ่มสงสัยการเสียชีวิตของลูกชาย จึงได้ไปขอโทรศัพท์ลูกกลับคืนมา พบว่าข้อความจำนวนมากถูกลบหายไป   แม่ของผู้ตาย กล่าวว่า ตนยังเก็บศพชายไว้ จะไม่เผาจนกว่าคดีจะคลี่คลาย หากถูกฆาตกรรมก็อยากให้ตำรวจเร่งสืบสวนสอบสวนจับกุมตัวคนร้ายมาลงโทษ ลูกชายเสียชีวิต 5 เดือนแล้ว แต่คดีไม่คืบ สอบถามร้อยเวรเจ้าของคดีก็บอกให้ทางครอบครัวไปหาหลักฐานมา อย่างไรก็ตามหลังลูกชายชีวิต ได้ทำเรื่องร้องเรียนไปที่ตำรวจภูธรตรังเพื่อขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวน และรอจนได้เอกสารตอบกลับมาจากตำรวจภูธรตรังว่า พนักงานสอบสวนรอเอกสารผลการชันสูตรจาก รพ.สงขลานครินทร์   ตนจึงสอบถามไปที่ รพ.สงขลานครินทร์ ได้รับคำตอบว่าได้ส่งผลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว ตนจึงกลับไปขอดูผลชันสูตรจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและติดต่อไปที่ตำรวจภูธรตรังอีกครั้งแต่ได้รับคำตอบว่า ให้ สภ.รัษฎา เป็นผู้ทำคดี ซึ่งมีการบ่ายเบี่ยงกันไปมา   และ 10.00 น.ของวันนี้ (22 ก.ค.) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม จะพาครอบครัวผู้ตาย เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม ให้ช่วยคลี่คลายคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/C7eYpRT9YZg

 1,313
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ค. 62

จับแล้ว แก๊งฆ่าอดีตรอง นายก อบต.เขาทะลุ ที่แท้ปมชู้สาว เมียร่วมมือกิ๊กจ้างมือปืนยิงดับ

ชุมพร-ความคืบหน้าคดียิงนายสุชาติ เพชรสวี อายุ 58 ปี ผจก.กาแฟเขาทะลุ อดีตรอง นายก อบต.เขาทะลุ ล่าสุดสามารถจับกุมตัวคนร้าย ได้เกือบครบแก๊งจำนวนทั้งสิ้น 4 คน ที่ได้ขอหมายจับจากศาลหลังสวน ประกอบด้วย   นายสมปอง ชุมทอง อายุ 58 ปี เป็นมือปืนที่ได้รับการว่าจ้างเป็นผู้ลงมือยิง / นายเกษม ชุมทอง อายุ 59 ปี เป็นผู้ติดต่อมือปืน / นายสุรชัย บุญเชิด อายุ 39 ปี เป็นคนขับรถและเป็นชู้กับนางพิมพ์ชนก เพชรสวี ภรรยาผู้ตาย และ จับกุมนางพิมพ์ชนก เพชรสวี อายุ 46 ปี ภรรยาผู้ตาย เป็นผู้จ้างวาน   โดยทาง ตร.ได้ออกหาข่าวได้เบาะแสว่านายสุชาติเป็นคนดีมาก ไม่มีปัญหาเรื่องขัดแย้งกับใคร จึงสรุปว่าน่าจะเป็นปัญหาในครอบครัว พบว่านางพิมพ์ชนก กับนายสุรชัย มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง จึงยึดโทรศัพท์มือถือ ของนางพิมพ์ชนกมาตรวจสอบพบว่ามีการลบเบอร์ ของนายสุรชัย ออกไปทั้งหมด แต่ตำรวจแกะรอยจนพบว่ามีการวางแผนเป็นขบวนการ เพื่อสังหารนายสุชาติ สาเหตุจากปัญหานางพิมพ์ชนก กับนายสุรชัยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ต่อมาผู้ตายรู้ระแคะระคาย ทำให้นายสุรชัยกลัวว่า นายสุชาติจะลงมือสังหารนายสุรชัย จึงวางแผนกับนางพิมพ์ชนก ให้นายเกษมอดีตมือปืนเก่า เป็นคนยิง แต่นายเกษมวางมือแล้ว จึงติดต่อนายสมปองมือปืนรับจ้างในพื้นที่ทุ่งใหญ่ มายิง ในวงเงิน 150,000บาท จ่ายเงินไปแล้ว 70,000 บาท ต่อมาได้นำตัวนายสุรชัย มาสอบปากคำ ให้การสารภาพหมดสิ้น ว่าหลังจากยิงได้นำปืน ขนาด.357 ลูกโม่ ไปทิ้งในบึงน้ำพร้อมโทรศัพท์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่นำไปงมจนเจอปืนและโทรศัพท์ จึงนำสู่การออกหมายจับ ผู้ต้องหารทั้งหมดให้การรับสารภาพ และจะได้ติดตามตัวนายสมปองมือปืนมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RmzpiqpNoq8

 5,167
ข่าวภูมิภาค
18 มิ.ย. 62

กลุ่มวัยรุ่นกระบี่ยกพวกตีกัน ปมแย่งผู้หญิง เพื่อนมาช่วยถูกแทงเจ็บ 1

กระบี่-ตำรวจรับแจ้งว่านายเอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ถูกแทงที่ไหล่ซ้ายด้านขวาด้วยมีดปลายแหลม อาการสาหัส    เบื้องต้นคาดว่า มีกลุ่มวัยรุ่นเป็นนักเรียนหญิงประมาณ 30 คน จาก 2 โรงเรียนได้ไปนัดเจอกันที่สะพานปลา เพื่อนัดเจรจาเรื่องของความรักที่ไม่ลงตัว เนื่องจากชอบผู้ชายเป็นนักเรียนชั้น ม.ปลาย คนเดียวกัน จึงเกิดตบตีกัน   แต่ต่อมา น.ส. บี (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บพร้อมตนและเพื่อนอีกประมาณ 20 คน นัดกับกลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นผู้ชาย ไปตกลงปัญหากันที่จุดเกิดเหตุ โดย 1 ใน กลุ่มผู้ก่อเหตุ ไม่พอใจที่นายเอมาชอบพอตน จึงนัดกันไปตกลง   กระทั่งกลุ่มผู้ก่อเหตุ ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามา พูดจาโต้เถียงกัน และพยายามจะกระชากตัวตนไปด้วย นายเอจึงพยายามเข้ามาช่วย แต่ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุ 3 คน รุมทำร้าย โดยมีทั้งอาวุธมีดและปืน หลังชุลมุนกัน หนึ่งในคนร้ายใช้มีดแทงเข้าที่หลังนายเอ โดยมีอีกคนถือปืนคุมเชิง ก่อนจะหลบหนีไป   ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน ตรวจสอบจนทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุ เป็นเด็กวัยรุ่นที่ออกจากโรงเรียนไปก่อนแล้ว จึงออกติดตามตัว เบื้องต้นได้ตัวนายทรรศนะ หง้าบุตร อายุ 21 ปี ที่บ้านใน ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ พร้อมอาวุธปืนลูกซองสั้น 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซองอีก 8 นัด จึงคุมตัวไปสอบสวน โดยแจ้งข้อหามีและพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาติ พร้อมกันนี้กำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุที่เหลือ ส่วนตัวคนเจ็บอาการปลอดภัยแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hka_R8rHOdo

 1,153
สังคม-อาชญากรรม
29 มี.ค. 62

คุมตัวผู้ต้องสงสัย ฆ่ายัดถังโบกปูน เจ้าตัวปฏิเสธขอให้การในชั้นศาล ตร.ยันมีหลักฐานแน่นเอาผิด

ตำรวจกองปราบปราม ควบคุมตัวนายประยูร แก้วพยศ หรือจุ๊บ ผู้ต้องสงสัยรายสำคัญในคดีฆ่านายอัญฌา หนูปทุม หรือขิก ที่พบเป็นศพถูกฆ่าโบกปูนฝังดินด้านหลังร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านบางเขน เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา จนมาพบว่าถูกฆ่าโปกปูนฝังดินเมื่อวันที่ 26 มีนาคม และก่อนหน้านี้ นายจุ๊บก็เป็นคนไปแจ้งความว่านายขิกหายตัวไป   เมื่อวานนี้ (28 มี.ค.) ตร.กองปราบนำตัวนายจุ๊บมาสอบปากคำที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขนซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ภายหลังจากนายจุ๊บ ประสาน ขอเข้ามอบตัวที่บ้านเกิดในพื้นที่พัทลุงเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา   โดยทันทีที่นายจุ๊บมาถึง ตำรวจคุมตัวขึ้นไปสอบปากคำที่ห้องโดยมี พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม เดินทางเข้าสอบปากคำด้วยตัวเอง โดยนายจุ๊บยังคงให้การปฏิเสธ และไม่ขอให้การใดๆที่เกี่ยวข้องกับคดี   พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า เบื้องต้นแม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ แต่ ตร.มีหลักฐานแน่นหนาทั้งทางนิติวิทยาศาตร์ และพยานบุคคล ยืนยันการก่อเหตุ ตั้งแต่ ก่อนเกิดเหตุ จนถึงวินาทีฆ่าและการอำพรางศพ   เบื้องต้นแจ้งขอหา ฆ่าผู้อื่นตายและซ่อนเร้นอำพรางศพ และคัดค้านการประกันตัว โดยจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจ.มีนบุรี วันที่ 30 มี.ค นี้ สำหรับคดีนี้ตร.เชื่อว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุ อีกแน่นอน ซึ่งจะสอบปากคำ และหากมีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดก็จะออกหมายจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย   สำหรับ ปมการฆาตกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นจากเรื่องชู้สาว จากการสอบปากคำพยานแวดล้อมบอกว่าผู้ต้องสงสัยกับผู้ตาย ทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่องผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยทำงานในร้าน   เนื่องจากผู้ต้องสงสัยรู้ว่าอดีตแฟนมาคบหาพูดคุยกับผู้ตาย ทำให้ผู้ต้องสงสัยร่วมมือกับพวก ใช้ท่อนเหล็กทุบตีไปที่ศีรษะ ก่อนใช้สายไฟรัดไปที่คอจนเสียขาดอากาศหายใจเสียชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับผลการตรวจของแพทย์ที่มีร่องรอยบริเวณกระโหลกขวาและรอยรัดที่คอ ซึ่งหลังจากนั้นจึงใช้ถังน้ำมันยัดศพลงไปพร้อมโบกปูนปิดทับก่อนจะขุดดินฝังศพ พร้อมใช้คนงานพม่าในร้านอาหารคนหนึ่งช่วยเหลือในการฝังอำพรางศพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ODT341LRS1o

 1,366
ข่าวภูมิภาค
12 มี.ค. 62

จับอดีตเวรเปลฆ่าพยาบาล โกรธยืมเงินได้ไม่ครบแถมถูกด่า อ้างแอบคบมา 5 ปี สามีคนตายไม่เชื่อ ยันไม่มีเรื่องชู้สาว

อยุธยา-จากกรณีพบศพ น.ส.ศรีสุภางค์ หรือเก่ง สุวรรณศิลป์ อายุ 48 ปี ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกคนร้ายฆ่าปาดคอศพหมกคารถ ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลภาชี ถนนสายภาชี – หินกอง ต่อมาตร.จับกุมนายอั๋น ฟักศิริ อายุ 33 ปี ขณะหลบหนีไปพร้อมกับแฟนสาว   จากการสอบสวนในเบื้องต้นนายอั๋น รับสารภาพว่ามีความสนิทสนมลึกซึ้งกับผู้ตายมานานกว่า 5 ปี ตลอดระยะเวลาที่คบหากัน ผู้ต้องหาจะขอเงินผู้ตายใช้เป็นประจำ โดยระยะหลังถูกบริษัทไฟแนนซ์ทวงเงินค่างวดรถ และได้ติดต่อขอเงินผู้ตายจำนวน 1 หมื่นบาท นัดให้มารับเงินคืนวันเกิดเหตุหลังออกเวร โดยนัดแนะมาพบกันที่โรงพยาบาล ขึ้นรถเก๋งออกไปพูดคุยและรับเงิน   ปรากฏว่าผู้ตายให้เงินไม่ครบตามจำนวนที่ขอไว้ และผู้ตายยังสั่งสอนดุด่าใช้คำพูดแรง ทำให้ผู้ต้องหาโกรธตบเข้าที่ใบหน้า ชกปากจนฟันหัก และใช้มีดคัทเตอร์ที่ใช้สำหรับทำงานปาดคอและแทง ปรากฏว่ายังหายใจไม่เสียชีวิต จึงใช้มือบีบคอเต็มแรงจนแน่นิ่งแล้วจับเหวี่ยงไปด้านหลังกดหน้ากับเบาะรถ จนขาดลมหายใจตายอยู่ในสภาพที่พบศพดังกล่าว   หลังจากจับกุมผู้ต้องหาได้ เจ้าหน้าที่นำตัวไปค้นบ้านพบยายผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาที่เป็นหลานตามปกติจะไม่ซักเสื้อผ้าเอง ยายจะเป็นคนซัก แต่คืนวันเกิดเหตุพบว่าหลานเอาเสื้อกางเกงมาแช่น้ำผิดปกติ แต่ก็ไม่เอะใจอะไร ซึ่งตำรวจได้ยึดเสื้อผ้าของผู้ต้องหาไว้แล้ว ส่วนมีดคัทเตอร์ ผู้ต้องหารับว่าได้ปาทิ้งริมถนนข้างทางในสวนมะนาวปากทางเข้าบ้าน ได้ระดมกำลังตำรวจค้นหานานหลายชั่วโมงแล้วยังไม่พบ   ด้านนายพัฒนา เทศอ่วม สามีเก่ง อยู่ในอาการเศร้าโศก บอกว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของตน บอกแต่เพียงสั้นว่าภรรยาของตนทำดีที่สุด มีเมตตาให้เงินเขายืมยังใจร้ายฆ่าได้ลงคออย่างโหดเหี้ยม และยังบอกอีกว่าภรรยาตนไม่ได้เสียชีวิตมาจากเรื่องชู้สาว มันเป็นเรื่องการยืมเงินแล้วเกิดความไม่พอใจกันถึงกับต้องฆ่าแฟนตน ตนไม่ขออโหสิกรรมให้ และวันนี้ (12 มี.ค.) จะรอดูตำรวจพาคนร้ายไปทำแผนฆ่าแฟนตน   ขณะที่น้องสาวของผู้ตาย บอกว่าพี่สาวใจดี ส่วนตัวแล้วคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของเงินทอง ที่มักจะมีคนมายืมเงินพี่สาวเสมอ แต่ก็ยังไม่ฟันธงต่อประเด็นดังกล่าว เพราะพี่สาวเคยมาเล่าว่ามีหลายคนมาขอยืมเงิน เขาเองก็ไม่ค่อยปฏิเสธ   ส่วนประวัตินายอั๋นจากที่ทราบมาเคยเป็นอดีตเวรเปล มักจะขอยืมเงินเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหลายคน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรอฟังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง คาดมีการวางแผนมาก่อน ท่าทางไม่ได้รีบร้อน ส่วนความรู้สึกครอบครัวยังรู้สึกช็อก ผู้ตายเป็นคนดีมาก เพื่อนฝูงรัก ยืนยันไม่ใช่เรื่องชู้สาวอย่างแน่นอนซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้น น่าจะมาจากเรื่องเงิน   ด้านพ่อแม่ของผู้ต้องหายบอกว่า ลูกชายมีปัญหาด้านการเงินตลอด เงินเดือนไม่พอก็จะมาขอแม่ สำหรับพยาบาลรายนี้ ทางครอบครัวเคยคุยทางโทรศัพท์แล้ว 1 ครั้ง เพื่อขอเคลียร์หนี้สินจำนวน 12,000 บาท โดยจะผ่อนให้เดือน 2,000 บาท แต่เดือนล่าสุดครอบครัวไม่มีเงินจึงไม่ได้ส่งต่อ และไม่เคยคิดว่าลูกชายจะก่อเหตุแบบนี้ขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WehoZIByGFI

 11,082
ข่าวภูมิภาค
26 ต.ค. 61

ดาบตำรวจกระหน่ำยิงชายชู้ดับ หลังบุกตามภรรยาถึงห้องแล้วเห็นภาพบาดตา

วันนี้ (26 ต.ค.) เวลา 00.23 น. ด.ต.สมบูรณ์ ใจเมือง ได้เดินทางไปมอบตัวแก่พนักงานสอบสวน สภ.เมือง หลังเป็นผู้ก่อเหตุยิงนายทรงชัย ชัยเทพ อายุ 53 ปี จนเสียชีวิต บริเวณห้องเช่า ใน ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน   ด.ต.สมบูรณ์ เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในคืนวันเกิดเหตุ (25 ต.ค.) ตนกลับจากดื่มสุรา มาถึงบ้านไม่พบภรรยา จึงได้ออกติดตามไปยังห้องพักของนายทรงชัย และตะโกนเรียกให้เปิดประตู แต่นายทรงชัยไม่ยอมเปิด จึงได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ซึ่งเป็นปืนหลวง เคาะที่กระจกบานเกร็ดเข้าไปในห้องและพบว่าภรรยาอยู่ในห้องและมีกางเกงในผู้หญิงตกอยู่ และนายทรงชัยผู้ตาย ได้เข้ามาชกต่อยตน    เนื่องจากว่าตนเป็นคนตัวเล็ก สู้ไม่ได้ จึงใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมากระหน่ำยิงนายทรงชัย จำนวน 6 นัด จนล้มลง และด้วยความโกรธ ได้บรรจุกระสุนใหม่อีก 6 นัด กระหน่ำยิงไปที่ร่างของนายทรงชัยจนหมดลูกโม่ โดยไม่ได้สนใจว่า กระสุนปืนจะถูกเข้าบริเวณจุดไหนบ้าง ต่อมาเมื่อเดินทางกลับถึงบ้าน ด้วยความสำนึกผิด จึงตัดสินใจเดินทางมามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน   สำหรับสาเหตุการก่อเหตุในครั้งนี้ ทราบว่า ผู้ตายคือนายทรงชัย ชัยเทพ ซึ่งมีอาชีพขับรถตู้ ได้ลอบเป็นชู้กับภรรยาของ ดต.สมบูรณ์ ซึ่งมีอาชีพเป็นครูสอนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน พื้นเพเดิม เป็นคนบ้านผาบ่อง ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกันกับนายทรงชัย ชัยเทพ    โดย ด.ต.สมบูรณ์ ได้ระแคะระคายเรื่องดังกล่าวมานานนับปี และมีการทะเลาะกับภรรยาหลายครั้ง แต่ภรรยายังไม่ยอมหยุดที่จะคบกับนายทรงชัย จนในคืนวันเกิดเหตุ เมื่อกลับบ้านไม่พบภรรยาและเกิดฝนตกหนัก จึงได้ตามมายังห้องพักของนายทรงชัย และพบภาพบาดตา จนบันดาลโทสะ และเกิดเหตุยิงจนเสียชีวิตดังกล่าว    

 32,254
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ย. 61

ยิง 'น้องเนิร์ส' ดับคาเก๋งปมหึงหวง 'เสี่ยลภ' ยื่นเงื่อนไขมอบตัวขอประกันตัว 1 ล้าน ไม่ทำแผน-ห้ามสื่อถ่าย

จากกรณีนางสาวนภธร  กนกเกษมโสภณ หรือน้องเนิร์ส อายุ 23 ปี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. จ่อยิงเสียชีวิตภายในรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ ป้ายแดง  ริมถนนเส้นประปา-นาสร้าง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม คาดปมหึงหวง เนื่องจากผู้ตายเป็นคนหน้าตาดี มีชายมาติดพันหลายคน โดยคืนเกิดเหตุผู้ตายได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง กำลังขับรถกลับบ้าน เชื่อว่านัดหมายไปพูดคุยเพื่อตกลงปัญหากับผู้ก่อเหตุ กระทั่งเกิดเหตุสลดขึ้น   ล่าสุดตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ออกหมายจับผู้ก่อเหตุแล้วคือ นายวัลลภ ห้วยหงษ์ทอง หรือเสี่ยลภ ชายคนสนิทของผู้ตายที่คบหาเป็นแฟนกันมานาน 9 เดือน ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ขณะนี้ยังหลบหนี   แหล่งข่าวระบุว่า นายวัลลภเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบและเป็นคนชอบเล่นการพนัน เคยมีเพื่อนเป็นเครือข่ายยาเสพติด หลังเกิดเหตุมีนักการเมืองท้องถิ่นประสานมาทางตำรวจ จะพาเข้ามอบตัวโดยมีเงื่อนไขจะขอประกันตัวในวงเงิน 1 ล้านบาท และขอไม่ให้ทำแผน ไม่ให้นักข่าวถ่ายภาพ   ส่วนน้องเนิร์ส อดีตเคยพีอาร์ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตเมืองนครปฐม และเป็นแม่ค้าออนไลน์ เคยมีสามมีมาแล้ว 1 คน  มีลูกสาว 2 คน  หลังจากแยกทางกับสามีก็ไปทำงานเป็นโคโยตี้ที่พัทยา คบหากับชายต่างชาติชาวเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทุกเดือน และได้มาคบหากับนายวัลลภ ประมาณ 9 เดือน ช่วงหลังมีเพื่อนชายอีก 1 คน ทำให้นายวัลลภเกิดความหึงหวงและมีปากเสียงกันบ่อยหลาย   ด้าน ตร.ได้สอบปากคำพยานบุคคลทั้งครอบครัวและเพื่อนสนิท รวมถึงเพื่อนชายคนสนิทอีกคนหนึ่งชื่อตี๋ ที่มือปืนอาจเข้าใจว่าเป็นกิ๊กกับน้องเนิร์ส จนนำไปสู่การสังหารโหดครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อเท็จจริงจากนายตี๋ แต่ไม่ขอให้ข้อมูลและเดินหนีนักข่าว พูดสั้นๆ ว่า “แค่รู้จักกัน”   คดีนี้มีหลักฐานสำคัญ คือข้อความในแชทระหว่างเฟซบุ๊กของน้องเนิร์สและนายวัลลภ คืนก่อนเกิดเหตุประมาณตี 2 กว่า หลังจากที่น้องเนิร์สกลับจากเที่ยวสถานบันเทิง โดยนายวัลลภ ขับรถติดตามจบพบที่บริเวณหน้าบ้านของนายตี๋  (เพื่อนผู้ตาย) และพยายามทักแชทและโทรทางเฟซบุ๊กหาน้องเนิร์ส เพื่อสอบถามว่าอยู่บ้านใครแล้วไปทำอะไรที่บ้านหลังนั้นแต่น้องเนิร์สไม่ตอบ และมีการนัดให้ออกมาเคลียร์ปัญหาที่ระหองระแหงกัน ระบุว่า “ออกมาคุย ที่ยอมทุกอย่าง จบดี ๆ พี่ยอมจบจริงๆ”   ตอนแรกน้องเนิร์สไม่ยอมออกมา นายลภจึงส่งภาพปืนข่มขู่ให้ออกมาคุยกัน น้องเนิร์สบอกให้ออกไปคุยที่อื่นเพราะเกรงใจคนในบ้านของนายตี๋ โดยได้นัดให้ออกมาคุยกันที่หน้าปากซอย น้องเนิร์สขับรถนำหน้าออกมาโดยมีนายวัลลภขับตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งมาจนถึงที่เกิดเหตุ   ขณะที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจค้นบ้านนายวัลลภ ที่ ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยได้พบกับแม่ของนายวัลลภแต่ไม่พบนายวัลลภ และรถคันที่ขับไปก่อเหตุ แม่ของนายวัลลภ ระบุว่า ลูกชายไม่ได้กลับมาแต่โทรศัพท์มาบอกว่า "ผมได้ยิงเนิร์สตายแล้ว จะเข้ามอบตัว" เพราะกลัวถูกตำรวจวิสามัญ   ด้านพ่อของผู้ตาย เผยว่ารับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้  ทางครอบครัวรับรู้ว่าลูกสาวคบหากับนายวัลลภเป็นแฟนเกือบ 1 ปีแล้ว และเคยพามาแนะนำให้รู้จัก วันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเกิดของตน นายวัลลภได้มานั่งทานข้าวที่บ้านแต่ไม่ค่อยได้คุยกัน เขาแค่ยกมือไหว้เท่านั้น ก่อนหน้านี้ไม่เคยทราบปัญหาส่วนตัวของทั้งคู่เพราะลูกสาวไม่เคยเล่าให้ฟัง   พักหลังเห็นมีเรื่องระหองระแหงกัน จึงนัดลูกสาวให้มาพบวันอาทิตย์ที่จะถึงเพื่อสอบถามว่ามีปัญหาอะไรกัน แต่มาเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน ตนเคยเตือนลูกจะคบหาใครก็ขอให้ดูดี ๆ ไม่คาดคิดว่านายวัลลภ จะกล้าก่อเหตุรุนแรงขนาดนี้ เพราะไม่มีท่าทีเป็นคนโหดร้าย   ด้านแม่ของผู้ตาย ระบุว่า  น้องเนิร์สดูแลครอบครัวอย่างดี ชอบทำบุญ 2-3 ครั้ง/เดือน เป็นคนรักเพื่อน ไม่เคยหวังรับของจากใครนอกจากจะมีคนให้โดยบริสุทธิ์ใจ เพราะทางบ้านมีฐานะ ทุกครั้งที่ลูกสาวมีเรื่องไม่สบายใจจะไม่บอกเพราะกลัวแม่เครียด    ที่ผ่านมานายวัลลภรักเอ็นดูลูกตนมากแต่ไม่รู้ทำไมก่อเหตุอย่างนี้  ไม่น่าจะเป็นเรื่องชู้สาวน่าจะเข้าใจผิดกัน วันอาทิตย์ที่ผ่านมานายวัลลภ มาเที่ยวที่บ้านของตนก็คุยกันดี  ทั้งนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายแต่อย่างทำอะไรเขาร้ายแรง ไม่อยากจองเวรกรรม คิดเสียว่าลูกสาวหมดบุญไปสบายแล้ว   ส่วนพี่ชายของผู้ตาย โกรธแค้นไม่ขออโหสิกรรมและไม่ต้องการให้มากราบขมาศพเขาต้องรับกรรม คืนก่อนเกิดเหตุนายวัลลภ ได้โทรทางเฟซบุ๊กมาหายตนต่อว่าน้องสาวในทางที่เสียหาย คุยกันประมาณ 1 นาที แต่ตนไม่อยากเล่าว่าพูดอะไรบ้าง เพราะไม่อยากให้น้องสาวเสื่อมเสีย พูดไปมันก็ไม่ดี นายวัลลภเคยมานอนที่บ้าน   ทางครอบครัวก็เชื่อใจไม่คิดว่าจะเป็นคนอย่างนี้ ถ้ารักน้องสาวตนจริงทำไมต้องยิง ก่อเหตุแล้วหนีก็จิกโก๋คนหนึ่ง ถ้ารักจริงทำไมไม่ยิงตัวตายตาม ที่ผ่านมาตนรู้เรื่องของนายวัลลภเยอะแต่ไม่พูดเพราะไม่อยากก้าวก่าย ที่ผ่านมาน้องสาวและนายวัลลภเคยทะเลาะกันบ้างตามประสาแฟนไม่ถึงขั้นลงมือทำร้าย   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับเพื่อนของผู้ตาย ซึ่งไปเที่ยวสถานบันเทิงด้วยกันในคืนก่อนเกิดเหตุ เล่าว่า น้องเนิร์สเคยเล่าให้ฟังว่ามีปัญหากับนายวัลลภ แต่ไม่บอกว่าเรื่องอะไรแค่ทะเลาะกันไม่รุนแรง โดยเพื่อน ๆ ทุกคนรู้ว่าทั้งคู่คบหาอยู่กินด้วยกัน    คืนก่อนเกิดเหตุน้องเนิร์สออกมาเที่ยวกับพวกตนเพื่อคลายเครียด นั่งดื่มฟังเพลงปกติ เกือบตี 2 พอร้านปิดก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ไม่มีใครรู้ว่าน้องเนิร์สไปไหนต่อ ทราบเรื่องอีกทีถูกยิงตายอย่างโหดเหี้ยม ตนเคยเจอและพูดคุยกับนายวัลลภ ซึ่งเขาเป็นคนใจดี อารมณ์ดี ไม่นึกจะเกิดเหตุนี้ขึ้น ตนก็ไม่ได้ทราบเรื่องทุกอย่างเพราะบางเรื่องน้องเนิร์สก็ไม่ได้เล่าให้ฟัง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q6FJJrhIKBg

 38,099
สังคม-อาชญากรรม
20 ส.ค. 61

รู้ตัวแล้ว! มือสาดน้ำกรดสาวร้านแว่น มุ่งเป้าปมชู้สาว คาดได้ตัวเร็วๆนี้

ชลบุรี คืบหน้าเหตุคนร้ายสาวบุกสาดน้ำกรดใส่สาวขายแว่นตา วัย 31 ปี เจ็บสาหัส ล่าสุดตำรวจรู้ตัวแล้ว คาดได้ตัวเร็วๆนี้    จากกรณีที่ หญิง อายุ 31 ปี คนขายแว่นตา ภายในเทสโก้ โลตัส บ่อวิน ชั้น 2 จ.ชลบุรี ได้ถูกคนร้ายเป็นหญิง อายุประมาณ 35 - 40 ปี แต่งกายปกปิดมิดชิด เดินเข้ามาสาดน้ำกรด ใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส อีกทั้งน้ำกรดยังกระเด็นไปถูก สาวอายุ 23 ปี คนเดินเที่ยว โดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา    ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว ที่ สภ.บ่อวิน ต.เขาคันทรง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ชัยธนันท์ จิรปิยเศรษฐ์ ผกก.สภ.บ่อวิน เปิดเผยว่า หลังจากที่เกิดเหตุ ตนก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นทราบว่า กรดที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุคือ กรดซัลฟิวริค ซึ่งเป็นกรดที่ใช้ในกระบวนการยางพารา ซึ่งในระแวก ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา ไม่มีขาย ในขณะที่คนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่รู้ตัวหมดแล้วเป็นหญิง จำนวน 2 คน วางแผนและแบ่งหน้าที่กันมาเป็นอย่างดี ซึ่งใช้เวลาเดินวนไปวนมาก่อนจะก่อเหตุประมาณ 30 นาที อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถให้ข้อมูลกับสื่อได้ เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายจะหลบหนี ซึ่งคาดว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามจับกุมได้ในเร็วๆนี้    ในขณะที่ หญิงผู้ได้รับบาดเจ็บ ยังอยู่ในห้องปลอดเชื้อ ของโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา อาการค่อยข้างสาหัส และยังไม่สามารถให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ซึ่งต้องรอให้อาการทุเลาลงก่อน คาดว่าประมาณ 2-3 วันนี้ น่าจะให้การได้แล้ว พ.ต.อ.ชัยธนันท์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทราบว่า เป็นเรื่องชู้สาว แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ก็ยังคงไม่ตัดประเด็นอื่นออก คงต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ดำเนินงานอีกสักพัก คาดอีกไม่กี่วันนี้ต้องจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ และในส่วนของข้อหาตอนนี้เจ้าหน้าที่ ตั้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นไว้ก่อน ซึ่งก็ต้องรอดูผลตรวจจากผู้ได้รับบาดเจ็บมาประกอบว่าหนักแค่ไหน และเจ้าหน้าที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป    ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 2,985
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 61

รวบสาวมือยิงบ้านผู้พิพากษา ที่แท้หึงสามีคิดว่าเป็นกิ๊กกับญาติเจ้าของบ้าน

ปทุมธานี-จากกรณี ตร.สภ.คลองห้า รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปภายในบ้านของนายบรรพจน์ ยังเจริญ 46 ปี ผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงานกลาง ที่บ้านพักย่านคลองเจ็ด   ล่าสุด ตร.ได้จับกุมนางสาวเอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม. พร้อมกระสุนปืนจำนวน 4 นัด และรถเก๋งสีขาว ที่ใช้ในการก่อเหตุยิงบ้านของนายบรรพจน์   โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพรถยนต์เก๋ง ต้องสงสัยที่ขับมายิงปืนเข้าไปในบ้านผู้พิพากษาไว้ได้ มูลเหตุเกิดจากความหึงหวงสามีคือนายตรี เจ้าของรถ ด้วยคู่กรณีคือนางสาวลัย (นามสมมติ) เป็นน้องภรรยาของนายบรรพจน์ ที่เคยรู้จักสนิทกับนายตรี ได้ส่งคลิปวีดีโอให้นายตรี และนางสาวเอ๋ เห็นคลิปดังกล่าวจึงเกิดความหึงหวงต่อมาในวัน เวลา ที่เกิดเหตุนางสาวเอ๋ได้ขับรถยนต์เก๋งของสามี และได้เอาอาวุธปืนไปยิงบ้านของนายบรรพจน์ ได้รับความเสียหายดังกล่าว   นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรีไปค้นบ้านพัก ได้พบกับนายตรี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นสามีของนางสาวเอ๋ และได้ตรวจยึดอาวุธปืนสั้นจำนวน 5 กระบอก อาวุธปืนยาวจำนวน 4 กระบอก พร้อมกระสุนปืนจำนวนมาก พร้อมทั้งจะได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน1ตรวจสอบอีกครั้งว่าได้นำไปก่อคดีใดมาหรือไม่   ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับนางสาวเอ๋ (ผู้ต้องหา) ที่ก่อในครั้งนี้   1.มีอาวุธปืนละเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะหรือในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ทำให้เสียทรัพย์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wqauk3xAc-k

 2,066
ข่าวภูมิภาค
07 ส.ค. 61

แม่ชีเดินหน้าร้อง พศ.เอาผิดเจ้าอาวาสวัดเขาสุกิม มีสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว

จากกรณี นายปรเมษฐ เนติธรรมรักษ์ ประธานชมรมเนติธรรมรักษ์ พร้อมกับพระครูธรรมธร หรือ พระปู พระวินยาธิการ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เข้ายื่นเอกสารหลักฐานต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อเอาผิด   กล่าวหาว่า พระอธิการทองพูน เจ้าอาวาสวัดเขาสุกิม ว่านำมวลชนมาปิดล้อมขับไล่ออกจากกุฏิ และไล่ทำร้ายร่างกาย และยังอ้างว่าพัวพันแม่ชีรายหนึ่ง ต่อมา พระอธิการทองพูน แถลงโต้กลับพระคู่กรณี และงัดหลักฐานเด็ด อ้างคำสารภาพของแม่ชีว่ารับจ้างสร้างเรื่อง หาเงินเรียน ปริญญาโท   ล่าสุดแม่ชีเดินหน้าร้องเรียนยืนหนังสื่อ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถระสมาคม พุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัด นครปฐมตรวจสอบ เอาผิดเจ้าอาวาสมีสัมพันธ์กับตน ยืนยันพยานหลักฐานชัดเจน   โดยนายปรเมษฐ เปิดเผยว่า นำหลักฐานมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบถึงพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดดัง ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่่างเจ้าอาวาสฯ กับแม่ชี และพระบางรูปที่ออกมาเป็นพยานเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ รวมทั้งตรวจสอบเรื่ิองเจ้าอาวาสคนดังกล่าวระบุว่าพระผู้ใหญ่ 2 รูปทุจริตเงินทอนวัด   ขณะที่ แม่ชีคนดังกล่าว ระบุยืนยันว่าในส่วนของตนมีข้อมูลและหลักฐานที่แสดงถึงพฤติกรรมของเจ้าอาวาสคนดังกล่าวว่ามีความสัมพันธ์กับตนจริง จึงนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ เนื่องจากต้องการให้สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบว่าอาจเข้าข่ายการอาบัติปาราชิกหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ก็เคยร้องเรียนไปแล้วตั้งแต่ปี 2548 แต่เรื่องก็ไม่คืบหน้า   กระทั่งล่าสุดเมื่อปี 2559 ก็มีคำสั่งไม่ให้ตนเข้าวัดที่พระรูปดังกล่าวเป็นเจ้าอาวาสหรือไม่ โดยตนสงสัยว่าทำอะไรผิด ทั้งที่เคยเป็นลูกศิษย์วัดดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2516 ทั้วนี้ตนไม่ขอให้รายละเอียด เนื่ิองจากเป็นเรื่องที่หน่วยงานต้องตรวจสอบ ขอให้ทางหน่วยงานออกมาให้รายละเอียดเอง   ด้านผู้รับเรื่องเปิดเผยว่าจะตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียด แต่เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดก่อน แบ่งเป็นเรื่ิองการทุจริต และเรื่ิองธรรมวินัย จึงต้องขอเวลาในการตรวจสอบให้รอบคอบและรัดกุม พร้อมยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย   จากนั้นแม่ชีได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรพุทธมณฑลเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยมีทนายความมาด้วย ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำส่งต่อไปที่ต้น ที่เกิดเหตุจังหวัดจันทบุรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N8qhaDXFdIw

 6,179
สังคม-อาชญากรรม
01 มิ.ย. 61

ช่างแต่งหน้าถูกแทงดับคาห้องพักย่านพระราม 9 ตั้งปมคู่ขาหนุ่ม 18 หึงโหด

ตำรวจ สน.มักกะสัน รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิตภายในห้องพักย่านพระราม 9 พบศพนายสมชาย พรมจารีย์ อายุ 43 ปี อาชีพช่างแต่งหน้าสถานบริการแห่งหนึ่ง ถูกอาวุธมีดแทงเข้าบริเวณกลางหน้าอก 2 แผล และบริเวณลำคออีก 1 แผล ปาดคอซ้ำเป็นแผลฉกรรจ์ รวมทั้งหมด 4 แผล ภายในห้องพักพบร่องรอยการต่อสู้และมีเลือดสาดกระเซนไปทั่วห้อง ไม่พบว่ามีทรัพย์สินหายแต่อย่างใด   จากการสอบสวนพยานแวดล้อมทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็นคนที่ทำงานของผู้ตาย พยายามจะโทรศัพท์มาตามไปทำงานเนื่องจากได้เวลาทำงานแล้ว แต่ไม่มีใครรับสาย จึงเดินทางมาที่ห้องพักเพื่อขอตรวจสอบพบว่าห้องของผู้ตายถูกล็อคจากด้านใน จึงติดต่อกับทางผู้ดูแลอาคาร เมื่อเปิดเข้าไปจึงพบร่างในสภาพไร้ลมหายใจ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ   ทั้งนี้ลักษณะนิสัยใจคอของผู้ตายนั้นพักอาศัยอยู่ห้องพักแห่งนี้มานานกว่า 5 ปี เป็นคนร่าเริง อัธยาศัยดี ไม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับใคร รายงานข่าวแจ้งว่า   นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทราบว่าผู้ต้องสงสัยคือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เป็นคู่ขากับผู้ตายคบกันมา 2 เดือน ตำรวจได้ติดตามตัวได้ที่ห้างย่านถนนพหลโยธิน ได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำอยู่ที่ สน.มักกะสัน   เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีทรัพย์สินของผู้ตายสูญหายไปแต่อย่างใดจึงทำให้สามารถตัดประเด็นการฆ่าชิงทรัพย์ออกไป ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าเป็นเรื่องหึงหวงชู้สาวกัน อย่างไรก็ตามจะทำการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยรายนี้อย่างละเอียดอีกครั้งและอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อนออกหมายจับต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tGK7sciXWyw  

 7,475
ข่าวภูมิภาค
10 พ.ค. 61

ไฟไหม้บ้านปริศนา 2 ครั้ง วันสู่ขอ-แต่งงานลูกชาย เจ้าของบ้านเชื่อเป็นเรื่องลี้ลับ ตร.ตั้งปมชู้สาว

กำแพงเพชร-เกิดไฟไหม้รถเก๋งและในห้องครัว ขณะที่เจ้าของบ้านไม่มีใครอยู่ออกไปงานแต่งงานของลูกชายในหมู่บ้านอื่น ระหว่างนั้น มีเพื่อนบ้านเห็นมีเพลิงไหม้และกลุ่มควันจำนวนมากที่รถเก๋ง จึงรีบโทรแจ้งรถดับเพลิง และบอกตนเองเจ้าของบ้านให้ทราบ   นอกจากนี้ยังเคยมีไฟไหม้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายนมาแล้วครั้งหนึ่ง ในขณะไปสู่ขอลูกสะใภ้ให้ลูกชาย โดยไหม้ที่ขอบหน้าต่างไม้ รวมทั้งฝาผนังด้วย เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายตรวจสอบแล้วยังไม่ทราบสาเหตุ แต่เจ้าของบ้านเชื่อว่าที่บ้านจัดงานมงคลไม่บอกผีปู่ย่าตายาย   ประกอบกับช่วงนี้สภาพอากาศร้อนมากอุณหภูมิบางวันสูงถึง 40 องศา จึงอาจเป็นสาเหตุให้เกิดไฟไหม้ก็อาจเป็นได้ แต่ทุกครั้งที่เกิดไฟไหม้ก็จะมีคนเห็นตลอดและไหม้ไม่ค่อยรุนแรง แต่ในเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้ตัดทิ้งประเด็นเรื่องชู้สาว กำลังสืบหาสาเหตุต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Fh6qpWXxSkk  

 3,172

Top