ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชู้สาว"

ข่าวภูมิภาค
13 ม.ค. 63

จับยกแก๊ง กำนันดังนครศรีฯ จ้างวานยิงถล่มเสี่ยอู่ซ่อมรถ ปมชู้สาว

ตรัง-จากเหตุคนร้าย 2 คน สวมไอ้โม่งยิงถล่ม นายธวัชชัย กลับขันท์ อายุ 53 ปี เจ้าของอู่ซ่อมยนต์ ชาว อ.รัษฎา จ.ตรัง จนเสียชีวิตคารถ ส่วนนางอำภา กลับขันท์ อายุ 54 ปี ภรรยา และนายสมชาย สนมน้อย ซึ่งเป็นลูกจ้างได้รับบาดเจ็บสาหัส   ต่อมาตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ยกแก๊ง รวม 7 คน ประกอบด้วย กำนันดังเจ้าของซุ้มมือปืน, มือปืน 2 คน, ผู้จ้างวาน 1 คน รวมทั้งผู้ร่วมทีมสังหารที่ทำหน้าที่ต่างๆ อีก 3 คน ทั้งนี้ยังมีมือปืนที่ร่วมทีมสังหารอีก 1 คน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมจะขออนุมัติหมายจับเพิ่มต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพแล้ว 3 คน ส่วนที่เหลือยังให้การปฏิเสธ   จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ประเด็นสังหารมาจากผู้จ้างวานคือ นายจิราวุธ ศรีวิรัตน์ หรือโกยัง เข้าใจว่า ผู้ตายเป็นชู้กับภรรยาตนเอง จึงโกรธแค้น และมีการข่มขู่หมายเอาชีวิตมายาวนานแล้ว จนกระทั่งก่อนวันเกิดเหตุ ทางผู้จ้างวานทราบกำหนดการว่า ผู้ตายจะไปเป็นประธานงานสวดอภิธรรมศพของเพื่อนคนหนึ่ง และได้มีการเจรจาพูดคุยกับกำนันคนดัง ในฐานะเจ้าของซุ้มมือปืนเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว   จึงรีบเตรียมการแผนสังหารภายในระยะเวลา 3 วัน ทั้งการนัดพบวางแผนร่วมกันของผู้ต้องหาทั้งหมด การชี้เป้า การนำดูเป้าหมายบ้านผู้ตาย และวันก่อเหตุยังมีคนไปเฝ้าประจำงานศพเพื่อแจ้งเบาะแสทีมสังหาร โดยมีรถยนต์กระบะนำมือปืน 2 คนไปดังซุ่มรอ และวนไปรับหลังก่อเหตุ   พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าวแสดงความมั่นใจว่า จากพยานหลักฐานทั้งหมดจะสามารถเอาผิดผู้ต้องหา และผู้ร่วมขบวนการในคดีนี้ ได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน หรือหากมีผู้มีอิทธิพลเข้ามายุ่งเกี่ยวพัวพัน ก็พร้อมจะโอนคดีไปให้กองปราบปรามดำเนินการต่อในทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qoGLlbLaWLU

 4,685
อาชญากรรม
13 ม.ค. 63

จับยกแก๊ง กำนันดังนครศรีฯ จ้างวานยิงถล่มเสี่ยอู่ซ่อมรถ ปมชู้สาว

ตรัง-จากเหตุคนร้าย 2 คน สวมไอ้โม่งยิงถล่ม นายธวัชชัย กลับขันท์ อายุ 53 ปี เจ้าของอู่ซ่อมยนต์ ชาว อ.รัษฎา จ.ตรัง จนเสียชีวิตคารถ ส่วนนางอำภา กลับขันท์ อายุ 54 ปี ภรรยา และนายสมชาย สนมน้อย ซึ่งเป็นลูกจ้างได้รับบาดเจ็บสาหัส   ต่อมาตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ยกแก๊ง รวม 7 คน ประกอบด้วย กำนันดังเจ้าของซุ้มมือปืน, มือปืน 2 คน, ผู้จ้างวาน 1 คน รวมทั้งผู้ร่วมทีมสังหารที่ทำหน้าที่ต่างๆ อีก 3 คน ทั้งนี้ยังมีมือปืนที่ร่วมทีมสังหารอีก 1 คน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมจะขออนุมัติหมายจับเพิ่มต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพแล้ว 3 คน ส่วนที่เหลือยังให้การปฏิเสธ   จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ประเด็นสังหารมาจากผู้จ้างวานคือ นายจิราวุธ ศรีวิรัตน์ หรือโกยัง เข้าใจว่า ผู้ตายเป็นชู้กับภรรยาตนเอง จึงโกรธแค้น และมีการข่มขู่หมายเอาชีวิตมายาวนานแล้ว จนกระทั่งก่อนวันเกิดเหตุ ทางผู้จ้างวานทราบกำหนดการว่า ผู้ตายจะไปเป็นประธานงานสวดอภิธรรมศพของเพื่อนคนหนึ่ง และได้มีการเจรจาพูดคุยกับกำนันคนดัง ในฐานะเจ้าของซุ้มมือปืนเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว   จึงรีบเตรียมการแผนสังหารภายในระยะเวลา 3 วัน ทั้งการนัดพบวางแผนร่วมกันของผู้ต้องหาทั้งหมด การชี้เป้า การนำดูเป้าหมายบ้านผู้ตาย และวันก่อเหตุยังมีคนไปเฝ้าประจำงานศพเพื่อแจ้งเบาะแสทีมสังหาร โดยมีรถยนต์กระบะนำมือปืน 2 คนไปดังซุ่มรอ และวนไปรับหลังก่อเหตุ   พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าวแสดงความมั่นใจว่า จากพยานหลักฐานทั้งหมดจะสามารถเอาผิดผู้ต้องหา และผู้ร่วมขบวนการในคดีนี้ ได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน หรือหากมีผู้มีอิทธิพลเข้ามายุ่งเกี่ยวพัวพัน ก็พร้อมจะโอนคดีไปให้กองปราบปรามดำเนินการต่อในทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qoGLlbLaWLU

 4,685
ข่าวภูมิภาค
01 ม.ค. 63

สามีเลือดขึ้นหน้า เจอเมียพาชู้มานอนรอเคาท์ดาวน์ในห้อง คว้ามีดไล่แทงสาหัสทั้งคู่ 'ทนายเดชา' ชี้ไม่มีความผิด ถือเป็นการป้องกันสิทธิของตนเอง

สงขลา - เจ้าน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งมีคนถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่แมนชั่น ซอย 15 ถ.รัตนอุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่  ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนสองราย รายแรกเป็นหญิง โดนของมีคมเป็นฉกรรจ์ บริเวณต้นแขนทั้งสองข้าง และมีบาดแผลบริเวณใต้คางยาวประมาณ 10 ซม. บาดเจ็บสาหัส    รายที่สองเป็นชายอายุ 33 ปี ได้รับบาดเจ็บโดนของมีคม บริเวณหน้าท้องซ้าย ราวนมซ้ายใกล้กับหัวใจ ต้นแขนซ้าย และแขนขาวล่าง ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลและเร่วนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองคน ส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ส่วนสภาพห้องพักที่เกิดเหตุมีรอยเลือดกระจายอยู่เต็มที่นอน และบริเวณพื้นห้อง   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุทราบว่าเป็นสามีของฝ่ายหญิง โดยก่อนหน้านี้ได้บอกกับภรรยาว่าจะกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2-3 วัน แต่เมื่อเช้าได้กลับที่ห้องพักพบภรรยาพาชายอื่นมานอนฉลองคืนส่งท้ายปี อยู่บนเตียงนอนจึงใช้อาวุธมีดแทงทั้งสองฝ่ายอาการสาหัส หลังก่อเหตุขับรถเก๋งฮอนด้า ซิตตี้ สีเทาหลบหนีไป พร้อมด้วยอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ   จากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ขณะขับหลบหนีไปทาง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้ประสานไปยังชุดสืบสวนของ สภ.สุไหงโก-ลก ให้ช่วยจับกุมตัวเอาไว้ได้ภายในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก และได้มีการควบคุมตัวมาถึง สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา    จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุให้การยอมรับสารภาพ โดยให้การว่า ตนกับภรรยาอยู่กินกันมาได้ราว 1 ปีกว่าๆ และมีการจดทะเบียนสมรสเอาไว้แล้ว และมาเช่าห้องอยู่กันที่แมนชั่นดังกล่าว จากนั้นในช่วง 1 วันที่ผ่านมา ฝ่ายภรรยาได้บอกกับตนว่า จะขอกลับบ้านพักที่ อ.ระโนด สัก 2-3 วัน ซึ่งตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร และได้ขับรถมาที่บ้านพักของตัวเองอีกหลังหนึ่งใกล้กับห้างแม็คโคร อ.หาดใหญ่   ต่อมาตนได้พยายามโทรไปหาภรรยาหลายครั้ง แต่ไม่ยอมรับสาย และไม่โทรกลับ จึงเกิดความสงสัย  จึงได้ตัดสินใจขับรถย้อนกลับไปที่แมนชั่นอีกครั้ง ซึ่งปกติตนจะมาที่นี่ประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง และเมื่อไขกุญแจประตูเข้าไปก็พบกับภาพบาดตาบาดใจ เมื่อเห็นว่าภรรยาโกหก ไม่ได้กลับบ้านตามที่บอก มิหนำซ้ำยังพาชายชู้เข้ามาหลับนอนด้วยกันอีก จึงเกิดความโมโห และคว้าเอามีดในห้องมากระหน่ำแทงทั้งภรรยาและชายชู้หลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ และหลังเกิดเหตุได้ขับรถหลบหนีไป    เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาพยามฆ่าผู้อื่น ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ดำเนินการทางคดีต่อไป   ด้านนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดัง เจ้าของเพจ ทนายคลายทุกข์ได้เปิดเผยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าวว่า ถ้าผัวแทงเมียขณะมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่นถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายไม่มีความผิด เพราะถือว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนเองให้พ้นภยันตรายจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภัยนตรายที่ใกล้จะถึงถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุถือเป็นการป้องกัน ผู้นั้นไม่มีความผิด แต่ถ้าเขาแค่นอนกอดกันหรือเขามีเพศสัมพันธ์กันเสร็จเรียบร้อยล้ว จากกรณีนี้สามีจะเป็นคนผิด   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/92y26ioC8Hc

 2,090
อาชญากรรม
01 ม.ค. 63

สามีเลือดขึ้นหน้า เจอเมียพาชู้มานอนรอเคาท์ดาวน์ในห้อง คว้ามีดไล่แทงสาหัสทั้งคู่ 'ทนายเดชา' ชี้ไม่มีความผิด ถือเป็นการป้องกันสิทธิของตนเอง

สงขลา - เจ้าน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งมีคนถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่แมนชั่น ซอย 15 ถ.รัตนอุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่  ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนสองราย รายแรกเป็นหญิง โดนของมีคมเป็นฉกรรจ์ บริเวณต้นแขนทั้งสองข้าง และมีบาดแผลบริเวณใต้คางยาวประมาณ 10 ซม. บาดเจ็บสาหัส    รายที่สองเป็นชายอายุ 33 ปี ได้รับบาดเจ็บโดนของมีคม บริเวณหน้าท้องซ้าย ราวนมซ้ายใกล้กับหัวใจ ต้นแขนซ้าย และแขนขาวล่าง ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลและเร่วนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองคน ส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ส่วนสภาพห้องพักที่เกิดเหตุมีรอยเลือดกระจายอยู่เต็มที่นอน และบริเวณพื้นห้อง   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุทราบว่าเป็นสามีของฝ่ายหญิง โดยก่อนหน้านี้ได้บอกกับภรรยาว่าจะกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2-3 วัน แต่เมื่อเช้าได้กลับที่ห้องพักพบภรรยาพาชายอื่นมานอนฉลองคืนส่งท้ายปี อยู่บนเตียงนอนจึงใช้อาวุธมีดแทงทั้งสองฝ่ายอาการสาหัส หลังก่อเหตุขับรถเก๋งฮอนด้า ซิตตี้ สีเทาหลบหนีไป พร้อมด้วยอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ   จากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ขณะขับหลบหนีไปทาง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้ประสานไปยังชุดสืบสวนของ สภ.สุไหงโก-ลก ให้ช่วยจับกุมตัวเอาไว้ได้ภายในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก และได้มีการควบคุมตัวมาถึง สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา    จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุให้การยอมรับสารภาพ โดยให้การว่า ตนกับภรรยาอยู่กินกันมาได้ราว 1 ปีกว่าๆ และมีการจดทะเบียนสมรสเอาไว้แล้ว และมาเช่าห้องอยู่กันที่แมนชั่นดังกล่าว จากนั้นในช่วง 1 วันที่ผ่านมา ฝ่ายภรรยาได้บอกกับตนว่า จะขอกลับบ้านพักที่ อ.ระโนด สัก 2-3 วัน ซึ่งตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร และได้ขับรถมาที่บ้านพักของตัวเองอีกหลังหนึ่งใกล้กับห้างแม็คโคร อ.หาดใหญ่   ต่อมาตนได้พยายามโทรไปหาภรรยาหลายครั้ง แต่ไม่ยอมรับสาย และไม่โทรกลับ จึงเกิดความสงสัย  จึงได้ตัดสินใจขับรถย้อนกลับไปที่แมนชั่นอีกครั้ง ซึ่งปกติตนจะมาที่นี่ประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง และเมื่อไขกุญแจประตูเข้าไปก็พบกับภาพบาดตาบาดใจ เมื่อเห็นว่าภรรยาโกหก ไม่ได้กลับบ้านตามที่บอก มิหนำซ้ำยังพาชายชู้เข้ามาหลับนอนด้วยกันอีก จึงเกิดความโมโห และคว้าเอามีดในห้องมากระหน่ำแทงทั้งภรรยาและชายชู้หลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ และหลังเกิดเหตุได้ขับรถหลบหนีไป    เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาพยามฆ่าผู้อื่น ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ดำเนินการทางคดีต่อไป   ด้านนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดัง เจ้าของเพจ ทนายคลายทุกข์ได้เปิดเผยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าวว่า ถ้าผัวแทงเมียขณะมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่นถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายไม่มีความผิด เพราะถือว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนเองให้พ้นภยันตรายจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภัยนตรายที่ใกล้จะถึงถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุถือเป็นการป้องกัน ผู้นั้นไม่มีความผิด แต่ถ้าเขาแค่นอนกอดกันหรือเขามีเพศสัมพันธ์กันเสร็จเรียบร้อยล้ว จากกรณีนี้สามีจะเป็นคนผิด   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/92y26ioC8Hc

 2,090
สรุปข่าว
01 ม.ค. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง วันปีใหม่ 1 ม.ค.63 - เคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ทั่วไทยคึกคัก - แสงแรกในสยามที่ตากใบ -เริ่มแล้วงดแจกถุงพลาสติก

- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสอำนวยพร แก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานบัตรอำนวยพร สคส.พุทธศักราช 2563 เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงฉายกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  https://news.bectero.com/news/164162   - เคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทั่วไทยคึกคัก มีบรรยากาศการจัดงานใหญ่ที่เซ็นทรัลเวิล์ดส่งท้ายปี ร่วมกับ AIS Bangkok Countdown 2020 @centralwOrld ขนดารานักแสดง สร้างความสุข นทท.ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินับแสนคนเข้าร่วมฉลอง ไฮไลท์อยู่ที่การจุดพลุรับศักราชใหม่ นานกว่า 5 นาที   ขณะที่ จ.ขอนแก่น อลังการไม่แพ้กัน จุดพลุ 1,222 นัด รับปีใหม่ พ่วงฉลองขอนแก่นครบรอบ 222 ปี คนนับแสนแห่ร่วมงาน ส่วนที่เทศบาลนครเชียงรายทำการปิดถนนช่วงหอนาฬิกาเฉลิมพระเกรียติฯ ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร จัดงานรับปีใหม่ถึงเที่ยวคืน หอนาฬิกาเปลี่ยนสี พร้อมจุดพลุเต็มท้องฟ้า   ส่วนที่บริเวณเขาหลัก จังหวัดพังงา นักท่องเที่ยวได้ร่วมนับเวลาถอยหลัง ร่วมเฉลิมฉลองในงานส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2563 สวยงามอลังการ ขณะที่สุพรรณบุรีจัดงานใหญ่ เคาท์ดาวน์สุดยิ่งใหญ่ชมแสงสีเสียงหอคอยบรรหารแจ่มใส Countdown Suphanburi 2020 ณ สวนเฉลิมภัทรราชินี หอคอยบรรหาร-แจ่มใส อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี   ส่วนบรรยากาศ การสวดมนต์ข้ามปีที่ท้องสนามหลวง นิมนต์พระ 68 รูป พร้อมอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ให้ประชาชนได้สักการะปีใหม่วันนี้(1 ม.ค.)อีกหนึ่งวัน ส่วนชาวพิษณุโลกร่วมสวดมนต์ข้ามปีตามวัดต่างๆ จนแน่นวัด โดยเฉพาะที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร มีพุทธศาสนิกชนนุ่งขาวห่มขาว จำนวนกว่าหมื่นคน มาร่วมสวดมนต์กันแน่นวัด    จ.สุโขทัย วัดสว่างอารมณ์วรวิหารพระอารามหลวง(วัดจวน) ประชาชนเดินทางเข้ามาร่วมสวดมนต์ข้ามปีเพื่อรับพรปีใหม่2563 ที่บริเวณพระอุโบสถหลวงพ่อพุทธเรืองฤทธิ์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิสมัยสุโขทัย อายุกว่า 700 ปี คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวอำเภอสวรรคโลกต่างเคารพนับถือ ซึ่งทางพระครูพิศาลสิริวัฒน์(หลวงน้าเสน่ห์) เจ้าอาวาสสว่างอารมณ์วรวิหาร เจ้าคณะตำบลเมืองสวรรคโลก ได้จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่เข้ามาร่วมสวดมนต์ข้ามปี2563 เพื่อเสริมบารมี เริ่มสิ่งดีรับปีใหม่   จังหวัดอยุธยาเปิดวิหารหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นศูนย์กลาง สวดมนต์ข้ามปีพร้อมกันทั้งจังหวัด 419 วัด บรรยกาศเต็มไปด้วยพุทธศานิกชนร่วมสวดมนต์อย่างตั้งใจ เพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีพุทธศักราชใหม่ ผู้ว่าราชการตีฆ้องชัย 9 ครั้งร่วมก้าวสู่ปีใหม่ เจ้าคณะจังหวัดพระพรหมน้ำพุทธมนต์ https://news.bectero.com/news/164165     - นทท.แห่ชมแสงสุดท้าย ลาลับขอบฟ้าปี 2562 ในเวลา 17.49 น. ที่เขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เหล่านักท่องเที่ยว จากทั่วสารทิศเดินทางมาร่วมเคาท์ดาวน์ เพื่อส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ โดยเฉพาะการรอชม และ รอสัมผัสแสงแรกก่อนใครในสยามประเทศ ปรากฎสมาคมดาราศาสตร์ไทย ยืนยันตรงกัน แสงแรกปีใหม่ ดวงอาทิตย์จะขึ้นที่ตากใบ จ.นราธิวาส ก่อนโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี แต่ขึ้นก่อนเพียง 1 นาที https://news.bectero.com/news/164161   - ประธานรัฐสภา นายชวน หลีกภัย พูดถึงกรณีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบุ ส่วนตัวเป็นคนหนึ่งที่ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะมีความเป็นประชาธิปไตยน้อยกว่าในอดีต เคยให้ข้อมูลว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่มาจากตัวบุคคล การเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเสนอว่าควรรับฟังทุกฝ่าย แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับ กมธ.วิสามัญจะพิจารณา อย่ามองว่าเป็นเรื่องที่พยายามล้มล้างรธน.แต่มองว่าเป็นความร่วมมือเพื่อให้รธน.ไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีเป้าหมายว่าไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข https://news.bectero.com/news/164215   - ด้านนายปิยะบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุเหตุการณ์ที่มีคนออกมาชุมนุม เพราะทนไม่ไหวแล้ว เราบังคับกันไม่ได้ จุดจบของรธน.60 ไม่ถูกฉีกโดยทหาร ก็ถูกฉีกโดยประชาชน จึงมีสภาวะเหมือนระเบิดเวลา ที่ตั้งเวลารอไว้อยู่ แต่ไม่รู้จะถูกฉีกโดยใคร ถ้าถูกฉีกโดยทหารก็จะเข้าอีหรอบเดิม แต่ถ้าฉีกโดยประชาชน ก็ไม่รู้จะจบอย่างไร ไม่มีใครตอบได้ ผกก.หนังเรื่องไหนก็สร้างฉากจบไม่ได้ เพราะคุมไม่อยู่ เราจะไม่ทำให้การเมืองแบ่งเป็นสองฝ่าย แต่จะแบ่งเป็น underdog สู้กับชนชั้นนำผู้มีอำนาจ ไม่อยากให้ผู้มีอำนาจมองตนและธนาธร เป็นภัยคุกคาม แต่ขอให้มองว่าเป็นปรากฏการณ์ เป็นตัวแทนประชาชน ตัวแทนของคนรุ่นใหม่จำนวนมาก https://news.bectero.com/news/164216   - ครอบครัวศิลปอาชา เปิดบ้านให้อวยพรปีใหม่ ให้นักการเมือง ข้าราชการ และประชาชน มาสวัสดีปีใหม่ บรรยากาศคึกคัก นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ นำส.ส.และสมาชิกชาติไทยพัฒนา เข้าอวยพร   นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุ ถึงแม้รัฐบาลขณะนี้จะเป็นเสียงปริ่มน้ำแต่ก็สามารถแก้ปัญหาไปได้ทุกครั้ง เชื่อว่าการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล จะนำรัฐนาวา พล.อ.ประยุทธ์ ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ส่วนการแก้รธน.พรรคชาติไทยพัฒนา เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเห็นว่าข้อที่ควรปรับปรุงคือกลไกการเลือกตั้ง https://news.bectero.com/news/164217   - แบงก์ชาติแจง ค่าเงินบาทแข็งหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์ เป็นภาวะผิดปกติ แต่เกิดเพียงระยะสั้นเท่านั้น โดยรองผู้ว่าด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายเมธี สุภาพงษ์ ย้ำถือเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน เป็นผลจากการเร่งทำธุรกรรมก่อนสิ้นปีของผู้ประกอบการบางราย ในสภาวะที่ตลาดมีสภาพคล่องต่ำ ความต้องการซื้อและขายเงินตราต่างประเทศไม่สมดุลในช่วงก่อนวันหยุดสิ้นปี และยังเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับสกุลเงินในภูมิภาคในช่วงปลายปีด้วย แต่หลังจากผ่านช่วงวันหยุดยาวไปแล้ว สภาพคล่องของตลาดจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ https://news.bectero.com/news/164199   - เริ่มแล้ววันนี้ งดแจกถุงพลาสติก ทั้งห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าซูเปอร์มาเก็ต ตลอดจนร้านสะดวกซื้อ หากจำเป็นต้องรับถุงพลาสติกหูหิ้ว ลูกค้าต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยนำเงินที่ได้เข้าร่วมกองทุนด้านสิ่งแวดล้อม หรือบริจาคให้กับโรงพยาบาลหรือมูลนิธิต่างๆ แต่ 4 สินค้าผ่อนผัน ที่ยังใส่ถุงได้ เช่น ถุงร้อนใส่อาหาร ใส่ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว หรือพลาสติกหุ้มอาหารและของแช่แข็ง และพลาสติกหูหิ้วหนาๆ ที่สามารนำกลับมาใช้ซ้ำได้    รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา เผยรัฐบาลตั้งเป้าจะยกเลิกการใช้พลาสติกประเภทครั้งเดียวทิ้ง 4 ชนิด ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้ว หลอดพลาสติก แก้วพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง และกล่องโฟม ให้หมดไปจากประเทศไทย ภายในปี 2564 โดยปีหน้าจะเตรียมนำเสนอเป็นกฎหมายบังคับต่อไป https://news.bectero.com/news/164197   - ผัวเก่าคลั่งปาดคอเมียตาย แล้วกระโดดตึกตายตาม เหตุหึงหวงตามง้อไม่สำเร็จ ดื่มเบียร์ย้อมใจ อาศัยจังหวะเมียหลับ ลากลงจากที่นอน ใช้มีดปาดคอเสียชีวิต แม่ยายเข้าห้ามถูกเชือดข้อมือบาดเจ็บไปด้วย แล้วไปนั่งคร่อมที่ระเบียงร้องเพลงปลุกใจแบบทหาร ลั่นต้องตายไปด้วยกัน จนท.พยายามเกลี่ยกล่อม สุดท้ายฝ่ายชายก็กระโดดลงมาจากระเบียงจากชั้น 18  https://news.bectero.com/news/164198   - สุดช็อก ตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่ซุกในห้องเครื่องรถยนต์ นอนหงายท้องหัวติดตู้แอร์รถ เจ้าตัวกรี๊ดลั่นบ้าน ก่อนเรียกกู้ภัยมาช่วย แต่เจ้าตัวเงินตัวทองก็ยังดื้อขณะเจ้าหน้าที่จะจับใช้หางฟาดไปมาบริเวณหน้ารถจนสีถลอก เจ้าตัวเผยขณะกำลังจะออกไปเที่ยวงานส่งท้ายปีเก่ากับครอบครัว แต่แฟนนำรถคันดังกล่าวมาเพื่อจะพ่วงแบตเตอรี่กับรถที่ใช้ประจำ พอเปิดกระโปร่งก็พบตัวเงินตัวทองกว่า 2 เมตร นอนหงายซุกห้องเครื่อง เจ้าตัวสุดงงไม่รู้ว่า มันเข้าไปได้อย่างไร ขณะที่แฟนหนุ่มบอกว่า พวกตนเป็นคนดวงดีที่ได้เจอเหตุการณ์หนึ่งในล้านแบบนี้ ได้ทำบุญช่วยชีวิตตัวเงินตัวทองด้วย และไม่ลืมที่จะซื้อล็อตเตอรี่ในงวดต่อไป ดวงเฮงรับปีใหม่ https://news.bectero.com/news/164198   - สามีเลือดขึ้นหน้า เมียพาชู้มานอนรอเคาท์ดาวน์ ในห้อง ผัวกลับมาเจอคว้ามีดไล่แทงสาหัสทั้งคู่ มือมีดถูกตำรวจตามจับได้ เผยก่อนเกิดเหตุเมียโกหก ปีใหม่จะขอกลับบ้าน 2-3 วัน แต่ตัวสามีโทรหาไม่ติด จึงสงสัยย้อนกลับมาดูที่ห้อง พบภาพบาดตาบาดใจ โมโหคว้ามีดกระหน่ำแทงทั้งภรรยาและชายชู้ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส https://news.bectero.com/news/164207   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/j5BSYIxLdco

 5,944
ข่าวภูมิภาค
29 พ.ย. 62

เจ้าอาวาสแจงคลิปโอบกอด-ลูบหัวเด็กสาว ยันเป็นหลานสาวที่รับอุปการะ ปัดมีสัมพันธ์เชิงชู้สาว

เชียงใหม่-มีการเผยแพร่ภาพกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นพฤติกรรมของพระครูเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน อ.สันป่าตอง ที่กำลังอยู่กับเด็กสาววัยรุ่น โดยมีภาพโอบกอด ลูบศีรษะเด็กสาว บางครั้งยังจับศีรษะโน้มให้มาซบตรงหว่างขา รวมทั้งให้เด็กมานวด ก่อนพาเข้ากุฏิ   รายงานข่าวระบุว่า เจ้าอาวาสรายดังกล่าวอายุ 63 ปี ชาวบ้านเริ่มเห็นพฤติกรรมผิดปกติแต่ไม่มีหลักฐาน ต่อมามีการติดกล้องและพบหลักฐานจากคลิป ซึ่งพบว่ามีหญิงสาวผลัดเปลี่ยนมาไม่ซ้ำหน้า พร้อมกับแชทลับที่เจ้าอาวาสรายนี้ แชทหาเด็กสาว คุยกันลักษณะชู้สาว นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่า มีการซื้อบ้านไว้ให้หญิงสาวอยู่อีกด้วย   ทั้งนี้ชาวบ้านได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ โดย พระสังฆาธิการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทราบข้อมูลนี้แล้วและอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง   ต่อมาเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวยอมรับว่า เรื่องที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่ในเบื้องต้นปฏิเสธว่าความสัมพันธ์กับหญิงสาว ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนในคลิปนั้นไม่ได้มีสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวแต่อย่างใด แต่ว่าเด็กหญิงในคลิปภาพนั้นเป็นหลานสาวแท้ๆ โดยสายเลือดของตนเอง เป็นลูกของน้องชายตนเองซึ่งมีปัญหาครอบครัวพ่อแม่แยกทางกัน ต่อมาน้องชายของตนได้เสียชีวิต ทำให้เด็กหญิงคนนี้ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า   ตนเองจึงรับอาสาในการเลี้ยงดูและส่งเสียเพื่อให้ได้เรียนหนังสือ โดยให้อาศัยอยู่ที่บ้านของของญาติ และได้รับอุปการะเลี้ยงดูส่งเสียให้เรียนหนังสือโดยให้เงินค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันสัปดาห์ละ 300 บาท   ในคลิปภาพจะเป็นการถูกเนื้อต้องตัวกัน แต่ก็เกิดความรักแบบลูกหลานที่ตนเองต้องรับภาระในการเลี้ยงดู และเงินที่ให้ก็คือเงินค่าใช้จ่ายประจำสัปดาห์ แต่ไม่ทราบเหตุผลของผู้ที่นำภาพวงจรปิดของทางวัดเองนำไปเผยแพร่และมีลักษณะในการบิดเบือนข้อเท็จจริงไป โดยยืนยันว่าตนเองทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ คาดว่าน่าจะเป็นคนใกล้ชิดภายในวัดนำไปเผยแพร่   พร้อมกันนี้เจ้าอาวาสได้นำหลักฐานเป็นบัตรประชาชนมายืนยันว่า เด็กหญิงคนดังกล่าวเป็นหลานแท้ๆ อย่างไรก็ตามได้รับการติดต่อจากทางสำนักพุทธจังหวัดเชียงใหม่ว่าจะมาติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ก็พร้อมที่จะชี้แจงข้อมูลความจริงให้กับทางสำนักพุทธได้รับทราบ   นอกจากนี้แล้วเจ้าอาวาสยังเปิดเผยว่า ตนเองได้รับอุปการะเลี้ยงดูและส่งเสียเด็กด้วยโอกาสทั้งหญิง และชายกว่า 10 คน  ทั้งที่ส่งเรียนตามสถาบันต่างๆ และเด็กที่่อุปการะและนำไปอยู่ที่บ้านของญาติที่่เดียวกับหลานสาวอีกหลายคน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kmTu9yh5LXo

 58,831
สังคม
29 พ.ย. 62

เจ้าอาวาสแจงคลิปโอบกอด-ลูบหัวเด็กสาว ยันเป็นหลานสาวที่รับอุปการะ ปัดมีสัมพันธ์เชิงชู้สาว

เชียงใหม่-มีการเผยแพร่ภาพกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นพฤติกรรมของพระครูเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน อ.สันป่าตอง ที่กำลังอยู่กับเด็กสาววัยรุ่น โดยมีภาพโอบกอด ลูบศีรษะเด็กสาว บางครั้งยังจับศีรษะโน้มให้มาซบตรงหว่างขา รวมทั้งให้เด็กมานวด ก่อนพาเข้ากุฏิ   รายงานข่าวระบุว่า เจ้าอาวาสรายดังกล่าวอายุ 63 ปี ชาวบ้านเริ่มเห็นพฤติกรรมผิดปกติแต่ไม่มีหลักฐาน ต่อมามีการติดกล้องและพบหลักฐานจากคลิป ซึ่งพบว่ามีหญิงสาวผลัดเปลี่ยนมาไม่ซ้ำหน้า พร้อมกับแชทลับที่เจ้าอาวาสรายนี้ แชทหาเด็กสาว คุยกันลักษณะชู้สาว นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่า มีการซื้อบ้านไว้ให้หญิงสาวอยู่อีกด้วย   ทั้งนี้ชาวบ้านได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ โดย พระสังฆาธิการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทราบข้อมูลนี้แล้วและอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง   ต่อมาเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวยอมรับว่า เรื่องที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่ในเบื้องต้นปฏิเสธว่าความสัมพันธ์กับหญิงสาว ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนในคลิปนั้นไม่ได้มีสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวแต่อย่างใด แต่ว่าเด็กหญิงในคลิปภาพนั้นเป็นหลานสาวแท้ๆ โดยสายเลือดของตนเอง เป็นลูกของน้องชายตนเองซึ่งมีปัญหาครอบครัวพ่อแม่แยกทางกัน ต่อมาน้องชายของตนได้เสียชีวิต ทำให้เด็กหญิงคนนี้ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า   ตนเองจึงรับอาสาในการเลี้ยงดูและส่งเสียเพื่อให้ได้เรียนหนังสือ โดยให้อาศัยอยู่ที่บ้านของของญาติ และได้รับอุปการะเลี้ยงดูส่งเสียให้เรียนหนังสือโดยให้เงินค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันสัปดาห์ละ 300 บาท   ในคลิปภาพจะเป็นการถูกเนื้อต้องตัวกัน แต่ก็เกิดความรักแบบลูกหลานที่ตนเองต้องรับภาระในการเลี้ยงดู และเงินที่ให้ก็คือเงินค่าใช้จ่ายประจำสัปดาห์ แต่ไม่ทราบเหตุผลของผู้ที่นำภาพวงจรปิดของทางวัดเองนำไปเผยแพร่และมีลักษณะในการบิดเบือนข้อเท็จจริงไป โดยยืนยันว่าตนเองทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ คาดว่าน่าจะเป็นคนใกล้ชิดภายในวัดนำไปเผยแพร่   พร้อมกันนี้เจ้าอาวาสได้นำหลักฐานเป็นบัตรประชาชนมายืนยันว่า เด็กหญิงคนดังกล่าวเป็นหลานแท้ๆ อย่างไรก็ตามได้รับการติดต่อจากทางสำนักพุทธจังหวัดเชียงใหม่ว่าจะมาติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ก็พร้อมที่จะชี้แจงข้อมูลความจริงให้กับทางสำนักพุทธได้รับทราบ   นอกจากนี้แล้วเจ้าอาวาสยังเปิดเผยว่า ตนเองได้รับอุปการะเลี้ยงดูและส่งเสียเด็กด้วยโอกาสทั้งหญิง และชายกว่า 10 คน  ทั้งที่ส่งเรียนตามสถาบันต่างๆ และเด็กที่่อุปการะและนำไปอยู่ที่บ้านของญาติที่่เดียวกับหลานสาวอีกหลายคน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kmTu9yh5LXo

 58,831
บันเทิง
25 พ.ย. 62

‘ดา เอ็นโดรฟิน’รับหนุ่มบาร์เทนเดอร์ขึ้นรถไปด้วยกันจริง ยันไม่มีเรื่องชู้สาว

ดา เอ็นโดรฟิน รับบาร์เทนเดอร์หนุ่ม คาร์สัน ขึ้นรถไปด้วยกันจริง หลังมีหญิงสาวมาถามหาสามีใน IG ตนเอง เจ้าตัวชี้แจงไม่ได้ไปกันสองคน แค่ชวนไปปาร์ตี้ต่อที่บ้าน ยืนยันไม่มีเรื่องชู้สาวแน่นอน   ไปกันที่เรื่องนักร้องสาว ‘ดา เอ็นโดรฟิน’ ที่ล่าสุดก็มีประเด็นดราม่าเกิดขึ้น หลังมีหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาคอมเม้นต์ในอินสตาแกรมของ ‘ดา’ ว่า    “คุณดาคะ เห็นบาร์เทนเดอร์ชื่อ คาร์สัน ไหมคะ พอดีมีคนเห็นว่าขึ้นรถไปกับคุณ ตอนนี้ยังติดต่อไม่ได้เลยค่ะ ลูกกับเมียเป็นห่วง ถ้าเจอยังไงรบกวนบอกกลับบ้านด้วยนะคะ”   นอกจากนี้ก็ยังมีคลิปที่ ‘ดา’ กำลังหัดชงเครื่องดื่มอยู่กับบาร์เทนเดอร์หนุ่ม ‘คาร์สัน’ ที่บาร์ออกมาด้วย ก็เลยทำให้ยิ่งตอกย้ำข่าวว่า ‘ดา’ สนิทสนมกับบาร์เทนเดอร์หนุ่มคนนี้และถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไปยุ่งกับคนที่เจ้าของแล้ว   เมื่อวานนี้ ‘ดา เอ็นโดรฟิน’ ไปออกงานและได้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ ‘ดา’ ยอมรับว่ารู้จักกับบาร์เทนเดอร์หนุ่ม ‘คาร์สัน’ จริง เป็นเพื่อนของเพื่อน และ ‘คาร์สัน’ ก็ได้ขึ้นรถไปกับเธอจริงๆ แต่ในรถไม่ได้มีกันสองคน  เพราะได้ชวนเพื่อนๆ ไปปาร์ตี้กันที่บ้านของเธอต่อหลังร้านปิด  พอถึงตอนเช้าก็แยกย้ายกันกลับ ‘ดา’ บอกว่าตัวเองตื่นมาตอนเที่ยง เห็นข้อความที่มีผู้หญิงส่งมา ก็ค่อนข้างงง ก็เลยส่งไดเรคแมสเสจไปถาม ‘คาร์สัน’ ว่าเกิดอะไรขึ้น และยังบอกให้ ‘คาร์สัน’ ติดต่อกลับผู้หญิงคนนั้นด้วย    ‘ดา’ ยืนยันว่าความสัมพันธ์กับ ‘คาร์สัน’ ไม่มีอะไรเกินเลย ไม่มีเรื่องชู้สาว และสาเหตุที่ถูกจับเป็นประเด็น อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้เธอเพิ่งเลิกกับแฟน ก็เลยทำให้เรื่องกลายเป็นแบบนี้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3o-7ktgca64

 474
สังคม-อาชญากรรม
06 ต.ค. 62

รวบแล้วเฒ่าโหดยิง วินจยย.รับจ้าง-หลานชายตัวเอง ดับ 2 ศพ สารภาพคับแค้นใจ

เกิดเหตุ นายอำนาจ พรศักดิ์ประเสริฐ อายุ 62 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 ยิงนายปรีชา แก้วรักษา อายุ 50 ปี คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างเสียชีวิต บริเวณหน้าสถานีอนามัยสาย 4 หมู่ที่ 10 ซอยเพชรเกษม 114 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน และยิงนายภานุพงษ์ สงวนถิ่น อายุ 32 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันที่ 5 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา   ความคืบหน้าหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้ออกสืบจับไปเมื่อคืน และขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2562 แล้วนั้น    ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันเข้าจับกุมตัวนายอำนาจ มือปืนที่ก่อเหตุพร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด เบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก ไว้ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งบริเวณซอยเอกชัย 81 เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร   จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอำนาจ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองมีอาชีพเป็นคนขับรถส่งน้ำแข็ง ส่วนนายปรีชา แก้วรักษา ที่ถูกยิงตายบริเวณหน้าสถานีอนามัยสาย 4 มีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง โดยก่อนหน้านี้นายปรีชา ผู้ตาย ได้ขี่จักรยานยนต์รับจ้างมารับส่งภรรยาของตนเป็นเวลา 4-5 ปีแล้ว ซึ่งตนเกิดความสงสัยว่าทั้งสองคนมีพฤติการณ์ชู้สาว จนกระทั่งจับได้จึงเกิดความคับแค้นใจและลงมือก่อเหตุดังกล่าว   ส่วนนายภานุพงษ์ สงวนถิ่น อายุ 32 ปี ที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลนั้น เป็นหลานชายของตนเองแต่มีนิสัยชอบโวยวายและชอบทำร้ายลูกของตน อีกทั้งยังทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน ด้วยความโมโหที่มีอยู่แล้ว พอหลังจากก่อเหตุยิงนายปรีชา จึงก็ได้กลับไปยิงนายภานุพงษ์อีกคน จากนั้นก็หลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านน้องชายในพื้นที่เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายอำนาจ มาสอบปากคำพร้อมกับตั้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/KTYUw96jg6I

 9,960
อาชญากรรม
06 ต.ค. 62

รวบแล้วเฒ่าโหดยิง วินจยย.รับจ้าง-หลานชายตัวเอง ดับ 2 ศพ สารภาพคับแค้นใจ

เกิดเหตุ นายอำนาจ พรศักดิ์ประเสริฐ อายุ 62 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 ยิงนายปรีชา แก้วรักษา อายุ 50 ปี คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างเสียชีวิต บริเวณหน้าสถานีอนามัยสาย 4 หมู่ที่ 10 ซอยเพชรเกษม 114 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน และยิงนายภานุพงษ์ สงวนถิ่น อายุ 32 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันที่ 5 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา   ความคืบหน้าหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้ออกสืบจับไปเมื่อคืน และขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2562 แล้วนั้น    ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันเข้าจับกุมตัวนายอำนาจ มือปืนที่ก่อเหตุพร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด เบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก ไว้ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งบริเวณซอยเอกชัย 81 เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร   จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอำนาจ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองมีอาชีพเป็นคนขับรถส่งน้ำแข็ง ส่วนนายปรีชา แก้วรักษา ที่ถูกยิงตายบริเวณหน้าสถานีอนามัยสาย 4 มีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง โดยก่อนหน้านี้นายปรีชา ผู้ตาย ได้ขี่จักรยานยนต์รับจ้างมารับส่งภรรยาของตนเป็นเวลา 4-5 ปีแล้ว ซึ่งตนเกิดความสงสัยว่าทั้งสองคนมีพฤติการณ์ชู้สาว จนกระทั่งจับได้จึงเกิดความคับแค้นใจและลงมือก่อเหตุดังกล่าว   ส่วนนายภานุพงษ์ สงวนถิ่น อายุ 32 ปี ที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลนั้น เป็นหลานชายของตนเองแต่มีนิสัยชอบโวยวายและชอบทำร้ายลูกของตน อีกทั้งยังทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน ด้วยความโมโหที่มีอยู่แล้ว พอหลังจากก่อเหตุยิงนายปรีชา จึงก็ได้กลับไปยิงนายภานุพงษ์อีกคน จากนั้นก็หลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านน้องชายในพื้นที่เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายอำนาจ มาสอบปากคำพร้อมกับตั้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/KTYUw96jg6I

 9,960
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ย. 62

บุกยิงแสกหน้าหนุ่ม 17 คาหมู่บ้านหรู แฟนสาวโดนด้วย ตั้ง 3 ประเด็นก่อเหตุ

อุดรธานี-เกิดเหตุยิงกันในหมู่บ้านมะลิวัลย์วิลล่า อ.เมืองอุดรธานี พบร่างของนายปรัชญา ประสงค์ผล อายุ 17 ปี ลูกชายเจ้าของบ้านถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดบริเวณหน้าผาก หายใจรวยริน เจ้าหน้าที่กู้ชีพรีบนำส่งรพ.เพื่อทำการช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายทราบชื่อคือน.ส.จิระนันท์ วงศ์ขุมเงิน อายุ 17 ปี เป็นแฟนสาวของนายปรัชญาถูกยิงบริเวณสะโพกท้ายด้านขวาได้รับบาดเจ็บเช่นกัน   จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า นายปรัชญามาแฟนสาวมาอยู่ด้วยหลายปีแล้ว ส่วนพ่อเปิดร้านแอร์อยู่ในตัวเมืองอุดรธานี และพากันทำแซนวิชขาย ส่วนสาเหตุของการบุกยิงลูกชายเจ้าของบ้านครั้งนี้ยังไม่ทราบสาเหตุ   ก่อนเกิดเหตุมีรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์โหลดเตี้ยไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาจอดหน้าบ้านหลังเกิดเหตุจากนั้นก็เห็นคนร้าย 1 คนอายุประมาณ 30 ปีปีนรั้วกำแพงเข้าไป ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัดและเสียงคนร้อง ไม่กี่อึดใจ ก็เห็นคนร้ายวิ่งมาขึ้นรถที่จอดติดเครื่องอยู่แล้วรีบหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว และยังไม่รู้ว่าคนร้ายมากันกี่คน แต่ไม่น่าจะไม่ต่ำกว่า 2 คนแน่นอน โดยคนร้ายได้เอาโทรศัพท์ของน้องทั้ง 2 คนไปด้วย   ด้านตร.ได้สันนิษฐานปมการยิงไว้ 3 ประเด็นคือ คนร้ายหวังบุกเข้ามาชิงทรัพย์เจอเจ้าของบ้านจึงยิงเจ้าของบ้านบาดเจ็บ หรืออาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวอาจจะมีศัตรูหรือเรื่องชู้สาว หรืออาจจะเป็นยาเสพติดก็เป็นได้ ซึ่งจากนี้ตร.จะได้สอบสวนคนในครอบครัวว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และจะได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งตามหาคนร้ายมาดำเนินคดีโดยด่วนเพราะคนลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจในเวลากลางวันแสกๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WBYsmDaoFew

 12,695
อาชญากรรม
25 ก.ย. 62

บุกยิงแสกหน้าหนุ่ม 17 คาหมู่บ้านหรู แฟนสาวโดนด้วย ตั้ง 3 ประเด็นก่อเหตุ

อุดรธานี-เกิดเหตุยิงกันในหมู่บ้านมะลิวัลย์วิลล่า อ.เมืองอุดรธานี พบร่างของนายปรัชญา ประสงค์ผล อายุ 17 ปี ลูกชายเจ้าของบ้านถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดบริเวณหน้าผาก หายใจรวยริน เจ้าหน้าที่กู้ชีพรีบนำส่งรพ.เพื่อทำการช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายทราบชื่อคือน.ส.จิระนันท์ วงศ์ขุมเงิน อายุ 17 ปี เป็นแฟนสาวของนายปรัชญาถูกยิงบริเวณสะโพกท้ายด้านขวาได้รับบาดเจ็บเช่นกัน   จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า นายปรัชญามาแฟนสาวมาอยู่ด้วยหลายปีแล้ว ส่วนพ่อเปิดร้านแอร์อยู่ในตัวเมืองอุดรธานี และพากันทำแซนวิชขาย ส่วนสาเหตุของการบุกยิงลูกชายเจ้าของบ้านครั้งนี้ยังไม่ทราบสาเหตุ   ก่อนเกิดเหตุมีรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์โหลดเตี้ยไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาจอดหน้าบ้านหลังเกิดเหตุจากนั้นก็เห็นคนร้าย 1 คนอายุประมาณ 30 ปีปีนรั้วกำแพงเข้าไป ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัดและเสียงคนร้อง ไม่กี่อึดใจ ก็เห็นคนร้ายวิ่งมาขึ้นรถที่จอดติดเครื่องอยู่แล้วรีบหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว และยังไม่รู้ว่าคนร้ายมากันกี่คน แต่ไม่น่าจะไม่ต่ำกว่า 2 คนแน่นอน โดยคนร้ายได้เอาโทรศัพท์ของน้องทั้ง 2 คนไปด้วย   ด้านตร.ได้สันนิษฐานปมการยิงไว้ 3 ประเด็นคือ คนร้ายหวังบุกเข้ามาชิงทรัพย์เจอเจ้าของบ้านจึงยิงเจ้าของบ้านบาดเจ็บ หรืออาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวอาจจะมีศัตรูหรือเรื่องชู้สาว หรืออาจจะเป็นยาเสพติดก็เป็นได้ ซึ่งจากนี้ตร.จะได้สอบสวนคนในครอบครัวว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และจะได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งตามหาคนร้ายมาดำเนินคดีโดยด่วนเพราะคนลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจในเวลากลางวันแสกๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WBYsmDaoFew

 12,695
ข่าวภูมิภาค
02 ก.ย. 62

หลวงพ่อฟิวส์ขาว กระชากหัวสีกากลางศาลเจ้า ตั้งปมชู้สาว

ชลบุรี-ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพผู้หญิงอายุราว 35-40 ปี นั่งอยู่ที่โต๊ะกลางศาลาของศาลเจ้าทองแดง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี และจะเห็นมีพระสงฆ์ อายุประมาณ 60 ปี นั่งที่โต๊ะเดียวกันก่อนจะพูดคุยกันและคนขับรถที่มาด้วย 2 คนเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะข้างๆ พอพระกับสีกาพูดคุยกันสักพัก พระได้เดินไปจับศรีษะของสีกาเหวี่ยงไปมาอย่างแรง   ก่อนมีคนขับรถมาห้ามก่อนที่พระจะเดินไปหยิบกุญแจรถที่อยู่ในกระเป๋าสะพายของผู้หญิง แล้วขับรถออกไป แต่พอออกไปสักพักก็กลับเข้ามาแล้วลงมาเรียกผู้หญิงให้กลับไปด้วยกัน โดยภาพจับได้ขณะที่ขับรถเข้ามาแล้วผู้หญิงเดินไปหาที่รถ ก่อนจะให้ผู้หญิงขับและพระได้นั่งที่เบาะหลังแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว   ทั้งนี้ผู้เห็นเหตุการณ์ตั้งประเด็นว่า สาเหตุที่พระสงฆ์ทะเลาะกับผู้หญิง เป็นเรื่องการชู้สาวและหึงหวงว่าผู้หญิงไปมีชายอื่นและด่าทอต่างๆนาๆจนตนคิดว่าพฤติกรรมนี้ช่างไม่เหมาะสมกับผ้าเหลือง และยังมากระทำเรื่องเสื่อมเสียในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนมากราบไหว้และทำเรื่องเสื่อมเสียทางศาสนา ซึ่งจากการสอบถามคนที่มากับพระระบุว่า เป็นพระจากวัดใน อ.พนัสนิคม       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/a0l3v5LZvKk

 1,982
สังคม-อาชญากรรม
31 ส.ค. 62

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศคุมเข้มความประพฤติ นร.-นศ. 'ห้ามวิวาท-ชู้สาว-แต่งโป๊-มั่วสุม'

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ กฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 วรรคหนึ่ง และมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้   1. ให้ยกเลิกความใน (6) และ (7) ของข้อ 1 แห่งกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน   (6) ก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายผู้อื่นเตรียมการหรือกระทำการใดๆ อันน่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรวมกลุ่มหรือมั่วสุมเพื่อกระทำ การดังกล่าว   (7) แสดงพฤติกรรมทางชู้สาวอันไม่เหมาะสม กระทำการลามกอนาจาร แต่งกายล่อแหลม หรือไม่เรียบร้อยในโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือแต่งเครื่องแบบนักเรียนหรือนักศึกษาไม่เรียบร้อย"   2. ให้ยกเลิกความใน(9) ของข้อ 1 แห่งกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน   "(9) เที่ยวเตร่ นอกสถานที่พักรวมกลุ่มหรือมั่วสุมอันเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น"       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/ADh7WPfjvDc  

 10,746
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 ส.ค. 62

ครูหนุ่มเชียงรายแชทตื๊อ นร.สาว ม.6 ไปนั่งรถเล่น แลกเงิน 5 พัน - แฉซ้ำชอบเปิดคลิปโคโยตี้ในห้องเรียน

มีการเผยแพร่แชทโดยระบุว่า เป็นแชทที่ครูชายในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ จ.เชียงราย คุยกับนักเรียนหญิงชั้น ม.6 ในลักษณะไม่เหมาะสม โดยพบว่า แชทดังกล่าว ครูคนหนึ่งพยายามชวนเด็กหญิงออกจากบ้านไปเที่ยว โดยให้เด็กโกหกแม่ และกำชับว่าไม่ให้บอกใคร ขอให้เป็นความลับ พร้อมกับเสนอเงินให้ 5 พันบาท เพื่อดูแล   โดยในแชทจะเห็นว่าครูก็มีการแชทมาตื๊อจำนวนหลายครั้ง และพยายามโทรหาแม้ว่าฝ่ายนักเรียนจะพยายามปฏิเสธว่าไม่ไป พร้อมกับย้ำว่า ให้ลบแชทดังกล่าวทิ้งไปอีกด้วย อย่างไรก็ตาม พบว่ามีผู้คอมเมนต์ระบุว่า ครูรายนี้มีพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง     นอกจากนี้ ในชั่วโมงการเรียนการสอน ครูชายคนดังกล่าวก็มักจะเปิดคลิปโคโยตี้ให้นักเรียนดูด้วย ซึ่งมีการแจ้งเรื่องไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการจัดการหรือแก้ไขใดๆ   ทั้งนี้ มีรายงานว่าครูชายคนดังกล่าวถูกย้ายจากโรงเรียนเดิมเพราะมีพฤติกรรมทำนองเดียวกันนี้ เพิ่งมาสอนที่โรงเรียนแห่งนี้ได้ประมาณ 1 ปี แต่ก็ยังประพฤติตัวแบบเดิมไม่มีการแก้ไข   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mS7-8a37WZE

 198,825

Top