ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฟอกเงิน"

สังคม-อาชญากรรม
27 ส.ค. 62

ฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คงโทษจำคุก 20 ปี คดีชาวดัทช์ฟอกเงินค้ากัญชา

ศาลฎีกา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้คงโทษจำคุก ชายชาวเนเธอร์แลนด์ ร่วมกันฟอกเงินที่มาจากการขายกัญชา 300 ล้านบาท และคงโทษจำคุกภรรยาชาวไทย 7 ปี 4 เดือน    วันที่ 27 ส.ค. ที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ คุมตัว นายโจฮันเนส เพทรุส มาเรีย ฟานลาร์ โฮเวน(Johannes Petrus Maria van laarhoven) อายุ 59 ปี ชาวเนเธอร์แลนด์ และนางมิ่งขวัญ ฟาน ลาร์โฮเวน หรือนางมิ่งขวัญ แก่นอินทร์ อายุ 37 ปี ภรรยาชาวไทย มาฟังคำพิพากษาฎีกาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ฟ้อง ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งได้มาจากการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดกัญชา 300 ล้านบาท   โดยเจ้าหน้าที่บุกจับกุมทั้งสองได้ที่บ้านพักบนเนื้อที่ 2 ไร่เศษ ในสนามกอล์ฟฟีนิกซ์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อปี 2557 ตรวจยึดทรัพย์สินต่าง ๆ ที่ได้จากการฟอกเงินมูลค่ากว่า 150 ล้านบาท    คดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งจำคุกนายโจฮันเนส 103 ปี ส่วนนางมิ่งขวัญจำคุก 18 ปี ลดโทษให้ 1ใน 3 คงจำคุกจำเลยทั้งสอง 68 ปี 8 เดือน และ 12 ปี ตามลำดับ   ต่อมาศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เหลือจำคุกนายโจฮันเนส 75 ปี นางมิ่งขวัญ 11 ปี ลดโทษ 1ใน 3 เหลือจำคุก จำเลยทั้งสอง 50 ปี และ 7 ปี 4 เดือน อย่างไรก็ตามความผิด ฐานฟอกเงินจำคุก ได้ไม่เกิน 20 ปี คงจำคุกนายโจฮันเนสไว้ 20 ปี    ซึ่งศาลฎีกา พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประเด็นที่จำเลยฎีกาว่า อัยการสูงสุดไม่มีอำนาจในการสอบสวนคดี หรือแต่งตั้งคณะหรือบุคคลใดมาทำการสอบสวนนั้น ประเด็นดังกล่าวศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว    ขณะที่ประเด็นกระทงความผิดของจำเลยทั้ง 2 นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยได้มีการโอนเงินจากสถาบันการเงินในยุโรป สู่สถาบันการเงินในประเทศไทยจำนวน 15 ครั้ง ถือเป็นการเปลี่ยนสภาพของเงิน ที่ได้จากการกระทำความผิด ทั้งสิ้น 15 กระทง แม้ว่าภายหลังจำเลยมีการถอนเงินออกจากบัญชีธนาคาร เพื่อไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ และสังหาริมทรัพย์เพื่อปกปิดที่มาของเงินที่กระทำความผิด จำนวน 28 ครั้ง แต่ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเจตนาเดียวกันกับการโอนเงิน 15 ครั้งแรก    ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยที่ 1 มีความผิด 15 กระทง คงโทษจำคุก 20 ปี และจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานเป็นตัวการร่วม 6 กระทง คงโทษจำคุก 7 ปี 4 เดือน

 1,020
สังคม-อาชญากรรม
15 พ.ค. 62

ศาลสั่งจำคุกเพิ่ม 20 ปี 'พล.ท.มนัส' รวม 47 ปี คดีฟอกเงิน-ค้ามนุษย์โรฮิงญา

ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาคดีร่วมกันฟอกเงิน ค้ามนุษย์โรฮิงญา เมื่อปี 2554 -2558 ที่ จ.ระนอง, สงขลา, สตูล และกระบี่ ซึ่งเบื้องต้นจำเลยให้การปฏิเสธ   โดยจำเลยคนสำคัญในคดีร่วมกันฟอกเงินนี้ อย่าง นายปัจจุบัน หรือ โกโต้ง อังโชติพันธุ์ อดีตนายก อบจ.สตูล ตัวการใหญ่ค้ามนุษย์ใน จ.สตูล, นายบรรณจง ปองผล หรือ โกจง อดีตนายกเทศมนตรีปาดังเบซาร์ ตัวการเครือข่ายค้ามนุษย์ใน จ.สงขลา และ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก   ทั้งนี้ศาลเห็นว่า พวกจำเลยร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง แต่เนื่องจากจำเลยที่ 45-48 เป็นผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการทหาร และตำรวจ จึงต้องระวางโทษเป็นสองเท่า จึงให้ลงโทษจำคุก นายบรรณจง จำเลยที่ 45 เป็นเวลา 20 ปี, จำคุก พล.ท.มนัส รวม 2 ข้อหา 40 ปี ตามกฎหมายให้จำคุกได้ไม่เกิน 20 ปี ส่วนจำเลยที่เหลืออีก 10 คนให้ยกฟ้อง   ทั้งนี้ พล.ท.มนัส ยังมีอีกคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาจำคุก 27 ปี เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2560 เมื่อรวมกับโทษคดีฟอกเงินที่ได้จากการค้ามนุษย์ ครั้งนี้ ทำให้ พล.ท.มนัส ถูกศาลสั่งจำคุกรวม 47 ปีด้วยกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0ogpU5dt5Hg

 1,648
ต่างประเทศ
22 เม.ย. 62

ค้นบ้าน ปธน.ซูดานที่ถูกยึดอำนาจ เจอเงินซุกกว่า 4 พันล้าน โดนตั้งข้อหาฟอกเงิน

ซูดาน-เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเข้าตรวจค้นบ้าน นายโอมาร์ อัลบาชีร์ ประธานาธิบดีที่ถูกยึดอำนาจ พบเงินสดจำนวนมหาศาลหลายสกุลเงิน ทั้งยูโร ดอลลาร์สหรัฐ ปอนด์ซูดาน รวมกว่า 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 4,100 ล้านบาท ทำให้ล่าสุด นายอัลบาชีร์ ถูกคุมตัวในเรือนจำที่มีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา พร้อมกับถูกสอบสวนข้อหาฟอกเงิน   ทั้งนี้ มีการเผยแพร่ภาพของทหารยืนอยู่ใกล้กับถุงบรรจุเงินหลายใบ และโชว์เงินแก่สื่อมวลชน ขณะที่อัยการสูงสุดของซูดานกล่าวว่า จะตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบการสอบสวนคอร์รัปชั่น   นอกจากนี้ ล่าสุด นายพลอับดุล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮัน ผู้นำกองทัพคนใหม่ที่ขึ้นมาเป็นหัวหน้าสภาถ่ายโอนอำนาจของกองทัพ ได้ประกาศขอเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ให้คำตอบแก่ผู้ชุมนุม  

 3,268
บันเทิง
17 ม.ค. 62

'ญาญ่า' ใส่ชุดไทยสวยสง่าเที่ยวงานอุ่นไอรัก ปลื้มได้ร่วมงานแบรนด์ดังระดับโลกหลุยส์ วิตตอง

ญาญ่า อุรัสยา สวมชุดไทยประยุกต์สุดงดงาม ร่วมงานอุ่นไอรัก สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า งามสะดุดสายตาแฟนๆ   พร้อมเผยความประทับใจได้เข้าร่วมแคมเปญยิ่งใหญ่ของแบรนด์หรูระดับโลกอย่าง หลุยส์ วิตตอง ซึ่งถ่ายทำกันที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ร่วมงานนี้ ยอมรับได้ประสบการณ์ใหม่ๆที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ได้พบคนดังในวงการแฟชั่นมากมาย ชี้เป็นงานใหญ่ระดับโลกที่สุดเท่าที่เคยได้ทำมา ภูมิใจที่มีคนรู้จักมากขึ้น  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1rJJwpWaNmw

 5,738
สังคม-อาชญากรรม
15 ม.ค. 62

แกะรอยไล่ล่าเขยโหดฆ่ายกครัว 5 ศพ เผยปมใหม่แค้นให้บ้านเมียปล่อยกู้ 30 ล้านแล้วไม่ได้คืน

กรณีนายธีรพล ปิ่นอมร หรือนายปุ๊  อายุ 39 ปี เขยโหดก่อเหตุฆ่ายกครัว 5 ศพ  โดยกล้องวงจรจับภาพเหตุการณ์ขณะลงมือลั่นไกได้อย่างชัดเจน โดยทำทีเดินเข้ามาเคลียร์ปัญหาที่บ้านภรรยา จากนั้นได้จุดบุหรี่สูบ ก่อนจะชักปืนออกมาไล่ยิงทีละคนจนร่วงกองกับพื้น โดยเริ่มยิงพ่อตาก่อน ตามด้วยภรรยาตนเอง ขณะที่ญาติฝั่งภรรยาวิ่งหนีตาย แต่ก็ยังวิ่งตามไล่ยิงภรรยาที่ยังไม่สิ้นใจพยายามคลานไปกอดร่างพ่อ นายธีรพลเดินเข้ามาดูแล้วจ่อยิงหัวซ้ำจนแน่นิ่ง   โดยก่อนหน้านี้ได้ใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงแม่ยาย, พี่สาวฝาแฝดของแม่ยาย และพี่สาวแม่ยาย หลังก่อเหตุได้ขับเก๋งคัมรี่ หลบหนีไปพร้อมอาวุธปืน คาดชนวนเหตุหึงหวงเมียขอบอกเลิกเนื่องจากผู้ก่อเหตุเสพยาเสพติด   คนในพื้นที่เผยว่า นายธีรพลเคยนำเงินก้อนใหญ่มาให้กลุ่มญาติพี่น้องฝั่งภรรยาที่ อ.พิชัย เพื่อนำมาออกดอกเงินกู้ในพื้นที่หลายครั้ง แต่ไม่ได้เงินคืนจึงเกิดความโกรธแค้น มีการขู่อาฆาตกลุ่มพี่น้องหลายครั้ง ผู้ก่อเหตุเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ปีกว่า ซื้อรถยนต์เกือบ 10 คัน อ้างว่าเล่นหุ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีการตรวจสอบประวัติ เพราะสงสัยว่าอาจจะเป็นเครือข่ายค้ายา   เนื่องจากร่ำรวยผิดปกติ มีนิสัยมุทะลุ ใจร้อน ทะเลาะกับภรรยาบ่อยครั้ง ช่วงปลายปีที่ผ่านมาเคยหายไป 1 เดือน และมีการนำรถทั้งหมดออกไป กลับมาอีกครั้งบวชอยู่ 2–3 วัน ก็สึกออกมาประมาณปลายเดือน ธ.ค.61 ผู้ก่อเหตุเคยขู่อาฆาตฆ่ายกครัว รวม 7 หลัง มาก่อนหน้านี้ จนกระทั่งก่อเหตุสลดดังกล่าว   ด้านเพื่อนบ้านใกล้บ้านหลังที่แม่ยายถูกยิง กล่าวว่า หลังก่อเหตุตนเห็นนายธีรพล ถือปืนขับรถผ่านหน้าบ้านไป แต่ตอนเหนี่ยวไกได้ยินแต่เสียงปืน เห็นนางกนกวรรณ นอนจมกองเลือดอยู่หน้าบ้านจึงวิ่งไปดูขณะนั้นยังไม่สิ้นใจ เข้าไปดูในบ้านพบนางน้ำผึ้งและนางน้ำผา ถูกยิงอยู่ในห้องนอนซึ่งกำลังนั่งดื่มเบียร์กัน   ก่อนที่นายธีรพลจะลงมือก่อเหตุไม่ได้ยินเสียงทะเลาะกัน โดยขับรถมาจอดบริเวณบ้านในช่วงเย็นแล้วก็ลั่นไกยิงทันที นายธีรพล เป็นคนเกรี้ยวกราด ใครพูดไม่ถูกหูจะวางมาดนักเลงใส่ ข่มขู่ตลอดเวลาบอกไม่กลัวมีเงินเคลียร์ได้ทุกที่ ในวันเกิดเหตุนายธีรพล มาที่บ้านหลังดังกล่าว  4 ครั้ง ครั้งแรกประมาณ 09.00 น.มากับภรรยาไม่มีท่าทีทะเลาะกัน ก่อนหน้านี้แม่ยายเคยมาเล่าให้ฟังว่าผู้ก่อเหตุทะเลาะกับภรรยาบ่อยไม่อยากอยู่บ้านมีเงินก็ไม่มีความสุข   ความคืบหน้าทางคดี เมื่อวานนี้ (14 ม.ค.) พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง ทำการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง สอบปากคำพยาน พร้อมเรียกประชุมชุดสืบสวนสั่งการให้ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทางการหลบหนี เพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย   วันเดียวกัน เวลา 08.00 น. ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งพบรถเก๋งต้องสงสัย คันที่ผู้ก่อเหตุขับหลบหนี จอดไว้ภายในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ใน ต.ไผ่ขอดอน อ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งจอดไว้หน้าห้องพักหมายเลข 9 สภาพรถถูกล็อคประตูไว้   พนักงานของโรงแรม เผยว่า นายธีรพลได้ขับรถเก๋งเข้ามาเปิดห้องพัก ก่อนขอยืมรถ จยย. อ้างไปรับแฟนสาวที่ห้างแห่งหนึ่งในตัวเมืองห่างจากโรงแรมประมาณ 10 กิโลเมตร  แล้วก็ไม่กลับเข้ามาที่โรงแรมอีก โดยสังเกตเห็นผู้ก่อเหตุสะพายกระเป๋าสีดำ ไม่แน่ใจในกระเป๋ามีปืนหรือไม่ ก่อนขี่ จยย.ได้ดื่มเบียร์ 1 กระป๋องอย่างใจเย็น ตนติดตามข่าวจำทะเบียนรถได้จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ ขณะที่โรงแรมมีวงจรปิดกว่า 20 ตัว แต่เสียทั้งหมด   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ได้เข้าตรวจสอบภายในรถเก๋งของผู้ก่อเหตุ พบกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 6 นัด ตกอยู่ใต้เบาะนั่งฝั่งคนขับ และพบกระเป๋าเดินทางจำนวน 2 ใบ พร้อมสัมภาระอยู่กระโปรงหลังรถ จึงเก็บรวมรวบวัตถุพยานแวดล้อมรวมถึงรอยนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอเพื่อใช้เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์   จากนั้น จนท.พบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายยืมไป โดยไปจอดทิ้งไว้หน้าบ้านพักคณะลิเก ริมถนนพิษณุโลก -นครสวรรค์ ใกล้ปั๊มน้ำมัน PT ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ห่างจากโรงแรมประมาณ 20 กิโลเมตร  ชุดสืบสวนได้ไปตรวจสอบส่งคืนเจ้าของแล้ว   ทั้งนี้กล้องวงจรปิดจับภาพขณะที่นายธีรพล ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว มาจอดทิ้งไว้ริมทาง โดยมีรถยนต์กระบะ สีขาว แบบมีคอกและรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ส สีขาวขับตามมา จากนั้นนายธีพลได้วิ่งไปขึ้นรถกระบะคันแรกหลบหนีไป โดยกล้องวงจรปิดตัวดังกล่าวไม่ได้ตั้งเวลาเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถระบุเวลาที่แน่ชัดได้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดสกัดและตรวจสอบเส้นทางหลบหนี   ขณะที่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เดินทางไปที่ สภ.พญาแมน เพื่อเร่งรัดคดีก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ บอกว่า ขณะนี้ได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในข้อหาฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่า จากประวัติพบว่ามีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด คดีฉ้อโกง และเรื่องเมาสุรา   ส่วนด้านธุรกิจสีเทา รวมไปถึงการฟอกเงิน กำลังเช็กรายละเอียดอยู่ สาเหตุคดีนี้เกิดจากความหึงหวงและความแค้น ขณะเดียวกันยังมีเรื่องเงิน30 ล้านบาท ที่นำมาปล่อยกู้ มีการนําเงินจากยาเสพติดมาฟอกด้วย จึงเป็นผู้กว้างขวางที่มีลูกน้องจำนวนมาก มีรายงานว่าหลังจากที่นายธีรพล เผ่นขึ้นรถกระบะได้หลบหนีไปที่ จ.ปทุมธานี ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังเร่งติดตามตัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BK5dBeqW7zc

 19,025
สังคม-อาชญากรรม
26 ธ.ค. 61

ศาลอ่านคำพิพากษามาราธอน 15 ชม. ทุจริตฟอกเงิน 100 ล้าน คุกสูงสุด 203 ปี 'ถวิล' อดีตอธิการเฮ ยกฟ้อง

ศาลมีนบุรี อ่านคำพิพากษามาราธอน 15 ชม. คดีทุจริตเงินสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในคดีฟอกเงินร่วม 100 ล้าน ตั้งแต่ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึงตี 1 ที่ผ่านมา   โดยศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก ทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบิ๊กซีสุวินทวงศ์ และ น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อดีตผู้อำนวยการส่วนการคลัง สจล. กับพวกรวม 11 คน 203  ปี จนถึง 4  ปี 6 เดือน ส่วน อ.ถวิล พึ่งมา อดีตอธิการ สจล. ศาลพิพากษายกฟ้อง   ภายหลังฟังคำพิพากษา นายถวิล กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ขอขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม ซึ่งตนไม่ได้กระทำผิด หากอัยการจะยื่นอุทธรณ์ ก็พร้อมสู้คดี ส่วนคดีที่ตน กับพวกถูกอัยการยื่นฟ้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนั้น ฐานยักยอกทรัพย์ สจล. และความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานในองค์การของรัฐตนก็ไม่รู้สึกหนักใจอะไร เพราะตนไม่ได้กระทำผิดแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VYBeE6Mu2AY

 2,013
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
26 ธ.ค. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 26 ธ.ค.61 พบศพเด็กพม่าหายในไร่อ้อย-ไฟเขียวร่างกม.คู่ชีวิต-สาว15ขายตัวหาเงินเลี้ยงลูก

-ศาลมีนบุรีอ่านคำพิพากษามาราธอน 15 ชม.ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึงตี 1 คดีทุจริต สจล.ฟอกเงินร่วม 100 ล้าน ลงโทษจำคุกทรงกลด อดีต ผจก.ธนาคารไทยพานิชย์ และอดีต ผอ.คลัง สจล.พร้อมพวกรวม 11 คน จำคุกสูงสุด203 ปี ส่วนอดีตอธิการบดี สจล.ศาลยกฟ้อง หากมีการอุทธรณ์ก็พร้อมสู้คดี ศาลอ่านคำพิพากษามาราธอน 15 ชม. ทุจริตฟอกเงิน 100 ล้าน คุกสูงสุด 203 ปี 'ถวิล' อดีตอธิการเฮ ยกฟ้อง   -พบศพเด็กพม่า 2 ขวบที่หายตัวในไร่อ้อยสุพรรณฯ ห่างจากจุดหาย 5 กม. สภาพศพเริ่มเน่า ขึ้นอืด ช่วงท้องแตก หลังระดมค้นหา 9 วัน พ่อแม่ร่ำไห้คาใจลูกไม่ได้ตายจากการหลงในดวงไร่อ้อย แต่มีคนทำให้ตาย สงสัยคนขับรถไถขับชนแล้วทับ แล้วเอาศพมาทิ้ง ด้านคนขับรถไถขอความเป็นธรรม ยันไม่ได้ชนเด็ก จนท.ส่งศพเด็กชันสูตรนิติเวช เบื้องต้นพบเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ ไม่แน่ชัดว่ามีแผลตามตัวหรือไม่ เพราะตายมาหลายวันแล้ว เร่งคลี่ปริศนาศพเด็กพม่า 2 ขวบในไร่อ้อย แม่ยันของเล่น-รองเท้าไม่ใช่ของลูก สงสัยถูกรถไถชนแล้วเอาศพมาทิ้ง / คนขับรถไถบริสุทธิ์ใจ ยันไม่ได้ชนเด็กพม่าในไร่อ้อย แจงเปลี่ยนใบมีดเพราะต้องไถหน้าดิน    -สนช.ผ่านร่างกม.ปลดล็อกกัญชา พ้นบัญชียาเสพติดประเภท 5  นำมาใช้ในการรักษาโรค ให้ ปปส.กำหนดโซนปลูก หากมีการครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตโดนโทษสูงสุดคุก 15 ปี ปรับ 1.5 ล้านบาท สนช.ปลดล็อกกัญชา-กระท่อม ใช้เพื่อการรักษา จ่อจัดโซนนิ่งให้ปลูก   -นายกฯไม่พอใจสื่อบางฉบับ ตีข่าวพ่อค้าบ่นขายของไม่ดี อัดสื่อเสนอข่าวแบบนี้ก็แย่ เสนอข่าวห่วย เขียนกันส่งเดช มีความสุขกันหรือไง ประเทศเป็นของใครวะ เป็นของนายกฯคนเดียวหรอ ไม่เห็นมีใครมาบอกเลยว่าขายไม่ดี พร้อมแถลงว่าเรื่องเศรษฐกิจหากเสนอแต่เรื่องแย่ๆก็จะส่งผลต่อความเชื่อมั่น ไปเหมารวมว่าเดือดร้อนหมดมันไม่ใช่ ต้องเสนอทางที่ดีด้วย อย่ามองทุกอย่างไม่ดีไปซะหมด   ด้านเสรีพิศุทธ์โต้ที่ผ่านมานายกฯอยู่แต่ในกรม กอง ไม่ได้มาสัมผัสชีวิตจริงปชช. ลงพื้นที่ก็มีแต่การสร้างภาพดูดี ตนลงพื้นที่เจอแต่ชาวบ้านบ่นเศรษฐกิจไม่ดี ไม่เช่นนั้นความเหลื่อมล้ำคงไม่เป็นอันดับ 1 ของโลก นายกฯบ่นสื่อ เสนอแต่ข่าวคนขายของไม่ดี 'เสรีพิศุทธ์' เย้ยอยู่แต่ในกรม ไม่ได้มาเห็น ปชช.ของจริง   -นายกฯไม่มีความเห็น หลังหม่อมอุ๋ยจัดหนัก 8 เหตุผลที่พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรเป็นนายกฯต่อ ด้านนายกฯตั้งคำถามกลับว่า มันมีหรือไม่อย่างที่เขาพูด ไปถามเขาสิว่าหวังผลอะไร ด้านบิ๊กป้อมบอกไม่จำเป็นต้องโทรไปหาหม่อมอุ๋ย แม้เป็นเพื่อนกันมา แต่ให้สื่อไปถามว่าทำไมเขียนอย่างนั้น ขณะที่ มท.1เชื่อมั่นในความรู้ ความสามารถ ความตั้งใจของพล.อ.ประยุทธ์ 'บิ๊กตู่' ย้อนถาม 'หม่อมอุ๋ย' หวังผลอะไร? หลังจัดหนัก 8 ข้อ ไม่หนุนนั่งนายกฯต่อ    -นายกฯเตือนพรรคการเมืองอย่าอ้างชื่อตัวเองหาเสียง ถ้ายังไม่ตอบรับว่าจะเลือกพรรคไหน ขอให้เคารพการตัดสินใจของตนด้วย นายกฯปรามบางพรรคอย่าอ้างชื่อหาเสียง เตือนจนท.รัฐวางตัวช่วงเลือกตั้ง    -ปชป.ได้บทสรุปจะเสนอชื่ออภิสิทธิ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ โดยพรรคจะส่งเพียงชื่อเดียว แม้ กม.จะให้ส่งได้ 3 ชื่อก็ตาม ขณะที่ชวน หลีกภัย จะลงระบบบัญชีรายชื่อรวมทั้งปลื้ม สุรบถ ด้านไอติม หลานอภิสิทธิ์ ลงระบบเขตที่บางกะปิ     -กสทช.แจกของขวัญปีใหม่ ให้ผู้มีรายได้น้อย 1.8 ล้านคน ใช้เน็ตบ้านความเร็วสูงฟรี 3 ปี เริ่ม 1 พ.ค.62 ชี้เป็นการสนองนโยบายรัฐบาลคืนความสุขให้ ปชช. กสทช.แจกอินเตอร์เน็ตบ้านฟรี 3 ปี ให้คนมีรายได้น้อย   -ครม.ไฟเขียวร่างกม.คู่ชีวิต เปิดโอกาสให้เพศที่ 3 อยู่กินอย่างถูกกม. เตรียมส่ง สนช.พิจารณาออกเป็น กม.ยกระดับคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมทางเพศ ชายแต่งชาย หญิงแต่งหญิงได้ ถือเป็นชาติแรกในเอเชีย  ครม.เห็นชอบร่างกม.คู่ชีวิต เตรียมส่งสนช.พิจารณา ให้ชายแต่งชาย-หญิงแต่งหญิงได้ชาติแรกในเอเชีย   -ตร.จับกุมร้อยโท สังกัด กอ.รมน. ควงปืนบุกเดี่ยวจี้ชิงเงิน ธ.กรุงไทย ศูนย์ราชการบุรีรัมย์ สกัดจับด่านขณะขับรถผ่านด่าน ไปค้นบ้านเจอเงิน 5 แสน อีก 3 แสนฝังดินในป่า ที่เหลือไปใช้หนี้ และเก็บไว้ในรถ 5 หมื่น สารภาพหนี้สินท่วม หาทางออกไม่ได้ ตัดสินใจลงมือคนเดียวเอาเงินไปใช้หนี้   -3 นักโทษสะเดาะกุญแจห้องขังแหกคุกไชยา สุราษฎร์ฯ ถูกไฟช็อตตายคากำแพงเรือนจำ 1 ราย ถูกจับได้ขณะปีนหนี 1 ราย ส่วนอีกรายรวบตัวได้คาท่อระบายน้ำในสภาพบาดเจ็บไปต่อไม่ไหว หลังตกกระแทกพื้น สารภาพใช้ผ้าห่ม 3 ผืนต่อกันเป็นเชือก ผูกกับท่อนไม้โยนไปเกี่ยวกับกำแพงแล้วปีนหนี ราชทัณฑ์สั่งสอบ จนท.อยู่เวร เตรียมสอบผู้คุม หลัง 3 นักโทษแหกคุกไชยา ถูกไฟช็อตดับคากำแพง 1 รวบได้ขณะปีนกำแพง 1 อีกคนหนีซุกท่อ   -ด.ญ.อายุ 15 ออกจาก ร.ร.ตั้งท้องคลอดลูก ขายตัวหาเงินซื้อนมให้ลูก ก่อนถูกล่อซื้อ ตั้งข้อหาพี่สาวหนักฐานค้ามนุษย์ แม่แท้ๆขอความเห็นใจ ไม่ได้อยากเป็นคนชั่ว แต่ลำบากยากจน ลูกต้องขายตัวเลี้ยงหลาน ยอมรับว่าค้าประเวณีแต่ไม่ใช่นายหน้าค้ามนุษย์ วอนคนใจบุญช่วยเมตตาหลาน สาว 15 ขายตัวหาเงินเลี้ยงลูก ก่อนโดนล่อซื้อ โอดพี่สาวโดนข้อหาหนักค้ามนุษย์ ติดคุกไม่ได้ประกัน    -จนท.กรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการซานต้าพาสุข ตรวจผับทูโมโร่ว ย่านเลียบด่วน พบสารเสพติดทิ้งเกลื่อนพื้น คุมนักเที่ยวตรวจฉี่ พบร้านไม่มีใบอนุญาต เสนอปิดร้าน 5 ปี ปฏิบัติการซานต้าพาสุข ตรวจผับดังเลียบด่วนคืนวันคริสต์มาส เจอยาเสพติดเกลื่อนพื้น    -เกิดเหตุลอบวางระเบิดที่บาเจาะ นราธิวาส ตร.เสียชีวิต 1 นาย เจ็บ 5  คนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องประกอบใส่ถังแก๊สปิคนิค วางในพงพญ้าริมถ.เพชรเกษม ก่อนกดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ขณะตร.นั่งรถกลับโรงพัก หลังกลับจากกวดขันเด็กแว้น   -เอเอฟซีและฟีฟ่าเร่งช่วยนักเตะบาห์เรนจากไทย หลังถูกจับจากหมายจับ ตร.สากล ข้อหาร่วมประท้วง รบ.บาห์เรน ฟีฟ่าออกแถลงให้ปล่อยตัว และส่งกลับออสเตรเลีย ประเทศที่ให้สถานะผู้ลี้ภัยทางการเมือง จึงถือเป็นพลเมืองออสเตรเลีย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A2mvwbccfRQ

 7,993
สังคม-อาชญากรรม
15 ธ.ค. 61

มหากาพย์ควายยิ้้ม! ตร.แจงละเอียดเหตุตั้ง 4 ข้อหา 'พี่คล้าว 2018' เจ้าตัวยันคำเดิมบริสุทธิ์ใจ ชี้แค่อยากได้ควายมาเลี้ยง

ตร.แจงละเอียดโต้อัยการ-โซเชียล ตั้ง 4 ข้อหา พี่คล้าว 2018 ซัดผิดเงื่อนไขปล่อยตัว-ให้ทีมสอบสวนชุดใหม่พิจารณายื่นฝากขัง เจ้าตัวยันเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ลงลึกคดี   จากกรณีนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ ได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ หรือพี่คล้าว 2018 ซึ่งโด่งดังในโซเชียลมีเดียที่ถ่ายรูปคู่กับควายทองคำในลักษณะความยิ้ม ในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน หลังจากนายสุรัตน์ได้ออกมาเรี่ยไรเงินโดยระบุว่าเพื่อไปไถ่ควายทองคำ ในราคา 1 แสนบาท แต่กลับพบพิรุธเพราะนายสุรัตน์ไม่บอกว่าใครเป็นเจ้าของควายที่แท้จริง และทำให้ประชาชนเข้าใจว่าหากไม่ช่วยไถ่ควายจะโดนเข้าโรงเชือด   ต่อมาตำรวจได้แจ้ง 4 ข้อหากับนายสุรัตน์ ประกอบด้วย 1.ฉ้อโกงประชาชน 2.ผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน 3.พรบ.ควบคุมการเรี่ยไร และ 4.พรบ.การฟอกเงิน โดยนายสุรัตน์ได้ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา และตำรวจได้ปล่อยตัวไปชั่วคราวนั้น   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (14 ธ.ค.) เวลา 13.00 น. พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยว่า ภายหลังข่าวดังกล่าวออกไป ได้มีทนายความ รวมทั้งอัยการ ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก ตนจึงขอทำความเข้าใจว่า คดีนี้ตำรวจได้ยึดขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนตามกฎหมายโดยตลอด   ซึ่งจากการสอบสวนหาพยานหลักฐาน เริ่มแรกพบพัฒนาการจากเฟซบุ๊กของนายสุรัตน์ จากการโพสต์ช่วงแรกจนเมื่อควายทองคำเริ่มดังมีการเปลี่ยนรูปแบบภาษาที่ใช้ และมีการถ่ายภาพที่สวยขึ้น รวมทั้งมีการสร้างเพจเฟซบุ๊ก และพบความผิดปกติจากการนำเสนอข่าวจากสื่อชื่อดัง โดย น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท โดยพบว่ามีการสร้างเรื่องราวตัดต่อคลิปภาพที่นายสุรัตน์ร้องไห้และใช้คำว่าไถ่ชีวิตเจ้าทองคำ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อและร่วมบริจาคเงิน   แต่เมื่อสอบถามเจ้าของควายที่แท้จริงคือ  นายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า ทราบว่าก่อนเป็นกระแสข่าว 1 วัน มีนักข่าวโทรมาถามเรื่องการขายเจ้าทองคำ ซึ่งนายบุญเลิศก็ยืนยันว่าขายในราคา 1 แสนบาท แต่ต่อมามีการปล่อยคลิปเสียงที่นักข่าวพูดคุยกับนายบุญเลิศหลังตำรวจแจ้งข้อหาแล้ว ทำให้สงสัยในเจตนาของนักข่าวคนดังกล่าวว่าตอนที่คุยยังไม่มีกระแสข่าวเรื่องขายควายทองคำ ทำไมถึงอัดคลิปดังกล่าวไว้ และทำไมถึงเพิ่งมาปล่อยคลิปหลังมีการแจ้งข้อหา ซึ่งจะได้มีการเรียกนักข่าวคนดังกล่าวมาสอบสวนต่อไป   จากนั้น ได้มีการเปิดคลิปวิดีโอระหว่างการสอบปากคำนายบุญเลิศ นายก อบต.สุขเมืองห้า เจ้าของควายทองคำยืนยันว่า ได้ฝากควายให้นายสุรัตน์เลี้ยงไว้ 3 ตัว ต่อมามีคนติดต่อซื้อควายตัวเมีย 2 ตัวซึ่งตนก็ตกลงขาย แต่ควายทองคำไม่ได้ขายให้ใคร เพราะนายสุรัตน์ได้มาขอไว้ว่าจะให้ทับกับควายตัวเมียที่เลี้ยงไว้ ซึ่งตนย้ำไปแล้วว่าควายพันธุ์นี้มีราคาสูงถึง 1 แสนบาท นายสุรัตน์ยังยืนยันว่าขอเวลาเกี่ยวข้าวขายก่อน ซึ่งตนก็คิดว่านายสุรัตน์ไม่มีปัญญาซื้อแน่ ๆ แต่ไม่คิดว่านายสุรัตน์จะไปทำการเรี่ยไรโดยไม่บอกว่าตนเป็นเจ้าของ   พ.ต.อ.สิงห์  กล่าวต่อว่า นอกจากนี้พบว่าหลังจากนายสุรัตน์ประกาศเรี่ยไรแล้วมีผู้บริจาคเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนเมื่อถึง 1 แสนบาท ก็มีการประกาศว่าจะยุติการรับบริจาค แต่ไม่มีการปิดบัญชี จนภายหลังพนักงานสอบสวน ต้องไปแจ้งขออายัดบัญชีดังกล่าวซึ่งพบว่ามียอดบริจาครวม 1.6 แสนบาท ส่วนที่มีการมอบเงิน 1 แสนให้กับตัวแทนของนายบุญเลิศ เป็นค่าควายทองคำนั้น ภายหลังนายบุญเลิศได้นำเงินจำนวนดังกล่าวมามอบให้กับตำรวจ เพราะมองว่าเป็นเงินที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย   พร้อมพาทนายสงกานต์ มาแจ้งต่อพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับนายสุรัตน์และผู้ที่เกี่ยวข้องใน 4 ข้อหาดังกล่าว นอกจากเรื่องฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ คือนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ แล้ว ยังมีเรื่อง พรบ.ควบคุมการเรี่ยไร เนื่องจากประกาศรับบริจาคเองโดยไม่แจ้งให้เจ้าพนักงานทราบ ส่วนข้อหาสุดท้ายคือ ผิดตาม พรบ.กฎหมายฟอกเงิน คือหลังจากที่ได้เงินบริจาคมาได้แปรสภาพเป็นควาย ทำให้ต้องยึดควายมาเป็นของกลางตามกฎหมาย ไม่ใช่เงินยังอยู่ทีเดิมตามที่อัยการให้สัมภาษณ์ตามสื่อแต่อย่างใด และการยึดควายก็มาจากการส่งมอบของนายบุญเลิศ ซึ่งเป็นเจ้าของควายทองคำ เมื่อมีการนำของกลางในคดีมามอบเจ้าหน้าที่ก็ต้องรับ   พ.ต.อ.สิงห์  กล่าวว่า หลังจากมีการแจ้งข้อหาและนายสุรัตน์ปฏิเสธแล้วนั้น ทางพนักงานสอบสวนได้มีการปล่อยตัวชั่วคราวไปโดยไม่ต้องประกันตัว แต่มีเงื่อนไขคือห้ามให้ข่าวเพราะอาจเป็นการกระทำที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ซึ่งอาจทำให้ตำรวจพิจารณานำตัวยื่นฝากขังต่อศาลได้ แต่ช่วงเย็นวันนั้นกลับไปให้สัมภาษณ์สดกับสื่อมวลชนช่องหนึ่ง แต่การพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อนั้น จะรอให้ทีมพนักงานสอบสวนชุดใหม่เป็นผู้พิจารณาว่าจะเรียกตัวเพื่อยื่นฝากขังต่อศาลหรือไม่ เพราะนายสุรัตน์ และทนายความได้ไปร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน และขอให้ถอนข้อหา ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา ส่วนการดำเนินคดีจากนี้ จะเรียกผู้ที่โอนเงินทั้งหมดมาสอบปากคำ   ด้าน นายสุรัตน์ พร้อมด้วย ทนายความ ได้เดินทางเข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว หลังครบกำหนดวันนัดหมาย โดยได้มีนำ น.ส.ยุพเรศ เอมแย้ม พยานซึ่งเป็นหนึ่งในผู้โอนเงินช่วยเหลือมาให้การปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย โดยยืนยันว่าได้ร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเจ้าทองคำไปจำนวน 500 บาท ด้วยความบริสุทธิ์ใจ  และเห็นว่านายสุรัตน์ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกลวงแต่อย่างใด   นอกจากนี้มีการยื่นพยานหลักฐานเป็นรายชื่อผู้ที่ร่วมบริจาคเงินรวมแล้ว 21 ราย มามอบต่อเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ และทั้งหมดต่างยืนยันว่าไม่ได้โดนหลอกลวงแต่อย่างใด แต่บางคนอาจไม่สะดวกมาเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้   ขณะที่ นายสุรัตน์ ซึ่งได้นั่งฟังการแถลงข่าวของตำรวจ ได้ออกม่เปิดเผยภายหลังว่า สำหรับความเป็นอยู่ของเจ้าทองคำนั้น ตอนนี้มีอาการร้อนในและเท้าพองบ้าง แต่ก็กินหญ้าร่าเริงปกติ โดยตนยืนยันคำเดิมว่าตนบริสุทธิ์ใจ แต่วันนี้ที่ได้มานั่งฟังตำรวจก็เข้าใจในการตั้งข้อหามากขึ้น แต่สุดท้ายให้พยานหลักฐานต่าง ๆ ไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน ส่วนที่ตำรวจบอกว่าตนไปออกสื่อหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาซึ่งผิดเงื่อนไขนั้น เพราะตนมองว่าตนโดนกล่าวหาและเมื่อมีช่องทางใดแสดงความบริสุทธิ์ใจได้ตนก็ยินดี แต่ก็ยอมรับว่าไม่ค่อยเข้าใจเรื่องกฎหมายทำให้ไม่ทราบเรื่องการผิดเงื่อนไขจนอาจโดนฝากขังได้ แต่เพราะได้สอบถามทางทนายความแล้ว เขาบอกว่าตำรวจบอกคุยได้แต่ไม่ต้องลงลึกในคดี และละยืนยันว่าไม่รู้จักกับ น.ส.เอ นักข่าวท้องถิ่นที่โดนกล่าวหาในขณะนี้ว่าร่วมมือกับตนหลอกลวง   นายสุรัตน์  กล่าวว่า ตนยินดีที่อยากจะไกล่เกลี่ยกับทนายสงกานต์ เพื่อให้คดีจบลง เพราะอยากอยู่แบบเรียบง่าย อยากให้เข้าใจว่าตนไม่เคยคิดจะเอาเงินบริจาคมาเป็นเงินส่วนตัว เพียงแต่ต้องการให้เป็นตามเจตนาของคนบริจาค        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I2ASc2R38T0

 5,589
สังคม-อาชญากรรม
01 พ.ย. 61

'อัจฉริยะ' ยื่น ปปง.เอาผิด 'ประจักษ์ชัย-ลำไย' เลี่ยงภาษี แฉให้ 'สมรักษ์' เจรจาค่าฉีกสัญญา 'อาม ชุติมา' 2 ล้าน

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือให้เลขสำนักงานป้องกันและปรามปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ตรวจสอบการหลีกเลี่ยงภาษี ของนายประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ หรือประจักษ์ชัย ไหทองคำ ผู้บริหารค่ายเพลง ไหทองคำ เรคคอร์ด, นางโยษิตา เนาวรัตน์ ภรรยา และนางสาวสุพรรณษา เวชกามา หรือลำไย ไหทองคำ นักร้องชื่อดัง   หลังตรวจสอบพบว่าทั้ง 3 คน มีการหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี ที่เข้าข่ายพฤติกรรมร่วมกันฟอกเงินการฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายรัษฎากรมาตรา 37 ตรี และมาตรา 37 ทวิ พร้อมนำเอกสารหลักฐาน หนีงจดทะเบียนไหทองคำเรคคอร์ด จำกัด และเอกสารการแสดงคอนเสิร์ตของลำไยไหทองคำ ตั้งแต่ปี 2559-2560 ที่พบว่ามีรายได้ เกินกว่า 100 ล้านบาท   โดยนายอัจฉริยะ ระบุว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่าตั้งแต่บริษัทไหทองคำจัดตั้งบริษัทมาตั้งแต่ปี 59 แต่ยังไม่มีการจดทะเบียน โดยเพิ่งจะมีการจดทะเบียนปี 61 มีชื่อของภรรยานายประจักษ์ชัย เป็นคนถือหุ้นคนเดียว ซึ่งพบว่ายังไม่เคยมีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีนิติบุคคล   ทั้งที่มีรายได้จากการขึ้นแสดงคอนเสิร์ตเดือนละกว่า 4 ล้านบาท คิดเป็นรายได้รวมปีละ 40 ล้านบาท รวม 3 ปี กว่า 120 ล้านบาท โดยเชื่อว่าการหลีกเลี่ยงภาษีนี้มีเจ้าหน้าที่สรรพากรในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีเข้าไปเกี่ยวข้อง ก่อนหน้านี้ที่ตั้งบริษัทที่ตั้งของบริษัทไหทองคำอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว   ส่วนเรื่องการเจรจา เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา นายประจักษ์ชัยได้ติดต่อผ่าน นายสมรักษ์ คำสิงห์ แจ้งว่ายินดีจะฉีกสัญญาให้ แต่ต้องจ่ายเงินเป็นค่ายกเลิกสัญญา 2 ล้านบาท แต่ตนและน้องอามไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว เพราะตามหลักแล้วในเอกสารสัญญาของประจักษ์ชัยกับน้องอาม หากทำผิดสัญญาจะสามารถเรียกจ่ายค่าเสียหายฟ้องทางแพ่ง 2 ล้านบาทได้อยู่แล้ว และตัวน้องอามเองก็บอกว่าไม่มีเงินที่จะจ่ายให้ตามที่นายประจักษ์ชัยเสนอมา   ทั้งนี้ยืนยันว่าการเจรจายุติในเรื่องนี้จะต้องเป็นการเจรจากับนายประจักษ์ชัยเพียงคนเดียว และหากนายประจักษ์ชัยต้องการเจรจากับน้องอาม ตนก็ต้องอยู่ด้วย เนื่องจากผู้ปกครองของน้องอามและมารดาอ่านหนังสือไม่ออก จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะได้รับความยุติธรรม ยืนยันจะเดินหน้าเอาผิดทางกฎหมายในทุกกรณี และเรื่องนี้ต้องการเพียงแค่ยุติสัญญาของน้องอามกับบริษัทไหทองคําเพียงเท่านั้น   พร้อมยืนยันว่าพร้อมเจรจากัน เพื่อผลประโยชน์ของน้องอาม ส่วนการยื่นร้องตามกฎหมาย ตนเองยังคงเดินหน้าดำเนินการตามกฎหมายต่อ เพราะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบกับสาธารณะ   ส่วนฝ่ายของนายประจักษ์ชัย ได้ให้ทนายความได้ยื่นฟ้องกับตนเองในข้อหาหมิ่นประมาทนั้น ระบุว่า จะดำเนินการก็ดำเนินไป อย่างไรก็ตาม การตอบโต้เรื่องนี้ไม่ได้สาดโคลนกันไปมา น้องอามเพียงต้องการยกเลิกสัญญาต่อกันเท่านั้น พร้อมฝากไปยังนายประจักษ์ชัยที่เชื่อในทนายความมากเกินไป   ขณะที่ทางฝั่งนายประจักษ์ชัย ได้โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้เดือดทนายอัจฉริยะ ระบุว่า “ค่ายไห & ลำไย เสียภาษีถูกต้อง – นอกจาก .. อาม ชุติไป / อินดี้ค่ายอื่นเริ่มหนาว ยาวๆ ไป 150 ล้านอยากมีจุงเบย!”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jhN-8FE3oHQ

 7,503
สังคม-อาชญากรรม
31 ต.ค. 61

'อัจฉริยะ' ร้องปปง. ตรวจสอบ 'นายห้างประจักษ์ชัย- ลำไย ไหทองคำ' เลี่ยงภาษีและฟอกเงิน

ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าร้อง ปปง. เอาผิด ประจักษ์ชัย พร้อมภรรยา และลำไย เลี่ยงภาษีและฟอกเงิน หลังผลเจรจาคืนที่ผ่านมา มีสมรักษ์ คำสิงห์ มาเป็นตัวกลางแจงอามต้องจ่าย 2 ล้านบาทถึงจะยอมยกเลิก จึงเดินหน้าเอาผิดทางกฏหมาย   (31 ต.ค. 61) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือให้เลขสำนักงานป้องกันและปรามปรามการฟอกเงิน โดยมีร.ต.ต.เอกไพรัตน์ เทศพานิชย์ เลขานุการกรม สำนักงานปปง.เป็นผู้รับมอบหนังสือและเอกสาร ในการตรวจสอบการหลีกเลี่ยงภาษี ของนายประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ หรือประจักษ์ชัย ไหทองคำ ผู้บริหารค่ายเพลง ไหทองคำ เรคคอร์ด,นางโยษิตา เนาวรัตน์ ภรรยา และนางสาวสุพรรณษา เวชกามา หรือลำไย ไหทองคำ นักร้องชื่อดัง หลังตรวจสอบพบว่าทั้ง 3 คน มีการหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี ที่เข้าข่ายพฤติกรรมร่วมกันฟอกเงินการฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายรัษฎากรมาตรา37ตรี และมาตรา37ทวิ พร้อมนำเอกสารหลักฐาน หนี้จดทะเบียนไหทองคำเรคคอร์ด จำกัด และเอกสารการแสดงคอนเสิร์ตของลำไยไหทองคำ ตั้งแต่ปี 2559-2560 ที่พบว่ามีรายได้ เกินกว่า 100 ล้านบาทนั้น   โดยนายอัจฉริยะ ระบุว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่าตั้งแต่บริษัทไหทองคำจัดตั้งบริษัทมาตั้งแต่ปี 59 แต่ยังไม่มีการจดทะเบียน โดยเพิ่งจะมีการจดทะเบียนปี 61 มีชื่อของภรรยานายประจักษ์ชัย เป็นคนถือหุ้นคนเดียว ซึ่งพบว่ายังไม่เคยมีกาเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีนิติบุคคล ทั้งที่มีรายได้จากการขึ้นแสดงคอนเสิร์ตเดือนละกว่า 4 ล้านบาท คิดเป็นรายได้รวมปีละ 40 ล้านบาท รวม 3 ปี กว่า 120 ล้านบาท โดยเชื่อว่าการหลีกเลี่ยงภาษีนี้มีเจ้าหน้าที่สรรพากรในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีเข้าไปเกี่ยวข้อง ก่อนหน้านี้ที่ตั้งบริษัทที่ตั้งของบริษัทไหทองคำอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนเรื่องการเจรจา เมื่อวานนี้นายประจักษ์ชัยได้ติดต่อผ่าน นายสมรักษ์ คำสิงห์ แจ้งว่ายินดีจะฉีกสัญญาให้ แต่ต้องจ่ายเงินเป็นค่ายกเลิกสัญญา 2 ล้านบาท แต่ตนและน้องอามไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว เพราะตามหลักแล้วในเอกสารสัญญาของประจักษ์ชัยกับน้องอาม หากทำผิดสัญญาจะสามารถเรียกจ่ายค่าเสียหายฟ้องทางแพ่ง 2 ล้านบาทได้อยู่แล้ว และตัวน้องอามเองก็บอกว่าไม่มีเงินที่จะจ่ายให้ตามที่นายประจักษ์ชัยเสนอมา    ทั้งนี้ยืนยันว่าการเจรจายุติในเรื่องนี้จะต้องเป็นการเจรจากับนายประจักษ์ชัยเพียงคนเดียว และหากนายประจักษ์ชัยต้องการเจรจากับน้องอาม ตนก็ต้องอยู่ด้วย เนื่องจากผู้ปกครองของน้องอามและมารดาอ่านหนังสือไม่ออก จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะได้รับความยุติธรรม ยืนยันจะเดินหน้าเอาผิดทางกฎหมายในทุกกรณีและเรื่องนี้ต้องการเพียงแค่ยุติสัญญาของน้องอามกับบริษัทไหทองคําเพียงเท่านั้น โดยวันนี้ช่วงบ่ายนายประจักษ์ชัยจะ ส่งตัวแทนมาเพื่อเจรจา หาข้อยุติในเรื่องนี้แต่ยังอยู่ระหว่างการรอต่อกลับมาและจะมีการติดต่อผ่าน คุณหนุ่มกรรชัย พอธีกร ผู้ประกาศ ช่อง 3 เท่านั้น ทั้งนี้ ยังยืนยันว่าพร้อมเจรจากัน เพื่อผลประโยชน์ของน้องอาม ส่วนการยื่นร้องตามกฎหมาย ตนเองยังคงเดินหน้าดำเนินการตามกฎหมายต่อ เพราะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบกับสาธารณะ ส่วนฝ่ายของนายประจักษ์ชัย ได้ให้ทนายความได้ยื่นฟ้องกับตนเองในข้อหาหมิ่นประมาทนั้น ระบุว่า จะดำเนินการก็ดำเนินไป อย่างไรก็ตาม การตอบโต้เรื่องนี้ไม่ได้สาดโคลนกันไปมา น้องอามเพียงต้องการยกเลิกสัญญาต่อกันเท่านั้น พร้อมฝากไปยังนายประจักษ์ชัยที่เขื่อในทนายความมากเกินไป เบื้องต้นทางปปง. จะรอให้ทางกรมสรรพากร ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ก่อนที่จะส่งเรื่องให้อธิบดีกรมสรรพากรชี้มูลความผิด แล้วจึงจะส่งเรื่องให้ปปง.สืบยึดทรัพย์ หรือหากกรมสรรพากร จะดำเนินการยึดทรัพย์เองก็สามารถทำได้ แต่หากกรมสรรพากรเห็นว่าไม่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ก็สามารถดำเนินการยึดทรัพย์เองได้ ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่ากรมสรรพากรจะใช้เวลาสืบสวนเรื่องดังกล่าว นานเท่าไหร่ เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นกฎหมายใหม่ และยังไม่เคยมีการส่งเรื่องชี้ขาดมาก่อน

 4,765
สังคม-อาชญากรรม
30 ต.ค. 61

'บูม จิรัชพิสิษฐ์' เปิดใจปัดเอี่ยวโกงบิทคอยน์ เสียใจถูกตราหน้าเป็นครอบครัวคนโกง

จากกรณีกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) บุกจับกุม บูม-จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต ดารานักแสดงนายแบบ ปมหลอกนักธุรกิจหนุ่มชาวฟินแลนด์ให้ลงทุน ในธุรกิจเงินดิจิตอลหรือเงินสกุลบิทคอยน์ มูลค่าเกือบ 800 ล้านบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ออกหมายจับนางสาวสุพิชย์ฌา และนายปริญญา จารวิจิต พี่สาวและพี่ชาย พร้อมด้วยพ่อแม่ ฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกงและฟอกเงิน    วานนี้ (29 ต.ค.) บูม จิรัชพิสิษฐ์ พร้อมด้วยครอบครัวและทนายความ แถลงข่าวเปิดใจครั้งแรก ชี้แจงกรณีมีชื่อเข้าไปพัวพันในคดีบิทคอยน์  โดยบูมเล่าถึงวินาทีที่ตนเองถูกตำรวจกองปราบฯ บุกรวบตัวซึ่งตรงกับวันเกิด ยืนยันไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น ในวันที่เจอนายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา  ผู้เสียหาย เป็นวันเดียวกันกับที่ตนถ่ายงานเสร็จแล้วไปทานข้าวกับพี่ชายคือนายปริญญา และได้เจอกลุ่มนักลงทุนของเขาเกือบทุกคน แต่ตนไม่ได้ร่วมคุยธุรกิจหรือเป็นล่ามตามที่ผู้เสียหายอ้าง และไม่เคยคุยกับนายเออาร์นี ยอมรับเคยคุยกับแฟนสาวของนายเออาร์นี เรื่องทั่วไปไม่เกี่ยวกับธุรกิจ ตนไม่คิดว่าการที่ไปทานข้าวกับพี่ชายกลับถูกดำเนินคดี     “หลังเกิดเรื่องผมได้รับผลกระทบกับงานอย่างมากทั้ง ถอดจากการพรีเซ็นเตอร์ ถูกถอดจากการเป็นนักแสดงซีรีส์ รวมถึงส่งผลกระทบต่อครอบครัว ส่วนเรื่องทรัพย์สินของครอบครัวมาจากการทำธุรกิจร้านอาหารและอสังหาริมทรัพย์ ก่อนที่จะมารู้จักกับนายเออาร์นี  จู่ๆตำรวจมาแจ้งข้อหาฟอกเงินพ่อกับแม่ ทั้งที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการลงทุนบิทคอยน์ใด ๆ ทั้งสิ้น ตัวผมก็ยังไม่รู้ว่าเขาไปลงลุนกันอย่างไร รู้แค่ว่าเขาคุยกัน 4-5 คน ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับผม   ตอนนี้เป็นกังวลว่าวันที่ 1 พ.ย.นี้ เป็นวันเกิดของแม่ และกองปราบฯ เรียกไปรับทราบข้อกล่าวหา ผมกลัวว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ให้ประกันตัวพ่อแม่ ในฐานะที่ผมเป็นลูกแต่ทำอะไรไม่ได้ มันรู้สึกแย่มาก ทำไมพ่อกับแม่ต้องมาโดนอะไรแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่รู้เรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น ตนออกมาเปิดใจเพราะอยากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองและครอบครัวพร้อมสู้คดี ” บูม จิรัชพิสิษฐ์  กล่าว   ขณะที่นางสาวสุพิชย์ฌา จารวิจิต พี่สาวของบูมเปิดใจกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า ส่วนตัวไม่เคยเกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ ไม่เคยลงทุนเล่นหุ้น และไม่ได้เป็นเจ้าแม่ต้มตุ๋น ในตลาดหลักทรัพย์ตามที่มีการนำเสนอข่าว ยืนยันไม่รู้จักบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่ผู้เสียหายอ้างถึง และไม่เคยเจอนายเออาร์นีมาก่อน พร้อมขอความเห็นใจกับสื่อมวลชนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่ เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องก็ไม่สบายใจ และเสียใจที่ครอบครัวต้องมาถูกดำเนินคดี  อีกทั้งครอบครัวถูกตราหน้าว่าเป็นครอบครัวคนโกง   ด้านนายธนะสิทธิ์ จารวิจิต พี่ชายอีกคนของบูม ยอมรับว่า ส่วนตัวรู้เรื่องธุรกิจระหว่างนายปริญญากับนายเออาร์นี ก่อนที่จะมีการโอนเงินเข้าบัญชีของครอบครัว แต่อยากให้สังคมตั้งคำถามว่าเงินของนายเออาร์นีมาจากที่ไหน เด็กอายุเพียง 21 ปี ทำไมถึงมีเงินมากขนาดนี้ ส่วนเรื่องการลงทุนบิทคอยน์ ยอมรับว่าตนมีการลงทุนอยู่บ้าง ส่วนรายละเอียดของคดีนี้อยากให้นายปริญญาเป็นคนพูดซึ่งต้องรอนายปริญญาได้รับการประกันตัวก่อนจึงจะได้ความชัดเจน    “ทางครอบครัวรู้ว่ามีเงินจำนวนหนึ่งโอนเข้ามาที่บัญชีของคนในครอบครัว แต่เข้าใจว่าเป็นเงิน จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว ทางครอบครัวพร้อมที่จะเข้าสู้ในกระบวนการยุติธรรม ส่วนจะมีการพิจารณาในเรื่องการฟ้องกลับนายเออาร์นีหรือไม่นั้น ขอให้เป็นหน้าที่ของทนายความ ยืนยันว่าจะต่อสู้ตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม    ส่วนประเด็นเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว ยืนยันว่ามีหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์  ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ซึ่งจะนำไปยื่นต่อพนักงานสอบสวน ส่วนวันนี้ (30 ต.ค.)  พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม มีหมายเรียกให้ตน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาฟอกเงิน” นายธนะสิทธิ์ กล่าว     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HOWSNiC5ep0

 4,108
สังคม-อาชญากรรม
12 ต.ค. 61

จับ 'ปริญญา' พี่ชายบูม คาสุวรรณภูมิ คดีตุ๋นเงินบิทคอยน์ หิ้วตัวสอบยังปฏิเสธ

ตำรวจจับกุมตัวนายปริญญา จารวิจิตร อายุ 35 ปี พี่ชายบูม จิรัชพิสิษฐ์ ผู้ต้องหาคดีตุ๋นเงินบิทคอยน์ ได้คาสนามบินสุวรรณภูมิ หลังเพิ่งเดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันฉ้อโกง เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม เวลาประมาณ ‪23.20 น. ก่อนจะรีบนำตัวนายปริญญา เดินทางมาสอบสวนที่กองปราบปรามตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา โดยอนุญาตให้ทนายความเข้าร่วมสอบสวนด้วย   โดยก่อนหน้านี้ ตร.ได้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ยกเลิกหนังสือเดินทางของนายปริญญาเพื่อกดดันตัวให้เดินทางกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศได้ทำเรื่องยกเลิกหนังสือเดินทางตามที่กองปราบฯร้องขอ ทำให้นายปริญญาจำเป็นต้องเดินทางกลับเนื่องจากไม่สามารถอยู่ในสหรัฐอเมริกาได้   เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ โดยจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาเวลา 09.30 น. วันที่ 12 ตุลาคมนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนอาจจะพิจารณาคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ต้องหามีพฤติกรรมที่จะหลบหนี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NIBMiT22mbk  

 1,787
การเมือง
11 ต.ค. 61

ศาลให้ประกันตัว 'พานทองแท้' คดีฟอกเงินกรุงไทย 'เอม-อุ๊งอิ๊ง' โพสต์ "เป็นลูกทักษิณ ได้อะไรแรงกว่าคนอื่นเสมอ"

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุญาตให้ประกันตัว โอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร  ตีราคาประกัน 1 ล้านบาท โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล หลังอัยการมีคำสั่งฟ้องคดีลูกชายอดีตนายรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ในคดีสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน กรณีเงินกู้ธนาคารกรุงไทย-กลุ่มกฤษดามหานคร ปมรับเช็คจำนวน 10 ล้านบาท ศาลนัดสอบคำให้การ 5 พฤศจิกายนนี้   โดยมีคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร มารดา พร้อมด้วย น.ส.พิณทองทา และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร น้องสาว แกนนำพรรคเพื่อไทยเดินทางมาให้กำลังใจด้วย   โดยพานทองแท้ ตอบคำถามก่อนขึ้นไปฟังคำสั่งอัยการกับอัยการว่า “ไม่มีความกังวล ได้อยู่ครับ” ส่วนพินทองทาและ แพทองธาร น้องสาวที่ยืนอยู่ข้างเคียงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “กำลังใจดี”   ก่อนหน้าฟังคำสั่งอัยการ เอม พินทองทา ได้โพสต์ว่า   “ตลอดเวลากว่า 1 ปีที่ได้เข้ามาร่วมประชุมทุกสัปดาห์กับคดีของพี่โอ๊คนั้น ยอมรับเลยมันเป็นเรื่องที่ยาก ยากทั้งภาษากฎหมาย ภาษาการเมือง และเกมการเมือง ซึ่งเอมไม่ถนัดทั้ง 2... แต่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ พี่โอ๊คและผ่านมันไปด้วยกัน... วันนี้แล้วสินะ... ครอบครัวเราผ่านอะไรกันมาเยอะ ถูกการเมืองเล่นมาเยอะ แต่ก็คิดมาเสมอว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ จนกระทั่งมาเป็นเรื่องพี่โอ๊ค... มาถึงรุ่นพวกเราแล้วเหรอเนี่ย! แต่ในเมื่อจะทำกันขนาดนี้... เราก็คงจะไม่นั่งนิ่งเฉยให้ถูกรังแก...   อย่างไรก็ตาม... เอมขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ท่านที่ปรึกษาทุกท่าน และทีมงานกฏหมาย ที่ร่วมกันคิดและหารืออย่างสุดความสามารถ จนสุดท้ายได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ถ้าสู้ตามเนื้อกฎหมายยังไงเราก็ชนะ!! แต่เรื่องของธงทางการเมืองความแค้นส่วนตัวของคนบางคน อันนี้อยู่เหนือการควบคุมและคาดเดาจริงๆ   ท้ายที่สุดเอมขอชื่นชมในความเข้มแข็ง ยืนหยัดและเลือดนักสู้ในตัวพี่โอ๊ค... เราจะอยู่เคียงข้างกันนะ! บอกแล้วโชคดีของเราที่พ่อกับแม่ให้เรามีพี่น้องทั้ง 3 คนไว้เคียงข้างกัน สู้!!!   ส่วนแพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง ได้โพสต์ข้อความว่า   “ลูกทักษิณ ไม่เคยได้รับอะไรเหมือนคนอื่นเค้าหรอก “ลูกทักษิณ” ได้รับอะไรแรงกว่าคนอื่นเสมอ แต่รู้มั้ย เลือดเนื้อของทักษิณก็วิ่งอยู่ในตัวเราทั้ง3คนนั่นแหละจะเข้มแข็ง ให้สมกับเป็น “ลูกทักษิณ” ขอบคุณทุกคนสำหรับกำลังใจที่ส่งให้พี่โอ๊ค และครอบครัวเรานะคะ ส่งใจให้เราเยอะๆ นะ ขอเลยวันนี้ #เข้มแข็งให้ได้เหมือนพ่อกับแม่ #10ล้านเยอะฟุดๆๆ”   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/ovkMOXzc26Y  

 4,345
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
11 ต.ค. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 11 ต.ค.61 คนพม่าสารภาพยิงหมีขอ-ประกันตัวพานทองแท้-ลอตเตอรี่พิมพ์ผิด-แกล้งเด็กออทิสติก

-อุตุฯเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รับมือฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากในวันที่ 11-13 ต.ค.นี้ https://morning-news.bectero.com/regional/11-Oct-2018/131385   -อาสาสมัครชื่อนายออย ยอมสารภาพจ้างนายตาต้า คนพม่าให้ไปยิงหมีขอ ส่วนนายตาต้ายอมรับเป็นคนลั่นไกยิงหมีขอบนต้นไทร โดยมีคนส่องไฟและเก็บซากหมีหลังโดนยิง ลุงปลัดอำเภอเข้ามอบตัวเพิ่ม หลังหายตัวไปขณะถูกจับ https://morning-news.bectero.com/social-crime/11-Oct-2018/131392   -ศาลอาญาคดีทุจริตให้ประกันตัวโอ๊ค พานทองแท้ ลูกชายทักษิณ ตีราคาประกัน 1 ล้านบาท เงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ หลังอัยการสั่งฟ้องคดีสมคบฟอกเงิน กรณีเงินกู้ธนาคารกรุงไทย กลุ่มกฤษฎามหานคร  ที่มีการรับเช็คจำนวน 10 ล้านบาท เจ้าตัวยันไม่มีความกังวล โดยมีคุณหญิงพจมาน-พินทองทา-แพทองธาร เดินทางมาให้กำลังใจ ด้านน้องสาวทั้ง 2 โพสต์ถูกการเมืองเล่นงานมาถึงรุ่นลูก-เป็นลูกทักษิณไม่เคยได้รับอะไรเหมือนคนอื่นหรอก https://morning-news.bectero.com/political/11-Oct-2018/131401   -นายกฯ โยน กกต.ตรวจสอบว่าทำได้ หรือไม่ได้ เหมาะสมหรือไม่ กรณีนักการเมืองยังให้ความสำคัญ บินไปหาทักษิณ ประธาน กกต.ยันไม่มีแผนยุบพรรคเพื่อไทย ยัน กกต.ไม่ใช่เครื่องมือของใคร   -ธนาธร ไลฟ์สดโวย กกต.ใช้กฎหมายไม่เป็นธรรม กรณีห้ามบริจาคเงินและขายของที่ระลึกระดมทุนเข้าพรรคอนาคตใหม่ อ้างเป็นการจัดกิจกรรมทางการเมือง ชี้ กกต.ตกเป็นกลไกลของ คสช. แนะให้ กกต.ตีความใหม่ ให้สนับสนุนพรรคการเมือง ไม่ใช่สกัดกั้นพรรคการเมือง ยันการเงินของพรรคโปร่งใส มีความบริสุทธิ์ใจ เพื่อให้เป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง กกต.ห้ามในประกาศ คสช.อนุญาตให้เฉพาะกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น ไม่ใช่จากบุคคลทั่วไป https://morning-news.bectero.com/political/11-Oct-2018/131404   -กพท.สั่งโอเรียนแอร์ ซึ่งเป็นสายการบินที่ให้บริการแบบเช่าเหมาลำ หยุดบินไม่มีกำหนด หลังประสบปัญหามีหนี้สินค้างจ่ายจำนวนมาก ทั้งค่าเช่าลานจอด, ค่าใช้บริการจราจรทางอากาศ ถ้ายังทำการบินต่อจะกระทบต่อผู้โดยสาร หยุดขายตั๋วและทำการบิน หากฝ่าฝืนถูกเพิกถอน AOC หากจะกลับมาบินอีกครั้งต้องเคลียร์หนี้ให้หมดก่อน   -ศาลแขวงดอนเมืองตัดสินคดี GT200 อีกคดี สั่งจำคุกผู้บริหารเอวิเอ 9 ปี ชดใช้เงิน 6.8 ล้านบาท กรณีขายเครื่องไม่เป็นไปตามสรรพคุณที่อวดอ้างให้กับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ให้นับโทษจำคุกรวมคดีที่ขายให้กองทัพ รวม 3 สำนวนจำคุกผู้บริหาร 28 ปี ทนายยื่นประกัน ศาลตีราคาประกัน 6.8 แสนบาท ห้ามออกนอกประเทศ   -นายดาบ ตร.ตชด.เครียดยิงตัวตาย ทิ้งจดหมายและคลิปว่าถูกใส่ร้ายเป็นผู้วางระเบิดรถทหารพรานในค่าทหารระนอง ทำให้ทหารเสียชีวิต 1 นาย ยืนยันไม่ได้ทำ ไม่อยากให้ครอบครัวเสื่อมเสีย แต่ถูกคนใส่ร้าย ซึ่งเป็นคนมีอำนาจเป็นคนใหญ่คนโต   -กองสลากฯแจงลอตเตอรี่ งวดวันที่ 16 ต.ค.นี้ พิมพ์ผิด 12,000 ฉบับ ไม่มีตัวเลขสะท้อนแสงป้องกันการถ่ายเอกสาร กองสลากฯยันหากถูกรางวัลยังขึ้นเงินได้ เพราะมีวิธีตรวจสอบอื่นๆ เช่น ความหนาบาง รูปภาพ ตัวเลข ลายน้ำกระดาษ และบาร์โค้ด   -ครม.เห็นชอบ พรบ.ขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง เพื่อแก้ปัญหาการทิ้งสัตว์และทารุณสัตว์ นำร่องสุนัขและแมว เจ้าของต้องจ่ายค่าตีทะเบียน 450 บาท ถ้าฝ่าฝืนปรับ 25,000 บาท https://morning-news.bectero.com/political/11-Oct-2018/131395   -ผอ.สั่งทำทัณฑ์บนพี่ ม.2 รุมทำร้ายเด็ก ป.4 ถีบจนหงายหลัง-เอาเท้าลูบหน้า ผู้ปกครองยันเอาเรื่องถึงที่สุด เพราะรุ่นพี่ไม่สำนึกยังโพสต์เฟซแค่ดึงผมก็ดราม่าได้ ทั้งที่เด็กที่ถูกกระทำป่วยเป็นออทิสติก https://morning-news.bectero.com/share-of-the-day/11-Oct-2018/131396   -ระทึก นักธุรกิจน้ำหอม ไปติดต่องานที่ อย.จอดรถกระบะไว้ที่ชั้น 6 เผลอเข้าเกียร์ถอยหลัง รถพุ่งทะลุกกำแพงลงมา โชคดีที่เจ้าของรถกระโดดได้ทัน รอดตายปาฏิหาริย์ https://morning-news.bectero.com/social-crime/11-Oct-2018/131388   -น้องเก็ต-กานต์ธิดา แสงสิน คว้าเหรียญทองแรกในศึกยูธโอลิมปิก ที่อาร์เจนตินา ให้ทัพนักกีฬาไทย จากกีฬาเทควันโด ประเภทหญิง รุ่น 55 กก. หลังเอาชนะคู่แข่งจากจีน https://morning-news.bectero.com/sport/11-Oct-2018/131390   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Mz7Six-sQsk

 3,608
ต่างประเทศ
05 ต.ค. 61

ภรรยา 'นาจิบ ราซัค' อ่วมโดนตั้งข้อหา 17 กระทง ฐานฟอกเงิน-เลี่ยงภาษี

นางรอสมาห์ ภรรยาของอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นาจิบ ราซัค ถูกอัยการตั้งข้อหา 17 กระทงในหลายคดี เดินทางมารับฟังข้อกล่าวหาที่ศาลกรุงกัวลาลัมเปอร์ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเจ้าตัวปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมขอยื่นประกันตัว ซึ่งศาลได้อนุญาตตามร้องขอและใช้หลักทรัพย์ประกันตัวรวม 2 ล้านริงกิต หรือกว่า 15 ล้าน 8 แสนบาท   การตั้งข้อหาในครั้งนี้มีขึ้น หลังนางรอสมาห์ ถูกคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติมาเลเซีย หรือ เอ็มเอซีซี เรียกสอบปากคำ 3 รอบ และพบหลักฐานพัวพันการฟอกเงินของรอสมาห์ รวมถึง การรับเงินมูลค่ารวมกว่า 7 ล้าน 1 แสน ริงกิต หรือกว่า 55 ล้าน 8 แสนบาท จากกิจกรรมผิดกฎหมาย อีกทั้งยังจงใจปกปิดที่มาของเงินจำนวนนี้เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี   ทั้งนี้ข้อหาฟอกเงินของนางรอสมาห์เกี่ยวข้องกับคดียักยอกเงินกองทุน 1MDB (วันเอ็มดีบี) ที่นาจิบ นาซัค สามีของเธอพัวพันอยู่หรือไม่ แต่หากพบว่ามีความผิดตามข้อกล่าวหา เธออาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และถูกปรับไม่น้อยกว่า 5 เท่าของเงินที่ยักยอกไป   วันเดียวกัน นายนาจิบ ราซัค อดีตผู้นำประเทศ ได้เดินทางมาให้ปากคำที่ศาลเช่นกัน ในข้อหาพัวพันการทุจริตคอร์รัปชั่นในโครงการ 1MDB (วันเอ็มดีบี) รวม 32 กระทง ซึ่งนายนาจิบ ยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา  

 1,938

Top