ค้นหา :

ผลการค้นหา "ละเมิดลิขสิทธิ์"

สังคม
28 พ.ย. 62

เตรียมฝากขังแก๊งลิขสิทธิ์ ตำรวจคัดค้านการประกันตัว ทางญาติเตรียมยื่นขอประกันจากศาล

ความคืบหน้าหลังจับกุมตัวแก๊งล่อซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ 3 คน ประกอบด้วย นายประจักษ์ โพธิผล อายุ 56 ปี นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือนัน กิ่งเพชร อายุ 42 ปี และนางสาววนิดา ถินสุวรรณ์ อายุ 24 ปี ลูกสาวของนายนัน ในฐานความผิด 5 ข้อหา คือ แจ้งความเท็จทำให้ผู้อื่นเสียหาย แจ้งความเท็จต่อเจ้าหน้าที่ ทำเอกสารปลอม ใช้เอกสารปลอม และกรรโชกทรัพย์   หลังศาลจังหวัดนครราชสีมาอนุมัติหมายจับเนื่องจากพบหลักฐานนายประจักษ์ พร้อมพวก ได้มีการปลอมแปลงลายเซ็นผู้มีอำนาจเจ้าของลิขสิทธิ์ แล้วนำเอกสารที่ปลอมลายเซ็นไปใช้ดำเนินการแจ้งความเรียกค่าเสียหายกับเด็กหญิงวัย 15 ปี ที่ถูกล่อซื้อให้ทำกระทงการ์ตูนตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุดช่วงสายวันนี้ (28 พฤศจิกายน 2562) พันตำรวจโท สายัญ แบ่งสันเทียะ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ได้เตรียมเบิกตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายเพื่อนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา โดยพนักงานสอบสวนได้เตรียมยื่นคัดค้านการประกัน ขณะที่ญาติของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ก็ได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมกับเตรียมหลักทรัพย์เพื่อขอยื่นประกันตัวผู้ต้องหาต่อศาลเช่นกัน ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของศาลว่าจะอนุญาตให้ประกันตัวกลุ่มผู้ต้องหาหรือไม่  

 1,229
สรุปข่าว
25 พ.ย. 62

คุมตัว 'นัน กิ่งเพชร' แถลงข่าวที่ภาค 4 - รมว. ยุติธรรมยันคดีฆาตกรรมโทโมโกะต้องคลี่คลาย - เรือสำราญระหว่างประเทศชนโขดหิน - สั่งย้าย 7 เจ้าหน้าที่ศุลกากรแม่สอด

คุมตัว 'นัน กิ่งเพชร' แถลงข่าวที่ภาค 4  ตำรวจ สภ. เมืองมหาสารคาม ควบคุมตัว นัน กิ่งเพชร หรือ นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ ผู้ต้องหาในคดีล่อซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ไปสอบปากคำ และ แถลงข่าวที่กองบัญชาตำรวจภูธร ภาค 4 จ. ขอนแก่น เบื้องต้นไม่มีข้อสรุปว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่   รมว. ยุติธรรมยืนยันคลี่คลายคดีฆาตกรรมโทโมโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เผย สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เก็บตัวอย่าง ดีเอ็นเอ ญาติผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวสาวชาวญี่ปุ่นที่สุโขทัย เมื่อ 12 ปีก่อน ไปตรวจ คาด รู้ผลกลางเดือนหน้า ยืนยันคนร้ายต้องได้รับโทษก่อนคดีจะขาดอายุความ ในปี 2570   เรือสำราญระหว่างประเทศชนโขดหิน เรือสำราญที่ให้บริการนำเที่ยวระหว่าง ไทย มาเลเซียและสิงค์โปร์ ชนโขดหินที่เกาะบิดะนอก อ. เมืองกระบี่ ทำให้น้ำเข้าเรือแต่ยังสูบออกได้ ล่าสุด เรือหลวงศรีราชา 543 เข้าช่วยเหลือไปยังฝั่งภูเก็ต เพื่อซ่อมแซมแล้ว   สั่งย้าย 7 เจ้าหน้าที่ศุลกากรแม่สอด  ศุลกากรที่สำนักงานศุลกากร พื้นที่ 3 มีคำสั่งย้าย เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สอด จ. ตาก  7 นาย ออกจากพื้นที่ หลังเจ้าหน้าที่ทหารและพาณิชย์ จ. ตาก จับกุม รถพ่วง 7 คัน ที่บรรทุกข่าวจากฝั่งเมียร์มามาอย่างผิดกฎหมาย

 535
สรุปข่าว
25 พ.ย. 62

คุมตัว 'นัน กิ่งเพชร' แถลงข่าวที่ภาค 4 - รมว. ยุติธรรมยันคดีฆาตกรรมโทโมโกะต้องคลี่คลาย - เรือสำราญระหว่างประเทศชนโขดหิน - สั่งย้าย 7 เจ้าหน้าที่ศุลกากรแม่สอด

คุมตัว 'นัน กิ่งเพชร' แถลงข่าวที่ภาค 4  ตำรวจ สภ. เมืองมหาสารคาม ควบคุมตัว นัน กิ่งเพชร หรือ นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ ผู้ต้องหาในคดีล่อซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ไปสอบปากคำ และ แถลงข่าวที่กองบัญชาตำรวจภูธร ภาค 4 จ. ขอนแก่น เบื้องต้นไม่มีข้อสรุปว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่   รมว. ยุติธรรมยืนยันคลี่คลายคดีฆาตกรรมโทโมโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เผย สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เก็บตัวอย่าง ดีเอ็นเอ ญาติผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวสาวชาวญี่ปุ่นที่สุโขทัย เมื่อ 12 ปีก่อน ไปตรวจ คาด รู้ผลกลางเดือนหน้า ยืนยันคนร้ายต้องได้รับโทษก่อนคดีจะขาดอายุความ ในปี 2570   เรือสำราญระหว่างประเทศชนโขดหิน เรือสำราญที่ให้บริการนำเที่ยวระหว่าง ไทย มาเลเซียและสิงค์โปร์ ชนโขดหินที่เกาะบิดะนอก อ. เมืองกระบี่ ทำให้น้ำเข้าเรือแต่ยังสูบออกได้ ล่าสุด เรือหลวงศรีราชา 543 เข้าช่วยเหลือไปยังฝั่งภูเก็ต เพื่อซ่อมแซมแล้ว   สั่งย้าย 7 เจ้าหน้าที่ศุลกากรแม่สอด  ศุลกากรที่สำนักงานศุลกากร พื้นที่ 3 มีคำสั่งย้าย เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สอด จ. ตาก  7 นาย ออกจากพื้นที่ หลังเจ้าหน้าที่ทหารและพาณิชย์ จ. ตาก จับกุม รถพ่วง 7 คัน ที่บรรทุกข่าวจากฝั่งเมียร์มามาอย่างผิดกฎหมาย

 535
สังคม-อาชญากรรม
25 พ.ย. 62

นาที 'นัน กิ่งเพชร' ตกใจหน้าซีด ถูกบุกจับคารีสอร์ท หลังรีดเงินจับลิขสิทธิ์การ์ตูน

ชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้บุกเข้าจับกุม นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือนายนัน กิ่งเพชร อายุ 42 ปี ผู้ต้องหากรรโชกทรัพย์ ตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม จากคดีแอบอ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูน เรียกค่าละเมิดลิขสิทธิ์ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม โดยได้ทำการบุกเข้าจับกุมนายนันได้ขณะหลบหนีมากบดานอยู่ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง   ขณะเข้าจับกุมนายนันอยู่ภายในห้องพักรีสอร์ทเพียงคนเดียว และมีอาการตกใจหน้าซีด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายจับให้นายนันฟังต่อหน้า ก่อนนำตัวนายนันมาสอบสวนต่อที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3   ต่อมาที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พลตำรวจตรี อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นายนัน ได้ให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าเป็นผู้ได้ร่วมไปจับกุมละเมิดลิขสิทธิ์จริง แต่ไม่ได้มีการกรรโชกทรัพย์ และพร้อมที่จะต่อสู้คดี โดยชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้ส่งตัวนายนันไปให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคามดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ   สำหรับนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือนายนันท์ กิ่งเพชร เป็นหนึ่งในขบวนการผู้แอบอ้างว่าเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนดัง ซึ่งได้ทำการล่อซื้อกระทงลายการ์ตูน และทำการจับกุมเด็กหญิงวัย 15 ปี ที่ทำกระทงลายการ์ตูนในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ก่อนเรียกค่าละเมิดลิขสิทธิ์เป็นเงิน 50,000 บาท แต่ครอบครัวเด็กหญิงต่อรองจ่ายเงินให้ 5,000 บาท จนกลายเป็นข่าวโด่งดัง ซึ่งต่อมาพบว่ากลุ่มของนายนันได้ไปก่อเหตุลักษณะเช่นนี้ในอีกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามจนถูกศาลออกหมายจับ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนถูกชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 จับกุมตัวได้ในที่สุด   สำหรับในส่วนของจังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้มีผู้เสียหายที่ถูกเรียกค่าละเมิดลิขสิทธิ์ไปแจ้งความดำเนินคดีแล้วจำนวน 61 ราย โดย พลตำรวจตรี สุจินต์ นิจพานิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา จะได้แถลงความคืบหน้าในเรื่องของคดีให้รับทราบในวันนี้ (25 พ.ย.)   ด้านนางโสภาพรรณ ปัญยาง ผู้เสียหายที่เคยถูกคู่กรณีเข้าจับลิขสิทธิ์ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหารายได้นี้ เพราะตนและครอบครัวยังคงเจ็บปวดกับความรู้สึกที่โดนอีกฝ่ายข่มขู่มาตลอด   "ดีใจที่ตำรวจจับกุมคู่กรณีได้แล้ว อยากถามว่าโดนจับเสียเองแบบนี้ รู้สึกยังไงบ้าง สำหรับบุคคลที่โดนแก๊งจับลิขสิทธิ์ทำการข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ไม่ต้องไปกลัวบุคคลเหล่านี้อีกแล้ว ขอให้รีบเข้าแจ้งความกับตำรวจไว้ก่อน เจ้าหน้าที่พร้อมจะให้ความเป็นธรรม ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยกันนำเสนอข้อเท็จจริง และขอบคุณตำรวจทุกคน ที่ช่วยกันทำความจริงให้ปรากฏ" นางโสภาพรรณ กล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NHBA5f9iRmw

 1,358
อาชญากรรม
25 พ.ย. 62

นาที 'นัน กิ่งเพชร' ตกใจหน้าซีด ถูกบุกจับคารีสอร์ท หลังรีดเงินจับลิขสิทธิ์การ์ตูน

ชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้บุกเข้าจับกุม นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือนายนัน กิ่งเพชร อายุ 42 ปี ผู้ต้องหากรรโชกทรัพย์ ตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม จากคดีแอบอ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูน เรียกค่าละเมิดลิขสิทธิ์ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม โดยได้ทำการบุกเข้าจับกุมนายนันได้ขณะหลบหนีมากบดานอยู่ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง   ขณะเข้าจับกุมนายนันอยู่ภายในห้องพักรีสอร์ทเพียงคนเดียว และมีอาการตกใจหน้าซีด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายจับให้นายนันฟังต่อหน้า ก่อนนำตัวนายนันมาสอบสวนต่อที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3   ต่อมาที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พลตำรวจตรี อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นายนัน ได้ให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าเป็นผู้ได้ร่วมไปจับกุมละเมิดลิขสิทธิ์จริง แต่ไม่ได้มีการกรรโชกทรัพย์ และพร้อมที่จะต่อสู้คดี โดยชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้ส่งตัวนายนันไปให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคามดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ   สำหรับนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือนายนันท์ กิ่งเพชร เป็นหนึ่งในขบวนการผู้แอบอ้างว่าเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนดัง ซึ่งได้ทำการล่อซื้อกระทงลายการ์ตูน และทำการจับกุมเด็กหญิงวัย 15 ปี ที่ทำกระทงลายการ์ตูนในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ก่อนเรียกค่าละเมิดลิขสิทธิ์เป็นเงิน 50,000 บาท แต่ครอบครัวเด็กหญิงต่อรองจ่ายเงินให้ 5,000 บาท จนกลายเป็นข่าวโด่งดัง ซึ่งต่อมาพบว่ากลุ่มของนายนันได้ไปก่อเหตุลักษณะเช่นนี้ในอีกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามจนถูกศาลออกหมายจับ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนถูกชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 จับกุมตัวได้ในที่สุด   สำหรับในส่วนของจังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้มีผู้เสียหายที่ถูกเรียกค่าละเมิดลิขสิทธิ์ไปแจ้งความดำเนินคดีแล้วจำนวน 61 ราย โดย พลตำรวจตรี สุจินต์ นิจพานิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา จะได้แถลงความคืบหน้าในเรื่องของคดีให้รับทราบในวันนี้ (25 พ.ย.)   ด้านนางโสภาพรรณ ปัญยาง ผู้เสียหายที่เคยถูกคู่กรณีเข้าจับลิขสิทธิ์ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหารายได้นี้ เพราะตนและครอบครัวยังคงเจ็บปวดกับความรู้สึกที่โดนอีกฝ่ายข่มขู่มาตลอด   "ดีใจที่ตำรวจจับกุมคู่กรณีได้แล้ว อยากถามว่าโดนจับเสียเองแบบนี้ รู้สึกยังไงบ้าง สำหรับบุคคลที่โดนแก๊งจับลิขสิทธิ์ทำการข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ไม่ต้องไปกลัวบุคคลเหล่านี้อีกแล้ว ขอให้รีบเข้าแจ้งความกับตำรวจไว้ก่อน เจ้าหน้าที่พร้อมจะให้ความเป็นธรรม ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยกันนำเสนอข้อเท็จจริง และขอบคุณตำรวจทุกคน ที่ช่วยกันทำความจริงให้ปรากฏ" นางโสภาพรรณ กล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NHBA5f9iRmw

 1,358
สรุปข่าว
12 พ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 12 พ.ย.62 ลอยกระทงคึกคักทั่วไทย-ออกหมายจับชัยวัฒน์คดีบิลลี่-เสนอครม.ชิมช้อปใช้เฟส 3

-บรรยากาศลอยกระทงปี 62 คึกคักทั่วไทย พร้อมกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ใช้วัสดุธรรมชาติทำกระทง งานเผาเทียนเล่นไฟที่สุโขทัย ปชช.ปลื้มปิติ ขบวนแห่ไฟพระฤกษ์และประทีปพระราชทานในหลวง-พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ สมุทรสงครามลอยกระทงสาย 9,999 โคมที่คลองบางน้อย สวยงามตระการตา กทม.งดงามคึกคักสืบสานวัฒนธรรมไทย ระดมกำลังเก้บกระทงทุกจุด คาดปีนี้ 840,000 ใบ   นายกฯและครม.ลอยกระทงที่กาญจนบุรี ร่วมรำวงและร้องเพลงวันเพ็ญเดือน 12 นายกฯชวนชาวบ้านดูพระจันทร์ ก่อนพูดว่า ดูพระจันทร์ด้านหลังโน่น แต่บนนี้จันทร์โอชา ใครมีความทุกข์อะไรฝากไว้ที่นายกฯนี่ จะได้ลอยไปกับกระทง ผมขอเป็นที่รองรับความทุกข์ของทุกคน ไม่เคยทอดทิ้ง จำคำพูดผมไว้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯลอยกระทงกับชาวเมืองกาญจน์ เล่นมุก "พระจันทร์อยู่โน่น แต่จันทร์โอชาอยู่นี่"   -ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน กับพวกรวม 4 คน พัวพันใน 6 ข้อหาพัวพันอุ้มฆ่าบิลลี่ หนักสุดร่วมกันฆ่าคนตายโดยเจตนา ปล้นทรัพย์ ปิดบังอำพรางศพ  ชัยวัฒน์ลั่นไม่กังวล ยันไม่หนีไปไหน ขอให้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม เตรียมมอบตัวกับ DSI วันนี้ 9 โมงเช้า ขณะที่เมียบิลลี่ ยื่นหนังสือถึง ก.ยุติธรรม ขอให้มีคำสั่งมอบอำนาจให้กับ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม รับคดีของบิลลี่มาดูแลต่อ จนกว่าจะถึงที่สุด สมศักดิ์ไม่ก้าวล่วง เชื่อศาลให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ชัยวัฒน์' ไม่กังวล ยันไม่หนี หลังถูกออกหมายจับ 6 ข้อหา พัวพันคดีบิลลี่ พร้อมมอบตัว 12 พ.ย.   -รวบ 3 โจ๋ยกพวกถล่มกันกลางห้องฉุกเฉิน รพ.อ่างทอง โดนข้อหาทำร้ายร่างกายและบุกรุกสถานที่ราชการ โทษหนักคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสน ตร.ชี้เป็นพฤติกรรมที่เหิมเกริม ต้องไม่ให้มีเกิดขึ้นอีก ผอ.รพ.อ่างทองบอก ขณะเกิดเหตุมีผู้ป่วยอาการหนักต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ขอให้ดำนเนิรคดีไม่มีข้อยกเว้น   เปิดสถิติน่าตกใจปีนี้ตีกันใน รพ.แล้ว 12 ครั้ง ปีที่แล้ว 17 ครั้ง อนุทินโพสต์ "ช่วยจัดกันให้หนัก เราควรจะทำอย่างไรกับอันธพาลกระจอก ที่ชอบยกพวกก่อเหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล ... แพทย์และเจ้าหน้าที่ทำงานไม่ได้ ทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งกระทรวงจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด ไม่ให้เป็นเยี่ยงเลวร้ายอีกต่อไป" ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : รวบแล้ว 3 โจ๋ตีใน รพ.อ่างทอง 'อนุทิน' ซัดพวก 'อันธพาลกระจอก' เอาเรื่องถึงที่สุด   -นายกฯและบิ๊กป้อม นำครม.สัญจรที่ราชบุรีและกาญจนบุรี ที่ผ่านมาทำงานมาโดยตลอด ลงพื้นที่รับฟังความเห็นทุกคน ยันตนมาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯนำทีมครม.สัญจร ราชบุรี-กาญจนบุรี อารมณ์ดีรีดนมวัว ลั่น "ผมก็มาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน"   -เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส่งหนังสือถึง ป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบการครอบครองที่ดิน 1,700 ไร่ของปารีณา ไกรคุปต์ หลังให้สัมภาษณ์ยอมรับเองว่าครอบครองที่ดี ภบท.5 จำนวน 1,700 ไร่ ซึ่งตามกม.ครอบครองไม่ได้ ด้านปารีณายันไม่ผิด ใช้สิทธิเสียภาษีดอกหญ้าครอบครองทำประโยชน์มามากกว่า 10 ปี ต่างจากบุกรุกป่าสงวน จากการสำรวจพบเป็นที่ตั้งฟาร์มเลี้ยงไก่ ต้องตรวจสอบต่อไป ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ปารีณา' แจงยิบ หลังโดนร้อง ป.ป.ช.สอบปมครอบครองที่ดิน 1,700 ไร่    -ชิมช้อปใช้เฟส 3 ชัดเจนไม่แจกเงิน 1 พัน แต่ปลดล็อกให้ใช้เงินกันได้ทุกจังหวัด ตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน อุตตมเผยชิมช้อปใช้ 3 เข้าครม.วันนี้ ขยายถึงสิ้นเดือน ม.ค.63 กระตุ้นใช้เงินกระเป๋า 2 ตั้งเป้า 2 ล้านคน ปลดล็อกให้คนลงเฟส 1 และเฟส 2 ใช้เงินกระเป๋า 2 ได้ทุกจังหวัด คนแห่ลงทะเบียน ใช้สิทธิ์ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย เต็ม 1 หมื่นคน ตั้งแต่ 4 นาทีแรก ลุ้นวันนี้ อีก 1 หมื่นคน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จ่อชง 'ชิมช้อปใช้เฟส 3' ไม่แจกเงิน 1 พัน แต่ปลดล็อกใช้เงินในจังหวัดตัวเองได้    -หลักฐานชัด ออกหมายจับแล้ว 2 ผู้ก่อเหตุ ดีเอ็นเอมัดแน่น พบก่อคดีแล้วนับไม่ถ้วน มีหมายจับติดตัว พบเลือดในที่ก่อเหตุนอกเหนือจากคนเจ็บคนตาย ยังพบประวัติว่าที่ผ่านมา มีส่วนเกี่ยวข้องกับ คดีเผา บ.ชิณวรณ์ ปี 2561 คดีระเบิดจุดตรวจกรงปินัง , คดีเผาที่ทำการการไฟฟ้า อ.กาบัง จ.ยะลา เผ่นออกไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านก่อนย้อนกลับมาก่อเหตุใหม่ รมช.มหาดไทย เป็นปธ.พระราชทานเพลิงศพ จนท.ชรบ.ที่ผู้เสียชีวิต พร้อมเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หลักฐาน dna มัดตัว ออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหายิง ชรบ.ยะลา พบมีหมายจับคดีความมั่นคงเพียบ    -ขสมก.สั่งพักงานโชเฟอร์ รถร่วมบริการสาย 56 และรถมินิบัส สาย 40 พักการเดินรถเป็นเวลา 3 วัน เหตุขับปาดหน้ากัน ลงมาวางมวย-ถือท่อนเหล็กไล่ตีกันกลางถนนอิสรภาพ กระเป๋ารถพยายามห้ามไม่มีใครฟัง โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และเรียกตัวผู้ก่อเหตุมาสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม 10 โมงวันนี้ พร้อมลงโทษปรับบริษัทต้นสังกัด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สั่งพักงานโชเฟอร์รถเมล์สาย 56 - มินิบัสสาย 40 เหตุขับปาดหน้า ก่อนวางมวย-ถือเหล็กไล่ตีกลางถนน   -หาเรื่องต่อยกลางห้าง วงจรปิดจับภาพชัด หนุ่มสุดงงถูกเด็กช่างเดินมาต่อยกลางห้างดังย่านรามอินทรา ถามใช่รุ่นพี่หรือเปล่า เรียนสถาบันไหน รุ่นไหน และขอดูมือถือก่อนรัวหมัดต่อย โวยเด็กช่างห้าวเช็คกันมั่ว เตือนภัยแค่แต่งตัวคล้ายก็ถูกต่อยได้ เข้าแจ้งความที่ สน.บางชัน ซึ่งยังมีอาการบาดเจ็บ กล้ามเนื้อช่วงกรามอักเสบ และหูอื้อ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มสุดงง ถูกเด็กช่างห้าวเป้งเดินมาต่อยกลางห้าง เตือนภัยแค่แต่งตัวคล้ายก็ถูกต่อยได้   -ระทึกรับวันลอยกระทง ไฟไหม้ร้านชาบูชั้น 5 ห้างสยามสแควร์วัน สั่งอพยพ นทท.ออกจากห้าง เร่งดับเพลิงจนสงบ ไม่มีคนเจ็บและเสียชีวิต เร่งหาสาเหตุการเกิดไฟไหม้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ไฟไหม้ร้านชาบูชั้น 5 ห้างสยามสแควร์วัน อพยพคนวุ่นวันลอยกระทง   -อดีตบริษัทต้นสังกัด นัน กิ่งเพชร โอดสังคมกำลังหนุนคนละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าเจอดำเนินคดีทันที แถลงเตือนสติสังคมกําลังมองเห็นว่า การละเมิดลิขสิทธิ์เป็นเรื่องถูกต้อง สังคมและสื่อปกป้อง ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า หากมีบุคคลใดกระทําการอันเป็นการละเมิดต่อกฎหมายกับตัวแทนของบริษัท จะถูกดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา ขณะที่มีเหยื่อล่อซื้อ ลิขสิทธิ์โผล่แจ้งความเพิ่มอีก 4 ราย ตร.จ่ออกหมายเรียกตัแทนลิขสิทธิ์ชี้แจง ด้านน้องอ้อม สาว 15 เหยื่อลิขสิทธิ์ ตั้งโต๊ะขายกระทง หน้าห้างเซ็ลทรัลโคราช คนแห่ซื้อชั่วโมงเดียวแทบเกลี้ยง เผยต้องการมาให้กำลังใจ ด้านน้องอ้อมความรู้สึกเริ่มดีขึ้น   -เครือข่ายแม่มณีถูกจับคนที่ 8 ศาลอุดรฯฝากขังโบว์ แฟนสาวทอมเครือข่ายแม่มณี เป็นแม่ข่ายเล่นแชร์ มีลูกข่าย 40 คน หลังแม่มณีถูกจับ หอบมือถือและเอกสารหนี ตั้งใจมอบหลักฐานกับ DSI แต่ถูกจับเสียก่อน พบเงินในบัญชีสะพัดเกือบ 100 ล้าน แต่มีเงินติดตัว 2 หมื่น ตร.นำตัวฝากขัง ค้านประกันตัว   -พ่อค้าส้มตำที่จ.เชียงใหม่ ไลฟ์สดด่ายับบริษัทรับ-ส่งอาหาร แห่งหนึ่ง ตุกติกโอนจ่ายค่าอาหาร ไล่เช็คย้อนดูเงินเข้าไม่ตรง ติดต่อไปก็ได้แต่รับเลี้ยง ยังไม่มีใครติดต่อกลับ ด้านแกร็บฟู้ดออกชี้แจง ตามปกติจะโอนเงินให้ร้านค้าในวันถัดไป ส่วนยอดที่ตกค้างจะโอนเพิ่มเติมใน 1-3 วันถัดมา ยันจ่ายเงินโปร่งใส ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'แกร็บฟู้ด' แจงแล้ว โต้ดราม่าตุกติกค่าอาหาร พ่อค้าส้มตำเชียงใหม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FwrGnPo5i5I

 3,502
สังคม
10 พ.ย. 62

โผล่อีก! สาวสานตะกร้าพลาสติกขาย หาเงินเลี้ยงลูกป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง ถูกล่อซื้อลิขสิทธิ์โดราเอม่อน เรียกรับ 3 หมื่น

น.ส.คัคนางค์ เกตุวงษ์ อายุ 35 ปี สาวพรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ซึ่งมีอาชีพสานตะกร้าพลาสติกขาย หารายได้เลี้ยงลูกป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดนล่อซื้อทางอินเตอร์เน็ตให้ทำลายการ์ตูนโดราเอม่อน วันไปส่งของถูกจับอ้างละเมิดลิขสิทธิ์ เรียกรับเงินไป 30,000 บาท ต้องเอาสร้อยคอทองคำไปขายเพื่อเอาเงินมาแลกอิสรภาพ   น.ส.คัคนางค์ เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2562 ตนได้รับการสอบถามมายังเฟซบุ๊กของตน ว่าให้ผลิตถุงพลาสติกสานใส่แก้วน้ำพร้อมติดลายเป็นรูปการ์ตูน โดราเอม่อน หมีพูห์ คิตตี้ จำนวน 20ใบ ใบละ 80 บาท และให้นำมาส่งมอบในเขตเทศบาลพรานกระต่าย ในช่วงเช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2562 ตนแจ้งว่าไม่มีลายโดราเอม่อน แต่คนสั่งเจาะจงว่าต้องลายการ์ตูนตามนี้เท่านั้น ตนจึงไปหาลายการ์ตูนมาติดให้ แล้วนำมาส่งให้ตามสถานที่นัดหมายหน้าธนาคารออมสินสาขาพรานกระต่าย ซึ่งอยู่ห่างสถานีตำรวจภูธรพรานกระไม่ถึง 50 เมตร    เมื่อถึงที่นัดหมายได้ส่งของให้กับผู้ชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามารับสินค้าที่สั่ง โดยชายคนดังกล่าวได้จ่ายเงินให้จำนวน 1,600 บาท จากนั้นก็มีกลุ่มคนพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเข้ามาจับกุมตนทันที และแจ้งว่าตนจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ โดยได้ดำเนินคดีตนเฉพาะลายโดราเมม่อนเท่านั้น    โดยกลุ่มคนดังกล่าวนำตนไปที่ห้องสืบสวนที่อยู่ด้านหลังสถานีตำรวจ พร้อมอธิบายข้อกล่าวหาและบทลงโทษ โดยได้ยื่นข้อเสนอว่าหากไม่อยากถูกดำเนินคดีให้นำเงินมาให้จำนวน 50,000 บาท แต่ตนมีเงินเพียง 5,000 บาท กลุ่มคนดังกล่าวได้บอกให้ตนไปหาเงินมาให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม และห้ามญาติๆของตนห้ามเข้าไปในห้องสืบสวน แม้แต่ลูกที่พิการก็ไม่ยอมให้ตนอุ้มเข้าไป จนกว่าตนจะจ่ายเงินเรียบร้อย   ตนจึงต้องนำสร้อยทองของสามีไปขายได้เงินมาจำนวนเกือบ 30,000 บาท กลุ่มคนดังกล่าวจึงไม่ดำเนินคดี โดยได้ทำบันทึกข้อตกลงยินยอมที่จะไม่ดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรพรานกระต่ายไว้เป็นหลักฐาน จึงได้ถูกปล่อยตัวออกมาพร้อมกับใบถอนแจ้งความ   ตนและครอบครัวรู้สึกเสียใจมาก เนื่องจากตนต้องทำงานเลี้ยงดูลุกชายที่ป่วย อยู่กับบ้าน ไม่คิดว่าจะถูกกลุ่มคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เข้ามาจับกุมดำเนินคดีกับตน แต่ตนเองไม่รู้มาก่อนว่าภาพทลายการ์ตูนที่ตนซื้อมาตามท้องตลาดทั่วไปจะละเมิดลิขสิทธิ์ และทำให้ตนต้องถูกจับดังกล่าว   สำหรับในเรื่องนี้นายอุทัย ทะริยะ ยุติธรรม จ.กำแพงเพชร จะลงพื้นที่ไปที่บ้านของนางสาวคัคนางค์ เพื่อสอบสวนหาความจริง เพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/u7yKolpJjtI

 200
เศรษฐกิจ
08 พ.ย. 62

ธ.กสิกรไทย - ธ.กรุงเทพ ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ มีผล 11 พ.ย.62

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารตอบสนองต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยเพื่อช่วยลูกค้าของธนาคารในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ลง 0.25% จากปัจจุบันที่ 6.25% เป็น 6.00% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่กลุ่มลูกค้าของธนาคารใช้เป็นส่วนใหญ่   นอกจากนี้ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับลูกค้านิติบุคคลลง 0.07%-0.25% โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ โดยธนาคารยังไม่มีแผนที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับบุคคลธรรมดาในขณะนี้   ด้านนายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ MLR หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลาลง 0.25% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายนนี้เช่นเดียวกัน   โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ นับเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในการลดต้นทุน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยภาพรวม สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ   ขอบคุณข้อมูลจาก : Misterban

 1,626
สังคม
08 พ.ย. 62

เจ้าของตัวจริงมาแล้ว! ลั่นชัด 'กระทงการ์ตูน' ไม่เหมือนต้นฉบับ-ไม่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์

คดีกระทงเด็ก 15 ที่โคราช จากถูกจับลิขสิทธิ์ กลายเป็นผู้เสียหาย สามารถฟ้องอาญาและแพ่งได้ หลังผู้เชี่ยวชาญลิขสิทธิ์ เข้าให้ข้อมูล รอง ผบ.ตร. ชี้แจงกระทงไม่เหมือน รีลัคคุมะ และยืนยันว่าเป็นเจ้าเดียวในไทยที่ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นให้ดูแลผลประโยชน์ ไม่ใช่ "ประจักษ์ โพธิผล"    พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงต่อสื่อมวลชน หลังตัวแทนบริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์จำหน่ายสินค้าของบริษัท ซาน-เอ็กซ์ จำกัด บริษัทแม่ที่ ประเทศญี่ปุ่น , ฝ่าย กม. และผู้บริหาร เข้าพบหารือ โดยยืนยันว่ากระทงของเด็กอายุ 15 ปี ที่ จ.นครราชสีมา ไม่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากตรวจสอบแล้ว กระทงดังกล่าวไม่มีความเหมือนหรือคล้ายตัวการ์ตูนรีรัคคุมะ ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท ซาน-เอ็กซ์ แต่อย่างใด โดยไม่เหมือนทั้งใบหน้า หู ตา และปาก เป็นแค่กระทงรูปหมีธรรมดา ทำให้เด็กอายุ 15 ปี กลับกลายเป็นผู้เสียหาย สามารถฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งและอาญา กับ นายประจักษ์ โพธิผลได้ รวมถึงได้รับเงินค่าชดเชยกับการถูกดำเนินคดี    พร้อมยืนยัน บริซัทเวอร์รีเซค ไม่ใช่ตัวแทนของบริษัทแซนเอ็กซ์แล้ว ส่วนนายประจักษ์ จะเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์ หรือแจ้งความเท็จหรือไม่ ยังไม่สามารถระบุได้ ต้องรอการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดก่อน แต่จากการตรวจสอบพบว่า บริษัท เวอร์ริเซ็ค ไม่ใช่ตัวแทนลิขสิทธิ์ของบริษัท ซาน-เอ็กซ์ฯ แล้ว    ส่วนตำรวจที่ร่วมจับกุม กรณีเด็กขายอายุ 15 ปี ตรวจสอบแล้วพบว่า ดำเนินการไปตามขั้นตอนหลังรับแจ้งจากผู้ร้อง พร้อมยืนยันหลังจากนี้จะต้องไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ในลักษณะนี้อีก โดยกำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานตัวแทนลิขสิทธิ์ให้ถี่ถ้วนมากกว่านี้ สำหรับขั้นตอนการดำเนินการของบริษัท ที.เอ.ซี. ซึ่งเป็นบริษัทเดียว ที่ได้รับมอบอำนาจจากบริษัท ซาน-เอ็กซ์ฯ หากได้รับแจ้งมีการละเมิดลิขสิทธิ์ จะออกจดหมายเตือนก่อนถึง 2 ครั้ง หากไม่มีการแก้ไข จึงจะส่งตัวแทนดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจากนี้ จะมีการดำเนินคดีกับนายประจักษ์ หรือ บริษัท เวอร์ริเซ็ต หรือไม่ เป็นเรื่องของคู่กรณี

 192
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 62

อวสาน movie2free ดีเอสไอบุกจับเว็บหนังเถื่อนเบอร์ 1 ในไทย ได้ค่าโฆษณา 5 ล้าน/เดือน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยผลการจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์รายใหญ่ของประเทศไทย movie2free   โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้สืบสวนจนสามารถพิสูจน์ทราบตัวเจ้าของเว็บไซต์เป็นชายไทยอายุประมาณ 30 ปี เคยมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ ส่วนแอดมินผู้ดูระบบเว็บไซต์เป็นชายวัยรุ่น อายุ 22 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคเหนือ   เจ้าหน้าได้เข้าค้นที่พักของแอดมินเมื่อต้นเดือน พ.ย.62 ที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ขณะกำลังนั่งทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าดูแลเว็บไซต์ movie2free จากผลการปฏิบัติการดังกล่าว ทำให้เว็บไซต์ movie2free ปิดตัวลง โดยขณะนี้ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและเครือข่ายทั้งการดำเนินคดีอาญาและมาตรการทางภาษี   สำหรับเว็บไซต์ดังกล่าวมีการกระทำในลักษณะเป็นเครือข่าย ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ซับซ้อนยากต่อการติดตามให้ถึงตัว โดยได้จัดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายไว้ที่ต่างประเทศ และมีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายบังหลอกไว้ 2 ชั้น เพื่อป้องกันการแกะรอยของเจ้าหน้าที่   โดยเว็บไซต์ movie2free จะมีรายได้ค่าโฆษณาจากเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ติดป้ายแบนเนอร์ในหน้าเว็บไซต์ และที่โฆษณาพนันออนไลน์แบบเป็นคลิปวิดีโอเล่นก่อนเข้าชมภาพยนตร์ รวมประมาณ 25 เว็บไซต์ รวมรายได้ประมาณ 5 ล้านบาทต่อเดือน   ผลการสอบสวนพบข้อมูลว่า เว็บไซต์ดังกล่าวมีการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2557 โดยเมื่อประมาณต้นปี 2562 มีผู้เข้าชมประมาณ 800,000-900,000 IP Address ต่อวัน ยอดวิววันละประมาณ 10 ล้านวิว เป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ออนไลน์อันดับหนึ่งของไทย และอันดับต้นของโลก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jMlHQTovfzs  

 1,778
สังคม
08 พ.ย. 62

อวสาน movie2free ดีเอสไอบุกจับเว็บหนังเถื่อนเบอร์ 1 ในไทย ได้ค่าโฆษณา 5 ล้าน/เดือน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยผลการจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์รายใหญ่ของประเทศไทย movie2free   โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้สืบสวนจนสามารถพิสูจน์ทราบตัวเจ้าของเว็บไซต์เป็นชายไทยอายุประมาณ 30 ปี เคยมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ ส่วนแอดมินผู้ดูระบบเว็บไซต์เป็นชายวัยรุ่น อายุ 22 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคเหนือ   เจ้าหน้าได้เข้าค้นที่พักของแอดมินเมื่อต้นเดือน พ.ย.62 ที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ขณะกำลังนั่งทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าดูแลเว็บไซต์ movie2free จากผลการปฏิบัติการดังกล่าว ทำให้เว็บไซต์ movie2free ปิดตัวลง โดยขณะนี้ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและเครือข่ายทั้งการดำเนินคดีอาญาและมาตรการทางภาษี   สำหรับเว็บไซต์ดังกล่าวมีการกระทำในลักษณะเป็นเครือข่าย ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ซับซ้อนยากต่อการติดตามให้ถึงตัว โดยได้จัดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายไว้ที่ต่างประเทศ และมีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายบังหลอกไว้ 2 ชั้น เพื่อป้องกันการแกะรอยของเจ้าหน้าที่   โดยเว็บไซต์ movie2free จะมีรายได้ค่าโฆษณาจากเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ติดป้ายแบนเนอร์ในหน้าเว็บไซต์ และที่โฆษณาพนันออนไลน์แบบเป็นคลิปวิดีโอเล่นก่อนเข้าชมภาพยนตร์ รวมประมาณ 25 เว็บไซต์ รวมรายได้ประมาณ 5 ล้านบาทต่อเดือน   ผลการสอบสวนพบข้อมูลว่า เว็บไซต์ดังกล่าวมีการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2557 โดยเมื่อประมาณต้นปี 2562 มีผู้เข้าชมประมาณ 800,000-900,000 IP Address ต่อวัน ยอดวิววันละประมาณ 10 ล้านวิว เป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ออนไลน์อันดับหนึ่งของไทย และอันดับต้นของโลก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jMlHQTovfzs  

 1,778
สังคม
07 พ.ย. 62

เตรียมแก้กฎหมายปิดช่องโหว่จับลิขสิทธิ์ ปธ.ศาลฎีกา ชี้ ปมเด็กทำกระทงการ์ตูนขาย ผิดหรือไม่ดูที่เจตนา

ประธานศาลฎีกายัน กรณีเด็กทำกระทงอาจจะไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขาดเจตนา หากขึ้นศาลก็ยกฟ้อง   นายไสลเกษ วัฒนพันพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เปิดเผย กรณีการจับกุมลิขสิทธิ์ กระทงรูปตุ๊กตาญี่ปุ่นที่ปรากฎเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ว่า ในการจับกุมผู้ต้องหาคดีลิขสิทธิ์นั้น ขณะนี้ตนเองยังไม่ทราบรายละเอียด ทราบเพียงข่าวที่นำเสนอของสื่อมวลชนเท่านั้น โดยหลักของกฎหมายต้องดูที่เจตนา    พร้อมยกตัวอย่างในอดีตศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีในลักษณะดังกล่าว คือบริษัทเอกชนว่าจ้างให้ทำคอมพิวเตอร์แต่มีการใส่ซอฟแวร์เข้าไปในตัวเครื่อง ทำให้ถูกดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ในที่สุดแล้วศาลฎีกาก็มีคำพิพากษาว่าขาดเจตนา    ประธานศาลฎีกา กล่าวว่าในส่วนกรณีจับกุมเด็กวัย 15ปี ทำกระทงละเมิดลิขสิทธิ์ที่จังหวัดนคราชสีมานั้น ตนเองทราบเพียงทางข่าวเท่านั้น ในรายละเอียดยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ในข่าวระบุว่ามีการว่าจ้างเด็กให้ทำกระทงตุ๊กตา เป็นไปได้ว่าอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือไม่ แต่หลักของกฎหมายนั้นดูที่เจตนาเป็นหลัก ซึ่งบางครั้งผู้เสียหายอาจจะเป็นผู้ยุยงให้กระทำความผิดเสียเอง   นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวถึงการดำเนินคดีกับเด็กที่จำหน่ายกระทงลายการ์ตูนลิขสิทธิ์ ว่า เรื่องนี้ จะต้องดูตามพยานหลักฐาน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีฎีการะบุแล้วว่า ถ้าเป็นการล่อซื้อ โดยให้ทำสินค้าให้ ถือเป็นการได้พยานหลักฐานจากความไม่บริสุทธิ์ และจะทำให้ผู้ที่ถูกดำเนินคดีพ้นผิดไป   นอกจากนี้ จะมีหารือร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานด้านสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึงอาจจะนำคดีนี้เป็นกรณีศึกษาและแนวทางในการปรับแก้กฎหมายลิขสิทธิ์ต่อไป

 221
สังคม
07 พ.ย. 62

เหยื่อลิขสิทธิ์โร่แจ้งความกว่า 20 ราย รองผบ.ตร.เร่งสอบ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมแจงทำตามหน้าที่

ความคืบหน้ากรณีที่มีการล่อซื้อจับกุมลิขสิทธิ์ ล่าสุดบรรดาผู้เสียหายที่โคราชกว่า 20 ราย รวมตัวเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตัวแทนลิขสิทธิ์ข้อหากรรโชกทรัพย์ รองผบ.ตร.เร่งติดตามคดี ด้านเจ้าหน้าที่ล่อซื้อแจงทำตามกฎหมาย   วันนี้ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา กลุ่มผู้เสียหายจากการถูกจับลิขสิทธิ์ กว่า 20 ราย ได้เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่สภาทนายความ จ.นครราชสีมา ซึ่งจัดทีมทนายความมารับเรื่อง และคัดแยกกลุ่มผู้เสียหาย    เบื้องต้นแบ่งเป็น ผู้เสียหายที่ได้รับจ้างทำกระทง สติ๊กเกอร์เคสโทรศัพท์มือถือ และดอกไม้พลาสติกเป็นรูปการ์ตูน ส่วนใหญ่ได้รับการว่าจ้างผ่านทางเฟซบุ๊ก และถูกล่อซื้อให้ทำสินค้ามาส่งมอบ ก่อนจะถูกจับกุมและเรียกค่าเสียหายรายละตั้งแต่ 5พันถึง 1 แสนบาท ซึ่งพฤติการณ์จะคล้ายๆ กัน โดยคนล่อซื้อเป็นผู้หญิง เมื่อถึงเวลาส่งมอบสินค้าก็จะถูกกลุ่มชายที่อ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ และตำรวจจับกุมฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้เสียหายกล่าวว่า ถูกจับเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ทำกระทงลายการ์ตูนคุมะและการ์ฟิล ถูกเรียกค่าเสียหาย 7 หมื่น แต่สุดท้ายต่อรองเหลือ 3 หมื่น ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน จนตอนนี้ลำบากอย่างมาก   ขณะที่ในรายการโหนกระแส ผู้เสียหายที่โดนล่อซื้อลิขสิทธิ์เสื้อกาฟิวส์ เปิดใจว่า ตนขายเสื้อเป็นอาชีพเสริม มีคนทักแชทมาตนก็นำไปส่ง แต่สุดท้ายก็มีผู้ชาย 5-6 คนเข้ามาจับกุมและติดคุกเลย ตอนนั้นเสียใจมาก อีกรายเป็นผู้เสียหายจากการขายกระเป๋าโดราเอม่อน บอกว่า ถูกล่อซื้อในลักษณะเดียวกัน และมีตัวแทนลิขสิทธิ์คนเดียวกันเข้าจับกุม หลังถูกจับกุมก็จ่ายเงินไปแล้ว จึงรู้ว่าโดราเอม่อนไม่มีลิขสิทธิ์ในไทยแล้ว   ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาติดตามการสอบสวนคดีด้วยตนเอง เปิดเผยว่า การเดินทางลงพื้นที่วันนี้เพื่อมาดูรายละเอียดกรณีต่างๆ ที่ปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา วันนี้จะได้ลงในรายละเอียดว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หากพบว่าผู้ที่เป็นตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ได้ถูกแต่งตั้งจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์จริงก็จะต้องดำเนินคดี และเงินที่ผู้เสียหายจ่ายไปทั้งหมดได้จ่ายไปถึงใครบ้างก็จะต้องมีการสอบสวน ทั้งในต่างประเทศและในประเทศ โดยไม่ละเว้น แต่หากเป็นตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์จริงก็จะดูว่ามีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการมากน้อยเพียงใด ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย   ทางด้านนายประจักษ์ โพธิผล อายุ 56 ปี ซึ่งอ้างว่าเป็น ผู้รับมอบอำนาจจาก บริษัท พอส์ อิงค์ จำกัด และ บริษัท ซาน เอ็กซ์ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การ์ตูน ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า น้องที่ทำกระทงได้โพสต์รูปกระทงที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ลงเฟซบุ๊กตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.62 และมีคนสั่งซื้อก่อนที่ทีมงานจะเห็น จึงติดต่อไปในช่วงต้นเดือนพ.ย.62 โดยทางบริษัทมีทีมงานที่คอยติดตามผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ในโซเชียลอยู่แล้ว จึงได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ และได้มีการติดต่อให้ส่งมอบกระทงในตัวเมืองจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งพบว่าเด็กสาวคนดังกล่าวถือถุงกระทงมาส่งให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมตัวแทนลิขสิทธิ์จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมของกลาง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในเหตุการณ์ตลอดเวลา   หลังจากนั้นญาติได้มีการขอเจรจาซึ่งตนก็ให้เจรจาเนื่องจากว่าผู้ที่ถูกจับกุมยังเป็นเยาวชนอยู่ และขยันทำมาหากิน แต่ผิดก็คือผิด และสามารถถอนแจ้งความร้องทุกข์ได้ โดยที่พ่อแม่ของเด็กเสนอเป็นค่าละเมิดลิขสิทธิ์ให้ 5,000 บาท   "ในส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าตัวแทนบริษัทเรียกเงินจำนวน 50,000 บาท ตนแค่แจ้งให้ครอบครัวของเด็กสาวทราบเท่านั้นว่า ตาม พ.ร.บ ลิขสิทธิ์ มีโทษปรับตั้งแต่ 50,000 บาทถึง 400,000 บาท จำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งพยายามอธิบายเรื่องของกฎหมายให้ฟัง แต่กลับถูกครอบครัวของเด็กสาวตีความในทางที่ผิด และเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ตามที่เป็นข่าว"นายประจักษ์กล่าว   นายประจักษ์ ยังยืนยันอีกว่า เจ้าหน้าที่ของบริษัทไม่ได้ล่อให้น้องทำกระทงเป็นตัวการ์ตูนดัง แล้วมาล่อซื้อจับกุม แต่น้องเยาวชนมีการโพสต์ภาพรูปกระทงที่มีการละเมิดอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนประเด็นที่ถูกโจมตีวันนั้นประชาชนฟังข่าวอยู่ข้างเดียว จึงทำให้เจ้าหน้าที่ถูกโจมตีอย่างหนัก ถ้าพูดถึงบริษัทก็ได้รับความเสียหายเช่นกันเพราะทำซ้ำดัดแปลงโดยไม่ซื้อสิทธิ์ แต่อยากให้สังคมเข้าใจว่าน้องทำผิดจริง และก็มีผู้ใหญ่เข้ามาเจรจาให้ถอนคำร้องทุกข์ ทางตนเองก็ถอนคำร้องทุกข์ให้ถือเป็นการให้โอกาสเด็ก   "หลังจากมีกระแสสังคมต่อว่าทางทีมงานลิขสิทธิ์อย่างหนักก็รู้สึกเสียใจเกี่ยวกับการทำงาน และปกป้องสิทธิ์ของผู้เสียหาย หากเราไม่ปกป้องสิทธิ์ผู้กระทำหรือผู้ผลิตก็จะส่งผลให้เดือดร้อนเพราะบริษัทเป็นผู้ลงทุน ส่วนที่มีข่าวว่าทางบริษัทจะนำเงินจำนวน 5,000 บาทคืนน้องนั้นไม่เป็นความจริง หากเรานำเงินไปคืนก็เท่าว่าเราเป็นผู้ผิดเสียเอง"นายประจักษ์กล่าว   นายประจักษ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนที่ บริษัทตัวแทนลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนริลัคคุมะ ที่ออกมาชี้แจงยืนยันว่าไม่ได้มอบหมายให้ผู้ใดทำการจับลิขสิทธิ์นั้น ขอชี้แจงว่า ตนเป็นตัวแทนดูแลลิขสิทธิ์ของต่างประเทศ ไม่เกี่ยวกับบริษัทดังกล่าว และไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกันกับตนเอง เพราะตนเองดูแลภาพรวมระดับที่ใหญ่กว่า และก็ไม่เข้าใจว่าออกหนังสือชี้แจงมาเพื่อต้องการอะไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KxZfhDZD1IM

 126
สังคม
06 พ.ย. 62

ร้อยเอ็ด-โผล่อีก เหยื่อล่อซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูน

โผล่อีกราย นางสาวมลิสา ภายะโส อายุ 24 ปี ชาวร้อยเอ็ดได้ออกมาร้องผ่านสื่อถึงการที่ตนเองถูกกลุ่มอ้างสิทธิ์ตัวแทนล่อซื้อลิขสิทธิ์ลายการ์ตูนบนกระทงจาก     จากกรณีมีชาย อ้างตัวว่าได้รับมอบหมายจากบริษัท พอลส์ อิงค์ จำกัด และ บริษัท ชาน-เอ็กซ์ จำกัด ให้ติดตามดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดละเมิดลิขสิทธิ์การ์ตูนของบริษัท โดยมีการติดต่อกับผู้เสียหายผ่านทาง facebook อยากได้กระทง และขอซื้อกระทงที่มีรูปการ์ตูน กาฟิลต์ และดาร์คูน ริอลคคูมะ บนกระทงขนมปัง โดยตกลงราคาซื่อขายกันผ่านเฟสบุ๊ค ดระทงชั้นเดียว 15 บาท 2 ชั้น 20 บาท อย่างละ 15กระทง รวมเป็น 30 กระทง กับ น.ส.มลิสา ภายะโส อายุ 24 ปี บ้ายเลขที่ 95 หมู่ 1 บ้านสีแก้ว ต.สีแก้ว อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด (เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา) จากนั้นผู้ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนบริษัท ได้เข้าไป ลงบันทึกประจำวันกับ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจธวัชบุรี แล้วขอกำลังชุดสืบสวน ร่วมจับกุม   จากนั้นผู้แทนบริษัท ได้ประสานไปยังนางสาวมลิสา ให้นำสินค้ามาส่ง บริเวณริมถนนแจ้งสนิท ข้างที่ว่าการอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่ง นางสาวมลิสา ไม่ชำนาญเส้นทาง จึงได้ให้ น.ส.สุ (นามสมมุติ) นั่งไปเพื่อบอกทาง เมื่อไปถึง พบผู้ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์ รออยู่จุดนัดหมายได้มาจ่ายเงินเพื่อแลกเอากระทงที่สั่งไว้ จากนั้น ก็ได้แสดงตัวและหลักฐานว่าเป็นตัวแทนบริษัท ชี้ให้เจ้าหน้าที่จับกุม ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อการค้า ก่อนคุมตัว นางสาวมลิสา และ น.ส.สุ ไปสอบสวนโดย พนักงานสอบสวนได้ ส่งมอบ น.ส.สุ อายุ 16 ปีให้กับศาลคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดร้อยเอ็ด ดำเนินการรับตัวไปสอบสวน และควบคุมตัวนางสาวมาริสา สอบปากคำ ก่อนจะมีญาตินำเงินสด 20,000 บาทมาประกันตัวออกไป   นางสาวมลิสา เปิดเผยว่า จริงๆแล้ว ตนเพิ่งเรียนจบชั้น ปวส .สาขาวิชาคอมพิวเตอร์กราฟิก จากสถาบันแห่งหนึ่ง และว่างงานจึงได้ทำกระทงจำหน่ายช่วงงานลอยกระทง ผ่านโซเชี่ยล และลองเอารูปการ์ตูนมาติดตั้ง เป็นแบบสมมุติในกระทงขนมปังเท่านั้น   จากนั้นก็โชว์ภาพทางเฟซบุ๊ค กระทั่งมี ตัวแทนของบริษัทติดต่อผ่านเฟซ มาหาตนว่าอยากให้ทำกระทงตามรูปดังกล่าวได้หรือไม่ และขายในราคาเท่าไหร่ จนทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ตนจึงได้ทำให้ตาม Order ที่สั่งซื้อและ นำไปส่ง ตามสถานที่ที่ระบุก่อนจะมาถูกจับกุมดังกล่าว   และระหว่างที่ถูกจับกุมคุมตัวไปสอบสวนอยู่นั้นทางผู้ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของบริษัทลิขสิทธิ์ได้แจ้งว่าถ้าอยากจบเรื่องต้องจ่ายเงิน 50,000 บาท หากไม่เช่นนั้น ก็จะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างไรก็ตามตนไม่มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาร่วมกับผู้ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของบริษัทนั้นมีส่วนรู้เห็นเป็นใจกันด้วยหรือไม่ตนไม่ทราบและอีกอย่างน้องสาวที่นั่งมาเป็นเพื่อนก็ถูกจับด้วยทั้งๆที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆเลย   ขณะที่พันตำรวจเอก ไกร สอนสี ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอธวัชบุรี กล่าวว่า หลักการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนของกรมตำรวจเราไม่สามารถจะไป ฝ่าฝืนหรือไปร่วมกระทำผิดกับทาง ผู้ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของบริษัทนั้น โดยเด็ดขาด แต่ถ้าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทำตามที่มีผู้ร้องและขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย ก็จะถือว่าเป็นการละเว้น

 272
สังคม
05 พ.ย. 62

สั่งเองจับเอง! จนท.ลิขสิทธิ์จับเด็กหญิงวัย 15 ทำกระทงลายการ์ตูน รีดเงินไม่จ่ายเจอคุก

จากกรณีที่เป็นเรื่องราวที่ได้รับการแชร์โดยสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่า โดนล่อจับลิขสิทธิ์ หลังจากมีคนโทรมาสั่งให้ทำกระทง กับเด็กหญิงวัย 15 ปี ซึ่งหารายได้เสริม โดยคนสั่งจ่ายเงินมัดจำ 200 บาท แต่หลังจากนำกระทงไปส่งตามที่สั่งเอาไว้ แต่กลับโดนจับกุม พร้อมเรียกเงิน 50,000 บาท เพื่อไม่ต้องโดนจำคุกนั้น   ล่าสุดวันที่ 5 พ.ย. รายโหนกระแสได้เปิดใจสัมภาษณ์  “น้องอุ้ม” (นามสมมติ) เด็กหญิงวัย 15 ปี มาพร้อมคุณพ่อคุณแม่ ถึงประเด็นดังกล่าวหลังถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี พร้อมยังนี้ยังมี ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์  ทนายความชื่อดังจาก ทนายคลายทุกข์เข้าร่วมพูดคุยด้วย      ปกติ ทำกระทงอะไร? อุ้ม : “กระทงขนมข้าวโพดค่ะ ปกติทำกระทงแบบนี้ขายตามเฟซบุ๊กค่ะ ขาย 29 บาทค่ะ ใครสั่งก็ทำค่ะ”   ประเด็นที่มันเกิดขึ้น มันเกิดอะไรขึ้น? อุ้ม : “หนูลงเฟซแล้วมีพี่คนนึงทักมาหาหนู ว่ามีสินค้านี้อยู่มั้ย หนูบอกว่ามีค่ะ เขาบอกว่ามีรูปให้ดูมั้ย หนูเลยส่งรูปไปให้ดู”   รูปอะไร? อุ้ม : “รูปในเพจใเฟซต่างๆ เราไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน หลังจากนั้นพี่เขาก็สั่งคุมะ 10 อัน การ์ฟิลด์ 10อัน แล้วมินเนียน 5 คิตตี้ 5”   เฟซไม่ได้ติดต่อมาแค่เฟซเดียว ติดต่อมากี่เฟซ? อุ้ม : “3-4 เฟซค่ะ ทุกคนสั่งแบบนี้เหมือนกัน ในวันเดียวค่ะ หนูทำตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงตีหนึ่งตีสอง ของวันที่หนึ่งถึงวันที่สองค่ะ เขานัดรับวันที่สาม เขานัดหนูไปหน้าคลัง พี่เขาบอกว่าให้ไปประตูชุมพล ย่าโม พี่เขาก็เรียกหนูเข้าไป เสร็จปั๊บพี่เขายื่นเงินให้หนู 500 บาทแล้วก็เดินหนีหายไปเลย”   เป็นผู้หญิงหรือชาย? อุ้ม : “ผู้หญิงค่ะ ทั้งหมด 510 เขาโอนมัดจำมาให้ก่อน200 บาท เขายื่นให้ 500 บาทแล้วก็ไปเลย แล้วก็มีคนมารุมจับหนู ประมาณ 5-6 คนได้ค่ะ เขาดักหน้าดักหลังล้อมเอาไว้เลยค่ะ ตรงประตูชุมพล ไม่ให้ไปไหนแล้วก็ถ่ายรูปหนู ให้หนูไปสภ.เมืองค่ะ”   คนนี้เป็นใคร? อุ้ม : “เป็นคนข่มขู่แม่หนูค่ะ เรียกเงิน 5 หมื่นถึง 4 แสนบาท เขาก็พาหนูไปห้องมืด มีพี่ๆ เขาที่เป็นลิขสิทธิ์ 4-5 คนได้ อยู่ในห้องเดียวกันกับหนู ให้หนูเซ็นรับสารภาพ แล้วเอาโทรศัพท์หนูไปคุยกับแม่ และข่มขู่แม่”   เขาพาไปไหน? อุ้ม : “สภ.เมืองค่ะ ตอนไปจับมีตร.ด้วยหนึ่งคนค่ะ”   เขามีเอกสารมาแสดงตัวมั้ยว่าจับลิขสิทธิ์? อุ้ม : “มีค่ะ แต่เขาไม่ได้ให้หนูดูค่ะ เขาก็พาหนูไปสัมภาษณ์ที่ห้องมืด เป็นห้องปิดตาย มีแค่ประตูหน้าประตูเดียว ที่สภ.ค่ะ เหมือนห้องสืบสวน เขาก็ถามว่ารู้มั้ยว่ามันผิด หนูก็ตอบว่าไม่รู้ ร้องไห้อย่างเดียว เสียความรู้สึกมาก ไม่เคยเจอแบบนี้”   เห็นตอนแรกเขาบอกให้พาพ่อแม่ไปด้วย? อุ้ม : “ใช่ค่ะ หนูเลยบอกว่าแม่ท้อง พ่อทำมาหากิน เขาบอกว่าให้พามาด้วยเผื่อช่วยยกของ”   เขาสอบปากคำเสร็จ เป็นตร.หรือเปล่าที่สอบ? อุ้ม : “ไม่ใช่ค่ะ”   ใช้พื้นที่ตรงนั้นได้เหรอ? เดชา : “ไม่ได้ เป็นการกระทำโดยมิชอบตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว ไปจับก็ต้องตร.สิ เขามีอำนาจอะไรไปจับ คนธรรมดาจับกันเองไม่ได้ ตร.ต้องจับเอง เขาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ก็ไม่มีอำนาจจับ เพราะฉะนั้นไปที่โรงพักแล้วเป็นเรื่องตร. พวกนี้เป็นด็กเป็นเยาวชน การสอบสวนต้องมีสหวิชาชีพ ตร. ต้องสอบสอบ ไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ มันทำไม่ได้เลย ผิดกฎหมายทุกขั้นตอน”   หนูโทรหาแม่ แม่ว่าไง? อุ้ม : “หนูกลัวมาก เขาข่มขู่ว่าหนูจะไม่ได้เรียน จะติดคุก หนูก็บอกว่าหนูขอโทษค่ะ หนูไม่รู้จริงๆ เขาจะเอาหนูติดคุก ถ้าไม่ยอมเสียเงินให้ เขาก็โทรไปหาแม่หนู”   เฟซที่สั่งมา น้องรู้ได้ไงว่าเป็นคนเดียวกัน? อุ้ม : “หนูบอกว่าขอเลื่อนเป็นอีกวันได้มั้ย พอถูกจับก็เฟซไปบอกว่าขอเลื่อนได้มั้ย หนูมีปัญหานิดหน่อย เขาก็บอกว่ายกเลิกค่ะ ฉันเป็นคนจับกุมเอง“   เดชา : “ก็เหมือนหลอกเด็กนี่แหละ ไปล่อซื้อเขาให้เขาทำ แบบนี้ไม่เรียกผู้เสียหาย ศาลฎีกาก็เคยตัดสินมาแล้ว เขาไม่มีอำนาจไปจับกุมอะไร เพราะคุณสั่งให้เขาทำกระทงละเมิดลิขสิทธิ์”   แม่ทราบเรื่องเป็นไง? แม่ : “ก็รีบไปที่โรงพัก แต่ก่อนหน้านั้นเขาโทรมาแจ้ง ก็ถามว่าลูกโดนข้อหาอะไร เขาก็บอกว่าคุณแม่ต้องเตรียมเงินมา 5 หมื่นถึง 4 แสนนะ เขาพูดถึง พ.ร.บ. กฎหมายอะไรสักอย่าง เขาบอกว่ากรณีนี้สามารถตกลงกันได้ ก็เลยไปนั่่งตกลงกัน”   ที่ไหน? แม่ : “เหมือนร้านกาแฟ อยู่หน้าห้องสืบสวน น้องก็อยู่ด้วยค่ะ”   พาน้องไปไหนก็ได้เหรอ? เดชา : “ทำไม่ได้ แสดงว่ามีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจหรือเปล่า”   แม่ : “คนที่เขาโทรมาข่มขู่ ก็ถามว่า ลำพังตัวน้อง ก็ไม่รู้ว่าเป็นลายลิขสิทธิ์ แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาบอกคุยกันได้ ทีนี้หนูบอกว่าหนูไม่มีเงิน ขอสัก 3-5 พันได้มั้ย เขาบอกว่าอย่างน้องขั้นต่ำก็หมื่นนึง หนูเลยบอกว่าหมื่นนีงหนูไม่มีให้หรอก หนูมีแค่ 5 พัน ไหนหนูต้องคลอดลูกอีก ก็ต้องเก็บเงินไว้   ไปๆ มาเขาเปลี่ยนคนมาคุย มาตกลง หายไปสักพัก หนูเลยบอกว่าหนูมีแค่ 5 พัน หนูไม่มีมากไปกว่านี้แล้ว ถ้าตกลงกันไม่ได้ในเงิน 5 พัน หนูก็ยอมให้ลูกหนูติดคุก สักพักหนูเดินมาบอกลูกว่าถ้าทำผิดก็ต้องยอมรับนะ ต้องติดคุกไปนะ ลูกก็ร้อง บอกว่าไม่เป็นไรแม่ หนูติดคุกก็ได้”   หนูพูดอย่างนั้นเหรอ? อุ้ม : “ใช่ค่ะสงสารแม่ แม่กำลังท้องอยู่ด้วย หนูเสียใจมากเลยค่ะ(เสียงสั่นเครือ) หนูไม่รู้จะทำยังไงดี เขาข่มขู่จะไม่ให้หนูเรียนด้วย”   แม่ : “หนูก็เดินไปห้องสอบสวน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยไกล่เกลี่ยว่าคดีความแบบนี้สามารถไกล่เกลี่ยได้ สามารถถอนแจ้งความได้ นั่งสักพักนึง เจ้าหน้าที่บอกว่าให้ออกไปคุยกับเจ้าหน้าที่ลิขสิทธิ์อีกทีนึง”   ทำไมตร.มาบอกให้ไปคุยอีกที? เดชา : “เขาห้ามตำรวจเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์   แม่ : “เหมือนเขาเห็นหนูร้อง ก็เลยบอกว่าให้ไปคุยกับเขาอีกที เรื่องพวกนี้สามารถตกลงกันได้”   คุณแม่ออกไปคุยมั้ย? แม่ : “ออกไปคุยข้างหน้าห้องสอบสวน ก็เจอคนที่โทรมาหาแม่นี่แหละค่ะ ก็บอกว่ามี 5 พันจริงๆ หนูขอเถอะ ให้กราบเท้าก็ยอม เขาบอกว่าไม่ได้ เขาก็พูดดีขึ้นค่ะ เขาก็บอกว่าให้ตากลับไปก่อน หนูก็ถามว่าทำไมต้องให้ตากลับไปก่อน เขาบอกไม่ถูกโฉลกกันเดี๋ยวพูดไม่เข้าหูเขา”   ตาทำอะไร? แม่ : “เป็นตำรวจปลดเกษียณไปแล้ว”   ตาจะรู้ข้อกฎหมาย พอตายืนอยู่ด้วย พวกลิขสิทธิ์บอกให้กลับไป สุดท้ายตากลับมั้ย? แม่ : “ตายอมกลับค่ะ เสร็จปุ๊บหนูก็อยู่ในห้องสอบสวน เขาก็มาเอาเงิน 5 พันบาทและถอนแจ้งความเลย”   พ่อทนเรื่องนี้ไม่ได้ เลยลงเฟซบุ๊ก? พ่อ : “เรื่องเงินไม่เสียใจเท่ามาจับลูก ลูกเล่าให้ฟังตกใจเลย เจ้าของลิขสิทธิ์มาล้อมจับ มีคนเดินผ่านไปผ่านมา ย่าโม เขาก็เห็น ตะโกนถามว่าทำอะไรกัน จับทำไม เขาก็บอกว่าจับลิขสิทธิ์ ชูรูปกระทงขึ้นมา คนถามว่ากระทงแบบนี้จับด้วยเหรอ เขาก็ไม่พูดอะไร เหตุการณ์นี้ร้ายแรง ตกใจทั้งครอบครัว”   เรื่องนี้มีสิทธิ์มั้ยถ้าเจ้าของลิขสิทธิ์เขาจ้างคนดูแลลิขสิทธิ์ตามจับได้? เดชา : “ได้แต่ต้องไปลงประจำวันก่อนนะ ไม่ใช่อยู่ดีๆ ไปล่อซื้อแล้วไปจับ ถ้าอย่างนี้ไม่ใช่ผู้เสียหาย ดำเนินคดีไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงิน”   ต่อสายหา “คุณนุสรา กาญจนกูล” รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กรณีนี้ สรุปแล้วการ์ฟิลด์แบบนี้ไปล่อซื้อให้เขาทำแล้วไปจับ ทำได้เหรอ? นุสรา : “ถ้าเป็นตามข้อเท็จจริงที่ว่าเป็นการล่อซื้อโดยผู้เสียหายหรือเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเป็นเด็ก เคยมีแนวฎีกาบอกเอาไว้หลายเรื่อง ว่าไม่ถือว่าผู้เสียหายเป็นผู้เสียหายในทางกฎหมายหรือนิตินัย การร้องทุกข์กล่าวโทษจะทำไม่ได้ แต่ถามว่าตัวการ์ฟิลด์เป็นงานลิขสิทธิ์มั้ยต้องตอบว่ามี ก็อยากฝากว่าบรรดาน้องๆ หรือลูกค้าทั้งหลาย ถ้ามีคนมาให้ทำผลิตสินค้าอะไรก็ตามที่ดูแล้วเป็นงานลิขสิทธิ์ ก็ขอให้เช็กสักนิดนึง โดยเฉพาะทำเยอะๆ เพราะอาจเป็นไปได้ว่าไม่ใช่เจ้าของสิทธิ์เอง ถึงแม้ไม่มีการล่อซื้อ แต่ถ้าวันหลัง ก็อาจมีส่วนในการกระทำการละเมิดโดยเราไม่มีเจตนา หรือไม่รู้ตัว ก็ฝากให้ระวังไว้ด้วย”   ท่านบอกควรจะฟ้องกลับเหรอ? นุสรา : “ไม่ได้บอกว่าควรฟ้องกลับแต่บอกว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะดำเนินการ”   ฟ้องกลับได้มั้ย? เดชา : “ถ้าข้อเท็จจริง เป็นลักษณะใช้ให้เด็กทำผิดแล้วมาล่อจับ แล้วบีบบังคับเอาเงิน เขาเรียกกรรโชก คุก 5 ปี”   เห็นว่ามีอีกที่โดน? แม่ : “ก็ชุดเดียวกันค่ะ จังหวัดเดียวกันค่ะ หลอกแบบน้องนี่แหละค่ะ ผู้เสียหายมากกว่า 20 คน”   เดชา : “รวมตัวเลย แสดงว่าทำเป็นอาชีพ รวมตัวแจ้งความเลย แบบนี้ก็กรรโชก“   เขาบอกจะเอาเงินมาคืน ประสานมาหรือยัง? แม่ : “ประสานมาแล้วค่ะ 5 พันค่ะ”   บอกเขาได้มั้ยไม่ต้องเอามาคืน เดี๋ยวผมจ่ายให้เอง? แม่ : “หนูก็คิดว่าถ้าเขาจะคืนหนูคงไม่ขอรับค่ะ เป็นคติเตือนใจว่าเราผิดพลาดตรงไหน อยากให้เอาไปทำบุญดีกว่า”   5 พันไม่ต้องเอาคืนเดี๋ยวจ่ายให้ ฟังแล้วขึ้น? เดชา : “ไม่รู้เจ้าของลิขสิทธิ์เขารู้มั้ยว่ามาจับ ไม่ใช่ตัวแทนนะ”   เจ้าของติดต่อมามั้ย? แม่ : “ไม่ทราบเหมือนกัน”   เดชา : “ถ้าเขารู้คงไม่ให้ทำหรอก ภาษาทั่วๆ ไปเขาเรียกว่าตบทรัพย์ ไปใช้ให้เขาทำ พอเขาทำปุ๊บก็จับ แบบนี้เรียกว่าเป็นมิจฉาชีพได้”   เจอคนโดนแบบนี้หรือยัง? อุ้ม : “มีติดต่อมา บอกว่าพี่ก็โดนเหมือนกัน โดนเรียกมากกว่านี้เป็นหมื่นเลย เขาก็ยอมจ่ายเพราะถูกข่มขู่ บอกว่าถ้าไม่จ่ายตรงนี้ 5 หมื่นก็ต้องขึ้นศาลจ่าย 5 แสน พี่เขาเพิ่งทำได้ 10 วันก็โดนจับ ล่อซื้อเหมือนหนูเลย แล้วขอเปลี่ยนลายก็ไม่ให้เปลี่ยน”   เดชา : “แบบนี้เป็นภัยสังคมเลย”   จะฟ้องกลับมั้ย? แม่ : “จริงๆ หนูไม่อยากให้ฟ้อง อยากให้เรื่องจบ เพราะลูกหนูก็ต้องเรียนหนังสือ ไม่อยากให้ลูกอายเขา กลัวคนมาว่า”   ไม่สั่งสอนหน่อยเหรอ จะได้ไม่ทำแบบนี้กับคนอื่นอีก? พ่อ : “ถ้ามีหน่วยงานก็ทำได้เลยครับ พวกผมก็สะเทือนใจมากอยู่แล้ว ก็ยินดีให้ความร่วมมือ”   เดชา : “ไม่จำเป็นต้องมีใครแจ้ง เป็นอาญาแผ่นดิน สอบสวนดำเนินคดี ส่งฟ้องได้เลย”   เลิกทำมั้ย? อุ้ม : “เลิกทำค่ะ กลัวมาก”   ให้ทำเป็นหน้าพี่ แปะ ปลาชอบ ลอยปุ๊บปลากินเลย ไม่เรียกลิขสิทธิ์? อุ้ม : “(หัวเราะ) ค่ะ”  

 298

Top