ค้นหา :

ผลการค้นหา "ขสมก"

เศรษฐกิจเข้มแข็ง
22 เม.ย. 62

ขสมก.ยันปรับค่าโดยสารรถเมล์-รถ บขส.เริ่ม 22 เม.ย.62 และอีกครั้งปี 63

ขสมก. ยังยืนยันจะปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ในวันที่ 22 เมษายน 2562 เช่นเดิม เนื่องจากเป็นมติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง แม้ก่อนหน้านี้นายศรีสุวรรณ จรรยา ได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ระงับการปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ทั้งระบบ   สำหรับการปรับขึ้นค่าโดยสารของ ขสมก. นั้น จะทยอยปรับเป็น 2 ช่วง เพื่อบรรเทาผลกระทบให้ผู้โดยสาร โดยจะททอยปรับเป็น 2 ครั้ง คือ ปรับครั้งแรกในวันพรุ่งนี้ (22 เม.ย. 2562) และปรับครั้งที่ 2 ในวันที่ 22 เม.ย. 2563 หรือ ปีหน้า   สำหรับการปรับราคาค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. ในวันพรุ่งนี้ (22 เม.ย.) มี ทั้งสิ้น 3 ประเภท   1.รถเมล์เก่า ที่เป็นรถเมล์ร้อนจะปรับขึ้นจาก 6.50 บาท เป็น 8 บาท และช่วงวันที่ 22 เม.ย. 2563 จะปรับขึ้นอีกครั้งเป็น 10 บาท   2.รถเมล์แอร์ (ครีมน้ำเงิน) จะปรับขึ้นจากเดิม 10-18 บาทเป็น 12-20 บาท และช่วงวันที่ 22 เม.ย. 2563 จะปรับขึ้นอีกครั้งเป็น 13-21 บาท   และ 3.รถเมล์แอร์จะปรับขึ้นจาก 11-23 บาท เป็น 13-25 บาท และช่วงวันที่ 22 เม.ย. 2563 จะปรับขึ้นอีกครั้งเป็น 14-26 บาท   สำหรับรถเมล์ร่วม ขสมก. ซึ่งเป็นรถของเอกชนจะปรับขึ้นค่าโดยสารเพียงครั้งเดียวในวันที่ 22 เม.ย. นี้ แบบเต็มเพดาน ตามที่คณะกรรมการขนส่งทางบกกลางกำหนด โดยรถเมล์ร้อน จะปรับขึ้น 1 บาท จาก 9 บาท เป็น 10 บาท ส่วนรถเมล์แอร์จะปรับจาก 13-25 บาท เป็น 14-26 บาท   นอกจากนี้รถทัวร์รถร่วม บขส. ให้ปรับราคาขึ้นไม่เกิน 10 % แบ่งเป็น 4 ช่วง ประกอบด้วย   ระยะทาง 40 กิโลเมตร(กม.) แรก เดิม 0.49 บาทต่อ กม. เป็น 0.53 บาทต่อ กม.   ระยะทาง 40-100 กม. เดิม 0.44 บาทต่อกม. เป็น 0.48 บาทต่อกม.    ระยะทาง 100-200 กม. เดิม 0.40 บาทต่อกม. เป็น 0.44 บาทต่อกม.   และระยะทาง เกิน 200 กม. เดิม 0.36 บาทต่อกม. เป็น 0.39 บาทต่อกม. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/P_fSdQSFbF0

 4,678
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
11 เม.ย. 62

ดีเดย์หลังสงกรานต์ รถเมล์ขึ้นราคาทั้ง ขสมก-เอกชน เริ่ม 22 เม.ย.จ่ายเพิ่ม 1-7 บาท

ประกาศจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ เรื่องการปรับอัตราค่าโดยสาร ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ครั้งที่ 10/2561 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2561 มีมติให้ปรับอัตราค่าโดยสารรถประจำทางสาธารณะ ดังนั้น ขสมก. จึงขอปรับอัตราค่าโดยสาร ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2562 ดังนี้   1.รถโดยสารธรรมดา (ครีมแดง) ราคา 8 บาท 2.รถโดยสารปรับอากาศ - รถปรับอากาศ (ครีมน้ำเงิน) ราคา 12-20 บาท ตามระยะทาง - รถปรับอากาศยูโรทู (สีส้ม) ราคา 13-25 บาท ตามระยะทาง - รถปรับอากาศใหม่ (สีฟ้า) ระยะทาง 4 กม. แรก ราคา 15 บาท ระยะทาง 4-16 กม. ราคา 20 บาท ระยะทาง 16 กม. ขึ้นไป ราคา 25 บาท   3. ค่าทางด่วน กรณีที่ผู้โดยสารใช้ทางด่วน ให้กำหนดค่าทางด่วน เพิ่มจากค่าโดยสารปกติ 2 บาท ต่อคนต่อเที่ยว   4. รถบริการตลอดคืน (เวลา 23.00 - 05.00 น.) ให้กำหนดค่าธรรมเนียมบริการตลอดคืน เพิ่มจากค่าโดยสารปกติ 1.50 บาท ต่อคนต่อเที่ยว   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/3zuDBoMSR6w

 3,884
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
08 มี.ค. 62

ขสมก. เลิกใช้เครื่องอ่านบัตร e-ticket แล้ววันนี้

ขสมก.ประกาศยกเลิกการใช้งานเครื่องอ่านบัตรโดยสารแบบ E-Ticket ที่ติดบนรถเมล์ ขสมก. หลังไม่สามารถตรวจรับงานได้ พร้อมนำเครื่อง EDC มาใช้บนรถโดยสารทุกคัน เพื่อรองรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เริ่ม 8 มี.ค.นี้   (8 มี.ค.62) นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า วันนี้ ขสมก.ได้ยกเลิกการใช้งานเครื่องอ่านบัตรโดยสารแบบ E-Ticket ที่ติดบนรถโดยสาร หลังจากไม่สามารถตรวจรับงานระบบดังกล่าวจาก บริษัท ช ทวี ได้เพราะอุปกรณ์ไม่เสถียร ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่ง ขสมก. เตรียมยกเลิกสัญญาเช่าอุปกรณ์ดังกล่าวแล้ว   ขณะเดียวกัน ขสมก. ได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย นำเครื่อง EDC มาใช้รับชำระค่าโดยสารบนรถโดยสารของ ขสมก.ทุกคัน ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป เพื่อรองรับการใช้สิทธิบริการรถโดยสารของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกรุ่น ที่ได้สิทธิในการใช้บริการรถ ขสมก. โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะต้องแจ้งจุดหมายปลายทางที่จะลงแก่พนักงานเก็บค่าโดยสาร เพื่อให้พนักงานระบุค่าโดยสารบนเครื่อง EDC ให้ตรงกับอัตราค่าโดยสารตามจุดหมายปลายทางที่จะลง ก่อนนำบัตรไปแตะที่หน้าจอบนเครื่อง EDC เพื่อให้เครื่องหักค่าโดยสารออกจากวงเงินในบัตร ซึ่งพนักงานเก็บค่าโดยสารจะคอยให้คำแนะนำวิธีการใช้งานแก่ผู้ใช้บริการ    สำหรับผู้ใช้บริการที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถใช้บริการโดยชำระค่าโดยสารด้วยเงินสด ส่วนผู้ใช้บริการที่มีบัตรโดยสารล่วงหน้า สามารถใช้บัตรดังกล่าวได้ตามปกติ   ทั้งนี้ในอนาคต ขสมก.และธนาคารกรุงไทย จะมีการพัฒนาเครื่อง EDC ให้สามารถรองรับการชำระค่าโดยสารผ่านระบบ QR Code และบัตร EMV ของธนาคารต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก.ต่อไป

 12,807
สังคม-อาชญากรรม
01 ก.พ. 62

โดรน 50 ตัว-เครื่องบิน 47 ลำ ขึ้นบินฉีดละอองน้ำดับฝุ่น ห้ามรถเมล์ ขสมก.ควันดำออกวิ่งในกทม.

สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในเขต กทม.และปริมณฑล ยังคงไม่คลี่คลาย ล่าสุดเมื่อเวลา 04.00 น.ของวันที่ 1 ก.พ.2562 พบเกินค่ามาตรฐานทั้งหมด 34 จุด   โดยสูงสุดอยู่ที่ภายในสำนักงานเขตบางเขน 96 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 93 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ต.นครปฐม อ.เมืองนครปฐม 86 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก และภายในสำนักงานเขตบางพลัด 81 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร   ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ได้ประสานไปยังชมรมโดรนเพื่อการเกษตร ซึ่งมีโดรนอยู่จำนวน 50 ตัวมาร่วมปฏิบัติการขึ้นบินฉีดน้ำพ่นละอองในอากาศเพื่อช่วยดูดจับฝุ่นละออง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 1 ก.พ. โดยกทม.จะรับผิดชอบดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้แก่ทางชมรม ควบคู่กับการประเมินสถานการณ์และตรวจวัดคุณภาพอากาศทุก 3-5 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์วิกฤตฝุ่นละออง   โดยจะตั้งฐานการบิน 6 จุด ได้แก่ ฐานบินบริเวณลานคนเมือง ฐานบินบริเวณวัดพระศรีมหาธาตุ (บางเขน) ฐานบินมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ฐานบินสวนจตุจักร จะบินบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ฐานบินสวนลุมพินี จะบินบริเวณอนุสาวรีย์ ร.6 และถนนพระราม 4 และ ฐานบินสะพานพระราม 9 ฝั่งพระนคร เขตบางคอแหลม   ซึ่งการปฏิบัติแก้วิกฤตครั้งนี้จะเป็นการลดฝุ่นละออง 3 ระดับความสูง ได้แก่ ระดับบนสุดใช้โดรนจะบินฉีดพ่นละอองน้ำ โดยโดรนแต่ละเครื่องมีรัศมีทำการบินประมาณ 2 ตารางกิโลเมตร (ตร.ก.ม.) ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ และสามารถบรรทุกน้ำได้ 5-10 ลิตร ก่อนจะขึ้นไปฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศ ซึ่งแต่ละครั้งสามารถบินได้ประมาณ 15-20 นาที โดยใช้ความสูง 50 เมตร จากนั้นจะลงมาเปลี่ยนแบตเตอรี่และเติมน้ำสำหรับฉีดพ่น   ส่วนระดับที่ 2 รถน้ำพร้อมอุปกรณ์จาก สปภ. และสวล. จะฉีดฝอยละอองน้ำขึ้นไปอากาศ และระดับที่ 3 เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดของสำนักงานเขตจะกวาด และล้างทำความสะอาดบนพื้นจราจร ทางเท้าและพื้นที่สาธารณะทั่วไป   ขณะที่นาวาอากาศตรี ปิยะ ตรีกาลนนท์ ซีอีโอ บ.บางกอกเอวีเอชั่นเซ็นเตอร์ จำกัด พร้อมให้การช่วยเหลือ กทม. จะใช้เครื่องบิน เบื้องต้น 10 ตัว จากทั้งหมด 47 ตัว ติดตั้งเครื่องพ่นน้ำ ที่สนามบินของวิทยุการบินที่คลอง 15 โรงเรียนการบินกรุงเทพ ในวันที่ 1ก.พ. เวลา 09.30 น. ซึ่งเครื่องบิน  1 ตัว จะบรรจุน้ำ 150 ลิตร และบินพ่น ละอองน้ำได้นาน 30-45 นาที ต่อ 1 ภารกิจ โดยจะบินในพื้นที่พระราม2 ที่มีค่าฝุ่นละอองสูงสุด ด้าน ขสมก.ได้กำหนดมาตรการ ลดปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 โดยการตรวจวัดควันดำรถโดยสารก่อนนำรถออกวิ่งให้บริการประชาชน โดยห้ามมิให้รถที่มีควันดำเกินค่ามาตรฐาน ออกวิ่งโดยเด็ดขาด หากตรวจพบจะส่งเข้าซ่อมบำรุงโดยทันที ให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กรองน้ำมันเครื่อง และไส้กรองน้ำมันดีเซล รวมทั้งการล้าง ทำความสะอาดท่อพักไอเสีย ก่อนรอบปกติ รวมทั้งกำชับให้พนักงานขับรถโดยสาร ออกรถด้วยเกียร์ 1 ทุกครั้ง เพื่อลดการปล่อยควันดำ   โดยกระทรวงคมนาคมได้กำหนดค่ามาตรฐานควันคำที่สูงกว่าที่กรมควบคุมมลพิษกำหนดจาก 45% เป็น 30% หากตรวจพบห้ามรถออกวิ่งทันที พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้ ขบ.เข้มงวดร้านค้าที่รับติดตั้งสวิตซ์ เปิด-ปิดตรวจจับควันดำ หากพบร้านที่กระทำผิดจะสั่งปิดทันที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5-Bk77RcMfg

 1,669
สังคม-อาชญากรรม
18 ม.ค. 62

ขสมก.เอาจริง จับรถตู้อายุเกิน 10 ปี เริ่ม 21 ม.ค.นี้

ขสมก.จับมือ กรมขนส่งฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กวาดล้างรถตู้เก่า อายุการใช้งานเกิน10 ปี ดีเดย์วันแรก 21 มกราคมนี้   (18 ม.ค. 62) นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก.กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2558 ถึง 2561 มีรถตู้ที่อายุเกิน 10 ปี จำนวน 1,993 คัน แต่มีการแจ้งเปลี่ยนเป็นรถตู้ใหม่ เพียง 340 คัน ทำให้วันนี้ มีรถตู้โดยสารที่อายุเกิน 10 ปี อีกกว่า 1,653 คัน ที่วิ่งให้บริการอยู่ ซึ่ง ขสมก. จะร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจจับ รถตู้โดยสารที่ผิดระเบียบดังกล่าว เริ่มวันจันทร์ที่ 21 มกราคมนี้ ในท่ารถตู้ จุดใหญ่ๆ ก่อน อาทิ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต,จตุจักร,มีนบุรี,พาต้าปิ่นเกล้า และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นต้น    หากพบ ต้องโทษปรับไม่เกิน 5 หมื่นต่อคัน ทั้งนี้เพื่อความปลอดถัยของผู้โดยสาร หลังที่ผ่านมาเกิดเหตุบ่อยครั้ง และยังช่วยเรื่องเขม่าควันจากท่อไอเสีย ที่เป็นต้นเหตุของมลพิษในขณะนี้ด้วย  

 2,308
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
18 ม.ค. 62

รัฐบาลเบรกขึ้นค่ารถเมล์เก่า ขสมก. 2,500 คัน เมล์ร้อนครีมแดงยัง 6.50 บาท

ที่ประชุมคณะกรรมการบริการกิจการ (บอร์ด) ขสมก. มีมติเห็นชอบให้ชะลอการปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์เก่าของขสมก. ทั้งรถเมล์ร้อน รถเมล์ปรับอากาศสีครีม-น้ำเงิน และรถเมล์ปรับอากาศรุ่นยูโรทูสีส้ม รวมกว่า 2,500 คัน เนื่องจากกังวลว่าการปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก.จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน   ทั้งนี้มีมติให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.2562 เป็นต้นไป ดังนี้   1.รถโดยสารธรรมดา (ครีม-แดง) จะปรับอัตราค่าโดยสารเป็น 8 บาทตลอดสาย จากเดิม 6.50 บาทตลอดสาย   2.รถโดยสารปรับอากาศ (ครีม-น้ำเงิน) จะปรับอัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 12-20 บาทตามระยะทาง จากเดิม 10-18 บาท ตามระยะทาง และรถโดยสารปรับอากาศ (ยูโรทู สีส้ม) จะปรับอัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 13-25 บาทตามระยะทาง จากเดิม 11-23 บาทตามระยะทาง   ส่วนรถปรับอากาศใหม่ (สีฟ้า) ค่าโดยสารระยะทาง 4 กม.แรก อยู่ที่ไม่เกิน 15 บาท, ระยะทาง 4-16 กม. ค่าโดยสารไม่เกิน 20 บาท, ระยะทาง 16 กิโลเมตรขึ้นไปค่าโดยสารไม่เกิน 25 บาท   3.ค่าทางด่วนของรถโดยสารปรับอากาศ กรณีที่ผู้โดยสารใช้ทางด่วน ให้กำหนดค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากค่าโดยสารปกติ 2 บาทต่อคนต่อเที่ยว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4-jrkIb7azk

 1,320
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
10 ม.ค. 62

ดีเดย์ 21 ม.ค.นี้ ! ขสมก.ขึ้นค่าโดยสารแน่นอน รถเมล์ร้อน 8 บาท / รถแอร์เริ่ม 12-20 บาท เชื่อรัฐบาลไม่ทบทวน

นายกสมาคมรถร่วม ขสมก. ยืนยัน วันที่ 21 มกราคมนี้ ปรับขึ้นค่าโดยสารแน่ เชื่อรัฐบาลไม่ทบทวน เพราะจะกระทบกับจำนวนรถโดยสารที่วิ่งให้บริการ   (10 ม.ค. 62) นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วมขสมก. ยืนยันว่า ในวันที่ 21 มกราคมนี้ ผู้ประกอบการจะปรับขึ้นค่าโดยสาร 1 บาท สำหรับรถเมล์ร้อน จาก 9 บาท เป็น 10 บาทในส่วนของรถร่วม และระยะละ 1 บาทสำหรับรถโดยสารปรับอากาศ จาก 11-23 บาท เป็น 12-24 บาท ตามมติคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลางที่อนุมัติให้ปรับขึ้นราคาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งจะมีผลในวันที่ 21 ม.ค.นี้ หลังจากที่ไม่ได้ปรับขึ้นค่าโดยสารมานานหลายปี ซึ่งขณะนี้ได้พิมพ์ตั๋วโดยสารในราคาใหม่ไว้รอแล้ว   ส่วนอัตราค่าโดยสารรถร้อน(ขสมก.) จะขยับขึ้นจาก 6.50 บาท เป็น 7.50 บาท ขณะที่รถปรับอากาศ(รถร่วม) 11-23 บาท เป็น 12-24 บาท ส่วนรถเมล์เอ็นจีวี. จะปรับเป็นราคาเริ่มต้น 4 กม.แรก 15 บาท จากนั้นคิด 25 บาทตลอดสาย    นางภัทรวดี เชื่อว่า ภาครัฐจะไม่ทบทวนมติ หรือมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับการปรับอัตราค่าโดยสาร เพราะจะมีผลต่อจำนวนรถโดยสารที่มาวิ่งให้บริการ เนื่องจากผู้ประกอบการจะไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนได้ และในอนาคตก็จะมีผลต่อการเจรจาหาแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการที่จะมาพัฒนาคุณภาพรถโดยสารให้ดีขึ้นด้วย    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ขสมก.ขึ้นค่าโดยสาร 21 ม.ค.นี้ รถเมล์ร้อน 8 บาท / รถแอร์เริ่ม 12-20 บาท

 1,189
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
09 ม.ค. 62

ขสมก.ขึ้นค่าโดยสาร 21 ม.ค.นี้ รถเมล์ร้อน 8 บาท / รถแอร์เริ่ม 12-20 บาท

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ออกประกาศว่า ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางครั้งที่ 10/2561 เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2561 มีมติให้ปรับปรุงอัตราค่าโดยสารรถประจำทางสาธารณะ ดังนั้น ขสมก. จึงขอปรับปรุงค่าโดยสาร ส่งผลทำให้รถโดยสารธรรมดา (ครีม-แดง) จากเดิม 6.50 บาท ตลอดสาย เป็น 8 บาท ตลอดสาย   รถโดยสารปรับอากาศ (ครีม-น้ำเงิน) จากเดิม 10-18 บาท ตามระยะทาง เป็น 12-20 บาท ตามระยะทาง, รถโดยสารปรับอากาศยูโรทู (สีส้ม) และรถปรับอากาศเชื้อเพลิง NGV (สีขาว) จากเดิม 11-23 บาท ตามระยะทาง เป็น 13-25 บาท ตามระยะทาง, รถโดยสารปรับอากาศรุ่นใหม่ (สีฟ้า) ระยะทาง 4 กิโลเมตรแรก เก็บไม่เกิน 15 บาท, ระยะทาง 4-16 กิโลเมตร เก็บไม่เกิน 20 บาท, ระยะทาง 16 กิโลเมตรขึ้นไป เก็บไม่เกิน 25 บาท   ค่าทางด่วนของรถโดยสารปรับอากาศ กรณีที่ผู้โดยสารใช้ทางด่วน ให้เก็บค่าทางด่วนเพิ่มจากค่าโดยสารปกติ 2 บาท ต่อคนต่อเที่ยว ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป   รายงานข่าวเพิ่มเติม ระบุว่า รถโดยสารธรรมดา กรณีที่ผู้โดยสารใช้ทางด่วน ให้เก็บค่าทางด่วนเพิ่มจากค่าโดยสารปกติ 2 บาท ส่งผลทำให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากเดิม 8 บาท ต่อคนต่อเที่ยว เป็น 10 บาท ต่อคนต่อเที่ยว ส่วนรถบริการตลอดคืน ช่วงเวลา 23.00 - 05.00 น. ให้เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม 1.50 บาท ส่งผลทำให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากเดิม 8 บาท เป็น 9.50 บาท ต่อคนต่อเที่ยว   ส่วนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศแอร์พอร์ต บัส (Airport Bus) ยังคงเก็บค่าโดยสารอัตราเดิม ได้แก่ สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง-จตุจักร กับ สาย A2 ท่าอากาศยานดอนเมือง-อนุสาวรีย์ชัยฯ 30 บาทตลอดสาย, สาย A3 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สวนลุมพินี กับ สาย A4 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สนามหลวง 50 บาทตลอดสาย และสาย S1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-สนามหลวง 60 บาทตลอดสาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rdFFpiLuuvU

 2,328
แชร์ออฟเดอะเดย์
05 ม.ค. 62

รถตู้โดยสารแบบใหม่ไฉไลกว่าเดิม ลูกผสมรถตู้-รถเมล์ กว้างนั่งสบาย เริ่มวิ่งแล้วสายมีนบุรี-ปากเกร็ด

เปิดภาพรถตู้โดยสารจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. รูปแบบใหม่ หน้าเป็นรถตู้แต่ตัวรถเป็นรถเมล์ย่อส่วน ยาวกว่ารถตู้ 2 เท่า ค่าโดยสารเท่ารถตู้ตามปกติ เพิ่มเติมคือความกว้าง และนั่งสบาย   สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้ที่กรมขนส่งทางบก ขสมก. และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้ร่วมกันยกเลิกบริการรถตู้โดยสารที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 จำนวน 954 คันใน 22 เส้นทาง ก่อนที่จะใช้รถตู้แบบที่เห็นในภาพมาให้บริการประชาชนเพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยเริ่มใช้แล้ว สายมีนบุรี-ปากเกร็ด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ytERPx85vJ8  

 8,406
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
12 ต.ค. 61

ขสมก.ชะลอขึ้นค่าโดยสาร รถเมล์ ngv 2 บาท รอทบทวนก่อนประกาศใหม่

จากกรณีที่ ขสมก.ประกาศกำหนดอัตราค่าโดยสาร รถปรับอากาศรุ่นใหม่ปรับอากาศชานต่ำใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 100 คัน อีก 2 บาท/เที่ยว โดยปรับค่าโดยาสารจาก อัตราเที่ยวละ 11 -23 บาท เป็นเที่ยวละ 13-25 บาท ซึ่งเป็นรถที่วิ่งให้บริการ สาย 20, 21, 37, 105, 138 และสาย 140 ที่จะเริ่มใช้อัตราค่าโดยสารใหม่ ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.61 เป็นต้นไปนั้น   แต่ล่าสุด ขสมก.ขอชะลอประกาศดังกล่าวไปก่อน โดยจะยังไม่ปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์เอ็นจีววีตามที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อให้ผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางอีกครั้งจึงจะปรับขึ้นได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N3fVU1lB1gY

 1,387
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
11 ต.ค. 61

ขสมก. เบรกขึ้นค่าโดยสารรถเมล์เอ็นจีวี

ขสมก. เบรกปรับค่าโดยสารรถเมล์เอ็นจีวีใหม่ 100 คัน ที่เดิมจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2561 ออกไปก่อน จนกว่าเรื่องดังกล่าว จะผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางอีกครั้ง   นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ตามที่ ขสมก. ได้ประกาศกำหนดอัตราค่าโดยสารรถปรับอากาศรุ่นใหม่ ทั้งรถโดยสารที่นำเข้ามาวิ่งให้บริการแล้ว และรถโดยสารที่กำลังทยอยเข้ามาเพิ่มในอนาคต ให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ที่กำหนดให้รถโดยสารปรับอากาศ ที่วิ่งให้บริการประชาชนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จัดเก็บค่าโดยสารในอัตรา 13 - 25 บาท โดยจะเริ่มใช้อัตราค่าโดยสารใหม่ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2561เป็นต้นไป   แต่เนื่องจากการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถปรับอากาศรุ่นใหม่ จะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางอีกครั้ง ขสมก.จึงขอชะลอการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถปรับอากาศรุ่นใหม่ดังกล่าวออกไปก่อนจนกว่าเรื่องดังกล่าวจะผ่านการอนุมัติอีกครั้ง   

 877
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
10 ต.ค. 61

ขสมก.ขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ปรับอากาศรุ่นใหม่ 2 บาท ตามระยะทาง เริ่ม 15 ต.ค.นี้

ขสมก. จะเก็บค่าโดยสารรถเมล์ปรับอากาศรุ่นใหม่ ทั้งรถโดยสารที่นำเข้ามาวิ่งให้บริการแล้ว และรถโดยสารที่กำลังทยอยเข้ามาเพิ่ม ให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ที่กำหนดให้รถโดยสารปรับอากาศ จัดเก็บค่าโดยสารตามระยะทางในอัตราเริ่มต้น 13 บาท และสูงสุดที่ 25 บาท แต่ที่ผ่านมา ขสมก.จัดเก็บค่าโดยสารในอัตรา 11 ถึง 23 บาท ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่ต้องการดูแลภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางให้กับประชาชน   ทั้งนี้ ขสมก.จะเริ่มใช้อัตราค่าโดยสารใหม่ กับรถโดยสารปรับอากาศรุ่นใหม่ ที่เป็นชานต่ำใช้เชื้อเพลิง NGV จำนวน 100 คัน ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งปัจจุบันรถโดยสารรุ่นดังกล่าววิ่งให้บริการในสาย 20, 21, 37,105, 138 และสาย 140 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yky3mA8vrzQ

 1,643
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
09 ต.ค. 61

ขสมก.ปรับค่าโดยสารรถเมล์ปรับอากาศรุ่นใหม่ 13-25 บาทตามระยะทาง เริ่ม 15 ตุลาคมนี้

นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ ขสมก.เปิดเผยว่า ตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง กำหนดให้รถโดยสารปรับอากาศที่วิ่งให้บริการประชาชนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จัดเก็บค่าโดยสารในอัตรา 13 - 25 บาท แต่ที่ผ่านมา ขสมก.จัดเก็บค่าโดยสารในอัตรา 11 - 23 บาท ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการดูแลภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางให้กับประชาชน มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2558    แต่ปัจจุบัน ขสมก.อยู่ระหว่างการพัฒนาการให้บริการรถโดยสาร ตามยุทธศาสตร์ของแผนฟื้นฟูกิจการด้วยการนำรถโดยสารปรับอากาศรุ่นใหม่ มีเทคโนโลยีทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาวิ่งให้บริการประชาชน ทดแทนรถโดยสารเดิมที่มีสภาพเก่าทรุดโทรม เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับความสะดวก ปลอดภัยในการเดินทางมากยิ่งขึ้น โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การ ครั้งที่ 6/2561 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2561 เห็นชอบให้ ขสมก.กำหนดอัตราค่าโดยสารรถปรับอากาศรุ่นใหม่ ให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ขสมก.จึงขอกำหนดอัตราค่าโดยสาร รถปรับอากาศรุ่นใหม่ ทั้งรถโดยสารที่นำเข้ามาวิ่งให้บริการแล้ว และรถโดยสารที่กำลังทยอยเข้ามาเพิ่ม ในอนาคต เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการดังกล่าว ซึ่งรถโดยสารปรับอากาศรุ่นใหม่ที่ ขสมก.นำมาวิ่งให้บริการประชาชน เป็นรถโดยสารชานต่ำ (Low Floor) มีการออกแบบในลักษณะ Universal Design พร้อมติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้แก่ กล้อง CCTV, ระบบ GPS, ทางลาดสำหรับเข็นรถวีลแชร์ เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการทุกประเภท ทั้งคนพิการและผู้สูงอายุสามารถใช้บริการรถโดยสารได้อย่างสะดวกปลอดภัย โดย ขสมก.จะเริ่มใช้อัตราค่าโดยสารใหม่กับรถโดยสารปรับอากาศชานต่ำใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 100 คัน ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป ซึ่งปัจจุบันรถโดยสารดังกล่าววิ่งให้บริการในสาย 20, 21, 37,105, 138 และสาย 140    โดยย้ำว่า การกำหนดอัตราค่าโดยสารใหม่ เฉพาะรถรุ่นใหม่ที่เข้ามาให้บริการ ส่วนรถเก่าทั้งธรรมดาและปรับอากาศยังคงค่าโดยสารอัตราเดิม

 4,767
สังคม-อาชญากรรม
28 ก.ย. 61

แบ่งรถตู้วินอื่นวิ่งเสริมเส้นทางหลัก รถตู้หมดอายุหยุดวิ่ง 1 ต.ค.นี้

จากกรณีรถตู้โดยสารราว 1,800 คัน ในหลายเส้นทางหยุดให้บริการ ในวันที่ 30 ก.ย.2561 เนื่องจากรถมีอายุใช้งานครบ 10 ปี และกรมขนส่งทางบก ไม่ยืดอายุใช้งานให้รถตู้เพิ่ม ซึ่งทำให้ประชาชนที่ใช้บริการรถตู้สัญจรจำนวนมากใน 3 เส้นทางหลัก มีนบุรี-รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้รับความเดือดร้อนนั้น   กรมขนส่งทางบกระบุจะดำเนินการตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (วอร์รูม) ขึ้นมาติดตามเส้นทางที่รถตู้ไม่พอ เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนและแก้ไขอย่างเร่งด่วน พร้อมสั่งการให้ ขสมก.เตรียมความพร้อมเสริมรถควบคู่ไปกับการหารือให้เจ้าของวินรถตู้นำรถอื่นมาหมุนเวียนในเส้นทางที่มีผู้โดยสารมาก เช่น อนุสาวรีย์ เป็นต้น นอกจากนี้จะพิจารณาการนำรถรับส่งผู้โดยสารไปยังจุดที่รถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CdGIQOi2MGQ  

 1,390
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.ย. 61

ขสมก.จัดรถเมล์รองรับ 6 เส้นทาง วิ่งรับผู้โดยสาร แทนรถตู้หมดอายุหยุดวิ่ง เริ่ม 1 ต.ค.นี้

จากกรณีรถตู้โดยสารราว 1,800 คัน ในหลายเส้นทางหยุดให้บริการ ในวันที่ 30 ก.ย.2561 เนื่องจากรถมีอายุใช้งานครบ 10 ปี และกรมขนส่งทางบก ไม่ยืดอายุใช้งานให้รถตู้เพิ่ม ซึ่งทำให้ประชาชนที่ใช้บริการรถตู้สัญจรจำนวนมากใน 3 เส้นทางหลัก มีนบุรี-รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้รับความเดือดร้อนนั้น   ล่าสุด ​นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการตำแหน่ง ผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เผยว่า ขสมก. ได้จัดรถโดยสารปรับอากาศวิ่งให้บริการ จำนวน 6 เส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทาง และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนที่ใช้บริการรถตู้โดยสาร   ทั้งนี้หากเส้นทางที่มีประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก ขสมก. จะพิจารณาเพิ่มจำนวนรถโดยสาร ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้บริการต่อไป   สำหรับเส้นทางที่ ขสมก. จัดเตรียมรถโดยสารปรับอากาศ เข้ามาให้บริการเพิ่มมีดังนี้ มีนบุรี – จตุจักร จัดรถโดยสารปรับอากาศวิ่งให้บริการ 10 คัน มีนบุรี – ปากเกร็ด จัดรถโดยสารปรับอากาศวิ่งให้บริการ 10 คัน มีนบุรี – ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต จัดรถโดยสารปรับอากาศวิ่งให้บริการ 10 คัน อนุสาวรีย์ชัย – ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต จัดรถโดยสารปรับอากาศวิ่งให้บริการ 20 คัน อนุสาวรีย์ชัย – ม.ธรรมศาสตร์ (รังสิต) จัดรถโดยสารปรับอากาศวิ่งให้บริการ 10 คัน อนุสาวรีย์ชัย – หมู่บ้านเมืองทองธานี (ทางด่วน) จัดรถโดยสารปรับอากาศวิ่งให้บริการ 5 คัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jn5vLZVoVRU  

 3,258

Top