ค้นหา :

ผลการค้นหา "จดหมายลาตาย"

สังคม-อาชญากรรม
14 ต.ค. 62

อดีต รปภ.ยิงลูก-เมีย ก่อนยิงตัวตายตาม เสียชีวิต 3 ศพ ทิ้งจดหมายขอโทษ อีกฉบับถึงลูกอีกคนให้จัดการเรื่องทรัพย์สิน

ฆ่ายกครัว3ศพ-วานนี้ (13 ต.ค.) เกิดเหตุยิงกันที่บ้านพักในพื้นที่ ม.6 ต.นิลเพชร อ.บางเลน จ.นครปฐม มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ คือ นางฉวี ปฐมทอง อายุ 54 ปี นายภิญโญ ปฐมทอง อายุ 36 ปี และนายประยูร ปฐมทอง อายุ 59 ปี โดยนายประยูร เป็นผู้ก่อเหตุยิงภรรยาและลูกจนเสียชีวิต ก่อนยิงตัวตายตาม     สอบถาม นางซ่อนกลิ่น น้องสะใภ้คนก่อเหตุ ผู้เห็นเหตุการณ์ได้กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ นางฉวี ได้กำลังทำกับข้าวจะไปทำบุญอยู่ภายในครัว ส่วนลูกชายนอนอยู่ในมุ้ง จู่ ๆ นายประยูร ผู้เป็นพ่อ ได้เดินถือปืนขนาด 9 มม. และได้เดินเข้าไปยิงไปที่ลูกชายนอนอยู่ โดยโดนเข้าที่ขา และจากนั้นได้เดินไปในครัวยิงเมียที่ทำครัวอยู่ แต่ลูกที่โดนยิงบาดเจ็บได้เดินตามมาห้ามพ่อไม่ให้ยิงแม่ พ่อเห็นลูกไม่ตายเลยยิงซ้ำเข้าที่ศีรษะจนลูกเสียชีวิต   จากนั้นได้ยิงภรรยาจนบาดเจ็บสาหัส ญาตินำส่ง รพ.ลาดบัวหลวง และไปเสียชีวิตที่ รพ. ส่วนผู้ก่อเหตุ นายประยูร ผู้เป็นพ่อ ได้ยิงตัวเองเข้าที่ศีรษะ ตายตามกันไป   เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน เข้าตรวจสอบ เบื้องต้นคาดสาเหตุอาจจะเป็นความเครียดสะสมของผู้ก่อเหตุ โดยลูกชายเคยติดยาเสพติดและได้บำบัดจนหายดี แต่ชอบกินเหล้า ไม่ยอมทำงาน จึงมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง    ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุได้ทิ้งจดหมายขอโทษที่ต้องทำ อีกฉบับเขียนถึงลูกอีกคนให้จัดการเรื่องทรัพย์สิน               ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lVpeVH5cDEc  

 4,784
อาชญากรรม
14 ต.ค. 62

อดีต รปภ.ยิงลูก-เมีย ก่อนยิงตัวตายตาม เสียชีวิต 3 ศพ ทิ้งจดหมายขอโทษ อีกฉบับถึงลูกอีกคนให้จัดการเรื่องทรัพย์สิน

ฆ่ายกครัว3ศพ-วานนี้ (13 ต.ค.) เกิดเหตุยิงกันที่บ้านพักในพื้นที่ ม.6 ต.นิลเพชร อ.บางเลน จ.นครปฐม มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ คือ นางฉวี ปฐมทอง อายุ 54 ปี นายภิญโญ ปฐมทอง อายุ 36 ปี และนายประยูร ปฐมทอง อายุ 59 ปี โดยนายประยูร เป็นผู้ก่อเหตุยิงภรรยาและลูกจนเสียชีวิต ก่อนยิงตัวตายตาม     สอบถาม นางซ่อนกลิ่น น้องสะใภ้คนก่อเหตุ ผู้เห็นเหตุการณ์ได้กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ นางฉวี ได้กำลังทำกับข้าวจะไปทำบุญอยู่ภายในครัว ส่วนลูกชายนอนอยู่ในมุ้ง จู่ ๆ นายประยูร ผู้เป็นพ่อ ได้เดินถือปืนขนาด 9 มม. และได้เดินเข้าไปยิงไปที่ลูกชายนอนอยู่ โดยโดนเข้าที่ขา และจากนั้นได้เดินไปในครัวยิงเมียที่ทำครัวอยู่ แต่ลูกที่โดนยิงบาดเจ็บได้เดินตามมาห้ามพ่อไม่ให้ยิงแม่ พ่อเห็นลูกไม่ตายเลยยิงซ้ำเข้าที่ศีรษะจนลูกเสียชีวิต   จากนั้นได้ยิงภรรยาจนบาดเจ็บสาหัส ญาตินำส่ง รพ.ลาดบัวหลวง และไปเสียชีวิตที่ รพ. ส่วนผู้ก่อเหตุ นายประยูร ผู้เป็นพ่อ ได้ยิงตัวเองเข้าที่ศีรษะ ตายตามกันไป   เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน เข้าตรวจสอบ เบื้องต้นคาดสาเหตุอาจจะเป็นความเครียดสะสมของผู้ก่อเหตุ โดยลูกชายเคยติดยาเสพติดและได้บำบัดจนหายดี แต่ชอบกินเหล้า ไม่ยอมทำงาน จึงมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง    ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุได้ทิ้งจดหมายขอโทษที่ต้องทำ อีกฉบับเขียนถึงลูกอีกคนให้จัดการเรื่องทรัพย์สิน               ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lVpeVH5cDEc  

 4,784
ข่าวภูมิภาค
22 ส.ค. 62

สองผัวเมียจับมือผูกคอตาย ทิ้งจม.ลาตายถึงลูก ตั้งปมเครียดใช้หนี้แทนเพื่อน หลังเซ็นค้ำประกัน

ชลบุรี-ตำรวจ สภ.บ่อวิน ได้รับแจ้งว่ามีคนผูกคอตาย เสียชีวิต 2 ศพ เหตุเกิดภายในห้องน้ำ ร้ายขายของชำในพื้นที่ ม.3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ด้านหน้าทำเป็นร้านขายของชำ   ตรวจสอบภาพในห้องน้ำพบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นสามีภรรยากัน ทราบชื่อคือนายประชาย กงเพ็ชร อายุ 44 ปี เป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่ง และนางนิศา สร้อยนาค อายุ 46 ปี อยู่ในสภาพใช้เชือกไนร่อน สีขาวผูกคอตัวเองติดกับช่องระบายอากาศของห้องน้ำ มือทั้งคู่จับกันแน่น   ตรวจสอบสภาพศพ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด คาดเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบจดหมายลาตาย จำนวน 2 ฉบับ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน   โดยในเนื้อหาจดหมายสั่งเสียถึงลูก ว่าให้นำของไปขาย แม่เหนื่อยล้ากับชีวิต ไม่อยากให้ลูกรับรู้อะไร ไม่อยากรบกวนลูกแม้แต่บาทเดียว พร้อมแจ้งรายละเอียดประกันชีวิตที่มี   สอบถามญาติผู้ตายกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเห็นพี่ชายและพี่สะใภ้ไม่เปิดร้านมา 2 วันแล้ว ตนมาเคาะประตูเรียกก็ไม่มีเสียงตอบรับ คิดว่าต้องมีอะไรแน่ จึงตัดสินใจงัดประตูหน้าออก และเดินไปสำรวจในบ้านก็ไม่พบพี่ชายกับพี่สะใภ้ จึงเดินมาที่ห้องน้ำจนพบว่ากลายเป็นศพแล้ว ส่วนสาเหตุตนคาดว่า น่าจะมาจากปัญหาหนี้สิน ซึ่งผู้ตายไม่เคยบอกกล่าวหรือเล่าให้ญาติพี่น้องได้รับรู้เลย   สอบถามเพื่อนผู้ตายเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายเคยมีปรึกษาตนอยู่ เกี่ยวกับเรื่องหนี้รายวัน นอกระบบ ที่ทั้งคู่ได้ไปค้ำประกันให้คนอื่น แล้วเกิดเบี้ยว ทำให้ต้องใช้หนี้แทน จึงคาดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่ผูกคอตาย   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุแล้ว ซึ่งทางญาติไม่ติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อญาติมารับศพไปบำเพ็ญทางศาสนาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hgyO4calOwI

 22,541
ข่าวภูมิภาค
19 ส.ค. 62

ตร.เจ้าของคดีครูจอมทรัพย์ เครียดโรครุมเร้าหลังเกษียณ ทิ้งจม.ลาตาย ก่อนยิงตัวดับ

มุกดาหาร-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านค้อ ได้รับแจ้งว่าอดีตตำรวจยิงตัวเองเสียชีวิต ที่บ้านหลังหนึ่งพื้นที่หมู่ 11 ต.บ้านค้อ อ.คำชะอี ที่เกิดเหตุพบศพ พ.ต.ท.ทงศักดิ์ โพธิ์โหน่ง อดีตรอง ผกก.(สอบสวน) สภ.คำชะอี จ.มุกดาหาร อายุ 62 ปี ข้าราชการบำนาญ นอนเสียชีวิตอยู่บนเก้าอี้ไม้ มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่กกหูด้านขวากระสุนทะลุ โดยมีอาวุธปืนขนาด .357 ตกอยู่ใกล้ๆ ตรวจสอบในรังเพลิงพบกนะสุนปืนอยู่ 4 นัด   นอกจากนี้ยังพบจดหมายที่เขียนด้วยลายมือมีคราบเลือดสาดกระเซ็นอยู่ มีข้อความว่า “ป่วยเป็นโรคร้ายความดันโลหิตสูง เส้นเลือดในสมองปริแตกขัดแน่นด้านหลังข้างซ้าย รุมเร้าทรมาน สุขภาพอ่อนแรงข้างซ้ายไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อนมา ทํางานให้กับครอบครัวไม่ได้ ขออโหสิกรรมและขออําลาทุกคน พร้อมลงชื่อเป็นลายเซ็น ซึ่งผู้เสียชีวิตเคยเป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีครูจอมทรัพย์ อีกด้วย”     จากการสอบถามญาติผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ขณะกำลังจะออกไปที่นาได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดอยู่ภายในบ้าน ก็ตกใจไม่ทราบว่าใครยิงปืน กำลังจะเดินเข้าไปดูก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัด ญาติจึงรีบวิ่งเข้าไปดู ได้พบนอนเสียชีวิตในสภาพดังกล่าวแล้ว จึงโทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ   นอกจากนี้ญาติยังกล่าวอีกว่า หลังผู้เสียชีวิตเกษียณก็กลับมาอยู่บ้าน โดยผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวรุมเร้าหลายโรคและยังเป็นโรคซึมเศร้า ก่อนนี้ก็ไม่มีลางสังหรอะไรที่จะฆ่าตัวตาย สำหรับเหตุการเสียชีวิตครั้งนี้ทางญาติไม่ติดใจ เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้กับญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/s1ivgcFeVjo

 4,169
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ค. 62

ลูกสาว 7 ขวบคิดว่าแม่ป่วย ที่แท้แม่ถูกฆ่าตาย พ่อทิ้ง จม.รับสารภาพก่อนหลบหนี

ลำปาง-พบศพ น.ส.รุ่งธิวา ชุ่มธิ อายุ 35 ปี เสียชีวิตในอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหาซึ่งเปิดเป็นร้านจำหน่ายโทรศัพท์ แพทย์ชันสูตรเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ในที่เกิดเหตุไม่มีการรื้อค้นทรัพย์สินหรือร่องรอยการต่อสู้จึงนำร่างส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.ลำปางอีกครั้ง   นอกจากนี้ที่บริเวณราวบันไดชั้น 2 ยังพบเชือกที่ผูกเป็นบ่วงคล้ายกับจะเตรียมเพื่อผูกคออีก 1 เส้น และที่บริเวณโต๊ะทีวีชั้นล่างพบจดหมาย ที่เขียนด้วยลายมือและคาดว่าสามีของผู้ตายเป็นคนเขียน ลงวันที่ 9 ก.ค.62 มีใจความโดยสรุปว่า   ข้าพเจ้านายนิรันดร์ กันฟอง ขอแสดงเจตจำนงไว้ก่อนตายดังนี้โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการเขียนพินัยกรรมว่ายกทรัพย์สินให้ใครบ้าง แต่มีการลงท้ายว่าที่ข้าพเจ้าทำไปเพราะสาเหตุจากบันดาลโทสะ ขณะทำนั้นขาดสติเพราะมึนเมาและตกลงกันไม่ได้ จึงได้ก่อเหตุครั้งนี้ขึ้น ขอชดใช้กรรมในครั้งนี้ด้วยชีวิต   เบื้องต้น จนท.สันนิษฐานว่า สามีผู้ตายอาจจะเป็นคนลงมือใช้หมอนกดปิดหน้าภรรยาจนเสียชีวิตและคิดจะผูกคอตาย จึงเขียนจดหมายลาตายไว้ แต่เกิดใจไม่กล้าพอ และได้ขับรถหลบหนีออกไปเมื่อตอนเช้ามืดวันนี้   จากการตรวจสอบพบว่า สามีของผู้ตายคือ นายนิรันดร์ กันฟอง อายุ 51 ปี เป็นชาวจังหวัดน่าน ปัจจุบันทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายปกครอง เทศบาลตำบลสบปราบ อ.สบปราบ วันนี้ไม่ได้ไปทำงานที่เทศบาลดังกล่าวคาดว่าผู้ต้องสงสัยน่าจะหลบหนีไป ขณะนี้ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งหาตัวและพนักงานสอบสวนเตรียมที่จะออกหมายจับ   ด้านเพื่อนบ้านระบุ ช่วงเช้านี้ลูกสาววัย 7ขวบของผู้ตายลงมาบอกว่าให้ไปดูแม่ให้หน่อย แม่เป็นอะไรไม่รู้ปลุกไม่ยอมตื่น ตัวก็เย็น สงสัยแม่เป็นไข้ เมื่อขึ้นไปดูตนเองถึงกับผงะ เพราะแม่ของหนูน้อยตัวแข็งท่อเสียชีวิตแล้วจึงแจ้งตำรวจ   ขณะที่แม่ของผู้ตายเปิดเผยว่า เมื่อเย็นวานนี้ลูกสาวและลูกเขยยังซื้อปั้มน้ำมาให้ และไม่มีทีท่าว่าจะทะเลาะกัน และไม่มีเหตุจูงใจที่จะฆ่ากันเลย แต่ก็ยอมรับว่าอยู่บ้านคนละหลัง ตอนเช้าทราบว่าหลานสาววัย 7 ขวบมาบอกคนข้างบ้านว่าให้ไปดูแม่ให้หน่อย แม่เป็นอะไรไม่รู้ปลุกไม่ยอมตื่น ตัวก็เย็นสงสัยแม่เป็นไข้เมื่อขึ้นไปดูตนเองจึงทราบว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YuSF5oniezo

 18,092
ข่าวภูมิภาค
12 มี.ค. 62

หนุ่ม 16 ไม่อยากเรียนซ้ำชั้น ทิ้ง จม.ลาตาย ก่อนโดดน้ำลาโลก

อุทัยธานี-เกิดเหตุเด็กชายอายุ 16 ปี หายตัวออกไปจากบ้านพัก ในพื้นที่หมู่ 2 ต.ไผ่เขียว อ.สว่างอารมณ์ จนท.ต้องกระจายกันลงงมในสระน้ำใกล้บ้าน ซึ่งมีอยู่ด้วยกันถึง 5 ลูก   จากการสอบถามยายของเด็กเล่าว่า หลานชายอาศัยอยู่กับคนเองตั้งแต่ยังเล็ก เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกันและได้ไปทำงานที่ต่างจังหวัด ซึ่งก่อนเกิดเหตุ หลานก็อยู่ในบ้านตามปกติ ไม่ได้มีแสดงอาการว่ามีปัญหาใดๆ ช่วงกลางคืนไปเปิดมุ้งดูก็ไม่พบหลาน แต่หลานได้นำหมอนข้างมาวางไว้บนหมอน แล้วนำผ้าห่มคลุมไว้ ให้เหมือนกับว่ามีคนนอนอยู่ พร้อมกับทิ้งจดหมาย ไว้หนึ่งฉบับ ซึ่งมีเนื้อหาตัดพ้อ และคล้ายกับว่าจะลาตาย โดยเนื้อหาในจดหมายเขียนไว้ว่า   "จากชาย เด้อ ชายขอโทษจริงๆ ที่ชายเป็นลูกหลานที่เลวมากๆ ชายไม่อยากอยู่แล้ว มันแบบชาย มีรอติดตัวเยอะมาก ครูเค้าบอกตกซ้ำชั้น แต่จำไม่ได้ครูอะไรบอก ชายไม่อยากตกซ้ำชั้น ชายแบบว่าทั้งเรื่องอีกหลายๆอย่างที่เป็นสาเหตุที่ชายทำแบบนี้ ชายลาล่ะนะ ทุกคนชายไม่มีทางเลือกจริงๆ   งานศพชาย บอกเพื่อนๆพี่น้องที่โรงเรียนด้วยนะ มากันให้ครบ แต่ชายอยากให้ครูคนนึงที่อยากให้มามากที่สุด แม่ให้ครูอ้อยมาด้วยนะ เพราะเค้าคือครูคนเดียวที่ชายเคารพมากที่สุด ชายรักพ่อจ๋า แม่จ๋านะ ครอบครัวตระกูลศรีคำพาทุกคน ชายลานะ (ลายเซ็น)"    โดยในเฟซบุ๊กผู้ตายได้โพสต์ข้อความก่อนที่จะหายตัวไป จำนวน 2 โพสต์ ซึ่งโพสต์แรกเขียนว่า "ลาแล้วเด้อ" ในช่วงเวลา 20.24 น. และโพสที่สอง "ตาย" ในช่วงเวลา 20.25 น. ของวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา   โดยผู้เป็นยายได้กล่าวต่อว่า หลังจากพบจดหมายดังกล่าว ตนเองตกใจมากและบอกผู้เป็นตา ให้ช่วยกันออกตามหาหลานซึ่งคาดว่าจะหนีออกไปทางหลังบ้าน เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวนั้นผู้เป็นตาอยู่บริเวณหน้าบ้าน อีกทั้งยังมีญาติพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียงที่ทราบข่าว ได้พากันระดมกำลังช่วยกันออกตามหาจนถึงรุ่งเช้า   กระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่อยู่ในพื้นที่ทราบข่าว จึงได้ประสานทีมงานช่วยกันออกตามหา จนสันนิษฐานว่า อาจจะคิดสั้นกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย แต่ด้วยสระน้ำในระแวกใกล้เคียงนั้นมีอยู่ด้วยกันถึง 5 ลูก จึงทำให้ชุดประดาน้ำ มูลนิธิกู้ภัยอุทัยธานี ลงงมหาร่างในหลายสระก็ไม่พบร่าง พบเพียงแท็บเล็ตของผู้ตาย   ต่อมาตาของผู้ตายได้จุดธูป 1 ดอก พร้อมกับนำหมอนที่หลานนั้นหนุนนอนทุกวัน มาทำการโยนลงไปในสระตามความเชื่อโบราณ เพื่อหวังให้พบร่างของผู้เป็นหลานชาย โดยชุดประดาน้ำได้ทำการลงงมหาร่างอีกครั้ง ซึ่งใช้เวลาในการค้นหาร่างของกว่า 7 ชั่วโมงจึงพบ ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของครอบครัว รวมไปถึงคณะครูและเพื่อนๆรักเรียนร่วมชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านทุ่งสงบ   โดยเพือ่นๆบอกว่าผู้ตายเป็นเด็กอารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส เป็นที่รักของเพื่อนๆ แต่ปัญหาที่ทราบก็เป็นไปตามที่ผู้ตายได้เขียนจดหมาย ส่วนจะมีปัญหามากกว่านั้นหรือไม่ก็ไม่ทราบ และไม่คิดว่าผู้ตายจะคิดสั้นได้ถึงเพียงนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zcXG_BMUC0A

 55,193
ข่าวภูมิภาค
12 ธ.ค. 61

หนุ่ม ม.6 ยิงขมับดับคาบ้าน ทิ้งจม.ลาตาย อ่านหนังสือไม่ทัน อยากเก่งเหมือนคนอื่นบ้าง

นนทบุรี-มีผู้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต 1 ราย ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่บริเวณห้องน้ำชั้น 2 พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย นอนหงายจมกองเลือดอยู่ภายในห้องน้ำ   ข้างลำตัวพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ มีบาดแผลถูกยิงที่ขมับขวา 1 นัด ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายบี (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบจดหมายลาตายระบุว่า   "ขอเเค่งานศพเล็กๆ ไม่เอาญาติเยอะจนเกินไป ไม่อยากให้เสียเงินกับ “ภู” เยอะ เก็บเงินไว้ให้หนูพุด แทนนะครับ บางทีการที่เก็บทุกอย่างไว้เพียงคนเดียวมันก็ไม่ได้ดีเสมอไปหรอก แต่จะให้ทำยังไงอ่ะ ปัญหาชีวิตเยอะ พูดกับใครก็ไม่ได้ อ่านหนังสือก็ไม่ทัน ยอมแพ้แล้ว ทำแทบตายยังไงก็ตามไม่ทัน อยากเก่งเหมือนคนอื่นบ้าง 10.12.18"   จากการสอบสวนญาติทราบว่า นายบี อาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวกับผู้ปกครอง วันที่เกิดเหตุทางผู้ปกครองได้เดินทางไป จ.เชียงราย เพื่อเยี่ยมลูกสาวอีกคน นายบีอยู่บ้านคนเดียว เกิดมีปากเสียงกับผู้ปกครองทางโทรศัพท์   หลังจากนั้นทางผู้ปกครองติดต่อนายบีไม่ได้ จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาเวลาประมาณ 21.00 น ทางผู้ปกครองได้โทรเข้ามาหา รปภ.หมู่บ้าน ให้ช่วยเข้าไปดูที่บ้าน ทางรปภ.จึงได้เดินทางมากดกริ่งหน้าบ้าน แต่ไม่มีใครออกมาเปิด จนกระทั่งช่วงเช้าวันนี้ เวลา 07.00 น. ทาง รปภ.จึงตัดสินใจ เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านพบศพผู้เสียชีวิตดังกล่าว   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะเครียดจากเรื่องที่ทะเลาะกับผู้ปกครองและการเรียน อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และอยู่ระหว่างรอผู้ปกครองเข้าให้ปากคำเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต ส่วนร่างได้มอบให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mwU8sPmkb80

 41,542
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
03 ธ.ค. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 3 ธ.ค.61 ซ้อมใหญ่ bike อุ่นไอรัก-พปชร.เสนอชื่อบิ๊กตู่เป็นนายกฯ-กินเป็ดร้านสุกี้ดังติดคอดับ

-บรรยากาศซ้อมใหญ่ Bikeอุ่นไอรัก ทั่วประเทศคึกคัก กทม.ซ้อม 39 กม. ผ่าน 29 คูคลองสายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ (ซ้อมใหญ่ 'bike อุ่นไอรัก 2018' คึกคักทั่วไทย ก่อนปั่นวันจริง 9 ธ.ค.นี้)   -จนท.แบงก์วัย 53 ปี ป่วยโรคกระดูกทับเส้นประสาท แขนขาอ่อนแรง ใช้ปืนยิงแม่ยายป่วยอัมพาตเดินไม่ได้ ก่อนยิงตัวตายตาม ทิ้งจม.ลาตาย 2 ฉบับบอกไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน และสั่งเสียจัดการทรัพย์สินโอนบ้าน ให้ลูกดูแลแม่ ตร.ส่งศพชันสูตรต่อไป (ลูกเขยป่วยกระดูกทับเส้น ยิงแม่ยายเป็นอัมพาตดับ ก่อนปลิดชีพตัวเอง ทิ้งจม.พ้อไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน)   -ตาวัย 62 ปฏิเสธลวงหลานสาววัย 15 ไปข่มขืน ทั้งๆที่ตอนไปเจอกำลังแก้ผ้าขึ้นคร่อมหลานในป่าละเมาะที่หาดใหญ่ สงขลา ตร.แจ้ง 3 ข้อหา หลานสาวจิตใจย่ำแย่ ไม่อยากกลับไปอยู่กับตายาย จนท.ส่งตัวให้บ้านพักเด็กดูแล   -พรรคพลังประชารัฐยอมรับเป็นครั้งแรกจะส่งชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯอันดับ 1 ของพรรค สุวิทย์ เมษินทรีย์ บอกจะพูดคุยในพรรคอีกครั้งว่า 3 รายชื่อแคนดิเดตของพรรคมีใครบ้าง   -คุณหญิงสุดารัตน์ บอกถึงแม้จะไม่เปิด แต่คนก็รับรู้ตั้งแต่ชื่อพรรค เพื่อให้บิ๊กตู่กลับมาเป็นนายกฯอีก เชื่อคนสมัยนี้คนชอบอะไรที่ตรงไปตรงมา ส่วนเพื่อไทยจะเสนอชื่อใครนั้น ฝากถาม คสช.ให้ที ว่าจะเสนอชื่อได้ตอนไหน เพราะ คสช.ยังไม่ปลดล็อก ยังไม่สามารถประชุมเลือกได้ มีเพียงพรรคพลังประชารัฐพรรคเดียวที่ทำได้ จาตุรนต์ บอกเมื่อชัดเจนแล้ว ปชช.จะได้ตัดสินใจว่าอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯแล้ว ปชช.เดือดร้อนไปอีกหลายปี หรือจะช่วยกันบอกให้ พล.อ.ประยุทธ์พอได้แล้ว    ('หญิงหน่อย' ไม่แปลกใจ พปชร.ส่งชื่อ 'บิ๊กตู่' เป็นแคนดิเดตนายกฯอันดับ 1)   -นายกฯเผยเป็นนายกฯต้องข่มใจให้ได้ วันนี้พูดเสร็จกลับไปปวดหัวทั้งวัน ไม่ค่อยได้มีโอกาสรื่นเริง หลายปีทำงานกลับบ้านเข้าทำเนียบรัฐบาล ไปต่างประเทศกลับบ้านเข้าทำเนียบฯแต่บ่นไม่ได้ ('บิ๊กตู่' บอกเป็นนายกฯต้องข่มใจให้ใจเย็น ห้ามบ่น ต้องพูดเพราะ )   -สนธิรัตน์ นำทีมพรรคพลังประชาชนลงพื้นที่ภาคอีสาน หวังว่าจะเข้ามาอยู่ในหัวใจคนภาคอีสานได้ เชื่อได้รับเสียงตอบรับท่วมท้น แม้ออกสตาร์ทไม่นาน ยันพรรคให้ความสำคัญกับภาคอีสาน (พลังประชารัฐมั่นใจ จะเข้าไปอยู่ในใจชาวอีสานแน่นอน เชื่อได้ ส.ส.ตามเป้า )   -เจ้าของธุรกิจนวดแผนไทยวัย 32 ปี ว่าที่เตรียมสมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง แจ้งความถูกหนุ่มวัย 40 กระทืบจิกผมทุบตี มีกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ หลังแจ้งความคดีไม่คืบ ตร.บอกมีพนักงานสืบสวนคนเดียวต้องทำทุกคดี ตอนนี้ออกหมายเรียกแล้ว (ตร.แจงเข้าเวรแค่คนเดียว ทำคดีไม่ทัน หลังสาวว่าที่สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา โดนสามีทำร้าย ร้องคดีไม่คืบ )   -ลุงวัย 66 นั่งกินเป็ดย่างในร้านสุกี้ดังกับญาติ จู่ๆหน้าซีดตัวเกร็ง อาหารติดคอ ญาติช่วยกันทุบหลังสำลักผักออกมา พบเป็ดติดคอ 2-3 ชิ้น จึงล้วงออกก่อนแจ้งกู้ภัยแต่ไม่ทัน เสียชีวิตบนรถเข็นของห้าง มือยังจับกับญาติ เป็นที่สลดใจ (ลุงวัย 66 กินสุกี้เลี้ยงส่งเพื่อนไปนอก เป็ดติดคอเสียชีวิต)   -โลกออกไลน์แชร์เรื่องน่ารัก ครูไปคุมสอบเจอร้านเสริมสวยในห้องเรียน ติดป้ายโปรโมชั่นฟิวส์บิวตี้ มัดรวบหางม้า 5 บาท ถักเปีย 5 บาท ผูกโบว์ 2 บาท จ่ายก่อนทำงดเชื่อเบื่อทวง มีโปรเหมาจ่าย 100 บาท 30 วัน ได้ทุกแบบทุกทรง (แชร์น่ารัก นร.เปิดร้านเสริมสวยในห้องเรียน รับถักเปีย-ผูกผมให้เพื่อน คิดครั้งละ 5 บาท ) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sccC0quvU18

 2,792
สังคม-อาชญากรรม
02 ธ.ค. 61

สลด หนุ่มแบงค์ทิ้งจดหมายสั่งเสีย ยิงแม่ยายป่วยอัมพาตดับ ก่อนยิงตัวตายตาม เหตุไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน

หนุ่มแบงค์วัย 53 ป่วยเครียดใช้อาวุธปืนยิงแม่ยายที่ป่วยเป็นอัมพาต ก่อนสังหารตัวเองตาม เหตุไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน พร้อมทิ้งจดหมายสั่งเสียเรื่องการโอนบ้าน และบรรยายการป่วย   วันที่ 2 ธ.ค.61 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.บางขุนนนท์ รับแจ้งมีเหตุคนยิงตัวตายในบ้านพักย่านซอยจรัญ 35 จึงเข้าตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช    จุดเกิดเหตุเป็นบ้านเดียว ด้านในพบร่างนางอัมรินทร์ สุวรรณากาศ อายุ 68 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ที่พื้นห้อง มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธ ปืน ขนาด 9 มม. เข้าที่ศีรษะด้านซ้าย 1นัด ใกล้กันพบร่างนาย สุวรรณ ปิ่นทอง อายุ 53 ปี พนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง นอนเสียชีวิตมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกัน เข้าที่กลางศีรษะด้านขวา 1 นัด    จากการตรวจสอบพบว่าที่ปลายเท้าของนายสุวรรณ พบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 1 กระบอก และบนโต๊ะกินข้าวภายในห้องพบจดหมายเขียนลักษณะสั่งเสียจำนวน 2 ฉบับ ซึ่งเขียนด้วยลายมือนายสุวรรณ ที่สั่งเสียให้จัดการเรื่องการโอนบ้านและอาการป่วยเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน    สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นางอัมรินทร์ และนายสุวรรณ นั้น เป็นแม่ยายและลูกเขยกัน โดยแม่ยายนั้นมีอาการป่วยด้วยโรคชราไม่สามารถเดินได้ ส่วนนายสุวรรณ ลูกเขยป่วยอาการกระดูกทับเส้น มีอาการนิ้วล็อคและแขน-ขาอ่อนแรง กินไม่ได้นอนไม่หลับ ซึ่งกลัวว่าแม่ยายและตัวเองจะเป็นภาระให้กับลูกหลานและคนในครอบครัว จึงใช้อาวุธปืนยิงแม่ยายและยิงตัวเองตาม    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปชันตรวจพิสูจน์ที่นิติเวช รพ.ศิริราช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ส่วนการตรวจสภาพภายในจุดเกิดเหตุยังไม่พบว่ามีร่องรอยการรื้อค้น หรือมีทรัพย์สินสูญหาย จึงคาดว่าจะเป็นการตัดสินใจฆ่าตัวตายของนายสุวรรณเอง ซึ่งต้องรอการยืนยันทางนิติ และสอบปากคำญาติและครอบครัวอีกครั้ง  

 14,549
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 61

ชายสูงอายุชาวนอร์เวย์ผูกคอสยอง ทิ้งจดหมายห้อยตัวตายข้างตึกคอนโดริมหาดพัทยา

วันนี้ (14 พ.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.ท.โกสละ งามผ่อง สารวัตรสอบสวน จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุนักท่องเที่ยวต่างชาติผูกคอตายข้างตึกคอนโดมิเนียม ริมถนนสายชายหาดพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยที่ลำคอของผู้เสียชีวิตถูกผูกโยงด้วยเชือกไนล่อนสีแดงที่รัดกับหัวจ่ายดับเพลิงจากดาดฟ้าบนชั้นที่ 31 ของอาคาร ขณะที่ร่างผู้เสียชีวิตห้อยแขวนอยู่ริมผนังของอาคาร ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมองเห็นไปทั่วบริเวณสร้างความหวาดเสียวเป็นอย่างมาก    จากการนำกำลังขึ้นไปตรวจสอบบนที่เกิดเหตุพบว่าบริเวณชั้นดาดฟ้าของอาคาร พบอุปกรณ์หลายอย่าง อาทิ อุปกรณ์จำพวกมีด คัตเตอร์ตัดสติ๊กเกอร์ ไฟฉาย รวมทั้งเขียงไม้ 2 อันที่ถูกติดตั้งด้วยท่อเหล็กขนาดความยาวประมาณ 1 เมตรลักษณะคล้ายถูกดัดแปลงเพื่อทำเป็นอาวุธปืนจำลองโดยมีคราบเลือดเปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณ    นอกจากนี้ยังพบจดหมายเขียนข้อความภาษานอร์เวย์ทิ้งวางไว้ 1 ฉบับ ทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนที่ตัวศพพบว่า ถูกโยงจากเชือกตัวห้อยอยู่ริมผนังอาคารห้อยต่ำจากดาดฟ้าลงไปประมาณ 3-4 เมตร ทำให้การนำร่างขึ้นมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงประสานเจ้าหน้าที่จากหน่วยบรรเทาสาธารณะภัยเมืองพัทยา มาทำการโรยตัวลงไปใช้เชือกรัดที่ตัวศพก่อนนำขึ้นมาด้านบนได้ โดยใช้เวลานานกว่า 3 ชม.เนื่องจากการทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก    ทั้งนี้ ได้ประสานเจ้าหน้าที่จากกองวิทยาการเวรและแพทย์มาตรวจสอบสภาพศพอีกครั้ง ตรวจสอบทราบว่าผู้ตายอายุ 69 ปี สัญชาตินอร์เวย์ โดยผู้ตายมาเช่าพักอยู่ได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว ขณะที่การก่อเหตุดังกล่าวคาดว่าผู้ตายอาจมีปัญหาส่วนตัวบางอย่างจึงปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าของอาคาร ก่อนเขียนจดหมายลาตายและก่อเหตุขึ้น    โดยสันนิษฐานว่าอาจมีการนำแท่งเหล็กมายึดติดกับเขียงไม้ขนาดใหญ่เพื่อประกอบเป็นอาวุธบางอย่างจ่อยิงตัวเองที่ริมระเบียงจนทำให้ร่างตกลงมาที่ผนังตึกซึ่งที่ลำคอผูกรัดไว้ด้วยเชือกอย่างแน่นหนาห้อยอยู่เป็นเวลานาน ทำให้มีเลือดไหลออกจากร่างเป็นจำนวนมากทั้งบริเวณดาดฟ้า และผนังอาคาร ซึ่งกรณีดังกล่าวจะได้ให้เจ้า หน้าที่วิทยาการเวรมาพิสูจน์ทราบอีกครั้ง ขณะที่ศพผู้เสียชีวิตจะได้นำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อชันสูจน์ รวมทั้งการสืบหาข้อมูลถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนต่อไป    

 28,450
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ย. 61

หมอ รพ.เอกชน ทิ้ง จม.ลาตาย ญาติตามหาพบจยย.จอดริมแม่น้ำ หวั่นโดดน้ำฆ่าตัวตาย

พิษณุโลก-ญาติประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้องขอนักประดาน้ำ หน่วยกู้ภัยบูรพา ลงค้นหาผู้สูญหาย ที่คาดว่าจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย บริเวณสะพานวัดยางเอน ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก   โดยนางสาวสุทธาวาส ช้างไผ่ อายุ 30 ปี บอกว่าพี่ชายของตนคือ นายแพทย์ภัททิย์ศักดิ์ ช้างไพศาลกุล อายุ 36 ปี เป็นแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ใน จ.พิจิตร ได้หายตัวออกไปจากบ้านพักญาติติดต่อไม่ได้ จนกระทั่งทางครอบครัวได้พบจดหมายลักษณะข้อความเขียนเหมือนสั่งเสีย จึงได้ไปลงบันทึกไว้ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก   จากนั้นได้ตามสัญญาณโทรศัพท์มือถือของผู้สูญหาย ก็มาพบรถจักรยานยนต์ จอดทิ้งไว้ที่บริเวณสะพานวัดยางเอน โดยมีหมวกกันน็อกห้อยไว้กับโทรศัพท์มือถือ ทางครอบครัวจึงคาดว่าผู้สูญหายอาจจะมีความเครียดเรื่องอะไรสักอย่างและอาจจะคิดสั้นมากระโดดแม่น้ำเพื่อฆ่าตัวตาย จึงประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ   ด้านนายไมตรี กระต่ายทอง อายุ 43 เป็นเจ้าหน้าที่มาซ่อมสะพานอยู่บริเวณดังกล่าว ได้เล่าให้ฟังว่าช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. (วันที่ 6 พ.ย.61) ตนได้ตกปลาอยู่บริบนสะพานดังกล่าว ตอนนั้นเบ็ดตนมีลักษณะเหมือนถูกชน จึงส่องไปลงไป ก็พบว่ามีผู้ชายคนหนึ่งกำลังลอยคอว่าน้ำอยู่บริเวณดังกล่าว โดยไม่มีทีท่าขอความช่วยเหลืออะไร   แต่เมื่อเห็นไฟของตนส่องไปโดนกลับรีบปล่อยตัวไหลลอยคอไปไกลกว่า 1 กิโลเมตรจนหลุดโค้งน้ำ ตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนสักพักได้ยินเสียงสุนัขเห่าเป็นจำนวนมากเสียงดัง ตนจึงมั่นใจว่าชายคนนั้นขึ้นฝั่งไปเรียบร้อยแล้วเลยไม่ได้ติดใจอะไร ยังคิดว่าน่าจะเป็นขโมยที่ไปลักของชาวบ้านแล้วลอยคอหนีมาด้วยซ้ำ   ด้านหัวหน้าชุดนักประดาน้ำ หน่วยกู้ภัยบูรพา ได้บอกว่าจากการรับฟังข้อมูลของทางญาติ และผู้เห็นเหตุการณ์แล้ว ไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้สูญหายจมน้ำจริงหรือไม่ และจมบริเวณจุดใด ทำให้ไม่สามารถมาร์กจุดในการค้นหาได้ ประกอบกับเป็นช่วงเวลาค่ำคืน และกระแสน้ำค่อนข้างเชี่ยวกราด ทำให้การค้นหาใต้น้ำอาจจะค่อนข้างมีอุปสรรค และไม่มั่นใจว่าจะพบร่างผู้สูญหายหรือไม่   จึงจำเป็นต้องยกเลิกภารกิจการค้นหาก่อน และในวันพรุ่งนี้เช้าจะร่วมกับทางผู้นำหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำเรือท้องแบนออกล่องเรือค้นหาอีกครั้ง หากผู้สูญหายจมน้ำจริงอย่างที่ทางญาติคาดการณ์ไว้ ในวันนี้ (8 พ.ย.) สภาพร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงอาจจะมีการพบเจอร่างเหนือผิวน้ำก็เป็นได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I_ERmuM4TJM

 5,726
ข่าวภูมิภาค
26 ต.ค. 61

ผอ.รพ.เครียดป่วยมะเร็ง ผูกคอตายใต้ต้นฉำฉา ทิ้งจม.ขอโทษแม่ กู้ภัยขนลุกเจอเงาปริศนานั่งข้างศพ

พิษณุโลก-เกิดเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิต บริเวณทุ่งนาใกล้คลองน้ำทิ้ง ริมถนนสายเลี่ยงเมืองสี่แยกบ้านกร่างมุ่งหน้าสี่แยกเอ็กซ์เรย์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่เกิดเหตุเป็นที่ดินว่างเปล่าเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ พบรถเก๋งสีขาว จอดดับเครื่องยนต์ล็อคประตูเอาไว้โดยไม่พบตัวคนขับ ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร บริเวณต้นฉำฉาริมคลองน้ำทิ้งติดทุ่งนา พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย และพบรองเท้าแตะถอดวางอยู่ 1 คู่   สภาพศพสวมเสื้อแขนกุดสีดำลายทหาร นุ่งกางเกงสเตย์ขายาวสีดำทับด้วยกางเกงขาสั้นสีดำ ใช้เชือกไนล่อนสีเขียวมัดกิ่งไม้ด้านบนผูกกับคอตัวเองห้อยโตงเตงลงมา ปลายเท้าทั้งสองข้างจุ่มลงไปในน้ำ กู้ภัยจึงช่วยกันปีนขึ้นไปแก้เชือกก่อนนำร่างลงมาชันสูตรด้านล่าง ตามเนื้อตัวเริ่มซีดขาวและแข็งทื่อ ที่ลำคอมีรอยเชือกบีบรัดแน่นจนเขียวช้ำ   ทราบชื่อผู้ตาย คือ นายพงศ์ชิรการ ปีกรอด อายุ 45 ปี ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก นอกจากนี้ภายในรถยังพบจดหมายลาตาย จำนวน 2 ฉบับ ระบุว่า   “เชษขอโทษแม่ช่วย พี่พึง และเพื่อนร่วมงานทุกคน ที่ดูแลเชษเป็นอย่างดี เชษไม่อยากเป็นภาระใครอีกแล้ว แทนที่เชษจะเป็นคนดูแลแต่เชษก็มาป่วยก่อน เชษปวดและทรมานเกินจะทนได้ แต่เชษก็ฝืนทนตลอดมา เชษนอนร้องไห้ทุกคืน ขอบคุณทุกคนนะครับ ขอบคุณทุกคนที่ดูแลเชษ รักทุกคน” “รักจริงให้ติงนัง”   และ “ลูกขอโทษแม่และทุกคนนะครับ ลูกปวดขาและทรมานมากครับ ลูกปวดสุดๆ ลูกไม่อยากให้แม่รู้ว่าลูกเป็นมะเร็ง ลูกเสียใจที่ไม่สามารถดูแลแม่ได้ดี ลูกไม่อยากเป็นภาระใคร ยกโทดให้ลูกนะคับ รักแม่มาก”   ด้านพี่สาวผู้ตายเล่าว่า ไม่เคยรู้มาก่อนว่าน้องชายจะป่วยเป็นโรคร้าย เพราะไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวให้ที่บ้านฟัง เนื่องจากอาจจะกลัวว่าแม่ที่แก่ชราภาพด้วยวัยกว่า 80 ปี จะคิดมากจนเครียดวิตกกังวล ซึ่งระยะหลังหมอเชษมักไม่ชอบกลับบ้านจะนอนพักอาศัยที่บ้านของป้าที่สนิท แต่ก็จะกลับมาเยี่ยมเยียนแม่อยู่เป็นประจำ หาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวถือว่าเป็นเสาหลักของบ้าน เมื่อมาทราบข่าวว่าคิดสั้นก็ตกใจและเสียใจมาก   ด้านป้าของผู้ตาย เปิดเผยว่า ระยะหลังเมื่อ 1 เดือนนี้ หมอเชษบ่นตลอดว่าปวดขาข้างขวาช่วงสะโพกลงไปถึงน่อง ปวดเข้าไปจนถึงกระดูกข้างในจนเดินเหินลำบากต้องใช้ไม้ค้ำพยุงตัว ปรากฏว่าตรวจพบชิ้นเนื้อร้ายที่ขาข้างขวา หรือเรียกว่าเป็นมะเร็งก้อนเนื้อ ต้องเข้ารับการให้คีโมและฉายแสง ทำให้หมอเชษเครียดคิดมากกินไม่ได้นอนไม่หลับอาจจะท้อแท้กับชีวิตที่เหลืออยู่ ก่อนจะหายออกไปจากบ้านเป็นเวลาถึง 3 วัน  จนสุดท้ายมาทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าหมอเชษคิดสั้น   ส่วนข้อความที่ระบุในจดหมายลาตายว่า 'รักจริงให้ติงนัง' ซึ่งเป็นบทเพลงของนักร้องลูกทุ่งชื่อดังรุ่ง สุริยา นั้นเป็นเพราะหมอเชษชอบร้องและฟังเพลงนี้เป็นอย่างมาก ปกติเป็นคนร่าเริงแจ่มใสสนุกสนานครื้นเครง มักพูดหยอกล้อกับตนว่าหากวันใดต้องตายก็ขอให้เปิดเพลงนี้ในงานศพด้วย และขออย่าให้โศกเศร้าเสียใจกันเลย ซึ่งตนก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องหดหู่เช่นนี้ขึ้นจริง   ต่อมาในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความของเฟชบุ๊ก กู้ภัยไทยแลนด์ News2 ได้โพสต์ภาพ หลังจากที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพพิษณุโลก เข้าไปตรวจสอบ และถ่ายรูปรอบๆที่เกิดเหตุ ก็ปรากฎรูปที่มีรูปร่างเหมือน ชายใส่ชุดดำนั่งอยู่ข้างๆศพ อย่างชัดเจน แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆ กลับไม่พบคนดั่งกล่าว มีเพียงแต่ศพที่ยังแขวนคอตายอยู่เท่านั้น และผู้ตายก็ใส่เสื้อสีดำ ทำเอาหน่วยกู้ภัยรู้สึกขนหัวลุกกันเป็นแถว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hW5I2TPSC34

 18,315
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 61

ผอ.โรงพยาบาล ป่วยโรคมะเร็ง ผูกคอเสียชีวิตใต้ต้นฉำฉา ทิ้งจดหมายลาตายขอโทษแม่-ไม่อยากเป็นภาระ

วันนี้ (25 ต.ค.) เมื่อเวลา 01.00 น. ร.ต.อ.สุรพงศ์ เหมือนศรีชัย รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิตบริเวณทุ่งนาใกล้คลองน้ำทิ้ง ริมถนนสายเลี่ยงเมืองสี่แยกบ้านกร่างมุ่งหน้าสี่แยกเอ็กซ์เรย์ พื้นที่หมู่ 1 บ้านเด่นโบสถ์ ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก    ที่เกิดเหตุเป็นที่ดินว่างเปล่าเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ พบรถยนต์เก่งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว จอดดับเครื่องยนต์ล็อคประตูเอาไว้โดยไม่พบตัวคนขับ ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร บริเวณต้นฉำฉาริมคลองน้ำทิ้งติดทุ่งนา พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย และพบรองเท้าแตะถอดวางอยู่ 1 คู่ สภาพศพสวมเสื้อแขนกุดสีดำลายทหาร นุ่งกางเกงสเตย์ขายาวสีดำทับด้วยกางเกงขาสั้นสีดำ ใช้เชือกไนล่อนสีเขียวมัดกิ่งไม้ด้านบนผูกกับคอตัวเองห้อยลงมา ปลายเท้าทั้งสองข้างจุ่มลงไปในน้ำ    กู้ภัยจึงช่วยกันปีนขึ้นไปแก้เชือกก่อนนำร่างลงมาชันสูตรด้านล่าง ตามเนื้อตัวเริ่มซีดขาวและแข็งทื่อ ที่ลำคอมีรอยเชือกบีบรัดแน่นจนเขียวช้ำ ตรวจค้นในตัวไม่พบเอกสารยืนยันว่าเป็นใครมาจากนั้น แต่พบกุญแจรีโมทรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าอยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างขวา คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจเช็คหมายเลขทะเบียนรถเก๋งซึ่งจอดอยู่ในที่เกิดเหตุ พบว่าชื่อผู้ครอบครอง คือ นายพงศ์ชิรการ ปีกรอด อายุ 45 ปี และใช้กุญแจรีโมทรถยนต์ที่พบในตัวผู้เสียชีวิต เปิดประตูรถเก๋งที่จอดอยู่บริเวณเดียวกัน พบว่าสามารถเปิดประตูออกได้ ภายในรถพบกระเป๋าสะพายวางอยู่ที่เบาะนั่งข้างคนขับ และพบชุดเสื้อผ้าสีขาวของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขแขวนอยู่ที่ด้านหลัง เมื่อเปิดกระเป๋าสะพายพบยารักษาโรคประจำตัวของนายพงศ์ชิรการ ปีกรอด ผู้เสียชีวิต พร้อมจดหมายลาตาย จำนวน 2 ฉบับ ระบุว่า    “เชดขอโทดแม่ช่วย พี่พึง และเพื่อนร่วมงานทุกคน ที่ดูแลเชดเป็นอย่างดี เชดไม่อยากเป็นภาระใครอีกแล้ว แทนที่เชดจะเป็นคนดูแลแต่เชดก็มาป่วยก่อน เชดปวดและทรมานเกินจะทนได้ แต่เชดก็ฝืนทนตลอดมา เชดนอนร้องไห้ทุกคืน ขอบคุณทุกคนนะครับ ขอบคุณทุกคนที่ดูแลเชด รักทุกคน” “รักจริงให้ติงนัง” และ “ลูกขอโทดแม่และทุกคนนะคับ ลูกปวดขาและทรมานมากครับ ลูกปวดสุดๆ ลูกไม่อยากให้แม่รู้ว่าลูกเป็นมะเร็ง ลูกเสียใจที่ไม่สามารถดูแลแม่ได้ดี ลูกไม่อยากเป็นภาระใคร ยกโทดให้ลูกนะคับ รักแม่มาก”   เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่า ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ได้ออกตรวจตราในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุพบรถเก๋งของผู้เสียชีวิตจอดดับเครื่องอยู่ตรงเนินดินที่เปลี่ยวมืดแต่ไม่พบตัวคนขับ จึงเดินใช้ไฟฉายส่องตรวจสอบจนไปพบว่ามีคนผูกคอเสียชีวิตกับต้นฉำฉาริมคลองน้ำทิ้งติดทุ่งนา ก่อนจะประสานแจ้งพนักงานสอบสวนให้มาตรวจสอบ ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้เสียชีวิตป่วยด้วยโรคประจำตัวที่เป็นอยู่อย่างทุกข์ทรมาน และพยายามกินยารักษาให้หายขาดแต่ก็ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจคิดสั้นผูกคอตนเองเสียชีวิตในที่สุด    นอกจากนี้ยังพบว่านายพงศ์ชิรการ ปีกรอด ผู้เสียชีวิต มีตำแหน่งเป็นถึง ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก พร้อมจะติดต่อแจ้งญาติให้รับทราบเพื่อมารับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป  

 13,234
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ย. 61

ครูเครียดผูกคอตายในห้องพักครู ทิ้งจม.สั่งพ่อแม่ไม่ต้องจัดงานศพ-บอกรหัส atm

หนองบัวลำภู-ตร.ได้รับแจ้งจากคณะครู รร.คำแสนวิทยาสรรค์ อ.นากลาง ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ประจำอำเภอ ว่ามีครูในโรงเรียนผูกคอเสียชีวิตภายในห้องพักครู   ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักครูหมวดวิทยาศาสตร์อยู่บนชั้น 2 ของอาคาร 1 พบศพนายอนุชิต ทุมแสง อายุ 32 ปี ครูอัตราจ้าง สอนวิชาวิทยาศาสตร์ ใช้เชือกไนลอนผูกคอตัวเองเสียชีวิตติดกับขอบฝาผนังห้อง ท่ามกลางความตื่นตกใจของครูและนักเรียนจำนวนมาก   สอบถามครูที่เป็นผู้พบศพเป็นคนแรกให้การว่า ปกติแล้วนายอนุชิตมาทำงานแต่เช้าก่อนครูคนอื่นๆ และวันนี้ตนมาทำงานตามปกติ แต่เมื่อช่วงเช้าทางโรงเรียนได้จัดงานเลี้ยงให้กับครูที่เกษียณอายุราชการ จึงไม่มีใครสังเกตความผิดปกติใดๆ หลังจากเลิกงานเลี้ยงจึงกลับมาที่ห้องพักครู เพื่อเตรียมตัวสอนหนังสือในช่วงบ่าย เมื่อเปิดประตูห้องพักครู แทบช็อค เนื่องจากพบนายอนุชิตผูกคอเสียชีวิตแล้ว   เบื้องต้นแพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตมาแล้ว 2 ชม. ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือความผิดปกติใดๆ ผู้ตายไม่มีโรคภัยเบียดเบียน คาดว่าสาเหตุการฆ่าตัวตายอาจมีปัญหาส่วนตัวรุมเร้า เพราะมีผู้พบเห็นผู้ตายตัดพ้อปัญหาชีวิตลงในเฟซบุ๊กบ่อยๆ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องงาน อาจจะมีงานเยอะจนรู้สึกเครียดแล้วหาทางออกไม่ได้   นอกจากนี้ ภายในโต๊ะทำงานยังพบจดหมายเขียนด้วยลายมือผู้ตายว่า “พ่อแม่ไม่ต้องจัดงานศพให้ผมนะคร้าบ นำศพไปเผา และตักบาตรเลย รักพ่อแม่มาก และบอกรหัสเอทีเอ็มอยู่บนบ้าน โดยจะมีเงินเดือนเข้าบัญชีในวันที่ 25 ก.ย. จำนวน 20,000 บาท ให้ไปกดเลย”   ส่วนสาเหตุการผูกคอเสียชีวิต คาดว่าคงมีปัญหาส่วนตัว แต่จะเป็นเรื่องใดคงต้องสอบปากคำพ่อแม่ญาติ และเพื่อนครูต่อไป อย่างไรก็ตามญาติของผู้เสียชีวิตไม่ติดใจเอาความ เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้นำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป ขณะเดียวกันในเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้ตายได้มีเพื่อนครูและลูกศิษย์เข้าไปแสดงความเสียใจและอาลัยกับจากจากไปในครั้งนี้มากมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6cX6AI4mjx4

 32,826
ข่าวภูมิภาค
06 ก.ย. 61

เสี่ยสุโขทัยทิ้ง จม.สั่งเสีย ตั้งใจฆ่าตัวตาย-ฝากคนเจอศพแจ้งญาติ ก่อนรมควันเตาอั้งโล่ดับคาเก๋ง

สุโขทัย-พบคนนอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถเก๋ง ซึ่งจอดอยู่บริเวณหน้าสวนหลวง ร.9 ถ.สิงหวัฒน์ ม.12 ต.บ้านสวน อ.เมืองตรวจสอบผู้ตายคือนายวัฒนะศักดิ์ ญาณมุข อายุ 45 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ที่นั่งคนขับในสภาพปรับเบาะเอนนอนหงาย   ตรวจสอบที่วางเท้าเบาะหลังที่นั่งข้างคนขับพบเตาอั้งโล่ยังมีควันไฟคุกรุ่นอยู่เล็กน้อย โดยมีจดหมายลาตายแปะอยู่ที่กระจกด้านหลังเบาะข้างคนขับ ซึ่งคาดว่าเขียนด้วยลายมือของผู้ตายเองข้อความว่า   "รบกวนผู้ที่ผ่านมาเจอรถคันนี้ ผมชื่อบิ๊ก นายวัฒนะศักดิ์ ญาณมุข ซึ่งตั้งใจมาฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหาส่วนตัว ช่วยโทรหาคุณครูหนิว หรือคุณครูวินัย ซึ่งเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนบ้านป้อม จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นญาติที่ผมเคารพ ให้ช่วยมาเป็นธุระยืนยันกับคุณตำรวจว่านี่คือการฆ่าตัวตาย ไม่มีอะไรมากกว่านี้ ถ้ามีความจำเป็นต้องเอารถคันนี้ไปไว้ที่ สน. ผมขอฝากของทุกอย่างภายในรถไว้กับครูหนิวก่อน จนกว่าภรรยาของผม (หนูออน ญาณมุข) ซึ่งอยู่ที่พิษณุโลก จะมารับกลับไป ขอบคุณมากครับ”   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบจากพยาน ซึ่งมาวิ่งออกกำลังกายที่สวนหลวง ร.9 ใกล้สถานที่เกิดเหตุทราบว่า เห็นรถคันดังกล่าวมาจอดอยู่ตั้งแต่ประมาณ 16.00 น. แต่ไม่ได้สนใจเนื่องจากฝนกำลังตกหนัก กระทั่งสวนหลวงปิดให้บริการในเวลา 20.00 น.   แต่รถคันเดิมก็ยังจอดอยู่ ผิดสังเกต จึงเดินไปดูก็พบว่า มีคนนอนเสียชีวิตอยู่ในรถด้านที่นั่งคนขับ จึงแจ้งจนท.มาตรวจสอบ เบื้องต้นจะได้ติดตามตัวครูหนิว ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ผู้ตายเขียนไว้ มาสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุที่ผู้ตายคิดสั้น เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_-J07fCTzvQ

 6,829

Top