ค้นหา :

ผลการค้นหา "จดหมายลาตาย"

ข่าวภูมิภาค
19 ม.ค. 63

ญาติตามหา นศ.สาวสองหายตัว ทิ้งจม.ลาตาย สุดท้ายสลดพบโดดแม่น้ำฆ่าตัวตาย

ชุมพร-นักศึกษาสาวประเภทสองหายตัวไปจากห้องพัก ทิ้งจดหมายลาตาย ญาติและครูประกาศตามหาตัว ล่าสุดพบกระโดดสะพานบางยี่โรข้ามแม่น้ำหลังสวน เสียชีวิตแล้ว   ด้าน พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบถึงปัญหาของลูกเลยว่าลูกมีปัญหาอะไร เพราะอยู่คนละที่กัน ทราบจากเพื่อนว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเรียน    ทั้งนี้ สำหรับผู้เสียชีวิตเป็นสาวประเภทสอง เมื่อจบการศึกษาชั้นมัธยมแล้วได้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต พอขึ้นชั้นปีที่ 2 ได้ย้ายมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี และเริ่มเรียนชั้นปีที่ 1 ใหม่ จนปัจจุบันอายุ 24 ปี ซึ่งทางบ้านทราบว่าได้จบการศึกษาแล้วและอยู่ในระหว่างฝึกงาน แต่จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบจากเพื่อนว่าผู้เสียชีวิตยังเรียนไม่จบ และรู้สึกน้อยใจว่าทางบ้านให้ได้ทุกอย่าง แต่ตนเองไม่สามารถทำตามที่ทางบ้านต้องการได้ จึงอาจเป็นสาเหตุให้ก่อเหตุดังกล่าว      ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/o29ldxyWOxc

 16,940
สังคม
19 ม.ค. 63

ญาติตามหา นศ.สาวสองหายตัว ทิ้งจม.ลาตาย สุดท้ายสลดพบโดดแม่น้ำฆ่าตัวตาย

ชุมพร-นักศึกษาสาวประเภทสองหายตัวไปจากห้องพัก ทิ้งจดหมายลาตาย ญาติและครูประกาศตามหาตัว ล่าสุดพบกระโดดสะพานบางยี่โรข้ามแม่น้ำหลังสวน เสียชีวิตแล้ว   ด้าน พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบถึงปัญหาของลูกเลยว่าลูกมีปัญหาอะไร เพราะอยู่คนละที่กัน ทราบจากเพื่อนว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเรียน    ทั้งนี้ สำหรับผู้เสียชีวิตเป็นสาวประเภทสอง เมื่อจบการศึกษาชั้นมัธยมแล้วได้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต พอขึ้นชั้นปีที่ 2 ได้ย้ายมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี และเริ่มเรียนชั้นปีที่ 1 ใหม่ จนปัจจุบันอายุ 24 ปี ซึ่งทางบ้านทราบว่าได้จบการศึกษาแล้วและอยู่ในระหว่างฝึกงาน แต่จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบจากเพื่อนว่าผู้เสียชีวิตยังเรียนไม่จบ และรู้สึกน้อยใจว่าทางบ้านให้ได้ทุกอย่าง แต่ตนเองไม่สามารถทำตามที่ทางบ้านต้องการได้ จึงอาจเป็นสาเหตุให้ก่อเหตุดังกล่าว      ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/o29ldxyWOxc

 16,940
สังคม
19 ม.ค. 63

นศ.สาวประเภทสอง ทิ้งจม.ลาตาย ก่อนหายตัว ล่าสุดพบ จยย. จอดที่สะพานบางยี่โร

ผู้ใช้ Facebook Anusara Chuaiduang Jankong ได้โพสต์ข้อความ ประกาศตามหาคนหาย โดยเป็นน้องชายชื่อ ชฎาธร จันทร์คง สูงประมาณ 175 หายออกจากหอพัก ซอยน่าชม ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษ พร้อมรถจักรยายยนต์ สกู๊ปปี้ สีแดงขาว    จากการตรวจสอบพบว่า นายชฎาธร จันทร์คง หรือ อลิส สาวประเภทสอง หายออกจากหอพักเวลา 08.56 น. ใส่ชุดเดรสกระโปรงสีครีมเสื้อคลุมสีดำปิดแมสปิดปาก พร้อมรถจักรยานยนต์ เมื่อวเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา และพบว่าได้เขียนจดหมายลาตายทิ้งไว้ในห้องพักที่หอพักก่อนที่จะหายตัวไป    โดยแม่บ้านไขห้องเข้าไปเมื่อวเลาประมาณ 16.00 น. เจอจดหมายลาตาย 1 ฉบับ สร้อยคอ 2 สลึง 1 เส้น สร้อยข้อมือ 2 สลึง 1 เส้นวางบนที่นอน กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ขณะขี่ จยย. ออกจากหอพัก    ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังหอพัก พบกับนายนายถาวร จันทร์คง อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคีรีวง อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ พ่อของนายชฎาธร และได้เดินทางมาพร้อมกับภรรยาและลูกสาวอีก 2 คนเพื่อตามหานายชฎาธร ตั้งแต่ช่วงเย็นหลังทราบเรื่องจากเพื่อนๆ ของนายชฎาธร และได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรขุนทะเลอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ไว้แล้ว   โดยนายนายถาวร  กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบถึงปัญหาของลูกเลยว่าลูกมีปัญหาอะไร เพราะอยู่คนละที่กัน ทราบจากเพื่อนของนายชฎาธรว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเรียน จึงอยากจะฝากข่าวไปถึงลูกว่า หากลูกอยู่กับเพื่อนก็ขอให้กลับมาบ้านพ่อเป็นห่วงมากและไม่เคยโกรธลูกเลย และหากมีปัญหาเรื่องการเรียน หรือเรียนไม่ได้ก็ไม่ได้ถือโทษแต่อย่างใด   ล่าสุด เมื่อเวลา 23.00 น. วานนี้ นายถาวร ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอำเภอหลังสวน ว่าพบรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ที่หัวสะพานบางยี่โร อำเภอหลังสวน และคนขับได้กระโดดลงในแม่น้ำซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังการค้นหาอยู่ โดยนายถาวรและครอบครัวกำลังเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/fjGEyLcMHf8    

 4,801
ข่าวภูมิภาค
19 ม.ค. 63

ลูกหายปริศนา นศ.ราชภัฏฯ ขี่จยย.หายจากหอพัก แม่บ้านเจอจดหมายลาตาย จนท.ค้นหา พบคนขับกระโดดลงแม่น้ำ

มีผู้ใช้ Facebook ชื่อ Anusara Chuaiduang Jankong ได้โพสต์ข้อความว่า ประกาศตามหาคนหาย นายชฎาธร จันทร์คง (อลิส) หายออกจากหอพักปัญญรัตน์เวลา 08.56 น. สูงประมาณ 175 ซม. หายออกจากหอพัก ซอยน่าชม ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมรถจักรยานยนต์ สกู๊ปปี สีแดงขาว ป้ายทะเบียนรถ 1กฌ 8485 กระบี่ โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ขณะขี่จยย. ออกจากหอพัก โดยแม่บ้านไขห้อง เจอจดหมาย 1 ฉบับ สร้อยคอ 2 สลึง 1 เส้น สร้อยข้อมือ 2 สลึง 1 เส้นวางบนที่นอน   ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังหอพักปัญญรัตน์ พบกับนายนายถาวร จันทร์คง 54 ปี ซึ่งเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคีรีวง อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ และได้เดินทางมาพร้อมกับภรรยาและลูกสาวอีก 2 คนเพื่อตามหานายชฎาธร ตั้งแต่ช่วงเย็นหลังทราบเรื่องจากเพื่อนของนายชฎาธร และได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรขุนทะเลอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีไว้แล้ว พร้อมกับกล่าวว่าตนเองไม่ทราบถึงปัญหาของลูกเลยว่าลูกมีปัญหาอะไร เพราะอยู่คนละที่กัน ทราบจากเพื่อนของนายชฎาธรว่า มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเรียน จึงอยากจะฝากข่าวไปถึงลูกว่า หากลูกอยู่กับเพื่อนก็ขอให้กลับมาบ้านพ่อเป็นห่วงมากและไม่เคยโกรธลูกเลย และหากมีปัญหาเรื่องการเรียน หรือเรียนไม่ได้ก็ไม่ได้ถือโทษแต่อย่างใด   สำหรับนายชฎาธร เป็นสาวประเภท 2 เมื่อจบการศึกษาชั้นมัธยมแล้วได้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต พอขึ้นชั้นปีที่ 2 ได้ย้ายมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี และเริ่มเรียนชั้นปีที่ 1 ใหม่จนปัจจุบันอายุ 24 ปี ซึ่งทางบ้านทราบว่าได้จบการศึกษาแล้วและอยู่ในระหว่าฝึกงาน แต่จาการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบจากเพื่อน ว่ายังเรียนไม่จบ และรู้สึกน้อยใจว่าทางบ้านให้ได้ทุกอย่างแต่ตนเองไม่สามารถทำตามที่ทางบ้านต้องการได้ อาจเป็นสาเหตุให้นายชฎาธร ก่อเหตุดังกล่าวได้                ล่าสุดเมื่อเวลา 23:00 น. ของวันที่ 18 ม.ค. นายถาวร ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอำเภอหลังสวน พบรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ที่หัวสะพานบางยี่โรทอำเภอหลังสวนและคนขับได้กระโดดลงในแม่น้ำซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังทำการค้นหาอยู่ โดยนายถาวรและครอบครัวกำลังเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/B424dnpuseE

 953
อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

พิษซึมเศร้ารุมเร้า พี่ฆ่าน้อง ก่อนแขวนคอลาโลก

วันที่ 2 มกราคม 2563 ร.ต.อ. ไชยวัฒน์ ขาวสุด รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีเหตุคนถูกทำร้ายร่างกาย และคนผูกคอตาย ในห้องเช่า ม.9 ซอยช้างเดิน บ้านตูม ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ภายหลังรับแจ้งจึงไปตรวจที่เกิดเหตุทันที พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัย รับคนเจ็บส่งรพ.ขอนแก่น   เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าสถานที่เกิดเหตุนั้น เป็นห้องแถวชั้นเดียวให้เช่าเรียงกันหลายสิบห้อง แต่ห้องที่มีคนเจ็บและคนตายนั้นเป็นห้องเช่าหมายเลข 4 พบคราบเลือดที่เก้าอี้นอน ส่วนคนเจ็บนั้นเจ้าหน้าที่กู้ชีพ นำส่งรพ.ขอนแก่นไปก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะถึงที่เกิดเหตุเพียงเล็กน้อย ทราบชื่อว่า นางสาวกฤษณา ดาวลอย อายุ 68 ปี ม.9 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีร่องรอยถูกทำร้ายที่ลำคอ จนมีรอยเขียวช้ำ เลือดออกหูทั้งสองข้าง ตาข้างขวาถลน มีหมอนสีขาววางอยู่บนอก และมีเชือกสีขาวคล้องที่แขนแล้วมัดติดกับที่จับของเก้าอี้นอน   ส่วนภายในบ้านซึ่งเป็นห้องเช่าโล่ง มีห้องน้ำในตัว พบศพ นางสาวนิตยา ดาวลอย อายุ 70 ปี ใช้ผ้าขาวม้า สายไฟฟ้า ผูกคอตัวเองกับวงกบประตูห้องน้ำ ในสภาพนุ่งผ้าถุง ใส่เสื้อคอกระเช้าสีฟ้า เสียชีวิตมาประมาณ 3 ชม. ส่วนสภาพห้องพัก ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ มีเพียงจดหมายลาตาย 2 ฉบับ    ในขณะที่ นายวิจิตร ดาวลอย หรือป้อม อายุ 57 ปี น้องชายของคนตายและคนเจ็บ กล่าวว่า พี่นิตยาเป็นพี่สาวคนโต ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาหลายปีแล้ว กินยารักษาตัวมาโดยตลอด แต่ไม่ดีขึ้น ส่วนพี่กฤษณา เป็นพี่สาวคนรอง ป่วยเป็นโรคอัลไซ เมอร์มานานแล้วเช่นกัน   ร.ต.อ. ไชยวัฒน์ ขาวสุด รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า จากการสอบถามเพื่อนบ้านใกล้เคียง ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องหรือเสียงทะเลาะกันออกมาจากห้องเช่าที่เกิดเหตุ และจากการดูในห้องพักและจดหมายลาตายของผู้ตายแล้ว น่าจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ และจิตใจที่ไม่ปกติจากอาการป่วยโรคซึมเศร้า จึงตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการทำร้ายร่างกายนางสาวกฤษณา น้องสาวตัวเองจนสลบ และอาจจะคิดว่าตาย จึงได้ผูกคอตัวเองตายตาม ส่วนน้องชายที่เป็นผู้ดูแลก็ไม่ติดใจสาเหตุการตายของพี่สาว เพระพี่สาวเคยบ่นจะฆ่าตัวบ่อยๆและว่าถ้าจะตายจะเอาพี่สาวคนรองไปด้วย ซึ่งน้องชายก็ไม่คิดว่าพี่สาวจะทำจริง อย่างไรก็ตามจะได้ส่งศพให้แพทย์นิติเวช ชันสูตรพลิกศพ ตามขั้นตอนต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/TE1LUzR_aVI

 1,713
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 63

เสี่ยรับซื้อกุ้งแม่น้ำ เครียดพิษเศรษฐกิจ ผูกคอตายลาโลก ทิ้ง จม.เสียชีพดีกว่าเสียสัตย์

เรื่องเศร้ารับต้นปี เกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจที่มีผลกระทบกับผู้ประกอบการหลายธุรกิจที่ต้องปิดตัวลง และรายล่าสุดเป็นนายฉลองชัย น้าสกุล อายุ 54 ปี เจ้าของธุรกิจรับซื้อขายกุ้งแม่น้ำที่ จ.สมุทรสงคราม เครียดจัด ผูกคอเสียชีวิตใต้ต้นขนุน ใช้เชือกไนลอนสีแดงกับกิ่งต้นขนุนสูงจากพื้นประมาณ 3 เมตร ในกระเป๋าเสื้อพบกระดาษสมุดฉีกเขียนข้อความว่า   "ธุรกิจค้ากุ้งล้มเพราะพิษเศรษฐกิจ หมดเงินก็หมดศักดิ์ศรี เราเป็นหนี้ไม่มีปัญญาใช้เขา เสียชีพดีกว่าเสียสัตย์ (แม่จ๋าพ่อลาก่อน)"   ญาติผู้เสียชีวิตเล่าว่า ผู้ตายนั้นเครียด เรื่องหาเงินจ่ายค่างวดรถไม่ทัน ค้างค่างวดรถยนต์มา 3 งวดแล้ว ในอดีตผู้ตายเคยทำธุรกิจ รับซื้อกุ้งแม่น้ำไปขายต่อ ซึ่งช่วง2-3ปีที่ผ่านมารายได้ดี สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้มีเงินใช้เงินเก็บ จะซื้อสิ่งของอะไรในบ้านก็ซื้อเงินสด มีฐานะในระดับหนึ่ง แต่มาช่วงปี 62 ธุรกิจแย่ ซื้อขายกุ้งแม่น้ำไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตอนนั้นรถยนต์คันเก่าที่ผ่อนมาเกือบหมดค่างวดแล้วก็ถูกยึด เพราะไม่มีเงินจ่าย   จากนั้นเพื่อนผู้ตายได้ช่วยกันดาวน์รถกระบะมือสองให้ผู้ตายไว้ทำมาหากิน  ผู้ตายก็เปลี่ยนมาทำอาชีพขายหอยตามตลาดนัด โดยรับหอยสดไปขายเป็นกิโล แต่รายได้ก็ยังไม่เพียงพอ ซึ่งช่วงปีใหม่ ผู้ตายก็บ่นว่าอยากตาย ไม่มีเงินใช้หนี้ค่างวดรถ ซึ่งปกติผู้ตายเป็นคนขยัน ประหยัด อดออม แต่ต้องมาเจอกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่แย่ และหาทางออกไม่ได้ จึงคิดสั้น   ขณะที่นางสาวสมปอง พวงเขียว อายุ 45 ปี ภรรยาผู้ตายเล่าว่าตนอยู่กินกับผู้ตายมากว่า 10 ปีกับผู้ตาย มีลูกชายด้วยกัน 1 สามีตนเป็นคนดี ดูแลครอบครัวดีมาตลอด แต่ระยะหลัง เพราะพิษเศรษฐกิจรับซื้อขายกุ้งแม่น้ำมีปัญหา เพราะมีคนทำธุรกิจนี้มากขึ้นและมีการกดราคากัน จากเดิมที่เคยรับซื้อโลละ 800 บาท แต่ต้องเอาไปขายบเพียงโลละ 500 บาท เพราะถูกตัดราคาและร้านอาหารที่สั่งซื้อก็มียอดน้อยลง ด้วยความที่กุ้งเป็นของสด หากเก็บไว้ก็มีแต่เน่าเสีย จึงต้องยอมขายขาดทุน และเป็นปัญหานี้สะสมมาเรื่อย จนเลิกทำธุรกิจนี้   ต่อมาหันมารับหอยไปขายตามตลาดนัด ซึ่งก็ไม่พอกิน เพราะราคาหอยที่รับมาสูงขึ้นก็ต้องปรับราคาไป แต่พอเอาไปขายคนซื้อน้อยลง ทำให้รายได้ในครอบครัวไม่เพียงพอกับรายจ่าย จึงต้องค่าจ่ายค่างวดรถกระบะ ที่ต้องผ่อนเดือนละ 6,000 บาท 3งวด โดยเพื่อนของสามีเป็นคนดาวน์รถคันนี้ให้ แต่ยังไม่มีเงินจ่ายค่างวดแม้แต่งวดเดียว สามีจึงเครียด และเป็นคนเก็บกด ที่ผ่านมาบ่นว่าอยากตายมาเป็นเดือนแล้ว แต่ก็ไม่คิดจะมาเกิดเหตุแบบนี้ ส่วนจดหมายที่สามีเขียนนั้น ก็เป็นการระบายสิ่งที่สามีอัดอั้นในใจ    ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าอยากฝากอะไรถึงปัญหาเศรษฐกิจ ที่หลายๆผู้ประกอบการต้องเจอกับภาวะขาดทุนและปิดตัวลง นางสมปองตอบว่า พูดไม่ออก และคิดว่าคนทำธุรกิจทุกคนก็รับรู้ว่าปัญหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yBBBevjzus0

 18,313
อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

เสี่ยรับซื้อกุ้งแม่น้ำ เครียดพิษเศรษฐกิจ ผูกคอตายลาโลก ทิ้ง จม.เสียชีพดีกว่าเสียสัตย์

เรื่องเศร้ารับต้นปี เกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจที่มีผลกระทบกับผู้ประกอบการหลายธุรกิจที่ต้องปิดตัวลง และรายล่าสุดเป็นนายฉลองชัย น้าสกุล อายุ 54 ปี เจ้าของธุรกิจรับซื้อขายกุ้งแม่น้ำที่ จ.สมุทรสงคราม เครียดจัด ผูกคอเสียชีวิตใต้ต้นขนุน ใช้เชือกไนลอนสีแดงกับกิ่งต้นขนุนสูงจากพื้นประมาณ 3 เมตร ในกระเป๋าเสื้อพบกระดาษสมุดฉีกเขียนข้อความว่า   "ธุรกิจค้ากุ้งล้มเพราะพิษเศรษฐกิจ หมดเงินก็หมดศักดิ์ศรี เราเป็นหนี้ไม่มีปัญญาใช้เขา เสียชีพดีกว่าเสียสัตย์ (แม่จ๋าพ่อลาก่อน)"   ญาติผู้เสียชีวิตเล่าว่า ผู้ตายนั้นเครียด เรื่องหาเงินจ่ายค่างวดรถไม่ทัน ค้างค่างวดรถยนต์มา 3 งวดแล้ว ในอดีตผู้ตายเคยทำธุรกิจ รับซื้อกุ้งแม่น้ำไปขายต่อ ซึ่งช่วง2-3ปีที่ผ่านมารายได้ดี สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้มีเงินใช้เงินเก็บ จะซื้อสิ่งของอะไรในบ้านก็ซื้อเงินสด มีฐานะในระดับหนึ่ง แต่มาช่วงปี 62 ธุรกิจแย่ ซื้อขายกุ้งแม่น้ำไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตอนนั้นรถยนต์คันเก่าที่ผ่อนมาเกือบหมดค่างวดแล้วก็ถูกยึด เพราะไม่มีเงินจ่าย   จากนั้นเพื่อนผู้ตายได้ช่วยกันดาวน์รถกระบะมือสองให้ผู้ตายไว้ทำมาหากิน  ผู้ตายก็เปลี่ยนมาทำอาชีพขายหอยตามตลาดนัด โดยรับหอยสดไปขายเป็นกิโล แต่รายได้ก็ยังไม่เพียงพอ ซึ่งช่วงปีใหม่ ผู้ตายก็บ่นว่าอยากตาย ไม่มีเงินใช้หนี้ค่างวดรถ ซึ่งปกติผู้ตายเป็นคนขยัน ประหยัด อดออม แต่ต้องมาเจอกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่แย่ และหาทางออกไม่ได้ จึงคิดสั้น   ขณะที่นางสาวสมปอง พวงเขียว อายุ 45 ปี ภรรยาผู้ตายเล่าว่าตนอยู่กินกับผู้ตายมากว่า 10 ปีกับผู้ตาย มีลูกชายด้วยกัน 1 สามีตนเป็นคนดี ดูแลครอบครัวดีมาตลอด แต่ระยะหลัง เพราะพิษเศรษฐกิจรับซื้อขายกุ้งแม่น้ำมีปัญหา เพราะมีคนทำธุรกิจนี้มากขึ้นและมีการกดราคากัน จากเดิมที่เคยรับซื้อโลละ 800 บาท แต่ต้องเอาไปขายบเพียงโลละ 500 บาท เพราะถูกตัดราคาและร้านอาหารที่สั่งซื้อก็มียอดน้อยลง ด้วยความที่กุ้งเป็นของสด หากเก็บไว้ก็มีแต่เน่าเสีย จึงต้องยอมขายขาดทุน และเป็นปัญหานี้สะสมมาเรื่อย จนเลิกทำธุรกิจนี้   ต่อมาหันมารับหอยไปขายตามตลาดนัด ซึ่งก็ไม่พอกิน เพราะราคาหอยที่รับมาสูงขึ้นก็ต้องปรับราคาไป แต่พอเอาไปขายคนซื้อน้อยลง ทำให้รายได้ในครอบครัวไม่เพียงพอกับรายจ่าย จึงต้องค่าจ่ายค่างวดรถกระบะ ที่ต้องผ่อนเดือนละ 6,000 บาท 3งวด โดยเพื่อนของสามีเป็นคนดาวน์รถคันนี้ให้ แต่ยังไม่มีเงินจ่ายค่างวดแม้แต่งวดเดียว สามีจึงเครียด และเป็นคนเก็บกด ที่ผ่านมาบ่นว่าอยากตายมาเป็นเดือนแล้ว แต่ก็ไม่คิดจะมาเกิดเหตุแบบนี้ ส่วนจดหมายที่สามีเขียนนั้น ก็เป็นการระบายสิ่งที่สามีอัดอั้นในใจ    ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าอยากฝากอะไรถึงปัญหาเศรษฐกิจ ที่หลายๆผู้ประกอบการต้องเจอกับภาวะขาดทุนและปิดตัวลง นางสมปองตอบว่า พูดไม่ออก และคิดว่าคนทำธุรกิจทุกคนก็รับรู้ว่าปัญหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yBBBevjzus0

 18,313
สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

ยายวัย 70 ป่วยซึมเศร้า ฆ่าน้องสาวอายุ 68 ป่วยอัลไซเมอร์ ก่อนผูกคอตัวเองตาย แต่สุดท้ายน้องสาวรอด

ขอนแก่น-พบศพนางสาวนิตยา อายุ 70 ปี ใช้ผ้าขาวม้าและสายไฟ ผูกคอตัวเองกับวงกบประตูห้องน้ำ ในสภาพนุ่งผ้าถุง ใส่เสื้อคอกระเช้าสีฟ้า เสียชีวิตมาประมาณ 3 ชม. ในบ้านพักที่ อ.เมืองขอนแก่น นอกจากนี้ยังพบนางสาวกฤษณา อายุ 68 ปี น้องสาวผู้ตาย ได้รับบาดเจ็บ มีร่องรอยถูกทำร้ายที่ลำคอ จนมีรอยเขียวช้ำ เลือดออกหูทั้งสองข้าง ตาข้างขวาถลน มีหมอนสีขาววางอยู่บนอก และมีเชือกสีขาวคล้องที่แขนแล้วมัดติดกับที่จับของเก้าอี้นอน   ส่วนสภาพในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้ มีเพียงจดหมายลาตาย 2 ฉบับ ฉบับแรกเขียนข้อความสั้นๆ ว่า “ป้อมพี่ขอโทษแทนไอ้_าติชั่วนั้นด้วย พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่าง ให้อภัยพี่ด้วย เอาเงินทำบุญพี่ด้วย 2 คน”   ส่วนฉบับที่ 2 เขียนยาว 1 หน้ากระดาษ ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2562 ข้อความว่า ป้ายังมีสติดีอยู่ ป้ากินยาตัวไหนก็แพ้หมด ไม่ใช่ป้าไม่อยากหาย แต่มันแพ้จริงๆ ถ้าป้าเป็นอะไรไป ป้าขอโทษพี่น้อง หลานๆ ทุกคน โดยเฉพาะป้อม จิ๋ว ก๊อฟ ชาตินี้ป้าเกิดมามีบาปกรรมหนัก ป้าเอาแม่แป๋วไปด้วย มันเป็นกรรมผูกพัน ต่อไปอีกทุกชาติ ป้ามีทางเลือก อยู่ตอนเป็นก็ตกนรกทั้งเป็น ตายไปก็ตกนรกอเวจีที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ป้าขอให้น้องๆ หลานๆทุกคนอภัยอโหสิกรรมให้ป้าด้วย ร่างกายป้ามันเสียหายหมดทั้งตัว เจ็บปวดตั้งแต่ข้อเท้า กระดูกหลัง อยู่ต่อไปป่วยเป็นผู้ป่วยติดเตียงทั้งสองคน   การฆ่าตัวตายมันเป็นบาปมาก ป้าไม่เคยคิดจะฆ่าตัวตายสักที แต่ทีนั้นไม่มีทางออกจริงๆ ก๊อฟเรื่องรถถ้าสงสารป้า ก๊อฟรู้มั้ยน้าป้อมมาอยู่ดูแลป้ากับแม่ มันเหนื่อยแค่ไหน เหนื่อยทั้งกายทั้งใจ เหมือนเราไม่รู้จักบุญคุณคน มันซื้อเป็นเงินไม่ได้ อย่าให้มันผิดแบบป้าเลย อย่าให้เสียความรู้สึก แม่เอาเงินน้าป้อม คืนไม่หมดเป็นแสนๆ น้าป้อมก็ไม่ว่าอะไร พูดไปก็ไม่มีจะให้ น้าป้อมยังรู้บุคุณแม่ และป้าขออย่าให้ละเลาะกันเลยป้าจะได้ตายตาหลับ ลาก่อน”   ด้านน้องชายของคนตายและคนเจ็บ กล่าวว่า นางสาวนิตยาเป็นพี่สาวคนโต ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาหลายปีแล้ว กินยารักษาตัวมาโดยตลอด แต่ไม่ดีขึ้น ส่วนนางสาวกฤษณา เป็นพี่สาวคนรอง ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์มานานแล้วเช่นกัน   ตนอาศัยอยู่ในบ้านเช่ากับพี่สาวทั้งสองคน และดูแลพี่สาวทั้งสองคนมานานแล้ว เพราะทั้งสองคนเป็นคนป่วย แต่ที่ผ่านมาไม่เคยปัญหาอะไร พูดคุยกันรู้เรื่อง แต่ก่อนจะเกิดเหตุนั้น ช่วงบ่ายสามโมงเย็น ตนทะเลาะกับพี่สาวคนโตในเรื่องปัญหาของครอบครัว จึงเดินออกจากบ้านไป ในบ้านจึงมีเพียงพี่สาวอยู่กันสองคน   พอมืดค่ำจึงกลับมาที่บ้านเพื่อหาอาหารเย็นให้พี่สาว ปรากฏว่าในบ้านปิดไฟมืดสนิท จึงรีบเปิดประตูบ้านเข้าไป เปิดไฟดูก็เห็นพี่สาวคนรองนอนหมดสติที่เก้าอี้นอน ส่วนพี่สาวคนโตผูกคอที่ประตูห้องน้ำ จึงรีบโทรแจ้งตำรวจและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย ให้มาช่วยเหลือพี่สาวทั้งสองคน แต่พี่สาวคนโตตายแล้ว ส่วนพี่สาวคนรองอาการสาหัส   ตร.ระบุ จากการสอบถามเพื่อนบ้านใกล้เคียง ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องหรือเสียงทะเลาะกันออกมาจากห้องเช่าที่เกิดเหตุ และจากการดูในห้องพักและจดหมายลาตายของผู้ตายแล้ว น่าจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ และสภาพจิตใจที่ไม่ปกติจากอาการป่วยโรคซึมเศร้า จึงตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการทำร้ายร่างกายน้องสาวจนสลบ และอาจจะคิดว่าตาย จึงได้ผูกคอตัวเองตายตาม   ส่วนน้องชายที่เป็นผู้ดูแลก็ไม่ติดใจสาเหตุการตายของพี่สาว เพราะพี่สาวเคยบ่นจะฆ่าตัวบ่อยๆ และเคยบอกว่าถ้าจะตายจะเอาพี่สาวคนรองไปด้วย ซึ่งน้องชายก็ไม่คิดว่าพี่สาวจะทำจริง อย่างไรก็ตามจะได้ส่งศพให้แพทย์นิติเวช ชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XQvkvHad_mk

 1,633
อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

ยายวัย 70 ป่วยซึมเศร้า ฆ่าน้องสาวอายุ 68 ป่วยอัลไซเมอร์ ก่อนผูกคอตัวเองตาย แต่สุดท้ายน้องสาวรอด

ขอนแก่น-พบศพนางสาวนิตยา อายุ 70 ปี ใช้ผ้าขาวม้าและสายไฟ ผูกคอตัวเองกับวงกบประตูห้องน้ำ ในสภาพนุ่งผ้าถุง ใส่เสื้อคอกระเช้าสีฟ้า เสียชีวิตมาประมาณ 3 ชม. ในบ้านพักที่ อ.เมืองขอนแก่น นอกจากนี้ยังพบนางสาวกฤษณา อายุ 68 ปี น้องสาวผู้ตาย ได้รับบาดเจ็บ มีร่องรอยถูกทำร้ายที่ลำคอ จนมีรอยเขียวช้ำ เลือดออกหูทั้งสองข้าง ตาข้างขวาถลน มีหมอนสีขาววางอยู่บนอก และมีเชือกสีขาวคล้องที่แขนแล้วมัดติดกับที่จับของเก้าอี้นอน   ส่วนสภาพในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้ มีเพียงจดหมายลาตาย 2 ฉบับ ฉบับแรกเขียนข้อความสั้นๆ ว่า “ป้อมพี่ขอโทษแทนไอ้_าติชั่วนั้นด้วย พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่าง ให้อภัยพี่ด้วย เอาเงินทำบุญพี่ด้วย 2 คน”   ส่วนฉบับที่ 2 เขียนยาว 1 หน้ากระดาษ ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2562 ข้อความว่า ป้ายังมีสติดีอยู่ ป้ากินยาตัวไหนก็แพ้หมด ไม่ใช่ป้าไม่อยากหาย แต่มันแพ้จริงๆ ถ้าป้าเป็นอะไรไป ป้าขอโทษพี่น้อง หลานๆ ทุกคน โดยเฉพาะป้อม จิ๋ว ก๊อฟ ชาตินี้ป้าเกิดมามีบาปกรรมหนัก ป้าเอาแม่แป๋วไปด้วย มันเป็นกรรมผูกพัน ต่อไปอีกทุกชาติ ป้ามีทางเลือก อยู่ตอนเป็นก็ตกนรกทั้งเป็น ตายไปก็ตกนรกอเวจีที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ป้าขอให้น้องๆ หลานๆทุกคนอภัยอโหสิกรรมให้ป้าด้วย ร่างกายป้ามันเสียหายหมดทั้งตัว เจ็บปวดตั้งแต่ข้อเท้า กระดูกหลัง อยู่ต่อไปป่วยเป็นผู้ป่วยติดเตียงทั้งสองคน   การฆ่าตัวตายมันเป็นบาปมาก ป้าไม่เคยคิดจะฆ่าตัวตายสักที แต่ทีนั้นไม่มีทางออกจริงๆ ก๊อฟเรื่องรถถ้าสงสารป้า ก๊อฟรู้มั้ยน้าป้อมมาอยู่ดูแลป้ากับแม่ มันเหนื่อยแค่ไหน เหนื่อยทั้งกายทั้งใจ เหมือนเราไม่รู้จักบุญคุณคน มันซื้อเป็นเงินไม่ได้ อย่าให้มันผิดแบบป้าเลย อย่าให้เสียความรู้สึก แม่เอาเงินน้าป้อม คืนไม่หมดเป็นแสนๆ น้าป้อมก็ไม่ว่าอะไร พูดไปก็ไม่มีจะให้ น้าป้อมยังรู้บุคุณแม่ และป้าขออย่าให้ละเลาะกันเลยป้าจะได้ตายตาหลับ ลาก่อน”   ด้านน้องชายของคนตายและคนเจ็บ กล่าวว่า นางสาวนิตยาเป็นพี่สาวคนโต ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาหลายปีแล้ว กินยารักษาตัวมาโดยตลอด แต่ไม่ดีขึ้น ส่วนนางสาวกฤษณา เป็นพี่สาวคนรอง ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์มานานแล้วเช่นกัน   ตนอาศัยอยู่ในบ้านเช่ากับพี่สาวทั้งสองคน และดูแลพี่สาวทั้งสองคนมานานแล้ว เพราะทั้งสองคนเป็นคนป่วย แต่ที่ผ่านมาไม่เคยปัญหาอะไร พูดคุยกันรู้เรื่อง แต่ก่อนจะเกิดเหตุนั้น ช่วงบ่ายสามโมงเย็น ตนทะเลาะกับพี่สาวคนโตในเรื่องปัญหาของครอบครัว จึงเดินออกจากบ้านไป ในบ้านจึงมีเพียงพี่สาวอยู่กันสองคน   พอมืดค่ำจึงกลับมาที่บ้านเพื่อหาอาหารเย็นให้พี่สาว ปรากฏว่าในบ้านปิดไฟมืดสนิท จึงรีบเปิดประตูบ้านเข้าไป เปิดไฟดูก็เห็นพี่สาวคนรองนอนหมดสติที่เก้าอี้นอน ส่วนพี่สาวคนโตผูกคอที่ประตูห้องน้ำ จึงรีบโทรแจ้งตำรวจและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย ให้มาช่วยเหลือพี่สาวทั้งสองคน แต่พี่สาวคนโตตายแล้ว ส่วนพี่สาวคนรองอาการสาหัส   ตร.ระบุ จากการสอบถามเพื่อนบ้านใกล้เคียง ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องหรือเสียงทะเลาะกันออกมาจากห้องเช่าที่เกิดเหตุ และจากการดูในห้องพักและจดหมายลาตายของผู้ตายแล้ว น่าจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ และสภาพจิตใจที่ไม่ปกติจากอาการป่วยโรคซึมเศร้า จึงตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการทำร้ายร่างกายน้องสาวจนสลบ และอาจจะคิดว่าตาย จึงได้ผูกคอตัวเองตายตาม   ส่วนน้องชายที่เป็นผู้ดูแลก็ไม่ติดใจสาเหตุการตายของพี่สาว เพราะพี่สาวเคยบ่นจะฆ่าตัวบ่อยๆ และเคยบอกว่าถ้าจะตายจะเอาพี่สาวคนรองไปด้วย ซึ่งน้องชายก็ไม่คิดว่าพี่สาวจะทำจริง อย่างไรก็ตามจะได้ส่งศพให้แพทย์นิติเวช ชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XQvkvHad_mk

 1,633
สังคม
24 พ.ย. 62

พบศพแล้ว นศ.สาววัย 17 ส่งไลน์บอกลาแม่ - เขียน จม.ถึงแฟนหนุ่ม ก่อนกระโดดน้ำเสียชีวิต

วานนี้ (23 พ.ย.) ร.ต.อ.สุ ธา อินทร์แก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.บางคอแหลม รับแจ้งมีผู้พบศพลอยน้ำกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างวัดบุคคโลและสะพานกรุงเทพ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำเรือเข้าตรวจสอบก่อนจะนำร่างมาขึ้นฝั่งที่บริเวณท่าน้ำสน.บางคอแหลม   จากการตรวจสอบสภาพศพ เป็นเพศหญิง ใส่เสื้อยืดสีน้ำตาล นุ่งกางสแล็คสีกรมท่า มีเข็มขัดคล้ายนักเรียนช่าง ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.เบญ (สงวนชื่อ-นามสกุล) อายุ 17 ปี นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ซึ่งได้กระโดดสะพานกรุงเทพเมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา โยขณะนั้นมีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์และพยายามช่วยแต่ไม่สำเร็จ ก่อนที่ร่างจะลอยขึ้นมา เบื้องต้นตำรวจได้ติดต่อญาติให้รับทราบและเดินทางมาที่เกิดเหตุแล้ว ซึ่งเมื่อผู้เป็นแม่มาถึงก็ร่ำไห้จนญาติต้องรีบเข้าไปประคอง   ด้านน้าชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า หลานสาวเป็นคนเรียนดี เรียนเก่ง แต่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา หลานเริ่มเก็บตัวและไม่ค่อยเล่าเรื่องอะไรให้คนในครอบครัวฟัง แต่เคยบอกแม่ว่ามีอาการซึมเศร้า และอยากรักษาแต่ยังไม่ได้ไป ก่อนเกิดเหตุหลานได้โพสต์ข้อความสั่งเสียส่งให้แม่ผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ และเขียนจดหมายลาตายด้วยลายมือส่งให้แฟนหนุ่มอีกด้วย   เบื้องต้นตำรวจจะส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช ก่อนจะให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/rIEAAvdKHvU

 16,007
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ย. 62

สาวน้อยใจแฟน ผูกคอประชดรัก เขียน จม.ตัดพ้อ "คนบ่นเก่ง หึงเก่ง น้อยใจเก่ง แต่รักคุณที่สุด"

ชลบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีคนผูกคอเสียชีวิต ภายในหอพักไม่มีชื่อ ต.นาป่า อ.เมืองชลบุรี   ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.นริศรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ชาว จ.ชลบุรี สภาพนั่งพับเพียบ ใช้เชือกผูกคอตัวเองกับราวผ้าม่าน จากการตรวจสอบภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้ แต่พบจดหมายตัดพ้อเขียนไว้หลายประโยคว่า   “คนใหม่มึงก็จะเอา คนเก่ามึงก็ไม่ปลื้ม คนที่จับผิดเก่ง หวาดระแวงเก่ง บ่นเก่ง หึงเก่ง ขี้น้อยใจเก่ง เอาแต่ใจเก่ง นั่นแหละคนที่รักคุณที่สุด   ทะเลาะกันทุกวันก็ได้นะ แต่ขออย่างเดียว ทะเลาะแล้วก็กลับมาดีกันนะ แล้วก็รักกันให้มากขึ้นกว่าเดิมด้วย นิสัยเราเด้อ เวลารักใครมากๆ จะชอบทำตัวงี่เง่า ขี้หึง ขี้หวง จนเค้ารำคาญ ..ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทะเลาะกันแค่ไหน สัญญาได้มั้ยว่าจะไม่ปล่อยมือกัน” และอีกหลายประโยคที่จับใจความไม่ได้ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบถาม นายวันเฉลิม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี แฟนหนุ่มที่มาพบศพคนแรก กล่าวว่า ผู้ตายให้ตนมาหาเมื่อวานนี้ แต่ตนติดธุระจึงมาไม่ได้ วันนี้ก็ได้โทรหาแต่กลับไม่รับสาย จึงรีบมาดูที่ห้อง เคาะประตูหลายครั้งก็ไม่เปิด จึงไปขอบันไดมาปีนดูก็พบว่า ผูกคอเสียชีวิตแล้ว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงส่งศพไปชันสูตร พร้อมทั้งสอบปากคำแฟนหนุ่ม ผู้ที่รู้จักคุ้นเคย เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนมอบศพให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3-da4j0ex3k

 24,140
อาชญากรรม
11 พ.ย. 62

สาวน้อยใจแฟน ผูกคอประชดรัก เขียน จม.ตัดพ้อ "คนบ่นเก่ง หึงเก่ง น้อยใจเก่ง แต่รักคุณที่สุด"

ชลบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีคนผูกคอเสียชีวิต ภายในหอพักไม่มีชื่อ ต.นาป่า อ.เมืองชลบุรี   ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.นริศรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ชาว จ.ชลบุรี สภาพนั่งพับเพียบ ใช้เชือกผูกคอตัวเองกับราวผ้าม่าน จากการตรวจสอบภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้ แต่พบจดหมายตัดพ้อเขียนไว้หลายประโยคว่า   “คนใหม่มึงก็จะเอา คนเก่ามึงก็ไม่ปลื้ม คนที่จับผิดเก่ง หวาดระแวงเก่ง บ่นเก่ง หึงเก่ง ขี้น้อยใจเก่ง เอาแต่ใจเก่ง นั่นแหละคนที่รักคุณที่สุด   ทะเลาะกันทุกวันก็ได้นะ แต่ขออย่างเดียว ทะเลาะแล้วก็กลับมาดีกันนะ แล้วก็รักกันให้มากขึ้นกว่าเดิมด้วย นิสัยเราเด้อ เวลารักใครมากๆ จะชอบทำตัวงี่เง่า ขี้หึง ขี้หวง จนเค้ารำคาญ ..ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทะเลาะกันแค่ไหน สัญญาได้มั้ยว่าจะไม่ปล่อยมือกัน” และอีกหลายประโยคที่จับใจความไม่ได้ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบถาม นายวันเฉลิม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี แฟนหนุ่มที่มาพบศพคนแรก กล่าวว่า ผู้ตายให้ตนมาหาเมื่อวานนี้ แต่ตนติดธุระจึงมาไม่ได้ วันนี้ก็ได้โทรหาแต่กลับไม่รับสาย จึงรีบมาดูที่ห้อง เคาะประตูหลายครั้งก็ไม่เปิด จึงไปขอบันไดมาปีนดูก็พบว่า ผูกคอเสียชีวิตแล้ว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงส่งศพไปชันสูตร พร้อมทั้งสอบปากคำแฟนหนุ่ม ผู้ที่รู้จักคุ้นเคย เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนมอบศพให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3-da4j0ex3k

 24,140
ข่าวภูมิภาค
06 พ.ย. 62

หนุ่มใหญ่ชาวนิวซีแลนด์ผูกคอตายคู่หนุ่มไทย คาบ้านพักที่เกาะสมุย ทิ้งจดหมายลาตาย 3 ฉบับ

สุราษฎร์ธานี - เจ้าหน้าที่พบศพที่เกาะสมุย 2 ศพ เป็นชายชาวนิวซีแลนด์และชาวไทย ผูกคอเสียชีวิต ในบ้านหลังเดียวกัน ภายในซอยทางลงชายหาดสาธารณะหาดบ้านใต้ จากการตรวจสอบพบว่าชายชาวต่างชาติอายุ 70 ปี สัญาตินิวซีแลนด์ ส่วนชายชาวไทยอายุ 45 ปี    พบจดหมายลาตาย 3 ฉบับ เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ข้อความระบุขอโทษทุกๆคน ขอโทษเจ้าของบ้านเช่าที่มาก่อเรื่องในบ้าน อีกฉบับเขียนส่งให้ญาตไปยังประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเรื่องของการสั่งเสีย ไม่ต้องเสียใจ และอีกฉบับเขียนว่า เรารักกันขอไปอยู่ด้วยกันในที่ๆมีแต่ความสุดเท่านั้น    จากการสอบถามเพื่อนผู้ตายเปิดเผยว่า ผู้ตายกับหนุ่มไทยรักกันมากแบบคู่เกย์ คบหากันมานานกว่า 10 ปี มาในระยะหลังหนุ่มใหญ่มีปัญหาเรื่องเงินที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน พร้อมบ่นว่าอยากจะตายด้วยกันเพื่อจะไปอยู่ด้วยกัน แต่ไม่นึกว่าจะมาด่วนตัดสินตายพร้อมกัน      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QQ4mOsynqtw

 20,281
อาชญากรรม
06 พ.ย. 62

หนุ่มใหญ่ชาวนิวซีแลนด์ผูกคอตายคู่หนุ่มไทย คาบ้านพักที่เกาะสมุย ทิ้งจดหมายลาตาย 3 ฉบับ

สุราษฎร์ธานี - เจ้าหน้าที่พบศพที่เกาะสมุย 2 ศพ เป็นชายชาวนิวซีแลนด์และชาวไทย ผูกคอเสียชีวิต ในบ้านหลังเดียวกัน ภายในซอยทางลงชายหาดสาธารณะหาดบ้านใต้ จากการตรวจสอบพบว่าชายชาวต่างชาติอายุ 70 ปี สัญาตินิวซีแลนด์ ส่วนชายชาวไทยอายุ 45 ปี    พบจดหมายลาตาย 3 ฉบับ เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ข้อความระบุขอโทษทุกๆคน ขอโทษเจ้าของบ้านเช่าที่มาก่อเรื่องในบ้าน อีกฉบับเขียนส่งให้ญาตไปยังประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเรื่องของการสั่งเสีย ไม่ต้องเสียใจ และอีกฉบับเขียนว่า เรารักกันขอไปอยู่ด้วยกันในที่ๆมีแต่ความสุดเท่านั้น    จากการสอบถามเพื่อนผู้ตายเปิดเผยว่า ผู้ตายกับหนุ่มไทยรักกันมากแบบคู่เกย์ คบหากันมานานกว่า 10 ปี มาในระยะหลังหนุ่มใหญ่มีปัญหาเรื่องเงินที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน พร้อมบ่นว่าอยากจะตายด้วยกันเพื่อจะไปอยู่ด้วยกัน แต่ไม่นึกว่าจะมาด่วนตัดสินตายพร้อมกัน      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QQ4mOsynqtw

 20,281
สังคม-อาชญากรรม
14 ต.ค. 62

อดีต รปภ.ยิงลูก-เมีย ก่อนยิงตัวตายตาม เสียชีวิต 3 ศพ ทิ้งจดหมายขอโทษ อีกฉบับถึงลูกอีกคนให้จัดการเรื่องทรัพย์สิน

ฆ่ายกครัว3ศพ-วานนี้ (13 ต.ค.) เกิดเหตุยิงกันที่บ้านพักในพื้นที่ ม.6 ต.นิลเพชร อ.บางเลน จ.นครปฐม มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ คือ นางฉวี ปฐมทอง อายุ 54 ปี นายภิญโญ ปฐมทอง อายุ 36 ปี และนายประยูร ปฐมทอง อายุ 59 ปี โดยนายประยูร เป็นผู้ก่อเหตุยิงภรรยาและลูกจนเสียชีวิต ก่อนยิงตัวตายตาม     สอบถาม นางซ่อนกลิ่น น้องสะใภ้คนก่อเหตุ ผู้เห็นเหตุการณ์ได้กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ นางฉวี ได้กำลังทำกับข้าวจะไปทำบุญอยู่ภายในครัว ส่วนลูกชายนอนอยู่ในมุ้ง จู่ ๆ นายประยูร ผู้เป็นพ่อ ได้เดินถือปืนขนาด 9 มม. และได้เดินเข้าไปยิงไปที่ลูกชายนอนอยู่ โดยโดนเข้าที่ขา และจากนั้นได้เดินไปในครัวยิงเมียที่ทำครัวอยู่ แต่ลูกที่โดนยิงบาดเจ็บได้เดินตามมาห้ามพ่อไม่ให้ยิงแม่ พ่อเห็นลูกไม่ตายเลยยิงซ้ำเข้าที่ศีรษะจนลูกเสียชีวิต   จากนั้นได้ยิงภรรยาจนบาดเจ็บสาหัส ญาตินำส่ง รพ.ลาดบัวหลวง และไปเสียชีวิตที่ รพ. ส่วนผู้ก่อเหตุ นายประยูร ผู้เป็นพ่อ ได้ยิงตัวเองเข้าที่ศีรษะ ตายตามกันไป   เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน เข้าตรวจสอบ เบื้องต้นคาดสาเหตุอาจจะเป็นความเครียดสะสมของผู้ก่อเหตุ โดยลูกชายเคยติดยาเสพติดและได้บำบัดจนหายดี แต่ชอบกินเหล้า ไม่ยอมทำงาน จึงมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง    ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุได้ทิ้งจดหมายขอโทษที่ต้องทำ อีกฉบับเขียนถึงลูกอีกคนให้จัดการเรื่องทรัพย์สิน               ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lVpeVH5cDEc  

 5,694

Top