ค้นหา :

ผลการค้นหา "สาวประเภทสอง"

สังคม-อาชญากรรม
19 พ.ย. 62

'ครูวา' ปัดหลอก แต่ผู้ชายเต็มใจให้เอง เหยื่อโผล่อีก เปย์หนักเป็นแสน ยอมกินมาม่าเพื่อครูวา

ความคืบหน้ากรณี ครูวา สาวประเภทสอง ที่ได้รับฉายา นางฟ้าบิ๊กไบค์ ก่อเหตุหลอกลวงชายหลายราย จนมีการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งล่าสุดครูวาได้เปิดใจกับสื่อว่า ไม่ได้หลอกลวง แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ครูว่าพูดนั้น กลับมีผู้เสียหายทยอยแสดงตัวจำนวนมาก อย่างเช่นนนายพิทักษ์ อดีตทหารเกณฑ์ ก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหายจาการกระทำของครูวา กล่าวว่า ตนคบกับครูวาเกือบ 1 ปี แรกๆครูวาทักแชทมาทางเฟซบุ๊ก แค่เห็นรูปก็ชอบแล้วเพราะสวย พอนัดเจอกันก็เริ่มคุยกันเป็นแฟนมาตลอด ช่วงนั้นตนยังไม่ปลดประจำการทหารเกณฑ์ จึงติดต่อกันทางแชทตลอด ครูวาก็จะขอเงินเรื่อยๆ อ้างว่าเอาไปทำเนอร์สเซอรี่ หากตนปลดทหารมาก็มาดูแลธุรกิจด้วยกัน ด้วยความรักตนก็ยอมให้หมดเงินเดือนมีเท่าไหร่ให้ อยากได้อะไรหาให้ ยอมกินมาม่า เพื่อเอาเงินให้ครูวา จนสุดท้ายมาจับได้ตอนเห็นหนังสือสัญญา ของเนอร์สเซอรี่ ลงชื่อในสัญญาคำนำหน้าว่านายตอนนั้นก็ตกใจแล้ว และพอไม่ได้ให้เงินครูวาก็เริ่มตีจาก และอยู่ดีๆก็เอารูปผู้ชายคุกเข่าขอเขาแต่งงานส่งมาบอกว่าจะแต่งงานแล้ว ตนก็งง จากนั้นก็คอยเตือนกลุ่มบิ๊กไบค์และเพื่อนๆว่า ระวังถูกครูวาหลอก แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ และก็มาสืบเอง จนรู้ว่าครูวาผู้หญิงที่ตนเคยรักเป็นสาวสอง ตอนนี้ยากบอกครูวาว่า ออกมายอมรับความจริง รับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำและขอเตือนผู้ชายด้วยกัน อย่าหลงแค่รูปร่างหน้าตา จะคบใครให้ขอดูบัตรประชาชน ในส่วนของครูวา ได้ติดต่อมากับผู้สื่อข่าว ชี้แจงเรื่องราวอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่าที่ยังไม่ออกมาพบกับตำรวจเพราะป่วยเป็นโรคงูสวัด พร้อมโชว์ภาพร่องรอยอาการป่วยโรคงูสวัด กำลังรักษาตัวอยู่กับหมอชาวบ้าน ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้ประมาณ 2-3 วัน จะเข้าชี้แจ้งเรื่องดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ  ยืนยันว่าตนไม่ได้หลอกใคร กรณีนายเต๋อที่เลิกลากันเพราะนายเต๋อ ไปยุ่งเกี่ยวกับกัญชา มีการทำร้ายร่างกายตน ซึ่งนายเต๋อรู้มาตลอดว่าตนเป็นสาวประเภทสอง ซึ่งในชีวิตของสาวประเภอสอง หากมีสามีมีคนรักก็ดีใจแล้ว แต่นายเต๋อกลับทำร้ายร่างกาย ตนก็ไม่อยู่ ส่วนเรื่องกล่าวาหาว่าตนเอาทองไป 5 บาท ของนายเต๋อ 2 บาท ของพ่อนายเต๋อ 3 บาท ไม่เป็นความจริง เขาโกหก ถ้าเป็นความจริงทำไมเขาไม่แจ้งความจับตนตั้งแต่ตอนนั้น ส่วนเงินที่ตนจะไปผ่อนรถให้นายเต๋อ และไม่ได้เอาไปส่งงวดนั้น เพราะตนเอาเงินไปจ่ายค่าของ (กัญชา) ให้นายเต๋อ เพราะตนคิดว่ามันเป็นของไม่ดี ถ้าไม่เอาเงินไปจ่ายอาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ นายเต๋อไม่ได้ให้เงินตนเป็นก้อน หรือเปย์อะไรขนาดนั้น   ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายสงสัยเรื่องการใส่ชุดข้าราชการสีกากีนั้น ครูวายืนยันว่า ตนเป็นครูจริงแต่เป็นครูเอกชน ชุดที่ใส่ซื้อมาเองใส่เพื่อประกอบการเรียนการสอนเท่านั้น ในแผนการเรียนการสอนในหน่วยแต่ละหน่วย ของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ตนไม่รู้ว่ามันผิด แต่ตนเป็นครูจริงไม่มีใบรับรองแต่มีใบผ่านการอบรมเป็นครู   กรณีที่มีผู้เสียหายระบุว่า ตนเคยแต่งงานที่ จ.ชุมพร นั้นไม่เป็นความจริง ตนเคยแต่งงานกับนายเอ ที่อาศัยอยู่ปทุมธานีคนเดียวเท่านั้น ตอนนี้ผู้เสียหายที่ออกมากล่าวหา บางรายตนไม่รู้จัก ซึ่งตอนนี้ในโลกโซเชียลก็มีการตั้งฉายาตนว่าเป็นแม่มณีสอง ตนไม่ขอออกความเห็นเพราะแม่มณีนั้นไปหลอกคนอื่นแต่ตนไม่ได้หลอก แต่เขาให้ด้วยเสน่ห์หาเอง   อย่างไรก็ตาม อะไรที่ตนผิดตนก็จะยอมรับผิด แต่อะไรที่ตนไม่ผิดตนก็จะออกมาชี้แจงเร็วๆนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกว่าพร้อมเมื่อไหร่ก็ให้เข้ามาพบ เพราะตนไม่ได้มีหมายเรียกอะไร เพราะมันไม่มีหลักฐานอะไร มันเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง   ทางด้าน พ่อของนายเต๋อ คู่กรณีครูวา ยืนยันว่า ทอง 5บาทหายไปจริง พร้อมพระเครื่อง พอครูวารู้เรื่องก็บอกว่าจะซื้อคืนให้ พ่อก็สงสัยไม่ได้เอาไปจะซื้อคืนทำไม ตอนนั้นพ่อก็กลัวว่าลูกกับครูวาจะทะเลาะกันเลยบอกไม่หาย แต่พอความแตกก็เลยบอกความจริงกับลูกไป ตอนนี้รับไม่ได้กับการกระทำของครูวา ไม่ใช่แค่สาวประเภทสองมาหลอกลูกชายตนแล้ว ยังไปขโมยของไปเรื่อยๆ อยากให้ตำรวจมาจับกุมติดคุกไปเลย เพราะทำลายความรู้สึกของคนอื่นมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/N1KhuIzWgaY

 9,337
สังคม
19 พ.ย. 62

'ครูวา' ปัดหลอก แต่ผู้ชายเต็มใจให้เอง เหยื่อโผล่อีก เปย์หนักเป็นแสน ยอมกินมาม่าเพื่อครูวา

ความคืบหน้ากรณี ครูวา สาวประเภทสอง ที่ได้รับฉายา นางฟ้าบิ๊กไบค์ ก่อเหตุหลอกลวงชายหลายราย จนมีการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งล่าสุดครูวาได้เปิดใจกับสื่อว่า ไม่ได้หลอกลวง แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ครูว่าพูดนั้น กลับมีผู้เสียหายทยอยแสดงตัวจำนวนมาก อย่างเช่นนนายพิทักษ์ อดีตทหารเกณฑ์ ก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหายจาการกระทำของครูวา กล่าวว่า ตนคบกับครูวาเกือบ 1 ปี แรกๆครูวาทักแชทมาทางเฟซบุ๊ก แค่เห็นรูปก็ชอบแล้วเพราะสวย พอนัดเจอกันก็เริ่มคุยกันเป็นแฟนมาตลอด ช่วงนั้นตนยังไม่ปลดประจำการทหารเกณฑ์ จึงติดต่อกันทางแชทตลอด ครูวาก็จะขอเงินเรื่อยๆ อ้างว่าเอาไปทำเนอร์สเซอรี่ หากตนปลดทหารมาก็มาดูแลธุรกิจด้วยกัน ด้วยความรักตนก็ยอมให้หมดเงินเดือนมีเท่าไหร่ให้ อยากได้อะไรหาให้ ยอมกินมาม่า เพื่อเอาเงินให้ครูวา จนสุดท้ายมาจับได้ตอนเห็นหนังสือสัญญา ของเนอร์สเซอรี่ ลงชื่อในสัญญาคำนำหน้าว่านายตอนนั้นก็ตกใจแล้ว และพอไม่ได้ให้เงินครูวาก็เริ่มตีจาก และอยู่ดีๆก็เอารูปผู้ชายคุกเข่าขอเขาแต่งงานส่งมาบอกว่าจะแต่งงานแล้ว ตนก็งง จากนั้นก็คอยเตือนกลุ่มบิ๊กไบค์และเพื่อนๆว่า ระวังถูกครูวาหลอก แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ และก็มาสืบเอง จนรู้ว่าครูวาผู้หญิงที่ตนเคยรักเป็นสาวสอง ตอนนี้ยากบอกครูวาว่า ออกมายอมรับความจริง รับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำและขอเตือนผู้ชายด้วยกัน อย่าหลงแค่รูปร่างหน้าตา จะคบใครให้ขอดูบัตรประชาชน ในส่วนของครูวา ได้ติดต่อมากับผู้สื่อข่าว ชี้แจงเรื่องราวอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่าที่ยังไม่ออกมาพบกับตำรวจเพราะป่วยเป็นโรคงูสวัด พร้อมโชว์ภาพร่องรอยอาการป่วยโรคงูสวัด กำลังรักษาตัวอยู่กับหมอชาวบ้าน ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้ประมาณ 2-3 วัน จะเข้าชี้แจ้งเรื่องดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ  ยืนยันว่าตนไม่ได้หลอกใคร กรณีนายเต๋อที่เลิกลากันเพราะนายเต๋อ ไปยุ่งเกี่ยวกับกัญชา มีการทำร้ายร่างกายตน ซึ่งนายเต๋อรู้มาตลอดว่าตนเป็นสาวประเภทสอง ซึ่งในชีวิตของสาวประเภอสอง หากมีสามีมีคนรักก็ดีใจแล้ว แต่นายเต๋อกลับทำร้ายร่างกาย ตนก็ไม่อยู่ ส่วนเรื่องกล่าวาหาว่าตนเอาทองไป 5 บาท ของนายเต๋อ 2 บาท ของพ่อนายเต๋อ 3 บาท ไม่เป็นความจริง เขาโกหก ถ้าเป็นความจริงทำไมเขาไม่แจ้งความจับตนตั้งแต่ตอนนั้น ส่วนเงินที่ตนจะไปผ่อนรถให้นายเต๋อ และไม่ได้เอาไปส่งงวดนั้น เพราะตนเอาเงินไปจ่ายค่าของ (กัญชา) ให้นายเต๋อ เพราะตนคิดว่ามันเป็นของไม่ดี ถ้าไม่เอาเงินไปจ่ายอาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ นายเต๋อไม่ได้ให้เงินตนเป็นก้อน หรือเปย์อะไรขนาดนั้น   ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายสงสัยเรื่องการใส่ชุดข้าราชการสีกากีนั้น ครูวายืนยันว่า ตนเป็นครูจริงแต่เป็นครูเอกชน ชุดที่ใส่ซื้อมาเองใส่เพื่อประกอบการเรียนการสอนเท่านั้น ในแผนการเรียนการสอนในหน่วยแต่ละหน่วย ของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ตนไม่รู้ว่ามันผิด แต่ตนเป็นครูจริงไม่มีใบรับรองแต่มีใบผ่านการอบรมเป็นครู   กรณีที่มีผู้เสียหายระบุว่า ตนเคยแต่งงานที่ จ.ชุมพร นั้นไม่เป็นความจริง ตนเคยแต่งงานกับนายเอ ที่อาศัยอยู่ปทุมธานีคนเดียวเท่านั้น ตอนนี้ผู้เสียหายที่ออกมากล่าวหา บางรายตนไม่รู้จัก ซึ่งตอนนี้ในโลกโซเชียลก็มีการตั้งฉายาตนว่าเป็นแม่มณีสอง ตนไม่ขอออกความเห็นเพราะแม่มณีนั้นไปหลอกคนอื่นแต่ตนไม่ได้หลอก แต่เขาให้ด้วยเสน่ห์หาเอง   อย่างไรก็ตาม อะไรที่ตนผิดตนก็จะยอมรับผิด แต่อะไรที่ตนไม่ผิดตนก็จะออกมาชี้แจงเร็วๆนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกว่าพร้อมเมื่อไหร่ก็ให้เข้ามาพบ เพราะตนไม่ได้มีหมายเรียกอะไร เพราะมันไม่มีหลักฐานอะไร มันเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง   ทางด้าน พ่อของนายเต๋อ คู่กรณีครูวา ยืนยันว่า ทอง 5บาทหายไปจริง พร้อมพระเครื่อง พอครูวารู้เรื่องก็บอกว่าจะซื้อคืนให้ พ่อก็สงสัยไม่ได้เอาไปจะซื้อคืนทำไม ตอนนั้นพ่อก็กลัวว่าลูกกับครูวาจะทะเลาะกันเลยบอกไม่หาย แต่พอความแตกก็เลยบอกความจริงกับลูกไป ตอนนี้รับไม่ได้กับการกระทำของครูวา ไม่ใช่แค่สาวประเภทสองมาหลอกลูกชายตนแล้ว ยังไปขโมยของไปเรื่อยๆ อยากให้ตำรวจมาจับกุมติดคุกไปเลย เพราะทำลายความรู้สึกของคนอื่นมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/N1KhuIzWgaY

 9,337
สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ย. 62

พูดแล้ว! 'ครูวา' ลั่นไม่เคยหลอกใครว่าเป็นหญิง แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นกะเทย ยันเป็นครูจริงแต่ลาออกแล้ว

กรณีชาวเน็ตแห่แฉพฤติกรรมของ ครูวา สาวประเภทสอง ฉายานางฟ้าไบค์เกอร์ ที่รู้จักกันดีในกลุ่มผู้ขับบิ๊กไบค์ หลังมีผู้เสียหายรายหนึ่ง ร้องเรียนไปยังเพจดังว่า ถูกครูวาหลอกให้รัก แล้วแอบยักยอกทรัพย์ไป เมื่อสืบค้นประวัติถึงกับอึ้ง เมื่อทราบว่าครูวาไม่ใช่ผู้หญิง ซึ่งต่อมาพบว่า มีผู้เสียหายที่ถูกครูวาหลอกในลักษณะเดียวกันนับ 10 คน   ความคืบหน้าวานนี้(17 พ.ย.) นายต่อ (นามสมมุติ) ครูหนุ่มวัย 27 ปี เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมยืนยันว่า ไม่ทราบจริงๆว่าครูวาไม่ใช่ผู้หญิง ถูกยักยอกเงินค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนรถบิ๊กไบค์ ที่ครูวาอาสาไปจ่ายให้ เมื่อตนทราบเรื่องจึงสอบถาม แต่ครูวาก็ปฏิเสธจนทะเลาะกัน จากนั้นครูวาได้หนีไป กระทั่งมารู้ตัวว่าสร้อยทอง 5 บาท พระเครื่อง 3 องค์ แหวน และอุปกรณ์แต่งรถบิ๊กไบค์ รวมเกือบ 2 แสนบาท ได้หายไป ซึ่งตนมั่นใจว่าครูวาเป็นคนเอาไปอย่างแน่นอน จึงได้เข้าแจ้งความดังกล่าว   ขณะเดียวกัน นายธีรพงษ์ หรือเบียร์ ช้อนรัมย์ อายุ 24 ปี ที่ขายดาวน์บิ๊กไบค์ให้ครูวาในราคา 18,000 บาทไปผ่อนต่อ แต่กลับขาดส่ง จนต้องส่งแทนให้ จึงขอรถคืน โดยมีการนัดหมายคืนรถที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ใน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยตกลงกันว่านายเบียร์จะคืนเงินดาวน์ให้หากครูวามาคืนรถด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าหากโอนเงินคืนไปก่อน อาจไม่ได้รับรถคืนตามที่ตกลง   แต่พอมาถึง กลับไม่พบครูวา เป็นผู้ชายอีกคนมาแทน นาทีที่นายเบียร์เห็นรถ ถึงกับร้องไห้ด้วยความดีใจที่ได้รถคืน จากนั้น นายเบียร์ได้โทรกลับไปหาครูวา ถามว่าอยู่ไหน ทำไมถึงไม่มาคืนรถด้วยตัวเอง เพื่อจะได้จ่ายเงินดาวน์คืนให้ แต่อีกฝ่ายก็บ่ายเบี่ยง และบอกให้นายเบียร์โอนเงินดาวน์คืนให้ แต่นายเบียร์บอกว่า หากไม่มาเองตามที่ตกลงก็จะไม่คืนเงินให้   ขณะที่ นายแป้งนำรถมาคืนให้นายเบียร์ ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวไปสอบปากคำ โดยนายแป้งอ้างว่า เคยคบหากับครูวา และเลิกรากับไป ซึ่งตนเคยถูกครูวายักยอกทองไป 3 บาทเช่นกัน   ซึ่งวันก่อน ครูวาได้ติดต่อมา อ้างว่ากำลังป่วย ต้องรักษาตัว แต่ขายรถบิ๊กไบค์ได้ จึงรบกวนให้ตนนำรถบิ๊กไบค์มาส่งให้ลูกค้าแล้วจะจ่ายเงินค่าทอง 3 บาทคืนให้ จึงทำตามที่ครูวาบอก หลังสอบปากคำเสร็จ นายแป้งก็ได้แจ้งความครูวาฐานลักทรัพย์ทันที   ระหว่างสอบปากคำ แม่ของนายแป้งเดินทางมาที่โรงพัก พร้อมเผยว่า รถบิ๊กไบค์คันดังกล่าว ครูวามีมาก่อนจะคบหากับลูกชายแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าไปเอาของคนอื่นมา ยืนยันทางครอบครัวไม่รู้ว่าครูวาเป็นสาวสอง เห็นว่าเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวจึงให้มาอยู่บ้านด้วย แรกๆเขาทำงานบ้าน ดูแลลูกชายอย่างดี จึงไม่เอะใจอะไร ภายหลัง เริ่มมีทรัพย์สินหายไปทีละอย่าง กระทั่งทั้งคู่เลิกรากันไป ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ หากรู้คงไล่เขาออกจากบ้านไปนานแล้ว   นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายอีกราย ชื่อนายเล็ก อายุ 41 ปี ชาว จ.อยุธยา เผยว่า เคยคบหาและแต่งงานกับครูวาเมื่อ 6 ปีก่อน ซึ่งเมื่อคบได้เพียงเดือนเดียว ครูวาได้เรียกร้องให้จัดงานแต่งงาน โดยหลังแต่งงาน ครูวาได้เชิดเงินค่าสินสอด 60,000 บาท และทอง 2 บาท หนีไป โดยอ้างว่าเพื่อนที่เป็นช่างแต่งหน้าในงานแต่งได้ขโมยไป   สำหรับทางคดี ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เตรียมขออนุมัติหมายจับครูวา ในฐานลักทรัพย์ต่อไป   ทางด้านครูวา ล่าสุดได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า เรื่องราวที่ถูกกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริงทั้งหมด ไม่ได้ไปหลอกลวง และขโมยของใคร ยืนยันว่า เป็นครูจริง เคยสอนที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ปัจจุบันลาออกมาแล้ว และแบบฟอร์มที่สวมใส่นั้น เป็นแบบฟอร์มที่ต้องสวมใส่ในกิจกรรมต่างๆที่โรงเรียนจัดขึ้น   เรื่องที่ตนหลอกว่าเป็นผู้หญิงแต่ที่จริงเป็นสาวสองนั้น ยืนยันว่าตนไม่ได้หลอกเพียงแค่ไม่ได้บอกแต่แรก จนกระทั่งมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง ตนก็บอกว่าเป็นสาวสอง ซึ่งนายต่อก็ยอมรับได้ตั้งแต่เดือนแรกที่คบกัน ยืนยันว่าไม่เคยขโมยของนายต่อแต่อย่างใด ขนาดพ่อของนายต่อเองยังสงสัยว่าลูกชายเป็นคนเอาไปเอง      ส่วนเรื่องค่างวดรถนั้น แรกๆตนเอาไปจ่ายให้จริง แต่ช่วงหลังนายต่อติดกัญชาหนัก ตนจึงต้องนำเงินค่างวดรถจ่ายค่ากัญชาให้ก่อน เพราะกลัวว่านายต่อจะถูกทำร้ายหากไม่จ่ายเงินเขา ประกอบกับพักหลังนายต่อมีอารมณ์รุนแรงเริ่มทุบตีตน จึงเป็นสาเหตุที่ตนต้องเลิกรากับนายต่อในที่สุด รู้สึกงงมากที่นายต่อออกมาแฉตนแบบนี้ แต่ก่อนจะเลิกกันนายต่อเคยขู่ว่า “หากกูพัง กูจะทำให้มึงพังด้วย”   ส่วนนายเบียร์นั้น ไม่ได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้ง แค่สนิทกันเรื่องรถบิ๊กไบค์ ยอมรับเอารถมาจริงแต่ค้างค่างวดแค่ 1 งวด ส่วนอีก 1 งวดนายเบียร์ค้างจ่ายก่อนที่จะขายรถให้แล้ว แต่ตนก็ตัดปัญหาโดยการคืนรถให้ ซึ่งนายเบียร์บอกว่าจะโอนเงินดาวน์คืนให้ แต่พอถึงเวลากลับไม่ยอมคืนให้ตามที่บอก   ส่วนนายแป้ง คนที่เอารถมาคืนให้นายเบียร์นั้น เป็นคนสนิทที่ตนเคยไปอาศัยอยู่ด้วย 1 เดือนก่อนจะเกิดเรื่อง ซึ่งนายแป้งไม่เกี่ยวอะไรด้วย เป็นเพียงคนที่ช่วยเหลือตนเท่านั้น จึงอยากวอนให้สังคมอย่าดึงเขามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ พร้อมยืนยันว่า ตนไม่เคยขโมยอะไรของเขามาแต่อย่างใด   เรื่องนายเล็ก ตนยอมรับว่าเคยคบหาและแต่งงานกันจริง แต่ไม่เคยเรียกร้องให้แต่งงาน หรือเอาสินสอดหนีมา เป็นฝ่ายนายเล็กเองต่างหากที่ให้ตนด้วยความเสน่หา   กรณีเนอร์สเซอรี่ที่ชุมพร ตนก็ยืนยันว่าไม่ได้ยักยอกเงินค่าเทอม หรือปลอมลายเซ็นใดๆ แต่อาจเป็นเพราะเคยมีเรื่องผิดใจกันคงอาจเป็นสาเหตุให้เขาออกมาแฉตนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม อยากจะขอโทษสังคม ขอโทษนายแป้ง ขอโทษที่ทำให้เดือดร้อนกับเรื่องที่เกิดขึ้น   แต่ขอยืนยันว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้ไปหลอกใคร ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคนให้ก็ให้เพราะรัก และเรื่องเป็นสาวสองนั้นตนไม่ได้โกหก เคยบอกทุกคนว่าเป็นสาวสอง แต่ไม่มีใครเชื่อเอง เพราะเห็นเป็นสาวห้าวๆ และฉายานางฟ้าไบค์เกอร์ นายต่อเป็นคนตั้งให้เอง   หลังจากนี้หากหายป่วยจากโรคงูสวัด ก็จะเข้าพบ ตร.ชี้แจงเรื่องทั้งหมด และจะดำเนินคดีกับทุกคนที่กล่าวหาตนในเรื่องที่ไม่เป็นความจริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HEZqVrIVgPA

 10,320
อาชญากรรม
18 พ.ย. 62

พูดแล้ว! 'ครูวา' ลั่นไม่เคยหลอกใครว่าเป็นหญิง แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นกะเทย ยันเป็นครูจริงแต่ลาออกแล้ว

กรณีชาวเน็ตแห่แฉพฤติกรรมของ ครูวา สาวประเภทสอง ฉายานางฟ้าไบค์เกอร์ ที่รู้จักกันดีในกลุ่มผู้ขับบิ๊กไบค์ หลังมีผู้เสียหายรายหนึ่ง ร้องเรียนไปยังเพจดังว่า ถูกครูวาหลอกให้รัก แล้วแอบยักยอกทรัพย์ไป เมื่อสืบค้นประวัติถึงกับอึ้ง เมื่อทราบว่าครูวาไม่ใช่ผู้หญิง ซึ่งต่อมาพบว่า มีผู้เสียหายที่ถูกครูวาหลอกในลักษณะเดียวกันนับ 10 คน   ความคืบหน้าวานนี้(17 พ.ย.) นายต่อ (นามสมมุติ) ครูหนุ่มวัย 27 ปี เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมยืนยันว่า ไม่ทราบจริงๆว่าครูวาไม่ใช่ผู้หญิง ถูกยักยอกเงินค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนรถบิ๊กไบค์ ที่ครูวาอาสาไปจ่ายให้ เมื่อตนทราบเรื่องจึงสอบถาม แต่ครูวาก็ปฏิเสธจนทะเลาะกัน จากนั้นครูวาได้หนีไป กระทั่งมารู้ตัวว่าสร้อยทอง 5 บาท พระเครื่อง 3 องค์ แหวน และอุปกรณ์แต่งรถบิ๊กไบค์ รวมเกือบ 2 แสนบาท ได้หายไป ซึ่งตนมั่นใจว่าครูวาเป็นคนเอาไปอย่างแน่นอน จึงได้เข้าแจ้งความดังกล่าว   ขณะเดียวกัน นายธีรพงษ์ หรือเบียร์ ช้อนรัมย์ อายุ 24 ปี ที่ขายดาวน์บิ๊กไบค์ให้ครูวาในราคา 18,000 บาทไปผ่อนต่อ แต่กลับขาดส่ง จนต้องส่งแทนให้ จึงขอรถคืน โดยมีการนัดหมายคืนรถที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ใน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยตกลงกันว่านายเบียร์จะคืนเงินดาวน์ให้หากครูวามาคืนรถด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าหากโอนเงินคืนไปก่อน อาจไม่ได้รับรถคืนตามที่ตกลง   แต่พอมาถึง กลับไม่พบครูวา เป็นผู้ชายอีกคนมาแทน นาทีที่นายเบียร์เห็นรถ ถึงกับร้องไห้ด้วยความดีใจที่ได้รถคืน จากนั้น นายเบียร์ได้โทรกลับไปหาครูวา ถามว่าอยู่ไหน ทำไมถึงไม่มาคืนรถด้วยตัวเอง เพื่อจะได้จ่ายเงินดาวน์คืนให้ แต่อีกฝ่ายก็บ่ายเบี่ยง และบอกให้นายเบียร์โอนเงินดาวน์คืนให้ แต่นายเบียร์บอกว่า หากไม่มาเองตามที่ตกลงก็จะไม่คืนเงินให้   ขณะที่ นายแป้งนำรถมาคืนให้นายเบียร์ ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวไปสอบปากคำ โดยนายแป้งอ้างว่า เคยคบหากับครูวา และเลิกรากับไป ซึ่งตนเคยถูกครูวายักยอกทองไป 3 บาทเช่นกัน   ซึ่งวันก่อน ครูวาได้ติดต่อมา อ้างว่ากำลังป่วย ต้องรักษาตัว แต่ขายรถบิ๊กไบค์ได้ จึงรบกวนให้ตนนำรถบิ๊กไบค์มาส่งให้ลูกค้าแล้วจะจ่ายเงินค่าทอง 3 บาทคืนให้ จึงทำตามที่ครูวาบอก หลังสอบปากคำเสร็จ นายแป้งก็ได้แจ้งความครูวาฐานลักทรัพย์ทันที   ระหว่างสอบปากคำ แม่ของนายแป้งเดินทางมาที่โรงพัก พร้อมเผยว่า รถบิ๊กไบค์คันดังกล่าว ครูวามีมาก่อนจะคบหากับลูกชายแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าไปเอาของคนอื่นมา ยืนยันทางครอบครัวไม่รู้ว่าครูวาเป็นสาวสอง เห็นว่าเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวจึงให้มาอยู่บ้านด้วย แรกๆเขาทำงานบ้าน ดูแลลูกชายอย่างดี จึงไม่เอะใจอะไร ภายหลัง เริ่มมีทรัพย์สินหายไปทีละอย่าง กระทั่งทั้งคู่เลิกรากันไป ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ หากรู้คงไล่เขาออกจากบ้านไปนานแล้ว   นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายอีกราย ชื่อนายเล็ก อายุ 41 ปี ชาว จ.อยุธยา เผยว่า เคยคบหาและแต่งงานกับครูวาเมื่อ 6 ปีก่อน ซึ่งเมื่อคบได้เพียงเดือนเดียว ครูวาได้เรียกร้องให้จัดงานแต่งงาน โดยหลังแต่งงาน ครูวาได้เชิดเงินค่าสินสอด 60,000 บาท และทอง 2 บาท หนีไป โดยอ้างว่าเพื่อนที่เป็นช่างแต่งหน้าในงานแต่งได้ขโมยไป   สำหรับทางคดี ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เตรียมขออนุมัติหมายจับครูวา ในฐานลักทรัพย์ต่อไป   ทางด้านครูวา ล่าสุดได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า เรื่องราวที่ถูกกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริงทั้งหมด ไม่ได้ไปหลอกลวง และขโมยของใคร ยืนยันว่า เป็นครูจริง เคยสอนที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ปัจจุบันลาออกมาแล้ว และแบบฟอร์มที่สวมใส่นั้น เป็นแบบฟอร์มที่ต้องสวมใส่ในกิจกรรมต่างๆที่โรงเรียนจัดขึ้น   เรื่องที่ตนหลอกว่าเป็นผู้หญิงแต่ที่จริงเป็นสาวสองนั้น ยืนยันว่าตนไม่ได้หลอกเพียงแค่ไม่ได้บอกแต่แรก จนกระทั่งมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง ตนก็บอกว่าเป็นสาวสอง ซึ่งนายต่อก็ยอมรับได้ตั้งแต่เดือนแรกที่คบกัน ยืนยันว่าไม่เคยขโมยของนายต่อแต่อย่างใด ขนาดพ่อของนายต่อเองยังสงสัยว่าลูกชายเป็นคนเอาไปเอง      ส่วนเรื่องค่างวดรถนั้น แรกๆตนเอาไปจ่ายให้จริง แต่ช่วงหลังนายต่อติดกัญชาหนัก ตนจึงต้องนำเงินค่างวดรถจ่ายค่ากัญชาให้ก่อน เพราะกลัวว่านายต่อจะถูกทำร้ายหากไม่จ่ายเงินเขา ประกอบกับพักหลังนายต่อมีอารมณ์รุนแรงเริ่มทุบตีตน จึงเป็นสาเหตุที่ตนต้องเลิกรากับนายต่อในที่สุด รู้สึกงงมากที่นายต่อออกมาแฉตนแบบนี้ แต่ก่อนจะเลิกกันนายต่อเคยขู่ว่า “หากกูพัง กูจะทำให้มึงพังด้วย”   ส่วนนายเบียร์นั้น ไม่ได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้ง แค่สนิทกันเรื่องรถบิ๊กไบค์ ยอมรับเอารถมาจริงแต่ค้างค่างวดแค่ 1 งวด ส่วนอีก 1 งวดนายเบียร์ค้างจ่ายก่อนที่จะขายรถให้แล้ว แต่ตนก็ตัดปัญหาโดยการคืนรถให้ ซึ่งนายเบียร์บอกว่าจะโอนเงินดาวน์คืนให้ แต่พอถึงเวลากลับไม่ยอมคืนให้ตามที่บอก   ส่วนนายแป้ง คนที่เอารถมาคืนให้นายเบียร์นั้น เป็นคนสนิทที่ตนเคยไปอาศัยอยู่ด้วย 1 เดือนก่อนจะเกิดเรื่อง ซึ่งนายแป้งไม่เกี่ยวอะไรด้วย เป็นเพียงคนที่ช่วยเหลือตนเท่านั้น จึงอยากวอนให้สังคมอย่าดึงเขามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ พร้อมยืนยันว่า ตนไม่เคยขโมยอะไรของเขามาแต่อย่างใด   เรื่องนายเล็ก ตนยอมรับว่าเคยคบหาและแต่งงานกันจริง แต่ไม่เคยเรียกร้องให้แต่งงาน หรือเอาสินสอดหนีมา เป็นฝ่ายนายเล็กเองต่างหากที่ให้ตนด้วยความเสน่หา   กรณีเนอร์สเซอรี่ที่ชุมพร ตนก็ยืนยันว่าไม่ได้ยักยอกเงินค่าเทอม หรือปลอมลายเซ็นใดๆ แต่อาจเป็นเพราะเคยมีเรื่องผิดใจกันคงอาจเป็นสาเหตุให้เขาออกมาแฉตนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม อยากจะขอโทษสังคม ขอโทษนายแป้ง ขอโทษที่ทำให้เดือดร้อนกับเรื่องที่เกิดขึ้น   แต่ขอยืนยันว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้ไปหลอกใคร ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคนให้ก็ให้เพราะรัก และเรื่องเป็นสาวสองนั้นตนไม่ได้โกหก เคยบอกทุกคนว่าเป็นสาวสอง แต่ไม่มีใครเชื่อเอง เพราะเห็นเป็นสาวห้าวๆ และฉายานางฟ้าไบค์เกอร์ นายต่อเป็นคนตั้งให้เอง   หลังจากนี้หากหายป่วยจากโรคงูสวัด ก็จะเข้าพบ ตร.ชี้แจงเรื่องทั้งหมด และจะดำเนินคดีกับทุกคนที่กล่าวหาตนในเรื่องที่ไม่เป็นความจริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HEZqVrIVgPA

 10,320
สังคม
18 พ.ย. 62

โผล่อีกราย! อดีตทหารแฉ หลังลูกชายตกเป็นเหยื่อ ‘ครูวา’ ถูกตุ๋น-ฉกเงิน สูญเงินเกือบ 2 แสน

ชุมพร - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลัง ‘ครูวา’ หรือนายภานุพงศ์ หรือ นายปพิชญา หรือ นายธัญญฐิชา อัมพวัน ภูมิลำเนาอยู่ จ.ชุมพร ที่ตกเป็นข่าวกรณีดังกล่าวได้มีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อทยอยออกมาแฉพฤติกรรมการโดยอ้างเป็นครูสาวหลองลวงและขโมยทรัพย์สินเหยื่อซึ่งส่วนใหญ่เป็นชายหนุ่มมีฐานะดี ล่าสุดได้มี ร.ต.วีระศักดิ์ ศิลปเสวต อายุ 59 ปี พร้อมด้วยนางสุมตราภรรยาและนางสาวสุดใจผู้เป็นลูกสาว ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่เคยตกเป็นเหยื่อของ ‘ครูวา’ เพื่อเป็นอุทาหรณ์และเพื่อไม่ให้ใครต้องตกเป็นเหยื่อของ ‘ครูวา’ อีกต่อไป   ร.ต.วีระศักดิ์กล่าวว่าปัจจุบันตนเออรี่จากรับราชการทหารหลายปีแล้ว ย้อนหลังไปเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา ลูกชายตนเป็นทหารอยู่ชายแดนภาคใต้ยศสิบเอก ได้คบหากับ ‘ครูวา’ ทั้งสองคนไปมาหาสู่กันทั้งที่บ้านตนเองและบ้านของฝ่าย ‘ครูวา’  จนเป็นที่รับรู้กันว่า ‘ครูวา’ เป็นลูกสะใภ้ตน ทั้งคู่คบหากันได้กว่า 6 เดือน โดยที่ลูกชายตนและครอบครัวไม่รู้เลยว่า ‘ครูวา’ เป็นสาวประเภทสองเพราะเหมือนผู้หญิงทุกอย่าง และเกือบทุกครั้งที่ ‘ครูวา’ มาหาลูกชายและมานอนที่บ้านจะแต่ตัวในชุดข้าราชการครูโดยบอกว่าเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองชุมพร และรับจ้างสอนพิเศษอีกหลายแห่ง ช่วงที่คบหากับลูกชายตนกว่า 6 เดือนได้เอาบัตรเอทีเอ็มลูกชายตนไปกดเงินเดือนเข้าบัญชีตัวเองเดือนละ 1 หมื่นบาท อ้างว่าเก็บสะสมไว้ใช้เป็นเงินทุนสร้างครอบครัวและเป็นใช้จ่ายอื่นๆของลูกชายตน   จนกระทั่งวันหนึ่ง ‘ครูวา’ นำสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท มาฝากไว้กับนางสุมตราภรรยาตนแล้วบอกว่าจะไปธุระที่ต่างจังหวัดไม่อยากใส่ไปเพราะกลัวอันตราย ภรรยาตนก็ใจดีเอาสร้อยทองไปเก็บรวมไว้กับของภรรยาและของตนที่เก็บสะสมไว้เกือบ 5 บาท โดยพาไปเก็บไว้ในตู้ภายในบ้านซึ่ง ‘ครูวา’ ก็ตามไปดูด้วย ต่อมาตนและภรรยาต้องเดินทางไปทำธุระที่กรุงเทพฯ ช่วงที่ตนไม่อยู่ลูกชายกลับมาจากชายแดนใต้ได้พา ‘ครูวา’ มานอนที่บ้านด้วยกัน แต่หลังที่ตนและภรรยากลับจากกรุงเทพฯ ปรากฏว่าทองคำทั้งหมดที่เก็บไว้หายไป เมื่อสอบถาม ‘ครูวา’ ก็ปฏิเสธไม่รู้เห็น ทำให้ตนเกิดความไม่ไว้ใจลูกสะใภ้คนนี้อีกเพราะที่บ้านตนอยู่กันมานานไม่เคยมีทรัพย์สินหายมาก่อนเลย   ร.ต.วีระศักดิ์กล่าวว่าต่อมาได้มีเพื่อนบ้านที่สนิทกับตนและรู้จักกับครอบครัวของ ‘ครูวา’ มาบอกตนว่า “มึงรู้หรือเปล่าว่าลูกสะใภ้มึงเป็นกะเทย” ตนก็ยังไม่เชื่อพอสอบถามลูกชายตนก็ยืนยันว่า ‘ครูวา’ เป็นผู้หญิงแท้ เมื่อตนเริ่มสงสัยในพฤติกรรมจึงสอบถามไปที่เพื่อนตนคนหนึ่งที่บ้านอยู่ใกล้กับบ้านของ ‘ครูวา’ ในพื้นที่ตำบลวังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งพ่อ ‘ครูวา’ เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่นั่นด้วย แล้วเพื่อนตนก็โทรมาบอกว่า “ลูกสะใภ้มึงเป็นกะเทยจริงๆ” ตนตกใจมาก   หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จนมาเห็นข่าวที่ ‘ครูวา’ ไปหลอกใครต่อใครอีกหลายคน จึงต้องออกมาแฉพฤติกรรมเพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่สังคมไม่ให้ใครตกไปเป็นเหยื่อของ ‘ครูวา’ อีกต่อไป  

 325
สังคม
18 พ.ย. 62

แสบกว่าที่คิด! ‘ครูวา’ สาวสองหัวใส หลอกคนอื่นให้มาคืนรถ เพื่อโดนจับแทนตัวเอง

สมุทรปราการ - คืบหน้าครูวาสาวประเภทสองสุดแสบ หลังปล่อยข่าวว่านัดคืนรถบิ๊กไบค์ Z900 ให้นายเบียร์ ผู้เป็นเจ้าของ เหยื่ออีกราย ย่านจังหวัดสมุทรปราการ ในวันนี้ที่ 17 พฤศจิกายน 2562 ภายในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งตรงข้ามโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ แต่พอถึงเวลานัด กลับไม่พบตัวครูวา แต่อย่างใด แต่กลับเป็นนายเอ (นามสมมุติ) อดีตแฟนเก่า เป็นคนนำรถมาส่งคืน และถูกตำรวจเชิญตัวไปคุยที่โรงพัก   สอบสวนทราบว่า นายเอ เป็นอดีตแฟนเก่าของครูวา ที่ถูกฉกเอาทองและเงินสดหายไป โดยครูวา สาวประเภทสองลวงโลกได้ ติดต่อให้มาเอารถที่ไปจอดทิ้งไว้ที่ภายในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งตรงข้ามโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ โดยครูวาลวงโลกได้บอกว่าให้นำรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาส่งให้นายเบียร์ ส่งรถเรียบร้อยแล้วจะคืนทองให้ โดยครูวา ลวงโลก ได้อ้างว่าขณะตนกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ แต่ไม่ยอมบอกชื่อโรงพยาบาล โดยอ้างว่าป่วยเป็นงูสวัด   โดยในวันนี้ นายคริช (นามสมมุติ) เหยื่อครูว่ารายล่าสุดที่โผล่ที่จังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีครูวา ฐานยักยอกทรัพย์และลักทรัพย์ ทั้งในส่วนเงินที่ให้ไปชำระค่าใช้จ่ายในบ้าน แต่ครูวากลับไม่นำไปจ่าย รวมถึงส่วนที่ได้ลักเอาสร้อยคอทองคำกับพระเครื่องไป โดยนายคริช (นามสมมุติ)ได้พูดเพียงสั้น ๆ ว่าผู้เสียหายรายอื่น ๆ ได้เข้าแจ้งความไว้หมดแล้ว ในส่วนของตนเพิ่งเข้าแจ้งความร้องทุกข์ในวันนี้ ในเรื่องทรัพย์สินต่าง ๆ ที่ถูกลักและยักยอกไป ซึ่งหลังจากที่ตนคบหากับครูวา ได้เพียงพักใหญ่ด้วยความที่เขาทำดีมากและเขาทำให้เราตายใจ ว่าเขาเป็นคนดีเป็นคนเรียบร้อยดูดีทุกอย่างตนก็เลยชวนเขาย้ายมาอยู่ด้วย ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาอยู่เนอสเซอรี่ในย่านสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งตนก็เคยไปดูมาก็มีอยู่จริง แต่เขาบอกว่าเป็นบ้านที่ซื้อต่อมา และมีปัญหากับคนทีบ้านจึงย้ายออกมา และมาผิดสังเกตในช่วงพักเราจะไปคุยด้วยก็ไม่ได้   ด้านนายเบียร์ (นามสมมุติ)ผู้เสียหายอีกรายได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนรู้จักกับครูวาในเพจกลุ่มบิ๊กไบค์และมีการพูดคุยกันอยู่พักใหญ่เขาก็บอกว่าไปดู S1000 ราคาล้านกว่าบาทมา และอ้างว่าวาทำสัญญาเพื่อเปลี่ยน S1000 เพื่อมาเอา Z 900 ของเบียร์เลยนะ เบียร์จะขายให้คนอื่นเหรอ ตนก็เลยตอบตกลงขายให้วาก็ได้ ถ้าตนสนิทกับวา เนื่องจากมั่นใจว่าเขาเป็นครู ทำตัวเหมือนรวยมีตังค์ และเขาก็เอาเงินมาให้ตน 18,000 บาท และเอารถไปได้ประมาณ 6 เดือน แต่ส่งแค่ 4 งวด ค้างไว้ 2 งวดตนเพิ่งเอาไปจ่ายมา ที่คนรู้เพราะไฟแนนซ์โทรมาทวงถาม   ตนก็บอกว่าเดี่ยวให้พี่ไปจ่าย ตนก็โทรไปถามวาทุกวัน บางวันโทรถึง 9 สายก็ไม่รับ ตนก็เลยมาลงบันทึกประจำวันไว้ หลังจากนั้นเขาก็ติดต่อตนมาเขาก็รีบหาเงินมาจ่าย และก็ครั้งสองที่ตนเอาลงเพจก็หายไป แล้วก็มาติดต่อตนอีก ส่วนที่เขาว่าจะเอารถมาคืนให้เนื่องจากตนได้เสนอไปว่าตนจะคือเงิน 18,000 บาทให้และให้เขาเอารถมาคืนตนและวาจะไปไหนก็ไป เบียร์ขอรถคืน เขาก็ตกลงทันทีเพื่อที่จะเอาเงิน 18,000 โดยที่เขาเอารถมาคืนให้ตนก่อนถึงวันนัดหมายโดยเขาบอกว่าอยู่สระบุรี แต่เมื่อตอน 3 ทุ่มแชทมาหาตนว่าสมุทรปราการ แล้วโดยบอกว่ามารถตู้และเขาให้ตนมารับรถตั้งแต่เมื่อคืนแต่ตนไม่ไป และโทรหาตนเป็นสิบสายแต่ตนไม่รับเพราะตนนอน และถ้าจะไปก็ไปตอนเช้าตามที่ตกลง   ล่าสุดในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังสอบสวนนายเอ (นามสมมุติ)อดีตแฟนเก่าของครูวา ที่ถูกหลอกให้เอารถมาส่งให้นายเบียร์ผู้เสียหาย โดยไม่ยอมให้สื่อเข้าร่วมรับฟังแต่อย่างใด  

 429
บันเทิง
02 พ.ย. 62

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่! เวทีสาวประเภทสอง miss acdc 2019

กลับมายิ่งใหญ่กับงานประกวด สาวประเภท 2 miss acdc ที่ไม่ได้ยึดความสวยเป็นหลัก แต่ยึดทัศนคติ,มันสมองและการแสดงออก กับเวทีอันทรงเกียตริ  miss acdc    คุณถวายบัว ณ กลางบึง  miss acdc 2008 เป็นตัวแทน 3 สาวงาม กล่าวว่า miss acdc คือ เวทีประกวดที่สามารถประกวดได้ทุกวัย แต่ต้องมีคำนำหน้าว่า 'นาย' ทั้งนี้ เวทีmiss acdc คือเวทีการกุศล ให้กับองค์กรการกุศลต่างๆ ซึ่งในปีนี้ เราได้มอบเงินให้กับบ้านชีวาศิลป์  ซึ่งผู้ที่ประกวดนั้นจะไม่ได้รับเงินรางวัลใดๆ ทั้งสิ้น   ทั้งนี้ผู้ที่สนใจเข้ารวมชมการประกวด สามารถจองบัตรได้ที่ไทยทิกเก็ตเมเจอร์ หรือติดตามข่าวสารได้ที่ facebook : Miss ACDC LIFE  

 641
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 62

สาวประเภท 2 ผวา ลุงวิน จยย.โวมีอาวุธใหญ่ ขอมีสัมพันธ์แลกลดค่ารถ สุดท้ายโดนจับ

อุบลราชธานี-ผู้ใช้เฟสบุ๊ก โรส สลิน เปิดเผยคลิป วินจักรยานยนต์ชายวัยกลางคน ทำทีมาขอต่อรองราคาเพื่อมีเพศสัมพันธ์กับนักศึกษาสาวประเภทสอง โดยใช้ข้ออ้างการลดราคาค่าจ้างรถรับจ้าง จาก 500 บาท เหลือ 200 บาท กลางสถานีขนส่ง อำเภอเดชอุดม   ซึ่งทางผู้เสียหายมีอาการหวาดผวา และไม่กล้าตะโกนขอความช่วยเหลือ เพราะชายคนดังกล่าวพกมีดสั้นไว้ที่เอว เมื่อตั้งสติได้จึงแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกคลิป พร้อมเจรจา โดยชายคนดังกล่าวยังบอกว่าเคยทำแบบนี้กับหญิงอื่นมาแล้ว 2-3 คน ก่อนที่เพื่อนของผู้เสียหายจะรีบมารับ และพาเข้าแจ้งความที่ สภ.เดชอุดม ทันที   ทางตำรวจระบุว่า ชายคนทำผิดคือ นายสุวิทย์ ศิริเกิด อายุ 53 ให้การว่า ตนยอมรับสารภาพทุกอย่างตามคลิปที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้เสียหายเดินทางไปชี้ตัวได้อย่างถูกต้อง และตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า กระทำอนาจารด้วยวาจา และพยายามล่อล่วง ต่อผู้เสียหายกระทั้งได้รับความเสื่อเสียและเสียขวัญ ซึ่งก็ได้ส่งตัวดำเนินคดี จับปรับไปตามข้อกฎหมาย และให้ประกันตัวออกไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fmKn-Xhs39Y

 10,278
สรุปข่าว
09 ก.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 9 ก.ย.62 อ.เฉลิมชัยให้กำลังใจ นศ.วาดพระปางอุลตร้าแมน-ทหารยศร.ท.ข่มขืนเด็ก14-บุกจับโจรชิงทอง4ล้าน

-กรมชลประทานเตือนชาว อ.เสนา อ.ผักไห่ อยุธยา เตรียมรับน้ำท่วมสูง 80 ซม. หลังเขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำที่รับมาจากทางเหนือ เตือน 7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี อยุธยา ลพบุรี ต้องเฝ้าระวัง ติดตามประกาศทางการใกล้ชิด ขณะที่น้ำท่วมอีสาน 5 จังหวัด อุบลฯ ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ยังวิกฤต น้ำท่วมทางหลวง 15 เส้นทาง กรมชลฯเร่งผลักดันน้ำชี น้ำมูล ลงแม่น้ำโขง นายกฯเตรียมลงพื้นที่ยโสธร-อุบลฯวันนี้ กรมชลฯแจ้ง 2 อำเภออยุธยารับมือน้ำสูง หลังต้องระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น  5 จังหวัดอีสานยังจมบาดาล เร่งผลักดันน้ำชี-น้ำมูล ลงแม่น้ำโขง    ส่วนภาคใต้เจอปัญหาควันพิษจากอินโดนีเซีย สงขลาค่าฝุ่นจิ๋วเริ่มสูงเกินมาตรฐาน เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เตือนเรือประมงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ทัศนวิสัยต่ำ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ควันพิษไฟป่าอินโดฯ ลอยปกคลุมภาคใต้ ค่าฝุ่นจิ๋วสงขลาเริ่มสูงเกินมาตรฐาน   -หน่วยอรินทราช 26 บุกโรงแรมในนนทบุรี จับโจรชิงทองร้านออโรร่า ห้างดังย่านบางพลัด ได้ทอง 179 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้าน จนท.บุกจับ โจรไหวตัวฮึดสู้ยิงสวนออกมา สุดท้านยอมจำนนยอมมอบตัว ยึดของกลางได้ทั้งปืนจริง-ปืนปลอม ทองจำนวนหนึ่ง ควบคุมผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 6 หญิง 2 มีประวัติทั้งลักทรัพย์-ยาเสพติด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : บุกจับโจรชิงทอง 179 บาทคาโรงแรม ยิงสู้ก่อนยอมจำนน พร้อมเพื่อนร่วมแก๊ง พบประวัติลักทรัพย์-ค้ายา   -พรรคพลังประชารัฐเอาด้วย เตรียมยื่นญัตติด่วนตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแก้ไข รธน.แต่จะยื่นต่อ ปธ.สภาในสมัยประชุมหน้า เพราะไม่ทันในสมัยนี้เพราะจะปิดประชุมใน 18 ก.ย. หลังอนาคตใหม่ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ เคลื่อนไหวให้แก้ไข รธน. ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : พลังประชารัฐ ลุยด้วยเสนอแก้ รธน. ยื่นสภาประชุมสมัยหน้า ปชป.ยันเรื่องไม่เงียบ กำลังเตรียมข้อมูล   -ปชป.ยืนยันว่าเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลคือแก้ไข รธน.ให้เป็น ปชต.มากยิ่งขึ้น เตรียมข้อมูล รธน.ย้อนหลังไปทุกฉบับมาอ้างอิงเพื่อแก้ไขในฉบับนี้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : พลังประชารัฐ ลุยด้วยเสนอแก้ รธน. ยื่นสภาประชุมสมัยหน้า ปชป.ยันเรื่องไม่เงียบ กำลังเตรียมข้อมูล   -อนาคตใหม่จัดเสวนาเรื่อง รธน.ที่ม.ขอนแก่น ธนาธรระบุกติกาเลือกตั้งที่ไม่เคยเกิดที่ไหนในโลก แต่เกิดในไทย อำนาจปชช.ลดน้อยลง กลับไปเพิ่มอำนาจให้พวกตัวเอง กม.สูงสุดไม่เป็นธรรมนำไปสู่กลียุค ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธนาธร' อัด รธน. คิดแต่สืบทอดอำนาจ ไม่ฟังเสียง ปชช.    -ข้าวเหนียวธงฟ้าดีเดย์วางขาย 11 ก.ย.นี้ มี 2 ขนาดให้เลือก 2 กก. 70 บาท / 5 กก. 160 บาท ปชช.ทั่วไปซื้อได้ที่ร้านธงฟ้า ส่วนห้างค้าปลีกขายเฉพาะผู้มีบัตรคนจน ซื้อได้ไม่เกินคนละ 2 ถุง ตั้งเป้าผลิต 2-3 แสนถุง เน้นภาคเหนือ-อีสาน-กลาง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : พร้อมขาย ข้าวเหนียวธงฟ้าลดค่าครองชีพ ดีเดย์ 11 ก.ย. จำกัดซื้อได้คนละไม่เกิน 2 ถุง   -กระแสตีกลับ นศ.วาดพระพุทธรูปปางอุลตร้าแมนจนถูกวิจารณ์ อ.เฉลิมชัยอัดคลิปให้กำลังใจ อย่าท้อ งานศิลปะต้องมีจินตนาการ การไปมองว่าลบหลู่ศาสนาเป็นเรื่องบ้าบอคอแตก ยิ่งทำให้เด็กสั่นไหว ไม่กล้าทำอะไรอีก   พระมหาไพรวัลย์ชี้จินตนาการพระพุทธเจ้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความเคารพศรัทธาไม่มีรูปแบบนามธรรมอันลึกซึ้ง ทำไมเด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะมองพระพุทธเจ้าเป็นฮีโร่ไม่ได้ ผู้ว่าฯโคราชเผย รมว.วธ.ระบุแม้เป็นอิสระทางความคิด แต่ต้องระมัดระวังความเสี่ยง ก้าวล่วงหรือกระทบความรู้สึกคนในสังคม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'อ.เฉลิมชัย' ให้กำลังใจ นศ.วาดภาพพระปางอุลตร้าแมน 'พระมหาไพรวัลย์' ชี้จินตนาการแต่ละคนไม่เหมือนกัน   -ม็อบมอเตอร์ไซค์กว่า 300 คัน บุกศาลาว่าการ กทม.จี้ผู้ว่าฯอัศวินพิจารณาตัวเองลาออก แอดมินเพจปลดแอกชาวสองล้อระบุ 3 ปีก่อนเรียกร้องให้ จยย.ขึ้นสะพานและอุโมงค์ สุดท้ายเรื่องเงียบ ลั่นคนขี่ จยย.ต้องได้รับความเท่าเทียม   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ชาวสองล้อกว่า 500 คัน รวมตัวจี้ กทม.ยกเลิกกฎห้าม จยย.ขึ้นสะพาน-ลอดอุโมงค์   -จับอาสาสมัครชุดเฉพาะกิจสุราษฎร์ฯ ช่วย ตร.จับยาเสพติด หลังผันตัวมาพัวพันยาเสพติดซะเอง ฉายาต้น นักเลงหลวง พฤติกรรมแสบส่งซิกบอกความเคลื่อนไหว จนท. ทำให้หลายครั้งจับรายใหญ่ไม่ได้ แถมถ้าจับได้ก็จะรีดเงินแลกปล่อยตัว พบเงินในบัญชี 34 ล้าน ผู้ว่าฯสั่งไล่ออกทันที ดำเนินคดีเด็ดขาด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับ อส.เกาะสมุยแสบ แฝงช่วยงาน ตร. ที่แท้คอยส่งสายให้พ่อค้ายา เจอเงินในบัญชี 34 ล้าน    -DSI พบหลักฐานสำคัญคดีบิลลี่ มีคลิปกล้องวงจรปิดจับภาพ จนท.ต้องสงสัย และรถยนต์บิ๊กอุทยาน ในช่วงที่บิลลี่หายตัวไป DSI เตรียมประชุมออกหมายเรียก ด้านชัยวัฒน์บอกขอทุกอย่างเป็นไปตาม กม.จะไม่สัมภาษณ์เรื่องนี้อีก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : dsi เตรียมหยิบคลิปวงจรปิดเห็น จนท.ต้องสงสัย-บิ๊กอุทยาน เป็นหลักฐานเด็ดคดีบิลลี่    -นร.หญิงม.6 ที่ขอนแก่นร้องขอความเป็นธรรม ถูกไฟไหม้ทั้งตัวหลังทำโครงงานวิทยาศาสตร์เผาถ่าน ใน ร.ร.เพื่อแก้ผลสอบฟิสิกส์ที่สอบตกกันทั้งห้อง จนกลัวไม่กล้าไปเรียน พ่อแม่เผยครูปัดความรับผิดชอบ โทษเป็นความผิด นร.ถ้าอยากได้ค่าเสียหายให้ไปฟ้องเอาเอง ทางฝั่งครูโต้ไม่ได้แล้งน้ำใจ ครอบครัวเด็กเรียกเงิน 1 แสน แต่ไม่มีเงิน ผู้ว่าฯสั่งนายอำเภอน้ำพองตรวจสอบข้อเท็จจริง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นร.หญิง ม.6 ทำโครงงานเผาถ่าน แก้ผลสอบฟิสิกส์ที่ตกทั้งห้อง ถูกไฟไหม้ทั้งตัว ครูปัดรับผิดชอบ   -แม่ร้องขอความเป็นธรรม ลูกสาววัย 14 ถูกนายทหารยศร้อยโทข่มขืนนานครึ่งปี พฤติกรรมวิปริต ใช้สายเคเบิ้ลมัดมือ ผ้าอุดปากถ่ายคลิป ความแตกเพราะแอบไปรับเด็กที่ ร.ร.แต่เด็กไม่อยากไป ครูโทรบอกแม่ แจ้งความคดีไม่คืบ โดนข่มขู่ถึงบ้านบอกเส้นใหญ่ ล่าสุดตร.นำตัวฝากขังศาลทหารแต่ได้ประกันตัวสู้คดี ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ร้อยโทหื่น ขยี้กามวิปริตมัดมือ-อุดปากถ่ายคลิป นร.หญิงวัย 14 ซ้ำข่มขู่ลั่นเส้นใหญ่ ใครทำอะไรไม่ได้   -กรณีรูดม่านต่อยเด็กแว้นคาเตียงห้องฉุกเฉิน ล่าสุดเด็กแว้นเข้าเยี่ยม อส.คนเจ็บทันทีหลังศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราว แต่ญาติไม่ให้เข้าเยี่ยม รับไว้แต่คำขอโทษแต่ไม่รับกระเช้า เด็กแว้นก้มกราบเมียคนเจ็บ ขอโทษไม่ได้ตั้งใจ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ญาติไม่ขอรับกระเช้า-ปัดให้เด็กแว้น เยี่ยม อส.หลังพุ่งชนเจ็บสาหัส    -นศ.สาวประเภทสองผวา ถูกชายชราขับวิน จยย.หื่น ตามประกบตื๊อขอมีเซ็กส์ด้วยกลาง บขส.อุบลฯ อวดสรรพคุณมีอาวุธใหญ่ ใครได้ลองถูกใจทุกคน ตร.ตามจับได้แล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สาวประเภท 2 ผวา ลุงวิน จยย.โวมีอาวุธใหญ่ ขอมีสัมพันธ์แลกลดค่ารถ สุดท้ายโดนจับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Oggvi5f82HQ

 6,147
ข่าวภูมิภาค
06 ส.ค. 62

สาวปืนดุอ้างแค่ยิงขู่ขึ้นฟ้า ไม่รู้ช่วงชุลมุนใครยิงสาวประเภทสองในผับ ปัดได้ปืนเป็นของขวัญวันเกิด

โคราช-ความคืบหน้าเหตุหญิงอายุ 25 ปี ใช้อาวุธปืนยิงสาวประเภทสองอายุ 29 ปี ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหน้าร้านอาหารตั้งหลัก ริมถนน 304 ภายในเขตเทศบาลตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย ขณะที่สาวมือยิงถูกเพื่อนของผู้บาดเจ็บรุมจับตัวและกระทืบจนสะบักสะบอม     ต่อมาตำรวจได้เรียกตัว น.ส.ชนิตรา เดชา ผู้ต้องหามาให้ปากคำเพิ่มเติม ซึ่งได้ให้การภาคเสธโดยอ้างว่า ตนได้พกอาวุธปืนพกสั้นไปในที่เกิดเหตุจริง เพราะเห็นว่าเป็นเวลาค่อนข้างดึกแล้วจึงพกไว้ป้องกันตัว แต่ก็มีเกิดเหตุทะเลาะวิวาทมีปากเสียงกับกลุ่มสาวประเภทสองคู่กรณี ซึ่งตนเห็นว่าอาจจะถูกทำร้ายจึงใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าไป 1 นัด หวังจะขู่ให้กลุ่มสาวประเภทสองเกรงกลัว   แต่หลังจากนั้น กลุ่มสาวประเภทสองคู่กรณี ซึ่งเป็นชายล้วนร่างกายใหญ่โตทุกคนก็กรูเข้ามารุมทำร้ายตน แล้วกดร่างของตนลากลงไปที่พื้นร้าน ซึ่งตนจำได้ว่า ณ เวลานั้นปืนไม่ได้อยู่ในมือของตนแล้ว ไม่รู้หลุดมือไปตั้งแต่เมื่อใด แต่มารู้อีกทีก็มีคนตะโกนว่ามีคนได้รับบาดเจ็บถูกยิง ตอนแรกตนก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร มารู้ในภายหลังว่าสาวประเภทสองในกลุ่มนั้นถูกยิงไป 4 นัด     ทั้งนี้ตนและผู้บาดเจ็บไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน และที่พกปืนไปก็ไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายร่างกายใคร แต่กระแสข่าวที่นำเสนอออกไป กลับส่งผลกระทบหลายด้านทั้งเรื่องการอวดอ้างในโซเชียลว่าครอบครัวซื้อปืนให้เป็นของขวัญวันเกิด รวมถึงเรื่องที่ว่าตนไปอ้างว่าเป็นลูกผู้มีอิทธิพล   ซึ่งตนแค่คนทำมาหากินคนหนึ่งที่เปิดร้านเสริมสวย ไม่ได้ร่ำรวยหรือมีธุรกิจใหญ่โตอะไร แล้วเหตุการณ์ชุลมุนจนทำให้คู่กรณีต้องถูกยิงถึง 4 นัด ขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะสืบเสาะหาพยานหลักฐานและสอบสวนหาข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ซึ่งตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องขอโทษผู้บาดเจ็บที่เรื่องราวมันบานปลาย แต่ก็ขอความเป็นธรรมด้วย เพราะตนมั่นใจว่าไม่ได้เป็นคนลั่นไกยิงผู้บาดเจ็บ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MJGbzPb7gD4

 1,987
ข่าวภูมิภาค
05 ส.ค. 62

สาวปืนดุ รัวยิงสาวประเภทสอง 4 นัด ปมเขม่นกันในผับโคราช

โคราช-นายทวีเกียรติ ยางศรี อายุ 29 ปี สาวประเภทสอง ถูกยิง 4 นัดได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าร้านตั้งหลัก สถานบันเทิงริมถนน 304 เขตเทศบาลตำบลเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา   จากการสอบสวนมือปืนคือ น.ส.ชนิตรา เดชา อายุ 25 ปี ถูกเพื่อนนายทวีเกียรติ รุมจับตัวไว้ได้ในสภาพใบหน้าปวดบวม สะบักสะบอม พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด.22 โดยมีภาพจากกล้องวงจรเป็นพยานหลักฐาน     ต่อมามือปืนให้การสารภาพว่า เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงนายทวีเกียรติ สาวประเภทสองจริง ก่อนเกิดเหตุมานั่งดื่มกินที่ร้านโดยอยู่อีกโต๊ะ และเกิดเขม่นกับนายทวีเกียรติ ที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้กันจนเกิดมีปากเสียงกันรุนแรง เมื่อถูกท้าทายจึงใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมายิงไป 4 นัด   จากนั้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย     ส่วนอาการนายทวีเกียรติ ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ร.พ.มหาราชนครราชสีมา โดยแพทย์ยังดูแลอย่างใกล้ชิด อาการสาหัสยังไม่พ้นขีดอันตราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mgKNtOxdHQ4

 5,115
ข่าวภูมิภาค
26 มิ.ย. 62

วิสามัญสิบเอก ซิ่งเก๋งหนีหลังยิงสาวประเภทสองคู่ขา รัวปืนสู้ก่อนถูก ตร.ยิงสวนดับ

อยุธยา-เกิดเหตุตำรวจวิสามัญฆาตกรรม ส.อ.มงกุฎ ทองชุม อายุ 36 ปี บริเวณริมแม่น้ำป่าสัก หมู่ 5 ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ   โดยก่อนที่ ส.อ.มงกุฎ ถูกวิสามัญฆาตกรรม ได้ไปก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายคงศักดิ์ อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกกระสุนปืน 4 นัดเข้าบริเวณท่อนแขนและขา บริเวณปากซอยวัดยางนม 1 ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุไม่มากนัก จากนั้นชุดสืบสวนสภ.ท่าเรือ พร้อมตำรวจสายตรวจ เดินทางไปตรวจสอบพร้อมวิทยุสกัดจับและติดตามรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส   จนกระทั่งพบรถขับออกจากจุดเกิดเหตุบนถนนวัดยางนม มุ่งหน้า สี่แยกวัดถลุงเหล็ก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจนทัน จากนั้นรถของ ส.อ.มงกุฎ เสียหลักพุ่งตกลงไปข้างทางแล้วทิ้งรถวิ่งเข้าไปในพงหญ้าซุกตัวหลบอยู่ในหลุม ตำรวจได้กระจายกำลังปิดล้อม ระหว่างนั้นปรากฎว่าส.อ.มงกุฎ ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ ตำรวจชุดสืบสวนจึงยิงป้องกันตัวสวนเข้าไปทำให้เสียชีวิต   ส่วนสาเหตุที่ผู้ตายไปก่อเหตุยิงนายคงศักดิ์นั้น เบื้องต้นทราบว่า ได้ไปติดพันและคบหากันมา 1 ปี แต่เมื่อช่วงเช้าเกิดทะเลาะกันขึ้น นายคงศักดิ์จึงขี่รถจักรยานยนต์หนีออกจากบ้าน จากนั้น ส.อ.มงกุฎ ขับรถเก๋งตามไปจอดซุ่มอยู่หลังกำแพงวัดยางนม เมื่อเจอตัวยังใช้อาวุธปืนยิงใส่   จากการตรวจสอบประวัติไม่พบเคยต้องโทษคดี แต่ได้ลาออกจากราชการทหารมาหลายปีแล้ว ซึ่งตำรวจจะได้สอบสวนผู้บาดเจ็บเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ส่วนศพส.อ.มงกุฎ ส่งชันสูตรที่ร.พ. ก่อนให้ครอบครัวรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5pEX3B4xA2w

 3,207
กีฬา
26 มิ.ย. 62

'น้องโจ ศราวุธ' จอมพลังปากแดง วัย 19 ปี แต่งหน้าทำผมก่อนยกเหล็ก ขวัญใจกองเชียร์

ขอนแก่น-มีการแข่งขันอีแกท ยกน้ำหนักเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2562 ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ครั้งที่ 3 ห้องประชุมโรงเรียนบ้านไผ่ ข.ก.5 ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่   โดยการแข่งขันครั้งนี้มีดาวรุ่งเยาวชนอายุ 19 ปี ได้แก่ โจ-ศราวุธ อิสระ จอมพลังเจ้าของฉายา 'นักยกนะยะ' สังกัด ร.ร.เทศบาลนครนครสวรรค์ ที่สร้างชื่อเสียงกวาด 3 เหรียญทองในรุ่น 89 กิโลกรัมชาย ทำสถิติผ่านทั้ง 3 ครั้ง โดยท่าสแนตช์ ขึ้นยกทำสถิติผ่านทั้ง 3 ครั้ง ดีที่สุด 127 กก. คลีนแอนด์เจิร์ก ยกทำสถิติ 160 กก. และน้ำหนักรวมอยู่ที่ 287 กก. พร้อมกันนี้ยังได้เป็นตัวแทนขึ้นรับถ้วยรางวัลคะแนนรวมทีมรองชนะเลิศอันดับ 3 ประเภทชาย และรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทหญิง   น้องโจ ศราวุธ จอมพลังปากแดง มัดผม ใส่บราสีชมพูขึ้นแข่งขัน เป็นขวัญใจกองเชียร์ ผันตัวจากการแข่งกรีฑา เปลี่ยนแนวมายกน้ำหนักแทน ก่อนแข่งขันทุกครั้งจะแต่งหน้าทำผม สร้างความมั่นใจ ซึ่งที่บ้านสนับสนุนให้เล่นกีฬา ได้พิสูจน์ให้ทางบ้านและหลายคนที่ครหายอมรับว่าแม้ไม่ใช่ชายแท้ก็ทำเรื่องดีๆได้ ที่ผ่านมาเคยมีแมวมองทีมชาติมาดูแวว แต่พอเห็นเป็นเพศที่สามก็มองข้ามไป ซึ่งส่วนตัวก็ผิดหวังแต่ก็ไม่ท้อ อนาคตใฝ่ฝันที่จะติดทีมชาติสักครั้งในชีวิต และอยากให้เพศที่สามได้รับความเท่าเทียมในสังคม   ทั้งนี้น้องโจเผยเคล็ดลับความสำเร็จว่า เราต้องมั่นใจ ฝึกซ้อม ขยันหมั่นเพียร มีระเบียบวินัยในตัวเองสูง ถึงจะเป็นแบบนี้ แต่ก็ต้องมีความขยันและความอดทนสูงมาก ต้องไม่กดดันตัวเอง เป็นตัวเองให้มากที่สุด อนาคตตนอยากเป็นโค้ช หรือเป็นอาจารย์สอนน้อง โดยนำความรู้ที่เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์มา นำมาสอนให้กับน้องๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/P4SJFlp9vBk

 1,763
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ค. 62

กองปราบฯบุกรวบ สาวประเภทสอง กลางห้างดัง หนีคดีฉ้อโกง-ครอบครองยาเสพติด นาน 5 ปี

กองปราบฯบุกรวบ สาวประเภทสอง กลางห้างดัง ย่านงามวงศ์วาน หนีคดี ฉ้อโกง-ครอบครองยาเสพติด มาเป็นลูกจ้างขายมือถือ    (24 พ.ค. 62) นายมารุต แสงสุวรรณ อายุ 33 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ลงวันที่ 26 ก.ค.2557 ในข้อหาฉ้อโกง และหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ลงวันที่ 17 ก.พ.2557 ในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยมีพฤติการณ์หลบหนีไม่ไปศาลตามนัด โดยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม จับกุมได้ที่บริเวณร้านขายโทรศัพท์มือถือ ชั้น 2 ห้างสรรสินค้าย่านงามวงศ์วาน จ.นนทบุรี    ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนทราบว่า นายมารุต ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา และหลบหนีหมายจับ โดยพบว่าปัจจุบันมาขายโทรศัพท์อยู่ที่ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน จึงเข้าจับกุมตัวดังกล่าว    เบื้องต้นสอบสวนผู้ต้องหา ยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันจริง จึงแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่ง สถานีตำรวจนครบาลบางนา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 4,661
สังคม-อาชญากรรม
01 พ.ค. 62

เหยื่อร้องจับสาวประเภทสอง หลอกลงทุนเกมออนไลน์ เชิดเงินกว่า 50 ล้านบาทหนี

ผู้เสียหายกว่า 30 คน แจ้งจับสาวประเภทสอง อดีตพรีเซ็นเตอร์ สถานเสริมความงาม ฉ้อโกงเงิน จากการลงทุนเล่นเกมออนไลน์ ข้าวโพด มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท   (1 พ.ค.62) ผู้เสียหายกว่า 30 คน เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับสาวประเภทสอง อดีตพรีเซ็นเตอร์ สถานเสริมความงามรายหนึ่ง ที่ชักชวนกลุ่มผู้เสียหาย รวมกลุ่มกันกว่า300 คน เล่นเกมออนไลน์ ที่ใช้ชื่อว่า 'ข้าวโพด' ซึ่งเป็นเกมที่มีเงินปันผลจากการลงทุน ซื้อของในเกม และสามารถทำยอดในเกมได้ตามเป้าหมาย ก่อนจะเปลี่ยนไปชักชวนให้ถือหุ้นลงทุนในเกมนี้แทน แล้วเชิดเงินของกลุ่มผู้เสียหายที่คาดว่า มีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาทหนีไป   นางสาวนินทร์รตา มุสิกทองสิริโชติ หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่า เริ่มเล่นเกมนี้ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว หลังจากรู้จักกับผู้เสียหายที่งานสัมมนางานหนึ่ง ที่เกี่ยวกับการเสริมความงาม ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะพยายามเข้ามาตีสนิทประมาณ 2 ปี และชักชวนเล่นเกมออนไลน์ โดยบอกว่าเป็นเกมที่ได้รับเงินปันผลจริง ซึ่งครั้งแรกที่เล่นก็ได้รับเงินปันผลตามที่ผู้ก่อเหตุอ้าง จนกระทั่งไม่กี่เดือนก่อน ผู้ก่อเหตุเสนอให้ร่วมลงทุนเพื่อแลกกับผลตอบแทนที่สูงขึ้น เช่นลงทุน10,000 บาท ได้เงินปันผลวันละ100 บาท และยังมีแพ็กเก็จที่จูงใจ ทำให้หลายคนตัดสินใจร่วมทุน ซึ่งมีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาท แรก ๆ ยังคงได้เงินตอบแทน แต่จากนั้นไม่นานผู้ก่อเหตุ อ้างว่ามีการเปลี่ยนผู้ลงทุนเป็นชาวสิงคโปร์ และในเดือนมีนาคม ก็ประกาศยกเลิกเกมดังกล่าวและยุติการให้เงินปันผล เมื่อพวกตนพยายามทวงถามเงินที่ลงทุน กลับถูกบ่ายเบี่ยงว่าจะนำเงินมาคืนให้หลังการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้เงินคืน กระทั่งขาดการติดต่อไป    ตรวจสอบพบผู้ก่อเหตุมีความพยายามสร้างข้อมูลปลอม เช่นการเช็คอินสถานที่ว่าอยู่ต่างประเทศ โดยมีภาพถ่ายยืนยัน แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่า เป็นร้านอาหารที่อยู่ในประเทศไทย อีกทั้งยังเคยรับสารภาพกับ 1 ในกลุ่มผู้เสียหาย ว่าเรื่องทั้งหมดนั้นแต่งขึ้น และเงินที่ได้มาก็ถูกนำไปใช้จ่ายจนหมดแล้ว   นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ ระบุว่า คดีนี้มีผู้เสียหายทั่วประเทศ มากกว่า 300 คน นอกจากผู้ที่มาแจ้งความในวันนี้ ทราบว่าคนอื่น ๆ ได้ทยอยไปแจ้งความตามโรงพักต่าง ๆ แล้ว ส่วนพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ มีทั้งหลักฐานการโอนเงิน ข้อความสนทนาผ่านโซเชียลมีเดีย รวมถึงการโฆษณาชักชวนให้ร่วมลงทุน เล่นเกม ซึ่งปัจจุบันผู้ก่อเหตุได้ลบข้อมูลเหล่านี้ออกจากเฟซบุ๊กไปหมดแล้ว -ส่วนข้อหาที่คาดว่าจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นมี 4 ข้อหา ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน /ความผิดตามพรก.กู้ยืมเงินประชาชน /ความผิดฐานฟอกเงิน และความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  

 1,689

Top