ค้นหา :

ผลการค้นหา "นักศึกษา"

ข่าวภูมิภาค
19 ก.พ. 63

ผญบ.แจงไล่ นศ.ทำโปรเจคพ้นหมู่บ้าน หลังถ่ายรูปคนจน แจงตาจนไม่จริง ก๊งเหล้าทุกวัน

บุรีรัมย์-นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ ปี 3 คณะวิทยาศาสตร์ จำนวน 36 คน ได้รับความเดือดร้อน หลังจากถูกนายก อบต.เสม็ด และผู้ใหญ่บ้านโคกใหญ่ ต.เสม็ด ทำหนังสือถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เพื่อยกเลิกไม่ให้นักศึกษาคณะดังกล่าว ไปเก็บข้อมูลในหมู่บ้านอีกต่อไป   โดยอ้างว่าทำให้หมู่บ้านได้รับเสื่อมเสียชื่อเสียง และไม่มีสัมมาคารวะ หลังจากนักศึกษาเอาภาพชาวบ้านในหมู่บ้านที่มีความเป็นอยู่ที่ยากไร้ เอาไปลงในโลกออนไลน์ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง   จากการตรวจสอบในหมู่บ้านเสม็ด ไปพบนายเหลิม ประทีบรัมย์ อายุ 71 ปี และนางเภา ปริรัมย์ อายุ 70 ปี สองสามีภรรยา อาศัยอยู่ที่ดินว่างเปล่าท้ายหมู่บ้านเสม็ดจริง พร้อมกับหลานวัย 19 ปี พิการทางสมองมาตั้งแต่กำเนิด มีอาชีพเผาถ่านขาย ชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบากจริง และมีอีกประมาณ 4 ครอบครัวที่ปลูกเป็นกระท่อมพักอาศัยอยู่บริเวณนั้น   นายเหลิม บอกว่า วันก่อนได้มีผู้ใหญ่บ้านและรองนายก อบต.เข้ามาพบ ถามว่าตาเป็นคนบอกให้นักศึกษามาถ่ายภาพใช่ไหม ตนก็บอกว่าไม่ได้บอก เขามากันเอง จากนั้นผู้ใหญ่บ้าน ได้มอบข้าวสารอาหารแห้งจำนวนหนึ่ง ตนก็ดีใจ ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ก็เท่าที่เห็น ได้รับเบี้ยคนชราและเบี้ยคนพิการของหลานเอามาใช้จ่าย และเผาถ่านเป็นรายได้เสริม ทำตามกำลังที่พอมีอยู่   จากการสอบถามนายสุวโรจน์ เศรษฐธีรกุล อายุ 41 ปี ผู้ใหญ่บ้านโคกใหญ่ หมู่ 1 ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ตนกับนายก อบต.ได้ทำหนังสือถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อขอยกเลิกการให้นักศึกษามาเก็บข้อมูลในหมู่บ้าน ด้วยเหตุผลไม่ปฏิบัติตามข้อระเบียบของหมู่บ้าน ทั้งยังไม่มีการขอโทษที่เอาภาพไปลงเฟชบุ๊ก และไม่มีสัมมาคารวะ   ส่วนการที่นักศึกษาเอาภาพดังกล่าวไปโพสต์ เป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง ก่อนหน้านี้ อสม.ในหมู่บ้านเคยเข้าไปสอบถามสองตา-ยายแล้ว แต่ได้รับคำตอบว่า ไม่ขอรับสิ่งของใดๆ เพราะพอมีอยู่มีกินสบาย ได้ก๊งเหล้าทุกวัน จึงไม่มีการช่วยเหลือ ประกอบกับภรรยานายเหลิม มีทะเบียนบ้านอยู่ตำบลอื่น ไม่ใช่ตำบลเสม็ด จึงถือว่าเอาข้อมูลเท็จไปลงทำให้เสื่อมเสีย   ด้านตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ คณะวิทยาศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้พวกตนได้ขออนุญาตผู้ใหญ่บ้านโคกใหญ่ เพื่อขอเข้าไปเก็บข้อมูลทุกด้านในหมู่บ้าน เพื่อทำโปรเจค ส่งอาจารย์ก่อนปิดเทอม ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลานานร่วม 3 เดือน กลุ่มพวกตนจำนวน 36 คน ได้เข้าสอบถามชาวบ้านเพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ กระทั่งไปพบครอบครัวยากจน ไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงเข้าไปถ่ายภาพ แล้วเอามาลงเฟชบุ๊ก   หลังจากนั้นได้มีคนเข้ามาสอบถามและช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งรู้ถึงผู้ใหญ่บ้าน ก่อนจะมีการสั่งไม่ให้ลงพื้นที่อีก จริงแล้วอีก 7 วันโปรเจคของพวกตนก็จะเสร็จสิ้น ยอมรับว่าเดือดร้อนอย่างหนัก ต้องวิ่งหาหมู่บ้านอื่นมาทำโปรเจคใหม่ แต่ต้องใช้เวลาเพียง 7 วันที่จะต้องทำให้เสร็จสิ้น ถึงเวลานี้ไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆอีก เพราะอาจารย์ผู้สอนได้หาหมู่บ้านใหม่ไปทำโปรเจคให้แล้ว และไม่อยากต่อความยาวอีก  

 45,099
สังคม
19 ก.พ. 63

ผญบ.แจงไล่ นศ.ทำโปรเจคพ้นหมู่บ้าน หลังถ่ายรูปคนจน แจงตาจนไม่จริง ก๊งเหล้าทุกวัน

บุรีรัมย์-นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ ปี 3 คณะวิทยาศาสตร์ จำนวน 36 คน ได้รับความเดือดร้อน หลังจากถูกนายก อบต.เสม็ด และผู้ใหญ่บ้านโคกใหญ่ ต.เสม็ด ทำหนังสือถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เพื่อยกเลิกไม่ให้นักศึกษาคณะดังกล่าว ไปเก็บข้อมูลในหมู่บ้านอีกต่อไป   โดยอ้างว่าทำให้หมู่บ้านได้รับเสื่อมเสียชื่อเสียง และไม่มีสัมมาคารวะ หลังจากนักศึกษาเอาภาพชาวบ้านในหมู่บ้านที่มีความเป็นอยู่ที่ยากไร้ เอาไปลงในโลกออนไลน์ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง   จากการตรวจสอบในหมู่บ้านเสม็ด ไปพบนายเหลิม ประทีบรัมย์ อายุ 71 ปี และนางเภา ปริรัมย์ อายุ 70 ปี สองสามีภรรยา อาศัยอยู่ที่ดินว่างเปล่าท้ายหมู่บ้านเสม็ดจริง พร้อมกับหลานวัย 19 ปี พิการทางสมองมาตั้งแต่กำเนิด มีอาชีพเผาถ่านขาย ชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบากจริง และมีอีกประมาณ 4 ครอบครัวที่ปลูกเป็นกระท่อมพักอาศัยอยู่บริเวณนั้น   นายเหลิม บอกว่า วันก่อนได้มีผู้ใหญ่บ้านและรองนายก อบต.เข้ามาพบ ถามว่าตาเป็นคนบอกให้นักศึกษามาถ่ายภาพใช่ไหม ตนก็บอกว่าไม่ได้บอก เขามากันเอง จากนั้นผู้ใหญ่บ้าน ได้มอบข้าวสารอาหารแห้งจำนวนหนึ่ง ตนก็ดีใจ ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ก็เท่าที่เห็น ได้รับเบี้ยคนชราและเบี้ยคนพิการของหลานเอามาใช้จ่าย และเผาถ่านเป็นรายได้เสริม ทำตามกำลังที่พอมีอยู่   จากการสอบถามนายสุวโรจน์ เศรษฐธีรกุล อายุ 41 ปี ผู้ใหญ่บ้านโคกใหญ่ หมู่ 1 ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ตนกับนายก อบต.ได้ทำหนังสือถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อขอยกเลิกการให้นักศึกษามาเก็บข้อมูลในหมู่บ้าน ด้วยเหตุผลไม่ปฏิบัติตามข้อระเบียบของหมู่บ้าน ทั้งยังไม่มีการขอโทษที่เอาภาพไปลงเฟชบุ๊ก และไม่มีสัมมาคารวะ   ส่วนการที่นักศึกษาเอาภาพดังกล่าวไปโพสต์ เป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง ก่อนหน้านี้ อสม.ในหมู่บ้านเคยเข้าไปสอบถามสองตา-ยายแล้ว แต่ได้รับคำตอบว่า ไม่ขอรับสิ่งของใดๆ เพราะพอมีอยู่มีกินสบาย ได้ก๊งเหล้าทุกวัน จึงไม่มีการช่วยเหลือ ประกอบกับภรรยานายเหลิม มีทะเบียนบ้านอยู่ตำบลอื่น ไม่ใช่ตำบลเสม็ด จึงถือว่าเอาข้อมูลเท็จไปลงทำให้เสื่อมเสีย   ด้านตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ คณะวิทยาศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้พวกตนได้ขออนุญาตผู้ใหญ่บ้านโคกใหญ่ เพื่อขอเข้าไปเก็บข้อมูลทุกด้านในหมู่บ้าน เพื่อทำโปรเจค ส่งอาจารย์ก่อนปิดเทอม ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลานานร่วม 3 เดือน กลุ่มพวกตนจำนวน 36 คน ได้เข้าสอบถามชาวบ้านเพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ กระทั่งไปพบครอบครัวยากจน ไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงเข้าไปถ่ายภาพ แล้วเอามาลงเฟชบุ๊ก   หลังจากนั้นได้มีคนเข้ามาสอบถามและช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งรู้ถึงผู้ใหญ่บ้าน ก่อนจะมีการสั่งไม่ให้ลงพื้นที่อีก จริงแล้วอีก 7 วันโปรเจคของพวกตนก็จะเสร็จสิ้น ยอมรับว่าเดือดร้อนอย่างหนัก ต้องวิ่งหาหมู่บ้านอื่นมาทำโปรเจคใหม่ แต่ต้องใช้เวลาเพียง 7 วันที่จะต้องทำให้เสร็จสิ้น ถึงเวลานี้ไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆอีก เพราะอาจารย์ผู้สอนได้หาหมู่บ้านใหม่ไปทำโปรเจคให้แล้ว และไม่อยากต่อความยาวอีก  

 45,099
สังคม
02 ก.พ. 63

ขอบคุณน้ำใจ! ชาวโซเชียลแห่บริจาคช่วย 'ลุงน้อย' นศ.วัย56 ให้ได้เรียนต่อ

คุณวิรัชชัย สงวนสิน หรือลุงน้อย อายุ 56 ปี เป็นนักศึกษา กศ.บป. ภาคเสาร์-อาทิตย์ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่มีอายุมากที่สุดในชั้นเรียน   โดยคุณวิรัชชัย มาจากครอบครัวที่ยากจน เมื่อจบชั้นประถมศึกษาแล้วไม่ได้เรียนต่อ มารับจ่างทำงานทั่วไป ได้ค่าจ้างวันละ 300 บาท แต่เนื่องจากเป็นคนใฝ่รู้ ใฝ่เรียน จึงไปเรียนกศน. จนจบเทียบระดับมัธยมปลาย มีเงินเก็บ 40,000 บาท นำไปสมัครเข้าเรียน ระดับปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม    ในสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณวิรัชชัย ไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อขอลาออกเพราะไม่มีเงินเรียนต่อ อาจารย์ไปแจ้งข่าวทางโซเชียลมีเดีย มีคนเข้ามาบริจาคมากมาย   จนได้เงินเพียงพอจึงมาติดต่อขอหยุดรับการบริจาค อาจารย์ที่ปรึกษาก็ตามไปเยี่ยมถึงที่บ้าน จึงได้พบว่าอาศัยที่วัดนอน ไม่มีห้องน้ำ   โดยอาจารย์ได้บอกว่าจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการเงินที่ได้รับบริจาคมา ซึ่งจะแบ่งเงินเป็น 2 ส่วน ส่วนที่1 จะให้คุณวิรัชชัย ไปไว้ใช้จ่ายส่วนตัว ส่วนที่2 จะไว้สำหรับค่าเทอม และส่วนของการบำรุงบ้าน      ชมผ่านยูทูปที่นี่ : youtu.be/iYr2Gn9W-XM  

 1,279
ข่าวภูมิภาค
31 ม.ค. 63

โซเชียลแห่ช่วยค่าเทอม 'ลุงน้อย' ทำตามฝันเรียนมหาวิทยาลัยในวัย 56

พิษณุโลก-โซเชียลแห่บริจาคเงินช่วยเหลือ ลุงน้อย อายุ 56 ปี นักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาไทย ที่ทำงานเก็บเงิน มุ่งมั่นตั้งใจเรียน แต่ตอนนี้เงินหมด จนต้องขอลาออกกลางภาคเรียน    เพจเฟซบุ๊ก สาขาวิชาภาษาไทย มรภ.พิบูลสงคราม โพสต์ปิดรับบริจาคทุนการศึกษาให้แก่ นายวิรัชชัย สงวนสิน หรือลุงน้อย นักศึกษาภาคเสาร์-อาทิตย์ อายุ 56 ปี สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม   หลังจากเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563 ได้บอกเล่าเรื่องราวให้ศิษย์เก่าได้ทราบว่า ลุงน้อย เป็นนักศึกษาของสาขาที่อายุมากที่สุดเท่าที่เคยสอนมา จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลุงน้อย ได้พบอาจารย์ที่ปรึกษา และแจ้งอาจารย์ว่าจะขอลาออกเนื่องจากไม่มีค่าเทอมแล้ว มีเงินเหลือในบัญชีเพียงแค่ 50 บาท   และเมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านก็พบว่า ลุงน้อย ไม่มีญาติพี่น้องและครอบครัว พักอาศัยอยู่ในบ้านที่สร้างเอาไว้ บ้านเล็ก ๆ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีผนังกันแดดกันฝน ไม่มีห้องน้ำ มีเพียงกะละมังกับสายยางเก่า ๆ ที่เอาไว้ต่อกับประปาที่ทางโรงเรียนแบ่งให้ใช้ เวลาอาบน้ำก็ต้องอาบในป่ากล้วย อาหารการกินใช้อย่างประหยัด พอประทังชีวิตได้ จึงแจ้งข่าวสารให้เหล่าศิษย์ได้รับทราบเพื่อหาทางช่วยเหลือลุงน้อย และเมื่อเรื่องราวของลุงน้อยถูกเผยแพร่ออกไป เหล่าบรรดาชาวโซเชียลจากทั่วประเทศ ได้บริจาคเงินช่วยเหลือค่าเทอมเข้ามาเป็นจำนวนมาก   ล่าสุด ลุงน้อย ได้เข้ามาที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพื่อฟังข่าวจากทางผู้บริหารคณะ ว่าขณะนี้มีผู้ที่ทราบข่าวเข้ามาให้ความช่วยเหลือเรื่องค่าเทอมและช่วยปรับปรุงบ้าน รวมถึงบริจาคเงินเพื่อให้ลุงน้อยเอาไว้ใช้จ่ายในการเรียน ตามความตั้งใจเป็นจำนวนมากแล้ว   นายวิรัชชัย หรือลุงน้อย เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนเองมีฐานะยากจน ในอดีตเคยไปเป็นคนงานขายแรงในกรุงเทพฯ เก็บเงินเอาไว้ได้ก้อนหนึ่ง จึงซื้อที่ดินเก็บเอาไว้พักอาศัยในปัจจุบัน ในราคา 30,000 บาท โดยตนทำงานรับจ้างทั่วไป ได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ซึ่งพบปัญหาว่าหากยังคงขายแรงทำงานต่อไป แบบคนไม่มีความรู้ ไม่มีวุฒิการศึกษา คงจะต้องลำบากตลอดไป   จึงนำเอาเงินเก็บ จำนวน 40,000 บาท ที่เหลืออยู่ มาใช้ในการเรียน กศน.ชั้นมัธยมต้น และมัธยมปลาย รวมถึงระดับปริญญาตรี แต่ปัจจุบันรายได้มีไม่เพียงพอที่จะมาเรียนหนังสือได้อีกแล้ว จึงเข้ามาพบแจ้งความจำนงที่จะลาออก เพราะไม่มีเงินมาเรียนอย่างที่เคยวางแผนเอาไว้แล้ว   ทั้งนี้ หลังจากทราบว่ามีผู้ทราบข่าว โอนเงินเข้ามาช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก อย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ลุงน้อยได้กล่าวขอบคุณทุกคน ที่ทำให้ความฝันของตนเอง ที่ต้องการปริญญาบัตร ในการประกอบอาชีพ ทำงานสุจริต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามความตั้งใจ โดยลุงน้อยจะตั้งใจเรียนให้จบ ตามที่ทุกคนให้การสนับสนุน   ด้าน นายปฐมพงษ์ สุขเล็ก อาจารย์สาขาภาษาไทย อาจารย์ที่ปรึกษาของนายวิรัชชัย เปิดเผยว่า ในชั้นปีที่ 1 นายวิรัชชัย มีผลการเรียนอยู่ในระดับที่เรียนได้ แต่สิ่งที่พบเจอและสัมผัสได้จากนักศึกษาคนนี้ คือความมุ่งมั่น ตั้งใจเรียน ถึงแม้ว่าการเรียนในระดับ กศน. จะแตกต่างจากการเรียนตามปกติ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคมากต่อการเรียนของลุงน้อยแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/voAQ-K1XH1M

 7,187
สังคม
31 ม.ค. 63

โซเชียลแห่ช่วยค่าเทอม 'ลุงน้อย' ทำตามฝันเรียนมหาวิทยาลัยในวัย 56

พิษณุโลก-โซเชียลแห่บริจาคเงินช่วยเหลือ ลุงน้อย อายุ 56 ปี นักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาไทย ที่ทำงานเก็บเงิน มุ่งมั่นตั้งใจเรียน แต่ตอนนี้เงินหมด จนต้องขอลาออกกลางภาคเรียน    เพจเฟซบุ๊ก สาขาวิชาภาษาไทย มรภ.พิบูลสงคราม โพสต์ปิดรับบริจาคทุนการศึกษาให้แก่ นายวิรัชชัย สงวนสิน หรือลุงน้อย นักศึกษาภาคเสาร์-อาทิตย์ อายุ 56 ปี สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม   หลังจากเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563 ได้บอกเล่าเรื่องราวให้ศิษย์เก่าได้ทราบว่า ลุงน้อย เป็นนักศึกษาของสาขาที่อายุมากที่สุดเท่าที่เคยสอนมา จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลุงน้อย ได้พบอาจารย์ที่ปรึกษา และแจ้งอาจารย์ว่าจะขอลาออกเนื่องจากไม่มีค่าเทอมแล้ว มีเงินเหลือในบัญชีเพียงแค่ 50 บาท   และเมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านก็พบว่า ลุงน้อย ไม่มีญาติพี่น้องและครอบครัว พักอาศัยอยู่ในบ้านที่สร้างเอาไว้ บ้านเล็ก ๆ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีผนังกันแดดกันฝน ไม่มีห้องน้ำ มีเพียงกะละมังกับสายยางเก่า ๆ ที่เอาไว้ต่อกับประปาที่ทางโรงเรียนแบ่งให้ใช้ เวลาอาบน้ำก็ต้องอาบในป่ากล้วย อาหารการกินใช้อย่างประหยัด พอประทังชีวิตได้ จึงแจ้งข่าวสารให้เหล่าศิษย์ได้รับทราบเพื่อหาทางช่วยเหลือลุงน้อย และเมื่อเรื่องราวของลุงน้อยถูกเผยแพร่ออกไป เหล่าบรรดาชาวโซเชียลจากทั่วประเทศ ได้บริจาคเงินช่วยเหลือค่าเทอมเข้ามาเป็นจำนวนมาก   ล่าสุด ลุงน้อย ได้เข้ามาที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพื่อฟังข่าวจากทางผู้บริหารคณะ ว่าขณะนี้มีผู้ที่ทราบข่าวเข้ามาให้ความช่วยเหลือเรื่องค่าเทอมและช่วยปรับปรุงบ้าน รวมถึงบริจาคเงินเพื่อให้ลุงน้อยเอาไว้ใช้จ่ายในการเรียน ตามความตั้งใจเป็นจำนวนมากแล้ว   นายวิรัชชัย หรือลุงน้อย เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนเองมีฐานะยากจน ในอดีตเคยไปเป็นคนงานขายแรงในกรุงเทพฯ เก็บเงินเอาไว้ได้ก้อนหนึ่ง จึงซื้อที่ดินเก็บเอาไว้พักอาศัยในปัจจุบัน ในราคา 30,000 บาท โดยตนทำงานรับจ้างทั่วไป ได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ซึ่งพบปัญหาว่าหากยังคงขายแรงทำงานต่อไป แบบคนไม่มีความรู้ ไม่มีวุฒิการศึกษา คงจะต้องลำบากตลอดไป   จึงนำเอาเงินเก็บ จำนวน 40,000 บาท ที่เหลืออยู่ มาใช้ในการเรียน กศน.ชั้นมัธยมต้น และมัธยมปลาย รวมถึงระดับปริญญาตรี แต่ปัจจุบันรายได้มีไม่เพียงพอที่จะมาเรียนหนังสือได้อีกแล้ว จึงเข้ามาพบแจ้งความจำนงที่จะลาออก เพราะไม่มีเงินมาเรียนอย่างที่เคยวางแผนเอาไว้แล้ว   ทั้งนี้ หลังจากทราบว่ามีผู้ทราบข่าว โอนเงินเข้ามาช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก อย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ลุงน้อยได้กล่าวขอบคุณทุกคน ที่ทำให้ความฝันของตนเอง ที่ต้องการปริญญาบัตร ในการประกอบอาชีพ ทำงานสุจริต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามความตั้งใจ โดยลุงน้อยจะตั้งใจเรียนให้จบ ตามที่ทุกคนให้การสนับสนุน   ด้าน นายปฐมพงษ์ สุขเล็ก อาจารย์สาขาภาษาไทย อาจารย์ที่ปรึกษาของนายวิรัชชัย เปิดเผยว่า ในชั้นปีที่ 1 นายวิรัชชัย มีผลการเรียนอยู่ในระดับที่เรียนได้ แต่สิ่งที่พบเจอและสัมผัสได้จากนักศึกษาคนนี้ คือความมุ่งมั่น ตั้งใจเรียน ถึงแม้ว่าการเรียนในระดับ กศน. จะแตกต่างจากการเรียนตามปกติ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคมากต่อการเรียนของลุงน้อยแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/voAQ-K1XH1M

 7,187
สังคม
28 ม.ค. 63

ลำปาง-อ่างทอง กักตัวผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา

หลังจากที่ที่มีคนที่ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่ง ชื่อ นายช่างเก๋า โฟกัสเฮ้าส์ เขียนโพสต์ข้อความว่า “ประกาศ : ลำปางมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนนา 2019 จำนวน 1 ราย อายุ 8 ขวบ สาเหตุไปเที่ยวเชียงใหม่มาครับ!อย่างใกล้กลุ่มคนจีนนะครับ” และจากนั้นก็มีอีกหลายคนที่โพสต์เนื้อหาเกี่ยวกับโรคโคโรนาว่า ขณะนี้มีการรับตัวผู้ป่วยชาวจีน 3 คนเข้ารักษาที่โรงพยาบาลลำปาง ทำให้ประชาชนชาวลำปางต่างตื่นตระหนก แสดงความคิดเห็นและได้แชร์โพสต์ดังกล่าวไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งบางคนถึงขั้นบอกว่าจะไม่ไปโรงพยาบาลลำปางในช่วงนี้เพราะกลัวติดเชื้อไวรัสโคโรนา   ทางด้านนายประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง ได้ออกหนังสือด่วนถึง ผอ.รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ผอ.โรงพยาบาลมะเร็งลำปาง ผอ.โรงพยาบาลเขลางค์นคร-ราม และ ผอ.โรงพยาบาลแวนแซนด์วู้ด เพื่อเตรียมความพร้อมการสวมและถอดอุปกรณ์ป้องกันน่างกายส่วนบุคคลสำหรับทีมบุคคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่   พร้อมกับให้ข้อมูลเรื่องที่เป็นกระแสข่าวว่า ตอนนี้ รพ.ลำปาง หรือโรงพยาบาลในเครือข่ายสาธารณสุข ที่จะต้องเฝ้าระวังกลุ่มคนที่อยู่ในข่ายต้องดูแลเป็นกรณีพิเศษ อย่างเช่นคนไข้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา มีนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาท่องเที่ยวที่เชียงใหม่ และมาเจอที่เชียงใหม่ว่าเข้าข่ายที่จะต้องให้การดูแล ซึ่งขณะนี้ไม่ได้บอกว่าทั้งสามคนพ่อแม่ลูก เป็นโรคโคโรนา แต่มีสองคนคือพ่อกับลูกเป็นไข้จึงต้องพามาทั้งครอบครัว เพื่อเฝ้าระวังเอาไว้ก่อน    ส่วนข่าวลือว่ามีเด็ก 8 ขวบติดเชื้อนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ขอให้ประชาชนสบายใจได้ สำหรับบางคนที่เมื่อเห็นการแชร์แล้วบอกว่าจะไม่มาโรงพยาบาลลำปางแล้วนั้น ขอเตือนว่าการนำข้อมูลที่ไม่จริงหรือไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงลงเผยแพร่นั้นขอให้หยุดการเผยแพร่และการแชร์ และด้วยมาตรการที่ดูแลอยู่ยืนยันได้ว่าไม่มีความเสี่ยงต่อผู้ที่จะมาใช้บริการที่โรงพยาบาลอย่างแน่นอน และอาการของผู้ที่ป่วยก็ไม่รุนแรง เป็นเพียงมาตรการในการเฝ้าระวังตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น   ส่วนที่จ.อ่างทอง มีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 1 คน เป็นนักศึกษาหญิงไทย อายุประมาณ 20 ปี ที่ได้เดินทางไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอ่างทอง ด้วยอาการไอ และมีเสมหะ แต่ไม่มีไข้ขึ้นสูง ซึ่งทางโรงพยาบาลอ่างทอง ได้รับตัวนักศึกษาไว้สังเกตอาการ ในห้องแยกและได้เจาะเลือดเพื่อนำไปส่งตรวจ ว่ามีเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือไม่   ล่าสุดยังคงต้องต้องเฝ้าระวังเพื่อรอผลตรวจเลือด และทางเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขจะออกมาเป็นผู้ยืนยันเท่านั้น และขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะตัวนักศึกษายังไม่มีอาการที่น่าเป็นห่วง แค่ต้องรอผลเลือดที่แน่ชัดจึงสามารถยืนยันได้   ล่าสุดผู้ป่วยรายนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้องควบคุมโรค มีหมอและพยาบาลสังเกตุอาการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ สำนักงานสาธารณสุข จ.อ่างทอง ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่บ้านพักของผู้ป่วยรายนี้ด้วย และหากได้รับแจ้งว่าไม่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ก็จะให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ทันที    รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/ivY1ToYWK6g

 507
ประชาสัมพันธ์
25 ธ.ค. 62

กระทรวงดิจิทัลฯ-กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ร่วมกับ atci ขับเคลื่อนศักยภาพเยาวชนรุ่นใหม่ ปั้นครีเอทีฟยุคดิสรัปชั่น เติมไอเดียไวรัลคลิปโฆษณาสุดปัง!

ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับโครงการ X Campus Ads Idea Contest 2019 จัดอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ที่เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ ส่งคลิปโฆษณาเข้ามาร่วมประกวด โดยทีมที่ผ่านการคัดเลือก จะได้รับโจทย์จากแบรนด์ ผู้สนับสนุน เพื่อผลิตคลิปวีดีโอโฆษณา ในรอบตัดสิน ปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดทั้งหมด 721 คลิป มีนักศึกษาทั่วประเทศกว่า 56 สถาบันเข้าร่วม โดยมีผลงานผ่านเข้ารอบ 27 ทีม จาก 9 สถาบันการศึกษา และเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป ร่วมโหวตให้คะแนนผลงานผ่านเว็บไซต์ของโครงการ ซึ่งโครงการนี้ จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมด้วยพันธมิตรองค์กรต่าง ๆ เพื่อจะปั้นนักโฆษณายุคใหม่ ผ่านไวรัลคลิปโฆษณา ที่มีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ   นางสาวสุภาวดี ตันติยานนท์ อุปนายกฝ่าย รัฐกิจสัมพันธ์ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน โครงการ X Campus Ads Idea Contest 2019 กล่าวว่า ผลงานปีนี้ ถ้าเทียบกับปีที่แล้ว ถือว่ามีการทำงานที่เข้มข้นขึ้น มีมิติการตีความที่กว้างกว่าเดิม หลายงานนำไปใช้ได้จริง ด้วยปัจจุบันโลกออนไลน์มีการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น จึงทำให้แต่ละทีม เมื่อรับโจทย์จากแบรนด์ผู้สนับสนุนไปแล้ว สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อมาพัฒนางานได้ต่อ   ยุคนี้ไวรัลคลิปโฆษณาบนออนไลน์มีความสำคัญอย่างมาก ในเชิงการตลาด ดังนั้นคนที่ทำโฆษณาหน้าใหม่ ๆ ต้องมีแนวคิดในการทำคลิป ที่คนดูต้องหยุดดูตั้งแต่นาทีแรก มีความสนุกสามารถสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ได้ ถือเป็นโจทย์สำคัญ ที่คนทำโฆษณายุคใหม่ต้องมีทักษะ     ในมุมของการตลาด แม้คลิปไวรัลจะเป็นกระแสที่ตอบโจทย์ในการสร้างแบรนด์ แต่องค์กรที่จะทำต้องมีความชัดเจนว่า สิ่งที่ต้องการจะสื่อสารผ่านคลิปคืออะไร และตอบความต้องการกลุ่มเป้าหมาย ที่อยู่ในสื่อออนไลน์ได้ดีแค่ไหน ซึ่งยุคนี้มีหลายช่องทาง ที่จะสร้างการรับรู้แบรนด์ให้มากขึ้น และอยากให้นิสิต นักศึกษา ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในปีต่อไป เพราะสิ่งที่ได้คือ นักศึกษาได้ทำงานจริงกับเจ้าของแบรนด์ แม้ได้ทุนในการทำงานไม่มากนัก แต่เป็นอีกประสบการณ์ในการบริหารจัดการ และช่วยกันแก้ปัญหาในทีม ซึ่งเมื่อทำออกมาแล้วจะได้รับคำวิจารณ์จากกรรมการ ในวิชาชีพจริง ๆ ถือเป็นข้อดีต่อวงการโฆษณา ที่จะได้คนรุ่นใหม่ ที่มีไอเดียโดดเด่นเข้ามาในวงการ       นางสาวชมจันทร์ ศุภจินดากรณ์ ผู้ช่วยรองประธาน ฝ่ายบริหารภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ที่ได้รางวัลปีนี้ กล่าวถึงผลงานคลิปไวรัลโฆษณาที่นิสิต นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จัดทำขึ้น ถือว่า เหนือความคาดหมาย การสนับสนุนโครงการนี้ เราต้องการส่งเสริมกิจกรรม ให้นักศึกษาได้ทดลองทำงานจริง และมีคณะกรรมการคอยให้คำแนะนำ ขณะเดียวกัน ก็ได้เรียนรู้จากน้องๆ ในการทำงานร่วมกัน ซึ่งนักศึกษายุคนี้ ประยุกต์ปรับเปลี่ยนความรู้มาสู่ดิจิตอลแพลตฟอร์มได้ง่าย เพราะเมื่อให้โจทย์ไป น้องจะใช้เครื่องมือดิจิตอลที่มี เพื่อหาข้อมูล และทีมงานก็ได้เรียนรู้มุมมองของคนรุ่นใหม่ ที่มีต่อบริษัทประกัน สามารถนำไปต่อยอดได้  ซึ่งผลงานชนะเลิศ ที่ทำออกมา เราสามารถนำไปใช้โปรโมท และได้รับผลตอบรับได้จริง จากการลองนำคลิปไวรัลนี้ไปใช้เผยแพร่ในช่วงวันพ่อที่ผ่านมาเนื่องจากเห็นว่าเนื้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกัน ผลปรากฏว่า คลิปเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ ได้ไม่กี่วันก็มียอดผู้เข้าชมกว่า 500,000 คน     นายธิติ ธเนศวรกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอ.พี.เทรดดิ้ง จำกัด หนึ่งในผู้ให้การสนับสนุนโจทย์อุตสาหกรรม ที่ได้รางวัลในปีนี้กล่าวว่า “ การได้มาร่วมงานกับน้อง ๆ ในโครงการนี้ถือว่า มีความสุขมาก เพราะสิ่งที่น้องได้ถ่ายทอดออกมาผ่านคลิป มีความตั้งใจ ตีโจทย์ที่ทางบริษัทให้ไปได้ตรงตามเป้าหมาย คลิปที่ทำมาทางบริษัทจะนำไปต่อยอด เพราะเนื้อหาที่ออกมามีไอเดียกว่า 70 – 80 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือแค่ไปปรับปรุงให้เหมาะสม เพื่อเผยแพร่ในสื่อโฆษณาของบริษัทต่อไป   อย่างไรก็ดี โครงการนี้ ทำให้เราเห็นมุมมองใหม่ ๆ เพราะปัจจุบันเป็นยุคดิจิตอล ที่มีช่องทางให้ได้แสดงออกมากมาย และมีความหลากหลายของลูกค้า บริษัทจึงต้องมีการพัฒนา เพื่อให้ทันกับความต้องการ ที่เปลี่ยนไป       นางอินทิรา นาคสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ด้วยนโยบายของแบรนด์ต้องการเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่น-นักศึกษา การที่วาโก้เข้าร่วมโครงการนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่ได้เห็นแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่พวกเขาเหล่านั้นมานำเสนอ ทำให้รู้ว่าไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาที่เข้าประกวดทุก ๆ ทีมก็เก่งและเจ๋งไม่แพ้ใคร และคลิปวีดีโอผลงานที่วาโก้คัดเลือกก็ตีโจทย์ที่เราต้องการ คือการสื่อสารเข้าใจง่าย สร้างการจดจำแบรนด์ จึงสามารถนำมาพัฒนา ต่อยอดไปทำเป็นคลิปโฆษณาในสื่อต่าง ๆ และอนาคตอาจจะได้มีโอกาสร่วมงานกับนักศึกษาที่มีผลงานได้รับคัดเลือกต่อไป    ซึ่งทีมชนะเลิศ โครงการ X Campus Ads Idea Contest 2019 คือ ทีม Cam A โดย นางสาวพิชญาภา อิงคุทานนท์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ สาขา Digital Media มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ตัวแทนทีมกล่าวว่า ดีใจมากที่ได้รางวัลนี้ เพราะกว่าจะประสบความสำเร็จ ต้องทำงานอย่างหนัก นอกจากโจทย์การทำงานที่คณะกรรมการเลือกมาให้แล้ว จะต้องฟังโจทย์จากบริษัทผู้สนับสนุนอย่าง บริษัท เจนเนอราลี่ ประกัน ว่าคลิปที่จะทำขึ้นต้องการสื่อความหมายแบบไหน และพอได้โจทย์มา ทีมงานต้องทำสตอรี่บอร์ด ไปเสนอเหมือนกับการทำงานจริง ที่ไม่มีในห้องเรียน   สำหรับแนวคิดการทำงาน ด้วยความที่โจทย์เป็นบริษัทประกันภัย จึงพยายามเน้นหักมุมในตอนจบของเรื่อง เพื่อให้ต่างจากโฆษณาที่มีอยู่ในตอนนี้ โดยลองเปลี่ยนมุมมองในโฆษณา จากพ่อแม่ที่ซื้อประกันให้ลูก มาเป็นลูกซื้อประกันให้พ่อ ด้วยเงินเดือนก้อนแรก และตอนจบก็ไม่ต้องมีใครเสียชีวิต เพราะมีการวางแผนชีวิตที่ดี ซึ่งก็ตอบโจทย์ลูกค้า ที่พยายามจะเน้นสร้างจิตสำนึกให้กับคนที่เพิ่งทำงาน ได้หันมาสนใจการซื้อประกันมากขึ้น   สิ่งที่ได้จากโครงการคือ ประสบการณ์ทำงานจริง ได้เข้าไปคุยกับลูกค้า ทำให้รู้ว่าถ้าเข้าไปคุยกับผู้ใหญ่จะต้องปฏิบัติอย่างไร ถือเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะออกไปทำงานจริง               อนาคตการทำไวรัลคลิป มีความจำเป็นมากขึ้น ซึ่งภาพเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์ จะดึงดูดให้ผู้ชมได้เข้ามารับชม รับข้อมูลที่ตอนนี้ทุกคนมีมือถือสามารถเปิดดูได้ ตลอดจนเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้รวดเร็ว และหลากหลาย จึงไม่แปลกที่ทุกบริษัทอยากมีคลิปโฆษณาเป็นของตัวเอง เพื่อใช้ในการโปรโมทสินค้า   สำหรับการประกวดในปีหน้า อยากเชิญชวนให้เพื่อนๆ มาเข้าร่วม แม้จะได้หรือไม่ได้รางวัล แต่สิ่งที่มีค่าคือประสบการณ์ ที่ได้ทำงานจริง ซึ่งหาไม่ได้จากการประกวดในโครงการอื่น   นายทิษณุ ชุมประยูร นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตัวแทนจากทีม WASABI ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และรางวัล The Best Creative กล่าวว่า ในรอบสุดท้าย โจทย์ที่ทีมได้มาจากธนาคารออมสิน คือการทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุหันมาสนใจทำธุรกรรมการเงินผ่านออนไลน์ สมาชิกในทีมต้องกลับมาช่วยกันคิด จนพบว่า ต้องทำโฆษณาให้ผู้สูงอายุกล้าที่จะใช้แอพพลิเคชั่น MyMo by GSB ในการซื้อสลากออมสินผ่านระบบออนไลน์ เพราะตอนนี้ผู้สูงอายุเข้ามาในโลกออนไลน์มากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ไม่กล้าทำธุรกรรมออนไลน์ ไวรัลคลิปนี้ เลยนำเสนอให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง เมื่อผู้สูงอายุกล้าที่จะทำธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น   การเข้าร่วมโครงการ นอกจากสมาชิกในทีมทั้ง 10 คน จะค้นพบทักษะงานที่ตัวเองชอบแล้ว ยังได้รู้ว่า เมื่อไปทำงานกับผู้อื่นจะต้องวางตัวอย่างไร แก้ไขปัญหาอย่างไร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า อนาคตไวรัลคลิปจะมีความจำเป็นอย่างมาก คนที่ออกแบบโฆษณาก็ต้องเปลี่ยนมุมมอง ในการทำเนื้อหาที่ไม่ยาวมาก แต่ต้องดึงดูดความสนใจตั้งแต่นาทีแรก     นายณภาส เวชวิสิฐ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ตัวแทนทีม 1More ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เล่าว่า การเข้ามาร่วมกิจกรรมทำให้เห็นถึงการทำงานแบบมืออาชีพมากขึ้น ไม่ใช่แค่การให้ความสำคัญเฉพาะโปรดักชั่น เพราะโจทย์ในรอบสุดท้าย ได้รับมาจากแบรนด์ วาโก้ ที่เน้นความสดใส ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ จึงต้องพยายามสื่อสารผ่านคลิป ให้คนดูรับรู้ถึงความหมายของแบรนด์ด้วย อนาคตของโครงการนี้ น่าจะมีความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีหลายแบรนด์ที่เข้าร่วม ทำให้แต่ละทีมต้องพยายามตีโจทย์ให้แตกในอุตสาหกรรมนั้น และถือเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากเวทีอื่น ๆ     โครงการ X Campus Ads Idea Contest 2019 ปีที่ 2 นอกจากจะเป็นแผนงานในการพัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลในกระบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลตามแผน แผน Digital Economy ของภาครัฐแล้ว ยังเป็นเวทีแห่งโอกาสสำหรับ ฝึกฝนและพัฒนาศักยภาพนิสิต นักศึกษา ที่มีความสนใจในด้านโฆษณา โดยเฉพาะการผลิตไวรัลคลิป ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างแบรนด์ และยกระดับภาพลักษณ์สินค้าในอนาคต

 1,930
สังคม-อาชญากรรม
21 ธ.ค. 62

นศ.สุดทน! โพสต์แฉอาจารย์หญิงตอนเงินทุน-เอาเกรดมาขู่ ขณะผอ.แจงมีการคืนเงินให้ครบทุกคนเรื่องจบแล้ว

กลายเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์ยวิจารณ์ย่างหนักในโลกออน์ไลน์ เมื่อมีนักศึกษารายหนึ่งได้โพสข้อความแฉอาจารย์วิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี ตอนเงินทุนการศึกษา กว่า 6 เดือนยังจ่ายให้ไม่ครบ อ้างเก็บเงินไว้ให้ และกดดันนักศึกษาสารพัดจนเด็กเกือบลาออกหนีปัญหาหลายครั้ง สุดท้ายนำหลักฐานออกมาแฉอาจารย์ตอนเงินทุนการศึกษานานหลายปี พร้อมทั้งได้มีการนำเอาเรื่องราวดังกล่าวไปลงประจำวันใว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองราชบุรีแล้ว   โดยระบุว่า "หนูจะไม่ทนแล้วค่ะ กดดันหนูทุกอย่างทุกทาง หนูถามพี่จริงๆ นะคะ เขามีสิทธิ์อะไรมาเอาเงินทุนหนูไป ไม่ใช่พ่อใช่แม่หนู ได้ทุน 5,000 ให้หนู 1,000 บอกที่เหลือจะเก็บไว้ให้จะใช้อะไรให้มาเบิกเอา แต่พอไปเบิกจริงๆ บอกกูให้มึงแค่นั้นนะ มีเงิน กยศ. แล้วจะมาเอาเงินตรงนี้ทำไมอีก พอเกิดเรื่องรีบเอาเงินมาให้พวกหนู แถมข่มขู่เรื่องเกรดถ้าพวกหนูพูดมาก นี่หรือแม่พิมพ์ของชาติ แถมบังคับให้ทุกคนพูดตรงกันว่า ได้เงินแล้ว บางคนทนไม่ไหวขอลาออกหนีปัญหาไปก็มี    วานนี้ (20 ธ.ค.)  ผู้สื่อข่าวตรวจสอบทราบว่าเรื่องที่อ้างถึงเกิดขึ้นที่วิทยาลัยสารพัดช่างราชบุรี อ.เมืองราชบุรี จึงเดินทางไปพบนายวรพงษ์ พุทธไพบูลย์ ผอ.วิทยาลัยดังกล่าว เพื่อสอบถามเรื่องนี้ โดยผอ.ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริงๆ ซึ่งทุนดังกล่าวเป็นทุนบริจาคเพื่อการศึกษา ประจำปี 2562 จำนวน 12 ราย เป็นจำนวนเงินทุนทั้งหมด 95,000 บาท เงินทุนดังกล่าวทางวิทยาลัยได้ออกใบเสร็จรับเงินให้กับผู้บริจาคทุกรายแล้ว เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีพร้อมทั้งทางวิทยาลัยได้จัดสรรทุนให้กับนักเรียนจำนวน 25 ทุนจนเกิดปัญหาขึ้น    และหลังที่ได้รู้ข่าวได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการภายในวิทยาลัยขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ หลังมีการ ดำเนินการแล้ว ได้มีการตักเตือนอาจารย์คนดังกล่าวว่าไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก นอกจากนี้ยังให้อาจารย์คนดังกล่าวคืนเงินทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาทุกคนครบแล้ว ถือเป็นการจบเรื่องแล้ว   ขณะที่นักศึกษาผู้โพสต์ได้เปิดเผยว่า ตนเองได้รับการคัดเลือกให้รับทุนการศึกษาประจำปี 2562 จำนวน 5,000 บาท ซึ่งตนได้เซ็นรับทราบเพื่อรับเงินตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.62 และได้รับมอบทุนเมื่อวันที่ 12 ส.ค.62 แต่อาจารย์หญิงคนหนึ่ง เป็นหัวหน้าแผนก ได้นำเงินมามอบให้กับตน 2,000 บาท    ส่วนที่เหลือ อาจารย์หญิงคนดังกล่าว นำไปเก็บไว้ โดยอ้างว่าจะเก็บไว้เป็นทุน และจะเก็บไว้ซื้อทองให้ แต่พอตนไปเบิกถอนเพื่อเอามาใช้ในการศึกษาก็ถูกต่อว่าต่างๆ นานา แถมขู่ว่าจะให้ตกวิชาที่อาจารย์คนดังกล่าวสอน ทำให้ทุกคนไม่กล้าที่พูดอะไร เพื่อนๆ ของตนและตนสงสัยว่าอาจารย์คนดังกล่าวไม่ได้เป็นคณะกรรมการดูแลเรื่องนี้ และก็ไม่เคยถูกแต่งตั้งให้มาดูแลเรื่องนี้ แต่ทำไมต้องเอาเงินทุนของพวกตนไปเก็บไว้ เบิกก็เบิกแทบไม่ได้ แถมพอพูดถึงเรื่องเงินก็จะถูกกดดันทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องการเรียน ตนคิดว่าการเก็บเงินทุนการศึกษานั้น มันเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ของตนเอง ไม่ใช่หน้าที่ของอาจารย์ เพราะไม่ใช่พ่อแม่ของตนเป็นแค่อาจารย์    ซึ่งพ่อแม่นักศึกษาบางคนที่ได้ทุนยังไม่รู้เลยว่าได้ทุน เพราะไม่มีเงินไปให้พ่อแม่ พอเรื่องแดงเรื่องแตกขึ้นมา ก็รีบเอาเงินมาเคลียร์กับพวกตน เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.62 ที่ผ่านมานี้เอง เพื่ออะไรถึงรีบเอาเงินมาให้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้พวกตนขอเบิกเงินที่เป็นของตนเองแทบตาย แต่กลับโดนว่าสารพัด แล้วพอคืนเงินให้พวกตน กลับบอกว่า "จบ" ง่ายๆ แบบนี้หรือ เอาเงินทุนพวกตนไปเก็บไว้จริง และทำแบบนี้มานานแล้ว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/XAdXyM37XCw

 1,421
สังคม
21 ธ.ค. 62

นศ.สุดทน! โพสต์แฉอาจารย์หญิงตอนเงินทุน-เอาเกรดมาขู่ ขณะผอ.แจงมีการคืนเงินให้ครบทุกคนเรื่องจบแล้ว

กลายเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์ยวิจารณ์ย่างหนักในโลกออน์ไลน์ เมื่อมีนักศึกษารายหนึ่งได้โพสข้อความแฉอาจารย์วิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี ตอนเงินทุนการศึกษา กว่า 6 เดือนยังจ่ายให้ไม่ครบ อ้างเก็บเงินไว้ให้ และกดดันนักศึกษาสารพัดจนเด็กเกือบลาออกหนีปัญหาหลายครั้ง สุดท้ายนำหลักฐานออกมาแฉอาจารย์ตอนเงินทุนการศึกษานานหลายปี พร้อมทั้งได้มีการนำเอาเรื่องราวดังกล่าวไปลงประจำวันใว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองราชบุรีแล้ว   โดยระบุว่า "หนูจะไม่ทนแล้วค่ะ กดดันหนูทุกอย่างทุกทาง หนูถามพี่จริงๆ นะคะ เขามีสิทธิ์อะไรมาเอาเงินทุนหนูไป ไม่ใช่พ่อใช่แม่หนู ได้ทุน 5,000 ให้หนู 1,000 บอกที่เหลือจะเก็บไว้ให้จะใช้อะไรให้มาเบิกเอา แต่พอไปเบิกจริงๆ บอกกูให้มึงแค่นั้นนะ มีเงิน กยศ. แล้วจะมาเอาเงินตรงนี้ทำไมอีก พอเกิดเรื่องรีบเอาเงินมาให้พวกหนู แถมข่มขู่เรื่องเกรดถ้าพวกหนูพูดมาก นี่หรือแม่พิมพ์ของชาติ แถมบังคับให้ทุกคนพูดตรงกันว่า ได้เงินแล้ว บางคนทนไม่ไหวขอลาออกหนีปัญหาไปก็มี    วานนี้ (20 ธ.ค.)  ผู้สื่อข่าวตรวจสอบทราบว่าเรื่องที่อ้างถึงเกิดขึ้นที่วิทยาลัยสารพัดช่างราชบุรี อ.เมืองราชบุรี จึงเดินทางไปพบนายวรพงษ์ พุทธไพบูลย์ ผอ.วิทยาลัยดังกล่าว เพื่อสอบถามเรื่องนี้ โดยผอ.ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริงๆ ซึ่งทุนดังกล่าวเป็นทุนบริจาคเพื่อการศึกษา ประจำปี 2562 จำนวน 12 ราย เป็นจำนวนเงินทุนทั้งหมด 95,000 บาท เงินทุนดังกล่าวทางวิทยาลัยได้ออกใบเสร็จรับเงินให้กับผู้บริจาคทุกรายแล้ว เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีพร้อมทั้งทางวิทยาลัยได้จัดสรรทุนให้กับนักเรียนจำนวน 25 ทุนจนเกิดปัญหาขึ้น    และหลังที่ได้รู้ข่าวได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการภายในวิทยาลัยขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ หลังมีการ ดำเนินการแล้ว ได้มีการตักเตือนอาจารย์คนดังกล่าวว่าไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก นอกจากนี้ยังให้อาจารย์คนดังกล่าวคืนเงินทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาทุกคนครบแล้ว ถือเป็นการจบเรื่องแล้ว   ขณะที่นักศึกษาผู้โพสต์ได้เปิดเผยว่า ตนเองได้รับการคัดเลือกให้รับทุนการศึกษาประจำปี 2562 จำนวน 5,000 บาท ซึ่งตนได้เซ็นรับทราบเพื่อรับเงินตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.62 และได้รับมอบทุนเมื่อวันที่ 12 ส.ค.62 แต่อาจารย์หญิงคนหนึ่ง เป็นหัวหน้าแผนก ได้นำเงินมามอบให้กับตน 2,000 บาท    ส่วนที่เหลือ อาจารย์หญิงคนดังกล่าว นำไปเก็บไว้ โดยอ้างว่าจะเก็บไว้เป็นทุน และจะเก็บไว้ซื้อทองให้ แต่พอตนไปเบิกถอนเพื่อเอามาใช้ในการศึกษาก็ถูกต่อว่าต่างๆ นานา แถมขู่ว่าจะให้ตกวิชาที่อาจารย์คนดังกล่าวสอน ทำให้ทุกคนไม่กล้าที่พูดอะไร เพื่อนๆ ของตนและตนสงสัยว่าอาจารย์คนดังกล่าวไม่ได้เป็นคณะกรรมการดูแลเรื่องนี้ และก็ไม่เคยถูกแต่งตั้งให้มาดูแลเรื่องนี้ แต่ทำไมต้องเอาเงินทุนของพวกตนไปเก็บไว้ เบิกก็เบิกแทบไม่ได้ แถมพอพูดถึงเรื่องเงินก็จะถูกกดดันทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องการเรียน ตนคิดว่าการเก็บเงินทุนการศึกษานั้น มันเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ของตนเอง ไม่ใช่หน้าที่ของอาจารย์ เพราะไม่ใช่พ่อแม่ของตนเป็นแค่อาจารย์    ซึ่งพ่อแม่นักศึกษาบางคนที่ได้ทุนยังไม่รู้เลยว่าได้ทุน เพราะไม่มีเงินไปให้พ่อแม่ พอเรื่องแดงเรื่องแตกขึ้นมา ก็รีบเอาเงินมาเคลียร์กับพวกตน เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.62 ที่ผ่านมานี้เอง เพื่ออะไรถึงรีบเอาเงินมาให้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้พวกตนขอเบิกเงินที่เป็นของตนเองแทบตาย แต่กลับโดนว่าสารพัด แล้วพอคืนเงินให้พวกตน กลับบอกว่า "จบ" ง่ายๆ แบบนี้หรือ เอาเงินทุนพวกตนไปเก็บไว้จริง และทำแบบนี้มานานแล้ว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/XAdXyM37XCw

 1,421
ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 62

รถตู้ ม.เทคโนโลยีหมู่บ้านครูพา นศ.รับทุน พุ่งชนท้ายสิบล้อ ดับคาที่ 3 ศพ เจ็บเพียบ

ลำปาง-เกิดอุบัติเหตุรถตู้ชนท้ายรถสิบล้อ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน สายลำปาง –กรุงเทพ ขาล่อง กม.671-672 หมู่ที่ 1 ต.นาแส่ง อ.เกาะคา พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุประมาณ 17-20 ปี จำนวน 3 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 7 ราย หน่วยกู้ภัยนำส่งรพ.เกาะคา ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 6 ราย จนท.นำตัวส่งไปรักษาที่รพ.ลำปาง   ในที่เกิดเหตุพบรถตู้ โตโยต้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน นง 2713 เชียงใหม่ สภาพพังยับมีนายเตชินโภชน์ โพธิ์ทอง อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดลพบุรีเป็นคนขับได้รับบาดเจ็บ ใกล้กันพบ MG สีเหลือง หมายเลขทะเบียน งข – 8548 เชียงใหม่ ด้านหน้ารถได้รับความเสียหายมีนายสมชาติ ศรีขาว อายุ 38 ปี เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยตามร่างกาย   ห่างไปเล็กน้อยพบรถสิบล้อ10 ล้อ หมายเลขทะเบียน 70-2970 เชียงรายซึ่งบรรทุกข้าวโพดที่ด้านท้ายรถได้รับความเสียหายมีร่องรอยการถูกชนมีนายสมยศ ทองศรี อายุ 56 ปี เป็นคนขับยืนรอให้การกับตำรวจ   สอบสวนนายสมยศ คนขับสิบล้อ บอกว่าขณะที่ตนเองขับรถมาตามเส้นทางปกติในเลนซ้าย ก็เห็นแสงไฟรถส่องตามหลังมาสักพักก็ได้ยินเสียงดังโครมและเห็นรถตู้คันดังกล่าว ซึ่งขณะนั้นคาดว่าจะพยามหักหลบแต่หลบไม่พ้น ตนจึงจอดรถที่ข้างถนนก่อนที่จะแจ้งตำรวจ   นายสมชาติ คนขับรถ MG สีเหลืองเปิดเผยว่า ตนเองและครอบครัวกำลังเดินทางเข้ากรุงเทพและอยู่ระหว่างการขนข้าวของ เพื่อที่จะย้ายบ้านจากจังหวัดเชียงใหม่ไปอยู่ที่ กทม.โดยมีภรรยาและลูกชายอีก 3 คน อายุ 2 ปี 7 ปี และ 8 ปี รวมที่มาด้วยกันทั้งหมด 5 คนาด้วยโดยภายในรถมีสีทาบ้านอยู่ด้วย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็เห็นรถตู้ขวางอยู่จึงพยามหักหลบแต่ก็ไม่พ้นจึงทำให้รถชนเข้ากับแท่งปูนกั้นถนนจนทำให้ภรรยาและลูกชายได้รับบาดเจ็บดังกล่าว   ด้านพล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผบก.ภ.จ.ลำปาง เปิดเผยว่าจากกรณีดังกล่าวทราบว่าขณะนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 7 ราย มีผู้เสียชีวิต 3 ราย โดยก่อนเกิดเหตุรถตู้ตันดังกล่าว ซึ่งรับนักศึกษาเทคโนโลยีหมู่บ้านครูจังหวัดลำพูน เพื่อที่จะไปรับทุนการศึกษาที่กทม.เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็เกิดชนท้ายกับรถสิบล้อบรรทุกข้าวโพดซึ่งวิ่งมาตามเส้นทางปกติ ส่วนรถ MG สีเหลืองซึ่งขับตามมาทีหลังก็หักหลบขนชนกับปูนกั้นทาง ส่วนสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/srcUlXCze8g

 8,576
สังคม
08 ต.ค. 62

รถตู้ ม.เทคโนโลยีหมู่บ้านครูพา นศ.รับทุน พุ่งชนท้ายสิบล้อ ดับคาที่ 3 ศพ เจ็บเพียบ

ลำปาง-เกิดอุบัติเหตุรถตู้ชนท้ายรถสิบล้อ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน สายลำปาง –กรุงเทพ ขาล่อง กม.671-672 หมู่ที่ 1 ต.นาแส่ง อ.เกาะคา พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุประมาณ 17-20 ปี จำนวน 3 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 7 ราย หน่วยกู้ภัยนำส่งรพ.เกาะคา ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 6 ราย จนท.นำตัวส่งไปรักษาที่รพ.ลำปาง   ในที่เกิดเหตุพบรถตู้ โตโยต้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน นง 2713 เชียงใหม่ สภาพพังยับมีนายเตชินโภชน์ โพธิ์ทอง อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดลพบุรีเป็นคนขับได้รับบาดเจ็บ ใกล้กันพบ MG สีเหลือง หมายเลขทะเบียน งข – 8548 เชียงใหม่ ด้านหน้ารถได้รับความเสียหายมีนายสมชาติ ศรีขาว อายุ 38 ปี เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยตามร่างกาย   ห่างไปเล็กน้อยพบรถสิบล้อ10 ล้อ หมายเลขทะเบียน 70-2970 เชียงรายซึ่งบรรทุกข้าวโพดที่ด้านท้ายรถได้รับความเสียหายมีร่องรอยการถูกชนมีนายสมยศ ทองศรี อายุ 56 ปี เป็นคนขับยืนรอให้การกับตำรวจ   สอบสวนนายสมยศ คนขับสิบล้อ บอกว่าขณะที่ตนเองขับรถมาตามเส้นทางปกติในเลนซ้าย ก็เห็นแสงไฟรถส่องตามหลังมาสักพักก็ได้ยินเสียงดังโครมและเห็นรถตู้คันดังกล่าว ซึ่งขณะนั้นคาดว่าจะพยามหักหลบแต่หลบไม่พ้น ตนจึงจอดรถที่ข้างถนนก่อนที่จะแจ้งตำรวจ   นายสมชาติ คนขับรถ MG สีเหลืองเปิดเผยว่า ตนเองและครอบครัวกำลังเดินทางเข้ากรุงเทพและอยู่ระหว่างการขนข้าวของ เพื่อที่จะย้ายบ้านจากจังหวัดเชียงใหม่ไปอยู่ที่ กทม.โดยมีภรรยาและลูกชายอีก 3 คน อายุ 2 ปี 7 ปี และ 8 ปี รวมที่มาด้วยกันทั้งหมด 5 คนาด้วยโดยภายในรถมีสีทาบ้านอยู่ด้วย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็เห็นรถตู้ขวางอยู่จึงพยามหักหลบแต่ก็ไม่พ้นจึงทำให้รถชนเข้ากับแท่งปูนกั้นถนนจนทำให้ภรรยาและลูกชายได้รับบาดเจ็บดังกล่าว   ด้านพล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผบก.ภ.จ.ลำปาง เปิดเผยว่าจากกรณีดังกล่าวทราบว่าขณะนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 7 ราย มีผู้เสียชีวิต 3 ราย โดยก่อนเกิดเหตุรถตู้ตันดังกล่าว ซึ่งรับนักศึกษาเทคโนโลยีหมู่บ้านครูจังหวัดลำพูน เพื่อที่จะไปรับทุนการศึกษาที่กทม.เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็เกิดชนท้ายกับรถสิบล้อบรรทุกข้าวโพดซึ่งวิ่งมาตามเส้นทางปกติ ส่วนรถ MG สีเหลืองซึ่งขับตามมาทีหลังก็หักหลบขนชนกับปูนกั้นทาง ส่วนสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/srcUlXCze8g

 8,576
ข่าวภูมิภาค
07 ต.ค. 62

นศ.สาว ขี่ จยย.เสยท้ายสิบล้อจอดข้างทาง คอขาดดับสยอง

ชลบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถสิบล้อ มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดที่สะพานข้ามคลองบ้านนา หมู่ 6 ต.บางละมุง อ.บางละมุง   ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก สีขาว ชนเข้ากับท้ายรถพ่วงสิบล้อบรรทุกเหล็กม้วนของบริษัท ส.สิริขนส่ง ตัวรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายยับเยิน ส่วนรถสิบล้อได้รับความเสียหายด้านท้ายเล็กน้อย   บนพื้นถนนพบร่าง น.ส.อุไรรัตน์ สุขแสวง อายุ 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดชลบุรี นอนเสียชีวิตจมกองเลือดในสภาพนอนคว่ำ ส่วนศีรษะขาดกระเด็นไปคนละทิศละทาง เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้ผ้าขาวคลุมร่าง โดยมีกลุ่มเพื่อนนั่งร้องห่มร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ   สอบถามนายมานพ ดีขุนทด อายุ 48 ปี คนขับรถสิบล้อยังอยู่ในอาการทำใจไม่ได้ เล่าว่าตนเองได้จอดรถนอนอยู่ เมื่อจะออกเดินทางเกิดแบตเตอรี่รถหมด ไม่นานก็ได้มีรถจักรยานยนต์คันดังกล่าววิ่งเข้ามาชน จนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว   จากการตรวจสอบพบที่เกิดเหตุไฟส่องสว่างชำรุด ทำให้แสงสว่างค่อนข้างน้อย ประกอบกับรถสิบล้อไม่ได้จอดชิดไหล่ทาง จึงได้ควบคุมตัวโชเฟอร์ไปสอบสวนหาข้อเท็จจริง พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เก็บรักษายังโรงพยาบาลบางละมุง เพื่อให้ญาติติดต่อรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0FPYaPW8O7U

 15,665
อาชญากรรม
07 ต.ค. 62

นศ.สาว ขี่ จยย.เสยท้ายสิบล้อจอดข้างทาง คอขาดดับสยอง

ชลบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถสิบล้อ มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดที่สะพานข้ามคลองบ้านนา หมู่ 6 ต.บางละมุง อ.บางละมุง   ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก สีขาว ชนเข้ากับท้ายรถพ่วงสิบล้อบรรทุกเหล็กม้วนของบริษัท ส.สิริขนส่ง ตัวรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายยับเยิน ส่วนรถสิบล้อได้รับความเสียหายด้านท้ายเล็กน้อย   บนพื้นถนนพบร่าง น.ส.อุไรรัตน์ สุขแสวง อายุ 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดชลบุรี นอนเสียชีวิตจมกองเลือดในสภาพนอนคว่ำ ส่วนศีรษะขาดกระเด็นไปคนละทิศละทาง เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้ผ้าขาวคลุมร่าง โดยมีกลุ่มเพื่อนนั่งร้องห่มร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ   สอบถามนายมานพ ดีขุนทด อายุ 48 ปี คนขับรถสิบล้อยังอยู่ในอาการทำใจไม่ได้ เล่าว่าตนเองได้จอดรถนอนอยู่ เมื่อจะออกเดินทางเกิดแบตเตอรี่รถหมด ไม่นานก็ได้มีรถจักรยานยนต์คันดังกล่าววิ่งเข้ามาชน จนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว   จากการตรวจสอบพบที่เกิดเหตุไฟส่องสว่างชำรุด ทำให้แสงสว่างค่อนข้างน้อย ประกอบกับรถสิบล้อไม่ได้จอดชิดไหล่ทาง จึงได้ควบคุมตัวโชเฟอร์ไปสอบสวนหาข้อเท็จจริง พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เก็บรักษายังโรงพยาบาลบางละมุง เพื่อให้ญาติติดต่อรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0FPYaPW8O7U

 15,665
การเมือง
06 ต.ค. 62

โพลเผยนักศึกษา ร้อยละ 95 ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญ

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) สำรวจความเห็นนักศึกษาจำนวน 3,000 คน จาก 28 มหาวิทยาลัย พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 95.1 ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร้อยละ 63.9 ต้องการให้แก้ไขโดยยกร่างใหม่ทั้งฉบับ  

 2,175
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ก.ย. 62

อาจารย์แจงภาพ ลงโทษ นศ.โคราช ใส่หมวกกันน็อกทำข้อสอบ

จากที่มีการแชร์รูปภาพนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง สวมใส่หมวกนิรภัย หรือหมวกกันน็อก นั่งทำข้อสอบอยู่ภายในห้องสอบ โดยระบุว่ารูปภาพดังกล่าวเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน   จากการสอบถามทราบว่า รูปภาพนักศึกษาสวมใส่หมวกกันน็อกในห้องสอบเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิทยาศาสตร์ และศิลปะศาสตร์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะนักศึกษาเข้าห้องสอบในรายวิชานวัตกรรม และเทคโนโลยีการผลิตพืช เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา   โดยตัวแทนนักศึกษาเล่าให้ฟังว่า การสวมใส่หมวกกันน็อกนั้น ถือเป็นการทำโทษนักศึกษาที่ไม่ยอมสวมหมวกกันน็อก ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์บนท้องถนน ทางอาจารย์จึงมีบทลงโทษให้นักศึกษาในห้องสวมใส่หมวกกันน็อกทุกคน เพื่อเป็นการตักเตือนไม่ให้กระทำแบบนั้นอีก ซึ่งอาจารย์ก็ให้ใส่หมวกกันน็อกเพียงไม่นาน แล้วก็ให้ถอดออก โดยไม่ได้มีการสวมใส่หมวกกันน็อกทำข้อสอบแต่อย่างใด   ด้าน ดร.น้ำฝน ไทยวงศ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร และสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการสวมใส่หมวกกันน็อก 100% ของคณะดังกล่าว เปิดเผยว่า ภาพการสวมใส่หมวกกันน็อกในห้องสอบนั้นเกิดขึ้นจริง แต่ไม่ได้มีการสวมใส่หมวกกันน็อกขณะทำข้อสอบจริงๆ เป็นเพียงการทำโทษนักศึกษาชั้นปีที่ 1 บางรายที่ไม่ยอมสวมใส่หมวกกันน็อกขณะขับขี่เท่านั้น   แต่เพื่อนนักศึกษาทุกคนในห้องจำนวน 73 คน ได้แสดงความรับผิดชอบร่วมกันด้วยการสวมใส่หมวกกันน็อกในห้องสอบ ซึ่งเป็นเพียงการสวมใส่หมวกกันน็อกในช่วงระยะเวลาประมาณ 15 นาที เป็นช่วงที่เช็ครายชื่อนักศึกษาก่อนทำข้อสอบเท่านั้น และหลังจากเช็ครายชื่อเสร็จเรียบร้อยนักศึกษาทุกคนก็ได้ถอดหมวกกันน็อกออก แล้วทำข้อสอบกันตามปกติ ส่วนการที่มีการโพสต์ว่าการสวมใส่หมวกกันน็อกทำข้อสอบนั้น ก็เป็นการโพสต์เล่นๆ สนุกๆ ของนักศึกษาเท่านั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ecuv3H9rCuA

 25,110

Top