ค้นหา :

ผลการค้นหา "แพทย์"

ต่างประเทศ
29 พ.ย. 62

วิวัฒนาการทางการแพทย์ไปไกล! แพทย์ทดลองหยุดการเต้นของหัวใจ-การทำงานของสมองชั่วคราว

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์...วิวัฒนาการทางการแพทย์ไปไกลกว่าที่คิด ล่าสุดมีทีมแพทย์จากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ทดลองระงับการเคลื่อนไหวของมนุษย์ ในการหยุดการเต้นของหัวใจและการทำงานของสมองชั่วคราว ด้วยการแทนเลือดของผู้ป่วยด้วยน้ำเกลือที่มีอุณหภูมิต่ำ ทำให้ร่างกายและสมองเย็นลงเหลือแค่ 10-15 องศาเซลเซียส   ซึ่งถ้าร่างกายอยู่ในสภาพนี้ แพทย์จะมีเวลาผ่าตัดมากถึง 2 ชม.ในการรักษาผู้บาดเจ็บรุนแรงเสียเลือดมาก เช่น ผู้ที่โดนแทง โดนยิง ผู้ประสบอุบัติเหตุ ซึ่งปกติแล้วคนไข้จะมีโอกาสรอดน้อยกว่า 5% เพราะแพทย์จะมีเวลาผ่าตัดไม่กี่นาที   เมื่อแพทย์ผ่าตัดเสร็จแล้ว ก็จะให้ความร้อนกับร่างกายอีกครั้งเหมือนเป็นการคืนชีพ หากการทดลองนี้เป็นไปได้ด้วยดี คาดว่าจะสำเร็จในปีหน้า ซึ่งจะเป็นการรักษาวิธีใหม่ที่จะช่วยผู้คนจำนวนมากบนโลกใบนี้           ศัพท์ข่าวเช้านี้ groundbreaking (adj.) ซึ่งสร้างการค้นพบใหม่ อ่านว่า กร้าวนดฺเบรคิง   This is a groundbreaking discovery. นี่เป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่   This is a groundbreaking trial. นี่เป็นการทดลองที่ไม่เคยมีมาก่อน   buy time ซื้อเวลา   This new method buys more time for surgeons. วิธีใหม่นี้ซื้อเวลาให้กับแพทย์มากขึ้น   method อ่านว่า เมะเติด  โดย ต คือ th ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9-udjCvZmpI

 821
ต่างประเทศ
27 พ.ย. 62

แพทย์วัย 98 ปีลุยทำงานแม้เลยวัยเกษียณ

นายแพทย์ชาวฝรั่งเศสวัย 98 ปียังคงเดินหน้าทำงานรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเพื่อนในวัยเดียวกันนั้น จะเกษียณตัวเองแล้วพักผ่อนใช้ชีวิตในบั้นปลายตามที่แต่ละคนวาดฝันไว้ แต่ไม่ใช่สำหรับนายแพทย์ คริสเตียน เชเน่ ซึ่งได้เข้าปฎิบัติหน้าที่แพทย์รักษาผู้ป่วยคนแรกเมื่อปี 1951 หรือประมาณ 68 ปีก่อน ซึ่งขณะนี้ก็ยังปฎิบัติหน้าที่รักษาคนไข้ของเขาเหมือนเดิม    โดยจากรายงานการเกษียณอายุของแพทย์ในประเทศฝรั่งเศสนั้นจะอยู่ในช่วงราวไม่เกิน 67 ปี     คนไข้ประจำรายหนึ่งกล่าวว่าเธอประทับใจในตัวคุณหมอท่านนี้มาก และยกให้เป็นหมอที่ดีที่สุดในชีวิตเธอ

 236
อาชญากรรม
26 พ.ย. 62

แพทย์เจ้าของไข้ 'กาย' ชี้ อย่าด่วนสรุปโรคซึมเศร้าเป็นเหตุ ต้องดูมีอาการทางจิตร่วมหรือไม่

จากเหตุโศกนาฎกรรมนี้ อธิบดีกรมสุขภาพจิตรวมถึงแพทย์โรงพยาบาลเจ้าของไข้นายศิระ สมเดช ต่อปัญหาสุขภาพจิตยังไม่ขอสรุป แต่หากผู้ป่วยซึมเศร้ามีอาการป่วยทางจิตร่วม ก็สามารถทำร้ายผู้อื่นได้      นพ.ธรณินทร์ กองสุข ผอ.สถาบันจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา กล่าวว่า นายศิระได้เข้ามารับการรักษาเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน เป็นแห่งแรกและไม่เคยมีประวัติการรักษาที่ไหน มาพบแพทย์ 2 ครั้งเท่านั้น ได้รับวินิจฉัยว่า เป็นโรคซึมเศร้า จากอาการเครียด เรื่องครอบครัวและการเรียน     ส่วนจะถึงขั้นทำร้ายผู้อื่นได้หรือไม่นั้น หากมีอาการป่วยทางจิตร่วมด้วยก็สามารถกระทำได้ แต่โอกาสเป็นไปได้น้อยมาก ส่วนใหญ่จะทำร้ายตนเองมากกว่า อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ ทางการแพทย์ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว     ด้านนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต ระบุว่า เนื่องจากคดีนี้มีความซับซ้อนและยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ จึงควรระมัดระวังและไม่ควรด่วนสรุปว่า ปัญหาสุขภาพจิต เป็นเหตุแห่งอาชญากรรม ทั้งนี้โรคจิตเวชที่ซับซ้อนมีหลายโรคร่วมกัน สำหรับผู้ป่วยทางจิตแม้มีความเสี่ยงทำร้ายตัวเองที่สูงกว่าคนทั่วไป แต่ก็การทำร้ายผู้อื่นมักไม่ต่างกัน

 9,322
สังคม
18 พ.ย. 62

ฟังเสียง 'วา' ยันไม่เคยบอกว่าเป็นผู้หญิง แพทย์ชี้ เทคโนโลยีปัจจุบันก้าวไกล หลังผ่าตัดแทบไม่รู้เพศเดิม

จากกรณีมีการเปิดเผยเรื่องราวของ นายคริช (นามสมมติ) หนุ่มวัย 27 ปี ซึ่งถูกหญิงที่ใช้ชื่อว่า ครูวา สาวสวยเจ้าของฉายา นางฟ้าไบค์เกอร์ หลอกให้รักหวังใช้ชีวิตคู่ ก่อนจะรู้ความจริงว่าเธอไม่ใช่หญิงแท้ และฉกเอาทรัพย์สินไปหลายรายการมูลค่ารวมกว่า 2 แสนบาทตามข่าวที่ได้มีการนำเสนอไปแล้วนั้น   ล่าสุดรายการโหนกระแสวันที่  18 พ.ย. "หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย" ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ได้เปิดใจสัมภาษณ์ คุณกริช, คุณเบียร์ พร้อมเปิดใจสัมภาษณ์ครั้งแรก อดีตสามีครูวา "เลอศักดิ์" ซึ่งแต่งงานกัน โดยอดีตสามีคนดังกล่าวถึงขนาดขอหย่าภรรยาเพื่อมาแต่งกับครูวา โดยชี้แจงว่า ไม่เคยหลอกคุณกริช ที่คบหา แม้ตอนแรกที่คบกันไม่ได้บอก แต่หลังมีสัมพันธ์ลึกซึ้งเธอจึงบอกความจริง และ ฝ่ายชายก็ยอมรับได้   ด้านแพทย์สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย ยืนยัน ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบัน ทำให้ไม่สามารถรู้ถึงเพศเดิม ก่อนศัลยกรรมได้    ต่อข้อสงสัยทางการแพทย์ถึงการผ่าตัดแปลงเพศ(ชายเป็นหญิง) จะเหมือนผู้หญิง 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่นั้นนายแพทย์เชฏฐวุฒิ ตุลยพานิช สมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย มีคำยืนยันว่า หลังผ่าตัดแปลงเพศ ไม่ว่าจะข้ามเพศไหน ก็ไม่สามารถแยกได้หรือรู้ว่าเคยผ่านการแปลงเพศมาก่อน ทั้งความรู้สึก และ รูปลักษณ์  โดยจุดสังเกตุของผู้ที่ผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง จะมีดอกคิ้ว ลูกกระเดือก บางส่วนหลงเหลืออยู่ แต่ปัจจุบันนวัตกรรมและเทคโนโลยี ด้านศัลยแพทย์ในไทยก้าวหน้าจนสามารถแก้ปัญหาโครงสร้างหรือสรีสะที่ยังเป็นชายทำให้เหมือนหญิงได้ 100 เปอร์เซ็นต์   ส่วนกรณี วา สาวประเภทสอง ทำไมผู้ที่ถูกหลอก จึงจับผิดสังเกตุไม่ได้ นายแพทย์เชฏฐวุฒิ มองว่า เป็นความต้องการและรู้สึกส่วนบุคคลที่เชื่อมั่นในความเป็นเพศหญิง 

 105,296
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ย. 61

องค์การเภสัชฯ รับมอบกัญชาของกลาง 100 กก. ใช้ทำวิจัยทางการแพทย์

องค์การเภสัชกรรม รับมอบกัญชาของกลาง หวังนำไปศึกษาวิจัยทางการแพทย์ คาดในปี 2562 จะมีการปลดล็อคกฎหมายสารสกัดจากกัญชา   นายแพทย์โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม รับมอบกัญชาจำนวน 100 กิโลกรัม จากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อนำไปใช้ในการวิจัยการแพทย์ โดยให้ทีมวิจัยทำการคัดเลือกคุณภาพของกลาง    ซึ่งเป็นกัญชาที่มีการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศที่มีคุณภาพ และเป็นพันธุ์พื้นเมืองที่จับกุมมาได้ไม่นานและคาดว่ายังมีคุณภาพดีโดยกัญชาทั้งหมดจะมีการตรวจพิสูจน์สิ่งปนเปื้อนก่อนนำไปศึกษาวิจัย โดยคาดว่าประมาณเดือนธันวาคม 2561 จะทราบผลขั้นตอนว่าองค์การเภสัชกรรมจะมีแนวทางในการวิจัยพัฒนารวมถึงวางระบบการบริหารจัดการในการนำกัญชาของกลางมาสกัดเพื่อใช้ผลิตเป็นยาในรูปแบบใดเพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วย ในโครงการศึกษาวิจัยด้านคลินิกหรือการทดสอบในคนต่อไป    โดยกัญชาของกลาง 100 กิโลกรัมคาดว่าจะได้สารสกัดกัญชาเข้มข้นประมาณ 10 ถึง 15 ลิตรทั้งนี้คาดว่าหากกฎหมายมีการปลดล็อคให้สามารถนำกัญชามาเป็นยาได้คาดว่าในเดือนพฤษภาคม 2562 ประเทศไทยจะมีสารสกัดจากน้ำมันกัญชาใช้ได้    อย่างไรก็ตามกัญชามีทั้งประโยชน์และโทษ โดยประโยชน์มีสิทธิ์คือการใช้ในผู้ป่วยที่เคมีบำบัด การรักษาโรคลมชักในเด็ก ประสาทอักเสบ และการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง สำหรับโทษของกัญชาคือทำให้การรับรู้ผิดปรกติ และหากมีการใช้ในเด็กจะทำให้สมองและระบบประสาทมีปัญหา  

 2,016
สังคม-อาชญากรรม
01 พ.ค. 61

แพทยสภาออกโรง จ่อสอบ 'หมอบอนด์' ปมรีวิว 'เมจิกสกิน' เตือนหมออย่าใช้วิชาชีพไปขายของหาประโยชน์

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรีวิวโฆษณาสินค้าในเครือ เมจิกสกิน และพบว่ามีแพทย์มีส่วนในการรีวิวจนทำให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยล่าสุดมีการออกหมายเรียก นพ.ปิยะพงษ์ โหวิไลลักษ์ หรือหมอบอนด์ นั้น ล่าสุด นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ กรรมการแพทยสภา กล่าวว่า กรณีนี้เป็นการใช้วิชาชีพไปขายของหาประโยชน์ เนื่องจากมีการใช้คำว่า “นายแพทย์” ไปรับรองผลิตภัณฑ์สุขภาพ ถือว่าผิดพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 และข้อบังคับแพทยสภาข้อที่ 44 ระบุว่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใด ถ้าต้องการแสดงตนเพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพใดๆ ต่อสาธารณชนจะต้องไม่ใช้คำว่า นายแพทย์ แพทย์หญิง หรือคำอื่นใดหรือกระทำการไม่ว่าโดยวิธีใดๆ ให้ประชาชนเห็นหรือทราบข้อความ ภาพ เครื่องหมาย หรือกระทำอย่างใดๆ ให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าเป็นแพทย์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม   สำหรับโทษนั้น ต้องบอกว่ามี 4 ระดับ คือ ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ และเพิกถอน ซึ่งส่วนใหญ่จะบอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่รู้กฎหมาย ก็มักจะเป็นว่ากล่าวตักเตือน แต่หากสอบสวนแล้วพบว่ามีส่วนรู้เห็น และรู้เรื่องก็จะเป็นอีกระดับหนึ่ง แต่สำหรับกรณีหมอบอนด์ ก็ต้องมีการสอบสวนก่อน ซึ่งจะมีการประชุมกรรมการแพทยสภากลางเดือนพฤษภาคมนี้ และจะแต่งตั้งอนุกรรมการสอบสวนจริยธรรมเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ เคสนี้ไม่น่าใช้เวลานาน เพียงแต่ต้องเชิญคุณหมอเข้ามาชี้แจงด้วย   โดยกรณีนี้ต้องสอบสวนให้รู้ให้ได้ว่าจริงๆ เจ้าตัวรู้ซึ้งแค่ไหนว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ผ่านอย.หรือไม่ อย่างไร และมีส่วนเกี่ยวพันอย่างไร หากเจ้าตัวบอกว่าไม่รู้ไม่เห็น และหลักฐานชี้ไปเช่นนั้น ก็ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง แต่หากเขาไม่รู้จริงๆ ก็คงต้องว่ากล่าวตักเตือน อย่างไรก็ตามสิ่งนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์ ซึ่งทางแพทยสภาจะออกประกาศแจ้งเตือนแพทย์ทั่วประเทศผ่านเว็บไซต์ให้ระมัดระวังการรีวิวสินค้า และห้ามใช้วิชาชีพแพทย์รีวิว หรือเกี่ยวข้องกับสินค้าสุขภาพ เพราะจะขัดต่อข้อบังคับของแพทยสภา หรือกล่าวง่ายๆ ว่าหมอต้องไม่เอาวิชาชีพหมอไปขายของ ซึ่งวิชาชีพอื่นก็เช่นกัน ทั้งพยาบาล ทันตแพทย หรือแม้แต่เภสัชกร ก็ต้องพึงระวังทั้งสิ้น เบื้องต้นแพทยสภาจะออกประกาศเตือนหมอว่า ลักษณะอย่างกรณีเมจิกสกิน อย่าทำ   นพ.สัมพันธ์ยังกล่าวว่า คนไทยเชื่อคนง่าย ยิ่งเป็นแพทย์เป็นหมอนี่เชื่อเลย ซึ่งไม่ได้ ตนมองว่าควรมีหน่วยงานกลางมาทำหน้าที่ตอบคำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาจเป็นสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เป็นผู้รับผิดชอบในการตอบคำถามเรื่องนี้หรือไม่ หรือควรประชาสัมพันธ์ให้หนัก ดังนั้น ขอให้ประชาชนพิจารณาดีๆ อย่าเชื่อรีวิว เพราะสินค้ารีวิวทำเพื่อประโยชน์ทางการค้ามากกว่า แต่หากสงสัยก็สอบถามไปยัง อย.               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/EPgS_SkPDWM

 2,866
ต่างประเทศ
24 เม.ย. 61

สุดหวาดเสียว! หนุ่มอินเดียทะเลาะคู่อริ ถูกกุญแจรถแทงทะลุกะโหลกลึกเกือบ 2 นิ้ว

สำนักข่าว Daily Mail เผยแพร่ภาพน่าหวาดเสียวของชายชาวอินเดียรายหนึ่ง หลังลูกกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ฝังอยู่ในกะโหลกศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส      รายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันที่18 เม.ย. ที่ผ่านมา วัยรุ่นอายุ 19 ปี จากรัฐมหาราษฏระ มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคู่อริในหมู่บ้าน ก่อนจะถูกแทงด้วยกุญแจรถอย่างแรงจนทะลุกะโหลกศีรษะลึกเกือบ 2 นิ้ว โดยแพทย์ได้ผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะบางส่วนของคนไข้และนำกุญแจที่ฝังอยู่ออกมาได้สำเร็จ ซึ่งการผ่าตัดยาวนานกว่า 3 ชั่วโมงครึ่ง     ด้านศัลยแพทย์ระบบประสาทผู้ทำการผ่าตัดระบุว่า ชายหนุ่มอาจถึงตายได้จากภาวะเลือดตกใน โดยหลังจากผ่าตัดคนไข้ได้พักฟื้นร่างกายในโรงพยาบาลจึงถึงวันที่ 21 เม.ย. ก็ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ และแพทย์ได้นัดคนไข้มาติดตามอาการอีกครั้งในสัปดาห์นี้    

 3,069
ต่างประเทศ
23 เม.ย. 61

อุทาหรณ์! หมอจีนผ่าตัดส่องกล้องช่วยเด็กวัยขวบเศษ หลังคว้า ‘กรรไกรตัดเล็บ’ จากมือแม่กลืนลงท้อง

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวน่าตกใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีน กรณีเด็กชายวัยเพียง 16 เดือน คว้ากรรไกรตัดเล็บจากมือของแม่แล้วกลืนลงท้อง ท่ามกลางความตกตะลึงของพ่อแม่ที่พยายามจะแย่งกลับมาแต่ไม่ทันจึงรีบพาลูกน้อยส่งโรงพยาบาล     ด้านแพทย์ของโรงพยาบาลเด็กเมืองฉางชุนในมณฑลจี๋หลิน เปิดเผยว่า จากผลการสแกนพบว่ากรรไกรตัดเล็บปรากฏอยู่ในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ร่างกายจะต้องใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง ในการย่อยสิ่งที่กินเข้าไปผ่านทางกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ซึ่งในกรณีนี้พ่อแม่ของเด็กพาลูกมาส่งโรงพยาบาลหลังจากกลืนกรรไกรตัดเล็บเข้าไปได้ประมาณ 30 นาที มันจึงยังคงอยู่ในกระเพาะอาหารของเด็กนั่นเอง       รายงานข่าวระบุว่า แพทย์ได้ผ่าตัดด้วยวิธีส่องกล้องและใช้คีมดึงกรรไกรตัดเล็บออกมาได้สำเร็จ ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวใช้เวลาเพียง 25 นาที ทั้งยังไม่สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ป่วย และที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องพักฟื้นในโรงพยาบาลอีกด้วย              

 2,484
ต่างประเทศ
21 มี.ค. 61

ทีมแพทย์จีนผ่าตัด 10 ชม. ช่วยทารกเกิดมามีขา 3 ข้าง ชี้เป็นของ ‘แฝดปรสิต’

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวทีมแพทย์ของจีนช่วยชีวิตทารกเพศชายวัย 11 เดือน หลังเกิดมาพร้อมความผิดปกติป่วยด้วยภาวะหัวใจพิการและมีขาถึง 3 ข้าง ซึ่งล่าสุดเด็กได้เข้ารับการผ่าตัดนำขาที่เกินมาออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว     รายงานข่าวระบุว่า Ma Yongfei ได้รับการรักษาล่าช้าเนื่องจากสถานะทางการเงินของครอบครัว และยังเข้าไม่ถึงการรักษาที่ทันสมัยเนื่องจากในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เด็กจึงถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลรัฐในนครเซี่ยงไฮ้ และเข้ารับการผ่าตัดยาวนานกว่า 10 ชั่วโมงไปเมื่อวันที่ 19 มี.ค.  ที่ผ่านมา     ด้านแพทย์เปิดเผยว่า ตอนที่ได้รับตัวเด็กมาเขามีอายุมากกว่า 10 เดือนแล้ว ซึ่งตามปกติในเคสแบบนี้ควรจะผ่าตัดตอนที่มีอายุ 6 เดือน เพราะยิ่งได้รับการแก้ไขเร็วมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสหายเป็นปกติเร็วขึ้นเท่านั้น สำหรับขาที่เกินมานั้นอยู่ใกล้กับอวัยวะเพศของเด็กชาย เชื่อว่าเป็นของ “แฝดกาฝาก” หรือ “แฝดปรสิต” ที่หยุดการเจริญเติบโตและมาฝังตัวอยู่ในร่างของคู่แฝด ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นกับหญิงตั้งครรภ์เพียง 1 ในล้านคน     ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมประชุมวางแผนการทำงาน จึงลงมือผ่าตัดโดยเริ่มจากนำขาที่อยู่ตรงกลางออกมาก่อนจะแก้ไขขาข้างขวา แต่การผ่าตัดครั้งนี้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นการรักษาเท่านั้น เพราะเด็กยังต้องรักษาตัวในระยะยาวต่อไปอีก ซึ่งขณะเดียวกันแพทย์จะทำการผ่าตัดรักษาภาวะหัวใจพิการไปพร้อมๆ กันด้วย เพื่อให้ทารกน้อยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติกับครอบครัวได้อย่างยืนยาว    

 19,815
สังคม-อาชญากรรม
16 มี.ค. 61

ญาติโวยแพทย์นำภาพผู้ป่วยมะเร็งเต้านมไปแชร์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ยันไม่ได้กินสมุนไพรหมอแสง

ความคืบหน้ากรณีเพจหนึ่งแชร์ภาพเต้านมผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม พร้อมข้อความ "ผ่านไปหกเดือน คนไข้ที่รับยาหมอแสงเริ่มทยอยมาในสภาพนี้ เศร้าครับ"   ล่าสุด คุณเจี๊ยบ ญาติของผู้ป่วยรายนี้ ร้องเรียนมายังรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ภาพที่แชร์กันนั้น เป็นเต้านมของญาติตนเอง ซึ่งจำได้ดี โดยคุณเจี๊ยบเล่าว่า ญาติได้เข้ารักษาอาการมะเร็งเต้านมระยะ 4 รักษาที่โรงพยาบาลศิริราช และรพ. ธนบุรี   โดยเมื่อสามวันที่ผ่านมามีแพทย์ที่เคยรักษาญาติ แจ้งว่ามีภาพเต้านมของญาติแชร์ไปในโลกออนไลน์ ตนก็ตกใจและแจ้งไปทางเพจ และแพทย์คนที่นำภาพญาติไปแชร์ข้อมูล ให้ลบข้อมูลเพราะเราไม่เคยอนุญาตให้นำภาพไปแชร์ ซึ่งภาพนี้เคยมีพยาบาลมาขอถ่ายไว้ ก่อนตัดชิ้นเนื้อตอนนั้น ผู้ป่วยก็อนุญาต เพราะคิดว่าเพื่อการรักษาแต่ไม่คิดว่าจะนำภาพแชร์ในโซเชียล   ซึ่งทางครอบครัวจำภาพได้เพราะไม่ใช่แค่สภาพเต้านม แต่จะเห็นส่วนคางและเตียงที่รักษา  ตนและครอบครัวไม่เข้าใจว่านี่คือจรรยาบรรณของแพทย์คนนี้หรือไม่ และแพทย์คนที่แชร์ข้อมูลก็ไม่ใช่แพทย์เจ้าของไข้ แล้วผู้ป่วยก็ไม่ได้กินสมุนไพรของหมอแสง แต่กินสมุนไพรแบบยาต้มของคนอื่น ตอนนี้ทางครอบครัวผู้ป่วย ไม่อยากเอาเรื่องทางกฎหมาย แต่อยากให้แพทย์และโรงพยาบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำในครั้งนี้ โดยการแก้ไขข้อมูลผ่านสื่อให้ถูกต้องและขออนุญาตก่อนนำภาพไปใช้   ขณะที่ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความเรื่องข้อกฎหมายของในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เข้าใจว่าหมอหวงดีและเป็นห่วง แต่กฎหมายก็คุ้มครองคนไข้ห้ามบุคคลใดนำข้อมูลสุขภาพ ของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล(ผู้ป่วย)ไปเปิดเผย  เว้นแต่การเปิดเผยนั้นเป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลนั้นโดยตรง ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 มาตรา7 ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นหมอจะทำอะไรต้องคำนึงถึงสิทธิ์ผู้ป่วยด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JZnOgCMiDWk    

 37,638
ต่างประเทศ
14 มี.ค. 61

ทีมแพทย์อินเดียช่วยชีวิตหนุ่มถูกแทงรอดตายหวุดหวิด หลังมีดทะลุกะโหลกเฉียดสมองไปไม่กี่มิลลิเมตร

สำนักข่าว mirror เผยแพร่ภาพชวนหวาดเสียวของ Ashok Nirmalkar ชายชาวอินเดียวัย 25 ปี หลังถูกมีดแหลมแทงคิ้วเหนือตาซ้ายทะลุกกะโหลกแต่กลับรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ หลังคมมีดแทงเฉียดสมองไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร     รายงานข่าวระบุว่า ชายหนุ่มถูกคู่อริแทงหลังมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันในงานเทศกาลโฮลีเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา แต่โชคดีที่ศัลยแพทย์สามารถนำใบออกมาได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสมอง ขณะที่เจ้าตัวเปิดใจว่า ตอนที่ถูกแทงเขาคิดว่าตัวเองคงไม่รอดแล้ว แต่สุดท้ายก็ได้หมอช่วยชุบชีวิตขึ้นมาใหม่     ด้านแพทย์เปิดเผยว่า ฟิล์มเอกซเรย์แสดงให้เห็นว่ามีดยาว 3 นิ้วแทงทะลุกะโหลก ทำลายเปลือกตาซ้าย และเส้นประสาทตาตาขาด โดยหลังจากทำ MRI สแกนสมอง ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประกอบด้วย ศัลยแพทย์ระบบประสาท จักษุแพทย์ และศัลยแพทย์ ได้ร่วมกันผ่าตัดนำใบมีดออกมาอย่างระมัดระวัง กินเวลายาวนานถึง 3 ชั่วโมง เพราะถือเป็นงานที่ยากและมีความซับซ้อนสูงมาก ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจจะทำให้เส้นประสาทตาที่เชื่อมโยงตากับสมองได้รับความเสียหาย     เป็นเรื่องน่าเศร้าที่คนไข้มีแนวโน้มจะสูญเสียการมองเห็น แต่แพทย์จะพยายามรักษาจอประสาทตาและกระจกตาอย่างสุดความสามารถ     

 12,605
ต่างประเทศ
13 มี.ค. 61

สยอง! หญิงจีนกลืนกบเป็นๆ 3 ตัวหวังรักษาโรค สุดท้าย ‘พยาธิตัวตืด’ โผล่ในเต้านม

สำนักข่าว Daily Mail รายงานข่าวน่าตกใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีน กรณีแพทย์ผ่าตัดนำพยาธิตัวตืดความยาว 5 นิ้ว ออกจากเต้านมของคนไข้หญิงรายหนึ่ง หลังเจ้าตัวเคยกินกบเป็นๆ 3 ตัว ตามความเชื่อว่ามีสรรพคุณเป็นยาแผนโบราณรักษาโรคได้     รายงานข่าวระบุว่า ย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน หญิงแซ่เหยาวัย 59 ปี ได้กลืนกบตัวเป็นๆ เพื่อรักษาอาการปวดข้อเรื้อรัง หลังมีสูตรยาพื้นบ้านบอกว่ากบสามารถรักษาอาการเจ็บปวดได้ และไม่เคยปริปากบอกใครเรื่องนี้ แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือนเธอกลับมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง จนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ได้วินิจฉัยว่าเธอป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก     จากนั้นอาการของเธอก็ดูเหมือนจะหายไป กระทั่งมาพบว่ามีก้อนเนื้ออยู่ในเต้านมข้างขวาจนนำมาสู่การผ่าตัดในที่สุด โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างพักฟื้นอาการหลังเข้ารับการผ่าตัดไปเมื่อสัปดาห์ก่อน     ขณะที่แพทย์ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าคนไข้จะติดเชื้อเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากตัวอ่อนของปรสิตสามารถแพร่กระจายไปทั่วร่างกายมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว      

 15,874
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.พ. 61

แพทย์แนะใช้หน้ากากอนามัย n95 ช่วยกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ดีที่สุด

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง อรพรรณ โพชนุกูล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืด และโรคระบบหายใจ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต แนะวิธีรับมือกับฝุ่นละอองว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ขณะนี้ อาจก่อให้เกิดการคันจมูก คันคอ มีน้ำมูก และวิธีการรับมือก็คือ การหลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน หรือหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในจุดที่ทางกรมควบคุมมลพิษประกาศ ถ้าหากจำเป็นที่จะต้องไปยังจุดนั้นจริงๆ ในเวลาที่ไม่นานก็อาจจะใช้หน้ากากอนามัย หรือผ้าชุบน้ำปิดจมูก   ศ.พญ.อรพรรณ ยังบอกอีกว่า หน้ากากอนามัยที่ใช้กันทั่วไป มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นขนาดใหญ่ ไม่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 ได้ ทางที่ดีควรใช้หน้ากากอนามัย N95 เพราะจะมีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ดีที่สุด ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง และเมื่อสวมใส่เข้าไปแล้วอาจจะทำให้ผู้สวมใส่อึดอัด แต่รับรองว่ากรองฝุ่นขนาดเล็กที่ประสบอยู่ในขณะนี้ได้แน่นอน     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Grdqfyva1zA    

 5,758
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.พ. 61

แพทย์ เตือนปชช.-ผู้ป่วยภูมิแพ้ รับมือปัญหาฝุ่นละอองยังเกินมาตรฐาน แนะใส่หน้ากากอนามัย

ศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล  ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืด และโรคระบบหายใจ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เผยว่าช่วงนี้สภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวน  ซึ่งอาจจะทำให้สุขภาพไม่แข็งแรง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ โรคหืด และโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอากาศในช่วงนี้มีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในหมอกที่กระจายอยู่ทั่วไป จึงขอแนะนำให้คนไข้กลุ่มนี้ไม่ควรอยู่นอกอาคาร หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง สวมผ้าปิดจมูก หลังค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะในที่ชุมชนและคับคั่งไปด้วยรถยนต์ยานพาหนะ มีกระทบต่อผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์   ทั้งนี้ฝุ่นละอองที่มีผลต่อคนไข้ที่เป็นภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นโรคแพ้อากาศ โรคหืด และโรคระบบทางเดินหายใจ คนไข้ที่แพ้อากาศจะมีผลต่อฝุ่นละอองขนาดใหญ่ ซึ่งฝุ่นละอองขนาดใหญ่จะทำให้มีปัญหาแสบโพรงจมูก คัดจมูกมีน้ำมูก หรือมีอาการตาแดงแสบตาตามมาได้ ส่วนฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถลงไปสู่หลอดลมได้ ทำให้เกิดปัญหากับคนไข้ที่เป็นหอบหืด เมื่อคนไข้ที่เป็นหอบหืดได้รับฝุ่นละอองขนาดเล็กในปริมาณมากอย่างเฉียบพลัน จะส่งผลให้มีอาการหอบหืด แน่นหน้าอก ซึ่งจะอันตรายมากหากคนไข้ไม่ได้เตรียมตัวออกจากบ้านและไม่ได้ใช้ยาอย่างสม่ำเสมอ ประกอบกับได้รับปริมาณฝุ่นละอองปริมาณน้อยๆ เป็นเวลานานจะส่งผลให้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ทำให้โรคหอบหืดกำเริบได้เหมือนกัน   ฉะนั้นในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มีสภาวะฝุ่นละอองค่อนข้างเยอะ หากมีความจำเป็นจะต้องออกจากบ้านคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ แนะนำให้ใช้หน้ากากอนามัยปิดจมูกปิดปาก แต่หน้ากากอนามัยที่เราใช้ทั่วไปนั้นเราไม่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ ควรใช้หน้ากาก n95 หากไม่มีหน้ากากชนิดนี้ให้ใส่หน้ากากอนามัยชนิดธรรมดา และให้หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝุ่นละอองเยอะ    สำหรับในประเทศไทยนั้นยังไม่มีจุดตรวจเช็ดปริมาณฝุ่นละอองอย่างทั่วถึง เราต้องหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในบริเวณที่ไม่มีการระบายอากาศ นอกจากนี้คนไข้โรคหอบหืดต้องใช้ยาพ่นป้องกันหอบอย่างสม่ำเสมอ คนที่แพ้อากาศต้องพ่นจมูกหรือรับประทานยาแก้แพ้ทุกวัน ส่วนคนไข้ที่เป็นหอบหืดควรพกยาพ่นฉุกเฉินที่เป็นยาขยายหลอดลมติดตัวไว้เสมอ เมื่อเกิดอาการกำเริบ เช่นมีอาการไอ แน่นหน้าอก ควรพ่นยาขยายหลอดลมทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้หอบเยอะแล้วค่อยพ่นยา สามารถเข้าไปดูแผนปฏิบัติการเมื่อมีอาการหอบกำเริบได้ในแอพพลิเคชั่นชื่อ Asthma Care โดยดาวน์โหลดได้ฟรีจากระบบ ios และ Android  ศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล  ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืด และโรคระบบหายใจ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ   ในขณะเดียวกันสำหรับคนที่แพ้อากาศหรือแสบตาคันตา ต้องพกน้ำตาเทียมหยดตา หรืออาจต้องพกน้ำเกลือขวดเล็กๆ หรือเป็นสเปรย์พ่นจมูก ล้างจมูก ทานยาแก้แพ้ หรือทานยาคัดจมูกเสริม เป็นวิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นและต้องหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝุ่นละอองด้วย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 3,709
ต่างประเทศ
31 ม.ค. 61

สุดสยอง! เผยภาพ 'พยาธิตัวตืด' ยาวเกือบ 3 เมตร หลังพบในตัวหนุ่มสิงคโปร์ที่ชอบกินปลาดิบ

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวน่าตกใจกรณีพบพยาธิตัวตืดยาวถึง 9 ฟุต 2 นิ้ว หรือกว่า 2.8 เมตร ภายในท้องของชายคนหนึ่งซึ่งชื่นชอบการรับประทานปลาดิบหรือซูชิของญี่ปุ่น     ภาพของพยาธิที่ต้องพับถึง 18 ทบถึงสามารถถ่ายรูปในเฟรมเดียวกันได้ ถูกบันทึกโดยแพทย์จากแผนกจุลชีววิทยาของโรงพยาบาลในสิงคโปร์   ภาพประกอบข่าว   ด้านศาสตราจารย์ Hsu Li Yang ระบุว่าวัตถุประสงค์ที่ออกมาเปิดเผยกรณีศึกษาอันโด่งดังซึ่งเกิดขึ้นในปี 2016 เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้คนตระหนักถึงอันตรายที่เกิดจากการกินอาหารดิบ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของพยาธิตัวตืดเพิ่มมากขึ้นในสิงคโปร์ ซึ่งก็คล้ายคลึงกับในหลายประเทศพัฒนาแล้วที่การบริโภคปลาดิบได้รับความนิยมสูง แต่การติดเชื้อกลับแตกต่างกันออกไป บางคนไม่มีอาการผิดปกติ ในขณะที่บางคนมีอาการคลื่นไส้ อ่อนเพลีย ท้องเสีย และปวดท้อง อย่างเห็นได้ชัด   ภาพประกอบข่าว   สำหรับพยาธิตัวตืดส่วนใหญ่เกิดจากการกินเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้ผ่านการปรุงให้สุกก่อน    

 9,423

Top