ค้นหา :

ผลการค้นหา "เภสัชกร"

สังคม-อาชญากรรม
16 ต.ค. 61

เภสัชกรยื่นหนังสือค้านร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับเสนอ ครม. ชี้ถูกบิดเบือน แนะทำประชาพิจารณ์

ชมรมเภสัชกรภาคใต้และ 12 เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม ยื่นหนังสือค้าน ร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับที่ สธ.เสนอ ครม. ชี้ถูก อย.ผู้จัดทำร่างบิดเบือนข้อมูล เป็นความคิดเห็นฝ่ายเดียว ยันทางกลุ่มไม่เคยเห็นด้วย แนะทำประชาพิจารณ์จากทุกภาคส่วนไม่น้อยกว่า 15 วัน     เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2561 ชมรมเภสัชกรภาคใต้และ 12 เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม นำโดย ภญ.สุจิดา กุลถวายพร ประธานชมรมเภสัชกรภาคใต้แถลงการณ์คัดค้านร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. ...ฉบับเดือนตุลาคม 2561 : ฉบับยื่นต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยระบุว่า   เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุขยื่นเสนอต่อ ครม.นั้น ผู้ที่รับผิดชอบจัดทำร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับดังกล่าวได้สรุปการรับฟังความคิดเห็นไปฝ่ายเดียวว่า “ชมรมเภสัชกรภาคใต้เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. ...ที่จะเสนอต่อ ครม.” ซึ่งไม่เป็นความจริง   ทั้งนี้ ชมรมเภสัชกรภาคใต้และ 12 เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมยึดมั่นในเจตนารมณ์ต้องการให้ร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. ...ฉบับนี้คุ้มครองประชาชนอย่างแท้จริง และได้เสนอข้อคิดเห็นต่อผู้ที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบจัดทำร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับนี้หลายประการ แม้ผู้จัดทำจะได้ปรับแก้ไขในบางประเด็นที่ได้ถกเถียงหรือโต้แย้งกันไปบางส่วนแล้ว   แต่ปรากฎว่า ผู้จัดทำร่าง พ.ร.บ.ยามีการเพิ่มบทบัญญัติที่มีเนื้อหาอันเป็นสาระสำคัญซึ่งไปกระทบกระเทือนความปลอดภัยด้านยาของประชาชนอย่างมากเข้าไปในร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับที่จะนำเสนอต่อ ครม. โดยไม่เคยมีปรากฎมาก่อนในร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับเดิมที่เคยผ่านการทำประชาพิจารณ์ (ระหว่างวันที่ 26-31 กรกฎาคม 2561 ทางเว็บไซต์ http:/lawamendment.go.th เพียงแค่ 6 วันเท่านั้น) จากความเร่งรีบในการแก้ไขและเสนอร่าง พ.ร.บ.ยา จึงส่งผลกระทบให้เปลี่ยนแปลงระบบยาของประเทศทั้งระบบ ให้ยิ่งซ้ำเติมปัญหาเดิม โดยไม่คำนึงว่าจะทำงานระบบยาของประเทศและยิ่งทำให้เสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยในการใช้ยาของประชาชนอย่างร้ายแรงที่สุด และขาดหลักธรรมาภิบาลว่าด้วยการรับฟังให้รอบด้านและความโปร่งใส นอกจากนั้นยังไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 77 ด้วย   ชมรมเภสัชกรภาคใต้และ 12 เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมจึงขอคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าวและขอเรียกร้องให้   1.ผู้จัดทำร่าง พ.ร.บ.และผู้เกี่ยวข้องออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีกล่าวอ้างบิดเบือนข้อมูลอันเป็นเท็จ จนเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและสร้างความเสียหายต่อชมรมเภสัชกรรมภาคใต้   2.เสนอให้นำร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. ...(ฉบับเดือนตุลาคม พ.ศ.2561 : ฉบับยื่นต่อคณะรัฐมนตรี) กลับคืนมาและให้เปิดเผยร่าง พ.ร.บ.ยาต่อสาธารณชน เปิดรับฟังประชาพิจารณ์จากทุกภาคส่วนในหลายช่องทางอย่างชอบธรรมทั้งกระบวนการ เนื้อหา และระยะเวลา ไม่น้อยกว่า 15 วัน รวมทั้งปรับแก้อย่างรอบคอบและชอบธรรมในทุกมิติ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้รับความคุ้มครองและมีความปลอดภัยในการใช้ยาอย่างแท้จริง   ต่อมามีรายงานว่าเมื่อเช้าวันที่ 16 ต.ค.2561 ตัวแทนเภสัชกรในหลายจังหวัด อาทิ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี เข้ายื่นหนังสือขอคัดค้าน และขอให้นำร่าง พ.ร.บ.ยา กลับคืนมาแก้ไข ต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรีผ่านทางศูนย์ดำรงธรรม และผู้ว่าราชการจังหวัด   ข้อมูลจาก สภาเภสัชกรรม : The Pharmacy Council  

 1,797
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ย. 61

เครือข่ายเภสัชพอใจ สธ.ยอมถอย ให้แค่ 3 วิชาชีพจ่ายยาได้เหมือนเดิม

ที่ประชุมของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ถึงการหารือร่วมกับเครือข่ายเภสัชกร ถึง พ.ร.บ.ยาฉบับใหม่ ล่าสุดจะมีการปรับแก้ในมาตรา 22(5) ที่มีปัญหา ทำให้ได้ข้อสรุปว่า ให้กลับไปใช้อย่างเดิม คือ ให้ 3วิชาชีพจ่ายยาได้ มีแพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์   ส่วนวิชาชีพอื่นๆไม่ต้องมีพ่วงท้ายเพื่อไปใส่ไว้ในกฎกระทรวงอีก ก็คือให้กลับไปใช้กฎหมายเดิมในมาตรานี้ ส่วนเภสัชกรก็มีกฎระเบียบควบคุมอยู่แล้วว่า ต้องอยู่ประจำร้านขายยา ซึ่งก็เป็นไปตามรูปแบบเดิม   ด้าน ภก.จิระ วิภาสวงศ์ ประธานชมรมเภสัชสาธารณสุขแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในการรับฟังก็พอใจในระดับหนึ่ง ซึ่งอยากเห็นสิ่งใหม่ที่มีความก้าวหน้าทัดเทียมสากล  ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่า จะเป็นไปตามนั้นมากน้อยแค่ไหน ซึ่งทางเภสัชกรไม่ได้คัดค้านการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ยา ทั้งฉบับ ก็มีบางประเด็นที่ต้องปรับแก้ให้เหมาะสมจริงๆ โดยในมาตรา 22(5)   สำหรับเรื่องการแบ่งประเภทยานั้น ในกฎหมายฉบับใหม่ระบุไว้ 4 ประเภท แต่ตามหลักสากลระบุไว้ 3 ประเภท คือ 1.ยาควบคุมพิเศษ 2.ยาอันตราย 3.ยาที่ไม่ต้องมีใบสั่ง หรือยาสามัญประจำบ้าน แต่ทางกลุ่มขอค้านตรงยากลุ่มที่ 4 คือ ยาแผนปัจจุบันที่ไม่ใช่ยาอันตราย หรือยาควบคุมพิเศษ ตรงนี้ยังสงสัยกันว่าจัดเป็นยากกลุ่มไหน หรือเป็นกลุ่มขย.2 ที่เป็นยาบรรจุเสร็จหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันจำกัดการขายอยู่ 2,800 ร้าน ตรงนี้อยากให้เขียนให้ชัดว่า คืออะไร และจำเป็นต้องมีหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ttxyU9ZdM1Y

 4,356
สังคม-อาชญากรรม
21 ธ.ค. 60

รวบเภสัชกรสาว เปิดเว็บขายยาเสียสาว-ปลุกเซ็กส์ พบเคยถูกจับมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 57

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเภสัชกรสาว เปิดเว็บไซต์ลักลอบจำหน่ายยาปลุกเซ็กส์ และเซ็กซ์ทอย สอบประวัติพบเคยถูกสภาวิชาชีพเภสัชกร เอาผิดในพฤติกรรมเดียวกัน เมื่อปี 2557    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zVK7jN50LYU    

 12,871
สังคม-อาชญากรรม
24 มิ.ย. 60

เปิดความในใจ แม่นายจำลอง เหยื่อเขยโหด

จากคดีสะเทือนขวัญ นายกฤษณะชัย จันทราศรี ผู้ต้องหาใช้อาวุธมีดแทง นายจำลอง บุญทาทองและนางบัว บุญทาทอง พ่อและแม่ของ นางสาวรัชฎาพร บุญทาทอง อดีตภรรยา จนเสียชีวิต เมื่อกลางดึกของวันที่ 26 มกราคม 2548 ก่อนจะหลบหนีไปหลบซ่อนตามสถานที่ต่างๆ รวม 13 ปี จนถูกจับกุมได้ที่พื้นที่ดอนเมือง      เช้าวันนี้ ระหว่างการทำแผนบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ต้องให้ผู้ต้องหาสวมใส่หมวกกันน็อกเพื่อความปลอดภัยและจัดให้นายกฤษณะชัยได้กราบขอขมานางมอย บุญทาทอง อายุ 83 ปี มารดาของนายจำลอง และ นางเหลี่ยม บุญทาทอง อายุ 58 ปี พี่สาว ที่ไปรออยู่ในบ้านที่เกิดเหตุด้วย   นายกฤษณะชัยกล่าวกับนางมอยและนางเหลี่ยมว่า ตนขออโหสิกรรมโดยจะยอมรับกรรมที่ได้ก่อเอาไว้ด้วย ขณะที่นางมอยและนางเหลี่ยมก็ตอบกลับว่า ที่จริงได้อโหสิกรรมให้นานแล้ว แต่สงสัยว่าเหตุใดจึงหลบหนีและไม่ยอมมอบตัวเพื่อรับการดำเนินคดี จากนั้นนางมอยได้ร้องไห้ออกมาเป็นที่น่าสงสารของผู้พบเห็นอย่างมาก   นางมอย  ผู้เป็นแม่ บอกว่า ตนมีลูก 10 คน มีนายจำลองเป็นคนที่ 3 จำลองถือว่าเป็นคนดีคนหนึ่งและประกอบอาชีพขับเรือหางยาวรับนักท่องเที่ยวในแม่น้ำกกเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวจึงเป็นที่รักชอบพอของชาวบ้านย่านนั้น กระทั่งมาเสียชีวิต ตนก็เสียใจมากและนับตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เอารูปของนายจำลองไปติดเอาไว้ที่บ้านของตนเลยเพราะเห็นทีไรจะทำให้คิดถึงเขา และเมื่อออกไปตามสถานที่ต่างๆ แล้วเห็นคนขับเรือหรือได้ยินเสียงเรือก็มักจะร้องไห้ออกมาเป็นประจำ ดังนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่จับกุมตัวคนก่อเหตุได้ก็ดีใจและจะได้นอนหลับได้เสียทีรวมถึงญาติพี่น้องคนอื่นๆ ก็จะได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขสืบไป   ด้านนางเหลี่ยม พี่สาวของนายจำลอง กล่าวว่า นายจำลองและครอบครัวของเขาเป็นคนดี จึงทำให้ชาวบ้านพากันออกมากันมากดังกล่าว และเมื่อจับคนก่อเหตุได้ พวกตนก็ดีใจจึงอยากให้เขาได้รับกรรมตามที่ตนเองได้ก่อเอาไว้โดยหวังว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ให้มีการประกันตัว    นางเหลี่ยม ยังติดใจในกรณีที่นางสาวยุพิน ปานลอยวงค์ อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นลูกจ้างร้านขายยาของนายกฤษณะชัย ซึ่งร่วมกันก่อเหตุฆ่าและถูกจับกุมตัวได้ที่ จังหวัดชลบุรี  นั้นกลับปฏิเสธว่าไม่ได้ขึ้นไปบนบ้านเพื่อก่อเหตุร่วมกับนายกฤษณะชัย ทั้งๆ ที่วันเกิดเหตุมีคนเห็นว่านางสาวยุพินขึ้นไปและยังจับแขนของนางบัวเอาไว้ด้วยจึงอยากให้มีการสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่าง

 27,944
สังคม-อาชญากรรม
22 มิ.ย. 60

รวบเภสัชกรโหดใช้มีดจ้วงแทงพ่อตาแม่ตาย หลังญาติร้องกว่า 12 ปีไม่คืบ

     นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้นำ นางสาวรัชนก บุญทาทอง, นางสาวรัชฎาพร บุญทาทอง 2 พี่น้องเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) หลังจากพ่อและแม่คือ นายจำลอง และนางบัว บุญทองทา ถูกอดีตลูกเขยและอดีตสามีนางสาวรัชฎาพร ซึ่งเป็นเภสัชกรฆาตกรรมจนเสียชีวิตเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 26 ม.ค. 2548 ในท้องที่ สภ.เมืองเชียงราย แม้ต่อมามีการดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหาหลายราย แต่ปัจจุบันเวลาผ่านไปกว่า 12 ปี ผู้ต้องหารายนี้ยังลอยนวลในพื้นที่ เพราะมีความใกล้ชิดนายตำรวจ        โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวตนได้สั่งให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามจับกุม จนกระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุด พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) แจ้งว่าสามารถจับกุมผู้ต้องหาคือนายกฤษณะชัย จันทราศรี อายุ 51 ปี ได้ในท้องที่ สน.ดอนเมือง ส่วนนางสาวยุพิน ปานลอยวงค์ อายุ 28 ปี จับกุมได้ที่ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นลูกจ้างร้านขายยาของนายกฤษณะชัย ซึ่งทั้งคู่เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย ข้อหาร่วมฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน         ด้านนางสาวรัชฎาพร กล่าวว่า ตนอยู่กินกับอดีตสามี 2 ปี ทุกอย่างเป็นปกติดี แต่เขาเป็นคนโมโหร้าย พยายามขอมีเพศสัมพันธ์ตลอด และทุบตีจนทนไม่ไหวจึงขอเลิก แต่กลับถูกข่มขู่ว่าถ้าเลิกจะถูกฆ่าทั้งครอบครัว ตนจึงหนีออกมาอยู่กับญาติที่กรุงเทพฯ กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งในงานศพอดีตสามีก็ยังโทรศัพท์มาข่มขู่ว่าตำรวจไม่มีทางจับได้ ซึ่งเรื่องราวผ่านมากว่า 12-13 ปี แต่ทางคดีไม่เคยคืบหน้า โดยพี่เขยของอดีตสามีเป็นตำรวจใหญ่ในจังหวัดเชียงรายขณะนั้นด้วย ประกอบกับน้องชายอดีตสามีก็เป็นครูในโรงเรียนที่น้องสาวเรียนอยู่ ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัยตลอดเวลา        ส่วนนางสาวรัชนก กล่าวว่า ตอนผู้ต้องหาก่อเหตุขณะนั้นตนอายุ 15 ปี และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.40 น. โดยนายกฤษณะชัย อดีตสามีของพี่สาวได้มาที่บ้าน ก่อนที่ตนจะเห็นว่าอดีตพี่เขยและผู้หญิงอีกคนกำลังใช้มีดจ้วงแทงพ่อและแม่อยู่ ซึ่งหลังเกิดเหตุพบว่าพ่อกับแม่นอนจมกองเลือด ซึ่งถึงแม้ตนจะรอดมาได้ แต่ตนต้องอยู่ในสภาพหวาดระแวงตลอดเวลา ต้องกินยาระงับประสาทตลอด 12 ปีที่ผ่านมา        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทราบข่าวการจับกุมคนร้ายได้ ญาติของผู้เสียชีวิตได้ร่ำไห้พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้สื่อข่าวที่ช่วยนำเสนอข่าวจนสามารถจับกลุ่มคนร้ายได้ เพราะหลังเกิดเหตุ 13 ปีคดีไม่คืบหน้า ต้องอยู่อย่างหวาดกลัวและถูกข่มขู่มาโดยตลอด รู้สึกสบายใจขึ้นที่สามารถจับกุมคนร้ายได้

 43,494
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ค. 60

ลอบขายยาแก้ไอ ให้วัยรุ่น ใช้ทำ '4คูณ100' ผู้ปกครองแจ้งจับ พบเภสัชปลอม-ของกลางอื้อ

เมื่อเวลา 08.00น. วันนี้(25พ.ค.) พ.ต.ท.ศิรชัย เกิดศรี รอง ผกก.สส. สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่นำกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านขายยา ทีอาร์ฟาร์มาซี ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.6 ต.บ่อผุด หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครอง ของเยาวชนว่าร้านดังกล่าว แอบลักลอบจำหน่ายยาแก้ไอให้กับกลุ่มวัยรุ่น เพื่อนำไปผสมกับใบกระท่อมผลิตเป็นยาเสพติดสี่คูณร้อย   จากการตรวจสอบภายในร้านพบ น.ส.เสาวรส ราชแป้น อายุ 24 ปี เป็นพนักงานประจำร้าน และพบยาแก้ไอ ยี่ห้อดาทิสซิน(DATISSIN) ยาอันตราย ขนาด 60 มิลลิกรัม จำนวน 33 ขวด ยาน้ำแก้ไอ ยี่ห้อเอนาดริล (A-NADRIL) ขนาด 60 มิลลิกรัม จำนวน 31 ขวด ยาแก้ไอยี่ห้อทีนาดริล (TENADIN) ขนาด 60 มิลลิกรัม จำนวน 14 ขวด ยาแก้ไอยี่ห้อไอ 22 ไซรัป (I-22 SYRUP) ขนาด 60 มิลลิกรัม จำนวน 22 ขวด และยาน้ำแก้ไอยี่ห้อเอคลอดิล ไซรัป (A-CHLORDYL SYRUP) ขนาด 60 มิลลิกรัม จำนวน 92 ขวด รวม 192 ขวด ซึ่งยาทั้งหมดเป็นยาอันตราย และยาต้องห้าม จึงยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมนำตัว น.ส.เสาวรส ไปสอบปากคำที่ สภ.บ่อผุด   พ.ต.ท.ศิรชัย เกิดศรี รอง ผกก.สส. กล่าวว่า เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองของเยาวชนว่าร้านดังกล่าวแอบลักลอบจำหน่ายยาแก้ไอให้กับกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน เพื่อนำไปทำการผสมกับใบกระท่อม เพื่อผลิตเป็นยาเสพติดสีคูณร้อย และจากการตรวจสอบพบว่าร้านดังกล่าวไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนขออนุญาตการจำหน่ายจากเภสัชกรรมแต่อย่างใด   เบื้องต้น จากการสอบปากคำน.ส.เสาวรส ให้การว่า เป็นพนักงานในร้านมีหน้าที่จำหน่ายอย่างเดียวแต่ไม่เป็นเภสัชกร เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ภาพ : มติชน

 14,099
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.พ. 60

จับร้านขายยาลักลอบจำหน่ายยาแก้ไอ-แก้ปวดให้เยาวชนผสมทำยาเสพติด

กองบังคับการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการคุมครองผู้บริโภค ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จับกุมผู้ลักลอบขายยาแก้ไอและยาแก้แพ้ให้กับเยาวชน มูลค่ากว่า 1 ล้าน 5 แสนบาท     พลตำรวจตรีกรเอก เพชรไชยเวส รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยเภสัชกรประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้ร่วมกันแถลงพร้อมของกลาง ยาแก้ปวดทรามาดอล จำนวน 46,300 แคปซูล ยาแก้ไอและยาแก้แพ้ ชนิดน้ำ จำนวน 10,000 ขวด ยาแก้ไอ ชนิดเม็ด จำนวน 5,800 เม็ด และยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 7,600 เม็ด มูลค่ากว่า 1 ล้าน 5 แสนบาท เป็นของกลางที่ หลังนำหมายศาลมีนบุรีเข้าค้นได้จากร้านขายยา 2 แห่ง และอาคารพาณิชย์ที่เก็บยาดังกล่าวอีก 1 แห่ง ย่านหนองจอก และคลองสามวา ซึ่งเป็นขบวนการลักลอบจำหน่ายยาควบคุมพิเศษเหล่านี้ให้กับเยาวชนในพื้นที่ไปใช้ในทางที่ผิด สามารถจับผู้ต้องหาได้ 3 ราย    เภสัชกรประพนธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการร่วมมือกับกองบังคับการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการคุมครองผู้บริโภค ในการตรวจสอบและจับกุมร้านขายยาที่กระทำความผิด เนื่องจากยาอันตรายเหล่านี้มีการควบคุมการจำหน่ายยาน้ำ ยาน้ำแก้ไอที่มีไดเฟนไฮดรามีน หรือ โปรเมทาซีน หรือเดกซ์โตร -เมเธอร์แฟน เป็นส่วนประกอบ ได้จำกัดปริมาณการจำหน่ายจากผู้ผลิตไปยังร้านขายยาไม่เกิน 300 ขวดต่อแห่งต่อเดือน และจำกัดการขาย ไม่ควรจ่ายยาเกินครั้งละ 3 ขวด เพื่อป้องกันการนำยาดังกล่าวไปใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ ส่วนยาแก้ปวดทรามาดอล สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้มีมาตรการเข้มงวดโดยร้านจะต้องจำหน่ายยาเฉพาะกับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นทางการแพทย์เท่านั้น และจำหน่ายได้ไม่เกิน 20 เม็ดหรือแคปซูลต่อรายต่อครั้ง และให้เภสัชกรประจำร้านเป็นผู้ส่งมอบยาให้แก่ผู้มารับบริการเท่านั้น ที่สำคัญห้ามจำหน่ายยา ให้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปีในทุกกรณี รวมทั้งให้ผู้รับอนุญาตและเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติร่วมกันจัดทำบัญชีซื้อยาบัญชีการขายให้เป็นจริงถูกต้อง แต่ก็ยอมรับว่ายังมีจุดอ่อนในการรั่วไหลของยา ซึ่งก็จะต้องตรวจสอบย้อนหลังว่าอาจจะเป็นยาปลอมที่มีบริษัทผลิตออกมาจำหน่ายให้กับร้านขายยาเหล่านี้ เบื้องต้นในเรื่องของกฎหมายนั้นได้มีการบังคับใช้หากพบร้านที่กระทำความผิดก็จะต้องถูกพักใบอนุญาตขายยาและปิดร้านจนกว่าคดีจะถึงที่สิ้นสุด เภสัชกรประพนธ์ กล่าวด้วยว่า การกระทำความผิดลักษณะนี้อาจะมีผลทำให้ยาเหล่านี้ถูกยกระดับเป็นยาที่อยู่ในสถานพยาบาลเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ผู้ที่เป็นโรคปวดหัว ไอเรื้อรัง ที่จำเป็นต้องใช้ยาจะทำให้หาซื้อได้ยากขึ้น ด้านพันตำรวจเอกทรงโปรด สิริสุขะ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการคุมครองผู้บริโภค กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนไปถึงขบวนการผลิตยาปลอม หรือโรงงานที่ผลิตยาเหล่านี้ออกมาเกินจำนวนที่ควบคุมไว้ ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2557 - 2559 สามารถจับผู้กระทำผิดในการจำหน่ายยาควบคุมพิเศษได้จำนวน 272 ราย  

 138,439

Top