ค้นหา :

ผลการค้นหา "รัฐประหาร"

การเมืองเข้มข้น
12 ก.พ. 62

นายกฯแจงโซเชียลแชร์ข่าวปลอมปลดผู้นำเหล่าทัพ ลั่นสัมพันธ์กองทัพซี้ปึ้ก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการมหาดไทย ชี้แจงทำความเข้าใจข่าวสารข้อเท็จจริง ข่าวลือ ข่าวเท็จ คำสั่ง ม.44 และประกาศราชกิจจานุเบกษาปลดผู้นำเหล่าทัพออกจากตำแหน่ง พร้อมระบุว่า   เป็นเรื่องอันตรายมาก ไม่ทราบเหตุผลว่าทำเพราะอะไร ปล่อยข่าวในโซเชียลมากมายไปหมด ข่าวปลด ผบ.เหล่าทัพเป็นไปไม่ได้ หากเป็นจริงตนต้องแจ้งอยู่แล้วเรื่องจะโยกย้ายหรือออกคำสั่งที่ต้องผ่านขั้นตอนต่างๆไม่สามารถใช้มาตรา 44 แต่งตั้งหรือปลดใครได้ทุกตำแหน่ง ใช้เฉพาะกับคนที่มีปัญหาเท่านั้น   ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหากับใครทั้งสิ้น ขอสื่ออย่าเขียนว่าสถานการณ์กับเหล่าทัพไม่ดี ดีมาโดยตลอด เป็นพี่น้องกันมานาน หลายสิบปี ถือเป็นภาระความผูกพัน ถ้าทุกคนต่างทำความดีต้องส่งเสริมซึ่งกันและกัน หากไม่ดีและเขาไม่ชอบก็ต้องยอมรับ ต้องยอมรับกันและกัน ฝากสื่อแก้ไขด้วย   ด้านสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) มอบหมายให้ น.ส.สาวิตรี ชำนาญกิจ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เข้าแจ้งความกับ บก.ปอท.ดำเนินคดีหาตัวผู้กระทำความผิดที่ปล่อยข่าวเรื่องปลด ผบ.เหล่าทัพแล้ว   ขณะที่ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของผู้ปล่อยข่าวหวังอะไร พล.ท.คงชีพตอบว่า ต้องตั้งคำถามกลับไปว่าการกระทำดังกล่าวใครได้ประโยชน์ ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณติดตามข่าวสารที่เป็นจริงจากราชการ และอย่าตื่นตระหนก ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์กองทัพเหนียวแน่นเป็นหนึ่งเดียว ทหารเป็นสถาบันหลักทำหน้าที่เป็นหลักประกันความมั่นคง ขอให้เชื่อมั่นว่ากองทัพทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมและประเทศชาติ   สอดคล้องกับ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวว่า การสร้างเรื่องเท็จ มุ่งประสงค์ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด อาจหวังให้สังคมเกิดความวุ่นวาย มีข้อสังเกตว่าอาจกระทำลักษณะเป็นขบวนการ หวังให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมีนัย โดยเฉพาะกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศในห้วงเวลาสำคัญนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/O9AVwuTNHFo

 368
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.พ. 62

กองทัพสยบข่าวลือรัฐประหาร แจงเคลื่อนย้ายรถถัง แค่ร่วมฝึกหน่วยทหาร มีป้ายติดข้างรถชัดเจน

พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฎข่าวสารว่ามีการนำภาพการเคลื่อนย้ายยานพาหนะทางทหารเพื่อเข้าทำการฝึก มาเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อมุ่งบิดเบือนประเด็นอันจะก่อให้เกิดความไม่เข้าใจกับประชาชนโดยทั่วไปนั้น ทางกองพล ร.2 รอ. ขอนำเรียนข้อมูลซึ่งเป็นข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวดังนี้ ว่า   การเคลื่อนย้ายยานพาหนะรวมถึงยุทโธปกรณ์ที่ปรากฎในภาพนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนย้ายหน่วย เพื่อเข้าทำการฝึกร่วมหน่วยทหารรักษาพระองค์ และเหล่าทัพ ประจำปี2562 ซึ่งปัจจุบันทำการฝึกอยู่ในพื้นที่ของ จ.ลพบุรี โดยห้วงเวลาในการฝึกนั้นเริ่มดำเนินการฝึกตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.62 เป็นต้นมา และ จะสิ้นสุดในวันที่ 21 ก.พ.62   ทั้งนี้กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ซึ่งมีหน่วยในสังกัดที่มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.สระแก้ว, จ.ปราจีนบุรี และ จ.ชลบุรี ได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดกำลังเข้าร่วมการฝึกดังกล่าว ซึ่งจะต้องมีการจัดยานพาหนะและยุทโธปกรณ์ทางทหาร เข้าทำการฝึก รวมถึงต้องมีการเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากพื้นที่ จ.สระแก้ว จ.ปราจีนบุรี และจ.ชลบุรี ไปยัง พื้นที่จ.ลพบุรี   ด้วยความตระหนักในความเดือดร้อนของประชาชนที่ใช้เส้นทางในการสัญจร หน่วยจึงได้วางแผนการเคลื่อนย้ายออกเป็นหลายห้วงเวลา และ หลายเส้นทางการเคลื่อนย้าย เพื่อไม่ให้เกิดความคับคั่งของเส้นทางการจราจร โดยเริ่มทำการเคลื่อนย้ายตั้งแต่ห้วงวันที่ 31 ม.ค.62 เป็นต้นมา เส้นทางการเคลื่อนย้ายหลักจำนวน 3 เส้นทางหลัก คือ   เส้นทางที่ 1 จากจ.สระแก้วใช้เส้นทางถนนสุวรรณศร ผ่านจ.ปราจีนบุรี เข้าสู่ จ.สระบุรี และ ลพบุรีตามลำดับ เส้นทางที่ 2 จากจ.ปราจีนบุรีใช้เส้นทางถนนสุวรรณศร ผ่าน จ.สระบุรี และ เข้าสู่จ.ลพบุรีในพื้นที่การฝึกตามลำดับ เส้นทางที่ 3 จากจ.ชลบุรี ใช้เส้นทางถนน มอเตอร์เวย์ เข้าสู่จ.สระบุรี และ ลพบุรี ตามลำดับ   นอกจากนี้ในขบวนการเคลื่อนย้ายยานพาหนะดังกล่าวนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความเข้าใจผิดของประชาชน หน่วยได้มีการจัดทำป้ายติดยานพาหนะในระยะที่เหมาะสมเพื่อประชาสัมพันธ์การปฏิบัติดังกล่าวให้ทราบ   แต่ในขณะเดียวกัน ภาพที่ปรากฎ ผู้บันทึกภาพและส่งภาพนั้น ต้องการถ่ายในมุมที่ไม่ปรากฎภาพป้ายประชาสัมพันธ์ รวมถึงไม่ระบุเส้นทางหรือจุดที่บันทึกภาพการเคลื่อนย้ายดังกล่าวอันแสดงให้เห็นถึงความต้องการในการบิดเบือนประเด็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lsA6jD0Fgu0

 13,412
การเมืองเข้มข้น
21 ต.ค. 61

นายกฯเผยเสียงสะท้อนผู้นำตปท.ต่อการเลือกตั้งไทยค่อนข้างดี ลั่น 'ไม่มีใครอยากทำ' ปม ผบ.ทบ.ไม่รับประกันรัฐประหาร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการเข้าร่วมประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 12 ที่กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม กล่าวว่า สำหรับเสียงสะท้อนที่ผู้นำต่างประเทศ แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งในประเทศไทยนั้นถือว่าค่อนข้างดี ในเรื่องโรดแมปที่ตนได้ยืนยันไปนั้น ก็ได้ยืนยันกับทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ เพราะเป็นเรื่องที่จะต้องพูดเพื่อให้ต่างชาติเกิดความมั่นใจในเสถียรของรัฐบาลนี้ ส่วนเสถียรภาพของรัฐบาลหน้า ใครจะเป็นก็ยังไม่ทราบ แต่ต้องทำให้มีเสถียรอย่างทุกวันนี้   ทั้งนี้ ได้พูดคุยกับผู้นำทั้ง 50 กว่าประเทศ หลายประเทศต่างก็เห็นด้วยกับเรา เพราะหลายอย่างเราได้ทำตามพันธกรณีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภูมิภาคโลก เราจะอยู่คนเดียวในโลกไม่ได้อยู่แล้ว เป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่พึ่งพาใครเลย อยู่แค่ในประเทศเราเปลี่ยนอย่างเดียว เพราะเราต้องมีทั้งเรื่องการค้า พหุภาคีนิยม   "การเดินทางไปร่วมประชุมครั้งนี้ ได้มีการหารือทวิภาคีกับผู้นำ 9 ประเทศ ได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยน เขารับทราบความก้าวหน้าในสถานการณ์ของบ้านเรา โดยผมได้ยืนยันกับทุกประเทศว่า เรากำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งอย่างแน่นอน ขณะที่ทุกประเทศก็อยากให้เรารักษาเสถียรภาพให้ได้ หลายประเทศต่างรับทราบว่า หลายอย่างที่รัฐบาลนี้ได้ทำมานั้น ดีขึ้น ทั้งเรื่องการค้าการลงทุน กฎกติกาต่าง ๆ วันนี้โลกให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีมาช่วยในการบริหารราชการ เพื่อมาขับเคลื่อน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว   เมื่อถามว่าทราบเรื่องที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ไม่ยืนยันว่าจะไม่มีการรัฐประหารในอนาคตหรือไม่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า "อนาคตอะไรนะ ปัดโธ่ คุณก็พูดไปเรื่อยแหละ ไม่มีใครเขาอยากทำหรอก อย่าไปขุดคุ้ย ก็พูดไปเรื่อย" จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ก้าวขึ้นรถยนต์เดินทางกลับทันที   ผู้สื่อข่าวรายงานงาน ทันทีที่เดินทางถึงประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ส่วนตัวทันทีว่า "ผมเพิ่งเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเราครับ"           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vVmq_1OfK28

 1,614
การเมืองเข้มข้น
20 ต.ค. 61

ผบ.เหล่าทัพ แถลงจุดยืนดูแลชาติสงบ ประชาชนมีความสุข ขออย่าคาดการณ์ถึงปฏิวัติรัฐประหารไปก่อนล่วงหน้า

พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวหลังการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2562   ภายหลังการประชุม ผล.ทสส. กล่าวว่าถึงการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ผบ.ทสส. ว่า สิ่งที่สามารถทำได้ก็คือการให้ความรู้ ความเข้าใจกับกำลังพล ในส่วนที่รับผิดชอบก็คือการทำให้บรรยากาศในทุกพื้นที่มีความสงบ ซึ่งกำลังพลต้องยึดมั่นอยู่ในกรอบหน้าที่    "หน้าที่ของทหาร ตำรวจ ก็คือทำให้ประเทศชาติสงบ มีจุดสมดุลในการให้ข้อมูลเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ทั้งนี้สถานการณ์ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีความสงบ ไม่มีการประท้วง คนไทยมีความสุข สามารถทำมาหากินได้ตามปกติ ติดต่อค้าขายด้านเศรษฐกิจก็เป็นไปได้ด้วยดี ทุกคนเคารพกฎหมายจึงไม่มีอะไรต้องกังวล จุดยืนของทหารคืออะไรก็ได้ที่ทำให้ประเทศมีความสงบประชาชนมีความสุข"   เมื่อถามว่า หากในอนาคตเกิดวิกฤต และคสช.หมดอำนาจลง ทหารจะมีบทบาทอย่างไร ผบ.ทสส. กล่าวว่า อย่าไปพยากรณ์ว่าจะเกิดการจราจล การเดินทางของประเทศไทยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมามีพัฒนาการและความก้าวหน้าและมีการเตรียมการเพื่อไปสู่ประชาธิปไตยมาด้วยดีตลอด ดังนั้นอย่าไปคิดว่าจะเกิดการจราจล   "ถ้าเราทุกคนร่วมมือกัน ตัดสินใจอย่างถูกต้อง และมีจุดยืนที่เหมาะสมร่วมกัน ไม่ต้องคิดว่าจะมีจลาจลหรือไม่ และไม่ต้องคิดว่าทหารจะต้องทำอะไร ส่วนสิ่งที่ผบ.ทบ.และผบ.ทอ.ได้กล่าวไปนั้นได้พูดด้วยประสบการณ์ ซึ่งนั่นคือแผนเผชิญเหตุ แต่ในขณะที่กฎระเบียบบ้านเมืองก็ยังใช้บังคับได้ ทุกคนยังเคารพกฎหมาย ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งยังไม่มีนัยยะสำคัญถึงขนาดนั้นที่จะต้องทำให้กังวล เราด่วนไปคุยในเรื่องที่ยังไม่เกิดและไม่มีทีท่าว่าจะเกิด ซึ่งจะทำให้สังคมกังวล เรารับข้อมูลถูกต้อง อย่าตื่นเต้นกับประเด็นที่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา เล็ก ๆ น้อย ๆ"   และเมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ยืนยันว่าจะไม่มีการปฏิวัติหรือไม่ ผบ.ทสส. กล่าวย้ำว่า จุดยืนของกองทัพและตำรวจ คือจุดที่ประชาชนมีความสุขและประเทศชาติมีความสงบ และยังไม่เห็นโอกาสที่จะเกิดความไม่สงบ ยังไม่เห็นว่าจะต้องแก้ปัญหาความไม่สงบด้วยวิธีใดในเมื่อกฎหมายก็ยังใช้บังคับได้   ด้าน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ บัญชาการทหารบก บอกถึงกรณีถูกฝ่ายการเมืองโจมตีรุนแรงหลังแสดงจุดยืนทางการเมือง ว่าเป็นเรื่องธรรมดาส่วนที่นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ระบุว่า จะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีข้อหากบฏที่สน. ลาดพร้าว ว่า ก็ว่าไป   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเดินออกมาจากห้องแถลงข่าว ผบ.ทบ. ได้เดินไปไหว้ป้ายชื่อ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ผู้เป็นพ่อ ซึ่งอยู่บนทำเนียบอดีต ผบ.ทสส. บนตึกกองบัญชาการกองทัพไทย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aiYCUsUiy3c

 1,006
การเมืองเข้มข้น
19 ต.ค. 61

ปฏิกิริยาถึง 'พล.อ.อภิรัชต์' แทงกั๊กปฏิวัติ 'จาตุรนต์' ซัดแรงทัศนคติที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ผบ.ทบ.

ปฏิกิริยาหลังผู้บัญชาการทหารบก พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ไม่รับประกันว่าจะไม่เกิดรัฐประหาร โดยระบุว่า หากการเมืองไม่ออกมาจราจลจนเกิดความขัดแย้งก็ไม่เกิดการรัฐประหาร   ผู้บัญชาการทหารอากาศ พบอากาศเอกชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน เผยว่าพลเอกอภิรัชต์พูดมีเหตุผล ทหารทุกคน รวมทั้งผู้มีส่วนได้เสีย ไม่อยากปฏิวัติรัฐประหารอยู่แล้ว ถ้าทุกคนร่วมใจกันอยู่ในกติกาก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นเรื่องของอนาคตและเชื่อว่าไม่มีใครอยากทำ ส่วนที่ฝ่ายการเมืองโจมตีว่าการจราจลทางการเมือง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทหารสร้างสถานการณ์ให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ผู้บัญชาการทหารอากาศ บอกว่า กล่าวหากันเกินไปหรือไม่   ด้านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีกลาโหม พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ ผบ.ทบ.พูด หมายถึงวันข้างหน้าที่แสดงความเป็นกังวล ถ้าสถานการณ์ไม่เรียบร้อย เกิดการจราจล แต่ถ้าเหตุการณ์สงบก็ไม่มีอะไร ไม่ได้เป็นการขู่ และเชื่อว่าจะไม่กระทบกับบรรยากาศทางการเมือง   ส่วนพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตผู้บัญชาการทหารบก บอกว่า ผบ.ทบ.พูดชัดเจนอยู่แล้วว่า หวังให้ประเทศไทยไม่มีความขัดแย้ง หากประเทศไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นอีก ไม่มีการใช้กำลังกัน พรรคการเมืองใช้อำนาจในทางที่ถูกโดยไม่ขัดแย้งกันก็ไม่เกิดอะไรขึ้น   ขณะที่ด้านแกนนำพรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง บอกว่า ท่าทีที่ว่านี้ถือเป็นทัศนคติที่ต่ำกว่ามาตรฐานของ ผบ.ทบ. คนอื่นๆ และการที่พลเอกอภิรัชต์ไม่รับปากว่าจะไม่ทำปฏิบัติรัฐประหารในเวลานี้ จะส่งผลกระทบต่อการลงทุน นานาชาติจะขาดความเชื่อมั่นประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจมหาศาล สะท้อนให้เห็นว่า พลเอกอภิรัชต์ยังขาดวุฒิภาวะของผู้นำ ไม่มีความรู้ความเข้าใจทางการเมือง เศรษฐกิจ และการต่างประเทศอย่างมาก มองได้ว่าทัศนคติล้าหลัง   สร้างเงื่อนไขให้ประเทศไทย ต้องอยู่ภายใต้การปกครองจองผู้นำกองทัพตลอดไป การเปิดช่องเช่นนี้จะสร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหารโดยง่าย   รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย บอกว่า มองแตกต่างจาก ผบ.ทบ. ถ้าหากมีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นในสังคมไทย ระบบกฎหมายและระบอบประชาธิปไตยมีทางออกในการแก้ปัญหาอยู่แล้ว  และเชื่อว่าไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณพิเศษใดๆ มาถึงพรรคเพื่อไทย   ส่วนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดการจราจล เราทุกคนต้องไม่พาประเทศไทยกลับไปสู่จุดนั้น ทางที่ดีที่สุดคือเป็นประชาธิปไตย ปราศจากการทุจริต ตนมองว่าการออกมาพูดเรื่องนี้จอง ผบ.ทบ. เป็นเพราะมองตามประวัติศาสตร์การเมืองมากกว่า ในฐานะนักการเมืองได้เรียกร้องมาตลอดว่าอย่าทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก และไม่ควรชี้นิ้วต่อว่าใครเป็นต้นเหตุ การทำรัฐประหารที่ผ่านมา คนทำรัฐประหารถูกต่อว่า คนที่สร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหารก็ต้องทบทวนตัวเองด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/V0eZ625UCbA

 1,664
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
19 ต.ค. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 19 ต.ค.61 จำคุกแม่เล้าแก๊งนกฮูก-ฟองสบู่อสังหา-ปิคอัพชนคู่รักดับสยอง-หนังนาคี2ฟีเวอร์

-ศาลอาญาพิพากษาแก๊งแม่เล้านกฮูกน้ำเพียงดิน-ดาบยุทธ คดีค้ากามแม่ฮ่องสอน ดาบยุทธโดนจำคุก 309 ปี เพราะเป็น จนท.ทำผิดเสียเอง แม่เล้า 2 คนโดนคนละ 183 ปี แต่โทษสูงสุดจำคุกได้ 50 ปี สั่งชดเชยเหยื่อ 1.3 ล้านบาท   -คดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ศาลพิพากษาจำคุก 27 ปี ทหารยศพันเอก อดีตรอง ผอ.กอ.รมน.ส่วนหน้า จ.สตูล และนาวาเอก สังกัดกองทัพเรือภาค 3 ในความผิดฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาจากบังคลาเทศ-เมียนมา ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว   -ปิคอัพชนตามด้วยเก๋งทับดับสยอง 2 หนุ่มสาวคู่รัก ทะเลาะกันกลางถนนที่สัตหีบ วงจรปิดจับภาพได้ชัดเจน ยื้อยุดฉุดกระชากจนไปนั่งบนถนน ก่อนกระบะพุ่งชนไกล 10 เมตร แล้วรถเก๋งแล่นทับซ้ำ เพื่อนบอกนั่ง จยย.ซ้อน 4 คู่รักเมากันทั้งคู่ หลังเกิดเหตุคนขับรถ 2 คันหลบหนี ตร.เร่งล่าตัว (คู่รักทะเลาะกันกลางถนน ถูกกระบะชนกระเด็น เก๋งขับตามมาทับร่างดับคู่)   -ปฏิกิริยาของหลายฝ่ายหลัง ผบ.ทบ.ไม่รับประกันว่าจะไม่รัฐประหาร พลอากาศเอกชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ.เผยเป็นการพูดที่มีเหตุผล ชี้ทหารไม่อยากปฏิวัติอยู่แล้ว ถ้าทุกคนอยู่ในกติกาก็จะไม่เกิดปัญหา บิ๊กป้อมมองว่าไม่ใช่การขู่ ชี้ถ้าทุกอย่างสงบก็ไม่มีอะไร เชื่อไม่กระทบบรรยากาศการเมือง มท.1 หวังให้ประเทศไม่ขัดแย้ง   - จาตุรนต์ แกนนำเพื่อไทย จวก พลเอกอภิรัชต์มีทัศนคติต่ำกว่ามาตรฐานของ ผบ.ทบ.คนอื่นๆ ขาดวุฒิภาวะผู้นำ ไม่มีความรู้ด้านการเมือง ส่งผลกระทบต่อการลงทุน นานาชาติขาดความเชื่อมั่น อภิสิทธิ์เผยไม่มีใครอยากให้เกิดจลาจล มองตามประวัติศาสตร์การเมือง ไม่ควรชี้นิ้วต่อว่าใครเป็นต้นเหตุ   -นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศระบุมีผู้นำต่างชาติประสงค์เข้าหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์หลายราย ระหว่างประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรปที่เบลเยี่ยม เพราะนานาชาติเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯอีกสมัยของไทย   -เตือน ฟองสบู่อสังหาเดือนกันยายนมาแล้ว ชี้มีเปิดตัว 60 โครงการใหม่ มูลค่า 98,000 ล้านบาทในเดือนเดียวถือว่ามหาศาล เกิดฟองสบู่ชัดเจน ยังมีอีก 369 โครงการรอเปิดขาย   -สมคิดสั่งใช้ยาแรง ฟรีวีซ่ายกเว้นค่าธรรมเนียม ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง 2,000 บาทให้ นทท.21 ชาติรวมทั้งจีน ฟื้นการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น หวังให้ นทท.จีนกลับมาตามเป้าหมาย แต่ รมว.ท่องเที่ยวเห็นต่าง ไม่ควรลดแลกแจกฟรี ควรผลักดันมาตรการความปลอดภัยให้สำเร็จก่อน ด้านผู้ว่าฯ ททท.บอกแคมเปญส่งเสริมการตลาดที่เตรียมไว้อาจไม่แรงพอ การให้ฟรีวีซ่าถือเป็นการแสดงน้ำใจช่วยได้มาก   -กังวลสงครามการค้ากระทบไทย เอกชนเสนอฟื้นโครงการ Made in Thailand เป็นวาระแห่งชาติ ให้คนซื้อสินค้าไทยทั้งในและ ตปท.มิเช่นนั้นผู้ประกอบการไทยจะอยู่ไม่ได้   -อุทธรณ์ไม่ขึ้น ศาลอาญาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายืนจำคุก 10 เดือน ไม่รอลงอาญา สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ห้ามดำรงตำแหน่ง จนท.รัฐ 5 ปี ฐานแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ 20 ล้าน ศาลชี้เป็นผู้บริหารระดับสูงแต่ทำผิดเสียเอง ไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ คดีถึงที่สุด จนท.คุมตัวเข้าเรือนจำทันที ครอบครัวร่ำไห้ เจ้าตัวน้ำตาซึมบอกครอบครัวแปปเดียว (ครอบครัวร่ำไห้ 'สุพจน์ ทรัพย์ล้อม' นอนคุก 10 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานปกปิดบัญชีทรัพย์สิน)   -จนท.หายตัวลึกลับขณะเข้าช่วย นทท.ที่ตกเหวน้ำตกป่งป๊ง กาญจนบุรี ต้องส่งกำลังเข้าป่าลึกตามหา ก่อนพบตัวติดค้างในป่า เป็นตะคริวที่ลานจอด ฮ. แล้วไม่มีใครเห็น ทำให้ขึ้น ฮ.กลับไม่ทัน ด้าน นทท.ถูกนำตัวออกมาจากป่าขึ้น ฮ.ออกมาปลอดภัย ถูกสั่งปรับคนละ 500 บาท ฐานเข้าอุทยานโดยไม่ได้รับอนุญาต สารภาพต้องการหาที่เที่ยวใหม่ๆ ทั้งที่รู้ดีว่าเป็นเหตุห้ามเข้า ขอโทษทุกฝ่ายที่ทำให้เดือดร้อน (ช่วยสำเร็จ กลุ่ม นทท.ตกเหวน้ำตกป่งป๊ง โดนปรับคนละ 500 ระทึก จนท.โดนทิ้งกลางป่า ต้องวกกลับไปช่วยอีก)   -กองปราบจับสาวใหญ่ปลอมไลน์รองอธิบดีอัยการสูงสุด หลอกรับเงินวิ่งเต้นคดียาเสพติดช่วยไม่ต้องติดคุก แต่สุดท้ายเหยื่อก็โดนดำเนินคดี สืบประวัติเคยปลอมไลน์อัยการเพชรบุรี เรียกเงินเร่งคดีพินัยกรรมยกมรดก ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงิน เจ้าตัวรับสารภาพ ตร.เตรียมขยายผล เชื่อมีคนร่วมขบวนการอีก 2-3 คน (รวบหญิงแสบปลอมไลน์ 'รองอัยการสูงสุด' หลอกเรียกรับเงินวิ่งเต้น ให้หลุดคดียาเสพติด)   -นักบินการบินไทย ไม่ยอมเทคออฟเครื่อง เพราะไม่ได้นั่งที่นั่งนักบินขากลับ ในชั้นธุรกิจ ปล่อยเครื่องดีเลย์ 2.30 ชม. สุดท้ายผู้โดยสารสามีภรรยาต้องสละที่นั่งให้ การบินไทยแถลงขอโทษที่ไม่เป็นมืออาชีพ สั่งสอบสวนแล้ว (ฉาวการบินไทย คณะนักบินปล่อยเครื่องดีเลย์ ฉุนไม่ได้นั่งชั้นธุรกิจ ผู้โดยสารต้องสละที่นั่งให้)   -หนังนาคี 2 กระแสแรงเกินคาด เข้าฉายวันแรก คนดูแห่ชมแน่นทั่วประเทศล้นโรงภาพยนตร์ รายได้ทะลุ 50 ล้านบาทในวันเดียว ขึ้นแท่นเป็นหนังไทยทำรายได้เปิดตัวสูงสุด   -จอนนี่ อันวา ประสบอุบัติเหตุรถ จยย.ล้มกลางสนามแข่งรถ เผยนาทีระทึกผ่านอินสตาแกรม แฟนคลับห่วง แห่เม้นต์ให้กำลังใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/heQ_7Km-zXw

 4,475
การเมืองเข้มข้น
18 ต.ค. 61

'สุเทพ' เชื่อหลังเลือกตั้งบ้านเมืองไม่วุ่นวาย 'จาตุรนต์' สวนกลับ ผบ.ทบ.ปมต้นเหตุรัฐประหาร 57

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมเป็นผู้ก่อตั้งและสมาชิกพรรค   พร้อมกล่าวถึงพลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ ที่ไม่รับปากว่าไม่มีการปฏิวัตินั้น เห็นว่า เป็นการพูดเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง หากเกิดปัญหา แต่เชื่อว่าหลังเลือกตั้งจะไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวาย เพราะประชาชนจะไม่ยอมให้เกิดความเสียหายอีกแล้ว   ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พลเอกอภิรัชต์ ชี้ว่าการรัฐประหาร เมื่อปี 2557 มีต้นตอเกิดจากฝ่ายการเมืองว่า เป็นการแสดงความคิดเห็น แต่หากในทางกลับกันถ้านักการเมือง มีความเห็นว่า ความไม่สงบ และความวุ่นวายของประเทศในขณะนี้ เกิดจากการสมคบกันของหลายฝ่าย รวมทั้งบทบาทกองทัพในอดีต ที่นิ่งเฉยไม่ช่วยรัฐบาลแก้ปัญหา ถือเป็นหนึ่งต้นเหตุการรัฐประหารหรือไม่ จึงอยากถามกลับ ผู้บัญชาการทหารบก ว่าจะมีความคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5MIfzQiL3kM  

 2,460
การเมืองเข้มข้น
18 ต.ค. 61

ผบ.ทบ.เปิดใจสื่อครั้งแรก แทงกั๊กปฏิวัติ เตือนการเมืองอย่าสร้างความแตกแยก

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ ระบุนโยบายส่วนใหญ่ สอดคล้องกับ พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบกคนก่อน กองทัพบกได้ทำความเข้าใจกับกำลังพลโดยจะต้องแยกแยะภารกิจในฐานะกองทัพบกและเป็นทหารของชาติทหารของประชาชน พร้อมที่จะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กกต. ตั้งแต่การรักษาความปลอดภัยและการให้ความรู้ประชาชน   ย้ำว่ากองทัพบกจะสนองตอบนโยบายของรัฐบาลในทุกรัฐบาล ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นก็ตาม แม้แต่รัฐบาลปัจจุบัน เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ตนเองได้สั่งการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ กกล.รส. ระมัดระวัง โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชน โดยยืนยันว่าทหาร สวมหมวกสองใบ คือ คสช. และกองทัพ   ต่อจากนี้จะต้องระมัดระวังไม่ให้การเมืองเข้ามาใช้ประโยชน์ จากการช่วยเหลือประชาชน เพราะกองทัพช่วยเหลือประชาชนไม่ได้ต้องการที่จะหาเสียง ในฐานะทหารอาชีพ ซึ่งจะต้องแยกแยะระหว่างภารกิจการเมืองกับภารกิจของกองทัพ โดยเฉพาะจุดยืนของกองทัพ เพราะเราจะถูกจับตามอง โดยย้ำกองทัพและคสช. คือเนื้อเดียวกัน ขอไม่ต้องห่วง เพราะจุดยืนการทำงานของกองทัพ มีทิศทางที่ชัดเจน และไม่ว่าใครที่จะขึ้นมาเป็นนาย ตนเองก็พร้อมที่จะปฏิบัติงาน   เรื่องของความเป็นกลางนั้น ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคล แต่ก็ต้องขอความเป็นธรรมด้วย เพราะเราเป็นทหารอาชีพ ผ่านวิกฤตทางการเมือง และการทหารมาทุกยุคทุกสมัย ประสบการณ์ที่ตัวเองเก็บเกี่ยวมาตลอดระยะเวลาที่รับราชการ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนก้าวขึ้นมา เป็นผู้บัญชาการทหารบก ส่วนที่มีการจับตามองว่า กองทัพจะวางตัวอย่างไร ภายหลังพลเอกประยุทธ์ ประกาศลงสู่การเมือง ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละมุมมอง และการที่ตนเองไปพบพลเอกประยุทธ์ มีคนมองว่าตนเองไม่เป็นกลาง แต่ต้องเข้าใจว่าพลเอกประยุทธ์นั้นเป็นหัวหน้ารัฐบาล   เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในสถานการณ์ข้างหน้าหากเกิดวิกฤต กองทัพจะออกมาปฏิวัติอีกหรือไม่ พลเอกอภิรัชต์ ตอบว่า ตนขอชี้แจงว่า สื่อมวลชนได้บันทึกภาพทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่อย่าให้เป็นเพียงภาพที่เกิดขึ้นเท่านั้นเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ถูกบันทึกอยู่ในสมองและจิตใจของคนไทยทุกคนที่บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายคนไทยออกมาตีกันยิงกันฆ่ากัน เรื่องที่ผ่านมาไม่มีใครอยากจดจำทหารถูกรัฐบาลสั่งการให้ออกมาควบคุมความสงบเรียบร้อย ซึ่งเราทำด้วยหัวใจ ไม่ได้คิดแบบนักการเมืองว่าจะเข้ามาบริหารประเทศ   เชื่อมั่นว่าพลเอกประยุทธ์ก็ไม่ได้คิดแบบนี้เช่นกัน แต่ต้องเสียสละ และถ้าวันนั้นพลเอกประยุทธ์ไม่ตัดสินใจบ้านเมืองจะเกิดอะไรขึ้นซึ่งแท้จริง แล้วคนที่ตัดสินใจก็ไม่ใช่พลเอกประยุทธ์แต่เป็นประชาชน หวังใจว่าเหตุการณ์แรงต่างๆจะไม่เกิดขึ้นในประเทศไทยอีก ไม่อยากเห็นบ้านเมืองมีการเผาหรือยิงกันเหมือนในภาพยนตร์ ที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุการณ์อย่างนี้แต่ที่เกิดขึ้นเพราะมีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันทางการเมือง   ส่วนกองทัพก็ไม่มีวันชนะประชาชนแต่ประชาชนที่ออกมาสร้างสถานการณ์ความเดือดร้อน เชื่อคำยุยงปลุกปั่น การยิงนั่นคือประชาชนที่ทำให้ประเทศแพ้ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องมีการฟื้นฟูประเทศแต่ก็ต้องใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งปีหรือสองปีไม่สามารถทำได้ รัฐบาลจึงต้องกำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี   แต่ถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุแห่งการจลาจล ถ้ามันไม่เกิดก็ไม่นำไปสู่การปฏิวัติ ที่ผ่านมาเกิดการปฏิวัติมา 10 กว่าครั้งแล้วแต่มันไม่เหมือนสมัยก่อนแล้วซึ่งสมัยหลังหลังเกิดขึ้นเพราะเกิดจากการเมืองทั้งสิ้นผมไม่ได้บอกว่านักการเมืองดีหรือไม่ดีแต่มันก็มีทั้งดีและไม่ดี ผมเสียใจที่หลายหลายเรื่องโดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมถูกละเมิดการตัดสินคดีหลายคดีไม่ได้รับความเป็นธรรม   พร้อมระบุบทบาทหน้าที่ของกองทัพบก ในการปกป้องและรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้บังคับบัญชาสูงสุดก็คือองค์พระมหากษัตริย์ และเหนือสิ่งอื่นใดในส่วนของกองทัพบกซึ่งเป็นข้ารองพระบาท ก็มีหน้าที่ที่ต้องทำด้วยหัวใจ ในการปกป้องสถาบันอันเป็นที่รักยิ่ง และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน ซึ่งกองทัพบกจะใช้ ศักยภาพ และขีดความสามารถทุกอย่างในการปกป้องสถาบัน   ทั้งนี้ การหมิ่นสถาบันที่เกิดหลายครั้งมักเกิดจากคนสติไม่สมประกอบ ส่วนคนที่ปกติ ก็มักมีความคิดแปลกและไปอยู่ต่างประเทศแล้ว เพราะอยู่เมืองไทยไม่ได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E8Q14VuJA8c

 1,983
การเมืองเข้มข้น
20 ก.ย. 61

'เอม พินทองทา' เล่าย้อน 12 ปีรัฐประหาร ก้มกราบ 'ทักษิณ' ขอไม่ให้กลับไทย

เอม-พินทองทา คุณากรวงศ์  ลูกสาวของนายทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ไอจีเป็นภาพเมื่อ 12 ปีก่อนในวันรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 พร้อมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น ระบุว่า   “วันนี้เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ยังจำได้แม่น เอมเรียนปริญญาโทอยู่ที่ลอนดอน และได้รับโทรศัพท์จากคุณแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น…คุณแม่ พี่โอ๊ค และน้องอิ๊ง ต่างต้องไปซ่อนตัวหลบจากบ้านของเรา เพราะมีทหารและรถถังออกทั่วเมือง และทำการรัฐประหารในขณะที่คุณพ่อกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ที่นิวยอร์ค”   “ตอนนั้นทุกอย่างมันมึนตื้อไปหมดว่ามันคืออะไร…รู้เพียงว่าวันรุ่งขึ้นคุณพ่อจะบินเข้าลอนดอน เพื่อมาตั้งหลัก… เอมเป็นคนแรกในครอบครัวที่ได้เจอคุณพ่อ…จำได้เพียงว่า คุณพ่อยืนยันที่จะกลับประเทศไทยให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะไปสู้พิสูจน์ความถูกต้อง!! พ่อบอกว่าพ่อไม่กลัว!”   “ตอนนั้นจุดนั้นเราไม่รู้จะทำอย่างไร…ได้แต่ร้องไห้ และลงไปกราบเท้าคุณพ่อ… ขอร้องพ่ออย่ากลับเลยนะคะ พ่อกลับไม่ได้ มันอันตรายถึงชีวิตพ่อนะคะ”   “ในฐานะตัวแทนของคนในครอบครัวเพียงคนเดียวตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกแล้วจริงๆ…ทำได้แค่นี้ เพราะรู้ว่ามันไม่มีความยุติธรรมในการเมือง! ไม่มีจริงๆ…ใครไม่เจอกับตัวเอง ไม่มีวันเข้าใจ!”   “ถึงวันนี้ผ่านไป 12 ปีแล้ว… เรายังคงแสวงหาความยุติธรรมที่ไม่มีจริงนั้นต่อไป… สิ่งที่เป็นเหมือนพลังให้ทุกๆวันนี้ คือกำลังใจจากคนที่รักคุณพ่อ และยังคงไม่ลืมท่าน… น้ำใจของทุกท่านมันมีคุณค่ามากมายจริงๆนะคะ ขอบพระคุณที่ยังรักและยังรอกัน ขอบพระคุณที่ไม่เคยลืมคุณพ่อค่ะ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lDZXanGpiyA

 12,707
การเมืองเข้มข้น
18 พ.ค. 61

คสช.แจ้งความเพื่อไทย แถลง 4 ปีบริหารชาติล้มเหลว 'ประวิตร' โต้ประเทศสงบ-ไร้ขัดแย้ง

พันเอกบุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เดินทางมายัง กองบังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อพรรคเพื่อไทย   กรณีการแถลงข่าว เรื่องครบรอบ 4 ปี คสช.นำพาประเทศสู่ความมืดมนและอันตราย ถือว่าเข้าข่ายผิดคำสั่ง คสช. ที่ห้ามมีการประชุมพรรคการเมือง แต่พรรคเพื่อไทย กลับมีการแถลงข่าวพาดพิง คสช.   ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่า เข้าข่ายความผิด 4 ข้อหา ทั้ง คือฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ 57/2557 เรื่องการห้ามดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคเก่า ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ประชุมพรรค รวมถึง ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 คือ ที่มีการมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง และพ.ร.บ คอมพิวเตอร์   เนื่องจากมีการไลฟ์ทางเฟสบุ๊ก และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ว่าด้วย การยุยง ปลุกปั่น ให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ส่วนการแจ้งความครั้งนี้ จะเป็นบรรทัดฐานให้พรรคการเมืองอื่นระมัดระวังหรือไม่นั้น พันเอก บุรินทร์ ระบุว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ทุกพรรคการเมืองรู้อยู่แล้ว และเชื่อว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยดำเนินการในวันนี้ มีเจตนาที่จะฝ่าฝืน คำสั่งคสช.   ทั้งนี้สืบเนื่องจากแกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายวัฒนา เมืองสุข และนายชูศักดิ์ ศิรินิล แถลงข่าว เรื่อง 4 ปีที่ล้มเหลวของรัฐบาล และคสช. นำประเทศไปสู่ความมืดมนและอันตราย ซึ่งพรรคเพื่อไทยเห็นว่า 4 ปี ของการรัฐประหาร ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหา ซึ่งทำให้ประชาชนและประเทศต้องสูญเสียโอกาส   พลเอกประวิตร เผย ตำรวจ เข้าสังเกตการณ์แถลงข่าวพรรคเพื่อไทย เป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย พร้อมย้ำผลงาน 4 ปีคสช. ทำประเทศสงบ ไร้ความขัดแย้ง   ด้านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง การครบรอบ 4 ปีคสช.ในฐานะที่รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง ว่า สิ่งที่เห็นชัดเจนหลังจากคสช.เข้ามา คือ ความสงบ ไม่เกิดขัดแย้ง ซึ่งเกิดจากความร่วมมือ ที่เป็นความต้องการของทุกคนในประเทศ   ส่วนผลงานด้านอื่น เช่น เศรษฐกิจ ที่ยังไม่โดนใจประชาชนนั้น ยืนยันรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาผู้มีรายได้น้อย ทั้งการสร้างอาชีพ และ รายได้ รวมถึงวางระบบที่ยั่งยืนของภาคการเกษตร ซึ่งที่ผ่านมา ได้ประชุมติดตามทุกสัปดาห์ เพราะถือเป็นปัญหาใหญ่ของทุกรัฐบาลที่เข้ามาต้องเร่งแก้ไข   ส่วนกรณีที่มีตำรวจ เข้าไปสังเกตการณ์ ระหว่างที่พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวครบรอบ 4 ปีคสช.นั้น ระบุว่า เป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งหากการแถลงข่าว ประชาชนสามารถรับฟังได้ เจ้าหน้าที่ก็สามารถฟังได้เช่นกัน และมองว่าไม่มีอะไรที่เกินเลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ktdiAKT6kTI  

 3,816
การเมืองเข้มข้น
26 เม.ย. 61

ผบ.ทสส.ยันมีแผนรองรับกลุ่มเคลื่อนไหววันครบ 4 ปีรัฐประหาร ยันทหารขอรถหลวงใช้ขนของส่วนตัวมีระเบียบชัด

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดยืนยัน คสช.มีแผนรองรับกลุ่มการเมืองที่จะเคลื่อนไหวใหญ่ในช่วงเดือน พ.ค.นี้ พร้อมไม่ปฏิเสธจะร่วมพรรคทหารหลังเกษียณ ชี้เป็นเรื่องอนาคต   พลเอกธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยืนยันว่า คสช.พร้อมดูแลความสงบเรียบร้อยตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบมีแผนรองรับอยู่แล้ว แม้กลุ่มผู้ชุมนุมจะมีแผนปักหลักค้างคืนในโอกาสครบรอบ 4 ปีของการยึดอำนาจ โดยย้ำว่าจะต้องใช้กฎหมายเป็นหลัก เน้นหารือทำความเข้าใจ ทั้งนี้กองทัพพร้อมสนับสนุนรัฐบาลซึ่งเป็นหน้าที่หลักอยู่แล้ว และยืนยันจุดยืนของกองทัพพร้อมปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งปกติจะมีแผนดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนเเผนการเร่งด่วนในเรื่องการช่วยเหลือประชาชนและเเผนเผชิญเหตุนั้น มีเเผนการรองรับไว้แล้ว   ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกล่าวด้วยว่า หากเกษียณอายุราชการแล้วจะลงเล่นการเมืองในนามพรรคทหารหรือไม่นั้น ถือเป็นเรื่องของอนาคต ส่วนกรณีที่กลุ่มการเมืองมองว่ารัฐบาลใช้กองทัพเป็นเครื่องมือในการหาเสียงนั้น อยู่ที่คนมองเพราะได้ดำเนินการอย่างนี้มาโดยตลอด ซึ่งเป็นเรื่องมุมมองของแต่ละคน    ส่วนกรณีที่พบเอกสารเผยแพร่ ในเพจเฟซบุ๊ก "กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ" ที่อ้างถึงเอกสารกองบัญชาการกองทัพไทยในการนำรถในราชการและพลทหารมาช่วยเหลือการขนย้ายสิ่งของส่วนตัวของนายทหารหญิงรายหนึ่งนั้น ผู้บัญชาการทหารสูงสุดระบุว่าเอกสารฉบับดังกล่าวยังไม่ได้ใช้ปฏิบัติ ซึ่งจะมีระเบียบการขอที่ชัดเจน ไม่ว่าเอกชน ราชการ มีระเบียบชัดเจน ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรับการสนับสนุนนั้นมีอัตราค่าดำเนินการอยู่เเล้ว    นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดยังระบุถึงกรณีกระแสข่าวว่าไทยเป็น 1 ใน 9 ประเทศ ที่จะเลือกเป็นสถานที่เจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและเกาหลีเหนือนั้นยังไม่ทราบรายละเอียดชัดเจน ซึ่งหากใช้ไทยคงต้องเตรียมความพร้อมในเดือนหน้านี้แล้ว เพราะจะหารือกันในเดือนหน้านี้ ดังนั้นจึงไม่น่าจะใช่ประเทศไทย 

 2,198
การเมืองเข้มข้น
20 ก.ย. 60

'ทักษิณ' ทวิตข้อความรำลึก 11 ปี รัฐประหาร 49 'นายกฯ' ชี้เป็นเรื่องห้ามไม่ได้

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวิตข้อความทางทวิตเตอร์ @thaksinLive ถึงเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 เมื่อ 11 ปีที่แล้ว โดยระบุเป็นภาษาอังกฤษว่า   "I hope the memory of what happened 11 years ago has not faded from the hearts of Thai people. I am, and will always be, concerned about the livelihood of my fellow Thai citizens. "   ซึ่งแปลเป็นไทยว่า "ผมหวังว่าความทรงจำกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 11 ปีที่แล้วจะไม่จางหายไปจากหัวใจของคนไทย ผมยังคงห่วงเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ขอพี่น้องประชาชนชาวไทยอยู่เสมอ"   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการโพสต์ภาพของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและครอบครัว ผ่านโซเชียลมีเดียนั้น ชี้ตนห้ามและควบคุมไม่ได้ ขึ้นอยู่กับนายทักษิณเอง เพราะเป็นคนเลือก และตนจะไม่ตอบคำถามแบบนี้อีกเพราะไม่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของตนเอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-Qmp-FyHVgw    

 8,576
การเมืองเข้มข้น
20 ก.ย. 60

'จ่านิว' นำทีมจัดกิจกรรมรำลึกครบรอบ 11 ปี รัฐประหาร

จ่านิว-สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ สมาชิกกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา พร้อมด้วยประชาชนกว่า 100 คน แถลงกิจกรรมรำลึกครบรอบ 11 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน ปี 2549 เพื่อย้ำเตือนความทรงจำประชาชน ไม่ให้ลืมสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต บริเวณสกายวอล์ค แยกปทุมวัน โดยมีเอกชนมาเจรจา ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qOLLp4RxLSw  

 2,383
การเมืองเข้มข้น
02 ก.พ. 60

สื่อสหรัฐฯชี้ไทยเสี่ยงเกิดรัฐประหารซ่ำ เป็นอันดับ 2 ของโลก คสช.โต้เป็นไปได้ยาก

วอชิงตันโพสต์ สื่อสหรัฐอเมริกา เปิดเผยรายงานการจัดอันดับประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดรัฐประหารในปี 2560 โดยพบว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงเป็นอันดับสอง รองจากประเทศบุรุนดี โดยประเทศไทยมีแนวโน้มจะเกิดรัฐประหารร้อยละ 11 มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จร้อยละ 6 และโอกาสที่จะล้มเหลวร้อยละ 5 โดยสาเหตุของการรัฐประหารอาจมาจากความขัดแย้งในช่วงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นตามโร้ดแมป ส่วนประเทศมหาอำนาจอย่างรัสเซียอยู่ในอันดับ 20 มีแนวโน้มเกิดรัฐประหารร้อยละ 6 และสหรัฐอเมริกาอยู่ในอันดับ 103 มีแนวโน้มเกิดการรัฐประหารร้อยละ 2 ด้าน พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. ระบุว่ารายงานดังกล่าวเป็นแค่การคาดการณ์ด้วยข้อมูลทางสถิตินั้น คงต้องเรียนว่า ในโลกแห่งความเป็นจริงการรัฐประหารไม่สามารถคำนวณด้วยค่าสถิติตัวเลข แต่การรัฐประหารในแต่ละครั้งล้วนเกิดจากเงื่อนไขความจำเป็นและสภาวะแวดล้อมของสถานการณ์แล้วเท่านั้น พร้อมชี้การคาดการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ยากในประเทศไทย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tY-m5yFEyfQ    

 8,708

Top