ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชนแล้วหนี"

แชร์ออฟเดอะเดย์
15 มี.ค. 62

ออกหมายเรียก สาวเมาแล้วขับเก๋งปาดหน้าไล่ชนรถเกมเมอร์ดัง ก่อนซิ่งชนจยย. วัดค่าแอลกอฮอล์พุ่งก่อนหลบหนี

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Tierthanat Prateepasaen ซึ่งเป็นเกมเมอร์ชื่อดัง โพสต์เรื่องราวว่าถูกหญิงเมาแล้วขับ ขับรถไล่ตามจนเกิดอุบัติเหตุ ก่อนที่คู่กรณีจะหลบหนี จึงได้ประกาศตามหาตัว โดยมีข้อความว่า   "เมาแล้วขับไล่ผมมาตั้งแต่โลตัส เลียบด่วนจนถึงตลาดถนอมมิตร ปาดหน้าไม่เปิดไฟเลี้ยว ผมบีบแตร ผมเข้าข้างทางจอดถาม จะเอาเปล่า 3 รอบ ผมบอกจบแต่เขาไม่จบ ขับไล่ด้วยความเร็ว เมาด้วย ส่วนตัวผมไม่เป็นไรมากแค่จุกท้อง แต่มอเตอร์ไซค์เจ็บ!!"   โดยนายเธียรธนัตถ์ ประทีปะเสน อายุ 26 ปี เกมเมอร์ชื่อดัง ผู้โพสต์เรื่องราวดังกล่าวบอกว่า เหตุเกิดบริเวณถนนวัชรพล ปากทางเข้าถนอมมิตรคอนโด แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน ระหว่างขับรถไปส่งแฟน   สู่ๆเจอรถเก๋งปาดหน้า ตนจึงบีบแตร อาจทำให้คู่กรณีไม่พอใจ จนขับรถไล่ตามและเปิดกระจกออกมาด่าพร้อมท้าทาย จนต่อมาทางคู่กรณีได้ไปประสบเหตุชนรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่ง จนรถมุดไปอยู่ใต้ท้องรถ   ทาง ตร.ได้ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของหญิงคนขับรถเก๋ง พบมีระดับแอลกอฮอล์สูงถึง 176 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และเมื่อสอบสวนเสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจะเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหา แต่ไม่พบตัว มาทราบภายหลังว่าหญิงดังกล่าว และบริษัทประกันภัยได้ไปตรวจสอบความเสียหายของรถจักรยานยนต์คู่กรณี ก่อนอาศัยจังหวะนั้นหลบหนีไป   ซึ่ง ตร.ได้ตั้ง 2 ข้อหาคือขับรถโดยประมาท และขับรถขณะเมาสุรา ซึ่งหากไม่มาพบ ตร.ตามหมายเรีก จะถูกอนุมัติออกหมายจับ   และทาง ตรงอยากให้ผู้โพสต์ได้ลบข้อมูลออก เนื่องจากข้อความที่สื่อออกไปนั้นอาจมีผู้เข้าใจความหมายผิด ซึ่งแท้จริงแล้ว เป็นคำพูดที่โมโหกัน อีกทั้งการโพสต์ในลักษณะนี้ยังเข้าข่ายความผิดในข้อหาหมิ่นประมาทได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WVpYsa7hlU4

 8,009
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.พ. 62

โชเฟอร์สองแถว เข้ามอบตัว หลังโลกออนไลน์แชร์คลิปชนแล้วหนี อ้างไม่รู้ว่าชนคน

(9 ก.พ. 62) เมื่อเวลา 11.30 น. นายสุดใจ พูนประสงค์ อายุ 67 ปี อาชีพขับรถโดยสารสองแถวเล็ก เดินทางเข้ามอบตัวกับ พันตำรวจโทสมบัติ มีล้อม สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หลังจากเมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา เวลา 19.15 น.ได้ก่อเหตุขับรถโดยสารสองแถวเล็ก สีเขียว  วิ่งระหว่างพระราม 2 – บางบอน เฉี่ยวชน นายธเนศ นัยน์พาณิช อายุ 29 ปี อาชีพรับแปลเอกสารไทย-จีน อย่างเต็มแรง จนร่างล้มพุ่งไปถูกรถเก๋งคู่กรณีอีกคัน ไม่ทราบยี่ห้อรุ่นและหมายเลขทะเบียนสีดำ ซึ่งแล่นสวนมาทับซ้ำจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะเดินข้ามถนนบริเวณปากซอยเอกชัย 35 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กทม.โดยขณะนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บยังพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศิริราช และทางญาติได้นำคลิปเหตุการณ์โพสต์ลงไปตามหาตัวผู้ขับขี่รถทั้ง 2 คันในเฟซบุ๊ก    นายสุดใจ คนขับรถสองแถวเล็กอ้างว่ วันเกิดเหตุไม่ทราบจริงๆ ว่าขับรถชนคนได้รับบาดเจ็บ จนได้เห็นคลิป วันนี้จึงเดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตำรวจโดยหลังจากนี้จะเดินทางไปเยี่ยมคนเจ็บและดูแลค่ารักษาพยาบาล ส่วนคนขับรถเก๋งคู่กรณีอีกคันที่ขับทับร่างคนเจ็บหลังจากตนเฉี่ยวชนจนล้มนั้นตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการติดตามมาดำเนินคดี เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา นายสุดใจในข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัสและขับรถชนผู้อื่นแล้วหลบหนี ก่อนที่ทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ

 3,065
ข่าวภูมิภาค
08 ก.พ. 62

ญาติร้องคดีไม่คืบ พี่ชายถูกกระบะตีนผีชนแล้วหนี ลากไปไกลกว่า 10 เมตร ซ้ำขับทับร่างดับสลด

ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางสาวสริพิม คงถาวรสกุล ชาวจังหวัดชุมพรว่า พี่ชายคือนายพรประสิทธิ์  คงถาวรสกุล อายุ 65 ปี ถูกรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ชนเสียชีวิตก่อนที่รถคันดังกล่าวจะเร่งเครื่องขับหนีไป ผ่านมาเกือบครึ่งเดือนศพเผาแล้วแต่คดีไม่คืบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร ยังติดตามตัวผู้ก่อเหตุไม่ได้   หลักฐานสำคัญคือภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ จับภาพเหตุการณ์ช่วงเวลา 01.54 น. ของวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา โดยนายพรประสิทธิ์ ขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนชิดไหล่ทางใกล้กับสถานีรถไฟชุมพร ก่อนที่รถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ซึ่งขับตามท้ายมาจะพุ่งชนอย่างจัง รถจักรยานยนต์กระเด็น ส่วนตัวนายพรประสิทธิ์ ถูกลากไปไกลกว่า 10 เมตร หนำซ้ำล้อรถหน้าและหลังฝั่งซ้ายทับร่างอีก   จากนั้นรถกระบะคันดังกล่าวก็ขับหนีไปอย่างช้าๆ โดยไม่สนใจใยดีและไม่คิดลงมาช่วย ถ้าช่วยเหลือก็พร้อมให้อภัยแต่นี่ใจดำมาก ถ้าแค่ชนแล้วหยุดพี่ชายอาจไม่เสียชีวิตก็ได้ ขณะที่รถกระบะอีกคันหนึ่งซึ่งขับตามหลังมาเหมือนกัน เห็นเหตุการณ์ก็ไม่คิดจะจอดรถลงมาดู โดยขับเบี่ยงขวาหลบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายตามกระบะคันหน้าไป   นางสาวสริพิม น้องสาวของผู้ตาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุนายพรประสิทธิ์ กำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปรับลูกของคนงานที่สถานีรถไฟชุมพร โดยไม่ได้ใส่หมวกกันน็อคและไม่ได้ดื่มสุรา รถยนต์คันก่อเหตุทราบว่าขับออกมาจากสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใกล้จุดเกิดเหตุ คาดว่าอยู่ในอาการมึนเมาหรือไม่     ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า นายพรประสิทธิ์ นอนคว่ำหน้ากับพื้นผิวถนน ลิ้นจุกปาก ช่วงสะโพกเป็นรอยถลอกถูกรถทับ ขณะที่กู้ภัยระบุว่าคนเจ็บหายใจอ่อนมากต้องใส่เครื่องช่วยหายใจเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล หมอชันสูตรถูกรถทับช่วงอก ปอดฉีก กระดูกซี่โครงหัก มีเลือดออกในช่องปอด กระดูกเชิงกรานแตกละเอียด   ทางญาติได้นำศพมาบำเพ็ญกุศลที่วัดราษฎร์สิงขร กรุงเทพฯ และทำการฌาปนกิจแล้ว ผ่านมาเกือบครึ่งเดือนคดีไม่คืบหน้า พร้อมยกมือไหว้วิงวอนตำรวจ สภ.เมืองชุมพร เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ตอนนี้ไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ   น้องสาวของผู้ตาย ร่ำไห้นำเสื้อผ้าที่ผู้ตายสวมใส่ในวันเกิดเหตุออกมาดู สภาพขาดหลุดลุ่ยเนื่องจากถูกล้อรถทับครูดไปผิวถนน  ซึ่งต้องเก็บซ่อนไว้ในกระเป๋าไม่อยากให้พี่สาวคนโตที่ป่วยเป็นโรคหัวใจขั้นรุนแรงมาเจอ บางเรื่องต้องปิด แม้แต่ภาพศพหรือกล้องวงจรปิดก็ให้ดูใม่ได้ เพราะกลัวพี่สาวช็อครับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เป็นอะไรขึ้นมาอีกคนจะลำบาก  ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงวันนี้ตนและคนในครอบครัวร้องไห้แทบทุกวันจนไม่มีน้ำตา เพราะขาดเสาหลักของครอบครัวไป   “สอบถามไปยังร้อยเวรเจ้าของคดี ซึ่งได้เรียกคนขับรถกระบะคันหลังสุดที่ขับตามรถคันก่อเหตุ มาสอบสวน แต่รถกระบะคันที่ชนรถจักรยานยนต์พี่ชายของตนยังตามหาไม่เจอ ตำรวจก็ไม่แจ้งความคืบหน้าใดๆ ให้ทราบ อยากให้คนที่เห็นเหตุการณ์หรือพบรถต้องสงสัยช่วยแจ้งเบาะแส ได้โปรดสงสารครอบครัวเราด้วยเถอะ เราไม่มีหนทางเป็นลูกชาวบ้านคนธรรมดา ได้แต่พึ่งสื่อที่ จะเมตตาเรา ฝากถึงคู่กรณีออกมารับผิดชอบหรือขอโทษสักนิด ”       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/s9NQbw4rHPY

 2,336
สังคม-อาชญากรรม
24 ม.ค. 62

พระซิ่งเก๋งป้ายแดงเสียหลัก ชนรถฝรั่งแล้วหนี ตร.รวบตัวทันควัน

 (23 ม.ค. 2562) เมื่อเวลา 22.30 น. พ.ต.ท.ภัทราวุธ แจ้งอำพันธ์ พงส.สภ.เมืองน่าน ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ว่ามีรถยนต์เก๋งเฉี่ยวชนกันแล้วหลบหนีที่บริเวณสามแยกบ้านตาแก้ว ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่านจังหวัดน่าน จึงรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งสีบรอนซ์เงินซึ่งมีนาย MR.SEAN PETERKENNEY อายุ 54 ปี เป็นคนขับรถเก๋ง สภาพรถเก๋งซุ้มล้อหลังด้านขวาถูกเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย ส่วนคู่กรณีเป็นรถฮอนด้าสีขาว ถูก ร.ต.ต. วิทย์ กิตติยศ หัวหน้าตู้ยามไชยสถาน ควบคุมตัวได้อารามสงฆ์แห่งหนึ่งบ้านทุ่งขาม ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 7 กิโลเมตร พร้อมคนขับซึ่งเป็นพระสงฆ์ชื่อพระจำเริญ จิตตสวโร อายุ 50 ปี  ซึ่งเป็นเจ้าของ อารามสงฆ์ดังกล่าวจากการตรวจสอบรถเก๋งสภาพด้านหน้าที่ชนพังยับกระจังหน้าแตกซึ่งตรงกับชิ้นส่วนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุและกระจายตามถนนจากที่เกิดเหตุมาถึงที่โรงจอดรถในบริเวณอารามสงฆ์ จึงถ่ายรูปบันทึกทำแผนที่ไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวนนาย MR.SEAN ในเบื้องต้นทราบว่าตนเองขับรถมาจากในเมืองน่านพร้อมกับนส.กมลรส ภิชัยวงค์ และลูกชาย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางสามแยกทางโค้งได้มีรถยนต์เก๋งคู่กรณีขับเฉี่ยวชนแล้วหลบหนีไปจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจนสามารถติดตามได้ในเวลาต่อมา    พ.ต.ท.ภัทราวุธแจ้งอำพันธ์ พงส.สภเมืองน่าน ได้สอบถามพระจำเริญ ในเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าตนเองเป็นผู้ขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวกลับมาจากงานผ้าป่าที่ตำบลสวกขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งรถยนต์ได้เสียหลักพุ่งชนรถคู่กรณีจริงดังกล่าวจริง จึงได้เชิญตัวคู่กรณีทั้งสองคนมาที่ สภ.เมืองน่าน พร้อมตรวจวัดแอลกอฮอล์คนขับทั้งสองคนพบว่าพระจำเริญ คนขับรถเก๋งป้ายแดงมีปริมาณแอลกอฮอล์จำนวนหนึ่ง ซึ่งรอการตรวจยืนยันอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะแจ้งข้อหาข้อกล่าวหาในเบื้องต้นแจ้งว่าขับรถโดยประมาทไว้ก่อน

 1,555
ปากท้องร้องทุกข์
21 ม.ค. 62

ชายวัย 53 โอดถูกจับชนแล้วหนี ทั้งที่ขับรถไม่เป็น-อยู่คนละจังหวัด ต้องกู้หนี้มาประกันตัว

ระยอง-นายอุทัย ศรีมา อายุ 53 ปี ร้องเรียนสื่อมวลชน หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีขับรถชนคนตาย เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2548 ในพื้นที่ สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง ทั้งที่ขับรถไม่เป็น   เมื่อไปพบตำรวจที่ออกหมายเรียก ก็ได้รับแจ้งว่า อาจออกหมายเรียกผิดตัว เพราะมีคนชื่ออุทัย ศรีมา ทั่วประเทศถึง 4 คน และ 1 ใน 4 มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคตะวันออกด้วย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2560 ได้กลับมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านในอ.เขื่องใน ก็ถูกตำรวจ สภ.เขื่องใน มาพบที่บ้านพร้อมแสดงหมายจับในคดี แล้วส่งตัวไปให้ตำรวจ สภ.บ้านค่าย รับตัวไปดำเนินคดี ทำให้ต้องนำที่ดินที่เช่ามาจากเพื่อนบ้านไปใช้วางประกันตัว ในราคา 120,000 บาท ถึงได้รับการประกันตัว   ตั้งแต่ขอประกันตัวออกมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว ต้องเดินทางจากอุบลราชธานี ไปรายงานตัวกับตำรวจ และสำนักงานอัยการระยองทุกเดือน ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทางไปกลับครั้งละ 5-6 พันบาท ต้องขายที่ดิน และยืมเงินจากกองทุนต่างๆ ทำให้ครอบครัวเป็นหนี้สินจากการต่อสู้คดีมากว่า 3 แสนบาท   พยานที่เป็นคนเจ็บที่อยู่ในที่เกิดเหตุ รวมทั้งชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งมาชี้ตัวก็ระบุว่า ผมไม่ใช่คนขับ แต่ตำรวจยังแจ้งข้อหาและส่งสำนวนไปให้พนักงานอัยการพิจารณา อัยการก็ได้ตีสำนวนกลับให้สอบสวนเพิ่ม เนื่องจากหลักฐานอ่อนไม่พอฟ้อง จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ทำอะไร บอกว่าอยู่ระหว่างส่งสำนวนให้บก.ภ.จว.ระยองพิจารณา ซึ่งทำให้เดือนร้อนมากต้องเสียค่าใช้จ่ายไปรายงานตัวทุกเดือน   จึงอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงยุติธรรม เข้ามาดูแลสำนวนการสอบสวนด้วย หากผมไม่ผิดก็ควรจะได้รับการปล่อยตัว ไม่ใช่ยังดึงเรื่องไว้โดยไม่ทำอะไร ซึ่งล่าสุดผมได้ร้องทุกข์ไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานี แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า จึงขอมาเปิดเผยเรื่องราวกับสื่อมวลชน เพราะทนไม่ไหวกับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป และเสียเวลาในการประกอบอาชีพที่ผ่านมาด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-T2gQfYHV0I

 11,104
ข่าวภูมิภาค
10 ม.ค. 62

หนุ่มเมียนมาซิ่งปาเจโร่ ชนกระบะ-คนขายลูกชิ้น หน้าตลาดไอยรา ดับ 2 ทิ้งรถเผ่นหนี ประสานขอมอบตัวแล้ววันนี้

วันที่ 10 ม.ค. 62 เมื่อเวลา 02.00 น. พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุมีรถนั่งส่วนบุคคล ชนคนขับรถกระบะเสียชีวิตและคนขับรถจักรยานยนต์สามล้อขายลูกชิ้นทอดเสียชีวิตด้วย บริเวณถนนทางเข้าตลาดไอยรา ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี    ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 รายทราบชื่อนายประสิทธิ์ กลัดเข็มเพชร อายุ 40 ปี สภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่กลางถนนฝั่งขาเข้าตลาดไอยรา และฝั่งขาออกตลาดไอยราพบรถกระบะของผู้ตายจอดอยู่ข้างทาง   นอกจากนี้ยังพบรองเท้าและแผ่นป้ายทะเบียนรถหมายเลข 1กธ 2791 กรุงเทพมหานคร ตกอยู่กลางถนนใกล้ที่เกิดเหตุ 1 แผ่น ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร พบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างขายลูกชิ้นทอด ถูกชนสภาพพังยับเยินลูกชิ้นกระจายเต็มถนน ใกล้กันพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 รายทราบชื่อนายเบริ์ด อายุ 30 ปี สัญชาติเวียดนาม และในป่าข้างถนนพบรถนั่งส่วนบุคคลยี่ห้อมิตซูบิชิปาเจโร่สีขาว เสียหลักตกอยู่ในน้ำข้างทางสภาพด้านหน้ารถมีรอยเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย ส่วนคนขับได้หนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง   จากการสอบถามนายประดิษฐ์ เอมพันธ์ อายุ 51 ปี บอกว่าตนเองเห็นรถนั่งส่วนบุคคลยี่ห้อมิตซูบิชิปาเจโร่สีขาว ขับส่ายไปมาเหมือนคนเมาและจะมาชนตนเองที่ปั่นรถจักรยานอยู่ตั้งแต่ถนนหลังตลาดไทย จากนั้นตนก็เห็นรถคันดังกล่าวชนคนขับรถกระบะก่อนและก็ได้ขับไปชนรถขายลูกชิ้นทอดจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ    ต่อมานางวราภรณ์ พาพันธ์ อายุ 32 ปี เดินทางมาที่เกิดเหตุและบอกว่าคนขับรถนั่งส่วนบุคคลยี่ห้อมิตซูบิชิปาเจโร่สีขาวเป็นสามี ของตนชื่อนาย เล็ก อายุ 37 ปี สัญชาติเมียนมา ได้เปิดร้านอาหารอยู่ในซอยรังสิตภิรมย์ ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าสามีขับรถมาทำไมถนนเส้นนี้เพราะบ้านอยู่ถนนเลียบคลองแอนหลังโรงพยาบาลภัทร ธนบุรี แต่สามีได้โทรศัพท์มาบอกกับตนว่ารถชนตนจึงออกมาแต่ก็ติดต่อกับสามีไม่ได้อีกเลย   ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่านายเล็ก ได้ประสานมาผ่านทางภรรยา และพ่อตา มายังตนเอง ว่าจะติดต่อขอเข้ามอบตัวภายในวันนี้ เนื่องจากขณะนี้ตนเองก็ยังรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บเช่นเดียวกัน โดยเบื้องต้นให้ข้อมูลเพียงว่า รู้สึกตกใจจึงหลบหนีไป ก่อนที่จะประสานภรรยา ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ   เบื้องต้น จะมีการสอบสวน และเตรียมแจ้งข้อกล่าวหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย และไม่หยุดรถช่วยเหลือแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทันที   ขณะที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ได้ติดต่อขอรับศพนายประสิทธิ์เพื่อจะกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่จังหวัดจันทบุรีแล้ว ส่วนชายชาวเวียดอยู่ระหว่างการประสานข้อมูล  

 4,065
ปากท้องร้องทุกข์
03 ม.ค. 62

ลูกสาววอนแจ้งเบาะแส ล่าเก๋งตีนผี ชนพ่อวัย 71 ขณะขี่จักรยาน อาการโตม่า สมองบวม

สุโขทัย-นางศิรัตน์ พันธ์ชงค์ อายุ 47 ปี ร้องเรียนเพื่อติดตามเบาะแสติดตามรถยนต์เก๋งโตโยต้าโซลูน่า ที่ขับชน นายประเสริฐ พันธ์ชงค์ อายุ 71 ปี ผู้เป็นพ่อบาดเจ็บสาหัส อาการเป็นตายเท่ากัน แล้วหลบหนีไป เหตุเกิดช่วงเช้ามืดวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้   โดยขณะเกิดเหตุ พ่อกำลังปั่นจักรยานออกกำลังกายตามปกติมาถึง บริเวณหน้าวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม หรือวัดปากแคว ต.ปากแคว อ.เมือง จ.สุโขทัย โดยขี่อยู่ซ้ายสุดแต่ปรากฏว่า มีรถยนต์เก๋งโตโยต้าโซลูน่า ขับพุ่งมาชนจนร่างกระเด็นกระแทกกับพื้นถนนนอนสลบแน่นิ่ง จากนั้นรถเก๋งก็ขับเลยไปจอดสักพักก่อนเลี้ยวกลับมาขับผ่านร่างพ่อแล้วกลับรถไปอีกฝั่งถนนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว   ทั้งนี้เหตุการณ์นี้มีกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ โดยจะเห็นว่าผู้บาดเจ็บขี่จักรยานอยู่ชิดริมฟุตบาธ แล้วจู่ๆรถเก๋งก็พุ่งมาชน จนหลังคาหน้ารถยุบ หม้อน้ำแตก จากนั้นก็หักเลี้ยวรถกลับ ขับผ่านผู้บาดเจ็บที่นอนสลบอยู่แล้วก็หนีไป ตอนนี้อาการแย่มาก เพราะมีเลือดคั่ง สมองบวม นอนสลบมา 3 วันแล้ว หมอบอกให้ญาติทำใจ จึงอยากให้คนที่ขับรถชนออกมาช่วยรับผิดชอบ โทษหนักจะได้เป็นเบา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hBkaQ43le0E

 5,283
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 ธ.ค. 61

ตามล่า กระบะซิ่งชน จยย.จอดให้คนข้ามถนนแล้วหนี เคราะห์ดีคนขี่สวมหมวกกันน็อก

พฤติกรรมของคนขับรถกระบะแต่งซิ่งรายหนึ่ง ก่อเหตุชนรถจยย.ที่กำลังจอดรอสัญญาณไฟ เพื่อให้คนข้ามทางม้าลาย แต่จู่ๆ รถกระบะคันดังกล่าว ซิ่งมาชนรถจยย. จนคนขี่กระเด็นลอยไปไกล ขณะนั้นคนที่กำลังข้ามถนนอยู่ต่างพากันตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้น นอกจากนี้คนขับกระบะยังขับหนีไปหน้าตาเฉย ไม่ไม่ได้ลงมาดูคนเจ็บแต่อย่างใด   โดยผู้โพสต์ระบุเกิดเหตุที่ถนนรามอินทรา มุ่งหน้ามีนบุรี​ ช่วงไฟแดงก่อนถึงหน้า​ รพ.นพรัตน์​ เวลาเกิดเหตุ​ 20.35 น. – 20.45 น. ของวันที่​ 18 ธ.ค. 61 หลังเกิดเหตุ​ได้เข้าแจ้งความที่ สน.บางชัน​ โดยมีกล้องหน้ารถจากพลเมืองดีเป็นหลักฐาน   ขณะที่ผู้ขี่ จยย.ที่ถูกชนระบุ ถูกชนจนหมวกกันน็อกกระเด็น และดีที่สวมหมวกกันน็อก มิเช่นนั้นอาจได้รับอันตรายถึงชีวิตได้  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0TLsndyhlfI

 2,410
ข่าวภูมิภาค
19 ธ.ค. 61

กระบะตีนผีชน ด.ช. 9 ขวบต้องตัดขา ตร.อ้างไฟจ้า ไม่เห็นทะเบียน แม่ร้อง 'บิ๊กโจ๊ก' ไม่ทันข้ามวันจับตัวได้

กรณีเด็กชายณัฐวัฒน์ คงเกตุ หรือน้องอั้ม วัย 9 ขวบ ถูกรถกระบะยี่ห้อเชฟโรเลต 4 ประตู สีขาว ชนบนถนนวังกะพี้-พิชัย อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ก่อนหลบหนีไป เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่ผ่านมา   โดยวันเกิดเหตุตาได้พาพี่ชายและน้องอั้มซ้อนมอเตอร์ไซค์เพื่อไปหาปูที่นา แต่ระหว่างทางถูกรถกระบะคันดังกล่าวแซงรถบรรทุกขึ้นมาชนเข้าอย่างจัง จนตาและพี่ชายได้รับบาดเจ็บ ส่วนน้องอั้มโดนรถกระบะลากร่างไปเกิดบาดแผลฉกรรจ์ แพทย์ต้องตัดขาขวาทิ้งเพราะแผลติดเชื้อลุกลาม กลายเป็นคนพิการตลอดชีวิต ไม่รู้จะออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่    เมื่อวานนี้ (18 ธ.ค.) นางสาหร่าย  คงเกตุ อายุ 38 ปี แม่ของน้องอั้ม นั่งรถทัวร์มาจาก จ.อุตรดิตถ์ เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร.ให้ช่วยติดตามผู้ก่อเหตุมารับโทษทางกฎหมายและรับผิดชอบ เนื่องจากเหตุเกิดขึ้นเกือบ 1 เดือน คดียังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ แต่ จนท.บอกลงพื้นที่หาเบาะแสให้ทุกวัน   นางสาหร่าย ร่ำไห้เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนพยายามสอบถามไปยังร้อยเวรเจ้าของคดี ที่ สภ.วังกะพี้ กลับได้รับคำตอบว่า “ไฟหน้ารถคันที่ชนมันจ้า ดูในกล้องวงจรปิดแล้วไม่เห็นทะเบียน ตามแล้วแต่พลาดต้องไปดูที่อื่นเสริม” ทุกครั้งที่ตนตามเรื่องก็ไม่มีความคืบหน้าทางคดี แม้แต่กล้องวงจรปิดก็เป็นคนไปหามาเองเพื่อมอบให้ตำรวจใช้เป็นหลักฐาน ตนรู้สึกทุกข์ใจมากกินไม่ได้นอนไม่หลับกลัวเรื่องจะเงียบหาย อยากให้คนขับรถกะบะเข้ามอบตัวและเยียวยาค่าเสียหาย  เพราะตนเองลำบากมาก ค่าใช้จ่ายในการรักษาน้องอั้มตอนนี้กว่า 60,000 บาท แล้ว      “น้องอั้มเคยถามว่าทำไมต้องถูกตัดขา ทำไมตัวเองเดินไม่ได้เหมือนคนอื่น ยิ่งทำให้สภาพจิตใจ ของตนเองย่ำแย่ แรกๆ น้องร้องไห้แต่ตอนนี้พอรับสภาพได้เข้มแข็งขึ้น ตนสงสารลูกได้แต่ปลอบใจว่าถึงเสียขาแต่ก็ยังอยู่กับแม่นะ บางทีลูกเห็นตนร้องไห้ก็บอกว่าแม่อย่าร้องเดี๋ยวอั้มไม่หาย รอเปิดแผลวันที่ 20 ธ.ค. นี้  ถ้าอาการไม่ดีขึ้นต้องเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง”                    ด้าน พ.ต.ท.เกรียงไกร ขวัญไตรรัตน์ รองผู้กำกับการสอบสวนกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม ช่วยราชการศูนย์ปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นตัวแทนรับหนังสือ บอกกับนางสาหร่ายขอให้ครอบครัวสบายใจ ทางตำรวจจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จากนั้นได้ประสานไปยัง สภ.วังกะพี้ ทันทีให้เร่งติดตามคนขับรถกระบะ หลังพบเบาะแสมีการนำรถเข้าไปซ่อมที่อู่แห่งหนึ่ง       หลังยื่นเรื่องร้องทุกข์ไม่ทันข้ามวัน ตำรวจ สภ.วังกะพี้ เผยว่า เมื่อวานนี้ (18 ธ.ค.) จนท.สามารถจับกุมคนขับรถกระบะทราบชื่อนายสมเกียรติ หมื่นสิน  อายุ 57 ปี อาชีพผู้รับเหมาเดินสายไฟ พร้อมยึดรถกระบะยี่ห้อเชฟโรเลต โคโรราโด 4 ประตู สีขาว มาตรวจสอบ พบว่ามีการติดตั้งสแตนเลสที่กระบะท้าย  มีร่องรอยเฉี่ยวชน บริเวณไฟหน้าซ้ายและกันชนหน้า   พ.ต.อ.สมศักดิ์ อู่ตุ้ม ผกก.สภ.วังกะพี้ เผยว่า จากการสืบสวนทราบว่า หลังเกิดเหตุผู้ขับขี่รายนี้ ได้นำรถยนต์กระบะคันดังกล่าวไปเครมประกันชั้นหนึ่ง จากนั้นนำรถ และชิ้นส่วนรถที่แตกเสียหายไปซ่อม ทำสีเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ ที่อู่สหชัยกลกิจ จ.พิษณุโลก จนท.จึงติดต่อนายสมเกียรติ และเชิญตัวมาที่โรงพัก ยืนยันตั้งแต่เกิดเหตุ จนท.ทำการสืบสวนสอบสวนอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบรถคันก่อเหตุและผู้ขับขี่ ไม่เกี่ยวกับที่นางสาหร่ายไปยื่นหนังสือร้อง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ให้เร่งรัดคดี   นายสมเกียรติ ยอมรับว่าเป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะคันดังกล่าว หลังเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์คันที่ประสบเหตุ ได้หลบหนีไปจริง สาเหตุที่หลบหนีเพราะตกใจทำอะไรไม่ถูก ขับรถมา 30 กว่าปี ไม่เคยเจอเหตุอย่างนี้   ส่วนการชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้นให้บริษัทประกันเป็นผู้ดำเนินการ โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหายและเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสและหลบหนี ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ จนท.ทำการสอบปากนายสมเกียรติ มีญาติของผู้เสียหาย 2 คน มาสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับคดี และขอพบหน้าผู้ก่อเหตุ แต่ จนท.ไม่อนุญาตให้พบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d8iKNzLXi_0

 2,985
ข่าวภูมิภาค
06 ธ.ค. 61

แม่ร้องสื่อลูกสาววัย 7 ขวบถูกเก๋งชนแล้วหนี เด็กโอดชนหนูแล้ว น่าจะลงมาดูหนูสักหน่อย

ชลบุรี-น.ส.คถพร สุภพร อายุ 37 ปี ร้องสื่อว่า ตนได้ขับขี่รถยนต์เก๋ง พร้อมด้วยลูกสาว อายุ 7 ขวบ มาจอดที่บริเวณคิวรถสองแถว ข้างตลาดสดศรีราชา ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา ซึ่งเป็นถนนเลนเดียว ขับขี่ทางเดียว หลังจากนั้นลูกสาวตนได้เปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับ แล้วกำลังจะเดินข้ามถนนเพื่อซื้อลูกชิ้น โดยยืนอยู่บริเวณหน้ารถ   จู่ๆ ก็ได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีเทา ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับขี่มาด้วยความเร็ว ก่อนจะเฉี่ยวชนลูกสาวตน จนล้มลงกระแทบพื้น มีเลือดไหลที่บริเวณจมูกและช่องปาก หลังจากนั้นตนจึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา ซึ่งหลังเกิดเหตุรถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีไปมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองศรีราชา มีภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะหลบหนีได้เป็นบางจุด และหลังจากที่เกิดเหตุ ตนได้นำหลักฐานใบรับรองแพทย์ ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ศรีราชา   ผู้เป็นแม่กล่าวต่อว่า คนขับรถเก๋งคันดังกล่าว หลังจากก่อเหตุก็ไม่ได้เหลียวดูลูกสาวตนเลย ซ้ำยังขับหลบหนีไปหน้าตาเฉย โดยตนอยากจะฝากถึงคนขับรถเก๋งคันดังกล่าวว่า คุณลองคิดดูว่าหากเป็นญาติพี่น้องของคุณที่ถูกชนแล้วหนีแบบนี้คุณจะมีความรู้สึกอย่างไร โดยตนยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เนื่องจากหลังจากที่เกิดเหตุทางคู่กรณีไม่จอดรถลงมาดูตนเลยแม้แต่นิดเดียว และยังถือว่าโชคดีที่ศีรษะลูกสาวตน ไม่ได้กระแทกพื้น แต่มีบาดเจ็บที่บริเวณจมูก ช่องปาก   ด้านหนูน้อยวัย 7 ขวบ กล่าวต่อว่า คู่กรณีน่าจะจอดรถยนต์ลงมาดูหนู สักหน่อย ไม่น่าใจดำแบบนี้ ขับรถหนีไปเฉยเลย เค้าต้องรู้ตัวว่าขับรถชนหนูแน่นอน เพราะลักษณะการชนค่อนข้างแรง จนตนได้รับเจ็บที่บริเวณจมูกและช่องปาก จนฟันหน้าโยก และมีเลือดไหลออกมา   ในขณะเดียวกันล่าสุดด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้ลงพื้นที่ติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว ทราบว่า ผู้ขับขี่รถยนต์คันกล่าว ได้ขับขี่ไปตามเส้นทางในตัวเมือง ก่อนหลบหนีออกไปทางถนนสุขุมวิท อย่างไรก็ตามคาดว่าน่าจะติดตรวจสอบป้ายทะเบียนคันดังกล่าวได้ ชลบุรี-น.ส.คถพร สุภพร อายุ 37 ปี ร้องสื่อว่า ตนได้ขับขี่รถยนต์เก๋ง พร้อมด้วยลูกสาว อายุ 7 ขวบ มาจอดที่บริเวณคิวรถสองแถว ข้างตลาดสดศรีราชา ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา ซึ่งเป็นถนนเลนเดียว ขับขี่ทางเดียว หลังจากนั้นลูกสาวตนได้เปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับ แล้วกำลังจะเดินข้ามถนนเพื่อซื้อลูกชิ้น โดยยืนอยู่บริเวณหน้ารถ   จู่ๆ ก็ได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีเทา ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับขี่มาด้วยความเร็ว ก่อนจะเฉี่ยวชนลูกสาวตน จนล้มลงกระแทบพื้น มีเลือดไหลที่บริเวณจมูกและช่องปาก หลังจากนั้นตนจึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา ซึ่งหลังเกิดเหตุรถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีไปมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองศรีราชา มีภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะหลบหนีได้เป็นบางจุด และหลังจากที่เกิดเหตุ ตนได้นำหลักฐานใบรับรองแพทย์ ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ศรีราชา   ผู้เป็นแม่กล่าวต่อว่า คนขับรถเก๋งคันดังกล่าว หลังจากก่อเหตุก็ไม่ได้เหลียวดูลูกสาวตนเลย ซ้ำยังขับหลบหนีไปหน้าตาเฉย โดยตนอยากจะฝากถึงคนขับรถเก๋งคันดังกล่าวว่า คุณลองคิดดูว่าหากเป็นญาติพี่น้องของคุณที่ถูกชนแล้วหนีแบบนี้คุณจะมีความรู้สึกอย่างไร โดยตนยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เนื่องจากหลังจากที่เกิดเหตุทางคู่กรณีไม่จอดรถลงมาดูตนเลยแม้แต่นิดเดียว และยังถือว่าโชคดีที่ศีรษะลูกสาวตน ไม่ได้กระแทกพื้น แต่มีบาดเจ็บที่บริเวณจมูก ช่องปาก   ด้านหนูน้อยวัย 7 ขวบ กล่าวต่อว่า คู่กรณีน่าจะจอดรถยนต์ลงมาดูหนู สักหน่อย ไม่น่าใจดำแบบนี้ ขับรถหนีไปเฉยเลย เค้าต้องรู้ตัวว่าขับรถชนหนูแน่นอน เพราะลักษณะการชนค่อนข้างแรง จนตนได้รับเจ็บที่บริเวณจมูกและช่องปาก จนฟันหน้าโยก และมีเลือดไหลออกมา   ในขณะเดียวกันล่าสุดด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้ลงพื้นที่ติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว ทราบว่า ผู้ขับขี่รถยนต์คันกล่าว ได้ขับขี่ไปตามเส้นทางในตัวเมือง ก่อนหลบหนีออกไปทางถนนสุขุมวิท อย่างไรก็ตามคาดว่าน่าจะติดตรวจสอบป้ายทะเบียนคันดังกล่าวได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/dxliqlrERG0    

 1,096
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 61

ฟอร์จูนเนอร์ชนนักศึกษาขี่จยย.ดับกลางถนน ลากร่างครูดพื้นไป 50 ม. ก่อนเปิดกระจกดูแล้วชิ่งหนี

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 ร.ต.ท.ณัฐภัทร กระต่ายน้อย ร้อยเวรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกรถยนต์เฉี่ยวชน บริเวณก่อนขึ้นสะพานข้ามทางรถไฟมุ่งหน้าจังหวัดปทุมธานี ตรงข้ามหมู่บ้าน 200 ปี ตำบลประชาธิปัติ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี หลังรับแจ้งได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมมูลนิธิร่วมกตัญญู   ที่เกิดเหตุพบชาย 1 ราย เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ สภาพศพเลือดท่วมใบหน้า แขนหัก ขาหัก คอหมุนได้รอบ นอนคว่ำหน้าเลือดนองพื้น ทราบชื่อต่อมา นายณัฎฐสงค์ วงค์สง่า อายุ 27 ปี จากการตรวจสอบเอกสาร พบบัตรนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ห่างกันเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายเสียหายเล็กน้อย ยี่ฮ้อฮอนด้าคลิก สีดำส้ม ขนาด 125 ซีซี หมายเลขทะเบียน ขกว 882 มหาสารคาม   จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ตนเองนั่งอยู่ตรงป้ายรถเมล์หน้าหมู่บ้าน 200 ปี ได้ยินเสียงดังมากเห็นชนรถมอเตอร์ไซค์อย่างจัง แล้วครูดไปกับพื้นถนนยาวร่วม 50 เมตร จากนั้นคนขับได้หมุนกระจกออกมาดู คิดว่าคงเป็นผู้หญิงที่ขับชน จากนั้นคนขับรถดังกล่าวได้ขับรถ เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยอย่างรวดเร็ว ซึ่งจำได้ว่าเป็นรถฟอร์จูนเนอร์ สีขาว   เบื้องต้นร้อยเวรสอบสวนได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่าจุดใดบ้างที่สามารถบันทึกได้ จากนั้นได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจสอบการเสียชีวิตอีกครั้ง และจะได้ติดตามญาติเพื่อนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/bDEzJKCjx8Q

 2,471
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 61

ชนแล้วหนี! นศ.หนุ่ม ขี่ จยย. โดนฟอร์จูนเนอร์ชนเสียชีวิต ตร.เร่งตรวจสอบวงจรปิด

วันที่ 25 พ.ย. 61 เมื่อเวลา 05.00 น. ร.ต.ท.ณัฐภัทร กระต่ายน้อย ร้อยเวรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกรถยนต์เฉี่ยวชน บริเวณก่อนขึ้นสะพานข้ามทางรถไฟมุ่งหน้า จ.ปทุมธานี ตรงข้ามหมู่บ้าน 200 ปี ต.ประชาธิปัติ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี    ที่เกิดเหตุพบชาย 1 ราย เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ สภาพศพ เลือดท่วมใบหน้า แขน หัก ขาหัก นอนคว่ำหน้า เลือดนองพื้นสวมเสื้อกั้นหนาวแขนยาว กางเกงยีน ทราบชื่อต่อมา นายณัฎฐสงค์ วงค์สง่า อายุ 27 ปี    จากการตรวจสอบเอกสาร พบบัตรนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ห่างกันเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิต เสียหายเล็กน้อย     จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ชื่อนายป๋อง อายุ 47 ปี ทราบว่า ตนเองนั่งอยู่ตรงป้ายรถเมย์หน้าหมู่บ้าน 200 ปี ได้ยินเสียงดังมากเห็นชนรถมอเตอรไซค์อย่างจัง แล้วครูดไปกับพื้นถนนยาวร่วม 50 เมตร จากนั้น คนขับได้หมุนกระกระจก ออกมาดู คิดว่าคงเป็นผู้หญิงที่ขับชน จากนั้นคนขับรถดังกล่าว ได้ขับรถ เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยอย่างรวดเร็ว ซึ่งจำได้ว่า เป็นรถฟอรจูนเนอร์ สีขาว    เบื้องต้นร้อยเวรสอบสวนได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่าจุดใดบ้างที่สามารถบันทึกได้จากนั้นได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจสอบการเสียชีวิตอีกครั้ง และจะได้ติดตามญาติเพื่อนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป  

 3,524
ข่าวภูมิภาค
23 พ.ย. 61

รู้ตัวแล้ว! จักรยานยนต์พ่วงข้างชน พนง.กวาดถนนกระเด็น ก่อนซิ่งหนี

หนุ่มวัย 26 ปี นำรถซาเล้งของแม่ไปเที่ยวตั้งแต่หัวค่ำกลับมาสว่างขับชนคนกวาดถนนบาดเจ็บสาหัส   จากกรณีที่มีคลิปรถจักรยานยนต์พ่วงข้างขับชนคนกวาดถนนได้รับบาดเจ็บสาหัสในช่วงเช้าของวันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมานั้น   ล่าสุดวันนี้ พลตำรวจตรีอภิชาติ บุญศรีโรจน์ เปิดเผยว่าหลังจากเกิดเหตุได้ให้ชุดสืบสวนไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในเขตเทศบาล นครสุราษฎร์ธานีจนทราบตัวผู้กระทำความผิด แล้วคือนายเจริญ พูลเพรียบพร้อม หรือจุ๊บ อายุ 26 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างยี่ฮ้อ ฮอนด้าเวฟ 100 สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน ขฉษ 627 สุราษฎร์ธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามไปยังบ้านเช่าแล้ว แต่ยังไม่พบตัว คงพบแต่นางมรกต พูลเพรียบพร้อม มารดาของผู้ก่อเหตุ และเป็นเจ้าของรถคันเกิดเหตุที่เป็นรถที่นางมรกตใช้เก็บของเก่าขาย ไม่มี พรบ เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดมาเป็นหลักฐาน   ด้านพลตำรวจตรีอภิชาต กล่าวว่าหลังเกิดเหตุได้ให้สืบสวนสอบสวนจนทราบตัวผู้กระทำความผิด และสามารถยึดรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุได้ แต่ยังไม่พบตัวผู้กระทำความผิดเนื่องจากแม่ของผู้กระทำความผิดบอกว่าลูกชายได้เอารถออกจากบ้านไปตั้งแต่หัวค่ำก่อนเกิดเหตุแล้วนำกลับมาในตอนเช้า จากนั้นก็หายออกจากบ้านไปไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง      

 3,170
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 พ.ย. 61

กระบะปัดชนหนุ่ม 15 แล้วหนี ผลชันสูตรศพชี้หัวกระแทกพื้น ไม่ได้ถูกรถเหยียบ ญาติโอดถึงไม่ผิดก็น่าจะลงมาดูสักนิด

โลกออนไลน์แชร์คลิปจากกล้องวงจรปิดตามหารถกระบะสีขาว โดยผู้โพสต์ระบุว่า “ขับชนคนขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตคาที่ ก่อนขับหนีไปไม่สนใจลงมาดู ชีวิตคนทั้งคนทำกันแบบนี้ได้ยังไง ถึงคุณจะไม่ผิดช่วยลงมาดูสักนิดจะได้ไหม ใจคุณทำด้วยอะไร ให้นึกถึงลูกหลานของคุณถ้าโดนแบบนี้จะทำอย่างไร”   เหตุเกิดบริเวณหน้าสถานีอนามัยนาป่า ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี ถ้าดูภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นว่า บนถนนมีกระบะรถโตโยต้า สีบรอนซ์ เบรกกะทันกันทำให้รถจักรยานยนต์ของนายธีรพัฒน์ วิเชียรรัตน์ อายุ 15 ปี ขี่ตามหลังมาเบรกไม่ทันชนท้ายอย่างแรง ก่อนเสียหลักล้มลง ร่างและรถจักรยานยนต์ไถลไปอยู่อีกเลนหนึ่ง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่รถยนต์กระบะไทรทัน สีขาว วิ่งสวนมาพอดี มุมกล้องดูเหมือนว่ารถคันดังกล่าวชนเสยบริเวณบริเวณศีรษะ โดยขับไปไปไม่จอดลงมาดู   ขณะที่กล้องวงจรปิดอีกตัวหนึ่ง จับภาพรถกระบะคันดังกล่าว เลี้ยวขับไปจอดห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร จากนั้นคนขับได้เดินลงจากรถแล้วไปยืนดู แต่ไม่ได้เข้าไปช่วย คนที่อยู่ละแวกนั้นบอกว่ามีคนนั่งอยู่เบาะข้างคนขับเป็นผู้หญิงร่างท่วม เดินลงมาดูว่าเป็นรอยหรือไม่ ก่อนพากันขึ้นรถขับต่อไป   หลังจากเป็นข่าวและมีคนแชร์คลิป ปรากฎว่าเมื่อวานนี้ (22 พ.ย.) คนขับรถกระบะไทรทันสีขาว ได้เดินทางเข้าพบตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี แล้ว ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยไม่ให้ข้อมูลใดๆ และเดินหนีนักข่าว ขู่จะฟ้องหากมีการบันทึกภาพ เนื่องจากในโซเชียลเสนอข่าวให้ตนได้รับรับความเสียหาย พร้อมขอร้องญาติผู้ตายไม่ให้นำเสนอข่าว โดยวันเกิดเหตุตนไม่ทราบว่าขับรถชน อีกทั้งรีบไปดูภรรยากำลังคลอดลูกอยู่ที่โรงพยาบาล จึงไม่ได้จอดไปช่วยเหลือ   ด้านยายของผู้เสียชีวิต บอกว่า ชนคนตายถึงเป็นเหตุสุดวิสัย คุณไม่ผิดอย่างน้อยก็น่าจะมาคุยกัน ตนไม่ได้กล่าวหาว่าเขาผิดแค่อยากให้ออกมาแสดงตัว ในเมื่อลงจากรถชะโงกหัวดูแล้วน่าจะเป็นไปช่วยหน่อยก็ยังดี ไม่ใช่ปล่อยให้นอนกลางถนนอย่างนั้น เขาคงคิดว่าไม่ได้ชนไม่เกี่ยวกับเขา เขาบอกไม่ได้ชนถ้าชนก็ต้องรู้สึก ยอมรับหลานของตนก็มีส่วนผิดที่ขี่รถประมาท   ขณะที่แม่ของผู้เสียชีวิต บอกว่า ทีแรกคิดว่าขับรถหนีแต่พอเปิดดูกล้องวงจรปิดเห็นจอดรถลงมาดู ติดใจว่าทำไมไม่เดินไปดูลูกชายของตน หากไม่ได้ชนแล้วจะจอดรถเพื่ออะไร ทั้งที่เขาบอกว่าไม่รู้สึก ถึงไม่ผิดก็ขอให้ช่วยลูกชายตนก็ยังดี หัวอกแม่เห็นสภาพลูกแบบนั้นใจแทบสลาย ได้คุยกับคนขับแล้วเขาก็พูดดี และยินดีจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม   พ.ต.ท.ชินวัชร์ ธิศาลา สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองชลบุรี เผยว่า ขณะที่ฝ่ายผู้เสียหายไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี อย่างไรก็ตามจากการชันสูตรศพแพทย์ระบุว่า ศีรษะไม่ได้ถูกรถเหยียบแต่เกิดจากการกระแทกพื้นถนนเสียชีวิต เพราะถ้าถูกรถเหยียบศีรษะจะบุบ ซึ่งตนได้เชิญญาติผู้ตายมาสอบปากคำและแจ้งให้ทราบแล้ว วงจรปิดที่จับภาพได้อาจเป็นมุมกล้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/42TO8BgVNew

 2,764
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 61

รถตู้ขนเครื่องดนตรีวงมาลีฮวนน่า ชนอดีตทหารเสียชีวิตแล้วหนี ก่อนถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับ

วันนี้ (14 พ.ย.) 61 ร.ต.อ.นพดล ภักดีสว่าง รอง สว.สอบสวน สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉียวชนคนปั่นจักรยานขณะออกกำลังกาย เสียชีวิต อยู่บนถนนสายเพชรเกษม กม.ที่ 471 ม.2 ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์    ที่เกิดเหตุอยู่ห่างหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนากระตามเพียงเล็กน้อย โดยบนถนนช่องจราจรด้านซ้าย พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ จ.ส.อ.ไพศาล เพชรพิรุณ อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการทหารมณฑลทหารบกที่ 44 ชุมพร อยู่สภาพศรีษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ กระดูกลำตัวหัก นอนจมกองเลือด ใกล้กันพบจักรยาน สภาพถูกชนอย่างแรงจนโครงรถงอ     นอกจากนี้ยังพบเศษชิ้นส่วนของรถยนต์คาดว่าเป็นรถคู่กรณีที่ชนแล้วหลบหนี ตกกระจายไปทั่วถนน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการบันทึกเก็บหลักฐาน ก่อนให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เก็บร่างของผู้เสียชีวิตนำไปตรวจพิสูจน์อีกครั้งที่ โรงพยาบาลท่าแซะ ก่อนวิทยุแจ้งให้ด่านท่าแซะ และด่านบ้านพละ ออกสกัดรถต้องสงสัยที่ก่อเหตุแล้วหลบหนี    จนกระทั่งได้รับแจ้งจาก ร.ต.อ.ชาตรี ทองจันทร์ หน.ชุดปฏิบัติการด่านความมั่นคง บ้านพละ ว่าสามารถจับกุมรถยนต์ตู้ต้องสงสัยได้แล้วจึงรุดไปตรวจสอบพบว่าเป็นรถยนต์ตู้ บริเวณกระจกด้านหน้าแตกยุบ ไฟเลี้ยว กันชน ด้านซ้ายแตกพัง และยังมีรอยเลือดเปรอะเต็มประตู ทราบภายหลังเป็นรถของวงมาลีฮวนน่า วงดนตรีเพื่อชีวิตวงดังของภาคใต้ โดยมีนายวินัย เข้มสีขำ อายุ 63 ปี รับเป็นคนขับรถคันดังกล่าว   จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายวินัย ให้การรับสารภาพว่า ตนขับรถขนอุปกรณ์เครื่องดนตรีของวงมาลีฮวนน่า กลับจากไปแสดงที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อจะเดินทางไปแสดงต่อทางภาคอีสาน จนกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนขับรถจักรยานออกมาจากข้างทาง คล้ายจะข้ามไปอีกฝั่งถนน ทำให้ตนซึ่งมาด้วยความเร็ว ไม่สามารถหักหลบได้ทัน จึงชนเข้าอย่างจัง ส่วนที่ตนไม่หยุดก็นึกว่าไม่เป็นอะไรมาก จนมาถึงด่านบ้านพละ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ประจำได้เรียกและควบคุมตัวไว้ดังกล่าว   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และพยายามหลบหนี โดยไม่ได้ให้ความช่วยเหลือได้ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป        

 3,036

Top