ค้นหา :

ผลการค้นหา "รุมประชาทัณฑ์"

อาชญากรรม
08 พ.ย. 62

สลด! หนุ่ม 21 ง้อแฟนเก่าไม่สำเร็จปีนเข้าบ้าน จ้วงแทงแฟนสาว-คนในครอบครัว ดับ 2 เจ็บ 3

วันที่ 8 พ.ย. เกิดเหตุสลด หนุ่มตามง้อแฟนสาว ไม่สำเร็จ ปีนเข้าบ้าน ใช้มีดแทงแฟนสาวและคนในครอบครัว เจ็บ 3 เสียชีวิต 2 ส่วนตัวเองถูกรุมประชาทัณฑ์จับตัวไว้ได้    โดยที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหา สูง 4 ชั้น ย่านจอมทอง จุดเกิดเหตุอยู่ที่บริเวณชั้น 3 หน้าห้องนอนพบศพนางบรรจง ธนูธรณ์ อายุ 49 ปี สวมชุดนอนสีแดง มีบาดแผลที่บริเวณคอ ภายในห้องมีร่องรอยการต่อสู้ ข้าวของกระจัดกระจาย เลือดไหลนองพื้น และพบมีมีดพกเดินป่ายาว 5 นิ้ว ตกอยู่   นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 4 คน ได้แก่นายธนิน สามีผู้ตาย , นายปฐมภพ บุตรชายคนโต ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล อาการปลอดภัยแล้ว    ส่วนนางสาวปุณพร บุตรสาวคนเล็ก นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ถูกแทงใต้ราวนมซ้าย เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่นายภฤศนันท์ อายุ 21 ปี ผู้ก่อเหตุและถูกรุมประชาทัณฑ์ระหว่างเข้าจับกุมจนได้รับบาดเจ็บ   โดยน้องสาวผู้ตาย บอกว่า บ้านหลังนี้ พักอาศัยอยู่กัน 2 ครอบครัว รวม 9 คน เป็นญาติกันทั้งหมด ประกอบอาชีพทำรองเท้าและเครื่องหนัง โดยผู้ก่อเหตุคือ นายภฤศนันท์ เคยคบหากับนางสาวปุณพร ได้ประมาณ 5 เดือน ก่อนจะเลิกรากันไปกว่า 2 เดือน และช่วงตี 3 ครึ่ง ผู้ก่อเหตุได้ปีนเข้าหน้าต่างหลังบ้านที่ชั้น 3 ลักลอบเข้าห้องนอนของน้อง แล้วมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ทำให้คนในบ้านตื่น เมื่อเข้าไปก็พบ นายภฤศนันท์ ถือมีดและมีคราบเลือดติดมือ จึงกรูเข้าตะลุมบอลกันหน้าห้อง แต่พี่สาวพลาดท่าถูกมีดปาดคอเสียชีวิต จึงช่วยกันจับตัวผู้ก่อเหตุมัดเชือกไว้ ก่อนแจ้งกู้ภัยและตำรวจ   เบื้องต้น คาดว่าสาเหตุเกิดจากความหึงหวง หลังจากนี้ ตำรวจ สน.บางมด จะเชิญคนในบ้านไปให้ปากคำ เพื่อหาความเชื่อมโยงเหตุการณ์ พร้อมสอบปากคำผู้ก่อเหตุ ที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ก่อนจะแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาต่อไป

 52
อาชญากรรม
01 พ.ย. 62

หนุ่มเมายาดอง ซิ่งกระบะชนดะ 12 คันรวด โดนรุมประชาทัณฑ์ อ้างเพื่อนเป็นคนขับ แต่วิ่งหนีไปแล้ว

สมุทรปราการ - เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 31 ตุลาคม 2562 ร.ต.อ. ปัญญาพล บุญศรี รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนรถชาวได้รับความเสียหายหลายคันและมีผู้ได้รับบาดเจ็ยหลายคน ภายในซอยสามห่วง ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยมูลนิธิกู้ภัยบางปู 811 และรถกู้ชีพโรงพยาบาลรัทรินทร์ เดินทางเข้าตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบรถยนต์และ จยย. เสียหายรวม 12 คัน ในที่เกิดเหตุยังพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 10 ราย สาหัส 2 ราย ถูกลำเรียงส่งรักษาที่โรงพยาบาลรัทรินทร์บางปู    ในรถยนต์กระบะคันที่เกิดเหตุได้พบนายกาล สุขวงศ์ อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมานั่งอยู่บริเวณเบาะนั่งข้างคนขับและเปิดประตูลงมาถูกชาวบ้านและผู้เสียเข้ารุมประชาทัณฑ์ จนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ต้องรีบคุมตัวขึ้นรถก่อนคุมตัวมาสอบสวนที่โรงพัก    จากการสอบถามนายกาล คนขับกระบะคันดังกล่าว ได้ให้การวกไปวนมาพอจับใจความได้ว่า ตนเองมีอาชีพรับซื้อของเก่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถคันดังกล่าวออกมาจากบ้านที่อยู่ภายในคลองอาเสี่ย ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ มานั่งดื่มเหล้ายาดองอยู่กับพรรคพวกที่ปากซอยสามห่วง ใกล้ที่เกิดเหตุ หลังดื่มจนหมดไปขวดหนึ่งและอยู่ในอาการมึนเมา ตนจำได้ว่าเพื่อนตนเป็นคนขับรถกระบะคันดังกล่าวมาเพื่อที่จะพาตนไปส่งที่บ้านพักย่านแพรกษาใหม่ จนกระทั่งมาเกิดเหตุ เพื่อนตนได้วิ่งหลบหนีไปปล่อยตนไว้คนเดียว   ด้านนายพิทักษ์ บุญทวัน อายุ 41 ปี คนขับหกล้อ ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถไปรับสินค้ามาจากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปู และกำลังขับรถจะกลับบ้าน ที่อยู่ในซอยสามห่วงตนจึงขับรถมาทางท้ายซอย จนกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุ รถกระบะคันดังกล่าวที่ขัยมาด้วยความเร็วได้ขับข้ามเลนพุ่งเข้ามาหารถตน ตนจึงพยายามหักหลบแต่ไม่พ้นถูกเฉี่ยวชนตั้งแต่หัวเก๋งยาวไปจนถึงด้านท้ายจนล้อหน้าของรถกระบะคันดังกล่าวหลุด คนขับก็ยังเร่งเครื่องขับหลบหนีไปชนกับรถคันอื่น ๆ อีกหลายคนและมีผู้บาดเจ็บ ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งข้อความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อในคำให้การของนายกาล คนขับรถกระบะที่ก่อเหตุเนื่องจากอยู่ในอาการมึนเมาสุรา ให้การวกไปวนมา จึงได้คุมตัวมาสงบสติอารมณ์ที่ สภ.บางปู รอการสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F3T6MZlNsK0

 1,193
ข่าวภูมิภาค
20 มิ.ย. 62

รุมกระทืบชายวัย 30 น่วม หลังลวง ด.ญ.วัย 13 ข่มขืนกลางป่า

บุรีรัมย์-ชาวบ้าน ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด ไล่รุมกระทืบชายวัย 30 ปีน่วม หลังลวงเด็กหญิง 13 ปีไปข่มขืนกลางป่า ผู้ใหญ่บ้านเผย เด็กหญิงไปเรียนที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ แล้วกลับมาเยี่ยมพ่อที่ป่วยอยู่บ้านคนเดียว ถูกคนร้ายฉวยโอกาสล่วงละเมิด 2 ครั้ง ระบุเป็นครอบครัวที่น่าสงสาร ไม่มีแม้เงินต่อกระแสไฟฟ้าใช้ในบ้าน เมื่อ 4 ขวบเด็กเคยถูกล่วงละเมิดมาแล้ว   ตำรวจนำตัวคนร้ายฝากขังไว้ที่ศาลจังหวัดนางรอง อ.นางรอง ซึ่งจะต้องรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์โรงพยาบาลบ้านกรวดมาประกอบสำนวนคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_zjwn5VfaPA

 3,744
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ค. 62

คุมตัวหนุ่ม 27 ทำแผนฆ่าชิงทรัพย์สร้อยทอง-เผาอำพรางศพสาวสุราษฎร์ฯวัย 18

สุราษฎร์ธานี-จากคดีนายพีระพล นวลเสน่ห์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ ฆ่าแล้วเผาอำพรางศพสาววัย 18 ปี โดยผู้ต้องหายังให้การยืนยัน เพียงแค่ประสงค์เหตุต่อทรัพย์เท่านั้น โดยหลังก่อเหตุได้นำสร้อยคอทองคำ นำหนัก 1 บาท และแหวน น้ำหนัก 1 สลึง ไปขายได้ 22,000 บาท นำไปให้ภรรยา 5,000 บาท และนำไปใช้จ่ายเหลืออยู่ 2,000 บาท   พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุจริงโดยมีเหตุจูงใจประสงค์ต่อทรัพย์ แต่อย่างไรก็ต้องสอบปากคำและพิจารณาจากหลักฐานอื่นมาประกอบ เพราะไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งได้ลงมาดูการสอบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีและ สภ.กาญจนดิษฐ์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยครบถ้วนทุกประเด็นหรือไม่   เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจและผู้ต้องหาก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม ก่อเหตุชิงทรัพย์แล้วถึงกับฆ่าและเผาเป็นคดีที่สะเทือนขวัญ ในเรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดข้อสมมุติฐานในการก่อเหตุประเด็นใดทิ้ง และไม่ได้เชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาจะต้องทำการสอบพยาน และให้เอาผลทางนิติวิทยาศาสตร์กับพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุมาประกอบด้วย   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายพีระพล ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีชาวบ้านจำนวนมากและญาติผู้ตายมายืนรอดู ตำรวจต้องนำหมวกนิรภัย สวมใส่คลุมศรีษะนายพีระพลไว้ แต่เมื่อรถตำรวจนำตัวมาถึงชาวบ้านได้ส่งเสียงตะโกนเป็นช่วงๆ การทำแผนจุดเกิดเหตุเริ่มจากนายพีระพล ยืนดักรอ น.ส.จรินยา ขับรถจักรยานยนต์กลับจากส่งหลานชายได้เรียกให้จอดรถหยุดพูดคุย และลงมือชิงทรัพย์ด้วยการถีบรถจักรยานยนต์ให้ล้มลงไปข้างทางทั้งคนทั้งรถ   ซึ่งชาวบ้านที่ดูการทำแผนอยู่แสดงความไม่พอใจ ที่นายพีระพลกระทำการอย่างโหดเหี้ยม ทั้งที่เป็นเพื่อนบ้านกันจนมีการลุกฮือจะเข้ามาใกล้ ซึ่งตำรวจเกรงจะไม่ปลอดภัย จึงรีบนำตัวนายพีระพลขึ้นรถตู้ตำรวจฝ่าฝูงชนหลบหนีออกจากพื้นที่กลับไปยัง สภ.กาญจนดิษฐ์ ทันที จนต้องยกเลิกการทำแผนในขั้นตอนของการบีบคอปลดสร้อยคอทองคำ กับแหวนทองและการเผาทำลายศพ   ต่อมาญาติผู้ตายได้เข้าพบกับ พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกาญจนดิษฐ์ เพื่อรับฟังรายละเอียดของคดี แต่ก็ยังปักใจเชื่อว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ลงมือเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน การเผาอำพรางศพต้องใช้น้ำมัน จำนวนมากและใช้เวลานาน จึงจะยังไม่ไปรับศพกลับมาทำพิธี โดยจะรอผลการสอบสวนของตำรวจอีกระยะหนึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6Msi-zkXkhw

 2,843
ข่าวภูมิภาค
09 เม.ย. 62

สาวใจเด็ดกัดลิ้นช่างซ่อมบ้าน ทั้งที่รู้จักกันมานาน หลังเมาพยายามข่มขืน

สมุทรปราการ-ตร.สภ.บางปู รับแจ้งมีเหตุชายพยายามข่มขื่นหญิงสาวภายในบ้านหลังหนึ่ง ภายในหมู่บ้านพฤกษา สุขุมวิท-แพรกษา ต.แพรกษา อ.เมือง แต่ถูกชาวบ้านช่วยกันจับตัวไว้ได้   ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวเฮาส์ 2 ชั้น ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.น้อย ผู้เสียหาย (นามสมมติ) วัย 40 ปี บริเวณหน้าบ้าน มีชาวบ้านกำลังยืนควบคุมตัว นายธนดิท เทียนนาวา อายุ 42 ปี ที่ถูกชาวบ้านช่วยกันจับมัดมือไพร่หลังเอาไว้นอนกองอยู่กับพื้น สภาพใบหน้าบวมปูดเนื่องจากถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ และบริเวณลิ้นมีบาดแผลถูกกัดจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนผู้เสียหายยังอยู่ในอาการตกใจและยังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนเจ้าหน้าที่จะคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวน ที่โรงพัก สภ.บางปู   สอบถามผู้เสียหาย ซึ่งทำงานอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในย่านนิคมอุตสาหกรรมบางปู ได้เล่าว่า ตนรู้จักกับผู้ก่อเหตุมากว่า 10 ปี เนื่องจากเคยทำงานเป็นช่างไฟอยู่ที่บริษัทมาก่อน แล้วจึงลาออกไป ต่อมาตนก็ได้ลาออกจากงานเนื่องจากตั้งใจว่าจะกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด จึงได้ติดป้ายประกาศขายบ้านหลังดังกล่าว และทยอยเก็บของออกไปแล้วบ้างส่วน และโทรศัพท์ตามผู้ก่อเหตุ ให้มาช่วยซ่อมแซมบ้านที่เกิดจากรอยขีดขวนและรอยแตกบางส่วน ที่เกิดจากการเคลื่อนย้ายของ   ต่อมาผู้ก่อเหตุได้ออกไปซื้อเบียร์มานั่งดื่มที่ห้องโถงชั้นล่างจำนวน 3 ขวด และชักชวนตนพูดคุยตามประสาคนเคยทำงานที่เดียวกัน กระทั่งเวลาผ่านพักใหญ่ จู่ ๆผู้ต้องหาก็ได้จู่โจมเข้าโอบกอดและพยายามลากตนเข้าไปในห้องน้ำ ตนจึงได้ดิ้นรนขัดขืนสุดแรง แต่ก็ยังเข้ามาล็อกคอตนและพยายามจูบที่ปากตน ตนจึงใช้ฟันกัดที่ลิ้นของฝ่ายชายอย่างเต็มแรง จนเลือดกบปากและส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ตนจึงรีบวิ่งหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านจนช่วยกันจับตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้   ทางด้านเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ใกล้กัน กล่าวว่า ขณะที่ตนและสามีกำลังขายของอยู่บริเวณหน้าบ้าน ผู้เสียหายได้วิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ พร้อมกับบอกว่าช่วยด้วย มันจะข่มขืนหนู ขณะนั้นก็ได้พบเห็นผู้ก่อเหตุ วิ่งตามหลังผู้เสียหายออกมาและรีบขึ้นนั่งบนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านเพื่อจะขี่หลบหนี สามีและตนจึงได้รีบมาดึงกุญแจรถออก และพยายามล็อกตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ แต่ผู้ก่อเหตุพยายามดิ้นรนขัดขื่น จึงถูกชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาช่วยกันจับตัวเอาไว้   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า กระทำอนาจารและพยายามข่มขื่น ก่อนคุมตัวส่งตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bg8D-bbdsKo

 4,118
ต่างประเทศ
01 ต.ค. 61

จับได้คาหนังคาเขา! รุมประชาทัณฑ์หนุ่มฉุดเด็ก 6 ขวบไปข่มขืนในห้องน้ำร้านอาหารที่แอฟริกาใต้

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวน่าตกใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศแอฟริกาใต้ กรณีลูกค้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งรุมประชาทัณฑ์ชายอายุประมาณ 20 ปี ผู้ต้องสงสัยฉุดเด็กหญิงวัย 6 ปี ในไปข่มขืนในห้องน้ำ     โดยพยานเล่าว่า คนร้ายจับตามองเด็กหญิงตั้งแต่ตอนที่อยู่ในสนามเด็กเล่น ก่อนจะเดินตามเหยื่อไปห้องน้ำ แล้วฉวยจังหวะลากตัวเด็กจากห้องน้ำหญิงเข้าไปในห้องน้ำชายที่อยู่ใกล้กัน จากนั้นเขาได้ล็อกประตูและลงมือทำร้ายเด็กอย่างป่าเถื่อน      เมื่อแม่เด็กรู้ตัวว่าลูกหายตัวไปก็เกิดความโกลาหลขึ้น กระทั่งมาพบชายหนุ่มอยู่ในสภาพเปลือยอยู่กับเด็กหญิงที่มีเลือดออกมาจากอวัยวะเพศในห้องน้ำ ลูกค้าที่เป็นผู้ชายจึงเข้ารุมประชาทัณฑ์คนร้ายด้วยความโกรธแค้นจนมีสภาพสะบักสะบอมเลือดอาบทั่วร่าง ทำให้เจ้าของร้านต้องมาช่วยแยกชายหนุ่มออกไปยังที่ปลอดภัยระหว่างรอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง     รายงานข่าวระบุว่า คนร้ายรายนี้ถูกตำรวจเดินทางมาควบคุมตัวภายในเวลาอันรวดเร็วหลังได้รับแจ้ง โดยเขามีกำหนดขึ้นศาลในช่วงต้นเดือนนี้ ขณะที่คดีความทางเจ้าหน้าที่ยังคงทำการสืบสวนอย่างละเอียดต่อไป   ร้านอาหารที่เกิดเหตุ          

 19,790
ต่างประเทศ
22 ส.ค. 61

สุดเถื่อน! ชาวบ้านอินเดียตั้งศาลเตี้ย จับหญิงแก้ผ้า-รุมทำร้าย เชื่อมีเอี่ยวคดีฆาตกรรม

สำนักข่าว  mirror รายงานข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย กรณีฝูงชนรุมประชาทัณฑ์หญิงคนหนึ่งอย่างป่าเถื่อน หลังเชื่อว่าเธอเข้าไปมีส่วนพัวพันในคดีฆาตกรรม   *** คลิปมีภาพที่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ ***    คลิปวิดีโอซึ่งถูกเผยแพร่ในแอปพลิเคชัน WhatsApp ก่อนจะถูกส่งต่อในโซเชียลมีเดียจนกลายเป็นไวรัล แสดงภาพน่าตกใจของหญิงคนหนึ่งที่ถูกจับแก้ผ้าเปลือยกายล่อนจ้อนกำลังวิ่งไปตามถนนแห่งหนึ่งในรัฐพิหาร เพื่อหนีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ไล่ล่าทำร้าย     รายงานข่าวระบุว่า บ้านของหญิงคนดังกล่าวถูกเผาทำลาย ก่อนที่ตัวเธอจะถูกชาวบ้านซึ่งอยู่ในอารมณ์โกรธแค้นรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม โดยกล่าวหาว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ Vimlesh Shah ชายวัย 19 ปี หลังศพของเขาถูกพบใกล้กับรางรถไฟ     ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้นำไปสู่จับกุมตัวผู้ก่อเหตุจำนวน 15 ราย ส่วนหญิงคนดังกล่าวยังคงพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ขณะที่คดีการเสียชีวิตของวัยรุ่นชายยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนหาข้อเท็จจริงของตำรวจ            

 5,638
ต่างประเทศ
20 ส.ค. 61

ที่นี่บราซิล! โจรชักมีดจี้สาวบนรถไฟ สุดท้ายโดนพลเมืองดีรุมสกรัมสลบเหมือด

สำนักข่าว mirror เผยแพร่ภาพเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นบนขบวนรถไฟใต้ดินในนครริโอเดอจาเนโรของบราซิล หลังมีโจรควักมีดจี้ผู้โดยสาร แต่สุดท้ายถูกพลเมืองดีช่วยกันรุมประชาทัณฑ์จนสลบเหมือด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา     คลิปความยาวเกือบ 1 นาทีแสดงภาพของโจรหนุ่มยืนถือมีดพยายามปัดป้องตัวเองจากสิ่งของที่ถูกคนขวางปาใส่ รวมทั้งไม้และร่มที่ถูกฟาดใส่ไม่ยั้ง แต่สุดท้ายก็ต้านทานไม่ไหว หลังฝูงชนกรูเข้ามารุมทำร้ายจนนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น       ด้านพยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ชายหนุ่มพยายามจะลากผู้โดยสารหญิงคนหนึ่งไปโดยอ้างว่าเป็นคนรัก แต่หญิงสาวปฏิเสธว่าไม่รู้จัก แสดงท่าทีขัดขืนและกรีดร้องขอความช่วยเหลือ เมื่อเห็นเขาควักมีดออกมา ผู้โดยสารคนอื่นๆ จึงพยายามเข้าไปช่วยและเหตุการณ์ก็ชุลมุนอย่างที่เห็นในคลิป              

 2,187
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 61

คุมตัวชายก่อสร้างทำแผน ข่มขืนฆ่าหญิงวัย 55 ชาวบ้านรุมสาปแช่ง หวิดถูกรุมประชาทัณฑ์

ราชบุรี-จากคดีที่มีผู้ไปพบศพหญิง อายุ 55 ปี ในสภาพร่างกายเปลือย คาดว่าน่าจะถูกทำร้าย ภายในห้องเช่า ซึ่งเมื่อตรวจสอบสภาพศพโดยละเอียดพบว่าผู้ตายนั้นถูกข่มขืนก่อนที่จะเสียชีวิตในช่วงเช้า   และต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายวิสุทธิ์ ฝอยทับทิม อายุ 29 ปี มีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง และเคยติดคุกในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเมื่อ 8 ปี ก่อน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุไว้ได้ และยอมรับสารภาพว่าได้แอบย่องเข้าไปข่มขืนและฆ่าผู้ตายจริง โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ส.ค.61 ที่ผ่านมา   ต่อมาทาง ตร.ได้นำตัวฆาตกรโหดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในบ้านเช่าที่เกิดเหตุ โดยมีบรรดาชาวบ้านและญาติๆ ของผู้ตายที่เฝ้ารอดูการทำแผน พร้อมกับตะโกนด่าทอจำนวนมาก และเตรียมที่จะเข้ารุมประชาทัณฑ์   จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำกำลังเข้าสกัดกั้นไม่ให้ญาติๆ ของผู้ตายเข้าไปรุมทำร้ายผู้ต้องหา และต้องปิดประตูห้องเช่า ใช้เวลาทำแผนแค่เพียง 15 นาที ก็ต้องรีบนำผู้ต้องหาขึ้นรถกลับ สภ.เมืองราชบุรี ทันที เพราะเกรงว่าเหตุการณ์จะบานปลายและไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Cvc5ByQpChY

 4,352
ต่างประเทศ
18 ก.ค. 61

สลด ด.ญ.หูหนวกวัย 11 ถูกชายฉกรรจ์อินเดีย 17 คนรุมโทรมมาราธอน 7 เดือน

เกิดเหตุสะเทือนใจทางตอนใต้ในอินเดีย เมื่อเด็กหญิงวัย 11 ขวบมีความผิดปกติหูหนวก ถูกชายฉกรรจ์ 17 คนรุมโทรมข่มขืนนานต่อเนื่อง 7 เดือน   โดยคนแรกที่ข่มขืนเด็กหญิงคนนี้คือคนดูแลลิฟต์ในอาคารที่เด็กอาศัยวัย 66 ปี มอมยานอนหลับกับเด็ก ซึ่งลงมือหลังจากเด็กคนนี้กลับจากโรงเรียนและขี่จักรยานเล่นรอบๆ แฟลตแห่งนี้ จากนั้นเขาชักชวนเพื่อนๆ มารุมโทรมเด็กหญิงโดยมีการถ่ายคลิปวิดีโอไว้ด้วย ขณะพาเด็กหญิงไปข่มขืนในสถานที่ต่างๆเช่น ห้องน้ำ ดาดฟ้า ระเบียง   ข่าวดังกล่าวสร้างความโกรธแค้นให้กับชาวอินเดียเป็นอย่างมาก มีการรวมตัวไปรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องสงสัย อย่างไรก็ตามอินเดียมักเกิดคดีความรุนแรงทางเพศเกิดขึ้นในอินเดียบ่อยครั้ง เฉลี่ย 100 คดีต่อวัน  

 22,671
สังคม-อาชญากรรม
25 มิ.ย. 61

ฮือประชาทัณฑ์ 'ไอ้วุธ' ฆ่าหั่นศพ 'น้องเมย์' เผยวิธีฆ่าโหดเก็บศพ 1 วันก่อนหั่น ญาติลั่นขอโทษประหารสถานเดียว!

คืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพน้องเมย์ สาวบัญชีวัย 24  หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งพบเศษชิ้นส่วนมนุษย์ นำไปทิ้งไว้ที่ย่านคลองสามวา จนต่อมาตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.มีนบุรี ได้รวบรวมหลักฐาน แล้วเข้าจับกุมนายธนกฤต ประกอบ อายุ 36 ปี หรือวุธ อดีตแฟนเก่าของผู้ตาย   โดยนายธนกฤตให้การรับสารภาพ ว่าเป็นคนลงมือหั่นศพอดีตแฟนสาว ที่แมนชั่นแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องพัก ในซอยสิงหบุรานุกิจ 10 เขตมีนบุรี สาเหตุเกิดจากความหึงหวง เมื่อค่ำวันที่ 12 มิ.ย. ผู้ตายได้มาเก็บเสื้อผ้าที่ห้องของตน จึงได้ใช้ค้อนตีศีรษะผู้ตาย 1 ครั้งผู้ตายได้หมดสติไป   หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมงผู้ตายรู้สึกตัวจึงได้ใช้ผ้าห่มคุมศีรษะ และใช้ค้อนทุบตีที่ศีรษะอีก 3-5 ครั้ง จนผู้ตายหมดสติ จึงปล่อยศพทิ้งไว้ 1 วันและออกไปทำงานตามปกติ   ก่อนกลับมาที่ห้องอีกครั้งก็เริ่มหั่นชำแหละศพผู้เสียชีวิต เริ่มจากข้อเท้า สะโพก ลำตัว แขน ขา ศีรษะ ด้วยความชำนาญ เนื่องจากเคยเป็นเชฟและทำงานโรงชำแหละไก่มาก่อน มีความชำนาญในการใช้มีด ก่อนนำใส่ถุงดำแล้วในวันเดียวกันระหว่างเวลา 04:00 น. ถึง 05:00 น. ได้นำชิ้นส่วนศพ ไปทิ้งบริเวณที่พบศพโดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ   โดยเบื้องต้นตำรวจได้ตั้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้นย้ายทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย จากนั้นพลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ได้นำตัวนายธนกฤติ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ   โดยจุดเเรกเป็นจุดเกิดเหตุที่นายธนกฤต ลงมือใช้ค้อนทุบศีรษะนางลักษณา จนสลบและทุบซ้ำ จนเสียชีวิต ในห้องพักแมนชั่นในซอยสิงหบุรานุกิจ 10 เขตมีนบุรี ในช่วงค่ำก่อนออกไปทำงานตามปกติ จากนั้นย้อนกลับมาชำแหละศพ เมื่อกลางดึกวันที่ 13 มิ.ย. โดยมีชาวบ้านมุงดูไม่พอใจ และพากันสาปแช่งถึงการกระทำของผูต้องหา   จากนั้นพานายธนกฤตไปทำแผนทิ้งศพ ใกล้ซอยสามวา โดยระหว่างทำแผนที่จุดนี้ ชาวบ้านที่มามุงดูหลายร้อยคน ต่างก็แสดงความไม่พอใจ พร้อมกับสาปแช่งให้ได้รับโทษประหารชีวิต เมื่อทำแผนใกล้เสร็จ ประชาชนได้ฮือจะเข้าประชาทัณฑ์ จนเจ้าหน้าที่ ต้องรีบนำตัวผู้ต้องหา ขึ้นรถตู้ นำตัวกลับทันที และจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ในช่วงเช้าพรุ่งนี้   ด้านญาติของผู้ตาย ได้เดินทางมาสน.พร้อมกับกล่าวว่า ทำไมถึงทำกันถึงขนาดนี้ ถ้าฆ่ากันตายธรรมดาก็อาจจะไม่คิดอะไร แต่นี่ถึงฆ่าแล้วยังหั่นศพเป็นชิ้นๆ ทางญาติไม่ยอมให้อภัยแน่ๆ อยากให้ตำรวจจับมาลงโทษประหารชีวิต หากไม่ได้ ก็จะเข้าไปร้องเรียนกับนายกรัฐมนตรี   ทั้งนี้ที่ผ่านมาทางบ้านผู้ตายจักนายวุธ ผู้ต้องหามากว่า 2 ปี มาเยี่ยมบ้านหลายครั้ง ลักษณะเป็นคนโลกส่วนตัวสูง เป็นคนนิ่งๆ ภายนอกไม่ค่อยพูด เหล้าไม่ดื่มบุหรี่ไม่สูบ เหตุน่าจะเกิดจากหึงแฟนคนเก่าของลูกวัย 5 ขวบ ที่มาพบเห็นที่บ้าน เลยทะเลาะกันเรื่อยมา ก่อนเกิดเหตุจะไปปรับความเข้าใจกันและโอนรถมอเตอร์ไซต์ให้นายวุธ และจากนั้นหายไป ติดต่อไม่ได้กว่า 2 สัปดาห์ จนกระทั่งทราบข่าวถูกฆ่าหั่นศพเสียชีวิตดังกล่าว   สำหรับการฌาปนกิจศพนั้น หลังจากพ่อนำศพจากกรุงเทพฯมาถึงร้อยเอ็ด จะนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านนาใหญ่ และทำพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 25 มิถุนายน 2561 เวลา 13.00 น.   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/0zrP8hT7kGI  

 15,032
ข่าวภูมิภาค
08 มิ.ย. 61

คนงานดูดส้วมเมาหวังข่มขืนสาวออทิสติก ชาวบ้านมาช่วยจับไว้ได้ รุมประชาทัณฑ์จนฉี่ราด

สงขลา-ตำรวจ สภ.คอหงส์ รับแจ้งว่าเกิดเหตุพยายามข่มขืนสาวออทิสติก ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และชาวบ้านได้ช่วยกันจับผู้ก่อเหตุไว้ได้   จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเกิดเหตุ เป็นบ้านไม่มีเลขที่ชั้นเดียว ชาวบ้านนับร้อยคนได้ช่วยกันจับตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ในสภาพที่กองอยู่กับพื้น เนื่องจากถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์หัวแตกและน่วมไปทั้งตัว ทราบชื่อ นายไพโรจน์ จันทร์คด อายุ 56 ปี   นอกจากนี้ยังมีเพื่อนอีก 3 คนที่ชาวบ้านได้จับตัวเอาไว้ได้เช่นกันและอยู่ในสภาพที่ถูกกระทืบจนศีรษะแตกและระบมไปทั้งตัวไปต่างกัน โดยทั้ง 4 คนเป็นคนงานดูดส้วมที่ขับรถบรรทุก6 ล้อดูดส้วม เข้ามาตระเวนรับดูซ้อมในหมู่บ้านเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวทั้ง 4 คนออกไปจากจุดเกิดเหตุ เนื่องจากชาวบ้านต่างอยู่ในอารมณ์ที่โกรธแค้น   โดยเฉพาะ นายไพโรจน์ ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุระหว่างที่ถูกนำตัวไปขึ้นรถตำรวจ ก็ยังคงถูกทั้งต่อยทั้งเตะจนฉี่แตกและถึงกับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและยังฉี่ราดใส่กางเกง   ด้านยายของหญิงอายุ 19 ปี ผู้เสียหายซึ่งเป็นออทิสติก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุหลานสาวอยู่บ้านเพียงคนเดียวเนื่องจากแม่ออกไปทำงาน และตนได้เดินมาดูแลหลานสาวตามปกติทุกวัน แต่วันนี้มาสายเมื่อเปิดประตูเข้าไปในบ้านก็เห็นชายคนนี้กำลังขึ้นคร่อมหลานสาวอยู่ในห้อง และรูดซิบกางเองออกพยายามจะข่มขืน จึงรีบวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือชาวบ้านในละแวกเกิดเหตุส่วนชายคนนี้ก็รีบวิ่งหนีออกจากบ้านไปทันที   จากนั้นชาวบ้านจึงช่วยกันจับกุมคนร้าย และรุมกระทืบคนร้าย จนกองอยู่กับพื้นและแจ้งตำรวจให้มาจับกุม   จากการสอบสวน นายไพโรจน์ ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ยอมรับว่าพยายามที่จะที่ข่มขืน เพราะเหยื่อชวนเข้าไปในบ้านเอง แต่ยังไม่ลงมือข่มขืนเพราะยายเข้ามาเห็นก่อน เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาดำเนินคดี 2 ข้อหาคือพยายามข่มขืนและข้อหาบุกรุก ส่วนอีก3 คนพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง   อย่างไรก็ตามญาติของสาวออทิสติกคนนี้บอกว่า จากการสอบถามหลานสาวบอกว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่นายไพโรจน์เข้าไปในบ้านและพยายามทำแบบนี้กับเหยื่อ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AKcRD--Q5IY

 4,690
ข่าวภูมิภาค
22 ม.ค. 61

ญาติฮือรุมประชาทัณฑ์ 'พล 9 นิ้ว' หึงโหดลากอดีตภรรยา มาจ่อยิงศีรษะต่อหน้าหลาน 10 ขวบ

นครปฐม-ตร.จับกุมนายนำพล เวียงชัย ฉายา พลเก้านิ้ว อายุ 49 ปี หลังก่อเหตุบุกเข้าไปยิงอดีตภรรยาอายุ 52 ปี สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลสระกระเทียม หมู่ 12 เข้าที่ศีรษะจนเสียชีวิต ต่อหน้าหลานชายอายุเพียง 10 ขวบ แล้วหลบหนีไปในพื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี   โดยสาเหตุก็เกิดจากปัญหาครอบครัวเรื่องความระแวงหึงหวง อดีตภรรยา ที่ไม่ได้จดทะเบียนกัน แต่อยู่กินกันจนมีลูก 2 คนลูกชายคนโตอายุ 23 ปี ลูกคนที่สองเป็นหญิงอายุประมาณ 17 ปี จะไปแอบมีชายคนใหม่   จากนั้นได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำสารภาพ ซึ่งขณะทำแผนมีชาวบ้านมามุงดูจำนวนมาก ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นญาติกับผู้ตาย ต่างตะโกนด่าทอ สาปแช่งผู้ต้องหา บางส่วนพยายามจะเข้ามาทำร้ายผู้ต้องหา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันไว้   สำหรับฉายาพลเก้านิ้ว ของนายนำพล ผู้ต้องหา เนื่องจากนิ้วชี้มือข้างซ้ายของนายนำพลขาดด้วน จากถูกเครื่องเกี่ยวข้าวตัดขาดเมื่อหลายปีก่อน เพื่อนหรือผู้ที่รู้จักบางคน จึงตั้งฉายาให้ว่าพล 9 นิ้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uJ1zroln35U    

 26,687
ข่าวภูมิภาค
11 ม.ค. 61

รุมประชาทัณฑ์หนุ่มเมากาวน่วม หลังบุกห้องสาวแม่ลูกอ่อน หวังข่มขืน

สมุทรสาคร-เกิดเหตุชายชาวชัยภูมิอายุ 34 ปี มีอาการเมากาว ถอดเสื้อผ้าเหลือกางเกงในตัวเดียว พยายามจะข่มขืนหญิงสาวแม่ลูกอ่อนแต่ไม่สำเร็จ เหยื่อร้องให้คนช่วย คนร้ายได้หลบหนีเข้าไปในป่าหญ้าที่รก แต่ชาวบ้านที่อยู่ในห้องเช่าด้วยกันก็ได้ตามช่วยกันล้อมจับตัว   พบคนร้ายหลบซ่อนตัวอยู่ในแอ่งน้ำ ชาวบ้านจึงล้องจับตัวไว้ได้ และเมื่อนำขึ้นมาได้แล้วด้วยความโมโหของชาวบ้านก็มีการรุมประชาทัณฑ์ได้รับบาดเจ็บ ก่อนส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องนำผ้าขาวที่ใช้สำหรับห่อศพ มาคลุมตัวให้กับคนร้ายรายที่ทั้งร่างกายมีเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียวนี้ด้วย เนื่องจากมีอาการสั่นตลอดเวลา เพราะลงไปแช่อยู่ในน้ำที่หนาวเย็น ประกอบกับฤทธิ์จากสารเสพติด (กาว) ที่ดมเข้าไป   สอบถามในเบื้องต้นคนร้ายเล่าว่า แบบพอจับใจความได้ว่า ไปซื้อสารเสพติด (กาว) มาจากแถวๆหน้าห้างสรรพสินค้า เมื่อสูดดมเข้าไปเสร็จแล้ว ก็เดินทางมาหาเพื่อนย่านห้องเช่าที่เกิดเหตุ แต่มาแล้วไม่พบใคร จึงเดินเข้าไปเรื่อยๆ ก็มาเจอห้องของหญิงสาวเปิดประตูแง้มไว้ เห็นหญิงสาวนอนหลับอยู่ในห้องจึงเกิดอารมณ์หื่น ก็เลยค่อยๆ ย่องเข้าไปแล้วถอดเสื้อผ้าของตนออกเหลือเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียว จากนั้นก็ขึ้นค่อมร่างของหญิงสาวแต่หญิงสาวรู้สึกตัวเสียก่อนและพยายามขัดขืน ตนเองจึงต่อยไปที่ท้อง 1 ที ซึ่งหญิงสาวคนก็ยังดิ้นรนขัดขืน และร้องเรียกให้คนมาช่วย พอมีคนมาช่วยตนก็รีบหนีออกมา   ขณะที่ทางด้านหญิงผู้เสียหายวัย 21 ปีที่เกือบจะถูกคนร้ายข่มขืนนั้น ได้เล่าว่า ตนเองนั้นเพิ่งจะคลอดลูกมาได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งในช่วงที่เกิดเหตุก็มีตนกับลูกอ่อนนอนอยู่ในห้องด้วยกันเพียง 2 คนแม่ลูก โดยประตูห้องนั้นได้แต่ปิดไว้เฉยๆ ไม่ได้ลงกลอนล็อค เนื่องจากตนเองไม่สบาย แฟนจึงบอกก่อนที่จะออกไปทำงานว่าให้ปิดไว้เฉยๆ หากมีอะไรก็ให้โทรเรียกญาติหรือเพื่อนข้าง แล้วจะได้เข้ามาช่วยพาไปหาหมอได้ ซึ่งพอหลังจากที่ตนกินยาแก้ไข้ก็นอนหลับอยู่ในมุ้งกับลูกนั่นเอง จึงไม่รู้สึกตัวว่าคนร้ายเข้ามาก่อนไหน มารู้ก็ตอนที่คนร้ายขึ้นมานั่งคร่อมบนตัวแล้ว   จากนั้นคนร้ายก็บอกว่าขอทีเดียวแล้วจะไม่ทำอะไรตนกับลูก ซึ่งตนก็บอกว่าให้ทำอะไรไม่ได้เพราะเพิ่งคลอดลูกมาได้ไม่ถึง 10 วัน แต่คนร้ายไม่ยอม ก็เลยมีการต่อสู้ขัดขืนกันในมุ้ง จนคนร้ายใช้หมอนอุดหน้ากับต่อยท้องของตน 1 ที ซึ่งตนก็เลยบอกไปว่าเจ็บและหิวน้ำ ขอให้คนร้ายช่วยออกมาเอาน้ำให้ก่อน คนร้ายก็ยอมออกมาเอาให้ โดยช่วงจังหวะนั้นตนเองก็รีบออกมาจากมุ้งพร้อมกับตะโกนร้องขอความช่วยเหลือขณะกำลังจะพยายามออกไปเปิดประตูซึ่งทีแรกไม่มีใครได้ยิน แต่โชคดีมีพี่แฟนมาเปิดประตูแล้วเห็นเข้าพอดี คนร้ายจึงรีบวิ่งหนีออกไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gS7VdaTznaQ  

 43,952
ข่าวภูมิภาค
14 ธ.ค. 60

ชายเมายาบ้า ตะโกนถามนี่บ้านใคร? ฉุนไม่มีคนตอบ เลยปาระเบิดขวดใส่บ้าน สุดท้ายโดนรุมประชาทัณฑ์น่วม

เลย-เกิดเหตุคนร้ายลักลอบเผาบ้านประชาชน ชาวบ้านได้จับกุมตัวไว้ได้ และรุมประชาทัณฑ์ได้รับบาดเจ็บ   จากการตรวจสอบพบคนร้ายเป็นชายวัย 37 ปี มาพร้อมระเบิดขวดที่ทำจากขวดน้ำ และมีน้ำมันเบนซิน และเจาะฝาใช้ผ้าทำเป็นชนวน หลังจากมาจอดรถที่หน้าบ้าน แล้วตะโกนว่า บ้านใคร เมื่อไม่มีคนตอบ ก็จุดไฟที่ระเบิดขวด แล้วโยนไปที่หลังคาหน้าบ้าน ที่เป็นพงหญ้าทันที ชาวบ้านเห็นก็มาช่วยกันดับไฟ และทำการจับกุมคนร้ายไว้ได้   เจ้าของบ้านหลังดังกล่าวเล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนอยู่บ้านกันสามคน พ่อ แม่ลูก กำลังทำกับข้าวกันอยู่ที่หลังบ้าน แล้วได้ยินเสียงดังมาจากหน้าบ้าน ว่าไฟไหม้ แล้วชาวบ้านก็พากันมาช่วยกันดับไฟ โชคดีที่ ไฟได้ไหม้เพียงหลังคา ที่เป็นเพิงยื่นออกไปหน้าบ้านเพียงนิดเดียว ขณะที่คนที่มาเผาหลังจากที่ขาวบ้านได้ทำการจับกุมไว้ได้นั้น คนไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้าเลย   ด้านคนวางเพลิง เล่าว่า ตนเพิ่งเสพยาบ้ามา 1 เม็ด และเตรียมน้ำมันเบนซินมา ทำเป็นระเบิดขวด พอมาจอดรถหน้าบ้านหลังนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นบ้านใคร พอตะโกนเรียกว่าบ้าน ใคร ไม่มีใครตอบ ตนก็จุดระเบิดขวด แล้วโยนใส่หลังคาบ้านหลังนี้เลย   ทั้งนี้ หลังจากที่เจ้าบ้านได้ทำการจับกุม และเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วนั้น พบแกลอนน้ำมันเบนซิน 5 ลิตร และยังพบระเบิดขวด ที่พร้อมจะจุดอีก 3 ขวดเล็ก ซึ่งใส่มาในถุงย่าม จากนััน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการค้นตัว พบยาบ้าที่กระเป๋ากางเกงด้านยีน ด้านหลังอีก 48 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติกอีก 4 ถุง ถุงละ 12 เม็ด รวมทั้งหมดเป็น 48 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุม และส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง เพื่อทำการสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_Glud7MVB2k  

 10,010

Top