ค้นหา :

ผลการค้นหา "รุมประชาทัณฑ์"

สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 63

โชเฟอร์รถทัวร์เมา ขับไล่ชนแท็กซี่-จยย.เละ ชาวบ้านล้อมจับรุมประชาทัณฑ์ ล่าสุดบริษัทสั่งปลดพ้นสภาพ พนง.

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'Sarawut Tum Shiftup' บันทึกภาพเหตุการร์ คนขับรถทัวร์ อยู่ในอาการมึนเมา ขับรถไล่ชนรถคันอื่น และจักรยานยนต์ จนมีคนได้รับบาดเจ็บ ชาวบ้านทนไม่ไหวช่วยกันจับคนขับรถทัวร์ เหตุเกิดบริเวณย่านตลาดบางกระปิ เบื้องต้นเจ้าตัวอ้างไม่ได้เมา   ล่าสุดบริษัทของรถทัวร์ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยบริษัทชี้แจงว่า คนขับได้นำรถของบริษัทออกมาใช้นอกเวลางาน อีกทั้งยังมีอาการมึนเมาอย่างหนัก ทางบริษัทได้ยินดีชดใช้เยียวยาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมปลดพนักงานคนดังกล่าวพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4zwVDSGrsF8

 3,433
สังคม
17 ม.ค. 63

โชเฟอร์รถทัวร์เมา ขับไล่ชนแท็กซี่-จยย.เละ ชาวบ้านล้อมจับรุมประชาทัณฑ์ ล่าสุดบริษัทสั่งปลดพ้นสภาพ พนง.

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'Sarawut Tum Shiftup' บันทึกภาพเหตุการร์ คนขับรถทัวร์ อยู่ในอาการมึนเมา ขับรถไล่ชนรถคันอื่น และจักรยานยนต์ จนมีคนได้รับบาดเจ็บ ชาวบ้านทนไม่ไหวช่วยกันจับคนขับรถทัวร์ เหตุเกิดบริเวณย่านตลาดบางกระปิ เบื้องต้นเจ้าตัวอ้างไม่ได้เมา   ล่าสุดบริษัทของรถทัวร์ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยบริษัทชี้แจงว่า คนขับได้นำรถของบริษัทออกมาใช้นอกเวลางาน อีกทั้งยังมีอาการมึนเมาอย่างหนัก ทางบริษัทได้ยินดีชดใช้เยียวยาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมปลดพนักงานคนดังกล่าวพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4zwVDSGrsF8

 3,433
สังคม
17 ม.ค. 63

โชเฟอร์เมาแล้วขับรถทัวร์กราดชนรถเสียหายระนาว ชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์

วันที่ 15 มกราคม 2563 โชเฟอร์ขโมยรถทัวร์ของบริษัททัวร์แห่งหนึ่งขับไปดื่มเหล้าจนเมาอย่างหนัก ขับรถชนรถชาวบ้านที่จอดอยู่ระแวกตลาดบางกะปิเสียหายกันระนาว จนชาวบ้านลากคนขับลงมารุมประชาทัณฑ์   ด้านบริษัทรถทัวร์ออกมาแถลงถึงเกตุการณ์ดังกล่าวว่า โชเฟอร์ขโมยรถออกมาขับนอกเวลาโดยพลการ แล้วมีอาการเมาสุราอย่างหนัก โดยทางบริษัทได้ปลดพนักงานรายดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ทั้งยังจะรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด

 1,713
ข่าวภูมิภาค
16 ม.ค. 63

สังคมทราม! แม่ติดคุก-พ่อทิ้ง 3 ด.ญ.อยู่กับยาย สุดช้ำถูกตาเลี้ยงหื่น บังคับอมนกเขา เพื่อนบ้านสุดทนรุมกระทืบ

ปทุมธานี-นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พานางน้อย (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี เข้าแจ้งความกับ ผกก.สภ.คูคต ให้ดำเนินคดีกับ นายเอก (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี สามี ซึ่งมีศักดิ์เป็นตาเลี้ยงของหลาน หลังพบว่าล่วงละเมิดทางเพศหลานสาว อายุ 5 ขวบ 6 ขวบ และ 7 ขวบ หลังเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี (องค์กรสาธารณประโยชน์)   จากการสอบถาม นางน้อย (นามสมมุติ) ยายของหลาน เล่าว่า ตนกับนายเอกอยู่กินกันมาประมาณ 3 ปีเศษ โดยทำงานก่อสร้างอยู่ด้วยกันในพื้นที่ปทุมธานี และอาศัยอยู่ห้องเช่าย่านคลองสี่ อ.คูคต พร้อมกับหลานทั้ง 3 คน เนื่องจากแม่ของเด็กติดคุก ส่วนพ่อเด็กทิ้งไป ที่ผ่านมานายเอกเป็นคนชอบกินเหล้าจน และมักจะมีปากเสียงกันเป็นประจำ ทุกครั้งที่ทะเลาะกันก็จะไล่ตนเองออกจากห้อง ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 14 มกราคม 2563 ตนกลับเข้ามาที่ห้องพัก เห็นนายเอกนอนหลับไม่ได้สติและไม่สวมกางเกง อยู่ในห้องกับหลานทั้ง 3 คน จึงคิดสังหรณ์ใจและถามหลานว่า ตาเคยทำอะไรบ้างรึเปล่า โดยหลานคนเล็กบอกว่า เห็นตาบังคับพี่คนโต โดยใช้นิ้ว และบังคับหลานอีก 2 คน อมอวัยวะเพศ โดยทำมาหลายครั้งแล้ว   หลังตนทราบเรื่องตนโมโหมากจึงได้ปลุกนายเอกขึ้นมาสอบถามความจริงจนเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง ชาวบ้านจึงเดินมาช่วย พอชาวบ้านที่รู้ความจริงทนไม่ไหว พากันรุมสกรัมนายเอกจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวและกู้ภัยช่วยนำส่งโรงพยาบาล   ด้านนางปวีณา หงสกุล กล่าวว่า เนื่องจากเพื่อนบ้านที่เป็นพลเมืองดีได้แนะนำให้ยายพาหลานทั้ง 3 คนมาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมที่มูลนิธิปวีณาฯ เนื่องจากต้องการจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีไประหว่างอยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ ยายของเด็กได้สอบถามเด็กเพิ่มเติม ทราบว่า ตาเลี้ยงพยายามจะเอาอวัยวะเพศสอดใส่แต่ใส่ไม่ได้เนื่องจากอวัยวะเพศไม่แข็งตัว เบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้วเพื่อเป็นหลักฐานไว้ก่อน ซึ่งพรุ่งนี้จะได้พาเด็กไปตรวจร่างกายว่าถูกตาเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่   ส่วน ผกก.สภ.คูคต กล่าวว่า ในการสอบถามเด็กเพิ่มเติมนั้น ต้องเชิญนักจิตวิทยาและสหวิชาชีพมาร่วมสอบสวนเพิ่มเติมร่วมด้วย เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหาใด เนื่องจากตาเลี้ยงผู้ก่อเหตุยังอยู่ในอาการสาหัสจากการถูกรุมทำร้ายหลังก่อเหตุ ตอนนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลภูมิพล ทางตำรวจต้องรอผลตรวจทางแพทย์ก่อน เพื่อเป็นหลักฐานในการแจ้งข้อหาอนาจารหรือล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ซึ่งทางมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และกรมกิจการเด็กและเยาวชนบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี จะพาเด็กทั้ง 3 คนไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเป็นหลักฐานแจ้งความเพื่อหาข้อเอาผิดเพิ่มเติมต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WaMHjAYGJ6U

 42,584
สังคม
16 ม.ค. 63

สังคมทราม! แม่ติดคุก-พ่อทิ้ง 3 ด.ญ.อยู่กับยาย สุดช้ำถูกตาเลี้ยงหื่น บังคับอมนกเขา เพื่อนบ้านสุดทนรุมกระทืบ

ปทุมธานี-นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พานางน้อย (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี เข้าแจ้งความกับ ผกก.สภ.คูคต ให้ดำเนินคดีกับ นายเอก (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี สามี ซึ่งมีศักดิ์เป็นตาเลี้ยงของหลาน หลังพบว่าล่วงละเมิดทางเพศหลานสาว อายุ 5 ขวบ 6 ขวบ และ 7 ขวบ หลังเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี (องค์กรสาธารณประโยชน์)   จากการสอบถาม นางน้อย (นามสมมุติ) ยายของหลาน เล่าว่า ตนกับนายเอกอยู่กินกันมาประมาณ 3 ปีเศษ โดยทำงานก่อสร้างอยู่ด้วยกันในพื้นที่ปทุมธานี และอาศัยอยู่ห้องเช่าย่านคลองสี่ อ.คูคต พร้อมกับหลานทั้ง 3 คน เนื่องจากแม่ของเด็กติดคุก ส่วนพ่อเด็กทิ้งไป ที่ผ่านมานายเอกเป็นคนชอบกินเหล้าจน และมักจะมีปากเสียงกันเป็นประจำ ทุกครั้งที่ทะเลาะกันก็จะไล่ตนเองออกจากห้อง ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 14 มกราคม 2563 ตนกลับเข้ามาที่ห้องพัก เห็นนายเอกนอนหลับไม่ได้สติและไม่สวมกางเกง อยู่ในห้องกับหลานทั้ง 3 คน จึงคิดสังหรณ์ใจและถามหลานว่า ตาเคยทำอะไรบ้างรึเปล่า โดยหลานคนเล็กบอกว่า เห็นตาบังคับพี่คนโต โดยใช้นิ้ว และบังคับหลานอีก 2 คน อมอวัยวะเพศ โดยทำมาหลายครั้งแล้ว   หลังตนทราบเรื่องตนโมโหมากจึงได้ปลุกนายเอกขึ้นมาสอบถามความจริงจนเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง ชาวบ้านจึงเดินมาช่วย พอชาวบ้านที่รู้ความจริงทนไม่ไหว พากันรุมสกรัมนายเอกจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวและกู้ภัยช่วยนำส่งโรงพยาบาล   ด้านนางปวีณา หงสกุล กล่าวว่า เนื่องจากเพื่อนบ้านที่เป็นพลเมืองดีได้แนะนำให้ยายพาหลานทั้ง 3 คนมาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมที่มูลนิธิปวีณาฯ เนื่องจากต้องการจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีไประหว่างอยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ ยายของเด็กได้สอบถามเด็กเพิ่มเติม ทราบว่า ตาเลี้ยงพยายามจะเอาอวัยวะเพศสอดใส่แต่ใส่ไม่ได้เนื่องจากอวัยวะเพศไม่แข็งตัว เบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้วเพื่อเป็นหลักฐานไว้ก่อน ซึ่งพรุ่งนี้จะได้พาเด็กไปตรวจร่างกายว่าถูกตาเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่   ส่วน ผกก.สภ.คูคต กล่าวว่า ในการสอบถามเด็กเพิ่มเติมนั้น ต้องเชิญนักจิตวิทยาและสหวิชาชีพมาร่วมสอบสวนเพิ่มเติมร่วมด้วย เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหาใด เนื่องจากตาเลี้ยงผู้ก่อเหตุยังอยู่ในอาการสาหัสจากการถูกรุมทำร้ายหลังก่อเหตุ ตอนนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลภูมิพล ทางตำรวจต้องรอผลตรวจทางแพทย์ก่อน เพื่อเป็นหลักฐานในการแจ้งข้อหาอนาจารหรือล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ซึ่งทางมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และกรมกิจการเด็กและเยาวชนบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี จะพาเด็กทั้ง 3 คนไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเป็นหลักฐานแจ้งความเพื่อหาข้อเอาผิดเพิ่มเติมต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WaMHjAYGJ6U

 42,584
สังคม
21 ธ.ค. 62

ศาลไม่ให้ประกันตัว 'สมคิด' ฆาตกรต่อเนื่อง คุมตัวเข้าเรือนจำทันที เจ้าตัวยิ้มไม่สะทกสะท้าน

ขอนแก่น - ตำรวจ สภ.กระนวน คุมตัวนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพ ส่งฟ้องศาลฝากขังผลัดแรก 3 ข้อหาพร้อมคัดค้านการประกันตัว ด้านผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างบันดาลโทสะ ขณะที่ชาวกระนวนร่วมร้อยคนมารอรุมประชาทัณฑ์ขณะคุมตัวขึ้นรถ   พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงศ์ราช ผกก.สภ.กระนวน พร้อมพนักงานสอบสวน คุมตัวนายสมคิด พุ่มพวง อายุ 55 ปี ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพ ฉายา คิด เดอะริปเปอร์ ซึ่งลงมือก่อเหตุล่าสุดโดยฆ่ารัดคอนางรัศมี มุลิจันทร์ อายุ 51 ปี เสียชีวิตในบ้านผู้ตาย ที่ บ้านใหม่ชัยมงคล ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ออกจากห้องคุมขังมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยขณะที่ตำรวจคุมตัวนายสมคิดออกจากห้องคุมขังมาที่ห้อสอบสวนนั้น นายสมคิดมีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม สดชื่อแจ่มใส นิ่งเฉย ไม่มีท่าทีสะสะท้านแต่อย่างใด ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ใช้เวลาสอบปากคำเพิ่มเติมประมาณ กว่า 30 นาที จึงควบคุมตัวนายสมคิด ขึ้นรถตู้ของตำรวจ ซึ่งระหว่างการควบคุมตัวผู้ต้องหาไปที่รถปรากฏว่ามีชาวบ้านในพื้นที่ร่วมร้อยคนมายืนรอและหวังจะเข้ารุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างแน่นหนา ทำให้ไม่มีเหตุการณ์บานปลายแต่อย่างใด ซึ่งตลอดที่ควบคุมตัวออกจากห้องสอบสวนไปขึ้นรถตู้นั้น ชาวบ้านต่างด่าทอ สาปแช่งนายสมคิด ตลอดเวลาด้วยความโกรธแค้นแทนผู้เสียชีวิตและญาติผู้เสียชีวิต   พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์วงษ์ราช ผกก.สภ.กระนวน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่นายสมคิด พุ่มพวง ผู้ต้องหาที่ลงมือฆ่า นางรัศมี มุลิจันทร์ หรือฝ้าย อายุ 51 ปี ตายในบ้านพักที่บ้านใหม่ชัยมงคล ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น พบศพช่วงเย็นวันที่ 15 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนและรวบรวมหลักฐาน ขอหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จับกุมตัวนายสมคิดได้บนรถไฟ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมและนำตัวมาสอบสวน รับสารภาพว่าฆ่าผู้ตายจริงแต่เป็นการพลั้งมือ ขณะทะเลาะกับผู้ตาย จากนั้นได้ขึ้นรถโดยสารจากอ.กระนวนไปในเมืองขอนแก่น เพื่อเอารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ในรพ.ขอนแก่น ขับขี่หลบไปไปยังจังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ เพื่อขึ้นรถไปหลบหนีกระทั่งถูกจับกุมได้   วันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมาจากเดิมที่จะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านที่เกิดเหตุ แต่ผู้ต้องหาไม่ยินยอม โดยปฏิเสธว่า ไม่ได้เจตนาฆ่า จึงไม่ยอมไปทำแผนในบ้านแต่จะพาไปชี้จุดที่เข้าพัก ตามเส้นทางที่หลบหนี จุดแรกจุดที่ผู้ต้องหามารอรถโดยสายขึ้นรถเข้าไปเอารถในเมืองขอนแก่น จุดจุดที่ 2 โรงจอดรถ จยย. โรงพยาบาลขอนแก่น เป็นจุดที่ผู้ต้องหาขี่รถ จยย.มาจอดทิ้งไว้เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. จุดที่ 3 ลานจอดรถด้านหลัง รพ.มหาสารคาม จุดที่ 4 ร้านสะดวกซื้อหน้า รพ.มหาสารคาม จุดที่ 5 โรงแรมสายทิพย์ จ.ร้อยเอ็ด เ จุดที่ 6 ร้านขายเสื้อผ้า หน้า รพ.ร้อยเอ็ด จุดสุดท้ายที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ เป็นจุดที่ซื้อตั๋วรถไฟเพื่อหลบหนี เมื่อสิ้นสุดการชี้จุดจึงนำตัวนายสมคิด มาคุมขังที่สภ.กระนวน ในช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา   ผกก.สภ.กระนวน กล่าวต่ออีกว่า หลังพบศพคนตาย ได้ขอศาลอกหมายจับผู้ต้องหา ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย แต่หลังจากจับกุมตัวผู้ต้องหา จนนำมาสู่การสอบสวน และผู้ต้องหานำชี้จุดพักตามเส้นทางที่หลบหนี จึงได้แจ้งข้อหาเพิ่ม เป็นข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ ลักทรัพย์หรือรับของโจร ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าฆ่าผู้อื่น และปฏิเสธว่าไม่ได้เจตนาและไตร่ตรอง ส่วนข้อหาอื่นๆ ก็ให้การปฏิเสธเช่นกัน ซึ่งผู้ต้องหาให้การวกวน ตอนแรกที่ถูกสอบสวนจะยอมรับสารภาพแต่ตอนหลังให้การปฏิเสธ ไม่ได้มีเจตนาฆ่าผู้ตาย อ้างว่า เหตุการณ์เกิดจากการทะเลาะวิวาท โดยผู้ตายไม่พอใจที่หายจากบ้านแล้วไม่ไปรับผู้ตายจากที่ทำงานกลับบ้านและเมื่อผู้ต้องหากลับมาที่บ้าน กลับมาด้วยรถจักรยานยนต์คันอื่น ผู้ตายจึงหึงหวง ทะเลาะกันในช่วงเย็นวันที 14 ธันวาคม ด้วยสาเหตุดังกล่าว เช้าวันที่ 15 ธันวาคม ขณะที่ผู้ต้องหาลุกจากที่นอน เพื่อไปหุงหาอาหาร ผู้ตายได้ลุกขึ้นกระชากแขน ข่วนหน้า และกัดนิ้วมือ ถอดกางเกงในปาใส่หน้า จึงโมโห ผลักผู้ตายล้มลงใส่ที่นอน บีบคอ ช่วงเวลาดังกล่าวผู้ตายยังมีสติเรียกให้เพื่อนบ้านช่วย กลัวชาวบ้านมาจับตัว ทุกอย่างจึงเลยเถิด คว้าเอาสายไปในบ้าน เทปกาวรัดคอผู้ตายจนขาดใจตายคามือ ทั้งหมดนี้เป็นคำให้การของผู้ต้องหา และให้การปฏิเสธว่าไม่มีเจตนาฆ่าผู้ตาย   ผกก.กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ แต่จากพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการตายของนางรัศมีนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาอย่ารอบคอบแล้ว จึงได้แจ้งข้อหาดังกล่าว และรวบรวมเอกสาร หลักฐาน ส่งตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น โดยก่อนจะส่งตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลนั้น ได้นำตัวผู้ต้องหาชี้ภาพถ่ายยืนยันตัวตนว่า ภาพบุคคลที่ชี้จุดต่างๆตามเส้นทางที่หลบหนีนั้นเป็นตัวตนของตัวเองหรือไม่ ซึ่งนายสมคิดยืนยันว่าเป็นตัวเองทุกภาพ และการชี้ภาพถ่ายนั้น ทำต่อหน้าทนายความอาสาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดหาให้ เพื่อแสดงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำทุกขั้นตอนด้วยความยุติธรรม โปร่งใส่ ในขณะเดียวกันผู้ต้องหาได้ร้องขอดูทรัพย์สินที่ติดตัวไปก่อนจะถูกจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำมาให้ดู เมื่อขั้นตอนต่างๆในภาพรวมถือว่าครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน   ทันทีที่นายสมคิด เดินทางมาถึง ศาล จ.ขอนแก่น ด้วยรถยนต์ควบคุมตัวผู้ต้องหาของ สภ.กระนวน นายสมคิดถูกส่งไปทำการควบคุมที่ชั้น 1 ของศาลทันที ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวด จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออำนาจศาลฝากขังพลัดแรก เป็นเวลา 12 วันเพื่อทำการสอบสวนทางคดี โดยศาล จ.ขอนแก่น ได้รับคำร้องดังกล่าวก่อนมีคำสั่งรับฟ้องและไม่อนุญาตให้ประกันในชั้นศาล จากนั้นเจ้าหน้าที่เรือนจำกลาง จ.ขอนแก่น ได้นำรถมารับตัวนายสมคิด ไปทำการควบคุมพลัดแรกตามคำสั่งของศาล จ.ขอนแก่น ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นทันที   และในเย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวดับการเปิดเผยจากนายไพสันต์ ขุ่ยรานหญ้า ผู้อำนวยการที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น กล่าวว่า หลังรับตัวนายสมคิด พุ่มพวงมายังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น หรือเรือนจำพิเศษขอนแก่น ก็ได้ดำเนินการตรวจสอบตามขบวนกาของกรมราชทัณฑ์ทั้งการซักประวัติและการตรวจสุขภาพร่างกาย ซึ่งนายสมคิดก็เป็นผู้ต้องขังทั่วไปที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล นายสมคิด ถูกขังเดี่ยว ใส่ตรวนและมีวงจรปิดดูความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ห้ามพูดคุยกับนักด้วยรายอื่นด้วยเด็ดขาด จนกว่าจะมีคำตัดสินของศาล จึงจะถูกย้ายไปอยู่ที่เรือนจำกลางขอนแก่น ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติของกรมราชทัณฑ์     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/mwPVcxEICro

 6,547
สรุปข่าว
20 ธ.ค. 62

สรุปข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ประจำวันที่ 20 ธันวาคม 2562

สรุปข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ประจำวันที่ 20 ธันวาคม 2562   - ป.แฉเล่ห์ 'คิด เดอะริปเปอร์' วางแผนฆ่าเหยื่อคนที่ 6 ซุ่มคบซ้อนสาวชัยภูมิ-กุปมจากทะเลาะวิวาท ตร.หิ้วทำแผนวุ่น ชาวบ้านจ้องรุมประชาทัณฑ์ - ปิกอัพหักหลบสุนัขชนสยอง 5 ศพ-เจ็บ 8  - วีระกลัวมวยล้มต้มคนดู จี้เอาผิดปารีณาบุกรุกป่า  - ปาร์ตี้ส.ส.รัฐบาลคึก บิ๊กตู่ปลื้ม 'ป้าศรีนวล' โผล่แจม เชียงใหม่จัด 'วิ่งไล่ป้า' - แม่ทัพ 4 ยืนยันทหารมอบตัว คดียิงมั่ว 3 ศพใต้ สภาฯ ตั้งกมธ.ดู - จนท.ระดมฉีดน้ำสกัดไฟไหม้บ้านหรู จ.นนทบุรี เฟอร์นิเจอร์ราคาแพงถูกเผาวอด รวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่าร้อยล้านบาท คาดไฟฟ้าลัดวงจร  - ชนสั่น 'ยอชต์-สปีดโบ๊ต' คนขับดับ-ต่างชาติ เจ็บอื้อ เร่งหา 1 จมทะเลพังงาหาย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VtleEFMtdIo

 499
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 62

ชาวบ้านรุมสาปแช่งมือฆ่ายกครัว 3 ศพ สารภาพฆ่าเพราะหึงหวงแฟนสาว พ่อแม่มาเห็นเลยยิงปิดปาก

เชียงราย-จากกรณีเหตุฆ่ายกครัว 3 ศพพ่อแม่ลูก ในบ้านพักหมู่ 3 ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย ซึ่งผู้เสียชีวิตได้แก่ น.ส.เสาวรส กิมสี อายุ 29 ปี / นายอุม กิมสี อายุ 57 ปี และนางญัชชา กิมสี อายุ 51 ปี   พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงราย เดินทางมาที่ สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อดูแนวทางการสืบสวนและสอบสวน ผู้ต้องหาในคดีที่ ใช้อาวุธปืนยิง น.ส.เสาวรส กิมสี อายุ 29 ปี / นายอุม กิมสี อายุ 57 ปี และนางญัชชา กิมสี อายุ 51 ปี รวม 3 ศพ ภายในบ้านพัก ในพื้นที่บ้านสันปอแตง หมู่ 3 ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ซึ่งผู้ตายทั้งหมดเป็นพ่อแม่ลูกกัน    ต่อมาทางตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 สามารถจับกุมตัวนายนวราธร คุณะแสงคำ อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นแฟนของ น.ส.เสาวรส ลูกสาวของบ้านและเป็นหนึ่งในผู้ตาย โดยจับกุมได้ขณะหลบหนีในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นได้ควบคุตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในบ้านที่เกิดเหตุ ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวบ้านที่มารอรุมประชาทัณฑ์   พลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงการสอบสวนเบื้องต้นว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยบอกว่าทำไปเพราะมีความหึงหวงในแฟนสาว หลังเห็นผู้ตายคุยไลน์กับอดีตแฟนหนุ่ม   ส่วนพ่อแม่ของแฟนสาว สาเหตุที่ฆ่าด้วยเพราะมาเห็นเหตุการณ์​ หลังจากยิงได้หลบหนีจากบ้านที่เกิดเหตุไปพร้อมกับอาวุธปืน และนำอาวุธปืนหลบหนีไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ด้วย ส่วนเรื่องที่ว่าจะมีผู้ต้องหาในคดีเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะมีผู้พาหลบหนี จะต้องมีการสอบสวนละเอียดอีกครั้ง ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา   ทั้งนี้ อาวุธปืนที่ใช้นั้นเป็นอาวุธปืนขนาด 9 มม. และปลอกกระสุนปืน ตรงกับภายในบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งพบจำนวน 4 ปลอก ทั้งนี้ในจำนวนผู้ตายจะถูกยิงถึง 2 นัด ส่วนประวัติผู้ต้องหา เป็นคนอารมณ์ร้อนและชอบเล่นปืน   ด้านเพื่อนบ้านของผู้ตายเล่าว่า ช่วงเวลาที่นายนวราธร คบหากับผู้ตาย ได้พาไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ใช้จ่ายอย่างฟุ้งเฟ้อ ใช้รถหรู ทั้งเบนซ์ บีเอ็ม ฮาเล่ย์ แต่ไม่มีใครรู้ว่าทำงานอะไร รู้เพียงว่า เป็นลูกคนมีเงิน ทำให้เพื่อนๆ สงสัยว่า เป็นคนมีฐานะจริงๆ หรือ เป็นเพียงเสี่ยกำมะลออย่างข่าวที่เคยเกิดขึ้น โดยพบว่า ก่อนหน้านี้ได้โพสต์รูป โชว์ความมีฐานะ แต่หลังเกิดเรื่องก็ลบทุกอย่าง และปิดเฟซบุ๊กทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G3pyDv5a7Z0

 3,152
อาชญากรรม
04 ธ.ค. 62

ชาวบ้านรุมสาปแช่งมือฆ่ายกครัว 3 ศพ สารภาพฆ่าเพราะหึงหวงแฟนสาว พ่อแม่มาเห็นเลยยิงปิดปาก

เชียงราย-จากกรณีเหตุฆ่ายกครัว 3 ศพพ่อแม่ลูก ในบ้านพักหมู่ 3 ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย ซึ่งผู้เสียชีวิตได้แก่ น.ส.เสาวรส กิมสี อายุ 29 ปี / นายอุม กิมสี อายุ 57 ปี และนางญัชชา กิมสี อายุ 51 ปี   พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงราย เดินทางมาที่ สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อดูแนวทางการสืบสวนและสอบสวน ผู้ต้องหาในคดีที่ ใช้อาวุธปืนยิง น.ส.เสาวรส กิมสี อายุ 29 ปี / นายอุม กิมสี อายุ 57 ปี และนางญัชชา กิมสี อายุ 51 ปี รวม 3 ศพ ภายในบ้านพัก ในพื้นที่บ้านสันปอแตง หมู่ 3 ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ซึ่งผู้ตายทั้งหมดเป็นพ่อแม่ลูกกัน    ต่อมาทางตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 สามารถจับกุมตัวนายนวราธร คุณะแสงคำ อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นแฟนของ น.ส.เสาวรส ลูกสาวของบ้านและเป็นหนึ่งในผู้ตาย โดยจับกุมได้ขณะหลบหนีในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นได้ควบคุตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในบ้านที่เกิดเหตุ ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวบ้านที่มารอรุมประชาทัณฑ์   พลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงการสอบสวนเบื้องต้นว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยบอกว่าทำไปเพราะมีความหึงหวงในแฟนสาว หลังเห็นผู้ตายคุยไลน์กับอดีตแฟนหนุ่ม   ส่วนพ่อแม่ของแฟนสาว สาเหตุที่ฆ่าด้วยเพราะมาเห็นเหตุการณ์​ หลังจากยิงได้หลบหนีจากบ้านที่เกิดเหตุไปพร้อมกับอาวุธปืน และนำอาวุธปืนหลบหนีไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ด้วย ส่วนเรื่องที่ว่าจะมีผู้ต้องหาในคดีเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะมีผู้พาหลบหนี จะต้องมีการสอบสวนละเอียดอีกครั้ง ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา   ทั้งนี้ อาวุธปืนที่ใช้นั้นเป็นอาวุธปืนขนาด 9 มม. และปลอกกระสุนปืน ตรงกับภายในบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งพบจำนวน 4 ปลอก ทั้งนี้ในจำนวนผู้ตายจะถูกยิงถึง 2 นัด ส่วนประวัติผู้ต้องหา เป็นคนอารมณ์ร้อนและชอบเล่นปืน   ด้านเพื่อนบ้านของผู้ตายเล่าว่า ช่วงเวลาที่นายนวราธร คบหากับผู้ตาย ได้พาไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ใช้จ่ายอย่างฟุ้งเฟ้อ ใช้รถหรู ทั้งเบนซ์ บีเอ็ม ฮาเล่ย์ แต่ไม่มีใครรู้ว่าทำงานอะไร รู้เพียงว่า เป็นลูกคนมีเงิน ทำให้เพื่อนๆ สงสัยว่า เป็นคนมีฐานะจริงๆ หรือ เป็นเพียงเสี่ยกำมะลออย่างข่าวที่เคยเกิดขึ้น โดยพบว่า ก่อนหน้านี้ได้โพสต์รูป โชว์ความมีฐานะ แต่หลังเกิดเรื่องก็ลบทุกอย่าง และปิดเฟซบุ๊กทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G3pyDv5a7Z0

 3,152
อาชญากรรม
01 ธ.ค. 62

คุมตัวผู้ต้องหาฆ่าโหดครู 2 สามี-ภรรยาทำแผน ชุลมุนหวิดถูกรุมประชาทัณฑ์

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ กรณีคนร้ายอุกอาจฆาตกรรม ครูแนน และครูเอ็ม สองสามี-ภรรยาภายในบ้านพัก จ.ระยอง และอำพรางศพจัดฉาก สร้างหลักฐานหลอกว่าเป็นการฆ่ากันตายของสองสามีภรรยา นั้น   ความคืบหน้า วานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายศุภกฤต มาที่ สภ.เมืองระยอง เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีการวางกำลังป้องกันเหตุชุลมุนอย่างแน่นหนา เนื่องจากกลุ่มมีประชาชนจำนวนมากเข้ามารอเจอหน้า ทันที่ผู้ต้องหารลงจากรถ ก็มีแต่เสียงตะโกนด่าสาปแช่ง และฮือเข้าไปจะรุมประชาทัณฑ์ จนเจ้าหน้าที่ต้องรีบดึงตัวผู้ต้องหาขึ้นไปยังห้องแถลงข่าว ที่จัดเตรียมไว้    หลังจากนั้นได้คุมตัวผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านเกิดเหตุ โดยเริ่มจากที่ผู้ต้องหาเข้าไปบริเวณบ้าน ทำทีไปขอซื้อรถจักรยานยนต์ หลอกให้ผู้ตายเซ็นต์เอกสารการโอนรถจักรยานยนต์จนเสร็จเรียบร้อย แล้วก็ใช้ปืนบีบีกันดัดแปลงยิงเข้าที่ศีรษะครูเอ็ม 2 นัด ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ตั้งใจจะยิงครูแนน แต่เป็นจังหวะที่ครูแนนก้มเก็บของจึงพลาดไปถูกศีรษะครูแนนเสียชีวิต    จังหวะนั้นครูเอ็มยังไม่เสียชีวิต และพยายามจะต่อสู้ จึงใช้มีดแทง จนเสียชีวิตทั้งคู่ หลังจากนั้นก็ลากศพขึ้นไปไว้ชั้น 2 ของบ้าน หลังจากก็ขี่จักรยานยนต์ออกไป และในช่วงดึกได้ย้อนกลับมาที่บ้านเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อรื้อค้นทรัพย์สิน โดยได้เงินสด 5 หมื่นบาท และสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท ก่อนหลบหนีไป นำจักรยานยนต์ไปขายที่ร้านในจังหวัดชลบุรี และจะหนีออกนอกประเทศ ทางด้านตำบลนาหวาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ จนกระทั่งถูกจับกุมตัวได้    ส่วนมูลเหตุที่เป็นแรงจูงใจให้ก่อเหตุ ที่ผู้ต้องหาอ้างว่า เคยทำธุรกิจซื้อขายรถกับผู้ตาย และผู้ตายเป็นหนี้หลักแสนบาท พอเห็นว่าผู้ตายประกาศขายรถ จึงทำทีมาขอซื้อ และชิงทรัพย์ไป หลังจากนั้นก็จัดฉากว่า สามีฆ่าภรรยา ด้วยการเขียนข้อความติดหน้าบ้านไว้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง โดยจะมีการสอบสวนเพิ่มเติม    เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม หากสอบสวนพบว่ามีความผิดอื่นอีก ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป   ขณะเดียวกันวานนี้ ญาติของครูแนนได้เดินทางไปรับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ที่บ้านเกิดจังหวัดพะเยา ขณะที่จังหวัดชัยนาท หลังจากที่จับตัวผู้ก่อเหตุได้ พ่อและแม่ของครูเอ็มเคาะโลงศพบอกลูกว่าจับฆาตกรได้แล้ว และขอให้ศาลลงสูงโทษให้ถึงที่สุด     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/UEyUX0MEkC0  

 2,764
อาชญากรรม
08 พ.ย. 62

สลด! หนุ่ม 21 ง้อแฟนเก่าไม่สำเร็จปีนเข้าบ้าน จ้วงแทงแฟนสาว-คนในครอบครัว ดับ 2 เจ็บ 3

วันที่ 8 พ.ย. เกิดเหตุสลด หนุ่มตามง้อแฟนสาว ไม่สำเร็จ ปีนเข้าบ้าน ใช้มีดแทงแฟนสาวและคนในครอบครัว เจ็บ 3 เสียชีวิต 2 ส่วนตัวเองถูกรุมประชาทัณฑ์จับตัวไว้ได้    โดยที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหา สูง 4 ชั้น ย่านจอมทอง จุดเกิดเหตุอยู่ที่บริเวณชั้น 3 หน้าห้องนอนพบศพนางบรรจง ธนูธรณ์ อายุ 49 ปี สวมชุดนอนสีแดง มีบาดแผลที่บริเวณคอ ภายในห้องมีร่องรอยการต่อสู้ ข้าวของกระจัดกระจาย เลือดไหลนองพื้น และพบมีมีดพกเดินป่ายาว 5 นิ้ว ตกอยู่   นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 4 คน ได้แก่นายธนิน สามีผู้ตาย , นายปฐมภพ บุตรชายคนโต ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล อาการปลอดภัยแล้ว    ส่วนนางสาวปุณพร บุตรสาวคนเล็ก นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ถูกแทงใต้ราวนมซ้าย เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่นายภฤศนันท์ อายุ 21 ปี ผู้ก่อเหตุและถูกรุมประชาทัณฑ์ระหว่างเข้าจับกุมจนได้รับบาดเจ็บ   โดยน้องสาวผู้ตาย บอกว่า บ้านหลังนี้ พักอาศัยอยู่กัน 2 ครอบครัว รวม 9 คน เป็นญาติกันทั้งหมด ประกอบอาชีพทำรองเท้าและเครื่องหนัง โดยผู้ก่อเหตุคือ นายภฤศนันท์ เคยคบหากับนางสาวปุณพร ได้ประมาณ 5 เดือน ก่อนจะเลิกรากันไปกว่า 2 เดือน และช่วงตี 3 ครึ่ง ผู้ก่อเหตุได้ปีนเข้าหน้าต่างหลังบ้านที่ชั้น 3 ลักลอบเข้าห้องนอนของน้อง แล้วมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ทำให้คนในบ้านตื่น เมื่อเข้าไปก็พบ นายภฤศนันท์ ถือมีดและมีคราบเลือดติดมือ จึงกรูเข้าตะลุมบอลกันหน้าห้อง แต่พี่สาวพลาดท่าถูกมีดปาดคอเสียชีวิต จึงช่วยกันจับตัวผู้ก่อเหตุมัดเชือกไว้ ก่อนแจ้งกู้ภัยและตำรวจ   เบื้องต้น คาดว่าสาเหตุเกิดจากความหึงหวง หลังจากนี้ ตำรวจ สน.บางมด จะเชิญคนในบ้านไปให้ปากคำ เพื่อหาความเชื่อมโยงเหตุการณ์ พร้อมสอบปากคำผู้ก่อเหตุ ที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ก่อนจะแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาต่อไป

 179
อาชญากรรม
01 พ.ย. 62

หนุ่มเมายาดอง ซิ่งกระบะชนดะ 12 คันรวด โดนรุมประชาทัณฑ์ อ้างเพื่อนเป็นคนขับ แต่วิ่งหนีไปแล้ว

สมุทรปราการ - เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 31 ตุลาคม 2562 ร.ต.อ. ปัญญาพล บุญศรี รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนรถชาวได้รับความเสียหายหลายคันและมีผู้ได้รับบาดเจ็ยหลายคน ภายในซอยสามห่วง ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยมูลนิธิกู้ภัยบางปู 811 และรถกู้ชีพโรงพยาบาลรัทรินทร์ เดินทางเข้าตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบรถยนต์และ จยย. เสียหายรวม 12 คัน ในที่เกิดเหตุยังพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 10 ราย สาหัส 2 ราย ถูกลำเรียงส่งรักษาที่โรงพยาบาลรัทรินทร์บางปู    ในรถยนต์กระบะคันที่เกิดเหตุได้พบนายกาล สุขวงศ์ อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมานั่งอยู่บริเวณเบาะนั่งข้างคนขับและเปิดประตูลงมาถูกชาวบ้านและผู้เสียเข้ารุมประชาทัณฑ์ จนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ต้องรีบคุมตัวขึ้นรถก่อนคุมตัวมาสอบสวนที่โรงพัก    จากการสอบถามนายกาล คนขับกระบะคันดังกล่าว ได้ให้การวกไปวนมาพอจับใจความได้ว่า ตนเองมีอาชีพรับซื้อของเก่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถคันดังกล่าวออกมาจากบ้านที่อยู่ภายในคลองอาเสี่ย ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ มานั่งดื่มเหล้ายาดองอยู่กับพรรคพวกที่ปากซอยสามห่วง ใกล้ที่เกิดเหตุ หลังดื่มจนหมดไปขวดหนึ่งและอยู่ในอาการมึนเมา ตนจำได้ว่าเพื่อนตนเป็นคนขับรถกระบะคันดังกล่าวมาเพื่อที่จะพาตนไปส่งที่บ้านพักย่านแพรกษาใหม่ จนกระทั่งมาเกิดเหตุ เพื่อนตนได้วิ่งหลบหนีไปปล่อยตนไว้คนเดียว   ด้านนายพิทักษ์ บุญทวัน อายุ 41 ปี คนขับหกล้อ ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถไปรับสินค้ามาจากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปู และกำลังขับรถจะกลับบ้าน ที่อยู่ในซอยสามห่วงตนจึงขับรถมาทางท้ายซอย จนกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุ รถกระบะคันดังกล่าวที่ขัยมาด้วยความเร็วได้ขับข้ามเลนพุ่งเข้ามาหารถตน ตนจึงพยายามหักหลบแต่ไม่พ้นถูกเฉี่ยวชนตั้งแต่หัวเก๋งยาวไปจนถึงด้านท้ายจนล้อหน้าของรถกระบะคันดังกล่าวหลุด คนขับก็ยังเร่งเครื่องขับหลบหนีไปชนกับรถคันอื่น ๆ อีกหลายคนและมีผู้บาดเจ็บ ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งข้อความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อในคำให้การของนายกาล คนขับรถกระบะที่ก่อเหตุเนื่องจากอยู่ในอาการมึนเมาสุรา ให้การวกไปวนมา จึงได้คุมตัวมาสงบสติอารมณ์ที่ สภ.บางปู รอการสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F3T6MZlNsK0

 1,374
ข่าวภูมิภาค
20 มิ.ย. 62

รุมกระทืบชายวัย 30 น่วม หลังลวง ด.ญ.วัย 13 ข่มขืนกลางป่า

บุรีรัมย์-ชาวบ้าน ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด ไล่รุมกระทืบชายวัย 30 ปีน่วม หลังลวงเด็กหญิง 13 ปีไปข่มขืนกลางป่า ผู้ใหญ่บ้านเผย เด็กหญิงไปเรียนที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ แล้วกลับมาเยี่ยมพ่อที่ป่วยอยู่บ้านคนเดียว ถูกคนร้ายฉวยโอกาสล่วงละเมิด 2 ครั้ง ระบุเป็นครอบครัวที่น่าสงสาร ไม่มีแม้เงินต่อกระแสไฟฟ้าใช้ในบ้าน เมื่อ 4 ขวบเด็กเคยถูกล่วงละเมิดมาแล้ว   ตำรวจนำตัวคนร้ายฝากขังไว้ที่ศาลจังหวัดนางรอง อ.นางรอง ซึ่งจะต้องรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์โรงพยาบาลบ้านกรวดมาประกอบสำนวนคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_zjwn5VfaPA

 3,863
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ค. 62

คุมตัวหนุ่ม 27 ทำแผนฆ่าชิงทรัพย์สร้อยทอง-เผาอำพรางศพสาวสุราษฎร์ฯวัย 18

สุราษฎร์ธานี-จากคดีนายพีระพล นวลเสน่ห์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ ฆ่าแล้วเผาอำพรางศพสาววัย 18 ปี โดยผู้ต้องหายังให้การยืนยัน เพียงแค่ประสงค์เหตุต่อทรัพย์เท่านั้น โดยหลังก่อเหตุได้นำสร้อยคอทองคำ นำหนัก 1 บาท และแหวน น้ำหนัก 1 สลึง ไปขายได้ 22,000 บาท นำไปให้ภรรยา 5,000 บาท และนำไปใช้จ่ายเหลืออยู่ 2,000 บาท   พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุจริงโดยมีเหตุจูงใจประสงค์ต่อทรัพย์ แต่อย่างไรก็ต้องสอบปากคำและพิจารณาจากหลักฐานอื่นมาประกอบ เพราะไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งได้ลงมาดูการสอบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีและ สภ.กาญจนดิษฐ์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยครบถ้วนทุกประเด็นหรือไม่   เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจและผู้ต้องหาก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม ก่อเหตุชิงทรัพย์แล้วถึงกับฆ่าและเผาเป็นคดีที่สะเทือนขวัญ ในเรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดข้อสมมุติฐานในการก่อเหตุประเด็นใดทิ้ง และไม่ได้เชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาจะต้องทำการสอบพยาน และให้เอาผลทางนิติวิทยาศาสตร์กับพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุมาประกอบด้วย   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายพีระพล ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีชาวบ้านจำนวนมากและญาติผู้ตายมายืนรอดู ตำรวจต้องนำหมวกนิรภัย สวมใส่คลุมศรีษะนายพีระพลไว้ แต่เมื่อรถตำรวจนำตัวมาถึงชาวบ้านได้ส่งเสียงตะโกนเป็นช่วงๆ การทำแผนจุดเกิดเหตุเริ่มจากนายพีระพล ยืนดักรอ น.ส.จรินยา ขับรถจักรยานยนต์กลับจากส่งหลานชายได้เรียกให้จอดรถหยุดพูดคุย และลงมือชิงทรัพย์ด้วยการถีบรถจักรยานยนต์ให้ล้มลงไปข้างทางทั้งคนทั้งรถ   ซึ่งชาวบ้านที่ดูการทำแผนอยู่แสดงความไม่พอใจ ที่นายพีระพลกระทำการอย่างโหดเหี้ยม ทั้งที่เป็นเพื่อนบ้านกันจนมีการลุกฮือจะเข้ามาใกล้ ซึ่งตำรวจเกรงจะไม่ปลอดภัย จึงรีบนำตัวนายพีระพลขึ้นรถตู้ตำรวจฝ่าฝูงชนหลบหนีออกจากพื้นที่กลับไปยัง สภ.กาญจนดิษฐ์ ทันที จนต้องยกเลิกการทำแผนในขั้นตอนของการบีบคอปลดสร้อยคอทองคำ กับแหวนทองและการเผาทำลายศพ   ต่อมาญาติผู้ตายได้เข้าพบกับ พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกาญจนดิษฐ์ เพื่อรับฟังรายละเอียดของคดี แต่ก็ยังปักใจเชื่อว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ลงมือเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน การเผาอำพรางศพต้องใช้น้ำมัน จำนวนมากและใช้เวลานาน จึงจะยังไม่ไปรับศพกลับมาทำพิธี โดยจะรอผลการสอบสวนของตำรวจอีกระยะหนึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6Msi-zkXkhw

 2,969
ข่าวภูมิภาค
09 เม.ย. 62

สาวใจเด็ดกัดลิ้นช่างซ่อมบ้าน ทั้งที่รู้จักกันมานาน หลังเมาพยายามข่มขืน

สมุทรปราการ-ตร.สภ.บางปู รับแจ้งมีเหตุชายพยายามข่มขื่นหญิงสาวภายในบ้านหลังหนึ่ง ภายในหมู่บ้านพฤกษา สุขุมวิท-แพรกษา ต.แพรกษา อ.เมือง แต่ถูกชาวบ้านช่วยกันจับตัวไว้ได้   ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวเฮาส์ 2 ชั้น ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.น้อย ผู้เสียหาย (นามสมมติ) วัย 40 ปี บริเวณหน้าบ้าน มีชาวบ้านกำลังยืนควบคุมตัว นายธนดิท เทียนนาวา อายุ 42 ปี ที่ถูกชาวบ้านช่วยกันจับมัดมือไพร่หลังเอาไว้นอนกองอยู่กับพื้น สภาพใบหน้าบวมปูดเนื่องจากถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ และบริเวณลิ้นมีบาดแผลถูกกัดจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนผู้เสียหายยังอยู่ในอาการตกใจและยังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนเจ้าหน้าที่จะคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวน ที่โรงพัก สภ.บางปู   สอบถามผู้เสียหาย ซึ่งทำงานอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในย่านนิคมอุตสาหกรรมบางปู ได้เล่าว่า ตนรู้จักกับผู้ก่อเหตุมากว่า 10 ปี เนื่องจากเคยทำงานเป็นช่างไฟอยู่ที่บริษัทมาก่อน แล้วจึงลาออกไป ต่อมาตนก็ได้ลาออกจากงานเนื่องจากตั้งใจว่าจะกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด จึงได้ติดป้ายประกาศขายบ้านหลังดังกล่าว และทยอยเก็บของออกไปแล้วบ้างส่วน และโทรศัพท์ตามผู้ก่อเหตุ ให้มาช่วยซ่อมแซมบ้านที่เกิดจากรอยขีดขวนและรอยแตกบางส่วน ที่เกิดจากการเคลื่อนย้ายของ   ต่อมาผู้ก่อเหตุได้ออกไปซื้อเบียร์มานั่งดื่มที่ห้องโถงชั้นล่างจำนวน 3 ขวด และชักชวนตนพูดคุยตามประสาคนเคยทำงานที่เดียวกัน กระทั่งเวลาผ่านพักใหญ่ จู่ ๆผู้ต้องหาก็ได้จู่โจมเข้าโอบกอดและพยายามลากตนเข้าไปในห้องน้ำ ตนจึงได้ดิ้นรนขัดขืนสุดแรง แต่ก็ยังเข้ามาล็อกคอตนและพยายามจูบที่ปากตน ตนจึงใช้ฟันกัดที่ลิ้นของฝ่ายชายอย่างเต็มแรง จนเลือดกบปากและส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ตนจึงรีบวิ่งหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านจนช่วยกันจับตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้   ทางด้านเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ใกล้กัน กล่าวว่า ขณะที่ตนและสามีกำลังขายของอยู่บริเวณหน้าบ้าน ผู้เสียหายได้วิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ พร้อมกับบอกว่าช่วยด้วย มันจะข่มขืนหนู ขณะนั้นก็ได้พบเห็นผู้ก่อเหตุ วิ่งตามหลังผู้เสียหายออกมาและรีบขึ้นนั่งบนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านเพื่อจะขี่หลบหนี สามีและตนจึงได้รีบมาดึงกุญแจรถออก และพยายามล็อกตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ แต่ผู้ก่อเหตุพยายามดิ้นรนขัดขื่น จึงถูกชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาช่วยกันจับตัวเอาไว้   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า กระทำอนาจารและพยายามข่มขื่น ก่อนคุมตัวส่งตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bg8D-bbdsKo

 4,238

Top