ค้นหา :

ผลการค้นหา "บึงกาฬ"

ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 62

จับแล้วปู่ฤๅษีข่มขืนลูกสาววัย 15 เจอ 3 ข้อหาหนัก ป้าเปิดไดอารี่เด็กเล่าถูกชำเรา จนเป็นกามโรค-ตั้งครรภ์

บึงกาฬ-เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม พระไพบูล ฉายา วิปุโลหรือนามสกุล จูมศรีสิงห์ อายุ 45 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำปู่ฤๅษีภูสิงห์มิ่งมิตร บ้านโนนสง่า อ.เมืองบึงกาฬ ที่ข่มขืนลูกสาวแท้ๆวัย 15 ปี ในข้อหา กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี / กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้ถูกกระทำนั้นเป็นผู้สืบสันดานของตนเอง   โดยพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ทำการสอบสวนปู่ฤๅษีไพบูล โดยทางลูกศิษย์ปู่ฤๅษีได้เตรียมหลักฐานมาไว้ประกันตัวแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวปู่ฤๅษี ในชั้นสอบสวน และจะได้ควบคุมตัวไปศาลเพื่อฝากขังระหว่างสอบสวนต่อไป   ต่อมาป้าของเด็กหญิงวัย 15 ปี ได้นำไดอารี่ของหลานสาวมาให้ผู้สื่อข่าวดู โดยเป็นไดอารี่ที่เด็กสาวเขียนบันทึกเรื่องราวในชีวิตตั้งแต่เล็กจนปัจจุบันจำนวน 4 แผ่น ทั้งการเรียนหนังสือได้เกรด 4.00 เป็นที่ 1 ของห้องมาโดยตลอดจนจบชั้นป.6 พอขึ้นมัธยมก็รักษาเกรดตัวเองอย่างดีไม่เคยด้อยลงเลย ทำกิจกรรมของโรงเรียนเป็นหัวหน้าการงานเรียนเก่งมากตลอดได้น้อยหน้าใคร จากนั้นได้ระบุว่าถูกปู่ข่มขืนจนเป็นกามโรค และตอนนี้ก็เป็นรอบที่ 3 แล้ว แต่ปู่จะทำร้ายร่างกายหากไปบอกคนอื่น ทำให้ต้องกลายเป็นคนโกหก   ป้าน้อย กล่าวว่า อ่านบันทึกจากไดอารี่ของหลานสาวแล้ว รู้สึกว่า หลานสาวถูกคนเป็นพ่อทำร้ายมาตลอด จนกลายเป็นคนโกหก และยังถูกล่วงละเมิดทางเพศ การกระทำของคนเป็นพ่อ ซึ่งบวชเป็นพระ และชอบแต่งกายเป็นฤๅษี อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินคดีกับฤๅษีตนนี้ให้ถึงที่สุด   นอกจากนี้ยังมีสองสามีภรรยา ชาว อ.ชุมแพ ซึ่งเป็นน้องสาวของฤๅษีชื่อ บัติ ที่มาลักพาตัวหลานสาวตัวเองไปให้ฤาษีจนเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ซึ่งสามีภรรยาคู่นี้อ้างว่าจะพาไปหาพ่อที่บวชเป็นพระ และป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายใกล้ตาย แต่ครอบครัวไม่ยินยอมให้นำตัวไป แต่สองสามีภรรยาคู่นี้กลับไปเช่ารถตู้และพาหลานสาวตัวเองไปส่งให้ฤๅษี   เชื่อว่าจะเป็นการนำตัวหลานสาวของตัวเองไปแลกกับลูกสาวของนางบัติ ให้ได้รับอิสรภาพแทน เพราะก่อนหน้านี้ลูกสาวนางบัติไปอยู่กับฤๅษีและก็ไม่เห็นกลับมาอีก กระทั่งมาลักพาตัวหลานสาวของตนไปให้ฤๅษี ลูกสาวของนางบัติก็กลับมา พอตนเองไปสอบถามก็บ่ายเบี่ยงบอกไม่รู้ไม่เห็นอย่างเดียว ทำให้เชื่อได้ว่าจะร่วมมือกับฤๅษีทำให้เกิดเรื่องราวมาจนถึงตอนนี้   ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในครอบครัวได้มีการแจ้งความกับ ตำรวจสภ.ชุมแพเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานให้ และขอยืนยันว่า ไม่ได้กล่าวหาหรือใส่ร้ายใคร เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นจริง และเมื่อเรื่องราวมันกลายเป็นเรื่องเลวร้ายกับครอบครัวขนาดนี้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และถ้าสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิดก็อยากให้จับกุมตัวดำเนินการตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/frlyM9PWM40  

 11,983
สังคม
07 พ.ย. 62

จับแล้วปู่ฤๅษีข่มขืนลูกสาววัย 15 เจอ 3 ข้อหาหนัก ป้าเปิดไดอารี่เด็กเล่าถูกชำเรา จนเป็นกามโรค-ตั้งครรภ์

บึงกาฬ-เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม พระไพบูล ฉายา วิปุโลหรือนามสกุล จูมศรีสิงห์ อายุ 45 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำปู่ฤๅษีภูสิงห์มิ่งมิตร บ้านโนนสง่า อ.เมืองบึงกาฬ ที่ข่มขืนลูกสาวแท้ๆวัย 15 ปี ในข้อหา กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี / กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้ถูกกระทำนั้นเป็นผู้สืบสันดานของตนเอง   โดยพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ทำการสอบสวนปู่ฤๅษีไพบูล โดยทางลูกศิษย์ปู่ฤๅษีได้เตรียมหลักฐานมาไว้ประกันตัวแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวปู่ฤๅษี ในชั้นสอบสวน และจะได้ควบคุมตัวไปศาลเพื่อฝากขังระหว่างสอบสวนต่อไป   ต่อมาป้าของเด็กหญิงวัย 15 ปี ได้นำไดอารี่ของหลานสาวมาให้ผู้สื่อข่าวดู โดยเป็นไดอารี่ที่เด็กสาวเขียนบันทึกเรื่องราวในชีวิตตั้งแต่เล็กจนปัจจุบันจำนวน 4 แผ่น ทั้งการเรียนหนังสือได้เกรด 4.00 เป็นที่ 1 ของห้องมาโดยตลอดจนจบชั้นป.6 พอขึ้นมัธยมก็รักษาเกรดตัวเองอย่างดีไม่เคยด้อยลงเลย ทำกิจกรรมของโรงเรียนเป็นหัวหน้าการงานเรียนเก่งมากตลอดได้น้อยหน้าใคร จากนั้นได้ระบุว่าถูกปู่ข่มขืนจนเป็นกามโรค และตอนนี้ก็เป็นรอบที่ 3 แล้ว แต่ปู่จะทำร้ายร่างกายหากไปบอกคนอื่น ทำให้ต้องกลายเป็นคนโกหก   ป้าน้อย กล่าวว่า อ่านบันทึกจากไดอารี่ของหลานสาวแล้ว รู้สึกว่า หลานสาวถูกคนเป็นพ่อทำร้ายมาตลอด จนกลายเป็นคนโกหก และยังถูกล่วงละเมิดทางเพศ การกระทำของคนเป็นพ่อ ซึ่งบวชเป็นพระ และชอบแต่งกายเป็นฤๅษี อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินคดีกับฤๅษีตนนี้ให้ถึงที่สุด   นอกจากนี้ยังมีสองสามีภรรยา ชาว อ.ชุมแพ ซึ่งเป็นน้องสาวของฤๅษีชื่อ บัติ ที่มาลักพาตัวหลานสาวตัวเองไปให้ฤาษีจนเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ซึ่งสามีภรรยาคู่นี้อ้างว่าจะพาไปหาพ่อที่บวชเป็นพระ และป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายใกล้ตาย แต่ครอบครัวไม่ยินยอมให้นำตัวไป แต่สองสามีภรรยาคู่นี้กลับไปเช่ารถตู้และพาหลานสาวตัวเองไปส่งให้ฤๅษี   เชื่อว่าจะเป็นการนำตัวหลานสาวของตัวเองไปแลกกับลูกสาวของนางบัติ ให้ได้รับอิสรภาพแทน เพราะก่อนหน้านี้ลูกสาวนางบัติไปอยู่กับฤๅษีและก็ไม่เห็นกลับมาอีก กระทั่งมาลักพาตัวหลานสาวของตนไปให้ฤๅษี ลูกสาวของนางบัติก็กลับมา พอตนเองไปสอบถามก็บ่ายเบี่ยงบอกไม่รู้ไม่เห็นอย่างเดียว ทำให้เชื่อได้ว่าจะร่วมมือกับฤๅษีทำให้เกิดเรื่องราวมาจนถึงตอนนี้   ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในครอบครัวได้มีการแจ้งความกับ ตำรวจสภ.ชุมแพเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานให้ และขอยืนยันว่า ไม่ได้กล่าวหาหรือใส่ร้ายใคร เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นจริง และเมื่อเรื่องราวมันกลายเป็นเรื่องเลวร้ายกับครอบครัวขนาดนี้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และถ้าสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิดก็อยากให้จับกุมตัวดำเนินการตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/frlyM9PWM40  

 11,983
สังคม
07 พ.ย. 62

รวบ! พระฤๅษีข่มขืนลูก

จับพระฤๅษีที่ลักพาตัวและข่มขืนลูกสาววัย 15 จนตั้งครรภ์ เจอ 3 ข้อหาหนักตำรวจคัดค้านประกันตัว   เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธร จ.บึงกาฬ สภ.เมืองบึงกาฬ และสภ.ศรีวิไล เข้าควบคุมตัวพระไพบูล วิปุโลหรือ จูมศรีสิงห์ อายุ 45 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำปู่ฤๅษีภูสิงห์มิ่งมิตร บ้านโนนสง่า หมู่ที่ 12 ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ไปสอบสวนที่ สภ.ศรีวิไล หลังลูกสาววัย 15 ปีให้การว่าถูกพ่อแท้ๆ  ข่มขืนจนท้อง 1 เดือน ล่าสุด พ.ต.อ.อนุกูล ดาวลอย ผกก.สภ.ศรีวิไล ไม่อนุญาตให้ประกันตัวปู่ฤๅษีไพบูลในชั้นสอบสวนแต่อย่างใด และโดนเพิ่มข้อหาอีก 3 คดี คือ กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้ถูกกระทำนั้นเป็นผู้สืบสันดานของตนเอง

 180
สังคม
01 พ.ย. 62

เหนือ-อีสานสัมผัสอากาศหนาว ยอดดอยอินทนนท์เหลือ 6 องศา

เชียงใหม่ - ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพอากาศที่หนาวเย็นต่อเนื่อง ยอดดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เช้าวันนี้ 6 องศาเซลเซียส ส่วนจุดชมวิวกิ่วแม่ปานวัดได้ 9 องศาเซลเซียส และที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ วัดได้ 14 องศาเซลเซียส ยอดนักท่องเที่ยวสะสมจากเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา 971 คน ต่างชาติ 567 คน รวมจำนวน 1,538   คน ยานพาหนะ 404 คัน    ขณะที่ นายกริชสยาม คงสตรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กล่าวว่า หลังจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นต่อเนื่องจำนวนนักท่องเที่ยวจากหลักร้อยเพิ่มปริมาณขึ้นต่อเนื่องโดยเฉลี่ยวันละ  2,000 กว่าคน ในช่วงวันหยุดก็จเพิ่มต่อเนื่องเป็นเท่าตัว   เชียงราย - ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพอากาศในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย พบว่าในตอนเช้าอากาศเริ่มลดลงหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องและมีลมเย็นพัดอยู่ตลอดเวลา หลังจากที่โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดเชียงราย สามารถตรวจวัดอุณหภูมิต่ำสุดช่วงเช้า ที่ศูนย์วิจัยเกษตรพืชสวน ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย วัดได้ 19.4 องศาเซลเซียส ลดลงจากเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา อีกประมาณ 2-3 องศาเซลเซียส (วันที่ 30 ต.ค. 62 วัดได้ 21.5 องศาเซลเซียส) บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-12 องศาเซลเซียส   ขณะที่ ทางสถานีอุตุนิยมวิทยาเชียงราย แจ้งให้ประชาชนในพื้นที่รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาจังหวัดเชียงราย ควรเตรียมเครื่องนุ่งห่ม เช่นเสื้อผ้า หรือหมวก และถุงมือถุงเท้าเพื่อใช้สวมใส่คลายความหนาวเย็นให้เกิดความอบอุ่นกับร่างกายได้อย่างเพียงพอ   แม่ฮ่องสอน - นายบัญชา รามศิริ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังเปิดเผยว่า ช่วงเช้าทะเลหมอกห้วยน้ำดัง ยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่องและเมื่อวานนี้ (31 ต.ค.) เป็นทะเลหมอกที่สวยงามมากว่าทุกวัน เนื่องจากเมฆหมอกที่ปกคลุม อยู่ในระดับที่ดูแล้วสวยงามมากที่สุด จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ให้รีบเดินทางมาเที่ยวชมทะเลหมอก และ สัมผัสกับบรรยากาศหนาวที่อุณหภูมิต่ำสุด 15 องศา แบบชิลๆ   ลำปาง - เกิดความหนาวเย็นลง ซึ่งเป็นไปตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ได้แจ้งเตือนสภาพอากาศที่จะเกิดเย็นลงในช่วงนี้ 3 – 5 องศาเซลเซียส โดยช่วงเช้าสถานีตรวจวัดสภาพอากาศการเกษตรห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง วัดอุณหภูมิบริเวณพื้นราบได้ต่ำสุด 20.0 องศาเซลเซียส ส่วนตัวเมืองลำปางสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง วัดได้ต่ำสุดเช้านี้ 20.8 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าเป็นอุณหภูมิที่ลดลง และต่ำกว่าในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเขตตัวเมืองลำปาง ที่ถือว่าอุณหภูมิลดต่ำลงแตะ 20 องศาเซลเซียส เป็นครั้งแรกในช่วงฤดูหนาวปีนี้ ที่ทางกรมอุตุนิยมวิทยาลำปางได้ ประกาศเข้าสู่ฤดูหนาว มาตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา สำหรับเช้าวันนี้ ในพื้นที่ จ.ลำปาง ยังเกิดหมอกหนาวลงมาปกคลุมพื้นที่ด้วย และเกิดหมอกหนาเป็นบางแห่ง   บึงกาฬ - ผลจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้มีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง และในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของภาคอีสาน และเป็นจังหวัดที่จะได้รับมวลอากาศเย็นก่อนจังหวัดอื่นๆ โดยเช้าวานนี้ (31 ต.ค.) อุณหภูมิวัดได้ 18 องศาเซลเซียส ประกอบกับมีลมพัดแรง พัดข้ามฝั่งมาจากทาง สปป.ลาว โดยเฉพาะบริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง ที่เป็นแลนค์มาร์ค มีลานออกกำลังกาย    สกลนคร - ลมหนาวมาเยือน อุตุฯ เตือนปีนี้จะหนาวกว่าปีที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อากาศค่อนข้างเย็น กับมีลมแรง สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดสกลนครวัดอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 18 องศา ด้านนายธีระ บุญนาคสีชัย ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสกลนคร เปิดเผยว่า ฤดูหนาว ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และคาดว่าปีนี้อุณหภูมิจะหนาวเย็นกว่าปีที่ผ่านมา สำหรับเดือนพฤศจิกายน อากาศจะเย็น และจะหนาวเมื่อเข้าสู่ห้วงเดือนธันวาคม 2562 ถึงปลายเดือนมกราคม 2563 ลักษณะอากาศในฤดูหนาวพิจารณาจากอุณหภูมิต่ำสุดของแต่ละวัน คำว่าอากาศหนาวจัด อุณหภูมิต้องต่ำกว่า 8 องศา อากาศหนาว อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 8 - 16 องศา และอากาศเย็น อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 16-23 องศา   ปีนี้สกลนครคาดว่า ในเดือน พฤศจิกายน . 2562 อากาศจะเย็นอยู่ที่ 17-19 องศา เดือนธันวาคม จะหนาวในช่วงคริสต์มาส คาดว่าจะอยู่ที่ 15 องศา และจะลดลงต่อเนื่องต่ำสุดที่ประมาณ 10 องศา ต่อเนื่องถึงเดือนมกราคม 2563 และจะค่อยๆ อุ่นขึ้นเมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ สถิติ ปี 2561 ธันวาคมวัดได้ 14 องศา ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 10 องศา โดยจังหวัดสกลนคร บึงกาฬ และนครพนม ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ด้านหน้าเทือกเขาภูพาน จะหนาวเย็นกว่าจังหวัดอื่น มวลอากาศเย็นจากจีนจะผันผวน จากการปะทะกับเทือกเขาภูพาน อย่างไรก็ดีจังหวัดสกลนคร โดยการนำของนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ก็ได้บูรณาการการทำงาน อย่างเป็นระบบ และรวดเร็ว ข้อมูลต้องถูกต้องแม่นยำ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน หากเกิดภัยหนาวก็จะสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในพื้นที่เทือกเขาซึ่งจะมีอากาศที่หนาวเย็นกว่าบริเวณอื่น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z5cgAza0WdM

 875
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ต.ค. 62

ตร.จบใหม่โพสต์ภาพอดีตเคยเป็นเด็กแว้น โดนวิจารณ์หลังบอก ไม่จับพวกเดียวกันแน่นอน

เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก หลังสิบตำรวจตรีนายหนึ่ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า   "จากเด็กแว้นที่มีแต่คนเคยด่าเคยว่า กลับกลายเป็นสิบตำรวจตรีที่มีคนนับหน้าถือตา #ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ไม่ยอมแพ้กับคำดูหมิ่นของคนอื่นนะครับ" พร้อมเผยภาพตนเองในอดีต ขณะยังเป็นเพียงวัยรุ่นสายแว้น และภาพในปัจจุบันที่สวมเครื่องแบบตำรวจ     ทั้งนี้ เมื่อมีชาวเน็ตและเพื่อนๆของตำรวจคนดังกล่าวเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเด็กแว้น เจ้าตัวก็ได้ตอบกลับไปว่า "ผมไม่เคยคิดจับเขาอยู่แล้ว ไม่จับสายแว้นด้วยกันแน่นอน เข้าใจครับ ผมผ่านมาก่อน" ซึ่งกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าหากผู้บังคับใข้กฎหมายเลือกปฏิบัติ หรือคิดแบบเดียวกับตำรวจนายนี้จะเป็นเช่นไร อย่างไรก็ตาม หลังจากถูกวิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังตำรวจคนดังกล่าว ได้ทำการลบโพสต์ออกไปเป็นที่เรียบร้อย   ด้าน พ.ต.อ.ชนินทร์ อิตรแจ้ง ผกก.สภ.บึงกาฬ เผยว่า ตำรวจคนดังกล่าว เพิ่งเรียนจบจากจังหวัดขอนแก่น ซึ่งยังไม่ได้ปฏิบัติราชการ เพียงมีคำสั่งให้เริ่มปฏิบัติราชการที่ สภ.บึงกาฬในวันนี้ (16 ต.ค.) ซึ่งตนจะทำการปฐมนิเทศน์และปรับทัศนคติ ตำรวจใหม่ จำนวน 10 คน ในวันนี้ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่สำหรับเรื่องนี้ ตนมองว่า ตำรวจคนดังกล่าวยังเด็ก อาจเป็นเพียงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และยังไม่เข้าใจในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ แต่จะมีการลงโทษอะไรหรือไม่ ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uopLQYOsQqE

 12,448
ข่าวโซเชียล
16 ต.ค. 62

ตร.จบใหม่โพสต์ภาพอดีตเคยเป็นเด็กแว้น โดนวิจารณ์หลังบอก ไม่จับพวกเดียวกันแน่นอน

เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก หลังสิบตำรวจตรีนายหนึ่ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า   "จากเด็กแว้นที่มีแต่คนเคยด่าเคยว่า กลับกลายเป็นสิบตำรวจตรีที่มีคนนับหน้าถือตา #ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ไม่ยอมแพ้กับคำดูหมิ่นของคนอื่นนะครับ" พร้อมเผยภาพตนเองในอดีต ขณะยังเป็นเพียงวัยรุ่นสายแว้น และภาพในปัจจุบันที่สวมเครื่องแบบตำรวจ     ทั้งนี้ เมื่อมีชาวเน็ตและเพื่อนๆของตำรวจคนดังกล่าวเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเด็กแว้น เจ้าตัวก็ได้ตอบกลับไปว่า "ผมไม่เคยคิดจับเขาอยู่แล้ว ไม่จับสายแว้นด้วยกันแน่นอน เข้าใจครับ ผมผ่านมาก่อน" ซึ่งกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าหากผู้บังคับใข้กฎหมายเลือกปฏิบัติ หรือคิดแบบเดียวกับตำรวจนายนี้จะเป็นเช่นไร อย่างไรก็ตาม หลังจากถูกวิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังตำรวจคนดังกล่าว ได้ทำการลบโพสต์ออกไปเป็นที่เรียบร้อย   ด้าน พ.ต.อ.ชนินทร์ อิตรแจ้ง ผกก.สภ.บึงกาฬ เผยว่า ตำรวจคนดังกล่าว เพิ่งเรียนจบจากจังหวัดขอนแก่น ซึ่งยังไม่ได้ปฏิบัติราชการ เพียงมีคำสั่งให้เริ่มปฏิบัติราชการที่ สภ.บึงกาฬในวันนี้ (16 ต.ค.) ซึ่งตนจะทำการปฐมนิเทศน์และปรับทัศนคติ ตำรวจใหม่ จำนวน 10 คน ในวันนี้ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่สำหรับเรื่องนี้ ตนมองว่า ตำรวจคนดังกล่าวยังเด็ก อาจเป็นเพียงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และยังไม่เข้าใจในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ แต่จะมีการลงโทษอะไรหรือไม่ ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uopLQYOsQqE

 12,448
สังคม-อาชญากรรม
16 ต.ค. 62

จับพ่อเลี้ยงโหดเมาทำร้ายเมีย ลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบเข้าไปกอด ถูกเตะกระเพาะ-ปอดฉีก-ตับ-ม้ามแตก ดับสลด

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อุษา พริ้มแก้ว โพสต์ภาพเด็กชายคนหนึ่ง ไม่สวมเสื้อผ้า บริเวณลำตัวมีร่องรอยฟกช้ำเป็นรอยขนาดใหญ่ พร้อมระบุข้อความว่า "ขอให้บักหล่าน้องก้องไปสู้ภพภูมิที่ดี ไปเป็นเทวดาน้อยๆข้างบนเด้อ เมื่อวานได้ยินข่าวบักหล่าถูกพ่อเลี้ยงตีจนตับแตกม้ามแตกโรงบาลบึงกาฬส่งตัวไปโรงบาลอุดรก็ยังบ่รอด เด็กน้อยกำลังโตคนเฮ็ดมันเอายั่งเฮ็ดใจน้อ (สังคมทุกวันนี้อยู่ยากขึ้นทุกวันค่ะ)   นางกาญจนา งามวงศ์ อายุ 29 ปี แม่ของน้องก้อง เผยว่า ตนเป็นชาวจังหวัดบึงกาฬ มีลูกชายหนึ่งคนคือน้องก้อง อายุ 2 ขวบ 5 เดือน หลังเลิกรากับสามี ก็ได้มาอยู่กินกับนายณรงศักดิ์ ศรีจันทร์ หรืออ๊อด อายุ 27 ปี ได้ประมาณ 8 เดือน และเพิ่งคลอดลูกอีกหนึ่งคนที่เกิดกับนายอ๊อด   เมื่อวันที่ 12  ต.ค. นายอ๊อดเมาสุรา และทำร้ายร่างกายตน โดยเตะเข้าที่ลำตัว 2 ครั้ง และใช้พลั่วตีอีก 2 ครั้ง จากนั้น น้องก้องได้วิ่งเข้ามากอดตน จนถูกนายอ๊อดเตะเข้าที่ลำตัวอย่างแรง จนน้องถึงกับหน้าซีด จุกจนร้องไม่ออก ตนจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลบึงกาฬ หมอบอกว่าน้องปอดฉีก ต้องเจาะเลือดระบาย และนำตัวส่งต่อไปยังโรงบาลอุดรธานี เนื่องจากเครื่องมือพร้อมกว่า   เมื่อมาถึงโรงพยาบาลอุดรธานี รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู กระทั่ง 15.00 น. ของวันที่ 13 ต.ค. น้องก้องได้เสียชีวิตลง โดยหมอแจ้งว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจาก ตับแตก ม้ามแตก กระเพาะฉีก ปอดฉีก ตนจึงเดินทางไปแจ้งความ ซึ่งตำรวจสามารถจับกุมตัวได้เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา และสำหรับศพน้องก้อง ตนก็จะเดินทางไปรับเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป   ขณะนี้ ตนยังทำใจไม่ได้ ที่ผ่านมายอมรับว่า นายอ๊อดกินเหล้าบ้าง ใช้ยาเสพติดบ้าง แต่ก็ไม่เคยทำร้ายน้องก้อง เพียงตีเบาๆเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น หลังนายอ๊อดถูกจับก็ได้กล่าวขอโทษตน ซึ่งตนก็ไม่ต้องการอะไร ปล่อยให้เขาได้รับผลจากการกระทำของเขาไป   ด้าน พ.ต.อ.ชนินทร์ อิตรแจ้ง ผกก.สภ.บึงกาฬ ระบุว่า เบื้องต้นเจ้าตัวรับสารภาพ ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uiNgk7H8DNY

 19,638
อาชญากรรม
16 ต.ค. 62

จับพ่อเลี้ยงโหดเมาทำร้ายเมีย ลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบเข้าไปกอด ถูกเตะกระเพาะ-ปอดฉีก-ตับ-ม้ามแตก ดับสลด

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อุษา พริ้มแก้ว โพสต์ภาพเด็กชายคนหนึ่ง ไม่สวมเสื้อผ้า บริเวณลำตัวมีร่องรอยฟกช้ำเป็นรอยขนาดใหญ่ พร้อมระบุข้อความว่า "ขอให้บักหล่าน้องก้องไปสู้ภพภูมิที่ดี ไปเป็นเทวดาน้อยๆข้างบนเด้อ เมื่อวานได้ยินข่าวบักหล่าถูกพ่อเลี้ยงตีจนตับแตกม้ามแตกโรงบาลบึงกาฬส่งตัวไปโรงบาลอุดรก็ยังบ่รอด เด็กน้อยกำลังโตคนเฮ็ดมันเอายั่งเฮ็ดใจน้อ (สังคมทุกวันนี้อยู่ยากขึ้นทุกวันค่ะ)   นางกาญจนา งามวงศ์ อายุ 29 ปี แม่ของน้องก้อง เผยว่า ตนเป็นชาวจังหวัดบึงกาฬ มีลูกชายหนึ่งคนคือน้องก้อง อายุ 2 ขวบ 5 เดือน หลังเลิกรากับสามี ก็ได้มาอยู่กินกับนายณรงศักดิ์ ศรีจันทร์ หรืออ๊อด อายุ 27 ปี ได้ประมาณ 8 เดือน และเพิ่งคลอดลูกอีกหนึ่งคนที่เกิดกับนายอ๊อด   เมื่อวันที่ 12  ต.ค. นายอ๊อดเมาสุรา และทำร้ายร่างกายตน โดยเตะเข้าที่ลำตัว 2 ครั้ง และใช้พลั่วตีอีก 2 ครั้ง จากนั้น น้องก้องได้วิ่งเข้ามากอดตน จนถูกนายอ๊อดเตะเข้าที่ลำตัวอย่างแรง จนน้องถึงกับหน้าซีด จุกจนร้องไม่ออก ตนจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลบึงกาฬ หมอบอกว่าน้องปอดฉีก ต้องเจาะเลือดระบาย และนำตัวส่งต่อไปยังโรงบาลอุดรธานี เนื่องจากเครื่องมือพร้อมกว่า   เมื่อมาถึงโรงพยาบาลอุดรธานี รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู กระทั่ง 15.00 น. ของวันที่ 13 ต.ค. น้องก้องได้เสียชีวิตลง โดยหมอแจ้งว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจาก ตับแตก ม้ามแตก กระเพาะฉีก ปอดฉีก ตนจึงเดินทางไปแจ้งความ ซึ่งตำรวจสามารถจับกุมตัวได้เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา และสำหรับศพน้องก้อง ตนก็จะเดินทางไปรับเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป   ขณะนี้ ตนยังทำใจไม่ได้ ที่ผ่านมายอมรับว่า นายอ๊อดกินเหล้าบ้าง ใช้ยาเสพติดบ้าง แต่ก็ไม่เคยทำร้ายน้องก้อง เพียงตีเบาๆเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น หลังนายอ๊อดถูกจับก็ได้กล่าวขอโทษตน ซึ่งตนก็ไม่ต้องการอะไร ปล่อยให้เขาได้รับผลจากการกระทำของเขาไป   ด้าน พ.ต.อ.ชนินทร์ อิตรแจ้ง ผกก.สภ.บึงกาฬ ระบุว่า เบื้องต้นเจ้าตัวรับสารภาพ ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uiNgk7H8DNY

 19,638
ข่าวภูมิภาค
12 ต.ค. 62

อส.หนุ่มง้อแฟนสาวไม่สำเร็จ ชักปืนลั่นไกยิงดับคู่คารถเก๋ง

บึงกาฬ- เกิดเหตุโศกนาฏกรรมรัก เมื่อหนุ่มตามไปง้อแฟนขอคืนดี พาอุ้มนั่งตักบนรถเคีลย์ปัญหา สุดท้ายง้อไม่สำเร็จคว้าปืนมายิงที่ศีรษะแฟน ก่อนจะยิงตัวเองตาม ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือพบว่าฝ่ายชาย ยังหายใจอยู่ทั้งคู่ พยายามเข้ามาช่วยชีวิต แต่สุดท้ายไม่รอดเสียชีวิตทั้งคู่   เบื้องต้นทราบว่าฝั่งผู้ชายเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดน ที่ อ.เมืองบึงกาฬ ส่วนฝ่ายหญิงเป็นเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์   ขณะที่คนเห็นการณ์เล่าว่า ฝ่ายชายมาป้วนเปี้ยนหน้าหอพักฝ่ายหญิงอยู่หลายวันแล้ว พอถามก็บอกว่ามาแอบดูแฟน ว่าจะไปทำงานกับผู้ชายคนอื่นหรือเปล่า    ส่วนเพื่อฝ่ายชายบอกว่า ทั้งคู่คบกันมานาน แต่ภายหลังฝ่ายหญิงลาออกจากที่ทำงาน ไปทำงานที่ใหม่ ประกอบกับฝ่ายหญิงหน้าตาดี จึงมีผู้ชายมาติดพัน  ฝ่ายชายหึงหวง จึงบอกเลิกไปก่อนหน้านี้ แต่กลับมาง้อคืนดี จนมาเกิดเหตุครั้งนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/GmqCnuhKFLg

 2,671
อาชญากรรม
12 ต.ค. 62

อส.หนุ่มง้อแฟนสาวไม่สำเร็จ ชักปืนลั่นไกยิงดับคู่คารถเก๋ง

บึงกาฬ- เกิดเหตุโศกนาฏกรรมรัก เมื่อหนุ่มตามไปง้อแฟนขอคืนดี พาอุ้มนั่งตักบนรถเคีลย์ปัญหา สุดท้ายง้อไม่สำเร็จคว้าปืนมายิงที่ศีรษะแฟน ก่อนจะยิงตัวเองตาม ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือพบว่าฝ่ายชาย ยังหายใจอยู่ทั้งคู่ พยายามเข้ามาช่วยชีวิต แต่สุดท้ายไม่รอดเสียชีวิตทั้งคู่   เบื้องต้นทราบว่าฝั่งผู้ชายเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดน ที่ อ.เมืองบึงกาฬ ส่วนฝ่ายหญิงเป็นเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์   ขณะที่คนเห็นการณ์เล่าว่า ฝ่ายชายมาป้วนเปี้ยนหน้าหอพักฝ่ายหญิงอยู่หลายวันแล้ว พอถามก็บอกว่ามาแอบดูแฟน ว่าจะไปทำงานกับผู้ชายคนอื่นหรือเปล่า    ส่วนเพื่อฝ่ายชายบอกว่า ทั้งคู่คบกันมานาน แต่ภายหลังฝ่ายหญิงลาออกจากที่ทำงาน ไปทำงานที่ใหม่ ประกอบกับฝ่ายหญิงหน้าตาดี จึงมีผู้ชายมาติดพัน  ฝ่ายชายหึงหวง จึงบอกเลิกไปก่อนหน้านี้ แต่กลับมาง้อคืนดี จนมาเกิดเหตุครั้งนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/GmqCnuhKFLg

 2,671
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 62

เด็ก 8 ขวบจมน้ำ เพื่อนช่วยดึงแขนพลัดจมดับคู่ที่บึงกาฬ

บึงกาฬ-เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันนำร่างเด็กชายพาคิน แซ่แต้ อายุ 8 ปี และด.ช.ธนกฤต โคตรปัญญา อายุ 8 ปี นักเรียนชั้น ป.2 ที่พลัดจมน้ำที่แม่น้ำสงคราม ข้างๆ โขดหินใหญ่   โดย 1 ใน 2 ผู้ตายเกิดพลัดตกลงไปที่น้ำลึก เพื่อนอีกคนจึงจะเข้าไปช่วยดึงแขนขึ้นมา แต่ลืมว่าตัวเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น จึงจมน้ำหายไปทั้งคู่ ส่วนรุ่นพี่ป.4 วิ่งเข้าไปในหมู่บ้านเรียกผู้ใหญ่ออกมาช่วย แต่ก็ไม่ทันการ   เจ้าหน้าที่ได้นำร่างของทั้งคู่ขึ้นมาทำการปฐมพยาบาลเพื่อนำน้ำออกจากช่องท้อง และทำการปั๊มหัวใจ ก่อนจะส่งตัวต่อไปยัง รพ.โซ่พิสัย แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตน้องทั้ง 2 คนไว้ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา   ทั้งนี้มีรายงานว่าจุดที่เกิดเหตุ มีคนจมน้ำเสียชีวิตทุกปีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เพียงแค่ 5 วันที่ผ่านมา มีเด็กจมน้ำตายแล้วจำนวน 3 ราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eywIj5TKWJo

 2,498
อาชญากรรม
10 ต.ค. 62

เด็ก 8 ขวบจมน้ำ เพื่อนช่วยดึงแขนพลัดจมดับคู่ที่บึงกาฬ

บึงกาฬ-เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันนำร่างเด็กชายพาคิน แซ่แต้ อายุ 8 ปี และด.ช.ธนกฤต โคตรปัญญา อายุ 8 ปี นักเรียนชั้น ป.2 ที่พลัดจมน้ำที่แม่น้ำสงคราม ข้างๆ โขดหินใหญ่   โดย 1 ใน 2 ผู้ตายเกิดพลัดตกลงไปที่น้ำลึก เพื่อนอีกคนจึงจะเข้าไปช่วยดึงแขนขึ้นมา แต่ลืมว่าตัวเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น จึงจมน้ำหายไปทั้งคู่ ส่วนรุ่นพี่ป.4 วิ่งเข้าไปในหมู่บ้านเรียกผู้ใหญ่ออกมาช่วย แต่ก็ไม่ทันการ   เจ้าหน้าที่ได้นำร่างของทั้งคู่ขึ้นมาทำการปฐมพยาบาลเพื่อนำน้ำออกจากช่องท้อง และทำการปั๊มหัวใจ ก่อนจะส่งตัวต่อไปยัง รพ.โซ่พิสัย แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตน้องทั้ง 2 คนไว้ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา   ทั้งนี้มีรายงานว่าจุดที่เกิดเหตุ มีคนจมน้ำเสียชีวิตทุกปีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เพียงแค่ 5 วันที่ผ่านมา มีเด็กจมน้ำตายแล้วจำนวน 3 ราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eywIj5TKWJo

 2,498
ข่าวภูมิภาค
07 ต.ค. 62

อีกแล้ว! วัยรุ่นยกพวกตีกันในห้องฉุกเฉิน รพ.ปากคาด พอสืบสวนถึงรู้เป็นเพื่อน ม.6 ไม่ติดใจเอาความ

บึงกาฬ-โลกโซเชียลได้เผยแพร่ภาพกลุ่มวัยรุ่น ได้ตามไปทะเลาะวิวาทชกต่อยทำร้ายร่างกายกันถึงในหน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอำเภอปากคาด จนเกิดเสีงวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อเช้าวันที่ 4 ตุลาคม ได้มีนายสุริวัฒน์ พลขันธ์ อายุ 22 ปี  ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับตนว่า เมื่อประมาณตี 1 ผ่านมาขณะที่ไปเที่ยวดูงานคอนเสิร์ตที่งานประเพณีแข่งเรือยาวของเทศบาลอำเภอปากคาด ได้มีกลุ่มวัยรุ่นหลายกลุ่มชกต่อยกันขึ้น และตนเองถูกลูกหลงขณะเข้าไปห้ามเพื่อน โดยโดนเตะที่ชายโครงทำให้บาดเจ็บจึงได้ไปพบหมอ   ขณะกำลังจะขึ้นเตียงให้หมอดูอาการ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากได้กรูกันเข้ามาในห้องฉุกเฉินชี้หน้าตนว่าเป็นคนทำร้ายเพื่อนให้ได้รับบาดเจ็บ แต่ตนปฏิเสธจึงถูกชกแต่ไม่โดนเพราะดึงตัวหลบ พร้อมกับเหวี่ยงหมัดชกกลับคืนแต่ก็ไม่ถูกใคร จากนั้นได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันกับคู่กรณีจนล้มลงที่พื้นห้อง จึงถูกเพื่อนคู่กรณีที่ตามมาด้วยเตะเข้าที่ใบหน้า 2 ครั้งตามคลิปจนได้รับบาดเจ็บเลือดไหลอาบใบหน้า     ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 คน ทราบชื่อนายศิวกร เทพจำปา อายุ 21 ปี และนายยศพล บุญหล่อ อายุ 19 ปี ผู้ที่เตะใบหน้าผู้เสียหาย 2 ที โดยนายยศพล ให้ผู้ปกครองมาพบพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายแทน แต่จะมามอบตัวภายหลัง ส่วนนายศิวกร เมื่อพบหน้านายสุริวัฒน์ พลขันธ์ จึงรู้ว่าเป็นเพื่อนเก่าที่เคยเรียน หนังสือจบ ม.6 มาด้วยกัน ได้พูดคุยจนเป็นที่เข้าใจกันต่างฝ่ายไม่ติดใจเอาความ พนักงานสอบสวนจึงได้ลงบันทึกประจำวันแล้วแยกย้ายกันกลับบ้านไป   ด้านเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในห้องฉุกเฉิน รพ.ปากคาด ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าขณะนั้นเป็นเวลาประมาณตีหนึ่งของวันที่ 4 ต.ค.ได้มีกลุ่มวัยรุ่นถูกทำร้ายร่างกายกันได้รับบาดเจ็บเข้ามาจำนวนมาก มีทั้งเพื่อนและญาติผู้ติดตามมาประมาณ 40 คน   ขณะที่นายสุริวัฒน์ กำลังจะขึ้นเตียงตรวจอาการป่วย ก็ได้มีกลุ่มวัยรุ่นกรูเข้ามาทำร้ายและกอดรัดจนล้มลง และถูกเตะเข้าที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ พวกตนจึงได้ตะโกนไปว่าจะทะเลาะก็ต้องไปที่อื่นที่นี่เป็นที่รักษาคนป่วยอย่างเดียว พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่งได้หยิบเอาเสาน้ำเกลือขึ้นมาถือขู่ เป็นจังหวะตำรวจได้เข้ามาระงับเหตุทำให้กลุ่มวัยรุ่นพวกนี้หนีกระเจิงออกจากโรงพยาบาลไป ในส่วนทรัพย์สินไม่มีอะไรเสียหาย ส่วนคดีขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาว่าจะเอาเรื่องหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j04OBt_2ers

 1,308
สังคม
07 ต.ค. 62

อีกแล้ว! วัยรุ่นยกพวกตีกันในห้องฉุกเฉิน รพ.ปากคาด พอสืบสวนถึงรู้เป็นเพื่อน ม.6 ไม่ติดใจเอาความ

บึงกาฬ-โลกโซเชียลได้เผยแพร่ภาพกลุ่มวัยรุ่น ได้ตามไปทะเลาะวิวาทชกต่อยทำร้ายร่างกายกันถึงในหน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอำเภอปากคาด จนเกิดเสีงวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อเช้าวันที่ 4 ตุลาคม ได้มีนายสุริวัฒน์ พลขันธ์ อายุ 22 ปี  ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับตนว่า เมื่อประมาณตี 1 ผ่านมาขณะที่ไปเที่ยวดูงานคอนเสิร์ตที่งานประเพณีแข่งเรือยาวของเทศบาลอำเภอปากคาด ได้มีกลุ่มวัยรุ่นหลายกลุ่มชกต่อยกันขึ้น และตนเองถูกลูกหลงขณะเข้าไปห้ามเพื่อน โดยโดนเตะที่ชายโครงทำให้บาดเจ็บจึงได้ไปพบหมอ   ขณะกำลังจะขึ้นเตียงให้หมอดูอาการ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากได้กรูกันเข้ามาในห้องฉุกเฉินชี้หน้าตนว่าเป็นคนทำร้ายเพื่อนให้ได้รับบาดเจ็บ แต่ตนปฏิเสธจึงถูกชกแต่ไม่โดนเพราะดึงตัวหลบ พร้อมกับเหวี่ยงหมัดชกกลับคืนแต่ก็ไม่ถูกใคร จากนั้นได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันกับคู่กรณีจนล้มลงที่พื้นห้อง จึงถูกเพื่อนคู่กรณีที่ตามมาด้วยเตะเข้าที่ใบหน้า 2 ครั้งตามคลิปจนได้รับบาดเจ็บเลือดไหลอาบใบหน้า     ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 คน ทราบชื่อนายศิวกร เทพจำปา อายุ 21 ปี และนายยศพล บุญหล่อ อายุ 19 ปี ผู้ที่เตะใบหน้าผู้เสียหาย 2 ที โดยนายยศพล ให้ผู้ปกครองมาพบพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายแทน แต่จะมามอบตัวภายหลัง ส่วนนายศิวกร เมื่อพบหน้านายสุริวัฒน์ พลขันธ์ จึงรู้ว่าเป็นเพื่อนเก่าที่เคยเรียน หนังสือจบ ม.6 มาด้วยกัน ได้พูดคุยจนเป็นที่เข้าใจกันต่างฝ่ายไม่ติดใจเอาความ พนักงานสอบสวนจึงได้ลงบันทึกประจำวันแล้วแยกย้ายกันกลับบ้านไป   ด้านเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในห้องฉุกเฉิน รพ.ปากคาด ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าขณะนั้นเป็นเวลาประมาณตีหนึ่งของวันที่ 4 ต.ค.ได้มีกลุ่มวัยรุ่นถูกทำร้ายร่างกายกันได้รับบาดเจ็บเข้ามาจำนวนมาก มีทั้งเพื่อนและญาติผู้ติดตามมาประมาณ 40 คน   ขณะที่นายสุริวัฒน์ กำลังจะขึ้นเตียงตรวจอาการป่วย ก็ได้มีกลุ่มวัยรุ่นกรูเข้ามาทำร้ายและกอดรัดจนล้มลง และถูกเตะเข้าที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ พวกตนจึงได้ตะโกนไปว่าจะทะเลาะก็ต้องไปที่อื่นที่นี่เป็นที่รักษาคนป่วยอย่างเดียว พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่งได้หยิบเอาเสาน้ำเกลือขึ้นมาถือขู่ เป็นจังหวะตำรวจได้เข้ามาระงับเหตุทำให้กลุ่มวัยรุ่นพวกนี้หนีกระเจิงออกจากโรงพยาบาลไป ในส่วนทรัพย์สินไม่มีอะไรเสียหาย ส่วนคดีขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาว่าจะเอาเรื่องหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j04OBt_2ers

 1,308
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 ต.ค. 62

อีกแล้ว! แชร์สนั่นคลิปวัยรุ่นตีกันในห้องฉุกเฉิน รพ. ปากคาด

จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวัยรุ่นยกพวกตีกันในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารย์ถึงการกระทำดังกล่าว    ล่าสุด วันที่ 6 ต.ค. 62 ที่ สภ.ปากคาด ร.ต.อ.อมรินทร์ วงศ์ตาแสง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี วันที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า เมื่อเช้าวันที่ 4 ต.ค. 62 นายสุริวัฒน์ พลขันธ์ อายุ 22 ปี  ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความว่า เมื่อประมาณตี 1 ขณะที่ไปเที่ยวดูงานคอนเสิร์ตที่งานประเพณีแข่งเรือยาวของเทศบาล อ.ปากคาด ได้มีกลุ่มวัยรุ่นหลายกลุ่มชกต่อยกันขึ้น และตนเองถูกลูกหลงขณะเข้าไปห้ามเพื่อน โดนเตะที่ชายโครงทำให้บาดเจ็บ จึงได้ไปพบหมอ    ขณะกำลังจะขึ้นเตียงให้หมอดูอาการ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากกรูกันเข้ามาในห้องฉุกเฉิน ชี้หน้าตนว่าเป็นคนทำร้ายเพื่อนให้ได้รับบาดเจ็บ แต่ตนปฏิเสธจึงถูกชกแต่ไม่โดนเพราะดึงตัวหลบ พร้อมกับเหวี่ยงหมัดชกกลับคืนแต่ก็ไม่ถูกใคร  จากนั้นได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันกับคู่กรณีจนล้มลงที่พื้นห้อง จึงถูกเพื่อนคู่กรณีที่ตามมาด้วยเตะเข้าที่ใบหน้า 2 ทีตามคลิปจนได้รับบาดเจ็บเลือดไหลอาบใบหน้า   ต่อมา ตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 คน ทราบชื่อนายศิวกร เทพจำปา อายุ 21 ปี และนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ผู้ที่เตะใบหน้าผู้เสียหาย 2 ที โดยเอ ให้ผู้ปกครองมาพบพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายแทน แต่จะมามอบตัวภายหลัง    ส่วนนายศิวกร เมื่อพบหน้านายสุริวัฒน์ พลขันธ์ จึงรู้ว่าเป็นเพื่อนเก่าที่เคยเรียนหนังสือจบ ม. 6 มาด้วยกัน ได้พูดคุยจนเป็นที่เข้าใจกันต่างฝ่ายไม่ติดใจเอาความ พนักงานสอบสวนจึงได้ลงบันทึกประจำวันแล้วแยกย้ายกันกลับบ้านไป   ด้านเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในห้องฉุกเฉิน รพ.ปากคาด ได้เปิดเผยว่า ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณตีหนึ่งของวันที่ 4 ต.ค. ได้มีกลุ่มวัยรุ่นถูกทำร้ายร่างกายกันได้รับบาดเจ็บเข้ามาจำนวนมาก มีทั้งเพื่อนและญาติผู้ติดตามมาประมาณ 40 คน ขณะที่นายสุริวัฒน์ กำลังจะขึ้นเตียงตรวจอาการป่วย ก็ได้มีกลุ่มวัยรุ่นกรูเข้ามาทำร้ายและกอดรัดจนล้มลง และถูกเตะเข้าที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ พวกตนจึงได้ตะโกนไปว่าจะทะเลาะก็ต้องไปที่อื่นที่นี่เป็นที่รักษาคนป่วยอย่างเดียว   พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่งได้หยิบเอาเสาน้ำเกลือขึ้นมาถือขู่ เป็นจังหวะตำรวจได้เข้ามาระงับเหตุทำให้กลุ่มวัยรุ่นพวกนี้หนีกระเจิงออกจากโรงพยาบาลไป ในส่วนทรัพย์สินไม่มีอะไรเสียหาย ส่วนคดีขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาว่าจะเอาเรื่องหรือไม่   ขอบคุณคลิป : ราชสีห์ จิตอาสา   คลิป      

 6,615

Top