ค้นหา :

ผลการค้นหา "อัจฉริยะ"

สังคม-อาชญากรรม
05 ต.ค. 62

'คิว' แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง รับคลิปหลุดเป็นตนกับภรรยาเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ไม่ใช่พริตตี้ - 'ตี๋' โชว์ซองยาอม ยันไม่ใช่ถุงยางตามที่วิจารณ์

ครอบครัวของ ลัลลาเบล พริตตี้สาว ทั้งพ่อแม่ รวมถึง นายกิตติศักดิ์ วงศ์ประจันต์ หรือโทน และฝน เพื่อนสนิทของลัลลาเบล เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล โดยกล่าวว่า ทางครอบครัวมารับ และมอบเอกสารบางอย่างให้เพิ่มเติม พร้อมกับให้ข้อมูลกับทางพนักงานสอบสวน เป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับลัลลาเบล และครอบครัว   โดยยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการมาฟังผลชันสูตรขั้นสูง เพราะขณะนี้ ยังต้องรอกระบวนการส่งผลชันสูตรจากแพทย์ให้กับพนักงานสอบสวน ซึ่งส่วนตัวของทางครอบครัวได้เข้าไปพูดคุยกับแพทย์นิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาฯ ก็ทำให้พอใจในการทำงานของแพทย์ ทำให้เข้าใจขั้นตอนการชันสูตร ที่ทำให้ทราบถึงรายละเอียดมากกว่าสาเหตุที่ระบุออกมาว่าเกิดจากหัวใจล้มเหลว ขณะนี้ยังเหลือผลตรวจอีกหลายตัวที่ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ   ทั้งนี้ ทางครอบครัวไม่ได้ติดใจอะไร ก็รู้สึกพอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งตำรวจและนิติเวช ที่ทำให้คดีมีความชัดเจนขึ้น   ส่วนทางคดีของแก๊งปาร์ตี้บางบัวทอง หลังจากนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เอาคลิปไป 213 คลิปมามอบให้ตำรวจภูธรภาค 1 แล้วหนึ่งในนั้นนายอัจฉริยะ บอกว่ามีหลักฐานเด็ด เป็นคลิปหลุดของหนุ่มสาวมีเพศสัมพันธ์ ที่หน้าตาคล้ายนายคิว   โดย นายชัยพล หรือคิว เปิดเผยว่า เห็นคลิปแล้วค่อนข้างตกใจ ยืนยันว่าในคลิปคือตัวเอง แล้วผู้หญิงในคลิปคือภรรยาตนเอง ไม่พริตตี้ หรือพีอาร์ ถ่ายเอาไว้เล่นๆตั้งแต่ 7 ปีที่แล้ว ที่ถ่ายก็ตอนนั้นเมา แล้วโดนท้าทาย   ส่วนตี๋เอาซองยาอมแก้เจ็บคอออกมายืนยันว่าไม่ใช่ถุงยาง หลังมีคลิปหนึ่งที่ยืนอยู่กับพริตตี้แล้วมีคนตั้งข้อสังเกตุว่าเป็นถุงยางหรือไม่    ขณะที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ได้เปิดเผยถึงกรณี เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบ้านจัดงานปาร์ตี้บางบัวทอง ในคดีลัลลาเบล แล้วพบสารเรืองแสงที่บริเวณโซฟา และ จุดอื่นๆ หลายจุด ภายในบ้านว่า การตรวจสอบเป็นการร้องขอจากพนักงานสอบสวนสภ.บางบัวทอง ให้นำเครื่องมือเข้าตรวจสอบ เก็บหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งสารเรืองแสงที่พบได้ส่งให้ตำรวจในการดำเนินการต่อแล้ว ซึ่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบผลแต่อย่างใด   ส่วนคดีของนางสาวธิติมา นรพันธพิพัฒน์ หรือลันลาเบล จะเข้าหลักเกณฑ์การรับเงินเยียวยาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย หรือไม่นั้นจะต้องขอดูในรายละเอียดก่อน แต่เลื้องต้นทางกระทรวงยุติธรรมก็จะเข้าไปช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ที่ทางญาติผู้เสียหายต้องการก่อน ซึ่งยืนยันว่าจะพยายามทำให้เต็มที่ และดูสิทธิที่ควรได้รับอย่างครบถ้วนไม่ให้เสียสิทธิ   ขณะเดียวกัน พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ระบุว่า สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้รับการติดต่อจากครอบครัวของลันลาเบลแล้วก่อนหน้านี้ โดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้รับศพของผู้เสียชีวิตไว้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลชันสูตรอย่างละเอียดจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลจุฬาฯ ก่อนพูดคุยรายละเอียดกับญาติของผู้เสีียชีวิตในประเด็นที่ยังมีข้อสงสัย แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะมีการผ่าพิสูจน์ศพเพิ่มเติมหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/6__-qSVxZnM

 1,967
สังคม
05 ต.ค. 62

'คิว' แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง รับคลิปหลุดเป็นตนกับภรรยาเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ไม่ใช่พริตตี้ - 'ตี๋' โชว์ซองยาอม ยันไม่ใช่ถุงยางตามที่วิจารณ์

ครอบครัวของ ลัลลาเบล พริตตี้สาว ทั้งพ่อแม่ รวมถึง นายกิตติศักดิ์ วงศ์ประจันต์ หรือโทน และฝน เพื่อนสนิทของลัลลาเบล เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล โดยกล่าวว่า ทางครอบครัวมารับ และมอบเอกสารบางอย่างให้เพิ่มเติม พร้อมกับให้ข้อมูลกับทางพนักงานสอบสวน เป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับลัลลาเบล และครอบครัว   โดยยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการมาฟังผลชันสูตรขั้นสูง เพราะขณะนี้ ยังต้องรอกระบวนการส่งผลชันสูตรจากแพทย์ให้กับพนักงานสอบสวน ซึ่งส่วนตัวของทางครอบครัวได้เข้าไปพูดคุยกับแพทย์นิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาฯ ก็ทำให้พอใจในการทำงานของแพทย์ ทำให้เข้าใจขั้นตอนการชันสูตร ที่ทำให้ทราบถึงรายละเอียดมากกว่าสาเหตุที่ระบุออกมาว่าเกิดจากหัวใจล้มเหลว ขณะนี้ยังเหลือผลตรวจอีกหลายตัวที่ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ   ทั้งนี้ ทางครอบครัวไม่ได้ติดใจอะไร ก็รู้สึกพอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งตำรวจและนิติเวช ที่ทำให้คดีมีความชัดเจนขึ้น   ส่วนทางคดีของแก๊งปาร์ตี้บางบัวทอง หลังจากนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เอาคลิปไป 213 คลิปมามอบให้ตำรวจภูธรภาค 1 แล้วหนึ่งในนั้นนายอัจฉริยะ บอกว่ามีหลักฐานเด็ด เป็นคลิปหลุดของหนุ่มสาวมีเพศสัมพันธ์ ที่หน้าตาคล้ายนายคิว   โดย นายชัยพล หรือคิว เปิดเผยว่า เห็นคลิปแล้วค่อนข้างตกใจ ยืนยันว่าในคลิปคือตัวเอง แล้วผู้หญิงในคลิปคือภรรยาตนเอง ไม่พริตตี้ หรือพีอาร์ ถ่ายเอาไว้เล่นๆตั้งแต่ 7 ปีที่แล้ว ที่ถ่ายก็ตอนนั้นเมา แล้วโดนท้าทาย   ส่วนตี๋เอาซองยาอมแก้เจ็บคอออกมายืนยันว่าไม่ใช่ถุงยาง หลังมีคลิปหนึ่งที่ยืนอยู่กับพริตตี้แล้วมีคนตั้งข้อสังเกตุว่าเป็นถุงยางหรือไม่    ขณะที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ได้เปิดเผยถึงกรณี เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบ้านจัดงานปาร์ตี้บางบัวทอง ในคดีลัลลาเบล แล้วพบสารเรืองแสงที่บริเวณโซฟา และ จุดอื่นๆ หลายจุด ภายในบ้านว่า การตรวจสอบเป็นการร้องขอจากพนักงานสอบสวนสภ.บางบัวทอง ให้นำเครื่องมือเข้าตรวจสอบ เก็บหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งสารเรืองแสงที่พบได้ส่งให้ตำรวจในการดำเนินการต่อแล้ว ซึ่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบผลแต่อย่างใด   ส่วนคดีของนางสาวธิติมา นรพันธพิพัฒน์ หรือลันลาเบล จะเข้าหลักเกณฑ์การรับเงินเยียวยาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย หรือไม่นั้นจะต้องขอดูในรายละเอียดก่อน แต่เลื้องต้นทางกระทรวงยุติธรรมก็จะเข้าไปช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ที่ทางญาติผู้เสียหายต้องการก่อน ซึ่งยืนยันว่าจะพยายามทำให้เต็มที่ และดูสิทธิที่ควรได้รับอย่างครบถ้วนไม่ให้เสียสิทธิ   ขณะเดียวกัน พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ระบุว่า สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้รับการติดต่อจากครอบครัวของลันลาเบลแล้วก่อนหน้านี้ โดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้รับศพของผู้เสียชีวิตไว้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลชันสูตรอย่างละเอียดจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลจุฬาฯ ก่อนพูดคุยรายละเอียดกับญาติของผู้เสีียชีวิตในประเด็นที่ยังมีข้อสงสัย แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะมีการผ่าพิสูจน์ศพเพิ่มเติมหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/6__-qSVxZnM

 1,967
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
03 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 3 ต.ค.62 จ่อลุยชิมช้อปใช้เฟส2-นักมวยตายขณะเป็นผีน้อยเกาหลี-โดนหลอกแต่งงานแบกหนี้3.5ล้าน

-ฝนช่วยสลายฝุ่น PM2.5 คนกรุงหายใจคล่อง ค่าฝุ่นลดลงไม่เกินค่ามาตรฐานทุกจุด อุตุฯเตือน 4-8 ต.ค.นี้ ความกดอากาศสูงระลอกใหม่จากจีน ทำให้ฝนตกต่อเนื่อง จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา สภาอุตฯชี้ปัญหาฝุ่นไม่ได้เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่มาจากควันไอเสียรถยนต์ที่มีถึง 10 ล้านคัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ทั่วไทยมีฝนฟ้าคะนอง ช่วง 4-8 ต.ค. จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา / ข้อดีฝนตก กทม.อากาศดีขึ้น ช่วยชะล้างฝุ่น pm2.5 ลดลงทุกพื้นที่    -ครอบครัวลัลลาเบลพอใจฟังคำชี้แจงจากทีมแพทย์นิติเวชเป็นครั้งแรก ผลยันแอลกอฮอล์ในเลือดสูง 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่จะเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตหรือไม่ อาจมีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้อง   อัจฉริยะหอบหนังสือถึง ผบ.ตร. ขอตั้งพนักงานสอบสวนร่วม เพราะคดีเกี่ยวพันกัน 2 พื้นที่ เตรียมขึ้นศาลในฐานะพยานซักน้ำอุ่น แฉมีผู้เกี่ยวข้องอีก 4 คน โมเดลลิ่งส่งพริตตี้ให้บ้านปาร์ตี้ปีละ 200-300 คน ด้านผู้บัญชาการ ตำรวจภาค 1 ชี้หลักฐานจากอัจฉริยะมีประโยชน์ต่อคดี ส่ง ปอท.ตรวจสอบคลิปว่าถูกตัดต่อหรือเกิดในงานปาร์ตี้จริงหรือไม่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ญาติ 'ลันลาเบล’ พอใจหลังฟังคำชี้แจงแพทย์นิติเวช ตร.ชี้หลักฐานจาก 'อัจฉริยะ' มีประโยชน์ต่อคดี    -ธนาธรจี้ถามประชาธิปัตย์ ที่เคยชูนโยบายหาเสียงแก้รธน.ผลักดันเป็น 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล จะแสดงท่าทีอย่างไร หลังนายกฯไม่ตอบรับแก้ไข รธน.ซัดนายกฯไม่ทำตามกม. อยู่เหนือรธน.ย้อนถามตอนทำรัฐประหารเมื่อปี 57 ปชช.เห็นด้วยไหม? ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธนาธร' ซัดคำพูด 'บิ๊กตู่' ไม่แก้ รธน.ย้อนแย้งตัวเอง 'สุดารัตน์' จี้เป็นนโยบายเร่งด่วนรัฐบาล   -สุดารัตน์ระบุการแก้ไข รธน.อยู่ในนโยบายเร่งด่วนข้อ 12 ของรัฐบาล ต้องถามนายกฯว่าถ้าไม่แก้ไขแล้วไปเขียนนโยบายเร่งด่วนทำไม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธนาธร' ซัดคำพูด 'บิ๊กตู่' ไม่แก้ รธน.ย้อนแย้งตัวเอง 'สุดารัตน์' จี้เป็นนโยบายเร่งด่วนรัฐบาล   -นายกฯย้ำเรื่องการทำกม.อีกครั้ง หลังปฏิเสธถือธงนำแก้ รธน. ทุกอย่างต้องแก้ด้วยสติปัญญา ไม่ใช่แก้อย่างรวดเร็วแล้วจะเกิดปัญหาใหม่ ขอเวลาให้ทุกคนช่วยกัน ตนรับผิดชอบอยู่แล้ว พูดแต่คำหวานอย่างเดียวไม่ใช่ เพราะนั่นคือยาพิษ การช่วยคนที่ไม่ถูกต้องคือการให้ยาพิษ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯขอคนไทยเคารพกม. ไม่ใช่จ้องแต่จะแก้ ลั่นไม่ชอบพูดคำหวาน เปรียบเป็นการให้ยาพิษ   -ศึกชิงผู้ว่าฯ กทม.เริ่มแล้ว ชัชชาติเปิดตัวในนามผู้สมัครอิสระ เพราะทำงานได้กับทุกภาคส่วนมากกว่าแบบสังกัดพรรค ช่วยหาคนทำงานง่าย คนกรุงเบื่อการเมือง แต่ขอทำโพลสำรวจความเห็นคนกรุงก่อน หากมั่นใจว่ามีโอกาสชนะจะลงสมัคร ถ้าไม่ได้รับการตอบรับจะพิจารณาอีกครั้ง   -คณะกรรมการร่วม 3 สถาบันระบุมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลแรงน้อย กระตุ้นได้แค่ 0.1-0.2% ประกาศการปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจของปีนี้ลงเหลือ 2.7-3% จากเดิม 2.9-3.3% คาดส่งออก 0% ถึงติดลบ 2% วอนรัฐช่วยผู้ประกอบการโดนพิษน้ำท่วม กระทบเศรษฐกิจกว่า 2.5 หมื่นล้าน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กกร.ปรับลด gdp เหลือ 2.7% ชี้ 'ชิมช้อปใช้' ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่เยอะ    -รัฐบาลเตรียมแจกเงินชิมช้อปใช้เฟส 2 กระตุ้นเศรษฐกิจ อุตตมขอประเมินผลเฟสแรกก่อน คาดใน ต.ค.จะได้ข้อสรุป ถ้าเป็นประโยชน์จะทำต่อ ตัวเลข 3 วันแรกใคนใช้สิทธิ์แล้ว 3 แสนราย ยอดใช้จ่าย 294 ล้าน ขณะที่ยอดลงทะเบียนครบ 10 วันมีคนลงเต็มโควต้า 1 ล้านรายทุกวัน แต่ละวันมีคนลงไม่ผ่าน 2 แสนราย สามารถลงทะเบียนให้ครบ 10 ล้านคนได้ภายใน 15 พ.ย. เช้านี้คนแห่ลงครบ 1  ล้านคนตั้งแต่ 03.15 น. ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เก็บตก 'ชิมช้อปใช้' ยังไม่เต็ม 10 ล้านคน กทม.ใช้สิทธิ์มากสุด คลังปัดเอื้อนายทุนใหญ่    -ธรรมนัส ชงเปิดทางให้เกษตรกรสูงอายุกว่า 1.5 ล้านคนคืนที่ดิน สปก.ได้ เสนอใช้ที่ดินบางส่วนเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น วังน้ำเขียว ดอยแม่สะลอง จัดสรรที่ใหม่ให้เกษตรกรยากจน ให้เช่า 30-40 ปี จ่ายค่าชดเชยมากสุดไร่ละ 65 หมื่นบาท ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธรรมนัส' เสนอแผนเกษตรกรสูงอายุ คืนที่ดิน ส.ป.ก.จัดสรรใหม่-ดันเป็นแหล่งท่องเที่ยว   -เจ้าสาวช้ำรักวอนเจ้าบ่าวใช้หนี้งานแต่ง 3.5 ล้าน หลังโดนเสี่ยกำมะลอหมื่นล้านหลอกให้รักและแต่งงาน จดทะเบียนสมรส จัดงานที่โรงแรมหรู จ้างออแกไนซ์ 3.5 ล้าน สุดท้ายหย่ากัน ฝ่ายชายเบี้ยวไม่จ่ายเงิน ทำให้ฝ่ายหญิงแบกหนี้ เผยรู้จักกันแค่ 1 วัน ถูกขอแต่งงาน คิดว่าเป็นรักแรกพบ แม่ฝ่ายหญิงบอกเคยเห็นหน้าเสี่ยกำมะลอแค่ครั้งเดียว เชื่อมีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่แรก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สาวช้ำ ถูกชายอ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้าน คนสนิททักษิณ หลอกแต่งงานทิ้งหนี้ 3.5 ล้าน โดนแฉที่แท้แค่ขายเห็ด    -สาว 16 อนาคตพังถูกหนุ่มตามจีบ แอบงัดบ้านกลางดึก ข่มขืนจนตั้งท้อง ต้องลาออกจาก ร.ร.กลางคัน เครียดจัดจนเส้นเลือดในสมองแตก กลายเป็นคนพิการติดเตียง แม่ฝ่ายชายควักเงินจ่าย 5 พันสัญญาจะดูแล สุดท้ายก็ทิ้งหาหญิงใหม่ ไม่รับผิดชอบอะไรเลย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สาว 16 ถูกหนุ่มตามจีบ งัดบ้านไปข่มขืนจนท้อง เครียดเส้นเลือดสมองแตกนอนติดเตียง ผู้ชายทิ้งไปมีคนใหม่    -อดีตนักมวยดังวัย 29 ปี ทิ้งสังเวียนผ้าใบไปเป็นผีน้อยที่เกาหลี พลัดตกกำแพงตายระหว่างหนีตำรวจ ญาติมารอรับศพเศร้า แม่บอกลูกไปทำงานเกาหลี 11 เดือน ทำงานเป็นคนสวนก่อนย้ายไปทำโรงงาน ส่งเงินให้ที่บ้านตามสมควร ไม่คิดว่าลูกจะตายจากอุบัติเหตุแบบนี้   -รวบตัวผัวโหดแทงเมียตายคาบ้านพัก เจ้าตัวส่ายหน้าไม่ขอโทษ ยันเป็นการบันดาลโทสะ ไม่ได้วางแผนไว้ก่อน ลูกกับเมียเก่าบอกพ่อมีปัญหาการเงิน แต่ถูกคนตายกดดันหลายอย่าง และระแวงว่าฝ่ายหญิงจะมีคนอื่น จึงก่อเหตุขึ้น   -กองปราบบุกรวบตัวพ่อแก๊งควาย ตุ๋นเหยื่อเล่นพนันกำถั่วนาน 20 ปี รับบทเสี่ยใหญ่ ถ่ายทอดกลโกงจนมีลูกศิษย์นับร้อย มีสมาชิกทั่วประเทศเป็นขบวนการ มีหน้าม้าตีสนิทเหยื่อชวนลงทุน เล่นพนันกำถั่ว หลอกให้เหยื่อชนะแล้วตายใจอยากเล่นต่อ จากนั้นจะเริ่มโกง พอเหยื่อเสียพนันก็อยากได้เงินคืน สุดท้ายกลายเป็นติดหนี้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับบิดาแห่งแก๊งควาย ตุ๋นเหยื่อเล่นกำถั่ว มีหน้าม้าทำเป็นขบวนการ ลูกศิษย์เรียนกลโกงนับร้อย    -ประทัดระเบิดใส่เด็ก 4 รายซ้อนใน 2 จังหวัด ที่ชัยภูมิประทัดระเบิดใส่ตาเด็ก 12 หมอต้องควักลูกตาทิ้ง ล่าสุดมีเด็ก 7 ขวบประทัดระเบิดใส่ตาอีกราย เขม่าดินปืนเต็มหน้า หมอดูแลใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีเด็กมหาสารคามนิ้วขาดอีก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เตือนแล้วนะ! ประทัดระเบิดใส่เด็กหลายราย เจ็บเลือดโชก-นิ้วขาด-ควักลูกตา    -ฝนตกหนักที่ชลบุรีทำให้ถนนลื่น รถกู้ภัยขับไปช่วยผู้ประสบเหตุ เสียหลักพุ่งชนขอบสะพาน รถพังเสียหาย หัวรถพาดสะพานหวิดตกลงมาด้านล่าง เคราะห์ดี จนท.เจ็บเล็กน้อย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กู้ภัยรีบไปช่วยอุบัติเหตุรถชน แต่เสียหลักฝนตกถนนลื่น รถชนราวสะพาน หวิดดับซ้ำ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/46Yu-UdqZWc

 12,027
สังคม-อาชญากรรม
02 ต.ค. 62

แจ้งข้อหาซ่องโจร 'น้ำอุ่น' เพิ่ม 'ตี๋' สวน 'อัจฉริยะ' ยันคราบอสุจิบนผ้าห่มแค่ช่วยตัวเอง

ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จับกุม เดียร์ โมเดลลิ่งจัดหาพริตตี้ หลังพบมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องการเสียชีวิตปริศนาภายในงานเลี้ยงปาร์ตี้ย่านบางบัวทองของลัลลาเบล และเป็นผู้ติดต่อประสานงานให้พริตตี้เดียร์ ไปรับงานเอนเตอร์เทนที่บ้านปาร์ตี้บางบัวทอง    ขณะที่ศาลอาญานนทบุรี ได้ออกหมายจับเพิ่มเติมแก่น้ำอุ่น รัชเดช ในข้อหาซ่องโจร หลังจากที่น้ำอุ่น มีพฤติการณ์สมรู้ร่วมคิดกับแก๊งบ้านปาร์ตี้บางบัวทอง และจะมีการส่งเอกสารเพื่ออายัดตัวต่อไป   ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้นำหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอในวันที่มีการจัดงานปาร์ตี้ซึ่งเป็นในส่วนของคดีลัลลาเบล ที่จะสามารถบอกได้ว่าเพราะเหตุใด เพราะเหตุใดจึงต้องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากจนเสียชีวิต   นอกจากนี้ ยังนำหลักฐานกลุ่มไลน์ประมาณ 4-5 กลุ่ม โดยทุกกลุ่มมีคนที่จัดงานปาร์ตี้อยู่ร่วมด้วย ลักษณะในไลน์ข้อมูลในกลุ่นนั้นเป็นกลุ่มลับ และมีภาพของพริตตี้ที่มารับงาน ในลักษณะแนะนำตัว และภาพอนาจารที่มีการส่งในกลุ่ม มามอบให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบ   ขณะที่นายตี๋ เจ้าของบ้านปาร์ตี้บางบัวทอง เข้าแจ้งความพริตตี้เดียร์ในข้อหาลักทรัพย์ผ้าห่ม พร้อมปล่อยคลิปสั้นๆ เป็นภาพพริตตี้เดียร์ขึ้นคร่อมตี๋ เพื่อยืนยันว่าไม่มีการล่วงละเมิด และให้ภาพเล่าเรื่อง ส่วนผ้าห่มที่เป็นของตน ตนเก็บไว้ในห้องนั้น เพราะตั้งใจจะเอาไปซัก ยืนยันไม่มีการล่วงละเมิด หากว่าผ้าห่มจะมีคราบอสุจิของตนก็ไม่แปลก เพราะตนมักใช้เช็ดตัวหลังจากเสร็จกิจ หรือช่วยเหลือตัวเองเสร็จ ซึ่งต่อมาน้องเดียร์ไปแจ้งความพวกตน 6 คน แต่ประกันตัวออกมา และขณะนี้ใส่อีเอ็มที่ขาอยู่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YFEpBIEJMbY

 1,726
สังคม
02 ต.ค. 62

แจ้งข้อหาซ่องโจร 'น้ำอุ่น' เพิ่ม 'ตี๋' สวน 'อัจฉริยะ' ยันคราบอสุจิบนผ้าห่มแค่ช่วยตัวเอง

ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จับกุม เดียร์ โมเดลลิ่งจัดหาพริตตี้ หลังพบมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องการเสียชีวิตปริศนาภายในงานเลี้ยงปาร์ตี้ย่านบางบัวทองของลัลลาเบล และเป็นผู้ติดต่อประสานงานให้พริตตี้เดียร์ ไปรับงานเอนเตอร์เทนที่บ้านปาร์ตี้บางบัวทอง    ขณะที่ศาลอาญานนทบุรี ได้ออกหมายจับเพิ่มเติมแก่น้ำอุ่น รัชเดช ในข้อหาซ่องโจร หลังจากที่น้ำอุ่น มีพฤติการณ์สมรู้ร่วมคิดกับแก๊งบ้านปาร์ตี้บางบัวทอง และจะมีการส่งเอกสารเพื่ออายัดตัวต่อไป   ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้นำหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอในวันที่มีการจัดงานปาร์ตี้ซึ่งเป็นในส่วนของคดีลัลลาเบล ที่จะสามารถบอกได้ว่าเพราะเหตุใด เพราะเหตุใดจึงต้องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากจนเสียชีวิต   นอกจากนี้ ยังนำหลักฐานกลุ่มไลน์ประมาณ 4-5 กลุ่ม โดยทุกกลุ่มมีคนที่จัดงานปาร์ตี้อยู่ร่วมด้วย ลักษณะในไลน์ข้อมูลในกลุ่นนั้นเป็นกลุ่มลับ และมีภาพของพริตตี้ที่มารับงาน ในลักษณะแนะนำตัว และภาพอนาจารที่มีการส่งในกลุ่ม มามอบให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบ   ขณะที่นายตี๋ เจ้าของบ้านปาร์ตี้บางบัวทอง เข้าแจ้งความพริตตี้เดียร์ในข้อหาลักทรัพย์ผ้าห่ม พร้อมปล่อยคลิปสั้นๆ เป็นภาพพริตตี้เดียร์ขึ้นคร่อมตี๋ เพื่อยืนยันว่าไม่มีการล่วงละเมิด และให้ภาพเล่าเรื่อง ส่วนผ้าห่มที่เป็นของตน ตนเก็บไว้ในห้องนั้น เพราะตั้งใจจะเอาไปซัก ยืนยันไม่มีการล่วงละเมิด หากว่าผ้าห่มจะมีคราบอสุจิของตนก็ไม่แปลก เพราะตนมักใช้เช็ดตัวหลังจากเสร็จกิจ หรือช่วยเหลือตัวเองเสร็จ ซึ่งต่อมาน้องเดียร์ไปแจ้งความพวกตน 6 คน แต่ประกันตัวออกมา และขณะนี้ใส่อีเอ็มที่ขาอยู่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YFEpBIEJMbY

 1,726
สังคม-อาชญากรรม
29 ส.ค. 62

ลุยเอง!! 'มงคลกิตต์' รุดช่วยสางปมทุจริตอาหารกลางวัน-ให้กำลังใจ 'ครูอ้อม'

ชัยนาท-กรณีที่ น.ส.อ้อมอารีย์ อายุ 32 ปี หรือครูอ้อม ครูนักเรียนชั้นอนุบาล 1 และอนุบาล 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ถูกคนนำเลือดมาปาหน้าห้องเรียนที่สอน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา ก่อนเข้าแจ้งความ คาดสาเหตุมาจากเรื่องอาหารกลางวันของเด็กที่เคยร้องเรียนไปว่าไม่ได้คุณภาพนั้น   (29 ส.ต. 62) ล่าสุด นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ลงพื้นที่พร้อม เผยว่า นักเรียนมี 100 กว่าคน หัวละ 20 บาท รวม 2,000 กว่าบาท หากปีงบประมาณปี 2563 ถ้าเป็นไปได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดูลักษณะใหม่ของโรงเรียน แล้วค่อยมากำหนดค่ารายหัว โรงเรียนขนาดใหญ่ไม่มีปัญหา โรงเรียนขนาดเล็กจะประสบปัญหานี้ ต้องปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณใหม่ให้เหมาะสม รวมถึงสภาพพื้นที่ ที่แตกต่างกัน เช่นโรงเรียนที่ไกล จะเสีนค่าเดินทางหมด บางโรงเรียนต้องเสียเงินส่วนตัวให้นักเรียนได้กินดี การจัดการอาหารกางวันเด็กๆนั้น จะมีเรื่องค่าเดินทางเข้าไปพ่วงด้วย ข้าราชการไม่ได้อยากทุจริต แต่บางครั้งจำเป็นต้องทุจริต เพราะความจำเป็น    ส่วนการตั้งกรรมสอบข้อเท็จจริงเรื่องครูอ้อม ตนว่าไม่น่าใช่เรื่องทุจริต น่าจะเป็นเรื่องปัญหาของการจัดการ ระเบียบ ไม่เอื้ออำนวยมากกว่า   ขอบคุณภาพ ข่าวสด     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เกมพลิก! ยกเลิกคำสั่งย้าย 'ครูอ้อม' แต่ ผอ.โดนเด้งแทน แม่ครัวโอดโดนเลิกจ้าง ยันโพสต์รูปถุงเลือดแค่ขำๆ      

 5,432
สังคม-อาชญากรรม
07 ม.ค. 62

‘ทนายตั้ม’ พาผู้เสียหายร้องกองปราบฯ เอาผิด อัจฉริยะ-รอง ผกก. ข้อหาปลอมแปลงเอกสาร-ร่วมกันทำพยานหลักฐานเท็จ

วันที่ 7 ม.ค. 62 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ นำนายเศรษฐ เดชสุภา ที่ถูกนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้ รองผู้กำกับสืบสวน สภ.บางประอิน คนหนึ่ง ค้นข้อมูลทะเบียนราษของภรรยานายเศรษฐ เพื่อนำไปเผยแพร่ในสื่อโซเชียล จนได้รับความเสียหาย    เข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปรามเพื่อให้ดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ และตำรวจคนดังกล่าว ในข้อหา ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารราชการ และร่วมกันทำพยานหลักฐานเท็จ    โดยนายษิทรา ระบุว่า หลังจากภรรยานายเศรษฐ เข้าแจ้งความที่ สภ.บางปะอิน กับนายอัจฉริยะ เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ที่ผ่านมา ว่าถูก พ.ต.ท.นายหนึ่ง เข้าไปคัดทะเบียนราษฎร์ของภรรยาเมื่อวันที่ 28 พ.ย. และนำไปให้นายอัจฉริยะ เผยแพร่    หลังมีข่าวแจ้งความเผยแพร่ออกไป ตรวจสอบพบว่าคู่กรณีมีความพยายามจะแก้ไขและเขียนแทรกบันทึกประจำวันย้อนหลัง ให้เหมือนนายอัจฉริยะ แจ้งความให้ตำรวจตรวจสอบเพจ red skull ทำให้มีการค้นหาทะเบียนราษฎร์ เมื่อวันที่ 28 พ.ย. โดยมีพันตำรวจโทคนดังกล่าว เป็นผู้ลงบันทึกประจำวัน ทั้งที่ตามระเบียบ ตร. ต้องเป็นร้อยเวร และรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐานจะต้องเขียน 1 เรื่องต่อ 1 หน้าโดยห้ามมีการเขัยนแทรก ซึ่งเป็นการพยายามสร้างพยานหลักฐานเท็จ และปลอมแปลงเอกสารราชการ    ด้านนายเศรษฐ ระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างตนเองและนายอัจฉริยะ เริ่มจากนายอัจฉริยะ มีปัญหากับแอดมินเพจ red skull และเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นแอดมินเพจ จึงนำข้อมูลของภรรยามาเผยแพร่ ให้ลูกเพจวิพากวิจารณ์ในลักษณะดูหมิ่น และถูกข่มขู่จะทำร้าย ทำให้ตัวเองและครอบครัวได้รับความเดือดร้อน ทั้งที่ตัวเองเป็นเพียงลูกเพจเท่านั้น และการกระทำของนายอัจฉริยะไม่มีสิทธิ์ที่จะนำรูปและข้อมูลส่วนตัวของภรรยาไปให้ผู้อื่นวิพากษ์วิจารณ์ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ    เบื้องต้นพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 2 กองปราบปราม ได้รับเรื่องไว้ และจะสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป   ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตุว่าการออกมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ เป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างนายอัจฉริยะ และนายษิทรานั้น นายษิทรา ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องข้องเพราะเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายต้องได้รับโทษ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'ทนายตั้ม' เตรียมพาเหยื่อร้องกองปราบฯ หลัง 'อัจฉริยะ-ตร.' คัดทะเบียนราษฎร์โยงเพจดัง    

 22,715
สังคม-อาชญากรรม
05 ม.ค. 62

'บิ๊กโจ๊ก' ชี้ ผู้เสียหายถูก 'อัจฉริยะ' แฉข้อมูลลับ ต้องมาร้องทุกข์ที่ สตช. พร้อมดำเนินการ ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ทันที

ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เตรียมดำเนินการ ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ทันที หากผู้เสียหายที่ถูกประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมนำข้อมูลส่วนตัวไปเปิดเผย เข้าแจ้งความกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   จากกรณีเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ สภ.บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่าถูกนายอัจริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้นายตำรวจระดับรองผู้กำกับนายหนึ่ง ช่วยสืบค้นข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของผู้เสียหาย และนำไปเผยแพร่ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เหตุเพราะนายอัจริยะเข้าใจผิดว่าสามีของผู้เสียหายเป็นแอดมินเพจRed Skull ที่กำลังมีความขัดแย้งกันอยู่นั้น   ล่าสุดวันนี้ (5 ม.ค. 62)พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบชื่อตำรวจนายดังกล่าวแล้ว แต่เรื่องยังอยู่ในอำนาจของ สภ.บางปะอิน ดำเนินการอยู่ หากผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ที่ศูนย์ปราบปรามเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตนเองก็จะตรวจสอบ หากเข้าข่ายละเมิดสิทธิและทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายก็จะดำเนินการ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

 12,274
สังคม-อาชญากรรม
22 ธ.ค. 61

'อัจฉริยะ' เตรียมร้องภาค 1 ตั้งกรรมการทำคดีเบนซ์ แฟนสาว 'บอล บางแก้ว' ยืนยันญาติยังไม่ประกอบพิธีทางศาสนา

สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ผ่าชันสูตรร่างของน้องเบนซ์ แฟนสาว บอล อดีตนักร้องหนุ่มวงบางแก้ว ครอบครัวระบุ ยังไม่รับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา จนกว่าผลการตรวจพิสูจน์จะออกมาอย่างละเอียด    (22 ธ.ค.61)  ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ แพทย์อยู่ระหว่างการผ่าชันสูตรศพของ นางสาวสุภาณี สินอนันต์ตระกูล หรือเบนซ์ แฟนสาวนายพงษ์เพชร สินสุวรรณ์ หรือ บอล บางแก้ว อดีตนักร้องชื่อดัง ที่เสียชีวิตในบ้านขณะเกิดเพลิงไหม้ หลังจากเมื่อวานนี้ นายบัญญัติ สินอนันต์ตระกูล พ่อของผู้เสียชีวิต และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้นำร่างมาให้สถาบันนิติเวช ทำการผ่าพิสูจน์ศพอย่างละเอียด โดยขณะนี้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ยังคงรอผลการชันสูตรอย่างละเอียด และยังไม่มีกำหนดการว่าจะเดินทางมารับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาเมื่อใด เพราะจะรอให้ผลพิสูจน์ชัดเจนก่อน โดยญาติผู้เสียชีวิต สามารถฝากศพที่นิติเวชได้ทั้งหมด4วัน หลังจากนั้นจะต้องเสียค่าฝากวันละ300บาท    ด้านนายอัจฉริยะ ให้ข้อมูลว่า สาเหตุที่นำร่างของนางสาวสุภาณีมาให้แพทย์ ของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจทำการผ่าพิสูจน์ เนื่องจาก ขณะที่ร่างของนางสาวสุภาณีอยู่ที่นิติเวชโรงพยาบาลภูมิพล มีเพียงการชันสูตรในเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เป็นขั้นตอนที่ละเอียด ครอบครัวจึงประสงค์ที่จะนำร่างของนางสาวสุภาณี มาที่นี่ ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม ตนเองและครอบครัวของนางสาวสุภาณี จะเดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคดีนี้ โดยจะขอให้มีการส่งเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง และผู้เชี่ยวชาญด้านการไฟฟ้า เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดด้วย เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้    ทั้งนี้ คดีดังกล่าวตนมองว่า มีประเด็นสงสัยในหลายประเด็น ทั้งเรื่องจุดที่ไฟเริ่มไหม้ การคาดการณ์ที่ครอบครัวของบอลคาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดลงจร แต่ทำไมเบรกเกอร์ไฟกลับไม่ตัด เพราะโดยปกติ แม้จะมีการแยกเบรกเกอร์ไฟภายในบ้าน แต่หากมีไว้ฟ้าลัดวงจรจริง เบรกเกอร์ใหญ่ที่ทำหน้าที่ควบคุมระบบไฟ ก็จะตัดไฟทั้งหมด รวมถึงประเด็นว่า ผู้เสียชีวิตตัวไม่เปียก และการหลบอยู่ในห้องอาบน้ำแต่กลับไม่เปิดน้ำไว้ และระยะทางจากห้องน้ำออกไปที่บันไดไม่ไกลและไม่ได้ซับซ้อน แต่ทำไมผู้เสียชีวิต ถึงไม่วิ่งออกมา   

 2,233
สังคม-อาชญากรรม
21 ธ.ค. 61

'อัจฉริยะ' ยันมีหลักฐานสำคัญชี้เหตุการตาย 'น้องเบนซ์' แฟนสาว 'บอล บางแก้ว' เชื่อถูกฆาตกรรม

(21 ธ.ค. 61) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เตรียมนำร่าง นางสาวสุภาณี หรือ เบนซ์ สินอนันต์ตระกูล อายุ 27 ปี แฟนสาวของ นายพงษ์เพชร สินสุวรรณ หรือ บอล อดีตนักร้องดัง วงบางแก้ว เสียชีวิตภายในห้องน้ำบ้านของแฟนหนุ่ม ที่หมู่บ้านธัญญธานี จังหวัดปทุมธานี หลังเกิดไฟไหม้เมื่อกลางดึกวันที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา เข้าตรวจสอบซ้ำอีกครั้งที่ สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ภายหลังจากที่นายบัญญัติ สินอนันต์ตระกูล อายุ 61 ปี พ่อของ น้องเบนซ์ ได้เข้าพบ พนักงานสอบสวน สภ.คูคต เพื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ว่าสงสัยสาเหตุการเสียชีวิตของลูกสาว และคิดว่าลูกสาว น่าจะถูกฆาตกรรม    ซึ่งนายอัจฉริยะ ระบุว่า เนื่องจากคดีนี้ทางพ่อผู้ตายมีความสงสัย ติดใจสาเหตุการตาย และทางทีมงานของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ก็ได้ตรวจสอบและพบหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่าน้องเบนซ์ ถูกฆาตกรรม ในวันนี้จึงอยู่ระหว่างการประสานจัดหารถเคลื่อนย้ายร่างน้องเบนซ์จากสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลภูมิพลฯ ที่ทางพ่อน้องเบนซ์ได้ทำเรื่องฝากร่างไว้ เพื่อเดินทางมายังนิติเวชตำรวจ โดยในขั้นตอนนี้จะต้องมีการประสานให้พนักงานสอบสวน สภ.คูคต ทำหนังสือส่งร่างตรวจซ้ำอีกครั้ง ในวันนี้ตนเองพร้อมพ่อผู้ตายจึงจะเดินทางไปที่ สภ.คูคต เพื่อดำเนินการในขั้นตอนนี้ นายอัจฉริยะ ยังระบุอีกว่า ในส่วนของหลักฐานที่พูดถึงคือภาพถ่ายและเอกสารสำคัญบางรายการที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ ที่จะระบุให้เห็นถึงความผิดปกติในคดีนี้หมายเหตุ 

 12,321
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ย. 61

'อัจฉริยะ' บุกคลินิกจำลงเหตุหมอข่มขืน หมอยอมรับมีใจชอบคนไข้ - บุ๋ม พาเหยื่อร้องผบ.ตร. ขอโอนคดีให้กองปราบ

กรณีหมอสูตินรี คลินิกแห่งหนึ่งในพื้นที่  จ.นครสวรรค์ ถูกกล่าวหาข่มขืน ลวนลาม ทำอนาจาร คนไข้ 40-50 ราย ขณะเข้ารับการตรวจรักษา ซึ่งหมอปฏิเสธไม่ได้ทำ   คืบหน้าเมื่อวานนี้(20 พ.ย.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญกรรม และแพทย์หญิงของขวัญ  ฟูจิตนิรันดร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรม เดินทางไป สภ.เมืองนครสวรรค์ โดยได้ประสานหมอสูติคนดังกล่าวมาร่วมพูดคุยและให้ข้อมูลกับตำรวจ เพื่อให้การสืบสวนข้อเท็จจริงมีความกระจ่างว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่คุณหมอก็ไม่ได้เดินทางมาโรงพักตามนัดหมาย   จากนั้นได้ไปตรวจสอบคลินิกจำลองเหตุการณ์จริง เพื่อชี้ชัดว่าหมอทำอนาจารคนไข้ตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ เนื่องจากมีพิรุธหลายประการ และพบว่ามีการจ่ายเงินถึง 3 แสนบาทให้คนไข้ ซึ่งคุณหมอได้พาเข้าไปดูในห้องตรวจ ปิดประตูพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวก่อนให้ผู้สื่อข่าวหญิงน้ำหนักตัวและหุ่นใกล้เคียงกับคนไข้ที่กล่าวหา ว่าถูกหมอล่วงละเมิดนอนบนขาหยั่ง อธิบายถึงขั้นตอนการตรวจภายใน   คุณหมอให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “ผมอยู่ในฐานะที่มีคนมาพูดอะไร เวลาแก้มันแก้ยาก ตนเองก็ไม่อยากมีเรื่องอะไร ไม่ใช่ว่าทำผิดก็ต้องปิด คนไข้เข้าใจผิดก็ต้องอธิบาย แต่คนไข้ไม่มาถามเรา ไม่คุยกับเราไปทำแบบนี้เราก็เสียหาย และมันเสียหายต่อวงการแพทย์มาก”   ส่วนเงิน 3 แสนบาท เขาบอกอยากนำไปสร้างบ้านให้แม่เราก็โอนให้ เขาคงไม่เข้าใจเรา เข้าใจผิดคลาดเคลื่อน ตนอยากจะชี้แจงว่าสาเหตุที่ต้องใช้นิ้วสอดใส่ไปในอวัยวะเพศนั้น เป็นขั้นตอนการรักษาเฉพาะของตน เนื่องจากตนไม่ใช่คนเก่งจึงต้องใช้วิธีดังกล่าวเพื่อรักษาคนไข้ให้หาย จึงไม่อยากให้คนไข้เข้าใจผิด โดยคนไข้คนดังกล่าวมาตรวจที่คลินิก 3 ครั้ง และทุกครั้งตนยืนยันว่ามีผู้ช่วยอยู่ด้วยตลอด   ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมมีคนไข้เสียหายออกมาจำนวนมาก คุณหมอบอกว่า เป็นความเข้าใจผิดกัน เวลาตรวจก็ต้องมีการใช้นิ้วล้วงหรือการคลำเต้านม ยืนยันว่าเป็นการรักษาทางการแพทย์ ตั้งแต่เป็นข่าวตนได้แต่ร้องไห้อยู่ในใจ ที่ยืนมาได้ถึงทุกวันนี้เพราะมีครอบครัวและเพื่อนฝูง คนไข้ที่โทรมาหา คอยให้กำลังใจ ทุกครั้งที่ตนไปทำงานที่โรงพยาบาลก็จะมีคนมาทักทายตามปกติ รู้สึกดีใจที่หลายคนยังให้กำลังใจ   “ผมมีความรักต่อคนไข้ทุกคน แต่ไม่ใช่ทางชู้สาว ความรักคือการเอาใส่ใจคนไข้ ปกติแล้วคนไข้ของผมไม่ได้อยู่ที่ จ.นครสวรรค์ ที่เดียว มีอยู่หลายที่ ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ส่วนลึกแล้วผมไม่อยากทำร้ายใคร”   นายอัจฉริยะ ตั้งข้อสงสัยไว้ 2 ประเด็น คือ 1.สมยอมและเรียกเงินภายหลังหรือไม่ 2.ก่อเหตุจริงหรือไม่ ยังให้คำตอบไม่ได้ใครผิดหรือถูก ตนมาเป็นกลางขอตรวจสอบให้หายข้อสงสัย จากการจำลองเหตุการณ์จริง มีความเป็นไปได้ที่จะสามารถล่วงละเมิดคนไข้ได้ หากยืนอยู่บริเวณขาหยั่งและก้มตัวหาคนไข้ จะสามารถกอด จูบ ได้ หรืออาจจะล่วงละเมิดทางเพศได้ แต่ต้องยืนเท่านั้น   ส่วนคนไข้หากอยู่ด้านในห้องตรวจและถูกล่วงละเมิดต้องสมยอม หากไม่สมยอมสามารถต่อสู้หรือตะโกนขอความช่วยเหลือได้  อีกทั้งในห้องไม่ได้มืดสลัว ยังมีแสงสว่างพอที่จะเห็นภายในห้องได้ ส่วนรอยฟกช้ำของคนไข้ที่บริเวณข้างขาขอตรวจสอบอีกครั้งเพราะภาพที่ได้มาต่างจากการจำลอง หากคนไข้นอนอ้าขา 45 องศา ก็มีความเป็นไปได้อาจไปโดนเตียงขาหยั่งทำให้รอยช้ำได้   นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า หมอยอมรับว่ารู้สึกชอบพอเป็นการส่วนตัวกับคนไข้ เนื่องจากคนไข้ได้เข้ามารักษากับตน 3 ครั้ง โดยมาตรวจภายใน 2 ครั้ง มีการพูดคุยผ่านแชทไลน์และรู้สึกถูกใจ โดยไม่รู้จักกันมาก่อน ส่วนเรื่องที่ให้เงิน 3 แสนบาท คนไข้เรียกร้องให้หมอรับผิดชอบ จึงโอนเงินให้คิดว่าเรื่องจะจบ  ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลาย ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่ามีการล่วงละเมิดหรือไม่   “คนไข้ทั้ง 2 คน ที่ออกมาพูดว่าเป็นฝี ไปรักษากับหมอ แล้วถูกลวนลามนั้นไม่เป็นความจริง ไม่ได้เลียบริเวณฝีแต่เป็นการเลียที่ใบหู  คนไข้ทั้ง 2 คน มีการรับเงินจากหมอและนำเรื่องที่ไม่เป็นความจริงมาพูด ส่วนกรณีที่หมอเรียกคนไข้ว่าที่รัก เป็นการเรียกคนไข้ตามปกติ ไม่ใช่เรื่องชู้สาวแต่อย่างใด ส่วนผู้เสียหายที่บอกมากถึง 50 คน ยืนยันว่าไม่ถึง”   ด้าน แพทย์หญิงของขวัญ  มาในนามของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า คนไข้มารักษาทีแรกมีอาการปวดท้องน้อย ไปรักษาที่โรงพยาบาลแต่ไม่หายจึงกลับมารักษาที่คลินิก หมอสงสัยว่าอาจจะมีการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานด้านลึก จึงใช้เครื่องอัลตราซาวด์สอดเข้าไปในช่องคลอด และมีการตรวจต่อเนื่อง    “ภาคปฏิบัติทั่วไปการใส่เครื่องอัลตราซาวด์ ไปในบริเวณช่องคลอด จะต้องใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ทำกันทั่วโลก เพื่อป้องกันความสะอาดไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ขึ้นอยู่กับหมอว่ามีการแจ้งคนไข้หรือไม่ว่าจะต้องมีการใส่ถุงยางอนามัย ซึ่งเครื่องอัลตราซาวด์ในคลินิกเป็นหัวที่มีขนาดใหญ่ จะต้องใส่ไปในบริเวณช่องคลอด การตรวจครั้งแรกต้องใช้เวลานานประมาณ 10- 20 นาที คนไข้อาจเข้าใจผิดว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ”   แพทย์หญิงของขวัญ กล่าวเพิ่มเติมว่า คนไข้ที่เป็นฝีมารักษากับหมอ อ้างว่าถูกหมอเลีย ทราบว่าคนไข้เป็นฝีบาน์โทลีน ซีสต์ หากมีการล่วงละเมิดหรือเลียตามขาจะเกิดความเจ็บปวดมาก เนื้อเยื้อตรงนั้นมีเส้นประสาทมากค่อนข้างบอบบาง คงไม่มีใครกล้าเลียหนองที่ออกมาจากฝีที่แตกแล้ว   เหยื่อหมอสูติฯ ฉาวร้องผบ.ตร. จี้โอนคดีให้กองปราบ ขณะที่ผู้เสียหายที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ขณะเข้ารับการตรวจภายใน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้เร่งรัดดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิด   บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำดี ตัวแทนที่พาผู้เสียหายพบตำรวจ เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการเผยแพร่เรื่องนี้ออกไป และได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แต่คดียังไม่คืบหน้า อีกทั้งมีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย ทำให้สื่อมวลชนบางสำนักเข้าไปบันทึกภาพและเผยแพร่ชื่อนามสกุลของผู้เสียหาย   ทำให้ผู้เสียหายหลายคนเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย และสุขภาพจิตใจย่ำแย่ จึงอยากให้โอนคดีมาดำเนินคดีต่อที่กองปราบปราม เพราะผู้เสียหายมีจำนวนมาก คดีนี้ทางองค์กรฯ ได้ติดตามมากว่า 2 เดือน และมีผู้เสียหายมาแสดงตัวแล้วประมาณ 50 คน ทั้งในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ และในพื้นที่กรุงเทพฯ พบพฤติกรรมลักษณะนี้มานานตั้งแต่ปี 2555 แต่ไม่กล้าออกมาแจ้งความ    ยืนยันว่า มีพยานหลักฐานชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่าแพทย์เจ้าของคลินิกเป็นผู้กระทำ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยเนื่องจากต้องรวบรวมไว้ดำเนินคดีในชั้นศาล ส่วนผู้เสียหายหลายคนที่เคยถูกลวนลาม หรือล่วงละเมิดทางเพศแต่ไม่ออกมาแจ้งความ เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่กล้า และกลัวว่าจะได้รับความอับอาย ขณะเดียวกันการออกมาเปิดเผยเรื่องนี้   ทั้งนี้ ยังฝากถึงผู้หญิงทุกคนว่า ยังสนับสนุนให้ทุกคนตรวจสุขภาพ แต่ควรทราบถึงหลักการเข้ารับการตรวจหรือการเข้ารับบริการทางการแพทย์ จะต้องมีทั้งแพทย์และพยาบาลอย่างน้อย 1 คน แต่หากถูกล่วงละเมิดทางเพศ ขอให้รู้จักปกป้องสิทธิของตัวเอง ไม่ใช่แพทย์ทุกคนจะมีพฤติกรรมลักษณะนี้ จึงขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจการทำหน้าที่ของทุกฝ่าย   ขณะที่พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนแล้วก็จะให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำเบื้องต้น และให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณาสั่งการว่าควรจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างไร   อัยการวิเคราะห์ สอดใส่สิ่งเทียม ไม่มีเทคนิคแพทย์รองรับ เข้าข่าย ข่มขืน!   นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ได้อธิบายข้อกฎหมายในความผิดเกี่ยวกับกรณีการล่วงละเมิดทางเพศกรณีมีการกล่าวหาเรื่อง หมอข่มขืนคนไข้สาว ขณะเข้ารับการตรวจภายในที่คลินิกแห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ โดยหมอได้อ้างกับสาวผู้เสียหาย วัย 29 ปี เป็นคนไข้ ว่า ได้ใช้ของปลอมสอดใส่อวัยวะเพศเพื่อปลุกอารมณ์ทางเพศ อ้างว่าเวลาตรวจจะได้ไม่เจ็บ   หากข้อเท็จจริงปรากฎว่าการที่มีการเอาสิ่งเทียมสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศหญิงจริง ก็จะต้องดูปัญหาว่าหมอมีการสำเร็จความใคร่หรือไม่ ซึ่งมาตรา 276 ว่าผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เเละการกระทำชำเราหมายความว่าทำ เพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น   เเต่ตรงนี้ก็อาจจะตีความได้ยากว่าเเค่ไหนที่จะเรียกว่าสำเร็จความใคร่ เพราะถ้าเป็นการร่วมประเวณีปกติก็จะสามารถดูออก เช่นจะต้องมีการหลั่งน้ำอสุจิ เเต่ถ้าเป็นอุปกรณ์อื่นหรือสิ่งเทียมใส่เข้าไป ก็จะอธิบายไม่ได้มาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kvQqhmAruTY

 12,498
สังคม-อาชญากรรม
14 พ.ย. 61

ลุยเอาผิด! 'อัจฉริยะ' เดินหน้าร้องเขตบางขุนเทียน จี้ตรวจสอบแบบอาคาร รพ.พระราม 2

 ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือกับนายประเสริฐ ฉวีอินทร์ ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน เพื่อให้ตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างดัดแปลงอาคาร ตรวจสอบอาคาร และใบอนุญาตเปิดใช้อาคารของโรงพยาบาลพระราม 2    (14 พ.ย.61) นายอัจฉริยะ เผยว่าเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2557 โรงพยาบาลพระราม 2 ได้เกิดเหตุไหม้ และมีผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบในครั้งนั้นทราบว่าไม่มีการติดตั้งสปริงเกอร์ จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาคารดังกล่าวว่าภายหลังเกิดเหตุได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแล้วหรือไม่ นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่ามีการต่อเติมอาคารที่ผิดไปจากแบบที่วางไว้ ส่วนจะมีความผิดหรือไม่นั้นก็ต้องในทางสำนักงานเขตและกรมโยธาเข้าตรวจสอบ   นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า สำหรับโรงพยาบาลสหวิทยาการมะลิ นั้นเป็นโรงพยาบาลลูกในเครือของโรงพยาบาลพระราม 2 ซึ่งหากใครใช้ประกันสังคมก็จะให้ไปใช้บริการที่โรงพยาบาลสหวิทยาการมะลิ นอกจากนี้ยังพบว่าทั้ง 2 โรงพยาบาลมีการทุจริตในการใช้หมอปลอมและพยาบาลปลอม จากนั้นเมื่อมีการรักษาก็ไปเบิกเงินกับหลวงที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ตนก็จะทำการยื่นเรื่องตรวจสอบเช่นกัน    ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่า ภายหลังจากรับเรื่องร้องเรียนเสร็จสิ้นภายในวันนี้ก็จะให้ทางเจ้าหน้าที่ของทางสำนักงานเขตและกรมโยธาเข้าตรวจสอบในรายละเอียดเบื้องต้น โดยจะทำเป็นหนังสือยื่นไปทางโรงพยาบาลเพื่อขอตรวจสอบตามกฎหมาย ซึ่งทางโรงพยาบาลพระราม 2 จะต้องนำหนังหนังสือใบอนุญาตการก่อสร้างมาแสดง ว่าได้มีการก่อสร้างถูกต้องตามแบบหรือไม่ และการต่อเติมอาคารนั้นได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำผิดก็จะต้องมีคำสั่งห้ามใช้อาคารและทำการแก้ไขให้ถูกต้องตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้

 1,886
สังคม-อาชญากรรม
14 พ.ย. 61

สธ.สอบเหตุสาวถูกราดน้ำกรดดับ ชี้ รพ.พระราม 2 เข้าข่ายมีความผิด

ความคืบหน้าการตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีโรงพยาบาลพระราม 2 ไม่รับรักษาผู้ป่วยถูกสาดน้ำกรด จนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิต โดยมีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เป็นผู้ดำเนินการนำญาติผู้ตายเข้าฟ้องร้อง   ล่าสุด นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ไปสอบสวนข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปว่ามีการกระทำผิดบางเรื่องที่มีอัตราโทษค่อนข้างสูง ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นเรื่องอะไร เพราะต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง    คาดว่าน่าจะภายในสัปดาห์นี้ ก่อนสรุปผลส่งให้พนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้น คือโทษทั้งจำ และปรับ ส่วนใหญ่เป็นการลงโทษผู้ประกอบการฐานไม่กำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐาน   ส่วนเรื่องของมาตรฐานสถานพยาบาลนั้นเป็นอีกเรื่อง ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่อีก 1 ชุดลงไปสอบสวนอยู่ว่าสถานพยาบาลเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ โดยจะดูทั้งเรื่องของเครื่องมือ เรื่องการส่งต่อ ต่างๆ เหล่านี้ทำเป็นมาตรฐานหรือไม่ หากพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ทาง สบส.จะต้องมีการสั่งให้โรงพยาบาลแห่งนั้นทำการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด   ส่วนเรื่องปฐมพยาบาลเบื้องต้นนั้น หากดูจากกล้องวงจรปิดก็จะเห็นว่า มีการทำแผลจริง เพราะตอนผู้ป่วยออกจากห้องฉุกเฉินมีการพันผ้าพันแผลออกมาด้วย ส่วนเรื่องสัญญาณชีพ ความดันต่างๆ นั้น เนื่องจากไม่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ก็คงต้องดูผลการบันทึกของโรงพยาบาลร่วมด้วย แต่ที่แน่ชัดคือ การดูกล้องวงจรปิดนั้น เพื่อดูเรื่องของการส่งต่อว่า ตอนขามามีสภาพเป็นอย่างไร และก่อนออกไปมีสภาพอย่างไร  เช่น ผู้ป่วยเดินมาตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่ แล้วตอนกลับเป็นอย่างไรเดินกลับเองขึ้นแท็กซี่เองหรือไม่   ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไลฟ์ผ่านเพจโดยระบุ “ปิดบัญชีโรงพยาบาลพระราม 2” พร้อมเผยถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งได้เล่าถึงนาทีโชเฟอร์แท็กซี่ไปเจอนางช่อลัดดา ผู้ตาย และนำส่งโรงพยาบาลบางมด แต่เห็นอาการไม่ดีจึงอยากไปส่งที่โรงพยาบาลใกล้ที่สุด จึงเดินทางไปรพ.พระราม 2 แต่เมื่อไปถึงกลับไม่มีเจ้าหน้าที่ด้านหน้า พร้อมยืนยันว่าไม่มีหมอ   จากการตรวจสอบไม่มีประสานไปยังรพ.บางมด แถมขณะนั้นมีรถพยาบาลจอดอยู่ 2 คันก็ไม่ได้ไปส่ง โดยเจ้าหน้าที่เวรเปลยอมรับไม่มีหมออยู่ในที่เกิดเหตุ มีเพียงพยาบาลทำแผล ส่วนผลชันสูตรเบื้องต้นจากรพ.ศิริราช ระบุว่าระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ตรงกับรพ.บางมด ซึ่งจะดำเนินการแจ้งความคดีอาญากับผู้บริหาร ที่ปรึกษา และหมอ รพ.พระราม 2 เพราะไม่มีแพทย์ตลอดเวลาทำการของโรงพยาบาล ทำให้ผู้บาดเจ็บไม่ได้รับการช่วยเหลือรักษาและปฏิเสธการรักษาด้วย เข้าข่ายเป็นการกระทำประมาทจนทำให้มีผู้เสียชีวิต   ส่วนในวันนี้ (14 พ.ย.) เวลา 10.00 น. ตนจะไปยื่นหนังสือต่อผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน และเขตบางบอน เพื่อให้ตรวจสอบอาคารของรพ.พระราม 2 และอาคารในเครือ ว่าก่อสร้างอาคารตรงตามแบบหรือไม่   ขณะที่บรรยากาศงานศพของผู้ตายที่ จ.ขอนแก่น เป็นไปอย่างโศกเศร้า น้องเตเต้ อายุ 12 ปี ลูกสาวของผู้ตาย กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าจะย้ายกับมาอยู่กับยายที่ขอนแก่น จากนี้ไปคงต้องเป็นเสาหลักของครอบครัว ด้วยการนำความรู้ความสามารถที่เรียนมาจากครูอ้วน-มณีนุช เสมรสุต เดินตามความฝันและเลี้ยงดูครอบครัวโดยเฉพาะคุณยายต่อไปอย่างเต็มความสามารถในวันที่ไม่มีแม่อีกต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0fqdsOlQezs

 5,308
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 61

โชเฟอร์แท็กซี่ยันสาวถูกน้ำกรดสาด อาการหนัก ไม่ได้ตายคาแท็กซี่ หมอแจงคนไข้ขอย้ายเอง 'อัจฉริยะ' ยื่นฟ้อง รพ.พระราม 2

จากกรณีเกิดเหตุภรรยาอายุ 38 ปีถูกสามีใช้น้ำกรดสาดเนื่องจากหึงหวง จากนั้นลูกสาวอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกติดจากฝ่ายหญิง ได้นำตัวผู้เป็นแม่ส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่กลับถูกทางโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา และให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมดตามสิทธิ์ประกันสังคม ทั้งที่ขณะนั้นอาการทรุดลงแล้ว ก่อนที่จะเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาลอีกแห่งในเวลาต่อมา   ก่อนที่ครอบครัวจะไปร้องเรียนกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จนนำญาติแบกโรงศพไปเรียกร้องที่โรงพยาบาลพระราม 2 จนเกิดมีปากเสียงอย่างดุเดือด   ล่าสุดนายสงัด ดัชชุยาวัตร อายุ 37 ปี คนขับรถแท็กซี่ที่รับผู้ตายและลูกสาวจากโรงพยาบาลพระราม 2 ไปส่งที่โรงพยาบาลบางมด ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม โดยเปิดเผยว่า หลังจากขับรถผ่านด้านหน้าโรงพยาบาลพระราม 2 ได้มีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลโบกรถและแจ้งว่าให้ไปส่งต่อผู้ป่วยโดนน้ำร้อนลวกที่โรงพยาบาลบางมด โดยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและประสานกับโรงพยาบาลปลายทางไว้แล้ว   เมื่อขับรถเข้าไปในโรงพยาบาล ก็เห็นมีเจ้าหน้าที่เข็นรถเข็นมาที่ประตูด้านหลัง เมื่อเปิดประตูออกก็เห็นว่าคนป่วยมีผ้าพันแผลเต็มไปหมดทั้งแขน และใบหน้าเว้นลูกตา ตอนนั้นผู้ป่วยลุกจากรถเข็นก่อนทรุดตัวลง ทำให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยยกขึ้นรถ โดยระหว่างทางใช้เวลาประมาณ 10 นาที   ลูกสาวผู้ป่วยพยายามเรียกแม่ตลอด แต่ผู้ป่วยไม่ได้ตอบอะไร จนถึงโรงพยาบาลบางมดก็มีเจ้าหน้าที่ลากเปลเข้ามา พร้อมถามผู้ป่วยว่าไหวหรือไม่ เจ้าตัวตอบกลับไปว่า “ไม่ไหว” พนักงานจึงเข้ามาช่วยอุ้มออกจากรถ ซึ่งขณะนั้นผู้ป่วยยังยกแขนได้ ก่อนหามขึ้นเปลเข้าไปในโรงพยาบาล จากนั้นตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งตำรวจประสานมาก็รู้สึกตกใจ และพร้อมเข้ามาให้ปากคำในฐานะพยาน   ด้านแพทย์โรงพยาบาลพระราม 2 ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ขณะที่คนไข้เข้ามาขอรับการรักษาทางโรงพยาบาล โดยบุรุษพยาบาล และพยาบาลในห้องฉุกเฉิน ได้ทำการรักษาเบื้องต้นด้วยการตรวจวัดสัญญาณชีพ ความดันโลหิต ชีพจร การหายใจ รวมถึงออกซิเจนในเลือด ซึ่งผลการตรวจพบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ และมีสติสัมปชัญญะดี แต่คนไข้มีอาการแสบร้อนที่บาดแผล เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการพันแผล   จากนั้นประสานไปยังนายแพทย์พีระ คณานุวัฒน์ เนื่องจากเป็นแพทย์ด้านศัลยกรรม ที่มีอำนาจในการตัดสินใจให้คนไข้แอดมิด แต่เมื่อแจ้งสิทธิให้กับผู้ป่วยและแจ้งว่า แพทย์ให้ความเห็นต้องแอดมิด คนไข้กลับปฏิเสธการรักษา พร้อมขอไปรับการรักษาตามประกันสังคม อีกโรงพยาบาลหนึ่ง โดยประสงค์ที่จะเดินทางไปด้วยตนเอง   อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลไม่ได้ปฏิเสธคนไข้ แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่ลงนามยืนยันว่า คนไข้ปฏิเสธการรักษา มีเพียงการติดต่อประสานงานไปยัง รพ.บางมดเท่านั้น และการพูดคุยกับคนไข้และพยาบาลผู้รักษาเท่านั้น รวมถึงมีหลักฐานที่เป็นเวชระเบียน ทั้งรายชื่อแพทย์ รายชื่อพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล ในวันที่คนไข้เข้ามารับการรักษา และกล้องวงจรปิดเส้นทางเดินที่คนไข้เข้ามารับการรักษา ซึ่งได้มอบให้หน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุขไปแล้ว   ส่วนลักษณะอาการที่เกิดขึ้นกับ คนไข้รายนี้ เป็นแผลผิวหนังไหม้ระดับ 1 หรือ ปฐมภูมิ มีรอยแดง ยังไม่มีการกัดกร่อน และไม่มีแผลตามลำตัว ส่วนเหตุการเสียชีวิตนั้น ตนเองไม่ทราบแน่ชัด เพราะแผลระดับ 1 ไม่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากแผล   แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการในระดับ 2 และ3 ซึ่งจะหนักกว่าที่เข้ามารับการรักษา มีสิทธิที่จะเสียชีวิตได้จากการขาดน้ำ เกลือแร่ ซึ่งใช้เวลาหลายชั่วโมง และการติดเชื้อในกระแสเลือด จะต้องใช้ระยะเวลา 3-4 วัน ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่าโรงพยาบาลให้การรักษาเต็มที่ และไม่ได้ปฏิเสธ   ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมบุตรสาวและครอบครัวของผู้ตาย ได้มายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, นายกแพทยสภา, นายกสภาการพยาบาล เพื่อเอาผิดกับ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คือ ผู้บริหารโรงพยาบาลพระราม 2 รวมถึงแพทย์ และ พยาบาลที่ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในขณะเกิดเหตุ เนื่องจากติดใจโรงพยาบาล ที่ปฏิเสธรักษา   โดยจะฟ้องร้องทางโรงพยาบาลเพื่อเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาท และหากเป็นไปได้เห็นว่าโรงพยาบาลแห่งควรถูกปิดไม่ควรที่จะเปิดให้บริการต่อไป   ด้าน นพ.ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะเร่งตรวจสอบและสรุปผลให้ได้โดยเร็วที่สุด สำหรับกรณีนี้ หากเป็นกรณีฉุกเฉิน แพทย์ต้องแจ้งสิทธิการรักษากับญาติเกี่ยวกับแนวทางให้บริการว่าจะให้ญาติ รักษาที่โรงพยาบาลแรก หรือโรงพยาบาลประกันสังคม   โดยหากวินิจฉัยพบว่าผู้ป่วยมีอาการในภาวะวิกฤต ทุกโรงพยาบาลก็สามารถให้การรักษาได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากยื่นหนังสือแล้ว ทางญาติก็จะเดินทางไปติดตามความคืบหน้าของคดีที่สน.ท่าข้าม ก่อนจะเดินทางไปรับศพผู้ตาย เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่จ.ขอนแก่น ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/atR9Elk0iuQ

 18,580
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ย. 61

‘อัจฉริยะ’ ร้อง กระทรวงสาธารณสุข เอาผิดแพทย์ รพ.พระราม 2 ปฏิเสธรักษาสาวถูกสาดน้ำกรด

วันนี้ (12 พ.ย.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อม น้องเต บุตรสาวและครอบครัวของนางสาวช่อลัดดา หญิงที่ถูกสามีสาดน้ำกรดจนเสียชีวิต เพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว เนื่องจากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันถ่วงที เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, นายกแพทยสภา, นายกสภาการพยาบาลเพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คือ ผู้บริหารโรงพยาบาลพระราม 2 รวมถึงแพทย์ และ พยาบาลที่ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในขณะเกิดเหตุ เนื่องจากติดใจโรงพยาบาล ที่ปฏิเสธรักษานางสาวช่อลัดดา และบอกให้นางช่อลัดดา ไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลอื่นแทน   นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องเอาผิดกับบุคคลดังกล่าว เพราะส่วนตัวมองว่าผู้บริหารโรงพยาบาล, แพทย์ และ พยาบาล ไม่มีคุณธรรม, จริยธรรม เนื่องจากไม่ได้มีการประเมินอาการของคนไข้ก่อนแต่กลับดูจากสิทธิประกันสังคม ทั้งที่ตามกฎของกระทรวงสาธารณะสุขแล้ว ทางโรงพยาบาลสามารถที่จะรับตัวคนไข้ไว้รักษากรณีฉุกเฉินได้ ประกอบกับการให้พยาบาลวินิจฉัยโรคนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ และที่ผ่านมามีข้อมูลที่ยืนยันได้ว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ไม่มีมาตรฐาน    เบื้องต้น ยืนยันว่าข้อมูลที่โรงพยาบาลชี้แจง ไม่ตรงกับที่ทางญาติเปิดเผย ซึ่งทางตนเองจะฟ้องร้องทางโรงพยาบาลเพื่อเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาท และหากเป็นไปได้ ตนเองยืนยันว่าโรงพยาบาลแห่งควรถูกปิดไม่ควรที่จะเปิดให้บริการต่อไป   ด้าน นพ.ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะเร่งตรวจสอบและสรุปผลให้ได้โดยเร็วที่สุด สำหรับกรณีนี้ หากเป็นกรณีฉุกเฉิน แพทย์ต้องแจ้งสิทธิการรักษากับญาติเกี่ยวกับแนวทางให้บริการว่าจะให้ญาติ รักษาที่โรงพยาบาลแรก หรือโรงพยาบาลประกันสังคม โดยหากวินิจฉัยพบว่าผู้ป่วยมีอาการในภาวะวิกฤติ ทุกโรงพยาบาลก็สามารถให้การรักษาได้   อย่างไรก็ตาม หลังจากยื่นหนังสือแล้ว ทางญาติก็จะเดินทางไปติดตามความคืบหน้าของคดีที่ สน.ท่าข้าม ก่อนจะเดินทางไปรับศพ นางสาวช่อลัดดา เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่จ.ขอนแก่น ต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง รวบสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่เมียดับ ครอบครัวแห่โลงศพสาวถูกสาดน้ำกรดร้อง รพ.หลังปัดรักษาจนตาย อัจฉริยะปะทะเดือดกลางวงเจรจา        

 3,335

Top