ค้นหา :

ผลการค้นหา "เดินทาง"

สังคม-อาชญากรรม
01 ม.ค. 63

ปชช.ทยอยเดินทางกลับ กทม.การจราจรเริ่มหนาแน่น - ยอดผู้เสียชีวิตรวม 4 วัน 208 ราย

ภาพบรรยากาศบนถนนมิตรภาพ ประชาชานแห่เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร การจราจรเริ่มติดขัดตั้งแต่ช่วงปากช่อง-โคราช ปริมาณรถหนาแน่น    ขณะที่สถิติการเกิดอุบัติเหตุยอดรวม 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 27-30 ธ.ค. 2562 เกิดอุบัติขึ้นแล้ว 1,988 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 208 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 2,031 คน    ส่วนกรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตสูงที่สุดในประเทศที่ 11 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุมากที่คือ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือ จังหวัดนครปฐม ส่วนสาเหตุสูงสุดเกิดจากการเมาแล้วขับ และ ขับรถด้วยความเร็ว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/bY3O3KKIiV8

 12,250
สังคม
01 ม.ค. 63

ปชช.ทยอยเดินทางกลับ กทม.การจราจรเริ่มหนาแน่น - ยอดผู้เสียชีวิตรวม 4 วัน 208 ราย

ภาพบรรยากาศบนถนนมิตรภาพ ประชาชานแห่เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร การจราจรเริ่มติดขัดตั้งแต่ช่วงปากช่อง-โคราช ปริมาณรถหนาแน่น    ขณะที่สถิติการเกิดอุบัติเหตุยอดรวม 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 27-30 ธ.ค. 2562 เกิดอุบัติขึ้นแล้ว 1,988 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 208 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 2,031 คน    ส่วนกรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตสูงที่สุดในประเทศที่ 11 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุมากที่คือ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือ จังหวัดนครปฐม ส่วนสาเหตุสูงสุดเกิดจากการเมาแล้วขับ และ ขับรถด้วยความเร็ว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/bY3O3KKIiV8

 12,250
การเมือง
31 ธ.ค. 62

นายกฯ ห่วงใยประชาชนเดินทางปีใหม่ โฆษกฯ แจงสถิติอุบัติเหตุลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับรายงานอุบัติเหตุจากศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” สะสม 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 27-29 พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 916 ครั้ง ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ร้อยละ 5.27 มีผู้เสียชีวิต 105 คน ลดลงร้อยละ 26.06 และบาดเจ็บ 1,037 คน ลดลงร้อยละ 2.35 สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือขับรถเร็วเกินกำหนดส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ และบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือทางตรง     “นายกรัฐมนตรีได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และจิตอาสาทุกคนที่ปฎิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกดูแลรักษาความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนที่เดินทางในช่วงนี้ พร้อมกับกำชับให้ทำหน้าที่ตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้จำนวนอุบัติเหตุลดน้อยลงให้มากที่สุด และฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชน ขอให้ทุกคนเดินทางด้วยความระมัดระวัง ปฎิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของทุกท่าน ใช้เวลาในช่วงวันหยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัวให้มีความสุขมากที่สุด”โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

 488
ข่าวภูมิภาค
12 เม.ย. 62

ปชช.เดินทางกลับภูมิลำเนา ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เหนือ-ใต้-อีสาน ปริมาณรถหนาแน่น

การเดินทางกลับภูมิลำเนา การจราจรหนาแน่นในหลายจุด ที่ สระแก้ว - เขาช่องตะโกติดหนึบเจ้าหน้าที่ต้องผลักรถออกตาพระยา   บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของคนอีสาน รถได้เริ่มหนาแน่นมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ แต่ไม่ถึงกับติดขัด กระทั่งเมื่อเวลา 24.00 น. ปริมาณรถที่ทะลักมาจากเขาหินซ้อนมาออกันที่เขาช่องตะโก ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จนทำให้รถติดหนึบช่วงขึ้นเขาช่องตะโก และได้ติดสะสมมาถึงสี่แยกโคคลาน เจ้าหน้าที่จึงต้องตัดรถที่จะมุ่งหน้าไปขึ้นเขาช่องตะโก มาทางถนนแซร์ออ – หนองสังข์ เพื่อให้รถไปออกที่ตาพระยา เพื่อขึ้นเขาช่องตะกิ่ง ต.ทัพไทย อ.ตาพระยา   ส่วนที่สี่แยกไฟแดงวัฒนานคร จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ได้ผลักรถที่จะมุ่งหน้าไปทางถนนวัฒนานคร – โคคลาน มาทางอรัญประเทศ เพื่อออกไปอำเภอตาพระยา ไปขึ้นเขาช่องตะกิ่ว จนกระทั่ง เวลา ตี 2 เศษ รถจึงได้เคลื่อนตัวได้ปกติ สาเหตุที่รถติดหนึบบนเขาช่องตะโก ประชาชนที่เดินทางกลับบางคนยังไม่ทราบว่า เส้นทางพิเศษเขาช่องตะกิ่ว สงกรานต์ปีนี้ได้เปิดให้ผ่านได้ตลอด 24 ชั่วโมง    นครราชสีมา - ขณะที่สายอีสาน การจราจรบนถนนมิตรภาพ ขาเข้า จ.นครราชสีมา ช่วงทางขึ้นเนินกลางดง หลัก กม.35-39 ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีการจราจรหนาแน่นทั้ง 4 ช่องทางจราจร รถเคลื่อนตัวได้ช้าเพราะเป็นทางขึ้นเนินเขาสูงชันอีกทั้งมี รถบรรทุก รถพ่วงยังคงวิ่งรับส่งสินค้ากันอยู่ทำให้รถที่วิ่งตามหลังต้องชะลอความเร็วไปด้วย ยังไปชะลอตัวอีกหลายช่วง ตั้งแต่หลัก กม.51-52 บริเวณทางขึ้นเนินหน้าฟาร์มโชคชัย ต.กลางดง อ.ปากช่อง และ ช่วงบริเวณหน้าศูนย์การสุนักทหาร หลัก กม.ที่ 74 ซึ่งบริเวณช่วงนี้เป็นพื้นที่ที่กำลังก่อสร้างมอเตอร์เวย์ มีปริมาณรถหนาแน่นติดขัด ที่มีทางร่วมทางแยกที่มารวมกัน ส่งผลทำให้รถปริมาณมาก ชลอตัว แต่รถสามารถเคลื่อนตัวไปได้เรื่อยๆเนื่องจาก ขึ้นเนินสลับซับซ้อน ไปจนถึงเขตตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว และ เมื่อผ่านจุดนี้ไปแล้วก็พอคล่องตัว   ปราจีนบุรี - บรรยากาศช่วงเช้าถนน 304 รถเบาบาง การจราจรที่จะมุ่งหน้าไปยังจังหวัดนครราชสีมา และภาคอีสาน หลังจากเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมาบริเวณทางขึ้นเขาศาลโทนมีรถหนาแน่น และเคลื่อนตัวได้ช้าเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงปราจีนบุรีพร้อมด้วยแขวงการทางปราจีนบุรี รีบเร่งระบายสาเหตุมาจากรถบรรทุกหนักที่ยังวิ่งอยู่รวมทั้งรถยนต์ที่ไม่มีความพร้อมจอดเสียเป็นระยะๆ และยังมีอุบัติเหตุชนท้ายกันจำนวนหลายรายบริเวณทางขึ้นเขา    อ่างทอง - ภาพการจราจร ถนนสายเอเชียช่วง ผ่าน จังหวัดอ่างทอง ขาขึ้นนครสวรรค์ มีปริมาณรถหนาแน่น ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา และช่วงค่ำ มีปริมาณหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น เนื่องจาก บางหน่วยงาน เริ่มปิดทำการ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ประชาชน ต่างทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงค่ำ เพื่อหลีกเลี่ยง สภาพการจราจรที่ติดขัด และสภาพอากาศที่ในช่วงนี้ร้อนอบอ้าว จึงเลือกที่จะเดินทางในยามค่ำคืน โดยสามารถใช้ความเร็วได้ประมาณ 60-70 ก.ม./ช.ม. และมีการชะลอตัวบริเวณทางร่วมทางแยก   ประจวบคีรีขันธ์ -บรรยากาศจราจรสงกรานต์ถนนเพชรเกษมล่องใต้หนาแน่นกว่าขาขึ้น   บรรยากาศการจราจรเทศกาลสงกรานต์ บนถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นเส้นทางหลักลงสู่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยพบว่าในวันนี้การจราจรลงสู่ภาคใต้ บริมาณรถหนาแน่นกว่าขึ้นเหนือ พบรถยนต์ติดสะสมตามแยกสัญญาณไฟจราจร ในเขตตัวเมือง แต่สามารถเคลี่ยนตัวได้ดี ไม่มีหยุดนิ่ง และเมื่อออกนอกเขตเมืองสามารถทำความเร็วได้    สมุทรสาคร -ถนนพระราม 2 (ลงใต้) ปริมาณรถเริ่มมากแต่ไม่หนาแน่น กรมทางฯแนะ 5 เส้นทางเลี่ยงรถติด   สภาพการจราจรบนถนนพระราม 2 ขาล่องใต้ (ขาออกกรุงเทพฯ) เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 11 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นวันทำงานวันสุดท้ายก่อนจะถึงวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น ในส่วนพื้นที่ความรับผิดชอบของจังหวัดสมุทรสาครที่มีรอยต่อมาจากเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ก็พบว่าแม้จะมีปริมาณรถค่อนข้างมากแต่ก็ยังเคลื่อนที่ได้อย่างปกติและคล่องตัวใช้ความเร็วได้ที่ 80 – 120 กม./ชม. 

 982
ข่าวภูมิภาค
01 พ.ย. 61

เชียงใหม่ เปิดตัวสมาร์ทบัสพร้อมแอปพลิเคชั่นไฮเทคช่วยให้ ประชาชน-นักท่องเที่ยว เดินทางสะดวก

(1 พ.ย. 61) เชียงใหม่เปิดตัวสมาร์ทบัสพร้อมแอปพลิเคชั่นไฮเทคก้าวสู่สมาร์ทซิตี้ ช่วยคนเชียงใหม่ นักท่องเที่ยว เดินทางสะดวก ผู้โดยสารสามารถเลือกปลายทางที่ต้องการ ระบบจะประมวลและแสดงผลเส้นทางที่ใกล้ที่สุด พร้อมนำทางไปยังป้ายรถเมล์ที่ใกล้ที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถติดตามตำแหน่งรถได้แบบเรียลไทม์ โดยผู้โดยสารสามารถดาวน์โหลดได้ผ่านทั้งระบบ iOS และแอนดรอยด์ สามารถตรวจสอบเส้นทางการเดินรถได้ รวมทั้งระบบตรวจสอบความเร็วและจีพีเอสระบุตำแหน่งในเส้นทาง มีบริการไวไฟฟรีบนรถ รวมทั้งระบบขึ้นลงไฮโดรลิกสำหรับวีลแชร์และที่นั่งบนรถสำหรับผู้พิการ   ตัวแทนจากภาคประชาชนและหลายหน่วยงานในจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งนายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมงานการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะสนับสนุนเชียงใหม่เป็นเมืองอัจฉริยะ ที่มีการเปิดตัวแอปพลิเคชั่นเดินรถ RTC ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรกกับการให้บริการรถบัสสาธารณะในเขตเมืองเชียงใหม่ พร้อมกับเปิดตัวรถบัสในเมืองที่ทันสมัย หรือ สมาร์ทบัส เข้าสู่การพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ Chiangmai Smart City   แอปพลิเคชั่นที่นำมาใช้กับสมาร์ทบัส เป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร ผู้โดยสารสามารถเลือกปลายทางที่ต้องการ ระบบจะประมวลและแสดงผลเส้นทางที่ใกล้ที่สุด พร้อมนำทางไปยังป้ายรถเมล์ที่ใกล้ที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถติดตามตำแหน่งรถได้แบบเรียลไทม์ โดยผู้โดยสารสามารถดาวน์โหลดได้ผ่านทั้งระบบ iOS และแอนดรอยด์ ค้นหาคำว่า “CM Transit by RTC” ขณะที่การใช้บริการสามารถจ่ายผ่านบัตรแรบบิทการ์ดตามแบบฉบับสังคมไร้เงินสด    ส่วนตัวรถติดตั้งกล้องวงจรปิดติด 5 ตัว รอบคันและภายในรถ สามารถมองเห็นผู้โดยสารทั้งด้านหน้ารถ ท้ายรถ มองเห็นคนขับ รวมถึงเส้นทางการเดินรถได้อย่างชัดเจน รวมทั้งระบบตรวจสอบความเร็วและจีพีเอสระบุตำแหน่งในเส้นทาง มีบริการไวไฟฟรีบนรถ รวมทั้งระบบขึ้นลงไฮโดรลิกสำหรับวีลแชร์และที่นั่งบนรถสำหรับผู้พิการ    สำหรับสมาร์ทบัสพร้อมกับระบบแอปพลิเคชั่น ให้บริการโดยบริษัท รีเจียนนอล ทรานซิท โคเปอร์เรชั่น จำกัด (RTC) ภายใต้การควบคุมของสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันให้บริการ 3 เส้นทาง ครอบคลุมพื้นที่มากกว่าร้อยละ 60 ของตัวเมืองเชียงใหม่ ทั้งย่านธุรกิจและท่องเที่ยว ค่าโดยสาร เพียง 20 บาทตลอดสาย ให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 - 22.00 น. ขณะที่ในอนาคตจะนำรถเมล์ไฟฟ้ามาให้บริการเพิ่มอีก 10 คัน   ด้านนายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงข่ายสมาร์ทบัส RTC สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดเชียงใหม่โดยตรงในการเข้าสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทซิตี้ หากในอนาคตครอบคลุมได้ทุกพื้นที่ เชื่อว่าปัญหาด้านการจราจรก็จะลดลง เพราะประชาชนจะมาใช้บริการมากขึ้น

 1,012
สังคม-อาชญากรรม
18 เม.ย. 61

7 วันอันตรายสงกรานต์ปี 61 ยอด 6 วัน เสียชีวิตพุ่ง 378 ราย อุบัติเหตุกว่า 3 พันครั้ง 'โคราช' แชมป์ตายสูงสุด

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 หรือ ศปถ. สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 16 เมษายน 2561 เกิดอุบัติเหตุ 452 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 49 ราย ผู้บาดเจ็บ 464 คน ส่วนสถิติสะสมรวม 6 วัน (11 – 16 เม.ย. 61) เกิดอุบัติเหตุ 3,418 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 378 ราย และผู้บาดเจ็บ 3,575 คน   สำหรับสถิติ ในวันที่ 15 เมษายน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 28.47 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 27.29 ขณะที่ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.8   สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 6 วัน มีจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือตายเป็นศูนย์ 6 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ระนอง สตูล สมุทรสงคราม หนองคาย และหนองบัวลำภู   จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด คือ เชียงใหม่ 126 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด คือ นครราชสีมา 19 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด คือ เชียงใหม่ 136 คน   ทั้งนี้ ได้ตั้งจุดตรวจหลัก 2,031 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 856,446 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี 176,415 คน มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 49,866 คน ไม่มีใบขับขี่ 46,067 คน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jGA7VFIHuTk  

 2,278
ข่าวภูมิภาค
16 เม.ย. 61

ปชช.ทยอยเดินทางกลับกรุง หลังสิ้นสุดวันหยุดสงกรานต์ การจราจรเริ่มหนาแน่นหลายเส้นทาง

ประชาชนทยอยเดินทางกลับกรุงเทพมหานครเพื่อมาทำงานตามปกติ หลังวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์สิ้นสุดลงแล้ว ทำให้รถเริ่มมีปริมาณหนาแน่นในหลายเส้นทาง ทั้งถนนสายเอเซีย ถนนมิตรภาพ ถนนเพชรเกษม ฯลฯ ขณะที่บรรยากาศที่ท่ารถโดยสารประจำทางเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้คนต่างหอบหิ้วเอาของฝากจากบ้านโดยเฉพาะข้าวสารติดมือกลับมา                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/BuHGnNSWfsc

 2,246
ข่าวภูมิภาค
11 เม.ย. 61

ปชช.ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาฉลองสงกรานต์ การจราจรเส้นทางหลักเริ่มหนาแน่น

บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนในช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้การจราจรของถนนสายหลักหนาแน่น   ที่โคราช ถนนมิตรภาพปริมาณรถมาก และชะลอตัวบริเวณทางขึ้นเขาริมเขื่อนลำตะคอง เนื่องจากมีการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ ขณะที่ชาวอีสานหลายรายจอดรถแวะพักตามปั้มน้ำมันเพราะเหนื่อยกับการเดินทาง ส่วนใหญ่หอบอาหารของกินกลับไปฝากคนที่บ้าน   ที่นครสวรรค์ ประชาชนทยอยเดินทางขึ้นสู่ภาคเหนือ โดยสายพหลโยธินหมายเลข 1 ตั้งแต่สี่แยกค่ายจิระประวัตินครสวรรค์ ไปจนถึงบริเวณทางแยกอุทยานสวรรค์ การจราจรก็เริ่มเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ถึงกับมีปัญหาเรื่องรถติดขัดแต่อย่างใด   ซึ่งในส่วนของถนนทางหลวงหมายเลข 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก ตั้งแต่ทางแยกอุทยานสวรรค์ไปจนถึงทางแยกนวมินทร์ การจราจรก็มีมากแต่ไม่มีปัญหาด้านการจราจรเช่นกัน ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนครสวรรค์ ก็ได้มีการเปิดช่องทางการจราจรพิเศษบริเวณสะพานเดชาติวงค์(สะพานกลาง) อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อรองรับการจราจรไม่ให้มีการติดขัดสะสมบริเวณดังกล่าวไว้แล้ว   ขณะที่การจราจรบนถนนสายเอเซีย มุ่งหน้าสู่จังหวัดทางภาคเหนือ ช่วงผ่านจังหวัดลำปาง ถนนหมายเลข 11 หน้า จุดบริการ ทางหลวง ขุนตาน อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง พบว่าปริมาณรถประชาชนที่ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาจังหวัดทางภาคเหนือ ในช่วงสงกรานต์มีรถยนต์ใช้ในเส้นทางมากขึ้น มีปริมาณรถเพิ่มมากขึ้น บางจุดรถเริ่มชะลอตัวช่วงโค้งและตามสี่แยกไฟแดงต่างๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gIUiBy-ZBSY    

 5,319
สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 61

ปภ. แถลงยอดอุบัติเหตุวันที่ 1 ม.ค. 61 สังเวยผู้เสียชีวิต 71 ศพ อุดรธานีเกิดเหตุมากสุด

กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย แถลง สรุปยอดอุบัติเหตุในช่วง7วันอันตรานเทศกาลปีใหม่ 2561 พบวันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา วันแรกของปี เกิดอุบัติเหตุ 677 ครั้ง เสียชีวิต 71 ราย บาดเจ็บ 696 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ อุดรธานี 38 ครั้ง และเสียชีวิตสูงสุด 39 ราย รองลงมาคือ กรุงเทพมหานคร และ จังหวัดร้อยเอ็ด เสียชีวิต จังหวัดละ 5 ราย สาเหตุหลักเกิดจาก การเมาแล้วขับ 320 ราย รองลงมาคือขับรถเร็วเกินกำหนด 176 ราย   หากรวม 5 วัน ตั้งแต่ วันที่28 ธ.ค.2560 -1 ม.ค.2561 เกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 3,056 ครั้ง เสียชีวิตรวม 317 ราย บาดเจ็บรวม 3,188 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสม มากที่สุดคือ อุดรธานี 114ครั้ง และเสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ จ.ศรีสะเกษ 13 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต มี9 จังหวัด อาทิ ตรัง ชัยนาท น่าน นราธิวาส   เมื่อเปรียบเทียบกับ 5วันเมื่อปี 2560 พบว่า อุบัติเหตุลดลง 101 ครั้ง เสียชีวิตลดลง 50ราย บาดเจ็บ 154 คน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oSmuT1oOBwo    

 7,319
ข่าวภูมิภาค
30 ธ.ค. 60

ปชช.แห่เดินทางกลับภูมิลำเนาฉลองปีใหม่ มิตรภาพรถหนาแน่น-สนามบินเชียงใหม่ทุบสถิติผู้โดยสารสูงสุด

บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นไปอย่างคึกคัก การจราจรในถนนเส้นสำคัญหลายสายมีปริมาณรถค่อนข้างหนาแน่น สำหรับบรรยากาศการจราจรบริเวณถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าสู่ภาคอีสาน ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ (30 ธ.ค.) ยังคงมีปริมาณรถหนาแน่น เคลื่อนตัวทำความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 30-40 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขณะที่ถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่ภาคใต้ ปริมาณรถหนาแน่นแต่ยังคล่องตัว ไม่มีรถติดสะสม    ขณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ทำสถิติมีผู้โดยสารใช้บริการมากที่สุดนับตั้งแต่เปิดบริการ โดยมีจำนวนมากเกือบ 37,000 คน              ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/zLNxSC_bt10

 7,184
สังคม-อาชญากรรม
29 ธ.ค. 60

มท.1 เปิดศูนย์ 7 วันอันตรายปี 61 คุมเข้มจับตรวจเมาแล้วขับ

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการ และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน หรือ ศปถ. เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 พร้อมกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ประชาชนเดินทางอย่างระมัดระวัง และมอบหมาย ศปถ. ทำงานบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเต็มกำลัง โดยรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2560 - 3 มกราคม 2561   ลดปัจจัยเสี่ยงทั้งด้านคน รถ ถนน สิ่งแวดล้อม โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด คุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยง อาทิ ขับรถเร็ว เมาแล้วขับ และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย เพิ่มความเข้ม ในการจัดตั้งจุดตรวจด่านชุมชนจุดสกัดและจุดบริการทั้งเส้นทางสายหลัก และสายรอง ควบคู่กับการบริหารจัดการจราจร เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลาเดินทาง   โดยช่วงต้นจะเน้นดูแลถนนสายหลักที่ออกสู่ภูมิภาคต่างๆ ช่วงกลางจะเน้นดูแลถนนสายรอง เส้นทางมุ่งสู่แหล่งท่องเที่ยว และเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างตำบล หมู่บ้าน ขณะช่วงท้ายจะเน้นดูแลถนนสายหลัก ที่มุ่งสู่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใหญ่ในภูมิภาค รวมถึงตรวจสอบสภาพความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ ความพร้อมของพนักงานขับรถ และเฝ้าระวังจุดเสี่ยง อาทิ จุดตัดทางรถไฟ จุดกลับรถ ทางร่วม ทางแยก พื้นที่ก่อสร้าง ไฟส่องสว่าง และยังจะมีมาตรการยึดรถเหมือนเดิม ทั้งนี้ พลเอกอนุพงษ์ ยืนยันว่า ตำรวจมีความพร้อมในการเตรียมกล้องตรวจจับความเร็วทั่วทุกพื้นที่เท่าที่มี แต่ยอมรับว่า ขณะนี้ยังมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการ คาดว่าจะต้องมีการจัดซื้อเพิ่มเติมในอนาคต   นอกจากนี้ ยังดูแลความปลอดภัยของเส้นทางสัญจรทางน้ำ เรือโดยสาร ท่าเทียบเรือ และความพร้อมของอุปกรณ์นิรภัย ตลอดจนเตรียมพร้อมระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อแจ้งเหตุ และส่งต่อผู้บาดเจ็บให้เป็นไปตามความรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ จึงขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามหลัก 4 ห้าม 2 ต้อง ได้แก่ ห้ามเร็ว ห้ามเมา ห้ามโทร ห้ามง่วง ต้องสวมหมวกนิรภัย และต้องคาดเข็มขัดนิรภัย   สำหรับในปีนี้ไม่ได้มีการตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เนื่องจากหลักการดังกล่าวไม่เป็นที่ยอมรับของมาตรฐานสากล แต่จะตั้งเป้าไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ พร้อมอวยพรปีใหม่ประชาชน โดยกล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นช่วงเวลาที่ดี เป็นมงคลต่อชีวิต จึงอยากให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมที่ดี เช่น การเข้าวัด สวดมนต์ข้ามปี งดการดื่มสุรา   ทั้งนี้ ในปีที่แล้ว สถิติรวม 7 วันอันตราย พบว่า มีการเกิดอุบัติเหตุ 3,919 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 478 ราย บาดเจ็บ 4,128 คน โดยจ.ชลบุรี มียอดผู้เสียชีวิตสูงสุด 33 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ เมาแล้วขับ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QkNTileURRU

 4,811
ข่าวภูมิภาค
28 ธ.ค. 60

ทางหลวงรถหนาแน่น! ปชช.ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาฉลองปีใหม่

ทางหลวงเส้นหลักหลายสายของประเทศ ทั้งสายเหนือ อีสาน ใต้ ตะวันออก เริ่มมีการจราจรหนาแน่น เนื่องจาก ปชช.ทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพฯเพื่อกลับภูมิลำเนาเนื่องในเทศกาลปีใหม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fnYvwrMwa8E

 901
สังคม-อาชญากรรม
28 ต.ค. 60

บขส.เพิ่มเที่ยวรถรองรับประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา หลังร่วมงานพระราชพิธีฯ

ประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาหลังมาร่วมในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่งจำกัด หรือ บขส. เปิดเผยว่า ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับต่างจังหวัดแล้วตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 26ต.ค. โดยคาดว่าน่าจะมีคนเดินทางกลับเพิ่มประมาณ 120,000 คน จากปกติ 80,000-90,000 คน ทางบขส.ได้เพิ่มเที่ยวรถเป็น 9,000 เที่ยว จากปกติ 5,000-6,000 เที่ยวต่อวัน มั่นใจจะรองรับผู้โดยสารได้ 180,000-190,000 คนต่อวัน จึงไม่มีผู้โดยสารตกค้างอย่างแน่นอน   สำหรับเส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดเที่ยววิ่งประมาณ 5,086 เที่ยว/วัน รองรับผู้โดยสารประมาณ 114,527 คน เส้นทางภาคตะวันออก จัดเที่ยววิ่งประมาณ 1,199 เที่ยว/วัน รองรับผู้โดยสารประมาณ 20,669 คน และเส้นทางภาคใต้ ได้จัดเที่ยววิ่ง ประมาณ 2,948 เที่ยว/วัน รองรับผู้โดยสารประมาณ 51,592 คน รวมเที่ยววิ่งเส้นทางทุกภาคประมาณ 9,233 เที่ยว/วัน รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 186,788 คน                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/5Ne9FVhdfS8

 7,956
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
28 ต.ค. 60

บขส.เพิ่มเที่ยวรถรองรับประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา หลังร่วมงานพระราชพิธีฯ

ประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาหลังมาร่วมในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่งจำกัด หรือ บขส. เปิดเผยว่า ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับต่างจังหวัดแล้วตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 26ต.ค. โดยคาดว่าน่าจะมีคนเดินทางกลับเพิ่มประมาณ 120,000 คน จากปกติ 80,000-90,000 คน ทางบขส.ได้เพิ่มเที่ยวรถเป็น 9,000 เที่ยว จากปกติ 5,000-6,000 เที่ยวต่อวัน มั่นใจจะรองรับผู้โดยสารได้ 180,000-190,000 คนต่อวัน จึงไม่มีผู้โดยสารตกค้างอย่างแน่นอน   สำหรับเส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดเที่ยววิ่งประมาณ 5,086 เที่ยว/วัน รองรับผู้โดยสารประมาณ 114,527 คน เส้นทางภาคตะวันออก จัดเที่ยววิ่งประมาณ 1,199 เที่ยว/วัน รองรับผู้โดยสารประมาณ 20,669 คน และเส้นทางภาคใต้ ได้จัดเที่ยววิ่ง ประมาณ 2,948 เที่ยว/วัน รองรับผู้โดยสารประมาณ 51,592 คน รวมเที่ยววิ่งเส้นทางทุกภาคประมาณ 9,233 เที่ยว/วัน รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 186,788 คน                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/5Ne9FVhdfS8

 7,956
ข่าวภูมิภาค
27 ต.ค. 60

รถไฟ-บขส. เตรียมพร้อมรับประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา หลังเข้าร่วมพระราชพิธีฯ

27 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชน ที่เข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีแล้ว ช่วงเช้าของวันนี้ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือ หัวลำโพง จำนวนผู้โดยสารเดินทางกลับยังเบาบาง โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. คาดว่า ประชาชนจะเริ่มทยอยเดินทางกลับตั้งแต่ช่วงสายของวันนี้เป็นต้นไป โดยยืนยันว่า ขบวนรถไฟที่ให้บริการประชาชน เพียงพอกับความต้องการ ไม่มีผู้โดยสารตกค้างอย่างแน่นอน   ด้านบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส.ประมาณการเที่ยววิ่งรถโดยสารระหว่างวันที่ 26-29 ตุลาคม 2560 รวม 9,233 เที่ยวต่อวัน รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 186,788 คน โดยแบ่งเป็นเที่ยววิ่งเส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5,086 เที่ยวต่อวัน รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 114,527 คน , เส้นทางภาคตะวันออก 1,199 เที่ยวต่อวัน รองรับผู้โดยสารได้ 20,669 คน เส้นทางภาคใต้ 2,948 เที่ยวต่อวัน รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 51,592 คน

 10,415

Top