ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทวงหนี้"

สังคม-อาชญากรรม
25 พ.ค. 62

กยศ.รับสมัครคนทวงหนี้ 61 อัตรา

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) รับสมัครคนทวงหนี้ผ่านเว็บไซต์ Thaijobsgov โดยรับสมัครลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 61 อัตรา   สำหรับการสมัครใช้วุฒิป.ตรีทุกสาขา เงินเดือน 15,000 บาท ปฏิบัติงานโทรศัพท์ติดตามทวงหนี้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/kYAdo3bZbn8

 3,973
สังคม-อาชญากรรม
02 เม.ย. 62

มือฆ่าสาว อบต. สารภาพใช้ค้อนกระหน่ำตีอกหมกเก๋ง โกรธผู้ตายจะแต่งงาน ขอยืมเงินเพิ่มแต่ไม่ให้ ซ้ำทวงหนี้เก่า

จากกรณีพบศพ น.ส.จาริณี แจ่มจ้า หรือแอน อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ธุรการ อบต.วังโตนด อ.นายายอาม จ.จันทบุรี เสียชีวิตอย่างปริศนาภายในรถเก๋งสีเขียว ซึ่งจอดอยู่ในป่ากระถินณรงค์ ในพื้นที่หมู่ 3 ต.โขมง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี หลังจากหายตัวลึกลับนาน 4 วัน ขณะที่ผลการผ่าชันสูตรพลิกศพทราบว่าผู้ตายเสียชีวิตจากถูกของแข็งกระแทกเข้าบริเวณหน้าอกอย่างรุนแรง   ต่อมาตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุคือ นายวรวุฒิ วิไลพัฒน์ หรือหมู อายุ 37 ปี ซึ่งประกอบอาชีพขับรถบรรทุกผลไม้ ได้ที่บริเวณตลาดไท อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยอ้างว่าได้รับการจ้างวานจาก ลูกอดีต ส.ส. เป็นเงิน 50,000 บาท ให้ไปฆ่าเนื่องจากเกิดความหึงหวงที่ผู้ตายตีตัวออกห่าง และกำลังจะแต่งงานกับแฟนหนุ่มคนปัจจุบัน ซึ่งประเด็นดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อนั้น   ต่อมาตำรวจระบุว่า ได้สอบเค้นอย่างหนักจน นายวรวุฒิ กลับคำให้การว่าไม่ได้ถูกลูก ส.ส.จ้างวานฆ่าผู้ตาย โดยสารภาพว่าได้เคยยืมเงินจากผู้ตาย จำนวน 6,000 บาทจริง ต่อมาถูกผู้ตายติดต่อทวงถามอยู่เป็นประจำจึงเกิดความโมโห   โดยเมื่อวันที่ 25 มี.ค. วันก่อเหตุ ได้วางแผนโทรศัพท์ลวงนัดให้ผู้ตายมายังจุดที่เกิดเหตุ โดยบอกว่าจะคืนเงินให้ เมื่อมาถึงยังจุดที่เกิดเหตุ ได้พยายามขอยืมเงินจากผู้ตายอีก 20,000 บาท แต่ผู้ตายไม่ให้ พร้อมกับทวงถามถึงเงินที่ถูกยืมไปก่อนหน้านี้ จึงเกิดความโมโห ประกอบกับทราบว่าผู้ตายมักพกเงินติดตัวจำนวนมาก จึงได้นำค้อนปอนด์ที่เตรียมมากระหน่ำทุบตีที่บริเวณหน้าอกหลายครั้ง จนผู้ตายนอนแน่นิ่ง จากนั้นจึงได้หยิบเงินสดในกระเป๋าผู้ตายไป 14,800 บาท และโทรศัพท์มือถือหลบหนีไป ต่อมาได้นำเอาโทรศัพท์มือถือไปทิ้งที่บริเวณสะพานคลองดอนมะกอก อ.แกลง จ.ระยอง   เบื้องต้นเเจ้งข้อหาหนักฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติม โดยเฉพาะในประเด็นที่หลายคนยังเคลือบเเคลงสงสัย หากพบพยานหลักฐานโยงถึงใคร ก็จะขออนุมัติออกหมายจับทันที   ต่อมาได้ควบคุมตัวนายวรวุฒิไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 4 จุด โดยจุดแรกเป็นร้านค้าที่ผู้ต้องหาไปซื้อถุงมือ ต่อมาเป็นจุดนัดพบที่ผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์มาดักรอตามที่ปรากฎในภาพกล้องหน้ารถ จุดที่สามเป็นจุดที่ลงมือฆ่าโดยใช้ค้อนทุบผู้ตายในรถในป่ากระถิน และจุดสุดท้ายเป็นจุดที่ผู้ต้องหาทิ้งถุงมือลงถังขยะเพื่ออำพรางการก่อเหตุก่อนหลบหนี   บรรยากาศการทำแผนเป็นไปอย่างเรียบร้อยไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีชาวบ้านมามุงดูการทำแผนเป็นจำนวนมาก และขณะที่นำตัวผู้ต้องหาทำแผนในป่ากระถิน ผู้ต้องหารับว่าได้ขึ้นไปนั่งบนรถกับผู้ตาย จากนั้นได้ขอยืมเงินจากผู้ตายเพิ่ม แต่ผู้ตายไม่ให้และทวงถามถึงหนี้ที่ยืมไป ทำให้ผู้ต้องหาใช้ค้อนที่พกติดตัวมาตีไปที่หน้าอกของฝ่ายหญิงหลายครั้ง จนเกิดอาการชักเกร็งและแน่นิ่งไป ก่อนที่จะเอาเสื้อคลุมที่ศีรษะ และหยิบเงินพร้อมโทรศัพท์มือถือของผู้ตายก่อนหลบหนี ก่อนที่ช่วงเย็นผู้ต้องหาจะกลับมานำผ้ามาเช็ดที่บริเวณที่เปิดประตูรถ   หลังจากทำแผนเสร็จสิ้นในป่ากระถิน ผู้ต้องหาได้นั่งคุกเข่ากล่าวขอขมาอโหสิกรรม ต่อดวงวิญญาณผู้ตาย โดยกล่าวทั้งน้ำตาว่า “กรรมใดที่ได้ล่วงเกินด้วยกายกรรม วจีกรรม สิ่งใดที่ล่วงเกิน ด้วยและวาจา ขอให้แอนอโหสิ แอนเราขอโทษที่ทำกับแอนแบบนี้”   แต่จากคำรับสารภาพของผู้ต้องหาบางส่วนยังขัดแย้งกับหลักฐานสำคัญคือ คลิปภาพและเสียงจากกล้องหน้ารถของผู้ตาย โดยในวันเกิดเหตุได้วางแผนโทรศัพท์นัดหมายผู้ตายมายังที่เกิดเหตุ ซึ่งก่อนถึงจุดหมาย นายวรวุฒิได้ขี่รถคันที่ใช้ก่อเหตุมาประกบที่ฝั่งคนขับเพื่อบอกเส้นทางที่จะไปยังจุดเกิดเหตุ จากนั้นได้ขี่รถนำหน้าไปยังบริเวณป่ากระถิน ตรงตามในคลิปภาพหน้ารถขอผู้ตายที่บันทึกไว้   เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ นายวรวุฒิ ได้เข้ามาพูดคุยกับผู้ตาย ภายในรถฝั่งโดยสาร โดยมีเสียงของนายวรวุฒิถามผู้ตายว่าจะคบหากับหนุ่มคนใหม่ที่พาออกสื่อคนนี้หรือไม่ โดยผู้ตายได้ตอบปฏิเสธ   จากนั้นนายวรวุฒิได้พยายามเอามือมาจับแขนผู้ตาย แต่ถูกสะบัดออก จึงเกิดความคับแค้นใจโมโห ใช้ค้อนปอนด์ทุบเข้าที่หน้าอกและลำตัวหลายครั้ง ในขณะที่ผู้ตายนั่งอยู่บนที่นั่งคนขับและกอดตุ๊กตาตัวโปรดสีดำไว้แน่น จนผู้ตายแน่นิ่งไป จากนั้นจึงได้นำเสื้อแขนยาวสีดำมาปิดคลุมปกปิดใบหน้าไว้ แล้วหยิบเอาเงินสดและโทรศัพท์ของผู้ตายหลบหนีไปดังกล่าว   สำหรับศพของ น.ส.จาริณี ญาติได้นำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดสามผาน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งตัวแทนญาติของผู้ตาย เปิดเผยว่า ไม่ได้เดินทางไปดูตอนทำแผนเพราะไม่มีตำรวจมาแจ้ง ญาติทราบแต่เพียงว่าตำรวจจับคนร้ายได้แล้วแต่ยังไม่ได้บอกรายละเอียดใดๆ แต่ทั้งนี้ก็รู้สึกพอใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่สามารถจับคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8BxyIjd3ftI

 5,881
ข่าวภูมิภาค
22 มี.ค. 62

เจ้าของค่ายมวยกระบี่ ควงมีดขู่ฆ่าตัวตาย หลังนัดผู้สมัคร ส.ส.ยืมเงิน 3 แสน เคลียร์หนี้ สุดท้ายโดนเบี้ยวอีก

กระบี่-เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ เมื่อนายอรุณ ธรรมดี อายุ 62 ปี ชาวจังหวัดสงขลา เจ้าของค่ายมวยในตำบลทับปริก อ.เมืองกระบี่ ได้เดินทางมาที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมชักมีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุตกว่า ออกมาและบอกว่าจะฆ่าตัวตาย   หากคู่กรณี ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 กระบี่ พรรคการเมืองชื่อดังรายหนึ่ง ไม่ยอมจ่ายหนี้ให้จำนวน 3 แสนบาท ซึ่งเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มาติดต่อที่ศูนย์ดำรงธรรมแล้วแต่ไม่สามารถติดต่อคู่กรณีได้ พร้อมกับเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ เรียกคู่กรณีมาเจรจา สร้างความตื่นตระหนกแก่เจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก ต่างก็วิ่งหนีออกจากห้องกระเจิง   จนท.ต้องช่วยกันเกลี้ยกล่อมอยู่นานประมาณ 40 นาที นายอรุณ ก็มีท่าทีสงบลง และยอมส่งมีดให้เจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่รับว่าจะพาไปช่วยเจรจากับคู่กรณีให้ ท่ามกลางความโล่งอกของเจ้าหน้าที่   นายอรุณบอกว่า ตนมีอาชีพค้าขาย และเป็นเจ้าของค่ายมวย ใน ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ว่าขอให้ประสานกับ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.กระบี่ พรรคการเมืองชื่อดังพรรคหนึ่ง มาเจรจาพูดคุยตกลงเรื่องหนี้สินที่ยืมไป เป็นเงินจำนวน 3 แสนบาท หลังจากที่เคยฟ้องร้องเป็นคดีและศาลสั่งให้ผู้สมัครคนดังกล่าว คืนเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแล้ว   แต่กลับทำนิ่งเฉย ไม่ยอมจ่ายคืนให้ ทำให้รู้สึกร้อนใจและเป็นกังวลมาก เนื่องจากตัวเองก็ไปยืมเงินเพื่อนบ้านมาอีกทอดหนึ่ง โดยทุกวันนี้ก็ยังจ่ายคืนให้ไม่หมด พร้อมกับนำหลักฐานวันจ่ายคืนให้เจ้าหน้าที่ดูด้วย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง ผู้สมัครรายนี้ ก็ได้รับคำตอบว่าหลังเสร็จจากเลือกตั้ง ส.ส.ก็จะเข้ามาพูดคุยด้วย ตอนนี้ไม่ว่าง หลังจากนั้นก็วางสายไป และไม่สามารถติดต่อได้อีก   ทำให้ตนเกิดความน้อยใจ และกลับไป พร้อมกับขู่ว่า จะฆ่าตัวตายโดยการปีนเสาไฟกระโดดฆ่าตัวตาย เพราะไม่มีทางออกแล้ว แต่หลังจากเดินทางกลับผู้สมัครรายดังกล่าว ก็ได้ติดต่อมาอีกครั้ง ว่าจะนัดเจอ ที่ศูนย์ดำรงธรรม แต่เมื่อมาถึงกับไม่มาตามนัดและติดต่อไม่ได้ ทำให้ตนเกิดความโมโห และตั้งใจจะฆ่าตัวตายจริง   จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายอรุณ ธรรมดี ไปบ้านพักและบ้านภรรยาและบ้านญาติของผู้สมัครรายดังกล่าว จึงเดินทางไปพบ ผอ.กกต.กระบี่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอสถานที่อยู่จริง เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว ของผู้สมัครรายนี้ และเบอร์ของพรรคการเมืองที่สังกัด เพื่อจะได้ติดตามตัวมาเจราจาให้มีการชดใช้เงินที่ยืมไปให้กับนายอรุณต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pkZhY4Zylyk

 1,273
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
01 ส.ค. 61

เป็นหนี้ก็ต้องจ่าย! กยศ.บี้ทวงหนี้คนกู้ก่อนถึงคนค้ำ จ่อใช้ กม.ใหม่หักเงินเดือนเอกชนด้วย

กรมบังคับคดี ระบุแนวทางการทวงถามหนี้เงินกู้เพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ต้องติดตามทวงหนี้จากผู้กู้ให้ถึงที่สุด ก่อนจะไปบังคับเอากับผู้ค้ำประกัน ซึ่งกฎหมายใหม่ กยศ.สามารถเข้าถึงข้อมูลลูกหนี้ไม่ว่าจะเข้าไปทำงานในภาครัฐหรือเอกชน ทุกหน่วยงานมีหน้าที่ต้องมอบข้อมูลทรัพย์สินและเงินเดือนของลูกหนี้ให้กับ กยศ. ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบการติดตามทวงถามลูกหนี้ให้กับ กยศ.   โดยในส่วนของกรมบังคับคดีขอนำร่อง ส่งเงินเดือนของข้าราชการให้กับกรมบัญชีกลางเพื่อหักเงินเดือนผ่อนชำระให้กับ กยศ. ซึ่งขณะนี้มีประมาณ 200 คน สำหรับภาพรวมการบังคับคดีหนี้ กยศ.ในรอบ 9 เดือนของปีงบประมาณ 61 พบว่า กยศ.ได้ทำเรื่องขออายัดเงินเดือนจำนวน 8,384 คดี กว่า 900 ล้านบาท   ซึ่งตามกฎหมายใหม่นายจ้างทั้งภาครัฐและเอกชนมีหน้าที่ต้องหักเงินเดือนลูกจ้างที่เป็นหนี้ กยศ. โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ ยังได้หารือกับกรมการปกครองโดยให้สำรวจข้าราชการ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เข้าไปเซ็นรับรองและเซ็นค้ำประกันหนี้ กยศ.เพื่อเตรียมแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาในลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้นกับครูวิภาอีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cCAAcsAd72U

 5,164
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
18 มิ.ย. 61

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า เปิดคลิปไฟแนนซ์ตามยึดรถ ศึกษาข้อกม.เจ้าหนี้-ลูกหนี้ ควรรู้ไว้เวลาทวงหนี้

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ วิเคราะห์คลิปแม่ลูกค้างค่างวดรถที่สมุทรปราการ แล้วถูกชายฉกรรจ์ซึ่งเป็น จนท.ไฟแนนซ์ 4 รายตามยึดรถ ทางแม่ที่เป็นคนขับบอกว่าไม่มีการแสดงหลักฐานว่าเป็น จนท. จึงได้ขอเจรจา บอกว่าขอขับไปรับลูกก่อน   แต่ทาง จนท.ไฟแนนซ์ไม่ยินยอม จึงได้เดินประกบรถและทุบกระจก ทางคนขับจึงขับหนี จนเกิดการทับร่างคนที่มายึดรถได้รับบาดเจ็บ ทำให้ฝ่าย จนท.ไฟแนนซ์โวยวายว่าเป็นการพยายามฆ่า   อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีพระราชบัญญัติการทวงหนี้ฉบับใหม่ ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาการทวงหนี้แบบกดขี่ข่มเหง และคุ้มครองลูกหนี้จากการโดนทวงหนี้ที่ไม่เป็นธรรม โดยห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทำการทวงถามหนี้ในลักษณะดังต่อไปนี้   1.การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น   2.การใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น   3.การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา ๘ วรรคสอง (๒)   4.การติดต่อลูกหนี้โดยไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก โทรสาร หรือสิ่งอื่นใดที่สื่อให้ทราบว่าเป็นการทวงถามหนี้อย่างชัดเจน เว้นแต่กรณีการบอกกล่าวบังคับจำนองด้วยวิธีการประกาศหนังสือพิมพ์ ซึ่งเจ้าหนี้ไม่สามารถติดต่อลูกหนี้โดยวิธีการอื่น หรือกรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด   5.การใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมายในการติดต่อลูกหนี้ที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่ชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้ไม่ได้สื่อให้ทราบได้ว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้   6.การทวงถามหนี้ที่ไม่เหมาะสมในลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bYoWP3eNj50

 17,044
ข่าวภูมิภาค
09 พ.ค. 61

เร่งจับกุม หนุ่มเงินกู้สุดโหดใช้เก้าอี้ฟาดหัวแม่ค้าจนเลือดอาบ

คืบหน้าหนุ่มเงินกู้โหดใช้เก้าอี้ฟาดหัวแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวเลือดอาบขณะบุกไปทวงหนี้ ผู้การโคราชสั่งชุดสืบสวนตามจับกุมคนร้ายผู้ก่อเหตุให้ได้ภายในวันนี้ เผยแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวกู้เงินนอกระบบมา 10,000 บาท ส่งเงินต้น และดอกเบี้ยรายวันในอัตราร้อยละ 20 แต่แม่ค้าไม่ได้ชำระเงินในช่วงหลังจึงเกิดเหตุดังกล่าว   คืบหน้าหนุ่มเงินกู้โหดใช้เก้าอี้ฟาดหัวแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวเลือดอาบขณะบุกไปทวงหนี้ ผู้การโคราชสั่งชุดสืบสวนตามจับกุมคนร้ายผู้ก่อเหตุให้ได้ภายในวันนี้ เผยแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวกู้เงินนอกระบบมา 10,000 บาท ส่งเงินต้น และดอกเบี้ยรายวันในอัตราร้อยละ 20 แต่แม่ค้าไม่ได้ชำระเงินในช่วงหลังจึงเกิดเหตุดังกล่าว    จากเหตุการณ์เมื่อเย็นวานนี้ (8 พ.ค.61) ที่มีชายหนุ่มคนหนึ่งขับรถยนต์เก๋งเข้าไปทวงหนี้เงินกู้นอกระบบจากนางดาหวัน ศรีโคกกรวด อายุ 53 ปี แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวภายในศูนย์พักรถโดยสาร ของบริษัท เชิดชัยทัวร์ จำกัด ริมถนนมิตรภาพ อำเภอเมืองนครราชสีมา ก่อนที่ชายหนุ่มจะใช้เก้าอี้พลาสติกฟาดศีรษะแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวจนศีรษะแตกเลือดอาบ และยังใช้ฝ่ามือตบหน้า นางสำราญ หมั่นหมื่นไวย อายุ 50 ปี แม่บ้านที่เข้าไปห้ามปรามจนได้รับบาดเจ็บไปอีกราย ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะหลบหนีไป   ล่าสุดวันนี้ (9 พ.ค.61) พลตำรวจตรี วัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.โพธิ์กลาง เจ้าของพื้นที่ และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เร่งออกสืบสวนจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้แล้ว โดยกำชับให้เร่งดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายให้ได้ภายในวันนี้ ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าแม่ค้าที่ได้รับบาดเจ็บได้ไปกู้ยืมเงินนอกระบบมาในจำนวน 10,000 บาท ส่งเงินต้น และดอกเบี้ยรายวันในอัตราร้อยละ 20 ซึ่งก่อนเกิดเหตุแม่ค้าคนดังกล่าวได้ผัดผ่อน และไม่ได้ชำระเงินติดต่อกัน 2-3 วัน จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามตนได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสถานีให้ดำเนินการกวาดล้างจับกุมธุรกิจเงินกู้นอกระบบในพื้นที่อย่างเข้มงวด และไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก 

 2,177
ข่าวภูมิภาค
03 เม.ย. 61

สาวมึนไม่เคยกู้เงิน แต่ถูกแก๊งทวงหนี้โหดเตะสลบกลางตลาด คาดทำร้ายผิดตัว

เพชรบูรณ์-ผู้จัดการสาวบริษัททัวร์นำเที่ยวและเจ้าของร้านสินค้ามือสองจากประเทศญี่ปุ่น ถูกแก๊งเงินกู้โหดลงมือทำร้ายร่างกายจนสลบคาที่ เหตุเกิดที่หลังตลาดเกษม ต.ซับสมอทอด   ขณะที่ผู้เสียหายมานั่งรอใส่บาตรพระอยู่ในร้านไก่ย่าง ส้มตำ โดยคนร้าย 2 คนเป็นชายวัยรุ่น ขับขี่รถจักรยานยนต์ แบบหญิง สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอด โดยคนขับขี่สวมหมวกกันน็อกปิดหน้า สตาร์ทรถรอ จากนั้นได้มีชายที่นั่งซ้อนท้ายรูปร่างผอม ผิวดำแดง สูง อายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อแขนยาวลายสก๊อต สีชมภู ขาว เดินอ้อมเข้ามาทางด้านหลัง และลงมือทำร้ายด้วยการต่อย เตะ เข้าที่ใบหน้าและศีรษะ จนสลบ หลังลงมือเสร็จก็ขับรถหลบหนีลอยนวล ไปตามถนนสายสระบุรี-หล่มสัก โดยมุ่งหน้าไปทาง 4 แยกราหุล   ต่อมา ตร.สืบทราบมาว่าผู้ลงมือก่อเหตุทราบขื่อเล่นคือนาย เบส กับบาส เป็นขาโหดปล่อยเงินกู้ที่มีประวัติทำร้ายลูกหนี้เป็นประจำ จนมีลูกหนี้หลายรายต้องขนย้ายข้าวของ หรือย้ายอออกจากบ้านพักเพื่อหนีตาย   ส่วนการลงมือทำร้ายร่างกายผู้เสียหายในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นการทำร้ายร่างกายผิดตัว เพราะจากข้อมูลที่ได้ผู้เสียหายไม่เคยไปกู้เงินนอกระบบ หรือค้ำประกันเงินกู้นอกระบบ แต่บริเวณใกล้เคียงมีหญิงสาวอีกรายที่ทำเรื่องกู้เงินนอกระบบ แล้วย้ายบ้านหนีออกไปแล้ว เพราะถูกแก๊งเงินกู้ขู่อาฆาตเอาไว้ จึงน่าจะเป็นการเข้าใจผิด และทำร้ายผิดตัว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7-lGgjY6GkI  

 14,301
ข่าวภูมิภาค
26 มี.ค. 61

หนุ่มทวงหนี้หยอดกาวรูกุญแจบ้าน ลูกหนี้โมโหชักปืนยิงดับ

สน.ร่มเกล้า รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ภายในซอยเคหะร่มเกล้า 28 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. พบศพชายอายุ 18 ปี ชาวจ.บุรีรัมย์ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด บริเวณลำคอด้านซ้ายมีแผลเป็นรูกว่า 10 รู นอนหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่ต้องรีบทำการช่วยเหลือเบื้องต้น จากนั้นจึงนำส่งรพ. แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา   จากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ไปทวงหนี้บ้านพักภายในซอยดังกล่าว เมื่อไปถึงลูกหนี้ไม่ยอมออกมาพูดคุย ผู้ตายจึงใช้กาวหยอดที่รูกุญแจบ้าน จึงทำให้ลูกหนี้เกิดความโมโห ใช้อาวุธปืนยิงนายวชิรวิชญ์จนเสียชีวิตดังกล่าว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วชื่อนายตั้ม อายุ 33 ปี หลังก่อเหตุได้หลบหนี ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zY7whw3wMqQ    

 8,867
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 ธ.ค. 60

'ท็อป ฮาวดี้' คอตก โดนรวบหลังไลฟ์สดเผาบ้านทวงหนี้ อ้างแค่จุดโชว์แล้วดับให้

บุรีรัมย์-ตร.จับกุมนายอาทิตย์ จักรคุ้ม หรือฉายาท็อป ฮาวดี้ อายุ 26 ปี หนุ่มที่ไลฟ์สดเผาบ้านเพื่อทวงหนี้ โดยหลังก่อเหตุได้ไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านเช่าของแฟนสาวที่เพิ่งคบหากันประมาณ 1 ปี   ซึ่งทางผู้ต้องหาให้การวกวน ส่วนใหญ่จะอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจเผาตามเป็นข่าว แท้จริงแค่อยากหยอกเพื่อน เพราะบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของเพื่อนที่เคยคบกันมาตั้งแต่เด็ก และอุปกรณ์ก่อสร้างทั้งหมดตนเองเป็นคนจัดหามาให้สร้างบ้าน และการจุดไฟวันนั้นแค่จุดโชว์แล้วก็ดับให้ ส่วนภาพที่เห็นตนเองมั่นใจไม่ใช่ฝีมือของตนเอง   จากนั้นตำรวจได้ตำตัวนายอาทิตย์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดที่เกิดเหตุ ในระหว่างการทำแผน นายท๊อป ยังให้การวกวนเช่นเดิมว่า ไม่ได้เผาแค่จุดไฟเล่นแล้วก็ดับไฟ เพียงแค่ล้อเพื่อนเท่านั้น โดยมีชาวบ้านออกมาดูการทำแผนกันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่บอกไม่น่าจะทำแบบนี้   ทั้งนี้จะแจ้งข้อหากับนายอาทิตย์ จักรคุ้ม ผู้วางเพลิงไว้ก่อนตามหมายจับ ส่วนคนถ่ายคลิป จะเป็นผู้ร่วมวางเพลิงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน และแนวทางการดำเนินคดี ทั้งนี้ตำรวจพร้อมจะให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9eAWmpChnd0  

 11,699
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ย. 60

แม่ค้าโร่แจ้งความ อ้างถูกทวงหนี้โหด เอาถ่านนาบจนเป็นแผลไฟไหม้ - ฝ่ายเจ้าหนี้แจงอีกมุม ยันไม่ใช่มาเฟีย

นางจันทร์ตรา ฤทธิ์มาก อายุ 54 ปี แม่ค้ารถเข็นขายข้าวเกรียบปากหม้อ-สาคู เดินทางไปที่ สน.สายไหม เพื่อแจ้งความเอาผิดเจ้าหนี้ หลังนางจันทร์ตราระบุว่า ตนถูกเจ้าหนี้ข่มขู่ทวงหนี้ จนถึงขั้นลงไม้ลงมือ ถูกอีกฝ่ายใช้ถ่านร้อนๆจากเตาถ่านต้มข้าวเกรียบ นาบมาที่ร่างกายจนเป็นแผลฉกรรจ์ตามร่างกาย   หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตัวฝ่ายเจ้าหนี้มาให้ปากคำที่โรงพัก คือ นางสาวนงนภัส นวลไย วัย 60 ปี มาพร้อมกับลูกชาย เจ้าหน้าที่ให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาไกล่เกลี่ยกัน แต่ฝ่ายลูกหนี้ยืนยันว่าจะไม่เจรจา ต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ตำรวจจึงได้ทำการแยกสอบปากคำทั้งสองฝ่ายคนละห้อง   ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นางจันทร์ตรา ฝ่ายลูกหนี้ เล่าเหตุการณ์ว่า ตนกู้เงินจากนางสาวนงนภัส ซึ่งเป็นลูกค้าประจำ กู้มาตั้งแต่ปี 2554 เป็นเงินประมาณ 3 หมื่นบาท ซึ่งนับตั้งแต่กู้เงินมา ก็มีผู้ชายที่แขนมีรอยสัก อ้างว่าเป็นลูกน้องของนางสาวนงนภัส มาเก็บหนี้ทุกวันวันละ 100 บาท ตนก็จ่ายมาตลอดทุกวัน เป็นเวลา 6 ปีแล้ว ก็คิดว่ายอดหนี้คงจะใกล้หมดเต็มที แต่ก็ไม่ทราบว่ายอดหนี้ที่เหลือจริงๆเหลืออยู่เท่าไหร่ เพราะเวลาที่จ่ายหนี้ก็ไม่ได้มีเอกสาร สัญญาหนี้อะไรมาแสดงเลย   จนกระทั่งวันจันทร์ที่ผ่านมา ตนขายของอยู่ที่ตลาดวัดเกาะ ย่านสะพานใหม่ตามปกติ ประมาณ 10 โมงเช้า ลูกชายของนางสาวนงนภัส ก็มาหาตนที่ตลาด มาทวงหนี้กับตน บอกว่ายืมไปหลายปีแล้วเมื่อไหร่จะจ่าย ตนก็แย้งไปว่า ตนจ่ายทุกวัน ทำไมจึงยังมีหนี้อยู่ สุดท้ายคุยกันไม่รู้เรื่อง นางสาวนงนภัสมาช่วยทวงอีก สุดท้ายเกิดโมโห ตบหน้าตนจนล้ม แล้วสองแม่ลูกก็รุมทำร้าย เอาถ่านร้อนๆจากเตามานาบที่ไหล่จนเป็นแผลไฟไหม้ขนาดใหญ่ สุดท้ายมีคนเข้ามาช่วยห้ามจึงรอดมาได้   หลังจากที่มาคุยกันที่โรงพัก ฝ่ายเจ้าหนี้อ้างว่า ตนลากนางสาวนงนภัส ออกไปที่ถนนจะให้รถชน ขอยืนยันว่าตนไม่มีทางทำแบบนั้นได้ เพราะอีกฝ่ายมากันหลายคน ตนอยู่คนเดียวจะไปสู้อีกฝ่ายได้อย่างไร   ในขณะที่ฝ่ายเจ้าหนี้ สองแม่ลูกเปิดเผยกับทีมข่าวว่า คู่กรณีมาขอยืมเงินบอกว่าจะเอาไปทำทุน ขายข้าวเกรียบปากหม้อ-สาคู ตนเห็นว่าอีกฝ่ายเดือดร้อนก็ให้ยืมไป แต่หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็เงียบหาย จนกระทั่งเมื่อเร็วๆนี้ ลูกชายไปเจอคู่กรณีโดยบังเอิญ ที่ห้างย่านวัชรพล จึงเข้าไปทวงถามหนี้ เพราะจำได้ว่ายังมีใบสัญญาหนี้ของนางจันทร์ตรา เหลืออยู่แค่เจ้าเดียว ในขณะที่ลูกหนี้รายอื่นๆจ่ายมาหมดแล้ว   ตอนนั้นนางจันทร์ตราบอกว่าไม่มีเงิน ไม่จ่าย แล้วก็เดินหนีไป จนกระทั่งวันจันทร์ที่ผ่านมา ลูกชายไปซื้อของตลาด แล้วเจอนางจันทร์ตราอีก จึงเข้าไปทวงหนี้อีกครั้ง อีกฝ่ายก็อ้างว่าจ่ายให้ลูกน้อง ที่เป็นชายมีรอยสักไปแล้วทุกวัน ตนก็บอกว่าแม่ไม่เคยจ้างลูกน้อง เพราะไม่ใช่มาเฟีย ไม่ใช่แก๊งเงินกู้ สุดท้ายคุยกันไม่รู้เรื่อง จึงไปรับแม่มาเจรจา   แต่ก็ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง นางจันทร์ตราก็เริ่มลงมือทำร้ายร่างกายนางสาวนงนภัส จนเหตุการณ์ชุลมุน มีการยื้อแย่งกันไปมา จนหม้อต้มข้าวเกรียบล้ม ต่างฝ่ายต่างโดนถ่านและสะเก็ดไฟลวก พวกตนก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ขอยืนยันว่าไม่ได้เอาถ่านไปนาบอีกฝ่ายอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง นอกจากนี้นางจันทร์ตรา ยังจิกศีรษะนางสาวนงนภัส ลากออกไปที่ถนนจะให้รถชน  โชคดีที่ภรรยาของนายธานัทเข้าไปช่วยเอาไว้ทัน   ด้าน พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ ผู้กำกับการ สน.สายไหม เปิดเผยหลังทำการสอบสวนคู่กรณีด้วยตนเองระบุว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้นพบว่า ฝ่ายของเจ้าหนี้มีการปล่อยเงินกู้ ในอัตราดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 จึงได้ทำการแจ้งข้อหาเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560     นอกจากนี้จะต้องสืบสวนเพิ่มเติมว่า มีพฤติกรรมทวงหนี้รุนแรง เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ หรือไม่   ส่วนกรณีการทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายนั้น ต่างฝ่ายต่างให้การเข้าข้างฝ่ายตนเอง จึงต้องให้ฝ่ายสืบสวนไปติดตามหาพยานแวดล้อม ติดตามหาหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด มาตรวจสอบเพิ่มเติม ว่าฝ่ายไหนผิดฝ่ายไหนถูกต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XjemWZNiRJI  

 26,107
ข่าวภูมิภาค
24 พ.ย. 60

วงจรปิดจับภาพ คู่ชายหญิงปีนรั้วอพาร์ทเม้นท์ทวงหนี้โหด อ้างเป็นทหาร

นนทบุรี-วงจรปิดจับภาพชายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีม่วง สวมกางเกงวอร์มขายาวสีเทา กำลังปีนข้ามรั้วอพาร์เมนท์เข้าไปด้านใน จากนั้นได้หยิบเก้าอี้ไม้ส่งให้หญิงสาวผมยาว สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว สวมกระโปรงสั้นสีเทา ปีนข้ามรั้วตามเข้าไปด้านใน ต่อมาผู้หญิงคนดังกล่าวได้หยิบกระถางที่วางอยู่ข้างกำแพงทุ่มลงกับพื้นจนแตกกระจาย   จากนั้นทั้งคู่ได้เปิดประตูรั้วเดินออกไปที่รถยนต์ ผู้หญิงได้หยิบไม้เบสบอลออกมาจากกระโปรงหลังรถและเดินเข้ามาด้านในออฟฟิศ กล้องตัวที่ 2 อยู่ใต้บันได้สามารถจับภาพคนทั้ง 2 ได้อีกเมื่อเวลา 13.37 น.โดยมีหญิงสาวเดินนำหน้าและผู้ชายถือไม้เบสบอลเดินตาม จากนั้นได้เดินขึ้นไปที่ชั้น 2 เปิดประตูห้องพักและเข้าไปด้านในห้องพัก   จากการสอบถามผู้เสียหาย ทราบว่าเรื่องมีอยู่ว่าตนไปซื้อโทรศัพท์มือถือราคา 21,000 บาท จากนั้นตนได้จ่ายเช็คให้ไปแต่เช็คมันเด้ง ต่อมาทั้งคู่ได้เดินทางมาทวงเงินที่อพาร์ทเม้นท์ โดยคนทั้งสองได้ปีนรั้วเข้ามาด้านใน ในขณะที่ตนเองอยู่บนชั้น 2 เมื่อทั้งคู่เข้ามาด้านในแล้วตนจึงได้พยายามเคลียร์เรื่องหนี้สินแต่ทั้งคู่ไม่ยอม ตนจึงขอเวลาออกไปยืมเงินเพื่อนแล้วค่อยกลับมาเอาเงิน   ต่อมาผู้หญิงได้เดินเข้ามาอีกครั้งพร้อมไม้เบสบอลเข้ามาเคาะและเขี่ยไปมา ตนจึงขอตัวออกไปหาเงินตอนเวลาประมาณ 13.00 น.ซึ่งตนพยายามหาเงินมาให้และตนได้เดินทางไป สภ.ปากเกร็ดเพื่อลงบันทึกประจำวันว่าจะใช้หนีโดยแบ่งจ่าย ในขณะเดียวกันไฟที่อพาร์ทเม้นท์ก็ดับ ตนจึงให้ลุงเล็กไปตรวจคัทเอาท์และเปิดไฟ   ต่อมาไฟก็ดับอีกคนข้างอพาร์ทเม้นท์ได้ยินเสียงมีของแตกซึ่งกล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพได้ ตนคิดว่าของแตกเล็กน้อย จากนั้นเวลา 19.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแต่ไม่ได้ทำอะไรให้ และเวลา 20.00 น.ทั้งสองคนได้เข้ามาเคลียเงินหนี้สินกันและแยกย้ายกันกลับ เมื่อตนกลับถึงที่พักพบว่าถูกทำลายข้าวของเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบ และแจ้งความว่าเกิดความเสียหายและลูกค้าที่พักไม่ปลอดภัย ซึ่งทางคู่กรณีใช้ความเป็นทหารและอ้างเป็นหลานตำรวจซึ่งเราพยายามที่จะเคลียร์แล้ว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบว่ามีทรัพย์สินสูญหาย ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกติดตามหาผู้ต้องสงสัยว่าเป็นใคร จากนั้นจะออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/noeACP08cM4    

 69,805
สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 60

รวบแล้ว พระ-เณรฆ่าจามหัวโยมคาวงเหล้า ก่อนโบกปูนในลานวัด สารภาพฉุนโดนทวงเงินค่าไก่ชน

อุดรธานี-พบศพชายอายุ 44 ปี สภาพศพถูกฝังในลานดินของบริเวณวัด โดยมีร่องรอยถูกฝังแล้วนำปูนมาโบกปิดด้านบนของหลุมศพ เมื่อเจ้าหน้าที่ขุดลงไปประมาณ 50 ซม.ก็พบร่างถูกห่อด้วยผ้าจีวรสีเหลืองสภาพศพเริ่มเน่าบริเวณศีรษะมีรอยช้ำคล้ายถูกของแข็งตีหลายแห่งและมีร่องรอยถูกฟันบริเวณลำคอด้วยจำนวน 1 แผลเจ้าหน้าที่จึงได้นำศพขึ้นมาตรวจสอบและชันสูตรศพ   ต่อมา ด.ช.เอ ซึ่งบวชเป็นสามเณรที่วัดบ้านโสกดาว ได้เปิดปากรับสารภาพว่าได้ร่วมกันฆ่า ร่วมกับพระอีก1 รูปและฆราวาสอีก 2 คน แต่ตอนนี้พระรูปดังกล่าวได้หลบหนีไปแล้ว ส่วนสาเหตุเบื้องต้น ด.ช.เอ.กล่าวว่าผู้ตายเมาสุราแล้วไปทวงถามเงินกับพระ ที่ติดค้างค่าไก่ชน แล้วเกิดทะเลาะกันมีปากเสียงและชกต่อยวิวาทกัน จนผู้ตายหมดสติ จากนั้นพระ ได้ใช้ขวานฟันที่คอหลายครั้ง จนนายวิชาญฯ ถึงแก่ความตาย จากนั้นพระได้ให้ฆราวาสและสามเณรช่วยกันนำศพไปขุดหลุมฝังดินกลบที่ท้ายวัด จากนั้นได้เทปูนลาดทับปิดก่อนหลบหนีไป   ในเวลาต่อมา ทางตำรวจได้จับกุมพระที่ก่อเหตุได้แล้ว โดยหลบหนีมากบดานกับญาติในพื้นที่เมืองพัทยา ทราบชื่อว่าพระสงกรานต์ ลงรถโดยสารบริเวณสุดเขตรับผิดชอบเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม เบื้องต้น ผู้ต้อง ให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ก่อนประสานตำรวจ จ.อุดรธานี เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุมารับตัวไปดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wpcWxYQ_93I    

 15,169
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 60

รวบแล้วแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ฉีดพ่นสเปรย์ 'อีเหนียวหนี้' รอบบ้าน

สมุทรปราการ-จากกรณีที่ หญิงอายุ 59 ปี ถูกแก๊งเงินกู้เข้ามาพ่นฉีดสเปรย์คำว่า อีเหนียวหนี้ บริเวณทางเข้าบ้านและรั้วประตูบ้าน กระถางต้นไม้หน้าบ้านถูกทุบแตกเสียหายหลายใบ ประตูรั้วที่สร้างไว้ด้วยแผ่นยิปซั่มถูกถีบทำลายเสียหายทำให้ตนและครอบครัวอยู่กันอย่างหวาดผวา   ล่าสุด ตร.ได้จับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้เป็นชาย 4 ราย พร้อมด้วยของกลาง อาทิ สัญญาเงินกู้ จากการสอบสวน อ้างว่าได้ยืมเงินเพื่อนมาจำนวน 500,000 บาท เพื่อนำมาปล่อยเป็นเงินกู้โดยเก็บดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาทต่อวันเพราะเห็นว่าเป็นงานที่มีรายได้ที่ดี แต่ที่ทำลงไปนั้นทำด้วยความคึกคะนองไม่ได้ตั้งใจเพราะด้วยความที่โมโหที่โทรหาผู้เสียหายแล้วติดต่อไม่ได้ เมื่อมาหาที่บ้านก็ไม่พบ จึงเกิดความแค้นคิดว่าผู้เสียหายหนีหนี้ไปไม่ยอมจ่ายใช้หนี้ จึงได้ซื้อสีสเปรย์มาพ่นพร้อมชวนเพื่อนที่บ้านผู้เสียหายมาด้วยเพื่อระบายอารมณ์แค้น ส่วนที่บอกว่าลูกพี่เป็นคนใหญ่คนโตนั้นตนแค่แอบอ้างเท่านั้นเพราะเกรงว่าผู้เสียหายจะไม่ยอมใช้หนี้จึงพูดกันท่าไว้เท่านั้น   ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหา ร่วมกันให้กู้ยืมเงินโดยเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด , ร่วมกันทวงถามหนี้ กระทำการทวงถามหนี้โดยการข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น และร่วมกันทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ และร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่น ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปพร้อมคัดค้านการประกันตัวเกรงว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะไปข่มขู่ผู้เสียหายเพิ่มอีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I5mQUy7pPN4  

 8,057
ข่าวภูมิภาค
26 ม.ค. 60

มือปืนยิง 2 คนงานไร่อ้อยชาวเขมรมอบตัว สารภาพแค้นถูกทวงหนี้ค่าปืน

สุพรรณบุรี-ญาติพามือปืนวัย 27 ปีก่อเหตุยิงคนงานไร่อ้อยชาวกัมพูชา 2ศพ เข้ามอบตัว รับสารภาพแค้นถูกกลุ่มผู้ตายทวงนี้ค่าอาวุธปืน3,000 บาท และกลัวพ่อจะทราบเรื่องซื้อปืน ตร.แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายโดยเจตนาและพยายามฆ่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนพาผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามจุดต่าง ๆ จากนั้นได้นำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8ohQPy8pI0c  

 1,476

Top