ค้นหา :

ผลการค้นหา "แพะ"

ปากท้องร้องทุกข์
22 มิ.ย. 62

อดีตคนงานก่อสร้างติดคุกฟรี 2 ปี เดินหน้าทวงถามความยุติธรรม หลังตกเป็นแพะในคดีวิ่งราวทรัพย์

อดีตคนงานก่อสร้างติดคุกฟรีนาน 2 ปี เดินหน้าทวงถามความยุติธรรม หลังตกเป็นแพะในคดีวิ่งราวทรัพย์   วันที่ 22 มิ.ย. 62 นายยนต์ เวียงทา อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 5 ต.สงเปือย อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น กล่าวภายหลังจากที่ได้นำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับคดีวิ่งราวทรัพย์ ที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ต้องหาคดีดังกล่าวเข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น ว่า ตนเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่โชคร้ายเมื่อปี 2559 ที่ตนได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่นเพื่อไปร่วมงานศพญาติ ได้มีตำรวจ สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่นนำหมายจับตนไว้ดำเนินคดีข้อหา “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป”    โดยมีนางดารัตน์ ดินจันทร์ อายุ 50 ปี ชาว อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เป็นผู้เสียหายเข้าชี้ตัวยืนยันว่าตนก่อเหตุกระชากกระเป๋าสะพายขณะขับขี่รถ จยย.ในพื้นที่ อ.น้ำพอง โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 พ.ย.2558   นางดารัตน์ อ้างว่าตนได้กระชากกระเป๋าสะพายหลบหนีไป รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้น 28,340 บาทหลบหนีไป ทั้งที่ตนได้ชี้แจงว่าตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2556-2558 ต่อเนื่องถึงปี 2559 ก่อนเดินทางกลับบ้านเกิดมาร่วมงานศพญาติ ตนไปเป็นคนงานก่อสร้างที่เขตพระราม 2 กรุงเทพฯ โดยตนไม่เคยก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์หรือคดีใดๆ มาก่อน ทั้งยังไม่เคยเดินทางไปที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่นด้วย   แต่ไม่เป็นผลเพราะผู้เสียหายปักใจเชื่อว่าตนเป็นคนร้ายที่ขับขี่รถ จยย.ฮอนด้าเวฟสีแดงดำไปกระชากกระเป๋าสะพายหลบหนีไป อ้างว่าคนร้ายไว้หนวดเคราและไว้ผมยาวรุงรังรูปร่างผอมสูงเหมือนตน แต่ตนยืนยันว่าไม่เคยไว้หนวดเคราและไว้ผมยาวและมีพาหนะคือรถ จยย.ฮอนด้า 125ไป สีน้ำเงินดำ หมายเลขทะเบียน กกก 588 ขอนแก่น ที่เอาไว้ใช้ที่แคมป์คนงานก่อสร้างพระราม 2 กรุงเทพฯ และได้ปฏิเสธว่าตนไม่ได้เป็นคนร้ายที่ก่อเหตุแต่อย่างใด ขณะนั้นเป็นกรรมกรอยู่กรุงเทพฯ   จนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ศาลชั้นต้นพิพากษาตัดสินโทษจำคุก 4 ปี ตนได้ให้ทนายความสู้คดีร้องศาลอุทธรณ์ต่อ ระหว่างรอผลการตัดสินจากศาลอุทธรณ์ตนถูกจำคุกมาแล้ว 3 วัน จนเมื่อศาลอุทธรณ์ตัดสินโทษจำคุก 3 ปี ต่อมาวันที่ 22 มิ.ย.2560 ตนได้ถูกนำตัวไปจำคุกที่เรือนจำกลางขอนแก่น เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน แล้วได้รับการอภัยโทษจากจำคุก 3 ปี ลดเหลือ 2 ปี อีก 6 เดือนจึงได้ไปจำคุกที่เรือนจำชั่วคราว จ.ร้อยเอ็ด ครบกำหนด 2 ปีกระทั่งพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2562 ทำให้ตนเองต้องออกมาร้องขอความรับชอบที่เกิดขึ้น

 4,419
ต่างประเทศ
03 ก.ย. 61

หนุ่มสหรัฐฯ เรียกร้องเงินชดเชย 1 ล้านดอลลาร์ หลังถูกจับผิดตัว-ติดคุกนาน 17 ปี

สำนักข่าว metro นำเสนอเรื่องราวของ ริชาร์ด โจนส์ ชายชาวสหรัฐฯ วัย 42 ปี เรียกร้องเงินชดเชยจำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 32 ล้านบาทจากรัฐมิสซูรี รวมทั้งขอความช่วยเหลือด้านการเงินเพื่อใช้สำหรับค่าเล่าเรียนของลูกๆ , ซื้อบ้าน และการให้คำปรึกษาในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ หลังถูกจับผิดตัวทำให้ต้องโทษจำคุกนานถึง 17 ปี ซึ่งสาเหตุเป็นเพราะเขาและคนร้ายตัวจริงมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกันมาก   ริชาร์ด โจนส์    รายงานข่าวระบุว่า ชายหนุ่มถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีปล้นอาวุธเมื่อปี 1999 หลังพยานยืนยันว่าเป็นตัวเขา แต่ระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ มีนักโทษหลายคนบอกว่าเขาหน้าเหมือน ริกกี้ อามอส เขาจึงตัดสินใจติดต่อองค์กรช่วยเหลือนักโทษที่ถูกตัดสินโดยไม่เป็นธรรม แม้จะเคยยื่นอุทธรณ์หลายครั้งแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ      ริกกี้                                            ริชาร์ด   กระทั่งในที่สุดเขาได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระเมื่อปลายปีที่แล้ว หลังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งดีเอ็นเอและรอยนิ้วมือที่สามารถเชื่อมโยงได้ว่าริชาร์ดเป็นคนร้าย อีกทั้งวันเกิดเหตุยังพบว่าเขาอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไปอีกฟากหนึ่งของเมือง ในขณะที่ริกกี้อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุมากกว่า     โดยริชาร์ดเปิดใจว่า ตอนนี้เขาพยายามทำหน้าที่พ่ออย่างดีที่สุด หลังพลาดโอกาสได้เห็นลูกสาวที่ขณะนี้มีอายุ 24 ปี และ อายุ 19 ปี เติบโต เขายอมรับว่าตัวเองไม่ได้เพอร์เฟกต์ แต่การต้องพลัดพรากจากครอบครัวไปทั้งที่ไม่มีความผิดเป็นเรื่องที่เจ็บปวดมาก     ด้านทนายความของริชาร์ดเปิดเผยว่า ลูกความของเขาหวังว่าจะได้รับการเยียวยาบาดแผลครั้งนี้ ซึ่งเงินชดเชยก้อนใหญ่จะสามารถช่วยให้ชีวิตของเขาเดินหน้าต่อไปได้         

 7,052
ต่างประเทศ
21 พ.ค. 61

อดีตนักโทษหลั่งน้ำตายินดีพ้นมลทินคดีฆ่าคนตาย หลังต่อสู้มายาวนานกว่า 27 ปี

สำนักข่าว mirror เผยแพร่เรื่องราวสะเทือนใจของ John Bunn อดีตนักโทษชาวสหรัฐฯ พ้นมลทินในคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อ 27 ปีก่อน ทำให้เขาถูกจับติดคุกตั้งแต่อายุ 14 ปี แต่วันนี้ศาลได้ยืนยันความบริสุทธิ์ของเขาแล้วหลังต่อสู้มายาวนานค่อนชีวิต     อดีตผู้ต้องหาที่ปัจจุบันมีอายุ 41 ปี ตกเป็นจำเลยในคดีฆ่าคนตาย หลังถูกกล่าวหาว่าร่วมกับเพื่อน Rosean Hargrave ยิง Rolando Neischer เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เสียชีวิตที่ย่านบรูคลินของนิวยอร์กเมื่อปี 1991 จากคำให้การของพยานเพียงคนเดียวคือ Robert Crosson เพื่อนของผู้ตายที่รอดชีวิตมาได้ ทำให้เขาถูกจองจำในคุกเป็นเวลา 17 ปี โดยอาศัยเพียงหลักฐานที่ไม่มีความสมบูรณ์ ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อ 7 ปี และในปี 2016 คดีนี้ได้ถูกรื้อฟื้นใหม่ หลังพบว่าตำรวจที่ทำคดีซึ่งเกษียณอายุไปแล้วปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ทั้งจัดการกับหลักฐาน ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพและสอบปากคำพยานผิดพลาด     โดยการขึ้นศาลครั้งล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผู้พิพากษาได้มีคำสั่งยกฟ้องเนื่องจากขาดหลักฐานและพิสูจน์ชัดเจนว่าจำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้น ทำให้อดีตนักโทษรายนี้กลายเป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเจ้าตัวก็ถึงกับหลั่งน้ำตาความยินดีออกมาทันที หลังต้องต่อสู้กับความไม่ยุติธรรมมายาวนานกว่า 27 ปี พร้อมกับบอกว่าเขาไม่อาจยอมรับความผิดที่ไม่ได้ก่อ และยืนยันมาตลอดว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ ก่อนจะเดินไปขอบคุณผู้พิพากษาอย่างสูงสุด ด้วยการจับมือของอีกฝ่ายมาแนบไว้กับศีรษะและร่ำไห้ออกมาอย่างสุดกลั้นที่ช่วยให้เขาและครอบครัวได้พบกับอิสรภาพอีกครั้ง     ขณะที่ทนายความของเขาซึ่งเป็นทนายอาสาในโครงการช่วยเหลือเหยื่อจากการตัดสินผิดพลาดในนิวยอร์กระบุว่า คดีนี้เห็นได้ชัดเจนว่าลูกความของเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่มีสาเหตุที่เป็นไปได้เลยว่าเขาจะถูกจับ     ทั้งนี้เพื่อนที่ถูกจับพร้อมกันก็จะได้รับการยกฟ้องและไม่ต้องถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน  

 8,296
ข่าวภูมิภาค
18 ม.ค. 61

คนใจดีระดมช่วย 'เจ้าโบ้' แพะแสนรู้หน้าเซเว่นพัทยา ขาหักไม่ทราบสาเหตุ หวั่นถูกคนใจร้ายทารุณ

พัทยา-เจ้าโบ้ แพะสุดเชื่อง ที่มักมาเดินหากินและหลบร้อนหน้าเซเว่นซอยเขาตาโล เมืองพัทยา ถูกคนไม่หวังดีทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บที่ขาหน้าทั้งสองขา โดยไม่ทราบสาเหตุ และขณะนี้ยังไม่ทราบตัวผู้กระทำการทารุณกรรมสัตว์แต่อย่างใด เบื้องต้นทราบว่าได้มีการนำเจ้าโบ้ไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์เนินพลับหวาน เมืองพัทยาแล้ว   ทั้งนี้มีรายงานว่ากลุ่มคนใจดีได้ระดมทุนช่วยเหลือผ่านสังคมออนไลน์ในเมืองพัทยาเพื่อจัดหางบประมาณเป็นค่ารักษาพยาบาลเจ้าโบ้แล้ว แต่ทราบว่าทางโรงพยาบาลสัตว์เนินพลับหวาน โดย น.สพ.เผด็จ ศิริดำรง ผู้บริหารโรงพยาบาลสัตว์เนินพลับ รับเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมด   โดยแพทย์ระบุ จากการตรวจอาการพบว่าขาหน้าของเจ้าโบ้หักหลายท่อนทั้งสองขา จนข้อเสื่อมไม่สามารถเดินด้วยตนเองได้เนื่องจากถูกรถชนมาแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง ซึ่งไม่สามารถฟันธงได้ว่าโดนทำร้ายหรืออุบัติเหตุ แต่ในส่วนของการดูแลรักษานั้น หลังจากรับตัวมาพบว่าเจ้าโบ้นอกจากขาที่หักมาเป็นเวลานานแล้ว ยังมีแผลกดทับบางส่วนจึงทำการพยาบาลด้วยยาปฏิชีวะ พร้อมทำการเข้าเฝือกให้ขาหน้าทั้งสองข้างของเจ้าโบ้ จนมีอาการดีขึ้นตามลำดับ จนขณะนี้สามารถเดินและหากินได้ด้วยตนเองแล้ว   ทั้งนี้ ในวันที่ 22 มกราคม 2561 นี้ ทางกลุ่มผู้หวังดีจะมารับตัวเจ้าโบ้เพื่อนำไปเลี้ยงดูในสถานที่ๆ มีความเหมาะสมมากกว่านี้ โดยได้ประสานไปยังสำนักสงฆ์หรือวัดในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อนนำส่งไปให้พระดูแล เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเจ้าโบ้ต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oeRvPPawdBA    

 7,858
สังคม-อาชญากรรม
11 ม.ค. 61

มท.-ตร. รายงานตัวเลขปชช. แห่แจ้งบัตรหาย-ทำใหม่มากขึ้น ลั่นกลัวมีคดีโดยไม่รู้ตัว!

จากกรณีน.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปีตกเป็นแพะในคดีชอบโกง หลังถูกคนร้ายล้วงกระเป๋าและนำไปเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่งรวม 9 บัญชี  ทำให้วันนี้ประชาชนที่ทำบัตรหาย ต่างเดินทางไปติดต่อราชการ ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขต เพื่อขอออกบัตรประชาชนใหม่ และไปที่สถานีตำรวจ แจ้งเอกสารสูญหายลงบันทึกประจำวัน   นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รายงานตัวเลขว่า ช่วงวันที่ 8-10 ม.ค.2561 พบประชาชนทำบัตรเพิ่มขึ้น ทั้งกรณีสูญหายและขอทำใหม่ จำนวน 30,258 รายทั่วประเทศ เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ระหว่าง1-5ม.ค. 2561 ที่มีเพียงเฉลี่ยวันละ 25,200 รายเท่านั้น   พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังบอกว่า จากที่ได้รับรายงานนับแต่ช่วงค่ำวันที่ 8ม.ค.เป็นต้นมา ประชาชนมาแจ้งเอกสารสูญหาย โดยเฉพาะบัตรประชาชนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ40-50 เนื่องจากหลายคนกลัวมีคดีโดยไม่รู้ตัวอย่างน้องณิชา และภาพรวมทั่วประเทศไม่สามารถสรุปยอดได้ ให้เหตุผลว่าระบบการแจ้งเอกสารสูญหายไม่ใช่ระบบออนไลน์เหมือนตัวเลขสำนวนคดี จึงไม่สามารถรายงานอย่างเป็นทางการได้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 5,012
ข่าวภูมิภาค
09 ม.ค. 61

เกษตรกรโวย ปศุสัตว์แจกแพะไร้คุณภาพ ผอมโซ ตาบอด ขาเป๋ ติดโรค

ชัยนาท-เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะโวยปศุสัตว์แจกแพะไร้คุณภาพ สภาพผอมโซ ตาบอด ขาเป๋ ติดโรคหวัด ทยอยตายลงหลายสิบตัว วอนปศุสัตว์ช่วยดูแล หากจะรับคืนก็ยินดีเพราะเชื้อได้ลามไปติดแพะที่เลี้ยงไว้เดิมป่วยตายไปด้วย   ด้าน จนท.ปศุสัตว์ ชี้แจงว่าได้รับทราบปัญหา ได้มีแนวทางช่วยเหลือคือ จะนำแพะที่แจกแล้วทั้งหมด 155 ตัว ไปกักไว้ก่อน เป็นเวลา 1 เดือน กรณีสัตว์ของเกษตรกรป่วย ทางปศุสัตว์จะส่งเข้าหน้าที่เข้ามาดูแล พร้อมสนับสนุนยารักษาโรค ส่วนแพะที่ไม่สมบูรณ์เข่น ตาบอด ขาเป๋ ต้องเปลี่ยนให้ทั้งหมด   ทั้งนี้ จังหวัดชัยนาทได้ทำการแจกแพะตามโครงการดังกล่าว ให้เกษตรกรทั้งสิ้น 2,000 ตัว ใน 5 อำเภอ ประกอบด้วยอำเภอมโนรมย์ อำเภอหันคา อำเภอวัดสิงห์ อำเภอหนองมะโมง และอำเภอสรรพยา ได้พบปัญหาคล้ายกัน ซึ่งจะเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วนต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E05v_qBXMB0  

 7,130
สังคม-อาชญากรรม
29 ธ.ค. 60

แถลงปิดคดี 'ครูจอมทรัพย์' ตร.นครพนมส่งฟ้อง 11 ผู้ต้องหาแก๊งปั้นพยานเท็จ

ตร.นครพนม สรุปสำนวนคดีของ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนคร ในการปั้นพยานเท็จหาผู้รับผิดแทน ล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้ส่งสำนวนพร้อมสรุปความเห็นสมควรสั่งฟ้อง ผู้ร่วมขบวนการรวมทั้งสิ้น 11 คน โดยแยกข้อหาของแต่ละคน ดังนี้   1.นางจอมทรัพย์ หรือครูอ๋อย ส่งฟ้อง 2 ข้อหา(1)ซ่องโจร (2)ร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในข้อสำคัญในคดีในการพิจารณาคดีอาญา   2.นายสุริยา หรือครูอ๋อง นวนเจริญ เพื่อนสนิทของนางจอมทรัพย์ตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถม ส่งฟ้อง 6 ข้อหา (1)ซ่องโจร (2)ร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในข้อสำคัญในคดีในการพิจารณาคดีอาญา (3)ใช้ให้ผู้อื่นเบิกความอันเป็นเท็จในข้อสำคัญในคดี ในการพิจารณาคดีอาญา (4)ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย (5)ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย (6)ร่วมกันทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อให้พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาเชื่อว่าได้มีความผิดอาญาอย่างใดเกิดขึ้น   3.นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ พยานผู้อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ ส่งฟ้อง 5 ข้อหา(1)ซ่องโจร (2)ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย (3)ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย (4)ร่วมกันทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อให้พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาเชื่อว่าได้มีความผิดอาญาอย่างใดเกิดขึ้น (5)เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาลซึ่งความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี   4.นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อดีตสามีของนางจอมทรัพย์ ส่งฟ้อง 3 ข้อหา (1)ซ่องโจร (2)ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย (3)ร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในข้อสำคัญในคดี ในการพิจารณาคดีอาญา   5.นางทองเรศ วงศ์ศรีชา พยานที่อ้างว่านั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของนางทัศนีย์ขณะเกิดเหตุ ส่งฟ้อง 2 ข้อหา (1)ซ่องโจร (2)เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาลซึ่งความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี   6.นายเสน่ห์ สุพรรณ เพื่อนของนางจอมทรัพย์ ส่งฟ้อง 2 ข้อหา (1)ซ่องโจร (2)ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย   7.นางรจนา จันทรัตน์ เพื่อนสนิทที่สังคมโซเซียลให้ฉายาว่า”นักสืบสาว” ส่งฟ้อง 3 ข้อหา (1)ซ่องโจร (2)ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย (3)เบิกความอันเป็นเท็จในข้อสำคัญในคดี ในการพิจารณาคดีอาญา   8.น.ส.วาสนา เพชรทอง หลานสาวของนางจอมทรัพย์ ที่ได้รับมอบอำนาจเดินเรื่องยื่นร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งฟ้อง 2 ข้อหา (1)ซ่องโจร (2)ร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในข้อสำคัญ ในคดีในการพิจารณาคดีอาญา   และ 9.นายธณัช สุขตลอดปี ทนายความที่ให้การช่วยเหลือนายสุริยาหรือครูอ๋องรอดพ้นคุกสมัยค้าไม้หวงห้ามข้ามชาติ ส่งฟ้อง 4 ข้อหา (1)ซ่องโจร (2)แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงาน อัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือพนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย (3)ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย (4)ร่วมกันทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อให้พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา เชื่อว่าได้มีความอาญาอย่างใดเกิดขึ้น   ส่วนนายสับ วาปี ผู้สมอ้างว่าเป็นคนขับรถยนต์ชนนายเหลือ พ่อบำรุง ถึงแก่ความตาย และนางจันทร์ วาปี ภรรยา ที่เดินทางไปปรากฎตัวกับนายสับตามสถานที่ต่างๆ ถูกส่งฟ้องไปก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา รวม 5 ข้อหา (1)ซ่องโจร (2)ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย (3)ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย (4)ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย และ(5)เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ซึ่งความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี   โดยพนักงานสอบสวนจะเดินทางไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดนครพนม เพื่อพิจารณาสั่งคดีแล้ว ทั้งนี้ หากอัยการพิจารณาสำนวนแล้วเห็นว่ามีความสมบูรณ์ครบถ้วน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องสั่งสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก คาดว่าภายในเร็วๆนี้ อัยการจะสามารถสั่งคดีได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/M_33rB_ydVc

 12,235
ข่าวภูมิภาค
29 พ.ย. 60

สธ.ชี้ชัด ชาวแม่สอดชำแหละแพะจากประเทศเพื่อนบ้านกิน ป่วยติดเชื้อ 'แอนแทรกซ์'

ตาก-จนท.กรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยแพทย์โรงพยาบาลแม่สอด และสาธารณสุขอำเภอแม่สอด ร่วมกันแถลงข่าวสื่อมวลชน จากกรณีที่มีชาวบ้านแม่โกนเกน หมู่ที่ 9 ตำบลมหาวัน อ.แม่สอด ได้บริโภคเนื้อแพะ และเกิดมีอาการป่วยมีแผลที่มือคล้ายเชื้อโรคแอนแทรกซ์ โดยถูกนำไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่สอด ว่า ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดกักกันสัตว์นำเข้าบ้านแม่โกนเกน หมู่ที่ 9 ตำบลมหาวัน พบว่า มีแพะ 700 ตัว ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่มีโรคภัยอะไร แพะทุกตัวอยู่ในสภาพปกติ ไม่มีอาการป่วยในรอบ 7 วัน   ขณะที่กรมปศุสัตว์ ได้มีการชะลอการนำเข้า แพะจากชายแดนไทย-เมียนมา เฉพาะจุด หรือที่ตำบลมหาวัน เกรงว่าจะมีการนำเข้าอย่างไม่ถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจ ความปลอดภัย และการให้ความรู้ที่ถูกต้องต่อประชาชน   ในเวลาต่อมา นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่าเพิ่งได้รับรายงานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถึงผลการตรวจสอบหาเชื้อของ 2 ผู้ต้องสงสัยติดเชื้อแอนแทรกซ์ หลังมีการชำแหละแพะที่ลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งผู้ป่วยเป็นชาว ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ทั้งนี้ ผลพบว่า 1 รายมีผลเป็นบวก ติดเชื้อแอนแทรกซ์ แต่อีกรายยังรอคอนเฟิร์ม ส่วนรายละเอียดนั้นขอดูข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WMcKUWFxVp8    

 10,742
สังคม-อาชญากรรม
27 พ.ย. 60

ก.ยุติธรรม รอตรวจสอบหลักฐานชุดทำงาน 'คดีครูจอมทรัพย์' ก่อนสรุปภายใน 30 วัน

วันนี้(27 พ.ย.) เมื่อเวลา 10.40 น. ที่ ศาลจังหวัดนครพนม ศาลพิจารณาการขอยื่นประกันตัว  นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาล กรณีขอรื้อฟื้นคดี นางจอมทรัพย์ขับรถชนคนตาย และอั้งยี่ซ่องโจร โดยมีญาติใช้หลักทรัพย์ จำนวน 200,000 บาท ยื่นขอประกัน   ส่วนบริเวณหน้าห้องทำงานของ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดทำงานที่เข้าไปให้การช่วยเหลือ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หลังเข้าร้องเรียนก่อนหน้านี้ว่า ถูกจับเป็นแพะคดีขับรถชนคนเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่า พ.ต.อ.ดุษฎี เดินทางเข้ามาในกระทรวงเมื่อช่วงเช้า ก่อนออกไปในช่วงสายของวันนี้ โดยทางหน้าห้องทำงานแจ้งว่า เจ้าตัวไม่อยู่และขณะนี้ยังไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์เรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับครูจอมทรัพย์   นอกจากนี้นายวัลลภ นาคบัว ผู้อำนวยการสำนักกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม หัวหน้าชุดตรวจสอบคดีครูจอมทรัพย์ หลังเกิดเรื่องขึ้น ที่มีการพาดพิงไปถึงเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอมีส่วนรู้เห็นกับขบวนการสร้างหลักฐานเท็จให้กับครูจอมทรัพย์    ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลว่ามีบุคคลใดบ้างที่เข้ามาเกี่ยวข้อง จะได้ทำการตรวจสอบเอกสารการทำงานต่างๆย้อนหลังอย่างละเอียดโดยจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน และจะมีการชี้แจงผลการตรวจสอบให้สื่อมวลชนทราบต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 8,310
สังคม-อาชญากรรม
27 พ.ย. 60

นำตัวครูจอมทรัพย์ฝากขังต่อศาล-ค้านประกันตัว ขณะที่ครูอ๋องร้องขอพบทนายก่อนถูกสอบ

ความคืบหน้าคดีครูจอมทรัพย์ หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวพร้อมนำตัวจากจังหวัดสกลนครมาสอบสวนอย่างเคร่งเครียดติดต่อกันนับ 10 ชั่งโมงก่อนจะนำตัวไปควบคุมตัวที่ห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา สภ.เมือง นครพนมพร้อมกับนายสุริยา นวนเจริญหรือครูอ๋อง หลังจากถูกส่งตัวมาถึงนครพนมก็ถูกนำตัวไปสอบสวนอย่างเคร่งเครียดโดย พล.ต.อ. วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. นั่งร่วมสอบสวนด้วนตนเองจนถึงเวลาประมาณ ตี 2 จึงหยุดพักผ่อน    โดยตำรวจได้นำตัวครูจอมทรัพย์ ไปฝากขังต่อศาลจังหวัดนครพนม ในวันนี้ ส่วนนายสุริยา หรือครู อ๋อง จะทำการสอบสวนต่อ และภายในวันนี้จะเป็นวันที่ครบกำหนดหมายเรียกนางทัศนีย์ หาญพยัฆย์ ประจักษ์พยาน และนายนิรันทร์ แสนเมืองโคตร สามีครูจอมทรัพย์ คาดว่าทั้งสองคงจะมารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ชุดสอบ สวนในวันนี้   ขณะที่พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ได้เปิดแถลงข่าวหลังร่วมสอบปากผู้ต้องหาทั้งหมดว่า ในขณะนี้ครูอ๋องต้องการพบทนายความก่อนให้ปากคำ ก็เลยต้องให้โอกาสผู้ต้องหาเขาได้พบทนายก่อนถึงจะเริ่มสอบสวนปากคำได้ คิดว่าเช้านี้จะดำเนินการสอบสวนปากคำต่อ ขณะนี้กำลังตรวจสอบว่าครูอ๋องกับนายสับเคยมีประวัติร่วมทำไม้หวงห้ามด้วยกันหรือเปล่า    ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้จะมีหมายจับเพิ่มนั้นจะมีมากกว่าหนึ่งคนหรือเปล่า รอง ผบ.ตร.กล่าว ขณะนี้กำลังไปสอบสวนปากคำพยาน ซึ่งทีมงานสอบสวนที่ตั้งมาโดย บช.ภ.4 ได้บูรณาการทีมพนักงานสอบสวนทั้งจังหวัดมุกดาหาร สกลนคร และนครพนม ทำการสอบสวน ขณะทำการสอบสวนพยานเสร็จสิ้นไปแล้ว 20 ปาก ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนบางส่วนอยู่ในห้องประชุมนี้ บางส่วนอยู่ในสนามไปสอบสวนบันทึกปากคำพยาน และเมื่อสอบสวนปากคำพยานครบถ้วนแล้ว เราจึงจะนำมาประมวลพยานหลักฐานว่า พยานหลักฐานนั้นยืนยันใครบ้างเป็นผู้กระทำผิดและมีน้ำหนักเพียงพอที่จะขออนุมัติออกหมายจับได้หรือไม่    ส่วนจะมีการสาวถึงเจ้าหน้าที่ข้าราชการหน่วยงานกระทรวงยุติธรรมหรือไม่นั้น รอง ผบ.ตร.กล่าวว่าอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และกำลังสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง บางส่วนนั้นได้ส่งคำให้การขึ้นมาแล้ว บางส่วนนั้นยังมีพนักงานสอบสวนที่กำลังจะนำเอกสารมามอบให้ต้องรอคำให้การเหล่านั้นมาถึง จึงจะวิเคราะห์ถึงจะตอบได้ว่ามีใครเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง    ถามว่าครูจอมทรัพย์กล่าวถึงเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ โดยครูจอมทรัพย์ให้การอย่างละเอียดถี่ถ้วนถึงกระบวนการและขั้นตอน ใครก็ตามที่เข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องนี้ ก็ทางผู้ต้องหาได้ให้ข้อมูลรายละเอียดไว้ครบถ้วนแล้ว ขอยืนยันว่าคำให้การของครูจอมทรัพย์เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ส่วนสองข้อหาที่ถูกจับผู้ต้องหาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ในคำให้การของผู้ต้องหานั้นเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีทั้งหมด ในคดีนี้พาดพิงถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือบุคคลธรรมดาเราก็ไปสอบสวนปากคำทั้งหมด ไม่เว้นว่าจะเป็นใคร    คำให้การของครูอ๋องในการจัดหาสร้างพยานเท็จ ครูจอมทรัพย์ได้ยืนยันว่าทราบจากนายสับโดยตรง จากการที่ได้อยู่ร่วมกันในครั้ง ทำการคุ้มครองพยานที่ดีเอสไอ ในที่พักในโรงแรมกรุงเทพฯ และได้ทราบว่านายสับนั้นได้รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอว่า ถูกว่าจ้างจ้างมาในการเป็นพยานเท็จจำนวน 4 แสนบาท แล้วก็ขณะนั้นครูจอมทรัพย์กับนายสับก็ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องอื่นๆอีกหลายเรื่อง แล้วก็ก่อนจะมาความที่ศาลก็ชัดๆว่าครูจอมทรัพย์ทราบถึงการเป็นพยานเท็จของนายสับมาก่อน จึงเป็นเหตุให้นายสับนั้นไม่ได้ขึ้นเบิกความในชั้นศาล นายสับขึ้นเบิกความในชั้นไต่สวนยืนยันว่าตนเองเป็นผู้ขับรถชนนายเหลือถึงแก่ความตาย แล้วได้นำเงินไปช่วยทายาทนายเหลือตามคำพิพากษาที่ให้ชดใช้จำนวน 1.7 แสนบาทนั้น นายสับก็ได้เงินไปช่วยซึ่งขณะนั้นครูจอมทรัพย์ก็มาปรากฏตัวในศาลด้วย    หลังจากนั้นนายสับก็ได้ให้การรับสารภาพต่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่าตนเป็นผู้รับจ้างมาเป็นผู้ต้องหา ครูจอมทรัพย์ทราบก็เลยไปต่อว่านายสับ หลังจากนั้นนายสับก็เลยไม่ได้ขึ้นเบิกความในชั้นพิจารณาของศาล ที่จะรื้อฟื้นการพิจารณาคดีใหม่    ในเรื่องครูอ๋องพลิกลิ้นต่อผู้สื่อข่าว กรณีครูจอมทรัพย์ไม่รู้เรื่องต่างๆนั้น รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ตอนจับกุมครูอ๋องใหม่ๆ ได้ให้การในรายละเอียดครบถ้วนแล้ว ไม่ได้ปกปิดและไม่ปฏิเสธ ในเรื่องเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น เขาพูดกับสื่ออย่างไรแล้วแต่เขา ส่วนกับพนักงานสอบสวนครูอ๋องได้ทำรายละเอียดไว้ให้เรียบร้อยแล้ว   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 3,997
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ย. 60

คุมตัว 'สับ วาปี' ทำแผน เมีย-ญาติโร่มอบตัวปัดรู้เห็นกับขบวนการแพะช่วยครูจอมทรัพย์

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร ได้นำตัวนาย สับ วาปี เดินทางมาที่ศาลจังหวัดนครพนมเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพว่าได้รับเงินจากนายสุริยา นวนเจริญ หรือครูอ๋องเป็นจำนวนเงิน 1.7 แสนบาท อันเป็นเงินวางศาลตามคำพิพากษา เพื่อเป็นการเยียวยาให้แก่ญาตินายเหลือ พ่อบำรุงที่ถูกรถชนเสียชีวิต โดยนายสุริยาหรือครูอ๋องได้มอบเงินจำนวน 1.7 แสนบาท ให้แก่นายสับต่อหน้านางจันทร์ และนายเลิศ วาปี ภายในรถยนต์ที่มีเพื่อนของครูอ๋องเป็นคนขับ   โดย พล.ต.อ. วิระชัย เปิดเผยว่าเหตุการณ์ตรงนี้เป็นช่วงสำคัญของขบวนการที่เป็นการนำเงินมาวางศาลเพื่อหลอกให้ศาลเชื่อว่า นายสับ เป็นผู้ที่ได้ขับรถชนนายเหลือ พ่อบำรุง เสียชีวิตจริง โดยการนำเงินจำนวนดังกล่าวมาวางศาลนั้นก็เพื่อแสดงให้ศาลเห็นว่าเป็นเงินของนายสับ แต่ความจริงแล้วเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินของครูจอมทรัพย์กับพวกนั่นเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงว่าเป็นเงินของใครกันแน่ที่นำมาวางศาลในครั้งนั้น พร้อมกับซึ่งคงจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาว่ามีใครบ้างที่ร่วมอยู่ในขบวนการปั้นแพะเพื่อช่วยครูแกะในครั้งนี้ ซึ่ง จะต้องถูกนำตัวมาดำเนินคดีทุกคนไม่เว้นแม้แต่ข้าราชการที่เข้ามามีส่วนร่วมในขบวนการนี้อย่างแน่นอน   ในส่วนของประเด็นที่มีการบริจาคช่วยเหลือ ครูจอมทรัพย์ ตามที่เป็นข่าว หากมีประชาชนที่ได้รับความเสียหาย สามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจได้ เพราะถือว่าเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน มีการหลอกลวง เนื่องจากรู้มาก่อนว่า ตนไม่ได้เป็นแพะ และมีการร่วมขบวนการในการรับจ้างทำผิดแทน โดยทางตำรวจยืนยันว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องจะดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมต้องรอการสรุปข้อมูลหลักฐานให้ครบ และจะมีการแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TmZqwOeYK7s  

 6,676
สังคม-อาชญากรรม
20 พ.ย. 60

ผู้การ ตร.นครพนมลุยเอาผิด 'ครูอ๋อง-สับ วาปี' ฐานให้การเท็จคดีครูจอมทรัพย์

จากกรณีศาลจังหวัดนครพนม ได้ยกคำร้องนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร จากคดีเป็นแพะขับรถชนคนตาย ในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพยานหลักฐานของครูจอมทรัพย์ที่นำสืบในห้วงดังกล่าว ไม่มีความน่าเชื่อถือและมีพิรุธ ศาลจึงมีความเห็นให้ยกคำร้อง ต่อมา ผบก.ภ.จว. เตรียมดำเนินคดีกับพยานเท็จของนางจอมทรัพย์   ล่าสุด พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้คณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับการคลี่คลายคดีครูจอมทรัพย์ หลังศาลมีคำพิพากษา เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มขบวนการที่มีหลักฐานว่า เป็นการสร้างพยานเท็จหรือมีขบวนการรับจ้างทำผิดแทน เบื้องต้นมอบหมายให้ พ.ต.ท.อดิศักดิ์ ชมศรีหาราช พนักงานสอบสวน สภ.นาโดน ในช่วงขณะเกิดเหตุ พร้อม พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ สัมฤทธิ์สกุลชัย เข้าแจ้งความเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในพื้นที่ สภ.นาโดน สภ.เรณูนคร อ.เรณูนคร และ สภ.เมืองนครพนม   ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งความกล่าวหาดำเนินคดีกับนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง เพื่อนสนิทนางจอมทรัพย์ ที่เคยนำพยานหลักฐานสำคัญมายืนยันต่อพนักงานสอบสวนว่านางจอมทรัพย์ไม่ได้กระทำผิด หลังนางจอมทรัพย์พ้นโทษออกมาเมื่อปี 2558 ก่อนจะร้องต่อกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอรื้อฟื้นคดี   และยังแจ้งความกล่าวหานายสับ ว่าปี ที่อ้างว่าเป็นคนขับรถตัวจริง ตามความเอาผิดประมวลกฎหมายอาญา ฐานความผิดแจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน รวม 3 มาตราคือ 137, 172, และ173 ส่วนคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างรอการสอบสวนขยายผล หากมีส่วนเกี่ยวข้อง จะถูกดำเนินคดีทั้งหมด ซึ่งทางพนักงานสอบสวน จะต้องออกหมายเรียกมาสอบสวนตามขั้นตอน ซึ่งขณะนี้ทั้งหมดยังเก็บตัวเงียบ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qIPvfRGH4Q8    

 21,713
สังคม-อาชญากรรม
17 พ.ย. 60

ศาลยกคำร้อง 'ครูจอมทรัพย์' ขอรื้อคดีชนคนตาย ชี้ พยานหลักฐานไม่น่าเชื่อถือ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม บรรยากาศการเตรียมพร้อม ฟังคำพิพากษา เกี่ยวกับคดีดังประวัติศาสตร์ครูจอมทรัพย์ หรือ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี อดีตข้าราชการครู ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีขับรถชนคนตาย ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม เหตุเกิดเมื่อ 11 มี.ค.48 ในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม หลังติดคุก 1 ปี 6 เดือน จากคำพิพากษาตัดสินของศาลฎีกา ให้จำคุก 3 ปี 2 เดือน เมื่อปี 2556 แต่ได้รับการอภัยโทษออกมา จนกระทั่งได้ร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอรื้อคดี ตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 และศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้น คือ ศาลจังหวัดนครพนม พิจารณารื้อคดี โดยกำหนดนัดสืบพยานเมื่อวันที่ 8-10 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา และเวลาผ่านไปนานกว่า 10 เดือน จนกระทั่งศาลจังหวัดนครพนม นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในวันนี้ คือวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 เวลา 13.30 น.   โดยช่วงเช้าทนายฝ่ายกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม ที่ให้การช่วยเหลือนางจอมทรัพย์ ตามคำร้องทุกข์ ได้ยื่นหนังสือ เพื่อขออนุญาตศาลจังหวัดนครพนม ให้พิจารณาอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา เนื่องจากตามกำหนดจะมีการนัดฟังคำพิพากษา ในวันที่ 7 ธ.ค.60 ทั้งนี้ถือเป็นคดีสำคัญที่สังคมให้ความสนใจ รวมถึงในขั้นตอนของทางฝ่ายกฎหมาย และเจ้าตัว คือนางจอมทรัพย์ สามารถยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนครพนม เพื่อให้พิจารณาอ่านคำพิพากษา ในวันนี้คือวันที่ 17 พ.ย. 2560 เวลา 13.00 น.     บรรยากาศบริเวณศาลจังหวัดนครพนม เริ่มคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดเฉพาะกิจตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ระดมกำลังเข้ามาดูแล อำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย เนื่องจากคดีนี้คาดว่า จะมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชน ที่ให้ความสนใจ เดินทางมาร่วมลุ้นฟังคำพิพากษาจำนวนมาก เพราะถือเป็นการชี้ชะตาของ นางจอมทรัพย์ หลังออกมาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม ว่าตกเป็นแพะ ทำให้กลายเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ และในวันนี้คำพิพากษา จะมี 2 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 หากผลการพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกา ครั้งนี้ คือ ยืนตามคำพิพากษาชั้นต้นและศาลฎีกาเดิม หรือยกฟ้อง หมายถึงการพิจารณาตัดสินคดีที่ผ่านมา ถือว่าถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรม และแสดงว่า นางจอมทรัพย์ ไม่ได้เป็นแพะตามคำร้อง   ต่อมาเวลา 11.30 น. นางจอมทรัพย์ พร้อมนายภูมิสิทธิ์ เอื้อมบุญสุข และนายพงศา ราตรี ทนายความนางจอมทรัพย์ นายชาญวิทย์ เพียรแสน นักทัณฑะวิทยา สำนักปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางมาที่สนามบินนครพนม เพื่อมารับนางวาสนา เพชรทอง หลานสาวซึ่งเป็นผู้ไปยื่นร้องเรียนยุติธรรมให้รื้อฟื้นคดีเมื่อปี 2556 และ นายพิมพ์รดา แสนเมืองโคตร วัย 29 ปี บุตรชายนางจอมทรัพย์ จากนั้นนางจอมทรัพย์พร้อมคณะเดินทางไปที่แลนด์มาร์คริมฝั่งแม่น้ำโขง อ.เมือง เพื่อกราบไหว้พญาศรีสัตตนาคราช โดยนางจอมทรัพย์ นำพวงมาลัยไปเซ่นไหว้ขอพรหน้าพญานาค และที่บริเวณฐาน ก่อนเดินทางไปที่ศาลจังหวัดนครพนม เพื่อฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา     นางจอมทรัพย์ กล่าวก่อนขึ้นไปบนศาลว่า ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจนได้หลังรอคอยมานานกว่า 10 ปี ถ้าบอกว่ากังวลก็กังวลอยู่แต่ไม่มาก แต่มีความพร้อมที่อยากจะฟังก่อนศาลนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 7 ธ.ค. คดีจะได้สิ้นสุดสักที ผลที่ออกมาอย่างไรตนก็น้อมรับคำพิพากษาและครอบครัวจะได้อยู่เป็นสุขสักที และจะได้ไม่พะวงกับการรอคอยอะไรอีก และขอขอบคุณสื่อมวลชน ประชาชนจำนวนมากที่คอยให้กำลังใจมาโดยตลอด   จากนั้นนางศิริพันธ์ จำปามูล ตัวแทนครูจาก จ.สกลนคร มอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจ ซึ่งนางจอมทรัพย์กล่าวขอบพระคุณสมาพันธ์ครูแห่งประเทศไทย ที่มาให้กำลังใจด้วยก่อนเดินทางขึ้นไปห้องพิจารณาที่ 1 บนชั้น 2 ศาลจังหวัดนครพนม   ด้านนายชาญวิทย์ กล่าวว่า หากศาลมองกรณีมีการพบพยานหลักฐานใหม่ที่ครูขอรื้อฟื้นคดีก็มีความมั่นใจสูง ซึ่งกระบวนการต่อไปก็ต้องหาคนรับผิด ถ้าหากนางจอมทรัพย์ชนะคดี จริงในทางกฎหมายจะมี พ.ร.บ.เยียวยา โดยนางจอมทรัพย์ จะเยียวยาวันละ 500 บาท รวมทั้งค่าทนาย แต่ต้องมีสัญญาจ้างด้วย   ต่อมาเวลา  15.00 น. ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องของนางจอมทรัพย์ เนื่องจากศาลวิเคาะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของนางจอมทรัพย์ที่นำสืบไม่น่าเชื่อถือ และไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่ รวมทั้งยังมีพิรุธ จึงมีความเห็นให้ยกคำร้อง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 32,743
สังคม-อาชญากรรม
15 พ.ย. 60

ศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีดัง 'ครูจอมทรัพย์' 17 พ.ย.นี้ หลังลุ้นนานนับปี

ความคืบหน้า เกี่ยวกับคดีดัง อีกทั้งยังเป็นคดีประวัติศาสตร์ ของประเทศ เกี่ยวกับ คดีของ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี อดีตข้าราชการครู ชาว จ.สกลนคร ที่ออกมาร้องทุกข์ กับกระทรงยุติธรรม ว่าตกเป็นแพะ หลังถูกตัดสินจำคุกเกี่ยวกับคดี ขับรถชนคนตาย เหตุเกิดเมื่อ 11 มีนาคม 2548 ในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม หลังติดคุก 1 ปี 6 เดือน จากคำพิพากษาตัดสินของศาลฎีกา ให้จำคุก 3 ปี 2 เดือน เมื่อปี 2556 แต่ได้รับการอภัยโทษออกมา เมื่อปี 2558 จนกระทั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้น คือ ศาลจังหวัดนครพนม พิจารณารื้อคดี โดยมีกำหนดนัดสืบพยานเมื่อวันที่ 8 -10 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา   ล่าสุดหลังมีการลุ้นรอคำพิพากษาตัดสินของศาลฎีกา มานานกว่า 10 เดือน โดยทางศาลจังหวัดนครพนม ได้มีนัดอ่านคำพิพากษา เกี่ยวกับคดีครูจอมทรัพย์ ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 เวลา 13.00 น. ซึ่งจะเป็นการชี้ชะตาครูจอมทรัพย์ ว่าจะเป็นแพะหรือ เป็นแกะ หลังมีการร้องทุกข์กับกระทรวงยุติธรรม อีกทั้งยังถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับการขอรื้อคดี เพื่อพิจารณาใหม่ ตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 ที่จะเป็นกรณีศึกษาสำหรับกระบวนการยุติธรรม ซึ่งคดีนี้เป็นคดีดัง และเป็นที่สนใจติดตามของสังคมเป็นอย่างมาก   สำหรับคดีครูจอมทรัพย์ เหตุเกิดเมื่อ 11 มีนาคม 2548 ในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม หลังติดคุก 1 ปี 6 เดือน จากคำพิพากษาตัดสินของศาลฎีกา ให้จำคุก 3 ปี 2 เดือน เมื่อปี 2556 แต่ได้รับการอภัยโทษออกมา เมื่อปี 2558 จนกระทั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้น คือ ศาลจังหวัดนครพนม พิจารณารื้อคดี โดยมีกำหนดนัดสืบพยานตั้งแต่ วันที่ 8 -10 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา   โดย นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี ได้ออกมาร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรม ว่าตกเป็นแพะ และยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นคนขับรถยนต์ที่ชนในวันที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยืนยันหลักฐานในการดำเนินคดี ว่า รถยนต์กระบะโตโยต้า  ซึ่งเป็นของครูจอมทรัพย์ ได้เกิดอุบัติเหตุชนคนตาย แต่ภายหลังได้มีการรวบรวมหลักฐานร้องทุกข์ มาเบิกความต่อศาลจังหวัดนครพนม ว่า รถยนต์คันที่ชนคือ รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ  พร้อมระบุว่า มี นายสับ วาปี เป็นเจ้าของและเป็นคนขับชน พร้อมได้มีการเบิกความ นำพยานหลักฐานทั้งหมด มายืนยันในการพิจารณารื้อคดีของศาลจังหวัดนครพนม ซึ่งครูจอมทรัพย์ยืนยันว่าตกเป็นแพะ และจากความผิดพลาดในการสอบสวนดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ในการพิจารณาไต่สวนของศาล ครูจอมทรัพย์ ยังได้มีการ นำประจักษ์พยานปากสำคัญ มาเบิกความต่อศาลเพื่อเป็นการยืนยันว่าไม่ได้ กระทำผิด คือ นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ อายุ 61 ปี และ นางทองเรศ วงศ์ศรีชา อายุ 51 ปี ที่เป็นพยานสำคัญ ที่เคยยืนยันว่า เห็นคนขับรถยนต์คันก่อเหตุเป็นผู้ชาย ลงมาดูศพผู้ตาย ก่อนขับรถยนต์หนีไป แต่สามารถจำเลขทะเบียนรถได้เพียง 56 ไม่สามารถจำยี่ห้อ รวมถึงหมวดอักษร และจังหวัดของป้ายทะเบียนได้    อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับคดีนี้จะต้องรอฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาในวันที่ 17พฤศจิกายน  นี้ ว่า ครูจอมทรัพย์ จะเป็นแพะหรือเป็นแกะ ในคดีนี้กันแน่   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,362
ปากท้องร้องทุกข์
09 พ.ย. 60

คนเก็บหน่อไม้ร้องเรียน ช่วยคนถูกยิงกลางป่า สุดท้ายตกเป็นแพะฆ่าคนตาย

คนเก็บหน่อไม้ 2 รายร้องเรียน หลังเข้าช่วยคนเจ็บถูกยิงกลางป่า หลังได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือว่าเกิดรถล้ม หัวฟาดก้อนหิน ต่อมาได้ลงจากเขาก็ถูกตำรวจเรียกตัวไปสอบในฐานะพยาน และนำตัวไปตรวจหาคราบเขม่าดินปืน   ผ่านมา 2 เดือน กลับมาถูกตำรวจจับตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตาย โดยตำรวจอ้างว่าพบเขม่าดินปืนที่มือทั้ง 2 อย่างไรก็ตามทั้งคู่ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เนื่องจากเกิดมาไม่เคยมีปืนและยิงปืน คาดอาจเป็นลูกประทัดจุดไล่สัตว์ที่ไว้ให้หาของป่า ซึ่งล่าสุดได้ประกันตัวออกมาสู้คดี พร้อมยืนยันในความบริสุทธิ์   ด้านภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่าในวันเกิดเหตุที่ร้องขอความช่วยเหลือโดยอ้างว่ารถล้ม เพราะเข้าใจว่าอย่างนั้นจริงๆ ไม่ทราบว่าโดนยิง จึงไปตามคนมาช่วยเหลือ โดยไม่รู้ว่าใครยิง ทั้งนี้สามีได้มีปัญหากับคนร่วมหมู่บ้าน เรื่องการตัดหน่อไม้ แต่ยันไม่รู้จักหรือมีปัญหากับ 2 ผู้ต้องหาเป็นการส่วนตัว จึงอยากให้ตำรวจสอบสวนเพื่อหาคนร้ายตัวจริงที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NEr_qIneCFY    

 63,462

Top