ค้นหา :

ผลการค้นหา "ป่วยทางจิต"

ข่าวภูมิภาค
15 มี.ค. 62

ตำรวจขมังเวทย์ ท่องนะโม-เป่ากระหม่อม ใส่หนุ่มคลั่งปีนเสา จนต้องยอมสงบ

อุบลราชธานี-มีการแชร์ภาพนายตำรวจใน อ.ตาลสุม เป่ากระหม่อมคนมีอาการทางประสาท ซึ่งมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ จนมีอาการสงบลงยอมให้แพทย์ตรวจรักษาเหตุเกิดช่วงเช้าวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา   ต่อมาได้รับการเปิดเผยจาก ร.ต.อ.ภูวเดช ส่องแสง รอง สวป.สภ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นผู้เข้าไประงับเหตุ หลังได้รับแจ้งจากญาติผู้ป่วยอยู่ในหมู่บ้านสำโรง ต.สำโรง อ.ตาลสุม ว่าสามีของลูกสาวที่เป็นชาว จ.สุรินทร์ และเดินทางมาเยี่ยมครอบที่บ้านสำโรง มีอาการคลุ้มคลั่งให้เจ้าหน้าที่ช่วยนำตัวไปรักษาให้ด้วย   พบเป็นชายอายุประมาณ 40 ปี มีอาการคลุ้มคลั่งปืนเสาวัดในหมู่บ้าน พร้อมประกาศไม่ให้ใครเข้ามาใกล้ เพราะตนเป็นลูกศิษย์ของเกจิอาจารย์ดังองค์หนึ่ง และของขึ้นไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ทางตำรวจจึงพูดกับคนป่วยว่า ตนก็เป็นศิษย์ของพระเกจิอาจารย์รูปนี้เช่นกัน และเป็นศิษย์รุ่นพี่ คนป่วยต้องฟังศิษย์รุ่นพี่ด้วย ก็ทำให้ชายที่มีอาการทางจิตสงบลง จึงออกอุบายว่า จะพาไปพบครูบาอาจารย์ เพื่อแก้ไขคุณไสย ทำให้ผู้ป่วยเชื่อยอมไปกับตำรวจ   แต่เมื่อพบว่าถูกนำตัวมายังโรงพยาบาล ชายคนดังกล่าว ก็ได้กลับมาโวยวายอีก ไม่ยอมให้แพทย์ตรวจรักษา ซึ่งขณะนั้นตำรวจก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้ท่องนะโม 3 จบ แล้วเป่ากระหม่อมให้กับชายคนดังกล่าว จนมีอาการสงบลงและยอมให้แพทย์ตรวจรักษาอาการเบื้องต้น ก่อนส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลจิตเวชพระศรีมหาโพธิ์ เพื่อรักษาการจากแพทย์เฉพาะทางต่อไป   ร.ต.อ.ภูวเดช กล่าวต่ออีกว่า ขณะที่เข้าระงับเหตุไม่ได้คิดอะไรมาก คิดเพียงทำอย่างไรจะให้บริการกับประชาชนได้พึงพอใจ และนึกไม่ถึงว่าการท่องนะโม 3 จบ และเป่าไปที่กระหม่อมของผู้ป่วยจะช่วยให้มีอาการสงบลงได้จริง สำหรับผู้ป่วยรายนี้ ที่มีอาการคลุ้มคลั่งจากการสอบถามเมียทราบว่า ก่อนเกิดเหตุไม่ได้หลับไม่ได้นอนติดต่อกันมาหลายคืน และเป็นผู้มีประวัติป่วยทางจิตมาก่อนด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4LrVsM6BzOo

 26,338
สังคม-อาชญากรรม
08 มี.ค. 62

แพทย์ประเมินอาการป่วยทางจิต 'ต่าย มนัสนันท์' เผยแม่ต้องรักษาด้วย

ต่าย-มนัสนันท์ ปานดี อายุ 34 ปี อดีตนักแสดงตัวประกอบภาพยนตร์เรื่อง แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า และโกยเถอะโยม ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา กทม. เพื่อรักษาอาการทางจิต หลังชีวิตพลิกผันจากดารา กลายเป็นคนเร่ร่อน ซูบผอม ป่วยทางจิต จากพิษยาเสพติดและสุรา   ด้านนายสุจริต เอื้อมอัมพร อายุ 43 ปี น้าเขยต่าย มนัสนันท์ กล่าวว่า อาการของต่ายยังปกติ ไม่อาละวาดหรือคลั่ง เมื่อเช้าก่อนจะพาตัวมาที่รพ.สมเด็จเจ้าพระยา ต้องหลอกล่อพอสมควร แต่พอมาถึงก็ไม่มีอาการโวยวายอะไร บ่นแต่ว่าอยากกินโน่นกินนี่ ตนจะคอยไปซื้อมาให้ เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่นำตัวไป เพื่อให้แพทย์เช็กอาการอย่างละเอียด   หลังจากได้ข้อสรุปแล้วก็คือแพทย์ให้แอดมิดก่อนเพื่อรักษาและดูอาการประมาณ 1 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย หลังจากนั้นจะประเมินอาการอีกครั้ง และทางแม่ของต่ายก็ต้องเข้ารับการรักษาด้วยเช่นกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/t7RaWpoS-tk

 7,314
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 ก.พ. 62

แท็กซี่ปะทะเดือดสาวเบี้ยวค่าโดยสาร ที่แท้ป่วยทางจิต เคยแท้งลูก ไม่ยอมไปหาหมอ

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิป คนขับแท็กซี่มีปากเสียงกับผู้โดยสารหญิงที่ไม่ยอมจ่ายค่าโดยสาร โดยคนขับแท็กซี่เป็นผู้อัดคลิป ระบุว่า   "ผู้หญิงคนนี้ ไม่ยอมจ่ายค่าโดยสาร บอกว่าจะมาห้องพักรายวัน แต่ไม่รู้อยู่ตรงไหน โทรถามเพื่อนหลายรอบ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะจ่ายเงิน ผมโดนผู้โดยสารเบี้ยวเงินบ่อยเลยตัดสินใจดับเครื่อง"   ขณะที่ผู้โดยสารสาวได้โทรศัพท์หาเพื่อนแต่ก็ไม่มั่นใจว่ามาถูกหรือไม่ โดยเธอพูดว่า "มาหาเรื่องอะไร ก็จะให้เพื่อนมาจ่ายเงินอยู่ ดับเครื่องรถทำไมก็จะรออยู่บนรถ เพิ่งมาครั้งแรกจะรู้ได้ยังไงว่าห้องพักรายวันอยู่ตรงไหน เพิ่งมาจากพัทยา" จากนั้นทั้งคู่ได้มีปากเสียงด่าทอกันใหญ่โต   ต่อมามีรายงานว่า แม่ของผู้โดยสารหญิงในคลิป เปิดเผยว่า ลูกสาวมีอาการจิตไม่ปกติ คล้ายกับคนป่วยทางจิต ตนเคยพาไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่เขาปฏิเสธการรับการรักษา และไม่รับยาจากโรงพยาบาลมากิน โดยเขาจะมีอาการหวาดระแวง จิตหลอน เนื่องจากเคยแท้งลูก และเคยทานยาลดน้ำหนัก   ทั้งนี้ทางบ้านอยากจะพาเขาไปรักษา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพาไปอย่างไร เพราะเขาไม่ยอม ตอนนี้รู้สึกหนักใจ และเครียดมากที่มีคลิปลูกสาวออกไปในสังคมออนไลน์ ยังคิดว่าดีที่ลูกสาวไม่โดนคนขับแท็กซี่ทำร้าย พอตนเห็นคลิปก็ได้พูดตักเตือนลูกไปว่า อย่าไปทำอีก แต่ลูกสาวก็ยังไม่สนใจ ซึ่งตนคิดว่าอาการแบบนี้เป็นเรื่องปกติของเขาไปแล้ว   หลังจากนี้ อยากจะให้หน่วยงานมาช่วยเหลือพาลูกตนไปเข้ารับการรักษา ตนเคยร้องเรียนไปทางมูลนิธิ แต่ก็ไม่ได้รับการติดต่อมา อย่างโรงพยาบาลบอกให้ตนจับตัวเขาไป ตนก็ไม่รู้จะจับส่งโรงพยาบาลได้อย่างไร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ckt74Y4iK7E

 6,484
ข่าวภูมิภาค
18 ก.พ. 62

พระคลั่งอ้างถูกมนต์ดำ กระหน่ำแทงพระวัดเดียวกันยับ กลางงานพระธาตุพนม

นครพนม-เกิดเหตุพระสงฆ์รูปหนึ่งคลั่งใช้อาวุธมีดแทงพระสงฆ์ด้วยกันเสียชีวิต ภายในบริเวณงานนมัสการองค์พระธาตุพนม   ที่เกิดเหตุอยู่ในศาลาใกล้เมรุ หลังวัดพระธาตุพนม พบร่างพระรูปหนึ่งทราบภายหลังว่าชื่อ พระทองพูน เรืองศักดิ์ อายุ 57 ปี มีบาดแผลถูกของมีคมเข้าที่บริเวณหน้าท้อง สีข้าง ขาซ้ายและต้นขาขวา เป็นแผลฉกรรจ์ลึกรวม 12 แผล ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่พยายามเข้าช่วยเหลือเพื่อนำส่ง ร.พ.แต่ถูกพระที่ก่อเหตุยืนถือมีดคุมเชิงอยู่ จึงไม่สามารถนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาลได้   ส่วนผู้ก่อเหตุชื่อ พระสถิต อินธิราช อายุ 30 ปี เดินถืออาวุธมีดปลายแหลมยาว 8-10 นิ้ว กวัดแกว่งไปมาเพื่อไม่ให้ใครเข้าไปในศาลา จุดที่พระทองพูนถูกแทง ซึ่งขณะนั้นพระทองพูนได้รับบาดเจ็บนอน หายใจรวยรินอยู่ ท่ามกลางสายตาประชาชนที่มาเที่ยวในงาน   เจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามเกลี่ยกล่อมนานร่วม 20 นาที พระสถิตย์ก็ไม่มีทีท่าจะสงบสติ จึงตัดสินใจเข้าชาร์จตัว ก่อนคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.ธาตุพนม และสามารถนำตัวพระทองพูนส่งโรงพยาบาลได้ แต่พระทองพูนเสียเลือดมาก และเมรณภาพที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา   สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะที่พระทองพูนผู้ตายนอนอยู่ในกลดที่กางไว้ในศาลาดังกล่าว จู่ๆพระสถิตย์เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธมีดไล่จ้วงแทงพระสงฆ์รูปอื่นที่เดินทางมาพัก ปักกลดแสวงบุญ ในงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-20 ก.พ. โดยมุดเข้าไปกระหน่ำแทงพระทองพูนที่กางกลดอยู่ใกล้กัน จนเลือดอาบแล้วคลุ้มคลั่งถือมีดแกว่งไปมา   เบื้องต้นพระผู้ก่อเหตุรับสารภาพว่า เกิดอาการไม่พอใจพระทองพูนผู้ตาย เพราะหวาดระแวงว่าจะทำร้ายตน และเชื่อว่าพระทองพูนคิดไม่ดีกับตน เพราะเคยนำยาที่ทำจากมนต์ดำให้ตนกินหลายครั้ง ทำให้ตนรู้สึกว่าง่วงนอนตลอด และมั่นใจว่า ผู้ตายจะพยายามทำร้าย จึงตัดสินใจลงมือฆ่าวันนี้ ไม่เช่นนั้นสักวันตนเองจะต้องถูกฆ่าแน่นอน จากนั้นจึงนำมีดปลายแหลมจ้วงแทงพระสถิตย์ จนกลายเป็นเหตุสลด   ซึ่งระหว่างสอบสวนปากคำผู้ต้องหานายสถิตย์ มีดวงตาเหม่อลอย และพูดวกไปวนมาแทบจับใจความไม่ได้ ทราบจากพระสงฆ์ที่มาปักกลดด้วยกันว่านายสถิตย์ มีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตเวช ก่อนจะดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาไว้ก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HiAWCfMXlEY

 3,168
ข่าวภูมิภาค
12 ก.พ. 62

มือแทง สท.ระนองเข้ามอบตัว ญาติอ้างป่วยทางจิต ระแวงจะถูกทำร้าย เลยชิงแทงก่อน

ระนอง-นายนไกรสร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี เข้ามอบตัวกับตำรวจ หลังจากเมื่อคืนวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ก่อเหตุใช้มีดแทง นายสุพจน์ วนิชพัฒน์ อดีต สท.เทศบาลเมืองระนอง โดยมีพ่อและแม่นำพาบุตรชาย มาพบกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนหลังจากกดดันตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยได้นำตัว นายนไกรสร เข้าทำประวัติอาชญากร และถ่ายรูปบันทึกประวัติในข้อหาพยายามฆ่าด้วยอาวุธมีด ทันที   ด้านพ่อผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า บุตรชายต้องกินยาคลายเครียดและยาแก้โรคประสาทอยู่เป็นประจำ บางครั้งสามารถกินยาเองแต่บางครั้งต้องบังคับให้กิน โดยที่ไปก่อเหตุแทง สท.จ้าว คงทำไปโดยไม่รู้ตัวและไม่มีผู้ว่าจ้างแต่ประการใด ปกติทำอาชีพขายไก่ทอด เมื่อเช้าได้เดินทางมาที่บ้านพ่อ ก่อนนำมามอบตัวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้สื่อข่าวได้ถามนายนไกรสร ผู้ก่อเหตุว่า เมื่อคืนรู้มั้ยได้ก่อเหตุอะไรไป นายนไกรสร ได้พยักหน้า ตอบว่ารู้ตัว   ด้าน พ.ต.อ.สมคะเน โพธิ์ศรี รอง ผบก.ภ.จว.ระนอง ที่ได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาเบื้องต้น กล่าวว่า ไม่ได้เป็นเหตุจ้างวาน ส่วนสาเหตุที่แทงมีอาการทางสมอง ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน ไม่ได้มีเหตุขุ่นเคืองกันมาก่อน   ส่วนสาเหตุที่แทงเกิดจากการระแวงว่า เมื่อคราวนายเทพฤทธิ์ แซ่อ๋อง หรือ แจ๊ค สะพานยูง เพื่อนของเค้าเสียชีวิต จากการถูก เป้ ทัพพระยายิม ที่จ่อยิงศีรษะจนเสียชีวิตหน้าผับ ทาง สท.จ้าว ไม่ได้ช่วยอะไรเลย แล้วไปโพสต์ลงในสื่อออนไลน์ จนเกิดความระแวงว่า ทาง สท.จ้าว จะโกรธแค้น และกลับมาทำร้ายตน จึงชิงลงมือก่อเหตุแทง สท.จ้าว ด้วยมีดปอกผลไม้   ส่วนแม่ของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุบุตรชายได้บอกกับแม่ว่า ลูกจะฆ่าตัวตายนะ จะไปอยู่กับพ่อเฒ่า ที่ตายไปแล้ว ตนต้องบอกว่าไม่ได้ ยมบาลเค้าไม่ให้มาเกิดแล้วนะ ต้องคอยพูดหลอกลุกชาย จนเมื่อเช้าเปิดประตูเข้ามาในบ้าน ตนได้บอกว่าเมื่อคืนนี้ตำรวจมาหาแม่นะ ลูกไปทำร้ายใคร ไปทำร้ายโกจ้าวมาหรือไม่ลูก   โดยนายไกรสรบอกว่า ลูกกลัวเค้าจะมาทำร้ายแม่กับลูกเค้า และยังพร่ำพูดอะไรเป็นการส่วนตัวโดยอัดใส่โทรศัพท์เค้าไว้ แม่ก็แอบฟังอยู่แต่ไม่ได้ยิน ไม่รู้พูดอะไรพูดอยู่คนเดียว เมื่อคืนตอนหนีไปยังคิดอยู่ว่าบุตรชายคงไม่รอดแล้ว และโกจ้าวก็ไม่ได้มีอะไรกัน ทางครอบครัวก็รู้จักกันดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qLLzH67jVwU

 355
ข่าวภูมิภาค
11 ก.พ. 62

วงจรปิดจับภาพ หนุ่มชักมีดแทง สท.คนดังเจ็บสาหัส หน้าผับดังกลางเมืองระนอง

ระนอง-นายสุพจน์ หรือโกจ้าว วานิชพัฒน์ อดีต สท.คนดังเมืองระนอง และเป็นผู้ติดตามผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ถูกหนุ่มขายไก่ทอด เดินเข้ามายกมือไหว้ทักทาย พอลับหลังใช้อาวุธมีดแทงเข้าด้านหลัง และจ้วงแทงเสียบเข้าใต้ซี่โครงซ้ายอีก 1 แผล สาหัส ก่อนวิ่งหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่าตัว ยังไม่พบคนร้าย   จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าผับที่เกิดเหตุ ปรากฏภาพคนร้าย คือนา ณไกรสร ศรีสกุล จอดรถแล้วเดินมาหน้าผับที่ สท.จ้าว ซึ่งเป็นผู้ดูแลร้านยืนอยู่ และมีการ์ดของผับ 3 คนอยู่ที่บริเวณด้านหน้า หลังจากมีการพูดคุยสักครู่ โดยไม่ได้มีเหตุทะเลาะวิวาทอะไรกัน   นายสรได้ชักมีดที่เหน็บติดตัวมา จ่วงแทงเข้าด้านหลังของ สท.เจ้า 1 แผล และแทงเข้าใต้ซี่โครงหน้าอีก 1 แผล ก่อนจะวิ่งหนีไปบนถนนไปทางสามแยกกรุงไทยอย่างรวดเร็ว การ์ดผู้ดูแล 3 คน วิ่งติดตามไปไม่ทัน ก่อนจะรีบกลับมาประคอง สท.จ้าว ขึ้นรถจักรยานยนต์ เพื่อรีบนำส่ง รพ.ระนองทันที เนื่องจากบาดเจ็บมีเลือดไหลจากแผลที่ถูกแทง   ส่วนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน หลังจากรู้ตัวคนร้ายและบ้านพัก ได้ออกติดตามไล่ล่า และค้นหาตัวทันที แต่เมื่อไปถึงห้องเช่าที่อาศัยอยู่ กลับไม่พบตัวผู้ก่อเหตุ โดยเพื่อนบ้านที่รู้จัก บอกว่านายณไกรสร มือมีดรายนี้ เคยมีอาการป่วยทางประสาทมาก่อน และเคยทานยารักษาจนอาการดีขึ้น มีอาชีพเป็นพ่อค้าขายไก่แดงชุบแป้งทอดขายในเวลากลางวันกับภรรยา   ส่วนอาการของผู้บาดเจ็บพบว่า อวัยวะส่วนของชิ้นเนื้อปอดถูกแทงมีบาดแผลเลือดออกใน แต่อาการโดยรวมความดันเริ่มกลับมาปกติ และพ้นขีดอันตรายแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวสายตรวจ สภ.เมืองระนอง จำนวน 2 นาย คอยเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3Ma7WxMFCvM

 2,902
ข่าวภูมิภาค
09 ม.ค. 62

ฆ่าโหดถุงคลุมหัวทิ้งข้างห้องน้ำวัด คาดฝีมือชายป่วยทางจิต เคยประกาศจะฆ่าคนเพราะไม่ผิด กม.

นครพนม-พบศพชายวัย 56 ปีถูกฆ่าโหด ใช้ถุงคลุมหัวจนขาดอากาศตาย ลากศพทิ้งข้างห้องน้ำกลางวัดป่าดอนโพธิ์ อ.บ้านแพง   ส่วนคนร้ายที่ลงมือรายนี้หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป คาดว่าเป็นชายสติไม่สมประกอบอายุประมาณ 44 ปี มีประวัติกินยาผู้ป่วยจิตเวชฯ โดยผู้ตายและผู้ก่อเหตุรายนี้ คาดว่าก่อนเกิดเหตุได้ร่วมวงกันดื่มเหล้าขาว สันนิษฐานว่าอาจจะผิดใจกันในวงเหล้า   ก่อนจะมีปากเสียงทะเลาะกันจากหน้าห้องน้ำ หลังคนร้ายก่อเหตุใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะ ผู้ตายอาจดิ้นจนทำให้มีบาดแผลที่คาง ก่อนจะลากศพไปไว้ที่ริมรั้วซึ่งเป็นที่ลับตาคน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งสอบปากคำพยานแวดล้อมให้รัดกุม เพื่อจะได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป   ชาวบ้านรายหนึ่งในพื้นที่กล่าวระบุว่า ในช่วงปีใหม่ชายผู้ต้องสงสัยรายนี้ เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวไปแล้วครั้งหนึ่ง หลังอาละวาดขู่จะฆ่าคนเพราะโรคประสาทกำเริบ แถมยังป่าวประกาศร้องเอะอะโวยวายกลางหมู่บ้านว่า ฆ่าคนไม่ผิดกฎหมาย เพราะมีบัตรจิตเวชฯ ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว กระทั่งก่อเหตุสลดขึ้นดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iQ6ny4tUsC0

 2,970
ข่าวภูมิภาค
07 ธ.ค. 61

ลูกระแวงแม่เฒ่าจะทำร้าย คว้ามีดปาดคอดับสยอง ก่อนหนีไปจิบน้ำชาบ้านเพื่อน

นราธิวาส-พบศพนางทิม ฉัตรวิจิตร อายุ 73 ปี นอนจมกองเลือดเสียชีวิตภายในห้องน้ำของบ้านพัก โดยมีบาดแผลถูกของมีคมปาดที่บริเวณลำคอเป็นแผลฉกรรจ์ 1 แผล   จากการสอบสวนพยานซึ่งเป็นหลานสาวของผู้เสียชีวิต ทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายวันนิวัติ ฉัตรวิจิตร อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นน้าชายและเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต หลังจากก่อเหตุได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไป คาดว่าน่าจะไปหลบซ่อนตัวที่บ้านเพื่อนสนิทคนหนึ่งในพื้นที่บ้านละหาร ม.1 ต.ละหาร   เมื่อถึงบริเวณหน้าบ้านเป้าหมาย พบว่า นายวันนิวัติ ได้นั่งดื่มกาแฟอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ไปเชิญตัวนายวันนิวัติ ไปสอบสวนปากคำที่ สภ.ยี่งอ ซึ่งนายวันนิวัติ มีลักษณะอาการเหมือนคนเหม่อลอยซึมเศร้า แต่ก็ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่แต่โดยดี ต่อมานายวันนิวัติ ได้ให้การว่า ตนมีอาการหวาดระแวงว่ามารดาจะทำร้าย จึงได้ตัดสินใจใช้มีดทำกับข้าว บุกไปปาดคอมารดาที่กำลังอาบน้ำภายในห้องน้ำจนเสียชีวิต แล้วตนได้รีบขี่รถ จยย.ออกจากบ้านพักโดยหลบหนีไปบ้านเพื่อน เมื่อถึงบ้านเพื่อนตนได้อาบน้ำและเมื่ออาบน้ำแล้วเสร็จ จึงได้เดินออกมานั่งกินน้ำชา แล้วเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวไปโรงพักดังกล่าว พ.ต.อ.ดุลยมาน แยนา ผกก.สภ.ยี่งอ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบประวัติของนายวันนิวัติ เคยก่อคดีพยายามฆ่าผู้อื่นในปี พ.ศ. 2539 ที่เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้กับชาวบ้านมาแล้ว 1 ครั้ง และเมื่อพ้นโทษมาก็ได้รักษาตัวจากอาการทางจิต ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอีกครั้งว่านายวันนิวัติ เป็นผู้ป่วยทางจิตจริงหรือไม่อย่างไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FhxJVXLFniY

 1,646
ข่าวภูมิภาค
26 พ.ย. 61

หญิงชาวเมียนมาคลุ้มคลั่ง ขังลูกวัย 8 เดือนในห้องเช่า ชาวบ้านหวั่นอันตราย แจ้งตำรวจเข้าช่วย

วันที่ 25 พ.ย. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ-กู้ภัยแม่กื้ดหลวง เดินทางร่วมตรวจสอบเหตุหญิงขังลูกบ้านในบ้านเช่า ที่ ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก    เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ เป็นห้องเช่าชั้นเดียวติดกันหลายห้อง อีกห้องหนึ่งถูกล็อคประตูไว้อย่างแน่นหนา เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันงัดประตูเข้าไปพบหญิงชาวเมียนมา อายุ 40 ปี และเด็กหญิง อายุ 8 เดือน อยู่ในห้องเช่าหลังดังกล่าว    โดยหญิงสาวส่งเสียงดังคลุ้มคลั่งและระแวงตัวเองว่าจะมีคนมาทำร้ายร่างกายตนเองตลอดเวลา  เจ้าหน้าที่พยามยามเกลี้ยกล่อมเพื่อจะพาไปหาหมอ เนื่องจากหญิงสาวรายนี้เป็นผู้ป่วยจิตเวช เจ้าหน้าที่เกลี้ยกล่อมนานหลายชั่วโมงหญิงรายนี้ก็ไม่ยอมไปโรงพยาบาล จึงช่วยกันจับตัวนำส่งโรงพยาบาลแม่สอด   จากการสอบถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้น ทราบว่า หญิงคนดังกล่าวเป็นผู้ป่วยจิตเวชและไม่ค่อยชอบกินยาตามที่หมอสั่ง ชอบขังลูกและตัวเองอยู่ในห้อง บ้างครั้งก็ส่งเสียงดังคล้ายคนคลุ้มคลั่ง จนกระทั่งชาวบ้านได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยกันจับตัวนำส่งโรงพยาบาล ก่อนที่ลูกน้อยวัย 8 เดือนจะได้รับอันตราย  

 1,836
ข่าวภูมิภาค
19 พ.ย. 61

รวบแล้วชายเมายา-ป่วยทางจิต ขี่ จยย. ปาหินใส่รถยนต์เสียหายหลายคัน

สมุทรปราการ-จากกรณีที่มีผู้เสียหาย 3 ราย ถูกคนขับรถจักรยานยนต์ ที่ขับสวนทางมาปาหินใส่รถยนต์ จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งโชคดีที่คนขับไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ขณะที่จากการตรวจสอบภาพวงจรปิดซึ่งสามารถจับภาพเหตุการณ์ได้ และพบว่าได้ไปก่อเหตุในพื้นที่ สน.ราษฎร์บูรณะ ด้วยนั้น   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (18 พ.ย.) ตำรวจ สภ.พระประแดง สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้วคือ นายนันทพัทธ์ หอมชื่นชม อายุ 33 ปี เบื้องต้นพบว่าเกิดจากอาการทางประสาท หลังผู้ก่อเหตุเพิ่งพ้นโทษในคดียาเสพติดได้ไม่นาน   ตร.กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวนทั้ง 2 โรงพัก ประสานข้อมูลเชิงสืบสวน กระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายนันทพัทธ์ ที่เพิ่งพ้นโทษในคดีเสพยาเสพติดได้เพียง 2 เดือน สอดคล้องกับคำให้การของผู้ก่อเหตุ ที่เข้าข่ายให้การ แบบวกวน ลักษณะมีอาการทางโรคประสาท   ซึ่งเชื่อว่า เป็นผลจากการเสพยาเสพติด ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้ก่อเหตุได้ตระเวนใช้ก้อนหินปาร้านสะดวกซื้อมีผู้เสียหายหลายรายก่อเหตุลักษณะแบบนี้มาก่อน วันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา และได้ถูกตำรวจสภ.พระสมุทรเจดีย์ จับกุมตัวดำเนินคดี ข้อหาทำให้เสียทรัพย์   จากนี้จะได้ส่งตัวผู้ก่อเหตุ ไปตรวจอาการทางจิต รวมทั้งตรวจร่างกาย หากพบว่ามีสารเสพติดก็จะดำเนินคดีเพิ่มด้วย ขณะเดียวกันก็ฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้เสียหายให้มาดูผู้ก่อเหตุ เพื่อเพิ่มโทษตามการกระทำผิดที่ปรากฏ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mIVVoYiYDr0

 773
สังคม-อาชญากรรม
15 พ.ย. 61

ตร. เข้าเก็บหลักฐาน เหตุพระหัวร้อนใช้จอบจามหัวเจ้าอาวาส-พระลูกวัดสาหัส พบประวัติป่วยทางจิต ชี้ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา

จากกรณีพระพีระยุทธ หอมสูง อายุ 37 ปี บ้านอยู่ หมู่ 3 ต. สินปุน อ.เขาพนม พระลูกวัด วัดมะม่วงเอน ต.สินปุน อ.เขาพนม จ.กระบี่ก่อเหตุใช้จอบฟันพระบุญหนัก สุวรรณ อายุ 91 ปี เจ้าอาวาสวัดมะม่วงเอน และพระดำรง ชัยธรรม อายุ 78 ปี จำนวนหลายแผลที่ศีรษะจนอาการสาหัส ต้องส่งตัวไปรักษาต่อ ที่ รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช เหตุเกิดภายในวัดมะม่วงเอน ซึ่งหลังก่อเหตุชาวบ้านได้ช่วยกันจับตัวนำส่งตำรวจสภ.เขาพนม เหตุเกิดเมื่อเย็นวานนี้   (15 พ.ย. 61) ความคืบหน้า พ.ต.อ.ขจิต คงปราบ ผกก.สภ.เขาพนม กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้ทางตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจ.กระบี่ เข้าเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุแล้ว ส่วนพระที่ก่อเหตุนั้น หลังจับกุมตัวได้พบว่ามีประวัติเคยเข้ารักษาตัวที่ รพ.เนื่องจากมีอาการทางประสาท และให้การวกวนจึงนำตัวไปที่ รพ.เขาพนม ทางแพทย์ได้ฉีดยาระงับประสาท และให้ทางตำรวจ 2 นาย คอยเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด    เบื้องต้นนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใดๆ เพราะจะต้องนำตัวพระส่งรพ.สราญรมย์ที่ จ.สุราษฏร์ธานี ตรวจดูอาการก่อนว่ามีอาการทางประสาทจริงหรือไม่ ส่วนสาเหตุนั้นทราบว่า พระที่ก่อเหตุได้บวชก่อนเข้าพรรษา และเมื่อวานนี้ต้องการลาสิกขา แต่เจ้าอาวาสอาพาตอยู่ ไม่สามารถลุกขึ้นมาทำพิธีได้ ทำให้พระที่ก่อเหตุเกิดความเครียด จึงลงมือดังกล่าว ส่วนอาการของพระทั้ง 2 รูปที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ขณะนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ที่ รพ.มหาราช จ.นครศรีธรรมราช   ข่าวที่เกี่ยวข้อง พระลูกวัดหัวร้อน ใช้จอบจามหัวเจ้าอาวาส-หลวงพ่อสูงอายุเลือดสาด ฉุนไม่ได้ลาสิกขา พบประวัติป่วยทางจิต

 1,122
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ย. 61

พระลูกวัดหัวร้อน ใช้จอบจามหัวเจ้าอาวาส-หลวงพ่อสูงอายุเลือดสาด ฉุนไม่ได้ลาสิกขา พบประวัติป่วยทางจิต

นครศรีธรรมราช-เจ้าอาวาสวัดวัย 91 และหลวงพ่อวัย 78 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกพระในวัดเดียวกันใช้จอบจามหัว เป็นแผลลึกเลือดไหลนองอาการสาหัส ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด   จากการสอบถามญาติโยมในที่เกิดเหตุทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าอาวาสนอนป่วยติดเตียงอยู่ในกุฎิ นานแล้ว โดยมีลูกหลานมาเฝ้าคอยดูแลด้วยกัน 5 คน ขณะนั้นได้มีพระพีระยุทธ อายุ 37 ปี เป็นพระลูกวัดได้แหวกวงล้อมลูกหลานเจ้าอาวาสเข้ามาในกุฎิ พร้อมทั้งลากจอบที่ห่อด้วยจีวรพระ ออกมาสับ ฟันลงบนศรีษะของเจ้าอาวาสอย่างไม่ยั้ง เลือดกระฉูดไปทั่วบริเวณห้อง จนวงแตกกระเจิงด้วยความตกใจเพราะไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน   หลังจากนั้นพระผู้ก่อเหตุได้วิ่งไปที่กุฎฺของพระดำรง ชัยธรรม ที่อยู่ข้างเมรุ พร้อมทั้งใช้จอบฟันลงบนหัวของพระดำรง และใช้ก้อนหินใหญ่ทุบซ้ำหลายทีจนนอนแน่นิ่งคาที่ ท่ามกลางสายตาของผู้คนในวัด หลังจากนั้นชาวบ้าน และหน่วยกู้ภัยได้ช่วยกันจับตัวคนก่อเหตุเอาไว้ เพื่อส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ สภ.เขาพนมดำเนินคดี   ส่วนสาเหตุชาวบ้านเปิดเผยว่า พระมือจอบได้มาบวชอยู่ที่วัดมะม่วงเอนตั้งแต่ก่อนเข้าพรรษา และชอบเก็บตัวเงียบอยู่คนเดียว และในช่วงเช้าพระรูปดังกล่าวต้องการลาสิกขาบท แต่ยังไม่มีพระทำพิธีให้ จึงลาสิกขาบทไม่ได้ เนื่องจากเจ้าอาวาสก็ป่วยไข้ จึงคาดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียด และก่อเหตุร้ายขึ้น   หลังชาวบ้านช่วยกันจับตัวพระพีระยุทธ ตำรวจได้นำตัวมาสอบสวนที่สภ.เขาพนม แต่ให้การวกวน และมีอาการคล้ายคนสติไม่ดี จึงได้ตรวจสอบประวัติพบว่าเคยเข้ารักษาตัวที่ รพ.สราญรมย์ จ.สุราษฏร์ธานี เนื่องจากสติไม่ดี มีอาการทางประสาท จึงได้นำตัวไปที่ รพ.เขาพนม เพื่อทำการฉีดยาสงบสติ และให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอย่างใกล้ชิดแล้ว   เบื้องต้นทางญาติแจ้งว่า พระพีระยุทธ สติไม่ดีมีอาการทางประสาท คาดว่าเกิดจากความเครียดที่ทางวัดไม่ยอมสึกให้ หลังจากนี้จะดำเนินการต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3p3n6dQJ5SI

 1,265
ข่าวภูมิภาค
05 พ.ย. 61

ชายคลั่งคว้าคัตเตอร์ปาดคอ-ตัดอวัยวะเพศ-แทงท้องตัวเองไส้ทะลัก เจ็บสาหัส คาดเครียดถูกสาวปฏิเสธรัก

นครศรีธรรมราช-ชายวัย 41 ทำร้ายตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในบ้านพักที่ อ.สิชล สภาพนอนหงายหัวเข่าชันบนพื้น เลือดไหลนองท่วมตัว ไม่สวมเสื้อผ้า นุ่งกางเกงในสีน้ำตาลตัวเดียว   ตรวจสอบพบบาดแผลบริเวณลำคอ อวัยวะเพศ ถูกของมีคมบาดเป็นแผลเลือดไหลอาบ ส่วนบริเวณท้องถูกของมีคมแทงเป็นแผลลึกไส้ทะลักออกมา ใกล้กันพบมีดคัดเตอร์เปื้อนเลือดตกอยู่ 1 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะรีบนำส่งโรงพยาบาล ล่าสุดผู้บาดเจ็บ แพทย์ให้การช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตรายแล้ว                 สอบถามญาติเล่าว่า ผู้บาดเจ็บเคยต้องโทษที่เรือนจำ ในข้อหาฆ่าคนตาย หลังพ้นโทษมาประมาณ 2 ปี พบว่าผู้บาดเจ็บมีการอาการเหม่อลอย ชอบพูดคนเดียว และเก็บตัวเงียบ ไม่สุงสิงกับใคร ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้า ญาติเห็นว่าผู้บาดเจ็บ ไม่ออกจากห้องนอนเหมือนทุกวัน จึงไปเคาะประตูเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบรับ   ญาติจึงตัดสินใจพังประตูห้องนอนเข้าไป และพบผู้บาดเจ็บนอนจมกองเลือด จึงขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้บาดเจ็บ อาจเกิดความเครียดในเรื่องบางอย่าง จึงตัดสินใจก่อเหตุทำร้ายตัวเอง   แม่ของผู้บาดเจ็บเล่าว่า สมัยเรียนหนังสือบุตรชายของตน เป็นเด็กดี และเรียนหนังสือเก่ง กระทั่งไม่ทราบเหมือนกันว่าบุตรชายไปติดยาเสพติดตั้งแต่เมื่อไหร และเสพยาอย่างหนักจนเกิดอาการหลอน ตนเคยพาไปรักษาที่โรงพยาบาลและแพทย์ให้กินยาระงับประสาท แต่บุตรชายไม่ค่อยชอบกินยา และจะแอบทิ้งยาเป็นประจำ นอกจากนี้ยังแอบเสพยาเสพติดอีก จนเกิดอาการหลอนและก่อเหตุใช้อาวุธมีดฆ่าปาดคอชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันตาย 2 คน   ทั้งๆที่บุตรชายของตนกับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือมีเรื่องทะเลาะกัน บุตรชายของตนจึงถูกตำรวจจับและติดคุกที่เรือนจำนานหลายปี อย่างไรก็ในช่วงที่บุตรชายรับโทษในเรือนจำ เจ้าหน้าที่ได้รักษาอาการอย่างต่อเนื่อง และเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาบุตรชายของตนพ้นโทษจากเรือนจำและกลับที่บ้าน   ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นตนไม่ทราบแน่ชัด เพราะปกติบุตรชายเป็นคนค่อนข้างเงียบ คาดว่าบุตรชายอาจไม่ได้กินยาระงับประสาทอย่างต่อเนื่อง จนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง แต่ตนทราบจากญาติๆว่า บุตรชายของตนไปแอบชอบสาวทำงานร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในอำเภอสิชล แต่ถูกสาวปฏิเสธ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้ลูกชายเกิดความเครียดอย่างหนักและก่อเหตุดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OF5tJAEXepE

 7,128
สังคม-อาชญากรรม
22 ต.ค. 61

รอผลผ่าซากแมว ก่อนแจ้งข้อหาดีเจสาว ด้านเจ้าตัวยังปฏิเสธ ขอเวลาทำใจก่อนเข้าพบตร. 'โย ยศวดี' ของขึ้น โพสต์ชวนทาสแมวช่วยกันรุม

จากกรณีมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีทารุณกรรมสัตว์ต่อดีเจสาวคนหนึ่ง หลังพบพฤติกรรมต้องสงสัยหลังจากติดต่อขอรับเลี้ยงแมวจรที่มีการประกาศหาบ้านในเฟซบุ๊ก สุดท้ายพบว่าลูกแมวเสียชีวิตแบบปริศนา โดยดีเจสาวอ้างว่าแมวหลุดหายไประหว่างนั่งแท็กซี่ซึ่งไม่รู้ว่าหายไปที่ไหน จนกระทั่งไปพบว่าตายแล้วและนำกลับมา แต่สภาพศพแมวกลับพบว่าอยู่ในสภาพถูกคว้านท้อง   ขณะที่ผลการตรวจชันสูตรยืนยันชัดเจนว่า สาเหตุการเสียชีวิตของลูกแมวไม่ใช่เกิดจากอุบัติเหตุ มีร่องรอยถูกกระแทกที่หน้าผากขวาจนเลือดคั่งและกะโหลกศีรษะแตก สภาพร่างกายมีร่องรอยถูกเฉือน และถูกนำเอาอวัยวะภายในออกไปทั้งหมด และเป็นลักษณะไม่ใช่ถูกรถเหยียบย่ำจนบี้แบนเละเทะ ดังที่พบได้จากสภาพศพของสัตว์ที่ได้รับอุบัติเหตุ ซึ่งแย้งกับคำอ้างของดีเจคนดังกล่าวว่าแมวหลุดไประหว่างนั่งแท็กซี่นั้น    ล่าสุดวานนี้ (21 ต.ค.) พนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม เข้าขอข้อมูลกับผู้ที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม ย่านเจริญนคร ห้องใกล้เคียงกับดีเจสาว เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน หลังจากเมื่อวันที่ 20 ต.ค. ทางเจ้าหน้าที่ได้ขออนุญาตเข้าตรวจบ้านพักย่านทวีวัฒนา ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพ่อแม่ดีเจคนดังกล่าวแล้วไม่พบหลักฐานหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทารุณกรรมสัตว์ และเมื่อเข้าตรวจค้นคอนโดฯ ซึ่งเป็นที่พักปัจจุบันก็พบเพียงกระบะทราย อาหารแมว และไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ที่บ่งบอกว่ามีการทารุณกรรมหรือฆ่าแมวตามที่ถูกกล่าวหา   ตร.กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหากับดีเจสาวผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า แมวเสียชีวิตด้วยสาเหตุใดและเสียชีวิตที่ใด ขณะนี้หลักฐานที่มีอยู่คือซากแมวที่ทางสัตว์แพทย์ของ WATCHDOG THAILAND ทำการเก็บรักษาเอาไว้อยู่ เบื้องต้นจะต้องนำซากแมวส่งผ่าชันสูตรกับผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งกำลังปรึกษาว่าจะส่งที่ รพ.สัตว์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ รพ.สัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ซึ่งจะรอผลการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตนานนับเดือนเพื่อนำมาเป็นหลักฐานในการประกอบสำนวนคดี พิจารณาออกหมายเรียกตัวผู้ต้องสงสัยมาให้ปากคำต่อไป   ส่วน นายพีระบุญ เจริญวัย ประธานองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีแรกที่มีความซับซ้อนด้านการหาพยานและหลักฐานพอสมควร ขณะที่ตอนนี้มีผู้เสียหายหญิงอีก 1 ราย ซึ่งเคยมอบแมวให้ดีเจสาว นำไปอุปการะแล้วแมวเกิดสูญหายไม่สามารถตามกลับมาได้ กำลังเตรียมตัวรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา เร็วๆ นี้ เนื่องจากนัดรับมอบแมวกันในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ยานนาวา    ด้านโย-ยศวดี หัสดีวิจิตร นางแบบสาวผู้รักสัตว์ ได้เลี้ยงแมวกว่า 40 ตัว รับไม่ได้กับข่าวดังกล่าว ถึงกับออกมาโพสต์ IG ภาพข้อความว่า “อยากดูดีเจทารุณแมวโดนกระทืบผ่านเว็บ darkไม่dark จะเอากี่บิทก็บอกมา ยอมจ่าย เชื่อว่ามีคนเกินล้านอยากดู” พร้อมแคปชั่นว่า   “เลวที่สุดที่เคยพบมา กลับถึงกรุงเทพเมื่อไรจะตามเรื่องนี้ต่อ ชั่วแบบนี้มันต้องทุบให้ตายเหมือนแมว มาช่วยกันรุมด้วยนะทาสแมวทั้งหลาย สงสารลูกแมวจริงๆ หวังจะได้ไปอยู่บ้านดีๆมีคนเลี้ยงดู มาเจออีบ้าโรคจิตชอบฆ่าแมวเพื่อหาเงินทางลัด อย่าให้คนพวกนี้มีที่ยืนในสังคม ไอ้เรามีแมว 40 กว่าตัว ตรากตรำทำบ้านสวยๆให้อยู่ เพราะชีวิตแมวจรพวกนี้แสนจะลำบาก นึกแล้วของขึ้นจริงๆ พวกที่ทำร้ายสัตว์จิตใจมันไม่ใช่คน ยิ่งพวกหลอนยาบ้าๆบอๆต้องเอาให้หนักๆ ฝากถึงบ้าน foster ทั้งหลายด้วยนะคะ คัดบ้านกันดีๆให้น้อง ชีวิตของสัตว์จะอยู่หรือตายอยู่ที่เราเลือกจริงๆ” โดยมีคนเข้ามาสนับสนุนจำนวนมากด้วย   ด้านนายแพทย์ อภิชาติ จริยาวิลาศ นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลศรีธัญญา กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากกรณีที่นางสาวซัน (ดีเจสาว) ถูกร้องเรียนว่าเป็นผู้ฆ่าแมว โดยในกรณีนี้ไม่สามารถระบุหรือวิเคราะห์ได้ เพราะจะต้องนำตัวนางสาวซัน มาประเมินกับทางแพทย์ถึงจะทราบได้ว่ามีความผิดปกติทางจิตหรือไม่   ซึ่งในลักษณะนี้มีส่วนของผลประโยชน์ที่ทำมาเกี่ยวข้อง หากทำแล้วได้ผลประโยชน์ตอบแทน แบบนี้ก็ไม่ถือว่าป่วยาทางจิต เพราะอาชีพที่ฆ่าสัตว์แบบถูกกฎหมายอย่าง ปลา ไก่ หมู ก็ไม่ถือว่าผู้กระทำป่วย แต่การกระทำในลักษณะนี้ถือเป็นการทารุณกรรมสัตว์ จะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ส่งให้ทางแพทย์เป็นผู้ประเมิน หากพิสูจน์ทราบว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E70MRzzpc2Y

 15,369
ข่าวภูมิภาค
19 ต.ค. 61

หนูน้อย 4 ขวบตายปริศนากลางทุ่งนา แม่มีพิรุธอ้างลูกหลุดมือหาย พบมีอาการคล้ายป่วยจิต

อยุธยา-พบศพเด็กชายเสียชีวิตอยู่กลางทุ่งนา ริมทางรถไฟบ้านภาชี คาดว่าจะเป็นศพน้องไทเกอร์ อายุ 4 ขวบ ที่หายออกจากบ้านกับแม่คือนางรุ่งทิพย์ (ขอสงวนนามสกุล) ที่่บ้านพักอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันเสาร์ ที่ 13 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยพ่อของเด็กได้ออกติดตามหาตัว   ก่อนมาพบศพในสภาพใส่เสื้อยืดสีแดงตัวเดียว ไม่สวมใส่กางเกง นอนหงายปริ่มน้ำ กางหน้าอกพบมีร่องรอยคล้ายถูกหยิกเป็นแผล 2 แผล นอนหงายเสียชีวิต ในที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยการลากหรือร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างไร ตำรวจได้ทำการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุให้แพทย์ทำการตรวจพิสูจน์ในเบื้องต้นและส่งศพไปตรวจชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อเป็นหลักฐานคลี่คลายการเสียชีวิต   ด้านพ่อเด็กเปิดเผยว่า ลูกชายได้หายออกมาจากบ้านพักที่อำเภอปากเกร็ดนนทบุรี พร้อมกับแม่ ตั้งแต่เมื่อเมื่อวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา คาดว่าจะพากันไปบ้านภรรยาที่จังหวัดสุรินทร์ ตนกับญาติช่วยกันออกตามหาเช็คกล้องวงจรปิดตามสถานีรถไฟสายอีสานตั้งแต่งสถานีหลักสี่ สถานีรังสิต ก็ไม่พบวี่แวว   กระทั่งเมื่อวันอังคารที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ภรรยาได้กลับมาที่บ้าน แต่ไม่มีลูกชายกลับมาด้วย ทำให้ทุกคนเอะใจและเชื่อว่าเด็กจะต้องได้รับอันตรายแน่นอน และพบตั๋วรถไฟในตัวของภรรยา ปลายทางลงที่สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี อำเภอภาชี และรุ่งเช้าวันที่ 17 ได้พากันออกตามหา ตรวจกล้องวงจรปิดที่สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชีพบว่า แม่ได้พาลูกชายครั้งสุดท้าย เดินผ่านออกจากสถานีรถไฟหายไป กระทั่งมาพบเป็นศพอยู่กลางทุ่งนาดังกล่าว   ด้านแม่ของเด็กให้การวกไปวนมา บอกเพียงว่าขึ้นรถไฟจะกลับบ้านที่ จ.สุรินทร์ มากับลูกแล้วเห็นว่าสามีตามมาจึงลงรถไฟแล้วเดินไปตามรางรถไฟ มีคนขี่รถจยย.มารับลูกไป จากนั้นไม่รู้ว่าลูกหายไปไหน ปฎิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายลูกแต่อย่างใด บอกแต่เพียงสั้นๆ ว่าลูกชายพลัดหลุดมือหายไป ไม่รู้ว่าเสียชีวิตเพราะอะไร ซึ่งตำรวจสอบสวนแล้วได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน   ตร.เผยว่าจากการสอบสวนแม่เด็ก ยังให้การสับสนเรื่องของช่วงเวลาที่แยกกับลูกชายไปช่วงเวลาไหน และยังไม่เชื่อในคำให้การ ซึ่งจะได้ส่งตัวไปให้แพทย์ตรวจว่ามีความผิดปกติทางจิตหรือไม่ โดยทราบจากทางครอบครัวก่อนหน้านี้ไม่มีความผิดปกติอะไร พร้อมทั้งจะเร่งรัดผลการชันสูตรศพอย่างละเอียดว่าเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด จึงจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n-5d4BT-dyI

 12,492

Top