ค้นหา :

ผลการค้นหา "หึงโหด"

ข่าวภูมิภาค
17 มิ.ย. 62

สามียิงเมียดับปมหึงหวง สั่งเสียลูกชายเลี้ยงช้างต่อให้ดี ก่อนยิงตัวตามตาม

สุรินทร์-มีเหตุฆ่ากันตายบริเวณที่เลี้ยงช้างภายในบ้านพักในโครงการคชอาณาจักร องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์   ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่สำหรับจัดสรร แบ่งเป็นที่ปลูกต้นไม้ให้อาหาร  ช้าง และสร้างบ้าน ให้กับควาญช้างได้อยู่อาศัย และใช้พื้นที่สำหรับเลี้ยงช้างของโครงการ   ตรวจสอบพบนาง ลัดดา จงใจงาม อายุ 40 ปี ถูกยิงเสียชีวิต  และนายแสน จงใจงาม อายุ 42 ปี เป็นสามี ถูกยิงเข้าที่ศีรษะเช่นกัน ได้รับบาดเจ็บนอนหายใจรวยริน ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา    สอบสวนทราบว่าทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน สาเหตุคาดว่าเป็นเรื่องเหตุหึงหวง โดยสามีระแวงว่าภรรยาจะมีกิ๊ก จึงตัดสินใจยิงภรรยาตาย จากนั้นก็ได้ใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองที่ ศีรษะหวังฆ่าตัวตายตาม และไปสิ้นใจที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา      สอบถามนายสมัย สร้อยแสง พ่อของฝ่ายหญิง บอกว่า ครอบครัวของลูกเขยถือว่าเป็นครอบครัวที่มีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควรในครอบครัวมีช้างเลี้ยงอยู่ 4 เชือกเลี้ยงไว้หารายได้เลี้ยงครอบครัว แต่ฝ่ายชายจะมีอาการหึงหวงภรรยา แม้แต่ญาติตนเองก็หึงหวง และด่าว่าฝ่ายหญิงต่างๆนานาเป็นประจำ   ด้านลูกชายวัย  14 ปี เป็นคนที่อยู่กับพ่อแม่ตอนเกิดเหตุ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังเอาอาหารให้ช้าง จู่ๆ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมาจากบนบ้าน 2 นัด พอตนเองวิ่งขึ้นไปบนบ้านเพื่อไปดูเหตุการณ์ ก็เห็นพ่อพูดกับตนเองว่าให้ดูแลช้างทั้ง 4 เชือกให้ดีนะ พ่อจะไม่อยู่แล้วจากนั้นพ่อก็ยิงตัวเองตายตาม  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WP7jU9Furr8

 3,327
ข่าวภูมิภาค
10 มิ.ย. 62

รวบสามีหึงโหด ใช้กรรไกรแทงคอเมียดับคาห้องเช่า อ้างพาลูกไปฝากย่า แล้วจะกลับมามอบตัว

หนองบัวลำภู-สามีหึงโหดใช้กรรไกรแทงภรรยาเสียชีวิตคาห้องพัก หลังง้อขอคืนดีไม่สำเร็จ   จากการตรวจสอบพบร่างของนางกิตติพร โสมพันธ์ อายุ 32 ปี พบบาดแผลถูกแทงด้วยของแข็งมีคมเข้าที่บริเวณลำคอด้านซ้าย 4 แผลตัดเส้นเลือดใหญ่ คาดว่าผู้ตายถูกแทงที่ริมขอบเตียง แล้วไปสิ้นใจที่หน้าห้องน้ำ   เบื้องต้นสอบถามชาวบ้านใกล้เคียงบอกว่า มีคนในห้องเช่ามาบอกว่าเมื่อคืนประมาณ 5 ทุ่ม ได้ยินเสียงคนร้องเหมือนทะเลาะกัน จึงได้ให้ลูกหลานเอากุญแจไปเปิดห้องดูก็พบศพผู้ตายดังกล่าว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยผู้ตายเข้ามาเช่าห้องอยู่ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.62 โดยยังไม่ได้จ่ายค่าเช่า   กระทั่งมีสามีและลูกของผู้ตายมาหา เป็นชายผู้ชายอายุประมาณ 50 ปี มีลูกอายุประมาณ 7 ปี มาด้วยตนจึงได้สอบถามค่าเช่าห้อง สามีผู้ตายได้จ่ายเงินให้ 500 บาท จนกระทั่งเช้ามาพบศพโดยไม่พบสามีและลูกอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าออกจากห้องไปเมื่อไร ทั้งนี้ผู้ตายเคยเล่าให้ฟังว่าตนเองมีสามีและมีแฟนใหม่   ต่อมาช่วงบ่ายตำรวจทางหลวงสีคิ้ว ได้เรียกรถทัวร์โดยสารสายอุดรธานี-กรุงเทพฯ และเชิญตัว นายนรา โสมพันธ์ อายุ 43 ปี สามีของผู้ตายที่โดยสารมาพร้อมลูกชายเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยเบื้องต้น ตำรวจได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าตัวรับว่าใช้กรรไกรแทงผู้ตายจนเสียชีวิต ในห้องเช่าที่เกิดเหตุจริง เหตุเพราะความหึงหวงที่ผู้ตายไปมีแฟนใหม่ หลังก่อเหตุได้ขับ จยย.พาลูกไปรอขึ้นรถทัวร์ที่ จ.อุดรธานี เพื่อนำลูกไปส่งให้ย่าเลี้ยง แล้วจะกลับไปมอบตัว แต่ก็ไปไม่ถึงจุดหมาย   อย่างไรก็ตามชุดสืบสวน ตำรวจภูธร ภาค 4 ที่ได้ประสานงานกัฐชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู ได้เดินทางมารับตัวนำไปสอบสวนก่อนส่งมอบให้ท้องที่รับไปดำเนินการต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6pBIQXvN8b8

 1,647
ข่าวภูมิภาค
05 มิ.ย. 62

ชายวัย 52 ฆ่าตัวตายหนีความผิด หลังบุกยิงถล่ม เลขาฯนายกอบต.แฟนใหม่ภรรยา

อ่างทอง-พบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์กระบะ เหตุเกิดบริเวณลานดินข้างเมรุ หลังวัดแสวงหา หมู่ที่ 5 ตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา   จากการตรวจสอบด้านในพบศพ นายมานะ เหมือนแก้ว อายุ 52 ปี สภาพศพอยู่ในสภาพนั่งตะแคงก้มหน้าบริเวณคนขับ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน ที่บริเวณขมับขวาทะลุขมับซ้าย จำนวน 1 นัด และภายในมือด้านขวากำอาวุธปืนขนาด 11 ม.ม. โดยนิ้วชี้ยังอยู่ในโกร่งไกปืนที่ขึ้นลำพร้อมใช้อยู่ในมือ หลังตรวจสอบอาวุธปืน พบเครื่องกระสุนอยู่ภายในรังเพลิง จำนวน 2 นัด พร้อมกระเป๋าสตางค์และเอกสาร   ด้านพระถวิล ปิยะธโร พระลูกวัดแสวงหา เล่าว่า เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. เวลาประมาณ 18.00 น. ขณะที่พระในวัดออกมากวาดใบไม้รอบวัด ได้สังเกตเห็นรถกระบะคันดังกล่าวขับมาจอดอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรเนื่องจากว่าเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านใช้สัญจรเข้าไปในหมู่บ้าน จนกระทั่งเช้าก็ยังเห็นจอดอยู่ตรงที่เดิม มารู้อีกทีเมื่อมีชาวบ้านมาบอกว่ามีผู้เสียชีวิตภายในรถ   ส่วนนายชัยยะ ทองสมบัติ อายุ 34 ปี น้องเขยผู้เสียชีวิต เล่าว่า ในช่วงหลังผู้เสียชีวิตกับภรรยามักทะเลาะกันหลายครั้ง เกี่ยวกับผู้เสียชีวิตเกิดความหึงหวงภรรยาที่ได้ไปปันใจให้ชายอื่น ตนเองได้เตือนด้วยความเป็นห่วง และบอกให้ นายมานะ ทำใจยอมรับและอย่าคิดมาก จนเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ได้เกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรงจน นายมานะ ไปก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในร้านจนถูกออกหมายจับ และได้มาคิดสั้นจบชีวิต   ด้านตำรวจระบุว่า เบื้องต้นหลังจากตรวจสอบพบว่า นายมานะ ผู้เสียชีวิต ได้ไปก่อเหตุบุกยิงดีตภรรยา และแฟนใหม่ของอดีตภรรยาแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ร้านอาหารอยู่ที่ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี หลังก่อเหตุได้หลบหนีมา และถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา   โดยคาดว่าทางผู้ตายเกิดอาการเครียด จึงได้ตัดสินใจคิดสั้นยิงตัวตายเพื่อหลบหนีความผิด ซึ่งสาเหตุที่ทางเจ้าหน้าที่สอบสวนจากทางญาติ น่าจะมาจากเรื่องหึงหวงที่ภรรยาไปปันใจให้ชายอื่นและทำให้มีเรื่องทะเลาะกันมาตลอด เพราะภรรยามีอายุอ่อนกว่าถึง 13 ปี   จนกระทั่งรุนแรงก่อนไปก่อเหตุ ทั้งๆ ที่อยู่กินกันอย่างสามีภรรยา มาก 20 กว่าปี จนมีบุตรด้วยกันถึง 2 คน ส่วนทางด้านศพผู้เสียชีวิตทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพ เพื่อไปทำการชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์นิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zcEAbE1_8pg

 2,519
ข่าวภูมิภาค
04 มิ.ย. 62

สามีเก่าหึงโหด ไล่ยิงถล่มเลขานายก อบต.แฟนใหม่อดีตเมียหวิดดับ

สุพรรณบุรี-เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงที่ร้านบ้านขนม by คุณนุช หมู่ 3 ต.ศรีประจันต์ ริมถนนสายชัยนาท-สุพรรณบุรี ขาเข้าสุพรรณบุรี   ที่เกิดเหตุเดิมเป็นร้านขายขนม กาแฟ เครื่องดื่ม ภายในร้ายพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม.ตกกระจายเกลื่อนทั้งในร้านพื้นถนนหน้าร้านและในกระบะท้ายรถอีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน ซึ่งบรรทุกข้าวของเครื่องครัวคาอยู่      จากการสอบสวนเจ้าของร้านให้การว่า คนร้ายที่ก่อเหตุเป็นอดีตสามีเก่าซึ่งมีลูกด้วยกัน 2 คน แต่ระยะหลังสามีเก่าไม่ช่วยทำงานใช้แต่เงิน และมักทะเลาะมีปากเสียงกันประจำ จนตนทนไม่ไหวจึงขอเลิกกันแต่ไม่เป็นทางการ หลังเลิกกันสามีเก่ามักตามมาราวีอยู่ตลอดกระทั่งเมื่อประมาณ 1 เดือนเศษ ตนจึงตัดสินใจเลิกอย่างเด็ดขาดโดยเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่โรงพักว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก   แต่สามีเก่าก็ยังไม่ยอมเลิกยังตามข่มขู่และขู่ฆ่าตนและลูกชาย ตนจึงไปแจ้งความไว้ที่โรงพักอีกรอบต่อมาได้พบกับนายบุญส่ง และคบหากันเป็นคนรู้ใจได้ประมาณ 1 เดือนเศษ ทำให้สามีเก่าทราบเรื่องยิ่งไม่ยอมเลิกราตามราวีเรื่อยมากระทั่งก่อนเกิดเหตุตนได้ชวน นายบุญส่ง แฟนใหม่ ไปช่วยขนข้าวของเครื่องใช้ในครัว เนื่องจากตนได้ไปเหมาซื้อของไว้ที่ อ.บางใหญ่ เพื่อนำมาใช้เปิดร้านขายอาหาร ซึ่งตนได้เช่าไว้แต่มาเกิดเหตุขึ้น   ทางด้านนายบุญส่ง กล่าวว่าตนเป็นเลขานายก อบต.วังน้ำเย็น และได้คบหากับ น.ส.กฤษดาพร ได้ประมาณ 1 เดือนเศษ เคยเห็นสามีเก่าที่เลิกกันแล้วอยู่ไม่กี่ครั้ง แต่ไม่เคยคุยกันไม่คิดว่าเขาจะหมายเอาชีวิตตน กระทั่งก่อนเกิดเหตุฝ่ายหญิงได้โทรศัพท์ให้ตนมาช่วย ขนของเข้าร้านที่เตรียมจะเปิดขายอาหารป่าที่ร้านเกิดเหตุ   จู่ๆสามีเก่า ได้ขับรถมาจอดหน้าร้าน จากนั้นได้เปิดประตูรถชักอาวุธปืนขึ้นมาหันปากกระบอกปืนมาที่ตนพร้อมลั่นไกทันที โชคดีที่ตนไหวตัวก่อนจึงหลบคมกระสุนได้ทัน ก่อนจะวิ่งหนีตายเข้าไปในร้าน แต่คนร้ายยังวิ่งตามเข้าไปใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่ตนอีกหลายนัด เมื่อตนไม่มีทางหนีจึงแกล้งล้มลงและแกล้งตาย   คนร้ายเห็นตนนอนนิ่งกับพื้นจึงยืนดูผลงานและคิดว่าเสียชีวิตแล้ว จึงวิ่งกลับออกไปหน้าร้าน ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงใส่รถฟอร์จูนเนอร์ของตนที่จอดไว้หน้าร้านอีก 2 นัด ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณใกล้เคียงพบคนร้ายขับรถกระบะตอนเดียวเข้ามาจอดและลงจากรถถือปืนยิงใส่ผู้เสียหาย ตั้งแต่หน้าร้านและไล่ตามเข้าไปยิงถึงในร้านแบบไม่ยั้งจนกระสุนหมดแม็ก จึงรีบกลับไปขึ้นรถขับหนีมุ่งหน้าไปทาง อ.สามชุก   เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไล่ติดตามไปยังสถานที่ต่างๆที่คิดว่าคนร้ายจะหนีไปกบดาน พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตคาดว่าสามารถจับตัวมาดำเนินคดีได้ในไม่ช้า ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WfOSsQCKq6s

 2,783
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 มิ.ย. 62

หนุ่มหัวร้อน ง้อแฟนไม่สำเร็จ ตามเตะต่อยกระทืบสาวไม่ยั้งจนจมูกหัก

โลกออนไลน์แชร์คลิปจากกล้องวงจรปิดได้บันทึกเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่ง ทำร้ายร่างกาย ผู้หญิง ทั้งเตะต่อยกระทืบไม่ยั้ง โดยมีการระบุเรื่องราวว่า ชายคนดังกล่าวได้มาง้อผู้หญิง (ผู้หญิงที่ถูกทำร้ายเป็นเพื่อนกับเจ้าของคลิป) ที่เลิกรากันไปแล้วแต่ดูเหมือนจะง้อไม่สำเร็จ หนุ่มอารมณ์ร้อนจึงบันดาลโทสะตรงเข้าทำร้ายต่อยที่ใบหน้าและเตะจนล้มลง และกระทืบผู้หญิงที่ล้มลงทั้งที่มีคนมาห้าม   โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ดอนเมืองเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้หญิงที่ถูกทำร้ายโดนเตะที่ใบหน้าจนจมูกหัก ส่วนผู้ชายที่ก่อเหตุทราบว่าชื่อแจ็ค ยังหายตัวไป และไม่ออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4YXI788atiM

 87,558
สังคม-อาชญากรรม
28 เม.ย. 62

หนุ่มหึงโหด บุกห้องแทงแฟนสาวพรุน เหตุแชทกับหนุ่มอื่น

เชียงใหม่-พ่อสุดเศร้ารับศพลูกสาวเหยื่อแฟนหนุ่มหึงโหดแทงดับตั้งบำเพ็ญกุศล เผยยังทำใจไม่ได้ ส่วนผู้ก่อเหตุให้กฎหมายลงโทษ   ความคืบหน้ากรณีสายวานนี้ (27 เม.ย.62) เกิดเหตุฆาตกรรมนางสาววิลาสินี พรหมมิจิตร อายุ 26 ปี ที่อยู่ 72 ม.1 ตำบลสันทรายหลวง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถูกนายจักรพงษ์ ปวนใจรัก หรือ กิมมี่ อายุ 24 ปี แฟนหนุ่ม ก่อเหตุใช้มีดแทงกลางหลัง 5 แผล จนเสียชีวิตภายในห้องพักของหอพักบ้านบานบุรี เลขที่ 35/1 ม.9 ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป จนกระทั่งช่วงบ่ายวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายจักรพงษ์ได้ที่ อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมรถรถจักรยานยนต์ Honda MSX สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กด 3567 เชียงใหม่ที่ใช้หลบหนี   รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า ช่วงค่ำวานนี้(27 เม.ย.62) ที่วัดฟ้ามุ่ย ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพของนางสาววิลาสีนี หรือ น้องหญิง ศพของนางสาววิลาสีนี หรือ น้องหญิง ได้รับการเคลื่อนย้ายออกจากโรงพยาบาลมาถึงช่วงค่ำ เพื่อประกอบพิธีวันแรก ท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าโศกเสียใจของครอบครัวและญาติ ตลอดจนเพื่อนฝูงและคนรู้จัก ที่ต่างพากันมารอรับศพ และร่วมพิธี ทั้งนี้นายเสมอ พรหมมิจิตร พ่อของ “น้องหญิง” บอกว่า ขณะนี้ไม่สะดวกที่จะพูดคุยหรือให้รายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ บอกได้แต่เพียงว่าเสียใจมากละยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์นี้ที่ต้องสูญเสียลูกสาวคนเดียวไป แม้โดยปกติแล้วลูกสาวจะไม่ค่อยบอกเล่าเรื่องส่วนตัวให้ทราบมากนัก และออกไปใช้ชีวิตส่วนตัว สำหรับการตั้งบำเพ็ญกุศลศพจะมีกี่วันและเผาวันใดนั้น จะหารือกับเครือญาติอีกครั้ง ขณะที่ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุและถูกจับกุมได้แล้วนั้น จากนี้ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายที่จะดำเนินการลงโทษ   ด้านนายจักรพงษ์ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุนั้น ช่วงเย็นวานนี้(27 เม.ย.62) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุดังกล่าว โดยบอกว่าก่อนหน้านี้คบหากับผู้ตาย และมีการทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนต้องแยกกันอยู่ ช่วงก่อนเกิดเหตุไปพบผู้ตายที่หอพักเพื่อเก็บข้าวของส่วนตัวที่อยู่ในห้อง ระหว่างที่กำลังเก็บของอยู่นั้น ได้พูดคุยกับผู้ตาย พร้อมสังเกตเห็นโทรศัพท์ผู้ตายว่ามีผู้ชายแชทเข้ามาหา จึงเกิดบันดาลโทสะและหยิบมีดที่อยู่หัวเตียงแทงผู้ตายก่อนจะหลบหนีและถูกจับกุมได้ในที่สุด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และนำดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/QVDMzERh-kg

 18,210
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 62

รวบแล้ว ‘ไอ้ทอง’ มือยิงเมียเก่า-แม่ยาย ดับคาร้านนวด หนีซุกชัยนาท

จากกรณี 2 แม่ลูกถูกจ่อยิงแบบเผาขนด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เสียชีวิตคาร้านนวดเพื่อสุขภาพแห่งหนึ่ง ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ขณะนี้ตำรวจเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุคือนายทอง เขียวฉะอ้อน อายุ 52 ปี สามีเก่าของนางสาวปิยนันท์ เจริญบูรณ์ หรือ เอ๋ หนึ่งในผู้เสียชีวิต โดยสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้นายตู่ เคยโทรมาขู่ฆ่าเพราะไม่พอใจที่นางสาวเอ๋ ตีตัวออกห่าง   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมนายทอง เขียวฉะอ้อน ได้แล้ว โดยพบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปยังพื้นที่ อ.หันคา จ.ชัยนาท บริเวณตีนเขาไพรนกยูง โดยจับได้พร้อมปืนของกลาง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง เพราะความหึงหวง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ล่า 'ไอ้ทอง' บุกยิงเมียเก่า-แม่ยายดับคาร้านนวด ปมไม่ยอมคืนดี ส่วน ด.ช.6 ขวบ ที่ถูกฉุดเจอตัวปลอดภัย  

 5,560
ข่าวภูมิภาค
23 เม.ย. 62

เคลียร์ปัญหารักไม่ลงตัว สามีคว้ามีดแทง-ปาดคอเมียดับ ก่อนอุ้มลูกให้รถชนเจ็บ

กำแพงเพชร-สามีภรรยาเคลียร์ปัญหารักไม่ลงตัว หลังฝ่ายหญิงขอเลิก สามีจึงใช้มีดแทงแล้วปาดคอเมียจนเสียชีวิตในห้อง จากนั้นอุ้มลูกออกที่ถนนหวังให้รถชน คันแรกหลบไปได้ คันที่ 2 พยายามเบรกแล้วแต่ก็ชนจนได้รับบาดเจ็บ ตำรวจสายตรวจกับชาวบ้านช่วยกันจับตัวได้ น้องเขยคนตายเผย เมียจะกลับมาขนของ แต่ถูกปาดคอตาย   ในที่เกิดเหตุพบศพนางเอ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี  นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน สภาพนอนหงาย มีบาดแผลบริเวณลำคอ แขน เลือดเต็มใบหน้า ตรวจดูบาดแผลเบื้องต้นพบว่า มีรอยถูกอาวุธมีดแทงที่ชายโครงซ้าย 3 แห่ง แขนซ้าย 1 แห่ง ที่คอมีรอยปาดจากต้นคอด้านขวายาวถึงลำคอ บาดแผลลึกถึงหลอดลมขาด ส่วนมีดที่ใช้ก่อเหตุเป็นมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 10 เปื้อนเลือดถูกทิ้งอยู่นอกห้อง   ทั้งนี้ชาวบ้านจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นสามีผู้ตายได้ แต่อยู่อาการบาดเจ็บตามร่างกาย มีบาดแผลบถลอกหลายแห่ง สาเหตุเพราะถูกรถชน   เพื่อนบ้านเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นทั้งคู่เดินเข้าไปในบ้าน จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงผู้หญิงขอความช่วยเหลือ จากนั้นนายพงษ์กร ก็อุ้มลูกสาววัย 7 ขวบวิ่งออกมาจากบ้านตรงไปที่ถนนจนถูกรถชนกระเด็น ตนวิ่งเข้าไปดูในห้องพบว่า ฝ่ายหญิงนอนจมกองเลืออดเสียชีวิตแล้ว   ทางด้าน น้องสาวของสามีผู้ตาย เปิดเผยว่า ทั้งคู่น่าจะมีเรื่องกัน โดยฝ่ายคนตายได้กลับบ้านที่ จ.พิษณุโลกตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมเพื่อไปเลือกตั้ง จากนั้นก็ไม่กลับมาอีก จนถึงวันเกิดเหตุกลับมาก็ถูกฆ่าตาย ซึ่งตนก็ไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร   ทางด้านนายจรินทร์ กลิ่นเกสร อายุ 47 ปี คนขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ซึ่งอยู่ในสภาพรถบุบด้านหน้า เปิดเผยว่า ตนมาทำธุระที่ตัวเมืองกำแพงเพชร และกำลังขับรถจะกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเห็นนายพงษ์กร ยืนอุ้มลูกดักรถอยู่กลางถนน ตนพยายามเบรกเต็มที่แล้วแต่ก็ยังชน ซึ่งไม่รุนแรงมากชนกระเด็นทั้งคู่   เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนน้องเขยของผู้ตาย ได้นำตัวลูกสาวของผู้ตาย อายุ 7 ขวบ ที่ถูกรถชนบาดเจ็บมาส่งโรงพยาบาล เปิดเผยว่า ผู้ตายมีเรื่องทะเลาะกับสามีแต่ตนไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรกันแล้วหนีกลับไปอยู่บ้าน วันเกิดเหตุผู้ตายให้ตนมาส่งเพื่อขนของกลับ ตนพยายามทัดทานแล้วแต่ผู้ตายจะมา ตนจึงมาส่งโดยมาถึงได้พบกับนายพงษ์กร ทั้งคู่ได้เข้าไปตกลงกันในห้อง ไม่นานนายพงษ์กรก็อุ้มลูกสาววิ่งออกมาจะให้รถชน โดยรถคันแรกสามารถหลบไปได้ แต่คันที่ 2 หลบไม่พ้นจึงชนจนบาดเจ็บทั้ง 2 คน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dlloE7XFhbo

 3,068
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 62

ล่า 'ไอ้ทอง' บุกยิงเมียเก่า-แม่ยายดับคาร้านนวด ปมไม่ยอมคืนดี ส่วน ด.ช.6 ขวบ ที่ถูกฉุดเจอตัวปลอดภัย

กรณี 2 แม่ลูกถูกจ่อยิงแบบเผาขนด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เสียชีวิตคาร้านนวดเพื่อสุขภาพแห่งหนึ่ง ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ขณะนี้ตำรวจเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุคือนายทอง สามีเก่าของนางสาวปิยนันท์ เจริญบูรณ์ หรือเอ๋ หนึ่งในผู้เสียชีวิต สาเหตุน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้นายตู่ เคยโทรมาขู่ฆ่าเพราะไม่พอใจที่นางสาวเอ๋ ตีตัวออกห่าง   หลังเกิดเหตุมีการตรวจสอบวงจรปิดร้านใกล้จุดเกิดเหตุ สามารถจับภาพนายทอง เดินออกมาจากร้านนวด สะพายกระเป๋าข้างสีดำ คาดว่าในกระเป๋าซ่อนปืนไว้ ซึ่งเดินผ่านกล้องวงจรปิดอย่างใจเย็น โดยมี ด.ช.วัย 6 ขวบวิ่งตาม แล้วนายทองก็จูงมือเดินขึ้นรถไป โดยพบว่ามีการนำรถเก๋งคันก่อเหตุ ไปจอดไว้ริมถนนห่างจากร้านนวด ก่อนจะลงมือก่อเหตุดังกล่าว   ขณะที่เมื่อวานนี้ (22 เม.ย.) พนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี ได้รวบรวมพยานหลักฐานเตรียมขอศาลอนุมัติออกหมายจับนายทอง เขียวฉะอ้อน หรือนายทอง อายุ 51 ปี ผู้ก่อเหตุดังกล่าว นอกจากนี้ได้เรียกพยานปากสำคัญ ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิตมาสอบสวนหาสาเหตุ   จากการสอบสวนทราบว่า นางสาวปิยนันท์ มีสามีทั้งหมด 4 คน ก่อนเกิดเหตุนายทอง สามีคนที่ 4 ซึ่งเลิกรากันแล้ว (ไม่มีลูกด้วนกัน) ได้ขับรถเก๋งโตโยต้า สีเขียว มาหานางสาวปิยนันท์ ที่ร้านนวดจุดเกิดเหตุ เพื่อเคลียร์ปัญหาและมาง้อขอคืนดี  แต่นางสาวปิยนันท์ไม่ยอมคืนดีด้วยจึงใช้ปืนยิงเสียชีวิต พร้อมกับนางวรีรัตน์  เจริญบูรณ์พันธุ์ เจ้าของร้านนวดซึ่งเป็นแม่ของนางสาวปิยนันท์   หลังจากก่อเหตุนายทอง ได้ขับรถเก๋งโตโยต้า สีเขียว ทะเบียน กง 3320 สุโขทัย หลบหนีไป พร้อมนำตัวเด็กชายนันทพัทร์ เจริญบูรณ์พันธุ์ อายุ 6 ขวบ ลูกของนางสาวปิยนันท์ กับสามีคนที่ 3 ติดรถไปด้วย จนไปถึง จ.ชัยนาท เวลาประมาณ 04.00 น.ของคืนเกิดเหตุ โดยได้จอดรถทิ้งไว้บริเวณ หน้าวัดประชุมธรรม(วัดทับนา) หมู่ที่ 5 ต.บ้านเชี่ยน อ.หันคา จ.ชัยนาท   ชาวบ้านละแวกนั้น เล่าว่า ตื่นมาเปิดบ้านตามปกติเวลาประมาณตี 5 ก็พบรถคันดังกล่าว เปิดกระจกทิ้งไว้ เมื่อเดินไปดูพบว่ามีเด็กนอนอยู่ในรถ ในสภาพเลือดเปื้อนเสื้อจำนวนมาก จึงแจ้งเจ้าหน้าที่พร้อมนำเด็กออกมาดูแล หาขนมและนมให้ดื่มเพื่อประทังความหิว มีแผลบาดเจ็บเล็กน้อยใต้รักแร้ซ้าย ปลอดภัยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหันคา และเชิญ จนท.สหวิชาชีพ มาร่วมสอบถามน้องถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   พ.ต.อ.วันชัย พิทักษ์ตันสกุล ผกก.สภ.กบินทร์บุรี กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่าจับกุมเนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์โหดเหี้ยม ยังไม่มีเบาะแสว่าผู้ก่อเหตุหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ชุดสืบสวนกำลังแกะรอยเส้นทางหลบหนี พร้อมติดตามตัวเพื่อนที่พาหลบหนีมาสอบสวน เบื้องต้นพบว่านายทองก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยตั้งไว้ 2 ประเด็น คือเรื่องส่วนตัวกับชู้สาว   สำหรับศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ญาติส่งไปผ่าชันสูตรที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวสอบถามนายไตรภพ วงษ์วิโรจน์ ลูกชายของนางวรีรัตน์ เจ้าของร้านนวด เผยว่า ตนเรียนอยู่กรุงเทพฯ โดยช่วงบ่ายก่อนเกิดเหตุ ได้โทรคุยกับแม่ กระทั่งเวลา 20.00 น.หลังจากเลิกเรียน โทรหาแม่อีกครั้งเกือบ 20 สาย แต่ไม่มีคนรับ พอกลับถึงที่พัก เวลาประมาณเที่ยงคืน ก็โทรหาอีกก็ไม่มีคนรับ จึงโทรบอกพ่อคือนายพงษ์ยศ วงษ์วิโรจน์ ซึ่งอยู่ที่กบินทร์บุรี ว่าให้ไปดูแม่ให้หน่อย จากนั้นพ่อได้โทรกลับมาบอกว่าแม่เสียแล้ว   ด้านนางสาวกันยา แต้มเพ็ชร ลูกสาวของนางสาวปิยนันท์ กับสามีคนที่ 1 เล่าว่า ทราบเรื่องที่นายทอง ขู่ฆ่าแม่ของตนมาโดยตลอด แต่ไม่คิดว่าจะทำจริง โดยแม่มีปัญหากับนายทองและเลิกรากันมานาน 1 ปีแล้ว เพราะนายทองชอบดื่มเหล้าและด่าทอ หึงหวงว่านางสาวปิยนันท์จะมีสามีใหม่ ซึ่งนายทองพยายามโทรศัพท์มาง้อให้นางสาวปิยนันท์ กลับไปอยู่ด้วย   พร้อมข่มขู่ว่าหากไม่กลับไป จะฆ่าทั้งครอบครัว แม่ตนเองก็กลัวเพราะรู้ว่านายทองเป็นคนเอาจริง จึงไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.กบินทร์บุรี   ตนเคยขอให้แม่ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่ จ.ระยอง แต่แม่ไม่ไปเพราะอยากอยู่ที่ร้านนวดดูแลนางวรีรัตน์ กระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าว ตนเองอยากให้นายทองเข้ามาขอขมาแม่และอาม่า   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบเฟซบุ๊กของนายทอง พบว่า 4 สัปดาห์ ที่ผ่านมา นายทองได้โพสต์แสดงความคิดเห็นพูดคุยกับเพื่อนในเฟซ เหมือนตั้งใจจะก่อเหตุดังกล่าว โดยระบุว่า “ตอนเป็นอยู่ด้วยกันไม่ได้คงต้องอยู่กันตอน...,ก็ดีแล้วที่ไม่คุยเดี๋ยวไปจะได้ไม่ต้องบอกลากัน,อยากกินอะไรก็รีบกินเมื่อมีโอกาส,เวลามันเหลือน้อยแล้วนะ,เดี๋ยวจะไปเคลียร์ให้จบ”   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายตู่  สามีคนที่ 3 ของนางสาวปิยนันท์ ตามข่าวระบุว่าเป็นเพื่อนกับนายทอง ผู้ก่อเหตุ น่าจะมีปัญเรื่องชู้สาวกันหรือไม่ นายตู่ระบุว่า ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน แค่เคยรู้จักกับนายทอง ผิวเผินเท่านั้น เพราะเคยทำงานอยู่โรงสีข้าว ที่ จ.สุโขทัย ด้วยกัน    ส่วนที่นายทอง ลงมือก่อเหตุไม่น่าจะเกี่ยวกับตน เพราะเรื่องระหว่างตนกับนางสาวปิยนันท์ เลิกรากันไปนานแล้ว และไม่ได้รู้สึกอะไรกับการที่อดีตภรรยา มาคบหากับนายทอง ทั้งนี้ในคืนเกิดเหตุตำรวจโทรมาบอก ตนก็ตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้น และเป็นห่วงลูกมาก เมื่อทราบว่าปลอดภัยก็โล่งใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TjYKb966II0

 1,757
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
11 เม.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 11 เม.ย.62 ไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์-บิ๊กตู่รดน้ำขอพรป๋าเปรม-รถเมล์ขึ้นราคาหลังสงกรานต์

-ไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์ควันโหมกว่าพันคนหนีตายโกลาหล พนง.โรงแรมเซ็นทาราถูกไฟล้อมรมควันจนทนไม่ไหว กระโดดช่องลมจากชั้น 8 ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต 2 ราย มีคนสำลักควันเสียชีวิตกว่า 20 คน มีคลิปวินาทีระทึกลูกไฟพุ่งจากอาคาร ผู้ว่าฯกทม.สั่งปิดอาคารที่เกิดเหตุทันที ให้พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบวันนี้ คาดต้นเพลิงเป็นห้องเก็บเอกสารของออฟฟิศชั้น 8 หรือไม่ก็ห้องปั๊มน้ำชั้น B2 ขณะที่คนดังอยู่ในเหตุการณ์หนีกระเจิง ทั้งเชียร์ ฑิฆัมพร, พีช พชร และโดม จารุวัฒน์ อยู่ในที่เกิดเหตุแต่ไม่มีสัญญาณเตือนภัย   -ไฟไหม้โรงงานทำไม้กวาดย่านโชคชัย 4 ลุกลามไปอาคารบ้านเรือนใกล้เคียงเสียหาย 6 คูหา ชาวบ้านนั่งกอดเข่าร้องไห้ ออกจากบ้านแปปเดียวไฟไหม้วอดทั้งหลัง สาเหตุไหม้ยังไม่ชัดเจน ต้องรอการตรวจสอบ ชี้โรงงานเปิดมานานกว่า 60 ปี ไม่มีคนเจ็บ-เสียชีวิต ไฟไหม้โรงงานทำไม้กวาด โชคชัย 4 ลุกลามตึกแถวใกล้เคียง เสียหาย 6 คูหา ชาวบ้านหนีตายอลม่าน    -บิ๊กตู่นำคณะ ครม.และผู้นำเหล่าทัพ เข้ารดน้ำขอพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ปธ.องคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ พล.อ.เปรมให้พรนายกฯและกองทัพ พูดได้เต็มปากว่ารัฐบาลนี้ไม่โกง เพราะเห็นแก่ส่วนรวมจริงๆ คนที่จะซื่อสัตย์สุจริตต้องมีความคิดก้าวไกล ทำเพื่อคนอื่นไม่ใช่ทำเพื่อตนเอง หรือปกป้องคนใกล้ชิด รัฐบาลนี้เก่งไม่เก่งก็ดูเอาเอง แต่ยืดอกพูดได้เลยว่ารัฐบาลประยุทธ์ไม่โกง แต่ถ้าตนพูดผิด นายกฯต้องไปจัดการ   พร้อมให้พรนายกฯเป็นการส่วนตัว ถามเหนื่อยไหมตู่ ขอให้อดทนไว้ ป๋าจะคอยดู คอยเป็นกำลังใจให้ พร้อมทักทาย ผบ.ทบ.และบิ๊กป้อม พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าขอพร บอกไม่ค่อยติดตามการเมือง แต่ยังเป็นห่วงบ้านเมืองอยู่ ขออยู่เคียงข้างชาติบ้านเมืองตลอดไป นายกฯนำทัพรดน้ำขอพร 'ป๋าเปรม' เชื่อรัฐบาลนี้ไม่โกง ถาม "เหนื่อยไหมตู่ ป๋าจะคอยเป็นกำลังใจให้"   -กระทรวงการต่างประเทศเชิญเอกอัครราชทูต 9 ประเทศที่เข้าร่วมสังเกตการณ์คดีธนาธร ที่สน.ปทุมวัน มาหารือ รองปลัดก.ต่างประเทศ โดยทางไทยระบุผิดหวังและกังวลที่เกิดภาพให้ถูกตีความว่าไปให้กำลังใจนายธนาธร เป็นการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในบริบทการเมืองไทยตอนนี้ เกินเลยภารกิจทางการทูต เข้าข่ายแทรกแซงกิจการภายในของไทย ละเมิดหลักปฏิบัติและพันธะกรณีทางการทูตภายใต้อนุสัญญากรุงเวียนนา ทางไทยจึงขออย่าให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก   ด้านสำนักข่าว ตปท.รายงานว่า จนท.ทูตตะวันตก ตอบโต้คำกล่าวหากระทรวงการต่างประเทศที่ว่า จนท.ทางการทูตละเมิดหลักปฏิบัติทางการทูต ยันเป็นการกระทำตามหลักปฏิบัติทางการทูตทั่วโลก เพื่อสังเกตการณ์กระบวนการยุติธรรม ไม่ได้บ่งชี้ว่าจะสนับสนุนใครเจาะจง พร้อมขอบคุณตร.ไทยที่ให้ความร่วมมือในการสังเกตการณ์ กต.เชิญผู้แทนทูตสังเกตการณ์คดี 'ธนาธร' หารือ กังวลแทรกแซงไทย ทำเกินเลยภารกิจทูต   -ปธ.กกต.ยันยังไม่มีข้อสรุปการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ทั้งนี้จะประชุมและพิจารณากม.ที่เกี่ยวข้องว่ามีข้อต่างกันอย่างไร แต่ก็มีแนวคิดในการคำนวณไว้อยู่แล้ว ขอให้รอมติที่ประชุมก่อน ปธ.กกต.ชี้ยังไม่สรุปวิธีคิดปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อไทยขู่ถ้ายังฝืน กม.ต้องรับผิดชอบ   -เพื่อไทยเปิดแถลงย้ำวิธีคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ยันพรรคเล็กต้องไม่ได้ ส.ส.ตาม รธน.และพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง หาก กกต.ยังยืนยันสูตรกระจายที่นั่งให้พรรคเล็ก เท่ากับ กกต.จงใจไม่ปฏิบัติตาม รธน. ทางพรรคก็จะดำเนินการตาม กม.เพื่อเอาผิด กกต. หากยังดึงดัน กกต.ต้องรับผิดชอบ กต.เชิญผู้แทนทูตสังเกตการณ์คดี 'ธนาธร' หารือ กังวลแทรกแซงไทย ทำเกินเลยภารกิจทูต   -สรรพสามิตเก็บภาษี 6 เดือนแรกปีงบประมาณ 62 ต่ำกว่าเป้าหมาย เพ่งเล็งเบียร์-น้ำมัน ลักลอบหนีภาษี โดยพบภาษีเบียร์หลุดเป้า 27% ภาษีน้ำมัน 12.5%  เร่งแก้ระเบียบตรวจสอบการส่งออก ว่าไม่ได้นำกลับมาขายในประเทศ เตรียมขึ้นภาษียาเส้น หลังพบนักสูบหันไปสูบกันมากขึ้น เพราะราคาถูกกว่าบุหรี่ สรรพสามิตเพ่งเล็งเบียร์-น้ำมัน หลังเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้า ห่วงสุขภาพคนไทยจ่อขึ้นภาษียาเส้น   -ดีเดย์รถเมล์ขึ้นราคาหลังสงกรานต์ 22 เม.ย.รถขสมก.และรถร่วมขึ้น 1 บาท โดยรถเมล์ร้อนเดิม 9 บาทปรับเป็น 10 บาท รถ ขสมก.เดิม 6.50 ปรับเป็น 7.50 ส่วนรถแอร์ปรับระยะทางละ 1 บาท จากเดิม 11-23 บาท/เที่ยว เป็น 12-24 บาท/เที่ยว รถเอ็นจีวีจากเดิม 11-23 บาท/เที่ยว ปรับตามระยะทาง เริ่มที่ 15-25 บาท กรณีรถใช้ค่าทางด่วนให้เพิ่มค่าโดยสาร 2 บาท/ต่อคน/เที่ยว ส่วนรถบริการตลอดคืน (23.00-05.00) เพิ่มจากค่าโดยสารปกติ 1.50 บาท/ต่อคน/เที่ยว ขณะที่รถร่วม บขส.ปรับไม่เกิน 10% คมนาคมบอกบริการดีขึ้นแล้ว ขสมก.ต้องการกำลังใจ ดีเดย์หลังสงกรานต์ รถเมล์ขึ้นราคาทั้ง ขสมก-เอกชน เริ่ม 22 เม.ย.จ่ายเพิ่ม 1-7 บาท   -ไฟป่าภาคเหนือยังลามไม่หยุด จับมือเผาป่าดอยผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่ สารภาพจุดไฟเผาจะได้สะดวกหาของป่า ทำจุด hotspot เพิ่มอีก 10 จุด ล่าสุดค่าฝุ่นยังสูง   -ดาบตำรวจหึงโหดฉุนเมียแอบแชทไลน์กับกิ๊ก หนุ่มพนง.ขับรถขายอาหารทะเลที่ทำงานด้วยกัน ก่อนนัดกิ๊กหนุ่มมาเคลียร์ปัญหารักหน้าโรงพักสมุทรสาคร เจรจาไม่รู้เรื่องชักปืนพกยิง 7 นัดตายก่อนหนีไปตั้งหลัก สุดท้ายเข้ามอบตัว อ้างไม่ได้ตั้งใจฆ่า ตร.หึงโหด ฉุนเมียแอบแชทคุยหนุ่มใหม่ นัดเคลียร์ปมรักสามเส้าไม่ลงตัว กระหน่ำยิงกิ๊กหนุ่ม 7 นัดดับหน้าโรงพัก    -อ.เดชา ศิริภัทร ปธ.มูลนิธิข้าวขวัญ เตรียมเข้าพบ ป.ป.ส.วันนี้ หลังกลับจากลาว ยันแจกน้ำมันกัญชาให้ผู้ป่วยเป็นเรื่องศีลธรรมที่ต้องทำ ยอมรับกัญชาเป็นของตัวเองทั้งหมด ไม่เกี่ยว อ.ซ้งและมูลนิธิ เชื่อปมจับกุมมีเงื่อนงำ เพราะจับช่วงนิรโทษกรรม และสธ.ไม่รับแจ้งครอบครอง ทั้งที่ถูกตร.ยึดไปหมดแล้ว ยันทำงานหมอพื้นบ้านมานาน 20 ปี เตรียมฟ้องศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ 'อ.เดชา' เตรียมพบ ปปส.วันนี้ รับเป็นเจ้าของกัญชาทั้งหมด ข้องใจโดนจับทั้งที่อยู่ในช่วงนิรโทษกรรม    -ครูสาว จ.ตรัง เสียชีวิตข้างยาลดความอ้วน สภาพมือเท่าเกร็งน้ำลายทะลักปาก-จมูก สาเหตุยังไม่ชัดว่าเกิดจากยาลดความอ้วนหรือไม่ แต่มีโรคประจำตัวลมชักและโรคเครียดอยู่แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/SBLAbrKYYoI  

 2,245
สังคม-อาชญากรรม
02 เม.ย. 62

มือฆ่าสาว อบต. สารภาพใช้ค้อนกระหน่ำตีอกหมกเก๋ง โกรธผู้ตายจะแต่งงาน ขอยืมเงินเพิ่มแต่ไม่ให้ ซ้ำทวงหนี้เก่า

จากกรณีพบศพ น.ส.จาริณี แจ่มจ้า หรือแอน อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ธุรการ อบต.วังโตนด อ.นายายอาม จ.จันทบุรี เสียชีวิตอย่างปริศนาภายในรถเก๋งสีเขียว ซึ่งจอดอยู่ในป่ากระถินณรงค์ ในพื้นที่หมู่ 3 ต.โขมง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี หลังจากหายตัวลึกลับนาน 4 วัน ขณะที่ผลการผ่าชันสูตรพลิกศพทราบว่าผู้ตายเสียชีวิตจากถูกของแข็งกระแทกเข้าบริเวณหน้าอกอย่างรุนแรง   ต่อมาตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุคือ นายวรวุฒิ วิไลพัฒน์ หรือหมู อายุ 37 ปี ซึ่งประกอบอาชีพขับรถบรรทุกผลไม้ ได้ที่บริเวณตลาดไท อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยอ้างว่าได้รับการจ้างวานจาก ลูกอดีต ส.ส. เป็นเงิน 50,000 บาท ให้ไปฆ่าเนื่องจากเกิดความหึงหวงที่ผู้ตายตีตัวออกห่าง และกำลังจะแต่งงานกับแฟนหนุ่มคนปัจจุบัน ซึ่งประเด็นดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อนั้น   ต่อมาตำรวจระบุว่า ได้สอบเค้นอย่างหนักจน นายวรวุฒิ กลับคำให้การว่าไม่ได้ถูกลูก ส.ส.จ้างวานฆ่าผู้ตาย โดยสารภาพว่าได้เคยยืมเงินจากผู้ตาย จำนวน 6,000 บาทจริง ต่อมาถูกผู้ตายติดต่อทวงถามอยู่เป็นประจำจึงเกิดความโมโห   โดยเมื่อวันที่ 25 มี.ค. วันก่อเหตุ ได้วางแผนโทรศัพท์ลวงนัดให้ผู้ตายมายังจุดที่เกิดเหตุ โดยบอกว่าจะคืนเงินให้ เมื่อมาถึงยังจุดที่เกิดเหตุ ได้พยายามขอยืมเงินจากผู้ตายอีก 20,000 บาท แต่ผู้ตายไม่ให้ พร้อมกับทวงถามถึงเงินที่ถูกยืมไปก่อนหน้านี้ จึงเกิดความโมโห ประกอบกับทราบว่าผู้ตายมักพกเงินติดตัวจำนวนมาก จึงได้นำค้อนปอนด์ที่เตรียมมากระหน่ำทุบตีที่บริเวณหน้าอกหลายครั้ง จนผู้ตายนอนแน่นิ่ง จากนั้นจึงได้หยิบเงินสดในกระเป๋าผู้ตายไป 14,800 บาท และโทรศัพท์มือถือหลบหนีไป ต่อมาได้นำเอาโทรศัพท์มือถือไปทิ้งที่บริเวณสะพานคลองดอนมะกอก อ.แกลง จ.ระยอง   เบื้องต้นเเจ้งข้อหาหนักฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติม โดยเฉพาะในประเด็นที่หลายคนยังเคลือบเเคลงสงสัย หากพบพยานหลักฐานโยงถึงใคร ก็จะขออนุมัติออกหมายจับทันที   ต่อมาได้ควบคุมตัวนายวรวุฒิไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 4 จุด โดยจุดแรกเป็นร้านค้าที่ผู้ต้องหาไปซื้อถุงมือ ต่อมาเป็นจุดนัดพบที่ผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์มาดักรอตามที่ปรากฎในภาพกล้องหน้ารถ จุดที่สามเป็นจุดที่ลงมือฆ่าโดยใช้ค้อนทุบผู้ตายในรถในป่ากระถิน และจุดสุดท้ายเป็นจุดที่ผู้ต้องหาทิ้งถุงมือลงถังขยะเพื่ออำพรางการก่อเหตุก่อนหลบหนี   บรรยากาศการทำแผนเป็นไปอย่างเรียบร้อยไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีชาวบ้านมามุงดูการทำแผนเป็นจำนวนมาก และขณะที่นำตัวผู้ต้องหาทำแผนในป่ากระถิน ผู้ต้องหารับว่าได้ขึ้นไปนั่งบนรถกับผู้ตาย จากนั้นได้ขอยืมเงินจากผู้ตายเพิ่ม แต่ผู้ตายไม่ให้และทวงถามถึงหนี้ที่ยืมไป ทำให้ผู้ต้องหาใช้ค้อนที่พกติดตัวมาตีไปที่หน้าอกของฝ่ายหญิงหลายครั้ง จนเกิดอาการชักเกร็งและแน่นิ่งไป ก่อนที่จะเอาเสื้อคลุมที่ศีรษะ และหยิบเงินพร้อมโทรศัพท์มือถือของผู้ตายก่อนหลบหนี ก่อนที่ช่วงเย็นผู้ต้องหาจะกลับมานำผ้ามาเช็ดที่บริเวณที่เปิดประตูรถ   หลังจากทำแผนเสร็จสิ้นในป่ากระถิน ผู้ต้องหาได้นั่งคุกเข่ากล่าวขอขมาอโหสิกรรม ต่อดวงวิญญาณผู้ตาย โดยกล่าวทั้งน้ำตาว่า “กรรมใดที่ได้ล่วงเกินด้วยกายกรรม วจีกรรม สิ่งใดที่ล่วงเกิน ด้วยและวาจา ขอให้แอนอโหสิ แอนเราขอโทษที่ทำกับแอนแบบนี้”   แต่จากคำรับสารภาพของผู้ต้องหาบางส่วนยังขัดแย้งกับหลักฐานสำคัญคือ คลิปภาพและเสียงจากกล้องหน้ารถของผู้ตาย โดยในวันเกิดเหตุได้วางแผนโทรศัพท์นัดหมายผู้ตายมายังที่เกิดเหตุ ซึ่งก่อนถึงจุดหมาย นายวรวุฒิได้ขี่รถคันที่ใช้ก่อเหตุมาประกบที่ฝั่งคนขับเพื่อบอกเส้นทางที่จะไปยังจุดเกิดเหตุ จากนั้นได้ขี่รถนำหน้าไปยังบริเวณป่ากระถิน ตรงตามในคลิปภาพหน้ารถขอผู้ตายที่บันทึกไว้   เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ นายวรวุฒิ ได้เข้ามาพูดคุยกับผู้ตาย ภายในรถฝั่งโดยสาร โดยมีเสียงของนายวรวุฒิถามผู้ตายว่าจะคบหากับหนุ่มคนใหม่ที่พาออกสื่อคนนี้หรือไม่ โดยผู้ตายได้ตอบปฏิเสธ   จากนั้นนายวรวุฒิได้พยายามเอามือมาจับแขนผู้ตาย แต่ถูกสะบัดออก จึงเกิดความคับแค้นใจโมโห ใช้ค้อนปอนด์ทุบเข้าที่หน้าอกและลำตัวหลายครั้ง ในขณะที่ผู้ตายนั่งอยู่บนที่นั่งคนขับและกอดตุ๊กตาตัวโปรดสีดำไว้แน่น จนผู้ตายแน่นิ่งไป จากนั้นจึงได้นำเสื้อแขนยาวสีดำมาปิดคลุมปกปิดใบหน้าไว้ แล้วหยิบเอาเงินสดและโทรศัพท์ของผู้ตายหลบหนีไปดังกล่าว   สำหรับศพของ น.ส.จาริณี ญาติได้นำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดสามผาน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งตัวแทนญาติของผู้ตาย เปิดเผยว่า ไม่ได้เดินทางไปดูตอนทำแผนเพราะไม่มีตำรวจมาแจ้ง ญาติทราบแต่เพียงว่าตำรวจจับคนร้ายได้แล้วแต่ยังไม่ได้บอกรายละเอียดใดๆ แต่ทั้งนี้ก็รู้สึกพอใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่สามารถจับคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8BxyIjd3ftI

 5,887
ข่าวภูมิภาค
01 เม.ย. 62

อดีตกำนันราชบุรีเมาหึงโหด แทงกิ๊กสาวร้านคาราโอเกะ ก่อนขับเบนซ์ชนซ้ำดับสยอง

ราชบุรี-เกิดเหตุรถชนคนเสียชีวิต บริเวณหน้าร้านอาหารจันทร์เพ็ญคาราโอเกะ ริมถนนสายปากท่อ-สมุทรสงคราม ต.ปากท่อ อ.ปากท่อ   ที่เกิดเหตุพบรถเบนซ์ สีทอง สภาพหน้าด้านเกยขึ้นไปอยู่บนฟุตปาธ  หน้าร้านคาราโอเกะ ใต้ท้องรถพบรถจักรยานยนต์ถูกทับได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน และพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ใต้ซากรถ  ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.กิตติมา อิ่มอุทร อายุ 41ปี เป็นเจ้าของร้านคาราโอเกะดังกล่าว สภาพศพ มีร่องรอยถูกของมีคมแทงเข้าที่แขนซ้าย ชายโครงซ้าย ท้องน้อย จนไส้ไหล และที่ศีรษะ มีบาดแผลถูกกระแทกจนกระโหลกแตก   นอกจากนี้ยังมีรถยนต์ที่รับความเสียหายอีก 2 คัน คือ รถยนต์ฮอนด้า สีขาว สภาพถูกชนที่ด้านท้ายรถ และรถยนต์ BMW สีส้ม สภาพถูกชนที่ด้านท้ายรถ   ส่วนผู้ที่ก่อเหตุคือนายระวี หรือกำนันเปีย  โชคจิชานนท์ อายุ 60 ปี เป็นอดีตกำนัน ต.จอมประทัด อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์ ที่สภ.ปากท่อ เนื่องจากมีอาการเมาสุราอย่างหนัก   จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ผู้ที่ก่อเหตุกับผู้ตายเป็นแฟนกัน โดยผู้ตายนั้นเปิดร้านอาหารและมีคาราโอเกะในร้านด้วย ก่อนเกิดเหตุได้ปิดร้านตั้งแต่เที่ยงคืน และผู้ตายได้นั่งพูดคุยอยู่กับเด็กในร้านและลูกค้าซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย 2 คัน   จากนั้นนายระวี หรือกำนันเปีย ได้ขับรถเบนซ์ มาจอดที่หน้าร้านและเห็นว่ายังมีลูกค้าอยู่ในร้าน จึงมีปากเสียงกับผู้ตายเนื่องจากหึงหวง และเดินออกมาหยิบอาวุธมีดในรถเข้าไปในร้านก่อนจะจ้วงแทงผู้ตาย หลายแผลทำให้วงสนทนาแตกกระจาย   ต่อมาผู้ตายได้พยายามหนีออกมาจากร้านเพื่อจะขี่รถจักรยานยนต์ไปโรงพยาบาล แต่กำนันเปียนั้นได้ขับรถไล่ชนรถยนต์ ยี่ห้อ BMW ก่อนจะวิ่งเข้าไปชนอัดก๊อปปี้รถจักรยานยนต์ซึ่งจอดอยู่ 3 คัน และทำให้ร่างของผู้ตายถูกอัดก๊อปปี้ไปด้วย และยังชนรถยนต์ ที่จอดอยู่ใกล้กันได้รับความเสียหายไปด้วย   เบื้องต้นแจ้งข้อหาพยายามฆ่า และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหายและเมาสุราขณะขับรถ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5InWAIYRjCQ

 2,347
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
01 เม.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 1 เม.ย.62 ฝุ่นภาคเหนือวิกฤตหนัก-ล่าชื่อถอดถอน กกต.-มังคุดราคาตก-ฟ้าผ่าหนุ่มดับขณะไหว้เช็งเม้ง

-ฝุ่นพิษวิกฤตหนัก เชียงรายค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงทุบสถิติประเทศไทย 359 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร เหตุจากลอบเผาป่าไม่หยุด มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง-ราชภัฏเชียงราย ประกาศหยุดเรียน 1-2 เม.ย. ทางการระดมดับไฟในจุด Hotspot กว่า 100 จุด ล่าสุดเกิดเหตุสลดอาสาดับไฟป่าเชียงรายพลัดตกเขาเสียชีวิต ส่วนที่แม่ฮ่องสอนมีอาสาตกเขาเหมือนกันแต่เจ็บสาหัส หมอกควันหนาทึบ ไฟป่าเผาแล้วหลายร้อยไร่ (ฝุ่นพิษภาคเหนือวิกฤต ค่าฝุ่นเชียงรายทุบสถิติประเทศพุ่ง 359 นทท.ถอนทัวร์สงกรานต์อื้อ)   -นายกฯเตรียมบินรับฟังปัญหาไฟป่าฝุ่นพิษด้วยตัวเองพรุ่งนี้ เรียกผู้ว่าฯภาคเหนือตอนบนประชุมร่วม พร้อมให้กำลังใจ จนท.และสนับสนุนสิ่งของที่จำเป็นหากติดขัดเพื่อคลี่คลายปัญหาโดยเร็ว ขณะที่ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เสนอแก้ปัญหาเร่งด่วนหลังลงพื้นที่เชียงใหม่ ให้จัดหาหน้ากากที่มีคุณภาพและเครื่องฟอกอากาศโดยด่วน และให้ข้อมูลที่ถูกต้องเรียลไทม์กับ ปชช. ชี้อาสาดับไฟป่ามีน้อย ขาดอุปกรณ์ที่จำเป็นและงบประมาณ เสนอให้เจรจาเพื่อนบ้านเรื่องเผาป่าช่วยแก้อีกทาง ('บิ๊กตู่' เตรียมบินเชียงใหม่ แก้ปัญหาฝุ่นภาคเหนือ - 'ชัชชาติ' เสนอเจรจาประเทศเพื่อนบ้านแก้เรื่องเผาไร่)   หอการค้าเชียงใหม่บอกผู้ประกอบการนำเที่ยว และโรงแรมในเชียงใหม่-เชียงรายถูกนักท่องเที่ยวยกเลิกทัวร์และห้องพักช่วงสงกรานต์แล้ว   -กลุ่มกิจกรรมปชช.อยากเลือกตั้งนำโดย อดีตอาจารย์สังคมศาสตร์ มธ. จัดตั้งโต๊ะล่ารายชื่อถอดถอน กกต.ที่แมคโดนัลด์ ราชประสงค์ มีคนร่วมลงชื่อต่อเนื่อง ท่ามกลาง จนท.เกือบร้อยนายดูแลความปลอดภัย แกนนำบอกทำหนังสือแจ้ง สน.ลุมพินีก่อนทำกิจกรรมแล้ว แต่พอมาทำก็โดนขัดขวางไม่ให้ใช้สถานที่ และยึดเครื่องเสียง จนเกิดการชุลมุน (หลายกลุ่มตั้งโต๊ะล่าชื่อถอดถอน กกต. จี้เผยผลเลือกตั้งทุกเขต-เคลียร์ปมบัตรเขย่ง) ก่อนที่หัวหน้ากลุ่มจะประกาศว่าการจัดตั้งรัฐบาลต้องยึดที่นั่ง ส.ส.ไม่ใช่ป๊อปปูล่าโหวต และเป็นพรรคเพื่อไทยที่ชนะเลือกตั้ง จี้พลังประชารัฐหยุดปล่อยข่าวว่าเป็นพรรคที่ชนะ และแข่งจัดตั้งรัฐบาลกับเพื่อไทย นายกฯคนใหม่ต้องมาจากพรรคเพือ่ไทยเท่านั้น ต้องไม่ยกให้พรรคอื่น และทหารต้องเลิกคุกคาม ปชช.   -กลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม นำโดยจ่านิว, โบว์,เพนกวิน จัดกิจกรรมล่ารายชื่อ กกต.ที่สกายวอล์ค อนุสาวรีย์ชัยฯ มี ตร.และเทศกิจรักษาความปลอดภัย มีการตะโกนไล่ กกต.ออกไป จี้เปิดเผยผลเลือกตั้งทุกเขตภายใน 1 เม.ย. หากไม่ทำตามจะยกระดับยื่นรายชื่อต่อ ปปช.เพื่อให้ถอดถอนต่อไป   -ศรีสุวรรณ จรรยา เปิดโต๊ะล่ารายชื่อถอดถอน กกต.ที่ตลาดยิ่งเจริญ ติดป้ายกล่าวหา กกต.ทั้ง 7 เปิด 9 สาเหตุซัด กกต.ไม่รอบคอบ อาทิ ไม่นับบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์, ประวิงเวลาประกาศผลเลือกตั้ง, ผู้ใช้สิทธิไม่ตรงบัตรเลือกตั้งอ้างว่าเป็นบัตรเขย่ง   -องค์กรนิสิต ม.เกษตร ร่วมออกแถลงการณ์ให้ กกต.ตรวจสอบและรับรองผลคะแนนโดยเร็ว ด้วยความสุจริต โปร่งใส   -สมชัย อดีต กกต.เรียกร้องให้ กกต.ชี้แจงปมบัตรเขย่ง ตรวจสอบที่มาว่าเกิดในจังหวัดใด หวั่นเกิดเวียนเทียนบัตรเลือกตั้ง ควรพิจารณานำบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์มาเปิดนับคะแนนเพื่อคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ   -ภูมิธรรม พรรคเพื่อไทย นัดทีมงานพรรคและฝ่ายกม.หารือข้อกม. เกี่ยวกับการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หวั่นการคำนวณของ กกต.ไม่ถูกต้อง เรียกร้องให้ กกต.ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง จะมาคำนวณตามอำเภอใจไม่ได้ ยัน 7 พรรคที่ประกาศจัดตั้งรัฐบาลยังเหนียวแน่น ให้ว่าที่ ส.ส.เพื่อไทยลงสัตยาบันจะไม่สนับสนุนสืบทอดอำนาจ หากใครย้ายไปฝ่ายตรงข้ามจะเสียคนไปเอง   -พรรคพลังประชารัฐจัดขบวนรถแห่ขอบคุณชาวสงขลา จนได้ ส.ส. 4 คนในสงขลา รวม 13 คนในภาคใต้ บอกพรรคพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ขอบคุณชาวสงขลาที่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อ ชี้ต้องให้ความสำคัญกับพระราชพิธีก่อนจัดตั้งรัฐบาล (พลังประชารัฐขึ้นรถแห่ ขอบคุณชาวสงขลาชนะ 4 เขต หนุนลุงตู่อยู่ต่อ)   -กรมธนารักษ์เตรียมคลอดราคาประเมินที่ดินใหม่ เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10-20%  ที่ดินภาคตะวันออกราคาพุ่งจากอานิสงส์จาก EEC และรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ส่วน กทม.ที่ดินแนวรถไฟฟ้าปรับเพิ่ม 30% ย่านสีลมซื้อขายกัน ตร.ว.ละ 3 ล้าน หรือไร่ละ 1,200 ล้านบาท (กรมธนารักษ์เตรียมคลอดราคาประเมินที่ดินใหม่ ขยับเพิ่ม 10-20% ภาคตะวันออก-แนว รฟฟ.พุ่ง)   -มังคุดราคาตก ชาวสวนจันทบุรีโอดสัปดาห์เดียวราคาตกจาก กก.ละร้อยเหลือ25-30 บาท ทั้งที่เพิ่งออกสู่ตลาด เรียกร้องให้ตั้งรัฐบาลใหม่ อย่ามัวทะเลาะกัน ล้งรับซื้อแจงมังคุดออกพร้อมกันเยอะ ตลาดจีนกดราคา ทำให้ราคาตก (ชาวสวนโอด มังคุดราคาตก เหตุจีนกดราคา วอนหยุดทะเลาะกัน รีบตั้งรัฐบาลใหม่ช่วยแก้)   -ฟ้าผ่าที่สุสานชลบุรี 3 หนุ่มจาก กทม.กราบไหว้หลุมศพบรรพบุรุษเทศกาลเช็งเม้ง เกิดพายุฝน ทั้ง3พยายามวิ่งหลบฝน จู่ๆเกิดฟ้าผ่าทำให้ตาย 1 บาดเจ็บ 2 ส่วนที่ปราจีนฯเกิดพายุฟ้าผ่าใส่คน 4 คนกลางป่าไร่มันบาดเจ็บ ล่าสุดปลอดภัยแล้ว (ฟ้าผ่ากลางสุสานชลบุรีขณะไหว้เช็งเม้ง ดับ 1 เจ็บ 2 - คนงานไร่มันปราจีนฯโดนด้วย หนีตายเจ็บ 4)   -อดีตกำนันราชบุรีหึงโหด เมาขับเบนซ์ไปหากิ๊กสาวร้านคาราโอเกะ แค่เห็นนั่งคุยกับลูกค้าก็ใช้มีดแทง กิ๊กสาวหนีตายขี่ จยย.ไปหาหมอ ยังขับเก๋งพุ่งชนซ้ำจนกะโหลกแตกตาย อดีตกำนันถูกจับในสภาพเมาหนัก ถูกแจ้ง 4 ข้อหารวมฆ่าโดยเจตนาและพยายามฆ่า (อดีตกำนันราชบุรีเมาหึงโหด แทงกิ๊กสาวร้านคาราโอเกะ ก่อนขับเบนซ์ชนซ้ำดับสยอง)   -จับเสี่ยแชร์ลูกโซ่เจ้าของกาแฟแคชแบค ตุ๋นเงินกว่า 3 พันล้าน หอบเงินหนีกบดานเวียดนาม ก่อนจนมุม หลอกเหยื่อให้สมัครสมาชิก สัญญาจะให้ผลตอบแทนเดือนละ 105% เล่นใหญ่แถลงผ่านสื่ออ้างหน่วยงานรัฐ ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ มีเหยื่อกว่า 1 พันราย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WF1z4UaaqxM

 1,550
สังคม-อาชญากรรม
21 มี.ค. 62

ลุง 58 แอบกิ๊กป้าวัย 54 เกิดหึงโหดรัดคอดับคาห้องเช่า ก่อนฆ่าตัวตายตาม

ตร.สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุผู้เสียชีวิต 2 รายภายในห้องพัก ซอยเฉลิมพระเกียรติ 21 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. ตรวจสอบพบนางน้อง (นามสมมติ) อายุ 54 ปี ทำงานขายอะไหล่รถยนต์บริษัทแห่งหนึ่ง สภาพนอนหงายบนเตียง มีบาดแผลรอยเชือกรัดเข้าที่ลำคอ   อีกรายคือนายชาย (นามสมมติ) อายุ 58 ปี อาชีพขับรถสี่ล้อเล็กรับจ้าง ใช้เชือกผูกคอกับตรงก๊อกเปิดฝักบัว คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1-2 วัน   สอบสวนพยานให้การว่า ผู้ตายทั้งคู่ได้แอบคบหากัน โดยต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวกันอยู่แล้ว ฝ่ายชายมีนิสัยหึงหวงรุนแรง ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถสี่ล้อเล็กจากที่จอดประจำในลานจอดรถ จากนั้นทั้งสองคนก็ไม่ได้ออกจากห้องอีก   ทางครอบครัวของผู้ชายสงสัยว่าทำไมไม่กลับบ้านย่านซอยอุดมสุข 60 หลายวัน จึงมาที่จุดเกิดเหตุ ประสานทางนิติบุคคลให้เปิดห้องก่อนพบศพ โดยห้องพักนี้ ฝ่ายชายมาพักเช่าไว้เพื่อนัดเจอกัน โดยเช่าไว้กว่า 10 ปีแล้ว คาดว่ามีปากเสียงกัน ก่อนจะใช้เชือกรัดคอผู้หญิงจนเสียชีวิต แล้วใช้เชือกเส้นเดียวกันผูกคอตัวเองตายตามไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Z6oISg-vbhw

 4,051
สังคม-อาชญากรรม
10 มี.ค. 62

ศพเมียถูกผัวหึงโหดบีบคอฆ่านำศพฝังดิน วิญญาณเฮี้ยน ตร.ทั้งโรงพักหลอน สุนัขหอนทั้งคืน

จากกรณีลูกพาพ่อ นายสมเดช แก้วสว่าง อายุ 62 ปี มามอบตัว หลังพ่อบีบคอฆ่า นางเมา แก้วสว่าง ผู้เป็นแม่ ก่อนนำศพไปฝังดินไว้ที่สระน้ำที่กำลังจะแห้ง ท้ายหมู่บ้านทุ่งรูง ต.ผักไหม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ นั้น    ล่าสุด หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสากู้ภัยได้พบศพผู้เสียชีวิตแล้ว และได้ไปนำของกลางรถกระบะแบบมีโครงเหล็กสำหรับบรรทุกพืชผลการเกษตร ยี่ห้อนิสัน สีน้ำเงิน ซึ่งใช้บรรทุกศพผู้ตายจากบ้านขนาดมอญ ต.ตาตุม อ.สังขะ มาฝังยังหนองน้ำบ้านทุ่งรูง ต.ผักไหม อ.ศีขรภูมิ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดรถของกลาง มาไว้ที่สถานีตำรวจภูธรศีขรภูมิ และก็ปรากฏเหตุการณ์แปลกประหลาดทั้งคืน สุนัขที่มีอยู่นับสิบตัวภายในสถานีตำรวจภูธรศีขรภูมิและพื้นที่ใกล้เคียง ได้ส่งเสียงหอนรับช่วงกันเป็นระยะ ๆ ตลอดทั้งคืน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ช่วงกลางคืน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คงเป็นวิญญาณของนางเมา ที่ถูกสามีฆ่าบีบคอจนเสียชีวิต และยังอยู่บนรถกระบะคันดังกล่าว   เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานให้ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต ได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตก็มีความเชื่อว่าวิญญาณของนางเมา คงรู้สึกตัวว่าตนเองเสียชีวิตแล้วและยังอยู่ภายในรถกระบะ จึงได้นิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธีสวดเรียกวิญญาณให้กลับบ้านและประกอบพิธีกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้นางเมา ให้ได้รับส่วนกุศล และอย่าได้อาฆาตมาดร้ายต่อใครอีก   จากนั้นญาติ ๆ ก็ได้เคลื่อนศพนางเมา จากแผนกนิตเวชโรงพยาบาลสุรินทร์ ไปยังบ้านแม่ของนางเมา ที่บ้านขนาดมอญ ต.ตาตุม อ.สังขะ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา โดยมีบรรดาญาติพี่น้องในหมู่บ้าน ลูกของผู้ตาย มาช่วยกันจัดสถานที่จัดงานศพ และเตรียมจัดอาหารเลี้ยงญาติพี่น้องที่มาช่วยงานศพ กันอย่างเร่งรีบ    และต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ควบคุมตัว นายสมเดช สามีผู้ก่อเหตุ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยได้นำตัวผู้ต้องหาไปกราบขอขมาแม่ของผู้ตาย จากนั้นได้ไปกราบขอขมาศพนางเมา ซึ่งเจ้าตัวมีสีหน้านิ่งเฉย โดยมีญาติพี่น้องที่มาร่วมงานต่างก็พากันดูเหตุการณ์ อยู่ห่าง ๆ จากนั้นได้นำผู้ต้องหาไปที่บ้านที่ลงมือก่อเหตุฆ่าบีบคอนางเมา จนกระทั่งเสียชีวิต ซึ่งเป็นบ้านของผู้ต้องหาเอง ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านแม่ของผู้ตายมากนัก โดยมีลูกสาวของผู้ต้องหา ซึ่งเป็นลูกกับเมียคนก่อน ดูแลผู้เป็นพ่ออย่างใกล้ชิด    ผู้ต้องหาได้เล่าเหตุการณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ฟังว่า สาเหตุมาจากที่นางเมา โกหกตนเองว่าไม่ได้เป็นชู้กับใคร โดยผู้ต้องหาจับได้ว่าไปมีชู้กับคนชื่อ เฮง (นามสมมติ) เพราะตนติดโรคหนองในมา จึงโมโหเห็นว่าเมียโกหก และในขณะเดียวกันทางญาติของ นายเฮง ได้ยินตนเองกล่าวหาลูกเขามาเป็นชู้กับเมียตนเอง ก็ไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน เรียกค่าเสียหายปรับตนเอง 5,000 บาท ด้วยความโมโหก็เลยบีบคอบังคับให้สารภาพความเมียก็เลยบอกว่ามีชู้จริง ตนเองจึงก็ยิ่งโมโหหนักเลยบีบคอจนตาย จากนั้นก็นำมาฝังดังกล่าว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/iLXRSiEj5Kg  

 8,535

Top