ค้นหา :

ผลการค้นหา "หึงโหด"

สังคม-อาชญากรรม
21 มี.ค. 62

ลุง 58 แอบกิ๊กป้าวัย 54 เกิดหึงโหดรัดคอดับคาห้องเช่า ก่อนฆ่าตัวตายตาม

ตร.สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุผู้เสียชีวิต 2 รายภายในห้องพัก ซอยเฉลิมพระเกียรติ 21 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. ตรวจสอบพบนางน้อง (นามสมมติ) อายุ 54 ปี ทำงานขายอะไหล่รถยนต์บริษัทแห่งหนึ่ง สภาพนอนหงายบนเตียง มีบาดแผลรอยเชือกรัดเข้าที่ลำคอ   อีกรายคือนายชาย (นามสมมติ) อายุ 58 ปี อาชีพขับรถสี่ล้อเล็กรับจ้าง ใช้เชือกผูกคอกับตรงก๊อกเปิดฝักบัว คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1-2 วัน   สอบสวนพยานให้การว่า ผู้ตายทั้งคู่ได้แอบคบหากัน โดยต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวกันอยู่แล้ว ฝ่ายชายมีนิสัยหึงหวงรุนแรง ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถสี่ล้อเล็กจากที่จอดประจำในลานจอดรถ จากนั้นทั้งสองคนก็ไม่ได้ออกจากห้องอีก   ทางครอบครัวของผู้ชายสงสัยว่าทำไมไม่กลับบ้านย่านซอยอุดมสุข 60 หลายวัน จึงมาที่จุดเกิดเหตุ ประสานทางนิติบุคคลให้เปิดห้องก่อนพบศพ โดยห้องพักนี้ ฝ่ายชายมาพักเช่าไว้เพื่อนัดเจอกัน โดยเช่าไว้กว่า 10 ปีแล้ว คาดว่ามีปากเสียงกัน ก่อนจะใช้เชือกรัดคอผู้หญิงจนเสียชีวิต แล้วใช้เชือกเส้นเดียวกันผูกคอตัวเองตายตามไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Z6oISg-vbhw

 2,960
สังคม-อาชญากรรม
10 มี.ค. 62

ศพเมียถูกผัวหึงโหดบีบคอฆ่านำศพฝังดิน วิญญาณเฮี้ยน ตร.ทั้งโรงพักหลอน สุนัขหอนทั้งคืน

จากกรณีลูกพาพ่อ นายสมเดช แก้วสว่าง อายุ 62 ปี มามอบตัว หลังพ่อบีบคอฆ่า นางเมา แก้วสว่าง ผู้เป็นแม่ ก่อนนำศพไปฝังดินไว้ที่สระน้ำที่กำลังจะแห้ง ท้ายหมู่บ้านทุ่งรูง ต.ผักไหม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ นั้น    ล่าสุด หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสากู้ภัยได้พบศพผู้เสียชีวิตแล้ว และได้ไปนำของกลางรถกระบะแบบมีโครงเหล็กสำหรับบรรทุกพืชผลการเกษตร ยี่ห้อนิสัน สีน้ำเงิน ซึ่งใช้บรรทุกศพผู้ตายจากบ้านขนาดมอญ ต.ตาตุม อ.สังขะ มาฝังยังหนองน้ำบ้านทุ่งรูง ต.ผักไหม อ.ศีขรภูมิ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดรถของกลาง มาไว้ที่สถานีตำรวจภูธรศีขรภูมิ และก็ปรากฏเหตุการณ์แปลกประหลาดทั้งคืน สุนัขที่มีอยู่นับสิบตัวภายในสถานีตำรวจภูธรศีขรภูมิและพื้นที่ใกล้เคียง ได้ส่งเสียงหอนรับช่วงกันเป็นระยะ ๆ ตลอดทั้งคืน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ช่วงกลางคืน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คงเป็นวิญญาณของนางเมา ที่ถูกสามีฆ่าบีบคอจนเสียชีวิต และยังอยู่บนรถกระบะคันดังกล่าว   เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานให้ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต ได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตก็มีความเชื่อว่าวิญญาณของนางเมา คงรู้สึกตัวว่าตนเองเสียชีวิตแล้วและยังอยู่ภายในรถกระบะ จึงได้นิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธีสวดเรียกวิญญาณให้กลับบ้านและประกอบพิธีกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้นางเมา ให้ได้รับส่วนกุศล และอย่าได้อาฆาตมาดร้ายต่อใครอีก   จากนั้นญาติ ๆ ก็ได้เคลื่อนศพนางเมา จากแผนกนิตเวชโรงพยาบาลสุรินทร์ ไปยังบ้านแม่ของนางเมา ที่บ้านขนาดมอญ ต.ตาตุม อ.สังขะ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา โดยมีบรรดาญาติพี่น้องในหมู่บ้าน ลูกของผู้ตาย มาช่วยกันจัดสถานที่จัดงานศพ และเตรียมจัดอาหารเลี้ยงญาติพี่น้องที่มาช่วยงานศพ กันอย่างเร่งรีบ    และต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ควบคุมตัว นายสมเดช สามีผู้ก่อเหตุ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยได้นำตัวผู้ต้องหาไปกราบขอขมาแม่ของผู้ตาย จากนั้นได้ไปกราบขอขมาศพนางเมา ซึ่งเจ้าตัวมีสีหน้านิ่งเฉย โดยมีญาติพี่น้องที่มาร่วมงานต่างก็พากันดูเหตุการณ์ อยู่ห่าง ๆ จากนั้นได้นำผู้ต้องหาไปที่บ้านที่ลงมือก่อเหตุฆ่าบีบคอนางเมา จนกระทั่งเสียชีวิต ซึ่งเป็นบ้านของผู้ต้องหาเอง ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านแม่ของผู้ตายมากนัก โดยมีลูกสาวของผู้ต้องหา ซึ่งเป็นลูกกับเมียคนก่อน ดูแลผู้เป็นพ่ออย่างใกล้ชิด    ผู้ต้องหาได้เล่าเหตุการณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ฟังว่า สาเหตุมาจากที่นางเมา โกหกตนเองว่าไม่ได้เป็นชู้กับใคร โดยผู้ต้องหาจับได้ว่าไปมีชู้กับคนชื่อ เฮง (นามสมมติ) เพราะตนติดโรคหนองในมา จึงโมโหเห็นว่าเมียโกหก และในขณะเดียวกันทางญาติของ นายเฮง ได้ยินตนเองกล่าวหาลูกเขามาเป็นชู้กับเมียตนเอง ก็ไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน เรียกค่าเสียหายปรับตนเอง 5,000 บาท ด้วยความโมโหก็เลยบีบคอบังคับให้สารภาพความเมียก็เลยบอกว่ามีชู้จริง ตนเองจึงก็ยิ่งโมโหหนักเลยบีบคอจนตาย จากนั้นก็นำมาฝังดังกล่าว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/iLXRSiEj5Kg  

 7,766
สังคม-อาชญากรรม
09 มี.ค. 62

ลูกชายพาพ่อมอบตัว หลังพ่อหึงโหดบีบคอฆ่าแม่เสียชีวิต ก่อนฝังศพที่ก้นสระน้ำแห้ง อ้างคิดว่าเมียมีชู้

สุรินทร์-วานนี้ (8 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศีขรภูมิ รับแจ้งจาก ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี ว่ามีคนร้ายมามอบตัว คือ นายสมเดช แก้วสว่าง อายุ 62 ปี พร้อมกับบอกรายละเอียดที่ตนเองได้กระทำลงไปว่า ตนเองฆ่าภรรยาแล้วฝังดินไว้ที่สระน้ำที่กำลังจะแห้ง ท้ายหมู่บ้านทุ่งรูง ต.ผักไหม อ.ศีขรภูมิ หลังจากรับแจ้งเรื่องแล้ว เจ้าหน้าที่เดินทางเข้าตรวจสอบ ตามพิกัดที่ได้รับแจ้งมา จนกระทั่งพบสระน้ำขนาดใหญ่ ความลึกถึงก้นสระน้ำประสาน 3 เมตร และน้ำกำลังแห้ง ก้นสระน้ำพบหน้าดินคล้าย ๆ กับมีการเพิ่งขุดและฝังกลบอะไรบางอย่าง    จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการขุด จนกระทั่งพบศพถูกฝังลึก ประมาณ 1 เมตร จากนั้นได้นำศพขึ้นมา ทราบชื่อผู้ตายคือ นางเมา แก้วสว่าง อายุ 44 ปี ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าขุดค้นหาศพบริเวณใต้ก้นสระน้ำ ปรากฏว่าได้มีประชาชนที่ทราบข่าวพากันเดินทางมายืนมุงดูการค้นหาศพเป็นจำนวนมาก ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงความโหดร้ายใจเย็นของคนร้าย ซึ่งเป็นสามีของผู้เสียชีวิต เป็นที่สะเทือนขวัญของประชาชนในพื้นที่   จากการสอบถาม น้องชายของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ผู้ตายคือนางเมา ส่วนสามีผู้ที่ก่อเหตุคือนายสมเดช โดยผู้ก่อเหตุได้มาบอกกับน้องชาย และน้องสาวว่าตนเองได้ฆ่าเมียตายแล้ว เพราะความหึงหวงเกรงกลัวว่าจะไปมีชายคนใหม่ แต่ทางบรรดาญาติพี่น้องก็ยังไม่เชื่อเท่าไร แต่ในคืนวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา นายสมเดช พี่ชาย ได้ขับรถกระบะ มาที่บ้านน้องสาวที่บ้านทุ่งรูง มาถามหาจอบ แต่เมื่อได้จอบแล้วก็ขับรถออกจากบ้านไป   นายสมเดช ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ตนเองทะเลาะกับเมียหาว่าเมียมีชู้ จากนั้นได้บีบคอเมียจนตายแล้วใส่กระบะมาฝังไว้ที่สระน้ำท้ายหมู่บ้านทุ่งรูง แล้วขับรถไปจอดไว้ที่โรงพยาบาลสังขะ แล้วนั่งรถทัวร์เข้ากรุงเทพฯ เดินทางด้วยรถโดยสารไปยังจังหวัดราชบุรี ไปหาลูกชายและเล่าเหตุการณ์ให้กับลูกชายฟัง จากนั้นลูกชายก็ได้พาพ่อไปมอบตัวที่ สภ.เมืองราชบุรี พร้อมกับได้แจ้งมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรศีขรภูมิ จนกระทั่งพบศพดังกล่าว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Thv7K-pmxLE

 8,120
ข่าวภูมิภาค
08 มี.ค. 62

สามีหึงโหด ราดน้ำมันจุดไฟ เผาร่างเมียสาหัส อ้างไม่ได้ตั้งใจ แต่โกรธเห็นชายอื่นซื้อเสื้อให้

พิษณุโลก-จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Satijaree Insakorn ได้โพสต์เรื่องราวขอความช่วยเหลือหญิงสาวรายหนึ่ง ถูกสามีราดน้ำมันจุดไฟเผาทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีแผลพุพองทั่วใบหน้าและร่างกาย   โดยหญิงสาวเคราะห์ร้ายรายนี้ ยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียูโรงพยาบาลพุทธชินราช ทราบชื่อคือ น.ส.อริสสา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ส่วนสามีที่ก่อเหตุทราบชื่อ คือ นายวัชระ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี   หลังเกิดเหตุ น.ส.สมัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี แม่ของผู้บาดเจ็บได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ก่อนออกหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ จ 85/2562 ลงวันที่ 6 มี.ค. ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย และกระทำการอันเป็นความรุนแรงในครอบครัว   ต่อมานายวัชระ ผู้ต้องหา ได้เดินทางเข้ามอบตัว พร้อมให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าในวันเกิดเหตุตนเองและภรรยามีปากเสียงกันเรื่องหึงหวง เนื่องจากพบว่าเสื้อตัวใหม่ที่ภรรยาสวมใส่อยู่นั้นมีผู้ชายซื้อให้ ด้วยความโกรธจึงนำน้ำมันใส่ขวดพร้อมกับจุดไฟแช็คขู่   ก่อนจะมีการยื้อแย่งกันจนน้ำมันหกไปโดนตัวของภรรยาและมือทั้งสองข้างของตนเอง จากนั้นก็เกิดประกายไฟลุกลามติดทั่วร่างของภรรยาจนดิ้นทุรนทุราย ซึ่งญาติที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ได้เข้ามาช่วยเหลือกันดับไฟให้ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพของอบต.ปากโทก เพื่อมารับตัวนำส่งยังโรงพยาบาล   หลังเกิดเหตุตนไม่ได้หลบหนีไปไหนและยังไปเยี่ยมดูอาการภรรยาทุกวัน พร้อมอยากขอโทษภรรยาเนื่องจากไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายถึงเพียงนี้ เพราะโกรธหึงหวงและรักภรรยามากจนอยู่กินมีลูกด้วยกันถึง 3 คน แต่เมื่อเป็นคดีอาญาแล้วก็ให้ว่ากันไปตามกฎหมาย ตอนนี้ก็เสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป   ด้านพ่อแม่ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุเห็นลูกชายและลูกสะใภ้มีปากเสียงทะเลาะกัน แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ยืนยันว่าบุตรชายไม่ได้ตั้งใจทำร้ายแฟนสาวแต่เป็นอุบัติเหตุ เนื่องจากมีการยื้อแย่งกันจนน้ำมันหกรดราดตัวทั้งคู่ ทำให้ถูกไฟไหม้ที่มือทั้งสองข้างของลูกชายและไหม้ใบหน้าของลูกสะใภ้ ด้วยความตกใจญาติที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เข้ามาช่วยกันดับไฟ พร้อมกับหาว่านหางจระเข้มาทาถูเพื่อบรรเทาอาการในเบื้องต้น   ส่วนที่มีผู้นำรูปภาพและข้อความไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กกล่าวหาว่า ลูกชายตั้งใจจุดไฟราดน้ำมันภรรยานั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมาทางครอบครัวตนเองได้ดูแลเอาใจใส่ลูกสะใภ้เป็นอย่างดี ทั้งคู่ก็รักกันมากแต่ก็อาจจะมีปากเสียงทะเลาะหึงหวงกันบ้างตามประสา   หลังเกิดเหตุก็ได้ไปเยี่ยมดูอาการด้วยความเป็นห่วงเป็นใยทุกวัน อาการดีขึ้นบ้างแล้วแต่ยังไม่สามารถพูดคุยได้ มีการรับรู้ตอบสนองดี ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ขอยืนยันว่าลูกชายรักภรรยามากจนทุกวันนี้มีลูกด้วยกันถึง 3 คน เป็นผู้ชาย 2 คน และเป็นผู้หญิงคนเล็ก 1 คน ทั้งนี้พอมีการแชร์ต่อกันในโลกออนไลน์ทำให้ครอบครัวได้รับผลกระทบถูกต่อว่าต่างๆ นานา จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับลูกชายของตนเองบ้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Fa5gOwWE1Cg

 1,593
ข่าวภูมิภาค
15 ก.พ. 62

เมียระแวงสามีดีกรี ดร.รับสายลึกลับ ทะเลาะกันสนั่นบ้าน ปืนลั่นเข้าขมับฝ่ายชาย นองเลือดวันวาเลนไทน์

กาฬสินธุ์-เกิดเหตุนองเลือดรับวันวาเลนไทน์ จนท.รับแจ้งมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ภายในบ้านที่ ต.สมเด็จ อ.สมเด็จ ตั้งอยู่ตรงข้าม รพ.สมเด็จ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย นอนฟุบจมกองเลือดอยู่บนพื้นหน้าตู้เสื้อผ้า โดยมีภรรยา ยืนสั่นอยู่ข้างๆ ด้วยอาการตกใจ พบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่และมีเสื้อผ้ากระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล   จากการสอบสวนทราบว่า ภรรยาเป็นคนเดินไปแจ้งเหตุกับกู้ภัยอโศกเป็นคนแรก เพื่อให้รีบมาช่วยเหลือสามี หลังทะเลาะกันและมีการนำอาวุธปืนออกมาและอ้างว่าปืนลั่น ซึ่งกระสุนเจาะขมับขวา 1 นัด ทะลุใต้คางขวาอาการสาหัส ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลสมเด็จ ได้นำตัวส่งต่อโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และโรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อยื้อชีวิตอย่างเร่งด่วน โดยล่าสุดอยู่ในห้องไอซียู และอาการยังวิกฤต มีหมอพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด   เบื้องต้นจากคำให้การของภรรยาทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อตอนเย็นเมื่อวานนี้ (13 ก.ย.) ทั้งคู่ ได้ออกไปทานข้าวนอกบ้านกันตามปกติ ขณะที่รับประทานอาหารเย็นด้วยกันอยู่นั้น ได้มีโทรศัพท์สายหนึ่งเข้ามาที่เครื่องของสามี ทางภรรยาจึงได้ถามด้วยความสงสัยว่าสายใครโทรมา แต่สามีตอบไม่ได้ จึงได้พากันกลับบ้านพักหลังดังกล่าว ระหว่างนั้นภรรยาก็คอยสอบถามคำถามเดิม เพราะรู้สึกสงสัย   พอกลับมาถึงบ้าน สามียังไม่ชี้แจงให้หายสงสัยว่าใครมาโทร จึงได้มาปากเสียงกัน ก่อนที่ภรรยาจะไล่ให้สามีเก็บของออกจากบ้าน จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 04.30 น. สามีได้ขึ้นไปชั้นบน ซึ่งเป็นห้องเก็บเสื้อผ้า โดยเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าจริงๆ จึงเกิดการถกเถียงและยื้อแย่งข้าวของกัน ต่างคนต่างใช้อารมณ์   ซึ่งภรรยาอ้างว่าไม่ทันระวังขณะที่กำลังยื้อแย่งกันอยู่นั้น มีปืนกระบอกหนึ่ง ซึ่งเป็นปืนส่วนตัวของสามีอยู่ด้วย ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จนร่างของสามีล้มฟุบลงกับพื้น ภรรยาจึงรีบวิ่งไปแจ้งเหตุกับกู้ภัยอโศก ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยโรงพยาบาลสมเด็จเข้ามาช่วยเหลือ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำภรรยาอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากปืนลั่นหรือตั้งใจยิง พร้อมทั้งตรวจคราบเขม่าดินปืน ก่อนดำเนินการต่อไป   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ ฝ่ายชายที่บาดเจ็บเป็นผู้บริหารของโรงเรียนเอกชนชั้นนำแห่งหนึ่งใน อ.สมเด็จ เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ วิสัยทัศน์ยาวไกล บุคลิกดี จนได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มโรงเรียนเอกชนให้เป็นประธานส่งเสริมการศึกษาเอกชน จ.กาฬสินธุ์ ที่กำลังทำการขับเคลื่อนด้านการเรียนการสอนอย่างดีเยี่ยม ขณะที่ภรรยาก็เป็นนักธุรกิจที่ขายน้ำปลาร้าในหลายจังหวัดทางภาคอีสาน โดยทั้งคู่เป็นที่รู้จักในวงสังคมของ จ.กาฬสินธุ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nnRiA06wlf4

 9,292
ข่าวภูมิภาค
11 ก.พ. 62

ชายขับรถตามหญิงเข้าหอพัก ก่อนลงมายิงยางรถ พร้อมกระชากตัวขึ้นรถหนี-ตบตีเลือดกระเด็น

ปทุมธานี-ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุมีชายหญิงทะเลาะวิวาทกันและมีรถเก๋งถูกยิงยางรถได้รับความเสียหายบริเวณลานจอดรถหน้าหอพักแห่งหนึ่งในซอยตลาดนัดคุณยาย100 ปี ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง   โดยในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งสีขาวถูกยิงที่ยางรถด้านขวาแตกเสียหาย นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดตกอยู่ที่ลานจอดรถจำนวน 1 ปลอกเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนเจ้าของรถทราบว่าเป็นผู้หญิงไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุแล้วและผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุเช่นกัน   จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ระหว่างนั่งรถมากับแฟนเพื่อที่จะมาซักผ้าที่หอพักดังกล่าว ได้เห็นผู้ชายขับรถเก๋งขับอยู่ด้านหน้าและกำลังจะชนกับเก๋งสีขาวคันดังกล่าวซึ่งมีผู้หญิงอยู่ด้านใน   จากนั้นผู้ชายก็ลงมาจากรถและได้ชักอาวุธปืนออกมาจากเอวจากนั้นก็ได้ไปเคาะกระจกรถเก๋งและได้ยิงยางรถไป 1 นัด ตนเห็นดังนั้นก็ได้ให้แฟนรีบขับรถหนีออกไปก่อนและรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อตนเองกลับมาดูอีกครั้งก็เห็นว่ารถเก๋งจอดอยู่ในซองลานจอดรถแล้ว   ส่วนคนดูแลหอพัก บอกว่า ตนเห็นผู้หญิงวิ่งมาเพื่อที่จะขึ้นไปบนหอพัก แต่ผู้ชายได้วิ่งตามก่อนจะนำตัวขึ้นรถไป โดยได้เห็นผู้ชายได้ตบตีผู้หญิงจนเลือดออกกระเด็นติดโต๊ะนั่งหน้าหอพักด้วย   ทั้งนี้หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตร.ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งได้เก็บปลอกกระสุนปืนไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลักฐาน1 ตรวจสอบอีกครั้งและจะได้ติดตามผู้ชายกับผู้หญิงมาสวบสวนอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าทั้งคู่จะเป็นสามีภรรยากัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qdRRgQ_rJkc

 3,724
สังคม-อาชญากรรม
18 ม.ค. 62

สาวอารมณ์ฉุนเฉียว โมโหแฟนหนุ่ม ปวส.บอกเลิก คว้ามีดปักอกเสียชีวิต

พนักงานสอบสวน สน.คันนายาว พร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบเหตุพบผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต ภายในซอยรามอินทรา 75 (ซอยสันติสุข) แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. ในที่เกิดเหตุพบนายพีรศิลป์ พุ่มจำปา อายุ 19 ปี นักศึกษา สถาบันพาณิชย์มีนบุรี ชั้น ปวส.ปีที่ 2 ถูกอาวุธมีดแทงปักเข้าที่หน้าอกด้านซ้าย 1 แผลเสียชีวิต ใกล้กันพบรถ จยย.ยามาฮ่า สีม่วง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน   นอกจากนี้ยังพบ น.ส.สุพรรษา ยางสูง อายุ 19 ปี นักศึกษาสถาบันมีนบุรีโปลีเทคนิค ปวส.ปี 2 ยืนร้องไห้รอให้การกับทางตำรวจ ก่อนเชิญตัวไปสอบสวนที่ สน.คันนายาว   ด้านนางรัตนา พุ่มจำปา อายุ 53 ปี มารดาผู้ตาย ระบุว่า ลูกชายเคยมาระบายให้ฟังว่า อยากจะเลิกคบกับเพื่อนหญิง เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยถูกไล่ทำร้ายด้วยอาวุธมีด เนื่องจากเป็นคนอารมณ์ร้อน ฉุนเฉียว อีกทั้งฝ่ายมีหญิงเคยครอบครัวมาก่อนหน้านี้ จึงให้ลูกระมัดระวังตัว จนกระทั่งวันนี้ถูกทางฝ่ายหญิงทำร้ายด้วยอาวุธมีดเล่มเดิม เนื่องจากลูกชายเพิ่งจะขอเลิกลาหลังจากเพิ่งคบกันมาได้เพียง 5 เดือน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Kz7wcBBihBc

 42,965
ข่าวภูมิภาค
16 ม.ค. 62

หม้ายสาวลูก 2 ถูกแฟนหนุ่มยิงหน้า ร.ร. แค้นถูกสะบั้นรัก

สงขลา-เกิดเหตุยิงกันข้างโรงเรียนสุวรรณวงศ์ ถนนประชาธิปัตย์ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเป็นผู้หญิงทราบชื่อ น.ส.ปิ่นมนัส วัยภักดิ์ อายุ 24 ปี มีน้องชายกำลังช่วยอุ้มประคองร่างที่โชกเลือดอยู่ริมถนน ก่อนที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่จะรีบเข้าไปช่วยชีวิตโดยทำการปั๊มหัวใจในที่เกิดเหตุเพราะเริ่มหมดสติ ก่อนส่งตัวไปยังโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา   เบื้องต้นพบว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่แขนซ้าย หน้าอกซ้าย และราวนมซ้าย รวม 3 นัด นัดอาการสาหัส และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างกลางความแตกตื่นให้กับผู้คนในบริเวณจุดเกิดเหตุ เนื่องจากอยู่ข้างโรงเรียนและส่วนใหญ่มาส่งลูกที่โรงเรียน ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม.ตกอยู่ 3 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวนพยานแวดล้อมที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่าคนร้ายเป็นชายสวมหมวกกันน็อคครึ่งใบ ขับรถจักรยานยนต์ หลบหนีไปทางถนนสามชัย โดยก่อนเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์มาจอดและยืนคุยกับ น.ส.ปิ่นมนัส และกระชากแขนคล้ายกับทะเลาะกันก่อนที่จะชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิง 3 นัด และขับรถหลบหนีไป ซึ่งช่วงเกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถเบนซ์สีดำ มาส่งลูกที่โรงเรียนแห่งนี้   อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับปิดเมืองไล่ล่าคนร้ายตามเส้นทางที่หลบหนีสุดท้ายคนร้ายยอมติดต่อเข้ามอบตัวกับตำรวจแต่โดยดี หลังก่อเหตุเพียงไม่เกินครึ่งชั่วโมง พร้อมอาวุธปืน 11 มม.ที่ก่อเหตุทราบชื่อ นายธนพัฒน์ ไชยถาวร อายุ 26 ปี             นายธนพัฒน์ ซึ่งเริ่มตั้งสติได้และอยู่ในอาการที่ค่อนข้างเงียบขรึม กล่าวว่าสาเหตุมาจากความโกรธแค้นและหึงหวงที่แฟนสาวซึ่งเป็นหม้ายสาวลูกติด 2 คนและเป็นเศรษฐีเจ้าของกิจการแผงขายผลไม้พงษ์เจริญใน อ.หาดใหญ่  ได้บอกเลิกหันไปคบหากับชายหนุ่มคนใหม่ และตนพยายามตามง้อขอคืนดีมาตลอด 1 เดือนแต่ไม่เป็นผล ทั้งที่เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมาเพิ่งได้รับของขวัญวันเกิดจากแฟนสาวไม่คิดว่าจะถูกตัดสัมพันธ์ที่คบหากันมาเกือบ 4 ปี   ในวันเกิดเหตุตั้งใจที่จะขับรถจักรยานยนต์นำของขวัญวันเกิดมาคืนให้กับแฟนสาว ซึ่งขับรถเบนซ์มาส่งลูกที่โรงเรียน โดยมานั่งดักรออยู่ราวครึ่งชั่วโมง และพยายามปรับความเข้าใจกันอีกครั้งแต่กลับถูกปฏิเสธโดยแฟนสาวพูดสั้นๆ ว่าพอแค่นี้เถอะ อยู่ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นและทางบ้านของฝ่ายหญิงขอไม่ชอบตนด้วยที่โทรศัพท์ไปขอคืนดีและมีปากเสียงกันบ่อย   ระหว่างที่กำลังเคลียร์ปัญหากันอยู่ ได้มีนายธงชัย ซึ่งเป็นพี่ชายของแฟนสาวขับรถผ่านมาพอดี แฟนสาวจึงโบกมือขอความช่วยเหลือ ตนจึงชักอาวุธปืนออกมาจากเอว แฟนสาวเห็นจึงเข้ามากอดเอาไว้เพื่อไม่ให้ชักปืนออกมาแต่ตนสะบัดหลุด ส่วนนายธงชัย พี่ชายได้เปิดประตูลงจากรถเพื่อมาช่วยน้องสาว แต่ตนได้ผลักประตูไม่ให้ลง จังหวะนั้นแฟนสาวพยายามวิ่งหนีตนจึงใช้อาวุธปืนยิงจากด้านหลัง 1 นัด จนล้มลงและตามไปยิงซ้ำอีก 2 นัดจนฟุบคาถนน และขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปแต่สำนึกผิดติดต่อตำรวจขอเข้ามอบตัว   นายธนพัฒน์ กล่าวว่า รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปและขอให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนกับคนอื่นอย่าใช้ความรุนแรงมาแก้ปัญหาเรื่องความรักซึ่งไม่ทำให้อะไรดีขึ้น   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และข้อหาที่เกี่ยวกับมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครองครองโดยไม่ได้รับอนุญาต   สำหรับ นายธนพัฒน์ นั้นเป็นลูกชายของ นายสมชัย ไชยถาวร อดีตมือปืนที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิง นายอภิชาต สังขาชาติ นายกเทศมนตรีเมืองคลองแห หรือนายกหัวมัน เสียชีวิตกลางเมืองหาดใหญ่เมื่อปี 2552 อีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UHaT7_CzCrU

 5,178
ข่าวภูมิภาค
11 ม.ค. 62

เปิดคลิปนาทีเมียหลวงไล่ยิงสามี-กิ๊กสาว ยิงเสร็จสะใจดื่มเบียร์-สูบบุหรี่รอมอบตัว

ลำปาง-จากกรณีนางประภา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงนายอนุวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เรือนจำกลางลำปาง ซึ่งเป็นสามีได้รับบาดเจ็บสาหัส และ น.ส.ฐิติชดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี เป็นเจ้าของร้านขายเสื้อผ้ามือสอง ซึ่งเป็นกิ๊กของสามีเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา   มีรายงานว่าได้มีประชาชนชาวสามารถใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพวินาทีไล่ยิงกันไว้ได้ โดยในภาพความยาวประมาณ 30 วินาที จะเห็นว่ารถเก๋งสีบอร์นเงิน ที่นายอนุวัฒน์ ขับมาได้จอดอยู่ริมถนน และมีนางฐิติชดา หญิงที่เสียชีวิต หมอบนั่งอยู่ข้างรถเกือบกลางซอยข้างวัดนาก่วมใต้ ก่อนที่จะรีบยืนขึ้น และวิ่งมาหน้าร้านขายเสื้อผ้าก่อนที่จะล้มลง โดยที่ขณะนั้นก็มีรถของประชาชนขับขี่ผ่านไปมา นอกจากนี้ยังมีหญิงอีกคน ซึ่งเป็นป้าของผู้เสียชีวิตที่อยู่หน้าร้านกำลังวิ่งหนีหลบกระสุน และเสียงปืนอย่างโกลาหล โดยที่ปลอดภัยไม่เป็นอะไร   ส่วนบริเวณฟุตบาทริมถนน ฝั่งหน้ารถก็มีภาพคนสองคน กำลังเดินไปมา เหมือนดึงแย่งอะไรกัน คือ นางประภา ผู้ก่อเหตุ และสามี คล้ายกับว่าจะแย่งปืนกัน ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะวิ่งเข้ามาทางหน้าร้าน และล้มลงเช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะถูกยิงแล้ว ซึ่งภาพดังกล่าวนั้น ถือว่าเป็นวินาทีชีวิตของการเกิดเหตุดังกล่าว   ด้านพี่ชายของหญิงผู้ตาย เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุชายคนดังกล่าวได้ขี่รถ จยย.มาจอดไว้ที่บ้านแล้วขอให้น้องสาวขับรถเก๋งไปส่งที่สถานที่แห่งหนึ่ง ลักษณะคล้ายกับจะรู้ตัวว่ามีคนติดตามมา ตอนแรกน้องสาวจะไม่ไปส่ง แต่ชายคนดังกล่าวก็คะยั้นคะยอให้ไปส่ง จนน้องสาวใจอ่อน และยอมขับรถเก๋งซึ่งเป็นของน้องสาวเองไปส่ง   ขณะที่น้องกำลังจะขับรถเก๋งออกไปนั้นผู้ก่อเหตุก็เข้ามาที่รถและต่อว่าแล้วยิงน้องสาวเข้าที่บริเวณลำคอคมกระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่ แล้วน้องสาวก็วิ่งออกมาจากรถเก๋งและไปฟุบอยู่ที่หน้าบ้าน ส่วนชายคนดังกล่าวก็ถูกยิง และได้ไปแย่งปืนจากผู้ก่อเหตุแต่ก็มาถือไว้และก็ฟุบอยู่ที่ริมฟุตบาต จึงอยากจะขอความเป็นธรรมให้กับน้องสาวซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเพราะน้องสาวเป็นคนดี เป็นเสาหลักของครอบครัว ดูแลแม่ ยาย ลูกชาย และหลานมาตลอดไม่สมควรจะมาเสียประวัติเพราะเรื่องแบบนี้   ด้านชาวบ้านใกล้เคียงบอกว่า หญิงผู้ก่อเหตุได้เคยมาซื้อของที่ร้านประมาณสองครั้ง และเคยมาเล่าปรับทุกข์กับแม่ว่าสามีนอกใจและกำลังตามมาดู และได้นำปืนพกติดตัวมาด้วย พร้อมนำปืนมาโชว์ให้ดู จนเกิดความตกใจ และใช้มือปัดบอกให้เก็บปืนเพราะกลัวปืนลั่น พร้อมทั้งปลอบและให้กำลังใจกับหญิงสาวมือยิง และได้ห้ามว่าอย่าทำเขาเลย ให้พูดกันดีๆ จากนั้นประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็เกิดเหตุดังกล่าว               ส่วนตัวผู้เสียชีวิตนั้นเป็นคนที่สวยมากและชอบมาซื้อของที่ร้านเป็นประจำ และไม่ทราบว่าผู้ตายกับคนที่ได้รับบาดเจ็บรู้จักกันมานานแค่ไหน แต่อาจจะเป็นไปที่ผู้ตายตอนไปเยี่ยมลูกสาวที่ถูกขังในทัณฑสถานเลยอาจจะได้รู้จักกับผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว   ขณะที่เจ้าของร้านขายของชำบอกว่า หลังเกิดเหตุนางประภา ได้เดินมาที่ร้านขายของชำ ไปนั่งดื่มเบียร์และสูบบุหรี่เพื่อรอมอบตัวกับตำรวจ โดยที่ผ่านมาประมาณ 2-3 ครั้ง เคยเห็นนางประภา เข้ามาเดินป้วนเปี้ยนแถวร้านตนเองหลายครั้งแล้ว และก็แอบมาด้อมๆ มองๆ ดูผู้ตายและสามีตนเองที่มาพบเจอกันบ่อยครั้ง และก่อนเกิดเหตุนางสาวประภา ก็ได้มาซื้อเบียร์และซื้อบุหรี่มานั่งสูบรอและแอบดูเหมือนเช่นเคย จนกระทั่งเหตุเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น   จากนั้น ตร.ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามาทำแผน พร้อมทำการสอบสวนว่า นางประภา ให้การโดยอ้างว่า ได้วางแผนมานานแล้ว หลังจากเกิดความคับแค้นใจมาเป็นเวลา 1 ปี ที่สามีไปคบหากับผู้ตาย และได้พยายามพูดคุยและขอร้อง เจรจาหลายครั้งแล้วว่าให้เลิกคบกัน   เพราะว่าที่ผ่านมาเกิดปัญหาทางด้านการเงินโดยเงินเดือนของสามีที่ได้มา ก็นำไปจ่ายให้ผู้ตายเป็นส่วนใหญ่ และก่อนลงมือก่อเหตุก็มีปากเสียงกับสามี จนสามีรีบขับรถหนีออกจากบ้าน นางประภา จึงตัดสินใจนำอาวุธปืนของสามี ที่เก็บไว้ในห้องพัก พกติดตัวมาบรรจุกระสุนปืนเต็มแมกกาซีน แล้วขี่รถจยย.มานั่งดื่มเบียร์รอบริเวณหน้าร้านของชำใกล้ร้านขายเสื้อผ้าที่เกิดเหตุ   กระทั่งเห็นว่าทั้ง 2 คนขับรถเก๋งมาจอด ก็เลยตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าไปยิงดังกล่าวจนเกิดเหตุสลดขึ้น ทั้งนี้ นางประภา บอกว่า ตั้งใจจะยิงทั้งสองคนให้ตายไปพร้อมๆ กัน เพราะแค้นใจมานานแล้วไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร โดยนางประภา ยังบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมตัวบอกว่ารู้สึกสะใจอย่างมาก หลังจากสะสมความคับแค้นมานานวันนี้ได้ปลดปล่อยเสียที   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น และยิงปืนไม่มีเหตุอันควร พกพาปืนในที่สาธารณะ ก่อนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7m6Jx4r4pfg

 146,206
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 62

อส.สงขลาใช้ปืนสงคราม ยิงแฟนสาวแม่หม้ายดับคาบ้าน แค้นตีตัวออกห่าง

สงขลา-เกิดเหตุยิงกันที่บ้านพัก พื้นที่หมู่ 9 ต.คลองเปียะ อ.จะนะ ตรวจสอบทราบว่าผู้ที่ถูกยิงคือ น.ส.จิรพรรณ แก้วชนิด อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน และเป็นผู้จัดการห้างสรรพสินค้าโลตัสเอ็กซ์เพรส สาขานาหม่อม อ.หาดใหญ่ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นปืนเอ็ม 16 เข้าหน้าท้อง 1 นัด ญาตินำได้นำตัวส่งโรงพยาบาลจะนะ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา   จากการตรวจสอบบริเวณข้างบ้านพบปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 ตกอยู่ข้างบ้าน 4 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และพบว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปทางช่องกระจกหน้าต่างข้างบ้านที่แตกอยู่ ในขณะที่ น.ส.จิรพรรณ กำลังนั่งพิมพ์เอกสารอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์ภายในบ้าน โดยมีลูกสาวอายุประมาณ 8-9 ขวบ นอนดูทีวีอยู่ข้างๆ รวมทั้งแม่ที่นอนอยู่ในห้องนอนและทั้งสองคนปลอดภัย   หลังเกิดเหตุตำรวจได้สอบสวนพยานแวดล้อมกระทั่งทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุคือ อส.อภิเชษฐ์ แก้วนวล อายุ 31 ปี เป็นอาสารักษาดินแดนอำเภอจะนะ และเป็นมือกีต้าประจำวงใต้ใด ซึ่งเป็นวงดนตรีของ อส.อำเภอจะนะด้วย ซึ่งคบหาเป็นแฟนกับ น.ส.จิรพรรณ ซึ่งเป็นหม้ายลูกติด หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปซึ่งตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการติดตามตัวพร้อมกับประสานต้นสังกัดให้ติดต่อเข้ามอบตัว   เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่าสาเหตุน่าจะมาจากความหึงหวง ที่ อส.อภิเชษฐ์ คบหาเป็นแฟนกับผู้ตายแต่พักหลังผู้ตายไม่เล่นด้วยพยายามตีตัวออกห่างเนื่องจากทราบว่า อส.อภิเชษฐ์ มีครอบครัวอยู่แล้ว และก่อนหน้านี้ก็เคยมาก่อเหตุยิงปืนข่มขู่ที่หน้าบ้านผู้ตายมาแล้ว และมีการเข้าแจ้งความไว้ที่สภ.ควนมีด   ด้านนายสามารถ ไชยวิรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บอกว่า ก่อนเกิดเหตุ อส.อภิเชษฐ์ ได้มาหาผู้ตายที่บ้าน และพบว่าผู้ตายกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะใช้อาวุธปืนยิ่งไปทางช่องกระจกหน้าต่างที่แตกด้วยอารมณ์ของความหึงหวงและผิดหวังในลักษณะตนไม่ได้คนอื่นก็ต้องไม่ได้ด้วย   ทั้งนี้ ตำรวจ สภ.ควนมีด ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติศาลจังหวัดนาทวี ออกหมายจับ อส.อภิเชษฐ์ ผู้ต้องหารายนี้แล้ว ในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และล่าสุดได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวแล้วโดยประสานงานผ่านทางหัวหน้าฝ่ายปกครองอำเภอจะนะ แต่ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าจะเข้ามอบตัวเมื่อไหร่ และแม้ว่าจะติดต่อเข้ามอบตัวแต่ทางชุดสืบสวนของ สภ.จะนะ ก็ยังคงออกติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุดเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zzFCrRCOV5w

 2,138
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 62

สามีระแวงเมียนอกใจใช้ปืนยิงดับ ก่อนยิงตัวตายตาม ลูกชายเผยพ่อซึมเศร้า ชอบคิดมาก

สมุทรสาคร-เกิดเหตุฆาตรกรรมภายในบ้านพื้นที่ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านปูน 2 ชั้น ที่ชั้นบนทางขึ้นบันไดหน้าห้องนอน พบศพนอนจมกองเลือด 2 ศพ โดยศพแรกเป็นผู้ชายสวมเสื้อสีดำ นอนตะแคง ในมือมีปืนอยู่ 1 กระบอก ขนาด .38 และตกใกล้กับมืออีก 1 กระบอก ขนาด .32 ทราบชื่อคือ นายสิทธิชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ศีรษะด้านขวากระสุนทะลุออกขมับซ้าย 1 นัด   ส่วนอีกศพเป็นผู้หญิงนอนหงาย มีเลือดไหลออกจากปาก ทราบชื่อคือ นางวรวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ หน้าอกขวา 1 นัด ใต้คาง 1 นัด ใต้ราวนมซ้าย 2 นัด สะโพก 1 นัด และ กลางสันหลังอีก 1 นัด ทั้งสองคนมาเช่าบ้านหลังดังกล่าวพักอาศัยพร้อมกับลูกๆ อีก 2 คน        โดยนายสิทธิชัย เป็นหัวหน้าคิวรถตู้สายอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – มหาชัย นอกจากนี้ยังมีปลอกกระสุนปืนขนาด .32 ตกอยู่ 6 ปลอก อีกทั้งยังมีข้อความต่างๆ ถูกเขียนอยู่บนผนังหน้าห้อง กับที่กระจกเต็มไปหมด โดยมีถ้อยคำตัดพ้อว่าถูกเมียนอกใจ และข้อความสงสารลูกสาว   จากการสอบถามนายฐาปกรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี บุตรชายของผู้เสียชีวิตทั้งสองคน เล่าว่า ครอบครัวของตนมาเช่าบ้านหลังนี้อยู่นานเกือบ 1 ปีแล้ว โดยก่อนเกิดเหตุตนออกไปทำงาน แล้วได้รับข้อความทางไลน์จากพ่อ ที่ส่งมาร่ำลาลูกๆ จึงได้รีบขับรถจักรยานยนต์กลับมา ก็พบว่าพ่อได้ก่อเหตุยิงแม่แล้วก็ยิงตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว   โดยพ่อของตนนั้นมีอาการซึมเศร้าชอบคิดมาก และเคยจะพาไปหาหมอแต่พ่อไม่ยอมไปพบแพทย์ ซึ่งพ่อมักจะมีปากเสียงกับแม่ด้วยความหึงหวง ทั้งๆ ที่แม่ไม่เคยทำอะไรผิด และไม่เคยนอกใจพ่อ ซึ่งก็ลูกๆ ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WaxxXlPWhXU

 1,330
สังคม-อาชญากรรม
30 ธ.ค. 61

รวบแฟนหนุ่มฆ่าปาดคอแฟนสาวข้าราชการหมกหอพักกลางเมือง อ้างหึงหวง ผู้ตายมีท่าทีจะตีตัวออกห่าง

วานนี้ (29 ธันวาคม 2561) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้ควบคุมตัว นาย กฤษฎา กระบวนพล หรือโน้ต อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้มีดปาดคอฆ่าแฟนสาวของตัวเอง คือ นางสาวเกษกนก ยังดี หรือนุ่น อายุ 34 ปี ข้าราชการตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุปฏิบัติงาน สังกัดสำนักงานควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เสียชีวิต แล้วทิ้งศพไว้ภายในห้องเช่าเลขที่ 99 หมู่ที่ 9 ตำบลหนองบัวศาลา อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีม โดยหลังเกิดเหตุนายกฤษฎา ได้หยิบเอาสร้อยคอทองคำของผู้ตาย 1 เส้น และขับขี่รถจักรยานยนต์ของผู้ตายหลบหนีไป   ต่อมาชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมนายกฤษฎาผู้ต้องหาได้ ขณะที่หลบหนีไปพักอยู่กับญาติที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้คบหากับผู้ตายมานานหลายปีตั้งแต่อยู่ที่จังหวัดสระแก้ว และเมื่อไม่นานมานี้ผู้ตายสามารถสอบรรจุเป็นข้าราชการ และได้มาทำงานที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งช่วงระยะหลังตนได้พยายามติดต่อทางโทรศัพท์หลายครั้ง แต่ผู้ตายไม่ยอมรับสาย ตนจึงได้เดินทางมาหา และตนก็ได้ทะเลาะกันอย่างรุนแรงเพราะผู้ตายมีท่าทีที่จะตีตัวออกห่าง   ตนจึงเกิดความโมโหใช้มีดทำครัวแทง และปาดคอแฟนสาวจนเสียชีวิตแล้วหลบหนีไป โดยขับขี่รถจักรยานยนต์ของผู้ตายไปจอดทิ้งไว้ที่สถานีขนส่งอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี แล้วได้ขึ้นรถยนต์โดยสารประจำทางไปขออาศัยอยู่ที่บ้านญาติที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนถูกตำรวจจับกุมตัวได้ดังกล่าว ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหานายกฤษฏาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0d5YHDmD3V4

 1,632
ข่าวภูมิภาค
27 ธ.ค. 61

เปิดวงจรปิดหนุ่มหึงโหดยิงแฟนสาว-การ์ดผับลำปาง ก่อนยิงตัวเองตามรวมดับ 3 ศพ

ลำปาง-หนุ่มอายุ 39 ยิงแฟนสาววัย 20 และการ์ดของร้านอาหารเสียชีวิต ก่อนยิงตัวตายตาม รวมมีผู้เสียชีวิต 3 ศพ และบาดเจ็บอีก 3 ศพ โดยสาเหตุมาจากความหึงหวง เมื่อมือปืนไปง้อคืนดีฝ่ายหญิงไม่สำเร็จ มีการลากแขนออกจากผับ ทำให้การ์ดร้านอาหารเดินตามไปเพื่อจะเข้าไปห้ามก่อนเกิดเหตุสลด   ต่อมามีการเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ โดยในภาพจะเห็นว่า ฝ่ายชายได้จูงมือแฟนสาวข้ามถนนมาที่รถ จากนั้นได้มีการ์ดของร้านและลูกน้อง เดินข้ามถนนตามไป 4 คน ก่อนที่มือปืนจะใช้อาวุธปืนยิงการ์ดร้าน และกราดยิงชายอีก 3 คนบาดเจ็บ ก่อนจะหันไปยิงแฟนสาวล้มลง และยิงตัวเองเสียชีวิตทันที   จากการสอบสวนเบื้องต้นได้ข้อมูลจากเพื่อนของมือปืนผู้ก่อเหตุว่า ก่อนเกิดเหตุมือปืนได้มานั่งดื่มเหล้า อยู่ที่ร้านใกล้จุดเกิดเหตุ เมื่อเห็นแฟนสาวที่ตีตนออกห่างเช็กอินทางเฟซบุ๊กที่ร้านที่เกิดเหตุ ฝ่ายชายจึงลุกขึ้นเดินออกไปจากร้าน ไปตามง้อคืนดี   พยายามฉุดกระชากตัว ซึ่งเมื่อการ์ดของสถานบันเทิงดังกล่าวเห็นเหตุการณ์ จึงตามพวกมาช่วยห้ามปราม เพราะเห็นว่าทั้งสอง เริ่มมีปากเสียงกันรุนแรง ก่อนที่ชักอาวุธปืนขนาด 9 มม. มาไล่ยิงการ์ดของร้านและพวกจำนวนหลายนัด ก่อนที่จะใช้ปืนยิงตนเองเสียชีวิตเป็นรายที่ 3 เพื่อหนีความผิดที่ตนเองก่อขึ้น   ด้านแม่ของการ์ดร้านอาหารบอกว่า ผู้ตายเป็นบุตรคนโต เป็นคนขยันขันแข็งมาก จะทำงานหลากหลายอาชีพรวมถึงพนักงานดับเพลิงของหน่วยงานหนึ่ง และเป็นพนักงานกู้ภัยชอบไปช่วยเหลือชาวบ้าน ตามจุดตามต่างๆ และช่วงหัวค่ำก็ยังไปรับจ้างเป็นการ์ด ดูแลความปลอดภัย ของสถานบันเทิง   ซึ่งตอนแรกมีคนมาบอกว่า บุตรชายถูกยิงตนเองก็ยังไม่เชื่อ นึกว่ามีคนมาพูดเล่น เพราะบุตรชายตนเองไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครจนมาทราบข่าว และเดินทางมาดูมาที่โรงพยาบาลลำปาง จึงพบว่าบุตรชายตนเองเสียชีวิตไปแล้ว ตนเองก็รู้สึกเสียใจมาก เพราะบุตรชายของตนเป็นคนขยันขันแข็ง ทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว   ส่วนด้านคดี ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน ยังไม่ได้มีการเรียกญาติผู้เสียชีวิตและญาติผู้บาดเจ็บมาทำการสอบถาม เนื่องจากผู้บาดเจ็บยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลลำปาง และส่วนหนึ่งญาติผู้เสียชีวิตกำลังอยู่ระหว่างขอนำศพออกจากโรงพยาบาลลำปาง และจะได้แจ้งให้ญาติทราบ ถึงขั้นตอนการับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมอีกด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fQuLTd6wiHE

 6,651
ข่าวภูมิภาค
16 ธ.ค. 61

อดีตภรรยาหนุ่มมือขวานฟันคู่กรณี ยืนยันเลิกรากันแล้ว 2 เดือน เหตุถูกซ้อมเป็นประจำ

จากกรณีที่โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกคู่กรณีใช้ขวานฟันเข้าที่บริเวณศีรษะ ถูกหูและนิ้วมือเกือบขาด รวมทั้งได้รับบาดเจ็บอีกหลายจุดตามร่างกาย เหตุเกิดบริเวณหน้าหอพักแห่งหนึ่งในตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยทราบชื่อต่อมาว่า นายปอนด์ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ขณะที่ต่อมาทางคู่กรณีที่ชื่อ นายโบ๊ท (นามสมมติ) อายุ 22 ปี อดีตนักแสดงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่าไม่มีการหลบหนี โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตัวเนื่องจากตัวเองแขนหักต้องใส่เฝือกอยู่ และต้องการจะเข้าไปพบภรรยาของตัวเองที่นั่งอยู่ในรถยนต์ แต่ผู้เสียหายพยายามพุ่งเข้าจะมาทำร้าย ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาพยายามพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (15 ธ.ค.) นางสาวตอง (นามสมมติ) อายุ 23 ปี อดีตภรรยาของนายโบ๊ท พร้อมครอบครัว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำและมอบหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายกับนายโบ๊ทแล้วเช่นกัน จากเหตุการณ์เดียวกันกับที่มีการใช้ขวานฟันนายปอนด์   โดยนางสาวตอง ยืนยันว่า ปัจจุบันตัวเองอดีตภรรยาของนายโบ๊ทเท่านั้น และนายโบ๊ทมีสถานะเป็นเพียงพ่อของลูกเท่านั้น โดยได้มีการเลิกรากันมานานกว่า 2 เดือนแล้ว ขณะที่การเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายโบ๊ทนั้น เนื่องจากในคืนที่เกิดเหตุนอกจากใช้ขวานฟันนายปอนด์แล้ว ยังได้ทำร้ายร่างกายตัวเองอีกด้วย จนได้รับบาดเจ็บทั้งที่ศีรษะ หลัง แขนและขา ซึ่งได้มีการให้แพทย์ที่โรงพยาบาลตรวจร่ายกายไว้เป็นหลักฐานและมอบให้ทางพนักงานสอบสวนแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด   สำหรับคืนที่เกิดเหตุนั้น นางสาวตอง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุไปเที่ยวสถานบันเทิงกับเพื่อน รวมทั้งนายปอนด์ และพบกับนายโบ๊ท ซึ่งหลังจากเที่ยวเสร็จได้เดินทางกลับที่พักย่านตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยที่ตัวเองขับรถกลับมาพร้อมเพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่ง และนายปอนด์ ขับรถอีกคันหนึ่งตามมาส่งเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเกรงว่านายโบ๊ท ที่เลิกรากันไปแล้วจะตามมารังควาญ ซึ่งปรากฏว่านายโบ๊ท ได้ตามมาจริง ๆ โดยเมื่อมาถึงนายโบ๊ท ได้ถือขวานเดินตรงเข้ามาหาเหมือนจะทำร้ายพวกตัวเอง ซึ่งนายปอนด์เห็นเช่นนั้นจึงพยายามเข้าไปแย่งขวานและถูกฟันจนได้รับบาดเจ็บ   ขณะที่ตัวเองรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ แต่ระหว่างนั้นนายโบ๊ท ที่ฟันนายปอนด์แล้ว ได้ตรงเข้าทำร้ายตัวเองต่อ ก่อนที่จะมีคนเข้ามาช่วย และนายโบ๊ท ได้หลบหนีไป ซึ่งขวานที่นายโบ๊ทใช้ก่อเหตุนั้น ไม่ได้มีสภาพเป็นขวานทำสวนอย่างที่มีการกล่าวอ้าง ตลอดจนเชื่อน่านายโบ๊ทน่าจะมีเจตนาตามมาหาเรื่องโดยตรง เพราะจุดเกิดเหตุไม่ได้เป็นทางผ่านกลับบ้านของนายโบ๊ท และไม่ได้เป็นการป้องกันตัว เนื่องจากนายโบ๊ท เป็นฝ่ายที่ถือขวานเดินตรงเข้ามาก่อน   ขณะเดียวกันนางสาวตอง เปิดเผยว่า ในช่วงที่เป็นภรรยาของนายโบ๊ท ตัวเองมักจะถูกนายโบ๊ท ทำร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำเวลาที่นายโบ๊ทเมาสุราหรือมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน โดยที่ผ่านมาเคยเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานหลายครั้งแล้ว ซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่นายโบ๊ท ทำร้ายร่างกายตัวเองด้วยการใช้มือบีบคอแล้วเอาหมอนกดทับใบหน้าจนเกือบขาดอากาศหายใจแต่โชคดีที่รอดชีวิตมาได้ ทั้งนี้เมื่อประมาณเดือน ต.ค.61 ที่ผ่านมาได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะเลิกรากันและมีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจ โดยที่นายโบ๊ท รวมทั้งพ่อแม่ของนายโบ๊ทลงชื่อรับรู้ด้วย ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันนอกจากทำหน้าที่พ่อแม่ของลูก แต่ล่าสุดนายโบ๊ท ยังได้มาก่อเหตุกับตัวเองอีก รวมทั้งทำร้ายผู้อื่นด้วย ทำให้ต้องดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด   ส่วนอาการบาดเจ็บของนายปอนด์ อายุ 28 ปี ที่ถูกขวานฟันหูเกือบขาดนั้น รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว หลังจากที่แพทย์ทำการรักษาด้วยการผ่าตัดศัลยกรรมหูที่ถูกฟันเกือบขาด และนิ้วมือ อย่างไรก็ตามยังคงต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลและให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด โดยตามรายงานข่าวระบุว่า แม้จะผ่าตัดศัลยกรรมหูได้แต่สภาพอาจจะไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม ซึ่งทางครอบครัวผู้เสียหายยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-_gS0_syhRU

 1,673
สังคม-อาชญากรรม
09 ธ.ค. 61

พ่อหนุ่มถูกกระบะชนแหลกเหตุคู่กรณีหึงโหดเมียเก่า เผยอีกฝ่ายหวังขับชนให้ตาย เสียใจแม่ยายยังโร่ป้อง

จากกรณีเหตุการณ์รถกระบะอีซูซุสีเทา ไล่ชนรถเก๋ง ฮอนด้าแจส สีขาว อย่างบ้าคลั่ง ต่อหน้าชาวบ้าน และ คนงานที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุพยายามที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ชายที่อยู่ในรถเก๋งออกมาจากตัวรถ แต่คนขับรถกระบะไม่ยอมยังขับรถเดินหน้าและถอยหลังไล่ชนรถกระบะอย่างต่อเนื่อง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนภายในชุมชนระหว่างบ้าน สบเมาะ-ห้วยรากไม้   จากนั้นชาวบ้านได้ควบคุมตัวผู้ขับรถกระบะที่ก่อเหตุไว้ได้คือ นายวุฒิชัย ปินวงค์ อายุ 23 ปี ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำตัว นายอุบล ตระกูลใต้ อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งฮอนด้าแจส สีขาว ส่งโรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บมีบาดแผลฟกช้ำและแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่ง ทั้งนี้สาเหตุมาจากปมหึงหวง ที่นายวุฒิชัยเห็นนายอุบลอยู่กับอดีตภรรยา   เมื่อวานนี้ (8 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านใน ต.วังเงิน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เพื่อจะไปพบกับนายอุบล ตระกูลใต้ ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งฮอนด้าแจส สีขาว แต่ปรากฎว่าไม่อยู่ที่บ้าน พบเพียงแต่นาย อุดร ตระกูลใต้ ผู้เป็นพ่อ ซึ่งเปิดเผยว่า ลูกชายไปทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในอำเภอแม่เมาะ เป็นคนดีไม่เคยไปหาเรื่องหรือตบตีใครก่อน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองรับแทบไม่ได้ ตายเป็นตาย เพราะมาทำกับลูกของตนเองแบบนี้ และจากการสอบถามชาวบ้านก็ทราบว่าหลังจากที่ผู้ต้องหาลงจากรถมาแล้วยังลงมาจะทำร้ายลูกชายของตนอีก ดีที่ชาวบ้านช่วยกับจับตัวเอาไว้   ส่วนเรื่องของลูกชายกับผู้หญิงรายดังกล่าว ตนเองไม่ทราบรายละเอียดมากนัก ลูกชายเคยพามาที่บ้าน 2 ครั้ง ตนเองก็นึกว่าโสดเพราะหน้าตายังเด็กอยู่ ส่วนในอนาคตก็แล้วแต่ลูกชายเพราะเรื่องคามรักตนห้ามไม่ได้ ปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของลูก ส่วนในเรื่องของคดีก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่ก็รู้สึกเสียใจแทนลูกเล็กน้อยที่แม่ยายบอกว่าจะไม่รับเป็นลูกเขย        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/jq26XZ4keF4

 4,390

Top