ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่าหั่นศพ"

สังคม-อาชญากรรม
01 ต.ค. 62

ศาลอุทธรณ์พิพากษา คุก 34 ปี 6 เดือน 'เปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ' พร้อมพวก เพิ่มโทษ 'วศิน' ร่วมฆ่า

ศาลจังหวัดขอนแก่น อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 คดีนางสาวปรียานุช โนนวังชัย (เปรี้ยว) และพวก ได้แก่ นางสาวกวิตา ราชดา (เอิร์น) และ นางสาวอภิวันท์ สัตยบัณฑิต (แจ้) ฆ่าหั่นศพนางสาววริศรา กลิ่นจุ้ย หรือแอ๋ม ก่อนนำศพไปฝั่งอำพรางที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น จนเกิดเป็นคดีดังเมื่อปี 2560   โดยศาลพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คือ พิพากษา เปรี้ยว, เอิร์น, แจ้ จำคุกตลอดชีวิต แต่ผู้ต้องหาสารภาพ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษ เปรี้ยว, เอิร์น จำคุก 34 ปี 6 เดือน ส่วนแจ้ จำคุก 33 ปี 9 เดือน   ทั้งนี้ นายวศิน ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วไม่มีพยานเบิกความถึงพฤติการณ์ในการร่วมกันฆ่า แต่พฤติการณ์เป็นผู้ขับขี่รถไปซื้อปูนจึงเป็นการช่วยสนับสนุน จำคุกนายวศิน 33 ปี 4 เดือน ผู้ต้องหาสารภาพจึงลดโทษให้ 1 ใน 3 ลงโทษจำคุก 23 ปี 4 เดือน 20 วัน แต่ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นพฤติการณ์รู้เห็น และมีส่วนร่วมกันฆ่า จึงให้จำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ในการพิจารณาคดี จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือ จำคุก 34 ปี 6 เดือน โดยนายวศิน จะถูกนำไปคุมขังที่เรือนจำคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาต่อไป   พร้อมกันนี้ศาลยังสั่งให้ เปรี้ยว, เอิร์น, แจ้ และวศิน ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ญาติแอ๋มเป็นเงิน 1,070,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่เสียชีวิต 23 พฤษภาคม 2560 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VJ3Y_wtbM_E

 7,141
อาชญากรรม
01 ต.ค. 62

ศาลอุทธรณ์พิพากษา คุก 34 ปี 6 เดือน 'เปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ' พร้อมพวก เพิ่มโทษ 'วศิน' ร่วมฆ่า

ศาลจังหวัดขอนแก่น อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 คดีนางสาวปรียานุช โนนวังชัย (เปรี้ยว) และพวก ได้แก่ นางสาวกวิตา ราชดา (เอิร์น) และ นางสาวอภิวันท์ สัตยบัณฑิต (แจ้) ฆ่าหั่นศพนางสาววริศรา กลิ่นจุ้ย หรือแอ๋ม ก่อนนำศพไปฝั่งอำพรางที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น จนเกิดเป็นคดีดังเมื่อปี 2560   โดยศาลพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คือ พิพากษา เปรี้ยว, เอิร์น, แจ้ จำคุกตลอดชีวิต แต่ผู้ต้องหาสารภาพ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษ เปรี้ยว, เอิร์น จำคุก 34 ปี 6 เดือน ส่วนแจ้ จำคุก 33 ปี 9 เดือน   ทั้งนี้ นายวศิน ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วไม่มีพยานเบิกความถึงพฤติการณ์ในการร่วมกันฆ่า แต่พฤติการณ์เป็นผู้ขับขี่รถไปซื้อปูนจึงเป็นการช่วยสนับสนุน จำคุกนายวศิน 33 ปี 4 เดือน ผู้ต้องหาสารภาพจึงลดโทษให้ 1 ใน 3 ลงโทษจำคุก 23 ปี 4 เดือน 20 วัน แต่ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นพฤติการณ์รู้เห็น และมีส่วนร่วมกันฆ่า จึงให้จำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ในการพิจารณาคดี จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือ จำคุก 34 ปี 6 เดือน โดยนายวศิน จะถูกนำไปคุมขังที่เรือนจำคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาต่อไป   พร้อมกันนี้ศาลยังสั่งให้ เปรี้ยว, เอิร์น, แจ้ และวศิน ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ญาติแอ๋มเป็นเงิน 1,070,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่เสียชีวิต 23 พฤษภาคม 2560 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VJ3Y_wtbM_E

 7,141
ข่าวภูมิภาค
23 ส.ค. 62

คนงานรีสอร์ทโคราชผงะ เจอข้อขามนุษย์ลอยน้ำ ยังไม่รู้ของใคร

นครราชสีมา - คนงานรีสอร์ทเดินตัดหญ้า พบรองเท้าลอยน้ำข้างรีสอร์ท พบชิ้นส่วนมนุษย์เป็นข้อขาด้านซ้าย สวมถุงเท้า รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบ ระดมนักประดาน้ำงมหาชิ้นส่วนเพิ่ม ยังไม่พบชิ้นส่วนที่เหลือ และเตรียมเรียกแพทย์นิติเวชมาตรวจสอบอีกครั้งเพื่อยืนยันตัวบุคคลเบื้องต้นว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Awiyj1mHyH0

 2,692
สังคม-อาชญากรรม
24 มิ.ย. 62

รวบชายอิสราเอล อดีตผู้ต้องหา ฆ่าหั่นศพเมียใส่กระเป๋าทิ้งคลอง ปี 47 แอบลอบกลับเข้าไทย

ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จับกุมชาวอิสราเอล อดีตผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่าหั่นศพภรรยาร่วมชาติ กลางโรงแรมย่านป้อมปราบศัตรูพ่ายเมื่อปี 47 ก่อนถูกโทษจำคุก และผลักดันกลับประเทศ ห้ามกลับเข้าไทย แต่เจ้าตัวกลับใช้พาสปอร์ตอีกชื่อหนึ่ง ตบตาเจ้าหน้าที่กลับเข้าไทย   วันที่ 24 มิ.ย. 62 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 3 สามารถจับกุมนาย YAHEL ELI MAIMON COHEN อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาที่เคยก่อเหตุฆ่าหั่นศพภรรยา เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2547 ขณะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย    โดยก่อเหตุฆ่าภรรยาและหั่นศพใส่กระเป๋าเดินทางที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และนำไปทิ้งลงคลองผดุงกรุงเกษม ก่อนถูกจับกุมได้ โดยถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เเละได้รับลดโทษเรื่อยมา กระทั่งพ้นโทษเมื่อปี 2556   จากนั้น สตม. ได้ทำการผลักดันออกนอกประเทศ เมื่อปี 2556 และห้ามกลับเข้ามาในประเทศ ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เเต่ต่อมาชายรายนี้ ได้ใช้หนังสือเดินทางในอีกชื่อหนึ่งเเอบเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยอีก โดยใช้วีซ่าประเภทนักท่องเที่ยว ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบ จึงได้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และติดตามจับกุมตัวไว้ได้ ที่ตลาดโรงเกลือ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา  

 1,135
สังคม-อาชญากรรม
28 เม.ย. 62

รู้ตัวแล้ว สาวเล็บแดงถูกฆ่าหั่นศพเป็นเมียทหาร ออกจากบ้านมาหาเงินใช้หนี้

จากกรณีพบซากศพสาวเล็บแดงถูกทิ้งบรรจุใส่ถุงพาสติกแบบตลาดนัดรูดซิปแน่นหนาถ่วงด้วยแท่งคอนกรีต จมอยุ่ในคลองโคกมะยม ริมถนนสายอุทัย ภาชี ใกล้กับอาคารพาณิชย์วัดโคกมะยม พื้นที่ หมู่ 6 ตำบลคานหาม อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา    ล่าสุดการตรวจสอบลายนิ้วมือซึ่งได้จาก หนังมือข้างซ้ายที่เหลือ ที่พบในถุงใส่ศพ เหลือนิ้วโป้งเพียงนิ้วเดียวตรวจสอบและ พบว่า ผู้เสียชีวิตคือ นาง จำปี หอมชวน อายุ 45 ปีชาวจังหวัดสระแก้ว กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเร่งติดตามไปสอบสวนญาติและบุคคลใกล้ชิดที่จังหวัดสระแก้วทันที ว่าทำงานอยู่บริษัทใด และมาพักอยู่กับใคร ขณะนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลทางโรงงานได้เพราะเป็นวันหยุด เจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาเบาะแส ว่าผู้ตายพักอยู่ที่ไหน ในเบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิตนั้นเป็นภรรยาทหารนายหนึ่งอยู่ในจังหวัดสระแก้ว ตรวจสอบว่ายังคบหากันอยู่หรือไม่ และมีความสัมพันธ์ กับชายมีอาชีพรับเหมาอีกรายหนึ่ง ตำรวจเร่งติดตามเพื่อสบสวนว่ามีสวนเกี่ยวข้องกับการตายนี้หรือไม่   หลังจากนั้นจึงได้ไปคุยกับญาตินางจำปี ทราบนางจำปีออกจากบ้านไปหลังเลิกกับสามี และยังมีปัญหาหนี้กองทุนหมู่บ้าน โดยบอกกับที่บ้านว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ ก่อนจะมาพบว่าเสียชีวิตแล้ว           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/PUVPiXzvFjI  

 21,812
สังคม-อาชญากรรม
27 เม.ย. 62

รู้แล้ว 'สาวเล็บแดง' ถูกฆ่าหั่นศพคือใคร ตร.ยันรอเรียกญาติมาสอบเพื่อความชัดเจน

ตำรวจเผยรู้แล้วสาวเล็บแดงถูกฆ่าชำแหละหั่นศพยัดถุงถ่วงน้ำที่อยุธยา ผลลายนิ้วมือตรงกับสาวสระแก้วแจ้งหายแต่ตำรวจยังไม่ยืนยันชัดเจนรอเรียกญาติมาสอบ ส่วน สาว อสม.คานหาม ยันเป็นสาวพม่าปล่อยเงินกู้ ทวงหนี้พวกเดียวกันไม่พอใจสังหารยัดถุงในหอพักก่อนโยนทิ้งถ่วงน้ำ พนักงานสอบสวนระดมประดางมหาแขนขาที่เหลือ   มีความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญฆ่าชำแหละสาวเล็บแดงยัดถุงถ่วงน้ำที่อยุธยา พันตำรวจเอกสมิทธิ สารอต ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอุทัย เปิดเผยว่าผลการตรวจสอบลายนิ้วมือของผู้ตายนำมาตรวจสอบเปรียบเทียบพบว่าไปตรงกับหญิงสาวอายุ 47 ปี ชาวจังหวัดสระแก้ว ที่แจ้งหายไว้ช่วงสงกรานต์ ส่วนจะเป็นคนเดียวกันหรือไม่ยังไม่สามารถยืนยันได้ ต้องเชิญตัวญาติของหญิงสาวคนดังกล่าวมาสอบปากคำและทำการตรวจสอบลายนิ้วมืออย่างละเอียดอีกครั้ง และในที่ประชุมยังคงให้ทีมสืบสวนลงพื้นที่เดินเท้าตรวจสอบหาข้อมูลแลุ่มแรงงานต่างด้าวอย่างต่อเนื่อง    ในขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนได้ขอกำลังอาสาสมัครประดาน้ำของมูลนิธิพุทไธสวรรค์ ดำน้ำค้นหาซากโครงกระดูกท่อนขา และท่อนแขน ข้างซ้ายของผู้เสียชีวิตที่หายไปมาเป็นหลักฐานเพิ่มเติมและแขนซ้ายที่หายไปอาจจะมีหลักฐานแกะรอยติดตามคนร้ายได้   อย่างไรก็ตามได้มี สาว อสม.ตำบลคานหาม อำเภออุทัย มาเฝ้ากูการค้นหาของนักประดาน้ำในจุดที่เกิดเหตุ ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจซึ่งเป็นข้อมุลที่สาว อสม.นำมาเปิดเผยว่าได้พูดคุยกับชาวมอญทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งในนิคมสวนอุตสาหกรรมโรจนะซึ่งพักอยู่ที่หอพักใกล้กับจุดทีเกิดเหตุ บอกว่าผู้ตายน่าจะเป็นสาวพม่าหน้าตาดีอายุประมาณ 20 ปี เข้ามาทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ โซน C นานแล้ว นอกจากทำงานแล้ว ยังปล่อยเงินกู้ให้กับแรงงานต่างด้าวพวกเดียวกัน หากลูกหนี้รายใดจ่ายไม่ตรงกำหนดที่นัดหมาย จะเข้าไปต่อว่าและบุกทวงหนี้ถึงห้องพัก คาดเข้าไปทวงหนี้บุกถึงห้องพักห้องใดห้องหนึ่งใกลัย่านที่เกิดเหตุจนลูกหนี้ไม่พอใจสังหาร ชำแหละศพยัดถุงถ่วงน้ำนำมาทิ้งคลองอำพรางคดี และทราบว่าสาวพม่าคนดังกล่าวได้หายตัวไปตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่มา ซึ่งข้อมูลนี้ตำรวจกำลังติดตามสอบปากคำเร่งขยายผลอีกทางด้วย

 58,147
ข่าวภูมิภาค
27 เม.ย. 62

ฆาตกรโหดฆ่าหั่นศพสาวเล็บแดง แยกใส่ถุงถ่วงน้ำที่อยุธยา

พระนครศรีอยุธยา - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุทัย ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานและแพทย์โรงพยาบาลอุทัย ได้ร่วมกันชันสูตรซากโครงกระดูกผู้เสียชีวิต ถูกทิ้งบรรจุใส่ถุงพาสติกแบบตลาดนัดรูดซิปแน่นหนาถ่วงด้วยแท่งคอนกรีต จมอยุ่ในคลองโคกมะยม ริมถนนสายอุทัย ภาชี ใกล้กับอาคารพาณิชย์วัดโคกมะยม พื้นที่ หมู่ 6 ตำบลคานหาม อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา    โดยโครงกระดูกทั้งหมดที่พบถูกแยกเป็นชื้นส่วนมี หัวกระโหลก 1 ชิ้น ซี่โครงช่วงลำตัว 1 ชิ้น สะโพกหรือช่วงกระดูกเชิงกราน 1 ชิ้น ท่อนขาขวา 1 ชิ้น ท่อนแขนขวา 1 ชิ้น และเศษเอ็นติดไขมัน 1 ชิ้น และจากการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้นพบเล็บมือผู้ตายทาสีแดง สันนิษฐานว่าซากโครงกระดูกที่พบเป็นผุ้หญิงเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน เจ้าหน้าตำรวจทำการชันสุตร์แล้วได้รวบรวมเก็บข้อมูลไว้เป็นหลักฐานและส่งซากโครงกระดูกที่พบทั้งหมด ตรวจสอบชันสูตรหาร่องรอยสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตรโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมประเกียรติ จังหวัดปทุมธานีอีกครั้ง   และจากตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุพบว่าเป็นย่านชุมชนขนาดใหญ่ คลองโคกมะยมเป็นคลองที่ชาวบ้านเลิกใช้สัญจรมานานแล้วกลายเป็นคลองทิ้งน้ำลึกประมาณ 150 เซ็นติเมตรเท่านั้น จุดที่เกิดเหตุอยู่ในย่านของนิคมสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ในรัศมีใกล้เคียงรายล้อมด้วยหอพัก อาพาร์ตเม้น มีพนักงานต่างจังหวัดมาเช่าพักอาศัยทำงานเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ในรัศมียังมีสถานบันเทิงหลากหลายรูปแบบเปิดบริการกระจายอยู่จำนวนมากเช่นกัน กลุ่มที่มาเช่าพักอาศัยตามหอพัก อาพาร์ตเม้น ยังพบว่ามีแรงงานต่างด้าวเข้ามาพักอาศัยด้วยเช่นเดียวกัน   ซึ่งตำรวจได้เชิญตัวพนักงาน อบต.คานหามมาสอบปากคำในเบื้องต้นทราบแต่เพียงว่าก่อนจะพบซากโครงกระดูก ได้ตะเวนออกทอดแหหาปลาในคลอง แหเกิดไปติดถุงพาสติกขึ้นมาแกะดูพบท่อนแขนผู้เสียชีวิต ด้วยความตกใจกลับไปแจ้งให้นายไพรัช เดชะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ได้ทราบและแจ้งตำรวจโรงพักอุทัยมาตรวจสอบ นำเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาค้นหาจนพบมีถุงใส่โครงกระดูก 2 ถุง ดังกล่าว ส่วนท่อนขาพบว่าถูกวางหมกอยู่ในป่าหญ้าริมตลิ่งใกล้กับจุดที่พบถุงใส่โครงกระดูก สันนิษฐานว่าจะมีตัวเงินตัวทองที่ชุกชุมได้กลิ่นซากศพดึงออกจากถุงลากขึ้นตลิ่งแทะกิน    เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานผู้ตายไม่ใช่เป็นคนในท้องที่อย่างแน่นอน เป็นหญิงมาจาก 3 กลุ่มใหญ่ ไม่กลุ่มใดก็กลุ่มหนึ่ง กลุ่มแรกเป็นหญิงสาวโรงงานที่มาเช่าพักอาศัยอยุ่ตามหอพักหรืออาพาร์ตเม้น ใกล้กับจุดที่เกิดเหตุ กลุ่มที่สองเป็นหญิงสาวบริการตามร้านอาหาร เด็กเสริฟ นักร้อง สถานบริการยามค่ำคืนและกลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มสาวแรงงานต่างด้าว ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากใกล้กับจุดที่เกิดเหตุ ส่วนสาเหตุการสังหารมาจากความขัดแย้ง ความไม่พอใจ เรื่องใดเรื่องหนึ่ง คนร้ายต้องมีความชำนาญพอสมควร ก่อเหตุแล้วต้องใจเย็น ออกไปหาซื้อถุงพาสติกแบบตลาดนัดมีหูหิ้วซิปรูดอย่างดี ชำแหละศพแยกบรรจุชิ้นส่วนใส่ถุง 2 ใบ โยนถ่วงน้ำด้วยแท่งคอนกรีตไว้ในคลองเพื่ออำพรางศพ และเชื่อว่าคนร้ายได้ลงมือสังหารผู้ตายในรัศมีใกล้เคียงไม่ใกล้มากนัก เลือกที่จะนำศพที่ชำแหละใส่ถุงถ่วงน้ำมาทิ้งในจุดดังกล่าว ซึ่งชุดสืบสวนสภ.อุทัยลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบๆ จุดที่เกิดเหตุย้อนหลังตรวจสอบอยู่ในขณะนี้ ซึ่งก็พบว่าเวลาผ่านมามาหลายวันกล้องวงจรปิดถูกลบบันทึกซ้ำไปไปหมดแล้ว แต่ตำรวจยังคงเร่งติดตามคลี่คลายคดีนี้อยุ่เนื่องจากเป็นคดีที่ชาวบ้านให้ความสนใจ พฤติกรรมของคนร้ายเหี้ยมโหดลงมือฆ่าผู้หญิงชำแหละศพอย่างสยดสยองใส่ถุงถ่วงน้ำ   ทั้งนี้ ชุดสืบสวนโรงพักอุทัยได้ลงพื้นตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุในเวลากลางคืนเก็บข้อมูลหลักฐานหาร่องรอยคนร้ายช่วงเวลาก่อเหตุ และสอบปากคำพยานแวดล้อมเป็นชาวบ้าน เจ้าของหอพัก ใกล้จุดที่เกิดเหตุและแม่ค้าขายของ รวม 4 ปาก ทำให้เชื่อได้ว่าคนร้ายชำแหละศพใส่ถุงแล้ว หิ้วถุงใส่ศพลงมาทางด้านทิศเหนือของคลองโคกมะยมฝั่งอาคารพาณิชย์ติดกับร้านทำฟัน ซึ่งจะมีบันใดเหล็กเล็กสำหรับเดินลง ในช่วงเวลากลางคืนจะเงียบมีเพียง นายชาญ แจ่มจำรัส อายุ 66 ปี อดีตสัปเหร่อคนในพื้นที่เดินขึ้นลงอาศัยหลับนอนอยู่ใต้สะพานริมคลองใกล้จุดพบศพเพื่อเฝ้าหาปลาเท่านั้น   ชุดสืบสวนของโรงพักอุทัยยังได้แบ่งออกแกะรอยกล้องวงจรปิดใกล้กับจุดที่เกิดเหตุอย่างน้อย 2 จุดด้วยกัน ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการค้นหาภาพย้อนหลังหลายวัน มีกล้องที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุของชาวบ้าน ที่จะสามารถบันทึกภาพคนร้ายได้หากยังไม่ลบทับไปเสียก่อน เนื่องจากกล้องตัวนี้สามารถดูย้อนหลังไปได้ถึงวันที่ 20 เมษายน 2562 เท่านั้น โดยในวันนี้ (27 เม.ย.) ภาพจากกล้องวงจรปิดจุดนี้จะถูกโหลดมาได้ทั้งหมด และตำรวจจะเปิดภาพค้นหาอย่างละเอียด นอกจากนี้ชุดสืบสวนยังประสานงานกับโรงพักข้างเคียงว่ามีการรับแจ้งคนหายในพื้นที่ไหนหรือไม่ และยังฝากสื่อข่วยประชาสัมพันธ์อีกทางหากญาติใครเป็นผู้หญิงหายไปให้มาติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โรงพักอุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา    การสืบสวนยังต้องรอผลการชันสูตร์ศพจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี จะทำให้ทราบว่าผู้ตายมีอายุประมาณเท่าไร ซึ่งโครงกระดูกจะสามารถระบุอายุของคนได้ชัดเจน ทำให้การสืบสวนคลี่คลายคดีว่าผู้ตายเป็นใครง่ายขึ้นไปอีกเมื่อทราบอายุผู้ตายจากผลการชันสูตรของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ฯ   อย่างไรก็ตาม พันตำรวจเอก สง่า ธีรศรัณยานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าคดีนี้ตำรวจต้องสืบสวนให้ทราบได้ว่าผู้ตายเป็นใคร ก่อนเกิดเหตุไปเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ก็จะติดตามตัวคนร้ายได้ง่ายขึ้น ซึ่งตอนนี้ตำรวจต้องสืบให้ได้ว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหนอยู่กับใครก่อนตาย   ผู้การอยุธยาประชุมชุดสืบสวน คลี่คลายคดีฆ่าชำแหละศพสาวเล็บแดงยัดถุงถ่วงน้ำ ที่ห้องประชุมนันทโชติ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยให้หัวหน้าชุดสืบสวนของโรงพักอุทัยเก็บพยานหลักฐานที่พบทั้งหมดนำมาร่วมประชุม กับทีมสืบสวนกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อแบ่งชุดทำงานคลี่คลายในคดีนี้ ข้อสรุปในที่ประชุมจะรายงานต่อไป   อย่างไรก็ตามชุดสืบสวนของโรงพักอุทัยเจ้าของคดี ตั้งแต่เช้านำกำลังเจ้าหน้าที่ออกเดินเท้า เก็บข้อมูลหาหลักฐานจากแค้มแรงงานต่างด้าวที่มาอยู่อาศัยรวมกันย่านนิคมสวนอุตสาหกรรมโรจนะ แบ่งออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกไปตรวจสอบแค้มแรงงานต่างด้าวด้านหลังวิทยาลัยเทคนิคยานยนต์ พระนครศรีอยุธยา และอีกชุดแค้มแรงงานต่างด้าวย่านวัดโคกมะยม เนื่องจากกลุ่มแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ เป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ชุมชนย่านจุดที่เกิดเหตุไม่ค่อยยอมรับและผุ้ประกอบการหอพักจะไม่ให้เช่าพักอาศัยเนื่องจากมีพฤติกรรมชอบดื่มสุราและทะเลาะวิวาทเป็นประจำ   ในขณะเดียวกันพนักงานสอบได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรค์นำนักประดาน้ำลงงมหาหลักฐานก้นคลองจุดที่เกิดเหตุทิ้งศพ อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาหลักฐานที่คนร้ายอาจจะทิ้งรวมกับถุงถ่วงศพไว้บ้างอีกทั้งต้องการหลักฐานทราบให้ได้ว่าผู้ตายเป็นใครยิ่งจะง่ายในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีและค้นหาซากโครงกระดูกท่อนแขนและขาด้านซ้ายของผู้ตายที่ยังหาไม่พบด้วย   ซึ่งทีมกู้ภัยนักประดาน้ำของมูลนิธิพุทธไธสวรรค์เตรียมความพร้อม จุดธูป 9 ดอก บอกพระแม่คงคา เจ้าที่เจ้าทางและศาลเพียงตาจุดเกิดเหตุพบศพ ขอให้พบหลักฐานทีเ่ป็นประโยชน์ในการติดตามคนร้ายและยังบอกเซ้นไหว้ดวงวิญญานของผู้ตายได้ดลใจค้นหาพบหลักฐานชิ้นสำคัญสาวตัวถึงคนร้ายให้ได้   สำหรับแนวทางการสืบสวนคลี่คลายคดีนี้ ตำรวจให้น้ำหนักเป็นฝีมือแรงงานต่างด้าว ที่ตั้งแค้มอาศัยอยู่ในรัศมีจุดที่เกิดเหตุ แต่การค้นหาบุคคลที่หายไปก่อนหน้านี่ค่อนข้างยากลำบากเนื่องจากเป็นช่วงสงกรานต์มีบคุคลเข้าออกกลับบ้านกันเป็นจำนวนมากยากแก่การสืบหา แต่ตำรวจไม่ละความพยายาม ถึงแม้ว่าไม่มีหลักฐานที่สำคัญให้ติดตามแกะรอยหาตัวคนร้ายก็ตาม    ตำรวจสืบจากพฤติกกรรมการทิ้งศพของคนร้าย สันนิษฐานว่าคนร้ายไม่มีรถยนต์หรือยานพาหนะที่จะใส่ถุงศพมาทิ้ง เมื่อสังหารผู้ตายแล้วพยายามชำแหละศพใส่ถุงนำมาทิ้งเพื่ออำพรางศพ ด้วยการแยกนำใส่ถุงออกเป็นสองใบเพื่อง่ายแก่การหิ้วอำพรางหลบสายตาคนที่พบเห็นและน้ำหนักไม่มากนัก และเลือกทิ้งจุดที่สะดวกง่ายไม่ไกลจากจุดสังหารคือคลองโคกมะยมจุดที่พบศพ ที่สามารถเดินลัดเลาะจากถนนสายหลักไปทิ้งไม่ยากนัก ตำรวจจึงให้น้ำหนักไปยังคนร้ายกลุ่มแรงงานต่างด้าว ส่วนอีกสองกลุ่มผู้หญิงบริการตามสถานบันเทิง และกลุ่มผู้หญิงสาวโรงงานตามหอพักก็ยังไม่ทิ้งในประเด็นนี้เช่นกัน ยังคงเช็คติดตามหาผู้สูญหายในพื้นที่ข้างเคียงอยู่ตลอดเวลา   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/K5osMVRw8J0

 8,356
สังคม-อาชญากรรม
22 เม.ย. 62

ฆ่าหั่นศพหมอนวดไทย ตายที่โปรตุเกส เหตุเพราะเรื่องเงิน 1 หมื่นยูโร พ่อป่วยติดเตียงรู้ข่าวสิ้นใจตาม

กรณีพบศพหมอนวดสาวชาวไทย ถูกฆ่าหั่นคอและพบศพบริเวณย่านชายหาดเลซา เด ปัลเมรา (Leça da Palmeira) เมืองมาโตซินโญส์ เขตปอร์โต ทางตอนเหนือของประเทศโปรตุเกส เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาทราบว่าผู้ตายคือ น.ส.ณัชยา เจนจบ หรือเจ๊ต้อย หมอนวดสาวชาวไทย ขณะที่อวัยวะอื่นยังไม่พบ   ล่าสุดจับหญิงไทยเพื่อนสนิทที่ก่อเหตุได้แล้ว คือน.ส.แสงงาม สวายประโคน อายุ 52 ปี สารภาพร่วมกับสามีชาวปากีสถาน เป็นคนลงมือฆ่า น.ส.ณัชยา โดยขณะนี้ น.ส.แสงงามถูกควบคุมตัวในเรือนจำ แต่สามีชาวปากีสถานหลบหนีมายังประเทศไทยและถูกจับกุมตัวไว้ได้   แต่ไม่สามารถนำตัวกลับมาดำเนินคดีได้ทันที เพราะไทยกับโปรตุเกสไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ต้องรอให้ทางการโปรตุเกสทำเรื่องส่งกลับ ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือน และต้องรอตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน โดยปัจจุบันสามีของ น.ส.แสงงาม แต่งงานกันที่ประเทศไทย จึงได้สัญชาติไทย และ น.ส.แสงงามได้เปลี่ยนศาสนา เป็นชาวมุสลิมตามสามี   ขณะที่ปมการสังหารมาจากการให้เงิน โดยผู้ตายได้เงิน 1 หมื่นยูโร ประมาณ 3.6 แสนบาท ให้ไปลงทุนทำร้านนวด แต่กลับใช้ส่วนตัว เมื่อทวงเงินคืนจึงลงมือฆ่าพร้อมสามีชาวปากีสถาน   ด้านครอบครัวผู้ตายที่บ้านตะคร้อ ต.ช่างปี่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ พ่อของผู้ตายอายุ 86 ปี ซึ่งป่วยติดเตียงมานาน หลังทราบข่าวลูกสาวอาการได้ทรุดลงและเสียชีวิตลงเมื่อวันที่  14 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ขณะที่แม่วัย 76 ปี ซึ่งป่วยอีกคน ก็เสียใจเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่พูดถึงลูกสาวที่เสียชีวิต ก็ได้แต่ร้องไห้   เนื่องจากลูกสาวเป็นคนดีและหาเงินมาจุนเจือครอบครัวทุกครั้ง โดยเดินทางไปทำงานที่โปรตุเกสเป็นเวลา 2 ปีแล้ว แม้จะไม่เคยกลับมาบ้านแต่ก็ส่งเงินมาช่วยทางบ้านทุกเดือน เพื่อช่วยสร้างบ้าน เป็นเสาหลักให้กับครอบครัว ถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้กระดูกของลูกสาวมาทำบุญที่บ้าน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IA5WIXIN3fY

 27,873
ข่าวภูมิภาค
08 ก.พ. 62

เร่งแกะรอยคดีศีรษะปริศนาลอยกลางแม่น้ำเจ้าพระยา คาดคนตายเป็นหญิง

จากกรณี ตร.สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งจากชาวบ้าน พบชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา กำลังพัดเข้าฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย สภาพที่พบมีแค่เพียงส่วนศีรษะ ผมยาว  ผมบาง หน้าผากกว้าง ผิวขาว บริเวณใบหูซ้ายมีรอยเฉือน ผิวหนังรอบๆส่วนคอและหนังศีรษะเริ่มเน่าปื่อย   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (7 ก.พ.) ชุดสืบสวน สภ.สำโรงใต้ลงพื้นที่ติดตามหาเบาะแสและชิ้นส่วนร่างกายของผู้ตายรายนี้   โดย พ.ต.อ ประเสริฐ บัวขาว ผกก.สภ.สำโรงใต้ กล่าวว่าจากรูปพรรณสันฐาน คาดว่าผู้ตายอาจจะเป็นผู้หญิง ตอนนี้ได้ประสานพื้นที่ สน.ใกล้เคียง และสน.ที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วยตรวจสอบ ทั้งคนหายหรือจมน้ำ ส่วนจุดที่พบศพนั้น เป็นช่วงแม่น้ำเข้าพระยา รอยต่อระหว่างเขต สน.บางนา และ สภ.บางปู   โดยพื้นที่สภ.บางปู คือฝั่งตรงข้ามกับจุดพบชิ้นส่วนศพ  พบว่า มีการแจ้งบุคคลสูญหายเมื่อวันที่ 4 ก.พ. เป็นหญิงอายุประมาณ 45 ปี  ตร.ได้เรียกสอบปากคำสามีหญิงคนดังกล่าวแล้ว และนำไปตรวจ DNA เพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลประวัติ แต่ต้องรอผล ตรวจสอบประมาณ1สัปดาห์   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ สอบถามคุณลุงบุญมี ทีกระโทก คนขับรถสองแถวที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า จากสภาพศพ ดูแล้วไม่เคยเห็นในย่านนี้มาก่อน ซึ่งอาจจะลอยมาจากที่อื่น ตอนที่เห็นศีรษะลอยมากลางน้ำ ทุกคนตกใจเพราะเข้าใจว่าเป็นตุ๊กตาหรือลูกบอล แต่พบเห็นเป็นหัวคนก็เกิดอาการหลอน โดยส่วนตัวเชื่อว่า คนตายอาจจะถูกฆาตกรรม   ขณะที่ชุดสืบสวนตรวจสอบข้อมูลแล้ว จากการประเมินสภาพศพเบื้องต้นของชิ้นส่วนศีรษะ อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับหญิงที่สูญหายในพื้นที่สภ.พระประแดง เพราะหญิงรายดังกล่าวสูญหายเมื่อวันที่ 4 ก.พ.แต่สภาพศพที่พบ เน่าเปื่อย คาดว่าอาจจะเสียชีวิตมานานกว่านั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dB93J2A6bNI

 1,133
สังคม-อาชญากรรม
25 ม.ค. 62

จับยกแก๊งฆ่าหั่นศพหนุ่มเกาหลี ฆ่าเสร็จเปิดแอร์ 3 วันรอเลือดแห้ง ตัดหัวทิ้งทะเล พบปมหักหลังพนันออนไลน์

จากกรณีพบศพถูกฆ่าหั่นแยกชิ้นส่วนหัว แขน ขา เหลือแต่ลำตัวตั้งแต่ช่วงคอลงมาถึงโคนขา แผ่นหลังมีรอยสักลายกราฟิก หน้าอกสักรูปเกอิชา ยัดใส่ถุงดำ 3 ถุงทิ้งกลางป่าหนองสนม ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ต่อมาพบกระเป๋าเดินทาง 2 ใบถูกทิ้งริมหาดตากวน ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง กระทั่งทราบว่าศพที่ถูกฆ่าหั่นสยองรายนี้คือนายโซ มายฮูน อายุ 38 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ มีประวัติเคยถูกตำรวจ สน.ทองหล่อ จับคดีการพนัน เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2558   ล่าสุดตำรวจกองกำการ 2 กองปราบปราม ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เมืองจันทบุรี สามารถจับกุมตัวนายคิม ชองฮุน อายุ 32 ปี ได้ที่บริเวณก่อนถึงจุดผ่านแดน ไทย-กัมพูชา บ้านผักกาด ประมาณ 80 กม. ในพื้นที่ จ.จันทบุรี ก่อนคุมตัวมาสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ระยอง รายละเอียดจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันนี้ (25 ม.ค.)   ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ได้ประสานพาตัวนายกิม ฮยอนจุนอายุ 32 ปี ชาวเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าหั่นศพ นายโซ มายฮูน เข้ามอบตัวกับกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หวังว่าทางตำรวจจะกันตัวให้เป็นพยานในคดี   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นชาวเกาหลีและเป็นผู้ร่วมแก๊งพนันออนไลน์ จากนั้นทางกองปราบฯ ได้ส่งตัวนายกิม ฮยอนจุน ให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย   พล.ต.อ.ชัยวัฒน์  เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ดูแลงานด้านสืบสวนสอบสวน) ลงพื้นที่ติดตามคดี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตรวจสอบภายในบ้านหลังที่เป็นสถานที่ฆ่าหั่นศพนายโซ มายฮูน พบว่ายังมีคราบเลือดติดอยู่บริเวณห้องน้ำชั้น 2 ของบ้าน ผ้าม่านและบริเวณรอบบ้าน รวมถึงร่องรอยการต่อสู้ด้วย นอกจากนี้พบมีดและเลื่อย ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุหรือไม่ ต้องรอผลชันสูตรพลิกศพก่อน ทั้งนี้ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาร้านจำหน่ายถุงดำและอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุ เพื่อเป็นเบาะแสสำคัญคลี่คลายคดี   นายกิม ให้การว่า ตนหลบหนีเข้ามายังประเทศไทย โดยมีนายคิม ชองฮุน ชาวเกาหลีใต้ เป็นผู้ติดต่อให้มาเขียนโปรแกรมการพนันออนไลน์ โดยอาศัยอยู่ที่ทาวน์โฮม 3 ชั้น ดังกล่าว โดยนายคิม ชองฮุน  ติดต่อตนมาทำงาน และอาศัยอยู่กับนายโซ มายฮูน ผู้เสียชีวิต โดยที่ตนมีหน้าที่เขียนโปรแกรม ส่วนทั้งสองคนมีหน้าที่ในการรับแทงพนันออนไลน์ เพื่อส่งยอดไปยังเจ้าของใหญ่ที่ประเทศเกาหลี   “วันเกิดเหตุตนทำงานอยู่บนชั้น 3 ได้ยินเสียงทั้งสองคนทะเลาะกันอย่างรุนแรง จึงเดินลงมาดูพบทั้งสองคนกำลังชกต่อยกันอยู่ โดยที่นายคิม ชองฮุน ไล่ตนขึ้นไปบนชั้น 3 จึงรีบเดินกลับขึ้นไป ผ่านไป 20 นาที เสียงทะเลาะเงียบลง จึงเดินลงมาอีกรอบก็แทบช็อกกับภาพร่างของนายโซ มายฮุน  เลือดนองเต็มพื้น แล้วลากศพเข้าไปในห้องน้ำ รอให้เลือดไหลหมดตัว จากนั้นนำศพเข้ามาไว้อีกห้อง เปิดแอร์เย็นให้ศพแข็งตัว เป็นเวลา 3 วัน ก่อนช่วยกันลงมือชำแหละศพออกเป็น 8 ท่อน”   นายคิม ฮองฮุน ได้ลงมือแยกชิ้นส่วนศพใส่ถุงดำ ถุงปุ๋ย และกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ โดยบังคับให้ตนช่วย ถ้าไม่ช่วยจะลงมือฆ่าอีกคน ด้วยความกลัวจึงยอมทำตาม แล้วยกไปแอบไว้ข้างบ้าน โดยนำผ้ามาปิดอำพรางไว้ และช่วยกันล้างคราบเลือด จากนั้นนายคิม  ชองฮุน ได้อาบน้ำล้างตัว แล้วออกไปเที่ยวสถานบันเทิง ด้วยความกลัวตนก็รีบวิ่งกลับขึ้นไปบนห้องโดยที่ไม่กล้าลงมาอีกเลย   กระทั่งนายคิม ชองฮุน กลับมาจากเที่ยวก็เรียกให้ตนลงมาจากชั้น 3 เพื่อให้ช่วยถือผ้าปิดบัง ขณะที่นายคิม ชองฮุน ยกกระเป๋าขึ้นรถ แล้วนำไปทิ้งที่ป่าสงวนหนองสนม ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง จำนวน 2 ถุงดำ และอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนศีรษะและแขน 1 ข้าง นำไปทิ้งในทะเลบริเวณอ่าวประดู่ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ห่างจากจุดที่พบกระเป๋าบริเวณหาดตากวน ประมาณ 100 เมตร   หลังจากทิ้งชิ้นส่วนศพแล้ว ก็กลับมาที่ทาวน์โฮม แล้วเก็บเสื้อผ้าแยกย้ายกันหลบหนี ด้วยกลัวความผิด ตนจึงเดินทางไปยังสถานทูตเกาหลีใต้ เพื่อปรึกษาและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำไปเพราะถูกขู่บังคับ ต่อมาเจ้าหน้าที่สถานทูตจึงพาเข้ามอบตัวที่กองปราบปราม   ขณะที่หน่วยกู้ภัย เร่งตรวจสอบบริเวณคลองตากวน เพื่อหาชิ้นส่วนศีรษะและแขนข้างขวา โดยชาวประมงให้เบาะแสว่าพบวัตถุสีดำคล้ายเป้ลอยอยู่กลางทะเลห่างฝั่ง ประมาณ 3-4 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงนำเรือออกไปลาดตระเวนตามจุดที่ได้รับแจ้งแต่ไม่พบ เจ้าหน้าที่จึงค้นหาต่อทั้งในทะเลและในคลองตากวน   จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุติดแบล็คลิสต์เข้าเมืองไทย จึงได้ลักลอบเข้ามาประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติ เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา และเช่าบ้านหลังนี้เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ก่อนลงมือก่อเหตุสยองใน วันที่ 16 ม.ค.   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/MenKpv23MXA  

 21,412
ข่าวภูมิภาค
24 ม.ค. 62

หนุ่มโปรแกรมเมอร์รู้เห็นฆ่าหนุ่มเกาหลี เล่านาทีหั่นศพ แยกชิ้นส่วนทิ้งป่า-ทะเล

วันที่ 24 ม.ค. 62 พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ได้ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางไปตรวจสอบ บ้านทาวน์โฮม หมู่ 2 ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง หลังหนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุ ระบุว่าเป็นสถานที่ฆ่าหั่นศพ นายโซ มายฮูน   โดยนายฮอง จุน คิม ผู้ที่เข้ามอบตัว ให้การกับตำรวจว่า เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 16 ม.ค. โดยผู้ตายทะเลาะวิวาทและต่อสู้กับเพื่อนชาติเดียวกันอีกคนหนึ่ง ที่บริเวณชั้น 2 ของบ้าน ซึ่งขณะนั้นนายฮองทำงานอยู่ชั้น 3 ได้ยินเสียงทะเลาะกัน    เมื่อลงมาก็เห็นนายโซถูกแทงและทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตแล้ว นายคิมได้ขู่บังคับให้ช่วยกันนำร่างของนายโซ ไปไว้ในห้องน้ำ 3 วันเปิดแอร์ให้เย็น เพื่อชะลอการเน่า จากนั้นได้ไปซื้อเลื่อยไฟฟ้ามาหั่นศพเป็น 8 ชิ้น โดยส่วนลำตัว แขนขา ใส่ถุงดำไปโยนทิ้งในป่า ส่วนหัวใส่เป้ไปโยนทิ้งทะเล    นายฮอง จุน คิม อ้างว่า ที่ยอมร่วมมือซ่อนเร้นอำพรางศพ ก็เนื่องจากนายคิมขู่จะฆ่าอีกคน ส่วนสาเหตุที่ทะเลาะกันมาจากเรื่องการพนันออนไลน์ โดยผู้ตายเป็นนายทุนเกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์ และนายฮอง จุน คิม เป็นโปรแกรมเมอร์    ด้าน รอง ผบ.ตร ระบุว่า สำหรับนายคิม คนที่ลงมือฆ่า และหลบหนีอยู่ คาดว่าจะยังอยู่ในเมืองไทย ยังไม่หนีออกนอกประเทศ เบื้องต้นได้มีการประสานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของประเทศเพื่อนบ้านไว้แล้ว หากพบก็ให้ดำเนินการควบคุมตัว     ข่าวที่เกี่ยวข้อง ชัดแล้ว! เหยื่อถูกฆ่าหั่นศพเป็นชาวเกาหลี ลุยหาต่อส่วนหัวยังไม่พบ      

 16,902
สังคม-อาชญากรรม
24 ม.ค. 62

รวบหนุ่มโปรแกรมเมอร์ ร่วมฆ่าหั่นศพหนุ่มเกาหลี เร่งล่าอีกผู้ร่วมขบวนการ

จากกรณีพบศพถูกฆ่าหั่นแยกชิ้นส่วนหัว แขน ขา เหลือแต่ลำตัวตั้งแต่ช่วงคอลงมาถึงโคนขา แผ่นหลังมีรอยสักลายกราฟฟิก หน้าอกสักรูปเกอิชา ยัดใส่ถุงดำ 3 ถุงทิ้งกลางป่าหนองสนม ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ต่อมาพบกระเป๋าเดินทาง 2 ใบถูกทิ้งริมหาดตากวน ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง ห่างจากจุดพบชิ้นส่วนถูกหั่นทิ้งประมาณ 5 ก.ม.   ความคืบหน้า วันที่ 24 ม.ค.62  พล.ต.ต.จิรภพ  ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยว่า สถานเอกอัครราชทูตสาธารณเกาหลีประจำประเทศไทย ได้ประสานพาตัวผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ 1 ราย เข้ามามอบตัว ซึ่งผู้ต้องหาเป็นชาวเกาหลี    ทราบชื่อต่อมาว่า ชายคนดังกล่าวเป็นโปรแกรมเมอร์ จากการสอบสวนเบื้องต้นรับสารภาพว่าร่วมก่อเหตุฆ่าหั่นศพนายโซ มายฮูน จริงแต่อ้างว่าทำไปเพราะถูกบังคับ ถ้าไม่ทำตนก็จะถูกฆ่าเช่นกัน  ส่วนปมการสังหาร คาดว่ามาจากความขัดแย้งเรื่องพนันออนไลน์   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ชัดแล้ว! เหยื่อถูกฆ่าหั่นศพเป็นชาวเกาหลี ลุยหาต่อส่วนหัวยังไม่พบ    

 1,918
ข่าวภูมิภาค
24 ม.ค. 62

ชัดแล้ว! เหยื่อถูกฆ่าหั่นศพเป็นชาวเกาหลี ลุยหาต่อส่วนหัวยังไม่พบ

ระยอง-จากกรณีพบศพถูกฆ่าหั่นแยกชิ้นส่วนหัว แขน ขา เหลือแต่ลำตัวตั้งแต่ช่วงคอลงมาถึงโคนขา แผ่นหลังมีรอยสักลายกราฟฟิก หน้าอกสักรูปเกอิชา ยัดใส่ถุงดำ 3 ถุงทิ้งกลางป่าหนองสนม ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ต่อมาพบกระเป๋าเดินทาง 2 ใบถูกทิ้งริมหาดตากวน ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง ห่างจากจุดพบชิ้นส่วนถูกหั่นทิ้งประมาณ 5 ก.ม.   คืบหน้าวานนี้ (23 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระยอง ยังคงเดินหน้าค้นหาแขนขวา และศีรษะ ของศพชายคนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าถ้าค้นหาศีรษะพบ ก็เชื่อว่าน่าจะมีเบาะแสสำคัญว่าผู้ตายเป็นใคร ส่วนการหาความเชื่อมโยง ระหว่างกระเป๋าเดินทางเปื้อนเลือด 2 ใบ ที่พบในพื้นที่ชายทะเลของตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง ซึ่งสงสัยว่าจะเกี่ยวพันกับคดีฆ่าหั่นศพ เจ้าหน้าที่กำลังนำคราบเลือดมนุษย์ที่ติดอยู่กับกระเป๋าไปตรวจหาดีเอ็นเอ เพื่อเทียบเคียงกับดีเอ็นเอของศพว่าตรงกันหรือไม่   ต่อมาพลตำรวจโทจิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 ได้เปิดเผยต่อสื่อข่าว ถึงผลการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่พบศีรษะผู้ตาย ที่เป็นกุญแจสำคัญ แต่ผลจากการพบกระเป๋าเดินทางเปื้อนเลือด 2 ใบ ในพื้นที่ตำบลมาบตาพุด ก็เป็นกุญแจไขปริศนา จนทำให้ทราบว่า ผู้ตายคือนายโช มายฮูน อายุ 38 ปี ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งเคยถูกจับ พรบ.การพนัน ในพื้นที่ สน.ทองหล่อ ของไทย   โดยหลังจากพบกระเป๋าเดินทาง ก็พบว่าหมายเลขแท็กของกระเป๋าติดอยู่ด้วย จึงนำไปตรวจสอบ ก็พบว่าเจ้าของกระเป๋า คือนายโช จึงตรวจสอบประวัติ รวมถึงรูปพรรณของนายโช ซึ่งก็พบว่า มีรอยสักที่หน้าอกและบั้นเอว ตรงกับศพที่พบ รวมถึงผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงมั่นใจว่าเป็นนายโช อย่างแน่นอน   แต่สำหรับในส่วนของผู้ก่อเหตุ ขณะนี้ได้แบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยกันตรวจสอบ ทั้งพยานหลักฐานรอบๆ ที่เกิดเหตุ ไม่ว่าจะเป็นพยานบุคคล ภาพกล้องวงจรปิด รวมถึงวัตถุพยานแวดล้อม ตลอดจนตรวจสอบเส้นทาง ความเกี่ยวพัน เชื่อมโยง กับบุคคล หรือกลุ่มแก๊งมาเฟียต่างๆ ของนายโชด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีความคืบหน้าในเร็วๆนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่: https://youtu.be/iSgmULif6Ys  

 1,375
สังคม-อาชญากรรม
23 ม.ค. 62

เตรียมแถลงคืนนี้! ผบช.ภ.2 ระบุ เหยื่อฆ่าหั่นศพ เป็นหนุ่มเกาหลี คาดปมขัดแย้งผลประโยชน์

จากกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกฆ่าหั่นใส่ถุงดำ 3 ถุง ทิ้งป่าสงวนหนองสนม ซอยศาลเจ้า ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง โดยถูกหั่นจนเหลือเพียงช่วงลำตัวตั้งแต่คอลงมาถึงโคนขาไส้ทะลักออกมา บริเวณบั้นเอวด้านหลังมีรอยสักลายเส้นกราฟฟิก เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 5 วัน โดยเจ้าหน้าที่เร่งหาส่วนศีรษะและชิ้นส่วนที่เหลือ คือศีรษะ ท่อนบนของขาขวา และส่วนของแขน   ล่าสุด พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกฆ่าหั่นศพเป็นศพชายชาวเกาหลี เนื่องจากได้หลักฐานที่น่าเชื่อได้ว่าเป็นชาวเกาหลี ชื่อ MR.CHOI MYONGHOON อายุ 35 ปี ประกอบกับจากการสังเกตพฤติกรรมการก่อเหตุ ที่นำชิ้นส่วนมนุษย์มาแยกใส่กระเป๋าเดินทาง น่าจะเป็นลักษณะของชายต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย ประกอบกับรูปพรรณสันฐานของชิ้นส่วนศพที่พบไม่น่าจะใช่คนไทย   ส่วนคนร้ายที่ลงมือเหตุ จากพยานหลักฐานที่มีอยู่เชื่อได้ว่าอาจจะกลุ่มชาวต่างชาติ หรือคนชาติเดียวกันกับผู้เสียชีวิตที่อาจขัดแย้งผลประโยชน์ ซึ่งขณะนี้ได้รับข้อมูลจากทางสถานทูตเกาหลีแล้ว หากผลชันสูตรยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิต ก็จะสามารถสืบทราบหาคนร้ายที่ก่อเหตุได้อย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตามได้เรียกประชุมทีมสืบสวน พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสถานทูตเกาหลี ในเวลา 19.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง พบกระเป๋าเดินทางชาวเกาหลีเปื้อนเลือด ต้องสงสัยโยงฆ่าหั่นศพระยอง

 8,364
ข่าวภูมิภาค
23 ม.ค. 62

พบกระเป๋าเดินทางชาวเกาหลีเปื้อนเลือด ต้องสงสัยโยงฆ่าหั่นศพระยอง

ระยอง-จากกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกฆ่าหั่นใส่ถุงดำ 3 ถุง ทิ้งป่าสงวนหนองสนม ซอยศาลเจ้า ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง โดยถูกหั่นจนเหลือเพียงช่วงลำตัวตั้งแต่คอลงมาถึงโคนขาไส้ทะลักออกมา บริเวณบั้นเอวด้านหลังมีรอยสักลายเส้นกราฟฟิก เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 5 วัน โดยเจ้าหน้าที่เร่งหาส่วนศีรษะและชิ้นส่วนที่เหลือ คือศีรษะ ท่อนบนของขาขวา และส่วนของแขน   ด้านพลตำรวจตรีชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง บอกว่า ขณะนี้ทราบเพียงว่า ผู้ตายเป็นชาย แต่ยังไม่สามารถบอกอะไรได้มากนัก เนื่องจากชิ้นส่วนศพยังไม่ครบ จึงยังไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร สันนิษฐานได้เพียงว่า น่าจะถูกฆ่ามาจากที่อื่น แล้วคนร้ายแยกชิ้นส่วนศพใส่ถุงดำ นำมาโยนทิ้งไว้เพื่ออำพรางคดี ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำงานซักระยะหนึ่งก่อน   ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง ย้อนหลังไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ เพื่อหาตัวผู้ต้องสงสัย รวมถึงเร่งประชาสัมพันธ์ หากใครมีญาติสูญหาย หรือสงสัยว่าผู้ตายจะเป็นญาติ ก็ขอให้มาติดต่อขอดูศพได้ ซึ่งก็เชื่อว่าจะมีความชัดเจนขึ้นในเร็วๆ นี้   ต่อมาเจ้าหน้าที่รับแจ้งจากชาวบ้านบริเวณปากคลองตากวน อำเภอเมืองระยอง ว่าพบกระเป๋าต้องสงสัย ที่เกิดเหตุ ก็พบกระเป๋าเดินทางสีน้ำเงิน และสีเงินขนาดเล็ก และขนาดใหญ่รวม 2 ใบ ทิ้งอยู่ใกล้กับชายหาดปากคลองตากวน จึงทำการตรวจสอบ พบว่ากระเป๋าใบใหญ่ มีคราบคล้ายเลือดเปรอะเปื้อนอยู่ จึงให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบ ยืนยันว่ารอยสีแดงที่เปรอะเปื้อนกระเป๋าอยู่ เป็นเลือดมนุษย์ แต่จะเกี่ยวข้องกับคดีฆ่าหั่นศพหรือไม่ ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ความเกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง   จากสอบถามจากชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง บอกว่า เห็นกระเป๋าทั้งสองใบ ถูกวางทิ้งไว้หลายวันแล้ว แต่ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าเจ้าของอาจจะลืมไว้ แล้วก็คงจะกลับมาเอาในภายหลัง แต่พอทราบว่ามีข่าวพบศพถูกฆ่าแยกชิ้นส่วน จึงไปเปิดดู พบว่ารอยสีแดงคล้ายคราบเลือด จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ ส่วนการค้นหาชิ้นส่วนมนุษย์ที่เหลือ คือส่วนของศีรษะ รวมถึงบางส่วนของแขน และขา ของผู้ตาย ขณะนี้ยังไม่พบแต่เจ้าหน้าที่คงเดินหน้าค้นหาอย่างต่อเนื่อง   ต่อมามีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตเกาหลีพร้อมตำรวจเกาหลี เดินทางมาร่วมตรวจสอบหลังจากเห็นข่าวคดีฆ่าหั่นศพ และเจ้าหน้าที่รับแจ้งพบกระเป๋าเดินทางอีก 2 ใบต้องสงสัยทิ้งอยู่ชายหาดสุชาดา เขตมาบตาพุดอาจเชี่ยมโยงคดีฆ่าหั่นศพ เจ้าหน้าที่จึงเก็บมาตรวจสอบกระเป๋าเดินทางพบว่าคล้ายมีคราบเลือดอยู่ด้านในกระเป๋า   และที่ด้านนอกกระเป๋าเดินทางยังมีแท็กติดข้างกระเป๋าอยู่ด้วยจึงได้นำไปตรวจสอบพบว่ากระเป๋าเดินทางที่พบเป็นของชาวเกาหลี และเมื่อตรวจสอบที่มาของกระเป๋ายังพบอีกว่าเจ้าของกระเป๋าไม่ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ส่วนกระเป๋าเดินทางมาอยูในพื้นที่จังหวัดระยองได้อย่างไร   ชมผ่านยูทูปได้ทีนี่: https://youtu.be/JKyZycjjCLc    

 5,638

Top