ค้นหา :

ผลการค้นหา "สรรพสามิต"

เศรษฐกิจเข้มแข็ง
08 พ.ค. 62

สรรพสามิต เดินหน้าต่อ เก็บภาษีเบียร์ไร้เเอลกอฮอล์ เร่งหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อสรุปชัดเจนใน 2 เดือน

สรรพสามิต ยัน เดินหน้าเก็บภาษีเบียร์แอลกอร์ฮอล์ 0% เตรียมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระบุ ต้องได้ข้อสรุปชัดเจนใน 2 เดือน   วันที่ 8 พ.ค. 62 นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงความคืบหน้าแนวทางการจัดเก็บภาษีเบียร์แอลกอฮอล์ 0% หรือ เบียร์ไร้เเอลกอฮอล์ ว่า    ในช่วงสิ้นเดือนนี้เตรียมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขและภาคเอกชน เพื่อกำหนดแนวทางการจัดเก็บภาษีดังกล่าว ว่าจะต้องจัดเก็บหรือไม่ และอัตราเท่าใด ซึ่งในส่วนของกรมสรรพสามิต ยืนยันร่วมในหลักการเดิมที่ให้มีการจัดเก็บ เพราะในต่างประเทศมีการใช้ชื่อเรียกและทำการตลาดในกลุ่มเบียร์เช่นเดียวกับเบียร์ปกติ ซึ่งเป็นช่องทางที่อาจนำไปสู่การให้กลุ่มนักดื่มใหม่เข้ามาบริโภคเบียร์มากขึ้น   ทั้งนี้ อัตราการจัดเก็บภาษีสรรพพสามิต สำหรับเครื่องดื่มแอลกอร์ฮอล์ได้จัดเก็บตามส่วนผสมของแอลกอร์ฮอล์ แต่เบียร์ 0% นั้น อาจต้องปรับหลักการเสียภาษีใหม่ ที่คำนึงถึงผลกระทบสุขภาพของผู้ดื่ม    เบื้องต้น คาดว่าอัตราภาษีจะสูงกว่าภาษีเครื่องดื่ม แต่จะต่ำกว่าภาษีเครื่องดื่มแอลกอร์ฮอล์ ซึ่งทั้งหมดไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายใหม่ เพราะกฎหมายในปัจจุบันเปิดช่องให้ดำเนินการได้   อย่างไรก็ตามจะต้องสรุปเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง สรรพสามิตเป็นห่วงเยาวชน เก็บเพิ่มภาษีเบียร์ไร้เเอลกอฮอล์ หลังสงกรานต์นี้    

 2,201
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
11 เม.ย. 62

สรรพสามิตเพ่งเล็งเบียร์-น้ำมัน หลังเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้า ห่วงสุขภาพคนไทยจ่อขึ้นภาษียาเส้น

กรมสรรพสามิต เก็บภาษี 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 62 ได้ 2.89 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 4.7%  แต่สูงกว่าช่วงเดียวกันกับปีก่อน 2 หมื่นล้านบาท เพ่งเล็งเบียร์ กับน้ำมัน ลักลอบหนีภาษีหรือไม่ หลังพบภาษีเบียร์หลุดเป้า 27% ส่วนภาษีน้ำมันหลุดเป้า 12.5% เร่งแก้ระเบียบตรวจสอบการส่งออกเพื่อให้มั่นใจว่านำออกจริง ไม่ได้นำกลับมาขายในประเทศ   ขณะเดียวกันกรมสรรพสามิตเตรียมขึ้นภาษียาเส้น เพราะรายได้จากการจัดเก็บภาษียาเส้นปรับสูงขึ้นถึง 200% หลังพบนักสูบหันไปบริโภคสูงขึ้นมาก เนื่องจากราคาถูกกว่าบุหรี่มวน ซึ่งทางสรรพสามิตสวมบทสาธารณสุขเป็นห่วงสุขภาพ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/UPV_b-9mj10    

 8,209
สังคม-อาชญากรรม
07 ก.พ. 62

บุกทลายแหล่งผลิตเหล้าเถื่อน กลางเมืองโคราช โดนหนัก 2 ข้อหา

สรรพสามิตบุกทลายโรงงานผลิตเหล้ายาดองเถื่อนรายใหญ่กลางเมืองโคราช ยึดเหล้าขาว และยาดองกว่า 3000 ลิตร เจ้าหน้าที่ถึงกับผงะกลิ่นสุราโชยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ   (7 ก.พ. 62) ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายพีรดล จงเจริญรัตน์ ผู้อำนวยการสรรพสามิตภาคที่ 3 พร้อมด้วยนายอภิวัชร์ มีเสือ สรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่สรรพสามิต บุกเข้าจับกุมโรงงานผลิตเหล้ายาดองเถื่อนภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลหนองบัวศาลา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งขณะบุกเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่ถึงกับผงะเมื่อได้กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ โดยสามารถจับกุมคนงานชายได้ 2 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ผลิต และผสมเหล้ายาดอง พร้อมยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก อาทิ โอ่งมังกรขนาดใหญ่ที่ใช้ในการผสมยาดอง ภายในบรรจุยาดองเต็มโอ่งจำนวน 29 ใบ สุราขาวเถื่อน 14 แกลลอน กระสอบสมุนไพร 4 กระสอบ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต และบรรจุยาดองอีกจำนวนมาก รวมสุราขาว และสุรายาดองที่เจ้าหน้าที่ยึดได้มากกว่า 3000 ลิตร   นายพีรดล จงเจริญรัตน์ ผู้อำนวยการสรรพสามิตภาคที่ 3 เปิดเผยว่า การจับกุมแหล่งผลิตสุรายาดองเถื่อนรายใหญ่ในครั้งนี้ เป็นผลจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่สรรพสามิตมานานนับเดือน ซึ่งกลุ่มผู้กระทำความผิดที่ถูกจับกุมในครั้งนี้เป็นลูกจ้างที่ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิต ซึ่งให้การรับสารภาพว่าเช่าห้องพักดังกล่าวผลิตสุรายาดองเถื่อนมานานกว่า 6 เดือน โดยมีนายทุนคนหนึ่งนำสุราขาวเถื่อน สมุนไพร และอุปกรณ์ผลิตยาดองต่างๆ มาให้ใช้ในการผลิต ซึ่งกรรมวิธีในการผลิตกลุ่มผู้ต้องหาก็จะนำสุรากลั่น (เหล้าขาวเถื่อน) ไปผสมหมักกับสมุนไพรต่างๆ กว่า 10 ชนิด อาทิ ม้ากระทืบโรง กระชายขาย แก่นขี้เหล็ก และไพล  โดยสุรายาดองที่ผลิตจะถูกส่งไปขายตามร้านขายยาดองต่างๆ ในพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัดนครราชสีมา สร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้กระทำผิดเดือนละหลายแสนบาท ขณะที่ทำให้รัฐต้องสูญเสียภาษีไปเป็นเงินจำนวนมากเช่นเดียวกัน ซึ่งสถานที่แห่งนี้ถือเป็นแหล่งผลิตยาดองเถื่อนรายใหญ่แห่งหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา มีความผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ. ศ. 2560 ในข้อหาผลิตสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหามีไว้เพื่อขายซึ่งสุราที่ผลิต ก่อนจะส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนขยายผลหาตัวนายทุนที่อยู่เบื้องหลังการผลิตสุรายาดองเถื่อนรายนี้ต่อไป

 2,600
ข่าวภูมิภาค
26 ธ.ค. 61

จับยาย ลักลอบผลิตเหล้าเถื่อนกว่าพันลิตร สารภาพ ไว้ขายหารายได้ช่วงปีใหม่

วันที่ 26 ธ.ค.61 เมื่อเวลา 10.30 น. นายเอกศักดิ์ เล็กมณี สรรพสามิตพื้นที่สุโขทัยพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สรรพสามิตเดินทางไปยังกลางทุ่งนาในพื้นที่หมู่ 4 ต.ดงคู่ อ.ศรีสันาลัย จ.สุโขทัย หลังสืบทราบว่า มีการลักลอบกลั่นสุราเถื่อนบริเวณพื้นที่ดังกล่าว   เมื่อเดินทางถึงบริเวณป่าละเมาะกลางทุ่งนาดังกล่าวพบหญิงสูงวัยทราบชื่อภายหลังคือ นางอำนวย อายุ 61 ปี กำลังนั่งดูแลการกลั่นสุราเถื่อนผ่านอุปกรณ์เครื่องกลั่นจำนวนมากในบริเวณดังกล่าว โดยพบของกลางคือ โอ่งมังกรขนาดใหญ่บรรจุสุราแช่ขนาด 100 ลิตรจำนวน 10 ใบ เครื่องกลั่นผลิตสุราขนาดบรรจุ 200 ลิตรพร้อมอุปกรณ์การกลั่น 1 ชุด สุรากลั่นบรรจุถังรวมจำนวน 100 ลิตร เจ้าหน้าที่สรรพสามิตจึงเข้าทำการจับกุมเพื่อดำเนินการกฏหมาย   เบื้องต้นนางอำนวยผู้ต้องหากล่าวสั้นๆ ว่า สำหรับการกลั่นสุราดังกล่าวเนื่องจากใกล้เทศกาลปีใหม่จึงได้กลั่นสุราเพื่อเตรียมไว้ออกจำหน่ายให้กับผู้ที่เดินทางกลับบ้านช่วงปีใหม่เพื่อหารายได้เท่านั้น   เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหานางอำนวยว่า มีเครื่องกลั่นสำหรับผลิตสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต, ผลิตสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีไว้ในครอบครองซึ่งสุราที่ผลิตขึ้นโดยฝ่าฝืนมาตรา153 วรรคหนึ่ง , มีไว้เพื่อขายซึ่งสุราที่ผลิตขึ้นโดยฝ่าฝืนมาตรา 153 วรรคหนึ่ง    ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ 2560 จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางในการกระทำผิดนำส่ง ร.ต.อ. นิกร มงคลประดิษฐ์ พนังงานสอบสวน สภ.ศรีสัชนาลัย ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป      

 4,591
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 ส.ค. 61

โผล่อีก! แม่ค้าร้านชำแฉครอบครองน้ำข้าวหมากถูกจับปรับ5พัน - สรรพสามิตขู่ฟ้องบิดเบือนความจริง

หลังเกิดกรณีแม่ค้าขายข้าวหมากถูกสรรพสามิตบุรีรัมย์จับปรับเงิน 10,000 บาท ในข้อหาจำหน่ายเหล้าสาโท โดยไม่ได้รับอนุญาต จนโลกออนไลน์ต่างออกมาวิจารณ์กันเป็นจำนวนมากนั้น   ล่าสุดมีนางประเสริฐ วามไธสง อายุ 52 ปี แม่ค้าขายของชำในเขตเทศบาล ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน บุรีรัมย์ ออกมาเปิดเผยว่า เมื่อกลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่สรรพสามิตมาตรวจสอบในร้านว่ามีใบอนุญาตขายสินค้าถูกต้องหรือไม่ เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นขวดใส่น้ำข้าวหมากแช่ในตู้เย็นก็ถูกจับที่มีน้ำข้าวหมากไว้ในครอบครอง แจ้งว่าจะต้องเสียค่าปรับ 50,000 บาท ตนตกใจทำอะไรไม่ถูกไม่คิดว่าจะมีโทษรุนแรงขนาดนั้น สุดท้ายเจ้าหน้าที่ได้ลดราคาค่าปรับเหลือ 10,000 บาท ก่อนเจ้าหน้าที่จะลงบันทึกแล้วนัดให้ไปจ่ายค่าปรับที่สรรพสามิตจังหวัดบุรีรัมย์ตามวันเวลาที่กำหนด     ล่าสุดเรื่องนี้ นายณัฐกร อุเทนสุต ผอ.สำนักแผนกภาษี รองโฆษกกรมสรรพสามิต ได้ชี้แจงกรณีนี้ว่า น้ำข้าวหมากคือเหล้าสาโทซึ่งเจ้าหน้าที่พบว่าป้าร้านขายของชำมาอยู่ในครอบครองจริงจึงต้องจับกุมและปรับเงินจำนวน 5,000 บาท จ่อฟ้องดำเนินคดีเพราะทั้ง 2 คดีไม่ตรงกับข้อเท็จจริงทำให้  กรมสรรพสามิตได้รับความเสียหาย   ขณะที่ลูกสาวของป้าร้านขายของชำได้ออกมาแก้ข่าวว่า คุณแม่เป็นฝ่ายผิดจริง เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิด และได้ขอโทษกรมสรรพสามิตไปแล้ว จึงอยากวอนให้ทางแอดมินเว็บไซต์ข่าวแก้ไขข่าวให้ถูกต้องด้วย              ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/r3FVAi6dIhk

 4,168
สังคม-อาชญากรรม
16 ส.ค. 61

รองปลัด ยธ. โพสต์ ศาลเคยมีมติสั่งถอด ‘ข้าวหมาก’ ออกจาก พ.ร.บ.สุราฯ ระบุ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน

จากกรณี นางเสน่ห์ ป่วงรัมย์ อายุ 60 ปี แม่ค้าขายข้าวหมาก ร้องสื่อได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิตบุรีรัมย์ เข้าจับกุมบริเวณตลาดนัดคลองถมสี่แยกกระสัง อ.เมืองบุรีรัมย์ ในข้อหาจำหน่ายเหล้าสาโท โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเรียกค่าปรับสูงถึง 5 หมื่นบาท โดยมีการต่อรองค่าปรับลดลงเหลือ 3 หมื่นบาทและลดลงเหลือแค่ 1 หมื่นบาทเพื่อแลกกับการปล่อยตัว   ล่าสุด นาย ธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงประเด็นดังกล่าว ว่า ‘ผมไม่มีข้อเท็จจริงในคดีนี้ จึงไม่สามารถวิพากษ์ได้ แต่อยากให้ความรู้เป็นการทั่วไปในส่วนที่เกี่ยวข้องครับ ข้าวหมักหรือข้าวหมาก เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น มีส่วนผสมสำคัญจาก “ลูกแป้งข้าวหมาก” พบมากที่สุด จากหลายๆ ที่ ทำกันอย่างเปิดเผย ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ผิดกฎหมายแล้ว เพราะได้แยกลูกแป้งข้าวหมากออกจาก พรบ. สุราแล้ว และส่วนผสมก็มีไม่มาก   “ลูกแป้งข้าวหมักหรือข้าวหมาก” จะมีเชื้อราสกุล Mucor sp., Amylomyces rouxii , Rhizopus oryae ที่เป็นคุณเป็นประโยชน์ ไม่ใช่เชื้อราที่เป็นโทษ เชื้อราทำหน้าที่สร้างเอนไซม์อมิเลสออกมาย่อยแป้งในข้าวเหนียวให้เป็นน้ำตาลในช่วงหนึ่ง คือ ๒-๓ วัน หลังจากนั้น ก็เป็นหน้าที่ของยีสต์ ในสกุล Sacchacomyces sp., saccharomycopsis fibuligera , hansenula anomala , Endomycopsis ที่หมักน้ำตาลในข้าวหมากกลายเป็นแอลกอฮอล์ แต่ก็ไม่มาก ลูกแป้งทำข้าวหมากจะให้ความหวานมากกว่าแอลกอฮอล์ไม่เหมือนกับลูกแป้งเหล้า จะให้ แอลกอฮอล์มากกว่าความหวาน   จำได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญเคยมีมติ ๘:๖ ให้ถอดแป้งข้าวหมาก ออกจาก พ.ร.บ.สุราฯ ระบุละเมิดภูมิปัญญาชาวบ้าน และการประกอบอาชีพ เนื่องจากคำว่าเชื้อสุรา ตามนิยามของความหมายใน มาตรา ๔ ของ พ.ร.บ.สุรา ระบุให้หมายความว่า แป้งเชื้อสุรา แป้งหมัก หรือเชื้อใดๆ ซึ่งเมื่อหมักกับวัตถุ ของเหลวอื่นแล้ว สามารถทำให้เกิดแอลกอฮอล์ที่ใช้ทำสุราได้ก็ตาม แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า แป้งข้าวหมักมีลักษณะที่ไม่ใช่เชื้อสุราในตัวเอง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น อาหาร ยา   ดังนั้น การที่มาตรา ๒๔ บัญญัติว่า ทำหรือขายเชื้อสุรา ที่มีความหมายรวมถึงแป้งข้าวหมัก จึงเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๐ รวมทั้งยังเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๖ ที่บัญญัติให้บุคคลซึ่งรวมตัวกับเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ย่อมมีสิทธิอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น และของชาติด้วย แต่เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีบทกฎหมายบัญญัติรองรับมาตราดังกล่าว จึงไม่สามารถอ้างได้ว่า มาตรา ๒๔ ขัดหรือแย้งกับ มาตรา ๔๖ (คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๒๕/๒๕๔๗. (๒๔๔๗, ๔ ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มท่ี ๙๒๑ ตอนที่ ๖๓ ก)   หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยดังกล่าวแล้ว การผลิตและจำหน่ายแป้งข้าวหมักก็สามารถจำหน่ายนอกพื้นที่ที่ยื่นขออนุญาตไว้ได้ เรื่องที่เกรงว่าจะนำไปผลิตสุราเถื่อนนั้น ไม่ต้องห่วงเนื่องจากการผลิตสุราเถื่อนไม่นิยมนำแป้งข้าวหมักมาใช้ในการผลิตเพราะดูแลยาก อีกทั้งตัวแป้งข้าวหมักจะต้องคอยควบคุม อุณหภูมิและไม่คุ้มต้นทุน และสุราท่ีได้จะมีแรงแอลกอฮอล์เพียง ๕ ดีกรี จึงมักนิยมใช้ส่าเหล้ามาผลิต มากกว่า ในส่วนของการผลิตอาหารและยารักษาโรคท่ีต้องใช้แป้งข้าวหมักเป็นส่วนผสมในการผลิตน้ัน ก็ สามารถใช้แป้งข้าวหมักได้อย่างเสรีโดย“แป้งข้าวหมัก”ไม่เป็น“เชื้อสุรา”ตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.๒๔๙๓ แล้วครับ   นอกจากนี้คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับความหมายของคำว่า สุราที่น่าสนใจ...!! คำพิพากษาศาลฎีกาที่ใกล้เคียงกับกรณีนี้ไว้เป็นกรณีศึกษา คือคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๕๙/๒๕๐๙ เจ้าพนักงานสรรพสามิตจับจำเลยพร้อมด้วยของกลางคือข้าวหมักผสมสีอินดิโก ๑ โอ่ง ปริมาณ ๗๐ ลิตร กรรมวิธีในการทำใช้ข้าวเหนียวกับลูกแป้งเชื้อสุราหมักทิ้งไว้ ๒-๓ วัน แล้วจึงเอาสีผสมที่จำเลยใช้ย้อมผ้าเป็นสีครามของกลางรายนี้มีสีผสมอยู่ สรรพสามิตอำเภอเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่าไม่ทราบว่าข้าวหมักผสมสีอย่างรายของจำเลยจะมีคนเอามาดื่มกินหรือไม่ กรมวิทยาศาสตร์ชี้แจงผลการพิจารณาตัวอย่างที่กรมสรรพสามิตนำส่งและที่เจ้าหน้าท่ีกรมวิทยาศาสตร์ไปเก็บตัวอย่างมาพบว่ามีสีอินดิโก (indigo) ผสมอยู่ทุกตัวอย่างอาจใช้ดื่มกินได้เช่นเดียวกับสุรา ถ้าผู้บริโภคไม่ทราบถึงคุณสมบัติของสีที่ใช้ผสมจะเป็นพิษอันตรายหรือไม่ เพียงใด ของกลางที่จับได้จากจำเลยเป็นข้าวหมักผสมสีอินดิโก เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตไม่แน่ใจว่าจะดื่มได้อย่างสุราธรรมดา ทั้งไม่ทราบว่าจะมีคนเอามาดื่มกินกันหรือไม่ ตามความเห็นของกรมวิทยาศาสตร์ปรากฎชัดอยู่ว่าข้าวหมักผสมสีอินดิโกใช้ดื่มกินได้เช่นเดียวกับสุราเฉพาะผู้บริโภคท่ีไม่ทราบถึงคุณสมบัติของสีที่ใช้ผสมว่าจะเป็นพิษอันตรายเท่านั้นโดยเหตุน้ีของกลางในคดีน้ีจึงมิใช่สุราตามความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัตติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ ศาลฎีกาจึงเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดตามฟ้อง   ส่วนการผลิตข้าวหมักหรือข้าวหมากขาย ซึ่งไม่ใช่เป็นผลิตแป้งข้าวหมากนั้น ยอมรับว่า ผมไม่มีความรู้ว่าชาวบ้านต้องไปขออนุญาตอย่างไรหรือไม่ แต่ถ้ามี...ขั้นตอนแรกควรสร้างความรู้ความเข้าใจ และตักเตือนก่อน แล้วให้ไปทำเสียให้ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมทั้งช่วยอำนวยความสะดวกให้ด้วย ถ้าไม่ทำและยังฝืนกฎหมายทำต่อ จึงค่อยบังคับใช้กฎหมายกันต่อไปดีไหมครับ   ดูข่าวเพิ่มเติม ยายสะอื้นขายข้าวหมากห่อละ 5 บาท โดนสรรพสามิตจับปรับ 5 หมื่น  

 7,395
ปากท้องร้องทุกข์
16 ส.ค. 61

ยายสะอื้นขายข้าวหมากห่อละ 5 บาท โดนสรรพสามิตจับปรับ 5 หมื่น ข้อหาขายสาโท

บุรีรัมย์-นางเสน่ห์ ป่วงรัมย์ อายุ 60 ปี แม่ค้าขายข้าวหมาก ร้องสื่อได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิตบุรีรัมย์ เข้าจับกุมบริเวณตลาดนัดคลองถมสี่แยกกระสัง อ.เมืองบุรีรัมย์ ในข้อหาจำหน่ายเหล้าสาโท โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเรียกค่าปรับสูงถึง 5 หมื่นบาท โดยมีการต่อรองค่าปรับลดลงเหลือ 3 หมื่นบาทและลดลงเหลือแค่ 1 หมื่นบาทเพื่อแลกกับการปล่อยตัว   จากการสอบถามนางเสน่ห์ เล่าว่าตนเองเป็นคนชรา อยากจะหาอาชีพเสริม เห็นตลาดนัดมาเปิดใกล้บ้าน ประกอบกับตัวเองทำงานหนักไม่ได้เพราะขาหัก 6 ท่อน เนื่องจากประสบอุบัติเหตุ จึงทำข้าวหมากห่อใบตอง (อาหารภูมิปัญญาพื้นบ้าน) ขายวันละประมาณ 20-30 ห่อ ห่อละ 5 บาท ได้กำไรวันละ 50-100 บาท   ต่อมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมาได้มีเจ้าหน้าที่สรรพสามิตซึ่งมีผู้หญิง 2 คนและผู้ชาย 1 คนเข้ามาจับกุมในข้อหาจำหน่ายสุราสาโทโดยไม่ได้รับอนุญาต ตนเองตกใจ พยายามอธิบายให้เจ้าหน้าที่เข้าใจถึงเหตุผล แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่รับฟังพร้อมข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีมีโทษถึงติดคุก พร้อมเรียกค่าปรับเป็นเงิน 50,000 บาท ตนเองถึงกับเข่าทรุด เพราะไม่มีเงินที่จะมาเสียค่าปรับและกลัวจะติดคุก   ทั้งนี้ตนไม่รู้ว่าการขายข้าวหมากจะผิดกฎหมาย พยายามอ้อนวอนให้เจ้าหน้าที่มีการอะลุ่มอล่วยบ้าง ให้ดูที่เจตนาเนื่องจากตนเองก็เป็นคนหาเช้า กินค่ำ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยินยอม นำตัวไปควบคุมที่สำนักงานกรมสรรพสามิตที่บุรีรัมย์   ด้านบุตรสาวตกใจหลังทราบเรื่อง พร้อมบอกว่าไม่มีเงินครบ 5 หมื่น ต่อมาเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวแจ้งว่าลดค่าปรับให้เหลือ 3 หมื่นบาท พร้อมทั้งบอกว่าถ้าไปขึ้นศาลจะเสียเวลา ถ้าเสียค่าปรับตอนนี้เรื่องก็จบ จึงขอร้องเจ้าหน้าที่ว่าไม่มีเงินแต่ก็สงสารแม่ซึ่งนั่งร้องไห้ตลอดเวลา จนเจ้าหน้าที่บอกว่าลดค่าปรับให้เหลือ 10,000 บาท ตนเองจึงรีบไปหยิบยืมพี่น้องมาให้แก่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าว   ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่สรรพสามิตรับเงินไปและออกใบเสร็จให้ ก็มีใบหน้ายิ้มแย้มแล้วก็กล่าวอวยพรตนเอง ว่าขอให้ทำมา หากินขายของเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป ขอให้ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะคนที่ทำผิดร้ายแรงกว่านี้กลับไม่ถูกดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PFIS2oMUwgE

 17,286
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ก.พ. 61

สรรพสามิตชี้แจง ปมหนุ่มซื้อเหล้าดิวตี้ฟรี โดนบุกตรวจถึงบ้าน ยึดของกลาง 8 ขวด โดนปรับกว่า 3 หมื่น

โลกออนไลน์แชร์ข้อความจาก นายชรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) ได้โพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อหลังถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิตเข้าตรวจค้นบ้าน และเรียกเก็บภาษีสุราจากสุราต่างประเทศที่ซื้อมาจากดิวตี้ฟรี โดยระบุว่า   "เตือนผู้สะสมเหล้านอกทั้งหลาย ที่ซื้อมาจากด่านปลอดภาษีทั้งปวงที่ไม่มีแสตมป์สรรพสามิตรับรอง เก็บไว้ในตู้โชว์ที่บ้านของท่าน วันดีคืนดีอาจจะมีผู้มาเยือน แล้วยึดเหล้าที่ท่านสะสมมาหลายปี ถ้าท่านไม่ดื่มก่อนหรือเปิดฝาไว้ เกินปริมาณ 1 ลิตรที่กำหนด เหล้าที่สะสมก็จะอันตรธานหายไปพร้อมกับค่าปรับ   ในฐานะที่ท่านมีเหล้าครอบครองเกินปริมาณที่กำหนด 1 ลิตร นี่คือความรู้ใหม่ที่ใครๆ หลายคนยังไม่ทราบ ก็ควรศึกษาไว้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตัวท่านเอง นี่แค่โดนยึดไป 8 ขวด 8 ลิตร ดูค่าปรับมโหฬารเกินคำบรรยาย ในยุค คสช.คืนความสุขให้ประชาชนจริงๆ อ่านแล้วโปรดแชร์เพื่อประโยชน์แก่นักสะสมเหล้านอกอีกหลายๆ คนที่ยังไม่ทราบ"   ในเวลาต่อมา นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต ได้ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ได้รับรายงานจากสรรพสามิตพื้นที่ราชบุรี ถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว ได้รับทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นการเข้าตรวจสอบโดยออกหมายค้น ในกรณีที่อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ไพ่ ซึ่งมีการซัดทอดมา ไม่ใช่เป็นการเข้าไปบุกค้น ตรวจสอบสุราที่เสียภาษีไม่ถูกต้อง โดยกรณีนี้เจ้าหน้าที่ได้พบสุราที่ไม่ติดแสตมป์ด้วย จึงได้มีการเรียกค่าปรับไว้ แต่หากเจ้าของสุราดังกล่าวสามารถพิสูจน์ได้ว่า สุราดังกล่าวนำเข้ามาจากเขตปลอดภาษีจริงก็สามารถมาเรียกค่าปรับคืนได้   ทั้งนี้ในหลักการสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ที่ซื้อมาจากเขตปลอดภาษี (Duty Free) ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว แต่หากเจ้าหน้าที่ไปพบในปริมาณที่เข้าข่ายว่าไม่ได้ซื้อมาบริโภคเอง ผู้ที่ครองครองต้องแสดงหลักฐานการได้มา เช่น ใบเสร็จซื้อสินค้า หรือหากซื้อมานานและทำใบเสร็จสูญหายไปแล้ว ก็ต้องนำหนังสือเดินทางมาชี้แจงว่า ได้เดินทางออก-เข้าประเทศ และได้มีการซื้อสินค้านั้นจริง เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาความถูกต้อง   พร้อมแนะนำว่าหากมีการซื้อสินค้ามาให้เก็บใบเสร็จไว้ด้วย เผื่อมีการตรวจสอบในอนาคต ในบางรายที่ครองครองไม่มาก เช่น 4-5 ขวด และไม่มีเจตนาทางการค้า กรมก็คงไม่ไปเรียกค่าปรับอะไร แต่ถ้าซื้อมาเพื่อขายต่อ เป็นลังๆ ในกรณีนี้ต้องเสียภาษี ติดแสตมป์มให้ถูกต้อง ขอให้ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง ผู้ที่ซื้อมาจากเขตปลอดภาษี แล้วเก็บไว้ในที่พักอาศัย เพราะกรมสรรพสามิตไม่มีอำนาจ บุกตรวจค้นได้ทั่วไป และไม่มีนโยบายไปไล่ตรวจเป็นรายบ้านแน่นอน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9H6_eku2WxI  

 15,717
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
13 ก.ย. 60

ครม.ไฟเขียวขึ้นภาษีสรรพสามิต เหล้า-บุหรี่-ไพ่ เริ่ม 16 ก.ย. นี้

ครม.มีมติปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเพื่อรวมกฎหมายภาษีสุรา ยาสูบ และไพ่ ทั้ง 7 ฉบับเข้าด้วยกัน หลังใช้มานานหลาย 10 ปี เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะปัจจุบัน และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บในช่วง 20 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 16 ก.ย.2560 นี้    โดยสาระสำคัญของพรบ.ฉบับใหม่นี้ประกอบด้วย   1.สินค้ายาสูบ ได้เปลี่ยนการจัดเก็บจากราคาหน้าโรงงานมาเป็นราคาขายปลีก คิดตามมูลค่าและปริมาณ เช่น จากเดิม 3 บาทต่อมวล เพิ่มขึ้นเป็น 5 บาทต่อมวลโดยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม   2.สินค้าสุรา แบ่งเป็นสุรากลั่น คาดจะเพิ่มขึ้นจากเดิม 1.5 เท่า เช่น 35 ดีกรี จากเดิม 160 บาท ต่อขวดเพิ่มเป็น 312 บาทต่อขวด ส่วนสุราแช่ คาดจะเพิ่มขึ้น 0.5 เท่า เช่น เบียร์ 35 ดีกรี จากเดิมประมาณ 41 บาท ต่อขวดเพิ่มเป็น 78 บาทต่อขวด และไวน์ 12 - 15 ดีกรี จากเดิม 225 บาทต่อขวด เพิ่มเป็น 51 บาท - 1 พัน 400 บาทต่อขวด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาจำหน่ายต่อขวด   3.ภาษีเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลมเครื่องดื่มชูกำลัง เกลือแร่และน้ำผลไม้ หากผสมน้ำตาลมากกว่า 6 - 10 กรัมและ10 ต่อ 100 มิลลิลิตร จะเก็บภาษีไม่น้อยกว่า 20% และ 25% ของราคาขายปลีก แต่ในส่วนนี้จะให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัว 2 ปี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PVw59Kl_aRk    

 45,093
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
28 ส.ค. 60

จ่อเก็บภาษีน้ำหวาน เพิ่มขึ้น 2% ยิ่งหวานมาก ยิ่งเสียมาก เริ่ม 16 ก.ย.นี้

คณะรัฐมนตรี อนุมัติภาษีสรรพสามิตใหม่ 13 สินค้า 4 ภาคบริการ โดยที่จับตามากที่สุดคือการเก็บภาษีเครื่องดื่ม ที่มีค่าความหวานหรือน้ำตาลมากกว่าที่กฎหมายกำหนด (ภาษีน้ำหวาน) ในภาพรวมอัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2% จากปัจจุบันที่เก็บอยู่ที่ 20% ซึ่งจะครอบคลุมเครื่องดื่มทุกประเภท ทั้ง น้ำอัดลม น้ำผลไม้ ชาเขียว และเครื่องดื่มชูกำลัง จะต้องเสียภาษีหมดหากมีค่าความหวานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยจะให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัว 2 ปี ซึ่งหากมีการลดความหวานลง ก็จะทำให้เสียภาษีในอัตราเท่าเดิมหรือลดลง ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลที่ผู้ประกอบการจะใช้เหตุผลนี้ในการปรับเพิ่มราคาสินค้าในช่วง 2 ปีนี้   สำหรับค่าความหวานที่กรมสรรพสามิตแบ่งไว้ เพื่อใช้ในการเก็บภาษีมีทั้งหมด 6 ระดับ ดังนี้   1. ค่าความหวาน 0 – 6 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ไม่ต้องเสียภาษี 2. ค่าความหวาน 6 – 8 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 10 สตางค์ต่อลิตร 3. ค่าความหวาน 8 – 10 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 30 สตางค์ต่อลิตร 4. ค่าความหวาน 10 – 14 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 50 สตางค์ต่อลิตร 5. ค่าความหวาน 14 – 18 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 1 บาทต่อลิตร และ 6. ค่าความหวาน 18 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 1 บาทต่อลิตร   โดยจะมีผลก่อนตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.60 เป็นต้นไป ทั้งนี้ยืนยันว่าอัตราภาษีใหม่ที่เกิดขึ้นจะไม่ทำให้ผู้ประกอบการ และประชาชนได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นมากเกินไป             ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TWcE24k-FJI

 4,057
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
24 ก.ค. 60

เสนอออกกม.ลูกภาษีสรรพสามิต ยันอ้างเป็นเหตุขึ้นราคาสินค้าไม่ได้เพราะแค่ขยายฐาน ไม่ได้เพิ่มอัตรา

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (25 กรกฎาคม) กระทรวงการคลังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี หรือ ครม.พิจารณากฎหมายลูกเกี่ยวกับขั้นตอนวิธีการ กระบวนการและการออกใบอนุญาตเกี่ยวกับภาษีสรรพสามิตใหม่ หลังจากนั้นกรมสรรพสามิตจะเสนอกระทรวงการคลังพิจารณากฎหมายลูกเกี่ยวกับการกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ค่าธรรมเนียม เพื่อเสนอ ครม.พิจารณาอีกครั้งภายในเดือนสิงหาคมนี้ ก่อน พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 จะมีผลบังคับใช้   โดยยืนยันว่าการจัดเก็บภาษีรูปแบบใหม่จะไม่กระทบต่อผู้บริโภคแน่นอน เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี โดยเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณจากเดิมคำนวณภาษีจากราคาหน้าโรงงาน เป็นการจัดเก็บแบบราคาขายปลีก    ทั้งนี้ การจัดเก็บจะคำนวณตามโครงสร้างแบบใหม่เป็นแบบราคาขายปลีกแนะนำ ซึ่งจะเป็นการขยายฐานภาษีเพิ่ม แต่อัตรามองว่าน่าจะลดลงมากกว่าเพิ่มขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการจะมาอ้างว่าสรรพสามิตปรับวิธีการแล้วจะขึ้นราคาสินค้าไม่ได้ เพราะการปรับครั้งนี้เป็นการปรับการจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพไม่ได้เพิ่มอัตราภาษี   ส่วนการจัดเก็บรายได้กรมสรรพสามิตช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 อธิบดีกรมสรรพสามิตระบุว่าจัดเก็บได้เกินเป้าหมาย 5,000 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปีจะเกินเป้าหมาย 10,000 ล้านบาท จากเป้าหมายรายได้จัดเก็บที่ 550,000 ล้านบาทในปีนี้ ซึ่งมองว่าในระยะต่อไป อธิบดีสรรพสามิตคนใหม่ที่จะเข้ามารับตำแหน่งแทนตนเนื่องจากเกษียณราชการนั้น จะต้องเร่งหาแนวทางการจัดเก็บภาษีประเภทอื่นเพิ่มเติม เช่น เครื่องดื่ม สินค้าฟุ่มเฟือย สินค้าที่ทำลายสิ่งแวดล้อม หรือสินค้าที่ทำลายสุขภาพ เพื่อเพิ่มรายได้ เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณว่าการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเริ่มลดลงตามปริมาณการใช้น้ำมันที่ลดลง รวมถึงการนำเข้ารถไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นด้วย 

 5,752
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
03 พ.ค. 60

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศสรรพสามิต ปรับราคาบุหรี่ไทย กรองทิพย์-สายฝนซองละ 93 บ.

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดราคายาสูบที่ทำในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2560 ซึ่งได้มีการกำหนดราคาบุหรี่ซิกาแรตมวนยาวที่ผลิตในประเทศหลายยี่ห้อ อาทิ กรองทิพย์ 90 ซองละ 93 บาท สายฝน 90 ราคา 92.10 บาท WONDER รสอเมริกัน 84.84 บาท WONDER รสเมนทอล 87.12 บาท SMS ซองสีแดง 86.13 บาท SMS ซองสีเขียว 88.77 บาท กรุงทอง 90 ราคา 92.09 บาท สามิต 90 ราคา 93.63 บาท เป็นต้น โดยให้มีผลในวันถัดไปจากวันที่ออกประกาศ 20 เมษายน      

 44,247
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
22 มี.ค. 60

ประกาศ กม.ภาษีสรรพสามิตใหม่ ขึ้นบุหรี่ 5 บาทต่อมวน-อาบอบนวดรอบละ 1 พัน

ราชกิจจานุเษกษาประกาศ ออกประกาศพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 โดยหลังกฎหมายประกาศจะมีผลบังคับใช้ใน 180 วัน ถือเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีของกรมฯ และเพื่อให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และมีความเป็นสากลมากขึ้น ซึ่งหลังจากนี้กรมต้องออกกฎหมายลูก 80 ฉบับ รวมถึงอัตราการจัดเก็บภาษีจริง เนื่องจากกฎหมายเป็นกำหนดเพดานจัดเก็บ ซึ่งมีอัตราสูง เพราะบังคับใช้ในอนาคต 20 ปีข้างหน้า สำหรับเพดานอัตราภาษีสรรพาสามิตฉบับใหม่ มีสาระสำคัญ เช่น เพิ่มเติมบทนิยามที่สำคัญ เช่น คำว่า “ราคาขายปลีกแนะนำ” “ผลิต” “สุรา” “ยาสูบ” และ”ไพ่” , ปรับปรุงวิธีการจัดเก็บภาษีจาก จัดเก็บในอัตราตามมูลค่าหรือตามปริมาณ แล้วแต่อัตราใด จะคิดเป็นเงินสูงกว่า เป็น จัดเก็บทั้งตามมูลค่าและตามปริมาณ แต่เมื่อรวมทั้งสองส่วนแล้วจะต้องไม่เกินกว่าที่เคยจัดเก็บด้วยวิธีเดิม คือการจัดเก็บตามมูลค่า หรือปริมาณ โดยส่วนใดสูงกว่าก็เลือกจากส่วนนั้น ในส่วนของ อัตราภาษียาสูบ เพดานจัดเก็บอยู่ที่หน่วยละ 5 บาทต่อปริมาณหนึ่งมวน สุราแช่ ชนิดเบียร์ หน่วยละ 3,000 บาทต่อปริมาณหนึ่งลิตร ส่วนสถานอาบน้ำ หน่วยละ 1,000 บาทต่อรอบ ไนต์คลับ 3,000 บาทต่อตารางเมตร เครื่องดื่มเติมน้ำตาล น้ำอัดลม 20 บาท ต่อลิตร น้ำมันเบนซิน ดีเซล 20 บาทต่อลิตร เป็นต้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fBTBWmMiv_4   สรยุทธพูดคุยประเด็นการขึ้นภาษี

 163,640
ข่าวภูมิภาค
23 ม.ค. 60

หนุ่มจบนิติฯ คิดค้นสูตรหมักเบียร์เถื่อน อร่อยถูกปากจึงทำวางขาย สุดท้ายโดนรวบ

สรรพสามิต จ.นนทบุรี บุกรวบหนุ่มวัย 28 จบนิติศาสตร์ ม.ดัง อ้างเป็นชอบดื่มเบียร์ คิดสูตรหมักผลิตเอง รสชาติกลมกล่อมถูกปากกลุ่มเพื่อน เลยทดลองขายขวดละ 150 บาทเป็นวันแรก แต่ก็มาถูกจับเสียก่อน ตรวจพบของกลาง พร้อมอายัด ห้ามเคลื่อนย้าย ได้แก่ ถังหมักเบียร์ ถังต้มเบียร์ ข้าวบาร์เลย์ ยีสต์หมักเบียร์ มอลต์ น้ำตาลและน้ำเบียร์ที่ผลิตเสร็จแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wfHrIkGMB-o  

 51,848

Top