ค้นหา :

ผลการค้นหา "เผาศพ"

ครอบครัวบันเทิง
20 มิ.ย. 62

ครอบครัว-เพื่อนอาลัย ร้องเพลงส่ง 'น้ำตาล เดอะสตาร์' เป็นนางฟ้าบนสวรรค์

สมุทรสาคร-ครอบครัวจัดพิธีฌาปนกิจศพ น.ส.บุศรัณย์ ทองชิว หรือ น้ำตาล เดอะสตาร์ อายุ 29 ปี ที่เมรุวัดป้อมวิเชียรโชติการาม (พระอารามหลวง) ต.มหาชัย อ.เมือง หลังเสียชีวิตลงด้วยอาการที่ยังไม่ทราบสาเหตุ ณ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งบรรยากาศในงานมีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ศิลปินดาราและผู้มีเกียรติมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก   โดยของชำร่วยที่นำมาแจกในงานก็เป็นไดอารี่ที่มีภาพงานศิลปะของน้ำตาลตีพิมพ์ไว้ จากนั้นเพื่อนๆ ของน้องน้ำตาลได้ร่วมกันขับร้องเพลง ช่วงที่ดีที่สุด แล้วก็เปิดเพลง Lover Coaster ซึ่งเป็นที่สำคัญที่สุดในชีวิตของน้ำตาล เพราะเป็นเพลงที่น้ำตาลร่วมกับ วิน นิมมานวรวุฒิ เพื่อนสนิทแต่งขึ้นทั้งเนื้อร้องและเมโลดี้ รวมถึงขับร้องเอง พร้อมกับแสดง MV อีกทั้งยังเป็นเพลงสุดท้ายในชีวิตของน้ำตาล ส่วน MV นั้นได้ตัดเสร็จเป็นที่เรียบร้อยก่อนน้ำตาลจะเสียชีวิตลง 3-4 วัน   ด้าน น.ส.พิมลดา ทองชิว หรือน้ำผึ้ง พี่สาวของน้ำตาล และนายกิตธีธัช ก้องภพจิรพัน สามี กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของน้ำตาลแล้ว ทางครอบครัวก็พยายามที่จะทำให้ดีที่สุดและดูแลกันให้ดีที่สุด เพราะเชื่อว่าน้ำตาลไม่อยากเห็นคนในครอบครัวเศร้าโศกเสียใจและไม่อยากให้พ่อแม่เศร้าใจมาก ซึ่งทางตนก็พยายามที่จะดูแลให้ดีที่สุด   ในโอกาสนี้ทางครอบครัวขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ได้ให้ความสนใจและรักน้ำตาลมาก ตั้งแต่น้ำตาลเข้าโรงพยาบาลจนถึงวันนี้ ซึ่งทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยความสมบูรณ์ก็เพราะทุกคนรักน้ำตาล เพราะถ้าไม่มีคนมาสนใจหรือคนมารักก็อาจจะไม่มีวันนี้ และต้องขอขอบคุณพี่ๆนักข่าวจากใจจริงที่ได้นำเสนอข่าวของน้ำตาลในเรื่องที่ดีๆ มีความสุข ซึ่งเชื่อว่าเมื่อน้ำตาลเห็นทุกคนรัก เข้าใจเขาก็จะทำให้ดวงวิญญาณของน้ำตาลมีความสุขและครอบครัวมีความสุขด้วย   ขณะที่การลอยอังคารน้องน้ำตาลนั้น ทางครอบครัวยังอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือกันอีกครั้งว่าจะนำอัฐิของน้องน้ำตาลไปลอยอังคารที่บริเวณปากอ่าวมหาชัย (จ.สมุทรสาคร) หรือจะนำไปลอยในท้องทะเล เพราะน้องน้ำตาลเป็นคนที่ชอบน้ำทะเลที่ใสสะอาด ชอบเที่ยวทะเล ชอบปะการังสวยงาม ทั้งนี้ก็จะมานั่งหารือกันให้เป็นที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการเรื่องลอยอังคารของน้องน้ำตาลอย่างไรต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7DvDlhtM7p8

 1,993
ข่าวภูมิภาค
24 ม.ค. 62

ลูกชาย สท.ภูเก็ตถูกยิงดับ วิญญาณเข้าร่างพี่สาวบอกไม่ให้เผา สุดท้ายต้องยกเลิก เข็นโลงออกจากเมรุ

ภูเก็ต-จากกรณี นายธีรศักดิ์ แซ่อ๋อง อายุ 29 ปี ลูกชาย นายเจริญ แซ่อ๋อง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลรัษฏาเขต 1 อ.เมือง จ.ภูเก็ต ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในอ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา   โดยพบว่ามีรถเก๋งสีดำ ขับตามก่อนใช้อาวุธปืนจ่อยิง 3 นัดซ้อน กระสุนเจาะขมับซ้ายจนเสียชีวิต ต่อมาวันที่ 21 ม.ค. นายจักรกฤษ หรือดิว แสงสะอาด ผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต โดยให้การปฎิเสธและได้ประกันตัวในชั้นสอบสวน   ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ทางครอบครัวได้จัดพิธีฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิต โดยมีการตั้งขบวนและเดินแห่โลกศพไปยังไปอย่างโศกเศร้า แต่ทันทีที่นำศพเข้าสู่เมรุและเตรียมการเผาอยู่นั้น ปรากฏว่า พี่สาวแท้ๆของผู้ตาย ได้เกิดอาการตัวสั่น และหวีดร้องเสียงดัง ญาติๆ ต้องช่วยกันจับตัวไว้   เมื่อจับใจความสำคัญพบว่า เสียงตะโกนดังกล่าวระบุว่า ตนคือวิญญาณ นายธีรศักดิ์ และไม่ต้องการให้เผาเด็ดขาด ถึงแม้ผู้เป็นพ่อจะพยายามเข้าไปขอ แต่ก็ไม่เป็นผล จึงสอบถามความเห็นญาติๆ ก่อนตัดสินใจยกเลิกการเผาศพ และจะเก็บศพไว้ที่วัดก่อนไม่มีกำหนด ทำให้ร่างของพี่สาวเริ่มมีอาการสงบลง จึงพาตัวพี่สาวไปพบกับพระสงฆ์เพื่อรดน้ำมนต์   ผู้เป็นพ่อกล่าวว่า ตนเชื่อว่าลูกชาย ไม่ต้องการให้เผาศพเนื่องจากยังไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงจะต้องเก็บศพไว้ต่อไม่มีกำหนด ในส่วนของคดีนั้นตนยังรู้สึกคาใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงให้ผู้ต้องหาประกันตัวออกไป และไม่ชี้แจงความคืบหน้าคดีต่อตนก่อนหน้านี้ และนอกจากนี้ตนไม่ทราบว่าผู้ต้องหาเป็นใคร จึงมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของครอบครัว   ความจริงก่อนหน้านี้มีความคิดที่จะแห่โลงศพไปยังศาลากลางจังหวัดเพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย แต่เมื่อมาพิจารณาแล้วก็รู้สึกไม่ดี คิดว่าเพื่อความสงบสุขของภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว ไม่อยากให้เสียภาพลักษณ์ จึงขอพึ่งพากระบวนการยุติธรรมแทน   และจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าลูกชายของตนมีอาวุธปืนและเปิดฉากยิงก่อนนั้น แต่จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบอาวุธปืนของลูกชาย มันหายไปไหน ผู้เสียชีวิตไม่สามารถโยนปืนทิ้งเองได้ ขณะเดียวกันก็มีแค่พยานอีกฝ่าย ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงคำให้การและหลักฐานได้   หลังจากนี้ตนเองจะดำเนินการทางกฏหมายต่อไปเพื่อให้เกิดความยุติธรรม ซึ่งนี่เกิดขึ้นกับลูกชายตน ซึ่งเป็นคนทำงานการเมืองท้องถิ่นหรือคนของสังคมแต่ยังไม่มีความยุติธรรม และถ้าเกิดขึ้นกับชาวบ้านตาสีตาสา ก็ยิ่งเชื่อว่าไม่มีความยุติธรรมแน่นอน จึงต้องดำเนินการอย่างเต็มที่   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่: https://youtu.be/bNyAGQI6IDI

 15,053
สังคม-อาชญากรรม
20 ธ.ค. 61

เตรียมเผาศพยายเจ้าของร้านชำ ถูกโจ๋วัย 17 ปี ทำร้ายจนเสียชีวิตช่วงบ่ายนี้ ตร.เชื่อคนร้ายยังหลบหนีอยู่ใน จ.ขอนแก่น

ร้านค้า ก่อนจะมีวัยรุ่นชาย 1 ในนั้นเดินเข้าไปด่าทอยายคนหนึ่งที่กำลังนำถุงขยะมาทิ้ง ซึ่งในเหตุการณ์มีการชี้หน้าด่าทอนานหลายนาทีก่อนชายวัยรุ่นดังกล่าวจะลงมือตบเข้าที่ใบหน้าของยายที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างแรงจนใบหน้าสะบัด และวัยรุ่นคนดังกล่าวก็ยังไม่ยอมหยุดชี้หน้าด่าทอยายในภาพ ซึ่งมีช่วงหนึ่งที่วัยรุ่นชายดังกล่าวเดินไปหยิบบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาเป็นอาวุธ ลักษณะคล้ายกับขวดแก้ว จะพุ่งเข้าหายายเพื่อทำร้ายอีกครั้ง แต่เพื่อนๆในกลุ่มได้เข้ามาห้ามเอาไว้ ก่อนที่ทุกคนจะเดินเข้าไปในซอย แต่วัยรุ่นที่ลงมือทำร้ายยายไม่ได้ออกมา เพียงวัยรุ่น 2 คนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันเดินออกมาเข็นรถจักรยานยนต์กลับเข้าไปอีกครั้ง และพบว่าคุณยายที่อยู่ในคลิปเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว กระทั่งต่อมามีพลเมืองดีโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ และนำร่างของคุณยายขึ้นรถกู้ชีพไป ซึ่งทราบชื่อผู้ก่อเหตุในเวลาต่อมาคือ นายเบนซ์ อายุ 17 ปี พักอาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกันกับผู้เสียชีวิต บ้านอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 เมตร ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมา ลูกชายของยายติ๋มได้ออกมาเปิดเผยสาเหตุกับผู้สื่อข่าวว่า มาจากการทวงเงินที่แม่ตนเองไปยืมเงินยายนายเบนซ์ 10,000 บาท โดยนายเบนซ์ได้ไปขอเงินยายตัวเอง แต่ยายตัวเองบอกว่าไม่มีให้ เพราะให้แม่ของตนยืมเงินไปแล้ว โดยนายเบนซ์ได้มาทวงถามถึงหน้าบ้าน และมีการโวยวายทำลายข้าวของ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์สลดขึ้น และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการออกหมายจับนายเบนซ์ อายุ 17 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย   ความคืบหน้าล่าสุด ที่บ้านเลขที่ 48 ม.1 ต.คำแคน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นที่ตั้งศพของนางวนิดา แพนุ่น หรือยายติ๋ม อายุ 62 ปี เจ้าของร้ายค้าขายของชำ ริมถนนเทพารักษ์ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งถูกนายเบนซ์ ทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต โดยมีกำหนดการฌาปนกิจในเวลา 15.00 น. วันที่ ที่วัดคำมูล ตั้งอยู่ข้างบ้านของผู้เสียชีวิต โดยมีญาติๆที่เดินทางมาจากภาคใต้และในจังหวัดขอนแก่นรวมทั้งเพื่อนบ้านใกล้เคียง ทยอยเข้ามากราบศพยายติ๋มอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของลูกๆและญาติพี่น้อง เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์สลด ที่สร้างความสะเทือนขวัญในสังคมเป็นอย่างมากที่เด็กอายุเพียง 17 ปี กล้าลงมือก่อเหตุได้อย่างโหดเหี้ยม พร้อมทั้งมีการพูดคุย วิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้น ว่าเด็กอายุเท่านี้ทำได้ถึงขนาดนี้ ต่อไปในอนาคตจะต้องเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมอย่างแน่นอน หากไม่มีการดำเนินการที่เด็ดขาด   ด้าน พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากศาลจังหวัดขอนแก่นอนุมัติหมายจับตัวนายเบนซ์ เยาวชนอายุ 17 ปี แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนก็ได้ลงพื้นที่หาเบาะแสของคนร้ายอย่างต่อเนื่อง โดยแกะรอยตามภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบสวนเพื่อนๆของนายเบนซ์ทั้งที่อยู่ในเหตุการณ์และคนสนิท ทราบว่าตัวนายเบนซ์ได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ แต่ยังอยู่ภายในจังหวัดขอนแก่น ขอให้ทางญาติของผู้เสียชีวิตใจเย็นๆ ขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการตามกฎหมาย คาดว่าจะได้ตัวผู้ต้องหาเร็วๆนี้อย่างแน่นอน    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ออกหมายจับ โจ๋ 17 ทำร้ายยายร้านของชำจนตาย ลูกชายแค้นถ้าจับไม่ได้ ก็ต้องแลกด้วยชีวิต

 2,143
ข่าวภูมิภาค
02 ส.ค. 61

สุดเศร้า พิธีฌาปนกิจ ‘น้องสปาย’ แม่ร่ำไห้ยังทำใจไม่ได้ ชาวบ้านวอนตำรวจเร่งจับตัว ‘เสี่ยอ้วน’

ชาวบ้านนาตาลสุดเศร้าร่วมพิธีฌาปนกิจน้องสปายเหยื่อถูกคนร้ายยิงจนเสียชีวิต แม่ยังรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ พร้อมวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมเสี่ยอ้วนหวั่นหนีลอยนวล และยังเชื่อมั่นการทำงานของตำรวจไทยทุกคน   วันนี้ เมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศงานศพ น.ส.ปวีณา หรือ สปาย นาเมืองรักษ์ อายุ 20 ปี ซึ่งถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนจ่อยิงอย่างโหดเหี้ยมจนเสียชีวิตที่บริเวณลานจอดรถฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยหลังนำศพมาบำเพ็ญกุศล หมู่ 1 บ้านนาตาล ต.นาตาล อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา    โดยเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ญาติได้พากันนำร่างอันไร้วิญญาณ น.ส.ปวีณา หรือ สปาย นาเมืองรักษ์ ไปทำการฌาปนกิจ ที่เมรุวัดบ้านนาตาล ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก โดยมีชาวบ้านและกลุ่มเพื่อนๆ มาร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก โดยมี นายพลานุภาพ ธพรคำแพทย์ นายอำเภอท่าคันโท เป็นประธานฌาปนกิจศพ ส่วนนางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของน้องสปาย ยังทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ยังร้องไห้ตลอดเวลา โดยมีญาติๆและชาวบ้านมาช่วยปลอบใจและให้กำลังใจตลอดเวลา     นางวันเพ็ญ แม่ของน้องสปาย บอกว่า รู้สึกเหมือนตนยังฝันอยู่ เพราะไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับครอบครัวตน ในช่วงนี้ยังทำใจไม่ได้คิดถึงแต่หน้าลูกตลอดเวลา ซึ่งตนขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ ญาติๆ รวมถึงเพื่อนบ้าน ที่คอยมาให้กำลังใจตลอดเวลา ซึ่งตนจะพยายามเข้มแข็งเพราะยังเหลือสามีและลูกชายคนโตอีกคน โดยขณะนี้ตนอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับตัวเสี่ยอ้วนมารับโทษดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะขณะนี้ทราบว่าเสี่ยอ้วนได้หลบหนีไปกบดาลที่อื่นเกรงว่าจะหายตัวไปจนไม่สามารถจับกุมตัวได้ ซึ่งตนยังเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะสามารถจับกุมตัวเสี่ยอ้วนได้     น.ส.ปิติศิริ กุหลาบวงษ์ น้องโอปอ เพื่อนน้องสปายที่เคยเดินสายประกวดนางงามด้วยกัน บอกว่าสปายถือเป็นเพื่อนที่ดีเป็นคนหน้าตาดี นิสัยดี เป็นที่รักของเพื่อนทุกคน โดยปกติจะไปประกวดธิดาต่างๆด้วยกันตลอดเวลา ตนรู้สึกเสียใจที่สปายถูกคนร้ายยิงจนเสียชีวิต ถือเป็นการกระทำอย่างโหดเหี้ยม อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมตัวเสี่ยอ้วนคนบงการฆ่าสปายมาโดยเร็ว ส่วนชาวบ้านทุกคนก็ขอวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวเสี่ยอ้วนมาดำเนินคดีโดยเร็ว ทุกคนยังเชื่อมั่นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่อยากให้คนร้ายหนีลอยนวลไปได้ โดยบรรยากาศการวางดอกไม้จันทน์เป็นไปด้วยความโศกเศร้า ชาวบ้านทุกต่างรู้สึกเสียใจที่สูยเสียเด็กดีทั้ง 2 คน ที่ตั้งใจไปทำงานเพื่อหาเงินมามาช่วยครอบครัว     

 5,721
สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ค. 61

เศร้าเผาศพ 'น้องอเล็กซ์' เด็กลูกครึ่งตกตึก พ่อยังห่วงลูกที่เหลือ-เตรียมพาไปเที่ยวเมื่อหาย

ครอบครัวจัดพิธีณาปนกิจ ด.ช.คนัธชา ริคกี้โบเรล หรือน้องอเล็กซ์ อายุ 5 ปี ซึ่งเป็นลูกคนเล็กที่เสียชีวิต จากเหตุสลดพลัดตกจากตึกจากชั้น 4 ของหอพักย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีทางฝั่งของแม่และพ่อเด็ก รวมทั้งญาติจากสวิตเซอร์แลนด์มาร่วมพิธีด้วย   นายมาร์เซล เลออง โบเรล ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นพ่อของเด็ก ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จพิธีว่า ได้ไปเยี่ยมลูกแก 3 คนที่โรงพยาบาล ซึ่งยังพูดตอบโต้ได้ไม่มาก หากลูกๆหายจะพาไปเที่ยว ซึ่งจะไม่สนใจว่าแม่ของเด็กจะว่าอย่างไร เพราะตนเองห่วงแค่ลูกเท่านั้น ตอนนี้ขอโฟกัสกับอาการของลูกเท่านั้น และจากนี้จะยังเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่ไทยเช่นเดิม เพื่อขอดูแลลูกที่เมืองไทย   นอกจากนี้ยังมีพี่สาวต่างแม่ ที่มักมาเยี่ยมน้องๆทั้ง 4 ในช่วงปิดเทอมเป็นประจำ และได้นำตุ๊กตามาใส่ให้น้องในโลงศพ   ขณะเดียวกันมีเพื่อนของนายมาร์เซล ที่เคยทำงานเป็นครูอยู่โรงเรียนเดียวกับพ่อของเด็กเมื่อหลายปีก่อน กล่าวว่า ไม่มีวี่แววที่นายมาร์เซล จะตีหรือทำร้ายเด็ก ชี้เด็กๆมีความสุขที่ได้อยู่กับพ่อ เมื่อเห็นข่าวบิดเบือนจากความจริง จึงรู้สึกไม่ดีที่เพื่อนต้องถูกใส่ร้าย   ด้านยายของเด็ก ระบุขออโหสิกรรมให้กับทุกคนที่ทำไม่ดีกับยาย เพื่อให้ผลบุญส่งน้องไปขึ้นสวรรค์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PUYpRqIt5ZQ    

 10,644
สังคม-อาชญากรรม
12 เม.ย. 61

ครอบครัว-เพื่อนส่งดวงวิญญาณอาลัย 'น้องอิน' แม่หมดห่วง เชื่อลูกไปสวรรค์

ครอบครัวน้องอิน สุดเศร้า ฌาปนกิจศพ ด้านเพื่อนดาราเด็ก และเพื่อนสนิท แห่อาลัยล้นวัด ขณะที่วันนี้แม่เตรียมเก็บอัฐิลอยอังคาร ก่อนพบตำรวจ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมและขอมือถือน้องคืน   จากกรณี นางสาวณัฐนิชา เชิดชู บุพการี หรือน้องอิน นักแสดงเด็กชื่อดัง ประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา เมื่อวานนี้ (12 เม.ย.61) ครอบครัวก็ประกอบพิธีฌาปนกิจศพ ที่วัดราชสิงขร   บรรยากาศก็เป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจครอบครัว โดยภายในงานมีบรรดาเพื่อนนักแสดงวัยเด็ก เพื่อนสนิทของน้องอิน อาทิน้องแบมบี้ น้องทาม และเพื่อนสมัยเรียนมัธยม โดยคุณแม่น้องอินสวมชุดสีขาว มีสีหน้าที่สดชื่นขึ้น   โดยช่วงสายมีการทำพิธีเลี้ยงพระเพล จากนั้นคุณแม่น้องอิน กล่าว ขอบคุณสื่อมวลชนและเพื่อนๆทุกคนของน้องที่มาร่วมกันส่งน้องสู่สวรรค์ แม่เชื่อว่าจากนี้ไปน้องจะไปสู่สวรรค์ ไม่ต้องห่วงแม่แล้ว แม่กับน้องอินผูกพันกันเพราะว่าอยู่กันสองคน คือเราช่วยกัน ไม่ใช่ว่าจะให้น้องทำงานคนเดียว เดี๋ยวคนอื่นจะว่าแม่ใช้แรงงานเด็ก น้องอินอยากหาเงินให้แม่เยอะๆ ด้วยความเป็นเด็กกตัญญู ทำงานมาตั้งแต่ 4 ขวบกว่า จนปัจจุบันอายุ 20 วาระสุดท้ายของเขาแล้ว   ทั้งนี้ยอมรับว่าตอนแรกยังทำใจไม่ได้เลย แต่วันนี้ได้ดูหมอไพ่ยิปซีมาบ้าง คำตอบที่ได้มันดี ทำให้แม่สบายใจ ว่าถ้าน้องไม่ได้ไปเกิด ก็ไปเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์เลย ในไพ่บอกมาแบบนี้ ในส่วนตัวแม่แม่อย่าก็ให้ไปตามพรหมลิขิตของเขา เชื่อว่าน้องอินมีบุญ เพราะเขาก็มาอยู่ได้แป๊บเดียว แล้วเขาก็ต้องไป สังเกตมีหลายคนเป็นแบบนี้ ตอนที่เขามีชีวิตอยู่เขาก็ชอบทำบุญ นั่งวิปัสสนา ชอบไหว้พระพิฆเณศ   ส่วนเรื่องลอยอังคาร แม่จะไปลอย แต่ตอนแรกคุณป้าเขาหัวโบราณ แต่พี่บิณฑ์บอกว่าแม่ลอยได้ ก็เลยจะไปลอย เรื่องแบ่งสัดส่วนอัฐิ แม่จะลอยหมดเลยเพราะแม่มีลูกคนเดียว ไม่มีใครที่จะมานั่งไหว้เราต่อ จะไปลอยที่วัดช่องลม สมุทรสาคร (วัดสุทธิวาตวราราม) พี่บิณฑ์บอกว่าถ้าไปสัตหีบมันไกล รถติดด้วยเป็นช่วงสงกรานต์   จากนั้นเวลา 15.00 น ก็เริ่มเคลื่อนศพรอบเมรุ นำโดยครอบครัวน้องอิน ญาติพี่น้องคนสนิท  โดยมีคุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ นำหน้าขบวน จากนั้นเวลา 16.00 น ก็เริ่มพิธีฌาปนกิจศพ  ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจ มีบรรดาญาติคนสนิท เริ่มวางดอกไม้จันทร์  สั่งลาน้องอินเป็นครั้งสุดท้าย   โดยเฉพาะน้องทาม สาวหล่อเพื่อนสนิทของน้องอิน ร้องไห้ตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนนำร่างของน้องเข้าเตาเผา มีการนำจดหมายซองสีขาใส่ลงไปในเตาเผาด้วย และร้องไห้จน เพื่อนๆต้องเข้ามาปลอบ   เมื่อเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจศพ คุณแม่ของน้องอินก็กอดรูปของน้องอิน เดินทางกลับทันที โดยคุณพ่อและคุณแม่ ไม่ได้ร่วมวางดอกไม้จันทน์ เพราะตามหลักประเพณี พ่อและแม่จะไม่เผาศพลูก โดยในงานพบว่าคุณพ่อของน้องอินเข้าร่วมงานตั้งแต่วันแรก ที่รับศพน้องและจนถึงวันฌาปนกิจศพ   หลังพิธีเสร็จสิ้นบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ถือว่าทำหน้าที่ของตนเสร็จแล้วร่วมส่งน้องอินไปสู่สวรรค์ จากนี้ครอบครัวจะเข้าไปเก็บอัจฐิ และนำไปลอยอังคารที่วัดช่องลม  สำหรับน้องอินและคุณบิณฑ์ รู้จักกันมานานกว่า 15 ปี น้องอินเป็นเด็กดีมากและไม่คิดว่าคนดีแบบนี้จะจากไปเร็ว ตั้งแต่น้องอินเสียชิวิตก็ไม่เคยฝันถึง แต่เมื่อคืนก่อนวันฌาปนกิจศพ กลับนอนไม่หลับ มีความรู้สึกว่าน้องอินมาหาและพยายามคุยด้วยตลอด จนตนต้องบอกว่าน้องอิน พี่ขอนอนก่อนนะ พรุ่งนี้ต้องเตรียมงาน    ส่วนเรื่องประเด็นดราม่าต่างๆที่เกิดขึ้น ตนไม่ได้หนักใจอะไรเพราะมันคือเรื่องจริง แต่เป็นเรื่องส่วนตัวน้อง ไม่อยากให้สังคมวิจารณ์น้องในทางที่เสียหาย ส่วนเรื่อง ตร.จะเชิญไปสอบถามเรื่องสาเหตุการเดินทางไปจ.อยุธยา ตนคิดว่ารายละเอียดทุกอย่างตำรวจรู้เรื่องหมดแล้ว และวันนี้ (12 เม.ย. 2561) เมื่อเสร็จสิ้นพิธีลอยอังคาร คุณแม่น้องอินก็จะไปพบตำรวจ เพื่อขอมือถือน้องคืน และให้การเพิ่มเติมกับตำรวจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2O8QvlrBzQk

 8,319
ข่าวภูมิภาค
05 เม.ย. 61

ญาติเผาศพ 'ตาซาเล้ง' ไม่ติดใจ ไร้เงา 'จ๊อด' ร่วมงาน อ้างติดเกณฑ์ทหาร

อยุธยา-ครอบครัวได้ร่วมกันประกอบพิธีเผาศพนายจรูญ มณีพันธ์ หรือตาซาเล้ง ที่ถูกนายนราธร โสตติยัง หรือจ๊อด ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ที่เมรุวัดสุนทราราม หรือ วัดห่อหมก อำเภอบางไทร   โดยบรรยากาศค่อนข้างจะเงียบเหงา ส่วนนายจ๊อด คู่กรณีของผู้ตาย ไม่ได้มาเผาศพ โดยอ้างว่าติดเกณฑ์ทหารมาไม่ได้และ จะให้ญาติมาแทน แต่ก็ไม่มีใครมาตามนัด ส่วนพิธีเผาเป็นไปตามประเพณีเผาในเวลา 16.00 น. โดยทางภรรยาตาซาเล้งได้แจกร่มให้เป็นที่ระลึกกับเพื่อนบ้านที่มาร่วมเผาศพ พร้อมฝากให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/v45MaOb9LSw    

 3,153
สังคม-อาชญากรรม
27 มี.ค. 61

ญาติยังไม่เก็บอัฐิเหยื่อทัวร์มรณะ 18 ศพ หวั่นอาถรรพ์ผีตายโหง โชเฟอร์ตีนผีโดนแล้ว 4 ข้อหา

กาฬสินธุ์-ความคืบหน้าการดำเนินคดีอุบัติเหตุรถบัสนำเที่ยว 2 ชั้นพลิกคว่ำ 18 ศพ ที่อำเภอวังน้ำเขียว โคราช ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิต ได้ทำบุญเลี้ยงพระ พร้อมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตทุกราย หลังประกอบพิธีฌาปนกิจหมู่ผู้เสียชีวิต   ทั้งนี้จะยังไม่มีการเก็บกระดูกจากเชิงตะกอน ต้องรออีก 3 วัน ตามที่หลวงปู่หนูอินทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธมงคล ขอบิณฑบาตรเอาไว้ เพื่อลดความร้อนแรงของอาถรรพ์ เนื่องจากทั้งหมดเสียชีวิตผิดปกติหรือตายโหง อีกทั้งเป็นไปตามความเชื่อแบบโบราณของชาวบ้าน   ทั้งนี้การเผาแบบกองฟอนนั้นหายไม่นานแล้ว เพราะความเจริญแต่ในอดีตก็จะเผากันแบบนี้ แต่ทุกวันนี้มีเมรุเผาศพ ก็เลยไม่ต้องเผากองฟอน ซึ่งในกรณีดังกล่าวก็เนื่องจากเมรุที่จะเผาไม่พอ จึงได้ตัดสินใจเผากลางแจ้ง แต่ในครั้งโบราณกาลตามความเชื่อจริงๆนั้น คนที่ตายโหงหรือผีตายโหง ที่ตายผิดปกตินั้น จะไม่นิยมเอาเข้าบ้าน แต่จะเอามาไว้ที่วัด เพราะถือว่าเป็นผีที่เฮี้ยนและแข็ง   การเผาพร้อมกันนอกจากจะเป็นความสะดวกแล้ว ก็ยังเป็นการแก้เคล็ดตามความเชื่อของคนโบราณ โดยเฉพาะเหตุผลของการไม่ให้เก็บกระดูกนั้น จริงๆแล้ว เพราะเกรงว่ามีความร้อนในกองฟอน จึงต้องใช้เวลาให้เพลิงที่เผาเถ้ากระดูกสงบก่อน อีกทั้งก็เป็นกุศโลบายของคนโบราณเพื่อให้เวลาแก่ญาติผู้เสียชีวิตได้ทำใจ มีความเข้มแข็งที่จะอยู่ต่อไปด้วย   ด้านความคืบหน้าทางคดีพนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานไปแล้ว 25 ปาก เตรียมเดินทางตามไปสอบปากคำพยานที่เหลือที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ส่วนโชเฟอร์ตีนผีโดนดำเนินคดี 4 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และบาดเจ็บสาหัส, ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ, ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และเสพยาเสพติดแล้วขับรถ   ส่วนกรณีที่ผู้โดยสารที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าวระบุว่า ก่อนที่รถบัสจะเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ได้เห็นคนขับรถวิ่งหนี และกระโดดออกจากรถเพื่อเอาชีวิตรอดโดยทิ้งผู้โดยสารทั้งหมด เหมือนเป็นการจงใจที่จะฆ่าผู้โดยสารนั้น ทางพนักงานสอบสวนก็จะต้องสอบปากคำพยานคนดังกล่าว แล้วนำคำให้การของพยานมาประกอบสำนวนคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dQZcc3uju_I  

 14,152
สังคม-อาชญากรรม
26 มี.ค. 61

เผาหมู่ เหยื่อทัวร์มรณะ 18 ศพบนกองฟอน ผู้รอดชีวิตเล่านาทีคนขับทิ้งพวงมาลัยเผ่นหนี คาดตั้งใจฆ่าลูกทัวร์

กาฬสินธุ์ -สุดเศร้า ญาติทำพิธีเผาศพส่งดวงวิญญาณเหยื่อรถทัวร์มรณะ 18 ศพ โดยมีพิธีฌาปนกิจศพแบบเผาเชิงตะกอน หรือเผาบนกองฟอน ทั้ง 14 ศพ แบ่ง 2 วัด คือที่วัดดงกระยอมอดุมคุณ ต.ห้วยโพธิ์ จำนวน 5 ศพ ที่วัดป่าพุทธมงคล ต.หลุบ จำนวน 9 ศพ ส่วนอีก 4 ศพ ทางญาติประสงค์นำไปประกอบพิธีฌาปนกิจเอง มีนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิต   ขณะที่ผู้รอดชีวิต ซึ่งได้กลับมารักษาตัวที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จำนวน 6 ราย ได้เริ่มฟื้นและมีอาการที่ดีขึ้น ซึ่งนางรัตนาพร ทุมเกษร เหยื่อผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุทัวร์มรณะ ได้เล่านาทีระทึกและเชื่อว่าเหตุครั้งนี้ คนขับตั้งใจที่จะฆ่าลูกทัวร์ เพราะระหว่างที่รถเริ่มเสียหลักได้เห็นคนขับทิ้งพวงมาลัยรถแล้ววิ่งหนีออกทางประตูฉุกเฉิน   นางรัตนาพร ทุมเกษร กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้มั่นใจ ว่า คนขับทิ้งลูกทัวร์เพราะตนเห็นคนขับที่เสพยาบ้าคนนี้ วิ่งผ่านหน้าตนไปขณะที่ รถเริ่มส่ายไปมา โดยตนได้นอนอยู่ชั้นบนกับพื้นกับสามีก็เห็นคนขับวิ่งขึ้นมาชั้นสองก่อนที่จะเปิดประตูแล้วกระโดดออกไป จากนั้นก็เกิดอุบัติเหตุ เพราะสิ่งที่จำได้ นางสมพิศ หัวหน้าทัวร์ ซึ่งอยู่ชั้นสองด้วยกัน ได้ให้สามีวิ่งลงไปบังคับรถ แต่ไม่ทันเพราะรถได้ชนเข้าที่เกาะกลางถนนจากนั้นก็พุ่งชนเข้าที่ร้านค้า เหตุครั้งนี้จึงเชื่อว่า คนขับรถมันตั้งใจจะฆ่าลูกทัวร์แน่นอน จึงต้องการให้ตำรวจดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายให้ถึงที่สุด   สำหรับอาการผู้บาดเจ็บจำนวน 6 รายที่มาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ อาการเริ่มดีขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในอาการวิตกกังวลเนื่องจากต้องประสบกับเหตุการที่ร้ายแรงในครั้งนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rMPu1LT1-vg  

 90,408
ข่าวภูมิภาค
25 มี.ค. 61

ชาวบ้านกาฬสินธุ์เศร้าเผาศพเหยื่อรถทัวร์มรณะแบบโบราณ 'ก่อกองฟอน' เหตุเมรุไม่พอ

บรรยากาศงานฌาปนกิจศพเหยื่อรถทัวร์มรณะ 18 ศพ ณ วัดดงกระยอมอุดมคุณ ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ และที่วัดป่าพุทธมงคล ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เป็นไปอย่างโศกเศร้า โดยที่วัดดงกระยอมอุดมคุณได้ทำพิธีฌาปนกิจศพพร้อมกันจำนวน 5 ศพ และที่วัดป่าพุทธมงคลจะทำพิธีฌาปจกิจศพร้อมกันทั้ง 9 ศพ ในวันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคมนี้      ด้านนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้นายแพทย์ประวิตร ศรีบุญรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ เร่งดำเนินการเข้าฟื้นฟูสภาพจิตใจครอบครัวเหยื่อผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บและชาวบ้าน เนื่องจากเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่แบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของชุมชนทั้ง 2 ตำบล คือ ต.หลุบ และ ต.ห้วยโพธิ์   สำหรับการฌาปนกิจศพแบบก่อกองฟอนจะนำศพวางไว้บนกองไม้ หลังจากทำพิธีทางศาสนาถวายผ้าบังสกุล ก็จะทำการจุดไฟเผาศพพร้อมกัน ซึ่งสาเหตุที่ต้องทำการเผาแบบก่อกองฟางเนื่องจากวัดมีเตาเผาศพไม่เพียงพอ                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/IXuefSwH-2c

 30,471
ข่าวภูมิภาค
16 มี.ค. 61

เพื่อนตั้งวงเตะตะกร้อหน้าเมรุเผาศพ ส่งดวงวิญญาณเพื่อนนักตะกร้อกำแพงเพชร รถชนเสียชีวิต

กำแพงเพชร-เพื่อนๆทีมตะกร้อตั้งวงเตะตะกร้อหน้าเมรุเผาศพ หลังจากที่หนุ่มวัย 22 ปีตัวแทนนักตะกร้อทีมจังหวัดกำแพงเพชร ประสบอุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถอ้อยเสียชีวิต และสัญญาว่าจะนำเหรียญที่จะแข่งครั้งต่อไปมาฝากให้ได้ พร้อมอธิษฐานขอให้ชาติหน้าเกิดเป็นนักตะกร้อทีมชาติ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9OYrX7vf4tc    

 12,564
ข่าวภูมิภาค
29 ม.ค. 61

ญาติ 'หมอลิต' ทวงความเป็นธรรม ยันสาเหตุถูกสังหารไม่ใช่ปมชู้สาว

กาญจนบุรี-พิธีฌาปนกิจศพนายชลิต จินตนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุขภาพปลายนาสวน บรรยากาศสุดโศกเศร้า ท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานนับพันคน ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตวอนผู้มีอำนาจช่วยให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิต หลังผู้ก่อเหตุอ้างปมสังหารจากเรื่องชู้สาว ทำให้ผู้เสียชีวิตเกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง   โดยเพื่อนและคนใกล้ชิดยันผู้เสียชีวิตเป็นคนอัธยาศัยดี เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานและไม่เคยมีนิสัยเจ้าชู้มาก่อน สังเกตดูได้จากจำนวนผู้ร่วมงานศพจำนวนมาก ที่เดินทางไกลหลายร้อยกิโลจากอำเภอศรีสวัสดิ์เพื่อมาร่วมงาน แสดงให้เห็นถึงความรักที่ทุกๆคนมีให้ต่อผู้เสียชีวิต ทางครอบครัวและเพื่อนร่วมงานต่างไม่เชื่อว่า สาเหตุที่แท้จริง จะมาจากเรื่องนี้ จึงอยากขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยสืบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อล้างมลทินให้กับผู้เสียชีวิตให้ได้   เพราะทางครอบครัวต้องทนทุกข์ทรมาณกับการสูญเสียเสาหลักในครอบครัว แถมยังต้องมาเผชิญกับกระแสสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์ตัวผู้เสียชีวิต ว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเชิงชู้สาวจนเป็นสาเหตุทำให้ถูกสังหาร ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมครอบครัวผู้เสียชีวิตและสร้างความเสื่อมเสียต่อผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมาก   ด้าน ตร.เจ้าของคดี ระบุจากการสอบปากคำแฟนสาวของผู้ต้องหา ยันไม่เคยติดต่อหรือมีสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหมอลิต อีกทั้งอยู่คนละโรงพยาบาล จึงไม่มีความเชื่อมโยงปมชู้สาว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TF-eveklY84    

 14,608
สังคม-อาชญากรรม
09 ม.ค. 61

ไร้เงาแฟนหนุ่มร่วมเผาศพ ญาติเผย 'น้องเคลียร์' ส่งภาพถุงยางใช้แล้วในถุงซิปล็อค พร้อมรูปชายในคลิปเสียงให้เพื่อนก่อนตาย

จากกรณี น.ส.นิตยา สวัสดิวรรณ หรือน้องเคลียร์ อายุ 18 ปี จ้างจักรยานยนต์รับจ้างไปส่งที่สะพานพระราม 8 พร้อมให้ถือโทรศัพท์ไลฟ์สด ก่อนที่จะกระโดดลงสะพานฆ่าตัวตายนั้น   ล่าสุดวานนี้ (8 ม.ค.) เวลา 17.30 น. บรรยากาศที่ศาลา 6 วัดบัวขวัญพระอารามหลวง อ.เมือง จ.นนทบุรี สถานที่จัดพิธีฌาปณกิจศพ น.ส.นิตยา หรือน้องเคลียร์ มีญาติและกลุ่มเพื่อนเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยเกือบ 100 คนท่ามกลางความเศร้าโศก โดยทุกคนที่มาร่วมงานและสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว ต่างหวังว่าชายหนุ่มในคลิปเสียงจะเดินทางมาร่วมพิธีและขอขมาศพในวันนี้   โดยยายของน้องเคลียร์ บอกว่า ตั้งแต่หลานเสียชีวิต ตนเองยังไม่เคยได้รับการติดต่อจากชายหนุ่มที่คาดว่าเป็นแฟนของหลานเลย และน่าจะเป็นต้นเหตุให้หลานตัดสินใจฆ่าตัวตายในครั้งนี้ ซึ่งตนไม่ติดใจอะไรในเรื่องคดีทางกฎหมายให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไป ส่วนชายหนุ่มคนดังกล่าวก็เป็นหน้าที่ของเวรกรรมที่จะตามติดตัวเขาตลอดไป   ขณะที่ชายในคลิปเสียงที่คาดว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องเคลียร์ตัดสินใจฆ่าตัวตายนั้น เบื้องต้นได้ติดต่อมาหาญาติว่าจะเข้ามาขอขมาศพนั้น ญาติได้รอจนถึง 21.00 น. แต่ปรากฎว่าชายหนุ่มคนดังกล่าวไม่ได้เข้ามาตามที่นัดไว้   ส่วนประเด็นที่มีข่าวออกมาว่าพบถุงยางอนามัยใช้แล้วอยู่ในถุงซิปล็อคนั้น ญาติของน้องเคลียร์ บอกว่า มีเพื่อนสนิทของน้องเคลียร์คนหนึ่ง ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ ส่งภาพถุงยางอนามัยใช้แล้วที่อยู่ในถุงซิปล็อค ภาพชายหนุ่มที่อยู่ในคลิปเสียงที่เป็นต้นเหตุทำให้น้องเคลียร์ฆ่าตัวตาย พร้อมกับภาพถุงขนม และภาพถุงยาของน้องเคลียร์ มาให้ทางญาติ ตอนช่วงเช้าของวันที่น้องเคลียร์เสียชีวิต โดยบอกว่าเป็นภาพที่น้องเคลียร์ส่งมาให้ก่อนที่จะกระโดดสะพานฆ่าตัวตาย ซึ่งทางญาติคาดว่าน้องเคลียร์น่าจะเตรียมทุกอย่างไว้ก่อนที่จะฆ่าตัวตายแล้ว   ทางญาติอยากจะให้ตำรวจนำถุงยางดังกล่าวไปตรวจสอบว่าเป็นของใคร เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ประเด็นที่มีข่าวว่าทางญาติจะดำเนินคดีพรากผู้เยาว์นั้น ยืนยันว่าทางญาติไม่ได้ติดใจเอาความ แต่อยากจะให้ทางชายคนดังกล่าวเข้ามาขอขมา เพราะน้องเคลียร์เคยโพสต์เฟซบุ๊กว่าจะไม่อโหสิกรรมให้ ถึงแม้ในวันจะทำพิธีฌาปณกิจศพไปแล้ว และชายคนดังกล่าวจะยังไม่มาขอขมา แต่ทางญาติก็ยังพร้อมที่ให้โอกาสชายคนดังกล่าวเข้ามาขอขมาภายหลังได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vDsanuTaMMA  

 140,520
ข่าวภูมิภาค
08 ม.ค. 61

เผาศพหนุ่มพรีเวดดิ้ง เพื่อนเผยมาเข้าฝันขอข้าวกิน ญาติยังไม่ปักใจเชื่อสาเหตุการตาย

จากกรณี นายภาคิน หรือกานต์ ศรนารายณ์ อายุ 32 ปี หนุ่มเจ้าของร้านพรีเวดดิ้งเมืองตรัง เป็นศพเปลือยกาย ภายในรถยนต์เก๋งกลางสนามกีฬาเมืองตรัง กระทั่งติดตามจับหนุ่มคู่ขาวัย 26 ปี ในข้อหาลักทรัพย์ หรือรับของโจร หลังจากทรัพย์สินมีค่าในตัวผู้ตายหายไปและรับสารภาพว่าได้ร่วมรักกันจนผู้ตายเกิดอาการช็อกน้ำลายฟูมปากและเสียชีวิต จนได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตรัง ผลัดแรก 12 วัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุดทางญาติได้จัดพิธีฌาปนกิจ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างโปรยปราย และบรรดาเพื่อนๆและญาติๆ ร่วม 100 คน เดินทางมาเพื่อเผาศพส่งเป็นครั้งสุดท้าย โดยบรรยากาศทั่วไปเป็นไปด้วยความโศกเศร้าอาลัย   ขณะที่ญาติๆยังไม่ปักใจเชื่อในสาเหตุของการเสียชีวิตตามที่แพทย์ รพ.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) สงขลา ระบุไว้ แต่อย่างไรแล้วก็ต้องรอผลการพิสูจน์อวัยวะ ตับ ไต เศษอาหารในกระเพาะ และน้ำในร่างกาย ที่ส่งไปตรวจยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ กรุงเทพมหานคร เพื่อยืนยังถึงสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้ง ถ้าหาผลที่ออกมาไม่ต้องกับที่คิดไว้ ก็คงปรึกษากับผู้หลักผู้ใหญ่ ว่าจะดำเนินการไปในทิศทางไหนต่อ   และไม่พอใจที่ทางตำรวจแจ้งเพียงข้อหาลักทรัพย์ หรือรับของโจร ในความจริงผู้ต้องหาจะต้องได้รับข้อหามากกว่านี้ เนื่องจากเห็นผู้ตายตายลงต่อหน้าต่อตาแต่ยังไม่ช่วยเหลือ แต่กลับไม่ยอมช่วยเหลือ หนำซ้ำยังเอาทรัพย์สินของผู้ตายและหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่อีก แต่ญาติยังคงติดตามความคืบหน้าทางคดีจากตำรวจอยู่ตลอดเวลา และภายใน 1-2 วันนี้ จะรวมตัวกันเดินทางไปพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง เพื่อถามถึงความคืบหน้าว่าจะสามารถแจ้งข้อหาใดเพิ่มได้อีกบ้าง   ซึ่งในส่วนที่ทางตำรวจคาดว่า ผู้ตายกินยาที่มีชื่อว่า “กะปิ” ที่เป็นรู้จักกันในกลุ่มรักร่วมเพศ และเป็นยาต้องห้ามมีฤทธิ์ร้ายแรงกว่ายาปลุกเซ็กส์ แล้วส่งผลทำให้เป็นสาเหตุของการตายนั้น ทางญาติก็เคยได้ยินชื่อยาชนิดนี้มาเหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นสาเหตุหรือเปล่า เพราะไม่ได้คลุกคลีอยู่ในกลุ่มชายรักชาย แต่ติดใจอยู่ที่แผลฟกซ้ำที่แพทย์ระบุว่าพบตรงหน้าอกด้านซ้าย และในหัวใจ อาจจะเป็นไปได้หรือเปล่าว่าจะโดนซ็อตด้วยเครื่องช็อตไฟฟ้า แต่สุดแล้วแต่ต้องรอผลทางนิติเวชฯ สำหรับผู้ตายเป็นคนดีมากๆ รักครอบครัวรักพวกพ้องและพี่น้องเป็นอย่างมาก ดิ้นรนต่อสู้ชีวิตมาตลอดตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากพ่อและแม่เสียชีวิตไปหมดแล้ว   ขณะเดียวกัน ทางเพื่อนได้บอกว่าผู้ตายได้มาเข้าฝัน พร้อมทั้งมาบอกว่า หิวข้าว ไม่มีอะไรจะกิน และหนาวไม่มีเสื้อผ้าใส่ สภาพเปลือยกายและผอมโซ เนื่องจากตอนตาย ได้เสียชีวิตในสภาพเปลือยกาย หลังจากนั้นทางเพื่อนๆได้ทำการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลเพื่อให้ผู้ตายไปสู่ในภพภูมิที่ดีอย่าได้กังวลในสิ่งใดแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9uQpuFOVJy4    

 14,433
ข่าวภูมิภาค
29 ธ.ค. 60

ครอบครัวอาลัยเผาศพ 'หมอปอ' ขอศาลสั่งประหารชีวิต 'นายเก่ง-กิ๊กสาว'

ชุมพร-ครอบครัวจัดพิธีฌาปนกิจ น.ส.นนทิญา ครัวจัตุรัส หรือหมอปอ อายุ 25 ปี เจ้าหน้าที่ทันตสาธารณสุข รพ.สต.สลุย ที่ถูกนายเก่ง ว่าที่เจ้าบ่าวร่วมมือกับกิ๊กสาว บุกยิงเสียชีวิต   โดยบรรยากาศในงานมีเพื่อนๆ และชาวบ้านกว่า 1,000 คนที่รักและอาลัยหมอปอ เดินทางมาร่วมงานท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า   ด้านพ่อแม่ของหมอปอระบุ ขณะนี้เริ่มทำใจได้บ้างแล้ว รู้สึกดีใจมากที่มีผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดให้ความสำคัญ รวมทั้งเพื่อนฝูงและบุคคลที่รักหมอปอมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก หากวิญญาณหมอปอมีจริง อยากให้รู้ว่าพ่อแม่ พี่ชาย และน้องๆ คิดถึงลูกมาก หากเกิดชาติหน้าขอให้หมอปอเกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่อีก   ส่วนนายเก่งและกิ๊กสาวก็ขอให้เป็นไปตามเวรกรรมที่ทั้งสองคนก่อกรรมไว้ ตนไม่ขออาฆาตแค้นใดๆ ขอให้อโหสิกรรมแก่กันเพื่อจะได้หมดกรรม เกิดมาในชาติต่อไปจะได้ไม่ต้องจองเวรต่อกันอีก ส่วนในทางคดีก็อยากให้ศาลตัดสินลงโทษประหารชีวิตทั้งสองคนโดยไม่มีการลดโทษ เพื่อจะได้ตายตกตามกันไป เพราะมั่นใจว่า กิ๊กสาวต้องมีส่วนรู้เห็นในการฆ่าหมอปอด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2SBltzI6wPk

 15,083

Top