ค้นหา :

ผลการค้นหา "เผาศพ"

สังคม
04 ธ.ค. 62

ผลชันสูตรศพพริตตี้สาว 'ลัลลาเบล' รอบสองไม่พบยาเสียสาว เตรียมเผาวันเสาร์นี้!

ความคืบหน้าการเสียชีวิตของ 'ลัลลาเบล' พริตตี้สาว ที่เสียชีวิตในคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านตลาดพลู เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ญาติเตรียมฌาปณกิจศพวันที่ 7 ธันวาคมนี้ หลังผลชันสูตรรอบ 2 ออกแล้วผ่านมากว่า 2 เดือนหลังการเสียชีวิตของ นางสาว ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ 'ลัลลาเบล' พริตตี้สาว วันนี้ครอบครัวได้ทราบผลการชันสูตรพลิกศพรอบที่ 2 อย่างเป็นทางการแล้ว ผลออกมาว่า พบแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ และไม่พบสาร GHB ซึ่งเป็นส่วนผสมในยาเสียสาว   สำหรับการผ่าชันสูตรศพครั้งที่ 2 เป็นความร่วมมือกัน 3 ฝ่าย คือ แพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลตำรวจ เน้นในเรื่องการหาสารพิษ // สารเสพติดในร่างกาย // การตรวจหาสารพันธุกรรม และร่องรอยการถูกทำร้ายหรือถูกล่วงละเมิด   ขณะที่เพื่อนสนิทของลัลลาเบล โพสต์เฟซบุ๊กว่า ครอบครัวลัลลาเบลจะจัดสวดพระอภิธรรมศพ 1 คืน ในวันที่ 6 ธันวาคมและจะมีพิธีฌาปณกิจในวันที่ 7 ธันวาคม ช่วงเย็นขณะที่ความคืบหน้าของคดี พนักงานสอบสวนนครบาลบุคคโล ส่งสำนวนฟ้องของ นาย รัชเดช วงศ์ทะบุตร หรือ น้ำอุ่น และผู้ต้องหา 5 คน แก๊งบ้านบางบัวทอง ให้อัยการเพื่อสั่งฟ้องแล้วตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา  

 4,875
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ย. 62

แฟนสาวถือรูปอาลัย เผาศพ 'น้องกาย' เพื่อนบ้านหลอนกลิ่นศพ เจอ จม.ปริศนาวางหน้าบ้าน

ความคืบหน้ากรณี นายศิระ สมเดช หรือกาย ก่อเหตุฆ่าหั่นศพ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ หรือติ๊ก อายุ 42 ปี มารดาตัวเอง และนำชิ้นส่วนอวัยวะแช่ตู้เย็นภายในบ้าน ซอยท่าข้าม 28 เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทางครอบครัวนำศพของมารดาไปบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดสุโขทัย   ส่วนน้องกายบำเพ็ญกุศลที่วัดหลักสี่พระอารามหลวง ทางครอบครัวฝ่ายบิดาร่วมกันจัดพิธีงานฌาปนกิจศพ โดยภายในงานมีครอบครัวคนสนิทและเพื่อน รวมทั้งนางสาวยุ้ยแฟนสาวของนายกาย บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ โดยทางครอบครัวขอสื่องดให้สัมถาษณ์และให้บันทึกภาพภายนอกเท่านั้น   โดยนางสาวยุ้ย แฟนสาวเป็นถือภาพน้องกาย ส่วนคุณพ่อและป้า ที่เลี้ยงดูน้องกายมาก่อนที่แม่จะรับไปดูแลต่อ ก็ร้องไห้แทบขาดใจเพราะไม่คิดจะเกิดเรื่องแบบนี้   ส่วนบรรยากาศที่บ้านพักที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทาวน์เฮ้าส์สองชั้นปลูกติดกันหลังเกิดเหตุนั้น เพื่อนบ้านข้างๆฝั่งขวาป็นบ้านเช่าไม่มีใครอยู่ ส่วนฝั่งซ้ายเจ้าของบ้านขอไปอาศัยที่อื่นชั่วคราวก่อน   ด้านหลังของบ้านที่เกิดเหตุ ติดกับบ้านเดี่ยวหลังหนึ่งซึ่งเจ้าของบ้านบอกกับสื่อมวลชนว่า ตอนนี้ที่บ้านเดือดร้อนเพราะกลิ่นเหม็นคล้ายซากสัตว์เน่าฟุ้งกระจายมาที่บ้านตนตลอด จนทำให้แม่บ้านและคนในบ้านหวาดผวา อยากขอให้ตำรวจเข้าตรวจสอบอีกครั้งว่าในบ้านมีอะไรเน่าเหม็นหรือไม่ และควรเข้าไปทำความสะอาด เพราะแค่กลิ่นก็ทำให้ชาวบ้านรอบข้างผวามาก   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเกิดเหตุซึ่งยังคงมีกลิ่นคล้ายซากสัวตว์เน่า ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณหน้าบ้าน ตรงกระถางต้นไม้ มีซองจดหมายปริศนา ลงชื่อจ่าหน้าซองว่า "ขอให้โชคดี" และลงท้ายด้วย พล.ต.คนหนึ่งมาวางไว้ โดยภายในซองจดหมายมีเงินแบงก์ 20 จำนวนหลายใบ และด้านข้างซองมีรูปหัวใจ ซึ่งไม่ทราบว่าใครเป็นคนนำซองจดหมายนี้ทิ้งไว้ ใกล้กันยังพบก้านธูป ปักไว้ 3 ดอก และ 1 ดอก ข้างกัน ซึ่งนอกจากกลิ่นแล้วชาวบ้านบางรายก็ผวาหวาดกลัว กับเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงขั้นย้ายออก   อย่างเช่น นางวีราภรณ์ ไวยปัญญา หรือป้าแดง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่กับใกล้กับบ้านที่เกิดเหตุ  เมื่อวานนี้ก็กำลังเก็บข้าวของเตรียมย้ายออก   ป้าแดง บอกว่า กลัวหลังจากที่เกิดเรื่องแม้ว่าจะอยู่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุ แต่หลังบ้าน ยังมองเห็นบ้านที่เกดเหตุและเวลานอนก็ผวากับเสียงปืนที่ได้ยินวันนั้นและเวลาเดินผ่านบ้านเขาที่คยเห็นนางสาวติ๊กนั่งซักผ้าหน้าบ้าน หรือ ออกกำลังกาย ก็จะส่งยิ้มให้กัน มันหลอน ป้าจำภาพติดตา   ก่อนนอนต้องเอาพระและเครื่องรางของขลังมาวางใต้หมอนและข้างๆตัว  หลังเกิดเหตุช่วงดึกๆก็มีหมาหอนบ่อยๆ แต่เมื่อคืนพอมีการทำพิธิเชิญดวงวิญญาณ หมาก็ไม่หอนแล้ว ห้องที่ป้าแดงอยู่เช่าไว้ทำร้านขายของชำ ซึ่งจากเดิมป้าแดงบอกจะย้ายออกอยู่แล้ว แต่ก็ลังเล แต่พอมาเกิดเรื่องนี้ไม่คิดอะไรแล้วขอย้ายออกดีกว่า   สำหรับบ้านหลังนี้ มารดาของนางสาวติ๊ก ระบุว่า หลังจากเสร็จสิ้นพิธีงานศพเสร็จสิ้นแล้ว จะเข้ามาตรวจสอบทรัพย์สินภายในบ้าน ก่อนจะปล่อยให้เช่า   ส่วนทางคดีนั้น ตำรวจเร่งรวบรวมสำนวนและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องให้สิ้นข้อสงสัยทั้งหมด และเมื่อเสร็จสิ้นพิธี งานศพของทั้งแม่และลูก ก็จะแจ้งให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตรับทราบสาเหตุการเสียชีวิตหลักฐานนิตวิทยาศาสตร์ ทั้งหมดให้คริบครัวรับทราบต่อไป โดยยังยืนยันคำเดิมว่าลูกก่อเหตุฆ่าแม่ ไม่มีบุคคลอื่นมาเกี่ยวข้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2VrJQ4LnwTg

 29,461
อาชญากรรม
29 พ.ย. 62

แฟนสาวถือรูปอาลัย เผาศพ 'น้องกาย' เพื่อนบ้านหลอนกลิ่นศพ เจอ จม.ปริศนาวางหน้าบ้าน

ความคืบหน้ากรณี นายศิระ สมเดช หรือกาย ก่อเหตุฆ่าหั่นศพ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ หรือติ๊ก อายุ 42 ปี มารดาตัวเอง และนำชิ้นส่วนอวัยวะแช่ตู้เย็นภายในบ้าน ซอยท่าข้าม 28 เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทางครอบครัวนำศพของมารดาไปบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดสุโขทัย   ส่วนน้องกายบำเพ็ญกุศลที่วัดหลักสี่พระอารามหลวง ทางครอบครัวฝ่ายบิดาร่วมกันจัดพิธีงานฌาปนกิจศพ โดยภายในงานมีครอบครัวคนสนิทและเพื่อน รวมทั้งนางสาวยุ้ยแฟนสาวของนายกาย บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ โดยทางครอบครัวขอสื่องดให้สัมถาษณ์และให้บันทึกภาพภายนอกเท่านั้น   โดยนางสาวยุ้ย แฟนสาวเป็นถือภาพน้องกาย ส่วนคุณพ่อและป้า ที่เลี้ยงดูน้องกายมาก่อนที่แม่จะรับไปดูแลต่อ ก็ร้องไห้แทบขาดใจเพราะไม่คิดจะเกิดเรื่องแบบนี้   ส่วนบรรยากาศที่บ้านพักที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทาวน์เฮ้าส์สองชั้นปลูกติดกันหลังเกิดเหตุนั้น เพื่อนบ้านข้างๆฝั่งขวาป็นบ้านเช่าไม่มีใครอยู่ ส่วนฝั่งซ้ายเจ้าของบ้านขอไปอาศัยที่อื่นชั่วคราวก่อน   ด้านหลังของบ้านที่เกิดเหตุ ติดกับบ้านเดี่ยวหลังหนึ่งซึ่งเจ้าของบ้านบอกกับสื่อมวลชนว่า ตอนนี้ที่บ้านเดือดร้อนเพราะกลิ่นเหม็นคล้ายซากสัตว์เน่าฟุ้งกระจายมาที่บ้านตนตลอด จนทำให้แม่บ้านและคนในบ้านหวาดผวา อยากขอให้ตำรวจเข้าตรวจสอบอีกครั้งว่าในบ้านมีอะไรเน่าเหม็นหรือไม่ และควรเข้าไปทำความสะอาด เพราะแค่กลิ่นก็ทำให้ชาวบ้านรอบข้างผวามาก   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเกิดเหตุซึ่งยังคงมีกลิ่นคล้ายซากสัวตว์เน่า ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณหน้าบ้าน ตรงกระถางต้นไม้ มีซองจดหมายปริศนา ลงชื่อจ่าหน้าซองว่า "ขอให้โชคดี" และลงท้ายด้วย พล.ต.คนหนึ่งมาวางไว้ โดยภายในซองจดหมายมีเงินแบงก์ 20 จำนวนหลายใบ และด้านข้างซองมีรูปหัวใจ ซึ่งไม่ทราบว่าใครเป็นคนนำซองจดหมายนี้ทิ้งไว้ ใกล้กันยังพบก้านธูป ปักไว้ 3 ดอก และ 1 ดอก ข้างกัน ซึ่งนอกจากกลิ่นแล้วชาวบ้านบางรายก็ผวาหวาดกลัว กับเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงขั้นย้ายออก   อย่างเช่น นางวีราภรณ์ ไวยปัญญา หรือป้าแดง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่กับใกล้กับบ้านที่เกิดเหตุ  เมื่อวานนี้ก็กำลังเก็บข้าวของเตรียมย้ายออก   ป้าแดง บอกว่า กลัวหลังจากที่เกิดเรื่องแม้ว่าจะอยู่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุ แต่หลังบ้าน ยังมองเห็นบ้านที่เกดเหตุและเวลานอนก็ผวากับเสียงปืนที่ได้ยินวันนั้นและเวลาเดินผ่านบ้านเขาที่คยเห็นนางสาวติ๊กนั่งซักผ้าหน้าบ้าน หรือ ออกกำลังกาย ก็จะส่งยิ้มให้กัน มันหลอน ป้าจำภาพติดตา   ก่อนนอนต้องเอาพระและเครื่องรางของขลังมาวางใต้หมอนและข้างๆตัว  หลังเกิดเหตุช่วงดึกๆก็มีหมาหอนบ่อยๆ แต่เมื่อคืนพอมีการทำพิธิเชิญดวงวิญญาณ หมาก็ไม่หอนแล้ว ห้องที่ป้าแดงอยู่เช่าไว้ทำร้านขายของชำ ซึ่งจากเดิมป้าแดงบอกจะย้ายออกอยู่แล้ว แต่ก็ลังเล แต่พอมาเกิดเรื่องนี้ไม่คิดอะไรแล้วขอย้ายออกดีกว่า   สำหรับบ้านหลังนี้ มารดาของนางสาวติ๊ก ระบุว่า หลังจากเสร็จสิ้นพิธีงานศพเสร็จสิ้นแล้ว จะเข้ามาตรวจสอบทรัพย์สินภายในบ้าน ก่อนจะปล่อยให้เช่า   ส่วนทางคดีนั้น ตำรวจเร่งรวบรวมสำนวนและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องให้สิ้นข้อสงสัยทั้งหมด และเมื่อเสร็จสิ้นพิธี งานศพของทั้งแม่และลูก ก็จะแจ้งให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตรับทราบสาเหตุการเสียชีวิตหลักฐานนิตวิทยาศาสตร์ ทั้งหมดให้คริบครัวรับทราบต่อไป โดยยังยืนยันคำเดิมว่าลูกก่อเหตุฆ่าแม่ ไม่มีบุคคลอื่นมาเกี่ยวข้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2VrJQ4LnwTg

 29,461
สรุปข่าว
29 พ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 29 พ.ย.62 สภาล่มอีกรอบ-ครู2ผัวเมียถูกแทงดับคาบ้าน-เผาศพลูกชายฆ่าหั่นศพแม่

-เจ้าหน้าที่ส.ป.ก.และป่าไม้ลงตรวจพื้นที่ เขาสนฟาร์มของปารีณารอบ 2 ยันฟาร์มไก่อยู่ในพื้นที่หลวงแน่นอน แต่ยังไม่ชัดเป็น ส.ป.ก.หรือป่าสงวนแค่ไหน ต้องนำแผนที่อดีตและปัจจุบันมาหาค่าที่ถูกต้อง ขอเวลาถึงวันจันทร์นี้ อัจฉริยะเผชิญหน้าผู้ตรวจป่าไม้ทวงถามทำไมป่าไม้ไม่แจ้งความปารีณาเหมือนชาวบ้านทั่วไป ท้าสิระ เจนจาคะ ถ้าปารีณาไม่ผิดจะไปกราบเท้า แต่ถ้าผิดกล้าลาออกจาก ส.ส.หรือไม่ ลั่นขืนอุ้ม รัฐบาลพัง ขณะที่วีระ สมความคิด ระบุปารีณารุกป่าชัดเจน ถามเสาไฟฟ้าแรงสูงเข้าไปอยู่ในป่าสงวนได้อย่างไร ใครอุ้มระวังติดคุกก่อนปารีณา ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'อัจฉริยะ-วีระ' จับมือตามติดคดีที่ดิน 'ปารีณา' ลั่นถ้ารัฐบาลอุ้ม พังแน่!   -ศึก 3 สารพิษยิ่งวุ่น หลังพลิกมติยืดการแบน 2 สารพิษไปอีก 6 เดือน ส่วนไกลโฟเซตให้จำกัดการใช้ จนอาจกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล นายกฯไม่ขัดข้องจะเลื่อนหรือไม่ ไม่สามารถสั่งได้ ยันเรื่องนี้ไม่มีความขัดแย้ง อนุทินจวกกรมวิชาการเกษตรทำงานข้ามขั้นตอน ไม่ฟังคำสั่งมนัญญา ด้านสุริยะ ระบุเปิดโอกาสให้แสดงความเดห็นเต็มที่ ไม่มีคนคัดค้าน จึงถือว่าเป็นมติชี้การเลื่อนแบนสาร เหมาะกับสถานการณ์ช่วงนี้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ศึก 3 สารพิษส่อทำพรรคร่วมร้าวฉาน 'อนุทิน-สุริยะ' โต้ปมยืดเวลาแบน 6 เดือน     -สภาล่มรอบ 2 เมื่อประชุมเดินหน้าเข้าสู่วาระที่พรรคฝ่ายรัฐบาลขอให้มีการนับคะแนนลงมติใหม่ในการพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่ง คสช.และการใช้อำนาจ ม.44  ขณะที่ มีส.ส.พรรคฝ่ายค้านลุกขึ้นประท้วงและแสดงความไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการนับคะแนนใหม่   นายชวน หลีกภัย ยืนยันที่จะให้มีการนับคะแนนใหม่ตามที่มีผู้เสนอ พร้อมทั้งให้ส.ส.ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการนับคะแนนเข้าประจำที่ แต่เมื่อขอนับองค์ประชุม ปรากฎว่าส.ส.ฝ่ายค้านบางส่วนได้เดินออกจากห้องประชุม ส่วนคนที่ยังอยู่ในห้องประชุมก็ไม่กดบัตรแสดงตน จึงทำให้องค์ประชุมไม่ครบ ซึ่งนายชวนแจ้งว่า องค์ประชุมมี 242 เสียง ถือว่าไม่ครบองค์ประชุมที่ต้องมีไม่น้อย 249 คน พร้อมทั้งสั่งปิดการประชุมสภาฯ ในเวลา 11.25 น. ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ปธ.วิปรัฐบาล แจงเหตุสภาล่มรอบ 2 ปัดเล่นเกมยื้อตั้ง กมธ.เช็คบิล ม.44   -นายกฯพูดถึงประเด็นฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวต ชี้เป็นเรื่องธรรมดา หลายคนติดภารกิจ ติดราชการ การแพ้โหวตไม่ใช่เรื่องความมั่นคง เพราะตนยังเชื่อมั่นในเรื่องของเสถียรภาพ เพราะถือว่าตนเองเป็นทหารเก่า ซึ่งถือสัญญาสุภาบุรุษลูกผู้ชายสำคัญที่สุด และการร่วมรัฐบาลต้องร่วมจริงๆในสิ่งที่รัฐบาลทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่ต่อสู้ ทางการเมืองเพียงอย่างเดียวไม่ได้ หรือจะมองอนาคตในเรื่องอนาคตก็ยังมาไม่ถึง ถึงเวลาค่อยว่ากัน บิ๊กป้อมชี้เป็นเรื่องสปิริตของ ส.ส.เป็นเรื่องของสภา ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯทวงสัญญาลูกผู้ชายพรรคร่วม หลังแพ้โหวตสภาล่ม   -พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกมธ. ลุกขึ้นอภิปราย หลังจากที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้เสนอเปลี่ยนตัวกรรมาธิการ แทนนายดล เหตระกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนาที่ลาออกไป เป็นนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นกมธ.แทน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โวยพลังประชารัฐบีบคนเก่าออกเอาคนใหม่เข้า ห่วงมีเหตุยิงกันในสภา สิระ เจนจาคะ สวนให้ถอนคำพูด จะยิงกันที่ไหนก็ได้ แต่อย่ายิงที่นี้ ก่อนที่ ปธ.ชวน หักมุมบอก ยิงด้วยหนังสติ๊กหรือยิงปืน และขอให้มือปืนทั้งหลายอย่ามาที่นี่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เสรีพิศุทธ์' ปะทะ 'สิระ' ท้ายิงกันกลางสภา 'ปธ.ชวน' ปล่อยมุกสั่งเบรค   -หนี้ครัวเรือนคนไทยพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แตะ 340,053 บาท/ครัวเรือน เป็นหนี้ในระบบ 59.2% นอกระบบ 40.8% มีกว่า 70% ขาดการชำระหนี้ หอการค้าชี้มาจากรายได้ลดลง ถูกเลิกจ้าง ใช้จ่ายเกินตัว ซื้อขายผ่านออนไลน์สะดวก GEN Z อายุ 8-20 ปี ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยโดยเฉพาะผู้หญิง ซื้อสินค้าบ่อยและของจุกจิก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนี้ครัวเรือนไทยพุ่ง 3.4 แสน เหตุกู้หนี้ใหม่โปะหนี้เก่า-ใช้จ่ายเกินตัว-ช็อปออนไลน์เก่ง   -ครู 2 ผัวเมียสอน ร.ร.เดียวกันถูกแทงดับสยองคาบ้านพักที่ระยอง หลังเพื่อนครูสงสัยไม่มาสอน จึงแจ้งตำรวจให้เข้าตรวจสอบ ที่หน้าประตูบ้านพบรอยเลือดและกระดาษ ที่มีข้อความว่า "จะไปไหนก็ไป ไม่ต้องมาวุ่นวายกับกูอีก เก็บเสื้อผ้าของมึงไปด้วย ให้น้องมึงเอารถมาคืนกูด้วย" ในบ้านพบร่องรอยการต่อสู้ ข้าวของกระจัดกระจาย พื้นห้องเต็มไปด้วยรอยเลือด   เพื่อนบ้านระบุ ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันอย่างรุนแรง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตร.เผยทั้งคู่เลยไปลงบันทึกประจำวันโดนข่มขู่เรื่องหนี้สิน เนื่องจากสามีติดหนี้พนันบอล แล้วภรรยาจับได้จึงมีปากเสียงทะเลาะกัน ตร.ยังไม่ฟันธงเป็นเหตุฆาตกรรมหรือฆ่ากันเอง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฆ่าโหดครู 2 ผัวเมีย แทง-ปาดคอดับคาบ้าน พบจม.ปริศนา ตั้งปมฆ่ากันเอง-ถูกฆาตกรรม   -อาม่าวัย 83 ปี ร้องถูกพนักงานธนาคารปลอมบัญชีสูญเงินกว่า 13 ล้านบาท ลูกสาวเล่าแม่ฝากเงินจนเป็นลูกค้า VIP สนิทกับผช.ผจก.ธนาคาร เมื่อปี 61 มารู้ว่าถูกปลอมบัญชีถอนเงินจนเกลี้ยงบัญชี ธนาคารยอมชดใช้ 10 ล้าน ส่วนอีก 3 ล้านบอกไม่มีที่มาทีไป ให้ไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อาม่าวัย 83 ถูก พนง.แบงก์ปลอมบัญชี ยักยอกทรัพย์ 13 ล้าน ธนาคารยอมใช้คืนแค่ 10 ล้าน    -ครอบครัวฝั่งพ่อ จัดพิธีฌาปนกิจศพน้องกาย ลูกชายฆ่าหั่นศพแม่ยัดตู้เย็น และมีการเชิญวิญญาณจากบ้านที่เกิดเหตุ ส่วนที่บ้านพบซองจม.ปริศนาจ่าหน้าซองขอให้โชคดี ลงชื่อตำรวจคนหนึ่ง มีธูปปักไว้ ส่วนบ้านข้างๆผวา ได้กลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งกระจาย ช่วงดึกมีหมาหอน คนหวาดผวา เตรียมย้ายออก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :   -อดีตตำรวจวัย 60 ปี ยศร้อยตำรวจโทผันตัวเป็นพ่อค้ายานรก ขับกระบะหนีสุดชีวิตก่อนจวนตัววิ่งลงจากรถ แต่โดนรวบได้ทัน ขยายผลจับเครือข่ายได้อีกคนที่สุโขทัย สามารถยึดของกลางเป็นไอซ์น้ำหนัก 520 กิโลกรัม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นาทีไล่ล่า จับอดีตตำรวจยศ ร.ต.ท. ผันตัวค้ายาไอซ์ 520 กก. สืบประวัติถูกให้ออกราชการคดีค้ามนุษย์    -ชาวบ้านชลบุรีรวมตัวขับไล่เจ้าอาวาสวัดเขาชะอางค์ กลางศาลาวัด หลังสั่งรถแบคโฮ ไปไถที่เก็บกระดูกบรรพบุรุษ ซึ่งนำมาไว้กว่า 20 ปี จนพังเสียหาย กระดูกกระจักระจาย ออกมากองรวมกัน ไม่รู้ว่าของใครเป็นของใคร โดยทางวัดไม่มีการแจ้งให้ทางญาติรู้ล่วงหน้า ชาวบ้านโห่ไล่เจ้าอาวาสและให้สึกออกไป เพราะกระทบกระเทือนจิตใจ ไม่พอใจเคยแจ้งให้ย้ายกระดูกครั้งเดียวเมื่อ 5 ปีก่อน ด้านเจ้าอาวาสระบุเคยแจ้งแล้ว มีชาวบ้านบางส่วนมาเก็บไป เพราะต้องพัฒนาพื้นที่ เบื้องต้นย้ายไปจำวัดที่อื่นก่อน ยังไม่ตั้งความผิดทางวินัย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เจ้าอาวาสแจงคลิปโอบกอด-ลูบหัวเด็กสาว ยันเป็นหลานสาวที่รับอุปการะ ปัดมีสัมพันธ์เชิงชู้สาว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Wi5RJzIB0ls

 6,620
สังคม
17 พ.ย. 62

เผาแล้ว! ศพ พล.ต.ต.ธารินทร์ - อดีตเมียเตรียมนำหลักฐานยื่นกองปราบรื้อคดีอีกครั้ง

จากกรณี อดีตรองจเรตำรวจใช้อาวุธปืนยิงคู่กรณีในศาลจังหวัดจันทบุรี บริเวณในบัลลังก์พิจารณาคดี 2 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ตาย 3 ราย (รวมผู้ก่อเหตุ) กู้ภัยรีบให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ตั้งแนวเขตห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปในที่เกิดเหตุ   เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างรอการพิจารณาคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องมรดกที่ดิน ภายในบริเวณบัลลังก์ห้องพิจารณาคดี โดยขณะรอผู้พิพากษาทั้ง 2 ฝ่าย เกิดโต้เถียงกัน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุคือ พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อายุ 67 ปี อดีตรองจเรตำรวจ ชักอาวุธปืนพกสั้นออโตเมติก กล็อก 22 ขนาด .40 ยิงใส่คู่กรณี เจ้าหน้าที่ศาลและทนายความรวม 4 ราย   โดยขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจศาล ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอยู่หน้าห้องพิจารณาคดี จึงได้ใช้อาวุธปืนประจำตัวยิงผู้ก่อเหตุหลายนัดทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และควบคุมตัวผู้ก่อเหตุส่ง รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี (เสียชีวิตในเวลาต่อมา)   ล่าสุดได้จัดพิธีฌาปนกิจศพ พล.ต.ต.ธารินทร์ ที่ฌาปนสถาน วัดหลวงปรีชากูล อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี แล้ววานนี้  โดยนางสาวเขมจิรา อดีตภรรยา กล่าวว่า ถ้าเป็นไปได้ก็อยากขอความเป็นธรรมในการขอรื้อคดี เพื่อสังคมทั่วไปจะได้เข้าใจสิ่งที่ พล.ต.ต.ธารินทร์ทำนี้เพื่อประเทศชาติและศาสนาจริง ๆ ในส่วนของทายาท นส.3 เป็นชื่อของคุณตา จนกระทั่งคุณตาเสียชีวิตในปี 2538 จนปี 2548 พระมรณะ ปี 2550 นส.3 ก็ยังเป็นชื่อคุณตา ตนก็เชื่อว่าอย่างน้อย นส.3 ทายาทก็น่าจะมีสิทธิ และมีการแถลงจำนวนทายาทผิด   เมื่อคุณแม่เสียตนก็ทำหน้าที่ต่อเนื่องจนกว่าจะพิสูจน์ความจริงให้ปรากฏ ตนอยากขอผู้ใหญ่ระดับบน ท่านประธานศาลฎีกา ผู้ที่เกี่ยวข้องกระบวนการยุติธรรม โปรดช่วยตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ตาย ผู้สูญเสีย รวมทั้งญาติโยมที่เรี่ยไรบุญมาในสมัยนั้น รวมทั้งวัตถุประสงค์ของนายสมพล ที่ต้องการเอาที่ดินมาทำประโยชน์แก่พุทธศาสนา ตอนนี้ในเรื่องคดี ตนก็มีความหวังอยู่ที่กองปราบ   ทั้งนี้ยังยังได้นำหลักฐานเป็นเอกสารที่อดีตสามี พลตำรวจตรีธารินทร์ รวบรวมได้ และสามารถพิสูจน์ได้ว่าที่ดิน 3,800 ไร่ ในจังหวัดจันบุรีเป็นที่ธรณีสงฆ์ ไม่ใช่ที่ของมูลนิธิ และของนายบุญช่วย เจริญสถาพร พร้อมทั้งได้มีการทำเอกสารใหม่ จนนำไปสู่คำพิพากษาของศาลฎีกา จนทำให้ที่ดินตกเป็นของนายบุญช่วย โดยนางสาวเขมจิรา กล่าวว่า หลักฐานที่นำมามอบให้กับตำรวจกองปราบวันนี้เป็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่อดีตสามีรวบรวมได้และส่งให้ตนนำมามอบให้ตำรวจกองปราบ ก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่วัน แต่เอกสารยังไม่ทันถึงมือตำรวจกองปราบก็เกิดเหตุก่อน พร้อมระบุว่า เหตุการณ์นี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น หากกระบวนการยุติธรรม มีความเป็นธรรมอย่างแท้จริง เพราะตลอด 8 ปีที่ผ่านมาอดีตสามีต่อสู้เพื่อสิทธิ์อันชอบธรรมให้กับ มูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย แต่กลับไม่ได้รับความเป็นธรรมและเกิดความกดดันมาตลอด จนมีคดีฟ้องร้องไปมา มากถึง 13-14 คดี   นอกจากนี้ นางเขมจิรายังได้ทวงถามถึงที่ดินในพื้นที่จังหวัดสงขลา 600 ไร่ ชลบุรี 1700 ไร่ ของมูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุวิทยาลัยหายไปไหน และบุคคลที่เกี่ยวข้องคือใคร หากใครตรวจสอบพบก็จะรู้คำตอบ พร้อมกันนี้ยังแสดงความเสียใจ ไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้งหมด โดยขอให้แต่ละฝ่ายทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าเป็นเรื่องของเวรกรรม เพราะที่ดินธรณีสงฆ์ บาปแรง และหันกลับมาคิดว่าที่ดินเป็นของใคร   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/0EU8JKGj-p4  

 797
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 62

ยายวัย 70 ตายแล้วฟื้น ตายจริงรอบ 2 หมอยัน ยายไม่มีชีพจรตั้งแต่ต้น

อุดรธานี-กรณีเกิดเรื่องปาฏิหาริย์กับนางพินิจ โสภาจร อายุ 70 ปี หลังจากป่วยเป็นโรคคอพอก และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 ต.ค.62 ที่ผ่านมา และญาติได้นำศพใส่ในโรงเย็นเอาไว้ 3 วันก่อนจะเคลื่อนศพไปยังวัดอัมพะวัน บ้านดงเย็น เพื่อฌาปนกิจศพที่เมรุ   แต่ขณะที่สามีจะทำพิธีล้างหน้าศพครั้งสุดท้ายก่อนจะนำเข้าเมรุศพ กลับเห็นภรรยาลืมตาขึ้น ทางญาติเห็นว่าชีพจรของคุณยายพินิจยังมีอยู่ จึงได้นำร่างกลับมายังบ้าน และช่วยกับปั๊มหัวใจหวังให้ฟื้นกลับมาปกติอีกครั้ง   แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ต.ค.2562 เวลา 09.00 น. ปรากฎว่าคุณยายพินิจเสียชีวิตจริงอีกรอบแล้ว ซึ่งทางญาติเชื่อว่าที่ฟื้นชีพขึ้นมาคงอยากเห็นหน้าลูกหลานทุกคนที่มาร่วมงานศพ โดยจะรอให้ร่างแข็งก่อนทำการเผาศพ   ด้าน นพ.ณรงค์ ธาดาเดช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตรายดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยการถูกส่งตัวต่อมาจากโรงพยาบาลหนองหาน ที่เอ็กซ์เรย์มาแล้วว่ามีเส้นเลือดใหญ่ที่ไปสมองอุดตัน ทำให้สมองขาดเลือด และผู้ป่วยหายใจเองไม่ได้ ต้องให้ออกซิเจนและเครื่องช่วยหายใจมา และมีก้อนที่บริเวณลำคอก้อนใหญ่ที่เป็นไทรอยส์ เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 7-20 ตุลาคม 62 ที่ผ่านมา   ทางญาติก็ทราบว่าผู้ป่วยมีอายุ 70 ปี โอกาสฟื้นตัวได้น้อย ทางญาติจึงขออนุญาตนำตัวผู้ป่วยกลับไป เพื่อให้เสียชีวิตที่บ้าน และกลับไปถึงบ้านได้ 2-3 วัน ก็ทราบว่าทางญาติได้ประเมินว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว จึงจัดพิธีทางศาสนา แต่ขณะที่กำลังจะทำพิธีฌาปนกิจศพอยู่นั้น ผู้เสียชีวิตได้ลืมตา ซึ่งในกรณีดังกล่าวนั้น อาจจะเกิดจากการที่ถูกความเย็นในโลงเย็นแล้ว หรือช่วงที่เสียชีวิตมีเซลล์บางส่วนที่ฝ่อลงและบางลง   เมื่อมีน้ำไปโดนขณะล้างหน้าศพ ก็อาจเป็นปฏิกิริยา กล้ามเนื้อเกิดปฏิกิริยากล้ามเนื้อหดตัวทำให้ตาลืมขึ้น ซึ่งหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลหนองหาน ก็ได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบแล้ว มีการใช้เครื่องมือกระตุ้นหัวใจ และวัดหาสัญญาณชีพ ก็พบว่าผู้เสียชีวิตไม่มีชีพจรแล้ว   นพ.ณรงค์ กล่าวให้ความรู้ต่อไปอีกว่า การประเมินการเสียชีวิต ทางการแพทย์มีอยู่เช่น สมองตาย หัวใจหยุดเต้น สิ้นลมหายใจ ก็สามารถลงความเห็นว่าเสียชีวิตแล้ว ในกรณีที่ตายผิดธรรมชาติก็จะมีแพทย์เข้าไปตรวจสอบ แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยกลับไปหมดลมที่บ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นญาติพี่น้องเป็นผู้ลงความเห็นในการเสียชีวิต แต่ก็สามารถร้องขอให้แพทย์เข้าไปตรวจสอบได้ ซึ่งกรณีที่มีผู้เสียชีวิต 24 ชั่วโมงแรกร่างอาจจะแข็ง แต่พอผ่านไปหลังจาก 24 ชั่วโมงไปแล้ว ร่างกายกล้ามเนื้อจะอ่อนลง ซึ่งผู้เสียชีวิตรายนี้ร่างกายอ่อนลง เพราะเสียชีวิตมานานนั่นเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mwW3n3y7JJw

 26,924
อาชญากรรม
25 ต.ค. 62

ยายวัย 70 ตายแล้วฟื้น ตายจริงรอบ 2 หมอยัน ยายไม่มีชีพจรตั้งแต่ต้น

อุดรธานี-กรณีเกิดเรื่องปาฏิหาริย์กับนางพินิจ โสภาจร อายุ 70 ปี หลังจากป่วยเป็นโรคคอพอก และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 ต.ค.62 ที่ผ่านมา และญาติได้นำศพใส่ในโรงเย็นเอาไว้ 3 วันก่อนจะเคลื่อนศพไปยังวัดอัมพะวัน บ้านดงเย็น เพื่อฌาปนกิจศพที่เมรุ   แต่ขณะที่สามีจะทำพิธีล้างหน้าศพครั้งสุดท้ายก่อนจะนำเข้าเมรุศพ กลับเห็นภรรยาลืมตาขึ้น ทางญาติเห็นว่าชีพจรของคุณยายพินิจยังมีอยู่ จึงได้นำร่างกลับมายังบ้าน และช่วยกับปั๊มหัวใจหวังให้ฟื้นกลับมาปกติอีกครั้ง   แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ต.ค.2562 เวลา 09.00 น. ปรากฎว่าคุณยายพินิจเสียชีวิตจริงอีกรอบแล้ว ซึ่งทางญาติเชื่อว่าที่ฟื้นชีพขึ้นมาคงอยากเห็นหน้าลูกหลานทุกคนที่มาร่วมงานศพ โดยจะรอให้ร่างแข็งก่อนทำการเผาศพ   ด้าน นพ.ณรงค์ ธาดาเดช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตรายดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยการถูกส่งตัวต่อมาจากโรงพยาบาลหนองหาน ที่เอ็กซ์เรย์มาแล้วว่ามีเส้นเลือดใหญ่ที่ไปสมองอุดตัน ทำให้สมองขาดเลือด และผู้ป่วยหายใจเองไม่ได้ ต้องให้ออกซิเจนและเครื่องช่วยหายใจมา และมีก้อนที่บริเวณลำคอก้อนใหญ่ที่เป็นไทรอยส์ เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 7-20 ตุลาคม 62 ที่ผ่านมา   ทางญาติก็ทราบว่าผู้ป่วยมีอายุ 70 ปี โอกาสฟื้นตัวได้น้อย ทางญาติจึงขออนุญาตนำตัวผู้ป่วยกลับไป เพื่อให้เสียชีวิตที่บ้าน และกลับไปถึงบ้านได้ 2-3 วัน ก็ทราบว่าทางญาติได้ประเมินว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว จึงจัดพิธีทางศาสนา แต่ขณะที่กำลังจะทำพิธีฌาปนกิจศพอยู่นั้น ผู้เสียชีวิตได้ลืมตา ซึ่งในกรณีดังกล่าวนั้น อาจจะเกิดจากการที่ถูกความเย็นในโลงเย็นแล้ว หรือช่วงที่เสียชีวิตมีเซลล์บางส่วนที่ฝ่อลงและบางลง   เมื่อมีน้ำไปโดนขณะล้างหน้าศพ ก็อาจเป็นปฏิกิริยา กล้ามเนื้อเกิดปฏิกิริยากล้ามเนื้อหดตัวทำให้ตาลืมขึ้น ซึ่งหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลหนองหาน ก็ได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบแล้ว มีการใช้เครื่องมือกระตุ้นหัวใจ และวัดหาสัญญาณชีพ ก็พบว่าผู้เสียชีวิตไม่มีชีพจรแล้ว   นพ.ณรงค์ กล่าวให้ความรู้ต่อไปอีกว่า การประเมินการเสียชีวิต ทางการแพทย์มีอยู่เช่น สมองตาย หัวใจหยุดเต้น สิ้นลมหายใจ ก็สามารถลงความเห็นว่าเสียชีวิตแล้ว ในกรณีที่ตายผิดธรรมชาติก็จะมีแพทย์เข้าไปตรวจสอบ แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยกลับไปหมดลมที่บ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นญาติพี่น้องเป็นผู้ลงความเห็นในการเสียชีวิต แต่ก็สามารถร้องขอให้แพทย์เข้าไปตรวจสอบได้ ซึ่งกรณีที่มีผู้เสียชีวิต 24 ชั่วโมงแรกร่างอาจจะแข็ง แต่พอผ่านไปหลังจาก 24 ชั่วโมงไปแล้ว ร่างกายกล้ามเนื้อจะอ่อนลง ซึ่งผู้เสียชีวิตรายนี้ร่างกายอ่อนลง เพราะเสียชีวิตมานานนั่นเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mwW3n3y7JJw

 26,924
บันเทิง
30 ก.ย. 62

เผาศพ 'เหม ภูมิภาฑิต' แฟนสาวปล่อยโฮเศร้า พ่อถือผ้าผูกคออาลัยลูกชาย

พิธีฌาปณกิจศพนักแสดงหนุ่ม เหม-ภูมิภาฑิต นิตยารส วัย 32 ปี ที่ได้ตัดสินใจจบชีวิตด้วยตัวเอง ภายในคอนโดฯ เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา   โดยบรรยากาศก็เป็นไปด้วยความโศกเศร้า เวลา 4 โมงเย็น ญาติและเพื่อนๆ ก็ได้เคลื่อนศพของเหมเพื่อเตรียมทำพิธีฌาปนกิจ  ได้เคลื่อนศพรอบเมรุจำนวน 3 รอบ โดยนางเอื้อมพร ผู้เป็นแม่ได้ถือผ้าไตร และเมย์ น้องสาวก็ได้เดินถือรูปพี่ชาย ขณะที่คุณพ่อเดชา ที่ได้ประกาศตามหาผ้าที่ลูกชายได้ใช้ผูกคอเสียชีวิต ล่าสุดได้ไปรับจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเมื่อช่วงบ่าย และก็ได้ถือด้วยตลอดเวลาที่เคลื่อนศพ    ก่อนพิธีฌาปนกิจจะเริ่มขึ้น ก็ได้มีการแสดงละครนอก เรื่อง สังข์ทอง ตอน รจนาเสี่ยงพวงมาลัย และได้มีพิธีทอดผ้าบังสกุล และในเวลา 5 โมงเย็นก็ได้ทำการฌาปนกิจ โดยมีญาติ เพื่อนๆ และนักแสดงร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก พร้อมขึ้นวางดอกไม้จันทน์เริ่มขึ้น   ประธานในพิธีขึ้นทอดบังสุกุล ต่อด้วยด้วยแขกผู้มีเกียรติทุกท่านขึ้นวางดอกไม้จันทน์ อาทิ ต้น จักรกฤษณ์, มดดำ คชาภา, แมทธิว ดีน, ขวัญ อุษามณี, เกรซ กาญจน์เกล้า และอีกคับคั่ง ซึ่งบรรยากาศก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า   ขณะที่เหนือ-จอมจุฑา ศิลาอาสน์ แฟนสาวของเหม ก็ปล่อยโฮ ด้วยความเสียใจ โดยเช้าวันนี้ (30 ก.ย.62) ทางญาติก็ได้ทำพิธีเก็บอัฐฐิ และ ตั้งใจจะนำไปลอยอังคาร ที่บ้านเกิดจังหวัดมหาสารคาม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0A7Jr7o7biE

 23,042
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ย. 62

เผาศพ แฟนสาวถูก 'โอเล่' ถูกตีจนตาย ญาติโวยหากคิดจะฆ่าตัวตายจริง ทำไมไม่ทำในที่ลับตาคน?

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความร้องขอความเป็นธรรม หลัง น.ส.อภิญญา หรือบุ๋ม เกษมศักดิ์ อายุ 21 ปี น้องสาวถูกนายกฤษณะโชค หรือโอ (โอเล่) ชัยชนะ อายุ 30 ปี แฟนหนุ่ม ทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต โดยนายโอได้พาตัวผู้ตายส่งโรงพยาบาล ก่อนขับรถยนต์ของผู้ตายหลบหนีไป และทางครอบครัวได้ร้องขอให้ ตำรวจรีบติดตามจับกุมตัวนายโอมาดำเนินคดีให้ได้ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา   ต่อมาตำรวจจับกุมตัวนายโอไว้ได้ บริเวณริมถนนพระรามที่ 2 อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ตรวจสอบบริเวณเบาะหลังพบนายโอนอนหายใจรวยรินจมกองเลือด ที่บริเวณข้อมือซ้าย มีร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์คล้ายถูกของมีคมบาด และนอนน้ำลายฟูมปาก ใกล้กันพบมีดปลายแหลม 1 เล่ม และน้ำยาล้างห้องน้ำเหลือเพียงครึ่งขวด   ทางเจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการล้างท้องและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค พร้อมทั้งอายัดตัวไว้เพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติม   พ.ต.อ.วุฒิชัย ไชยวัฒน์ ผกก.สน.เพชรเกษม กล่าวว่า ผู้ต้องหาเคยมีประวัติต้องโทษ 2 ครั้ง คดียาเสพติด ในปี 2551 และคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่น ในปี 2557 จากการสอบปากคำ เบื้องต้นนายโอให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง สาเหตุจากการหึงหวงฝ่ายหญิง จึงลงมือใช้เหล็กจากราวตากผ้า กระหน่ำฟาดจนเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งศาลอาญาธนบุรีได้อนุมัติหมายจับแล้ว ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ซึ่งกำหนดการจะต้องนำตัวฝากขังในวันที่ 9 ก.ย. พร้อมยื่นขอคัดค้านการประกันตัวไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว   แต่เนื่องจากผู้ต้องหา อยู่ระหว่างการรักษาตัว และยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ยังไม่สามารถนำตัวไปทำการฝากขังต่อศาลได้ โดยที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจำต้องพักรักษาตัวเป็นระยะเวลากี่วัน ซึ่งตำรวจจำเป็นที่จะต้องรอให้แพทย์ผู้ทำการรักษาอนุญาตให้ออกจากทางโรงพยาบาลได้ก่อน   ตำรวจจึงได้ยื่นขอผัดการฝากขังต่อศาลไว้ และในระหว่างนี้ ตำรวจได้มีการจัดกำลังคอยเฝ้าผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิดด้วย เนื่องจากกังวลว่าผู้ต้องหาอาจจะมีการคิดสั้นในระหว่างการรักษาหรืออาจจะทำการหลบหนีในระหว่างการทำการรักษาด้วยเช่นกัน   ด้านทางครอบครัวของผู้ตาย ได้ประกอบพิธีกรรมฌาปนกิจศพ ในเวลา17.00 น. ที่วัดบางประทุนนอก ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยระหว่างพิธี ด้านแม่และป้าของผู้ตาย ร้องไห้อย่างหนัก จนเป็นลม บรรดาญาติต้องช่วยกันปฐมพยาบาลนานนับชั่วโมง ทั้งสองจึงจะอาการดีขึ้น   นายปวินท์ เกษมศักดิ์ อายุ 29 ปี พี่ชายของผู้ตาย ระบุว่า ทางครอบครัวต้องการให้ผู้ต้องหามาขอขมาศพ และให้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพราะอยากจะรู้ว่าเขาทำอะไรกับน้องบ้าง เพราะจากผลการชันสูตร พบว่ามีเศษแก้วฝังอยู่ในศีรษะ และลำตัวมีเศษไม้ฝังอยู่ โดยครอบครัวตั้งใจว่าจะยังไม่เผาศพน้อง จนกว่าคดีจะจบ แต่พ่อตนได้ขอไว้ เพราะอยากให้น้องไปสบาย ทางครอบครัวจึงตัดสินใจเผาศพ   กรณีที่ผู้ต้องหาพยายามฆ่าตัวตายนั้น ตนมองว่า หากคิดจะฆ่าตัวตายจริง เหตุใดไม่ทำในที่ลับตาคน แต่กลับมาทำในรถให้คนอื่นพบเห็นและช่วยเหลือไว้ได้แบบนี้ นอกจากนี้ ตนโกรธมากที่ทางครอบครัวผู้ต้องหาพูดว่า น้องตนมีคนอื่น และทำงานขายบริการ ซึ่งน้องตายไปแล้ว ไม่สามารถพูดความจริงได้ โดยหลังจากนี้จะปรึกษาครอบครัวว่าจะทำการฟ้องกลับหรือไม่ ท้ายสุด ตนอยากบอกน้องว่า ให้น้องไปสบาย ไม่ต้องห่วงอะไร ทางนี้ตนจะดูแลเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3mz9OUTAWnU

 4,398
บันเทิง
20 มิ.ย. 62

ครอบครัว-เพื่อนอาลัย ร้องเพลงส่ง 'น้ำตาล เดอะสตาร์' เป็นนางฟ้าบนสวรรค์

สมุทรสาคร-ครอบครัวจัดพิธีฌาปนกิจศพ น.ส.บุศรัณย์ ทองชิว หรือ น้ำตาล เดอะสตาร์ อายุ 29 ปี ที่เมรุวัดป้อมวิเชียรโชติการาม (พระอารามหลวง) ต.มหาชัย อ.เมือง หลังเสียชีวิตลงด้วยอาการที่ยังไม่ทราบสาเหตุ ณ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งบรรยากาศในงานมีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ศิลปินดาราและผู้มีเกียรติมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก   โดยของชำร่วยที่นำมาแจกในงานก็เป็นไดอารี่ที่มีภาพงานศิลปะของน้ำตาลตีพิมพ์ไว้ จากนั้นเพื่อนๆ ของน้องน้ำตาลได้ร่วมกันขับร้องเพลง ช่วงที่ดีที่สุด แล้วก็เปิดเพลง Lover Coaster ซึ่งเป็นที่สำคัญที่สุดในชีวิตของน้ำตาล เพราะเป็นเพลงที่น้ำตาลร่วมกับ วิน นิมมานวรวุฒิ เพื่อนสนิทแต่งขึ้นทั้งเนื้อร้องและเมโลดี้ รวมถึงขับร้องเอง พร้อมกับแสดง MV อีกทั้งยังเป็นเพลงสุดท้ายในชีวิตของน้ำตาล ส่วน MV นั้นได้ตัดเสร็จเป็นที่เรียบร้อยก่อนน้ำตาลจะเสียชีวิตลง 3-4 วัน   ด้าน น.ส.พิมลดา ทองชิว หรือน้ำผึ้ง พี่สาวของน้ำตาล และนายกิตธีธัช ก้องภพจิรพัน สามี กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของน้ำตาลแล้ว ทางครอบครัวก็พยายามที่จะทำให้ดีที่สุดและดูแลกันให้ดีที่สุด เพราะเชื่อว่าน้ำตาลไม่อยากเห็นคนในครอบครัวเศร้าโศกเสียใจและไม่อยากให้พ่อแม่เศร้าใจมาก ซึ่งทางตนก็พยายามที่จะดูแลให้ดีที่สุด   ในโอกาสนี้ทางครอบครัวขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ได้ให้ความสนใจและรักน้ำตาลมาก ตั้งแต่น้ำตาลเข้าโรงพยาบาลจนถึงวันนี้ ซึ่งทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยความสมบูรณ์ก็เพราะทุกคนรักน้ำตาล เพราะถ้าไม่มีคนมาสนใจหรือคนมารักก็อาจจะไม่มีวันนี้ และต้องขอขอบคุณพี่ๆนักข่าวจากใจจริงที่ได้นำเสนอข่าวของน้ำตาลในเรื่องที่ดีๆ มีความสุข ซึ่งเชื่อว่าเมื่อน้ำตาลเห็นทุกคนรัก เข้าใจเขาก็จะทำให้ดวงวิญญาณของน้ำตาลมีความสุขและครอบครัวมีความสุขด้วย   ขณะที่การลอยอังคารน้องน้ำตาลนั้น ทางครอบครัวยังอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือกันอีกครั้งว่าจะนำอัฐิของน้องน้ำตาลไปลอยอังคารที่บริเวณปากอ่าวมหาชัย (จ.สมุทรสาคร) หรือจะนำไปลอยในท้องทะเล เพราะน้องน้ำตาลเป็นคนที่ชอบน้ำทะเลที่ใสสะอาด ชอบเที่ยวทะเล ชอบปะการังสวยงาม ทั้งนี้ก็จะมานั่งหารือกันให้เป็นที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการเรื่องลอยอังคารของน้องน้ำตาลอย่างไรต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7DvDlhtM7p8

 2,113
ข่าวภูมิภาค
24 ม.ค. 62

ลูกชาย สท.ภูเก็ตถูกยิงดับ วิญญาณเข้าร่างพี่สาวบอกไม่ให้เผา สุดท้ายต้องยกเลิก เข็นโลงออกจากเมรุ

ภูเก็ต-จากกรณี นายธีรศักดิ์ แซ่อ๋อง อายุ 29 ปี ลูกชาย นายเจริญ แซ่อ๋อง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลรัษฏาเขต 1 อ.เมือง จ.ภูเก็ต ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในอ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา   โดยพบว่ามีรถเก๋งสีดำ ขับตามก่อนใช้อาวุธปืนจ่อยิง 3 นัดซ้อน กระสุนเจาะขมับซ้ายจนเสียชีวิต ต่อมาวันที่ 21 ม.ค. นายจักรกฤษ หรือดิว แสงสะอาด ผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต โดยให้การปฎิเสธและได้ประกันตัวในชั้นสอบสวน   ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ทางครอบครัวได้จัดพิธีฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิต โดยมีการตั้งขบวนและเดินแห่โลกศพไปยังไปอย่างโศกเศร้า แต่ทันทีที่นำศพเข้าสู่เมรุและเตรียมการเผาอยู่นั้น ปรากฏว่า พี่สาวแท้ๆของผู้ตาย ได้เกิดอาการตัวสั่น และหวีดร้องเสียงดัง ญาติๆ ต้องช่วยกันจับตัวไว้   เมื่อจับใจความสำคัญพบว่า เสียงตะโกนดังกล่าวระบุว่า ตนคือวิญญาณ นายธีรศักดิ์ และไม่ต้องการให้เผาเด็ดขาด ถึงแม้ผู้เป็นพ่อจะพยายามเข้าไปขอ แต่ก็ไม่เป็นผล จึงสอบถามความเห็นญาติๆ ก่อนตัดสินใจยกเลิกการเผาศพ และจะเก็บศพไว้ที่วัดก่อนไม่มีกำหนด ทำให้ร่างของพี่สาวเริ่มมีอาการสงบลง จึงพาตัวพี่สาวไปพบกับพระสงฆ์เพื่อรดน้ำมนต์   ผู้เป็นพ่อกล่าวว่า ตนเชื่อว่าลูกชาย ไม่ต้องการให้เผาศพเนื่องจากยังไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงจะต้องเก็บศพไว้ต่อไม่มีกำหนด ในส่วนของคดีนั้นตนยังรู้สึกคาใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงให้ผู้ต้องหาประกันตัวออกไป และไม่ชี้แจงความคืบหน้าคดีต่อตนก่อนหน้านี้ และนอกจากนี้ตนไม่ทราบว่าผู้ต้องหาเป็นใคร จึงมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของครอบครัว   ความจริงก่อนหน้านี้มีความคิดที่จะแห่โลงศพไปยังศาลากลางจังหวัดเพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย แต่เมื่อมาพิจารณาแล้วก็รู้สึกไม่ดี คิดว่าเพื่อความสงบสุขของภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว ไม่อยากให้เสียภาพลักษณ์ จึงขอพึ่งพากระบวนการยุติธรรมแทน   และจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าลูกชายของตนมีอาวุธปืนและเปิดฉากยิงก่อนนั้น แต่จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบอาวุธปืนของลูกชาย มันหายไปไหน ผู้เสียชีวิตไม่สามารถโยนปืนทิ้งเองได้ ขณะเดียวกันก็มีแค่พยานอีกฝ่าย ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงคำให้การและหลักฐานได้   หลังจากนี้ตนเองจะดำเนินการทางกฏหมายต่อไปเพื่อให้เกิดความยุติธรรม ซึ่งนี่เกิดขึ้นกับลูกชายตน ซึ่งเป็นคนทำงานการเมืองท้องถิ่นหรือคนของสังคมแต่ยังไม่มีความยุติธรรม และถ้าเกิดขึ้นกับชาวบ้านตาสีตาสา ก็ยิ่งเชื่อว่าไม่มีความยุติธรรมแน่นอน จึงต้องดำเนินการอย่างเต็มที่   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่: https://youtu.be/bNyAGQI6IDI

 15,394
สังคม-อาชญากรรม
20 ธ.ค. 61

เตรียมเผาศพยายเจ้าของร้านชำ ถูกโจ๋วัย 17 ปี ทำร้ายจนเสียชีวิตช่วงบ่ายนี้ ตร.เชื่อคนร้ายยังหลบหนีอยู่ใน จ.ขอนแก่น

ร้านค้า ก่อนจะมีวัยรุ่นชาย 1 ในนั้นเดินเข้าไปด่าทอยายคนหนึ่งที่กำลังนำถุงขยะมาทิ้ง ซึ่งในเหตุการณ์มีการชี้หน้าด่าทอนานหลายนาทีก่อนชายวัยรุ่นดังกล่าวจะลงมือตบเข้าที่ใบหน้าของยายที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างแรงจนใบหน้าสะบัด และวัยรุ่นคนดังกล่าวก็ยังไม่ยอมหยุดชี้หน้าด่าทอยายในภาพ ซึ่งมีช่วงหนึ่งที่วัยรุ่นชายดังกล่าวเดินไปหยิบบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาเป็นอาวุธ ลักษณะคล้ายกับขวดแก้ว จะพุ่งเข้าหายายเพื่อทำร้ายอีกครั้ง แต่เพื่อนๆในกลุ่มได้เข้ามาห้ามเอาไว้ ก่อนที่ทุกคนจะเดินเข้าไปในซอย แต่วัยรุ่นที่ลงมือทำร้ายยายไม่ได้ออกมา เพียงวัยรุ่น 2 คนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันเดินออกมาเข็นรถจักรยานยนต์กลับเข้าไปอีกครั้ง และพบว่าคุณยายที่อยู่ในคลิปเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว กระทั่งต่อมามีพลเมืองดีโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ และนำร่างของคุณยายขึ้นรถกู้ชีพไป ซึ่งทราบชื่อผู้ก่อเหตุในเวลาต่อมาคือ นายเบนซ์ อายุ 17 ปี พักอาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกันกับผู้เสียชีวิต บ้านอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 เมตร ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมา ลูกชายของยายติ๋มได้ออกมาเปิดเผยสาเหตุกับผู้สื่อข่าวว่า มาจากการทวงเงินที่แม่ตนเองไปยืมเงินยายนายเบนซ์ 10,000 บาท โดยนายเบนซ์ได้ไปขอเงินยายตัวเอง แต่ยายตัวเองบอกว่าไม่มีให้ เพราะให้แม่ของตนยืมเงินไปแล้ว โดยนายเบนซ์ได้มาทวงถามถึงหน้าบ้าน และมีการโวยวายทำลายข้าวของ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์สลดขึ้น และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการออกหมายจับนายเบนซ์ อายุ 17 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย   ความคืบหน้าล่าสุด ที่บ้านเลขที่ 48 ม.1 ต.คำแคน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นที่ตั้งศพของนางวนิดา แพนุ่น หรือยายติ๋ม อายุ 62 ปี เจ้าของร้ายค้าขายของชำ ริมถนนเทพารักษ์ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งถูกนายเบนซ์ ทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต โดยมีกำหนดการฌาปนกิจในเวลา 15.00 น. วันที่ ที่วัดคำมูล ตั้งอยู่ข้างบ้านของผู้เสียชีวิต โดยมีญาติๆที่เดินทางมาจากภาคใต้และในจังหวัดขอนแก่นรวมทั้งเพื่อนบ้านใกล้เคียง ทยอยเข้ามากราบศพยายติ๋มอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของลูกๆและญาติพี่น้อง เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์สลด ที่สร้างความสะเทือนขวัญในสังคมเป็นอย่างมากที่เด็กอายุเพียง 17 ปี กล้าลงมือก่อเหตุได้อย่างโหดเหี้ยม พร้อมทั้งมีการพูดคุย วิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้น ว่าเด็กอายุเท่านี้ทำได้ถึงขนาดนี้ ต่อไปในอนาคตจะต้องเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมอย่างแน่นอน หากไม่มีการดำเนินการที่เด็ดขาด   ด้าน พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากศาลจังหวัดขอนแก่นอนุมัติหมายจับตัวนายเบนซ์ เยาวชนอายุ 17 ปี แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนก็ได้ลงพื้นที่หาเบาะแสของคนร้ายอย่างต่อเนื่อง โดยแกะรอยตามภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบสวนเพื่อนๆของนายเบนซ์ทั้งที่อยู่ในเหตุการณ์และคนสนิท ทราบว่าตัวนายเบนซ์ได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ แต่ยังอยู่ภายในจังหวัดขอนแก่น ขอให้ทางญาติของผู้เสียชีวิตใจเย็นๆ ขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการตามกฎหมาย คาดว่าจะได้ตัวผู้ต้องหาเร็วๆนี้อย่างแน่นอน    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ออกหมายจับ โจ๋ 17 ทำร้ายยายร้านของชำจนตาย ลูกชายแค้นถ้าจับไม่ได้ ก็ต้องแลกด้วยชีวิต

 2,219
ข่าวภูมิภาค
02 ส.ค. 61

สุดเศร้า พิธีฌาปนกิจ ‘น้องสปาย’ แม่ร่ำไห้ยังทำใจไม่ได้ ชาวบ้านวอนตำรวจเร่งจับตัว ‘เสี่ยอ้วน’

ชาวบ้านนาตาลสุดเศร้าร่วมพิธีฌาปนกิจน้องสปายเหยื่อถูกคนร้ายยิงจนเสียชีวิต แม่ยังรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ พร้อมวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมเสี่ยอ้วนหวั่นหนีลอยนวล และยังเชื่อมั่นการทำงานของตำรวจไทยทุกคน   วันนี้ เมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศงานศพ น.ส.ปวีณา หรือ สปาย นาเมืองรักษ์ อายุ 20 ปี ซึ่งถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนจ่อยิงอย่างโหดเหี้ยมจนเสียชีวิตที่บริเวณลานจอดรถฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยหลังนำศพมาบำเพ็ญกุศล หมู่ 1 บ้านนาตาล ต.นาตาล อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา    โดยเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ญาติได้พากันนำร่างอันไร้วิญญาณ น.ส.ปวีณา หรือ สปาย นาเมืองรักษ์ ไปทำการฌาปนกิจ ที่เมรุวัดบ้านนาตาล ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก โดยมีชาวบ้านและกลุ่มเพื่อนๆ มาร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก โดยมี นายพลานุภาพ ธพรคำแพทย์ นายอำเภอท่าคันโท เป็นประธานฌาปนกิจศพ ส่วนนางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของน้องสปาย ยังทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ยังร้องไห้ตลอดเวลา โดยมีญาติๆและชาวบ้านมาช่วยปลอบใจและให้กำลังใจตลอดเวลา     นางวันเพ็ญ แม่ของน้องสปาย บอกว่า รู้สึกเหมือนตนยังฝันอยู่ เพราะไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับครอบครัวตน ในช่วงนี้ยังทำใจไม่ได้คิดถึงแต่หน้าลูกตลอดเวลา ซึ่งตนขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ ญาติๆ รวมถึงเพื่อนบ้าน ที่คอยมาให้กำลังใจตลอดเวลา ซึ่งตนจะพยายามเข้มแข็งเพราะยังเหลือสามีและลูกชายคนโตอีกคน โดยขณะนี้ตนอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับตัวเสี่ยอ้วนมารับโทษดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะขณะนี้ทราบว่าเสี่ยอ้วนได้หลบหนีไปกบดาลที่อื่นเกรงว่าจะหายตัวไปจนไม่สามารถจับกุมตัวได้ ซึ่งตนยังเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะสามารถจับกุมตัวเสี่ยอ้วนได้     น.ส.ปิติศิริ กุหลาบวงษ์ น้องโอปอ เพื่อนน้องสปายที่เคยเดินสายประกวดนางงามด้วยกัน บอกว่าสปายถือเป็นเพื่อนที่ดีเป็นคนหน้าตาดี นิสัยดี เป็นที่รักของเพื่อนทุกคน โดยปกติจะไปประกวดธิดาต่างๆด้วยกันตลอดเวลา ตนรู้สึกเสียใจที่สปายถูกคนร้ายยิงจนเสียชีวิต ถือเป็นการกระทำอย่างโหดเหี้ยม อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมตัวเสี่ยอ้วนคนบงการฆ่าสปายมาโดยเร็ว ส่วนชาวบ้านทุกคนก็ขอวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวเสี่ยอ้วนมาดำเนินคดีโดยเร็ว ทุกคนยังเชื่อมั่นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่อยากให้คนร้ายหนีลอยนวลไปได้ โดยบรรยากาศการวางดอกไม้จันทน์เป็นไปด้วยความโศกเศร้า ชาวบ้านทุกต่างรู้สึกเสียใจที่สูยเสียเด็กดีทั้ง 2 คน ที่ตั้งใจไปทำงานเพื่อหาเงินมามาช่วยครอบครัว     

 5,801
สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ค. 61

เศร้าเผาศพ 'น้องอเล็กซ์' เด็กลูกครึ่งตกตึก พ่อยังห่วงลูกที่เหลือ-เตรียมพาไปเที่ยวเมื่อหาย

ครอบครัวจัดพิธีณาปนกิจ ด.ช.คนัธชา ริคกี้โบเรล หรือน้องอเล็กซ์ อายุ 5 ปี ซึ่งเป็นลูกคนเล็กที่เสียชีวิต จากเหตุสลดพลัดตกจากตึกจากชั้น 4 ของหอพักย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีทางฝั่งของแม่และพ่อเด็ก รวมทั้งญาติจากสวิตเซอร์แลนด์มาร่วมพิธีด้วย   นายมาร์เซล เลออง โบเรล ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นพ่อของเด็ก ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จพิธีว่า ได้ไปเยี่ยมลูกแก 3 คนที่โรงพยาบาล ซึ่งยังพูดตอบโต้ได้ไม่มาก หากลูกๆหายจะพาไปเที่ยว ซึ่งจะไม่สนใจว่าแม่ของเด็กจะว่าอย่างไร เพราะตนเองห่วงแค่ลูกเท่านั้น ตอนนี้ขอโฟกัสกับอาการของลูกเท่านั้น และจากนี้จะยังเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่ไทยเช่นเดิม เพื่อขอดูแลลูกที่เมืองไทย   นอกจากนี้ยังมีพี่สาวต่างแม่ ที่มักมาเยี่ยมน้องๆทั้ง 4 ในช่วงปิดเทอมเป็นประจำ และได้นำตุ๊กตามาใส่ให้น้องในโลงศพ   ขณะเดียวกันมีเพื่อนของนายมาร์เซล ที่เคยทำงานเป็นครูอยู่โรงเรียนเดียวกับพ่อของเด็กเมื่อหลายปีก่อน กล่าวว่า ไม่มีวี่แววที่นายมาร์เซล จะตีหรือทำร้ายเด็ก ชี้เด็กๆมีความสุขที่ได้อยู่กับพ่อ เมื่อเห็นข่าวบิดเบือนจากความจริง จึงรู้สึกไม่ดีที่เพื่อนต้องถูกใส่ร้าย   ด้านยายของเด็ก ระบุขออโหสิกรรมให้กับทุกคนที่ทำไม่ดีกับยาย เพื่อให้ผลบุญส่งน้องไปขึ้นสวรรค์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PUYpRqIt5ZQ    

 10,715
สังคม-อาชญากรรม
12 เม.ย. 61

ครอบครัว-เพื่อนส่งดวงวิญญาณอาลัย 'น้องอิน' แม่หมดห่วง เชื่อลูกไปสวรรค์

ครอบครัวน้องอิน สุดเศร้า ฌาปนกิจศพ ด้านเพื่อนดาราเด็ก และเพื่อนสนิท แห่อาลัยล้นวัด ขณะที่วันนี้แม่เตรียมเก็บอัฐิลอยอังคาร ก่อนพบตำรวจ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมและขอมือถือน้องคืน   จากกรณี นางสาวณัฐนิชา เชิดชู บุพการี หรือน้องอิน นักแสดงเด็กชื่อดัง ประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา เมื่อวานนี้ (12 เม.ย.61) ครอบครัวก็ประกอบพิธีฌาปนกิจศพ ที่วัดราชสิงขร   บรรยากาศก็เป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจครอบครัว โดยภายในงานมีบรรดาเพื่อนนักแสดงวัยเด็ก เพื่อนสนิทของน้องอิน อาทิน้องแบมบี้ น้องทาม และเพื่อนสมัยเรียนมัธยม โดยคุณแม่น้องอินสวมชุดสีขาว มีสีหน้าที่สดชื่นขึ้น   โดยช่วงสายมีการทำพิธีเลี้ยงพระเพล จากนั้นคุณแม่น้องอิน กล่าว ขอบคุณสื่อมวลชนและเพื่อนๆทุกคนของน้องที่มาร่วมกันส่งน้องสู่สวรรค์ แม่เชื่อว่าจากนี้ไปน้องจะไปสู่สวรรค์ ไม่ต้องห่วงแม่แล้ว แม่กับน้องอินผูกพันกันเพราะว่าอยู่กันสองคน คือเราช่วยกัน ไม่ใช่ว่าจะให้น้องทำงานคนเดียว เดี๋ยวคนอื่นจะว่าแม่ใช้แรงงานเด็ก น้องอินอยากหาเงินให้แม่เยอะๆ ด้วยความเป็นเด็กกตัญญู ทำงานมาตั้งแต่ 4 ขวบกว่า จนปัจจุบันอายุ 20 วาระสุดท้ายของเขาแล้ว   ทั้งนี้ยอมรับว่าตอนแรกยังทำใจไม่ได้เลย แต่วันนี้ได้ดูหมอไพ่ยิปซีมาบ้าง คำตอบที่ได้มันดี ทำให้แม่สบายใจ ว่าถ้าน้องไม่ได้ไปเกิด ก็ไปเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์เลย ในไพ่บอกมาแบบนี้ ในส่วนตัวแม่แม่อย่าก็ให้ไปตามพรหมลิขิตของเขา เชื่อว่าน้องอินมีบุญ เพราะเขาก็มาอยู่ได้แป๊บเดียว แล้วเขาก็ต้องไป สังเกตมีหลายคนเป็นแบบนี้ ตอนที่เขามีชีวิตอยู่เขาก็ชอบทำบุญ นั่งวิปัสสนา ชอบไหว้พระพิฆเณศ   ส่วนเรื่องลอยอังคาร แม่จะไปลอย แต่ตอนแรกคุณป้าเขาหัวโบราณ แต่พี่บิณฑ์บอกว่าแม่ลอยได้ ก็เลยจะไปลอย เรื่องแบ่งสัดส่วนอัฐิ แม่จะลอยหมดเลยเพราะแม่มีลูกคนเดียว ไม่มีใครที่จะมานั่งไหว้เราต่อ จะไปลอยที่วัดช่องลม สมุทรสาคร (วัดสุทธิวาตวราราม) พี่บิณฑ์บอกว่าถ้าไปสัตหีบมันไกล รถติดด้วยเป็นช่วงสงกรานต์   จากนั้นเวลา 15.00 น ก็เริ่มเคลื่อนศพรอบเมรุ นำโดยครอบครัวน้องอิน ญาติพี่น้องคนสนิท  โดยมีคุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ นำหน้าขบวน จากนั้นเวลา 16.00 น ก็เริ่มพิธีฌาปนกิจศพ  ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจ มีบรรดาญาติคนสนิท เริ่มวางดอกไม้จันทร์  สั่งลาน้องอินเป็นครั้งสุดท้าย   โดยเฉพาะน้องทาม สาวหล่อเพื่อนสนิทของน้องอิน ร้องไห้ตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนนำร่างของน้องเข้าเตาเผา มีการนำจดหมายซองสีขาใส่ลงไปในเตาเผาด้วย และร้องไห้จน เพื่อนๆต้องเข้ามาปลอบ   เมื่อเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจศพ คุณแม่ของน้องอินก็กอดรูปของน้องอิน เดินทางกลับทันที โดยคุณพ่อและคุณแม่ ไม่ได้ร่วมวางดอกไม้จันทน์ เพราะตามหลักประเพณี พ่อและแม่จะไม่เผาศพลูก โดยในงานพบว่าคุณพ่อของน้องอินเข้าร่วมงานตั้งแต่วันแรก ที่รับศพน้องและจนถึงวันฌาปนกิจศพ   หลังพิธีเสร็จสิ้นบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ถือว่าทำหน้าที่ของตนเสร็จแล้วร่วมส่งน้องอินไปสู่สวรรค์ จากนี้ครอบครัวจะเข้าไปเก็บอัจฐิ และนำไปลอยอังคารที่วัดช่องลม  สำหรับน้องอินและคุณบิณฑ์ รู้จักกันมานานกว่า 15 ปี น้องอินเป็นเด็กดีมากและไม่คิดว่าคนดีแบบนี้จะจากไปเร็ว ตั้งแต่น้องอินเสียชิวิตก็ไม่เคยฝันถึง แต่เมื่อคืนก่อนวันฌาปนกิจศพ กลับนอนไม่หลับ มีความรู้สึกว่าน้องอินมาหาและพยายามคุยด้วยตลอด จนตนต้องบอกว่าน้องอิน พี่ขอนอนก่อนนะ พรุ่งนี้ต้องเตรียมงาน    ส่วนเรื่องประเด็นดราม่าต่างๆที่เกิดขึ้น ตนไม่ได้หนักใจอะไรเพราะมันคือเรื่องจริง แต่เป็นเรื่องส่วนตัวน้อง ไม่อยากให้สังคมวิจารณ์น้องในทางที่เสียหาย ส่วนเรื่อง ตร.จะเชิญไปสอบถามเรื่องสาเหตุการเดินทางไปจ.อยุธยา ตนคิดว่ารายละเอียดทุกอย่างตำรวจรู้เรื่องหมดแล้ว และวันนี้ (12 เม.ย. 2561) เมื่อเสร็จสิ้นพิธีลอยอังคาร คุณแม่น้องอินก็จะไปพบตำรวจ เพื่อขอมือถือน้องคืน และให้การเพิ่มเติมกับตำรวจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2O8QvlrBzQk

 8,543

Top