ค้นหา :

ผลการค้นหา "ขายบริการ"

สังคม-อาชญากรรม
28 ธ.ค. 62

สาวไทยร้องช่อง 3 ถูกนายหน้า-แม่แท็ก พาไปขายบริการที่บาห์เรน พร้อมเล่าทั้งน้ำตาโดนทำร้ายร่างกายจนบอบช้ำ

โดยข้อความนี้ ได้ถูกส่งเข้ามายังอีเมล ch3Thailand โดยหญิงสาวรายหนึ่งอายุ 28 ปี ส่งมาขอให้ช่วยพาตนเองกลับประเทศไทย หลังถูกหลอกให้มาขายบริการที่ประเทศบาห์เรน ทีมข่าวจึงพยายามติดต่อกลับไปกระทั่งหญิงรายนี้ จะตอบกลับข้อความว่า เตรียมเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว หลังเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา ประสานความช่วยเหลือ โดยเดินทางกลับมาถึงประเทศเมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 ธ.ค. พร้อมกับหญิงที่ถูกหลอกอีกรายวัยเพียง 22 ปี   ทั้งสองเล่าว่า เห็นคำชักชวนนายหน้าหญิงรายหนึ่งผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่าไปทำงานที่บาห์เรน ได้เงินดี และไม่ต้องเสียค่าตั๋ว ค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งใช้เวลาเพียง 3-4 เดือน จะได้เงินก้อนใหญ่กลับบ้าน ทำให้หลงเชื่อ  และตัดสินใจเดินทางจากไทยเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมกับเพื่อนหญิงรวม 4 คน  แต่เมื่อไปถึงที่กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน กลับถูกยึดพาสปอร์ต และจับแยกไปอยู่คนละอพาร์ทเม้นต์ ที่มีหญิงไทย และแม่แท๊กอาศัยอยู่ ก่อนที่จะถูกบังคับให้ไปรับแขกที่สถานบริการแห่งหนึ่ง โดยแม่แท๊กอธิบายว่า ตนเองมีหนี้ที่ต้องชดใช้ แลกกับค่าเดินทางมาเกือบ 2 แสนบาท ซึ่งหากรับแขกได้มาก ก็ยิ่งปลดหนี้ หรือ ปิดแท๊กได้เร็ว    ตลอด 14 วันเจอทั้งลูกค้าที่เข้าใจ และโหดร้าย จนร่างกายบอบช้ำ ทำให้ตัดสินใจวางแผนหลบหนีกับเพื่อนๆ 4 คน พร้อมกับโทรศัพท์ประสานสถานทูต ซึ่งแนะนำให้เรียกแท๊กซี่มาที่สถานทูต แต่ปรากฎว่าแท๊กซี่ที่เรียกไป โทรศัพท์บอกแม่แท๊ก ทำให้หนีมาได้เพียง 2 คน ก่อนที่สถานทูตนำรถแท๊กซี่สถานทูตมารับ รู้สึกโล่งใจ และดีใจที่เห็นธงชาติไทยอีกครั้ง   ทั้งสองอยากฝากเป็นอุทธาหรณ์สำหรับหญิงไทยที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ และหวังให้ได้เงินจำนวนมาก ตนเองเห็นหลายคนทำเกินกว่าครึ่งปี ก็ยังไม่สามารถชดใช้หนี้ทั้งหมดกับแม่แท๊กได้ เช่นเดียวกับทั้งสองที่ทำงานมา 14 วัน แต่กลับมีเงินกลับมาเพียง 500 บาทเท่านั้น และตนเชื่อว่าหากวันนี้ ไม่สามารถหนีมาได้ ก็อาจจะไม่มีชีวิตอีกต่อไปก็เป็นได้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/mqGId_khHDU  

 31,606
สังคม
28 ธ.ค. 62

สาวไทยร้องช่อง 3 ถูกนายหน้า-แม่แท็ก พาไปขายบริการที่บาห์เรน พร้อมเล่าทั้งน้ำตาโดนทำร้ายร่างกายจนบอบช้ำ

โดยข้อความนี้ ได้ถูกส่งเข้ามายังอีเมล ch3Thailand โดยหญิงสาวรายหนึ่งอายุ 28 ปี ส่งมาขอให้ช่วยพาตนเองกลับประเทศไทย หลังถูกหลอกให้มาขายบริการที่ประเทศบาห์เรน ทีมข่าวจึงพยายามติดต่อกลับไปกระทั่งหญิงรายนี้ จะตอบกลับข้อความว่า เตรียมเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว หลังเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา ประสานความช่วยเหลือ โดยเดินทางกลับมาถึงประเทศเมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 ธ.ค. พร้อมกับหญิงที่ถูกหลอกอีกรายวัยเพียง 22 ปี   ทั้งสองเล่าว่า เห็นคำชักชวนนายหน้าหญิงรายหนึ่งผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่าไปทำงานที่บาห์เรน ได้เงินดี และไม่ต้องเสียค่าตั๋ว ค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งใช้เวลาเพียง 3-4 เดือน จะได้เงินก้อนใหญ่กลับบ้าน ทำให้หลงเชื่อ  และตัดสินใจเดินทางจากไทยเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมกับเพื่อนหญิงรวม 4 คน  แต่เมื่อไปถึงที่กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน กลับถูกยึดพาสปอร์ต และจับแยกไปอยู่คนละอพาร์ทเม้นต์ ที่มีหญิงไทย และแม่แท๊กอาศัยอยู่ ก่อนที่จะถูกบังคับให้ไปรับแขกที่สถานบริการแห่งหนึ่ง โดยแม่แท๊กอธิบายว่า ตนเองมีหนี้ที่ต้องชดใช้ แลกกับค่าเดินทางมาเกือบ 2 แสนบาท ซึ่งหากรับแขกได้มาก ก็ยิ่งปลดหนี้ หรือ ปิดแท๊กได้เร็ว    ตลอด 14 วันเจอทั้งลูกค้าที่เข้าใจ และโหดร้าย จนร่างกายบอบช้ำ ทำให้ตัดสินใจวางแผนหลบหนีกับเพื่อนๆ 4 คน พร้อมกับโทรศัพท์ประสานสถานทูต ซึ่งแนะนำให้เรียกแท๊กซี่มาที่สถานทูต แต่ปรากฎว่าแท๊กซี่ที่เรียกไป โทรศัพท์บอกแม่แท๊ก ทำให้หนีมาได้เพียง 2 คน ก่อนที่สถานทูตนำรถแท๊กซี่สถานทูตมารับ รู้สึกโล่งใจ และดีใจที่เห็นธงชาติไทยอีกครั้ง   ทั้งสองอยากฝากเป็นอุทธาหรณ์สำหรับหญิงไทยที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ และหวังให้ได้เงินจำนวนมาก ตนเองเห็นหลายคนทำเกินกว่าครึ่งปี ก็ยังไม่สามารถชดใช้หนี้ทั้งหมดกับแม่แท๊กได้ เช่นเดียวกับทั้งสองที่ทำงานมา 14 วัน แต่กลับมีเงินกลับมาเพียง 500 บาทเท่านั้น และตนเชื่อว่าหากวันนี้ ไม่สามารถหนีมาได้ ก็อาจจะไม่มีชีวิตอีกต่อไปก็เป็นได้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/mqGId_khHDU  

 31,606
สังคม
28 ธ.ค. 62

บุกจับสปาเกย์ใจกลางกรุง แฝงขายบริการทางเพศ รวบพนง.ชายไทย-ต่างด้าว

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำกำลังบุกจับสปาเกย์สุดหรู ชื่อว่า วี คลับ เซเว่น ตั้งอยู่ภายในซอยอารีย์ 4 หลังพบว่ามีการโฆษณาผ่านเว็บไซต์ ว่ามีบริการนวดผ่อนคลายแบบครบวงจร ใช้ภาพนายแบบหุ่นดี มีทั้งคนไทยและต่างชาติ   ตำรวจจึงให้สายลับเข้าไปใช้บริการ พบว่าภายในมีการจัดเวทีเป็นชั้นๆ ให้พนักงานชายนั่งรอลูกค้าเลือกไปใช้บริการ และพบพนักงานชายเปลือยกายกำลังให้บริการลูกค้า มีถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วและยังไม่ได้ใช้หลายชิ้น    จากการตรวจสอบ พบพนักงานชายกว่า 30 คน พบว่ามีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ อาทิ เมียนมา ลาว เวียดนาม และกัมพูชา เบื้องต้นแจ้งข้อหา เป็นต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/II-0zqOClpY

 5,739
สังคม-อาชญากรรม
04 ธ.ค. 62

บุกจับร้านสปาค้ากาม ใช้เด็กสาวแต่งชุด นศ.ให้บริการ ถ้าพ่วงมีเซ็กส์คิดราคาเพิ่มเท่าตัว

พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมแถลงผลการจับกุมนายแมน (นามสมมติ) สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 รับแจ้งว่า มีร้านให้บริการสปาชื่อร้านเบดรูมสปา โฆษณาภาพหญิงสาววัยรุ่น พร้อมข้อความลักษณะค้าประเวณีสนองความต้องการทางเพศ โดยระบุว่าเด็กสาวดังกล่าวเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา   ทั้งยังแนบลิ้งก์เว็บไซต์ และไลน์ของร้านสำหรับติดต่อและส่งภาพถ่ายของหญิงสาวแต่งกายวาบหวิว ชุดจับกุมจึงวางแผนติดต่อล่อซื้อบริการเด็กสาวอายุไม่เกิน 18 ปี รวม 3 คน มีอัตราราคาคนละ 1,900 บาทต่อชั่วโมง รวมเป็นเงิน 5,700 บาท เด็กสาวจะสำเร็จความใคร่ให้ด้วยปากและมือ แต่หากต้องการมีเพศสัมพันธ์ต้องจ่ายเงินเพิ่มให้หญิงสาวอีกคนละ 1,500-3,000 บาท   เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเดินทางไปถึงก็พบกับนายแมนเป็นผู้ดูแลร้าน พาเข้าไปภายในสถานประกอบการ พบหญิงสาววัยรุ่นอีกนับสิบคน บางคนแต่งกายด้วยเครื่องแบบสถาบันการศึกษา เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายแมนพร้อมแจ้งข้อหา ค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีฯ, เป็นธุระจัดหาล่อไปหรือชักพาไปเพื่อให้เด็กค้าประเวณี, สนองความใคร่ผู้อื่น เป็นธุระจัดหาเพื่อกระทำอนาจาร แก่เด็กอายุไม่เกิน 18 ปี, ประกอบกิจการเพื่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต และครอบครองสื่อลามกอนาจาร   เจ้าหน้าที่คุมตัวพร้อมของกลางสมุดลงเวลาทำงานพนักงานในร้าน 2 เล่ม โทรศัพท์มือถือ นำส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดี และจะทำการขยายผลถึงนายทุนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/U-g0dMDxcKs  

 3,496
สังคม
04 ธ.ค. 62

บุกจับร้านสปาค้ากาม ใช้เด็กสาวแต่งชุด นศ.ให้บริการ ถ้าพ่วงมีเซ็กส์คิดราคาเพิ่มเท่าตัว

พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมแถลงผลการจับกุมนายแมน (นามสมมติ) สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 รับแจ้งว่า มีร้านให้บริการสปาชื่อร้านเบดรูมสปา โฆษณาภาพหญิงสาววัยรุ่น พร้อมข้อความลักษณะค้าประเวณีสนองความต้องการทางเพศ โดยระบุว่าเด็กสาวดังกล่าวเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา   ทั้งยังแนบลิ้งก์เว็บไซต์ และไลน์ของร้านสำหรับติดต่อและส่งภาพถ่ายของหญิงสาวแต่งกายวาบหวิว ชุดจับกุมจึงวางแผนติดต่อล่อซื้อบริการเด็กสาวอายุไม่เกิน 18 ปี รวม 3 คน มีอัตราราคาคนละ 1,900 บาทต่อชั่วโมง รวมเป็นเงิน 5,700 บาท เด็กสาวจะสำเร็จความใคร่ให้ด้วยปากและมือ แต่หากต้องการมีเพศสัมพันธ์ต้องจ่ายเงินเพิ่มให้หญิงสาวอีกคนละ 1,500-3,000 บาท   เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเดินทางไปถึงก็พบกับนายแมนเป็นผู้ดูแลร้าน พาเข้าไปภายในสถานประกอบการ พบหญิงสาววัยรุ่นอีกนับสิบคน บางคนแต่งกายด้วยเครื่องแบบสถาบันการศึกษา เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายแมนพร้อมแจ้งข้อหา ค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีฯ, เป็นธุระจัดหาล่อไปหรือชักพาไปเพื่อให้เด็กค้าประเวณี, สนองความใคร่ผู้อื่น เป็นธุระจัดหาเพื่อกระทำอนาจาร แก่เด็กอายุไม่เกิน 18 ปี, ประกอบกิจการเพื่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต และครอบครองสื่อลามกอนาจาร   เจ้าหน้าที่คุมตัวพร้อมของกลางสมุดลงเวลาทำงานพนักงานในร้าน 2 เล่ม โทรศัพท์มือถือ นำส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดี และจะทำการขยายผลถึงนายทุนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/U-g0dMDxcKs  

 3,496
บันเทิง
02 ธ.ค. 62

'ปราง กัญญ์ณรัณ' กังวล ถูกนำรูปไปโฆษณาขายบริการที่เกาหลี รับดำเนินคดียาก ยังพบภาพแจกอยู่

ปราง กัญญ์ณรัณ กังวล หลังถูกนำรูปไปทำใบปลิวโฆษณาให้บริการทางเพศ ที่เกาหลีใต้ หวั่นกระทบภาพคนไทย และกลัวจะเข้าประเทศไม่ได้ โชคดีมีคนไทยที่เกาหลีดำเนินการทางคดีให้อยู่  ยอมรับเป็นเรื่องยาก และยังพบว่ามีภาพนี้แจกอยู่     มากันที่นางเอกสาว ‘ปราง กัญญ์ณรัณ’ ที่เมื่อวานนี้ก็เข้าฉากถ่ายทำละครเรื่อง “เมียอาชีพ” อยู่ ต้องบอกว่าดุเด็ดเผ็ดมันส์มากๆ ที่ก็ถ่ายทำไปได้กว่า 40 เปอร์เซ็นแล้ว    และงานนี้นักข่าวก็ได้ถามถึงเรื่องที่เจ้าตัวได้ โพสต์ภาพแล้วข้อความในอินตราแกรม หลังจากมีคนที่เกาหลีเจอว่ามีคนนำภาพของปราง ไปทำใบปลิว ที่เป็นลักษณะเหมือนขายบริการทางเพศ แจกจ่ายอยู่ที่เกาหลี  โดย ‘ปราง’ ก็บอกว่าตกใจเหมือนกันที่ถูกนำรูปไปทำแบบนั้น กลัวว่าจะทำให้เสียภาพพจน์ของคนไทย และ กลัวว่าจะมีปัญหาเวลาที่ตนเองจะเดินทางไปประเทศเกาหลี ผ่าน ตม. ยากมากขึ้น     ซึ่ง ปราง ก็บอกว่าโชคดีมีคนไทยที่เกาหลีติดต่อมา บอกว่ามีเพื่อนที่รู้เรื่องกฎหมายอยู่เกาหลี จะช่วยดำเนินการให้ และได้มอบอำนาจไปดำเนินคดีแจ้งความแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางเกาหลีก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะดำเนินคดี เพราะใบปลิวดังกล่าวเป็นการขายบริการแบบเดลิเวอรี่ ไม่ได้มีหน้าร้าน  และเมื่อสองวันก่อนก็มีคนไทยไปพบว่ายังมีใบปลิวรูปของปราง แจกอยู่ เจ้าตัวก็หวังว่าเจ้าหน้าที่จะช่วยได้และนำภาพของตัวเองออก      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-flru0NrzjM

 1,734
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ย. 62

กองปราบฯ รวบแม่เล้า หลอกหญิงไทยขายตัวที่บาห์เรน สถานทูตประสานช่วยส่งตัวกลับ

ตำรวจกองบังคับการปราบปราม จับกุม น.ส.ศิริลักษณ์ กะเชียง อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาค้ามนุษย์ร่วมกันเป็นธุรจัดหา ล่อไปหรือชักพาไปค้าประเวณี หรือเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายและร่วมกันกักขังหน่วงเนี่ยวผู้อื่น และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ   สืบเนื่องจาก น.ส.เอ (นามสมมติ) ถูกกลุ่มคนร้ายชักชวนให้ไปทำงานที่ประเทศบาห์เรน จึงขึ้นเครื่องไปประเทศบาห์เรน เมื่อไปถึง มี น.ส.ไอชลิยา ชัยบุญจันทร์ เดินทางมารับ แล้วยึดพาสปอร์ต เงินสด และโทรศัพท์ ก่อนพาตัวมาพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งและบังคับให้ค้าประเวณี แต่ น.ส.เอ ไม่ยอม จึงถูกส่งตัวให้ น.ส.ศิริลักษณ์ กะเชียง ซึ่งเป็นแม่เล้าอีกโรงแรมหนึ่ง แต่ผู้เสียหายก็ยังไม่ยอมค้าประเวณี จึงถูกขายต่อให้กับ น.ส. อัครสมนต์ มณีโรจน์ แม่เล้าอีกรายหนึ่ง   กระทั่ง น.ส.เอ แอบใช้โทรศัพท์ติดต่อมาหาญาติที่ประเทศไทย เพื่อให้ประสานกับสถานเอกอัครทูต ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน เข้าช่วยเหลือนำตัวส่งกลับประเทศไทย และประสาน บก.ปคม และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อแจ้งความร้องทุกข์   ซึ่งต่อมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้แล้ว 3 ราย ส่วน น.ส.ศิริลักษณ์ ยังคงหลบหนี กระทั่งล่าสุด สามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่จังหวัดแพร่ เบื้องต้นให้การว่า ตนเองเป็นหนึ่งในหญิงไทยที่สมัครใจไปค้าประเวณีที่ประเทศบาห์เรน แต่ตนไปทำงานเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว จึงมีหน้าที่แนะนำและให้คำปรึกษาเด็กใหม่ที่เพิ่งมาเป็นครั้งแรก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IdXSFkUQMw0

 1,315
สังคม
21 พ.ย. 62

กองปราบฯ รวบแม่เล้า หลอกหญิงไทยขายตัวที่บาห์เรน สถานทูตประสานช่วยส่งตัวกลับ

ตำรวจกองบังคับการปราบปราม จับกุม น.ส.ศิริลักษณ์ กะเชียง อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาค้ามนุษย์ร่วมกันเป็นธุรจัดหา ล่อไปหรือชักพาไปค้าประเวณี หรือเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายและร่วมกันกักขังหน่วงเนี่ยวผู้อื่น และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ   สืบเนื่องจาก น.ส.เอ (นามสมมติ) ถูกกลุ่มคนร้ายชักชวนให้ไปทำงานที่ประเทศบาห์เรน จึงขึ้นเครื่องไปประเทศบาห์เรน เมื่อไปถึง มี น.ส.ไอชลิยา ชัยบุญจันทร์ เดินทางมารับ แล้วยึดพาสปอร์ต เงินสด และโทรศัพท์ ก่อนพาตัวมาพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งและบังคับให้ค้าประเวณี แต่ น.ส.เอ ไม่ยอม จึงถูกส่งตัวให้ น.ส.ศิริลักษณ์ กะเชียง ซึ่งเป็นแม่เล้าอีกโรงแรมหนึ่ง แต่ผู้เสียหายก็ยังไม่ยอมค้าประเวณี จึงถูกขายต่อให้กับ น.ส. อัครสมนต์ มณีโรจน์ แม่เล้าอีกรายหนึ่ง   กระทั่ง น.ส.เอ แอบใช้โทรศัพท์ติดต่อมาหาญาติที่ประเทศไทย เพื่อให้ประสานกับสถานเอกอัครทูต ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน เข้าช่วยเหลือนำตัวส่งกลับประเทศไทย และประสาน บก.ปคม และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อแจ้งความร้องทุกข์   ซึ่งต่อมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้แล้ว 3 ราย ส่วน น.ส.ศิริลักษณ์ ยังคงหลบหนี กระทั่งล่าสุด สามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่จังหวัดแพร่ เบื้องต้นให้การว่า ตนเองเป็นหนึ่งในหญิงไทยที่สมัครใจไปค้าประเวณีที่ประเทศบาห์เรน แต่ตนไปทำงานเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว จึงมีหน้าที่แนะนำและให้คำปรึกษาเด็กใหม่ที่เพิ่งมาเป็นครั้งแรก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IdXSFkUQMw0

 1,315
บันเทิง
19 พ.ย. 62

'โต้ง ทูพี' ฉุน แฟนสาว ‘ปราง กัญญ์ณรัณ’ ถูกคลับเกาหลีนำรูปไปโฆษณาหวิว คิดค่าบริการ ชั่วโมงละ 2000

ปราง กัญญ์ณรัณ งานเข้า !!! ถูกคลับเกาหลีนำรูปไปโฆษณาเป็นสาวให้บริการ ชั่วโมงละ 2000 บาท ด้านแฟนหนุ่ม โต้ง ทูพี เผยกำลังให้คนรู้จักที่เกาหลีช่วยตามหาต้นตอ มองเป็นการละเมิดสิทธิ์ เบื้องต้นได้โทรไปที่เบอร์ตามป้ายโฆษณาแล้ว แต่เป็นเบอร์คอลเซ็นเตอร์ ที่ไม่มีที่อยู่จริง หวั่นจะมีผลกระทบหากต้องเดินทางไปเกาหลีในอนาคต    ไปที่เรื่องของนักแสดงสาว ‘ปราง กัญญ์ณรัณ’ ล่าสุดงานเข้า หลังถูกถูกคลับที่เกาหลี นำภาพไปทำป้ายโฆษณาเป็นสาวบริการ ซึ่ง ‘ปราง’ ได้นำภาพโฆษณาดังกล่าวมาโพสต์ในอินสตาแกรม พร้อมเขียนข้อความบอกว่า   “ใครที่อยู่เกาหลี เจอใบปลิวแบบนี้รบกวนแจ้งและหยิบมาหน่อยนะคะ มีคนไทยที่อยู่เกาหลีส่งมาให้ บอกว่าเจอแถว Unseo Station #ควรทำยังไงกับเรื่องนี้ดี #อยากทำอะไรสักอย่างแต่ควรเริ่มจากตรงไหนดี”   ซึ่งข้อความในภาพดังกล่าว ก็มีชาวเน็ตแปลข้อความบอกว่า เป็นโฆษณาคลับสาวเวียดนามในเกาหลีใต้ ที่มีสาวๆ นั่งให้ลูกค้าเลือก ค่าบริการชั่วโมงละ 80,000 วอน หรือราว 2,000 บาท    นักข่าวเราได้สอบถามไปยังผู้จัดการของ ‘ปราง’ ก็บอกว่าตอนนี้ ‘ปราง’ กำลังให้ทนายรวบรวมหลักฐานอยู่    และเมื่อวานนี้นักข่าวก็ได้เจอกับ ‘โต้ง ทูพี’ แฟนหนุ่มของ ‘ปราง’ โต้งก็บอกว่าตอนนี้ทั้งบริษัทของตนเองและทางฝั่งของ ‘ปราง’ กำลังติดต่อให้คนรู้จักที่เกาหลีช่วยเหลืออยู่ โดยเบื้องต้นได้โทรศัพท์ไปยังเบอร์ที่อยู่ในภาพโฆษณาแล้ว แต่ปรากฎว่าเป็นเบอร์คอลเซ็นเตอร์ ที่ไม่มีที่อยู่จริงๆ ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากพอสมควรที่จะจัดการ รู้สึกว่าเหมือนเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์  และกลัวว่าหลังจากนี้ถ้าต้องเดินทางไปเกาหลี จะมีผลกระทบเกิดขึ้น  ตอนนี้ก็พยายามบอกเค้าอย่าคิดมาก โดยสิ่งต้องการที่สุดคืออยากให้เอารูปออกไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/OkLRsksiTEY

 731
ข่าวภูมิภาค
22 ต.ค. 62

รวบแม่พาลูกสาวขายบริการออนไลน์ ก่อนชักชวนให้เพื่อนลูกมาทำด้วย หักค่าหัวคิว

วันที่ 22 ต.ค. 62 ที่หน้ากองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธร จังหวัดอุดรธานี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจชุดปฏิบัติการ ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัว น.ส.จิรัชยา อายุ 37 ปี ตามหมายจับของศาล ลงวันที่ 13 กันยายน 2526 ในข้อกล่าวหา ‘ค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบ 15 ปี แต่ยังไม่ถึง 18 ปี ซักจูง ส่งเสริมหรือยินขอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก ฯลฯ’   พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีหญิงที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี มีพฤติกรรมร่วมกันกับบุตรสาวของตนเองเป็นธุระจัดหาเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อค้าประเวณี โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุจะรับติดต่อกับกลุ่มลูกค้าผ่านแอปพิเคชั่นไลน์ ซึ่งจากการสืบสวนเจ้าหน้าที่พบเด็กที่ถูกนำไปค้าประเวณีผ่านขบวนการนี้ 3 ราย มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากโดยกลุ่มที่เป็นธุระจัดหาจะคิดค่าบริการเป็นเงินครั้งละ 2000 - 5,000 บาท    จากการสืบสวนขยายผลหากลุ่มผู้ร่วมขบวนการและกลุ่มผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบอีกว่าผู้ต้องหาที่เป็นผู้รับหน้าที่ในการสนทนากับกลุ่มลูกค้ากับกลุ่มผู้ซื้อบริการ คือ น.ส.จิรัชยา เมื่อตกลงราคาสถานที่แล้วเสร็จ จะให้บุตรสาวของตนเองเป็นผู้ติดต่อหาเด็กไปส่ง ตำรวจได้ให้สายลับทำการติดต่อล่อซื้อบริการและสามารถจับกุมได้ขณะนำเด็กสาวไปส่งที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในจ.อุดรธานี   และ จากการขยายผลข้อมูลกลุ่มเด็กที่ถูกหลอกให้มาคำประเวณีพบว่า มีกลุ่มผู้ที่ใช้บริการในขบวนการค้าประเวณีเด็กอีกจำนวนหลายราย โดยหลังจากนี้ตำรวจจะได้ติดตามสืบสวน และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวอีกว่า เป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจเป็นอย่างมากที่รู้ว่าผู้ต้องหานำลูกตัวเองมาร่วมขบวนการณ์นี้ด้วย โดยผู้เป็นแม่บอกว่า เริ่มต้นจากเอาลูกสาวตัวเองขายตัวก่อน จากนั้นก็ให้ลูกๆ ชักชวนเพื่อนๆ ที่อยากได้ตังค์ใช้ให้มาขายตัวด้วย จนมีหญิงสาวถูกชักชวนมาอีกหลายคน โดยผู้เป็นแม่แค่อ้างว่าต้องการหาเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน   ด้าน น.ส.เอ (นามสมมุติ) เปิดเผยว่า เริ่มแรกถูกชักชวนถามว่าอยากได้เงินใช้ไหม ซึ่งตนก็ตอบตกลง ทุกครั้งที่รับงานจะถูกหักหัวคิว 500 บาท หากรับงานมา 2,000 บาทก็จะถูกหัก 500 ตนทำแบบนี้มาตั้งแต่อายุ 16 ปี ปัจจุบันอายุ 21 ปีแล้ว สาเหตุที่ตัดสินใจทำแบบนี้ก็เพราะว่าต้องการเงินเพื่อไปใช้จ่ายและไม่อยากขอเงินพ่อแม่  

 16,065
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 62

บุกจับแม่เล้าเชียงราย เช่าโรงแรมรายเดือน พาแขกมาส่งถึงที่

เชียงราย-เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจค้นภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง บริเวณหัวสนามบินเก่า ฝูงบิน 416 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มขบวนการลักลอบค้าประเวณี ได้ใช้ห้องพักของโรงแรมดังกล่าวเปิดขายบริการ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนเข้าจับกุมโดยส่งสายลับทำทีเข้าไปติดต่อเพื่อล่อซื้อบริการ ก่อนแสดงตัวนำกำลังเข้าจับกุม   จากการตรวจค้นจับกุม ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวหญิงสาวที่เป็นแม่เล้าได้จำนวน 2 คน และจากการตรวจค้นภายในห้องพักเจ้าหน้าที่ยังสามารถควบคุมตัวหญิงสาวที่รอให้บริการทางเพศอีกจำนวน 5 คน โดยพบว่าเป็นผู้หญิง อายุ 20 ปี จำนวน 4 คน และอายุ 18 ปี จำนวน 1คน ขณะที่ภายในห้องพักยังพบถุงยางอนามัยอีกจำนวนหนึ่ง และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน   เบื้องต้น ทราบว่าขบวนการนี้ได้กระทำอย่างเปิดเผย โดยเช่าห้องพักที่โรงแรมดังกล่าวเอาไว้จำนวน 8 ห้อง โดยเป็นลักษณะเช่าแบบรายเดือน โดยแม่เล้าทั้งสองคนจะทำหน้าที่ติดต่อหาลูกค้ามาส่งตามห้องพัก ที่มีหญิงรอขายบริการทางเพศอยู่ ทางเจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหาทั้งหมดว่าลักลอบค้าประเวณี ส่วนแม่เล้าทั้ง 2 คนตั้งข้อหาเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณี ก่อนนำตัวส่งดำเนินกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qb8N-JFNoMY

 2,772
สังคม
16 ต.ค. 62

บุกจับแม่เล้าเชียงราย เช่าโรงแรมรายเดือน พาแขกมาส่งถึงที่

เชียงราย-เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจค้นภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง บริเวณหัวสนามบินเก่า ฝูงบิน 416 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มขบวนการลักลอบค้าประเวณี ได้ใช้ห้องพักของโรงแรมดังกล่าวเปิดขายบริการ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนเข้าจับกุมโดยส่งสายลับทำทีเข้าไปติดต่อเพื่อล่อซื้อบริการ ก่อนแสดงตัวนำกำลังเข้าจับกุม   จากการตรวจค้นจับกุม ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวหญิงสาวที่เป็นแม่เล้าได้จำนวน 2 คน และจากการตรวจค้นภายในห้องพักเจ้าหน้าที่ยังสามารถควบคุมตัวหญิงสาวที่รอให้บริการทางเพศอีกจำนวน 5 คน โดยพบว่าเป็นผู้หญิง อายุ 20 ปี จำนวน 4 คน และอายุ 18 ปี จำนวน 1คน ขณะที่ภายในห้องพักยังพบถุงยางอนามัยอีกจำนวนหนึ่ง และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน   เบื้องต้น ทราบว่าขบวนการนี้ได้กระทำอย่างเปิดเผย โดยเช่าห้องพักที่โรงแรมดังกล่าวเอาไว้จำนวน 8 ห้อง โดยเป็นลักษณะเช่าแบบรายเดือน โดยแม่เล้าทั้งสองคนจะทำหน้าที่ติดต่อหาลูกค้ามาส่งตามห้องพัก ที่มีหญิงรอขายบริการทางเพศอยู่ ทางเจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหาทั้งหมดว่าลักลอบค้าประเวณี ส่วนแม่เล้าทั้ง 2 คนตั้งข้อหาเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณี ก่อนนำตัวส่งดำเนินกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qb8N-JFNoMY

 2,772
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 62

จู่โจมจับ 2 คาราโอเกะอ่างทองค้ามนุษย์ รวบแม่เล้าบังคับเด็ก รับงานข้ามวันข้ามคืน

อ่างทอง-เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการพิทักษ์อ่างทอง ทลายแก๊งค้ามนุษย์ ในโรงแรมพื้นที่อำเภอเมืองอ่างทอง หลังศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ได้รับข้อมูลจากองค์กรระหว่างประเทศด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ว่า มีสถานประกอบการ ชื่อร้านชิล ชิล คาราโอเกะ และร้านคาราโอเกะนวดแผนโบราณ แอบแฝงค้าประเวณีเด็กหญิง อายุไม่ถึง 18 ปี ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ จึงส่งสายลับเข้าตรวจสอบ   ซึ่งมีข้อมูลว่าลูกค้าสามารถซื้อบริการทางเพศในราคา 1,500 บาท ต่อครั้ง รวมค่าถุงยางอนามัยแล้ว โดยทางร้านจะหักส่วนแบ่ง 500 บาท ต่อการขายบริการทางเพศแบบชั่วคราวครั้ง   นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถซื้อบริการทางเพศในรูปแบบเหมาค้างคืนได้ในราคา 3,500 บาท ซึ่งทางร้าน จะหักส่วนแบ่ง 1,100 บาท ต่อคืน บางครั้งพนักงานหญิงถูกบังคับให้บริการลูกค้าข้ามวันข้ามคืนโดยไม่มีเวลาพักผ่อน จนกว่าลูกค้าจะพึงพอใจ ในการขายบริการทางเพศในแต่ละครั้ง เจ้าของร้านจะหักค่าถุงยางอนามัย เป็นจำนวนชิ้นๆ ละ 50 บาท รวมอยู่ในค่าขายบริการทางเพศของหญิงบริการ ซึ่งลูกค้าสามารถร่วมประเวณีกันในห้องนวด ที่ทางร้านจัดไว้ให้ภายในร้านได้ หรือสามารถไปร่วมประเวณีกันภายนอกร้านก็ได้   ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมหญิงให้บริการค้าประเวณีได้ 6 คน เป็นคนสัญชาติไทย 4 คน และสัญชาติลาว 2 คน โดยพบเป็นเยาวชนหญิง อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 คน พนักงานหญิงบริการที่ขายบริการทางเพศ อายุต่ำสุดเพียง 15 ปี โดยมี น.ส.สมจิตร์ เพชรวิจิตร อายุ 50 ปี และนายอภิรมย์ พึ่งประชา อายุ 36 ปี รับเป็นเจ้าของร้าน โดยขณะตรวจเข้าตรวจสอบพบถุงยางอนามัยใช้แล้วภายในห้องเป็นจำนวนมาก   เบื้องต้นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ได้แจ้งข้อหากับเจ้าของร้าน ดังนี้ 1.ความผิดฐานค้ามนุษย์ 2.เป็นธุระจัดหาหรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี 3.เป็นธุระจัดหา หรือชักพาไปซึ่งเด็กที่มีอายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี 4.เป็นผู้ดูแลหรือผู้จัดการการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณี 5.เป็นผู้สนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา หรือพาไปเพื่อการอนาจาร ซึ่งชายหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม 6.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร 7.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะได้ประสานให้ฝ่ายปกครองในท้องที่ ดำเนินการกับโรงแรมที่มีการใช้เป็นสถานที่ในการกระทำความผิดอาญาในครั้งนี้ด้วย   พร้อมกันนี้มีคำสั่งย้ายด่วนนายตำรวจในพื้นที่ สภ.เมืองอ่างทอง หรือ 4 เสือ โรงพักเมืองอ่างทอง ประกอบไปด้วย พ.ต.อ.มนตรี คชาพรรธน์ ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง พ.ต.ท.สุวัฒชัย ศรีทองสุข รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอ่างทอง พ.ต.ท.อุทัย สุประดิษฐ์อาภรณ์ สวป. พ.ต.ท.บุญสม ใบละมุด สว.สส.   ไปประจำที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง เพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยหรือไม่                 ส่วน พ.ต.ท.เจริญชัย คุณชื่น รอง ผกก.ป. ยังอยู่ระหว่างการลา จึงรอดไปอย่างหวุดหวิด และได้แต่งตั้ง พ.ต.อ.ธวัชชัย เกิดโภคทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pESSFln9dgg

 2,149
สังคม
16 ต.ค. 62

จู่โจมจับ 2 คาราโอเกะอ่างทองค้ามนุษย์ รวบแม่เล้าบังคับเด็ก รับงานข้ามวันข้ามคืน

อ่างทอง-เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการพิทักษ์อ่างทอง ทลายแก๊งค้ามนุษย์ ในโรงแรมพื้นที่อำเภอเมืองอ่างทอง หลังศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ได้รับข้อมูลจากองค์กรระหว่างประเทศด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ว่า มีสถานประกอบการ ชื่อร้านชิล ชิล คาราโอเกะ และร้านคาราโอเกะนวดแผนโบราณ แอบแฝงค้าประเวณีเด็กหญิง อายุไม่ถึง 18 ปี ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ จึงส่งสายลับเข้าตรวจสอบ   ซึ่งมีข้อมูลว่าลูกค้าสามารถซื้อบริการทางเพศในราคา 1,500 บาท ต่อครั้ง รวมค่าถุงยางอนามัยแล้ว โดยทางร้านจะหักส่วนแบ่ง 500 บาท ต่อการขายบริการทางเพศแบบชั่วคราวครั้ง   นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถซื้อบริการทางเพศในรูปแบบเหมาค้างคืนได้ในราคา 3,500 บาท ซึ่งทางร้าน จะหักส่วนแบ่ง 1,100 บาท ต่อคืน บางครั้งพนักงานหญิงถูกบังคับให้บริการลูกค้าข้ามวันข้ามคืนโดยไม่มีเวลาพักผ่อน จนกว่าลูกค้าจะพึงพอใจ ในการขายบริการทางเพศในแต่ละครั้ง เจ้าของร้านจะหักค่าถุงยางอนามัย เป็นจำนวนชิ้นๆ ละ 50 บาท รวมอยู่ในค่าขายบริการทางเพศของหญิงบริการ ซึ่งลูกค้าสามารถร่วมประเวณีกันในห้องนวด ที่ทางร้านจัดไว้ให้ภายในร้านได้ หรือสามารถไปร่วมประเวณีกันภายนอกร้านก็ได้   ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมหญิงให้บริการค้าประเวณีได้ 6 คน เป็นคนสัญชาติไทย 4 คน และสัญชาติลาว 2 คน โดยพบเป็นเยาวชนหญิง อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 คน พนักงานหญิงบริการที่ขายบริการทางเพศ อายุต่ำสุดเพียง 15 ปี โดยมี น.ส.สมจิตร์ เพชรวิจิตร อายุ 50 ปี และนายอภิรมย์ พึ่งประชา อายุ 36 ปี รับเป็นเจ้าของร้าน โดยขณะตรวจเข้าตรวจสอบพบถุงยางอนามัยใช้แล้วภายในห้องเป็นจำนวนมาก   เบื้องต้นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ได้แจ้งข้อหากับเจ้าของร้าน ดังนี้ 1.ความผิดฐานค้ามนุษย์ 2.เป็นธุระจัดหาหรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี 3.เป็นธุระจัดหา หรือชักพาไปซึ่งเด็กที่มีอายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี 4.เป็นผู้ดูแลหรือผู้จัดการการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณี 5.เป็นผู้สนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา หรือพาไปเพื่อการอนาจาร ซึ่งชายหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม 6.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร 7.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะได้ประสานให้ฝ่ายปกครองในท้องที่ ดำเนินการกับโรงแรมที่มีการใช้เป็นสถานที่ในการกระทำความผิดอาญาในครั้งนี้ด้วย   พร้อมกันนี้มีคำสั่งย้ายด่วนนายตำรวจในพื้นที่ สภ.เมืองอ่างทอง หรือ 4 เสือ โรงพักเมืองอ่างทอง ประกอบไปด้วย พ.ต.อ.มนตรี คชาพรรธน์ ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง พ.ต.ท.สุวัฒชัย ศรีทองสุข รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอ่างทอง พ.ต.ท.อุทัย สุประดิษฐ์อาภรณ์ สวป. พ.ต.ท.บุญสม ใบละมุด สว.สส.   ไปประจำที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง เพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยหรือไม่                 ส่วน พ.ต.ท.เจริญชัย คุณชื่น รอง ผกก.ป. ยังอยู่ระหว่างการลา จึงรอดไปอย่างหวุดหวิด และได้แต่งตั้ง พ.ต.อ.ธวัชชัย เกิดโภคทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pESSFln9dgg

 2,149
ข่าวภูมิภาค
12 ก.ย. 62

สลด เด็กหญิงต่างด้าววัย 13 ถูกแม่เล้าบังคับขายตัวคนดัง-นักธุรกิจ ความแตกป่วยหนัก ติดเชื้อหนองใน

แม่ฮ่องสอน-มีรายงานว่า พบเด็กหญิงอายุเพียง 13 ปี ชื่อน้อง น. เป็นเด็กต่างด้าวชาวพม่าเชื้อชาติไทยใหญ่ ได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสังวาลแม่ฮ่องสอน จากการตรวจรักษาของแพทย์ พบว่าป่วยเป็นโรคหนองใน ระยะรุนแรง ซึ่งเมื่อรักษาอาการดีขึ้นแล้ว ได้ถูกส่งตัวไปยังหน่วยงานหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อดูแลเด็กคนดังกล่าว   ต่อมาเวลา 13.00 น. ทางสำนักงานอัยการแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ได้ทำการสอบ สหวิชาชีพกับเด็กคนดังกล่าว โดยมีการสอบคัดแยกเหยื่อ และ สอบปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางด้านคดีอาญา เกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์   ในเบื้องต้น เด็กหญิงได้ให้ปากคำว่า ได้ถูกแม่เล้าบังคับให้ค้าประเวณีมาแล้ว 5 ครั้ง ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ และนักธุรกิจในตัวจังหวัด ซึ่งในการค้าประเวณี แต่ละครั้งผู้ชายที่ใช้บริการไม่ได้มีการสวมถุงยางอนามัยแต่อย่างใด ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าได้ติดเชื้อหนองในจากใคร โดยได้ถูกบังคับให้ขายบริการครั้งแรก ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา   โดยตนเดิมอาศัยอยู่บ้านทุ่งกองมู ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เรียนหนังสือจบชั้น ป. 6 เมื่อเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ส่วนมารดา ซึ่งเป็นต่างด้าว ได้เดินทางไปรับจ้างทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่   อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าว ได้แพร่สะพัดในตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน อย่างรวดเร็ว และมีคนที่ใช้บริการหลายคน หนาวๆ ร้อนๆ ต่อการถูกเปิดเผยเรื่องร่วมหลับนอนกับเด็กอายุ 13 ปี ซึ่งถือว่าโทษหนัก บางรายได้หนีไปที่เชียงใหม่ ส่วนบางรายยังคงอยู่ในพื้นที่และเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในบ้าน   สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอน เคยมีคดีค้ากามแก๊งนกฮูกบ้านน้ำเพียงดิน ที่ให้เด็กสาวค้าบริการให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ จนเป็นข่าวคึกโครมเมื่อปี 2560 มาแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/riPgjNVNJoU

 43,565

Top