ค้นหา :

ผลการค้นหา "คดีไม่คืบ"

การเมือง
21 ม.ค. 63

'วีระ' จี้ตามคดี 'ปารีณา' บุกรุกป่า โดนดองไม่คืบหน้าหลายเดือน

นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เดินทางไปพบผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอทราบผลความคืบหน้าในการดำเนินคดีปารีณาและทวี ไกรคุปต์ กรณีบุกรุก ครอบครองที่ดินของรัฐ ป่าไม้และป่าสงวนแห่งชาติฝั่งซ้ายแม่ย้ำภาชี ซึ่งตนได้แจ้งความกล่าวโทษไว้ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. 2562 แต่คดีถูกดองไว้ไม่มีความคืบหน้าตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค. 2562   ขณะที่ พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า ตำรวจป่าไม้เสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอทำคดี น.ส.ปารีณา ตั้งแต่แรก โดยได้ตั้งคณะทำงานรวม 10 นาย   ซึ่งการทำงานจะช้าเร็วขึ้นอยู่กับการรวบรวมพยานหลักฐาน แต่เชื่อว่าไม่นาน ซึ่งสำนวนคดีของ น.ส.ปารีณา ที่รับมาจาก สภ.จอมบึง นั้น ก็อยู่ระหว่างดำเนินการอย่างเร็วที่สุด ซึ่งคดีนี้หากเทียบกับของชาวบ้านก็นับว่ามีความซับซ้อน หากคดีใดต้องการพยานหลักฐานให้รัดกุมมากก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3kBDb5MAEuw

 1,074
สังคม
23 ธ.ค. 62

สองสามีภรรยาถูกแท็กซี่ชนสาหัส คดีไม่คืบ คู่กรณีไม่สำนึกส่งไลน์เยาะเย้ย "ทำอะไรไม่ได้หรอก" - เตะผ่าหมาก

กรณีคดีจราจรที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาซึ่งพนักงานสอบสวนบางรายมักจะดองคดี หรือเพิกเฉยต่อคดี โดยเฉพาะเมื่อผู้เสียหายถูกชนบาดเจ็บสาหัส พนักงานสอบสวนจะลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แล้วไม่มีความคืบหน้าของคดีอย่างเช่น ดคีของสองสามีภรรยาขับรถในเขตพื้นที่พญาไทเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2562 เวลาประมานตี 5 โดนรถแท๊กซี่ชนจนข้อต่อด้านหลังหักบาดเจ็บสาหัสเข้ารักาาตัวที่โรงพยาบาล โดยที่เวลาผ่านไปไม่มีความคืบหน้าทางคดี ด้านโซเฟอร์คู่กรณีส่งข้อความผ่านไลน์มาในเชิงเยาะเย้ยว่าทำอะไรตนไม่ได้หรอก ทนายสงกานต์จี้เจ้าหน้าที่ให้แจ้งข้อหาแก่โชเฟอร์แท๊กซี่รายดังกล่าวในข้อหา ผิดพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43 และผิดตามประมวญกฎหมายอาอญามาตรา 300 เป็นการกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ   กรณีรถบรรทุกสิ่งของสูงเกิน 3 เมตรกลับรถบนท้องถนนแล้วเสียหลักล้มคว่ำหงายท้องเนื่องจากบรรทุกของมากเกินไป ผิดพระราชบัญญัติการจราจรทางบกพ.ศ. 2522 ความสูงของสิ่งที่บรรทุกจะต้องไม่เกิน 3 เมตร ทนายสงกานต์จี้ตำรวจเอาผิดผู้ฝ่าฝืน

 1,775
สังคม
03 ธ.ค. 62

ญาติเหยื่อทอมโหดจุดไฟเผา ร้อง บช.น. หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังคดีไม่คืบ

ผู้บาดเจ็บกรณีถูกสาวทอมใช้น้ำมันราดแล้วจุดไฟเผา ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หลังคดีไม่คืบ และพยานปากคำสำคัญกลับคำให้การ   นาย รณณรงค์ แก้วเพ็ชร ทนายความ พาลูกชายของ นาง วรวรรณ จัดสวย วัย 51 ปี ที่โดน นางสาว มาลัยทอง ทองทักษิณ วัย 47 ปี ราดทินเนอร์แล้วจุดไฟเผาทั้งเป็นอาการสาหัสต้องเข้ารับการรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมในการดำเนินคดีกับ พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หลังพบว่าพยานบางคนกลับคำให้การ และเกรงว่าคดีจะพลิกจากพยายามฆ่าเป็นเพียงการวางเพลิงเผาทรัพย์    โดยระบุว่า คดีนี้ผู้ต้องหาเตรียมทินเนอร์มาเพื่อก่อเหตุ และผู้ต้องหามีญาติเป็นทหารเกรงว่าอาจจะมีการแทรกแซงคดี จึงอยากขอให้ตั้งทีมสอบสวนส่วนกลาง (ภาพจดหมายเขียนด้วยลายมือ)และ 1 ในพยานหลักฐานที่มอบให้ตำรวจเป็นจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ ของ นาง วรวรรณ ขณะที่ยังอยู่ในห้องไอซียู เขียนว่า "ข้าพเจ้า นาง วรวรรณ จัดสวย ขอยืนยันว่า มาลัยทอง ทองทักษิณ ได้ราดทินเนอร์ใส่ตัวข้าพเจ้าจริง และได้จุดไฟ ขอความเป็นธรรมเนื่องจากกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม   นาย รณณรงค์ บอกว่า ตำรวจแจ้งข้อหาวางเพลิงเผาทรัพยืซึ่งขัดแย้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้คนเจ็บต้องให้ลูกออกมาติดตามคดีแทน รณณรงค์ แก้วเพ็ชร ทนายความขณะที่อาการของผู้บาดเจ็บ ยังคงต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกราว 3 เดือน บาดแผลตามร่างกายมีร่องรอยบาดแผลถูกไฟเผากว่า 70% ส่วนตัวผู้ก่อเหตุขณะนี้พนักงานสอบสวนส่งฝากขังและมีการแจ้งข้อหาเพียงวางเพลิงเผาทรัพย์เท่านั้น    

 1,360
ข่าวภูมิภาค
20 พ.ย. 62

นักธุรกิจสาวโวย พนง.แบงก์ดังบนเกาะสมุย ยักยอกเงิน 9 ล้าน แจ้งความเป็นปี คดีไม่คืบ

น.ส.จิตติมา สุพรรณพงศ์ อายุ 43 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้นำหลักฐานเข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่า ถูกผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาเกาะสมุย นำบัญชีธนาคารประเภทออมทรัพย์ของตนไปปลอมลายเซ็นเพื่อทำบัตรเอทีเอ็มในวันที่ 28 ธ.ค.55 และ พ.ศ.56   จากนั้นเริ่มกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มออกมาอยู่เรื่อยๆ ครั้งละหลักหมื่นถึงหลักแสน และยังได้ปลอมลายเซ็นในใบถอนเงินไปถอนเงินออกจากบัญชียอดสูงสุด 1 ล้านบาท จนในปี พ.ศ.58 ตนมาตรวจพบเงินในบัญชีพบว่าหายไปแล้วกว่า 9 ล้านบาท   หลังเรื่องแดงได้ไปแจ้งธนาคารให้ตรวจสอบเรื่องยืดเยื้อนาน จนผู้ช่วยผู้จัดการต้องสงสัยคนดังกล่าวได้ชิงลาออกจากธนาคารไป และไปทำงานอยู่ที่ธนาคารเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อีกแห่งบนเกาะสมุย   ผู้เสียหายคิดว่าไม่ได้เงินแน่ จึงไปแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด เมื่อวันที่ 9 พ.ย.61 ระยะเวลาผ่านไป 1 ปีแล้ว แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า ตนจึงมาร้องผ่านสื่อหวั่นคดีถูกดอง เพราะตอนนี้ธุรกิจเสียหายหมดเนื้อหมดตัว จึงมาร้องเรียนความคืบหน้าทางคดีเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YjiCR5Olhy0

 2,587
สังคม
20 พ.ย. 62

นักธุรกิจสาวโวย พนง.แบงก์ดังบนเกาะสมุย ยักยอกเงิน 9 ล้าน แจ้งความเป็นปี คดีไม่คืบ

น.ส.จิตติมา สุพรรณพงศ์ อายุ 43 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้นำหลักฐานเข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่า ถูกผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาเกาะสมุย นำบัญชีธนาคารประเภทออมทรัพย์ของตนไปปลอมลายเซ็นเพื่อทำบัตรเอทีเอ็มในวันที่ 28 ธ.ค.55 และ พ.ศ.56   จากนั้นเริ่มกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มออกมาอยู่เรื่อยๆ ครั้งละหลักหมื่นถึงหลักแสน และยังได้ปลอมลายเซ็นในใบถอนเงินไปถอนเงินออกจากบัญชียอดสูงสุด 1 ล้านบาท จนในปี พ.ศ.58 ตนมาตรวจพบเงินในบัญชีพบว่าหายไปแล้วกว่า 9 ล้านบาท   หลังเรื่องแดงได้ไปแจ้งธนาคารให้ตรวจสอบเรื่องยืดเยื้อนาน จนผู้ช่วยผู้จัดการต้องสงสัยคนดังกล่าวได้ชิงลาออกจากธนาคารไป และไปทำงานอยู่ที่ธนาคารเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อีกแห่งบนเกาะสมุย   ผู้เสียหายคิดว่าไม่ได้เงินแน่ จึงไปแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด เมื่อวันที่ 9 พ.ย.61 ระยะเวลาผ่านไป 1 ปีแล้ว แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า ตนจึงมาร้องผ่านสื่อหวั่นคดีถูกดอง เพราะตอนนี้ธุรกิจเสียหายหมดเนื้อหมดตัว จึงมาร้องเรียนความคืบหน้าทางคดีเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YjiCR5Olhy0

 2,587
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 62

น้องเขยสางแค้น ยิงพี่เขยดับ หลังข่มขืนลูกสาว แจ้งความ 10 ปี คดีไม่คืบ

พัทลุง-เกิดเหตุยิงกันทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 โดยเหตุเกิดบนถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน ท้องที่ ม.2 ต.ควนขนุน พบผู้เสียชีวิต คือนายประพันธุ์ คตฤทธิ์ อายุ 60 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 มม. เข้าบริเวณอวัยวะเพศ และต้นคอ รวม 2 นัด นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต   เบื้องต้นทราบว่าคนที่ก่อเหตุยิงทราบชื่อคือนายวิโรจน์ ทองขาว เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลควนขนุน อำเภอเขาชัยสน และเป็นผู้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตัวเองเป็นคนยิงคนตายในที่เกิดเหตุ และจะขอติดต่อมอบตัวภายหลัง   ซึ่งก่อนเกิดเหตุขณะที่นายวิโรจน์ กำลังขับรถกลับมาบ้าน และเมื่อมาถึงเห็นผู้ตายกำลังเดินออกมาขับรถมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านของนายวิโรจน์ ทำให้เกิดความแค้น เพราะก่อนหน้านี้ผู้ตายซึ่งเป็นพี่เขย ได้ข่มขืนลูกสาวของนายวิโรจน์ เมื่อ10 ปีก่อน แต่คดีไม่คืบ และไม่มีการดำเนินคดีตามกฎหมายหรือเอาผิด ทั้งที่ผู้ตายรับผิดในขณะนั้น   และทราบว่าได้มีการวิ่งเต้นจนเจ้าหน้าที่ทำสำนวนไม่พอฟ้อง ทำให้ไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาผู้ตายก็ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นนาน จนกระทั่งกลับมาพักอาศัยบ้านเดิมอีกครั้ง และใกล้กับบ้านผู้ก่อเหตุ และด้วยความแค้นก่อนหน้านี้บวกกับการเห็นผู้ตายออกมาจากบ้านของตัวเอง จึงได้ใช้อาวุธปืนไล่ยิงไป 5 นัด จนกระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว   ซึ่งขณะนี้ทางญาติกำลังเร่งติดตามนายวิโรจน์ เพื่อนำเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jmAGzpbJn28

 11,555
อาชญากรรม
14 พ.ย. 62

น้องเขยสางแค้น ยิงพี่เขยดับ หลังข่มขืนลูกสาว แจ้งความ 10 ปี คดีไม่คืบ

พัทลุง-เกิดเหตุยิงกันทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 โดยเหตุเกิดบนถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน ท้องที่ ม.2 ต.ควนขนุน พบผู้เสียชีวิต คือนายประพันธุ์ คตฤทธิ์ อายุ 60 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 มม. เข้าบริเวณอวัยวะเพศ และต้นคอ รวม 2 นัด นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต   เบื้องต้นทราบว่าคนที่ก่อเหตุยิงทราบชื่อคือนายวิโรจน์ ทองขาว เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลควนขนุน อำเภอเขาชัยสน และเป็นผู้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตัวเองเป็นคนยิงคนตายในที่เกิดเหตุ และจะขอติดต่อมอบตัวภายหลัง   ซึ่งก่อนเกิดเหตุขณะที่นายวิโรจน์ กำลังขับรถกลับมาบ้าน และเมื่อมาถึงเห็นผู้ตายกำลังเดินออกมาขับรถมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านของนายวิโรจน์ ทำให้เกิดความแค้น เพราะก่อนหน้านี้ผู้ตายซึ่งเป็นพี่เขย ได้ข่มขืนลูกสาวของนายวิโรจน์ เมื่อ10 ปีก่อน แต่คดีไม่คืบ และไม่มีการดำเนินคดีตามกฎหมายหรือเอาผิด ทั้งที่ผู้ตายรับผิดในขณะนั้น   และทราบว่าได้มีการวิ่งเต้นจนเจ้าหน้าที่ทำสำนวนไม่พอฟ้อง ทำให้ไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาผู้ตายก็ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นนาน จนกระทั่งกลับมาพักอาศัยบ้านเดิมอีกครั้ง และใกล้กับบ้านผู้ก่อเหตุ และด้วยความแค้นก่อนหน้านี้บวกกับการเห็นผู้ตายออกมาจากบ้านของตัวเอง จึงได้ใช้อาวุธปืนไล่ยิงไป 5 นัด จนกระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว   ซึ่งขณะนี้ทางญาติกำลังเร่งติดตามนายวิโรจน์ เพื่อนำเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jmAGzpbJn28

 11,555
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ย. 62

หนุ่มไฟแนนซ์-มือมีด แจ้งความใส่กัน ปมวิวาท-บุกแทงขณะยึดรถที่ขาดส่ง 9 งวด

ความคืบหน้ากรณี เจ้าหน้าที่บริษัทไฟแนนซ์ถูกชายฉกรรจ์คนหนึ่งแทง เพราะไม่พอใจที่จะยึดรถเขา เมื่อแจ้งความ ปรากฎว่าคดีไม่มีความคืบหน้า โดยชายเสื้อสีชมพูในคลิป คือ นายพรประเสริฐ แก้วตา ซึ่งไม่พอใจที่ถูกกลุ่มเจ้าหน้าที่บริษัทไฟแนนซ์มาติดตามทวงเงินค่างวดรถ จึงเปิดประตูออกมาแล้วพยายามทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ จากนั้นเข้าไปหยิบมีดในรถแล้วมาวิ่งไล่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ชายคนนี้ ทำให้ถูกมีดแทงเข้าที่ ท้ายทอย ท้อง และมือซ้าย   จากนั้นนายพรประเสริฐ ถูกควบคุมตัวได้ แต่แทนที่จะสงบกลับโวยวาย และบอกว่าตำรวจที่เรียกมา เดี๋ยวก็ต้องมายกมือไหว้ ต่อมาตำรวจนครบาลบางขุนเทียนมาเชิญตัวทัง 2 ฝ่ายไปที่ สน. ก่อนจะปล่อยตัว นายพรประเสริฐไป   ด้านนายสมเจตน์ เหล่าสอน อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ นำหลักฐานเข้าแจ้งความที่กองปราบปราม พร้อมเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุรับมอบหมายให้ติดตามรถยนต์ฮอนด้า ที่ขาดส่ง 9 งวด และไปเจออยู่ที่ซอยกำนันแม้น 13 แยก 31 แต่พอจะไปเจรจากลับถูกทำร้ายร่างกาย และมารู้ทีหลังว่าคนที่แทงไม่ใช่เจ้าของรถ แต่รับจำนำรถคันนี้ไว้ และให้บริษัทไปทวงค่างวดกับเจ้าของรถเอง หลังเกิดเหตุมีคนโทรศัพท์เข้ามาในมือถือของ นายพรประเสริฐ อ้างตัวเป็นผู้กำกับแป๊ะ บอกว่า กลุ่มไฟแนนซ์ไม่มีอำนาจยึดรถเพราะไม่มีคำสั่งศาล   ขณะที่ นายพรประเสริฐ บอกว่า รถคันนี้เป็นของเพื่อนสนิทมาจำนำไว้ในราคา 7 หมื่นบาท และวันเกิดเหตุขับรถมาส่งเพื่อนในซอยนี้ และอยู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์มาเคาะกระจกบอกว่า "จะมาเอารถ" จึงเกิดการโต้เถียงและชกต่อยกัน ส่วนมีดที่นำออกมาเพื่อป้องกันตัว เพราะคู่กรณีตัวใหญ่กว่า และไม่ได้ตั้งใจ นอกจากนี้ยังแจ้งความจับไฟแนนซ์ที่อ้างตัวเป็นตำรวจมาใส่กุญแจมือเขาด้วย   ล่าสุด ตำรวจ สน.บางขุนเทียน ให้ข้อมูลว่า มีการลงบันทึกประจำวันและให้ทั้ง 2 ฝ่ายไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด ซึ่งจะต้องรอผลแพทย์ยืนยันว่าเข้าข่ายบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ โดยต่างฝ่ายต่างแจ้งเอาผิดกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yYesKETaI98

 1,305
สังคม
12 พ.ย. 62

หนุ่มไฟแนนซ์-มือมีด แจ้งความใส่กัน ปมวิวาท-บุกแทงขณะยึดรถที่ขาดส่ง 9 งวด

ความคืบหน้ากรณี เจ้าหน้าที่บริษัทไฟแนนซ์ถูกชายฉกรรจ์คนหนึ่งแทง เพราะไม่พอใจที่จะยึดรถเขา เมื่อแจ้งความ ปรากฎว่าคดีไม่มีความคืบหน้า โดยชายเสื้อสีชมพูในคลิป คือ นายพรประเสริฐ แก้วตา ซึ่งไม่พอใจที่ถูกกลุ่มเจ้าหน้าที่บริษัทไฟแนนซ์มาติดตามทวงเงินค่างวดรถ จึงเปิดประตูออกมาแล้วพยายามทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ จากนั้นเข้าไปหยิบมีดในรถแล้วมาวิ่งไล่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ชายคนนี้ ทำให้ถูกมีดแทงเข้าที่ ท้ายทอย ท้อง และมือซ้าย   จากนั้นนายพรประเสริฐ ถูกควบคุมตัวได้ แต่แทนที่จะสงบกลับโวยวาย และบอกว่าตำรวจที่เรียกมา เดี๋ยวก็ต้องมายกมือไหว้ ต่อมาตำรวจนครบาลบางขุนเทียนมาเชิญตัวทัง 2 ฝ่ายไปที่ สน. ก่อนจะปล่อยตัว นายพรประเสริฐไป   ด้านนายสมเจตน์ เหล่าสอน อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ นำหลักฐานเข้าแจ้งความที่กองปราบปราม พร้อมเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุรับมอบหมายให้ติดตามรถยนต์ฮอนด้า ที่ขาดส่ง 9 งวด และไปเจออยู่ที่ซอยกำนันแม้น 13 แยก 31 แต่พอจะไปเจรจากลับถูกทำร้ายร่างกาย และมารู้ทีหลังว่าคนที่แทงไม่ใช่เจ้าของรถ แต่รับจำนำรถคันนี้ไว้ และให้บริษัทไปทวงค่างวดกับเจ้าของรถเอง หลังเกิดเหตุมีคนโทรศัพท์เข้ามาในมือถือของ นายพรประเสริฐ อ้างตัวเป็นผู้กำกับแป๊ะ บอกว่า กลุ่มไฟแนนซ์ไม่มีอำนาจยึดรถเพราะไม่มีคำสั่งศาล   ขณะที่ นายพรประเสริฐ บอกว่า รถคันนี้เป็นของเพื่อนสนิทมาจำนำไว้ในราคา 7 หมื่นบาท และวันเกิดเหตุขับรถมาส่งเพื่อนในซอยนี้ และอยู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์มาเคาะกระจกบอกว่า "จะมาเอารถ" จึงเกิดการโต้เถียงและชกต่อยกัน ส่วนมีดที่นำออกมาเพื่อป้องกันตัว เพราะคู่กรณีตัวใหญ่กว่า และไม่ได้ตั้งใจ นอกจากนี้ยังแจ้งความจับไฟแนนซ์ที่อ้างตัวเป็นตำรวจมาใส่กุญแจมือเขาด้วย   ล่าสุด ตำรวจ สน.บางขุนเทียน ให้ข้อมูลว่า มีการลงบันทึกประจำวันและให้ทั้ง 2 ฝ่ายไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด ซึ่งจะต้องรอผลแพทย์ยืนยันว่าเข้าข่ายบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ โดยต่างฝ่ายต่างแจ้งเอาผิดกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yYesKETaI98

 1,305
สังคม-อาชญากรรม
20 ส.ค. 62

อดีตนักแสดงหญิง ร้องศาลถูกนายพลข่มขืน ผ่านมาเป็นปีคดีไม่คืบ

อดีตดารานักแสดงหญิงอายุ 56 ปี เดินทางมาพร้อมทนายความยื่นฟ้อง พล.อ.รายหนึ่ง ซึ่งขณะนี้มีตำเเหน่งเป็นระดับผู้บัญชาการกองพลเเห่งหนึ่ง เเละผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก รวมทั้งมีตำเเหน่งเป็นนายสนามมวย ในข้อหาใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ กักขังหน่วงเหนี่ยว ร่วมกันพาหญิงอื่นไปเพื่อการอนาจารเเละข่มขืนกระทำชำเรา โดยทางทนายความระบุว่า มาร้องศาลทุจริตฯที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ เพราะข้อกฎหมายตรงนี้อยู่ในบรรยายฟ้องขอปิดไว้ก่อน เเต่มีข้อสังเกตว่าผู้กระทำกระทำขณะอยู่ในตำเเหน่งหน้าที่ราชการถือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ที่ผ่านมาเคยไปยื่นฟ้องศาลอาญา เเต่ทางศาลอาญาเเจ้งว่าให้มายื่นต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ เราก็มายื่นฟ้องก่อนหน้านี้ เเต่ในวันนี้มายื่นเพิ่มเติมเนื่องจากครั้งที่เเล้วในส่วนบรรยายฟ้องไม่สมบูรณ์ ซึ่งศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะรับคำฟ้องไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่ในวันพรุ่งนี้   ซึ่งในคดีนี้ที่สำคัญคือผู้เสียหายไปยื่นขอความช่วยเหลือต่อกองทัพบก รับเป็นหนังสือเเล้วเเต่คดีไม่คืบ ผมอยากฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็น รมว.กลาโหมดูแลผู้เสียหายรายนี้หน่อย เพราะเป็นเรื่องที่ทหารเข้ามากระทำกับประชาชนในขณะที่คสช. ได้เข้ามากุมอำนาจ   ด้านนักแสดงหญิงคนดังกล่าวเผยว่า ที่ได้รู้จักกับนายพลคนดังกล่าว เนื่องจากไปขอความช่วยเหลือในยุค คสช.เกี่ยวกับเรื่อง 3 เเม่ลูก เเละตนจะโดนอุ้ม เเละได้รู้จักกับผู้ก่อเหตุเสมือนพี่น้องโดยเชื่อใจ จึงไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้น ก่อนหน้านี้ตนไปเเจ้งความร้องทุกข์จนตำรวจทำสำนวนยื่นฟ้องไปที่ศาลทหาร เเต่คดีก็กลับเงียบ ตนเคยไปยื่นร้องที่กองทัพบกเรื่องก็ไม่คืบกลับโดนบอกกลับมาว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว   มีการเคลื่อนย้ายกำลังทหารมาที่หน้าบ้าน ซึ่งเป็นการข่มขู่คุกคามกักขังหน่วงเหนี่ยว กระทั่ง 2 วันที่เเล้วก็มีรถจักรยานยนต์เเละรถยนต์มาที่หน้าบ้าน ซึ่งบ้านตนมีกล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพไว้เเล้ว คดีนี้ล่วงเลยมาเกินปีไม่มีความคืบหน้าถามตำรวจก็เงียบ บางครั้งก็โดนข่มขู่ด้วย เราก็เพิ่งทราบว่ากองปราบไม่รับเรื่องของเรา เราก็ไม่ทราบเหตุผลที่ไม่รับ   โดยปัจจุบันนี้นายพลคนดังกล่าวซึ่งขณะนั้นยศ “พล.ต.” ตอนนี้กลับได้เลื่อนเป็น “พล.อ.” มีหน้ามีตาในสังคม แต่ตนกลับต้องทุกข์ทรมานโดนกดดันข่มขู่ ก่อนหน้านี้ไปตามคดีก็มีตอนนี้ตำรวจที่เป็น 1 ในผู้ทำคดีที่เขาอึดอัดเล่าให้ฟังว่า มีการใช้อิทธิพลเข้ามาแทรกแซง โดยคนที่ทำคดีของดิฉันถ้าทำแล้วเกิดแง่บวกกับผู้ก่อเหตุก็จะได้เลื่อนยศ 2 ขั้น แต่ถ้าทำคดีเป็นทางลบกับนายพลคนดังกล่าวก็จะถูกย้าย ดิฉันก็หวังจะได้รับความเป็นธรรมจากศาลจึงมายื่นฟ้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8fvO2kXr-C4  

 20,231
สังคม-อาชญากรรม
14 ส.ค. 62

พ่อพาลูกสาววัย 14 ร้องกองปราบ ถูก 5 ผู้รับเหมา-คนงานก่อสร้าง รุมข่มขืนข้ามปี คดีไม่คืบ

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมครอบครัวเด็กหญิงวัย 14 ปี และมีอาชีพกรรมกรก่อสร้าง เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กองบังคับการปราบปราม   หลังลูกสาววัย 14 ปี ถูกกลุ่มผู้รับเหมาล่วงละเมิดทางเพศนานกว่าครึ่งปี ในแคมป์คนงานก่อสร้าง และจากการสอบถามเด็กหญิง พบว่าถูกกลุ่มผู้รับเหมา เบื้องต้นรวม 5 คน ข่มขืนกระทำชำเรา และได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้รับเหมาในพื้นที่ของสถานีตำรวจนครบาลประเวศแต่คดีไม่มีความคืบหน้าและเงียบหายไป     โดยพ่อของเด็กวัย 14 ปีที่ถูกล่วงละเมิด เผยก่อนหน้านี้ลูกสาวได้ถูกขอไปเลี้ยงดูโดยแม่บุญธรรมตั้งแต่อายุ 10 ปี เนื่องจากตนเองมีภรรยาและลูกใหม่ จึงไม่สามารถเลี้ยงดูลูกสาวได้ จนกระทั่งลูกสาวโทรมาขอความช่วยเหลือกับพี่สาว หลังไปทำงานและอาศัยอยู่กับญาติที่ทำอาชีพกรรมกรก่อสร้างและย้ายที่ทำงานไปเรื่อย ระหว่างทำงานในแคมป์คนงานในพื้นที่เขตประเวศเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 ถูกผู้รับเหมาล่อลวงว่าจะพาไปซื้อเสื้อผ้า แล้วหลอกไปกระทำชำเรา หลังเสร็จกิจให้เงินมา 160 บาทพร้อมลำไยหนึ่งถุงกลับบ้าน   หลังทราบเรื่องตนเองก็เดินทางมาจากประจวบคีรีขันธ์ และพาลูกไปแจ้งความในพื้นที่ของ สน.ประเวศ หลังเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ วันถัดมาก็สอบปากคำทั้งพ่อและเด็กแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกให้รอถ้ามีอะไรจะโทรไปตาม ซึ่งตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้โทรไปหาก็ไม่รับสาย   ภายหลังจากพูดคุยกับลูกสาว ซึ่งไปทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้างตั้งแต่ยังเล็ก และลูกสาวมาอยู่กับญาติช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เล่าให้พี่สาวฟังว่า ตอนนี้ไปทำงานที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก็ถูกผู้รับเหมากระทำชำเราโดยช่างนั้ม เช่นกันแคมป์คนงาน   และยังเคยถูกกระทำชำเรา จากนายเหน่ง ซึ่งเป็นลูกน้องของช่างอีก 1 คน รวมทั้งถูกนายสมอและนายเบนซ์ 2 พ่อลูกข่มขืนกระทำชำเรา โดยใช้ลูกสาวเป็นระบายอารมณ์ แต่เด็กไม่กล้าบอกใคร เนื่องจากบอกไปแล้วก็ไม่มีใครเชื่อ จนรายสุดท้ายผู้รับเหมาคนที่ 5 คือช่างตั้ม ที่ล่อลวงไปกระทำชำเรา จึงคาดว่าน่าจะมีผู้ที่มากระทำชำเราลูกสาวอีกหลายคน     ขณะที่นางสาวบี (นามสมมุติ) พี่สาวที่น้องได้โทรมาขอความช่วยเหลือ ได้เปิดเผยว่า น้องสาวได้โทรมาเล่าเรื่องที่ถูกผู้รับเหมาข่มขืนกระทำชำเรา แต่เนื่องจากยังเด็กและไม่มีเงินจึงไม่สามารถหนีกลุ่มผู้รับเหมาที่มาข่มขืนกระทำชำเราได้นานข้ามปี จนกระทั่งล่าสุดพ่อได้เข้าแจ้งความ   เบื้องต้นพบว่ามีผู้ที่ร่วมข่มขืนน้องรวมทั้งหมด 5 คน คนแรกคือช่างนั้ม คนที่สองคือนายเหน่ง และสองพ่อลูกคืนนายสมรและนายเบนซ์ ขณะที่คนสุดท้ายคือช่างตั้ม โดยขณะนี้พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการสอบปากคำไว้เบื้องต้น ก่อนจะประสานกับสหวิชาชีพเพื่อทำการสอบปากคำผู้เสียหายก่อนเสนอผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามพิจารณาในการดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zCDTSa2ntWg

 3,158
ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 62

พ่อร้องลูกสาววัย 14 ถูกเสี่ยรับเหมากระทำชำเรา ซ้ำเคยถูกคนงานก่อสร้าง 4 คนอนาจาร

นนทบุรี-นายหนุ่ย (นามสมมติ) อายุ 43 ปี ชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยภรรยา นำ ด.ญ.หม่อน (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ลูกสาวเดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมและให้ติดตามความคืบหน้าคดี ต่อทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่า   ลูกสาววัย 14 ปีถูกเสี่ยรับเหมาก่อสร้างกระทำชำเรา เหตุเกิดที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ซอยเฉลิมพระเกียรติ 7 แยก 4 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม.เมื่อวันที่ 29 ก.ค.62 เวลา 17.00 น. แจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ประเวศ พร้อมตรวจร่างกายกับ รพ.ตำรวจ เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อสอบถามความคืบหน้าคดีได้     โดยก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือน ม.ค.-กพ.62 ที่พื้นที่แคมป์คนงานก่อสร้าง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ด.ญ.หม่อน ได้เล่าให้ฟังว่าเคยถูกผู้รับเหมาและคนงานก่อสร้างรวม 4 คนกระทำชำเรามาเช่นกัน แต่นายหนุ่ยยังไม่ได้แจ้งความเพราะเพิ่งจะทราบเรื่องจากลูกสาว   ด้านพ่อผู้เสียหายเล่าว่า เลี้ยง ด.ญ.หม่อน ลูกสาวมาคนเดียว เพราะแยกทางกับแม่น้องตั้งแต่น้องเกิดใหม่ๆ พออายุ 10 ปี ตนได้ให้ลูกสาวไปอยู่กับ น.ส.สำเริง ญาติที่เคยช่วยเหลือตนมา เพราะสามีเขามีเงินเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยญาติบอกว่าจะส่งเสียให้น้องได้เรียนหนังสือต่อ และน้องก็เรียกเขาว่าแม่ เพราะน้องกำพร้าแม่ ต่อมาประมาณเดือน ก.ค.61 น้องได้เดินทางกลับมาหาพ่อซึ่งขณะนั้นทำงานอยู่ที่ จ.นนทบุรี ตนจึงได้ส่งลูกสาวให้กลับไปอยู่กับแม่เลี้ยงที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์   ต้นเดือน พ.ย.61 ลูกสาวของ น.ส.สำเริง ได้แอบมารับตัวน้องไปจาก อ.กุยบุรี ซึ่งตนโทรไปสอบถาม น.ส.สำเริง ทราบว่าน้องขอไปเที่ยวปีใหม่ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนกระทั่งน้องถูกกระทำชำเราจากผู้รับเหมาและคนงาน รวม 4 คน น้องได้หนีกลับมาหาพ่ออีกครั้ง ตนจึงให้มาอยู่กับพี่สาวที่กรุงเทพซึ่งเป็นแคมป์คนงานก่อสร้างและมาเกิดเหตุถูกนายตั้ม เสี่ยรับเหมากระทำชำเราซ้ำเมื่อวันที่ 29 ก.ค.62   ต่อมาลูกสาวได้เล่าให้พ่อฟังว่า นายตั้ม ได้หลอกชวนให้น้องออกไปซื้อเสื้อผ้า ตั้งแต่เวลา 17.00 น.วันที่ 29 ก.ค.62 และกลับมาส่งน้องตอนเวลา 19.00 น.โดยนายตั้มได้พาไปที่อพาร์เม้นท์แห่งหนึ่งและทำกระทำชำเรา ซึ่งในวันเกิดเหตุนายตั้มได้ซื้อลำไยให้น้อง 1 กก.พร้อมให้เงินมา 160 บาท   ญาติเห็นเด็กผิดปกติจึงได้สอบถามเรื่องราวจากนายตั้ม ซึ่งนายตั้มยอมรับว่าทำจริงเพราะน้องให้ท่าเอง จนทั้ง 2 ฝ่ายมีปากเสียงกัน ด้านนายตั้มได้ท้าให้ไปแจ้งความ เพราะทำอะไรเขาไม่ได้ วันที่ 30 ก.ค.62 ตนจึงได้เดินทางไปแจ้งความและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัว ด.ญ.หม่อน ไปตรวจร่างการที่ รพ.ตำรวจ หลังจากนั้นตนได้โทรสอบถามไปที่พนักงานสอบสวนแต่ไม่รับสาย ตนต้องการทวงความยุติธรรมให้ลูกสาวของตน ได้นำมาเข้าใจว่าเขาทำแบบนี้กับลูกสาวตนได้อย่างไร   ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า วันนี้พ่อได้พาน้อง 14 เดินทางมาให้ช่วยติดตามความคืบหน้าคดีและขอความเป็นธรรมให้น้อง โดยน้องถูกกระทำชำเราโดยเสี่ยรับเหมาก่อสร้างในเขตพื้นที่ สน.ประเวศ และก่อนหน้านี้เคยถูกกระทำชำเราที่พื้นที่ อ.หาดใหญ่มาแล้วถึง 4 คน และยังมาถูกกระทำซ้ำอีก คดีนี้เกิดเหตุในหลายพื้นที่ จึงต้องไปร้องกองปราบให้ช่วยติดตามคดีให้ เนื่องจากน้องยังเป็นผู้เยาว์อายุ 14 ปี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KnxF8qJhQT8

 9,211
ข่าวภูมิภาค
05 ส.ค. 62

โวยสามีถูกฟันคอเลือดโชกในงานหมอลำคดีไม่คืบ พอโพสต์เฟซปุ๊บ ตร.เร่งทำคดีปั๊บ

กาฬสินธุ์-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อมรา มาสี โพสต์ข้อความพร้อมภาพประกอบอาการเจ็บป่วยของสามี ซึ่งแสดงให้เห็นแผลฉกรรจ์บริเวณลำคอด้านซ้าย ใบหูซ้าย ใบหน้า และภาพนอนเลือดเต็มตัวบนเตียงในโรงพยาบาลถูกโพสต์ออกไป โดยข้อความระบุว่า   “ขอให้ช่วยกันแชร์อีกรอบค่ะ ...ลงเพื่อขอความเป็นธรรมรอบที่แล้วเราลบ เพราะทางตำรวจขอให้ลบ บอกว่าจะจับตัวคนผิดมาลงโทษให้ แต่นะวันนี้เราไปที่ สภ.ห้วยเม็ก อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ เรื่องเกิดที่บ้านหนองบัวบอกให้รอเรื่องไปก่อน โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2562   ตอนนี้ผ่านไป 1 เดือน 5 วัน ยังไม่สามารถจับคนทำได้เลย...ขอถามทางท่านที่ใหญ่กว่าร้อยเวรที่ดูแลคดีตอนนี้...ว่ารออะไรอีก ถ้ายังจับไม่ได้เราจะเอาคลิปลงไปร้อง ที่ศูนย์ข่าวต่อไป แฟนเราถูกวัยรุ่นในหมู่บ้านนั้นฟัน แต่ไม่เคยมีเรื่องกัน ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และแฟนเราไม่ค่อยได้อยู่บ้านค่ะ ทำงานต่างจังหวัด”     ต่อมานางอัมรา มาสี อายุ 33 ปี ผู้โพสต์เล่าว่า นายวีระพงษ์ สามีถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายจนเป็นแผลฉกรรจ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะไปชมหมอลำในงานบวช โดยถูกของมีคมฟันเป็นบาดแผลลึก เฉียดถูกคอหอย กว้างประมาณ 7 ซม. ยาวประมาณ 20 ซม. เย็บ 29 เข็ม นอกจากนี้ยังมีรอยฟันเข้าที่ใบหูด้านซ้ายหวิดขาดอีกด้วย   หลังเกิดเรื่องได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ห้วยเม็ก เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 น.ถึงวันนี้ผ่านมาเดือนเศษ และอาการของนายวีระพงษ์พ้นขีดอันตราย หมออนุญาตให้กลับบ้านแล้ว แต่คดียังไม่คืบหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่นำตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ไปสอบถาม 3-4 ครั้ง ยังไม่คืบหน้า จึงรู้สึกน้อยใจและโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กขอความเป็นธรรม ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบอกให้ลบโพสต์ดังกล่าว     ด้านนายวีระพงษ์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงที่หมอลำที่ทำการแสดงกำลังจะเลิก และตนกำลังจะชวนญาติและลูกหลานขึ้นรถกลับบ้าน กลับมีกลุ่มวัยรุ่นเจ้าของพื้นที่ ซึ่งมีอาการเมาสุรา และเต้นอยู่หน้าเวทีหมอลำทำท่าจะเข้ามาหาเรื่องทะเลาะกับกลุ่มลูกหลานที่ตนพาไปด้วย    ต่อมามีวัยรุ่นคนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้านข้างแล้วใช้ของแข็งมีคมฟาดเข้าที่ลำคอข้างซ้ายของตนอย่างแรง จนรู้สึกปวดและชา จึงเอามือลูบคลำดูและเห็นหยดเลือดก็ตกใจแทบช็อค ก่อนที่จะญาติจะประคองร่าง และนำขึ้นรถส่งโรงพยาบาล   อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า หลังจากมีข่าวดังกล่าว ล่าสุดวานนี้ (4 ส.ค.) เวลา 11.00 น. ที่ สภ.ห้วยเม็ก พ.ต.อ.ตรีวิทย์ ศรีประภา รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของคดีแล้ว โดย พ.ต.อ.ประยุทธ์ อรัญโชติ ผกก.สภ.ห้วยเม็ก และ พ.ต.ต.วสุวัฒน์ หลานวงษ์ พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยเม็ก เจ้าของคดี ร่วมให้ข้อมูล คาดว่าจะมีความคืบหน้าของคดีในเร็ววันนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h8ZcNL7rMTo

 1,033
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ค. 62

โจ๋ยกพวกขี่ จยย.ขวางหน้ารุมฟัน-กระทืบ หนุ่มวัย 16 เจ็บปางตาย แม่ห่วงคดีไม่คืบ

นางสุพรัตน์  นะอ่อน อายุ 46 ปี ร้องเรียนว่า ลูกชายอายุ 16 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ย่านลาดปลาเค้า กรุงเทพฯ ถูกกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 7-8 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาขวางหน้ารถจักรยานยนต์ของลูกชายตนซึ่งนั่งซ้อนสามมากับเพื่อน จากนั้นวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวก็พากันรุมทำร้ายใช้มีดกระหน่ำฟันตามลำตัวไม่ยั้ง ก่อนพากันหลบหนีไปยังจับกุมคนร้ายไม่ได้  หมอระบุว่าลูกชายตนแขนขวาเสี่ยงพิการ   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของเด็กชายวัย 16 ปี ที่ถูกฟันบาดเจ็บสาหัส ซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว เดินเหินไปเรียนโรงเรียนได้ตามปกติ แต่ยังรู้สึกเจ็บบาดแผลที่ถูกฟันด้านหลังตรงสะโพกและเจ็บบริเวณแขนขวา    น้องเล่าว่าเหตุเกิดขึ้นช่วงดึกของวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตนกับเพื่อนขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนกัน 3 คน กำลังไปบ้านเพื่อน โดยนายกอล์ฟ อายุ 19 ปี เป็นคนขี่ (ตอนนี้บวชเป็นสามเณร) ตนนั่งกลาง ส่วนเพื่อนอีกคนนั่งซ้อนท้าย   ระหว่างที่ขี่รถ จยย.มาถึงบริเวณซอยลาดปลาเค้า 76 แยก1-13 ได้ขี่รถสวนทางกับวัยรุ่นกลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งขี่รถ จยย.มาทั้งหมด 4 คัน 8 คน ใส่เสื้อคลุมและสวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบปิดบังใบหน้าทุกคน โดยขี่มาขวางหน้ารถของตน หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุพูดว่า “เฮ้ย นี่ไง” พอสิ้นเสียงคำพูดกลุ่มวัยรุ่นก็ได้ใช้อาวุธมีดรุมฟัน   ตนพยายามวิ่งหนีแต่ไม่มีแรงจนล้มลง กลุ่มวัยรุ่นก็ปรี่เข้ามากระทืบ และใช้มีดฟันไม่ยั่งบริเวณข้อศอกซ้าย 1 แผล แขนซ้ายท่อนบน 1 แผล ด้านหลังตรงสะโพก 1 แผล และมีรอยที่ฟันไม่เข้าตามร่างกายตั้งแต่หลังถึงข้อเท้านับไม่ถ้วน ก่อนหลบหนีพูดว่า "บอกรุ่นพี่มึงด้วยซ่าผิดถิ่นแล้ว"  ส่วนนายกอล์ฟเพื่อนของตนถูกฟันที่ใบหน้า เพื่อนที่นั่งซ้อนท้ายกระโดนหนีทัน   อย่างไรก็ตามกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุบันทึกภาพขณะกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุพากันขี่รถ จยย. หลบหนี แต่ไม่เห็นป้ายทะเบียนและลักษณะของรถ จยย. เนื่องจากมืด ผู้บาดเจ็บยืนยันไม่เคยมีปัญหาส่วนตัวกับวัยรุ่นกลุ่มนี้มาก่อน แต่คาดว่าน่าจะรู้จักกับรุ่นพี่ของตน เพราะก่อนเกิดเหตุวัยรุ่นกลุ่มนี้เคยมาไล่ฟันรุ่นพี่ของตน จากนั้นรุ่นพี่ของตนก็ไปดักทำร้ายวัยรุ่นกลุ่มนี้เพื่อเอาคืนวันต่อมาตนและเพื่อนก็โดนรุมฟัน   แม่ของเด็กชายวัย 16 กล่าวว่า แขนขวาของลูกชายตอนนี้ไม่สามารถยกได้ หมอวินิจฉัยว่าเส้นประสาทตรงหัวไหล่เสียหาย เนื่องจากขณะเกิดเหตุแขนล้มไปโดนกำแพงอย่างแรง ต้องไปทำกายภาพกระตุ้นไฟฟ้าที่โรงพยาบาลทุกวันเพราะถ้าไม่ไปกล้ามเนื้อจะลีบ ต้องไปรอรับส่งลูกที่โรงเรียนทุกวัน เพราะห่วงว่าลูกจะถูกทำร้ายซ้ำ   หลังเกิดเหตุไปแจ้งความที่ สน.บางเขน ตำรวจแจ้งกล่าวหาแค่ทำร้ายร่างกาย ทั้งที่ลูกชายถูกรุมฟันเกือบตาย เหมือนตั้งใจจะฆ่ากัน  โดยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2562 เรียกตัวลูกชายไปสอบปากคำ จนถึงวันนี้ยังจับกุมคนร้ายไม่ได้  คดีเงียบไม่มีความคืบหน้า แม้แต่ภาพกล้องวงจรปิดตนต้องเป็นคนหาไปให้ตำรวจเอง   โดยช่วง 10.00 น. ของวันนี้ (5 ก.ค.) ผู้ปกครองของเด็กที่โดนทำร้ายจะเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์  วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อขอให้ตำรวจเร่งรัดคดีจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/KYkFNy85z04

 1,064
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ค. 62

เด้ง สารวัตร สน.โชคชัย เซ่นปมหนุ่มฆ่าตัวตาย ทิ้งจม.ถึงนายกฯ อ้างจ่าย 5 พันแต่คดีไม่คืบ ตร.ยันไม่เคยรับสินบน

จากกรณี พบศพนายไพวัลย์ แซ่ลี้ ในสภาพฆ่าตัวตาย ด้วยวิธีการรมควัน ภายในอาคารพักพื้นที่ จ.สมุทรปราการ พร้อมเขียนจดหมายลาตาย รวม 2 ฉบับ โดยฉบับแรกมีข้อความว่า   "กราบถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี และฉบับที่สองมีข้อความว่า ข้าพเจ้าได้กระทำการฆ่าตัวตายด้วยตนเอง ซึ่ง ใจความในจดหมายฉบับดังกล่าว ระบุว่า ตนได้นำรถกระบะไปจำนำ หลังผ่านไปเกือบ 10 วัน ได้นำเงินตั้งใจจะไปไถ่ถอนแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ประทวน แมลงทับ พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ซึ่งถูกเรียกเก็บเงิน จำนวน 5,000 บาท ในการสืบคดี ซึ่งตนได้จ่ายไป แต่ผ่านไป 7 เดือน คดีไม่คืบหน้า พร้อมฝากเรื่องนี้ไปถึงนายกรัฐมนตรีและฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งรัดคดีนี้ให้ด้วย"   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (7 พ.ค.) พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า พนักงานสอบสวนถูกโยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ประจำศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 โดยระหว่างนี้จะเรียกผู้เกี่ยวข้องและใกล้ชิดทั้งหมดมาสอบสวนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร   ในประเด็นเรื่องการเรียกรับค่าทำสำนวน ขณะที่ความคืบหน้าในคดีนั้นทราบว่ามีการแจ้งข้อหาผู้ถูกกล่าวหาไปแล้ว โดยผู้ถูกกล่าวหาบางคนเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีอื่นอยู่ด้วย แต่ส่วนตัวมองว่าคดีนี้มีความล่าช้า เพราะมีการรับแจ้งความไว้ตั้งแต่ปี 2561 จนถึงตอนนี้ควรจะสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการแล้ว   ล่าสุด เช้าวันนี้ (8 พ.ค.) พ.ต.ท.ประทวน ผู้ถูกกล่าวหา จะเดินทางเข้ารายงานตัวต่อผู้บังคับการตำรวจนครบาล4  โดยพ.ต.ท ประทวน เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทำให้ตนเองเครียดมากกังวลว่าครอบครัวจะได้รับผลกระทบ ตลอดเวลาการทำงานมาไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสีย และเรื่องรับสินบน ก็ไม่เป็นความจริง   คดีนี้เริ่มต้นจากการเข้าแจ้งความของผู้ตาย ระบุว่า ถูกนายแดง คนรับจำนำรถ นำรถกระบะมาสด้า บีที 50 โปร สีบรอนซ์เทา ไปจำนำโดยไม่สามารถไถ่ถอนและติดต่อนายแดงได้ จึงมาขอลงบันทึกประจำวันเมื่อช่วงเดือน ก.พ.61 ตนก็ถามหลักฐานมีอะไรบ้าง แต่ผู้ตายก็ไม่มีหลักฐานการจำนำ หรือกู้ยืมเงินกัน ตนก็ให้คำแนะนำไป ซึ่งผู้ตายยืนยันว่า มาขอลงบันทึกประจำวันก่อนและจะตามรถเอง แต่จากนั้นก็มาพบอีก และขอให้ดำเนินคดีกับคนที่นำรถไป   ซึ่งรถเป็นของแม่ยาย นำไปจำนำเป็นเงิน 1 แสน 4 หมื่นบาท พอจะไถ่ถอนคืนก็ไม่สามารถทำได้ ตนก็ประสานฝ่ายสืบสวน จนสามารถแกะรอยตามกลุ่มที่รับจำนำรถตคันนี้ได้ 1 คนแล้ว แต่ยังไม่สามารถติดตามรถคันนี้คืนได้ ทำให้ผู้ตายเครียดจัด ช่วงต้นปีก็โทรหาตนและก็ได้ให้คำแนะนำ และช่วยกันหาลักฐานเร่งรัดคดี ทั้งการออกหมายเรียก หมายจับ ซึ่งยืนยันว่าทั้งหมดนั้น ทำคดีด้วยความบริสุทธ์ใจและตรงไปตรงมา ไม่เคยมีเรียกรับสินบนใดๆทั้งสิ้น   สำหรับรถคันที่หายไปนั้น เป็นรถของแม่ยายผู้ตาย ที่ยังติดไฟแนนซ์บริษัทธนชาติอยู่ แต่ผู้ตายนำไปจำนำนอกระบบ โดยไม่ได้ทำสัญญาใดๆทั้งสิ้น ทำให้เมื่อติดตามรถคืนไม่ได้ ก็เกิดความเครียดหนัก เพราะรถของแม่ยายยังต้องผ่อนไฟแนนซ์ต่อไปอีก จึงทำให้ผู้ตายเกิดความเครียดจัด   ทางด้าน พันตำรวจเอกจักรภัณฑ์ จันทรอุทัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ขอให้ประชาชนสบายใจได้ ว่าตำรวจจะไม่มีการช่วยเหลือกันอย่างเด็ดขาด ว่ากันตามความผิด ซึ่งไม่มีนโยบายเรียกรับเงินในการทำคดี   จากนี้ คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจะตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมด และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง หากพบว่ากระทำความผิดจริง ก็จะดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัย แม้ว่า พ.ต.ท.ประทวน จะปฎิเสธว่าไม่ได้มีการเรียกรับเงิน เเละถึงเเม้ผู้เสียหายจะเสียชีวิตไปเเล้ว เเต่จดหมายลาตายยังถือเป็นหลักฐานสำคัญที่จะเอาผิดได้ เเละเชื่อว่ามีน้ำหนักพอที่ศาลจะรับฟัง ถ้าหากพบว่ามีความผิดจริงก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DjOkLESH8DM

 5,264

Top