ค้นหา :

ผลการค้นหา "คดีไม่คืบ"

สังคม-อาชญากรรม
20 ส.ค. 62

อดีตนักแสดงหญิง ร้องศาลถูกนายพลข่มขืน ผ่านมาเป็นปีคดีไม่คืบ

อดีตดารานักแสดงหญิงอายุ 56 ปี เดินทางมาพร้อมทนายความยื่นฟ้อง พล.อ.รายหนึ่ง ซึ่งขณะนี้มีตำเเหน่งเป็นระดับผู้บัญชาการกองพลเเห่งหนึ่ง เเละผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก รวมทั้งมีตำเเหน่งเป็นนายสนามมวย ในข้อหาใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ กักขังหน่วงเหนี่ยว ร่วมกันพาหญิงอื่นไปเพื่อการอนาจารเเละข่มขืนกระทำชำเรา โดยทางทนายความระบุว่า มาร้องศาลทุจริตฯที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ เพราะข้อกฎหมายตรงนี้อยู่ในบรรยายฟ้องขอปิดไว้ก่อน เเต่มีข้อสังเกตว่าผู้กระทำกระทำขณะอยู่ในตำเเหน่งหน้าที่ราชการถือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ที่ผ่านมาเคยไปยื่นฟ้องศาลอาญา เเต่ทางศาลอาญาเเจ้งว่าให้มายื่นต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ เราก็มายื่นฟ้องก่อนหน้านี้ เเต่ในวันนี้มายื่นเพิ่มเติมเนื่องจากครั้งที่เเล้วในส่วนบรรยายฟ้องไม่สมบูรณ์ ซึ่งศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะรับคำฟ้องไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่ในวันพรุ่งนี้   ซึ่งในคดีนี้ที่สำคัญคือผู้เสียหายไปยื่นขอความช่วยเหลือต่อกองทัพบก รับเป็นหนังสือเเล้วเเต่คดีไม่คืบ ผมอยากฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็น รมว.กลาโหมดูแลผู้เสียหายรายนี้หน่อย เพราะเป็นเรื่องที่ทหารเข้ามากระทำกับประชาชนในขณะที่คสช. ได้เข้ามากุมอำนาจ   ด้านนักแสดงหญิงคนดังกล่าวเผยว่า ที่ได้รู้จักกับนายพลคนดังกล่าว เนื่องจากไปขอความช่วยเหลือในยุค คสช.เกี่ยวกับเรื่อง 3 เเม่ลูก เเละตนจะโดนอุ้ม เเละได้รู้จักกับผู้ก่อเหตุเสมือนพี่น้องโดยเชื่อใจ จึงไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้น ก่อนหน้านี้ตนไปเเจ้งความร้องทุกข์จนตำรวจทำสำนวนยื่นฟ้องไปที่ศาลทหาร เเต่คดีก็กลับเงียบ ตนเคยไปยื่นร้องที่กองทัพบกเรื่องก็ไม่คืบกลับโดนบอกกลับมาว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว   มีการเคลื่อนย้ายกำลังทหารมาที่หน้าบ้าน ซึ่งเป็นการข่มขู่คุกคามกักขังหน่วงเหนี่ยว กระทั่ง 2 วันที่เเล้วก็มีรถจักรยานยนต์เเละรถยนต์มาที่หน้าบ้าน ซึ่งบ้านตนมีกล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพไว้เเล้ว คดีนี้ล่วงเลยมาเกินปีไม่มีความคืบหน้าถามตำรวจก็เงียบ บางครั้งก็โดนข่มขู่ด้วย เราก็เพิ่งทราบว่ากองปราบไม่รับเรื่องของเรา เราก็ไม่ทราบเหตุผลที่ไม่รับ   โดยปัจจุบันนี้นายพลคนดังกล่าวซึ่งขณะนั้นยศ “พล.ต.” ตอนนี้กลับได้เลื่อนเป็น “พล.อ.” มีหน้ามีตาในสังคม แต่ตนกลับต้องทุกข์ทรมานโดนกดดันข่มขู่ ก่อนหน้านี้ไปตามคดีก็มีตอนนี้ตำรวจที่เป็น 1 ในผู้ทำคดีที่เขาอึดอัดเล่าให้ฟังว่า มีการใช้อิทธิพลเข้ามาแทรกแซง โดยคนที่ทำคดีของดิฉันถ้าทำแล้วเกิดแง่บวกกับผู้ก่อเหตุก็จะได้เลื่อนยศ 2 ขั้น แต่ถ้าทำคดีเป็นทางลบกับนายพลคนดังกล่าวก็จะถูกย้าย ดิฉันก็หวังจะได้รับความเป็นธรรมจากศาลจึงมายื่นฟ้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8fvO2kXr-C4  

 19,648
สังคม-อาชญากรรม
14 ส.ค. 62

พ่อพาลูกสาววัย 14 ร้องกองปราบ ถูก 5 ผู้รับเหมา-คนงานก่อสร้าง รุมข่มขืนข้ามปี คดีไม่คืบ

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมครอบครัวเด็กหญิงวัย 14 ปี และมีอาชีพกรรมกรก่อสร้าง เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กองบังคับการปราบปราม   หลังลูกสาววัย 14 ปี ถูกกลุ่มผู้รับเหมาล่วงละเมิดทางเพศนานกว่าครึ่งปี ในแคมป์คนงานก่อสร้าง และจากการสอบถามเด็กหญิง พบว่าถูกกลุ่มผู้รับเหมา เบื้องต้นรวม 5 คน ข่มขืนกระทำชำเรา และได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้รับเหมาในพื้นที่ของสถานีตำรวจนครบาลประเวศแต่คดีไม่มีความคืบหน้าและเงียบหายไป     โดยพ่อของเด็กวัย 14 ปีที่ถูกล่วงละเมิด เผยก่อนหน้านี้ลูกสาวได้ถูกขอไปเลี้ยงดูโดยแม่บุญธรรมตั้งแต่อายุ 10 ปี เนื่องจากตนเองมีภรรยาและลูกใหม่ จึงไม่สามารถเลี้ยงดูลูกสาวได้ จนกระทั่งลูกสาวโทรมาขอความช่วยเหลือกับพี่สาว หลังไปทำงานและอาศัยอยู่กับญาติที่ทำอาชีพกรรมกรก่อสร้างและย้ายที่ทำงานไปเรื่อย ระหว่างทำงานในแคมป์คนงานในพื้นที่เขตประเวศเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 ถูกผู้รับเหมาล่อลวงว่าจะพาไปซื้อเสื้อผ้า แล้วหลอกไปกระทำชำเรา หลังเสร็จกิจให้เงินมา 160 บาทพร้อมลำไยหนึ่งถุงกลับบ้าน   หลังทราบเรื่องตนเองก็เดินทางมาจากประจวบคีรีขันธ์ และพาลูกไปแจ้งความในพื้นที่ของ สน.ประเวศ หลังเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ วันถัดมาก็สอบปากคำทั้งพ่อและเด็กแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกให้รอถ้ามีอะไรจะโทรไปตาม ซึ่งตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้โทรไปหาก็ไม่รับสาย   ภายหลังจากพูดคุยกับลูกสาว ซึ่งไปทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้างตั้งแต่ยังเล็ก และลูกสาวมาอยู่กับญาติช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เล่าให้พี่สาวฟังว่า ตอนนี้ไปทำงานที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก็ถูกผู้รับเหมากระทำชำเราโดยช่างนั้ม เช่นกันแคมป์คนงาน   และยังเคยถูกกระทำชำเรา จากนายเหน่ง ซึ่งเป็นลูกน้องของช่างอีก 1 คน รวมทั้งถูกนายสมอและนายเบนซ์ 2 พ่อลูกข่มขืนกระทำชำเรา โดยใช้ลูกสาวเป็นระบายอารมณ์ แต่เด็กไม่กล้าบอกใคร เนื่องจากบอกไปแล้วก็ไม่มีใครเชื่อ จนรายสุดท้ายผู้รับเหมาคนที่ 5 คือช่างตั้ม ที่ล่อลวงไปกระทำชำเรา จึงคาดว่าน่าจะมีผู้ที่มากระทำชำเราลูกสาวอีกหลายคน     ขณะที่นางสาวบี (นามสมมุติ) พี่สาวที่น้องได้โทรมาขอความช่วยเหลือ ได้เปิดเผยว่า น้องสาวได้โทรมาเล่าเรื่องที่ถูกผู้รับเหมาข่มขืนกระทำชำเรา แต่เนื่องจากยังเด็กและไม่มีเงินจึงไม่สามารถหนีกลุ่มผู้รับเหมาที่มาข่มขืนกระทำชำเราได้นานข้ามปี จนกระทั่งล่าสุดพ่อได้เข้าแจ้งความ   เบื้องต้นพบว่ามีผู้ที่ร่วมข่มขืนน้องรวมทั้งหมด 5 คน คนแรกคือช่างนั้ม คนที่สองคือนายเหน่ง และสองพ่อลูกคืนนายสมรและนายเบนซ์ ขณะที่คนสุดท้ายคือช่างตั้ม โดยขณะนี้พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการสอบปากคำไว้เบื้องต้น ก่อนจะประสานกับสหวิชาชีพเพื่อทำการสอบปากคำผู้เสียหายก่อนเสนอผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามพิจารณาในการดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zCDTSa2ntWg

 3,014
ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 62

พ่อร้องลูกสาววัย 14 ถูกเสี่ยรับเหมากระทำชำเรา ซ้ำเคยถูกคนงานก่อสร้าง 4 คนอนาจาร

นนทบุรี-นายหนุ่ย (นามสมมติ) อายุ 43 ปี ชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยภรรยา นำ ด.ญ.หม่อน (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ลูกสาวเดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมและให้ติดตามความคืบหน้าคดี ต่อทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่า   ลูกสาววัย 14 ปีถูกเสี่ยรับเหมาก่อสร้างกระทำชำเรา เหตุเกิดที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ซอยเฉลิมพระเกียรติ 7 แยก 4 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม.เมื่อวันที่ 29 ก.ค.62 เวลา 17.00 น. แจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ประเวศ พร้อมตรวจร่างกายกับ รพ.ตำรวจ เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อสอบถามความคืบหน้าคดีได้     โดยก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือน ม.ค.-กพ.62 ที่พื้นที่แคมป์คนงานก่อสร้าง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ด.ญ.หม่อน ได้เล่าให้ฟังว่าเคยถูกผู้รับเหมาและคนงานก่อสร้างรวม 4 คนกระทำชำเรามาเช่นกัน แต่นายหนุ่ยยังไม่ได้แจ้งความเพราะเพิ่งจะทราบเรื่องจากลูกสาว   ด้านพ่อผู้เสียหายเล่าว่า เลี้ยง ด.ญ.หม่อน ลูกสาวมาคนเดียว เพราะแยกทางกับแม่น้องตั้งแต่น้องเกิดใหม่ๆ พออายุ 10 ปี ตนได้ให้ลูกสาวไปอยู่กับ น.ส.สำเริง ญาติที่เคยช่วยเหลือตนมา เพราะสามีเขามีเงินเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยญาติบอกว่าจะส่งเสียให้น้องได้เรียนหนังสือต่อ และน้องก็เรียกเขาว่าแม่ เพราะน้องกำพร้าแม่ ต่อมาประมาณเดือน ก.ค.61 น้องได้เดินทางกลับมาหาพ่อซึ่งขณะนั้นทำงานอยู่ที่ จ.นนทบุรี ตนจึงได้ส่งลูกสาวให้กลับไปอยู่กับแม่เลี้ยงที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์   ต้นเดือน พ.ย.61 ลูกสาวของ น.ส.สำเริง ได้แอบมารับตัวน้องไปจาก อ.กุยบุรี ซึ่งตนโทรไปสอบถาม น.ส.สำเริง ทราบว่าน้องขอไปเที่ยวปีใหม่ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนกระทั่งน้องถูกกระทำชำเราจากผู้รับเหมาและคนงาน รวม 4 คน น้องได้หนีกลับมาหาพ่ออีกครั้ง ตนจึงให้มาอยู่กับพี่สาวที่กรุงเทพซึ่งเป็นแคมป์คนงานก่อสร้างและมาเกิดเหตุถูกนายตั้ม เสี่ยรับเหมากระทำชำเราซ้ำเมื่อวันที่ 29 ก.ค.62   ต่อมาลูกสาวได้เล่าให้พ่อฟังว่า นายตั้ม ได้หลอกชวนให้น้องออกไปซื้อเสื้อผ้า ตั้งแต่เวลา 17.00 น.วันที่ 29 ก.ค.62 และกลับมาส่งน้องตอนเวลา 19.00 น.โดยนายตั้มได้พาไปที่อพาร์เม้นท์แห่งหนึ่งและทำกระทำชำเรา ซึ่งในวันเกิดเหตุนายตั้มได้ซื้อลำไยให้น้อง 1 กก.พร้อมให้เงินมา 160 บาท   ญาติเห็นเด็กผิดปกติจึงได้สอบถามเรื่องราวจากนายตั้ม ซึ่งนายตั้มยอมรับว่าทำจริงเพราะน้องให้ท่าเอง จนทั้ง 2 ฝ่ายมีปากเสียงกัน ด้านนายตั้มได้ท้าให้ไปแจ้งความ เพราะทำอะไรเขาไม่ได้ วันที่ 30 ก.ค.62 ตนจึงได้เดินทางไปแจ้งความและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัว ด.ญ.หม่อน ไปตรวจร่างการที่ รพ.ตำรวจ หลังจากนั้นตนได้โทรสอบถามไปที่พนักงานสอบสวนแต่ไม่รับสาย ตนต้องการทวงความยุติธรรมให้ลูกสาวของตน ได้นำมาเข้าใจว่าเขาทำแบบนี้กับลูกสาวตนได้อย่างไร   ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า วันนี้พ่อได้พาน้อง 14 เดินทางมาให้ช่วยติดตามความคืบหน้าคดีและขอความเป็นธรรมให้น้อง โดยน้องถูกกระทำชำเราโดยเสี่ยรับเหมาก่อสร้างในเขตพื้นที่ สน.ประเวศ และก่อนหน้านี้เคยถูกกระทำชำเราที่พื้นที่ อ.หาดใหญ่มาแล้วถึง 4 คน และยังมาถูกกระทำซ้ำอีก คดีนี้เกิดเหตุในหลายพื้นที่ จึงต้องไปร้องกองปราบให้ช่วยติดตามคดีให้ เนื่องจากน้องยังเป็นผู้เยาว์อายุ 14 ปี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KnxF8qJhQT8

 8,763
ข่าวภูมิภาค
05 ส.ค. 62

โวยสามีถูกฟันคอเลือดโชกในงานหมอลำคดีไม่คืบ พอโพสต์เฟซปุ๊บ ตร.เร่งทำคดีปั๊บ

กาฬสินธุ์-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อมรา มาสี โพสต์ข้อความพร้อมภาพประกอบอาการเจ็บป่วยของสามี ซึ่งแสดงให้เห็นแผลฉกรรจ์บริเวณลำคอด้านซ้าย ใบหูซ้าย ใบหน้า และภาพนอนเลือดเต็มตัวบนเตียงในโรงพยาบาลถูกโพสต์ออกไป โดยข้อความระบุว่า   “ขอให้ช่วยกันแชร์อีกรอบค่ะ ...ลงเพื่อขอความเป็นธรรมรอบที่แล้วเราลบ เพราะทางตำรวจขอให้ลบ บอกว่าจะจับตัวคนผิดมาลงโทษให้ แต่นะวันนี้เราไปที่ สภ.ห้วยเม็ก อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ เรื่องเกิดที่บ้านหนองบัวบอกให้รอเรื่องไปก่อน โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2562   ตอนนี้ผ่านไป 1 เดือน 5 วัน ยังไม่สามารถจับคนทำได้เลย...ขอถามทางท่านที่ใหญ่กว่าร้อยเวรที่ดูแลคดีตอนนี้...ว่ารออะไรอีก ถ้ายังจับไม่ได้เราจะเอาคลิปลงไปร้อง ที่ศูนย์ข่าวต่อไป แฟนเราถูกวัยรุ่นในหมู่บ้านนั้นฟัน แต่ไม่เคยมีเรื่องกัน ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และแฟนเราไม่ค่อยได้อยู่บ้านค่ะ ทำงานต่างจังหวัด”     ต่อมานางอัมรา มาสี อายุ 33 ปี ผู้โพสต์เล่าว่า นายวีระพงษ์ สามีถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายจนเป็นแผลฉกรรจ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะไปชมหมอลำในงานบวช โดยถูกของมีคมฟันเป็นบาดแผลลึก เฉียดถูกคอหอย กว้างประมาณ 7 ซม. ยาวประมาณ 20 ซม. เย็บ 29 เข็ม นอกจากนี้ยังมีรอยฟันเข้าที่ใบหูด้านซ้ายหวิดขาดอีกด้วย   หลังเกิดเรื่องได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ห้วยเม็ก เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 น.ถึงวันนี้ผ่านมาเดือนเศษ และอาการของนายวีระพงษ์พ้นขีดอันตราย หมออนุญาตให้กลับบ้านแล้ว แต่คดียังไม่คืบหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่นำตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ไปสอบถาม 3-4 ครั้ง ยังไม่คืบหน้า จึงรู้สึกน้อยใจและโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กขอความเป็นธรรม ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบอกให้ลบโพสต์ดังกล่าว     ด้านนายวีระพงษ์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงที่หมอลำที่ทำการแสดงกำลังจะเลิก และตนกำลังจะชวนญาติและลูกหลานขึ้นรถกลับบ้าน กลับมีกลุ่มวัยรุ่นเจ้าของพื้นที่ ซึ่งมีอาการเมาสุรา และเต้นอยู่หน้าเวทีหมอลำทำท่าจะเข้ามาหาเรื่องทะเลาะกับกลุ่มลูกหลานที่ตนพาไปด้วย    ต่อมามีวัยรุ่นคนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้านข้างแล้วใช้ของแข็งมีคมฟาดเข้าที่ลำคอข้างซ้ายของตนอย่างแรง จนรู้สึกปวดและชา จึงเอามือลูบคลำดูและเห็นหยดเลือดก็ตกใจแทบช็อค ก่อนที่จะญาติจะประคองร่าง และนำขึ้นรถส่งโรงพยาบาล   อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า หลังจากมีข่าวดังกล่าว ล่าสุดวานนี้ (4 ส.ค.) เวลา 11.00 น. ที่ สภ.ห้วยเม็ก พ.ต.อ.ตรีวิทย์ ศรีประภา รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของคดีแล้ว โดย พ.ต.อ.ประยุทธ์ อรัญโชติ ผกก.สภ.ห้วยเม็ก และ พ.ต.ต.วสุวัฒน์ หลานวงษ์ พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยเม็ก เจ้าของคดี ร่วมให้ข้อมูล คาดว่าจะมีความคืบหน้าของคดีในเร็ววันนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h8ZcNL7rMTo

 954
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ค. 62

โจ๋ยกพวกขี่ จยย.ขวางหน้ารุมฟัน-กระทืบ หนุ่มวัย 16 เจ็บปางตาย แม่ห่วงคดีไม่คืบ

นางสุพรัตน์  นะอ่อน อายุ 46 ปี ร้องเรียนว่า ลูกชายอายุ 16 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ย่านลาดปลาเค้า กรุงเทพฯ ถูกกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 7-8 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาขวางหน้ารถจักรยานยนต์ของลูกชายตนซึ่งนั่งซ้อนสามมากับเพื่อน จากนั้นวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวก็พากันรุมทำร้ายใช้มีดกระหน่ำฟันตามลำตัวไม่ยั้ง ก่อนพากันหลบหนีไปยังจับกุมคนร้ายไม่ได้  หมอระบุว่าลูกชายตนแขนขวาเสี่ยงพิการ   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของเด็กชายวัย 16 ปี ที่ถูกฟันบาดเจ็บสาหัส ซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว เดินเหินไปเรียนโรงเรียนได้ตามปกติ แต่ยังรู้สึกเจ็บบาดแผลที่ถูกฟันด้านหลังตรงสะโพกและเจ็บบริเวณแขนขวา    น้องเล่าว่าเหตุเกิดขึ้นช่วงดึกของวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตนกับเพื่อนขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนกัน 3 คน กำลังไปบ้านเพื่อน โดยนายกอล์ฟ อายุ 19 ปี เป็นคนขี่ (ตอนนี้บวชเป็นสามเณร) ตนนั่งกลาง ส่วนเพื่อนอีกคนนั่งซ้อนท้าย   ระหว่างที่ขี่รถ จยย.มาถึงบริเวณซอยลาดปลาเค้า 76 แยก1-13 ได้ขี่รถสวนทางกับวัยรุ่นกลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งขี่รถ จยย.มาทั้งหมด 4 คัน 8 คน ใส่เสื้อคลุมและสวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบปิดบังใบหน้าทุกคน โดยขี่มาขวางหน้ารถของตน หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุพูดว่า “เฮ้ย นี่ไง” พอสิ้นเสียงคำพูดกลุ่มวัยรุ่นก็ได้ใช้อาวุธมีดรุมฟัน   ตนพยายามวิ่งหนีแต่ไม่มีแรงจนล้มลง กลุ่มวัยรุ่นก็ปรี่เข้ามากระทืบ และใช้มีดฟันไม่ยั่งบริเวณข้อศอกซ้าย 1 แผล แขนซ้ายท่อนบน 1 แผล ด้านหลังตรงสะโพก 1 แผล และมีรอยที่ฟันไม่เข้าตามร่างกายตั้งแต่หลังถึงข้อเท้านับไม่ถ้วน ก่อนหลบหนีพูดว่า "บอกรุ่นพี่มึงด้วยซ่าผิดถิ่นแล้ว"  ส่วนนายกอล์ฟเพื่อนของตนถูกฟันที่ใบหน้า เพื่อนที่นั่งซ้อนท้ายกระโดนหนีทัน   อย่างไรก็ตามกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุบันทึกภาพขณะกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุพากันขี่รถ จยย. หลบหนี แต่ไม่เห็นป้ายทะเบียนและลักษณะของรถ จยย. เนื่องจากมืด ผู้บาดเจ็บยืนยันไม่เคยมีปัญหาส่วนตัวกับวัยรุ่นกลุ่มนี้มาก่อน แต่คาดว่าน่าจะรู้จักกับรุ่นพี่ของตน เพราะก่อนเกิดเหตุวัยรุ่นกลุ่มนี้เคยมาไล่ฟันรุ่นพี่ของตน จากนั้นรุ่นพี่ของตนก็ไปดักทำร้ายวัยรุ่นกลุ่มนี้เพื่อเอาคืนวันต่อมาตนและเพื่อนก็โดนรุมฟัน   แม่ของเด็กชายวัย 16 กล่าวว่า แขนขวาของลูกชายตอนนี้ไม่สามารถยกได้ หมอวินิจฉัยว่าเส้นประสาทตรงหัวไหล่เสียหาย เนื่องจากขณะเกิดเหตุแขนล้มไปโดนกำแพงอย่างแรง ต้องไปทำกายภาพกระตุ้นไฟฟ้าที่โรงพยาบาลทุกวันเพราะถ้าไม่ไปกล้ามเนื้อจะลีบ ต้องไปรอรับส่งลูกที่โรงเรียนทุกวัน เพราะห่วงว่าลูกจะถูกทำร้ายซ้ำ   หลังเกิดเหตุไปแจ้งความที่ สน.บางเขน ตำรวจแจ้งกล่าวหาแค่ทำร้ายร่างกาย ทั้งที่ลูกชายถูกรุมฟันเกือบตาย เหมือนตั้งใจจะฆ่ากัน  โดยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2562 เรียกตัวลูกชายไปสอบปากคำ จนถึงวันนี้ยังจับกุมคนร้ายไม่ได้  คดีเงียบไม่มีความคืบหน้า แม้แต่ภาพกล้องวงจรปิดตนต้องเป็นคนหาไปให้ตำรวจเอง   โดยช่วง 10.00 น. ของวันนี้ (5 ก.ค.) ผู้ปกครองของเด็กที่โดนทำร้ายจะเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์  วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อขอให้ตำรวจเร่งรัดคดีจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/KYkFNy85z04

 989
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ค. 62

เด้ง สารวัตร สน.โชคชัย เซ่นปมหนุ่มฆ่าตัวตาย ทิ้งจม.ถึงนายกฯ อ้างจ่าย 5 พันแต่คดีไม่คืบ ตร.ยันไม่เคยรับสินบน

จากกรณี พบศพนายไพวัลย์ แซ่ลี้ ในสภาพฆ่าตัวตาย ด้วยวิธีการรมควัน ภายในอาคารพักพื้นที่ จ.สมุทรปราการ พร้อมเขียนจดหมายลาตาย รวม 2 ฉบับ โดยฉบับแรกมีข้อความว่า   "กราบถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี และฉบับที่สองมีข้อความว่า ข้าพเจ้าได้กระทำการฆ่าตัวตายด้วยตนเอง ซึ่ง ใจความในจดหมายฉบับดังกล่าว ระบุว่า ตนได้นำรถกระบะไปจำนำ หลังผ่านไปเกือบ 10 วัน ได้นำเงินตั้งใจจะไปไถ่ถอนแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ประทวน แมลงทับ พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ซึ่งถูกเรียกเก็บเงิน จำนวน 5,000 บาท ในการสืบคดี ซึ่งตนได้จ่ายไป แต่ผ่านไป 7 เดือน คดีไม่คืบหน้า พร้อมฝากเรื่องนี้ไปถึงนายกรัฐมนตรีและฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งรัดคดีนี้ให้ด้วย"   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (7 พ.ค.) พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า พนักงานสอบสวนถูกโยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ประจำศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 โดยระหว่างนี้จะเรียกผู้เกี่ยวข้องและใกล้ชิดทั้งหมดมาสอบสวนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร   ในประเด็นเรื่องการเรียกรับค่าทำสำนวน ขณะที่ความคืบหน้าในคดีนั้นทราบว่ามีการแจ้งข้อหาผู้ถูกกล่าวหาไปแล้ว โดยผู้ถูกกล่าวหาบางคนเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีอื่นอยู่ด้วย แต่ส่วนตัวมองว่าคดีนี้มีความล่าช้า เพราะมีการรับแจ้งความไว้ตั้งแต่ปี 2561 จนถึงตอนนี้ควรจะสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการแล้ว   ล่าสุด เช้าวันนี้ (8 พ.ค.) พ.ต.ท.ประทวน ผู้ถูกกล่าวหา จะเดินทางเข้ารายงานตัวต่อผู้บังคับการตำรวจนครบาล4  โดยพ.ต.ท ประทวน เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทำให้ตนเองเครียดมากกังวลว่าครอบครัวจะได้รับผลกระทบ ตลอดเวลาการทำงานมาไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสีย และเรื่องรับสินบน ก็ไม่เป็นความจริง   คดีนี้เริ่มต้นจากการเข้าแจ้งความของผู้ตาย ระบุว่า ถูกนายแดง คนรับจำนำรถ นำรถกระบะมาสด้า บีที 50 โปร สีบรอนซ์เทา ไปจำนำโดยไม่สามารถไถ่ถอนและติดต่อนายแดงได้ จึงมาขอลงบันทึกประจำวันเมื่อช่วงเดือน ก.พ.61 ตนก็ถามหลักฐานมีอะไรบ้าง แต่ผู้ตายก็ไม่มีหลักฐานการจำนำ หรือกู้ยืมเงินกัน ตนก็ให้คำแนะนำไป ซึ่งผู้ตายยืนยันว่า มาขอลงบันทึกประจำวันก่อนและจะตามรถเอง แต่จากนั้นก็มาพบอีก และขอให้ดำเนินคดีกับคนที่นำรถไป   ซึ่งรถเป็นของแม่ยาย นำไปจำนำเป็นเงิน 1 แสน 4 หมื่นบาท พอจะไถ่ถอนคืนก็ไม่สามารถทำได้ ตนก็ประสานฝ่ายสืบสวน จนสามารถแกะรอยตามกลุ่มที่รับจำนำรถตคันนี้ได้ 1 คนแล้ว แต่ยังไม่สามารถติดตามรถคันนี้คืนได้ ทำให้ผู้ตายเครียดจัด ช่วงต้นปีก็โทรหาตนและก็ได้ให้คำแนะนำ และช่วยกันหาลักฐานเร่งรัดคดี ทั้งการออกหมายเรียก หมายจับ ซึ่งยืนยันว่าทั้งหมดนั้น ทำคดีด้วยความบริสุทธ์ใจและตรงไปตรงมา ไม่เคยมีเรียกรับสินบนใดๆทั้งสิ้น   สำหรับรถคันที่หายไปนั้น เป็นรถของแม่ยายผู้ตาย ที่ยังติดไฟแนนซ์บริษัทธนชาติอยู่ แต่ผู้ตายนำไปจำนำนอกระบบ โดยไม่ได้ทำสัญญาใดๆทั้งสิ้น ทำให้เมื่อติดตามรถคืนไม่ได้ ก็เกิดความเครียดหนัก เพราะรถของแม่ยายยังต้องผ่อนไฟแนนซ์ต่อไปอีก จึงทำให้ผู้ตายเกิดความเครียดจัด   ทางด้าน พันตำรวจเอกจักรภัณฑ์ จันทรอุทัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ขอให้ประชาชนสบายใจได้ ว่าตำรวจจะไม่มีการช่วยเหลือกันอย่างเด็ดขาด ว่ากันตามความผิด ซึ่งไม่มีนโยบายเรียกรับเงินในการทำคดี   จากนี้ คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจะตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมด และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง หากพบว่ากระทำความผิดจริง ก็จะดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัย แม้ว่า พ.ต.ท.ประทวน จะปฎิเสธว่าไม่ได้มีการเรียกรับเงิน เเละถึงเเม้ผู้เสียหายจะเสียชีวิตไปเเล้ว เเต่จดหมายลาตายยังถือเป็นหลักฐานสำคัญที่จะเอาผิดได้ เเละเชื่อว่ามีน้ำหนักพอที่ศาลจะรับฟัง ถ้าหากพบว่ามีความผิดจริงก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DjOkLESH8DM

 4,825
สังคม-อาชญากรรม
06 เม.ย. 62

ญาติร้องกองปราบ คดี 'ผู้กองวัชรินทร์' ไม่คืบ เชื่อคนมีสีในพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

จากกรณีคนร้ายตามประกบยิง ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ อายุ 48 ปี อดีตรอง สว.กก.สส.ภ.จว.สงขลา เสียชีวิต ภายในรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ที่หน้าบ้านพัก ถนนประสานมิตร ซอย 2 ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยพบว่า ร.ต.อ.วัชรินทร์ ร่วมกับกลุ่มทนายอาสาออกมาช่วยเหลือคดีอาญาให้กับผู้เสียหายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   นางสาวตรีสุคนธ์ คงระวะ พี่สาว และนายสุชาติ คงระวะ พี่ชายของร้อยตำรวจเอกวัชรินทร์ เดินทางเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เนื่องจากคดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้คดีไม่มีความคืบหน้า และล่าช้า จึงได้เข้าร้องเรียนขอให้กองปราบปรามช่วยทำคดี    สำหรับคดีนี้ญาติสงสัยปมขัดแย้งว่าอาจมีข้าราชการมีสีในพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง หลังมีปัญหากันมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาท และผู้ตายได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ เกี่ยวกับความประพฤติของคู่กรณี จนทำให้คู่กรณีถูกไล่ออกจากราชการ ซึ่งในช่วงที่มีปัญหากัน ผู้ตายก็ถูกข่มขู่หลายครั้ง ทั้งรู้สึกเหมือนมีคนติดตาม และถูกกลั่นแกล้งเจาะยางรถ ซึ่งก่อนจะเสียชีวิต ผู้ตายก็ได้ปรึกษาทนายความเรื่องคดีความ และให้ทำพินัยกรรม เพราะเชื่อว่ามีคนพยายามปองร้าย ซึ่งตัวทนายความเชื่อว่าตำรวจ สภ.เมืองสงขลา มีเบาะแสคนร้าย แต่อาจไม่ยอมเปิดเผย เพราะเป็นเรื่องในสำนวนคดี    เบื้องต้นพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 6 กองปราบปราม ได้รับเรื่องไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยก่อนหน้านี้ตำรวจกองปราบปรามก็ได้ลงพื้นที่ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 9 ตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว โดยหลังจากนี้ครอบครัวจะเดินทางไปร้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษอีกทางหนึ่ง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/lyQiiv4l1ro

 942
ปากท้องร้องทุกข์
28 มี.ค. 62

พ่อแม่หนุ่ม วัย 20 ร้องกองปราบลูกชายดับเพราะชักตกเตียงหัวฟาดพื้น ขณะฉีดฮอร์โมนคลินิกย่านธนบุรี แต่คดีไม่คืบ

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมนายสุรศักดิ์ โยนอก และนางสาวกรรณิการ์ เจาะจิต บิดาและมารดาของนายธรณ์ธันย์ โยนอก อายุ 20 ปี ผู้เสียชีวิต ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม เพื่อขอความเป็นธรรมให้สืบสวนคดีว่ามีผู้ใดประมาท เป็นเหตุให้นายธรณ์ธันย์เสียชีวิตจากการฉีดฮอร์โมนที่คลินิกแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากพนักงานสอบสวน สน.หนองค้างพลู ท้องที่ที่เกิดเหตุ ไม่รับแจ้งความ   นางสาวแก้วกรรณิการ์ เจาะจิต มารดาผู้เสียชีวิต เล่าว่า นายธรณ์ธันย์ป่วยเป็นเนื้องอกใต้ต่อมสมอง ทำให้การเจริญเติบโตของร่างกายช้ากว่าปกติ ซึ่งต้องฉีดฮอร์โมนทุก 5 สัปดาห์ โดยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา นายธรณ์ธันย์ไปฉีดฮอร์โมนที่คลินิกดังกล่าว หลังฉีดได้ 3 นาที นายธรณ์ธันย์ก็เกิดอาการชักเกร็งแล้วตกจากเตียง จากนั้นจึงได้นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   ส่วนผลชันสูตรศพของโรงพยาบาลศิริราชระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตว่า เลือดออกใต้เนื้อหุ้มสมองชั้นหนา จากศีรษะได้รับบาดเจ็บ    ถือเป็นความประมาทของเจ้าหน้าที่คลินิกที่ปล่อยปละจนทำให้นายธรณ์ธันย์ตกจากเตียงจนเสียชีวิต จึงมาร้องเรียนที่กองบังคับการปราบปรามให้ได้รับความเป็นธรรม   จากนั้นพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามก็ได้ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. เพื่อทำคดีต่อไป  

 8,943
ข่าวภูมิภาค
26 ก.พ. 62

พ่อแม่ไม่เชื่อลูกชาย-ลูกสะใภ้ผูกคอตายคาไร่มัน หวั่นถูกฆ่าอำพราง หลังเงินปึกใหญ่สูญหาย

ลำปาง-จากกรณีตำรวจ สภ.เขลางค์นคร รับแจ้งเกิดเหตุคนผูกคอตายที่บริเวณไร่มันสำปะหลังข้างลำห้วยป่าดำ ตำบลชมพู อ.เมืองลำปาง เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา   โดยที่เกิดเหตุพบศพนายจรัญฐาธีนากร วงผาบุตร อายุ 23 ปี และ น.ส.ทิพวรรณ สิมโสม อายุ 23 ปี สองสามีภรรยาชาวอุบลราชธานี สภาพศพใช้เชือกผูกคอตายกับต้นไม้โดยใช้เชือกเส้นเดียวกัน แต่พ่อแม่ของผู้ตายไม่ปักใจเชื่อว่าลูกและลูกสะใภ้จะฆ่าตัวตายเองเนื่องจากไม่มีมูลเหตุจูงใจและมีข้อสงสัยหลายจุดอีกทั้งเงินที่ผู้ตายพกมา 4-5 หมื่นก็หายไปด้วย   ล่าสุดทางพ่อแม่ผู้ตาย เปิดเผยว่า จากการสอบถามเรื่องคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าต้องรออีก 2 เดือนจึงจะสามารถสรุปคดีได้เนื่องจากต้องรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐาน ส่วนตัวเองมองว่าขณะนี้ลูกเสียชีวิตไปแล้วเกือบ 1 เดือนแต่คดีก็ยังไม่คืบหน้า ทำให้คิดว่าลูกอาจจะตายฟรี   ด้านพ่อและแม่ของผู้ตายทั้งคู่ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนและญาติได้นำธูปเทียนไปจุดบอกกล่าวลูกชายและลูกสะใภ้ตรงที่ทั้งคู่ผูกคอตาย พร้อมบอกให้ดวงวิญญาณหากไม่ได้รับความยุติธรรมให้ช่วยครอบครัวไขปริศนาหรือมาเข้าฝันเพื่อจะได้ติดตามสาเหตุการตายที่แท้จริง และเป็นเรื่องที่น่าแปลกเมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ. เวลาประมาณ 3-4 ทุ่มได้ยินเสียงผู้หญิงร้องดังโหยหวนเหมือนคนร้องไห้อยู่รอบบ้าน กระทั่งเช้าก็มีตำรวจโทรมานัดว่าช่วงเย็นให้ไปพบเพื่อฟังผลทางคดี จึงเชื่อว่าวิญญาณของลูกคงจะมาร้องขอความเป็นธรรมหลังคดีผ่านมาแล้วเกือบ 1 เดือน แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า   ทั้งนี้ ครอบครัวยืนยันว่า ไม่เชื่อว่าทั้งคู่จะผูกคอตายเอง เนื่องจากไม่มีมูลเหตุจูงใจใดๆที่ทั้งคู่จะผูกคอตาย เพราะมันสำปะหลังก็กำลังจะขุดขาย ลูกก็ยังเล็ก ทั้งเงินค่าขายมันสำปะหลังประมาณ 4-5 หมื่นก็ยังหายไปด้วย และที่สำคัญคือ สภาพศพของลูกชายขณะที่ไปพบปลายเท้าเกือบจะถึงพื้น แต่พื้นดินกลับไม่มีร่องรอยของการตะกุยตะกายของคนที่จะดิ้นก่อนที่จะเสียชีวิต   ประกอบกับที่ผ่านมา แพทย์เคยบอกว่าลูกชายมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งอย่างแรงที่บริเวณเข่า และใบหน้าด้านขวาของฝ่ายหญิงมีรอยมือคล้ายถูกตบหน้าอย่างแรง จึงเชื่อว่าทั้งคู่อาจจะไปรู้เห็นอะไรบางอย่างที่นำมาซึ่งอันตรายต่อตัวเองจึงถูกฆ่าอำพราง และที่สำคัญที่กิ่งของต้นไม้ยังมีร่องรอยของการดึงเชือก คล้ายกับดึงฝ่ายหญิงแขวนคอก่อนแล้วก็แขวนคอฝ่ายชายตาม   ก่อนเกิดเหตุเห็นลูกชายและลูกสะใภ้เตรียมเงินประมาณ 4-5 หมื่น เพื่อจะนำไปฝากธนาคารช่วงที่ไปซื้อนมให้ลูก โดยเงินดังกล่าวได้มาจากการขายหัวมันสำปะหลัง ซึ่งบางส่วนเตรียมไว้จะจ่ายค่าเช่าที่ดิน แต่หลังเกิดเหตุเงินจำนวนดังกล่าวได้หายไป   โดยทางครอบครัวได้บอกตำรวจไปแล้วแต่ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการตรวจสอบว่าเงินหายไปไหน และหลังจากลูกเสียชีวิตไปแล้วทุกวันนี้ตนเองนอนก็ไม่ค่อยหลับกลัวลูกจะตายฟรี ตอนนี้ยอมรับว่าเครียดจัด พยานหลักฐานก็หาลำบาก จึงอยากขอวิงวอนเจ้าหน้าที่ฝห้ความช่วยเหลือทางคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MFKs4RJPyog

 4,235
ข่าวภูมิภาค
08 ก.พ. 62

ญาติร้องคดีไม่คืบ พี่ชายถูกกระบะตีนผีชนแล้วหนี ลากไปไกลกว่า 10 เมตร ซ้ำขับทับร่างดับสลด

ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางสาวสริพิม คงถาวรสกุล ชาวจังหวัดชุมพรว่า พี่ชายคือนายพรประสิทธิ์  คงถาวรสกุล อายุ 65 ปี ถูกรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ชนเสียชีวิตก่อนที่รถคันดังกล่าวจะเร่งเครื่องขับหนีไป ผ่านมาเกือบครึ่งเดือนศพเผาแล้วแต่คดีไม่คืบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร ยังติดตามตัวผู้ก่อเหตุไม่ได้   หลักฐานสำคัญคือภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ จับภาพเหตุการณ์ช่วงเวลา 01.54 น. ของวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา โดยนายพรประสิทธิ์ ขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนชิดไหล่ทางใกล้กับสถานีรถไฟชุมพร ก่อนที่รถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ซึ่งขับตามท้ายมาจะพุ่งชนอย่างจัง รถจักรยานยนต์กระเด็น ส่วนตัวนายพรประสิทธิ์ ถูกลากไปไกลกว่า 10 เมตร หนำซ้ำล้อรถหน้าและหลังฝั่งซ้ายทับร่างอีก   จากนั้นรถกระบะคันดังกล่าวก็ขับหนีไปอย่างช้าๆ โดยไม่สนใจใยดีและไม่คิดลงมาช่วย ถ้าช่วยเหลือก็พร้อมให้อภัยแต่นี่ใจดำมาก ถ้าแค่ชนแล้วหยุดพี่ชายอาจไม่เสียชีวิตก็ได้ ขณะที่รถกระบะอีกคันหนึ่งซึ่งขับตามหลังมาเหมือนกัน เห็นเหตุการณ์ก็ไม่คิดจะจอดรถลงมาดู โดยขับเบี่ยงขวาหลบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายตามกระบะคันหน้าไป   นางสาวสริพิม น้องสาวของผู้ตาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุนายพรประสิทธิ์ กำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปรับลูกของคนงานที่สถานีรถไฟชุมพร โดยไม่ได้ใส่หมวกกันน็อคและไม่ได้ดื่มสุรา รถยนต์คันก่อเหตุทราบว่าขับออกมาจากสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใกล้จุดเกิดเหตุ คาดว่าอยู่ในอาการมึนเมาหรือไม่     ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า นายพรประสิทธิ์ นอนคว่ำหน้ากับพื้นผิวถนน ลิ้นจุกปาก ช่วงสะโพกเป็นรอยถลอกถูกรถทับ ขณะที่กู้ภัยระบุว่าคนเจ็บหายใจอ่อนมากต้องใส่เครื่องช่วยหายใจเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล หมอชันสูตรถูกรถทับช่วงอก ปอดฉีก กระดูกซี่โครงหัก มีเลือดออกในช่องปอด กระดูกเชิงกรานแตกละเอียด   ทางญาติได้นำศพมาบำเพ็ญกุศลที่วัดราษฎร์สิงขร กรุงเทพฯ และทำการฌาปนกิจแล้ว ผ่านมาเกือบครึ่งเดือนคดีไม่คืบหน้า พร้อมยกมือไหว้วิงวอนตำรวจ สภ.เมืองชุมพร เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ตอนนี้ไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ   น้องสาวของผู้ตาย ร่ำไห้นำเสื้อผ้าที่ผู้ตายสวมใส่ในวันเกิดเหตุออกมาดู สภาพขาดหลุดลุ่ยเนื่องจากถูกล้อรถทับครูดไปผิวถนน  ซึ่งต้องเก็บซ่อนไว้ในกระเป๋าไม่อยากให้พี่สาวคนโตที่ป่วยเป็นโรคหัวใจขั้นรุนแรงมาเจอ บางเรื่องต้องปิด แม้แต่ภาพศพหรือกล้องวงจรปิดก็ให้ดูใม่ได้ เพราะกลัวพี่สาวช็อครับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เป็นอะไรขึ้นมาอีกคนจะลำบาก  ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงวันนี้ตนและคนในครอบครัวร้องไห้แทบทุกวันจนไม่มีน้ำตา เพราะขาดเสาหลักของครอบครัวไป   “สอบถามไปยังร้อยเวรเจ้าของคดี ซึ่งได้เรียกคนขับรถกระบะคันหลังสุดที่ขับตามรถคันก่อเหตุ มาสอบสวน แต่รถกระบะคันที่ชนรถจักรยานยนต์พี่ชายของตนยังตามหาไม่เจอ ตำรวจก็ไม่แจ้งความคืบหน้าใดๆ ให้ทราบ อยากให้คนที่เห็นเหตุการณ์หรือพบรถต้องสงสัยช่วยแจ้งเบาะแส ได้โปรดสงสารครอบครัวเราด้วยเถอะ เราไม่มีหนทางเป็นลูกชาวบ้านคนธรรมดา ได้แต่พึ่งสื่อที่ จะเมตตาเรา ฝากถึงคู่กรณีออกมารับผิดชอบหรือขอโทษสักนิด ”       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/s9NQbw4rHPY

 2,816
ปากท้องร้องทุกข์
06 ก.พ. 62

ครอบครัวร้องสื่อ พลทหารถูกรุมแทงไส้ทะลัก หวั่นตายฟรี คดีความไม่คืบ

นางสาวมณฑาทิพย์ แสงศรี อายุ 31 ปี ได้มาร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ กรณีที่น้องชายคือ พลทหารสุทธิพงศ์ ปากหวาน อายุ 23 ปี ถูกคนร้าย 5-6 คนรุมทำร้าย และใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่ท้องด้านซ้ายไส้ทะลัก เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 30 ม.ค.62 และทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา   หลังพาเพื่อนไปหาแฟนเก่าที่คอนโดย่านสมุทรปราการ เบื้องต้นมีผู้ต้องหาเข้ามอบตัวแล้ว 2 คน แต่ยังให้การปฏิเสธ และยังหาตัวคนแทงไม่ได้ ครอบครัวหวั่นกลุ่มคนร้ายเป็นผู้มีอิทธิพล เกรงว่าเรื่องจะเงียบและน้องชายจะตายฟรี   โดยเพื่อนผู้ตายที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค.62 ตนและผู้ตายได้ไปเที่ยวสถานที่บันเทิงที่แฟนเก่าตนทำงาน พอร้านปิดก็ได้ชวนกันไปที่คอนโดของแฟนเก่าตน เพราะถึงจะเลิกกันไปแล้วก็ยังคงติดต่อกันอยู่ ประกอบกับผู้ตายอยากที่จะไปเจอผู้หญิงอีกคนที่กำลังจีบอยู่ และพักอยู่คอนโดเดียกับแฟนเก่าตนด้วย   หลังจากที่ไปถึงห้องแฟนเก่าได้ประมาณ 15 นาที ก็มีคนผู้ชาย 2 คน เข้ามาในห้องซึ่งแฟนเก่าตนเป็นคนไปรับขึ้นมา จากนั้นก็บอกว่าหนึ่งในผู้ชายที่มานั้นเป็นแฟนใหม่ ตนด้วยความที่มีอาการมึนเมาและไม่พอใจจึงมีปากเสียงกัน มีการท้าทายกันว่าให้ลงไปต่อยกันข้างล่าง   แต่ฝ่ายนั้นบอกว่าไม่อยากมีปัญหา ไม่อยากมีเรื่อง จึงแค่ทะเลาะมีปากเสียงกันธรรมดาและบอกว่าถ้าอยากจะคุยหรือเคลียร์ให้ออกไปรอชั้นล่าง ตน ผู้ตาย และผู้หญิงที่ผู้ตายจีบอยู่จึงเดินออกมายืนอยู่หน้าห้อง แต่รออยู่นานก็ไม่มีท่าทีว่าจะมีคนในห้องจะออกมา จึงตัดสินใจกับผู้ชายว่าจะกลับ   พอเดินมาถึงชั้นล่างตนกำลังถอดเสื้อแขนยาวจะยัดใส่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ อยู่ๆ ก็มีผู้ชาย 3 คนวิ่งเข้า คนหนึ่งถือสาก 1 อันตรงเข้ามาตีที่ศีรษะตน แล้วอีก 2 คนก็รุมทำร้ายผู้ตาย มีการยื้อกันอยู่พักใหญ่ก็มีคนมาแยกออก แต่ขณะที่ตนกับผู้ตายจะเดินไปขึ้นรถ ก็มีคนวิ่งเข้ามาจากด้านนอกคอนโด จากฝั่งถนนใหญ่ผ่านป้อมยามเข้ามาราว 5-6 คน มีคนใส่แจ็กเก็ตคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาตน ก่อนที่จะเปิดเสื้อขึ้นแล้วชักปืนใส่ถามว่า ‘มึงทำเด็กหรือ’ ส่วนที่เหลือก็รุมทำร้ายผู้ตายอยู่ที่รถ   ซึ่งตอนที่ผูตายโดนแทงตนไม่ทราบว่าเป็นจังหวะไหน เพราะหันไปอีกทีก็เห็นว่ารถจักรยานยนต์และผู้ตายได้ล้มลงไป และคนร้ายก็รุมกระทืบผู้ตายซ้ำอีก ก่อนที่จะพากันวิ่งหนีไป จากนั้นตนจึงวิ่งไปพยุงผู้ตายขึ้นมา ซึ่งตอนนั้นผู้ตายดูไม่มีการแสดงทีท่าอะไร แล้วก็มีคนตะโกนมาบอกว่าผู้ตายถูกแทง จากนั้นตัวผู้ตายก็ทรุดลงไปกับพื้น ตนกำลังจะเปิดหาแผลเพื่อช่วยห้ามเลือด แต่พอจับไปที่ท้องด้านซ้ายก็ปรากฎว่าเจอเป็นแผลแล้วมีไส้ทะลักออกมา ก่อนที่จะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา   พร้อมกันนี้ตนขอยืนยันว่าไม่เคยรู้จัก และนอกจากเรื่องที่ทะเลาะกันที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้น ก่อนหน้าไม่เคยมีเรื่องกับตัวผู้ชายที่เป็นแฟนใหม่ของแฟนเก่า และคนร้ายมาก่อน ทั้งนี้ตนอยากจะบอกกับผู้ตายว่าขอโทษที่พาไปแล้วทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น   ด้านพี่สาวกล่าวว่า หลังจากเกิดน้องชายตนเสียชีวิตทางครอบครัวได้เข้าไปดูกล้องวงจรปิดกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจากการดูกล้องวงจรปิดแล้วเข้าใจว่าก่อนที่น้องชายจะถูกแทงนั้นเป็นการทะเลาะกันปกติ แต่คนร้ายที่ตั้งใจวิ่งมาจากข้างนอกคอนโดนั้น คาดว่าน่าจะมีการเตรียมการมาก่อนอย่างแน่นอน และแม้ว่าขณะนี้จะมีคนร้ายเข้ามามอบตัวแล้ว 2 คน แต่ก็ยังให้การปฏิเสธ และยังไม่สามารถหาตัวตนแทงได้ ตนจึงกลัวว่าเรื่องจะเงียบและเกรงกลัวว่าทางคนร้ายที่เหลือทั้งหมดจะเป็นผู้ที่มีอิทธิพลที่จะทำให้หลุดจากคดี จึงกลัวว่าน้องชายจะตายฟรี จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับตัวคนร้ายที่เหลือไห้ได้เร็วๆ   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำโรงเหนือ เปิดเผยข้อมูลว่า ขณะนี้ได้มีคนร้ายเข้ามามอบตัวแล้ว 2 คน ส่วนคนร้ายที่เหลือนั้นขณะนี้อยู่ในระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kLcYvO9zFEM

 12,568
ปากท้องร้องทุกข์
30 ม.ค. 62

พ่อแม่หนุ่ม 16 ร้องกองปราบ ถูกตร.ถีบรถจยย.ล้มคอหักตาย คดีไม่คืบ

จากกรณีตำรวจ สภ.บ้านโป่ง ใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ล้ม เป็นเหตุให้เด็กอายุ16 ปีเสียชีวิต และเด็กอายุ 13 ปี บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2561 ในพื้นที่ สภ.บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ขณะนี้ผ่านมากว่า 5 เดือน คดียังไม่มีความคืบหน้า ส่วนร่างเด็กชายอายุ 16 ปี ครอบครัวยังคงไม่เผา เพื่อรอความเป็นธรรมให้แก่บุตรชาย   วานนี้ (29 ม.ค.) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยนางจารีย์ มูลมะณี แม่เด็กอายุ16 ปี ผู้เสียชีวิต และนายนัฐวุฒ สุธาพจน์ บิดาของเด็กอายุ 14 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บขาหัก เข้าร้องเรียนยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม   โดยแม่ของเด็กชายอายุ 16 ปี ที่เสียชีวิตจากกรณีดังกล่าวระบุว่า หลังเกิดเหตุได้มีการพยายามจะแจ้งความเอาผิดกับตำรวจคนที่เป็นผู้ถีบรถจักรยานยนต์ของลูกชาย แต่ตำรวจเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุไม่ยอมรับลงคดี และลงบันทึกประจำวันเป็นเพียงอุบัติเหตุขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชนกำแพง ซึ่งไม่ได้มีการระบุถึงการถีบ ทั้งที่ตัวของผู้บาดเจ็บที่เป็นเด็กชายอายุ 13 ปี ที่ซ้อนท้ายมาด้วย   ยืนยันชัดเจนว่ามีการถีบจนทำให้เสียหลักล้มจริง ซึ่งในส่วนของตำรวจที่ก่อเหตุอ้างแต่เพียงว่าได้ยินเสียงท่อรถของผู้ตายดังจึงขี่รถจักรยานยนต์มาเรียกให้จอด แต่ผู้ตายไม่ยอมจอด และขี่หนีจึงขี่ไล่ก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุดังกล่าว   ส่วนสาเหตุที่ลูกชายไม่ยอมจอดรถให้ตรวจ จากการที่ครอบครัวสอบถามน้องอายุ 13 ปี บอกว่าสาเหตุที่ลูกชายไม่ยอมจอดเพราะกลัวโดนจับในเรื่องของท่อดังเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีการกระทำผิดในเรื่องอื่นๆ ทางครอบครัวจึงยังไม่มีการดำเนินการกับศพของลูกชายตามพิธีทางศาสนา เพราะคิดว่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งเวลาได้ผ่านมานานกว่า 5 เดือนแล้ว   ทนายรณรงค์ ระบุว่า นอกจากนี้ทางครอบครัวยังได้พยายามเข้าร้องต่ออัยการจังหวัด จนมีการกลับไปให้การเพิ่มเติมที่ โรงพักบ้านโป่ง แต่ก็กลับเป็นเพียงการท้าทายจากตำรวจที่ก่อเหตุให้สาบานกันว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือถีบตามคำอ้างของผู้บาดเจ็บ และสุดท้ายก็ไม่ได้มีการลงคดี และไม่มีการส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. ทั้งๆ ที่ความผิดลักษณะนี้ต้องส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. พิจารณาว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหรือไม่   ขณะที่ในส่วนการช่วยเหลือของทางตำรวจกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ก็ไม่ได้มีการช่วยเหลือใดๆ มีแต่แจ้งกับทางครอบครัวว่า จะช่วยเหลือให้ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับเงินช่วยเหลือจาก พ.ร.บ. มากขึ้นจากเดิมหากเป็นผู้ขับขี่จะได้รับเงินช่วยเหลือ 30,000 บาท แต่ถ้าเป็นคนซ้อนจะได้รับเงินช่วยเหลือมากถึง 300,000 บาท   ซึ่งทางตำรวจที่ก่อเหตุเสนอจะเป็นผู้สลับชื่อผู้ขับขี่รถในวันเกิดเหตุให้โดยอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือด้านเงินเยียวยาให้ได้มากกว่าปกติ แต่ทางครอบครัวไม่ยินยอมเพราะตัวน้องอายุ 13 ปีขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่เป็นและไม่อยากโกหก ในวันนี้จึงเดินทางมาร้องยังกองปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยเข้ามาดำเนินคดีนี้เนื่องจากในพื้นที่ไม่ให้ความเป็นธรรม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uEMK60_-154

 4,513
ข่าวภูมิภาค
22 ม.ค. 62

แม่ร้องปวีณา ลูกชายถูกเด็ก 7 ขวบ เตะขวดใส่น้ำมันโดนตัวจนไฟลุกเจ็บหนัก คู่กรณีโยนเงินให้แค่ 200

นางแหม่ม (นามสมมติ) อายุ 27 ปี นำ ด.ช.หนึ่ง (นามสมมุติ) ลูกชายวัย 4 ขวบ เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เนื่องจากลูกชายถูกเพื่อนรุ่นพี่ เตะขวดน้ำอัดลมซึ่งภายในมีน้ำมันเบนซินใส่ตัวจนไฟลุกไหม้ตามตัวได้รับบาดเจ็บ ภายหลังครอบครัวของเพื่อนรุ่นพี่ไม่ได้ช่วยเหลือหรือดูแลใดๆ โดยอ้างว่าลูกชายทำตัวเองจนเกิดไฟลุกไหม้ จึงได้มาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกับทางมูลนิธิฯ   โดยนางแหม่ม กล่าวว่า หลังตนเลิกรากับสามีเก่าได้ฝากลูกลชายไว้กับย่า อายุ 58 ปี ซึ่งอาศัยในพื้นที่ ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.กำแพงเพชร และตนได้มีสามีใหม่ช่วยกันทำงานขับรถส่งของตามต่างจังหวัด นานๆ จะไปเยี่ยมลูกสักครั้งแต่ก็จะส่งเงินให้ลูกทุกเดือน กระทั่งเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ตนเดินทางไปเยี่ยมลูกที่บ้านย่า ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าลูกชายมีสภาพรอยแผลเป็นเต็มตัว แต่ที่ผ่านมาย่ากลับไม่เคยบอกว่าลูกไปเป็นอะไรมาก่อนจนกระทั่งมาพบด้วยตนเอง   นางแหม่ม กล่าวต่อว่า เมื่อสอบถามทราบว่าเมื่อวันที่ 12 ต.ค. ลูกชายได้ไปเล่นที่บริเวณบ้านของ ด.ช.เอก วัย 7 ขวบ ซึ่งบ้านอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน ลูกชายบอกว่า ด.ช.เอก ได้นำเอาน้ำมันเบนซินใส่ขวดน้ำอัดลม ก่อนจะเตะขวดใส่ไปโดนตัวลูกชายจนไฟลุกติดตามตัว ด้วยความร้อนและความตกใจ ลูกชายได้วิ่งหนีไปกระโดดลงอ่างน้ำบริเวณใกล้เคียงจนไฟดับลง ระหว่างนั้นมีเพื่อนบ้านมาเห็นจึงไปตามย่าที่ทำงานรับจ้างอยู่ไม่ไกลก่อนพาส่งโรงพยาบาล   เมื่อผู้เป็นย่าเข้าไปพูดคุยกับครอบครัวของ ด.ช.เอก บอกเพียงว่าจะจ่ายให้แค่ 200 บาทเท่านั้น ถ้าอยากได้มากกว่านี้ให้ไปฟ้องศาล พร้อมอ้างว่าลูกชายของตนทำตัวเองจนเกิดไฟไหม้ และในช่วงเกิดเหตุก็มีเพียงเด็ก 2 คนที่อยู่ด้วยกัน แต่เมื่อถามตนถามลูกชายทุกครั้งเขาก็ยืนยันคำเดิมว่าโดน ด.ช.เอก เตะขวดที่มีน้ำมันใส่ และตนก็เชื่อว่าลูกชายโดนกระทำจริง   โดยตอนนั้นย่าเด็กบอกว่าลูกชายของตนต้องรักษาตัวนานกว่า 24 วัน ส่วนตอนนี้อาการปลอดภัยเกือบเป็นปกติแล้ว มีเพียงขาที่ยังมีอาการปวดจนเดินไม่ถนัด โดยตอนนี้ตนได้รับลูกชายกลับมาดูแลเอง ถึงแม้จะต้องไปทำงานตามต่างจังหวัดก็ตาม ส่วนเรื่องคดีก็ยังไม่มีความคืบหน้าแม้ว่าเรื่องจะเกิดมาหลายเดือนแล้ว จึงได้ร้องเรียนกับทางมูลนิธิฯเพื่อขอความช่วยเหลือ   ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า หลังรับเรื่องรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะผู้กระทำเป็นด.ช.อายุแต่เพียง 7 ขวบ เท่านั้น โดยมูลนิธิปวีณาฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือนางแหม่มกับลูกชายจำนวนหนึ่ง และประสานพ.ต.อ.วรชิต จันทร์วงศ์ ผกก.สภ.เมืองกำแพงเพชร ช่วยให้ความเป็นธรรม   พร้อมประสาน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อนัดหมายให้เจ้าหน้าที่พานางแหม่มกับลูกชายเข้าทำเรื่องขอรับเงินเยียวยาผู้เสียหายทางคดี พร้อมกันนี้จะได้ประสานกระทรวงพัฒนาสังความและความมั่นคงของมนุษย์เข้าให้การช่วยเหลือต่อไป ทั้งนี้ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยในวันพุธนี้ (23 ม.ค.) ตนจะเดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PVEz6LJAMVc

 1,263
ข่าวภูมิภาค
21 ม.ค. 62

สาวร้องคดีไม่คืบ ถูกไอ้หื่นมุดมุ้ง ใช้เชือกรัดคอหวังข่มขืน ผวา คนร้ายยังวนเวียนซุ่มแอบมองในป่าข้างบ้าน

วันที่ 21 ม.ค. 62 เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ชาว จ.ชัยนาท ว่าถูกเพื่อนบ้านในละแวกที่อยู่อาศัยเดียวกันพยายามข่มขืน โดยใช้เชือกรัดคอในยามวิกาล เมื่อช่วงเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 14 ม.ค. 62 ที่ผ่านมา    เบื้องต้น ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หางน้ำสาคร เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ แต่อยากวอนขอให้หน่วยงานเร่งนำตัวผู้กระทำผิดลงโทษตามกฎหมายเพราะปกติอยู่กับแม่ และลูกน้อยอีก 2 คน สามีทำงานที่ กรุงเทพฯ กลัวว่าคนร้ายจะวกกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก เนื่องจากไม่กี่วันมานี้ คนร้ายก็มาที่บ้านอีก ซุ่มดูอยู่ในป่าข้างบ้าน   นางเอ กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 62 ตอนประมาณเที่ยงคืนครึ่ง คนร้ายได้ไปทำการล็อกประตูห้องของแม่ซึ่งนอนอยู่กับลูกชาย 10 ขวบ เพราะมีแม่กุญแจสายยูคล้องไว้อยู่ คนร้ายจึงกดล็อกได้และเก็บลูกกุญแจไป    จากนั้นคนร้ายได้เข้ามาในมุ้งของตน แล้วกดเอามือปิดปาก มืออีกข้างเอาเชือกรัดคอ ตนพยายามดิ้นสู้สุดกำลัง ตอนนั้นนอนอยู่กับลูกสาววัย 8 ขวบ ดิ้นสู้จนหมวกไอ้โม่งหลุดออกมา ทำให้เห็นหน้าชัดเจนว่าเป็นใคร จากนั้นคนร้ายก็วิ่งหนีไป    โดยคนร้ายทำโทรศัพท์หล่นข้างที่นอน เหมือนคนร้ายใช้โทรศัพท์เป็นไฟฉายส่องเข้ามา คาดว่าเป็นตอนที่ตนออกไปนอกบ้าน แล้วไม่ได้ล็อกบ้าน อาจจะซุ่มอยู่แล้วแอบเข้ามา พอเห็นว่าตนนอนหลับแล้วจึงเข้ามาในมุ้ง    จากการที่ได้ต่อสู้ขัดขืน ทำให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณใต้คาง และใบหน้า มีอาการบวมช้ำ จากการที่คนร้ายใช้มือปิดปาก และใช้เชือกรัดคอ    ซึ่งหลังหมวกไอ้โม่งคนร้ายหลุดออก ตนจำได้ว่าเป็นนายพรรษา ซึ่งบ้านอยู่ซอยถัดไป และเคยเข้ามาในบ้าน เพิ่งออกจากคุกมาได้ 3 เดือน ข้อหาลักทรัพย์ หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความที่ สภ.หางน้ำสาคร แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ดำเนินการจับกุม คนร้ายยังมาวนเวียน ซุ่มแอบมองความเคลื่อนไหวอยู่ในป่าข้างบ้านทุกวัน    ตนรู้สึกหวาดกลัวมาก ลูกสาวไม่กล้าเดินเข้าบ้านคนเดียว ในบ้านมีแม่ ตนเอง ลูกชายวัย 10 ขวบ และลูกสาว 8 ขวบ สามีทำงานอยู่กรุงเทพฯ ขณะนี้ได้ขอให้สามีลางานเพื่อมาอยู่เป็นเพื่อนสักระยะหนึ่งก่อน อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพราะยังมาวนเวียนอยู่ข้างบ้าน    ด้านมารดาของผู้เสียหาย กล่าวว่า ตอนคนร้ายออกไปแล้ว ลูกสาวไปเรียกหน้าห้อง แต่ตนออกจากห้องไม่ได้ เพราะห้องถูกล็อกกุญแจไว้แล้วเอาลูกกุญแจไปด้วย ตนจึงถีบประตูออกมา เห็นลูกสาวสั่นเล่าอะไรไม่ถูก บอกว่าแม่คนเข้าบ้าน “มันจะข่มขืนหนู” มันเอาเชือกรัดคอและอุดปาก    ตอนนี้กลัวมาก กลัวมันจะย้อนกลับมาทำอีก ลูกหลานกลัวจนสั่น หลังเกิดเหตุมันยังมาวนเวียนข้างบ้านทุกวัน ลูกเขยทำงานกรุงเทพฯ ก็ต้องมาคอยเฝ้าดูแลไม่รู้เขาจะไล่ออกจากงานหรือเปล่า และอยากให้ตำรวจแวะเวียนมาดูแลหน่อย    อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อ ออกหมายจับ คาดว่าจะออกหมายจับได้ภายในสัปดาห์นี้ พร้อมทำการประสานข้อมูลเพื่อให้งานสายตรวจช่วยตระเวนดูรอบๆ ตำบล เพื่อความปลอดภัยของครอบครัวนี้ด้วย  

 14,009
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
18 ม.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 18 ม.ค.62 บิ๊กป้อมงอนสื่อ-วันเลือกตั้งเหมาะสุด24 มี.ค.-เบรคขึ้นค่ารถเมล์-ขับช้าแช่เลนขวาต้องโดนใบสั่ง

-วิกฤตฝุ่นจิ๋ว อุตุฯเตือนอากาศปิดคลุมกรุงเทพฯหนักสุดอาทิตย์นี้ 20 ม.ค. รองนายกฯฉัตรชัย ระบุอีก 7 วันความกดอากาศระลอกใหม่จากจีนจะมา แต่ยันยังคุมได้ เอาอยู่ คาดไม่เกิน ก.พ.สถานการณ์คลี่คลาย นายกฯโพสต์แจงแก้ปัญหาฝุ่นละอองจิ๋ว สั่งพรุ่งนี้ต้องไม่มีรถเมล์ควันดำ รถเมล์ต้องใช้น้ำมัน B20 ภายใน 1 ก.พ. ทางด่วนติดตั้งเครื่องปล่อยฝุ่นละอองน้ำ รฟฟ.งดและปรับเวลาก่อสร้าง 7 วัน คมนาคมสั่งรถเมล์เติม B20 เกือบ 3 พันคัน พาณิชย์จับขายหน้ากากอนามัยโก่งราคา และในภาวะแบบนี้ศุลกากรออกประกาศนำเข้าหน้ากากอนามัยต้องเสียภาษี เตือน 20 ม.ค.ฝุ่นจิ๋วอาจกลับมาวิกฤตอีกรอบ รบ.สั่งห้ามรถควันดำวิ่ง เชื่อไม่เกิน ก.พ.คลี่คลาย   -คืบหน้าเฟซบุ๊กเทพโซโล โผล่อีกคลิปโชว์กระทืบคนเบี้ยวค่ายา อ้างฝีมือแก๊งสาขาประจวบฯ รองผบ.ตร.สั่งตามล่าใครคือเทพโซโล ประสาน ปปส.และบก.ปอท. สืบหา ชาวเน็ตตั้งค่าหัวไล่ล่าเอาให้หนัก แบบอื่นที่ทำคนอื่นเจ็บตาย ครอบครัวเหยื่อที่ตายอยากให้จับให้ได้ ไม่อยากให้เกิดกับคนอื่นอีก ล่าตัว 'เทพบุตร โซโล' ตั้งค่าหัว-รุมตื๊บเหมือนทำกับคนอื่น ญาติคนตายโวย ตร.ไม่ให้ดูหน้าคนร้าย อ้างจะเสียรูปคดี    -คืบหน้ากราดยิงที่ดุสิตธานีในเคนย่า สื่อเคนย่าเผยภาพนาทีกลุ่มอัลชาบับจุดชนวนระเบิดพลีชีพ ที่ระเบียงห้องอาหาร อีกคลิปคนร้ายพร้อมอาวุธครบมือกระจายตัวเข้าศูนย์การค้า ก่อนกราดยิงและจุดระเบิดพลีชีพ ยอดตายเพิ่มเป็น 21 ราย เจ็บ 28 ราย สื่อ ตปท.นำเสนอข่าวบิ๊กป้อมบอกคนร้ายเลือกก่อเหตุดุสิตธานี เพราะอาหารอร่อย เพจวาสนา นาน่วม โพสต์บิ๊กป้อมงอนสื่อ อาจงดสัมภาษณ์สื่อยาว เปิดคลิปกลุ่มอัลชาบับจุดระเบิดพลีชีพ หลังกราดยิงเคนยา 'บิ๊กป้อม' งอนแค่พูดเล่นกับสื่อแต่ถูกนำเป็นประเด็น    -วิษณุยอมรับวันเลือกตั้งที่เหมาะสุดคือ 24 มี.ค.62 คาด พ.ร.ฎ.จะประกาศใช้ภายในสัปดาห์หน้า ดังที่พล.อ.ประวิตรบอกไว้ ชี้กรอบเวลา 150 วันเป็นคนละเรื่องกับการรับรอง ส.ส.ภายใน 60 วัน แต่หาก กกต.นำมาเป็นเรื่องเดียวกัน ก็ขอให้บริหารจัดการให้ได้ ไม่หวั่นสมชัย อดีต กกต.ท้วง บอกอย่าตีตนไม่ก่อนไข้ ถ้ามีปัญหาค่อยไปยื่นศาล รธน. วงในมีการแจ้ง พ.ร.ฎ.ออกภายใน 23 ม.ค. ชัดแล้วว่าจะเลือกตั้ง 24 มี.ค. 'วิษณุ' มองแล้ว 24 มี.ค.เหมาะเลือกตั้งที่สุด    -สุดารัตน์ยังย้ำวันเลือกตั้งต้องไปถามบิ๊กตู่ ถ้าประกาศชัดก็จะดีกับทุกฝ่าย บรรยากาศทุกด้านจะดีขึ้นโดยเฉพาะเศรษฐกิจ พรรคอยากรู้ความชัดเจนของวันเลือกตั้งเหมือน ปชช. ความอึมครึมแบบนี้อาจเป็นประโยชน์เฉพาะผู้มีอำนาจเท่านั้น   -กรณี กกต.จะตรวจสอบแกนนำพรรคเพื่อไทย-ไทยรักษาชาติ บินพบทักษิณยิ่งลักษณ์ วรวัจน์ พรรคไทยรักษาชาติ แฉโดนกกต.ตามสอบปมบินไปอังกฤษ ชี้หากตนถูกตรวจสอบ ก็ต้องไปสอบ 4 รมต.พลังประชารัฐด้วย เพราะนัดคุยกับสมคิด-ประวิตร เช่นกัน เด็กทักษิณซัด กกต.อย่า 2 มาตรฐาน ต้องสอบ 4 รมต.พปชร.ด้วย    -พรรคภูมิใจไทยเปิดตัวผู้สมัคร 350 เขต ที่สนามช้าง บุรีรัมย์ อนุทินประกาศความพร้อมเป็นนายกฯ บอกเลือกเปิดตัวที่บุรีรัมย์ เพราะเนวินเป็นพี่ชาย และเป็นอาจารย์ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย เปิดนโยบายหวือหวาให้ปลูกกัญชาเสรี ตามโมเดลแคลิฟอร์เนียให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ ทุกครอบครัวปลูกกัญชาได้ ภูมิใจไทยเลือกถิ่นเนวิน เปิดตัวพรรค 'อนุทิน' ลั่นพร้อมเป็นนายก ชูนโยบายหวือ ให้ปลูกกัญชาได้ทุกบ้าน    -เบรคขึ้นค่ารถเมล์ ขสมก.ชะลอขึ้นราคารถรุ่นเก่าทั้งหมด ยังเก็บรถครีมแดง 6.50 ตลอดสาย รถแอร์ครีมน้ำเงินเก็บ 10-18 บาทตามระยะทาง โดย 21 ม.ค.จะปรับเฉพาะ NGV รุ่นใหม่และรถร่วม ขสมก. รัฐบาลเบรกขึ้นค่ารถเมล์เก่า ขสมก. 2,500 คัน เมล์ร้อนครีมแดงยัง 6.50 บาท   -ตร.บุกจับแม่วัยรุ่นบนรถทัวร์ หลังทะเลาะสามี ลูกร้องไม่หยุดเลยปล่อยให้ลูกขวบเศษคลานริมสระให้ไปตายในน้ำ นำตัวแม่ไปทำแผน ร้องขอจุดธูป ร้องไห้ขอขมากอดศพลูกเวทนา ตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา แม่วัยรุ่นทะเลาะสามี ปล่อยลูกให้คลานลงสระจมน้ำตาย ตร.คุมตัวทำแผนร่ำไห้กอดศพลูก   -ทูตญี่ปุ่นพาครอบครัวเหยื่อสาวร้องรองนายกฯ ถามความคืบหน้าสาวญี่ปุ่นถูกฆ่าในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเมื่อ 12 ปีก่อน แต่ยังจับคนร้ายไม่ได้ หวั่นคดีหมดอายุความ 20 ปี ประจินยันยังตามคดีต่อเนื่อง ตรวจ DNA แล้ว 300 คน แต่ไม่พบผู้ต้องสงสัย สั่งเพิ่มรางวัลนำจับจาก 1.6 ล้าน เป็น 2 ล้าน   -สนช.รับหลักการร่าง พรบ.จราจรทางบก แก้กม.เอาผิดคนขับรถความเร็วต่ำแต่วิ่งเลนขวา เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากการแซงรถ โดยจะเพิ่มความเร็วบนถนนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ส่วนผู้ที่ขับช้าแต่อยู่เลนขวา ต้องกำหนดความเร็วเพื่อแก้ปัญหามนุษย์ลุงป้าขับช้าแช่เลนขวา ต้องโดนใบสั่ง สนช.แก้ พรบ.จราจร กำหนดโทษใหม่ ลงโทษมนุษย์ลุงป้า ขับช้าแช่เลนขวา   -ตร.หนุ่มล่าระทึกรถต้องสงสัยไม่จอดให้ตรวจ คนในรถบอกจะเข้าค่าย ตร.ยิงสกัดเสียงดังสนั่น เสียงวิจารณ์ใครผิดใครถูก ล่าระทึก ตร.หนุ่มยิงสกัดรถต้องสงสัย ซิ่งหนีไม่ยอมจอด ชาวเน็ตวิจารณ์ไม่ผิดทำไมไม่จอด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pLEZbGpXEfg

 2,218

Top