ค้นหา :

ผลการค้นหา "สารภาพ"

ต่างประเทศ
17 ม.ค. 63

ตะลึง! หนุ่มอินเดียสารภาพกลางรายการทีวี เป็นคนลงมือฆ่าแฟนสาว

อินเดีย - ชายคนหนึ่งอายุ 27 ปี ออกทีวี สารภาพกลางรายการ ว่าเป็นคนลงมือฆ่าแฟนสาว    โดยชายคนนี้เดินทางไปที่สถานีโทรทัศน์ และบอกกับช่างกล้องว่าอยากจะออกทีวี สารภาพว่าเป็นคนฆ่าแฟนสาวเมื่อปลายปีก่อน เจ้าหน้าที่จึงพาชายคนดังกล่าวไปที่สตูดิโอ แล้วให้ออกอากาศ   ตัวชายคนดังกล่าว บอกกับพิธีกรว่า เขาลงมือฆ่า เพราะการเจรจาเรื่องการแต่งงานของทั้งคู่ ถูกครอบครัวฝ่ายหญิงปฎิเสธ บอกว่าเขามีวรรณะที่ต่ำกว่า ส่วนสาเหตุที่ออกมาสารภาพ เพราะถูกตำรวจออกไประรานครอบครัวหลายครั้ง หลังจากนั้นก็หลบนี แต่สุดท้ายทนไม่ไหว   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจตกใจ เพราะประวัติชายคนนี้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยฆาตกรรมแฟนคนก่อนหน้ามาแล้ว

 752
สังคม-อาชญากรรม
02 ธ.ค. 62

มือฆ่า 'ครูเอ็ม-ครูแนน' อยู่คุกคืนแรก นอนหลับ-กินข้าวได้ บอกตร. "สำนึกผิดแล้ว"

จากกรณีการฆาตกรรม 2 สามีภรรยา ครูเอ็ม-นายอโลชา สุภานิชย์ อายุ 33 ปี ครูสอนวิชาฟิสิกส์ และครูแนน-น.ส.ปรียาภรณ์ เพียรงาม อายุ 33 ปี ภรรยา ซึ่งเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ทั้งคู่สอนอยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ระยอง เสียชีวิตคาบ้านพัก ต่อมาสามารถจับกุมนายศุภกฤต สุจาสี อายุ 22 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ผู้ก่อเหตุไว้ได้ โดยปมก่อเหตุเป็นการฆ่าชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ของผู้ตาย   ล่าสุดนายศุภกฤต ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในห้องขังของโรงพัก สภ.ระยอง โดยเมื่อคืนวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นคืนแรก ซึ่งนายศุภกฤตนอนหลับในห้องขังตามปกติ ทั้งนี้ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา นายศุภกฤตสามารถกินข้าวได้ปกติและมีความเครียดเล็กน้อย โดยบอกกับสิบเวรว่า “สำนึกผิดแล้ว”   ส่วนเมื่อคืนหลังจากทำแผนเสร็จ พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายศุภกฤตมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยพนักงานสอบสวนพยายามถามถึงสาเหตุความแค้น หรือปมอื่นๆ ในการก่อเหตุฆาตกรรม โดยนายศุภกฤตให้การว่าไม่มี เพียงแต่ต้องการชิงทรัพย์   อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีญาติและคนอื่นเดินทางมายื่นขอประกันตัวแต่อย่างใด โดยช่วงเช้าวันที่ 2 ธ.ค.นี้ พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายศุภกฤตไปฝากขังที่ศาลจังหวัดระยอง พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัวต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZR0y1yTHfjA

 3,162
อาชญากรรม
02 ธ.ค. 62

มือฆ่า 'ครูเอ็ม-ครูแนน' อยู่คุกคืนแรก นอนหลับ-กินข้าวได้ บอกตร. "สำนึกผิดแล้ว"

จากกรณีการฆาตกรรม 2 สามีภรรยา ครูเอ็ม-นายอโลชา สุภานิชย์ อายุ 33 ปี ครูสอนวิชาฟิสิกส์ และครูแนน-น.ส.ปรียาภรณ์ เพียรงาม อายุ 33 ปี ภรรยา ซึ่งเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ทั้งคู่สอนอยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ระยอง เสียชีวิตคาบ้านพัก ต่อมาสามารถจับกุมนายศุภกฤต สุจาสี อายุ 22 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ผู้ก่อเหตุไว้ได้ โดยปมก่อเหตุเป็นการฆ่าชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ของผู้ตาย   ล่าสุดนายศุภกฤต ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในห้องขังของโรงพัก สภ.ระยอง โดยเมื่อคืนวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นคืนแรก ซึ่งนายศุภกฤตนอนหลับในห้องขังตามปกติ ทั้งนี้ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา นายศุภกฤตสามารถกินข้าวได้ปกติและมีความเครียดเล็กน้อย โดยบอกกับสิบเวรว่า “สำนึกผิดแล้ว”   ส่วนเมื่อคืนหลังจากทำแผนเสร็จ พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายศุภกฤตมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยพนักงานสอบสวนพยายามถามถึงสาเหตุความแค้น หรือปมอื่นๆ ในการก่อเหตุฆาตกรรม โดยนายศุภกฤตให้การว่าไม่มี เพียงแต่ต้องการชิงทรัพย์   อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีญาติและคนอื่นเดินทางมายื่นขอประกันตัวแต่อย่างใด โดยช่วงเช้าวันที่ 2 ธ.ค.นี้ พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายศุภกฤตไปฝากขังที่ศาลจังหวัดระยอง พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัวต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZR0y1yTHfjA

 3,162
ข่าวภูมิภาค
05 ส.ค. 62

น้องชายเสื้อเปื้อนเลือด ทำทีแจ้งความพี่สาวถูกฆ่าตาย สุดท้ายจนมุมรับเป็นคนฆ่าเอง

ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ลงพื้นที่บ้านพักหลังหนึ่งใน อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อร่วมกันชันสูตรศพ นางสาวดวงดาว ไชยวรรณ อายุ 50 ปี หลังนายอภิเดช ไชยวรรณ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ ของผู้ตาย เดินทางมาแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น ว่าพบศพคนตายอยู่ในบ้าน ซึ่งขณะเข้าแจ้งความ นายอภิเดช อยู่ในสภาพเสื้อผ้าเปื้อนเลือด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวเอาไว้ และเดินทางมาตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุ     เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าบ้านพบศพของนางสาว ดวงดาว เสียชีวิตในสภาพนอนคว่ำหน้า เลือดออกบริเวณศีรษะและใบหน้า มีบาดแผลที่ศีรษะ ใบหน้า และด้านหลัง ภายในบ้านและบริเวณรอบบ้าน มีร่องรอยการต่อสู้ ข้าวของกระจัดกระจาย กระถางต้นไม้แตกรอบบ้าน     ต่อมาตำรวจได้เค้นถามน้องชาย ก็ให้การรับสารภาพว่า ลงมือก่อเหตุฆ่าพี่สาวตัวเอง โดยที่ทำลงไปเพราะโมโหที่พี่สาวด่าว่าบ้า ด่าทอสารพัด เพราะพี่สาวเมาสุรา จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า พอตกบ่ายพี่สาวได้ถือมีดจะเข้ามาทำร้าย จึงคว้าจอบที่อยู่ข้างบ้านมาต่อสู้และทุบทำร้ายพี่สาวจนตายคาที่   จากนั้นจึงขับรถยนต์กระบะไปแจ้งตำรวจว่ามีคนตายในบ้าน ซึ่งตอนมาระงับเหตุในช่วงเช้านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พบเศษกระถางต้นไม้ เศษถ้วยชามเกลื่อนบ้าน แต่ทั้งคู่ก็เลิกทะเลาะกันและต่างคนต่างอยู่ เพราะมีบ้านคนละหลัง แต่อยู่ติดกัน กระทั่งช่วงเย็นผู้ต้องหาไปแจ้งตำรวจว่ามีคนตายในบ้าน   เมื่อมาตรวจสอบจึงทราบว่าเป็นน้องชาย ฆ่าพี่สาวตัวเองตายในบ้าน โดยการใช้จอบสับใบหน้า ศีรษะและใช้ด้ามทุบตีตามร่างกายจนตายคาที่ ซึ่งผู้ต้องหาก็ยอมรับสารภาพ จึงแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และควบคุมตัวเข้าห้องขังที่สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อจะได้ส่งฟ้องศาลตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b4icrDIo4Xo

 25,660
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.ค. 62

ศาลตัดสินคดีหลานอุ้มป้าเรียกค่าไถ่ 3 ล้าน สารภาพลดโทษเหลือคุก 15 ปี ปรับ 500 บาท

จากกรณีนายวรพงษ์ ปิ่นสุวรรณ และนายธงชัย คำพันธ์ สองผู้ต้องหาที่ร่วมกันอุ้มตัวนางนฤมล หริรักษฐากูร อายุ 79 ปี ซึ่งเป็นป้าของตัวเองไปเรียกค่าไถ่ 3 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อปี 60 ที่บ้านในซอยสามเสน 28 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร   สาเหตุจากก่อนหน้านี้ นายธงชัย ซึ่งเป็นเพื่อนของนายวรพงษ์ เคยติดต่อขอยืมเงินจาก น.ส.อลิน เหมะรัตน์ ลูกสาวของนางนฤมล หลายครั้ง แต่ไม่เคยคืนเงิน ครั้งสุดท้ายขอยืมเงินจำนวน 20,000 บาท แต่ได้รับการปฏิเสธ นายวรพงษ์ และ นายธงชัย จึงใช้รถยนต์ ขับเดินทางมาที่บ้าน นางนฤมล ทำทีอาสารับไปทำธุรกรรมการเงินบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ   ระหว่างทางได้ร่วมกันข่มขู่ โดยนายธงชัย ใช้กุญแจมือใส่ข้อมือผู้เสียหายไว้ พร้อมกับใช้อาวุธมีดข่มขู่ไม่ให้ขัดขืน ส่วนนายวรพงษ์ โทรศัพท์ไปหา น.ส.อลิน และนายอาณัติ หริรักษฐากูร บุตรชายคนโตของเหยื่อ เพื่อเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 3 ล้านบาท   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สามเสน จึงนำกำลังตรวจสอบภาพวงจรปิดบริเวณที่ได้รับแจ้งเหตุ พร้อมรวบรวมข้อมูลเพื่อติดตามตัวผู้เสียหาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี พบผู้เสียหายอยู่ในเขตพื้นที่ หลังนายวรพงษ์ เริ่มเกิดความกลัว เพราะลูกของนางนฤมล ได้เข้าแจ้งความ จึงปล่อยตัวไว้ที่ร้านขายของชำ   จากนั้นนางนฤมล ขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ พาตัวมาที่ สภ.สามโคก ก่อนที่ชุดสืบสวน สน.สามเสน จะรับตัวไป พร้อมกับลูกสาวของผู้เสียหาย โดยพบว่าบริเวณข้อมือมีรอยช้ำแดง 2 จุด เนื่องจากโดนสวมใส่กุญแจมือ   จากการสอบสวน นายวรพงษ์ ให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยนำเงินที่ได้ 32,000 บาทมาแบ่งให้นายธงชัย 11,000 บาท ที่เหลือตนเอามาเก็บไว้ ก่อนปล่อยตัวป้าไป เพราะกลัวตำรวจจับ สาเหตุที่ทำไปเนื่องจากต้องการนำเงินมาใช้จ่าย   ล่าสุด 2 ก.ค.62 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าว โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลยทั้งสองแล้ว โจทก์มีผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความว่าถูกจำเลยหลอกไปทำธุระที่ศูนย์ราชการ จากนั้นพวกจำเลยโทรหาลูกของพยานเพื่อเรียกเอาเงินค่าไถ่ 3 ล้านบาท แลกตัวพยาน หากไม่ให้จะฆ่าพยานทิ้ง และใช้มีดจี้เอาเงินพยานไป 32,000 บาท ก่อนปล่อยทิ้งลงข้างทางภายหลัง   ศาลเห็นว่าผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยาน เบิกความสอดคล้อง ไม่มีเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน มีเวลาเพียงพอที่จะจดจำใบหน้าของจำเลยทั้งสองได้ เชื่อว่าเบิกความไปตามจริง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ จึงเป็นการใช้อุบายนำตัวไปหน่วงเหนี่ยวกักขัง แสดงเจตนาเอาตัวไปเพื่อค่าไถ่ และการเอาเงิน 32,000 บาท เป็นการร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธและใช้รถพาทรัพย์หลบหนี   พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป โดยให้จำคุกในความผิดฐานร่วมกันเรียกค่าไถ่ คนละ 15 ปี ฐานร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธและใช้รถพาทรัพย์หลบหนี คนละ 15 ปี ฐานพาอาวุธไปในเมืองให้ปรับคนละ 1,000 บาท   รวมจำคุกคนละ 30 ปี ปรับ 1,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ให้ลดโทษกึ่งหนึ่ง รวมจำคุกคนละ 15 ปี ปรับ 500 บาท พร้อมริบของกลาง ทั้งนี้ ในส่วนค่าเสียหาย 32,000 บาท ทนายความจำเลยได้แจ้งต่อศาลว่าจำเลยได้ชดใช้คืนแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XKi66Ghb0VI

 678
สังคม-อาชญากรรม
15 ม.ค. 62

หนุ่มหึงโหด บุกยิงแฟนสาวดับ ขณะไปส่งลูกหน้าโรงเรียน สารภาพ ไม่พอใจถูกขอเลิก

ความคืบหน้า กรณียิงกันหน้าโรงเรียน  อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ กล่าวว่า ล่าสุด คนร้ายติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบชื่อ นายธนภัทร ไชยถาวร อายุ 26 ปี เป็นอดีตแฟนที่เคยคบหาดูใจกับ น.ส.ปิ่นมนัส วัยพัก อายุ 24 ปี ผู้บาดเจ็บ   โดยนายธนภัทรบุกยิงแฟนสาว บริเวณหน้าโรงเรียนสุวรรณวงศ์ ถ.ประชาธิปัตย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อเวลาประมาณ 08.40 น. ขณะเธอกำลังส่งลูกชายวัย 5 ขวบและ 7 ขวบเข้าโรงเรียน ซึ่งกระสุนถูกที่ราวนมด้านซ้ายและด้านขวาฝั่งละ 1 นัด อาการสาหัส ขณะนี้อยู่ห้องไอซียูโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่   ด้านนายธนพัฒน์  ยอมรับสารภาพสาเหตุมาจากความโกรธและหึงหวง ที่แฟนสาวซึ่งเป็นหม้ายสาวลูกติด 2 คนและเป็นเศรษฐีเจ้าของกิจการแผงขายผลไม้พงษ์เจริญในอ.หาดใหญ่ บอกเลิกหลังจากที่คบหากันมาเกือบ 4 ปี ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์มาง้อขอคืนดีที่หน้าโรงเรียนแต่กลับถูกปฏิเสธและขอเลิกจึงบันดาลโทสะ ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงจำนวน 3 นัด   โดยนายธนพัฒน์ ซึ่งเริ่มตั้งสติได้และอยู่ในอาการที่ค่อนข้างเงียบขลึม และได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่าสาเหตุมาจากความโกรธแค้นและหึงหวงที่แฟนสาวได้บอกเลิกหันไปคบหากับชายหนุ่มคนใหม่ และตนพยายามตามง้อขอคืนดีมาตลอด1 เดือนแต่ไม่เป็นผล ทั้งที่เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมาเพิ่งได้รับของขวัญวันเกิดจากแฟนสาวไม่คิดว่าจะถูกตัดสัมพันธ์ที่คบหากันมาเกือบ4ปี ในวันนี้ตั้งใจที่จะขับรถจักรยานยนต์นำของขวัญวันเกิดมาคืนให้กับแฟนสาว ซึ่งขับรถเบนซ์มาส่งลูกที่โรงเรียน โดยมานั่งดักรออยู่ราวครึ่งชั่วโมง และพยายามปรับความเข้าใจกันอีกครั้งแต่กลับถูกปฏิเสธโดยแฟนสาวพูดสั้นๆว่าพอแค่นี้เถอะอยู่ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นและทางบ้านของฝ่ายหญิงขอไม่ชอบตนด้วยที่โทรศัพท์ไปขอคืนดีและมีปากเสียงกันบ่อย    ระหว่างที่กำลังเคลียร์ปัญหากันอยู่ ได้มีนายธงชัย ซึ่งเป็นพี่ชายของแฟนสาวขับรถผ่านมาพอดี แฟนสาวจึงโบกมือขอความช่วยเหลือ ตนจึงชักอาวุธปืนออกมาจากเอว แฟนสาวเห็นจึงเข้ามากอดเอาไว้เพื่อไม่ให้ชักปืนออกมาแต่ตนสะบัดหลุด ส่วนนายธงชัย พี่ชายได้เปิดประตูลงจากรถเพื่อมาช่วยน้องสาว แต่ตนได้ผลักประตูไม่ให้ลง จังหวะนั้นแฟนสาวพยายามวิ่งหนีตนจึงใช้อาวุธปืนยิงจากด้านหลัง1 นัด จนล้มลงและตามไปยิงซ้ำอีก2 นัดจนฟุบคาถนน และขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปแต่สำนึกผิดติดต่อตำรวจขอเข้ามอบตัว     เมื่อเวลา 13.45 น. มีรายงานความคืบหน้าล่าสุดว่า อดีตแฟนสาวของนายธนพัฒน์ ได้เสียชีวิตแล้วเนื่องจากอาการสาหัสถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม.ถึง 3 นัด กระสุนเข้าจุดสำคัญทั้งแขนซ้าย หน้าอกซ้าย และราวนมซ้ายรวม3 นัด แม้แพทย์จะผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถแล้วก็ตาม สร้างความสะเทือนใจให้กับญาติพี่น้องและผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก

 186,661
สังคม-อาชญากรรม
31 ก.ค. 61

รวบแล้ว! หนุ่มโหดฆ่าชิงทรัพย์ 'ยาย-หลาน' สารภาพนำเงินไปซื้อยาบ้า

พล.ต.ต.สัณต์ โพธิ์รักษา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ พ.ต.อ.ฐเดช กล่อมเกลี้ยง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มสัก ทั้งนอกและในเครื่องแบบ ราว 50 นาย นำตัวนายวัชรพล สีมา อายุ 21 ปี ซึ่งก่อเหตุฆ่านางสนม เกสร อายุ 56 ปี และฆ่าเด็กชายอรรถโกวิท มณฑา อายุ 11 ปี โดยทั้ง 2 ถูกอาวุธมีดแทง ฟัน เป็นแผลฉกรรจ์หลายแห่ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 61 ที่ผ่านมา    จากการติดตามจากหลักฐานต่าง ๆ รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายขี่จักรยานมา จึงทำการติดตามจับกุมตัวนายวัชรพล ได้ที่บ้านพัก ซึ่งห่างจากบ้านผู้ตาย ราว 2 กิโลเมตร และจากการตรวจสอบตามร่างกายพบที่ฝ่ามือด้านซ้ายของคนร้ายพบว่ามีรอยถูกกัด และรอยเล็บข่วน รวม 3 แห่ง โดยนายวัชรพล รับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุฆ่า 2 ยาย หลาน เพื่อชิงทรัพย์จริงโดยได้สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ของผู้ตายไป โดยหวังจะนำไปขายเพื่อนำเงินมาซื้อยาบ้า แต่ก็ทำหล่นหายไปในคลองน้ำเสียก่อน    ซึ่งขณะที่นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังบ้านที่เกิดเหตุ ก็ได้มีชาวบ้าน และญาติผู้ตาย ที่ทราบข่าวมารอดูการทำแผนในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงเปลี่ยนจุดทำแผนไปที่คลองน้ำ ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่าทำสร้อยคอทองคำกับโทรศัพท์ตกลงไปในน้ำแทนเพราะกลัวว่าชาวบ้านที่โกรธแค้นจะลรุมทำร้ายผู้ต้องหา    โดยนายวัชรพล สารภาพว่าตนเองติดยาบ้า วันเกิดเหตุได้ปั่นรถจักรยานผ่านบ้านผู้ตาย ประมาณเกือบ 02.00 น. แล้วพบว่าประตูบ้านถูกล็อกกุญแจไว้ด้านนอก จึงเข้าใจว่าไม่มีใครอยู่บ้าน ผู้ต้องหาจึงปีนรั้วบ้าน เข้าไปนอนรอที่เปลใต้ถุนบ้าน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีคนอยู่บ้านจริง และก็ลงมืองัดบ้านผู้ตาย เผอิญ นางสนมผู้ตายเกิดตื่นมาเห็นตนเอง และตะโกนขอความช่วยเหลือ จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้นระหว่างนั้นมีหลานผู้ตาย คือเด็กชายอรรถโกวิท ตื่นมาเห็นจึงใช้เก้าอี้ฟาดที่หลังคนร้าย ทำให้คนร้ายบันดาลโทสะ ใช้มีดที่อ้างว่าเจอในบ้าน ทั้งแทง ทั้งฟัน เด็กชายอรรถโกวิท จนตาย จากนั้นได้หันมาเล่นงานนางสนม โดยใช้อาวุธมีด ฟัน แทง ไปตามร่างกายนางสนม ทั้ง ศีรษะ แขน ขา ลำตัว จนนางสนม สิ้นใจ และหลังก่อเหตุ ได้อาศัยความมืดหลบหนีไป

 3,255
ต่างประเทศ
07 ก.พ. 61

ผู้สมัครนางงามคาซัคสถานสารภาพว่าเป็นผู้ชาย หลังความสวยเอาชนะหญิงแท้ถูกโหวตเข้ารอบสุดท้าย

สำนักข่าว Daily Mail เผยแพร่ภาพของ Ilay Dyagilev ชายหนุ่มชาวคาซัคสถานวัย 22 ปี ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในการประกวดนางงามเวที Miss Virtual Kazakhstan โดยเอาชนะผู้หญิงจากทั่วประเทศกว่า 4,000 คนมาได้ ก่อนจะเปิดเผยความจริงสุดช็อกกับคณะกรรมการว่าแท้จริงแล้วตัวเองเป็นผู้ชาย     นายแบบหนุ่มเปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการมาประกวดครั้งนี้เกิดจากเขาและเพื่อนถกเถียงกันเรื่องความสวย โดยตัวเองมองว่าผู้หญิงทุกวันนี้ดูเหมือนกันไปหมด เพราะพวกเธอเชื่อว่าตัวเองจะสวยหากทำตามกระแส แต่เขากลับไม่คิดอย่างนั้นและเชื่อในความงามตามธรรมชาติ จึงตัดสินใจส่งภาพของตัวเองตอนแต่งเป็นผู้หญิงเข้ามาสมัคร     แต่เนื่องจากผลโหวตออนไลน์จากคนทั่วประเทศผลักดันให้เขาผ่านมาถึงรอบสุดท้าย ทำให้ตัดสินใจออกมาสารภาพความจริง ขณะที่ผู้จัดยอมรับว่ารู้สึกตกใจมากที่เขาไม่ใช่ผู้หญิง และจากคำสารภาพดังกล่าวส่งผลให้ชายหนุ่มถูกตัดสิทธิ์ออกจากการประกวดรอบสุดท้ายทันที โดย Aikerim Temirkhanova สาววัย 18 ปี ที่ได้คะแนนโหวตรองลงมาถูกขยับเข้ามาเสียบแทนที่     Aikerim Temirkhanova    สำหรับเหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะย้อนไปเมื่อปีที่แล้วเพื่อนบ้านอย่างรัสเซีย ก็เคยเกิดเหตุการณ์คล้ายๆ กัน กรณี Andrey Nagorny นักศึกษาชายวัย 20 ปี กลายเป็นผู้ชนะในการประกวดนางแบบ ก่อนจะถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังความแตก   Andrey Nagorny          

 61,556
สังคม-อาชญากรรม
18 ม.ค. 61

ตร.หลักสองโชว์ฝีมือ 24 ชม. รวบมือปืน ขี่จยย.ประกบยิงอริคาเก๋ง ปมแค้นเรื่องชู้สาว

กล้องวงจรปิดจับภาพ ชายขี่ จยย.ก่อนประกบยิงชายคู่อริในรถยนต์ที่จอดอยู่ปากซอยนครลุง 2 (เล้าไก่) แขวงบางไผ่ เขตบางแค เหตุเกิดเมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา   ล่าสุด ตร.สน.หลักสอง ระบุสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว คือนายสิราวิชญ์ สุขเกษม อายุ 34 ปี โดยในวันเกิดเหตุผู้บาดเจ็บวัย 28 ปี กำลังขับรถไปธุระ ระหว่างมาถึงปากซอยที่เกิดเหตุ มือปืนได้ขี่รถจักรยานยนต์มาประกบข้างรถฝั่งคนขับ ก่อนจะจอดรถแล้วชักอาวุธปืนขึ้นมากระหน่ำยิงใส่รวม 3 นัดซ้อน กระสุนพุ่งทะลุกระจกรถทำให้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ไปกบดานใน จ.นนทบุรี ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาการสืบสวนจับกุมเพียงแค่ 1 วันเท่านั้น   ส่วนแรงจูงใจในการก่อเหตุ มือปืนรับสารภาพว่าทำไปเพราะความแค้นส่วนตัวเรื่องชู้สาว หลังอดีตแฟนสาวไปคบหากับผู้บาดเจ็บ เบื้องต้นถูกตั้ง 3 ข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น ครอบครองอาวุธปืน พกพาอาวุธปืน และยิงปืนในที่สาธารณะ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dscHtU0vSRo    

 18,176
สังคม-อาชญากรรม
15 ธ.ค. 60

ฉาววงการศิลปะ! ศิลปินดังสารภาพจ้างคนจีนวาดรูป ก่อนจัดแสดงนิทรรศการใหญ่

นายเอกชัย ลวดสูงเนิน ศิลปินชื่อดังเขียนจม.สารภาพ จ้างศิลปินจีนวาดภาพเอาไปแสดงในนิทรรศการใหญ่ ที่หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล เมื่อปี 2558 หลังตกเป็นที่ถกเถียงในแวดวงศิลปะ โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงตามที่วิจารณ์และน้อมรับผิด พร้อมอ้างว่าไม่สามารถวาดได้ตามที่ตั้งใจ   ด้าน ผอ.หอศิลป์แถลงขอโทษที่ไม่ได้ตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพราะไม่คาดคิดจะมีคนกล้าทำ ซึ่งจากนี้จะเพิ่มการตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นนี้อีก     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7nMGAVYmfkY

 14,916
สังคม-อาชญากรรม
26 ก.ค. 60

ตร.โคราช รวบโจรควงปืนลูกซองจี้ชิงทรัพย์เซเว่นฯ สารภาพติดหนี้การพนันตรึม

               คืบหน้าโจรควงปืนลูกซองจี้ชิงทรัพย์ร้านเซเว่น ก่อนซิ่งรถกระบะแหกด่านหลบหนี ล่าสุดจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว สารภาพมีหนี้สินเยอะ และติดการพนัน                 จากเหตุการณ์เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ที่ผ่านมา คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ภายในปั้มน้ำมัน ปตท. ริมถนนสาย 304 ราชสีมา – กบินทร์บุรี ก่อนที่คนร้ายจะขับขี่รถยนต์กระบะหลบหนีไป                 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปักธงชัยได้ขับรถติดตามจับกุมคนร้าย และวางกำลังตั้งด่านสกัดจับคนร้ายตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี จนกระทั่งตำรวจได้ติดตามคนร้ายมาถึงถนนเลียบคลองชลประทานลำพระเพลิง บริเวณสี่แยกตำบลกระโทก อำเภอโชคชัย ซึ่งอยู่ห่างจากจุดจี้ชิงทรัพย์ไกลกว่า 20 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้รถบรรทุกจอดขวางปิดเส้นทางหลบหนีของคนร้าย แต่คนร้ายยังขับรถกระบะวิ่งฝ่าวงล้อมหลบหนี จนรถกระบะของคนร้ายเสียหลักพุ่งตกคลองข้างทาง และคนร้ายก็ยังไม่ยอมจำนนเปิดประตูรถวิ่งหลบหนีเข้าป่าริมทางหายไป                  ล่าสุดเมื่อเวลา 11.45 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุม ได้ นายปิยณัฐ สิริพิชชาภาส อายุ 27 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว โดยติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ในพื้นที่บ้านดอนใหญ่  ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่คนร้ายทิ้งรถหลบหนีไป                 จากการสอบสวน นายปิยณัฐ รับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุจริง โดยใช้ผ้าขาวม้าปิดบังใบหน้า ควงอาวุธปืนลูกซองยาวข่มขู่พนักงานในร้านเซเว่นฯ จี้ชิงเงินสด ได้เงินสดไปเพียง 2 พันบาท เนื่องจากมีหนี้สินจำนวนมาก และติดการพนัน                 โดยเย็นวันนี้เวลา 17.00 น. ตำรวจจะควบคุมตัวคนร้ายรายนี้ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่เกิดเหตุ     ภาพ ข่าวสด    

 3,127
สังคม-อาชญากรรม
15 มิ.ย. 60

แม่-พ่อเลี้ยงสารภาพนำศพน้องรุ้งถ่วงน้ำอำพราง เพื่อนบ้านผวาเจอวิญญาณวนเวียน

แม่วัย 31 และพ่อเลี้ยงวัย 34 สารภาพเป็นผู้ทิ้งศพ ด.ญ.สวมเสื้อโปโลสีขาวยี่ห้อบอดี้โกลฟ สวมกางเกงขายาวลายขาว-แดง ถูกฆ่าห่อด้วยผ้านวมมัดเชือกไนลอนโยงกับกระสอบปุ๋ยใส่คอนกรีตถ่วงน้ำคลองสำโรง จ.สมุทรปราการ หลังชันสูตรศพพบว่า ด.ญ.คนดังกล่าวคือน้องรุ้ง วัย 13 ปี ที่แม่ปรับมาอยู่ด้วยเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา หลังพ่อแท้ๆของเด็กเสียชีวิตลง   โดยแม่ของเด็กสารภาพว่าเป็นคนทำร้ายเด็กจนบาดเจ็บ โดยอ้างว่าเด็กมีนิสัยดื้อและชอบโกหก จึงใช้ไม้ไผ่ตี จับหัวกระแทกกับผนังปูนจนผนังร้าว จนเด็กมีอาการป่วย หน้าบวม ร่างกายบอบช้ำอย่างหนัก จากนั้นขังไว้ในห้องเช่าจนเสียชีวิต โดยเด็กถูกทารุณนาน 1 เดือน ก่อนที่แม่และพ่อเลี้ยงจะใช้ผ้านวมห่อศพอำพรางไม่ให้เพื่อนบ้านสังเกตเห็นที่ท่าเรือเก่า โดยทั้งคู่ได้ช่วยกันใช้กระสอบข้าวมาใส่ปูนถ่วงน้ำหวังอำพรางคดีศพลูกสาว เมื่อแบกศพโยนทิ้งคลองแล้วย้ายบ้านหลบหนี กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมได้ในที่สุด ซึ่งขณะที่ในจับกุมพ่อเลี้ยงมีอาการเมายาเสพติดร่วมอยู่ด้วย ทั้งคู่โดนข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและอำพรางศพ ก่อนนำตัวทั้งคู่ไปชี้จุดทิ้งศพ   ด้านเพื่อนบ้านระบุพ่อเลี้ยงมีอารมณ์ร้าย ชอบด่ากราดชาวบ้าน ไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับครอบครัว ทั้งนี้หลังเกิดเหตุเพื่อนของพ่อเลี้ยงได้ฝันเห็นน้องรุ้งในสภาพเลือดโชกท่วมตัว มาขอขึ้นรถบัสของตน แต่มีพ่อเลี้ยงถือปืนมาขู่ด้วย ในเวลาต่อมาก็เห็นเด็กหัวเปียกมาที่ศาลาท่านั้น เมื่อดูใกล้ๆก็ไม่พบใคร จึงคาดว่าอาจเป็นวิญญาณของเด็กหญิงที่ถูกฆาตกรรมอย่างเหี้ยมโหด ทำให้เกิดความหวาดกลัว ไม่กล้ามาขับรถในช่วงยามวิกาลอีก อย่างไรก็ตามทางชาวบ้านในละแวกเชื่อว่าการที่ศพน้องรุ้งลอยปรากฏขึ้นมา ก็เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตนเอง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/S37NqzQr0eM  

 163,073
ข่าวภูมิภาค
11 เม.ย. 60

คุมตัวพ่อโหดปาดคอลูกสาวทำแผน อ้างฉุนเล่นแต่มือถือ เปิดประวัติมีคดีติดตัว

ตร.เพชรบุรี คุมตัวพ่อโหดอายุ 42 ปี ก่อเหตุพยายามฆ่าปาดคอลูกสาววัย 13 จนได้รับบาดเจ็บสาหัส มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ   โดยผู้ต้องหาระบุก่อนเกิดเหตุ ลูกสาวได้เล่นโทรศัพท์และเฟซบุ๊กอยู่ตลอดเวลา และตนก็ได้ว่าตักเตือนตลอดแต่ลูกสาวไม่ฟัง จนเกิดความโมโห ผลักลูกสาวล้มไปบนโซฟา เป็นช่วงที่ตนถือมีดติดมือด้วย ด้วยความโมโหจึงเอามีดจ่อไปที่คอลูกสาว เป็นจังหวะที่ลูกสาวดีดตัวขึ้นมาจนทำให้มีดบาดเป็นแผลลึกดังกล่าว   ทั้งนี้ที่ผ่านมา ตนไม่ค่อยผูกพันธ์กับลูกสาว เพิ่งมาอยู่กับลูกสาวได้เพียง 4 เดือนกว่าๆ ก่อนหน้านี้ถูกดำเนินคดีในข้อหาปล้นทรัพย์ หลังพ้นโทษมาก็ไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัดใน จ.ตรัง อยู่ 11 เดือน เมื่อสึกมา ก็มีปากเสียงกับลูกมาตลอดเรื่องที่ลูกชอบเล่นแต่โทรศัพท์ และในระหว่างที่ใช้มีดทำร้ายลูกสาวคนโต ลูกสาวคนเล็กได้นั่งดูการ์ตูนในโทรศัพท์เช่นกัน อยู่ใกล้ๆที่เกิดเหตุเช่นกัน พร้อมระบุป่วยมีอาการทางจิต หลังก่อเหตุจะกลับไปบ้านเกิด เพื่อไปหายาโรคจิตรับประทาน ทั้งนี้ ตร.จะนำตัวไปดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่าต่อไป  และนอกจากคดีที่ก่อเหตุครั้งนี้แล้วยังมีคดีฆ่าผู้อื่นติดตัวอยู่ด้วยอีก 1 คดี ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฏหมายเช่นกัน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/waj-k_PAu44    

 21,402
สังคม-อาชญากรรม
24 มี.ค. 60

พยานชี้ตัวภารโรงตกเป็นแพะคดีปล้นทรัพย์ วอนสังคมเข้าใจ แจงตอนนั้นเป็นเด็กแค่ 7 ขวบ

         ความคืบหน้ากรณีนักโทษชายในเรือนจำกลางเขาบิน จังหวัดราชบุรี เขียนจดหมายยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุปล้นบ้านชาวต่างชาติใน อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2549 เพราะสงสารนายกมล แพเขียว ภารโรงชาว จ.ชัยนาท ต้องเป็นแพะมาติดคุก ทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิด จึงได้เขียนเล่าเรื่องพร้อมหลักฐานยื่นร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรม         ด้านพยานใกล้เคียงได้ให้ข้อมูลถึงวันเกิดเหตุว่ามีคนร้ายก่อเหตุ 5 คน จึงรู้สึกแปลกใจที่กลับมีผู้ได้รับโทษเพียงคนเดียว ขณะที่หญิงวัย 18 ปี ซึ่งเป็นพยานชี้ตัวรู้สึกสำนึกผิดที่เคยชี้ตัวแพะในคดีดังกล่าว เพราะในช่วงเกิดเหตุตนเป็นเด็กอายุเพียง 7 ขวบเท่านั้น ทำให้ถูกชี้นำได้ง่าย จึงวอนสังคมเข้าใจและหยุดวิจารณ์ในทางเสียหาย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IHKuZbYTjSc  

 15,907
สังคม-อาชญากรรม
23 มี.ค. 60

ก.ยุติธรรมเตรียมรื้อคดีช่วยแพะติดคุกฟรี หลังนักโทษตัวจริงเขียน จม.สารภาพ

จากกรณีนักโทษชายในเรือนจำกลางเขาบิน จังหวัดราชบุรี เขียนจดหมายยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุปล้นบ้านใน อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2549 เพราะสงสารนายกมล แพเขียว ภารโรงชาว จ.ชัยนาท ต้องเป็นแพะมาติดคุก ทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิด จึงได้เขียนเล่าเรื่องพร้อมหลักฐานยื่นร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรม ด้านภรรยาของผู้ตกเป็นแพะระบุต้องขายทรัพย์สิน อาทิ ที่ดิน รถ ทองคำ เพื่อนำเงินไปสู้คดี ทุกวันนี้ต้องอยู่ลำพังกับสุนัข เพราะลูกชายมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และพ่อของสามีก็ป่วยเสียชีวิตโดยที่ไม่สามารถออกมาดูใจได้ เพราะต้องโทษจำขัง พร้อมขอบคุณนักโทษที่ได้สารภาพผิด เพื่อช่วยให้ผู้บริสุทธิ์ได้ออกจากคุก ซึ่งหากพ้นโทษก็จะได้ทำงานที่เดิม ด้าน พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม ระบุได้ตรวจสอบหลักฐานจากนักโทษที่ยื่นเรื่องมาแล้ว ชี้ไม่ได้มีการให้การเท็จ มีการเขียนแผนที่และอธิบายเรื่องราวได้ชัดเจน ทั้งนี้ทาง จนท.จะเตรียมร้องขอรื้อคดี เพื่อช่วยเหลือแพะ และจะใช้กองทุนยุติธรรมประกันตัวพร้อมเยียวยาด้านการเงิน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lTlthQc1S34    

 11,190

Top