ค้นหา :

ผลการค้นหา "รุมโทรม"

สังคม-อาชญากรรม
09 ม.ค. 62

แม่ร้องกองปราบ ลูกสาววัย 16 ถูก 3 โจ๋ลูกผู้มีอิทธิพลรุมโทรม คดีไม่คืบ ยังเย้ย "โอกาสหน้าจะมาใหม่"

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม พาครอบครัวชาวประมง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้ายื่นหนังสือต่อ พลตำรวจตรี จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อร้องขอความเป็นธรรม หลังลูกสาววัย 16  ปี ถูกกลุ่มเยาวชนชาย 3 คน อายุ 16-17 ปี รุมโทรมในห้องน้ำสาธารณะริมชายหาดแห่งหนึ่ง ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา  ซึ่งทางครอบครัวแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากน้ำปราณ ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา แต่คดีไม่คืบหน้า   หญิงสาวผู้เสียหายเล่าว่า เหตุเกิดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 04.00 น. วันนั้นเพื่อนของตนชวนไปกินหมูกะทะ โดยตนใส่ชุดนอนออกไปเพราะคิดว่าออกไปไม่นาน บังเอิญไปเจอกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นเพื่อนเคยเรียนที่เดียวกัน นั่งดื่มเบียร์อยู่ริมชายหาด โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุแกล้งหยอกล้อ ยึดกุญแจรถ จยย.ไป ส่วนเพื่อนที่มาด้วยกันขอกลับบ้านก่อนเพราะต้องไปเข้าค่ายในเวลา 03.00 น. จึงเหลือตนเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว ระหว่างนั้นได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปกลุ่มผู้ก่อเหตุขณะนั่งอยู่ริมชายหาดไว้   ต่อมากลุ่มผู้ก่อเหตุจะเลี้ยงเบียร์ตนแต่ตนไม่ดื่ม ก่อนที่เบียร์จะหมดนั้นตนบอกว่าจะกลับบ้านแล้วจึงขอกุญแจคืน หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุบอกว่าโยนกุญแจไว้หน้าห้องน้ำชาย  ตนจึงให้พาไปเอาแต่ก็ยังหาไม่เจอ จากนั้นชายคนดังกล่าวอ้างว่า ได้นำกุญแจรถไปซ่อนไว้ในห้องน้ำหญิง ตนจึงเข้าไปดู โดยที่กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน แกล้งช่วยกันหาไล่เปิดประตูทีละห้อง กระทั่งถึงห้องสุดท้าย หนึ่งในกลุ่มกลุ่มผู้ก่อเหตุพูดว่า กุญแจอยู่ในถังขยะภายในห้องน้ำตนก็เดินเข้าไปดู   จากนั้นกลุ่มผู้เสียหายผลักตนเข้าไปในห้องน้ำ จับตัวกระแทกชักโครกได้รับบาดเจ็บ ฟกช้ำทั่วท้อง ตนพยายามขัดขืนทั้งถีบและผลักก็สู้แรงใม่ได้ ตะโกนเรียกให้คนมาช่วย แต่ดึกมากจึงไม่มีใครได้ยิน  กระทั่งแฟนหนุ่มได้เข้ามาช่วย หลังจากที่ออกจากห้องน้ำ กลุ่มผู้ก่อเหตุจะไปส่งกลับบ้านแต่ตนไม่ไปโดยให้พี่มารับ ก่อนจะแยกย้ายกัน หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุพูดว่า “โอกาสหน้าจะมาใหม่” ตอนนี้สภาพจิตใจย่ำแย่ต้องพบจิตเวช   หลังเกิดเรื่องหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ทักแชทเฟซบุ๊กมาขอโทษ ระบุว่า “พี่ขอโทษนะ  พี่ทำผิดไปแล้ว ผิดก็ว่าไปตามผิดเมาก็เมา มันผ่านไปแล้วน้องไม่ต้องคิดเยอะ” ซึ่งตนก็แชทตอบโต้เพื่อให้ผู้ก่อเหตุตายใจ เพื่อให้ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดี   แม่ของผู้เสียหาย ระบุว่า หลังแจ้งความผ่านมานานกว่า 1 เดือน พนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำปราณ ยังไม่มีการเรียกสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง และยังไม่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุหรือเก็บพยานหลักฐานแวดล้อมใดๆ โดยเฉพาะเสื้อผ้าของลูกสาวที่ใส่ในวันเกิดเหตุ ก็ไม่ได้ส่งไปตรวจสอบ เมื่อทวงถามความคืบหน้าทางคดี ก็ถูกพนักสอบสวนต่อว่าอย่างหยาบคาย ไล่ออกจากโรงพักบอกว่าผมไม่อยากคุยกับคุณ ทั้งที่ตนเป็นฝ่ายผู้เสียหาย จากวันนั้นก็ไม่กล้าติดต่อร้อยเวรอีก   พอตกเป็นข่าวและทราบว่าตนจะเข้าร้องทุกข์ที่กองปราบปรามฯ พนักงานสอบสวนได้ติดต่อมาหาให้ไปพบเพื่อทำการปากคำพร้อมขอให้ยุติการเดินทางมาที่กองปราบปรามฯ ขอให้ทำคดีต่อได้มั้ย ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนพยายามให้ไกล่เกลี่ยกัน พร้อมเรียกฝั่งคู่กรณีมาพูดคุยอยู่บ่อยครั้ง แต่กลับไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด ทำให้ไม่มั่นใจการทำงานของตำรวจในท้องที่ กลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม และกลัวว่าลูกสาวจะคิดสั้น เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ ไม่คิดว่าจะมาทำกับเพื่อนแบบนี้   “หลังเกิดเรื่องตนเห็นลูกสาวเจ็บท้องผิดสังเกต จึงถามว่าทำไม่ไปหาหมอ กระทั่งลูกสาวร้องไห้เล่าความจริงให้ฟัง ก่อนจะพาเข้าแจ้งความ โดยเจ้าหน้าที่ให้ลูกสาวไปชี้บ้านของผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน ส่วนผลการตรวจร่างกายพนักงานสอบสวนก็ไม่แจ้งให้ทราบ ไม่เคยถามว่าจะเอาเรื่องอย่างไร แค่ถามลูกสาวว่าจะเรียกร้องเงินเท่าไหร่  ด้วยความเป็นเด็กลูกสาวบอกจะเรียกคนละ 50,000 บาท และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่ตนไม่ขอรับเงิน  ขณะที่พ่อแม่ของผู้ก่อเหตุมาขอเคลียร์ที่บ้านแต่ตนไม่รับเคลียร์”   ส่วนน้าของผู้เสียหาย กล่าวว่า ผู้ปกครองของเด็กทั้ง 3 คน ขอให้ยอมความ  อย่างไรก็ตามพ่อแม่ของเด็กทั้ง  2 ฝ่าย รู้จักกัน โดยผู้ปกครองของเด็กทั้งสามเสนอเงินให้รวมกัน 50,000  บาท แต่ฝ่ายของตนไม่ขอรับเงิน เพราะไม่พอใจที่แฟนสาวของ 1 ในกลุ่มผู้ก่อเหตุไปโพสต์เฟซบุ๊กเยาะเย้ยหลานของตนว่า “โดนไปขนาดนั้นยังร่านได้เลยอะเก่งจัง น่าสงสารชีวิตหนอชีวิตพบเจออะไรแบบเนี้ย”ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด   ด้าน ทนายรณรงค์ กล่าวว่า 1 ใน 3 เยาวชนผู้ก่อเหตุ เป็นหลานนักการเมืองท้องถิ่นที่มีอิทธิพลในท้องที่ และยังโพสประจานผู้เสียหายลงสื่อออนไลน์ สร้างความเสียหายต่อตัวเด็กและครอบครัว จึงได้นำหลักฐาน ภาพวงจรปิด ภาพถ่ายที่เกิดเหตุและเสื้อผ้าที่น้องผู้เสียหายสวมใส่ในวันเกิดเหตุ มาเป็นหลักฐานยื่นขอความเป็นธรรมพร้อมขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำปราณ ด้วย   วันนี้ (9 ม.ค.) จะพาครอบครัวของหญิงสาววัย 16 ปี คนดังกล่าว เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อสอบถามความคืบหน้าทางคดี เชื่อว่าอาจมีผู้ร่วมก่อเหตุ 3-10 คน ส่วนหนึ่งช่วยดูต้นทาง โดยพนักงานสอบสวนจะให้ผู้เสียหายเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในวันนี้(9ม.ค.) หลังจากนั้นก็จะให้สหวิชาชีพมาร่วมสอบปากคำเนื่องจากผู้เสียหายยังเป็นเยาวชน โดยเหยื่ออาจเล่าไม่หมด เบื้องต้น จนท.ระบุว่า ผู้เสียหายรู้จักชอบพอกับหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุ แต่ไม่คิดว่าจะถูกรุมโทรม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/H3BKMjnFCy4

 9,663
ปากท้องร้องทุกข์
08 ม.ค. 62

ครอบครัวชาวประมง ร้องกองปราบขอความเป็นธรรม ลูกสาววัย 16 ถูก 3 โจ๋รุมโทรม แต่คดีไม่คืบ

(8 ม.ค. 62) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมพาครอบครัวชาวประมง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต. จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อร้องขอความเป็นธรรมหลังลูกสาววัย 16 ปี ถูกกลุ่มเยาวชนชาย 3 คน รุมโทรม ในห้องน้ำสาธารณะริมชายหาดแห่งหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งทางครอบครัวแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำปราณ ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่คดีไม่มีความคืบหน้า   แม่ของผู้เสียหาย ระบุว่า หลังแจ้งความผ่านมานานกว่า 1 เดือน พนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำปราณ ยังไม่มีการเรียกสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง และยังไม่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ หรือเก็บพยานหลักฐานแวดล้อมใดๆ โดยเฉพาะเสื้อผ้าของลูกสาวที่ใส่ในวันเกิดเหตุ ก็ไม่ได้ส่งไปตรวจสอบตามขั้นตอนของกฏหมาย เมื่อไปทวงถามติดตามคดี ก็ถูกพนักสอบสวนต่อว่าอย่างหยาบคาย แต่เมื่อทราบว่าตนเองจะเข้าร้องทุกข์ที่กองปราบปราม พนักงานสอบสวนกลับรีบติดต่อให้ตนเองเข้าให้ปากคำในวันนี้ หรือ วันพรุ่งนี้ พร้อมขอให้ยุติการเดินทางมาที่กองปราบปราม   แม่ของผู้เสียหายยังเปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนเคยเป็นตัวตั้งตัวตีในการไกล่เกลี่ยพร้อมเรียกฝั่งคู่กรณีมาพูดคุยอยู่บ่อยครั้ง แต่กลับไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด ทำให้ไม่มั่นใจการทำงานของตำรวจในท้องที่   ด้านทนายรณรงค์กล่าวว่า 1 ใน 3 เยาวชนผู้ก่อเหตุ เป็นหลานนักการเมืองท้องถิ่นที่มีอิทธิพลในท้องที่ และยังโพสประจานผู้เสียหายลงสื่อออนไลน์ สร้างความเสียหายต่อตัวเด็กและครอบครัว จึงได้นำหลักฐาน ภาพวงจรปิด ภาพถ่ายที่เกิดเหตุ และเสื้อผ้าที่น้องสวมใส่ในวันเกิดเหตุ มาเป็นหลักฐานในการยื่นของความเป็นธรรม พร้อมขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำปราณ ด้วย   ด้านพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ และจะสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

 3,497
สังคม-อาชญากรรม
18 ธ.ค. 61

พ่อช้ำใจ ลูกสาวโดนวัยรุ่น 5 คนรุมโทรม ญาติหนึ่งในผู้ก่อเหตุอ้างเป็น อบต.เสนอเงินให้เรื่องจบ

วันที่ 18 ธ.ค.61 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปพร้อมเล่าเรื่องราวว่าลูกสาวตนเองถูกวัยรุ่น 5 คน ฉุดไปรุมโทรม โดยระบุข้อความว่า ‘อยากเตือนภัย ชาวสระบุรีนะครับ บ้านเราอยู่ยากแล้ว เหตุเกิดกับลูกสาวผมเองซึ่งโดนวัยรุ่น 5 คนนี้ ฉุดไปรุมโทรม ข่มขืน เรื่องราวรายระเอียดเป็นยังไงอันนี้ผมไม่รู้และ ไม่อยากรู้ด้วย ผมรู้แค่ลูกผมเดินอยู่ข้างถนนแล้ว วัยรุ่นพวกนี้ ฉุดเข้าไปในร้าน ทุกอย่าง 20 แล้วร่วมกันกระทำชำเรา แค่นี้ครับ   จากในคลิปจะมี 2 ช่วง ช่วงแรกคือตอนประมาน 5 ทุ่ม ของวันที่ 16/12/2561 ซึ่งตอนนั้น ผมอยู่ กทม. เพื่อนก็โทรมาบอกว่าลูกสาวเราถูกข่มขืน แต่จับตัวเด็กที่ทำใด้หมดแล้วตอนนี้ กำลังเคลียร์กับพ่อแม่ของเด็กทั้ง คนนี้อยู่   จากที่ฟัง ๆ มาก็ประมานว่า หนึ่งในนั้นมีชายคนหนึ่ง เป็นญาติของเด็กทั้ง 5 คน อ้างว่าตัวเองเป็น อบต. แล้วจะมายัดเงินให้เพื่อให้เรื่องจบ ไม่ต้องแจ้งความไม่ต้องถึงโรงพักจากตอนแรก บอกให้ 30,000 คุยไปคุยมาต่อ10,000 ซึ่งตอนนั้น ผมไม่อยู่ในเหตุการณ์ ผมก็โทรคุยกับเพื่อน ก็บอกว่าให้แจ้งความเลย ไม่เอาเงินจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่ทางเพื่อนก็ตัดสินใจอะไรไม่ใด้ ก็รอจนกว่าผมมาถึง ให้ผมมาเคลียร์เอง   คลิปต่อมา คือตอนนั้นผมมาถึงแล้ว ประมาน ตี 2 ก็เห็นเด็ก 5 คนที่กระทำ นั่งเรียงกันอยู่บนโต๊ะหินอ่อน ก็ควบคุมความโมโหของตัวเองไม่ใด้ ผมใชได้เตะเด็กคนนึงสลบไปคาตีน อีกคนคิ้วแตก พ่อเด็กโดนตบหน้าไปทีนึง ขอหาไม่สั่งสอนลูก แล้วส่วนคนที่อ่างตัวว่าเป็น อบต. ผมก็กระทืบไปอีกชุดนึง ข้อหารู้มาก ออกอุบายเล่ห์เหลี่ยมหลังจากนั้น ก็ส่งตัวขึ้นโรงพัก ลูกสาวผมไปตรวจภายในที่ ร.พ.ระรี ผลตรวจภายในเป็นหนักมาก   หลังจากเรื่องจบ ตำรวจโทรมาว่า พ่อแม่เด็กที่โดนผมกระทืบไปไม่ยอมแจ้งความผมกลับข้อหาทำร้ายร่างกายต่างๆ ผมยอมรับผิด ทุกข้อกล่าวหานะครับ และคลิปนี้ คือคลิปหลักฐานที่ผมได้ทำ เชิญคุณเอาคลิปนี้มามัดตัวผมใด้เลย ผมรับสารภาพ ทุกอย่าง    ล่าสุด เมื่อเช้า ตำรวจโทรหาผม คุยประมาณว่า เป็นห่วงอนาคต เด็ก 5 คน นั้น เหมือนจะให้ผมไม่เอาเรื่อง ผมก็งงตอนนี้กลัวว่าทาง อบต. จะมีเส้นสาย มีเล่ห์เหลี่ยมฝากโซเชียลช่วยด้วย และได้ปล่อยตัวเด็กทั้ง 5 คนไปแล้ว ผมก็ถามทำไมถึงปล่อยพี่ตำรวจบอกว่า ไม่มีหน้าที่ที่จะจับกุม    

 73,897
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 ธ.ค. 61

พ่อช้ำใจ ลูกสาวโดนวัยรุ่น 5 คนรุมโทรม ญาติหนึ่งในผู้ก่อเหตุอ้างเป็น อบต.เสนอเงินให้เรื่องจบ

วันที่ 18 ธ.ค.61 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปพร้อมเล่าเรื่องราวว่าลูกสาวตนเองถูกวัยรุ่น 5 คน ฉุดไปรุมโทรม โดยระบุข้อความว่า ‘อยากเตือนภัย ชาวสระบุรีนะครับ บ้านเราอยู่ยากแล้ว เหตุเกิดกับลูกสาวผมเองซึ่งโดนวัยรุ่น 5 คนนี้ ฉุดไปรุมโทรม ข่มขืน เรื่องราวรายระเอียดเป็นยังไงอันนี้ผมไม่รู้และ ไม่อยากรู้ด้วย ผมรู้แค่ลูกผมเดินอยู่ข้างถนนแล้ว วัยรุ่นพวกนี้ ฉุดเข้าไปในร้าน ทุกอย่าง 20 แล้วร่วมกันกระทำชำเรา แค่นี้ครับ   จากในคลิปจะมี 2 ช่วง ช่วงแรกคือตอนประมาน 5 ทุ่ม ของวันที่ 16/12/2561 ซึ่งตอนนั้น ผมอยู่ กทม. เพื่อนก็โทรมาบอกว่าลูกสาวเราถูกข่มขืน แต่จับตัวเด็กที่ทำใด้หมดแล้วตอนนี้ กำลังเคลียร์กับพ่อแม่ของเด็กทั้ง คนนี้อยู่   จากที่ฟัง ๆ มาก็ประมานว่า หนึ่งในนั้นมีชายคนหนึ่ง เป็นญาติของเด็กทั้ง 5 คน อ้างว่าตัวเองเป็น อบต. แล้วจะมายัดเงินให้เพื่อให้เรื่องจบ ไม่ต้องแจ้งความไม่ต้องถึงโรงพักจากตอนแรก บอกให้ 30,000 คุยไปคุยมาต่อ10,000 ซึ่งตอนนั้น ผมไม่อยู่ในเหตุการณ์ ผมก็โทรคุยกับเพื่อน ก็บอกว่าให้แจ้งความเลย ไม่เอาเงินจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่ทางเพื่อนก็ตัดสินใจอะไรไม่ใด้ ก็รอจนกว่าผมมาถึง ให้ผมมาเคลียร์เอง   คลิปต่อมา คือตอนนั้นผมมาถึงแล้ว ประมาน ตี 2 ก็เห็นเด็ก 5 คนที่กระทำ นั่งเรียงกันอยู่บนโต๊ะหินอ่อน ก็ควบคุมความโมโหของตัวเองไม่ใด้ ผมใชได้เตะเด็กคนนึงสลบไปคาตีน อีกคนคิ้วแตก พ่อเด็กโดนตบหน้าไปทีนึง ขอหาไม่สั่งสอนลูก แล้วส่วนคนที่อ่างตัวว่าเป็น อบต. ผมก็กระทืบไปอีกชุดนึง ข้อหารู้มาก ออกอุบายเล่ห์เหลี่ยมหลังจากนั้น ก็ส่งตัวขึ้นโรงพัก ลูกสาวผมไปตรวจภายในที่ ร.พ.ระรี ผลตรวจภายในเป็นหนักมาก   หลังจากเรื่องจบ ตำรวจโทรมาว่า พ่อแม่เด็กที่โดนผมกระทืบไปไม่ยอมแจ้งความผมกลับข้อหาทำร้ายร่างกายต่างๆ ผมยอมรับผิด ทุกข้อกล่าวหานะครับ และคลิปนี้ คือคลิปหลักฐานที่ผมได้ทำ เชิญคุณเอาคลิปนี้มามัดตัวผมใด้เลย ผมรับสารภาพ ทุกอย่าง    ล่าสุด เมื่อเช้า ตำรวจโทรหาผม คุยประมาณว่า เป็นห่วงอนาคต เด็ก 5 คน นั้น เหมือนจะให้ผมไม่เอาเรื่อง ผมก็งงตอนนี้กลัวว่าทาง อบต. จะมีเส้นสาย มีเล่ห์เหลี่ยมฝากโซเชียลช่วยด้วย และได้ปล่อยตัวเด็กทั้ง 5 คนไปแล้ว ผมก็ถามทำไมถึงปล่อยพี่ตำรวจบอกว่า ไม่มีหน้าที่ที่จะจับกุม    

 73,897
สังคม-อาชญากรรม
09 ส.ค. 61

แม่งัดหลักฐานโต้ปมแย่งลูกจับพ่อกลาง ร.ร. ฝ่ายชายรับเคยมีคดีรุมโทรม-ยาเสพติด ช่วงผิดพลาดตอนวัยรุ่น

จากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่บุกจับตัวพ่อกลางโรงเรียนลูกที่ จ.ชลบุรี โดยอ้างว่าได้รับแจ้งว่าพัวพันยาเสพติด ท่ามกลางสายตาของเด็กที่เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก ต่อมาทางชายดังกล่าวชี้แจงว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะขณะนี้กำลังฟ้องร้องกับภรรยาเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตร   ล่าสุดมีข้อมูลจากเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ return ได้โพสต์คลิปก่อนเกิดเหตุที่เจ้าหน้าที่บุกจับคุณธารา จากคลิปจะเห็นได้ว่าชายผู้เป็นพ่อได้เดินกอดคอลูกสาว 2 คน พยายามเดินหนีเจ้าหน้าที่ จากนั้นในคลิปก็มีชายเสื้อขาวซึ่งเป็นพ่อตาของเดินเข้ามาหาแล้วบอกให้คุยกันดีๆ ทันใดนั้นก็มีจังหวะดึง แต่ทางผู้เป็นพ่อก็ยังใช้แขนล็อคคอลูกสาวคนโตไว้ แล้วตัวลูกสาวก็หลุดลอยกระแทกพื้น ร้องไห้เสียงดัง   นอกจากนี้ยังมีประเด็นเพิ่มมาว่า 1.ประเด็นเรื่องแจ้งความเท็จ แม่ไม่ได้ไปแจ้งความต่อตำรวจ และไม่ได้ไปร้องศูนย์ดำรงธรรม แต่ไปปรึกษากับทหาร ที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ในเขตพื้นที่บางละมุง และได้เขียนคำร้องให้ช่วยเหลือ บุตร ทั้ง 2 เนื่องจากพ่อ ไม่คืนบุตรทั้ง 2 กีดกันไม่ให้เจอหรือพูดคุย และทหารได้สอบถามถึงพฤติกรรมของพ่อ แม่ก็เลยแจ้งเบาะแสเบื้องต้น เกี่ยวกับการค้ายาเสพติดในอดีต และชอบพกปืน เคยทำร้ายร่างตน ชอบข่มขู่   2. ประเด็นการทำร้ายร่างกาย ในวันเกิดเหตุ พ่อเด็กกำลังจะขึ้นมอเตอร์ไซค์พาเด็กๆหนี คุณตาเลยเข้าไปดึงเสื้อจากด้านหลัง เพื่อมาเจรจา แต่พ่อเด็กหันมาต่อย จึงเกิดการต่อสู้กัน ไม่ใช่การทำร้ายฝ่ายเดียวบาดแผลที่เกิดขึ้นเกิดจากการต่อสู้. ต่อมาทหารและตำรวจ จึงเข้าไปควบคุม เนื่องจาก พ่อเด็กมีพฤติกรรมโวยวายจะเข้าไปทำร้ายแม่เด็ก    รวมไปถึงยังมีการโพสต์รายละเอียดปมที่แม่ของเด็กไม่ยินยอมให้ลูกตั้งแต่แรก และพฤติกรรมของผู้เป็นพ่ออื่นๆอีกโดยระบุว่า   -แม่เด็กไม่ได้ยินยอมยกลูกให้ตั้งแต่แรก(มีใบแจ้งความว่าไม่ได้สมัครใจยกไห้ตั้งแต่ปี57) -ทำร้ายร่างกายแม่ตลอดระยะเวลาหลายปีที่อยู่ด้วยกันต่อหน้าลูก ญาติ และ สาธารณชน(แม่เด็กอยู่พัทยาตัวคนเดียวไม่เคยบอกเรื่องราวต่อญาติตน) -ระหว่างที่บุตรอยู่กับพ่อเด็ก ก็กักขังไม่ไห้เด็กพบเจอญาติตน เนื่องจากมีอาการทางจิตกังวลตลอดเวลา ไปร.ร. ก็นั่งเฝ้าเช้าจรดเย็น -ไม่ประกอบอาชีพใดๆ เล่นการพนันฟุตบอล เดี่ยวข้องกับยาเสพติด -ข่มขู่จะยิงลูกและยิงตัวตายตาม ถ้าแม่เด็กมาเอาลูก -มีพฤติกรรมด่าทอ ข่มขู่แม่เด็ก และบุพการีตลอดมา -ระหว่างพ่อเด็กเลี้ยงดู บุตรคนเล็กหมารุมกัดเย็บเป็น10 เข็ม -บุตรคนโต ตกบันไดมองไม่เห็นไประยะนึง ไหปลาร้าหัก ท้ายทอยแตก ต้องนอน รพ. -ย้ายโรงเรียนหนีไม่จ่ายค่าเทอมโรงเรียนเก่า มีคดีความติดตัวทั้ง รุมโทรม ยาเสพติด การพนัน -ตอนที่มีการฟ้องร้องตนขอเลี้ยงดูบุตรเองทางญาติฝั่งผู้ชายมาเป็นพยานให้และต้องการให้ตนดูแลลูกๆแต่ฝ่ายผู้ชายได้เอามีดไล่แทงญาติจนเป็นคดีความ แจ้งความไว้   ต่อมาทางผู้เป็นพ่อได้ชี้แจงว่า เริ่มต้นเลยตนและภรรยาฟ้องร้องสิทธิปกครองลูก ตอนนี้อยู่ขั้นตอนของศาลฎีกา แต่ฝ่ายภรรยา ได้ร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมว่า ตนมีพฤติกรรมค้ายาเสพติด และมีอาวุธปืน พร้อมต่อสู้หลบหนี โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นช่วงพักกินข้าว ตนจะไปกินข้าวทุกวัน เพราะเหตุการณ์แบบนี้ เกิดมาหลายครั้งแล้ว   หลังหย่าร้างกันเมื่อ 5 ปี ก่อน ทำให้เกิดปัญหาฟ้องร้องเรื่องสิทธ์ครอบครองลูกเรื่อยมา ผมเลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอด 3 ปี ทำให้ฝั่งภรรยาไม่พอใจตลอดเวลาผมเป็นคนดูแลลูก ทุกครั้งที่จะมาเอาลูกไป จะเอาทหาร ตำรวจ รถตู้มาข่มขู่   พร้อมชี้แจงเรื่องที่ตนเคยมีคดีติดตัว คือรุมโทรม เกิดในช่วงคึกคะนองช่วงอายุ 13 ได้รับโทษไปแล้ว ยาเสพติดก็ช่วงวัยรุ่น ช่วงเวลาผิดพลาด ขณะนี้ได้พ้นโทษแล้ว   ซึ่งเมื่อตนถูกคุมตัวถึง สภ.บางละมุง ตนได้อธิบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ทำให้ได้ทราบว่า ทางฝั่งอดีตภรรยาได้ร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมว่า ตนมีพฤติกรรมค้ายาเสพติด และมีอาวุธปืน พร้อมต่อสู้หลบหนี ซึ่งหากลูกอยู่กับตนจะไม่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทหาร จึงได้ประสานตำรวจ สภ.บางละมุง นำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว ภายหลังจากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาสารเสพติด และอาวุธปืน โดยเจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวกลับ จากนั้นได้เดินทางมาตรวจร่างกาย เพื่อเป็นหลักฐานในการร้องทุกข์ว่า ถูกคู่กรณีทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wzXyYysEi9o

 11,313
ข่าวภูมิภาค
26 ก.ค. 61

สิ้นลมแล้ว! สาวม้ง ถูก ผญบ.ข่มขืนซดยาฆ่าตัวตาย ญาติแฉอีกฝ่ายแชทขอจ่าย 3 หมื่นแลกไม่เอาความ

ลำปาง-จากกรณีหญิงสาวชาวม้ง อายุ 22 ปี ถูกชาย 4 คนรุมโทรมจนต้องกินยาฆ่าตัวตาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ จ.ลำปาง ขณะที่แม่ของเหยื่อสาวระบุว่า หลังลูกสาวหายตัวไปก็มีชายคนหนึ่งได้ใช้โทรศัพท์ของลูกสาวโทรมา   อ้างว่าตัวเองเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านใน จ.ตาก และลูกสาวตนอยู่กับเขา จึงให้พามาส่ง จากนั้นลูกสาวก็มีอาการเครียด ต่อมาอีก 2 วัน ก็มีคนโพสต์ภาพลูกสาวนอนอยู่ในโรงแรม โดยมีอดีตผู้ใหญ่บ้านนั่งอยู่ข้างๆ จึงเค้นถามลูกสาวก็บอกว่าถูกลวงไปข่มขืนในโรงแรม กระทั่งมากินยาฆ่าแมลงเพื่อหวังฆ่าตัวตายตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   คืบหน้าช่วงค่ำวานนี้ (25 ก.ค.) หญิงสาวอายุ 22 ปี ผู้เสียหาย ได้เสียชีวิตลงแล้ว ที่โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง ท่ามกลางความโศกเศร้าความเสียใจ ของมารดา ญาติและครอบครัวที่เฝ้าคอยดูอาการหญิงสาวดังกล่าวอยู่บริเวณหน้าหอผู้ป่วยโรงพยาบาลลำปาง สำหรับการเสียชีวิตลงครั้งนี้ คาดมาจากอวัยวะภายในล้มเหลวฉับพลัน   ขณะที่ก่อนหน้าที่สาวม้งจะเสียชีวิต นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมหญิงสาวคนดังกล่าวและไปพูดคุยสอบถาม โดยมีน้องสาวผู้เป็นฝาแฝดเข้าไปร่วมพูดคุยด้วย ซึ่งได้รับข้อมูลที่สำคัญเป็นอย่างมาก   โดยหญิงสาวคนดังกล่าวบอกว่า เรื่องราวดังกล่าวนั้นแท้ที่จริงแล้วตั้งแต่เริ่มต้นมาตนเองได้ขึ้นรถตู้ และไปพบอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว โดยนัดกันเพื่อติดต่อซื้อยาแผนโบราณ จากอดีตผู้ใหญ่บ้านที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก เนื่องจากตนเองมีอาการเจ็บป่วยจากโรคปวดหลังอยู่แล้ว โดยได้นัดเจอกันเพื่อจะจ่ายเงินและชำระค่ายาแผนโบราณ   ทางอดีตผู้ใหญ่บ้านได้ออกกลอุบายหลอกลวงไปทานข้าวในเขตตัวเมืองลำปาง แล้วพาไปที่บริเวณอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครลำปาง เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา และตนถูกล่วงละเมิดทางเพศกับชายคนดังกล่าวเพียงคนเดียว ส่วนผู้ชายอีก 3 คนที่เจอกันนั้นมาเจอกันทีหลัง และเจอภายนอกอพาร์ทเมนต์ ซึ่งหญิงสาวชาวม้งยอมรับกับนายอัจฉริยะว่าชาย 3 คน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด   โดยหลังจากทราบข้อมูลนายอัจฉริยะ ได้เดินทางไปที่โรงพัก สภ.เมืองลำปาง พร้อมกับครอบครัวของหญิงสาวผู้เสียหาย เพื่อให้ปากคำกับทางผู้กำกับ สภ.เมืองลำปาง และยังได้เดินทางไปบริเวณอพาร์ทเมนต์ดังกล่าว เพื่อไปสอบถามและไปพูดคุยกับพนักงานที่เปิดเช็คอิน ก็ให้การสอดคล้องกัน โดยวันดังกล่าวนั้นหญิงสาวชาวม้งได้เปิดห้องพัก พร้อมกับอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวจริง และใช้เวลาอยู่ด้วยกันประมาณ 3 ชั่วโมง   กระทั่งเวลาบ่าย 3 โมง ฝ่ายชายก็เดินทางออกจากอพาร์ทเมนต์ดังกล่าวเพียงคนเดียว แจ้งพนักงานว่าจะไปซื้อกับข้าวมาทาน แล้วกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพนักงานอพาร์ตเมนต์ ก็ยืนยันว่า พบเพียงการเปิดห้องพักเพียง 1 ห้อง บริเวณชั้น 2 โดยหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นใส่หน้ากากอนามัยปิดใบหน้า แล้วเดินผ่านเข้ามาบริเวณเคาน์เตอร์ โดยวันนั้นกล้องวงจรปิดของโรงแรมเห็นว่าชั้น 2 ก็มีการเดินเข้าห้องเพียงสองคนเท่านั้น ส่วนภาพวงจรปิดวันนั้น ถูกลบไปแล้วเพราะข้อมูลฮาร์ดดิสก์เต็ม   ทั้งนี้นายอัจฉริยะได้เปิดเผยว่า มีข้อความติดต่อมายังครอบครัวของน้องผู้เสียชีวิตเป็นข้อความทางแชทใน Facebook พยายามติดต่อมาจากผู้ใช้ Facebook รายหนึ่ง inbox ข้อความมาบอกว่า จะขอจ่ายเงิน เป็นค่าเสียหาย เพื่อไม่ให้ดำเนินคดีเดือนละ 30,000 บาท แต่ทางครอบครัวก็ไม่ได้ตอบตกลงแต่อย่างใด โดยพยายามจะติดต่อและพูดคุยด้วยกลับไป แต่หลังจากนั้นก็ถูกบล็อก Facebook ไปในที่สุด โดยนายอัจฉริยะทรัพย์ยังบอกว่า   อย่างไรก็ตามน้องสาวฝาแฝดได้นำภาพ จากโทรศัพท์มือถือ เป็นภาพนิ่ง เพิ่งถ่ายในวันเกิด ทั้งสองคน ที่ผ่านมา วันที่ 16 กรกฎาคม โ ดยฝาแฝดผู้น้อง บอกว่า นี่คือการจัดงานวันเกิดครั้งสุดท้าย ก่อนจะเกิดเหตุสลด พีสาวฝาแผด ไปกินยาฆ่าตัวตาย จนมาเกิดเหตุสลดดังกล่าวในคืนนี้ ซึ่งสร้างความเศร้าโศกและเสียใจกับครอบครัวเป็นอย่างมาก   ส่วนความคืบหน้าทางคดี ตร.จะออกหมายเรียก อดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว ซึ่งการเชิญตัวและออกหมายเรียกอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวนั้น จะเชิญมาสอบปากคำ ซึ่งจะได้ข้อมูลสำคัญต่างๆ ขณะนี้คดีถือว่ามีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก โดยทราบว่าผู้อัดคลิปวีดีโอนั้นเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว ซึ่งรู้จักกับผู้เสียหายทาง facebook ขณะนี้อยู่ระหว่างการตามตัว อดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองลำปาง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Sf8fZfLBcSU

 17,661
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ค. 61

ออกหมายเรียก‘อดีต ผญบ.’ปมสาวถูกรุมโทรมกินยาฆ่าแมลงหวังฆ่าตัวตาย ล่าสุดอาการยังทรุด

อาการยังหนักหญิงสาวชาวลำปาง วัย 22ปี หลังซดยาพิษหวังฆ่าตัวตาย ด้านคดีตำรวจสอบปากคำพยานไปแล้ว 1ปาก และเตรียมออกหมายเรียก อดีตผู้ใหญ่บ้าน มาสอบปากคำ   วันที่ 25 ก.ค. ความคืบหน้า หลังจากเกิด เหตุหญิงสาว ชาวลำปาง วัย 22ปี  กินยาฆ่าแมลง หวังจะฆ่าตัวตาย หลังอ้างว่า โดนกลุ่มชายฉกรรจ์รุมโทรมและเกิดความอับอาย จึงก่อเหตุจะฆ่าตัวตาย   ล่าสุดอาการ ของหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นบริเวณใบหน้า,ปากยังบวมและยังคงมีอาการหายใจติดขัดหลังจากยังคงรักษาตัวอยู่ ในหอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิงของโรงพยาบาลลำปาง โดยขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลรักษาของแพทย์โรงพยาบาลลำปาง หลังกินยาฆ่าหญ้า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 ก.ค.61 ที่ผ่านมา โดยมีการ ก่อเหตุในเขตพื้นที่ตำบลบ้านหวด อำเภองาวจังหวัดลำปาง ก่อนญาติจะส่งตัวพามารักษาที่โรงพยาบาล   หญิงสาว เผยกับกับพ่อแม่ ว่าถูกชายฉกรรจ์จำนวน 4 คนรุมข่มขืนในลักษณะรุมโทรม และมีการบันทึกคลิป ในโทรศัพท์มือถือไว้ จนกระทั่งพ่อแม่ของสามีเห็น ดังกล่าวจึงเกิดความเครียดจึงกินยา ฆ่าหญ้า หวังฆ่าตัวตาย   พ.ต.อ. ไกรสิทธิ์ พรมปฏิมา ผู้กำกับการสถานีตำรวจ สภ.เมืองลำปาง เปิดเผยว่า กรณีที่ เกิดขึ้นหลังจากที่ตำรวจสอบสวนปากคำหญิงสาวคนดังกล่าวแล้ว ตอนนี้ให้ ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไปแล้ว 1 ปาก และกำลังจะออกหมายเรียก อดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง ของอำเภอพบพระ จังหวัดตาก มาสอบปากคำ    ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด บริเวณอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ในเขตตัวเมืองลำปาง เพื่อหาพยานและ ในช่วงที่ เกิดเหตุว่ามีผู้ชาย หรือผู้เสียหายนั้นเข้ามาด้วยกันกี่คน ซึ่งอย่างไรก็ตามในทางคดีก็ถือว่ามีความคืบหน้าไปมากและเมื่อวานทางพนักงานสอบสวนก็ได้สอบปากคำหญิงสาวรายนี้ ที่โรงพยาบาลลำปางนานกว่า 1 ชั่วโมง    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 5,828
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ค. 61

เตรียมออกหมายเรียก ‘อดีต ผญบ.’ สอบข้อเท็จจริง ปมสาวถูกรุมโทรมกินยาฆ่าแมลงหวังฆ่าตัวตาย

วันที่ 25 ก.ค. ความคืบหน้าหลังจากเกิดเหตุหญิงสาว ชาวลำปาง วัย 22ปี กินยาฆ่าแมลงหวังฆ่าตัวตาย หลังอ้างว่า โดนกลุ่มชายฉกรรจ์รุมโทรมและเกิดความอับอาย    โดยล่าสุดอาการ นั้นบริเวณใบหน้าและปากยังบวม มีอาการหายใจติดขัด โดยขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลรักษาของแพทย์โรงพยาบาลลำปาง    พ.ต.อ.ไกรสิทธิ์ พรหมปฏิมา ผกก.สภ. เมืองลำปาง เปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นหลังจากที่ตำรวจสอบสวปากคำหญิงสาวคนดังกล่าวแล้ว ตอนนี้ให้ทางพนักงานสอบสวนรูปคดีแบบตรงไปตรงมา ซึ่งสอบปากคำไปแล้ว 1 ปาก และกำลังจะออกหมายเรียกอดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง ของ อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งเป็นผู้มาส่งหญิงสาว หลังจากพาไปพักบริเวณอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ริมถนนพหลโยธิน ในเขตเทศบาลนครลำปาง แล้วพามาส่งที่บ้าน   ซึ่งการเชิญตัวและออกหมายเรียกอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวนั้น จะเชิญมาสอบปากคำซึ่งจะได้ข้อมูลสำคัญต่างๆ ว่าถูกรุมข่มขืนจริงหรือไม่ โดยขณะนี้ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด บริเวณอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ในเขตตัวเมืองลำปาง เพื่อหาพยานและดูว่าในช่วงที่เกิดเหตุมีผู้ชาย หรือผู้เสียหายเข้ามาด้วยกันกี่คน   ทั้งนี้ ในทางคดีก็ถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก และเมื่อวานทางพนักงานสอบสวนก็ได้สอบปากคำหญิงสาวรายนี้ ที่โรงพยาบาลลำปางนานกว่า 1 ชั่วโมง   ดูข่าวเพิ่มเติม

 1,243
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ค. 61

สาวเครียด เจอภาพหลุดถูกอดีต ผญบ.พาพวกรุมโทรม ซดยาหวังฆ่าตัวตาย ล่าสุดอาการทรุดหนัก

ลำปาง-หญิงอายุ 37 ปี พร้อมสามีและญาติเดินทางเข้าเยี่ยมอาการของลูกสาว อายุ 22 ปี ที่ก่อเหตุกินยาฆ่าแมลงเพื่อหวังฆ่าตัวตายและถูกนำตัวส่งมารักษาที่โรงพยาบาลลำปาง   โดยแม่ของผู้เสียหายเล่าว่า ผู้บาดเจ็บได้เดินทางขึ้นรถโดยสารมาหาพ่อแม่ที่ จ.พะเยาตามลำพัง เพราะสามีติดธุระ แต่จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อผู้บาดเจ็บได้อีกเลย จนกระทั่งมีชายคนหนึ่ง ใช้โทรศัพท์ของลูกสาว โทรเข้ามาพูดคุยว่าเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดตาก และบอกว่าผู้บาดเจ็บได้อยู่กับเขา   ผู้เป็นแม่จึงขอร้องให้นำลูกสาวมาส่งให้ที่จังหวัดน่าน ซึ่งชายคนดังกล่าว ก็ได้นำลูกสาวมาส่งให้แต่ไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะเดินออกไป เมื่อชายดังกล่าวกลับไปแล้ว ทางแม่จึงสอบถามลูกสาวว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกสาวไม่ตอบได้แต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไร ตนเองก็เลยส่งลูกสาวกลับไปอยู่กับสามีที่ลำปางตามเดิม   จากนั้นไม่นานประมาณสองสองวัน มีคนโพสต์ภาพของลูกสาวตนเองนอนอยู่ภายในโรงแรม โดยมีชายที่อ้างตัวเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวนอนอยู่ข้างๆ เมื่อตนส่งภาพที่ได้มาไปให้ลูกสาวดู พร้อมทั้งสอบถาม ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ลูกสาวจึงยอมเปิดปากพูดและเล่าว่า ถูกอดีตผู้ใหญ่บ้าน พร้อมพวกอีก 3 คน ล่อลวงไปรุมโทรมข่มขืน ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในเขตอำเภอเมืองลำปาง   ต่อมาลูกสาวก็ส่งข้อความทางไลน์มาให้ตนเอง พร้อมกล่าวขอโทษ ที่ทำให้อับอาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง กระทั่งต่อมาในช่วงเย็น ก็ทราบจากสามีของลูกสาว ว่าลูกได้กินยาฆ่าแมลงเพื่อฆ่าตัวตาย   ต่อมาวันที่ 22 ก.ค.ตนก็เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองลำปาง แต่ก็ไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร ได้เพียงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและยังไม่มีการดำเนินคดีกับกลุ่มคนผิดแต่อย่างใด ตนจึงมาร้องเรียนผ่านสื่อต่างๆ เพื่อขอความเป็นธรรม เพราะหมอบอกอาการของลูกสาวมีแต่ทรงกับทรุด มีโอกาสรอดเพียง 20 เปอร์เซ็นเท่านั้น ซึ่งตนเองก็เตรียมจะรับลูกสาวกลับจังหวัดน่านด้วย   เบื้องต้นหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายยังไม่สามารถพูดโต้ตอบกับทางพนักงานสอบสวนได้ ทำได้เพียงแต่ ทำท่าทาง ยกไม้ยกมือ ในการสอบปากคำ และขณะนี้ทางตำรวจก็ยังไม่ยืนยันว่า หญิงสาวคนดังกล่าวถูกข่มขืนจริงหรือไม่ เพราะว่ายังไม่สามารถสอบปากคำได้อย่างละเอียด โดยมีแต่คำบอกเล่าของพ่อแม่ของผู้เสียหาย หลังจากหญิงสาวคนดังกล่าวได้เล่าว่าถุกรุมโทรม ก่อนที่จะกินยาพยายามฆ่าตัวตาย   และเจ้าหน้าที่ยังได้เข้าไปทำการตรวจห้องพักของผู้เสียหาย ที่บริเวณอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งจังหวัดลำปาง ซึ่งจะได้สอบสวนทาง พนักงานและแม่บ้านและผู้ที่อยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว และขณะนี้กำลังทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวย้อนหลังแล้ว เพื่อจะหาสาเหตุและหลักฐานที่แท้จริงในเรื่องนี้ ขณะที่ทางตำรวจสภ.เมืองลำปาง เตรียมเชิญอดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งใน จ.ตาก พร้อมพวกอีก 3 คน มาสอบปากคำ หากไม่มาจะออกหมายเรียกต่อไป   ทั้งนี้แม่ของผู้เสียหาย ยืนยันว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการถูกรุมโทรมนั้นเป็นความจริง หลังจากที่ลูกสาวของตนเองหายตัวไป แล้วกลับบ้านมาที่บ้าน ตนได้สอบถามลูกสาวว่าหายไปไหนมา แต่ลูกสาวไม่ยอมพูด อ้ำๆ อึ้งๆ และบอกว่าไม่มีอะไรไม่ได้ยุ่งอะไรกับใคร ซึ่งตอนที่ลูกสาวตนกลับมาพร้อมกับผู้ชายที่เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน ทางชายคนดังกล่าวก็ไม่ได้เข้ามาที่บ้านตน ซึ่งส่งลูกสาวตนที่ปากซอย ก่อนถึงบ้านเท่านั้น และลูกสาวยอมรับว่าไปกับผู้ชายมา 4 คนจริง แต่ก็ยังไม่ได้เล่าสาเหตุอะไรมากมายนัก และลูกสาวยังให้การวกวน   ส่วนอาการล่าสุดของผู้เสียหาย คุณแม่บอกว่า ขณะนี้อาการทรุดลง อาการที่ใบหน้าบวม และปากบวม เริ่มหายใจลำบาก และหายใจติดขัด ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์ รพ.ลำปาง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z5Vs_5-FlkI

 3,515
ข่าวต่างประเทศ
20 ก.ค. 61

อินเดียอีกแล้ว! กลุ่มเด็กมัธยมชาย 10 คน ฉุดเพื่อนสาวร่วมห้องไปรุมโทรม

เกิดเหตุสะเทือนใจในอินเดียต่อเนื่อง เมื่อมีเด็กนักเรียนชาย 10 คน ในระดับมัธยมรุมข่มขืนเพื่อนผู้หญิงร่วมห้องจนหมดสติ ขณะที่เด็กหญิงเดินกลับบ้าน พวกกลุ่มเด็กชายก็ฉุดกระชากผู้เสียหายไปยังไร่อ้อย และลงมือรุมโทรม   พร้อมขู่ให้เก็บไว้เป็นความลับ จนผู้เสียหายไม่กล้าไปโรงเรียน พ่อแม่เห็นผิดสังเกต ก่อนทราบความจริง จึงแจ้ง จนท.ให้เร่งสอบสวนและดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้าย   ทั้งนี้คดีข่มขืนนับเป็นวิกฤตอย่างยิ่งของอินเดีย โดยสถิติปี 2018 พบว่ามีคดีกระทำชำเราสตรีแล้ว 4 หมื่นคดี มีการวิเคราะห์ว่ามีเหตุข่มขืนในอินเดียวันละ 10 คดี ซึ่งนับเฉพาะที่มีการแจ้งความ แต่ยังมีเหยื่อที่ไม่กล้าแจ้งความอีกจำนวนมาก  

 3,297
ข่าวต่างประเทศ
18 ก.ค. 61

สลด แก๊ง 5 ด.ช.อินเดีย ลวงด.ญ.8ขวบไปรุมโทรม หลังดูคลิปโป๊จากมือถือด้วยกัน

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย กรณีเด็กหญิงวัยเพียง 8 ขวบถูกเด็กชาย 5 คนรุมข่มขืน หลังพวกเขาดูคลิปหนังโป๊จากโทรศัพท์มือถือ   เหตุเกิดที่รัฐอุตตรประเทศ   รายงานข่าวระบุว่า หลังจากแก๊งเด็กชายซึ่งมีอายุระหว่าง 9-14 ปี ได้ดูภาพยนตร์ลามกจากโทรศัพท์มือถือของพี่ชายด้วยกัน จากนั้นอีก 2 วันก็ร่วมกันวางแผนเอาช็อกโกแลตมาล่อลวงเด็กหญิงซึ่งเป็นเพื่อนข้างบ้านให้ไปที่บ้านของเด็กชายคนหนึ่ง แล้วลงมือก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศ ก่อนที่พวกเขาจะถูกตำรวจรัฐอุตตรประเทศจับกุมตัวได้ทั้งหมด หลังพ่อแม่ของเด็กหญิงไปแจ้งความ   ภาพประกอบข่าว   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ก่อนเกิดเหตุเด็กหญิงกำลังนั่งเล่นอยู่นอกบ้าน ขณะที่พ่อแม่ออกไปทำงาน จากนั้นก็หายตัวไปพร้อมกับเด็กชาย 5 คนโดยที่ไม่มีใครในบ้านทราบ โดยจากการสอบสวนยังพบว่าขณะลงมือเด็กผู้ชายคนหนึ่งยังทำหน้าที่เฝ้าประตูระวังคน กระทั่งพี่ชายของหนึ่งในเด็กชายกลับมาบ้าน พวกเขาจึงรีบปล่อยตัวเหยื่อกลับ แต่หลังจากถูกข่มขืนเด็กหญิงมีอาการซึมเศร้าและไม่กินข้าวเย็นจนพ่อแม่ผิดสังเกต เมื่อสอบถามก็พบกับความจริงอันน่าตกใจ     ตำรวจรัฐอุตตรประเทศ   ขณะที่ความคืบหน้าทางคดี ผู้ต้องหา 5 คนซึ่งยังเป็นเยาวชนทั้งหมดกำลังจะขึ้นศาลเยาวชนพิจารณาบทลงโทษในวันจันทร์หน้า สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายกับคดีเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา หลังกลุ่มเด็กชาย 4 คน อายุระหว่าง 6-10 ขวบ ก่อเหตุรุมโทรมเด็กหญิงวัยเพียง 4 ขวบหลังดูคลิปโป๊จากมือถือ  

 6,786
ปากท้องร้องทุกข์
16 ก.ค. 61

กลัวเรื่องเงียบ! พีอาร์สาวร้านอาหาร โร่แจ้งกองปราบเอาผิด ลูกชายอดีตนายตำรวจลวงรุมโทรม

พีอาร์สาวร้านอาหารย่านเกษตรนวมินทร์ แจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม เอาผิดลูกชายอดีตนายตำรวจนอกราชการ ยศพันตำรวจเอก พร้อมเพื่อนวางแผนพาไปรุมโทรม เพราะกลัวเรื่องจะเงียบหาย   นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พาผู้เสียหายซึ่งเป็นพีอาร์สาวร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านนวมินทร์ อายุ 24 ปี ที่อ้างว่าถูกชายหนุ่ม 2 คน หลอกพาไปรุมโทรม ที่บ้านพักหลังหนึ่งย่านนวมินทร์ เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม หลังเข้าแจ้งความไว้ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนแต่ต่อมา ได้รับแจ้งจากตำรวจว่า ไม่อยู่ในอำนาจสอบสวน    โดยผู้เสียหาย ระบุว่า รู้จักกับผู้ก่อเหตุไม่นาน ซึ่งได้เข้ามาขอไลน์และทักทายกันไม่กี่ครั้งในร้านที่ตนเองทำงานเป็นพีอาร์อยู่ ต่อมาในวันเกิดเหตุได้เข้ามาทักทายตนและเสนอจะพาไปส่งที่พักที่อยู่ทางเดียวกัน ผู้ก่อเหตุไม่มีลักษณะคล้ายเมาสุรา อีกทั้งยังมีเพื่อนสาวอีกคนหนึ่งติดตามไปด้วย จึงไม่คิดว่าจะเป็นอันตราย โดยผู้ก่อเหตุได้พาเพื่อนของตนไปส่งที่บ้านพักก่อน จากนั้นจึงขับรถมาทางย่านนวมินทร์ อ้างว่าจำเป็นต้องไปเปลี่ยนรถที่บ้านเพื่อน จึงหลอกพาไปถึงบ้านหลังหนึ่งย่านซอยนวมินทร์ 74 แยก 3 ก่อนจะพาไปนั่งรอในบ้านแล้วจึงถูกผู้ก่อเหตุ 2 ราย รุมโทรม ทั้งนี้ยืนยันว่าในช่วงที่เกิดเหตุไม่ได้เมาสุราแต่อย่างใด ส่วนเหตุที่แจ้งความล่าช้า เนื่องจากยังอยู่ในอาการหวาดกลัว    ทางด้าน นายอัจฉริยะ ระบุว่า คดีนี้มีพยานยืนยันอย่างน้อย 2 คน มีผลการตรวจร่างกายของโรงพยาบาลตำรวจ และมีข้อความการพูดคุยกับผู้ก่อเหตุผ่านการแชทไลน์ ทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ ยืนยันตัวชัดเจน ทั้งนี้เหตุที่ต้องมาร้องเรียนกับกองปราบปราม เนื่องจากเกรงว่าจะมีความพยายามวิ่งเต้นคดีให้กลายเป็นคดีข่มขืน ซึ่งสามารถยอมความได้ และกลัวว่าเรื่องจะเงียบเพราะทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นลูกชายของอดีตนายตำรวจนอกราชการ ยศพันตำรวจเอก ทั้งนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้เบื้องต้น เพื่อพิจารณาออกหมายเรียกผู้ที่ถูกกล่าวหา มาสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

 2,556
ข่าวภูมิภาค
28 มิ.ย. 61

จับนักมวยไทยค่ายดัง หลังก่อเหตุข่มขืนเด็กอายุ 12 - รุมโทรมสาวอุดร ยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ตำรวจกองปราบรวบนักมวยค่ายดังย่านสุขุมวิท หลังก่อเหตุข่มขืนเด็ก 12 ปี และร่วมรุมโทรมหญิง เหตุเกิดเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา   นายอรรถพล สีทอง หรือ อรรถชัย เกียรติวิบูลย์ นักมวยค่ายดัง ถูกตำรวจสืบสวนกองกำกับการ 4 กองปราบปราม จับกุมขณะวิ่งออกกำลังกายอยู่บริเวณหน้าค่ายมวยชื่อดังแถวถนนสุขุมวิท ตามหมายจับของศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี   หลังก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงอายุเพียง 12 ปี ด้วยการออกอุบายชักชวนไปหลังห้องน้ำวัด ในอำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่นายอรรถพลเดินทางไปชกมวย เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา   เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสืบสวนพบว่า นายอรรถพลมีหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี เมื่อ 2 ปีที่แล้วในข้อหา ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นฯ อีกหนึ่งหมาย   เหตุเกิดขณะที่นายอรรถพล ไปเก็บตัวที่ค่ายมวย ในพื้นที่อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี และไปเที่ยวงานประเพณีหมอลำกับกลุ่มเพื่อน ที่วัดแห่งหนึ่งใน อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ได้พบหญิงสาวรายหนึ่ง จึงพากันชักชวนชักชวนไปดื่มสุรา จนเมาไม่ได้สติ แล้วพาไปรุมโทรมหลังห้องน้ำวัด หลังจากนั้นผู้ร่วมก่อเหตุเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีการออกหมายจับนายอรรถพล เบื้องต้นนายอรรธพล ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i805EbRjvXc

 4,711
สังคม-อาชญากรรม
09 เม.ย. 61

จับ 3 ใน 6 ทรชน ลวงสาววัย 18 พาไปนั่ง จยย.เล่น ก่อนรุมโทรม

นนทบุรี-ตำรวจ สภ. รัตนาธิเบศร์ จับ 3 ใน 6 ทรชนอายุระหว่าง 19-22 ปี ก่อเหตุรุมโทรมสาววัย 18 ปี อ้างพาไปนั่งรถจยย.เล่น ก่อนพาไปบ้านพรรคพวกที่นั่งกินเหล้ารออยู่ก่อนแล้ว จากนั้นออกอุบายแล้วช่วยกันรุมโทรมจนครบ ยังใจเย็นพากลับมาส่งที่บ้านพักก่อนหลบหนีไป จนมาถูกจับได้ในที่สุด ขณะที่ตร.เร่งตามตัวอีก 3 คนที่เหลือมาดำเนินคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/grJQcbY2Dkg  

 12,104
ข่าวภูมิภาค
01 เม.ย. 61

สาวสุรินทร์วัย17 แจ้งความถูกแก๊งโจ๋หมู่บ้านใกล้เคียงรุมโทรม ก่อนตร.ตามตะครุบตัวยกแก๊ง

หญิงสาวอายุ 17 ปี แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านใกล้เคียง 4 คนรุมข่มขืน ขณะนั่งรถจยย.ไปกับเพื่อนสองคน ก่อนที่ในเวลาต่อตำรวจจะสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 คน คือ นายแขก นายขิง และปุ้ย ส่วนนายโอ๊ตได้หลบหนี แต่ล่าสุดญาติได้ติดต่อขอมอบตัวแล้ว เบื้องต้นทุกคนรับสารภาพว่าได้ลงมือทำการข่มขืนจริง จึงส่งเข้าห้องคุมควบคุมและฝากขังที่ศาลจังหวัดสุรินทร์แล้วในวันนี้       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qpR5hBuEEWg                

 11,392

Top